ปุ๋ย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ปุ๋ย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 17 May 2026 08:35:10 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 KKP Research ชี้ ‘เอลนีโญ’ ปีนี้ยังไม่น่าห่วง เหตุน้ำในเขื่อนช่วยพยุง ชวนจับตา ‘วิกฤตปุ๋ย’ เสี่ยงฉุดผลผลิตข้าวไทยหาย 5 ล้านตัน https://thestandard.co/kkp-fertilizer-crisis-rice/ Sun, 17 May 2026 08:35:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1208209 ภาพนาข้าวพร้อมข้อความ ‘เอลนีโญ’ ปีนี้ไม่น่าห่วง ชวนจับตา ‘วิกฤตปุ๋ย’ เสี่ยงฉุดผลผลิตข้าวไทย 5 ล้านตัน

KKP Research มองเอลนีโญรอบใหม่ปี 2569 อาจไม่รุนแรงเท่าท […]

The post KKP Research ชี้ ‘เอลนีโญ’ ปีนี้ยังไม่น่าห่วง เหตุน้ำในเขื่อนช่วยพยุง ชวนจับตา ‘วิกฤตปุ๋ย’ เสี่ยงฉุดผลผลิตข้าวไทยหาย 5 ล้านตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนาข้าวพร้อมข้อความ ‘เอลนีโญ’ ปีนี้ไม่น่าห่วง ชวนจับตา ‘วิกฤตปุ๋ย’ เสี่ยงฉุดผลผลิตข้าวไทย 5 ล้านตัน

KKP Research มองเอลนีโญรอบใหม่ปี 2569 อาจไม่รุนแรงเท่าที่กังวล เพราะไทยยังมีน้ำในเขื่อนสูงและเข้าสู่ฤดูฝน เตือน ‘วิกฤตปุ๋ย’ น่าห่วงกว่าเอลนีโญ หลังสงคราม-ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์เสี่ยงดันราคาปุ๋ยพุ่งและกระทบอุปทานโลก มองไทยยังมีน้ำในเขื่อนสูงและเข้าสู่ฤดูฝน

 

 

ในรายงานฉบับล่าสุดซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม KKP Research เตือนว่า ‘วิกฤตราคา’ และ ‘การขาดแคลนปุ๋ยเคมี’ จากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อผลผลิตข้าวไทยมากกว่าภัยแล้ง เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนก่อนหน้านี้ ได้ทำให้ราคาปุ๋ยพุ่งสูง จนไทยต้องลดการนำเข้าปุ๋ยจากแหล่งดังกล่าวลง และหันไปพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากซาอุดีอาระเบียและโอมานมากขึ้น

 

ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่กำลังจะกลับมาในช่วงกลางถึงปลายปี 2569 นี้ KKP Research ประเมินว่า อาจยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคเกษตรไทยเท่าที่หลายฝ่ายกังวล เนื่องจากไทยยังมีปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนสำคัญอยู่ในระดับสูง และจังหวะการเกิดอยู่ในช่วงฤดูฝน

 

โดย KKP Research มองว่า ความรุนแรงของเอลนีโญรอบนี้ยังต่ำกว่าช่วงปี 2566-2567 และผลกระทบต่อภาคเกษตรอาจถูกบรรเทาได้จาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) เกิดในช่วงฤดูฝนที่ยังมีน้ำฝนช่วยพยุง และ 2) ปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนที่อยู่ในระดับเกือบ 55% ของความจุ ซึ่งมากกว่าระดับรอบก่อนๆ ที่ 47% ในปี 2566 – 2567

 

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมสถานการณ์น้ำยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แต่ KKP Research ระบุว่า ผลกระทบจะไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่และแต่ละประเภทพืช โดยพืชไม้ยืนต้นอย่างปาล์มน้ำมันและยางพาราจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า ขณะที่พืชใช้น้ำสูง เช่น ข้าวนาปรังและมันสำปะหลัง มีความเสี่ยงมากกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ชลประทานครอบคลุมเพียง 10% ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคอื่นที่อยู่ราว 45%

 

‘วิกฤตปุ๋ย’ เสี่ยงฉุดผลผลิตข้าวไทยหาย 5 ล้านตัน

 

KKP Research ระบุว่า หากเกิดภาวะปุ๋ยขาดแคลนจริง อาจทำให้ผลผลิตข้าวนาปีรอบปี 2569/2570 ลดลงได้ถึง 15% หรือคิดเป็นผลผลิตข้าวเปลือกที่หายไปราว 5 ล้านตัน แม้จะเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ แต่ศักยภาพการส่งออกข้าวของไทยจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

 

นอกจากนี้ หากผลผลิตข้าวไทยลดลง ไทยอาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากราคาข้าวโลกที่อาจปรับตัวสูงขึ้นเหมือนรอบที่แล้ว เมื่อครั้งที่อินเดียระงับการส่งออกข้าว

 

ที่สำคัญกว่านั้น ข้อมูลชี้ว่าประสิทธิภาพการผลิตข้าวของไทยยังคงต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับ 6 ประเทศผู้ผลิตข้าวหลักของโลก สอดคล้องกับสถิติของธนาคารโลกและ FAO ที่ระบุว่าไทยมีการใส่ปุ๋ยน้อยกว่าประเทศคู่แข่งถึง 45%

 

KKP Research จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและระบบชลประทาน ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านอุปทานปุ๋ยเคมี รวมถึงส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือความเสี่ยงจากทั้งภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

The post KKP Research ชี้ ‘เอลนีโญ’ ปีนี้ยังไม่น่าห่วง เหตุน้ำในเขื่อนช่วยพยุง ชวนจับตา ‘วิกฤตปุ๋ย’ เสี่ยงฉุดผลผลิตข้าวไทยหาย 5 ล้านตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองนายกฯ ยศชนัน ผนึกกำลัง 3 กระทรวง ลุยเปิดตัวโครงการ ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ ดันสหกรณ์อุดรฯ เป็นต้นแบบเกษตรแม่นยำ https://thestandard.co/custom-fertilizer-agriculture-project/ Sat, 25 Apr 2026 06:59:24 +0000 https://thestandard.co/custom-fertilizer-agriculture-project/ รองนายกฯ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานเปิดตัวโครงการ 'ปุ๋ยสั่งตัด' ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด

วันนี้ (25 เมษายน) ที่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า […]

The post รองนายกฯ ยศชนัน ผนึกกำลัง 3 กระทรวง ลุยเปิดตัวโครงการ ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ ดันสหกรณ์อุดรฯ เป็นต้นแบบเกษตรแม่นยำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองนายกฯ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานเปิดตัวโครงการ 'ปุ๋ยสั่งตัด' ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด

วันนี้ (25 เมษายน) ที่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด จังหวัดอุดรธานี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการ ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงปัญหาดินเสื่อมโทรม

 

ยศชนัน เปิดเผยถึงที่มาของโครงการว่า รัฐบาลและกระทรวง อว. ตระหนักดีว่าเกษตรกรคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ปัจจุบันภาคการเกษตรกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความผันผวนของราคาปัจจัยการผลิตในตลาดโลก โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีซึ่งถือเป็นต้นทุนหลัก รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายเร่งด่วนด้วยการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาช่วยลดภาระและเพิ่มรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

 

สำหรับโครงการปุ๋ยสั่งตัด ถือเป็นการพลิกโฉมแนวทางการใช้ปุ๋ย โดยเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จแบบเหมาจ่าย มาเป็นการวิเคราะห์และผสมสูตรปุ๋ยที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่เป็นการเฉพาะ ซึ่งผลลัพธ์จากการทดสอบพบว่า สามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนลงได้ถึงร้อยละ 40-60

 

อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุ ทำให้ดินที่เสื่อมโทรมกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยโครงการนี้ได้เริ่มต้นนำร่องที่สหกรณ์ในจังหวัดอุดรธานีเป็นแห่งแรก เพื่อใช้กลไกของสหกรณ์การเกษตรเป็นรากฐานในการติดตั้งเครื่องผลิตปุ๋ยและแพลตฟอร์มอัจฉริยะ หัวใจสำคัญคือการทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแม่ปุ๋ยที่ ถูกดิน ถูกพืช และถูกราคา ผ่านเครื่องมือที่ใช้งานง่าย เช่น แอปพลิเคชันจากกระทรวงเกษตรฯ หรือชุดตรวจสอบดินจาก อว.

 

ทางด้าน วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวเสริมถึงบริบทของปัญหาว่า ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญวิกฤตราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูงอันเป็นผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศสูงกว่าร้อยละ 40

 

ดังนั้น การส่งเสริมปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด ซึ่งเป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ตอซังข้าว มาแปรรูปผสมผสานเข้ากับแม่ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน จึงเป็นทางออกสำคัญที่จะช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีนำเข้าเพียงอย่างเดียว ควบคู่ไปกับการเติมอินทรียวัตถุกลับคืนสู่ดินอย่างน้อยร้อยละ 10 เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางการเกษตรในระยะยาว

 

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ ยังถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง ทั้งระหว่างกระทรวง อว., กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงแรงงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่จะมาร่วมกันยกระดับทักษะและสร้างอาชีพเสริมให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน

 

โดยในระยะแรกของโครงการมีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน 6 เดือน (สิ้นสุดเดือนกันยายน 2569) มุ่งเน้นการประเมินผลสัมฤทธิ์จากพื้นที่นำร่อง ก่อนจะพิจารณาขยายผลการติดตั้งเครื่องผสมปุ๋ยและการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังสหกรณ์ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับการเกษตรของไทยก้าวไปสู่การเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงทางอาหาร และนำความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจมาสู่ประเทศไทย

 

ทั้งนี้ ภายในงาน Kick off ดังกล่าว ได้มีการสาธิตการทำงานของเครื่องผสมปุ๋ยอัจฉริยะ พร้อมทั้งมีการมอบปุ๋ยสั่งตัดล็อตแรกให้แก่ตัวแทนเกษตรกร เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความพร้อมของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนวัตกรรมลงสู่มือเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่จะกระจายความสำเร็จและขยายผลโมเดลนี้ไปสู่พื้นที่เกษตรกรรมอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

The post รองนายกฯ ยศชนัน ผนึกกำลัง 3 กระทรวง ลุยเปิดตัวโครงการ ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ ดันสหกรณ์อุดรฯ เป็นต้นแบบเกษตรแม่นยำ appeared first on THE STANDARD.

]]>