ปิยบุตร แสงกนกกุล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ปิยบุตร-แสงกนกกุล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 16 Oct 2026 08:17:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 “พอกันทีระบอบสีน้ำเงิน” เท้งเปิดเบื้องลึก ‘ซักฟอกรัฐบาล’ บันเทิงธิปไตย อนาคตแยก 2 พรรค? https://thestandard.co/nattaphong-peoples-party-censure-debate-interview/ Fri, 16 Oct 2026 08:17:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1269020 ภาพณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการ THE STANDARD NOW

ปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ผ่านการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โด […]

The post “พอกันทีระบอบสีน้ำเงิน” เท้งเปิดเบื้องลึก ‘ซักฟอกรัฐบาล’ บันเทิงธิปไตย อนาคตแยก 2 พรรค? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการ THE STANDARD NOW

ปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ผ่านการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โดยกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้ากวาดคะแนนเสียงถล่มทลาย สะท้อนถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริหารที่เต็มไปด้วยความไม่โปร่งใส

 

ไม่ต่างจากสภาพการเมืองปัจจุบัน ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศ ตามนิยามของพรรคฝ่ายค้านที่ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 151 ต่อรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล และ 17 รัฐมนตรี จากภูมิใจไทยล้วนๆ ด้วยข้อกล่าวหาที่รุนแรง

 

รายการ THE STANDARD NOW ดำเนินรายการโดยอ๊อฟ-ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ สัมภาษณ์ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ถึงการเปิดแผล ‘ระบอบน้ำเงิน’ ข้อหากินรวบประเทศ รวมถึงประเด็นบันเทิงธิปไตย ท่ามกลางกระแสข่าวพรรคส้มแตกหักกัน

 

ระบอบสีน้ำเงิน ศัตรูประชาธิปไตย กินรวบประเทศไปแล้ว!

 

พรรคประชาชนในฐานะแกนนำฝ่ายค้านประกาศชัดว่า เป้าหมายหลักคือการชี้ให้เห็นว่า ‘ระบอบสีน้ำเงินคือศัตรูของระบอบประชาธิปไตย’ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพรรคภูมิใจไทย แต่คือโครงข่ายอำนาจที่กำลัง ‘กินรวบประเทศ’

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ระบอบสีน้ำเงินประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

 

  1. สหพันธ์บ้านใหญ่: การกวาดต้อนและดึง สส. เขตจากกลุ่มบ้านใหญ่ย้ายเข้าสังกัดค่ายสีน้ำเงินในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
  2. สว. และองค์กรอิสระ: ปัญหาการฮั้วและแทรกแซงการเลือกวุฒิสภา ซึ่งโยงไปสู่อำนาจในการแต่งตั้งและควบคุมองค์กรอิสระ
  3. ระบบราชการ: การแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อเอื้อพวกพ้อง รวมถึงปรากฏการณ์ข้าราชการมีพฤติกรรมหนุนหลังเครือข่ายอำนาจ (ช่วยน้ำเงินด้วย)
  4. กลุ่มทุนผูกขาด: ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างกลุ่มทุนกับฝ่ายการเมือง มีข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและการรับ ‘เงินทอน’ จากโครงการงบประมาณรัฐ

 

ณัฐพงษ์ย้ำว่า ฝ่ายค้านยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่ชัยชนะจากการเลือกตั้งไม่ได้ให้สิทธิ์ในการไปพัวพันกับการโกงเลือก สว. หรือการทุจริต

 

“สังคมเห็นภาพจิ๊กซอว์การฮั้ว สว. แต่กลับมีความพยายามตัดตอนคดีที่ชั้น กกต. ก่อนถึงศาล ซึ่งเสียงข้างมากของ กกต. ก็มีความเชื่อมโยงกับกระบวนการคัดสรรของ สว. ชุดนี้เช่นกัน” ณัฐพงษ์ขยายความ

 

รัฐบาลส่งสัญญาณล็อกวันอภิปราย 27-30 ตุลาคมนี้

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมล็อกกรอบเวลาซักฟอกในวันที่ 27-30 ต.ค. รวม 4 วัน ซึ่งหากหักวันลงมติออก 1 วัน จะเหลือเวลาซักฟอกจริงเพียง 3 วัน

 

ทำให้ณัฐพงษ์ในฐานะแกนนำฝ่ายค้านมองว่า ไม่สมเหตุสมผลเมื่อต้องซักฟอกรัฐมนตรีถึง 18 คน (จากเดิมขอไป 5 วัน) โดยรัฐบาลอ้างว่าหลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศ

 

ทั้งนี้ ฝ่ายค้านยืนยันว่า พร้อมซักฟอก 100% แม้จะเปิดประชุมและเริ่มอภิปรายทันทีในสัปดาห์ถัดไปหลังการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรยังไม่มีการท้วงติงข้อความในญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอแต่อย่างใด

 

ถล่ม 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย ทำไมไม่ซักฟอกเพื่อไทย?

 

“18 รายชื่อเป็นมติร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเปิดให้แต่ละพรรคทำงานอิสระ ไม่ได้ก้าวก่ายพยานหลักฐานเชิงลึก แต่ยึดกรอบญัตติร่วมกัน” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ ณัฐพงษ์ยืนยันว่า จะมีทั้งประเด็นที่เคยปรากฏในข่าว และข้อมูลเชิงลึกใหม่ที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ทุกคนมีหลักฐานรองรับ ไม่ใช่ข่าวลือ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นเป้าหมายหลักที่ถูกอภิปรายหนักที่สุด

 

ขณะเดียวกัน ณัฐพงษ์ยอมรับว่า ตามประวัติศาสตร์ เสียงข้างน้อยในสภาไม่เคยโหวตล้มรัฐมนตรีได้ แต่เวทีซักฟอกคือการเปิดพยานหลักฐานให้สังคมเห็น เพื่อส่งผลสะเทือนทางการเมืองและส่งเรื่องต่อไปยังองค์กรตรวจสอบตามกฎหมาย

 

เช่นเดียวกับกรณีที่ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เคยอภิปรายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ในคดีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง และถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามกติกาที่เกี่ยวข้อง

 

ด้านเหตุผลที่ไม่มีรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยนั้น ณัฐพงษ์กล่าวว่า ในขั้นตอนการยกร่าง ไม่มีพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคใด (รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์) เสนอชื่อรัฐมนตรีของเพื่อไทยเข้ามา อีกทั้งยุทธศาสตร์หลักรอบนี้ตั้งใจพุ่งเป้าไปที่ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ เป็นหลัก แต่กระนั้นไม่ได้หมายความว่าการบริหารของเพื่อไทยไม่มีปัญหา

 

ส่วนประเด็นเรื่องการจับมือกันทางการเมืองในอนาคต ณัฐพงษ์ระบุว่า “ต้องถามทั้ง 2 ฝั่งว่าฝั่งเขายังมีใจให้เราด้วยหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคต”

 

เบื้องลึก ‘บันเทิงธิปไตย’ ทำไม ‘ปิยบุตร’ ไม่พอใจการทำงานพรรค?

 

อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง ‘บันเทิงธิปไตย’ และเตือนเกี่ยวกับการเมืองแบบ ‘แฉรายวัน’ ที่อาจกลืนกินอุดมการณ์ของพรรค จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีการพูดถึงความเห็นที่แตกต่างภายในพรรค

 

ณัฐพงษ์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “คงไม่เป็นอย่างนั้น” โดยให้เหตุผลสำคัญ 2 มิติ ได้แก่

 

  1. ความเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน : สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ทุกคนที่ตัดสินใจเข้ามาเป็น สส. หรือทำงานในองคาพยพต่างๆ ล้วนเชื่อมั่นในอุดมการณ์พรรคและต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงร่วมกันอย่างแท้จริง
  2. ความยืดหยุ่นตามยุคสมัยและความถนัด: อุดมการณ์ยังคงเดิม แต่รูปแบบและวิธีการทำงานย่อมต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและตามความถนัดของแต่ละบุคคล ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการทำงานการเมือง

 

ทั้งนี้ ณัฐพงษ์ระบุว่า กระบวนการแลกเปลี่ยนพูดคุยมีอยู่ตลอดเวลา ทั้งกับ อ.ปิยบุตร ผู้ร่วมเดินทางตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ตลอดจนบุคคลภายนอก

 

ณัฐพงษ์ยอมรับว่า สมาชิกพรรคประชาชนมีความคิดเห็นเป็นสเปกตรัมที่กว้าง ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับ อ.ปิยบุตร ฝ่ายที่เข้าใจคนทำงานหน้างาน และฝ่ายที่ต้องการให้ปรับการสื่อสาร ซึ่งมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันทั้งวงเล็กและวงใหญ่ รวมถึงการพูดคุยกับ สส. ที่มีบทบาทสื่อสารสูงอย่างรักชนก ศรีนอกแล้ว

 

การที่ อ.ปิยบุตรตัดสินใจโพสต์ผ่านหน้าเพจส่วนตัวถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายในทุกเรื่องของพรรคอยู่ที่ตนเองและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน

 

“หากสิ่งที่ อ.ปิยบุตร เรียกร้องคือการทำงานทางความคิดและการชูอุดมการณ์พรรคให้เข้มข้น ผมในฐานะหัวหน้าพรรคขอรับหน้าที่นี้ไปทำต่อด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งอีก” ณัฐพงษ์กล่าว

 

อนาคตแยก 2 พรรคจริงไหม?

 

มีข้อสังเกตของนักวิเคราะห์ทางการเมืองที่มองว่า อนาคตพรรคประชาชนอาจแตกออกเป็น 2 พรรค ในรูปแบบพรรคสายอุดมการณ์เข้มข้น (แบบพรรคอนาคตใหม่ในอดีต) กับพรรคสายประนีประนอม (แบบพรรคประชาชน ณ ตอนนี้)

 

ณัฐพงษ์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ไม่เคยมีบทสนทนานี้ใดๆ ทั้งสิ้นในพรรค” เรื่องการจะรวม แยก หรือแบ่งพรรค ไม่เคยมีการพูดคุยกันจริง แม้ภายนอกจะสามารถวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่างๆ นานาในอนาคต แต่ภายในพรรคไม่เคยมีการตั้งวงคุยเรื่องนี้เลย

The post “พอกันทีระบอบสีน้ำเงิน” เท้งเปิดเบื้องลึก ‘ซักฟอกรัฐบาล’ บันเทิงธิปไตย อนาคตแยก 2 พรรค? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดรย้ำญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรีเป็นบันเทิงธิปไตย โยนถามความหมายจากปิยบุตร มั่นใจชี้แจงได้ขอเฉลี่ยเวลาให้เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย https://thestandard.co/paradorn-censure-ministers-piyabutr/ Fri, 09 Oct 2026 03:27:26 +0000 https://thestandard.co/paradorn-censure-ministers-piyabutr/ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (9 ตุลาคม) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนั […]

The post ภราดรย้ำญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรีเป็นบันเทิงธิปไตย โยนถามความหมายจากปิยบุตร มั่นใจชี้แจงได้ขอเฉลี่ยเวลาให้เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (9 ตุลาคม) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวม 18 คน ว่า เชื่อว่าทางนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนสามารถตอบชี้แจงทุกข้อกล่าวหาได้อยู่แล้ว ถือเป็นอาวุธของฝ่ายค้านที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ สส.ได้เคร่งครัดคือ ขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา สิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติ ก็อย่าพูดถึงไปในทางที่จะทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย อย่างไรขอให้ทำตามข้อบังคับ

 

ส่วนข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านระบุว่า ต้องการกินรวบประเทศถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ ภราดรกล่าวว่า ตามญัตติ และตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หน้าที่ของฝ่ายค้านคือมีหน้าที่กล่าวหารัฐบาล ส่วนรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา รัฐมนตรีก็มีหน้าที่ที่จะชี้แจง สุดท้ายการลงมติเป็นเรื่องของ สส. แต่ละคน เมื่อฟังข้อกล่าวหาแล้ว จะเชื่อตามข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน หรือจะเชื่อคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา ก็ลงมติกัน ถือเป็นเรื่องปกติ และตามปกติธรรมเนียมของมาตรา 151 ที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งไหนที่เบา เขาก็ต้องกล่าวหาอย่างรุนแรงไว้ก่อน แต่จะไปหาเหตุผลประกอบหรือหาหลักฐานประกอบข้อกล่าวหานั้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณากัน

 

ทั้งนี้ คำรุนแรงในญัตติของฝ่ายค้านเหมือนต้องการระบายและด่ารัฐบาลโดยตรง ภราดรกล่าวว่า ก็ดี บันเทิงธิปไตย เป็นแบบไหนก็ลองถาม ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าดู ก็ประมาณนั้น เมื่อถามว่า 18 คน ถือว่ามากเกินไปหรือไม่ ภราดรกล่าวว่า ถึงได้บอกว่ามันบันเทิงธิปไตย

 

ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวนมากแบบนี้ เหมือนเป็นการหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนใดคนหนึ่ง ทำให้มองได้ว่าอาจจะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนหรือไม่ ภราดร กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขา

 

เมื่อถามว่า มั่นใจเสียงสนับสนุนของรัฐบาลใช่หรือไม่ ภราดร กล่าวว่า อย่าไปพูดว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจเลย คิดว่าการตัดสินใจของ สส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ทุกคนต้องฟังข้อกล่าวหา และต้องฟังคำชี้แจงของรัฐบาล แล้วจึงจะใช้วิจารณญาณของตัวเอง ซึ่งการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่มีการครอบงำโดยพรรคการเมืองหรือมติวิปใดๆ ไปครอบงำหรือสั่งการ สส.ได้ ดังนั้น อยู่ที่ สส.เมื่อฟังสองฝ่ายแล้วจะตัดสินใจแบบไหนก็อยู่ที่ตัวเอง

 

ส่วนการยื่นญัตติของฝ่ายค้านครั้งนี้ ไม่มี สส.ของพรรคกล้าธรรมลงชื่อด้วย รัฐบาลอาจอุ่นใจที่ได้เสียงของพรรคกล้าธรรมมาช่วยหนุนรัฐบาลด้วยหรือไม่ ภราดรกล่าวว่า ถึงอย่างไรสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่การอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของรัฐบาล และต้องดูว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลหลักฐานเป็นไปตามข้อกล่าวหามากน้อยแค่ไหน ดังนั้น สส.ไม่ว่าพรรคไหนมีเอกสิทธิ์ที่จะลงมติด้วยตัวเองอยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่า ครั้งนี้เป็นห่วงคนนอกที่จะถูกพาดพิง อย่างเช่น เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือไม่ ภราดรกล่าวว่า ทั้งหมดดำเนินตามข้อบังคับ

 

ส่วนจำนวนวันที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ โดยสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะขอเวลา 5 วัน ภราดรกล่าวว่า ดูไปตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมา ปกติอยู่ที่ 3-4 วัน เพราะเราจะต้องมีการแบ่งเวลาให้กับรัฐมนตรี 18 คนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงอย่างเพียงพอด้วย คุณอภิปรายเขา แน่นอนฝ่ายกล่าวหาต้องใช้เวลาเยอะกว่าอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีผู้ถูกอภิปรายถึง 18 คน ก็ต้องแบ่งเวลาให้อย่างเป็นธรรมให้กับผู้ถูกอภิปรายด้วย

 

ส่วนมีการเก็งข้อสอบหรือไม่ว่าจะถูกอภิปรายในประเด็นใด ภราดรกล่าวว่า “หนังซ้ำนี่”

 

เมื่อถามว่า มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ที่พุ่งเป้ามาที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด 18 คน โดยไม่มีพรรคร่วมอื่นเลย ภราดรกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขา มีนัยแบบใดก็ต้องถามผู้ยื่น อย่างไรก็ตาม เราพร้อมชี้แจง

The post ภราดรย้ำญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรีเป็นบันเทิงธิปไตย โยนถามความหมายจากปิยบุตร มั่นใจชี้แจงได้ขอเฉลี่ยเวลาให้เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาลมองญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรี ‘บันเทิงธิปไตย’ ชี้ใช้โวหาร-วาทกรรม-เพ้อเจ้อ https://thestandard.co/government-spokesman-censure-debate-entertainment/ Thu, 08 Oct 2026 09:16:52 +0000 https://thestandard.co/government-spokesman-censure-debate-entertainment/ เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (8 ตุลาคม) เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เอกภพ […]

The post โฆษกรัฐบาลมองญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรี ‘บันเทิงธิปไตย’ ชี้ใช้โวหาร-วาทกรรม-เพ้อเจ้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (8 ตุลาคม) เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 18 คนว่า ตนได้อ่านญัตติของฝ่ายค้าน ความรู้สึกแรกที่โผล่ขึ้นมารู้สึกว่าบันเทิงดี ตรงกับคำนิยามของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ว่าบันเทิงธิปไตย ตนอยากเห็นว่าเขาจะกล่าวหารัฐมนตรีแต่ละคนอย่างไร แต่เท่าที่เห็นเหมือนการกล่าวหาแบบเล่นตลก พูดเพ้อเจ้ออะไร และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการอภิปราย ตนคิดว่าเขาจะเอาวาทกรรมมาใส่ร้ายป้ายสีรัฐมนตรีแต่ละคนมาเผยแพร่แล้วมาขยายความ วาทกรรมแต่ละอันก็เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของการเมืองที่มีสีสัน เป็นเรื่องของแสงทางด้านการเมือง ตนมองหน้าออกว่าใครจะอภิปรายอย่างไรบ้าง

 

เมื่อถามว่ารัฐบาลมองเป็นความบันเทิงเช่นนี้ แสดงว่าไม่ได้กังวลข้อมูลของฝ่ายค้านที่จะอภิปรายเลยใช่หรือไม่ นายเอกภพตอบว่า ยังไม่เห็นเลยว่าเขาจะอภิปรายในประเด็นอะไรกันแน่ ยังไม่เห็นฐานความผิดที่ชัดเจนว่าเป็นอะไรถึงขั้นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะรัฐมนตรีแต่ละคนทำงานอย่างหนัก ทำงานอย่างดีและมีผลงานก็โดนไปด้วย ไม่ได้มีข้อหาอะไรที่เราต้องมาชี้แจง หรืออาจเป็นเพราะว่าครั้งนี้เป็นการอภิปรายเพื่อความบันเทิงใช่หรือไม่

 

เมื่อถามว่าการยื่นอภิปราย 18 คนถือว่าเป็นการกระจายไปหรือไม่ นายเอกภพกล่าวว่า ตนอยากรู้เหมือนกันว่าจะอภิปรายได้ครบหรือไม่ มีเวลาอยู่กี่วัน และตนอยากรู้ว่าการอภิปรายถึง 18 คนจะอภิปรายอย่างไร หรืออภิปรายเพียง 5 คนแล้วที่เหลือไม่อภิปราย ประชาชนต้องทวงด้วย ถ้าอภิปรายไม่ครบ 18 คนเท่ากับหลอกลวงคนดู ตนจะฟ้องคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะเท่ากับหลอกลวงประชาชน และยืนยันรัฐบาลเคารพการตรวจสอบของระบบรัฐสภา โดยรัฐมนตรีทุกคนจะไปร่วมรับฟังข้อกล่าวหา หากมีอะไรไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็พร้อมตอบโต้เพื่อให้ประชาชนรับทราบ และคิดว่าแต่ละคนสามารถชี้แจงได้ในประเด็นการทำงานที่ไม่ใช่วาทกรรมและข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย แต่เรื่องของเวลาในการอภิปรายเป็นเรื่องที่วิปจะไปตกลงกัน

The post โฆษกรัฐบาลมองญัตติซักฟอก 18 รัฐมนตรี ‘บันเทิงธิปไตย’ ชี้ใช้โวหาร-วาทกรรม-เพ้อเจ้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์น้อมรับปิยบุตรวิจารณ์การเมือง ‘บันเทิงธิปไตย’ มองไม่ได้มุ่งโจมตีรักชนก ย้ำพรรคมีผู้เล่นหลากหลาย https://thestandard.co/natthaphong-piyabutr-rakchanok-criticism/ Tue, 06 Oct 2026 06:24:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1265158 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน

วันนี้ (6 ตุลาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรา […]

The post ณัฐพงษ์น้อมรับปิยบุตรวิจารณ์การเมือง ‘บันเทิงธิปไตย’ มองไม่ได้มุ่งโจมตีรักชนก ย้ำพรรคมีผู้เล่นหลากหลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน

วันนี้ (6 ตุลาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การเมืองในลักษณะ ‘บันเทิงธิปไตย’ โดยระบุว่า พรรคพร้อมรับฟังและนำข้อวิจารณ์มาปรับใช้ พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าข้อความดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยยืนยันว่าพรรคจำเป็นต้องมีความหลากหลายในการสื่อสาร และยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นพรรคมวลชน

 

ยินดีฟังคำวิจารณ์-ชี้พรรคต้องมีผู้เล่นหลากหลาย

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ปิยบุตรสามารถแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์พรรคได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตนเชื่อว่าความคิดเห็นดังกล่าวเป็นประโยชน์ที่พรรคจะนำมาปรับใช้ในส่วนที่อาจยังทำได้ไม่ดีพอ ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นความสวยงามของการมีความฝันร่วมกันในการสร้างพรรคมวลชนที่สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของ แม้ปัจจุบันปิยบุตรจะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว แต่ก็ถือเป็นผู้ร่วมก่อตั้งอุดมการณ์มาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ความเห็นของปิยบุตรจึงยังคงมีคุณค่าและสามารถวิพากษ์วิจารณ์กันได้เสมอ

 

เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีที่มีการเชื่อมโยงเนื้อหาในโพสต์ของปิยบุตร ที่มีการยกประโยคคำถามว่า “สามีทำอาชีพอะไร” ว่าอาจมุ่งเป้าโจมตี รักชนก ศรีนอก ซึ่งเคยพูดประโยคดังกล่าว ณัฐพงษ์มองว่าข้อความของปิยบุตรเป็นเพียงการคอมเมนต์ในภาพรวม ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง

 

ณัฐพงษ์กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า หากมองในมุมของการทำหน้าที่ของพรรคประชาชน พรรคจำเป็นต้องมีบุคลากรทางการเมืองที่มีความหลากหลาย ทั้ง รักชนก ศรีนอก หรือ รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ ที่อาจมีวิธีการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนได้มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าการทำงานการเมืองของพรรคจะมุ่งเน้นเพียงการทำคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว เพราะพรรคยังมีบุคลากรอีกหลายคนที่ทำหน้าที่ในเชิงลึกหรือดูแลเนื้อหาทางวิชาการได้เป็นอย่างดี

 

รูปแบบสื่อสารปรับตามยุคสมัย ไม่กลบหลักการพรรค

 

ส่วนประเด็นที่ว่าการเน้นทำคอนเทนต์อาจจะไปกลบหลักการของพรรคนั้น ณัฐพงษ์ยืนยันว่าไม่เป็นการกลบหลักการ และเชื่อว่าตัวแทนของพรรคทุกคนยังคงยึดมั่นและยืนตรงในหลักการของพรรคประชาชนอย่างแน่นอน

 

นอกจากนี้ กรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า สส. ที่ออกมาสื่อสารบนพื้นที่ออนไลน์มีลักษณะคล้ายอินฟลูเอนเซอร์และอาจทำให้ไม่ต้องรับผิดชอบในแบบนักการเมือง ณัฐพงษ์ให้ความเห็นว่า วิธีการสื่อสารของนักการเมืองจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย พรรคการเมืองควรมีความหลากหลายและมีผู้เล่นในหลายรูปแบบเพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด พร้อมย้ำจุดยืนในช่วงท้ายว่า พรรคประชาชนยังคงเป็นพรรคมวลชนเช่นเดิม

The post ณัฐพงษ์น้อมรับปิยบุตรวิจารณ์การเมือง ‘บันเทิงธิปไตย’ มองไม่ได้มุ่งโจมตีรักชนก ย้ำพรรคมีผู้เล่นหลากหลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยบุตรเตือน 4 ข้อที่พรรคการเมืองต้องไม่เป็น ห่วง ‘นักการเมืองผสมนักแสดง’ เน้นแฉรายวัน-บันเทิงธิปไตย https://thestandard.co/piyabutr-warns-of-four-things-political-parties-must/ Mon, 05 Oct 2026 02:07:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1264265 ภาพ ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กำลังแสดงความคิดเห็น

ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แสดงความคิ […]

The post ปิยบุตรเตือน 4 ข้อที่พรรคการเมืองต้องไม่เป็น ห่วง ‘นักการเมืองผสมนักแสดง’ เน้นแฉรายวัน-บันเทิงธิปไตย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กำลังแสดงความคิดเห็น

ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แสดงความคิดเห็นถึงทิศทางการสร้างพรรคการเมือง โดยระบุถึง 4 ลักษณะที่พรรคต้องหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้ถูกกระแสสังคมและการเมืองยุคใหม่กลืนกินจนสูญเสียเป้าหมายในการเป็นพรรคการเมืองระดับมวลชนที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์

 

ปิยบุตรระบุว่า ความมุ่งหวังตั้งแต่ครั้งร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ จนมาถึงพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในปัจจุบัน คือการสร้างพรรคการเมืองที่กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ เป็นพรรคมวลชนที่มีอุดมการณ์ความคิดชี้นำ และเน้นการทำงานทางความคิดควบคู่ไปกับการเข้าสู่อำนาจ ซึ่งพรรคในลักษณะนี้แทบไม่ปรากฏในประเทศไทยมากนักในอดีต

 

อย่างไรก็ตาม ปิยบุตรมองว่าด้วยสภาพ ‘ตลาดทางการเมือง’ และพฤติกรรมของ ‘ผู้บริโภค’ ในปัจจุบัน อาจเป็นแรงบีบให้พรรคต้องขยับออกจากแนวทางที่ตั้งความหวังไว้ เนื่องจากการสร้างพรรคยุทธศาสตร์หรือพรรคที่ทำงานทางความคิดต้องใช้เวลา เห็นผลช้า และไม่ใช่การทำงานที่หวือหวาเร้าใจ ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์คนในวงกว้างหรือสื่อยุคปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็วเฉพาะหน้า

 

ปิยบุตรมองว่า สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้นักการเมืองที่ผสมผสานการเป็นนักแสดงของพรรค ใช้สื่อสมัยใหม่เพื่อสร้างกระแสความนิยมโดดเด่นขึ้นมาตามความต้องการของตลาด และเมื่อ ‘นักแสดง’ ของพรรคได้รับความนิยมสูง การควบคุมทิศทางพรรคหรือการวิจารณ์ตรวจสอบกันเองภายในก็ทำได้ยากขึ้น เพราะอาจนำมาซึ่งกระแส ‘ทัวร์ลง’ จากมวลชนทางอินเทอร์เน็ต

 

ปิยบุตรประเมินว่าในช่วงที่กระแสกำลังพัดไปในทิศทางดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องเสนอความเห็นทวนกระแส โดยชี้ให้เห็นถึง 4 ลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสร้างพรรคยุทธศาสตร์และพรรคมวลชน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคต้องหลีกเลี่ยง หรือต้องรู้เท่าทันเพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้กลืนกินพรรคจนไม่เหลือสภาพที่ตั้งความหวังไว้ ได้แก่

 

  1. การเมืองแบบบันเทิงธิปไตย (Entertainocracy)
  2. การเมืองล้นเกิน (Hyperpolitics) ซึ่งหมายถึงปรากฏการณ์ที่ทุกเรื่องถูกมองเป็นเรื่องการเมือง ผู้คนมีความตื่นรู้ แต่ปราศจากผลลัพธ์หรือความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม
  3. การเมืองแบบแฉ หรือเปิดโปงรายวัน เน้นประเด็นเฉพาะหน้า โดยปราศจากการนำเสนอภาพสังคมใหม่ในฝัน หรือข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในระยะยาว
  4. การเป็นพรรคดิจิทัล (Digital Party) และมีคณะนำแบบมุ่งเน้นตัวบุคคลหรือผู้นำมากเกินไป (Hyperleadership)

 

ปิยบุตรทิ้งท้ายว่า ลักษณะทั้ง 4 ประการนี้ เป็นแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นกับการเมือง พรรคการเมือง และขบวนการทางสังคมในหลายประเทศทั่วโลก โดยตนจะนำรายละเอียดของผลกระทบและคำอธิบายจากแต่ละประเด็นมาขยายความในโอกาสต่อไป

The post ปิยบุตรเตือน 4 ข้อที่พรรคการเมืองต้องไม่เป็น ห่วง ‘นักการเมืองผสมนักแสดง’ เน้นแฉรายวัน-บันเทิงธิปไตย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิย้อนรอย 1 ปี รัฐบาล MOA ยกเป็นประวัติศาสตร์ครั้งเดียวในรอบศตวรรษ เผยเบื้องหลังดีล ปชน.-ภท. บทเรียนสำคัญการเมืองไทย https://thestandard.co/nattawut-moa-government-deal/ Sun, 06 Sep 2026 09:25:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1251491 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง พร้อมข้อความย้อนรอย 1 ปี รัฐบาล MOA

วานนี้ (5 กันยายน) ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง […]

The post ณัฐวุฒิย้อนรอย 1 ปี รัฐบาล MOA ยกเป็นประวัติศาสตร์ครั้งเดียวในรอบศตวรรษ เผยเบื้องหลังดีล ปชน.-ภท. บทเรียนสำคัญการเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง พร้อมข้อความย้อนรอย 1 ปี รัฐบาล MOA

วานนี้ (5 กันยายน) ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื่องในวาระครบรอบ 1 ปี รัฐบาล MOA ใจความสำคัญระบุว่า ดีลที่พรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคอันดับ 1 (143 เสียง) ยอมยกมือให้พรรคภูมิใจไทย พรรคอันดับ 3 (71 เสียง) จัดตั้งรัฐบาลโดยไม่ขอเข้าร่วมบริหาร ถือเป็นปรากฏการณ์พิศดารทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบ 100 ปี นับตั้งแต่การอภิวัฒน์สยาม 2475 และอาจไม่มีทางเกิดขึ้นอีกตลอดกาล

 

ณัฐวุฒิระบุว่า ตนได้รวบรวมข้อมูลและคำบอกเล่าจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง เรียบเรียงเป็นบันทึกช่วยจำเพื่อประโยชน์ในการศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ข้อสังเกตเรื่องสัมพันธภาพระหว่างพรรคสีส้มกับพรรคสีน้ำเงิน ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่ยื่นอภิปรายนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ทั้งที่มีประเด็นร้อนเรื่องคดีฮั้ว สว. และที่ดินเขากระโดง

 

เค้าลางเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวนอกจอ ขยายความเองว่าพร้อมยกมือให้พรรคการเมืองอื่นเป็นแกนนำรัฐบาลเพื่อผ่าทางตัน จนเปิดทางไปสู่การพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย

 

ในขณะที่ฝั่งพรรคเพื่อไทย ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้ส่งบุตรสาวไปสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ก่อนที่ สส. พรรคเพื่อไทยกลุ่มหนึ่งจะย้ายไปยกมือหนุนรัฐบาล MOA และศักดิ์ดาได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเวลาต่อมา

 

กระทั่งวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง พรรคประชาชนได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ แก่พรรคการเมือง คือ 1. ยุบสภาภายใน 4 เดือน 2. ทำประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดย สสร. จากการเลือกตั้ง และ 3. พรรคประชาชนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป ซึ่งอนุทิน ชาญวีรกูล และแกนนำพรรคภูมิใจไทยได้เดินทางไปเจรจาถึงที่ทำการพรรคประชาชนและตอบรับข้อเสนอทันที

 

แม้ฝั่งพรรคเพื่อไทย นำโดย ภูมิธรรม เวชยชัย จะเดินทางไปเจรจาพร้อมรับข้อเสนอ และยื่นร่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภา ในวันที่ 2 กันยายน รวมถึงมีเสียงเรียกร้องให้รอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 กันยายนก่อน แต่พรรคประชาชนกลับเร่งแถลงข่าวเดินหน้าเซ็น MOA กับพรรคภูมิใจไทยในเช้าวันที่ 3 กันยายน ก่อนจะนำมาสู่การโหวตเลือกอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 กันยายน ด้วยคะแนนเสียงจาก สส. พรรคประชาชนทั้ง 143 คน

 

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 10 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญกลับมีคำวินิจฉัยว่าประชาชนไม่อาจเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ส่งผลให้เงื่อนไขหลักเรื่อง สสร. จากการเลือกตั้งของพรรคประชาชนต้องตกไปทันที

 

นอกจากนี้ ณัฐวุฒิเล่าถึงเบื้องหลังเพิ่มเติมจากคำบอกเล่าของบุคคลต่างๆ ทั้ง ปิยบุตร แสงกนกกุล, กรุณพล เทียนสุวรรณ, ธิษะณา ชุณหะวัณ และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งสะท้อนว่า สส. แกนนำหลักของพรรคประชาชนและคณะก้าวหน้า ต่างเห็นพ้องและสนับสนุนแนวทางการประนีประนอมครั้งใหญ่ (Grand Compromise) ในการส่งพรรคสีน้ำเงินขึ้นเป็นรัฐบาล

 

ณัฐวุฒิทิ้งท้ายด้วยว่า ตนไม่ได้ยึดติดกับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้จำเป็นต้องถูกบันทึกไว้ เพราะผลกระทบจากการตัดสินใจครั้งนั้นยังคงดำเนินอยู่ และเป็นบทเรียนสำคัญที่คนร่วมสมัยรวมถึงคนรุ่นหลังจะต้องศึกษากันต่อไป

 

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1Frh8kx4V9/

 

The post ณัฐวุฒิย้อนรอย 1 ปี รัฐบาล MOA ยกเป็นประวัติศาสตร์ครั้งเดียวในรอบศตวรรษ เผยเบื้องหลังดีล ปชน.-ภท. บทเรียนสำคัญการเมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เรียกร้องพรรคประชาชน-ปิยบุตร รับผิดชอบ เหตุสร้างวาทกรรมก้าวล่วงองคมนตรี กระทบสถาบันฯ เตือนอาจผิด ม.112 https://thestandard.co/senators-people-party-piyabutr-112/ Tue, 26 May 2026 08:06:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1211104 ภาพกราฟิกสรุปข่าว สว. เรียกร้องพรรคประชาชน-ปิยบุตร รับผิดชอบปมก้าวล่วงองคมนตรี เตือนอาจผิด ม.112

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิ […]

The post สว. เรียกร้องพรรคประชาชน-ปิยบุตร รับผิดชอบ เหตุสร้างวาทกรรมก้าวล่วงองคมนตรี กระทบสถาบันฯ เตือนอาจผิด ม.112 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกสรุปข่าว สว. เรียกร้องพรรคประชาชน-ปิยบุตร รับผิดชอบปมก้าวล่วงองคมนตรี เตือนอาจผิด ม.112

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ร่วมกันแถลงจุดยืนแสดงความไม่เห็นด้วยต่อข้อความที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เสนอให้ยกเลิกการแต่งตั้งคณะองคมนตรี สืบเนื่องจากปรากฏภาพการคณะองคมนตรีร่วมประชุมกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญมาตรา 10 ที่พระมหากษัตริย์มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะองคมนตรี และมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ และอ้างถึงมาตรา 11 การเลือก การแต่งตั้ง การให้พ้นจากตำแหน่งเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย และมาตรา 12

 

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ ระบุว่า จากความเห็นของปิยบุตร และกรณีที่พรรคประชาชนโพสต์ข้อความว่า รัฐบาลกำลังกำลังทำการมิบังควรและละเมิดหลักประชาประชาธิปไตย ตลอดจน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้สัมภาษณ์ว่า บุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากจะไม่ควรห้อยโหน หรือดึงฟ้าต่ำแล้ว ต้องใช้อำนาจของตัวเองทุกช่องทางเพื่อดันฟ้าให้สูงขึ้น

 

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษชี้ว่า พฤติกรรมดังกล่าวของพรรคประชาชนและแกนนำ เป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ โดยพยายามสร้างความเข้าใจผิดต่อบทบาทขององคมนตรี มีเจตนา หรือประสงค์ต่อผลที่จะกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

 

โดยเป็นพฤติกรรมเดิมต่อเนื่องตั้งแต่พรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยคดีว่า เป็นการลดสถานะและการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ นำไปสู่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

 

“กรรมาธิการพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา จึงขอเรียกร้องไปยังพรรคประชาชน ให้แสดงความรับผิดชอบ ไม่นำสถาบันมาโจมตี หรือใช้ทางการเมือง ยุยงปลุกปั่นสร้างความเข้าใจผิด และความแตกแยกระหว่างประชาชน และสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ กรรมาธิการฯ จะพิจารณาดำเนินการกับบุคคลดังกล่าวข้างต้น และพรรคประชาชนต่อไป เพื่อปกป้องคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และศูนย์รวมของชาติไทยสืบไป” พล.ต.ต. ฉัตรวรรษกล่าว

 

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษยังเชื่อมโยงถึงข้อความที่ณัฐพงษ์โพสต์รำลึกการครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 ซึ่งระบุว่า ”ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และวุฒิสภา พร้อมที่จะใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลบิดเบือน เพราะประชาชนตรวจสอบ หรือถอดถอนไม่ได้…” นั้น ตนเองในฐานะประธานกรรมาธิการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เห็นว่า มีการเน้นย้ำเรื่องระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศไทย ซึ่งแสดงภายหลังหลังจากที่คณะองคมนตรีร่วมประชุมกับ บกปภ.ช.

 

“หากตีความแล้วคำว่า ‘ระบอบ’ หมายถึงการคงมีอยู่ และการอยู่ต่อไป สีน้ำเงินคือ สีแถบธงชาติไทย ซึ่งประชาชนโดยทั่วไปทราบอย่างดีว่า หมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ และการกล่าวว่า กินรวบประเทศไทยหมายถึงพฤติกรรมการผูกขาด หรือการใช้โอกาสเอามาเป็นผลประโยชน์ของตนทั้งการเมือง และเศรษฐกิจ เข้าใจได้ว่า เป็นความพยายามสร้างวาทกรรม พยายามทำให้สถาบันฯ ดูสั่นคลอนในสายประชาชนใช่หรือไม่”

 

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษชี้ว่า การกระทำนี้เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์ตามปกติ แต่เป็นการโยงสี โยงบุคคลรอบสถาบันฯ แบบมีนัยยะซ่อนเร้นในลักษณะ ‘ตีวัวกระทบคราด’ เพื่อเลี่ยงกฎหมาย เป็นความพยายามใช้วาทกรรมในการลดความเชื่อมั่นจากประชาชนต่อเสาหลักของบ้านเมือง

 

โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจผิดต่อองคมนตรีว่า มีการเข้าแทรกแซง สั่งการรัฐบาลการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการแสดงความเห็นนำไปสู่การสร้างกระแสสังคมที่วิจารณ์องคมนตรี เพื่อให้ประชาชนไม่ยอมรับองคมนตรีนำไปสู่การเสนอข้อเรียกร้องให้ยกเลิกองคมนตรี เป็นการเสนอที่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการแสดงเจตนาที่ส่งผลกระทบต่อพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน

 

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษได้เรียกร้องให้องค์กรอิสระ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาพฤติกรรมดังกล่าว ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป พร้อมระบุด้วยว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของแกนนำพรรคประชาชน อาจจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดี 44 สส. ที่อยู่ในชั้นศาลฎีกา และศาลฯ ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้ อีกทั้งศาลฯ มีคำสั่งเงื่อนไขข้อห้ามการกระทำซ้ำเอาไว้

The post สว. เรียกร้องพรรคประชาชน-ปิยบุตร รับผิดชอบ เหตุสร้างวาทกรรมก้าวล่วงองคมนตรี กระทบสถาบันฯ เตือนอาจผิด ม.112 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ปิยบุตร ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ เตรียมออกหนังสือ 1 เล่มในปีนี้ https://thestandard.co/piyabutr-independent-prachachon-book/ Tue, 03 Mar 2026 05:15:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1183776 ภาพ ปิยบุตร แสงกนกกุล ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ

วานนี้ (2 มีนาคม) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ปิยบุตร ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ เตรียมออกหนังสือ 1 เล่มในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ปิยบุตร แสงกนกกุล ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ

วานนี้ (2 มีนาคม) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า แสดงความเห็นผ่านเพจส่วนตัว ระบุว่า ภายหลังการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคประชาชน ครั้งสุดท้าย บนเวทีปราศรัยที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือว่าได้จบภารกิจตามที่พรรคมอบหมายอย่างครบถ้วนแล้ว

 

ปิยบุตรระบุว่า หลังวันเลือกตั้ง 13 วัน พรรคประชาชนได้เชิญตนเป็นวิทยากรบรรยายให้กับว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และอดีตผู้สมัครของพรรคทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตนได้ตอบรับคำเชิญและบรรยายเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง โดยเตรียมนำเนื้อหาคำบรรยายดังกล่าวมาเผยแพร่ในรูปแบบลายลักษณ์อักษรผ่านเพจในลำดับต่อไป

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

นอกจากนี้ ปิยบุตรยังระบุว่า ได้เป็นผู้ริเริ่มจัดวงสนทนากลุ่มย่อย เพื่อพูดคุย ปลอบใจ และให้กำลังใจกับผู้สมัครที่ผิดหวังจากผลการเลือกตั้ง รวมถึงแสดงความยินดีกับผู้ที่ประสบความสำเร็จ พร้อมให้ข้อคิดทั้งกับผู้แพ้และผู้ชนะ ตลอดจนขอบคุณทีมงานที่อยู่เบื้องหลังการหาเสียงและการรณรงค์ในหลายพื้นที่

 

“จนถึงตอนนี้ ก็น่าจะชัดเจนว่า ผมปลดเปลื้องพันธะผูกพันกับพรรคประชาชนได้ครบถ้วนตามภารกิจแล้ว”

 

ปิยบุตรระบุ พร้อมประกาศว่าจะกลับมาใช้ความรู้ที่มีในการคิด พูด และเขียนอย่างอิสระ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องหรือกระทำการใดๆ ในนามของพรรคอีกต่อไป

 

สำหรับแผนงานต่อจากนี้ ปิยบุตรเปิดเผยว่า ยังมีงานเขียนที่ค้างอยู่หลายชิ้น อาทิ กำเนิดพรรคอนาคตใหม่, ทฤษฎีที่นำมาประยุกต์ใช้ในการตั้งพรรค, ทฤษฎีพรรคการเมืองแบบมาร์กซิสต์และแบบซ้าย, รวมคำปราศรัยทางการเมืองและบทวิจารณ์ต่อพรรค, บันทึกการเดินทางศึกษาดูงานในต่างประเทศ รวมถึงคำบรรยายระดับปริญญาโท 2 หัวข้อ ซึ่งเป็นการบรรยายครั้งสุดท้ายก่อนลาออกมาตั้งพรรคการเมือง

 

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเขียนในเพจ คลิปการบรรยาย บทสัมภาษณ์ และผลงานทั้งหมดไว้ในเว็บไซต์ส่วนตัว โดยคาดว่าจะเผยแพร่ได้ภายในหนึ่งเดือน และตั้งเป้าออกหนังสืออย่างน้อย 1 เล่มภายในปีนี้

 

ท้ายที่สุด ปิยบุตรกล่าวอวยพรให้พรรคประชาชนประสบความสำเร็จ พร้อมทิ้งท้ายว่า

 

“แลไปข้างหน้า จนกว่าเราจะพบกันอีก”

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ปิยบุตร ประกาศปลดพันธะพรรคประชาชน กลับมาเขียน-คิด-พูดอย่างอิสระ เตรียมออกหนังสือ 1 เล่มในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สนธิญามองบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งช่วยตรวจสอบที่มาได้ดี มองไม่กระทบหลักการรักษาความลับ https://thestandard.co/sonthiya-supports-barcode-ballot-transparency/ Mon, 16 Feb 2026 06:57:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1178935 สนธิญา สวัสดี ยืนยัน บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ช่วยตรวจสอบได้ ไม่กระทบการรักษาความลับ

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สนธิญามองบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งช่วยตรวจสอบที่มาได้ดี มองไม่กระทบหลักการรักษาความลับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญา สวัสดี ยืนยัน บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ช่วยตรวจสอบได้ ไม่กระทบการรักษาความลับ

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งการเลือกตั้ง (กกต.) สนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐ เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่

 

สนธิญากล่าวว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่การเคลื่อนไหวหรือการชุมนุมต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมยกกรณีคำพิพากษาในอดีตของบุคคลทางการเมือง เช่น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อเตือนผู้ชุมนุมให้ระมัดระวังไม่กระทำการเกินขอบเขตกฎหมาย

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

สำหรับสาระสำคัญของหนังสือร้องเรียน สนธิญาเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน เช่น เหตุไฟฟ้าดับแต่มีพัดลมหมุน ซึ่งถูกระบุว่าเกิดในจังหวัดชลบุรี แต่ข้อเท็จจริงเป็นคนละพื้นที่ รวมถึงกรณีพบเอกสารการเลือกตั้งในกองขยะ โดยขอให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้อง

 

อีกประเด็นคือกรณีภาพการนับคะแนนในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านสื่อโทรทัศน์ ก่อนที่ กกต. จะนำแผ่นกระดานมาติดเพิ่มเติม สนธิญาระบุว่าได้ส่งหลักฐานให้ กกต. พิจารณาแล้ว พร้อมย้ำว่าการตั้งข้อกล่าวหาว่า กกต. จัดการเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม ต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอ

 

ในประเด็นการใช้บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สนธิญาแสดงจุดยืนสนับสนุน โดยเห็นว่าเป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบที่มาของบัตรเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยลับ เนื่องจากกระบวนการเลือกตั้งตั้งแต่การแสดงตน รับบัตร ลงคะแนน และนับคะแนน ล้วนดำเนินการเปิดเผยตามขั้นตอน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การจะนำบัตรจำนวนหลายสิบล้านใบไปสแกนย้อนหลังเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ

 

สนธิญายังมองว่า การจะวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นอำนาจของศาล เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ และ ศาลปกครอง พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาได้ใช้สิทธิฟ้องร้องหลายคดีด้วยตนเอง และเห็นว่าการร้องเรียนใดๆ ควรมีหลักฐานชัดเจน มิฉะนั้นอาจไม่ผ่านการพิจารณา

 

สนธิญายังได้ตั้งคำถามต่อข้อเสนอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งประเทศ โดยชี้ว่ามีหน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 หน่วย และมีผู้มาใช้สิทธิราว 32 ล้านคน จึงควรพิจารณาเป็นรายกรณี ไม่ควรกระทบสิทธิของประชาชนส่วนใหญ่ พร้อมย้ำว่า การมายื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ได้รับผลประโยชน์จากฝ่ายใด และขอให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวด พร้อมเปิดโอกาสให้สังคมได้รับข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : สนธิญามองบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งช่วยตรวจสอบที่มาได้ดี มองไม่กระทบหลักการรักษาความลับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พท.บุกโคราช ขอยกระดับชีวิตลูกหลานย่าโม โชว์ไทม์ไลน์เดินหน้านโยบาย ด้านณัฐวุฒิบอกอนุทินอย่าทำทำเนียบเป็นทำเนียบรับประทาน https://thestandard.co/pheu-thai-korat-yoschanan-nattawut-anutin/ Mon, 26 Jan 2026 13:35:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1169803 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่โคราชและพบปะประชาชนในการหาเสียง

วันนี้ (26 มกราคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : พท.บุกโคราช ขอยกระดับชีวิตลูกหลานย่าโม โชว์ไทม์ไลน์เดินหน้านโยบาย ด้านณัฐวุฒิบอกอนุทินอย่าทำทำเนียบเป็นทำเนียบรับประทาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่โคราชและพบปะประชาชนในการหาเสียง

วันนี้ (26 มกราคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

ทันทีที่ ศ.ดร.ยศชนัน และคณะเดินทางมาถึงได้มีประชาชนมารอให้การต้อนรับ ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน ได้ตำหมากเพื่อถวายท้าวสุรนารีเพื่อขอพร ซึ่งถือเป็นความเชื่อหากย่าโมชอบก็จะบันดาลพรให้สมหวัง จากนั้นศ.ดร.ยศชนันได้เข้าไปผูกผ้าแพร 7 สี ถวายดอกดาวเรือง

 

โดยหลังจากสักการะท้าวสุรนารี มีประชาชน นักเรียน เข้ามาขอถ่ายรูป โดยคุณยายท่านหนึ่งบอกว่า ขอให้เป็นนายกรัฐมนตรี และยังมีประชาชนบางส่วนได้นำหนังสือ ‘Thaksin Shinawatra Theory and thought’ ซึ่งเป็นหนังสือบอกเล่าและสรุปบทเรียนเจาะลึกชีวิตของทักษิณ ชินวัตร มาให้ศ.ดร.ยศชนันเซ็น

 

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน และคณะ ได้เดินทางต่อไปยังตลาดเซฟวัน โคราช เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ทั้ง 16 เขตหาเสียง ซึ่งมีประชาชนบางส่วนได้มอบพวงมาลัยหมี่โคราช น้ำพริก กุนเชียง และของขึ้นชื่ออื่นๆ ให้กับ ศ.ดร.ยศชนัน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่

 

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า โคราชมหานครแห่งเกษตร มหานครแห่งอุตสาหกรรม มหานครแห่งบริการท่องเที่ยวและกีฬา โคราชต้องเป็นเมืองสร้างสรรค์เท่านั้น โคราชเป็นเมืองแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน พรรคเพื่อไทยทำได้พร้อมสานต่อวิสัยทัศน์ชาวโคราช

 

วันนี้เราทําโครงการมาเสนอพี่น้องชาวโคราช สิ่งที่เราจะทำทันที เราพร้อมที่จะช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มรูปแบบ เราจะทําโครงการศึกษาให้มีรถรางวิ่งทั่วโคราช 10 บาทตลอดสาย การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเมืองโคราช ทำอุโมงค์แก้ปัญหารถติด ซึ่งทุกอย่างคิดมาหมดแล้ว ใส่ใจพี่น้องประชาชน ทั้งหมดเราทํามา 2 ปี แล้ว และขอทําต่อได้หรือไม่ ครั้งที่แล้วได้ 12 เขต ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยขอเหมาทั้ง 16 เขตได้หรือไม่

 

นอกจาก ศ.ดร.ยศชนันยังได้เปิดไทม์ไลน์นโยบายที่จะทำทันทีภายใน 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี พร้อมกันนี้พรรคเพื่อไทยยังได้เปิดเพลง ‘อ.เชน’ เป็นครั้งแรก ซึ่งหลังจากนี้ก็จะใช้เพลงนี้ในการรณรงค์หาเสียงของพรรคด้วย

 

ด้าน ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า พรรคเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์กวาด สส. ยกจังหวัดแน่นอน เพราะมีขุนพลระดับรัฐมนตรีและทีมงานพรรคพันธมิตรลงพื้นที่อย่างหนัก พร้อมกล่าวถึงบรรยากาศทางการเมืองว่า การเมืองต้องทำให้สนุก เรื่องบ้านเมืองทำจริงจังได้ แต่อย่าเคร่งเครียดจนโกรธกัน เพราะสุดท้ายประชาชนจะเป็นคนตัดสินตามกติกา

 

​ณัฐวุฒิยังกล่าวโต้ตอบ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี กรณีถูกวิจารณ์ว่าไม่ยอมพูดนโยบายบนเวที โดยเปรียบเทียบทีมเพื่อไทยเหมือนทีมฟุตบอลว่า “พรรคเพื่อไทยแบ่งงานกันทำ ศ.ดร.ยศชนันเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าคอยนำเสนอนโยบาย ส่วนผมเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ มีหน้าที่เก็บประเด็นการเมืองและวิถีประชาธิปไตย ยืนยันว่าฤดูกาลนี้ เพื่อไทยพูดนโยบายชัดเจนที่สุดจนประชาชนจำได้ขึ้นใจมากกว่าพรรคอื่น”

 

​ณัฐวุฒิยังได้วิจารณ์คำประกาศของอนุทินที่ว่าหากเป็นนายกฯ 4 ปี ประชาชนจะไม่มีที่เก็บเงิน โดยตั้งคำถามว่า ตนสงสัยว่าพี่น้องที่จะไม่มีที่เก็บเงินนั้นนามสกุลอะไร อยู่จังหวัดไหนแถวอีสานใต้หรือไม่ พร้อมฝากถึงว่าที่นายกฯ ทุกคนว่า เข้ามาแล้วขอให้ทำเนียบเป็นทำเนียบรัฐบาล อย่าให้เป็นทำเนียบ ‘รับประทาน’

 

“ถ้าท่านอนุทินเป็นนายกฯ จะบอกว่าพอครบ 4 ปีพี่น้องบอกว่าพอแล้วๆ ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นประชาชนบอกว่าพอแล้ว รวยพอแล้ว แต่ผมเคยเห็น คนเคยถูกหวยนายกฯสีส้ม 4 เดือน พรรคพวกรวยจาก MotoGP เคยเห็นว่าคนเป็นนายกฯ 2 เดือน คดีฮั้ว สว. เงียบหายไป เรื่องเขากระโดงก็หายไปเลย” ณัฐวุฒิกล่าว

 

​ณัฐวุฒิยังกล่าวถึงการป้องกันความเสี่ยงของตระกูลดังอย่าง ‘รัตนเศรษฐ์’ ที่ส่งลูกหลานลงสมัครกระจายไปถึง 3 พรรค ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชน ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าพรรคประชาชนยอมรับการเมืองแบบนี้ได้อย่างไร พร้อมทวงถามพรรคประชาชนเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมว่า ทำไมตอนมีอำนาจต่อรองสูงสุดในการเจรจาตั้งรัฐบาลกับอนุทิน ถึงไม่นำเรื่องนี้ไปต่อรองให้สำเร็จ แต่กลับมาโจมตีเพื่อไทยว่าไม่ยอมทำ

 

​ณัฐวุฒิกล่าวปิดท้ายถึงความสัมพันธ์กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ว่า ตนไม่ได้เปลี่ยนสีเสื้อไปเป็นสีเหลือง แต่ต้องทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนในการเลือกตั้ง พร้อมเล่าเบื้องหลังปี 2566 ว่า หลังเลือกตั้งครั้งก่อน ปิยบุตรเคยโทรมาขอโทษที่ซัดเพื่อไทยหนักเพราะกลัวกระแสแลนด์สไลด์ ซึ่งตนจบคือจบ แต่สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าซัดมาอีก ก็จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้ชัดเจน จะไม่ยอมให้เข้าใจผิดฝ่ายเดียวอีกต่อไป

 

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่โคราชและพบปะประชาชนในการหาเสียง 1ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่โคราชและพบปะประชาชนในการหาเสียง 2ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่โคราชและพบปะประชาชนในการหาเสียง 3ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่โคราชและพบปะประชาชนในการหาเสียง 4ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่โคราชและพบปะประชาชนในการหาเสียง 5ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่โคราชและพบปะประชาชนในการหาเสียง 6ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่โคราชและพบปะประชาชนในการหาเสียง 7
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : พท.บุกโคราช ขอยกระดับชีวิตลูกหลานย่าโม โชว์ไทม์ไลน์เดินหน้านโยบาย ด้านณัฐวุฒิบอกอนุทินอย่าทำทำเนียบเป็นทำเนียบรับประทาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ส่ง ‘ณัฐพงษ์’ เป็นนายกฯ ขอคะแนนเสียงมากที่สุด จนไม่มีใครปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงได้ https://thestandard.co/natthaphong-pm-prachachon-rally/ Mon, 26 Jan 2026 01:10:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1169360 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง

วันนี้ (25 มกราคม) ที่ลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ พรรคประชา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ส่ง ‘ณัฐพงษ์’ เป็นนายกฯ ขอคะแนนเสียงมากที่สุด จนไม่มีใครปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง

วันนี้ (25 มกราคม) ที่ลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัย ‘Trust The People เชื่อในประชาชน’ ซึ่งจัดขึ้นในสถานที่เดียวกับเวทีปราศรัยของพรรคก้าวไกล เมื่อช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปี 2566 โดยมีแกนนำของพรรค รวมถึงผู้สมัคร สส. กทม. และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศศรัย โดยมีประชาชนให้ความสนใจรับฟังจนเต็มพื้นที่

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ขึ้นเวทีปราศรัยในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก่อนจะเดินไปร่วมเวทีปราศรัยคู่ขนานที่จังหวัดสมุทรปราการ

 

ตามด้วย พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า โพลออกมาล่าสุด สมุทรปราการ 42% ไม่พอใจ ต้องไปเกิน 50% ขนาดพรรคประชาชนอยู่อันดับหนึ่งในทุกโพล แต่กูรูการเมืองเขาไม่เชื่อว่า พรรคส้มจะได้เป็นรัฐบาล ต่อให้ชนะที่หนึ่งก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล กูรูการเมืองเหล่านี้ ไม่ใช่ไม่แม่น แต่เขาเชื่อว่า เงิน อำนาจรัฐ กลไกเก่า มีอำนาจที่จะขัดขวางการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ แต่พวกเราไม่ได้เชื่อแบบนั้น

 

ตั้งเป้าชนะทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 ใครก็ขวางตั้งรัฐบาลไม่ได้

 

ด้าน รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ปราศรัยย้อนถึงสมัยพรรคก้าวไกลที่ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นโอกาสเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ที่หายไปกับโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล พวกเขาขโมยโอกาสนี้ไปจากพวกเรา ทำให้ประชาชนแตกออกเป็นหลายฝ่าย และทะเลาะกันเอง ทำให้เชื่อว่า ใครที่ก้าวขึ้นมาแล้วเป็นความหวังจะโดนทุบทำลาย และไม่มีวันจัดตั้งรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนได้สำเร็จ

 

“เชื่อว่าคนที่อยู่ตรงนี้เลือกเราแน่นอนไม่ลังเล แต่ภารกิจที่ทุกคนต้องช่วยกันในวันนี้ คือการกลับไปบอกเล่านโยบาย และแก้ไขความเข้าใจที่ผิด ซึ่งสายลมของการเปลี่ยนแปลง คือทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ และรับชมอยู่ในตอนนี้” รักชนกกล่าว

 

จากนั้น ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ปราศรัยว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นวันสำคัญที่จะกำหนดระหว่างรัฐบาลแบบเดิมๆ หรือจะเป็นรัฐบาลแบบใหม่ๆ ขอให้คะแนนเสียงไปให้ถึง สส. 200-250 คน คะแนนรวมทั้งประเทศ 20 ล้านเสียง คราวนี้ไม่มีใครขวางการตั้งรัฐบาลประชาชนได้ เป็นอันดับ 1 ไม่พอ ต้องไปให้ไกลที่สุด ต้องทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 เป็น 50-60 ที่นั่ง ถ้าประชาชนแสดงพลังแบบนี้ พรรคอันดับที่ 2-5 จะเกิดยางอายขึ้นทันที นั่งเฉยๆ ไม่ต้องขยับ รอพรรคประชาชนไปชวนเองจะเอาใครมาร่วมรัฐบาล

 

“ถ้าประชาชนเจ้าของประเทศมากกว่า 20 ล้านคน เกินครึ่งประเทศ บอกว่าออกใบอนุญาตให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลแล้ว จะไม่มีใครหน้าไหนขวางใบอนุญาตนี้ได้ ไม่ต้องไปหาใบอนุญาตที่ 2 จะมาเพิกถอนใบอนุญาตของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศไม่ได้” ปิยบุตรกล่าว

 

สัญญานายกฯ คนนี้จะจัดการคนโกง ยืนยันพวกเราหวังดีต่อประเทศ

 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน พวกเราหนักแน่น และพิสูจน์แล้วว่าพวกเราเอาจริง กล่าวว่า หัวหน้าพรรคของเราทำงานตรวจสอบจนคนเป็นรัฐมนตรีต้องอุทานว่า “เดี๋ยวเท้งเอาตาย” นี่คือสิ่งที่ทำให้เขากลัวพวกเรา เขากลัวว่าระเบียบแบบแผนปัจจุบันที่อนุญาตให้พวกเขาเสวยสุขบนความทุกข์ยากของประชาชนจะจบลง พวกเขากลัวว่ายุคสมัยที่พวกเขาทำผิดอะไรก็ไม่ต้องรับผิด จะทุจริตคอร์รัปชันอย่างไรก็ได้ จึงพยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้ประชาชนคิดฝันถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ

 

“นี่คือความภูมิใจสูงสุดในการทำงานการเมืองของผม ผมตั้งพรรคอนาคตใหม่ในปี 2561 วันนี้ปี 2569 พอดี 8 ปีแห่งการเดินทางของผม สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุด ไม่ใช่ความนิยมที่ทุกท่านมอบให้กับผม ไม่ใช่เพราะพรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจมากที่สุดคือ การที่ผมได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างทีมนี้ เพื่อส่งมอบให้กับทุกท่าน” ธนาธรกล่าว

 

ท้ายสุด ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ปราศรัยว่า ไหนใครบอกว่าประเทศนี้มาได้ไกลเท่านี้ ตนเองไม่เชื่อเลย การเปลี่ยนแปลงอยู่ตรงหน้าของพวกคุณ ใกล้มือเรามากที่สุด จับต้องได้มากที่สุด สัมผัสได้มากที่สุด ตราบใดที่เรายังเชื่อในคําว่าประชาชน ทุกอย่างที่เป็นไปไม่ได้ จะเป็นไปได้เสมอ หมดเวลาแล้วที่จะมาคุยการเมืองในอดีต วันนี้ขอชวนทุกท่านมาคิดถึงการเมืองแห่งอนาคตไปด้วยกัน

 

ณัฐพงษ์ระบุว่า ประวัติศาสตร์หน้าต่อไปของตนเอง ไม่ได้เริ่มจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลังจากที่พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง และได้เป็นรัฐบาล แต่ประวัติศาสตร์หน้าต่อไป เริ่มต้นวันนี้ ที่สามย่านมิดทาวน์ คือประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทย จะมีประชาธิปไตย ไม่มีเผด็จการมาครอบงําอีก มีความมั่นคง เพราะประชาชนในประเทศนี้ ไม่ว่าใครจะเกิดมารวยหรือจน ทุกคนต้องเกิดมาดี โตดี การศึกษาดี และจากไปยังมีศักดิ์ศรี นี่คือคําว่าคนเท่ากัน ที่ฝังอยู่ในก้นของหัวใจที่ลึกที่สุดของพรรคนี้

 

“หน้าที่ของพวกเราทุกคนในวันนี้ เดินหน้าเข้าสู่คูหา ไม่ใช่การมาบอกว่าพรรคนี้ล้มล้าง สร้างการเปลี่ยนแปลงแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ผมยืนยันว่าไม่ใช่ พวกเราที่นั่งอยู่ในลานแห่งนี้ และตัวผมเอง มีความเชื่อมั่นอย่างบริสุทธิ์ใจ ด้วยความหวังดี ความปรารถนาดีต่อประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันขีดเขียนประเทศที่อยากเห็นด้วยกัน อย่าทําให้พวกเขาปฏิเสธเราได้อีก” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ช่วงท้ายการปราศรัย ณัฐพงษ์กล่าวคำมั่นสัญญาว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้ สส. พรรคนี้ เข้าไปทำหน้าที่ จะทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ถ้าเจอใครที่โกงกิน ทุจริตคอร์รัปชัน นายกรัฐมนตรีคนนี้จะเข้าไปจัดการ

 

“ขอส่งต่อความปรารถนาดี และความหวังดี ที่พวกเราตั้งใจเข้ามาทํางานการเมือง วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ช่วยกันเป็นพลังแทนพวกผม ช่วยกันเป็นหัวคะแนนธรรมชาติแทนพวกเรา ช่วยกันไปบอกต่อ ส่งเสียงกันออกไปดังๆ วางการเมืองแห่งอดีต แล้วกาไปสู่อนาคตด้วยกัน ร่วมกันตั้งรัฐบาลประชาชน สร้างอนาคตให้กับลูกหลาน ให้ประเทศไทยก้าวหน้า และก้าวไกลกว่าเดิม ไปพร้อมๆ กัน” ณัฐพงษ์ทิ้งท้าย

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 1ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 2ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 3ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 4ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 5ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 6ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 7ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 8ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 9ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 10ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 11ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 12ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 13ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 14ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 15ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 16ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 17ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีใหญ่ที่สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแกนนำและประชาชนร่วมฟัง 18
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน ส่ง ‘ณัฐพงษ์’ เป็นนายกฯ ขอคะแนนเสียงมากที่สุด จนไม่มีใครปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : พิธากลับขึ้นเวทีปราศรัย ปลุกประชาชนเลือก ‘นายกฯ เท้ง’ ยาว 2 สมัย จนแกนนำอนาคตใหม่-ก้าวไกล กลับมากันครบ https://thestandard.co/pita-returns-speech-peoples-party/ Mon, 26 Jan 2026 00:45:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1169300 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์

วันนี้ (25 มกราคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก […]

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธากลับขึ้นเวทีปราศรัย ปลุกประชาชนเลือก ‘นายกฯ เท้ง’ ยาว 2 สมัย จนแกนนำอนาคตใหม่-ก้าวไกล กลับมากันครบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์

วันนี้ (25 มกราคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีปราศรัย ‘เชื่อในประชาชน Trust The People’ ของพรรคประชาชน ที่หน้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยเริ่มปราศรัยว่า กลับมาแล้วเพราะเหตุผลเดียว คือการชักชวน ประชาชนมาเลือกพรรคประชาชน ส่ง ‘นายกฯ เท้ง’ เข้าทำเนียบรัฐบาล แม้วันนี้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไป แต่ตัดความคิดถึงที่มีต่อประชาชนไม่ได้

 

พิธากล่าวว่า ครั้งที่แล้วประชาชนกว่า 40% เทคะแนนให้กับ พรรคก้าวไกล 14 ล้านเสียง มาเป็นอันดับ 1 แต่ไม่ยอมให้บริหารเพื่อประชาชน เพราะฉะนั้นครั้งนี้ต้องไม่ยอมอีกต่อไป และวิธีการเดียว พี่จะทำแบบนั้นได้ต้อง ชนะให้เยอะ ชนะให้ยิ่งใหญ่ และชนะให้ยาวกว่าเดิม

 

“ชนะให้เยอะคือ ต้องชนะให้พรรคอันดับ 2 ไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เลือกพรรคประชาชนให้ขาด ให้มันไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง และต้องชนะอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ให้สมศักดิ์ศรี ชนะครั้งนี้ต้องชนะกันแบบยาวๆ ยาวขนาดนายกฯ เท้งสมัยแรก เอาพี่ชายสุดที่รักของผม 2 คน ธนาธร ปิยบุตร อนาคตใหม่ กลับมาให้หมด เอานายกฯ เท้ง 2 สมัย พิธา ชัยธวัช ก้าวไกล กลับมาพอดี ชนะให้ยาวจนลูกสาวผมกลับมาเลือกผมได้” พิธาระบุ

 

พิธาย้ำว่า คนอย่างตนเอง อยู่เป็น เย็นพอ รอได้ ตอนนี้โลกคือเวทีของตน ไม่ใช่ที่นี่ ปล่อยให้นายกฯ เท้ง 2 สมัย เต็มๆ ไปเลย งานยากนี้ต้องให้น้องชายเป็นคนทำ ส่วนอีก 8 ปีที่จะเพิ่มมาอีก 8 ล้านเสียง นั่นเป็นงานง่าย เดี๋ยวตนจะทำเอง พร้อมตั้งคำถามว่า ไม่รู้จะมีการเหนี่ยวรั้งอนาคตไว้ทำไม เพราะ 10 ปีก็แป๊บเดียว เดี๋ยว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำพรรคอนาคตใหม่กลับมา และสมัยที่ 2 ของนายกฯ เท้ง พิธา และ ชัยธวัช ตุลาธน แกนนำพรรคก้าวไกลกลับมาครบแน่นอน

 

พิธายังกล่าวว่า ประชาชนกว่า 25% ของจำนวน 50 ล้านคนในประเทศ จะไม่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ จึงอยากสื่อสารไปว่า เข้าใจดีว่า การใช้สิทธิใช้เสียงมีต้นทุน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญกว่าครั้งไหน เพราะไม่มี สว.แล้ว ซึ่งคน 25% เท่ากับ 12 ล้านคน ที่ไม่เคยเลือกตั้งครั้งไหนมาก่อน แต่ครั้งนี้ควรจะเป็นครั้งแรก

 

ทั้งนี้ อีกกลุ่มที่อยากจะสื่อสารด้วยคือคน 10-25% ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์ ขอให้คิดดูดีๆ ว่ามีพรรคการเมืองไหน ไม่มีนักการเมืองพรรคไหนสมบูรณ์แบบคนบทุกอย่าง แต่ขอให้คิดว่าใครจะตื่นเช้า เพื่อสู้ให้กับประชาชน เหมือน รังสิมันต์ โรม, รักชนก ศรีนอก หากยังตัดสินใจไม่ได้ ขอให้เลือกพรรคประชาชน

 

พิธาทิ้งท้ายว่า ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่เป็นกลุ่มที่จะใช้สิทธิใช้เสียงเป็นครั้งแรกอีก 2.4 ล้านคน ขออย่าเพิ่งหมดหวังกับประเทศไทย ผิดหวังได้ แต่อย่าหมดหวังเด็ดขาด ซึ่งกลุ่มคนทั้งหมดนี้หากออกมาใช้สิทธิ เราชนะแน่นอน วันนี้จะเป็นการเมืองแบบเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน แล้ว เพราะฉะนั้นเรามาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนไปด้วยกัน

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 1พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 2พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 3พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 4พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 5พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 6พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 7พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 8พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 9พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 10พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 11พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 12พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 13พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 14พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 15พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 16พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 17พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 18พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 19พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปราศรัยบนเวที 'เชื่อในประชาชน Trust The People' ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ 20
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : พิธากลับขึ้นเวทีปราศรัย ปลุกประชาชนเลือก ‘นายกฯ เท้ง’ ยาว 2 สมัย จนแกนนำอนาคตใหม่-ก้าวไกล กลับมากันครบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ปชน. บุกเมืองนนท์ วิโรจน์ปราศรัยเดือดชี้ พท. ตระบัดสัตย์ดีลลับลุง บอก ‘โนบิตะ’ นิสัยขี้เกียจ ทำเพื่อนพังพินาศไม่เคยสำนึก https://thestandard.co/wiroj-criticizes-pheu-thai-nonthaburi/ Sun, 25 Jan 2026 02:41:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1169038 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีหาเสียงที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมแกนนำพรรค

​วันนี้ (24 มกราคม) แกนนำพรรคประชาชน หาเสียงปราศรัยใหญ่ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ปชน. บุกเมืองนนท์ วิโรจน์ปราศรัยเดือดชี้ พท. ตระบัดสัตย์ดีลลับลุง บอก ‘โนบิตะ’ นิสัยขี้เกียจ ทำเพื่อนพังพินาศไม่เคยสำนึก appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีหาเสียงที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมแกนนำพรรค

​วันนี้ (24 มกราคม) แกนนำพรรคประชาชน หาเสียงปราศรัยใหญ่จังหวัดนนทบุรี นำโดย วีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรค, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค, พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค และปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียง ช่วยผู้สมัคร สส. 8 เขต ของพรรคหาเสียง ที่ตลาดสมบัติบุรี

 

พริษฐ์กล่าวเปิดเวทีปราศรัยย้ำว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ คือโอกาสเปลี่ยนประเทศ พร้อมชูนโยบายแก้ 3 ปัญหาหลักที่คนนนท์ไม่ทน คือ รัฐราชการรวมศูนย์, น้ำท่วมซ้ำซาก และการขจัดคอร์รัปชัน

 

ทั้งนี้ ตนมองว่าศัตรูอันดับหนึ่งคือ ความเป็นไปไม่ได้ ที่นักวิเคราะห์พยายามกรอกหูว่าชนะที่ 1 ก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ จึงขอเชิญชวนประชาชนเลือกอนาคต กา 2 ใบให้พรรคประชาชนเพื่อทำสิ่งที่เขาบอกว่าทำไม่ได้ ให้เป็นไปได้จริง

 

​

 

ด้าน วิโรจน์ ปราศรัยตอบโต้แกนนำพรรคเพื่อไทยอย่างเผ็ดร้อน โดยเปรียบเทียบถึงตัวละคร ‘โนบิตะ’ ว่านิสัยที่แท้จริงคือขี้เกียจและชอบดีลเอาของวิเศษหรืออภิสิทธิ์ ซึ่ง ‘โดเรม่อน’ ของโนบิตะในชีวิตจริงไม่ใช่ประชาชน แต่คือลุงที่รัฐประหารมาไปดีลขอเอกสิทธิ์ จนทำบ้านเมืองชิบหายบรรลัย และจุดจบของโนบิตะทุกตอนคือทำเพื่อนพังพินาศแต่ไม่เคยสำนึก

 

​

 

วิโรจน์ยังกล่าวถึงกรณีตระบัดสัตย์ไปรวมกับกลุ่มอำนาจเดิมว่า ยิ่งกว่าคำว่าหน้าด้าน โดยเฉพาะการที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย อ้างว่าเป็นเพียงเทคนิคหาเสียง ส่วนตัวมองว่า พรรคประชาชนอาจมีข้อบกพร่องแต่เรากล้ายอมรับและขอโทษประชาชนเสมอ ต่างจากอีกฝ่ายที่ทำร้ายจิตใจมวลชนแล้วยังไม่ส่องกระจกดูตัวเอง พร้อมตั้งคำถามถึง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ว่าที่บอกพรรคประชาชนเดินตามลุง แท้จริงแล้วคือใครกันแน่ที่เดินตามลุง ไปอยู่อีกพรรคเมื่อวันที่มีอำนาจ และคลานกลับมาเมื่อลุงหมดอำนาจ

 

​

 

วิโรจน์ยังกล่าวถึงประเด็นความสัมพันธ์ต่างแดนของหัวหน้าพรรคฝ่ายตรงข้าม โดยระบุว่า อย่าเที่ยวว่าคนอื่นสีเทา ในเมื่อหัวหน้าของตนเองไปนอนเตียงสีชมพูบ้านฮุนเซน มีธุรกิจในกัมพูชา และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเครือข่ายที่น่าสงสัย ส่วนกรณีของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แค่นิเดชนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นั้น ตนมองว่าความผิดคนอื่นมองเห็นเท่าขุนเขา ความผิดตัวเราบางเบาเท่าเส้นขน เพราะต้นตอความวุ่นวายเกิดจากการโทรหาอังเคิล เพื่อขอของวิเศษนั่นเอง

 

​

 

วิโรจน์ยังปราศรัยทิ้งท้ายด้วยความอัดอั้นกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า ‘น้ำส้มเข้าตา’ ประชาชนในการเลือกตั้งปี 66 โดยระบุว่า นี่คือคำพูดที่ดูถูกมวลชนอย่างรุนแรง เพราะสิ่งที่เข้าตาประชาชนคือ ความจริงใจ พร้อมเตือนสติว่าอย่าลืมวีรชนและเหตุการณ์ล้อมปราบในอดีต วันนี้พรรคเพื่อไทยกลับเสนอให้ย้ายคดีจากศาลยุติธรรมไปศาลทหาร ซึ่งเป็นการสยบยอมต่ออำนาจนิติสงครามและพาประชาชนเข้าเขาวงกตเพื่อรักษาอำนาจตัวเอง

 

​

 

ขณะที่ ปิยบุตร กล่าวเสริมว่า ตลอด 8 ปีบนเส้นทางสีส้ม เราถูกดูถูกมาตลอด วันนี้ถูกกล่าวหาว่าเอา 14 ล้านเสียงไปหนุนอนุรักษ์นิยม ทั้งที่ความเป็นจริงฝ่ายที่ไปร่วมรัฐบาล กินมิ้นท์ช็อก และแบ่งเค้กกระทรวงเกรดเอคือใคร เมื่อมีอำนาจกลับคิดถึงแต่เรื่องครอบครัวและตัวเอง ทิ้งเรื่องของประชาชนที่สู้ร่วมกันมาไว้ทีหลัง รวมทั้งประชามติและการแก้รัฐธรรมนูญ

 

​

 

ปิยบุตร ย้ำอีกว่า การเมืองไทยต้องเปลี่ยน ไม่สามารถใช้คนกลุ่มเดิมที่วนเวียนเป็นรัฐมนตรีทุกสมัยมาทำงานได้ เพราะคนเหล่านั้นแบ่งงานตามโควต้าไม่ใช่ตามวาระประชาชน ส่วนคำขู่ที่ว่าชนะไปก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลเพราะมีกับดักนั้น ตนขอท้าทายให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้ถล่มทลายกว่าเดิม

 

“เอาให้ถึง 20 ล้านเสียง สส. ทะลุ 250 คน เกินครึ่งสภา”เมื่อประชาชนออกใบอนุญาตให้แล้ว ใครก็ขวางพรรคประชาชนไม่ได้” ปิยบุตรกล่าว

 

​

 

ส่วน วีรยุทธขึ้นกล่าวปิดท้ายการปราศรัยโดยย้ำว่า การเมืองเป็นเรื่องของการรวมพลังไปสู่สิ่งที่ดีกว่า รอบนี้บ้านใหญ่หลายบ้านก็รู้กันว่าจะแพ้พรรคประชาชน เลยรวมกันฮั้วกัน จ้างพรีเซนเตอร์ รีแบรนด์ใหม่ แต่หลังบ้านยังหากินกันแบบเดิม ขออย่าโดนหลอกโดยพรีเซนเตอร์ที่มาหลอกบังหน้า ประตูไปสู่ความเจริญอยู่ข้างหน้า แต่มีคนมายืนเต้นขวางอยู่ข้างหน้า ที่ตนเรียกอาชีพคนกลุ่มนี้ว่า คณะกรรมการผู้คอยเปลี่ยนการเมืองให้เป็นความหวาดกลัว ชื่อย่อ ‘คคค.’ เรียงหน้ามาบอกอย่าเลือกส้มเป็นไปไม่ได้ เราสู้กับ 3 ป.ไปแล้ว ตอนนี้ต้องมาสู้กับ 3ค. ฉุดเราไว้กับการเมืองแห่งความหวาดกลัว นี่คือปลายทางของระบบอุปถัมภ์ ที่พาประเทศไทยมาได้แค่นี้

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีหาเสียงที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมแกนนำพรรค 1วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีหาเสียงที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมแกนนำพรรค 2วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีหาเสียงที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมแกนนำพรรค 3วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยบนเวทีหาเสียงที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมแกนนำพรรค 4
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ปชน. บุกเมืองนนท์ วิโรจน์ปราศรัยเดือดชี้ พท. ตระบัดสัตย์ดีลลับลุง บอก ‘โนบิตะ’ นิสัยขี้เกียจ ทำเพื่อนพังพินาศไม่เคยสำนึก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยบุตรชี้รัฐสภาจำกัดอำนาจตนเอง ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการทำประชามติ เงื่อนไขนี้ทำการร่างฉบับใหม่ไม่ใช่ของแท้ https://thestandard.co/piyabutr-constitutional-court-referendum/ Wed, 10 Sep 2025 12:25:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1117977

วันนี้ (10 กันยายน) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวห […]

The post ปิยบุตรชี้รัฐสภาจำกัดอำนาจตนเอง ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการทำประชามติ เงื่อนไขนี้ทำการร่างฉบับใหม่ไม่ใช่ของแท้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 กันยายน) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียแสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่ารัฐสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เองได้ และต้องทำประชามติ 3 ครั้ง

 

ปิยบุตรระบุว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ เสมือนเป็นการประกาศว่า ศาลรัฐธรรมนูญคือ ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเสียเอง

 

​ปิยบุตรตั้งคำถามถึงบทบาทของสมาชิกรัฐสภาในฐานะผู้มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ว่าเหตุใดจึงต้องส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ซึ่งเท่ากับเป็นการ “ยื่นดาบ” ให้ศาลรัฐธรรมนูญ

 

​อย่างไรก็ตาม ปิยบุตรย้ำว่า ท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนยังคงเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญโดยธรรมชาติ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่าประชาชนจะสามารถรวมพลังเพื่อสำแดงอำนาจนี้ได้อย่างไร

 

​นอกจากนี้ ปิยบุตรยังวิเคราะห์ถึงความพยายามจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในรัฐสภา โดยมองว่าถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขหลายประการ ทั้งเงื่อนไขตามบทบัญญัติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ, เงื่อนไขที่ศาลรัฐธรรมนูญวางไว้

 

ปิยบุตรชี้ว่า เงื่อนไขที่รัฐสภาจำกัดอำนาจตนเอง ​ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (หากเกิดขึ้นจริง) จะไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยแท้ แต่จะเป็นเพียง ‘รัฐธรรมนูญส่วนต่อขยายหรือส่วนแก้ไข’ ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ 2560 เท่านั้น

 

“แล้วรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของแท้จะเกิดขึ้นเมื่อไร คำตอบอยู่ในสายลม” ปิยบุตรกล่าว

 

ปิยบุตรยังตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเปลี่ยนผ่านจากรัฐธรรมนูญ 2534 ไป 2540 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534 ตอนปี 2539 กำหนดให้มี สสร. มาทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งต่อมา คือ รัฐธรรมนูญ 2540

 

“ตอนนั้น ทำกันได้สบาย ไม่มีปัญหาอะไร ทำไมตอนนี้ จะเปลี่ยนผ่านจากรัฐธรรมนูญ 2560 ไปเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถึงได้ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน”

 

ปิยบุตรระบุว่า สมัยปี 2539 ไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ มากำหนดเงื่อนไขไว้มากมาย และไม่มีสมาชิกรัฐสภาที่หมั่นจำกัดอำนาจตนเอง เอะอะมีอะไรๆ ก็ร้องถามศาลรัฐธรรมนูญแบบปัจจุบัน

The post ปิยบุตรชี้รัฐสภาจำกัดอำนาจตนเอง ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการทำประชามติ เงื่อนไขนี้ทำการร่างฉบับใหม่ไม่ใช่ของแท้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภาพิจารณากฎหมายยกเลิกคำสั่ง คสช. วาระ 2-3 กมธ. ชี้เป็นนิมิตหมายทุกฝ่ายร่วมมือกัน ใช้เวลากว่า 10 ปี มีสภาแล้ว 2 ชุด https://thestandard.co/repeal-ncpo/ Wed, 23 Jul 2025 08:40:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1098874 repeal-ncpo

วันนี้ (23 กรกฎาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ […]

The post สภาพิจารณากฎหมายยกเลิกคำสั่ง คสช. วาระ 2-3 กมธ. ชี้เป็นนิมิตหมายทุกฝ่ายร่วมมือกัน ใช้เวลากว่า 10 ปี มีสภาแล้ว 2 ชุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
repeal-ncpo

วันนี้ (23 กรกฎาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมดความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. …. ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

 

เป็นประวัติศาสตร์ ทุกฝ่ายร่วมมือกันผลักดันการยกเลิกคำสั่ง คสช.

 

จาตุรนต์ ฉายแสง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฯ รายงานผลการประชุมว่า ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ. 5 ฉบับ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นเพื่อพิจารณาโดยกำหนดญัตติภายใน 15 วันโดยให้ถือเอาร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นหลัก ได้พิจารณาเสร็จแล้วและคณะกรรมการวิสามัญยกเลิกประกาศหัวหน้า คสช. และ คสช. รวมทั้งสิ้น 77 ฉบับ ได้ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. รวม 55 ฉบับ ประกอบด้วยคำสั่งที่ไม่มีบทบัญญัติรองรับ 48 ฉบับ มีบทบัญญัติรองรับ 7 ฉบับ 

 

สำหรับคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ยังคงมี 22 ฉบับ มีเหตุผลคือ 1.คำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ต้องแก้ไขกฎหมายก่อนยกเลิก หากยกเลิกจะผิดกฎหมาย 9 ฉบับ 2.คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่หน่วยงานร้องขอให้คงไว้ เพื่อแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน 3 ฉบับ 3.คำสั่ง คสช. เนื่องจากหน่วยงานหรือสมาชิก สส. อยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎหมาย 3 ฉบับ 4.คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่หน่วยงานร้องขอให้คงไว้หากยกเลิกจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินการของหน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชนชน ประชาชน และต่อการดำเนินคดีหรือต่อสู้คดีในชั้นศาลหรือคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ 7 ฉบับ 

 

จาตุรนต์กล่าวว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดำเนินการร่างกฎหมาย ที่สภาฯ ได้ลงมติรับหลักการ 5 ฉบับ มาพิจารณาร่วมกัน และรับฟังความเห็นจาก สส. หน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อให้ร่างนี้ครอบคลุมข้อเท็จจริงและเหตุผล 

 

จาตุรนต์ระบุด้วยว่า คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และวาระที่ 3 มีความหมายต่อหลักการและระบอบประชาธิปไตย เป็นการตอกย้ำว่า อำนาจในการออกกฏหมายพึงเป็นของประชาชน การออกประกาศคำสั่งสามารถทำได้โดยง่าย แต่ยกเลิกหรือแก้ไขยากลำบาก แต่การทำงานจนสำเร็จลุล่วงได้รับความร่วมมือจากคณะรัฐมนตรี และพรรคการเมืองต่างๆ ในการเสนอกฎหมาย ส่วนการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ พรรคการเมืองทุกพรรค

 

ชี้รัฐประหารออกกฎหมายได้รวดเร็ว แต่ยกเลิกใช้เวลาเป็น 10 ปี

 

ด้าน ปิยบุตร แสงกนกกุล ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ คนที่ 1 อภิปรายว่า การพิจารณาร่างกฎหมายนี้ เป็นเครื่องหมายหนึ่งของความร่วมมือร่วมใจกันของพรรคการเมืองทุกพรรค ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. 

 

ปิยบุตรกล่าวว่า วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นวันที่คณะบุคคลที่เรียกว่า คสช. ได้ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มรัฐบาล และตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ขึ้น เรื่อยมาจนมิถุนายน 2562 เป็นเวลาเกือบ 5 ปี คสช. ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ในการออกบรรดาประกาศคำสั่งจำนวนมาก รวมแล้ว 565 ฉบับ ที่ละเมิดต่อหลักสิทธิเสรีภาพ เรียกนักการเมือง นักเคลื่อนไหว ไปรายงานตัว สมาชิกในสภาแห่งนี้ก็ตกเป็นผู้เดือดร้อนจากคำสั่งเหล่านี้เช่นเดียวกัน ตลอดจนคำสั่งห้ามชุมนุมที่เพื่อนสมาชิก และอีกหลายท่าน ถูกดำเนินคดีจากคำสั่งนี้

 

ปิยบุตรกล่าวต่อไปว่า นอกจากจำนวนฉบับที่ครอบคลุมไปทุกเรื่องแล้ว เราจะเห็นได้ว่า ช่วงเวลาแห่งการรัฐประหารและใช้มาตรา 44 ไม่ได้กระทบเพียงเรื่องการเมืองแต่รวมไปถึงเรื่องเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมด้วย หลังการเลือกตั้งครั้งแรกภายในรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อปี 2562 สภาฯ ชุดนั้นพยายามผลักดันร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ตนเองมีโอกาสเป็น สส. อยู่ก็ได้เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบต่างๆ ของคำสั่งและประกาศ คสช. แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ผ่าน

 

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีร่างอีก 2 ฉบับเข้ามาในนามของพรรคอนาคตใหม่ และของประชาชนที่รวมรายชื่อเสนอเข้ามา แต่สภาฯ ชุดที่แล้วไม่ให้ผ่าน มาจนถึงสภาฯ ชุดนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีเพราะร่าง พ.ร.บ. มีทั้งร่างของคณะรัฐมนตรี ของ สส. รัฐบาล และ สส. ฝ่ายค้าน ในชั้นการทำงานของกรรมาธิการก็ได้รับความร่วมมือร่วมใจอย่างดียิ่ง จากทุกฝ่าย ตลอดจนข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังใช้เวลาการประชุมกรรมการชุดนี้เกือบ 1 ปี จึงได้รายงานฉบับนี้ออกมาในวาระที่ 2 และ 3

 

“ผมทราบดีว่า หากทุกท่านยึดหลักประชาธิปไตยและนิติธรรม เราก็คงเห็นว่า ประกาศและคำสั่ง คสช. ที่มาจากการยึดอำนาจตามมาตรา 44 ไม่ได้ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติที่ถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยและนิติธรรมแล้ว ก็สมควรที่จะถูกยกเลิกไปทั้งหมด” ปิยบุตรกล่าว

 

ปิยบุตรระบุว่า แต่เนื่องจากประกาศเหล่านี้ถูกก่อตั้งและบังคับใช้ขึ้นในระบบกฎหมาย และมีบุคคลผู้สุจริตจำนวนมากได้รับสิทธิประโยชน์ไปแล้ว ทำให้การยกเลิกของพวกเราหลายครั้งต้องมีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิประโยชน์ที่ผู้สุจริตได้รับไป แม้ว่าที่มาจะไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรมและกระบวนการประชาธิปไตย แต่เนื้อหาของมันก็มีประโยชน์ต่อส่วนรวม หลายเรื่องก็จำเป็นจะต้องรักษาไว้ เป็นที่มาว่าการพิจารณาของกรรมาธิการไม่สามารถยกเลิกได้หมด แต่จะมีบางอย่างต้องใช้ต่อ และบางอย่างยกเลิกไปแล้ว และมีการคุ้มครองผู้สุจริต ก็ควรแปลงสภาพให้เป็นกฎหมายในระบบปกติ

 

“ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ใช้เวลาพิจารณาปีเศษ เมื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารยึดอำนาจเขาใช้เวลาเพียงชั่วครู่ยาม เขาไม่ต้องผ่านกระบวนการถกเถียง อภิปราย ก็สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกประกาศคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงเวลาที่เราจะมายกเลิก เราต้องใช้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งถึง 2 ชุด และใช้เวลาเกือบ 10 ปี กว่าการยกเลิกประกาศคำสั่งจะสำเร็จ” ปิยบุตรกล่าว

 

ปิยบุตรทิ้งท้ายว่า ในจุดนี้จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นอุทาหรณ์ว่า สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ที่ไม่จำเป็น ล้าสมัย และร่วมกันปกป้องประชาธิปไตย ซึ่งเป็นฐานที่มาที่ทำให้ผู้แทนราษฎรทุกท่านได้มารวมตัวกันอยู่ในที่นี้ ไม่ให้มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีก ไม่ให้มีการใช้อำนาจพิเศษแบบมาตรา 44 เกิดขึ้นอีก

 

จากนั้น ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง ก่อนจะเข้าสู่การลงมติเห็นชอบรายมาตราในวาระ 2 และลงมติทั้งฉบับในวาระ

The post สภาพิจารณากฎหมายยกเลิกคำสั่ง คสช. วาระ 2-3 กมธ. ชี้เป็นนิมิตหมายทุกฝ่ายร่วมมือกัน ใช้เวลากว่า 10 ปี มีสภาแล้ว 2 ชุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยบุตร แนะ ‘รักษาการนายกฯ’ ยุบสภา ผ่าวิกฤตนิติสงคราม คืนอำนาจให้ประชาชน ก่อนประเทศเข้าสู่สุญญากาศทางการเมือง https://thestandard.co/piyabutr-calls-for-dissolution-of-parliament/ Tue, 01 Jul 2025 10:34:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1091578 ปิยบุตร แสงกนกกุล แถลงการณ์เรียกร้องให้ยุบสภาเพื่อแก้วิกฤตการเมือง

วันนี้ (1 กรกฎาคม) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน […]

The post ปิยบุตร แนะ ‘รักษาการนายกฯ’ ยุบสภา ผ่าวิกฤตนิติสงคราม คืนอำนาจให้ประชาชน ก่อนประเทศเข้าสู่สุญญากาศทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยบุตร แสงกนกกุล แถลงการณ์เรียกร้องให้ยุบสภาเพื่อแก้วิกฤตการเมือง

วันนี้ (1 กรกฎาคม) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกแถลงการณ์ทางการเมืองผ่านช่องทางสื่อสารสาธารณะ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะการก่อตัวของคลื่นนิติสงคราม ระลอกใหม่ ซึ่งอาจกวาดล้างพรรคการเมืองหลักและนำพาไปสู่ ‘สุญญากาศทางการเมือง’ ที่เปิดทางให้อำนาจนอกระบบเข้าแทรกแซงกระบวนการประชาธิปไตย

 

ปิยบุตรเสนอทางออกโดยเรียกร้องให้ ‘รักษาการนายกรัฐมนตรี’ ตัดสินใจใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญในการ ยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผ่าทางตันวิกฤตการเมือง พร้อมคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ชี้ขาดอนาคตประเทศ ผ่านการเลือกตั้งทั่วไปใหม่

 

“ให้ประชาชน ผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ กลับมาเป็นผู้กำหนดชะตากรรม ก่อร่างรัฐบาลใหม่ที่มีพลังจากอาณัติของประชาชน ไม่ใช่รัฐบาลที่ถูกบีบคั้นโดยรัฐพันลึก” ปิยบุตรกล่าว

 

พร้อมกันนี้ยังชี้ว่า ความพยายามเจรจาหรือประนีประนอมกับฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังนิติสงคราม และ รัฐพันลึก ไม่อาจนำไปสู่ชัยชนะที่แท้จริง มีแต่จะยื้อลมหายใจให้กับระบบที่ล้มเหลว

 

“การต่อสู้ต้องใช้ความกล้าหาญ ใช้อำนาจในมือโต้กลับอย่างชอบธรรม” เขากล่าว พร้อมทิ้งท้ายว่า พรรคเพื่อไทย ซึ่งตกเป็นเป้าลดทอนความนิยมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ควรลุกขึ้นสู้อีกครั้งเพื่อทวงคืนมงกุฎประชาธิปไตย

 

ทั้งนี้ ปิยบุตรยังอ้างคำยืนยันจาก ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเคยระบุชัดว่า “รักษาการนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการยุบสภาได้”

The post ปิยบุตร แนะ ‘รักษาการนายกฯ’ ยุบสภา ผ่าวิกฤตนิติสงคราม คืนอำนาจให้ประชาชน ก่อนประเทศเข้าสู่สุญญากาศทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมยืนยัน นายกฯ เคลียร์ใจ ‘แม่ทัพภาคที่ 2’ แล้ว พร้อมสวนปิยบุตรศึกษากฎหมายปมยุบสภา ย้ำไร้รัฐประหาร https://thestandard.co/pm-army-chief-resolved-phumtham-confirms/ Wed, 18 Jun 2025 09:16:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1086366

วันนี้ (18 มิถุนายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี แ […]

The post ภูมิธรรมยืนยัน นายกฯ เคลียร์ใจ ‘แม่ทัพภาคที่ 2’ แล้ว พร้อมสวนปิยบุตรศึกษากฎหมายปมยุบสภา ย้ำไร้รัฐประหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 มิถุนายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

 

โดยยืนยันว่า แพทองธารได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แล้ว และแม่ทัพภาคที่ 2 เข้าใจดีในประเด็นที่นายกรัฐมนตรีชี้แจง

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า “ท่านก็เข้าใจ และบอกว่าถ้านักข่าวสงสัยให้โทรศัพท์ได้เลย” พร้อมย้ำว่า ไม่มีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่ทัพภาคที่ 2 โดยตรง และสื่อสามารถสอบถามจากแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เลยว่าการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีนั้นเข้าใจกันดีแล้วหรือไม่

 

ทั้งนี้ ภูมิธรรมได้กล่าวถึงกรณีที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา เพราะกังวลว่าอาจเป็นชนวนนำไปสู่การรัฐประหาร โดยภูมิธรรมได้กล่าวว่า “ไม่มีรัฐประหาร มันจะไปรัฐประหารได้อย่างไร” และย้ำว่า ไม่ใช่หน้าที่ที่นายกรัฐมนตรีจะต้องยุบสภาในขณะที่ยังไม่มีเหตุอันใดเกิดขึ้น

 

พร้อมยืนยันว่า ไม่กังวลกับสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ยืนยันแล้วว่าไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ยุบสภานั้น ภูมิธรรมกล่าวต่อว่า “ต้องไปศึกษากฎหมาย ว่าการยุบสภาต้องมีเหตุผลอะไร”

 

ขณะที่ พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาปรับความเข้าใจ และอธิบายเนื้อหาในการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน เพื่อต้องการให้สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาผ่อนคลายลง ซึ่งเป็นการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว โดยตนได้ตอบนายกรัฐมนตรีไปว่า “ผมไม่มีอะไรครับ ผมเข้าใจ” และนายกรัฐมนตรีก็ได้กล่าวขอบคุณที่เข้าใจ ถือว่าได้พูดคุยทำความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว และตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร

 

พร้อมยืนยันว่า ทำเพื่อประเทศชาติและประโยชน์ส่วนรวมของพี่น้องประชาชน พล.ท. บุญสิน ยังระบุว่า วันนี้กำลังเดินทางไปเยี่ยมผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับบาดเจ็บจากภารกิจชายแดน และตนยังคงทำงานตามปกติ

The post ภูมิธรรมยืนยัน นายกฯ เคลียร์ใจ ‘แม่ทัพภาคที่ 2’ แล้ว พร้อมสวนปิยบุตรศึกษากฎหมายปมยุบสภา ย้ำไร้รัฐประหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ปิยบุตร’ จี้ ‘แพทองธาร’ ยุบสภา ชี้ คลิปเสียงหลุดกับ ฮุน เซน-ปมแย่งเก้าอี้ มท. สะท้อนวิกฤตรัฐบาลข้ามขั้ว https://thestandard.co/piyabutr-urges-pm-to-dissolve-parliament/ Wed, 18 Jun 2025 08:35:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1086343 ปิยบุตร

วันนี้ (18 มิถุนายน) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าว […]

The post ‘ปิยบุตร’ จี้ ‘แพทองธาร’ ยุบสภา ชี้ คลิปเสียงหลุดกับ ฮุน เซน-ปมแย่งเก้าอี้ มท. สะท้อนวิกฤตรัฐบาลข้ามขั้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยบุตร

วันนี้ (18 มิถุนายน) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล’ ถึงกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และกรณีความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย

 

ระบุว่า “จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับสมเด็จฮุนเซน และกรณีความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยในเรื่องการแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จนกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาล

 

“ประกอบกับ เกือบ 2 ปีภายใต้รัฐบาล “ข้ามขั้ว” นี้ พรรคเพื่อไทยไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้

 

“จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ได้ตัดสินใจกันใหม่ว่าต้องการให้ใครเป็นรัฐบาล

 

“เพื่อแก้วิกฤตการเมืองในระยะสั้น ทั้งของประเทศ และทั้งของพรรคเพื่อไทยเอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถึงทางตัน และเพื่อไม่ให้สถานการณ์เดินไปจนเข้าทางพวกจ้องรัฐประหาร 

 

“นายกรัฐมนตรีโปรดแสดงภาวะผู้นำ ยุบสภาเถิดครับ

 

“ไม่มีอะไรใหญ่กว่าประชาชน”

 

อ้างอิง:

The post ‘ปิยบุตร’ จี้ ‘แพทองธาร’ ยุบสภา ชี้ คลิปเสียงหลุดกับ ฮุน เซน-ปมแย่งเก้าอี้ มท. สะท้อนวิกฤตรัฐบาลข้ามขั้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยบุตรชี้ ไชยามพวานควรลาออกจาก สส. หากไม่ทำ เรียกร้องสภามีมติส่งตัวให้ตำรวจ https://thestandard.co/piyabutr-calls-chaiyamphawan-mp-resignation/ Fri, 07 Feb 2025 08:56:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1039341 ปิยบุตร

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้า […]

The post ปิยบุตรชี้ ไชยามพวานควรลาออกจาก สส. หากไม่ทำ เรียกร้องสภามีมติส่งตัวให้ตำรวจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยบุตร

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส. กทม. พรรคไทยก้าวหน้า ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจาก สส.

 

ปิยบุตรระบุอีกว่า หากยังไม่ยอมลาออก ในสัปดาห์ต่อไปที่จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต้องเรียกร้องกดดันให้สภามีมติอนุญาตให้ส่งตัวไชยามพวานไปสอบสวนในฐานะเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา

 

เจตนารมณ์ของความคุ้มกันของ สส. ตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง มีไว้เพื่อป้องกันมิให้อำนาจฝ่ายบริหาร (ในกรณีนี้คืออำนาจในการตั้งข้อหา สอบสวน จับ ของพนักงานตำรวจ) กลั่นแกล้งฝ่ายนิติบัญญัติในสมัยประชุม

 

ถ้าเป็นการกลั่นแกล้ง คดีการเมือง คดีหมิ่นประมาท คดีอันเกิดจากการแสดงความเห็นหรือปฏิบัติหน้าที่ สส. ควรร่วมกันยึดถือความคุ้มกันนี้ไว้ในสมัยประชุม

 

“แต่ถ้าเป็นการกระทำความผิดอาญาในฐานะส่วนตน ไม่เกี่ยวกับการแสดงความเห็น หรือการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นความผิดร้ายแรง เช่น ฆ่าคนตาย, จ้างวานฆ่า, ค้ายาเสพติด, ค้ามนุษย์, ข่มขืน ผมเห็นว่าสภาควรมีมติอนุญาตให้นำตัว สส. ที่เป็นผู้ต้องหาไปดำเนินคดี” ปิยบุตรระบุทิ้งท้าย

 

สำหรับกรณีนี้ สืบเนื่องจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับที่ จ.262/2568 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ตามที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์คดีอาญาที่ 95/2568 โดยมีรายละเอียดระบุว่า

 

จากการสอบสวนทราบว่า ไชยามพวาน ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง สส. ในความผิดข่มขืนกระทำชำเรา Miss C. นักท่องเที่ยวสัญชาติจีน ซึ่งมาแจ้งความร้องทุกข์ว่า เกิดเหตุที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 เวลา 02.00 น. ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ประกอบกับผู้ต้องหามีตำแหน่งเป็น สส. จึงได้ทำหนังสือถึงสภา เพื่อที่จะขอตัวไปดำเนินคดี

The post ปิยบุตรชี้ ไชยามพวานควรลาออกจาก สส. หากไม่ทำ เรียกร้องสภามีมติส่งตัวให้ตำรวจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เท้ง-ธนาธร-ปิยบุตร ปลุกชาวมุกดาหารเลือกพรรคประชาชนยกทีม เข้าบริหารงบ 1,300 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิต https://thestandard.co/people-party-mukdahan-local-election/ Wed, 29 Jan 2025 00:38:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1035547 แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร

วานนี้ (28 มกราคม) ที่ว่าการอำเภอเมืองมุกดาหาร แกนนำพรร […]

The post เท้ง-ธนาธร-ปิยบุตร ปลุกชาวมุกดาหารเลือกพรรคประชาชนยกทีม เข้าบริหารงบ 1,300 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร

วานนี้ (28 มกราคม) ที่ว่าการอำเภอเมืองมุกดาหาร แกนนำพรรคประชาชน เช่น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และ อภิชาติ ศิริสุนทร ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ช่วย สุพจน์ สุอริยพงษ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มุกดาหาร เบอร์ 1 พรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) 24 เขต ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนมาที่มุกดาหารหลายครั้งเพื่อมาดูงานและศึกษาปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการแพทย์ทางไกล ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร ปัญหาที่ดิน ปัญหาการค้าชายแดน และยังมีอีกหลายเรื่องที่รอการตัดสินใจของชาวมุกดาหารว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตของลูกหลาน ซึ่งตนมั่นใจอย่างยิ่งว่าทุกนโยบาย สุพจน์และทีม ส.อบจ. ของพรรคประชาชนจะเข้าไปผลักดันจนเป็นผลสำเร็จได้

 

ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ตนเองมั่นใจเพราะตอนนี้พรรคประชาชนเป็นพรรคเดียวในสภาที่เสนอกฎหมายเปลี่ยนประเทศมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน การกระจายอำนาจ การศึกษา การปฏิรูปกองทัพยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร แต่อีกหลายปัญหา ลำพังการทำงานในสภาไม่เพียงพอ เช่น แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เป็นปัญหาที่หลายคนมองว่าเกิดขึ้นจากการอยู่นอกพื้นที่ชลประทาน ซึ่งต้องรองบประมาณจากกรมชลประทานลงมา แต่สำหรับตนแล้วไม่ใช่ กว่ากรมชลประทานจะของบแล้วสร้างเสร็จต้องใช้เวลาหลายปี แต่กลไกที่แก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรได้เลยคือนายก อบจ.

 

ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาจนเป็นพรรคประชาชน สิ่งหนึ่งที่พวกเราสื่อสารอย่างชัดเจนมาโดยตลอดก็คือพวกเราตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้ประชาชนทุกคน การชนะการเลือกตั้ง การได้ตำแหน่งนายก อบจ., ส.อบจ. หรือ สส. ในสภา เป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เรามีอำนาจสร้างการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้ และเราต้องการทำงานการเมืองระยะยาว มีความสม่ำเสมอ คงเส้นคงวา มั่นคงในเป้าหมายในหลักการ

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า สุพจน์คือคนที่มีคุณสมบัติครบทุกด้านข้างต้น ทำงานรับใช้ประชาชนมาโดยตลอด มีประสบการณ์ทำงานตรงในฝ่ายบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาก่อน มีความมั่นคง ยึดหลักการตรงไปตรงมา เมื่อครั้งสมัยคณะก้าวหน้า ชาวมุกดาหารมอบความไว้วางใจให้เป็นอันดับ 3 ต่อมาการเลือกตั้งปี 2566 สุพจน์ได้ลงเป็นตัวแทนพรรคก้าวไกลเขต 1 ซึ่งชาวมุกดาหารได้มอบความไว้วางใจให้เป็นอันดับ 2 แต่จะแพ้กี่สนามสุพจน์ก็ไม่เคยท้อถอย ถือเป็นความพ่ายแพ้เล็กๆ แต่เป้าหมายนั้นยิ่งใหญ่กว่า คนแบบนี้คือคนที่จะเข้ามาเป็นผู้แทน เป็นปากเสียงแก้ไขปัญหาให้ชาวมุกดาหารได้จริงๆ

 

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกทั้ง อบจ. และ ส.อบจ. โดยหน้าที่ของ ส.อบจ. ที่สำคัญคือการผ่านงบประมาณในสภา อบจ. นั่นเท่ากับว่านายก อบจ. ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ แต่ต้องใช้คนที่ผลักดันนโยบายร่วมกันไปในทิศทางเดียวกันเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ดังนั้นจึงต้องกาพรรคประชาชนทั้งสองใบ

 

“การเลือกตั้ง 4 วันต่อจากนี้ ปากกาในมือของทุกคนมีมูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท หรือก็คืองบประมาณของ อบจ.มุกดาหาร 4 ปีต่อจากนี้ การตัดสินใจกาของทุกท่านจะเป็นการตัดสินใจว่าเงินภาษีของทุกคนจะถูกใช้จ่ายอย่างไร ไม่มีใครสามารถปกป้องเงินภาษีของทุกท่านได้นอกจากประชาชนทุกคน ช่วยกันเปลี่ยนมุกดาหารให้เป็นบ้านแห่งความสุขสำหรับทุกคนไปด้วยกัน” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ธนาธรระบุว่า งบประมาณของ อบจ.มุกดาหาร ปีละกว่า 300 ล้านบาท รวมกัน 4 ปีราว 1,300 ล้านบาท เราเชื่อว่าถ้ามีการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ไม่ทุจริต เราจะสร้างมุกดาหารที่ดีกว่านี้ให้ประชาชนได้

 

หลายปีที่ผ่านมาตนมีโอกาสมามุกดาหารหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ตำบลโพนทรายที่คณะก้าวหน้าได้ทำงานด้วยกันกับ อปท. ร่วมจัดการขยะ ทำโครงการคัดแยกขยะที่ต้นทาง ทำมา 3 ปี เงินที่ได้นำไปเก็บไว้ในกองทุนฌาปนกิจ ลดขยะที่นำไปทิ้งในบ่อขยะได้เดือนละ 25 ตัน จนถึงวันนี้ลดขยะไปแล้ว 700 ตัน ขยะที่เอาไปขายได้ 3.5 ล้านบาท มาที่ตำบลหนองแคน คณะก้าวหน้าทำงานร่วมกับนายก อปท. เรื่องการแพทย์ทางไกลหรือ ‘หมอตู้’ ประชาชนสามารถตรวจสัญญาณชีพสำคัญ ส่งข้อมูลไปที่โรงพยาบาล ส่งยามาถึงหน้าบ้าน ข้อมูลถูกเก็บไว้ในคลาวด์เป็นเวชระเบียนดิจิทัลที่สามารถดูย้อนหลังได้ ประชาชนไม่ต้องไปแออัดที่โรงพยาบาล นี่คือสิ่งที่เราทำสำเร็จมาแล้วที่มุกดาหาร

 

ธนาธรกล่าวต่อไปว่า นโยบายของสุพจน์มีตั้งแต่การพัฒนาระบบรถเมล์ในมุกดาหาร เชื่อมต่อ 7 อำเภอในมุกดาหารด้วย 2 เส้นทาง ต่อไปเดินทางข้ามอำเภอไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่ใช้รถเมล์ของ อบจ. ได้ ติดตามสายผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์ ตั้งเป้าไว้ 400 ป้ายรถเมล์ เชื่อมโยงระหว่าง บขส., โรงเรียน, โรงพยาบาล, ที่ว่าการอำเภอ, ชุมชน และตลาดใหญ่เข้าหากัน ให้คนมีทางเลือกในการเดินทาง

 

การมีรถเมล์ดี มีน้ำประปาสะอาด มีการแพทย์ปฐมภูมิที่ดี มีการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เรียกว่าความเจริญ อนาคตจังหวัดมุกดาหารจะเป็นอย่างไร อนาคตลูกหลานชาวมุกดาหารจะเป็นอย่างไร อยู่ที่การตัดสินใจของทุกคน

 

วันนี้ตนมาที่นี่เพื่อยืนยันกับทุกคนว่าถ้าให้ความไว้วางใจสุพจน์และผู้สมัคร ส.อบจ. ของพรรคประชาชนทั้งหมด พวกเขาจะไม่โดดเดี่ยว เพราะอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และแกนนำปัจจุบันของพรรคประชาชน จะมาช่วยกันใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทางเหล่านี้มาพัฒนามุกดาหารร่วมกัน พรรคประชาชนมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมากมาย ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม การศึกษา รัฐบาลดิจิทัล การท่องเที่ยว เราพร้อมยืนเคียงข้างและเดินร่วมทางกับผู้สมัครของเราทุกคน และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของนายก อบจ. คนต่อไปจากพรรคประชาชน

 

“ทุกคนเอาแต่บ่นว่าทำไมการจัดเก็บขยะไม่ดี โรงพยาบาลแออัด น้ำประปาไม่มีคุณภาพ แต่กาเบอร์เดิมแล้วมันจะแก้ปัญหาได้อย่างไร 1,300 ล้านบาทมีคุณค่า มีความหมาย และมาจากภาษีของทุกคน ไม่ได้หล่นลงมาจากท้องฟ้า มาทำให้ภาษีของพวกเรามีความหมาย ตอบสนองคุณภาพชีวิตของพวกเรา ทำให้ภาษีของพวกเราสร้างสังคมที่ดีกว่านี้ สร้างจังหวัดที่ดีกว่านี้ให้คนรุ่นต่อไป” ธนาธรกล่าว

 

แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร แกนนำพรรคประชาชนปราศรัยหาเสียงที่มุกดาหาร

The post เท้ง-ธนาธร-ปิยบุตร ปลุกชาวมุกดาหารเลือกพรรคประชาชนยกทีม เข้าบริหารงบ 1,300 ล้านบาท ยกระดับคุณภาพชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>