ปิยนุช โคตรสาร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ปิยนุช-โคตรสาร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 05 Feb 2024 05:55:07 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 แอมเนสตี้ยื่น 7,301 รายชื่อ เรียกร้องรัฐบาลปล่อยตัว อานนท์ นำภา และนักกิจกรรม https://thestandard.co/demanding-the-government-release-activists/ Mon, 05 Feb 2024 05:55:07 +0000 https://thestandard.co/?p=896151 คปท

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเท […]

The post แอมเนสตี้ยื่น 7,301 รายชื่อ เรียกร้องรัฐบาลปล่อยตัว อานนท์ นำภา และนักกิจกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
คปท

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน นำ 7,301 รายชื่อ ยื่นข้อเรียกร้องถึง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังได้ขับเคลื่อนให้คนทั่วโลกได้มีส่วนร่วมลงชื่อและส่งจดหมายเรียกร้องถึงรัฐบาลให้ยุติการดำเนินคดีต่อ อานนท์ นำภา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังถูกศาลอาญาสั่งจำคุกรวม 8 ปี ไม่รอลงอาญา รวมไปถึงประชาชนและเยาวชนทุกคนที่ถูกดำเนินคดีความทางการเมือง โดยมี สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมคณะ ออกมารับหนังสือ

 

ขณะที่การชุมนุมในวันนี้แอมเนสตี้ได้แจ้งขออนุญาตจัดการชุมนุมสาธารณะไว้กับทาง สน.ดุสิต แล้ว โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มตั้งขบวนจากหน้ากระทรวงศึกษาธิการฝั่งถนนพิษณุโลก จากนั้นเคลื่อนขบวนและหยุดปราศรัยด้วยรถเครื่องขยายเสียงที่แยกสวนมิสกวัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กมากั้นบริเวณแยกไม่ให้ผ่านเข้าไปยังด้านหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ทำเนียบรัฐบาล เพราะเป็นพื้นที่หวงห้ามใกล้กับสถานที่ราชการ และเกรงว่าจะกระทบกับกลุ่มภาคีราชภักดี ที่จัดการชุมนุมอยู่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ

 

ขอปล่อยตัว อานนท์-นักกิจกรรม

 

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า การนำรายชื่อประชาชน สมาชิก นักกิจกรรมจากทั่วโลกมายื่นเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวและยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดกับอานนท์ รวมถึงนักกิจกรรมคนอื่นๆ ในครั้งนี้ เพราะคนที่ถูกดำเนินคดีควรได้รับการนิรโทษกรรม ไม่ควรถูกดำเนินคดีจากการใช้สิทธิของตนเอง

 

“การแสดงออกการชุมนุมวันนี้จึงสื่อสารไปถึงรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลพลเรือน รัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้ง ควรทำหน้าที่ในการปกป้องประชาชนไม่ให้ถูกจับกุม คุมขังและควรได้รับสิทธิการประกันตัว” ปิยนุชกล่าว

 

ขอรัฐบาลไทยทำตามพันธสัญญาสิทธิมนุษยชน

 

นอกจากนี้ ปิยนุชได้กล่าวย้ำถึงคำประกาศที่รัฐบาลไทยได้กล่าวไว้กับนานาชาติและประชาคมโลกว่า ประเทศไทยจะลงสมัครสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) ระหว่างปี 2568-2570 ที่ย้ำและให้พันธสัญญาว่าจะร่วมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในประเทศของตัวเอง และหากรัฐไทยต้องการเป็นส่วนหนึ่งของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ รัฐไทยจะต้องเคารพ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศของตนเองตามที่ได้ประกาศไว้

 

ด้านสมคิดกล่าวว่า การนำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมหลายฉบับเข้าสภาไม่ได้เป็นการดึงถ่วงเวลา เพราะทราบว่าหากนำบางฉบับเข้าไปมีโอกาสถูกปัดตกสูง เพราะบางทีอยากได้น้ำเต็มแก้วแต่บางครั้งอาจได้น้ำครึ่งแก้วก็ต้องยอมรับ เรื่องที่เกิดขึ้นในสภามีหลายเรื่อง การมายื่นหนังสือวันนี้เข้าใจว่าเป็นความต้องการของสังคมยุคใหม่ของลูกหลานเยาวชน ตนเองยินดีกับทุกฝ่ายที่มายื่นหนังสือเพราะเชื่อว่าอย่างน้อยคนไทยด้วยกันสามารถพูดคุยกันได้ โดยจะนำข้อเรียกร้องไปปฏิบัติตามและแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

 

ทั้งนี้ ทางแอมเนสตี้มีข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล 3 ข้อ คือ

 

  1. ปล่อยตัวอานนท์โดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข รวมทั้งเด็กและเยาวชนซึ่งถูกดำเนินคดีเพียงเพราะการใช้สิทธิมนุษยชนของตน

 

  1. ระหว่างที่ยังไม่ยกเลิกคำตัดสินว่ามีความผิดและการดำเนินคดี ต้องอนุญาตให้ อานนท์ นำภา และนักกิจกรรมคนอื่นมีสิทธิได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และประกันว่าเงื่อนไขการประกันตัวจะไม่เป็นการจำกัดโดยพลการต่อการใช้สิทธิ

 

  1. แก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเลิกกฎหมายที่ถูกใช้เพื่อจำกัดสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม

 

คปท.-พีมูฟ ปักหลักทำเนียบ

 

ต่อมาผู้ชุมนุมได้ยุติการชุมนุม แต่ยังไม่เปิดการจราจรบริเวณถนนพิษณุโลกแยกสวนมิสกวันมุ่งหน้าไปสะพานชมัยมรุเชฐ เนื่องจากมีการชุมนุมของกลุ่มพีมูฟ ซึ่งมาทวงคำตอบจากรัฐบาลกรณีหยุดบังคับประชาชนรับโฉนดชุมชน ขอให้ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเจรจากับกลุ่มพีมูฟ และขอให้เร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ

 

ด้านเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) ที่ประกาศปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล และอาจจะขยายไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์หากยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการนำตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับไปรับโทษในเรือนจำ

 

The post แอมเนสตี้ยื่น 7,301 รายชื่อ เรียกร้องรัฐบาลปล่อยตัว อานนท์ นำภา และนักกิจกรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอมเนสตี้ยื่นข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล ใช้เวที APEC หารือยุตินองเลือดในเมียนมา https://thestandard.co/amnesty-request-government-use-apec/ Wed, 16 Nov 2022 06:20:19 +0000 https://thestandard.co/?p=709899

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเท […]

The post แอมเนสตี้ยื่นข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล ใช้เวที APEC หารือยุตินองเลือดในเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยื่นหนังสือและข้อเรียกร้อง ‘ยุติการนองเลือดในเมียนมา’ ถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม APEC ประจำปี 2022 ควรมีบทบาทสำคัญในการร่วมหารือเพื่อยุติการนองเลือดในประเทศเมียนมา และแสดงพลังในการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวเมียนมา โดยมี นลินี มหาขันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชนประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็นตัวแทนรัฐบาลไทยในการรับมอบหนังสือและข้อเรียกร้อง

 

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นเวลาเกือบสองปีหลังการทำรัฐประหาร ประชาชนกว่า 1.4 ล้านคนต้องพลัดถิ่นฐานในเมียนมา อีก 12,839 คนถูกควบคุมตัวในสภาพที่ไร้มนุษยธรรม และอย่างน้อย 73 คนตกเป็นนักโทษประหาร โดย 4 คนถูกประหารชีวิตไปแล้ว รวมถึงมีเด็ก 7.8 ล้านคนที่ต้องออกจากโรงเรียน กองทัพเมียนมาได้สังหารผู้ชุมนุมประท้วงและประชาชนทั่วไปหลายร้อยคน และอีกหลายพันคนเสียชีวิตจากการขัดแย้งกันด้วยอาวุธที่เกิดขึ้นทั่วประเทศภายหลังรัฐประหาร

 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย นำ 2,129 รายชื่อของประชาชนในประเทศไทยที่ร่วมเรียกร้องผ่านแคมเปญออนไลน์บนเว็บไซต์ Change.org เพื่อแสดงเจตจำนง ‘ยุติการนองเลือดในเมียนมา’ มอบให้กับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สำเนาถึง ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม APEC ประจำปี 2022 (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) ควรมีบทบาทสำคัญในการร่วมหารือเพื่อยุติการนองเลือดในประเทศเมียนมา และแสดงพลังในการยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวเมียนมา

 

“กองทัพเมียนมาเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องให้เคารพสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังเพิกเฉยต่อ ‘ฉันทามติ 5 ข้อ’ ของอาเซียน ซึ่งเมื่อเดือนเมษายน 2564 ทางกองทัพเมียนมารับปากว่าจะดำเนินการตาม แต่ก็ล้มเหลวและไม่สามารถหยุดกองทัพเมียนมาในการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มากขึ้นต่อประชาชนชาวเมียนมาได้ 

 

“ทางการไทยในฐานะรัฐภาคีอาเซียนและในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม APEC ต้องแสดงท่าทีอย่างเร่งด่วนต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในเมียนมา ทั้งการสนับสนุนให้เข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งการไม่บังคับส่งกลับผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัยที่หลบหนีมาจากความรุนแรง และต้องให้การประกันว่าภาคธุรกิจหรือรัฐวิสาหกิจของไทยจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา และหน่วยงานในเครือในฐานะผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน และต้องเรียกร้องให้กองทัพเมียนมารับฟังเสียงจากประชาชนชาวเมียนมาซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักด้วย”

 

ทั้งนี้ ทางแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล มีข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลไทยดังต่อไปนี้

 

  1. รัฐบาลไทยต้องใช้วิธีการทุกอย่างที่เป็นไปได้ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สำหรับการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระหว่างชายแดน

 

  1. ร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียน กลุ่มพหุภาคี และองค์การระหว่างประเทศ เช่น หน่วยงานในสหประชาชาติ เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและด้านมนุษยธรรมในเมียนมา

 

  1. รับผู้ขอลี้ภัยและประกันการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในประเทศไทย รวมทั้งละเว้นจากการเนรเทศหรือการส่งกลับของผู้ขอลี้ภัยชาวเมียนมา และให้ความคุ้มครองแก่ผู้ขอลี้ภัยและหยุดการดำเนินคดีกับพวกเขาระหว่างพำนักในประเทศไทย

 

  1. หน่วยงานของรัฐต้องออกประกาศ ระเบียบ หรือกฎกระทรวงอย่างเป็นทางการแก่ผู้ประกอบการธุรกิจและรัฐวิสาหกิจ ให้เป็นไปตามหลักการของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบของบริษัทอย่างเต็มที่ที่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมาและหน่วยงานในเครือในฐานะผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน

 

The post แอมเนสตี้ยื่นข้อเรียกร้องถึงรัฐบาล ใช้เวที APEC หารือยุตินองเลือดในเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอมเนสตี้-นักกิจกรรม ยื่นหนังสือให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ยุติดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนทุกคน https://thestandard.co/amnesty-activist-emergency-act/ Fri, 23 Sep 2022 05:38:07 +0000 https://thestandard.co/?p=685595 แอมเนสตี้-นักกิจกรรม

วันนี้ (23 กันยายน) ที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล แอมเ […]

The post แอมเนสตี้-นักกิจกรรม ยื่นหนังสือให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ยุติดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอมเนสตี้-นักกิจกรรม

วันนี้ (23 กันยายน) ที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย นำโดย ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ ตัวแทนนักกิจกรรมและนักวิชาการที่ถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน รวมตัวกันยื่นหนังสือ ถึงนายกรัฐมนตรีหรือรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ยุติการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยุติการดำเนินคดีกับผู้ที่แสดงออกทางการเมือง โดยที่ผ่านมามีผู้ที่ถูกกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างน้อย 1,467 คน 647 คดี

 

ขณะที่ทางกลุ่มมองว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่า ที่ผ่านมา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ทำเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโลก แต่เพื่อกีดกันการแสดงออกของประชาชน และหลังจากโควิดบางลง แต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังถูกบังคับใช้ และมีการใช้กฎหมายควบคุมการชุมนุมกับประชาชน รวมถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ผ่านมาขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเอื้อต่ออำนาจของรัฐบาล สร้างภาระให้กับประชาชน

 

การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการใช้ข้อบังคับในภาวะฉุกเฉินเกินความจำเป็น ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการมีชีวิต เสรีภาพ และความมั่นคงของบุคคล สิทธิในการแสดงออก รวมถึงสิทธิในการชุมนุมด้วย ดังนั้นทางกลุ่มเห็นว่ารัฐบาลควรที่จะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 

ในเวลาต่อมา สมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนมารับหนังสือ โดยระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสิทธิเสรีภาพของประชาชน และข้อเรียกร้องทั้ง 6 ข้อ จะรับไปพิจารณาดำเนินการต่อ 

 

สำหรับข้อเรียกร้องที่ยื่นต่อรัฐบาลวันนี้รวมทั้งหมด 6 ข้อ คือ 

 

  1. ยุติการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความเหมาะสม

 

  1. อนุญาตและคุ้มครองให้บุคคลหรือกลุ่มใดๆ สามารถแสดงความเห็นและชุมนุมประท้วงโดยสงบได้ในพื้นที่ปลอดภัย โดยรัฐต้องอำนวยความสะดวกให้

 

  1. ยุติการดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่แสดงออกและชุมนุมประท้วงโดยสงบ

 

  1. ดำเนินการให้มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายที่มีหน้าที่ควบคุมฝูงชนต่างได้รับการอบรมอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชน

 

  1. มาตรการทั้งปวงที่นำมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินและการเลี่ยงพันธกรณีด้านสิทธิ ต้องมีเนื้อหาสอดคล้องกับข้อกำหนดในแง่การให้ข้อมูล ความถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงกำหนดให้มีกลไกการตรวจสอบที่เป็นอิสระ

 

  1. พิจารณาและปรับปรุง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ให้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ และหลักความถูกต้องของกฎหมาย เพื่อนำมาใช้แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อประกันความรับผิดและการเยียวยาให้มีประสิทธิภาพ

 

แอมเนสตี้-นักกิจกรรม แอมเนสตี้-นักกิจกรรม แอมเนสตี้-นักกิจกรรม แอมเนสตี้-นักกิจกรรม แอมเนสตี้-นักกิจกรรม แอมเนสตี้-นักกิจกรรม

The post แอมเนสตี้-นักกิจกรรม ยื่นหนังสือให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ยุติดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยาวชนวัย 15 ปี ถูกยิงหน้า สน.ดินแดง เสียชีวิตแล้ว หลังรักษาตัวใน ICU นาน 2 เดือน ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับผู้ก่อเหตุ https://thestandard.co/youth-shot-at-din-daeng-police-station-dead/ Thu, 28 Oct 2021 12:49:57 +0000 https://thestandard.co/?p=553457 เยาวชนวัย 15 ปี

วันนี้ (28 ตุลาคม) นิภาพร สมน้อย มารดาของ วาฤทธิ์ สมน้อ […]

The post เยาวชนวัย 15 ปี ถูกยิงหน้า สน.ดินแดง เสียชีวิตแล้ว หลังรักษาตัวใน ICU นาน 2 เดือน ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับผู้ก่อเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยาวชนวัย 15 ปี

วันนี้ (28 ตุลาคม) นิภาพร สมน้อย มารดาของ วาฤทธิ์ สมน้อย เยาวชนวัย 15 ปีที่ถูกยิงบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดินแดง ได้แจ้งว่าวาฤทธิ์เสียชีวิตแล้ว หลังต่อสู้กับบาดแผลเป็นเวลานานกว่าสองเดือน  

 

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของเยาวชนที่เสียชีวิตในครั้งนี้ และเน้นย้ำว่า การใช้กระสุนจริงกับผู้ชุมนุมเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ทางการไทยต้องสอบสวนอย่างเร่งด่วนต่อการยิงผู้ชุมนุมที่เป็นเด็กและเยาวชนที่เกิดขึ้นบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง รวมทั้งการใช้อาวุธปืนอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายทุกกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคุ้มครองสิทธิของผู้ชุมนุมโดยสงบ ไม่ให้ถูกแทรกแซงหรือถูกกระทำด้วยความรุนแรงจากบุคคลที่สามด้วย 

 

“แม้เยาวชนที่ถูกยิงได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่กระบวนการในการสืบสวนสอบสวนเพื่อค้นหาความจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป ทางการไทยต้องสอบสวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้นำตัวผู้กระทำอันตรายทางร่างกายที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมหรือผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ารับการไต่สวนและลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม” ปิยนุชกล่าว

 

ขณะที่ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีที่เยาวชนชายอายุ 15 ปี ถูกยิงบริเวณลำคอ ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่หน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 ต่อเนื่องถึงหน้า สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยความคืบหน้าล่าสุดเยาวชนชายเสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU นานกว่า 2 เดือน โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำสำนวน โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้ต้องหามาเปลี่ยนข้อหาเป็นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

The post เยาวชนวัย 15 ปี ถูกยิงหน้า สน.ดินแดง เสียชีวิตแล้ว หลังรักษาตัวใน ICU นาน 2 เดือน ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับผู้ก่อเหตุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พี่สาววันเฉลิม บินกัมพูชาวันนี้ไปให้ปากคำกับทางการ หลังรอคอยมานานกว่า 5 เดือน https://thestandard.co/wanchalearm-satsaksits-sister-fly-cambodia-today-to-give-evidence-to-the-authorities/ Tue, 10 Nov 2020 03:30:13 +0000 https://thestandard.co/?p=419142 พี่สาววันเฉลิม บินกัมพูชาวันนี้ไปให้ปากคำกับทางการ หลังรอคอยมานานกว่า 5 เดือน

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสต […]

The post พี่สาววันเฉลิม บินกัมพูชาวันนี้ไปให้ปากคำกับทางการ หลังรอคอยมานานกว่า 5 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พี่สาววันเฉลิม บินกัมพูชาวันนี้ไปให้ปากคำกับทางการ หลังรอคอยมานานกว่า 5 เดือน

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า ขณะนี้ผ่านมา 5 เดือนที่ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ หายตัวไปในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา แต่ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าการสืบสวนการสูญหายจากทางการกัมพูชาในคดีนี้แต่อย่างใด ซึ่งทางครอบครอบครัวยังคงรอคอยเพื่อจะได้ทราบชะตากรรมของเขา และยังคงต้องการคำตอบว่า อะไรคือมูลเหตุของการหายตัวไป ใครเป็นผู้กระทำ และขอให้นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม

 

ล่าสุด มีความคืบหน้าว่า สิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม จะเดินไปยังประเทศกัมพูชาในวันนี้ พร้อมกับทีมทนายความ เพื่อไปให้ปากคำกับทางการกัมพูชาในคดีการหายตัวไปของน้องชาย ซึ่งมีนัดให้ปากคำในวันที่ 8 ธันวาคม 2563 แต่เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีเที่ยวบินไปกัมพูชาแค่เดือนละครั้ง จึงจำเป็นต้องเดินทางไปก่อนล่วงหน้าเกือบเดือน

 

“เรายินดีที่ทางการไทยและกัมพูชาอำนวยความสะดวกในการออกวีซ่าพิเศษให้ สิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม และทีมทนายความเดินทางไปให้ปากคำตามหมายเรียกของศาลแขวงจังหวัดพนมเปญ

 

“ทั้งนี้ เราขอเรียกร้องให้ทางการทั้งสองประเทศดูแลความปลอดภัยให้กับพี่สาววันเฉลิม และทีมทนายความในระหว่างอยู่ในประเทศกัมพูชา ในฐานะที่พวกเขาเป็นครอบครัวของผู้สูญหายที่ควรได้รับการคุ้มครอง ได้รับรู้ความจริง และได้รับความยุติธรรมคืนมา

 

“เรายังคงยืนยันข้อเรียกร้องเดิม ที่ให้ทางการกัมพูชาเร่งให้มีการสืบสวนการหายตัวไปของวันเฉลิมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เร่งด่วน รอบด้าน โปร่งใส และคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้ที่สูญหายโดยทันที เนื่องจากผ่านมา 5 เดือนยังไม่มีความคืบหน้าทางคดีแต่อย่างใด”

 

สำหรับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกปฏิบัติการด่วนเชิญชวนผู้สนับสนุนทั่วโลกร่วมกันส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีฮุน เซน เรียกร้องทางการกัมพูชาสอบสวนอย่างเร่งด่วนต่อข้อกล่าวหาที่ว่า มีการลักพาตัววันเฉลิม และแจ้งให้ครอบครัวทราบทันทีว่าเขาอยู่ที่ใด และให้นำตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมครั้งนี้ เข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมโดยศาลพลเรือน ทั้งยังเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อกำหนดในอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลสูญหาย ซึ่งกัมพูชาเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาฯ และต้องไม่ส่งตัววันเฉลิมกลับประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีที่จะต้องไม่ส่งกลับบุคคลไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยงว่าจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ส่งรายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 10,000 รายชื่อให้กับพี่สาววันเฉลิม เพื่อที่จะส่งมอบให้กับทางการกัมพูชาต่อไป 

 

สำหรับวันเฉลิม นักกิจกรรมและบล็อกเกอร์ชาวไทยที่อยู่ระหว่างลี้ภัย ถูกบุคคลไม่ทราบฝ่ายลักพาตัวไปจากด้านนอกอพาร์ตเมนต์ของเขาในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาลี้ภัยจากประเทศไทยหลังถูกทางการส่งหมายเรียกให้ไปรายงานตัวเพื่อปรับทัศนคติ หลังจากเหตุการณ์รัฐประหาร ปี พ.ศ. 2557 และในปี พ.ศ. 2561 ทางการไทยได้ฟ้องคดีต่อเขา ส่วนใหญ่ตั้งแต่ปี 2561 เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ เขาถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความต่อต้านรัฐบาลในเฟซบุ๊กเพจ ตลอดระยะเวลา 5 เดือน ทางครอบครัวและภาคประชาสังคมในประเทศไทยช่วยกันติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

 

การเดินทางไปยังประเทศกัมพูชาของสิตานันท์พี่สาวของวันเฉลิม และทีมทนายความได้รับการอำนวยความสะดวกจากกองคุ้มครองผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของไทย ซึ่งได้ประสานงานกับสถานทูตกัมพูชาในประเทศไทย โดยได้ออกวีซ่าอัธยาศัยไมตรี ซึ่งออกให้โดยรัฐกับรัฐ ในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 วีซ่านี้จะออกให้เฉพาะบุคคลที่จำเป็นต้องเดินทางเข้า-ออกประเทศเท่านั้น  

 

นอกจากนั้น มีรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ถามตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงประเด็นการหายตัวไปของวันเฉลิม ผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศกัมพูชา โดยมีการระบุว่า ตำรวจมีผู้ช่วยทูตตำรวจประจำกัมพูชาที่ประสานงานและให้ข้อมูลกับตำรวจกัมพูชาอยู่ตลอด ยืนยันดำเนินการไปตามหน้าที่ ในประเทศก็มีการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ การดำเนินการผ่านมา 5 เดือน ยังไม่ได้รับรายละเอียดหรือข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์มากนัก ล่าสุดทราบว่าญาติของวันเฉลิมจะมีการไปยื่นเรื่องที่ประเทศกัมพูชา

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post พี่สาววันเฉลิม บินกัมพูชาวันนี้ไปให้ปากคำกับทางการ หลังรอคอยมานานกว่า 5 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอมเนสตี้เผย 142 ประเทศทั่วโลกไม่ประหารชีวิตแล้ว แต่ไทยยังคงใช้ https://thestandard.co/amnesty-show-142-countries-had-abolished-the-death-penalty/ https://thestandard.co/amnesty-show-142-countries-had-abolished-the-death-penalty/#respond Thu, 12 Apr 2018 03:40:56 +0000 https://thestandard.co/?p=83690

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดรายงานสถานการณ์โทษประหา […]

The post แอมเนสตี้เผย 142 ประเทศทั่วโลกไม่ประหารชีวิตแล้ว แต่ไทยยังคงใช้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดรายงานสถานการณ์โทษประหารชีวิตและการประหารชีวิต ปี 2560 พบว่าการประหารชีวิตส่วนใหญ่ในโลกเกิดขึ้นในประเทศจีน อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย อิรัก และปากีสถาน ตามลำดับ ในอาเซียนมีสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ที่มีการประหารชีวิตประชาชน ส่วนไทยยังคงเป็นหนึ่งใน 56 ประเทศที่ยังใช้โทษประหารชีวิตอยู่ ในขณะที่อีก 142 ประเทศทั่วโลกยกเลิกโทษประหารชีวิตทั้งในทางกฎหมายหรือในทางปฏิบัติแล้ว

 

 

ในรายงาน ‘สถานการณ์โทษประหารชีวิตและการประหารชีวิตในปี 2560’ (Death Sentences and Executions in 2017) ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เผยแพร่ในวันนี้ยืนยันว่าแนวโน้มทั่วโลกมุ่งสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยในปี 2560 มีประชาชนอย่างน้อย 993 คนที่ถูกประหารชีวิตใน 23 ประเทศ โดยตัวเลขเหล่านี้ไม่ครอบคลุมการประหารชีวิตหลายพันครั้งที่เกิดขึ้นในจีน ซึ่งทางการถือว่าข้อมูลการใช้โทษประหารชีวิตเป็นความลับทางราชการ

 

ในปี 2560 มีการตัดสินโทษประหารชีวิตอย่างน้อย 2,591 ครั้งใน 53 ประเทศ โดย 50 ประเทศได้พิพากษาประหารชีวิต หรือประหารชีวิตประชาชนในคดียาเสพติด ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือมีการประหารชีวิตในคดียาเสพติดสูงสุด ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีประเทศที่ใช้โทษประหารชีวิตกับความผิดนี้สูงสุดคือ 10 จาก 16 ประเทศ และจนถึงสิ้นปี 2560 ยังคงมีนักโทษประหารอยู่ทั่วโลกอย่างน้อย 21,919 คน

 

 

เมื่อ 40 ปีที่แล้ว มีเพียง 16 ประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิต ปัจจุบันมี 142 ประเทศ หรือมากกว่า 2 ใน 3 ของประเทศทั่วโลกที่ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตทั้งในทางกฎหมายหรือในทางปฏิบัติแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าทัศนคติและความเชื่อดั้งเดิมสามารถเปลี่ยนแปลงได้

 

สำหรับประชาคมอาเซียนซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 10 ประเทศนั้น กัมพูชาและฟิลิปปินส์ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดทางอาญาทุกประเภทแล้ว ส่วนบรูไน ลาว และเมียนมา ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติ (หมายถึงการที่ยังคงไว้ซึ่งโทษประหารชีวิต แต่ได้ระงับการประหารชีวิตจริงเป็นระยะเวลา 10 ปีติดต่อกัน) ส่วนไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ยังคงมีและใช้โทษประหารชีวิตอยู่

 

ข้อมูลจากรายงานล่าสุดระบุว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ยังคงประหารชีวิตประชาชนในปี 2560 โดยสิงคโปร์ประหารชีวิตประชาชน 8 คน ในขณะที่มาเลเซียมีอย่างน้อย 4 คนที่ถูกประหารชีวิต ส่วนเวียดนามมีแนวโน้มการประหารชีวิตที่สูงที่สุดในภูมิภาค แม้ทางการจะไม่ได้มีการเปิดเผยสถิติการประหารชีวิตอย่างเป็นทางการ เนื่องจากตัวเลขการประหารชีวิตถือเป็นความลับทางราชการ จึงไม่สามารถยืนยันตัวเลขที่แท้จริงได้

 

 

นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่าไทยเป็นหนึ่งใน 56 ประเทศที่ยังใช้โทษประหารชีวิตอยู่ ในปี 2560 มีการตัดสินโทษประหารชีวิต 75 ครั้ง ถือว่าลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 ที่มีถึง 216 ครั้ง แม้ว่าประเทศไทยยังมีโทษประหารชีวิตอยู่ แต่มีการประหารชีวิตครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2552 ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ที่ไม่มีการประหารชีวิตจริง

 

“ขณะนี้ประเทศไทยใกล้จะกลายเป็นประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติแล้ว หากไม่มีการประหารชีวิตติดต่อกันครบ 10 ปี องค์การสหประชาชาติจะถือว่าเป็นประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติทันที ซึ่งจะกลายเป็นพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของไทย”

 

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ระบุว่ามีนักโทษประหารชีวิตทั้งหมด 502 คน โดยกว่าครึ่งเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

 

“แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องรัฐบาลไทยให้ดำเนินการตามเจตจำนงที่ระบุไว้ในแผนสิทธิมนุษยชน โดยประกาศพักการใช้โทษประหารชีวิตชั่วคราวอย่างเป็นทางการ และเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อลดจำนวนความผิดทางอาญาที่มีบทลงโทษด้วยการประหารชีวิต รวมทั้งให้ลงนามและให้สัตยาบันรับรองพิธีสารเลือกรับฉบับที่ 2 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (Second Optional Protocol to the International Covenant on Civil and Political Rights) ที่มุ่งยกเลิกโทษประหารชีวิต” ปิยนุชกล่าวทิ้งท้าย

 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล คัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด โทษประหารชีวิตละเมิดสิทธิที่จะมีชีวิตตามที่ประกาศไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และถือเป็นการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งมีงานวิจัยมากมายจากนานาประเทศได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทษประหารชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอาชญากรรมที่เกิดขึ้น

 

Photo:  Amnesty International 

The post แอมเนสตี้เผย 142 ประเทศทั่วโลกไม่ประหารชีวิตแล้ว แต่ไทยยังคงใช้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/amnesty-show-142-countries-had-abolished-the-death-penalty/feed/ 0
อุ้มหาย ลอยนวล ถูกทรมาน แอมเนสตี้เผย เสรีภาพไทยปี 2560 ย่ำแย่และน่าวิตก https://thestandard.co/human-rights-situation/ https://thestandard.co/human-rights-situation/#respond Fri, 23 Feb 2018 04:05:57 +0000 https://thestandard.co/?p=72458

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิ […]

The post อุ้มหาย ลอยนวล ถูกทรมาน แอมเนสตี้เผย เสรีภาพไทยปี 2560 ย่ำแย่และน่าวิตก appeared first on THE STANDARD.

]]>

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี 2560/61 ซึ่งเป็นการรวบรวมและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนใน 159 ประเทศทั่วโลกตลอดปี 2560 ที่ผ่านมาพบว่า ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยมีความพยายามคุกคามเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบของประชาชนอย่างหนัก

 

 

เช่น กรณีการต่อสู้ของ 3 นักสิทธิมนุษยชนภาคใต้ที่จัดทำและเผยแพร่รายงานเรื่องการซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนใต้ ก่อนที่จะไม่ถูกฟ้องคดีในที่สุด กรณีที่นายสมชาย นีละไพจิตร และนายพอละจี รักจงเจริญ ที่ถูกบังคับให้หายสาบสูญ กรณีไผ่ ดาวดินที่ถูกจำคุกเพราะแชร์บทความข่าว กรณีวิสามัญฆาตรกรรมชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่ กรณีการเสียชีวิตของน้องเมย กรณีการจับกุมชาวบ้านที่คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา จังหวัดสงขลา รวมถึงกรณีลอยนวลพ้นผิด หลังศาลยกฟ้องคดีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่สั่งสลายการชุมนุมในปี 2553 ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 90 คน

 

ปีที่ผ่านมา นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม นักศึกษา ชาวบ้านที่เรียกร้องสิทธิชุมชน ทนายความ สื่อมวลชน นักวิชาการ ไปจนถึงประชาชนทั่วไปในไทยต่างถูกภาครัฐและเอกชนละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างต่อเนื่อง ผ่านข้อกฎหมาย ม.44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว, ม.116 ในประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ซึ่งต่างมีเนื้อหาหรือการตีความที่ขัดต่อมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม

 

 

นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ตั้งข้อสังเกตจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทางรัฐบาลไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง แม้ว่าไทยจะเป็น 1 ใน 48 ประเทศที่สนับสนุนและเข้าเป็นภาคีของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) มานานเกือบ 70 ปีและเมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลไทยจะประกาศให้ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ และเป็นหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนแผนพัฒนา Thailand 4.0 แล้วก็ตาม

 

ในโอกาสนี้ นางปิยนุช โคตรสาร และ ดร.อันธิฌา แสงชัย รองประธานกรรมการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ยื่นรายงานฉบับเต็มให้แก่นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ในนามตัวแทนรัฐบาลผู้รับมอบ ทั้งนี้แอมแนสตี้ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยใน 7 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

 

  1. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 และกฎหมายอื่นๆ ที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ
  2. ยุติการควบคุมตัวโดยพลการ
  3. ยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร
  4. ผ่าน พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและการอุ้มหาย พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัด พร้อมนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
  5. รัฐมีพันธสัญญาในการให้ความคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้ทำงานได้อย่างปลอดภัย
  6. เคารพหลักการไม่ส่งกลับผู้ลี้ภัยไปยังประเทศอันตราย (Non-refoulement)
  7. สานต่อการจัดตั้งระบบคัดกรองผู้ลี้ภัยให้ใช้งานได้จริงตามมาตรฐานสากล

 

อ้างอิง:

The post อุ้มหาย ลอยนวล ถูกทรมาน แอมเนสตี้เผย เสรีภาพไทยปี 2560 ย่ำแย่และน่าวิตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/human-rights-situation/feed/ 0