ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 28 Jan 2025 02:07:52 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท https://thestandard.co/boss-paul-lawyer-files-case-against-kritanong-film/ Tue, 19 Nov 2024 07:37:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1010387

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอ […]

The post ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล กล่าวว่า วันนี้ทีมทนายนำหนังสือมอบอำนาจเข้าไปให้บอสพอลลงชื่อมอบอำนาจในการดำเนินคดีกับ พัช-กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ และ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หลังปรากฏคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท

 

วิฑูรย์กล่าวว่า บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปได้รับความเสียหาย ถึงแม้ว่าความผิดยังไม่สำเร็จแต่มีความพยายามในการกรรโชกทรัพย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องหารือกับพนักงานสอบสวนว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานพยายามกรรโชกทรัพย์หรือพยายามฉ้อโกง

 

ส่วนตัวมองว่าทั้งกฤษอนงค์และรัฐภูมิน่าจะเข้าข่ายข้อหาพยายามฉ้อโกงมากกว่ากรรโชกทรัพย์ เพราะคลิปเสียงมีเนื้อหาที่พยายามข่มขู่ให้จ่ายเงิน ซึ่งพฤติกรรมในคลิปมีการพยายามช่วยและจะให้โอนเงินเพื่อไปออกรายการโหนกระแส

 

วันนี้จะคุยรายละเอียดกับบอสพอลและเหล่าบอสชาย 11 คนให้เรียบร้อย รวมถึงพูดคุยเรื่องวันพรุ่งนี้ (20 พฤศจิกายน) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเดินทางมาสอบปากคำเพิ่มเติมหลังจากที่มีกำหนดการสอบสวน ส่วนตัวคาดว่าน่าจะเป็นพฤติการณ์ของคดีโดยละเอียด

 

วิฑูรย์กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้เดินทางไปยื่นประกันตัว บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์ โดยแนบพยานหลักฐาน เอกสารใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการป่วยโรคมะเร็งระยะที่ 3 แต่ศาลยกคำร้องเหมือนกับเคสของ 3 บอสดารา เพราะกลัวจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก

 

หลังจากนี้จะไม่ยื่นประกันตัวแล้ว เพราะขนาดบอสวินเป็นโรคมะเร็งยังไม่ได้รับการพิจารณา ดังนั้นจึงจะไปหารือกับทีมทนายเพื่อขอยื่นประกันตัวในช่วงเวลาการฝากขังผัดที่ 6 หรือ 7 ส่วนเหล่าบอสทั้ง 18 คน หลังจากทราบว่าบอสวินไม่ได้รับการประกันตัวก็ไม่มีท่าทีขวัญเสีย เพราะแต่ละคนเริ่มปรับตัวได้แล้ว แต่แค่อยากให้เพื่อนที่ป่วยหนักออกไปก่อน พร้อมกับยืนยันว่า ในที่สุดหากไม่ได้รับการประกันตัว บอสวินก็จะใช้แนวทางต่อสู้ตาม พ.ร.บ.ใหม่ของการคุมขังนักโทษ ด้วยการย้ายไปคุมขังที่โรงพยาบาลด้านนอก

 

กรณีที่กฤษอนงค์ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ วิฑูรย์กล่าวว่า ทั้ง 18 บอสทราบข่าวแล้วไม่มีท่าทีอะไร เชื่อว่าทางกรมราชทัณฑ์จะดำเนินการแยกตัวไปอยู่คนละแดนกับบอสต่างๆ แต่เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น อาบน้ำ กินข้าว ก็อาจจะต้องเจอกัน แต่เหล่าบอสไม่ได้อยากเจอ

The post ทนายบอสพอลรับมอบอำนาจดำเนินคดี ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ จากปมคลิปเสียงเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย แจ้งความหมิ่นประมาท กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน แลกพาบอสพอลออก โหนกระแส https://thestandard.co/noom-kanchai-kritanong-rattapoom/ Thu, 14 Nov 2024 14:30:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1008793

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หนุ […]

The post หนุ่ม กรรชัย แจ้งความหมิ่นประมาท กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน แลกพาบอสพอลออก โหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโทรทัศน์ โหนกระแส เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

 

กรณีที่มีคลิปบันทึกเสียงเจรจาระหว่าง ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และ กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวต้านโกง มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจาก ปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เป็นเงินจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อแลกกับการพาออกรายการโทรทัศน์

 

กรรชัยเปิดเผยว่า หลังจากมอบหมายให้ทนายความเข้ามาแจ้งความเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วันนี้เข้ามาพบตำรวจเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยข้อมูลที่ให้กับตำรวจไปนั้นเกี่ยวข้องกับบทสนทนาในคลิปเสียงที่รัฐภูมิอ้างกับปัญจรัศม์ว่าได้ติดต่อและพูดคุยกับตัวเอง เพื่อให้พา พอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปไปออกรายการโทรทัศน์ รวมถึงสามารถเขียนบทพูดในรายการเพื่อเปลี่ยนผิดให้กลายเป็นถูกได้ มีค่าดำเนินการ 20 ล้านบาท ซึ่งคำกล่าวอ้างทั้งหมดถือเป็นการกระทำที่หมิ่นประมาท และทำให้ตัวเองเสียชื่อเสียง

 

กรรชัยกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่ตัวเองโทรศัพท์ไปหารัฐภูมิถึง 3 ครั้ง เพราะต้องการให้โอกาสพูดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปเสียงดังกล่าว แต่เมื่อรัฐภูมิยืนยันว่าคลิปเสียงถูกตัดต่อ ตัวเองจึงตัดสินใจนำหลักฐานซึ่งเป็นคลิปเสียงฉบับเต็มมามอบให้กับตำรวจ และแจ้งความดำเนินคดีกับรัฐภูมิและกฤษอนงค์ในข้อหาหมิ่นประมาท

 

พร้อมมอบหมายให้ทนายความไปพิจารณาเพื่อแจ้งความเพิ่มเติม ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับรัฐภูมินั้นไม่เคยสนิทสนมกัน และตอนนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกันแล้ว

The post หนุ่ม กรรชัย แจ้งความหมิ่นประมาท กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน แลกพาบอสพอลออก โหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งค้น 11 จุด พร้อมสอบข้อมูลบุคคลใกล้ชิด 18 ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เตือนกลุ่มอินฟลูเอ็นเซอร์ ให้ข้อมูลเท็จทางคดีทำประชาชนสับสน มีความผิด https://thestandard.co/police-icon-group-associates-locations/ Tue, 22 Oct 2024 06:21:55 +0000 https://thestandard.co/?p=998818 ผบ.ตร. สั่งค้น 11 จุด

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่อาคารประชาอารักษ์ กองบัญชาการตำรว […]

The post ผบ.ตร. สั่งค้น 11 จุด พร้อมสอบข้อมูลบุคคลใกล้ชิด 18 ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เตือนกลุ่มอินฟลูเอ็นเซอร์ ให้ข้อมูลเท็จทางคดีทำประชาชนสับสน มีความผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. สั่งค้น 11 จุด

วันนี้ (22 ตุลาคม) ที่อาคารประชาอารักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต. โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) และ พล.ต.ต. มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) ร่วมแถลงความคืบหน้าหลังเข้าประชุมติดตามคดีดิไอคอนกรุ๊ป

 

พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า ตลอดช่วงเช้าวันนี้ยังคงมีประชาชนผู้เสียหายเดินทางมาเพื่อรับบัตรคิวเข้าแจ้งความที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว สำหรับยอดรวมผู้เสียหายทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 10-21 ตุลาคม 2567 มีประชาชนเดินทางมาทั้งสิ้น 6,979 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,046 ล้านบาท 

 

ในส่วนของการขยายผลจากกลุ่มผู้ต้องหา 18 คน อยู่ระหว่างการสอบสวนของชุดพนักงานสอบสวน ทั้งเรื่องเส้นทางการเงินและการวิเคราะห์บัญชีการเงิน โดยในวันนี้มีการลงพื้นที่ไปตรวจค้นทั้งหมด 11 จุด และสอบข้อมูลจากผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในฐานะพนักงานและคนใกล้ชิดกับผู้ต้องหาทั้ง 18 คน

 

สำหรับหมายจับรอบที่ 2 เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบหลักฐานชัดเจนเมื่อใดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าถ้าผลการสอบสวนและหลักฐานพาดพิงไปถึงใคร ระดับใดก็ตาม ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ภรรยาของ กันต์ กันตถาวร ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ มีรายชื่ออยู่ในหมายจับรอบที่ 2 ด้วยหรือไม่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ตอบว่า ขณะนี้ยังไม่พบในรายชื่อ และยืนยันว่ายังไม่พบว่ามีการเดินทางออกนอกประเทศ

 

สำหรับการแยกระหว่างผู้เสียหายหรือผู้ต้องหานั้น พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ผู้เสียหายบางคนเมื่อสอบปากคำแล้วอาจพบว่าเป็นผู้ต้องหาในภายหลัง เพราะฉะนั้นจะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งทั้งหมดอยู่ในการวิเคราะห์คำให้การอย่างละเอียดรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายที่มาแสดงตัว เจ้าหน้าที่จะให้สิทธิเป็นผู้เสียหายก่อน โดยคำให้การทั้งหมดจะต้องผ่านการวิเคราะห์ในเรื่องของพยานหลักฐาน

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาอะไรเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาทั้ง 18 คนหรือไม่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการสอบสวน หากพบความผิดอื่นเพิ่มจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

 

ด้าน พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวว่า สำหรับเรื่องข้อมูลเลขบัตรประชาชนของบอสพอลที่ขึ้นต้นด้วยเลข 5 นั้น เบื้องต้นมีการตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์พบว่า เป็นการแจ้งตกหล่นในการสำรวจและมีการเพิ่มชื่อทีหลัง แต่ยืนยันว่าเป็นคนไทย ยังไม่พบว่าเป็นต่างด้าว อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติม

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า กรณีที่จะมีกลุ่มผู้เสียหายไปร้องเรียนกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในเรื่องพนักงานสอบสวนชี้นำ ทำให้เกิดความเสียหายเท็จขึ้นมา ทางตำรวจจะชี้แจงอย่างไร พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เป็นความเข้าใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่อยากจะเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานหนักมาก และในการสอบสวนจำเป็นต้องมีความรอบคอบรัดกุม ซึ่งความผิดแต่ละประเภทนั้นจะมีองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย หากใช้ความรู้สึกอย่างเดียวแล้วแจ้งข้อกล่าวหาผู้ใดผู้หนึ่ง เราอาจตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาเองก็ได้ 

 

สำหรับเรื่องคลิปเสียงทั้งหมด ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นผู้รับผิดชอบ ร่วมกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนและขยายผลหลักฐานทั้งหมดว่าเกี่ยวพันกับผู้ใดบ้าง แต่ขณะนี้ขอยังไม่เปิดเผย

 

ยืนยันได้เพียงว่ามีการสอบปากคำ บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้บริหารบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และได้รับคำยืนยันว่าเสียงนั้นเป็นเสียงบอสพอลจริง ทั้งนี้ หากพบว่าบุคคลใดที่มีหลักฐานชัดเจน และเป็นการกระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานของรัฐหรือความผิดต่อแผ่นดิน ตำรวจจะไม่ละเว้นในการดำเนินคดีอย่างแน่นอน ส่วนบุคคลใดที่จะแสดงตัวหรือแสดงความบริสุทธิ์ เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับหลักฐาน 

 

และกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นักร้องเรียนหญิงมีความสนิทสนมกับตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่นั้น หากพบว่าเป็นตำรวจหรือไม่ว่าใคร สังกัดใดก็ตาม มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จะดำเนินคดีไม่มีละเว้น ทั้งนี้ ไม่มีความกังวลและไม่มีความหนักใจ 

 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สำหรับเงินที่บอสพอลโอนเข้าบัญชีพระผู้ใหญ่จำนวน 1 ล้านบาท จะต้องอายัดมาตรวจสอบด้วยหรือไม่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ระบุว่า อย่างไรก็ต้องพิจารณาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ จะต้องตรวจสอบ ใช้ดุลพินิจและวิจารณญาณที่ละเอียดรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง แต่หากเงินดังกล่าวเป็นเงินต้องสงสัยก็สามารถอายัดได้ เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนและยึดอายัดทรัพย์อยู่แล้ว เบื้องต้นในส่วนของตำรวจมีการยึดทั้งอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ ของผู้ต้องหาทั้งหมดในขณะนี้กว่า 400 ล้านบาทแล้ว

 

ส่วนที่มีกระแสข่าวที่ผู้ต้องหามีการแปลงสกุลเงินดิจิทัลนั้น เรื่องนี้มีการสอบปากคำและก็ตรวจสอบโดย บก.ปปป. อยู่แล้ว แต่อยากเรียนว่า “บุคคลที่มีชื่อเสียงหรืออินฟลูเอ็นเซอร์ต่างๆ ควรจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะนำข้อมูลเหล่านั้นออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชน ทำให้ประชาชนเกิดความไขว้เขวต่อข้อเท็จจริง ว่าทำไมเจ้าหน้าที่รัฐถึงมีการปล่อยปละละเลยให้มีการถ่ายโอนทรัพย์สินในรูปแบบคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งขณะนี้มีการตรวจสอบอยู่และข้อเท็จจริงจะปรากฏเร็วๆ นี้ แต่หากใครที่ให้ข้อมูลเท็จต่อสื่อสาธารณชน จะต้องรับผิดชอบและถูกดำเนินคดี” พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าว

 

และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด จะเกี่ยวข้องหรือมีความเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์หรือไม่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ ฝากเตือนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งมีความพยายามยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินนั้น จะยิ่งทำให้ปรากฏพฤติการณ์ทำผิดในทางคดีอย่างชัดเจน เบื้องต้นขอยืนยันว่าจะทำคดีแล้วเสร็จทัน 48 วันตามกรอบระยะเวลาการขอฝากขังผู้ต้องหา 18 คนอย่างแน่นอน

The post ผบ.ตร. สั่งค้น 11 จุด พร้อมสอบข้อมูลบุคคลใกล้ชิด 18 ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เตือนกลุ่มอินฟลูเอ็นเซอร์ ให้ข้อมูลเท็จทางคดีทำประชาชนสับสน มีความผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปความเคลื่อนไหวคดีดิไอคอนกรุ๊ปในรอบสัปดาห์ คลื่นธุรกิจ (ขายตรง?) ที่ซัดกระทบคนทุกหย่อมหญ้า https://thestandard.co/summary-of-the-icon-group-case-in-the-past-week/ Fri, 18 Oct 2024 13:21:37 +0000 https://thestandard.co/?p=997779 บอสพอล ดิไอคอนกรุ๊ป

การนำตัว 18 บอสแห่งอาณาจักร ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ที่ขณะนี้มีส […]

The post สรุปความเคลื่อนไหวคดีดิไอคอนกรุ๊ปในรอบสัปดาห์ คลื่นธุรกิจ (ขายตรง?) ที่ซัดกระทบคนทุกหย่อมหญ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอสพอล ดิไอคอนกรุ๊ป

การนำตัว 18 บอสแห่งอาณาจักร ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ที่ขณะนี้มีสถานะเป็น 18 ผู้ต้องหาคดี ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ เข้าสู่เรือนจำได้ ไม่นับว่าเป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการยุติธรรม แต่ถือเป็นก้าวแรกในการพิสูจน์ผิด-ถูกของการดำเนินธุรกิจ ที่หนึ่งฝั่งมองว่าธุรกิจนี้เป็นการตลาดแบบตรง แต่ในมุมตรงข้ามกันมองว่าสิ่งที่เกิดไม่ต่างอะไรกับวงจรของแชร์ลูกโซ่

 

THE STANDARD สรุปสาระสำคัญในรอบ 1 สัปดาห์ (วันที่ 10-17 ตุลาคม 2567) ของคดีนี้ ที่เปรียบเหมือนคลื่นสึนามิ ซัดกระแทกไปในหลายวงการ พัดพาความเสียหายมารวมกัน ชนิดที่ว่า เพียง 7 วันเม็ดเงินที่ประชาชนสูญไปสูงถึง 800 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

 

กุญแจสู่การเปิด (โปง) อาณาจักรดิไอคอนกรุ๊ป

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการ โหนกระแส ได้รับเรื่องจากผู้เสียหาย ประเด็นการลงทุน และนำไปสู่การเปิดเผยในรายการวันที่ 7 ตุลาคม จากนั้นเป็นต้นมารายการโหนกระแสยึดธีมรายงานเรื่องราวการทำธุรกิจของบริษัทนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรูปแบบทางคดีความชัดเจนขึ้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ณัฏฐ์ (สงวนนามสกุล) ผู้กล่าวหากับพวก เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) 

 

เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก กรณีผู้กล่าวหากับพวกสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้า มีการสอนขายสินค้าออนไลน์ วิดีโอคอนเทนต์ มีตัวแทนหรือแม่ทีมชักชวนให้เปิดบิลซื้อค้าของบริษัท และจะได้ผลตอบแทนจากการขายสินค้า 

 

เมื่อผู้กล่าวหากับพวกเสียเงินให้กับ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ไปแล้ว ปรากฏว่ามาทราบความจริงในภายหลังว่าเป็นการชวนให้ร่วมลงทุนโดยเน้นระดมทุน เน้นชักชวนคนมาเป็นเครือข่าย มากกว่าเน้นการขายสินค้า รู้อยู่แก่ใจว่าสินค้าดังกล่าวไม่สามารถขายให้กับบุคคลอื่นได้ เพราะเป็นสินค้าใหม่ ไม่เป็นที่รู้จัก มีราคาสูงกว่าท้องตลาด ทำให้ผู้กล่าวหากับพวกได้รับความเสียหาย จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีจนถึงที่สุด

 

พนักงานสอบสวนจึงได้รับคำร้องทุกข์ตามคดีอาญาของกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ตามคดีอาญาที่ 70/2567 

 

ในสำนวนระบุว่า เหตุเกิดที่ บริษัท ดีไอคอนกรุ๊ป จำกัด เลขที่ 165/42-46 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องเกี่ยวพันกันหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ระหว่างปี 2564-2567

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสื่อสารมวลชนทุกแขนง ทั้งรายการโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ เริ่มกำหนดทิศทางการรายงานข่าวที่ต้องการสืบทราบความจริง ตีแผ่เรื่องราวที่เกิดขึ้น และย้อนถอดบทเรียนกรณีคล้ายกันที่เคยได้รับการตัดสินตามกฎหมายไปแล้วว่าเป็นแชร์ลูกโซ่

 

ว่าด้วยเรื่องดิไอคอนกรุ๊ป

 

บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด (The iCon Group Company Limited) จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นบริษัทประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รูปแบบขายตรงทางออนไลน์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ก่อนเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 50,000,000 บาท เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563

 

โดยมี บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล เป็นผู้ก่อตั้ง, ผู้ถือหุ้นใหญ่ (75%), ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปัจจุบันจำหน่ายอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงามผ่านตัวแทนจำหน่าย

 

สินค้าตัวแรกที่เริ่มจำหน่ายคืออาหารเสริม Boom Collagen ต่อมาจึงจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอื่นๆ โดยใช้ตราสินค้า Boom และต่อยอดไปจำหน่ายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม

 

ดิไอคอนกรุ๊ปมีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ถือหุ้นคือ

  • บริษัท ดิไอคอนการบัญชี จำกัด (ถือหุ้น 50%) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบัญชี
  • บริษัท ดิ ไอคอน เวลเนส จำกัด (ถือหุ้น 99.98%) ประกอบธุรกิจคลินิกโรคเฉพาะทาง
  • บริษัท เฟรนด์ชิป ฟูลฟิลเม้นท์ จำกัด (ถือหุ้น 33%) ประกอบธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า

 

ชนชั้นในองค์กรสะท้อนโมเดลธุรกิจ

 

จากข้อมูลของประชาชนที่ระบุว่าตนเองเป็นผู้เสียหายจากการถูกชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจ ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ระบุว่า พวกเขาเริ่มต้นจากเห็นโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดียที่เป็นการประชาสัมพันธ์ในเชิง ‘สอนขายของออนไลน์’ ในราคาไม่ถึง 100 บาท ซึ่งรูปแบบที่เกิดขึ้นนี้นับเป็นประตูบานใหญ่บานแรกของผู้เสียหายส่วนมาก 

 

ระดับชั้นการเข้าสู่บันไดธุรกิจสามารถแบ่งได้ดังนี้

 

เมื่อจ่ายเงิน 95-99 บาท

 

วันที่ 1-2 เรียนออนไลน์เรื่องการถ่ายภาพ-การตัดต่อคลิป-การใช้ข้อความในแต่ละแพลตฟอร์ม

 

วันที่ 3 มีแม่ทีมเข้ามาร่วมในห้องเรียนออนไลน์ เล่าเรื่องราวความสำเร็จของบริษัทและผู้บริหาร บางครั้งบอสใหญ่เข้ามาร่วมคุยด้วย เน้นสร้างการจดจำว่าทุกคนสามารถสร้างรายได้เพิ่มโดยที่ไม่ต้องกักตุนสินค้า ทุกคนสามารถมีธุรกิจของตัวเอง ทุกคนเป็นเจ้านายตัวเองได้

 

วันที่ 4-5 ในห้องเรียนออนไลน์เริ่มแนะนำผลิตภัณฑ์ของบริษัท โน้มน้าวให้ผู้เรียนทดลองซื้อสินค้า หากสินค้าดีให้ลองชวนคนรู้จักมาซื้อผ่านตัวเองได้

 

เมื่อจ่ายเงิน 2,500 บาท 

 

จะได้เป็น ดิสทริบิวเตอร์ หรือ ร้านค้าปลีก มีหน้าที่แนะนำคนอื่นให้มาซื้อสินค้าของบริษัทผ่านตนเอง เรียนรู้ระบบของบริษัท เข้าอบรมแบบออฟไลน์ พบปะครูพี่เลี้ยงหรือแม่ทีมได้ และรับโปรโมชันในการซื้อสินค้า

 

เมื่อจ่ายเงิน 25,000 บาท 

 

จะก้าวเข้าสู่ระดับ ซูเปอร์ไวเซอร์ หรือ หัวหน้าทีม การขายสินค้าถูกลดความสำคัญลง และจะเน้นให้หาคนมาร่วมทีม โดยอบรมเน้นคีย์เวิร์ด ‘หากทำธุรกิจจะมีรายได้เพิ่ม และทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป’ 

 

เมื่อจ่ายเงิน 250,000 บาท 

 

จะก้าวสู่ระดับสูงสุดคือ ดีลเลอร์ หรือ ตัวแทนจำหน่าย ก่อนจะเข้าสู่ระดับนี้ผู้ที่ถูกเชิญชวนจะได้รับข้อมูลว่า ‘จ่ายครั้งเดียวจบ ทำธุรกิจได้ทันที’ พวกเขาจะมีพร้อมทั้งสินค้า ลูกทีม การโฆษณาจากบริษัทเพื่อโปรโมตสินค้า และได้รับสิทธิพิเศษ เช่น ไปเที่ยวกับบอสใหญ่และดารา

 

แต่สิ่งที่ดีลเลอร์ต้องประสบภายหลัง คือต้องเสียเงินค่าโฆษณาในสื่อโซเชียลเดือนละ 5,000-10,000 บาท เพื่อหาสมาชิกให้ได้เดือนละ 30 คน และเพื่อหวังให้หนึ่งในนั้นมาเป็นระดับดีลเลอร์ 

 

บอสพอลเปิดเผยจำนวนสมาชิกในระดับต่างๆ ของการดำเนินธุรกิจผ่านรายการ THE STANDARD NOW ว่า บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด มีจำนวนสมาชิก 368,257 ราย

 

  • ร้านค้าปลีก Distributor: 285,833 ราย
  • หัวหน้าทีม Supervisor: 43,976 ราย 
  • ตัวแทนจำหน่าย Dealer: 31,972 ราย 
  • ตัวแทนจำหน่าย (เล็ก) Mini Dealer: 6,476 ราย

 

เหล่าบอสตัวแม่-ตัวพ่อที่มีผลต่อการตัดสินใจ

 

เมื่อผ่านประตูบานใหญ่เข้าสู่อาณาจักรนี้ สิ่งที่จะพบตั้งแต่ก้าวแรกที่พ้นธรณีประตูคือ ‘ดารา’ และ ‘ภาพความสำเร็จ’ ในเมื่อหลายคนตัดสินใจที่จะทดลองลงทุนแล้ว การเห็นและได้ยินผู้มีชื่อเสียงในวงการ และยิ่งบางคนที่เป็นบุคคลที่เขาโปรดปราน ยิ่งทำให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนครั้งนี้คือสิ่งถูกต้องที่ครั้งหนึ่งในชีวิตพวกเขาควรทำ

 

 3 กลุ่มดาราในดิไอคอนกรุ๊ปเมื่อจำแนกตามหน้าที่มีดังนี้

 

  • กลุ่มแรก คือผู้ได้รับมอบอำนาจในการบริหารโดยตรง
  • กลุ่มสอง คือพรีเซนเตอร์ที่บริษัทจ้างมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  • กลุ่มสาม คือผู้ที่ถูกเชิญเข้าไปร่วมงานอีเวนต์ของบริษัท 

 

ตัวอย่างดาราที่เรียกว่ามีบทบาทผ่านหลายช่องทางของดิไอคอนกรุ๊ป 

 

  • แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี ดำรงตำแหน่ง Chief Research Officer (CRO) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ดำรงตำแหน่ง Chief Communications Officer (CCO) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร
  • กันต์ กันตถาวร ดำรงตำแหน่ง Chief Marketing Officer (CMO) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

 

นอกจากดารายังมีเหล่าแม่ทีม แม่ข่าย และโค้ช ที่รับบทเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ขององค์กรที่คอยนำเสนอภาพความสำเร็จผ่านช่องทางต่างๆ ของตัวเองให้สมาชิกระดับอื่นๆ เห็น เช่น ถ่ายภาพคู่รถหรู, ใช้ของแบรนด์เนม, ร่วมทริปต่างประเทศ และกระทบไหล่บิ๊กบอสกับบอสดารา 

 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นเหตุผลที่ผู้เสียหายสะท้อนว่า หากพวกเขาลงทุนชีวิตพวกเขาอาจเปลี่ยนไปได้เช่นกัน เพราะสิ่งที่บริษัทฟูมฟักมาตลอดตั้งแต่เริ่มคือพื้นเพของเหล่าอินฟลูที่มีชีวิตแทบจะติดลบ ดีขึ้นได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือเพราะลงทุนกับที่นี่

 

ผู้เสียหาย-ความเสียหายที่นับวันยิ่งถาโถมความจริง

 

เมื่อเริ่มมีรายงานข่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้เสพข่าวไม่เพียงรับรู้สิ่งที่เป็นไป หลายคนก้าวออกมาช่วยเปิดเผยสิ่งที่อยู่เบื้องลึกเบื้องหลังและตอกย้ำความเสียหายให้สังคมเห็นอย่างเป็นรูปธรรม

 

จากเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่มีผู้เดินทางมาร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) จำนวน 80 คน ความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 31 ล้านบาท ณ วันที่ 17 ตุลาคม เวลา 11.00 น. มีผู้ลงทะเบียนเพื่อสอบปากคำรวมแล้ว 2,654 ราย ความเสียหายเฉพาะที่สอบปากคำแล้ว 830,455,501 บาท

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รับรายงานจากศูนย์รับแจ้งความที่ บช.ก. ว่า ใน 1 วันจะมีผู้เสียหายเฉลี่ยที่ 200-300 คน เจ้าหน้าที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วง 8.30 น. ประชาชนแต่ละคนใช้เวลาให้การที่ 2.30-4 ชั่วโมง บางวันเจ้าหน้าที่ต้องทำงานถึงเวลา 23.00 น.

 

ฉะนั้นเพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่คล่องตัว ตั้งแต่วันนี้ไปจึงสั่งกระจายจุดรับแจ้งความ 77 จังหวัด ให้เข้าถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่ต้องเดินทางมาถึง บช.ก. โดยกำชับให้ใช้รูปแบบการรับข้อมูลผู้เสียหายในลักษณะเดียวกัน และห้ามปฏิเสธรับแจ้งความจากประชาชนอย่างเด็ดขาด จึงเชื่อว่ายอดผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความกับตำรวจในคดีดิไอคอนกรุ๊ปจะมีเพิ่มขึ้นมากกว่าวันละ 200-300 คน

 

18 ผู้ต้องหาสู่การขยายผล

 

วันที่ 16 ตุลาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการ ‘หนุมานถล่มกรุงดิไอคอน’ หลังศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ 18 หมายจับ ในฐานความผิด 2 ข้อหา ‘ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จฯ’ 

 

โดย 18 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย

 

  • บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล
  • บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร
  • บอสปีเตอร์-กลด เศรษฐนันท์
  • บอสหมอเอก-ฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ
  • บอสสวย-นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์
  • บอสโซดา-ญาสิกัญจน์ เอกชิสนุพงศ์
  • บอสโอม-นันท์ธรัฐ เชาวนปรีชา
  • บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์
  • บอสแม่หญิง-กนกธร ปูรณะสุคนธ์
  • บอสอูมมี่-เสาวภา วงษ์สาขา
  • บอสทอมมี่-เชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์
  • บอสป๊อป-หัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์
  • โค้ชแล็ป-จิระวัฒน์ แสงภักดี
  • บอสจอย-วิไลลักษณ์ เจ็งสุวรรณ
  • บอสอ๊อฟ-ธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์
  • บอสกันต์-กันต์ กันตถาวร
  • บอสมิน-พีชญา วัฒนามนตรี
  • บอสแซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี

 

ในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว ต่อมาในชั้นศาลศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยให้เหตุผลระบุว่า

 

“การกระทำของผู้ต้องหามีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำเป็นระบบ, ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง, สร้างความเดือดร้อนแก่สุจริตชนเป็นอันมาก, มูลค่าความเสียหายสูง และเป็นเรื่องร้ายแรง

 

“ประกอบกับพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายคัดค้านการปล่อยชั่วคราว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสามจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรืออาจกระทำการใดที่กระทบกระเทือนต่อการแสวงหาข้อเท็จจริงในคดี”

 

ฉะนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดจึงถูกฝากขังในผลัดแรก (12 วัน) ซึ่ง 2 ฐานความผิดที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาไปจะทำให้ตำรวจมีอำนาจยื่นขอฝากขังรวม 4 ผลัด เป็นระยะเวลา 48 วัน 

 

ช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นนาฬิกานับถอยหลังที่จะทำให้ตำรวจต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานไปเอาผิดผู้ต้องหาทั้งหมดให้ทัน ก่อนที่จะหมดอำนาจยื่นขอฝากขังที่เฉลี่ยแล้วประมาณ 1 เดือนครึ่งเท่านั้น


 

ความจริงที่เรายังต้องตามหา

 

  • ผู้ต้องหารายอื่นนอกจาก 18 คนชุดแรก จะสืบสาวไปถึงใครบ้าง
  • ทรัพย์สินที่ถูกอายัดจะขยายต่อไปที่ส่วนไหน ไม่มีทางที่จะจบแค่ที่สำนักงาน ปปง. อายัดไว้ 125 ล้านบาท และตำรวจยึดไว้ 220 ล้านบาท อีกทั้งเงินในรูปแบบดิจิทัลจะจัดการอย่างไร
  • เหล่า (เทวดา) หน่วยงาน นักการเมือง ข้าราชการ ผู้มีอิทธิพล ที่โอบอุ้มธุรกิจนี้อยู่มีใครบ้าง
  • ความเสียหายจะไปสุดที่ตรงไหน
  • กฎหมายและหน่วยงานใดที่จะช่วยแก้ปัญหาความเสียหายนี้ได้อย่างตรงจุด

The post สรุปความเคลื่อนไหวคดีดิไอคอนกรุ๊ปในรอบสัปดาห์ คลื่นธุรกิจ (ขายตรง?) ที่ซัดกระทบคนทุกหย่อมหญ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุมตัว 17 บอส ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ฝากขังศาลอาญา ส่วน ‘บอสพอล’ ยังไม่ส่งตัวขังเหตุสอบสวนไม่จบ https://thestandard.co/17-bosses-of-the-icon-group-arrested/ Thu, 17 Oct 2024 10:15:11 +0000 https://thestandard.co/?p=997199

วันนี้ (17 ตุลาคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม […]

The post คุมตัว 17 บอส ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ฝากขังศาลอาญา ส่วน ‘บอสพอล’ ยังไม่ส่งตัวขังเหตุสอบสวนไม่จบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 ตุลาคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) คุมตัว 17 ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป จากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ส่งตัวไปยื่นฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

 

หลังจากที่วานนี้ (16 ตุลาคม) ตำรวจตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 18 รายมาแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และทำการสอบปากคำตั้งแต่ช่วงกลางคืนต่อเนื่องจนถึงช่วงเช้า ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน

 

โดยผู้ต้องหาทั้ง 17 คน หลังจากทำการพิมพ์ลายนิ้วมือเข้าระบบและกินอาหารเสร็จ จะโดยสารรถตู้ 4 คันที่มีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหน้าและปิดท้ายขบวนไปที่ศาลทันที

 

ในคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 18 คน ประกอบด้วย

  1. บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล
  2. บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร
  3. บอสปีเตอร์-กลด เศรษฐนันท์
  4. บอสหมอเอก-ฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ
  5. บอสสวย-นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์
  6. บอสโซดา-ญาสิกัญจน์ เอกชิสนุพงศ์
  7. บอสโอม-นันท์ธรัฐ เชาวนปรีชา
  8. บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์
  9. บอสแม่หญิง-กนกธร ปูรณะสุคนธ์
  10. บอสอูมมี่-เสาวภา วงษ์สาขา
  11. บอสทอมมี่-เชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์
  12. บอสป๊อป-หัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์
  13. โค้ชแล็ป-จิระวัฒน์ แสงภักดี
  14. บอสจอย-วิไลลักษณ์ เจ็งสุวรรณ
  15. บอสอ๊อฟ-ธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์
  16. บอสกันต์-กันต์ กันตถาวร
  17. บอสมิน-พีชญา วัฒนามนตรี
  18. บอสแซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี

 

อย่างไรก็ตาม วันนี้จะไม่มีการคุมตัว วรัตน์พล หรือบอสพอล ไปยื่นฝากขังต่อศาลเนื่องจากพนักงานสอบสวนยังดำเนินการสอบปากคำไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากเป็นเจ้าของกิจการมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะยื่นฝากขังบอสพอลในวันพรุ่งนี้ (18 ตุลาคม)

 

ด้าน กรณ์ เจริญวงศ์ชัย ทนายความของบอสจอย ให้ข้อมูลว่า ในวันนี้เฉพาะตัวของบอสจอยจะไม่มีการยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัวชั่วคราว เนื่องจากทีมทนายเห็นว่าคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชน แต่ทั้งนี้จะพิจารณาจากสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง หากมีการยื่นขอประกันได้ก็เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดไว้ที่ 1-2 ล้านบาท แต่ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะให้ใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเท่าใด

 

ในส่วนผู้ต้องหารายอื่นทราบว่าตั้งทนายความประจำตัวเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว ซึ่งอาจมีบางรายที่จะขอยื่นประกันตัวในวันนี้แล้วแต่แนวทางการต่อสู้คดี ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดเนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 18 คนถูกแยกสอบสวนคนละห้อง และทนายเข้าไปได้เฉพาะลูกความของตัวเอง

 

แต่จากการคุยกับทนายความ ลูกความมีอาการเครียดทุกราย บางรายหนักถึงขนาดร้องไห้

 

ด้านทนายความของบอสอูมมี่ระบุว่า ลูกความมีอาการเครียดและร้องไห้ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ฝากความเป็นห่วงถึงลูกและครอบครัวของตัวเอง และทนายความของบอสอูมมี่เตรียมหลักทรัพย์ไว้เพื่อขอยื่นประกันตัวแล้ว

 

 

The post คุมตัว 17 บอส ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ ฝากขังศาลอาญา ส่วน ‘บอสพอล’ ยังไม่ส่งตัวขังเหตุสอบสวนไม่จบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยึดรถหรู 18 บอส ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ หลังถูกจับฐานฉ้อโกงประชาชน-ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ https://thestandard.co/police-seize-icon-group-luxury-cars/ Thu, 17 Oct 2024 02:54:22 +0000 https://thestandard.co/?p=996957

วันนี้ (17 ตุลาคม) ที่บริเวณลานด้านหน้าอาคารพิทักษ์สันต […]

The post ตำรวจยึดรถหรู 18 บอส ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ หลังถูกจับฐานฉ้อโกงประชาชน-ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 ตุลาคม) ที่บริเวณลานด้านหน้าอาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถของกลางที่ตรวจยึดได้จาก 18 ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป จอดเรียงไว้เพื่อรอขั้นตอนการตรวจสอบ โดยรถทุกคันติดป้าย ‘ของกลาง’ กำกับไว้อย่างชัดเจน

 

ทั้งนี้ มีรายงานว่าภายในเมื่อวานนี้ (16 ตุลาคม) ตำรวจตรวจค้นไปทั้งสิ้น 16 จุด ตรวจยึดทรัพย์สินได้เบื้องต้น 5 ประเภท ประกอบด้วย

 

  1. รถยนต์ 23 คัน เช่น Rolls-Royce, Bentley, Maybach, McLaren, Ferrari, Porsche และรถคลาสสิก Ford Mustang รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
  2. เงินสด 1,620,000 บาท
  3. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 39 ชิ้น
  4. สินค้าแบรนด์เนม 121 รายการ
  5. เอกสารอื่นๆ

 

สำหรับขั้นตอนจากนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำทำสำนวนคดี หลังสอบปากคำแล้วเสร็จ หากพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัว เมื่อครบกำหนดควบคุมตัวจะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังต่อไป ซึ่งต้องเป็นภายในวันที่ 18 ตุลาคมนี้

 

The post ตำรวจยึดรถหรู 18 บอส ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ หลังถูกจับฐานฉ้อโกงประชาชน-ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด ‘18 หมายจับ’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป https://thestandard.co/18-warrants-the-icon-group/ Thu, 17 Oct 2024 02:44:26 +0000 https://thestandard.co/?p=996954 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (16 ตุลาคม) พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บ […]

The post เปิด ‘18 หมายจับ’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (16 ตุลาคม) พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดทำคดี บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ยืนยันว่า มีการออกหมายจับในคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แล้วทั้งสิ้น 18 คน

 

 

  1. บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล
  2. โค้ชมิน-พีชญา วัฒนามนตรี
  3. บอสแซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี
  4. บอสกันต์-กันต์ กันตถาวร
  5. บอสหมอเอก-ฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ
  6. บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร
  7. บอสสวย-นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์
  8. บอสโซดา-ญาสิกัญจน์ เอกชิสนุพงศ์
  9. บอสโอม-นันท์ธรัฐ เชาวนปรีชา
  10. บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์
  11. บอสแม่หญิง-กนกธร ปูรณะสุคนธ์
  12. บอสป๊อป-หัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์
  13. โค้ชแล็ป-จิระวัฒน์ แสงภักดี
  14. บอสจอย-วิไลลักษณ์ เจ็งสุวรรณ
  15. บอสอ๊อฟ-ธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์
  16. บอสปีเตอร์-กลด เศรษฐนันท์
  17. บอสอูมมี่-เสาวภา วงศ์สาขา
  18. บอสทอมมี่-เชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์

 

หมายเหตุ: ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

The post เปิด ‘18 หมายจับ’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด ‘18 หมายจับ’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป ณ เวลา 19.29 น. https://thestandard.co/18-arrest-warrants-in-the-icon-group-case/ Wed, 16 Oct 2024 13:19:13 +0000 https://thestandard.co/?p=996821 ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (16 ตุลาคม) พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บ […]

The post เปิด ‘18 หมายจับ’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป ณ เวลา 19.29 น. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิไอคอนกรุ๊ป

วันนี้ (16 ตุลาคม) พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดทำคดี บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ยืนยันว่า มีการออกหมายจับในคดีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แล้วทั้งสิ้น 18 คน โดยเวลา 19.29 น. สามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 15 คน 

 

The post เปิด ‘18 หมายจับ’ คดีดิไอคอนกรุ๊ป ณ เวลา 19.29 น. appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุมตัว 18 บอส ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ สอบปากคำฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ https://thestandard.co/18-the-icon-group-bosses-detained/ Wed, 16 Oct 2024 00:21:08 +0000 https://thestandard.co/?p=996864

วันนี้ (16 ตุลาคม) ที่อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรว […]

The post คุมตัว 18 บอส ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ สอบปากคำฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 ตุลาคม) ที่อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาจากคดี ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ เข้ารับการสอบปากคำฐานความผิดฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ

 

โดยลำดับการควบคุมตัวมีดังนี้

 

เวลา 18.04 น. บอสสวย-นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ และ บอสป๊อป-หัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์

เวลา 18.13 น. บอสแซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี

เวลา 18.28 น. บอสวิน-ธวิณทร์ภัส ภูพัฒนรินทร์

เวลา 18.42 น. บอสหมอเอก-ฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ

เวลา 18.55 น. บอสจอย-วิไลลักษณ์ เจ็งสุวรรณ

เวลา 18.57 น. บอสอ๊อฟ-ธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์

เวลา 19.07 น. โค้ชแล็ป-จิระวัฒน์ แสงภักดี

เวลา 19.29 น. บอสกันต์-กันต์ กันตถาวร

เวลา 20.01 น. บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร

เวลา 20.45 น. บอสทอมมี่-เชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์

เวลา 20.58 น. บอสอูมมี่-เสาวภา วงษ์สาขา

เวลา 22.10 น. บอสโอม-นันท์ธรัฐ เชาวนปรีชา

เวลา 23.59 น. บอสโซดา-ญาสิกัญจน์ เอกชิสนุพงศ์

 

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 21.30 น. บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล เดินทางมาถึง โดยสื่อมวลชนพยายามสอบถามบอสพอลว่ามีอะไรอยากจะพูดกับเสียหายหรือไม่, วันนี้ตกเป็นผู้ต้องหาแล้วยังมั่นใจในการสู้คดีหรือไม่, ยังมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้กระทำความผิดหรือไม่, เตรียมหลักทรัพย์ไว้ประกันตัวหรือไม่ และกังวลหรือไม่ว่าจะไม่ได้รับการประกันตัว โดยถามคำถามเป็นเวลาประมาณ 1 นาที แต่บอสพอลมีสีหน้าปกติ ยิ้มเล็กน้อย และไม่ได้ตอบคำถามใดๆ

 

ในส่วนของ บอสมิน-พีชญา วัฒนามนตรี มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวเข้าทางด้านหลังของอาคารตั้งแต่เวลา 17.00 น. ทำให้สื่อมวลชนไม่สามารถเก็บภาพขณะเดินทางมาถึงได้

 

ซึ่งระหว่างการควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทยอยขนย้ายทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้งหมดมาตรวจสอบ ทั้งเอกสาร กระเป๋า-เสื้อผ้าแบรนด์เนม ในส่วนของรถยนต์หรูได้จอดเรียงไว้ที่ลานด้านหน้าของอาคารที่ทำการสอบสวน

 

ขณะที่บรรยากาศที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางตั้งแต่มีประกาศออกหมายจับ 18 ผู้ต้องหา มีประชาชนซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มผู้เสียหายจากการถูกชักชวนให้ลงทุนในบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เดินทางมารอการปรากฏตัวของกลุ่มบอสเป็นจำนวนมาก

 

หลังจากนี้คณะพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน และนำตัวผู้ต้องหาทุกรายส่งฟ้องต่อศาลหลังจากสอบปากคำเสร็จ โดยจะขอคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาลกับผู้ต้องหาทุกราย

 

The post คุมตัว 18 บอส ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ สอบปากคำฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>