ประภัตร โพธสุธน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ประภัตร-โพธสุธน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 01 Aug 2026 07:41:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘อนุทิน’ นำทีมร่วมงานวันเกิด ‘ประภัตร’ ชื่นชม สส. กล้าธรรมร่วมยินดี ย้ำไม่มีวีไอพี-ประชาชนคือเจ้านาย ปัดตอบปมปรับ ครม. เร็วๆ นี้ https://thestandard.co/anutin-prapat-birthday-cabinet-reshuffle/ Sat, 01 Aug 2026 07:41:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1237161 อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวบนเวทีในงานวันเกิดประภัตร โพธสุธน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

วันนี้ (1 สิงหาคม) ที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุร […]

The post ‘อนุทิน’ นำทีมร่วมงานวันเกิด ‘ประภัตร’ ชื่นชม สส. กล้าธรรมร่วมยินดี ย้ำไม่มีวีไอพี-ประชาชนคือเจ้านาย ปัดตอบปมปรับ ครม. เร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวบนเวทีในงานวันเกิดประภัตร โพธสุธน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

วันนี้ (1 สิงหาคม) ที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 77 ปี ของ ประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย โดยบรรยากาศภายในงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีการกางเต็นท์เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมาร่วมเฉลิมฉลอง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น

 

ภายในงานมีบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล รวมถึง ณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส.สุพรรณบุรี พรรคกล้าธรรม ที่เดินทางมาร่วมงานในวันนี้ด้วย

 

อนุทิน ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า วันนี้เป็นวันสำคัญที่ทุกคนพร้อมใจกันมาร่วมแสดงความยินดีกับบุคคลที่เคารพนับถือและเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ทั้งในด้านความรักชาติ รักแผ่นดิน และรักประชาชน ซึ่งก็คือ ประภัตร โพธสุธน ผู้ที่เป็นเสมือนพี่ใหญ่และเป็น สส. ตลอดกาลของชาวสุพรรณบุรี โดยในปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้นในฐานะบุคลากรสำคัญของพรรคภูมิใจไทย

 

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวขอบคุณชาวสุพรรณบุรีสำหรับความไว้วางใจที่มอบให้กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยย้อนความทรงจำถึงการลงพื้นที่แนะนำตัวครั้งแรกว่า แม้ในตอนนั้นชาวสุพรรณบุรีอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับพรรคภูมิใจไทยนัก แต่ตนกลับได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเกินคาด ซึ่งเสียงปรบมือและกำลังใจในวันนั้น ทำให้ตนเชื่อมั่นทันทีว่าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถชนะการเลือกตั้งและได้รับโอกาสเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน

 

“เมื่อมีความมั่นใจเกิดขึ้นที่สุพรรณบุรี ณ วินาทีนั้น ตนรู้สึกได้เลยว่างวดนี้พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งแน่นอนด้วยพลังของประชาชน ผ่านผู้แทนราษฎรที่มีคุณภาพ ดังนั้น เราจึงต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับชาวสุพรรณบุรีและคนไทยทั้งประเทศ ตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ กำลังดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ ปากท้อง ราคาพืชผลทางการเกษตร รวมถึงการพัฒนาระบบคมนาคม” อนุทิน กล่าว

 

นอกจากนี้ อนุทินยังประกาศว่าตั้งแต่นี้ต่อไป ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี ตนจะล็อกคิวเพื่อเดินทางมาพบปะพี่น้องชาวสุพรรณบุรีด้วยความเต็มใจ เช่นเดียวกับวันที่ 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ จองชัย เที่ยงธรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมเน้นย้ำว่าที่นี่ไม่มีการแบ่งชนชั้นหรือวีไอพี ประชาชนทุกคนคือเจ้านายที่ตนมีหน้าที่รับใช้ ก่อนจะเชิญชวนผู้ร่วมงานร่วมกันอธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เจ้าของวันเกิดมีสุขภาพแข็งแรงและพร้อมรับใช้ประชาชนต่อไป

 

ต่อมาในเวลา 12.35 น. อนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส.พรรคกล้าธรรม มาร่วมงานในวันนี้ โดยระบุว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของประภัตร ซึ่งเป็นที่รักและเคารพของคนทั่วสุพรรณบุรี การที่ สส. ต่างพรรคมาร่วมแสดงความยินดีถือเป็นเรื่องของน้ำใจไมตรีและความสมัครสมานสามัคคีที่ควรชื่นชม ส่วนเป้าหมายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้ากวาด สส. ยกจังหวัดในการเลือกตั้งสมัยหน้านั้น อนุทินมองว่าการแข่งขันก็คือการแข่งขันตามระบอบประชาธิปไตย

 

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามทิ้งท้ายว่า จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้หรือไม่ อนุทิน ได้ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า “ปรับ ครม. ช้าๆ นี้”

The post ‘อนุทิน’ นำทีมร่วมงานวันเกิด ‘ประภัตร’ ชื่นชม สส. กล้าธรรมร่วมยินดี ย้ำไม่มีวีไอพี-ประชาชนคือเจ้านาย ปัดตอบปมปรับ ครม. เร็วๆ นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อนุทิน’ ลุยสุพรรณบุรี ดันโมเดลทำนาลดต้นทุน ลั่นแก้ปัญหาน้ำซ้ำซาก ย้ำรายได้ต้องถึงมือเกษตรกร ไม่ใช่นายทุน https://thestandard.co/anutin-suphanburi-rice-cost-farmers/ Sat, 01 Aug 2026 05:18:41 +0000 https://thestandard.co/anutin-suphanburi-rice-cost-farmers/ อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่สุพรรณบุรี เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ

วันนี้ (1 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐม […]

The post ‘อนุทิน’ ลุยสุพรรณบุรี ดันโมเดลทำนาลดต้นทุน ลั่นแก้ปัญหาน้ำซ้ำซาก ย้ำรายได้ต้องถึงมือเกษตรกร ไม่ใช่นายทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่สุพรรณบุรี เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ

วันนี้ (1 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชน ที่ แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยนายกรัฐมนตรีเดินทางด้วยรถยนต์หมายเลขทะเบียน กบ 5665 สุพรรณบุรี

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีคณะรัฐมนตรีและนักการเมืองระดับแกนนำร่วมให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง นำโดย วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, ประภัตร โพธสุธน, สส.พรรคภูมิใจไทย จากทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และชัยนาท ตลอดจน อุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี

 

เมื่อเดินทางถึงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังการบรรยายสรุปโครงการส่งเสริมการเกษตร แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ ก่อนจะขึ้นเวทีพบปะประชาชน โดยระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการมาเห็นวิถีชีวิตและการทำงานของเกษตรกรด้วยตาตนเอง เพื่อทำความเข้าใจระบบการทำงานของชาวนาซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ

 

อนุทินเน้นย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลคือการทำให้รายได้จากผลผลิตทางการเกษตรตกอยู่กับเกษตรกรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ใช่ผลกำไรส่วนใหญ่ไปตกอยู่กับพ่อค้าคนกลางหรือนายทุน ในขณะที่ผู้ผลิตต้องลงทั้งแรงกายและหยาดเหงื่อแต่กลับได้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ

 

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวชื่นชม ประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้าวและการเกษตรระดับท็อป 3 ของประเทศ โดยระบุว่าประสบการณ์และความทุ่มเทของประภัตรเป็นสิ่งที่หาได้ยาก และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนต้องเดินทางมาเยือนสุพรรณบุรีในวันนี้ ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของประภัตรพอดี

 

ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมการวางผังเมืองและระบบคมนาคมของอำเภอเดิมบางนางบวช ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบชลประทานอย่างเต็มกำลัง

 

“ถ้าวันนี้เราไม่จัดการน้ำ น้ำก็จะจัดการเรา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอให้คำสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือระบบชลประทาน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางที่ต้องรับน้ำจากภาคเหนือ ผมได้สั่งการให้ศึกษาและจัดสรรงบประมาณเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างราบรื่น และลดความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด” อนุทินกล่าว

 

ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณชาวสุพรรณบุรีที่ให้ความไว้วางใจเลือก สส. จากพรรคภูมิใจไทยเข้ามาถึง 4 จาก 5 เขต ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกพรรคการเมือง พร้อมทิ้งท้ายด้วยการพูดสำเนียงสุพรรณบุรีเพื่อแสดงความผูกพัน โดยระบุว่า สุพรรณบุรีไม่ได้มีเพียงอดีตนายกฯ บรรหาร เท่านั้น แต่ในวันนี้ อนุทิน ก็ถือเป็นนายกรัฐมนตรีของคนสุพรรณบุรีเช่นเดียวกัน

 

ภายหลังการพบปะประชาชน นายกรัฐมนตรีได้นั่งรถรางเยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวฯ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังวัดเดิมบาง (คงคาราม) เพื่อกราบสักการะท้าวเวสสุวรรณ เทพหน้าทอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของอำเภอ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่ โดยนายกรัฐมนตรีได้จุดธูปเสี่ยงทายซึ่งปรากฏเป็นตัวเลข 996 ก่อนจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในจุดต่อไป

 

อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่สุพรรณบุรี เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ 1อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่สุพรรณบุรี เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ 2อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่สุพรรณบุรี เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ 3อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่สุพรรณบุรี เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ 4อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่สุพรรณบุรี เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ 5

The post ‘อนุทิน’ ลุยสุพรรณบุรี ดันโมเดลทำนาลดต้นทุน ลั่นแก้ปัญหาน้ำซ้ำซาก ย้ำรายได้ต้องถึงมือเกษตรกร ไม่ใช่นายทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : “รวมกันอยู่ภูมิใจไทย ชาติไทยจะพัฒนา” อนุทินปราศรัยใหญ่เมืองสุพรรณบุรี รำลึกบรรหาญ ฝากไส้เดือนดูแลมังกร อ้อนชาวบ้านเลือกยกจังหวัด https://thestandard.co/anutin-rallies-suphan-buri/ Tue, 03 Feb 2026 01:27:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1172830 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : “รวมกันอยู่ภูมิใจไทย ชาติไทยจะพัฒนา” อนุทินปราศรัยใหญ่เมืองสุพรรณบุรี รำลึกบรรหาญ ฝากไส้เดือนดูแลมังกร อ้อนชาวบ้านเลือกยกจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศัยใหญ่ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ช่วยผู้สมัคร ทั้ง 5 เขต และรณรงค์เลือก สส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย เบอร์ 37

 

ประเดิมเปิดเวทีด้วย ประภัตร โพธสุธน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ขึ้นปราศรัยบนเวทีใหญ่จังหวัดสุพรรณบุรี ระบุว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี เพราะสิ่งที่ประชาชนรอคอยคือการรวมพลังของคนสุพรรณบุรี เพื่อเดินไปด้วยกันในฐานะคนสุพรรณบุรี โดยขอให้สนับสนุนหมายเลข 37

 

ประภัตร กล่าวว่า ประเด็นที่ชาวสุพรรณบุรีสงสัยและตั้งคำถามมากที่สุด คือเหตุผลในการย้ายพรรค ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนสุพรรณบุรีทุกคน ขอให้ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2518-2519 กว่า 50 ปีก่อน ในยุคบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ขณะนั้นสุพรรณบุรีแทบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีถนน ไม่มีน้ำประปา แต่หลังจากมีผู้แทนจากพรรคชาติไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา บ้านเมืองก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 50 ปี

 

“วันนี้หากเราต้องการให้บ้านเมืองดีกว่านี้ จำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งประชาชนได้เห็นฝีมือการทำงานมาแล้ว” ประภัตร กล่าว

 

ประภัตร กล่าวต่อว่า ตนเป็นนักการเมืองที่ทำงานคู่บุญกับบรรหารมากว่า 50 ปี โดยย้อนเหตุการณ์ในปี 2562 หลังการรัฐประหาร พรรคชาติไทยพัฒนาแทบไม่เหลืออะไร มีเพียง 2 หลาน คือ กัญจนา ศิลปอาชา และวราวุธ ศิลปอาชา และอีกหนึ่งอาคือตนเอง ทุกคนไม่แน่ใจว่าจะเดินต่ออย่างไร

 

“นาทีสุดท้าย เราทั้งสามคนไปหาคุณแม่แจ่มใส ศิลปอาชา ทุกคนร้องไห้ ท่านบอกว่าพ่อบรรหารสร้างพรรคไว้ คนสุพรรณรักพรรค ก็ต้องรักษาพรรคไว้ แม่จึงให้ 2 หลาน 1 อา เดินหน้าต่อ จนพรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียง และได้ร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 4 ปี”

 

ประภัตร กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งปี 2566 พรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียง พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ทักษิณ ชินวัตร จะติดต่อประสานให้ไปร่วมงานก็ตาม กระทั่งปี 2568 มีการยุบสภา ทำให้สถานการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนาเปลี่ยนไปอย่างมาก

 

“ผู้แทนราษฎรต้องทำงานกับรัฐบาล ต้องมีงบประมาณดูแลประชาชน หากเลือกตั้งครั้งนี้เราได้ไม่ถึง 10 เสียง ก็จะไม่มีใครเชิญร่วมรัฐบาล พี่น้องประชาชนต้องเห็นใจเรา เราจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย”

 

ประภัตร กล่าวด้วยว่า ต้องขอบคุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่โทรศัพท์มาพูดคุยและนัดรับประทานอาหารร่วมกัน รวมถึงอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้เกียรติชักชวน ถือเป็นการให้เกียรติ พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่ มีศักยภาพเป็นรัฐบาล และมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชัดเจน

 

“เราต้องการมากกว่านโยบาย คือ 1. เรื่องปากท้องประชาชน 2. ราคาข้าว วันนี้ข้าวราคา 5,000 บาทต่อตันอยู่ไม่ได้ แต่ภายใน 3 เดือน หลังได้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ราคาข้าวขึ้นเป็น 7,500 บาทต่อตัน และเป้าหมายของเราคือ ข้าวต้องถึงตันละ 10,000 บาท” ประภัตร กล่าว

 

ขณะที่ วราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ โดยเริ่มกล่าวปราศรัยว่า “ท็อปวราวุธคนเดิม ลูกพ่อบรรหาร สวัสดีครับ” พร้อมกล่าวต่อว่า วันนี้หลายคนดราม่ากันเหลือเกิน พูดกันนักพูดกันหนาว่า วราวุธทิ้งสมบัติพ่อบรรหารไปแล้วอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่รักสิ่งที่พ่อบรรหารสร้างมาแล้วอย่างนั้นอย่างนี้

 

วันนี้วราวุธมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ได้มีโอกาสมาพูดต่อหน้าพี่น้องประชาชนว่าสิ่งที่พ่อบรรหารทำมาตลอด 40 ปี ตนขอถามหน่อยเถอะว่า สิ่งที่พ่อบรรหารทำมาในจังหวัดสุพรรณบุรี มีเพียงแค่พรรคชาติไทยพัฒนาเพียงอย่างเดียวหรือ ไม่มีถนน ไม่มีแหล่งน้ำหรือปลูกสร้างเลยใช่หรือไม่

 

วราวุธ กล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่อยากจะบอกกับชาวสุพรรณบุรีว่า ตั้งแต่ที่พ่อบรรหารเสียชีวิตไป 23 เมษายน 2559 พวกเราพรรคชาติไทยพัฒนา ทำงานกันอย่างหนัก ดูแลพี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูก แต่ในการเลือกตั้งปี 2562 เราได้ สส. 10 คน ตนดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ 1 กระทรวง และในปี 2566 ก็ได้ สส.มา 10 คน ซึ่งได้มาอีก 1 กระทรวงคือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และวันนี้เราย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ยังไม่ทันเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนเห็นพรรคภูมิใจไทยดูแลกี่กระทรวง

 

อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรามีกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม วันนี้กระทรวงมาเป็แผงเลย ตนจึงอยากจะถามพี่น้องชาวสุพรรณ เมื่อก่อนเลือกพวกเรา 10 คนเข้าไป ได้กระทรวงเดียว แต่วันนี้เลือกไอ้หน้าเดิมเข้าไป แต่ได้กระทรวงมาเป็นพรือเลย เอาหรือไม่ ถ้าเป็นแบบนี้เข้าคูหากาบัตรสีชมพู พรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37

 

วราวุธ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญเข้าพรรคภูมิใจไทยมา หัวหน้าพรรคบอกว่า จะให้อยู่บัญชีรายชื่อไม่เกินที่ 5 ตนก็ดีใจ ปรากฎว่าพี่ชายสุดที่รักของตน พอประกาศออกมาเมื่อที่ 27 ธันวาคม ให้เกียรติคนสุพรรณบุรี ได้อยู่อันดับที่ 3 แบบนี้ดีหรือไม่ นี่คือความอบอุ่น นี่คือเกียรติที่พรรคภูมิใจไทยให้กับพวกเราคนสุพรรณบุรี

 

วราวุธ กล่าวอีกว่า อยากให้ข้าวมีราคาแพงหรือไม่ รวมถึงอยากให้ประเทศไทยเปิดด่านหรือไม่ และอยากให้ประเทศไทยเป็นที่รับรองของนานาประเทศหรือไม่ นี่คือสองเดือนที่มีนายกฯ ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และนี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา หากลองนึกภาพ ถ้ามีเวลาอีก 4 ปีหลังจากนี้เราจะทำให้ได้ขนาดไหน และหากพรรคภูมิใจไทยเข้ามา มีนายกรัฐมนตรี ชื่ออนุทิน ที่จะเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องชาวสุพรรณบุรีให้ดีขึ้น

 

ขณะที่อนุทิน ปราศรัยว่า พวกเรามารวมตัวกัน เพื่อนำชัยชนะ ความเป็นปึกแผ่น ความร่ำรวย มาให้ชาวสุพรรณบุรี ตนได้ไปกราบอนุสาวรีย์อาบรรหาร ศิลปอาชา มาเมื่อธันวาคมที่ผ่านมา 20 กว่าปีก่อน ท่านเรียกตนไปพบ 2 ต่อ 2 เหมือนกับมองการไกล ว่าวันหนึ่ง ไอ้หลานคนนี้ จะมีโอกาสได้ฝากเนื้อฝากตัวทำงานให้กับชาวสุพรรณบุรี สืบต่อเจตนารมย์ของท่าน ตนตื่นเต้นโทรศัพท์แทบตก ท่านบอก ‘อนุทิน’ ดูแลไอ้ท็อปด้วย อาฝาก

 

ตนจึงตอบกลับไปว่า มาฝากลูกมังกรไว้กับไส้เดือนได้อย่างไร ซึ่งท่านก็ตอบว่า เอ็ง 2 คนน่าจะไปกันได้ เอาอย่างนี้รับปากอา อย่าทิ้งกัน เอ็งใหญ่เอาไอ้ท็อปไปดู ไอ้ท็อปใหญ่ อาจะสั่งให้มันเอาเอ็งไปดู นี่คือวิสัยทัศน์อันยาวไกลของท่านบรรหาร ผู้ซึ่งรักสุพรรณบุรียิ่งกว่ารักตัวเอง แล้วก็ถึงวันที่ตนต้องตัดสินใจหาวิธีการที่จะชวนวราวุธ และทีมจากพรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย วราวุธ ใหญ่ไม่ใหญ่ไม่รู้ พ่อตนก็เคยอาศัยพรรคนี้อยู่ เนวิน ชิดชอบ ก็เคยอยู่ชาติไทยพัฒนา สมัยก่อนตนเรียนจบใหม่ๆ อยากเดินตามนักการเมือง ก็ไปอยู่ซอยราชครู ที่ตั้งที่ทำการพรรคชาติไทย

 

“สุพรรณบุรีแข็งแรงเช่นเดิม บุรีรัมย์ก็แข็งแรง ทำไมไม่นำความแข็งแรงของทั้ง 2 จังหวัด มาทำให้ทั้งประเทศแข็งแรงเล่า วันที่ชักชวนวราวุธ ตนก็บอกเขาตรง ๆ ว่าการเมืองจากนี้ไป พี่ต้องการน้อง น้องก็ต้องการพี่ เราสองศรีพี่น้องเดินไปด้วยกัน ตามคำสั่งของพ่อเรา มึงจะให้กูจุดธูปเอาท่านบรรหาร มาเข้าทรง หรือต้องเขียนตาราง ก ถึง ฮ ว่า ขอเอา ลูกชายมาอยู่ด้วยกันหรือไม่ เอาแก้วมาวาง จะได้เดินไป ที่ สระไอไม้มลาย ด.เด็ก ไม่โท อาเขาไปอยู่สวรรค์แล้ว จะให้เรียกมาอยู่ในถ้วยนี้เหรอ จนท็อปยอมบอกไม่ต้องเรียก ไปแล้ว ไปแล้ว เดี๋ยวพ่อมา เผ่นกันหมดไม่ได้คุยธุระกันพอดี” อนุทินเล่า

 

อนุทินกล่าวอีกว่า รวมกันอยู่ภูมิใจไทย ชาติไทยจะพัฒนา แปลว่า ทุกคนชนะหมด ภูมิใจไทยยุคนี้ใช้คำว่าพลัส เพราะฉะนั้นสุพรรณบุรี เมื่อมีภูมิใจไทย รวมกับชาติไทยพัฒนา จะเป็นสุพรรณบุรีพัฒนาชาติไทย พัฒนาพลัสพลัสพลัส

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า ขอให้ดูว่าสุพรรณบุรีมีอิทธิพลมากแค่ไหนกับตน พร้อมชูกระดาษนโยบายจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาฉีกทิ้ง ก่อนบอกว่าตอนนี้จำนโยบายพรรคไม่ได้แล้ว เลิกพูดถึงนโยบาย แล้ววันที่ 8 กุมภาฯ กาภูมิใจไทยยกพรรค จากนั้นได้แนะนำผู้สมัครทั้ง 5 เขต บอกเป็นลูกหลานมังกรทุกคน และพญามังกร ประภัตร โพสุธร ก็ยังอยู่ ดุดันพ่นไฟ วันนี้พามาเจอคนสุพรรณหางกระดิกดิ๊กๆ

 

อนุทินยังกล่าวถึงพี่น้องชาติพันธุ์ โดยระบุว่า หากไม่พูดถึงวันนี้คะแนนหายไป 100,000 คะแนน เพราะพี่น้องคือชาติพันธุ์เป็นคนไทยด้วยกัน สิทธิประโยชน์ต่างๆมีเหมือนกัน และพ่อแม่พี่น้องยังดำรงวัฒนธรรมอันงดงาม ทำให้เมืองสุพรรณเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมประเพณีอันงดงาม

 

อนุทิน กล่าวว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่บรรหารไม่อยู่ตนไม่เคยเข้ามา วุ่นวายและให้เกียรตินายวรวุธและพรรคชาติไทยพัฒนามาโดยตลอด หาบรรหารยังอยู่ วันนี้จะพูดว่า สุพรรณบุรีมีแต่จะชนะ ชนะ ชนะ เพราะมาอยู่รวมกันแล้ว

 

อนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอสัญญาว่าจะทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีเจริญ มั่นคงแข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไป ในทุกมิติ ดังนั้นจึงขอพี่น้องชาวสุพรรณบุรีจำไว้ในหัวใจ เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 เพราะถ้าไม่เลือกทุกคนที่มาอยู่ตรงนี้หมากันหมด ถ้าพวกเราหมา(มา) ขนาดนี้อังเคิล ก็ไม่หมา(มา)

 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 1อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 2อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 3อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 4อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 5อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 6อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 7อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 8อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 9อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 10อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 11อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยใหญ่บนเวทีท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่จังหวัดสุพรรณบุรี 12
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : “รวมกันอยู่ภูมิใจไทย ชาติไทยจะพัฒนา” อนุทินปราศรัยใหญ่เมืองสุพรรณบุรี รำลึกบรรหาญ ฝากไส้เดือนดูแลมังกร อ้อนชาวบ้านเลือกยกจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ประภัตร’ เลขาฯ ชาติไทยพัฒนา ตามมาสมทบวงคุย ‘ประชาชน’ ส่วนเลขาฯ รวมไทยสร้างชาติไม่มาเหตุติดพบแพทย์ https://thestandard.co/prapat-joins-talks-peoples-party/ Sun, 31 Aug 2025 08:35:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1113841 ประภัตร

วันนี้ (31 สิงหาคม) เวลา 14.45 น. ประภัตร โพธสุธน เลขาธ […]

The post ‘ประภัตร’ เลขาฯ ชาติไทยพัฒนา ตามมาสมทบวงคุย ‘ประชาชน’ ส่วนเลขาฯ รวมไทยสร้างชาติไม่มาเหตุติดพบแพทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประภัตร
วันนี้ (31 สิงหาคม) เวลา 14.45 น. ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคประชาชน โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ทำไม วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ถึงไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง
 
 
ประภัตรตอบสั้น ๆ ว่า วราวุธติดประชุม ส่วนในรายละเอียดขอขึ้นไปฟังก่อน และที่มาช้า เพราะเดินทางมาไกล จากอำเภอศรีประจันต์
 
 
เมื่อสื่อมวลชนถามว่า การที่พรรคร่วมมาครบ ถือเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่ ประภัตรพยักหน้ารับ ก่อนเดินขึ้นไปเพื่อร่วมวงหารือ กับแกนนำพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคประชาชน
 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเจรจาครั้งนี้ ขาดเพียงแกนนำของพรรครวมไทยสร้างชาติที่ไม่ได้เดินทางมาด้วย เนื่องจาก เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ไปพบแพทย์ตามกำหนดไว้ล่วงหน้า และการนัดหมายกันในครั้งนี้เป็นการนัดหมายที่กระชั้นชิด

The post ‘ประภัตร’ เลขาฯ ชาติไทยพัฒนา ตามมาสมทบวงคุย ‘ประชาชน’ ส่วนเลขาฯ รวมไทยสร้างชาติไม่มาเหตุติดพบแพทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่เกี่ยวหมูเถื่อน-ไม่รับเงินสกปรก เฉลิมชัยบอก ให้อำนาจเต็มประภัตรดูแลกรมปศุสัตว์ https://thestandard.co/chalermchai-sri-on-16012567/ Tue, 16 Jan 2024 07:13:09 +0000 https://thestandard.co/?p=888300

วันนี้ (16 มกราคม) ที่พรรคประชาธิปัตย์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน […]

The post ไม่เกี่ยวหมูเถื่อน-ไม่รับเงินสกปรก เฉลิมชัยบอก ให้อำนาจเต็มประภัตรดูแลกรมปศุสัตว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 มกราคม) ที่พรรคประชาธิปัตย์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และคณะกรรมการบริหารพรรค ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่ สมเกียรติ กอไพศาล เลขานุการส่วนตัวของเฉลิมชัยที่ถูกจับคดีลักลอบค้าซากสัตว์เถื่อน

 

โดยเฉลิมชัยกล่าวว่า มีขบวนการสร้างประเด็นในเรื่องหมูเถื่อนและไก่เถื่อนเพื่อโยงให้ถึงตนขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มั่นใจว่ากรณีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เกิดจากผลทางการเมือง มีการดำเนินการต่อเนื่องและอาจทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าตนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด

 

เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า วันที่ตนเข้าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบอำนาจเต็มให้กับ ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอำนาจหน้าที่สั่งการ อนุญาต อนุมัติ กำกับดูแล หรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ให้ประภัตรปฏิบัติราชการแทน และในส่วนของกรมปศุสัตว์ก็ได้มอบหมายให้ประภัตรกำกับดูแลเช่นเดียวกัน

 

เผยเอี่ยวแค่โรค ASF ไม่ใช่หมูเถื่อน

 

ส่วนหมูที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นเป็นช่วงที่มีการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับรัฐบาล มีการตั้งคณะกรรมการ โดยมี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ที่กำกับดูแลเป็นประธาน แต่จุรินทร์ได้มอบให้ตนดูแลแก้ปัญหา ซึ่งตนไม่สามารถมอบหมายให้คนอื่นแทนได้ จึงเป็นประธานต่อเนื่องจนกระทั่งมีข่าวหมูเถื่อนตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป โดยได้กำชับให้ใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เราสามารถจับและทำลายหมูเถื่อนได้ถึง 1.7 ล้านกิโลกรัม

 

เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่ทางกระทรวงเกษตรฯ ไม่มีอำนาจเลย คือการขนส่งทางเรือ หน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมศุลกากร โดยจะต้องเข้าไปตรวจสอบ จากนั้นค่อยแจ้งหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบอีกทีหนึ่ง เมื่อตนเข้าไปดูแลเรื่องนี้มีนโยบายปราบหมูเด็ดขาด จึงเป็นที่มาของการทำลายหมูเถื่อนที่ปรากฏเป็นข่าว ถ้าไม่ได้ออกนโยบายนี้ ก็ไม่รู้ว่าหมูตรงนี้ไปอยู่ตรงไหน หรือไปอยู่ในท้องใครแล้วก็ไม่ทราบ แต่กลับมีการโยงใยตนและคนใกล้ชิดเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

“ผมเรียนทุกท่าน พูดแต่ต้นว่าผม ครอบครัวผม ไม่ทำเรื่องสกปรก ไม่รับเงินพวกนี้แม้แต่บาทเดียว พูดไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ไม่มีนอมินีรับเงินแทน ไม่เอื้อประโยชน์แบบผิดกฎหมายให้ใครทั้งสิ้น อย่าว่าแต่คนใกล้ชิดเลย แม้แต่คนในครอบครัวผม ถ้าทำผิดไม่มีใครละเว้นได้ ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ต้องโดนลงโทษทางกฎหมายทั้งสิ้น ดังนั้นขอให้บอกชื่อมาเลยว่านักการเมืองคนไหนที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นผม” เฉลิมชัยกล่าว

 

ขอช่วยขุดตัวการเบื้องหลัง

 

เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีข่าวว่ากำลังจะมีการนำบุคคลที่กระทำความผิดไปเป็นพยาน เพื่อชักนำไปถึงบุคคลอื่นๆ และที่บอกว่ามีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง ขอเรียกร้องให้ช่วยกันขุดคุ้ยว่าไอ้โม่งนั้นเป็นใคร ตนพร้อมร่วมมือทุกอย่าง

 

ส่วนคนใกล้ชิดดำเนินการตามกฎหมายได้เลยถ้าเขาผิด แต่เขามีสิทธิ์พิสูจน์ และเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ถ้าทำให้ตนเสียหาย ตนฟ้องแน่นอน และจะไม่ไปกลั่นแกล้งหรือระรานใคร ตนทำเพื่อปกป้องตัวเองและองค์กรที่สังกัดอยู่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับหมูเถื่อนหรือไม่ เฉลิมชัยกล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานก็พูดไปแล้ว ตนได้มอบอำนาจให้ประภัตรไปบริหารทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องไปสอบถามคนที่เกี่ยวข้อง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าดูเหมือนข้องใจในการทำคดีของพนักงานสอบสวน เฉลิมชัยกล่าวว่า ขอให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา คดีหมูเถื่อนยังไม่มีการแถลงความคืบหน้า แต่มีเรื่องไก่เถื่อนมาอีก

 

มั่นใจไม่มีเอี่ยว เชื่อไม่เกี่ยวชั้น 14

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงว่าเหตุใดจึงมองว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง เฉลิมชัยกล่าวว่า เชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายรู้ว่าตนไม่เกี่ยวข้อง เมื่อไม่เกี่ยวข้องก็พยายามโยงไปที่คนรอบข้าง เพื่อให้ตนเกี่ยวข้อง ดังนั้นตีความหมายอื่นไม่ได้ ถ้าเล่นการเมืองสกปรกแบบนี้ อย่าเล่นเลย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแน่ๆ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงว่าเขาต้องการอะไรเพื่อให้เฉลิมชัยเสียชื่อเสียงตอนนี้ เป็นเพราะพรรคจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ เฉลิมชัยชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวกับประเด็นการไปร่วมรัฐบาล และไม่เกี่ยวกับเรื่องชั้น 14 เพราะหากป่วยหนักเขาคงไม่สามารถสั่งอะไรได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งแต่เกิดเรื่องได้พูดคุยกับประภัตรหรือไม่ เฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกับประภัตร ไปพูดในฐานะอะไร พูดไปก็เหมือนร้อนตัว แต่ที่ตนออกมาพูดครั้งนี้เพราะกระบวนการยุติธรรมเริ่มแล้ว ถ้าคิดว่าไม่ผิดจะหนีทำไม ไม่ผิดก็ต้องมอบตัว

The post ไม่เกี่ยวหมูเถื่อน-ไม่รับเงินสกปรก เฉลิมชัยบอก ให้อำนาจเต็มประภัตรดูแลกรมปศุสัตว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประภัตรแจง บินพบทักษิณในฐานะเพื่อนสนิท ปัดมีดีลลับ ย้ำความสัมพันธ์ ‘พท.-ชทพ.’ ยังดี https://thestandard.co/praphat-met-thaksin-as-a-close-friend/ Tue, 01 Aug 2023 06:55:08 +0000 https://thestandard.co/?p=824173 ประภัตร โพธสุธน

วันนี้ (1 สิงหาคม) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกร […]

The post ประภัตรแจง บินพบทักษิณในฐานะเพื่อนสนิท ปัดมีดีลลับ ย้ำความสัมพันธ์ ‘พท.-ชทพ.’ ยังดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประภัตร โพธสุธน

วันนี้ (1 สิงหาคม) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่เดินทางไปร่วมงานวันเกิด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกงเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ไปในฐานะเพื่อนเก่าที่มีความผูกพัน เมื่อถึงคราววันคล้ายวันเกิดทักษิณตนจึงไปเยี่ยม ไปให้กำลังใจ ไม่ว่าอยู่ประเทศไหน ตนไปคนเดียวในฐานะเพื่อน และทักษิณพูดถึงสถานการณ์ที่จะกลับมาเยี่ยมหลาน ส่วนแนวทางการกลับบ้านนั้นทักษิณบอกว่าจะมาเครื่องบินส่วนตัว และลงที่สนามบินดอนเมือง หลังจากนั้นไปศาล และหากจะไปเข้าคุกก็ยินดีปฏิบัติ

 

ประภัตรกล่าวต่อว่า การไปพบทักษิณนั้นไม่มีการพูดถึงดีลการเมืองใดๆ ทั้งนี้ ในความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนานั้นทักษิณได้พูดถึงเรื่องในอดีตตั้งแต่ที่ทำงานร่วมกับ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคชาติไทย จนถึงรุ่น วราวุธ ศิลปอาชา แต่ละช่วงมีตนเป็นเลขาธิการพรรคมาตลอด ถือว่ามีความสัมพันธ์แนบแน่น ในช่วงที่ทักษิณมีปัญหาทางการเมืองได้มาพักผ่อนที่สุพรรณบุรี ทักษิณยังเล่าว่าเคยถูกกล่าวหากับตนว่าขายชาติหลังจากที่เชิญซาอุดีอาระเบียมาดูการทำนาที่บ้านควาย จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการเล่าความหลังมากกว่า เพราะต่างคนต่างอายุเยอะแล้ว

 

“ทุกวันนี้ถามใครก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้ถึงความชัดเจนว่าใครจะรวมตัวเป็นรัฐบาล แม้แต่ผมยังตอบไม่ได้ เพราะไม่มีการประชุมพรรค จึงไม่ทราบว่า วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มีแนวทางอย่างไร” ประภัตรกล่าว

 

เมื่อถามว่าเจอคนจากพรรคอื่นไปคุยกับทักษิณด้วยหรือไม่ ประภัตรกล่าวว่า ตนไม่เห็น เพราะเป็นการคุยในห้อง จึงไม่ทราบว่าใครนั่งห้องไหนบ้าง ตนในฐานะเพื่อนเก่าพูดคุยกันถึง 2 ชั่วโมง

 

เมื่อถามว่าได้มีการเชื้อเชิญร่วมงานทางการเมืองในอนาคตหรือไม่ ประภัตรกล่าวว่า พรรคการเมืองทำงานรับใช้ประชาชนต่างต้องการร่วมรัฐบาลกันทุกพรรค แต่การรวมกันอย่างไรพรรคเล็กอย่างพรรคชาติไทยพัฒนาตอบไม่ได้ เพราะไม่ใช่แกนนำ

 

เมื่อถามว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไปใช่หรือไม่ ประภัตรกล่าวว่า วันนี้ตนยังไม่ทราบว่าใครเป็นใครบ้าง เพราะตัวเลขจะปรากฏหลังการเลือกนายกฯ เป็นประเพณีทางการเมือง เมื่อใครพรรคไหนได้เป็นนายกฯ เขาจะเชิญพรรคอื่นๆ เข้าร่วมรัฐบาล ไม่มีใครที่ยกมือโดยไม่มีการเชื้อเชิญหรือจะยกมือโดยส่วนตัว

 

เมื่อถามว่าล่าสุดที่คุยกับพรรคเพื่อไทยสัญญาณทิศทางการเมืองเป็นไปในทิศทางบวกระดับใด ประภัตรกล่าวว่า เป็นไปในทิศทางบวก พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคเล็ก ไม่มีปัญหากับใคร ไม่มีศัตรูหรือเป็นอริกับใคร ส่วนจะเป็นพรรคเนื้อหอมหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่วันนี้กลิ่นตัวตนแรง รับแขกเยอะ

 

เมื่อถามถึงกรณีที่คลิปของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ระบุหนุนแก้มาตรา 112 นั้น หากเสนอชื่อเศรษฐาเป็นนายกฯ พรรคชาติไทยพัฒนาจะยอมรับได้หรือไม่ ประภัตรกล่าวว่า ไม่ได้พูดกันถึงจุดนั้น รอฟังพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลที่จะประชุมร่วมกัน 8 พรรคเสียก่อนว่ามีแนวทางอย่างไร

 

ส่วนสูตร 8+2 ที่ออกมาจะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ตนมองว่าการเมืองอะไรเกิดขึ้นได้ทุกอย่าง จากประสบการณ์ที่มีมา การเมืองเป็นเรื่องการเจรจาตกลง เรื่องผลประโยชน์ว่าใครจะทำงานอะไรได้ ดังนั้นไม่ต้องสนใจว่าสูตรนั้นจะมีหรือสูตรนั้นจะมา ซึ่งไม่มีใครรู้จริง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การโหวตนายกฯ วันที่ 4 สิงหาคม จะฉลุยหรือไม่ตนไม่แน่ใจ พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคเล็กแค่ 10 เสียง ดังนั้นต้องฟังพรรคใหญ่ก่อนว่าตกลงกันอย่างไร

 

“เรา 10 เสียง เป็นตัวไปร่วมกับเขาหากนโยบายไปกันได้ ส่วนจะได้โควตารัฐมนตรีถึง 2 ที่หรือไม่นั้นยังไม่เคยคุยกัน เพราะไม่รู้ว่าจะโหวตนายกฯ กันกี่ร้อยเสียง ส่วนสูตร 8+2 ผมไม่รู้ เห็นเขาเชิญไปคุยทุกพรรค เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะเอาแค่ 2 พรรค ดังนั้นเป็นไปไม่ได้” ประภัตรกล่าว

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นำภาพประภัตรเดินทางไปเขตปกครองพิเศษฮ่องกงมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่าเป็นการดีลลับทางการเมือง รู้สึกโกรธชูวิทย์หรือไม่ ประภัตรกล่าวว่า ไม่เคยโกรธ เพราะตนไม่ได้ดูข่าว และไม่เห็นข่าวนั้น เพราะตามข่าวไม่ทัน จึงไม่ดูดีกว่า ทั้งนี้ ตนกับชูวิทย์สนิทกัน เขาเป็นเขยสุพรรณบุรี หลังสุดเจอกันเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว พูดคุยกันดี ไม่มีอะไร

 

เมื่อถามย้ำว่าไม่ทันเขาหมายถึงไปฮ่องกงใช่หรือไม่ ประภัตรกล่าวติดตลกว่า “ฮ่องกงไปก่อนเขา”

The post ประภัตรแจง บินพบทักษิณในฐานะเพื่อนสนิท ปัดมีดีลลับ ย้ำความสัมพันธ์ ‘พท.-ชทพ.’ ยังดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
วราวุธ-กัญจนา ร่วมงานวันเกิดประภัตร ครบ 74 ปี อวยพรขอให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพรรคชาติไทยพัฒนา-คนสุพรรณบุรีตลอดไป https://thestandard.co/warawut-kanjana-prapats-birthday/ Tue, 01 Aug 2023 03:54:32 +0000 https://thestandard.co/?p=824119 วันเกิด ประภัตร

วันนี้ (1 สิงหาคม) ที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุร […]

The post วราวุธ-กัญจนา ร่วมงานวันเกิดประภัตร ครบ 74 ปี อวยพรขอให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพรรคชาติไทยพัฒนา-คนสุพรรณบุรีตลอดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันเกิด ประภัตร

วันนี้ (1 สิงหาคม) ที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดบ้านทรงไทยจัดงานวันเกิดเนื่องในวันครบรอบ 74 ปี วันที่ 1 สิงหาคม

 

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงข้าราชการที่เคยทำงานร่วมกับประภัตรเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งทางการเมืองในยุคต่างๆ เข้าร่วมมอบกระเช้าดอกไม้และผลไม้อวยพรกันอย่างคับคั่ง

 

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค สรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดสุพรรณบุรี ศุภโชค ศรีสุขจร ส.ส. จังหวัดนครปฐม ร่วมงาน

 

โดยวราวุธกล่าวอวยพรวันเกิดประภัตรว่า วันนี้เป็นอีก 1 ปีผ่านไป อาที่รักของพวกเราหนุ่มและแข็งแรงขึ้นอีก 1 ปี ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงทุกนาที แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรียังมีความรัก ความห่วงหาอาทร ระหว่างครอบครัวศิลปอาชากับครอบครัวโพธสุธนไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

ซึ่งทุกปีวันที่ 1 สิงหาคม จะร่วมอวยพรวีรบุรุษของพวกเราและของคนสุพรรณบุรี เป็นเสาหลักและหลักชัยของพรรค ฝ่าฟันการเลือกตั้ง เมื่อ บรรหาร ศิลปอาชา บิดาของตนไม่อยู่ ประภัตรคือเสาหลักของพรรคในฐานะเลขาธิการพรรค

 

“หลังจากนี้การเดินทางแม้จะไกลเป็นหมื่นเป็นพันลี้ พรรคชาติไทยพัฒนามีประภัตรเคียงบ่าเคียงไหล่ มั่นใจว่าจะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เรามารวมใจกันที่นี่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่สุพรรณบุรี ดวงวิญญาณของบรรหาร ขอให้ประภัตรมีสุขภาพใจและร่างกายที่สมบูรณ์ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพรรคชาติไทยพัฒนาและคนสุพรรณบุรีทุกคนตลอดไป Happy Birthday” วราวุธกล่าว

The post วราวุธ-กัญจนา ร่วมงานวันเกิดประภัตร ครบ 74 ปี อวยพรขอให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพรรคชาติไทยพัฒนา-คนสุพรรณบุรีตลอดไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
วราวุธระบุ ประภัตรบินอวยพรวันเกิดทักษิณเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะสนิทมานาน ไม่เกี่ยวกับดีลตั้งรัฐบาล https://thestandard.co/varawut-on-phaphat-and-thaksin/ Fri, 28 Jul 2023 02:35:04 +0000 https://thestandard.co/?p=822974

วันนี้ (28 กรกฎาคม) ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วราวุธ ศิลป […]

The post วราวุธระบุ ประภัตรบินอวยพรวันเกิดทักษิณเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะสนิทมานาน ไม่เกี่ยวกับดีลตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 กรกฎาคม) ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีที่มีภาพ ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค ชทพ. เดินทางไปอวยพรวันเกิด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงนั้น 

 

วราวุธกล่าวว่า ตนทราบเรื่องนี้เมื่อเห็นภาพปรากฏในสื่อ เมื่อถามว่าแปลกใจหรือไม่ วราวุธกล่าวต่อว่า ประภัตรและทักษิณเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน 30 กว่าปี มีความสนิทชิดเชื้อกันมาโดยตลอด ตนมั่นใจว่าการไปอวยพรวันเกิดและการไปพบกันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองแน่นอน ถ้าเกิดมีอะไรขึ้นมา ตนก็ต้องเป็นคนพิจารณาก่อน ยืนยันว่าการเดินทางไปครั้งนี้ของประภัตรเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้ไปในฐานะเลขาธิการพรรค ชทพ. หรือว่าอะไรทั้งนั้น

 

เมื่อถามว่าได้มีการสอบถามเรื่องนี้กับประภัตรหรือไม่ วราวุธกล่าวว่า ตนได้ถามเพียงแค่ว่าได้ลาราชการถูกต้องแล้วหรือไม่ ซึ่งประภัตรระบุว่าลาราชการอย่างถูกต้อง

 

เมื่อถามว่า ประภัตรได้มาพูดคุยหรือไม่ว่าได้มีการแลกเปลี่ยนเรื่องทางการเมืองกับทักษิณอย่างไร วราวุธกล่าวว่า ตนไม่ได้ถาม ก็ทราบดีอยู่ว่าประภัตรและทักษิณเป็นเพื่อนเก่ากันมานาน หลายครั้งในช่วงที่ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ยังมีชีวิตอยู่ ประภัตรและทักษิณก็พูดคุยกันมาโดยตลอด เพราะเป็นเพื่อนกันมาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร 

 

เมื่อถามว่าหากมีการตัดสินใจอะไร ต้องนำกลับเข้ามาในที่ประชุมของพรรค ชทพ. ใช่หรือไม่ วราวุธกล่าวว่า ต้องเข้าสู่คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ก่อน และผู้ใหญ่ภายในพรรคต้องมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน 

 

เมื่อถามว่า ภาพที่ออกมาเหมือนประภัตรไปดีลการจัดตั้งรัฐบาล วราวุธกล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ เพราะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนและประภัตรก็ยังไปพรรคเพื่อไทย (พท.) ด้วยกันอยู่เลย พอมาวันอังคารมีภาพปรากฏอย่างที่ทราบ หากมีอะไรก็คงคุยกันจบที่พรรค พท. แล้ว”

 

เมื่อถามว่าในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ที่นัดโหวตนายกฯ แล้วพรรค ชทพ. ได้มีการตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร วราวุธกล่าวว่า ต้องดูความชัดเจนก่อนว่าพรรคใดจะเสนอใคร และมีขั้นตอนอย่างไร ตอนนี้ถ้ามีประชุมในวันดังกล่าวพรรค ชทพ. ก็จะมีการประชุมในเวลา 08.30 น. ของวันที่ 4 สิงหาคม เหมือนอย่างที่เคยทำทุกครั้ง

 

เมื่อถามอีกว่า หากเสนอชื่อนายกฯ จากคนของพรรค พท. จะสนับสนุนหรือไม่ วราวุธกล่าวว่า เงื่อนไขของเราก็มีจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นก็ต้องดูองค์ประกอบว่าจะสนับสนุน งดออกเสียง หรือไม่สนับสนุน อันนี้ต้องรอดูองค์ประกอบ

 

เมื่อถามย้ำว่า ต้องไม่มีพรรคก้าวไกลหรือการแก้ไขมาตรา 112 ใช่หรือไม่ วราวุธกล่าวว่า ต้องมีทิศทางนโยบายและแนวทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันถึงจะสามารถทำงานด้วยกันได้

The post วราวุธระบุ ประภัตรบินอวยพรวันเกิดทักษิณเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะสนิทมานาน ไม่เกี่ยวกับดีลตั้งรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
วราวุธ พร้อมคณะชาติไทยพัฒนา เข้าหารือพรรคเพื่อไทย หาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตประเทศ https://thestandard.co/chart-thai-pattana-discusses-with-pheu-thai-2/ Sun, 23 Jul 2023 07:44:55 +0000 https://thestandard.co/?p=820894 วราวุธ ศิลปอาชา

วันนี้ (23 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย […]

The post วราวุธ พร้อมคณะชาติไทยพัฒนา เข้าหารือพรรคเพื่อไทย หาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วราวุธ ศิลปอาชา

วันนี้ (23 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย อนุชา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรค, ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค, นิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค และ พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ส.ส. นครปฐม เดินทางมาร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและทางออกของประเทศร่วมกัน และหาแนวทางการเข้าร่วมรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ

 

โดยมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับ

The post วราวุธ พร้อมคณะชาติไทยพัฒนา เข้าหารือพรรคเพื่อไทย หาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน 52 ส.ส. พ้นตำแหน่ง ‘วราวุธ’ รวย 826 ล้านบาท ‘สุชาติ’ มีทรัพย์สิน 52 ล้านบาท ‘มงคลกิตติ์’ 184 ล้านบาท https://thestandard.co/list-property-account-52-mps-retired/ Mon, 12 Jun 2023 08:12:17 +0000 https://thestandard.co/?p=802120 บัญชีทรัพย์สิน สส

วันนี้ (12 มิถุนายน) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปร […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน 52 ส.ส. พ้นตำแหน่ง ‘วราวุธ’ รวย 826 ล้านบาท ‘สุชาติ’ มีทรัพย์สิน 52 ล้านบาท ‘มงคลกิตติ์’ 184 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
บัญชีทรัพย์สิน สส

วันนี้ (12 มิถุนายน) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. 52 คน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2566 โดยมีบุคคลที่น่าสนใจ อาทิ วราวุธ ศิลปอาชา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา แจ้งว่าตนเองพร้อมคู่สมรสมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 826,090,160 บาท 

 

ส่วน ประภัตร โพธสุธน อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ระบุสถานภาพโสด พร้อมกับแจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 93,433,313 บาท ขณะที่ นริศ ขำนุรักษ์ อดีต ส.ส. จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่าตนเองพร้อมคู่สมรสมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 21,135,506 บาท

 

ขณะที่ สุชาติ ตันเจริญ อดีต ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ระบุสถานภาพโสด มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 52,515,557 บาท พร้อมทั้งแจ้งว่ามีรายได้ต่อปีอยู่ที่ 1,388,880 บาท ขณะที่ วัน อยู่บำรุง อดีต ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 110,488,753 บาท

 

รวมไปถึง มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ แจ้งว่าตนเองและคู่สมรสมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 184,916,065 บาท, ศุภชัย ใจสมุทร อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 14,147,775 บาท, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส. จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 103,917,330 บาท, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีต ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พร้อมคู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 206,826,906 บาท

 

The post เลือกตั้ง 2566 : ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน 52 ส.ส. พ้นตำแหน่ง ‘วราวุธ’ รวย 826 ล้านบาท ‘สุชาติ’ มีทรัพย์สิน 52 ล้านบาท ‘มงคลกิตติ์’ 184 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาติไทยพัฒนาส่ง ส.ส. เขต 26 จังหวัด ‘วราวุธ’ ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 มั่นใจกวาดเกิน 2 ล้านเสียง ได้ 25 ที่นั่งในสภาแน่นอน https://thestandard.co/varawut-mp-chartthaipattana/ Wed, 29 Mar 2023 07:28:11 +0000 https://thestandard.co/?p=770187 พรรคชาติไทยพัฒนา

วันนี้ (29 มีนาคม) ที่พรรคชาติไทยพัฒนา ประภัตร โพธสุธน […]

The post ชาติไทยพัฒนาส่ง ส.ส. เขต 26 จังหวัด ‘วราวุธ’ ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 มั่นใจกวาดเกิน 2 ล้านเสียง ได้ 25 ที่นั่งในสภาแน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคชาติไทยพัฒนา

วันนี้ (29 มีนาคม) ที่พรรคชาติไทยพัฒนา ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา และ พิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนพรรค แถลงหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนาว่า สามารถส่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตได้ 26 จังหวัด และมีผู้สมัครทั้งหมด 50 เขต ตรวจคุณสมบัติแล้วครบถ้วน ส่วน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ตรวจสอบแล้วมีทั้งสิ้น 89 คน มั่นใจว่าได้ ส.ส. แบ่งเขต มากกว่า 25 คนแน่นอน สำหรับแบบบัญชีรายชื่อเป็นที่น่าพอใจ เพราะมีผู้มีความรู้เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าคะแนนปาร์ตี้ลิสต์น่าจะได้ 1.5-2 ล้านเสียง คาดว่าจะได้ 7-10 คน

 

พรรคมีผู้มาช่วยสนับสนุนเป็นจำนวนมากทั้งนักศึกษาและผู้มีความรู้หลายแขนง จะเห็นได้ว่าได้รับความยอมรับเป็นวงกว้างเพราะมีหลายสถาบันเชิญหัวหน้าพรรคไปร่วมพูดคุย พรรคจึงเชื่อมั่นว่าจะได้ถึง 2 ล้านเสียง ส่วนเขตที่เราไปเปิดตัวแต่ละจังหวัดอย่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ได้เสียงตอบรับดี เพราะพรรคเราเป็นพรรคเก่าแก่ ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีศัตรู ทำงานได้กับทุกพรรค

 

โดยรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค คือ วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ลำดับที่ 2 คือ ชาติชาย พยุหนาวีชัย ทีมเศรษฐกิจพรรคชาติไทยพัฒนา และลำดับที่ 3 คือ นิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา

The post ชาติไทยพัฒนาส่ง ส.ส. เขต 26 จังหวัด ‘วราวุธ’ ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 มั่นใจกวาดเกิน 2 ล้านเสียง ได้ 25 ที่นั่งในสภาแน่นอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
วราวุธยกทัพใหญ่ชาติไทยพัฒนาทัวร์อีสาน ประกาศปักธงยโสธร ประกาศขอโอกาสทำงานรับใช้ประชาชนให้เหมือนยุคบรรหาร https://thestandard.co/varawut-chartthaipattana-yasothon/ Sun, 26 Mar 2023 12:24:59 +0000 https://thestandard.co/?p=768838

วันนี้ (26 มีนาคม) ที่จังหวัดยโสธร พรรคชาติไทยพัฒนาเดิน […]

The post วราวุธยกทัพใหญ่ชาติไทยพัฒนาทัวร์อีสาน ประกาศปักธงยโสธร ประกาศขอโอกาสทำงานรับใช้ประชาชนให้เหมือนยุคบรรหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 มีนาคม) ที่จังหวัดยโสธร พรรคชาติไทยพัฒนาเดินสาย ‘ทัวร์ว้าว ไทยแลนด์’ เป็นวันที่สาม โดยมี วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา, ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค, อนุรักษ์ จุรีมาศ รองหัวหน้าพรรค, ดร.อุดม โปร่งฟ้า กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค นำทีมแนะนำตัว วีระศักดิ์ โคตรสมบัติ อดีตรองนายก อบจ.ยโสธร ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ยโสธร เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมพบปะพูดคุยกับพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดสดเทศบาลเมืองยโสธร โดยมีประชาชนมามอบดอกไม้ ผูกผ้าขาวม้า และมอบพวงมาลัยให้กับวราวุธ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและชื่นมื่น ก่อนที่วีระศักดิ์จะปั่นรถสามล้อให้วราวุธนั่งทักทายประชาชนด้วย

 

ก่อนเปิดเวทีหาเสียง วราวุธและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งวราวุธและประภัตรได้เดินไปดูป้ายรายนามผู้บริจาคสมทบทุนก่อสร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 ที่มีชื่อ บรรหาร ศิลปอาชา ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นชื่อลำดับที่ 1 มอบบริจาคสมทบทุน 30,000 บาท และได้ร่วมกันไหว้สักการะเสาหลักเมือง โดยประภัตรได้ขอพรเสียงดังว่า “ขอให้พรรคชาติไทยพัฒนาปักธงที่ยโสธรได้สำเร็จด้วยเทอญ”

 

จากนั้นวราวุธพร้อมคณะเดินทางมายังสวนสาธารณะบุ่งน้อยบุ่งใหญ่ เทศบาลเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เข้าสักการะอนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา (เจ้าคำสิงห์) พร้อมเปิดเวทีปราศรัย โดยมีประชาชนกว่า 5,000 คนมาร่วมฟัง 

 

วราวุธกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า 30 ปีที่แล้ว สมัยบรรหารดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มาสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและร่วมบริจาคเงิน 30,000 บาทใช้สร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และส่วนตัวได้มาที่ยโสธร ติดตามคุณพ่อหาเสียงตั้งแต่เด็ก จึงมีความผูกพันกับพื้นที่ บางคนบอกว่ามีมรดกทำไมต้องมาเล่นการเมือง จะเดินตากแดดทำไมให้ลำบาก นั่นก็เพราะประชาชนชาวจังหวัดยโสธรดีกับพรรคชาติไทยมาโดยตลอดจนถึงพรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้นายบรรหารจากไปหลายปี และต้องมารับไม้ต่อ ทุกครั้งที่เดินหาเสียงได้รับมอบผ้าขาวม้าคาดเอวก็ทำให้คิดถึงพ่อ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ขออาสาชาวยโสธรในการเลือกตั้งที่จะมาถึง และขอเสียงสนับสนุนว่าที่ผู้สมัครของพรรค 2 คน คือวีระศักดิ์ เขต 1 และ ตรงสิทธิ์ ตั้งจตุรวิธ เขต 3 เพื่อเป็นหูเป็นตา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน เพราะเรารับฟังและทำจริงให้คนยโสธรมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ 

 

“วันนี้เสียดายที่เราไม่มีผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 จังหวัดยโสธร แต่วันหน้าต้องมี และวันหนึ่งทั้ง 3 เขตของจังหวัดยโสธรจะต้องมี ส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนา เหมือนในสมัยพรรคชาติไทยของบรรหาร วันนี้เราทำงานในฐานะรัฐบาล 4 ปี เวลาเลือก ส.ส. ก็ต้องเลือกคนไปทำงาน หากเลือก ส.ส. ไปแล้วไม่ทำงาน ก็เลือกควายมาไถนาดีกว่า ดังนั้นเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าวีระศักดิ์และตรงสิทธิ์ได้เป็น ส.ส. แล้วไม่ทำงาน จะจับตีก้นให้ดู” วราวุธกล่าว 

 

วราวุธยังย้ำว่า นโยบาย ‘ว้าว ไทยแลนด์’ ของพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้เน้นลด แลก แจก แถม แต่เป็นการหาเครื่องมือ หาโอกาสในการทำกินมาให้ พร้อมระบุว่า หลายเวทีก่อนหน้านี้ได้ถามประชาชนทุกเวทีว่า อยากให้พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ทุกเวทีตอบเหมือนกันหมดว่าอยากให้เป็นรัฐบาล จึงขอถามว่า เคยมีพรรคไหนมาหาเสียงแล้วบอกว่าจะเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านหรือไม่ เช่นกัน พรรคชาติไทยพัฒนาก็อยากบอกว่า เราต้องการเข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน

 

“เราไม่เคยมีศัตรู สร้างแต่มิตร เวลาเราลงพื้นที่มีแต่มิตร ไม่เคยให้ร้ายโจมตีใคร เพราะต้องสร้างมิตรเอาไว้แก้ปัญหาให้ประชาชน ดังนั้นการเลือกตั้งนี้มีบัตร 2 ใบ ใบแรกขอให้เลือกวีระศักดิ์และตรงสิทธิ์ ส่วนอีกใบคือเลือกพรรค ผมรู้ว่าอีสานมีพรรคการเมืองลงมาเยอะ ผมมาขอพื้นที่ในหัวใจชาวยโสธรนิดๆ หน่อยๆ ไม่ต้องรักพรรคชาติไทยพัฒนาเยอะ แต่ขอให้รักนานๆ และผมจะกลับมายโสธรอีกครั้งหลังจากได้เบอร์แล้ว และเสร็จเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม เราจะมาทำงานให้ชาวยโสธรทุกอำเภอเหมือนที่บรรหารทำไว้ทันที” วราวุธกล่าว

 

ประภัตรกล่าวว่า เคยเดินทางมายโสธรครั้งแรกกับบรรหารเมื่อปี 2526 เพื่อมาพัฒนายโสธร เราเคยมี ส.ส. ของพรรคที่จังหวัดนี้ วันนี้ท่านไม่อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีทายาทคนสำคัญที่จะต้องสืบสานต่อ แต่จะไปต่อได้ก็ต้องมี ส.ส. ยโสธร ดังนั้นเราจะต้องปักธงให้ได้ และต้องการเห็นวราวุธเป็นนายกฯ ในอนาคต เพราะเป็นถึงลูกอดีตนายกฯ มีพร้อมทุกอย่าง ก่อนย้ำว่า ที่มาตรงนี้เพราะอยากจะดูแลประชาชน เนื่องจากบ้านเมืองเดือดร้อน จึงขอให้สนับสนุนพรรคชาติไทยพัฒนา เลือกวีระศักดิ์และตรงสิทธิ์เข้าไปทำงาน

The post วราวุธยกทัพใหญ่ชาติไทยพัฒนาทัวร์อีสาน ประกาศปักธงยโสธร ประกาศขอโอกาสทำงานรับใช้ประชาชนให้เหมือนยุคบรรหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาติไทยพัฒนา ลุยเก็บแต้มเมืองหลวงสุพรรณบุรี วราวุธย้ำไม่ได้ทำเพื่อคนสุพรรณฯ เท่านั้น แต่ทำเพื่อคนทั้งประเทศ https://thestandard.co/chartthaipattana-party-suphan-buri/ Mon, 27 Feb 2023 01:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=755647 พรรคชาติไทยพัฒนา

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 อ […]

The post ชาติไทยพัฒนา ลุยเก็บแต้มเมืองหลวงสุพรรณบุรี วราวุธย้ำไม่ได้ทำเพื่อคนสุพรรณฯ เท่านั้น แต่ทำเพื่อคนทั้งประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคชาติไทยพัฒนา

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี​ วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ประภัตร โพธสุ​ธน​ เลขาธิการพรรค กัญจนา ศิลปอาชา ประธาน​คณะกรรมการอำนวยการพรรค ดร.อุดม โปร่งฟ้า กรรมการบริหารพรรค จองชัย เที่ยงธรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปราศรัยหาเสียงให้กับ เสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส. จังหวัดสุพรรณบุรี​ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตเลือกตั้ง อำเภอด่านช้าง อำเภอเดิมบางนางบวช และอำเภอหนองหญ้าไซ โดยมี คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ภรรยานายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี​ คนที่ 21 มาร่วมให้กำลังใจ และมีประชาชนในพื้นที่มาร่วมรับฟังเต็มพื้นที่ 

 

กัญจนากล่าวปราศรัยเป็นคนแรกว่า อำเภอด่านช้าง เมื่อ 40 กว่าปีก่อน การเดินทางยังลำบาก แต่มีบุคคลหนึ่งคนคือ นายบรรหาร ที่เข้ามาพัฒนาการคมนาคม และนำโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 เข้ามาในพื้นที่ และเกิดแผนพัฒนาเข้ามามากมาย เป็นสิ่งที่พวกเราจะสานต่อ

 

กัญจนากล่าวต่อว่า การเลือกตั้งในปี 2566 ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และจังหวัดสุพรรณบุรีมีเขตเลือกตั้งเพิ่มขึ้นจากเดิม 4 เขตเป็น 5 เขต จึงอยากขอให้เลือก ส.ส. เขตพรรคชาติไทยพัฒนายกจังหวัด และขอคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ในจังหวัดสุพรรณบุรี 4 แสนคะแนนขึ้นไป เพื่อส่งวราวุธและ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคเข้าไปทำงาน พร้อมย้ำว่าจังหวัดสุพรรณบุรี​เป็นบ้านของศิลปอาชา บ้านของโพธสุธน และบ้านของเที่ยงธรรม ใครจะเข้ามาก็ถือว่าเป็นสิทธิ แต่พรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมสู้สุดใจ

 

“พอถึงเลือกตั้ง บางพรรค อยากจะมาหาเสียงในสุพรรณบุรี อยากจะมาเจาะเหลือเกิน ขณะนี้มีหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่พรรคหนึ่ง ยกมาที่อำเภอด่านช่าง มาลดแลก แจกแถม แจกที่ดิน ซึ่งกัญจนาก็ดีใจกับพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากการมาหาเสียงของเขา แต่ก็อยากจะบอกว่าเขามาแล้วเขาก็ไป แต่พรรคการเมืองที่จะอยู่กับพี่น้องชาวด่านช้างตลอดไปก็คือพรรคชาติไทยพัฒนา” กัญจนากล่าว 

 

กัญจนายังระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคชาติไทยพัฒนาส่งวราวุธเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องมี ส.ส. ในสภามากกว่า 25 ที่นั่ง การจะส่งวราวุธเป็นนายกรัฐมนตรีได้ต้องขอแรงและหัวใจจากชาวอำเภอด่านช้าง เทเสียงให้วราวุธและพรรคชาติไทยพัฒนาให้ถล่มทลาย

 

วราวุธกล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า พรรคชาติไทยพัฒนายังเข้มแข็งและแข็งแรง โดยเฉพาะ 2 รัฐมนตรีของพรรคคือตน และประภัตร เป็นรัฐมนตรีที่ทำงานจริง และดีที่สุดใน ครม. ชุดนี้ และเดินทางไปรับฟังปัญหาทั้งประเทศไทย เพื่อนำมาทำเป็นนโยบาย โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอด่านช้าง ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาขุดเจาะบ่อบาดาล 13 โครงการ โครงการละ 10 บ่อ และเป็นนโยบายหลักของพรรคที่จะทำให้ทุกหมู่บ้านทุกตำบลมีบ่อบาดาลขนาดใหญ่ ทุกตำบลไม่ต้องกลัวแล้งกันอีก  

 

“และอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญของคนด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และเป็นข้อถกเถียงกันมานานยังไม่มีกรรมสิทธิ์ และเป็นที่ป่าสงวนอยู่ และ 3 ปีที่ผ่านมา ผมได้ดำเนินการแล้ว อีกไม่นานพื้นที่อำเภอด่านช้าง ที่ผ่านมาเป็นที่ป่าสงวน เราจะยกที่ให้เป็นที่ของกรมธนารักษ์ และอนุญาตให้พี่น้องในพื้นที่อำเภอด่านช้างเอาไปทำมาหากิน 30-40 ปีไม่เคยมีใครทำมาก่อน นี่คือการทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนา ทุกคะแนนที่ให้มาไม่เคยตกน้ำ ไม่เหมือนบางพรรคมาที่จังหวัดสุพรรณบุรี มาที่อำเภอด่านช้าง ไปดูที่ตำบลวังยาว แต่ที่เป็นที่ของคนสุพรรณฯ แท้ๆ กำลังจะยกที่ไปให้คนจังหวัดอื่น คนจังหวัดสุพรรณบุรีจะยอมหรือไม่ จะเอาที่ไปให้คนอื่นได้อย่างไร วราวุธยืนยันว่าที่ของคนด่านช้างต้องเป็นของคนด่านช้างเท่านั้น” วราวุธกล่าว

 

วราวุธยืนยันว่า พรรคชาติไทยพัฒนา ทำงานไม่ได้แก้ไขปัญหาให้เฉพาะชาวอำเภอด่านช้างและชาวจังหวัดสุพรรณบุรี แต่ทำงานเพื่อคนทั้งประเทศ และพยายามแก้ปัญหาเพื่ออนาคต วันนี้บางพรรคเสนอให้อย่างนั้นอย่างนี้ ด้วยการแก้ปัญหาระยะสั้น และไปก่อปัญหาในระยะต่อๆ ไป ถ้าใครรักลูกรักหลานตัวเองให้เลือกพรรคชาติไทยพัฒนา

The post ชาติไทยพัฒนา ลุยเก็บแต้มเมืองหลวงสุพรรณบุรี วราวุธย้ำไม่ได้ทำเพื่อคนสุพรรณฯ เท่านั้น แต่ทำเพื่อคนทั้งประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาติไทยพัฒนาเปิด 10 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. หวังปักธงเมืองหลวง พร้อมเปิดอดีตผู้สมัครพลังประชารัฐท้าชิงเขต 5 ปทุมธานี https://thestandard.co/chartthaipattana-10-candidate-mp/ Tue, 21 Feb 2023 12:01:05 +0000 https://thestandard.co/?p=753597

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์) วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไ […]

The post ชาติไทยพัฒนาเปิด 10 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. หวังปักธงเมืองหลวง พร้อมเปิดอดีตผู้สมัครพลังประชารัฐท้าชิงเขต 5 ปทุมธานี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์) วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค และสันติ กีระนันทน์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ และคณะกรรมการบริหารพรรค ให้การต้อนรับ พร้อมแถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) 10 เขต และพื้นที่จังหวัดปทุมธานี 1 เขต ประกอบด้วย 

 

  1. ดร.พันธุ์ปิติ โพธิ์วิจิตร ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขตมีนบุรี
  2. วาริช อินทนนท์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 31 ภาษีเจริญ
  3. ดร.ฐาปนี โปร่งรัศมี ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 9 จตุจักร
  4. ดาวใจ เจิมเจิดพล ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 12 ดอนเมือง
  5. วรวุธ ลีลานภาศักดิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขตดินแดง 
  6. อัศวิน คูร์พิพัฒน์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 27 บางขุนเทียน
  7. ณัฐกานต์ สุวรรณะโสภณ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 2 ปทุมวัน-บางรัก-สาทร
  8. ฮาซัน วันนุ อาชีพธุรกิจส่วนตัว ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขตหนองจอก
  9. พงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม 
  10. พิเชฐ เดชอรัญ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 14 บางเขน

 

นอกจากว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. 10 คน ที่ได้เปิดตัวไปแล้ว ยังมี จิรชาติ ชายวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 ปทุมธานี สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งปี 2562 เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาและจะลงสมัครในจังหวัดปทุมธานีด้วย

The post ชาติไทยพัฒนาเปิด 10 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. หวังปักธงเมืองหลวง พร้อมเปิดอดีตผู้สมัครพลังประชารัฐท้าชิงเขต 5 ปทุมธานี appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.เกษตรฯ บอกน่าสนใจทำไมหมูแพงขึ้น ทั้งที่หมูเข้าคอกเลี้ยงปีนี้ ใกล้เคียงปีก่อน เชื่อมีปัจจัยอื่นแทรกซ้อน https://thestandard.co/thailand-pork-expensive-issue/ Sat, 15 Jan 2022 06:35:34 +0000 https://thestandard.co/?p=582833 ประภัตร โพธสุธน

วันนี้ (15 มกราคม) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วย (รมช.) […]

The post รมช.เกษตรฯ บอกน่าสนใจทำไมหมูแพงขึ้น ทั้งที่หมูเข้าคอกเลี้ยงปีนี้ ใกล้เคียงปีก่อน เชื่อมีปัจจัยอื่นแทรกซ้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประภัตร โพธสุธน

วันนี้ (15 มกราคม) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วย (รมช.) ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าต้นเหตุที่ราคาเนื้อสุกรมีราคาแพงขึ้นนั้น เกิดจากการเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) จึงขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ตั้งแต่ปี 2564 มีลูกสุกรเข้าคอกเลี้ยงเฉลี่ยราว 350,000 ตัว ซึ่งปัจจุบันปริมาณลูกสุกรเข้าเลี้ยงก็ยังคงมีตัวเลขใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังมีจำนวนสุกรที่เข้าโรงเชือดที่มีปริมาณคงที่มาโดยตลอด จึงเป็นที่น่าสนใจว่าเหตุใดราคาเนื้อสุกรจึงมีราคาแพงขึ้น โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญอาจมาจากการกักตุนสินค้าในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว จึงได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ประภัตรกล่าวว่า กรณีการพบการระบาดของโรค ASF นั้น กรมปศุสัตว์จะจัดตั้งวอร์รูมขึ้นทั่วประเทศ เพื่อสแกนพื้นที่เสี่ยงในการเกิดโรคระบาด ASF พร้อมเข้าช่วยเหลือผู้เลี้ยงสุกร โดยเฉพาะรายเล็กและรายย่อย ในการยกระดับมาตรการควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มข้น ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้จะมีอาสาปศุสัตว์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

 

“ขอยืนยันว่าหากตรวจพบการเกิดโรค ASF กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ จะเร่งเข้าควบคุมโรคโดยทันที ภายใต้มาตรการต่างๆ อย่างรัดกุม และจำกัดวงเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด”

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 

The post รมช.เกษตรฯ บอกน่าสนใจทำไมหมูแพงขึ้น ทั้งที่หมูเข้าคอกเลี้ยงปีนี้ ใกล้เคียงปีก่อน เชื่อมีปัจจัยอื่นแทรกซ้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประภัตร ยืนยันไม่นิ่งเฉยต่อการแก้ปัญหาโรค ASF และหมูแพง มอบกรมปศุสัตว์คุมเข้มเชื้อโรค ย้ำตรวจเจอให้ทำลายเชื้อตามหลักทันที https://thestandard.co/praphat-phothasoothon-confirm-not-indifferent-to-solving-problem-of-asf-and-expensive-pigs/ Thu, 13 Jan 2022 07:58:06 +0000 https://thestandard.co/?p=582099 ประภัตร โพธสุธน

วันนี้ (13 มกราคม) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกร […]

The post ประภัตร ยืนยันไม่นิ่งเฉยต่อการแก้ปัญหาโรค ASF และหมูแพง มอบกรมปศุสัตว์คุมเข้มเชื้อโรค ย้ำตรวจเจอให้ทำลายเชื้อตามหลักทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประภัตร โพธสุธน

วันนี้ (13 มกราคม) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรที่มีราคาแพง ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โดยระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีมาตรการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด โดยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการสกัดกั้นและควบคุมโรคดังกล่าว คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลาง จำนวน 574 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามหลักและขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ให้กับผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กและรายย่อย และได้กำหนดมาตรการการควบคุมอย่างเข้มข้น โดยได้ส่งชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยง สุ่มตรวจสอบเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น 

 

นอกจากนี้ ในส่วนของการแก้ไขเนื้อสุกรมีราคาแพง ซึ่งจากข้อมูลสุกรรายสัปดาห์ พบว่าในปี 2564 มีลูกสุกรเข้าคอกเลี้ยงเฉลี่ยราว 350,000 ตัว ปัจจุบัน (ข้อมูลสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2565) มีจำนวนลูกสุกรเข้าเลี้ยงยังคงมีตัวเลขใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ ยังได้เตรียมมาตรการที่จะเพิ่มแม่สุกรให้กับหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ ตลอดจนฟาร์มเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์ รวมทั้งในสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีการเรียนการสอนด้านสัตวบาล เพื่อผลิตลูกสุกรเข้าสู่ระบบคู่ขนานกันไปด้วย จึงเชื่อมั่นว่าจากมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการทั้งมาตรการเร่งด่วน มาตรการระยะสั้น และระยะยาวนั้น จะสามารถเพิ่มการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการในการบริโภคได้แน่นอน 

 

อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ทราบว่ามีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ต้องการกลับมาเลี้ยงสุกรรอบใหม่ ซึ่งกรมปศุสัตว์จะต้องมีการสแกนพื้นที่เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่ามีความปลอดภัย หรือมีความเสี่ยงต่อพี่น้องเกษตรกรอยู่หรือไม่ จากนั้นจะมีการคัดกรองตัวเกษตรกร พร้อมกับตรวจสอบสภาพความพร้อมและความเหมาะสมของฟาร์มในการยกระดับมาตรฐานฟาร์มให้มีความปลอดภัย ด้านการควบคุมโรคที่สูงขึ้น เช่น GFM หรือ GAP กรมปศุสัตว์จึงจะสามารถอนุญาตให้เกษตรกรกลับเข้าสู่อาชีพในครั้งต่อไปได้ 

 

ประภัตรกล่าวต่อไปว่า จากจำนวนผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กและรายย่อยทั้งประเทศ มีรวมกันถึงกว่า 185,000 ราย โดยในภาคอีสานมีผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยถึงประมาณ 77,000 ราย อีกทั้งยังมีค่าเฉลี่ยของอัตราการบริโภคเนื้อสุกรของคนไทย เฉลี่ยอยู่ที่ 20-22 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวทางที่จะส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรให้กับเกษตรที่มีความสนใจ โดยร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินโครงการ ‘สานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร’ มีวัตถุประสงค์ในการปล่อยสินเชื่อสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร หรืออาชีพนอกภาคเกษตร

 

หรือการลงทุนค้าขาย เพื่อเสริมรายได้ในครัวเรือน เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งโครงการดังกล่าว ไม่ได้มีเพียงการส่งเสริมการเลี้ยงสุกรเท่านั้น แต่มีเมนูทางเลือกให้กับเกษตรกรในด้านต่างๆ ทั้งเมนูอาชีพด้านปศุสัตว์ โดยสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงโคขุน สุกรขุน ไก่ไข่ จิ้งหรีด เป็ดไข่ และแพะขุน เมนูอาชีพด้านพืช สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกฟักทอง ฟักเขียว กระชายขาว และข้าวโพด และเมนูอาชีพด้านประมง สนับสนุนให้มีการเลี้ยงปลาตะเพียน ปลาทับทิม ปลาดุก และกุ้ง 

 

ทั้งนี้ หากเกษตรที่สนใจ สามารถยื่นความประสงค์ขอกู้ตามโครงการได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ 

 

  1. ยื่นขอกู้เงินที่ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาที่ตนเองมีภูมิลำเนาหรือที่ตั้งของโครงการ (Walk- in) 
  2. ให้ผู้ขอกู้ลงทะเบียนยื่นขอสินเชื่อผ่านช่องทาง LINE Official: BAAC Family และนัดหมายผู้ขอกู้ผ่านระบบนัดหมาย โดยวงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100,000 บาท แต่ต้องไม่เกินค่าใช้จ่ายและหรือค่าลงทุนจริงของลูกค้าแต่ละราย 

 

“รัฐบาลมีความห่วงใยต่อพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร ซึ่งเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเพื่อใช้ในการควบคุมป้องกันโรคในระยะที่ผ่านมานั้น หลักๆ แล้วเป็นค่าชดเชยเพื่อทำลายสุกรแทบทั้งสิ้น ซึ่งในขั้นตอนของการดำเนินการ กรมปศุสัตว์จะมีการตั้งคณะกรรมการในระดับพื้นที่เพื่อประเมินค่าความเสียหาย และค่าชดเชยสำหรับเกษตรกรทุกราย สำหรับกรณีที่ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยบางราย ได้มีการทำลายสุกรไปแล้ว โดยที่เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ไม่ได้สั่งนั้น ซึ่งจะทำให้ไม่เข้าหลักเกณฑ์การได้รับเงินชดเชยดังกล่าว จะขอรับเรื่องนี้ไปหารือกับผู้เกี่ยวข้องว่าจะสามารถช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง” ประภัตรกล่าว

 

ทั้งนี้ ประภัตรยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้นิ่งเฉยเรื่องการระบาดของโรค ASF นี้ แต่การออกมาพูดนั้นจะต้องได้รับการยืนยันจากผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้ เมื่อมีการตรวจยืนยันว่าพบเชื้อที่ฟาร์มไหน กรมปศุสัตว์จะมีมาตรการในการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น รวมถึงการทำลายเชื้อตามหลักวิชาการ และจะต้องมีการพักคอกแล้วหยุดเลี้ยงในพื้นที่ดังกล่าวไปจนกว่าจะมีการตรวจสอบหรือประเมินความเสี่ยงแล้วว่ามีความปลอดภัย จึงจะสามารถลงเลี้ยงใหม่ได้อีกครั้ง 

 

อย่างไรก็ตาม ตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ แม้ว่าจะไม่ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) และคณะกรรมการพัฒนาไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ก็ตาม แต่จะช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำกับดูแลการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทันท่วงที พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพคู่ขนานอื่นให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

The post ประภัตร ยืนยันไม่นิ่งเฉยต่อการแก้ปัญหาโรค ASF และหมูแพง มอบกรมปศุสัตว์คุมเข้มเชื้อโรค ย้ำตรวจเจอให้ทำลายเชื้อตามหลักทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงเกษตรฯ ถกแก้ราคาหมูแพง ให้หยุดส่งออกระยะสั้น ชี้ไทยจัดการโควิดดี เป็นที่ต้องการของเพื่อนบ้าน ทำราคาพุ่ง https://thestandard.co/moac-debate-on-pork-up-price/ Wed, 05 Jan 2022 10:16:14 +0000 https://thestandard.co/?p=579307 ประภัตร โพธสุธน

วันนี้ (5 มกราคม) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระ […]

The post กระทรวงเกษตรฯ ถกแก้ราคาหมูแพง ให้หยุดส่งออกระยะสั้น ชี้ไทยจัดการโควิดดี เป็นที่ต้องการของเพื่อนบ้าน ทำราคาพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประภัตร โพธสุธน

วันนี้ (5 มกราคม) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือการแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรในประเทศปรับสูงขึ้น โดยมี น.สพ.ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ตัวแทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ว่าอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรภายในประเทศปี 2563-2564 มีผู้ประกอบการรวม 190,000 ราย สามารถผลิตสุกรประมาณ 20 ล้านตัวต่อปี ประมาณ 10,000 รายเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและใหญ่ มีปริมาณสุกรมากกว่า 10 ล้านตัว และอีก 180,000 ราย เป็นผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กรายย่อย โดยเมื่อปี 2563-2564 ประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบเกิดโรคระบาดในสุกร โดยเฉพาะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ทำให้ไทยต้องใช้มาตรการเข้มข้นในการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรค ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรลดลง ในขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ เวชภัณฑ์ ยารักษาโรคในสุกรปรับสูงขึ้น เกษตรกรจำนวนหนึ่งจึงปรับแผนลดการผลิตสุกรขุนลง ส่งผลให้ปริมาณสุกรในประเทศลดลง ในขณะที่ปี 2564 – ปัจจุบัน รัฐบาลไทยสามารถควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถควบคุมยับยั้งการระบาดของโรคในสุกรได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้สุกรไทยเป็นที่ต้องการมากขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ราคาเนื้อหมูสดภายในประเทศปรับราคาสูงขึ้น 

 

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรภายในประเทศ จึงได้สั่งการมายังกระทรวงเกษตรฯ ให้เร่งติดตามและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วนทั้งในระยะสั้น เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และในระยะกลาง-ยาว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการที่เลี้ยงสุกรทุกขนาด ให้กลับมาประกอบอาชีพ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ในครัวเรือน และสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับประเทศ โดยตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรฯ เร่งหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อที่จะหยุดการส่งออกสุกรในทันที เพื่อให้มีปริมาณสุกรอยู่ในประเทศเพียงพอต่อความต้องการ

 

สำหรับในระยะกลาง-ยาวนั้น กรมปศุสัตว์จะเริ่มส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเดิมในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ให้ผลิตลูกสุกรเพิ่ม เพื่อส่งให้เกษตรกรรายเล็กและรายย่อยเลี้ยง โดยจะใช้เงินทุนจากธนาคาร ธ.ก.ส. ภายใต้ ‘โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร’ เข้ามาสนับสนุน เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการดำเนินการ โดยคาดว่าภายใน 4 เดือน จำนวนสุกรขุนจะเพิ่มขึ้น และราคาจะปรับเข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ ยังเตรียมหารือมาตรการลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และจะส่งเสริมการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชอาหารสัตว์ให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ประเทศไทยมีความต้องการใช้ถึงปีละ 8 ล้านตัน แต่มีกำลังการผลิตเพียง 4 ล้านตันต่อปี  

 

ประภัตรยังได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งเตรียมการสำรวจพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและไม่มีความเสี่ยงจากโรคระบาด เพื่อกำหนดเป็นพื้นที่ในการผลักดัน ‘ปศุสัตว์ Sandbox’ หรือเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ ส่งเสริมการนำเข้า การผลิต-ส่งออกสินค้าปศุสัตว์ ตามโยบายของนายกรัฐมนตรีโดยด่วน

The post กระทรวงเกษตรฯ ถกแก้ราคาหมูแพง ให้หยุดส่งออกระยะสั้น ชี้ไทยจัดการโควิดดี เป็นที่ต้องการของเพื่อนบ้าน ทำราคาพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเดย์ฉีดวัคซีนลัมปีสกินวันแรก รมช.เกษตรฯ เผยนำเข้าวัคซีนแล้ว 6 หมื่นโดส ล็อตที่ 2 อีก 3 แสนโดส เตรียมกระจายทั่วประเทศ https://thestandard.co/d-day-lumpy-skin-vaccination/ Sat, 12 Jun 2021 11:23:56 +0000 https://thestandard.co/?p=499505 ลัมปีสกิ

วันนี้ (12 มิถุนายน) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการ […]

The post ดีเดย์ฉีดวัคซีนลัมปีสกินวันแรก รมช.เกษตรฯ เผยนำเข้าวัคซีนแล้ว 6 หมื่นโดส ล็อตที่ 2 อีก 3 แสนโดส เตรียมกระจายทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลัมปีสกิ

วันนี้ (12 มิถุนายน) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เทศบาลตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม คิกออฟและกำกับดูแลการฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin Vaccine: LSDV) พร้อมมอบสารกำจัดแมลงพาหะ แร่ธาตุก้อน และหญ้าแห้งอัดฟ่อน แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือที่ได้รับผลกระทบ โดยมี ธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม น.สพ.ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และผู้นำภาคประชาชนเข้าร่วม

     

มาตรการหลักในการควบคุมโรคของกรมปศุสัตว์ ได้แก่

  1. หมั่นสังเกตอาการสัตว์เลี้ยง 
  2. กางมุ้ง-เก็บกวาด ทำความสะอาดคอกเป็นประจำ 
  3. กำจัดแมลง แยกสัตว์ป่วยออกจากฝูงเพื่อดูแลเฉพาะ และห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างเด็ดขาด 
  4. รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ 
  5. บริหารวัคซีนให้ตรงเป้าและมีประสิทธิภาพ 

 

ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการฉีดวัคซีนลัมปีสกินในสัตว์ชนิดโค-กระบือ พ.ศ. 2564 เพื่อให้เป็นแผนเดียวกัน มีความปลอดภัยต่อสัตว์และเป็นไปตามหลักวิชาการ มีการประเมินความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนในพื้นที่ และประเมินประสิทธิภาพการคุมโรคหลังจากฉีดวัคซีน

     

สำหรับมาตรการเยียวยาเกษตรกรจากกรณีโค-กระบือเสียชีวิตจากโรคลัมปีสกินนั้น มาตรฐานเดิมสำหรับอัตราเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรเจ้าของโค-กระบือตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัวเป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร สัตว์อายุน้อยกว่า 6 เดือน โคจ่ายเงินเยียวยา 6,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 8,000 บาทต่อตัว จ่ายตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัวต่อราย, อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 12,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 14,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 1-2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 16,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 18,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 20,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 22,000 บาทต่อตัวนั้น ตนกำลังพิจารณานำเรื่องหารือกับกรมบัญชีกลาง เพื่อขอปรับเรตการจ่ายเงินชดเชยให้เพิ่มมากขึ้นจากมาตรฐานเดิม และจากเดิมจ่ายเงินชดเชยต่อการตายเพียงไม่เกิน 2 ตัวก็จะเสนอให้ปรับจ่ายตามจำนวนการเสียชีวิตจริง

     

ประภัตรกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้นำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน (LSDV) มาแล้วล็อตแรก 60,000 โดส ล็อตที่สอง 300,000 โดส และขณะนี้มีภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการนำเข้าวัคซีนเพิ่มอีกนับล้านโดส เพื่อให้เพียงพอและสามารถหยุดการระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรมปศุสัตว์ก็พร้อมผลักดันภาคเอกชนในการนำเข้าวัคซีนเพื่อประโยชน์ของเกษตรกร ทั้งนี้วัคซีนล็อตแรกได้ถูกกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศตามความเหมาะสมแล้ว

     

นอกจากนี้ยังได้แนะนำโครงการประกันโค-กระบือของกรมปศุสัตว์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยจ่ายเบี้ยเพียงเดือนละ 100 บาท จ่ายทั้งสิ้น 4 เดือน คุ้มครองการตายทุกกรณี จ่ายเงิน 30,000 บาทต่อตัว และโครงการเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ล้านละร้อย โดยเกษตรกรต้องรวมกลุ่มให้ได้ 7 คน จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนทำเกษตรกรรม โดยมีตลาดรองรับผลผลิต ก็สามารถยื่นกู้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)       

 

โดยหากเกษตรกรสนใจโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานปศุสัตว์หรือ ธ.ก.ส. ในพื้นที่

The post ดีเดย์ฉีดวัคซีนลัมปีสกินวันแรก รมช.เกษตรฯ เผยนำเข้าวัคซีนแล้ว 6 หมื่นโดส ล็อตที่ 2 อีก 3 แสนโดส เตรียมกระจายทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประภัตร ยอมรับปศุสัตว์คนไม่พอช่วยดูโรคลัมปี สกิน ระบาดในโค-กระบือ เตรียมปรับอัตราชดเชยสัตว์ตายใหม่ https://thestandard.co/lumpy-skin-disease-100964/ Thu, 10 Jun 2021 08:17:37 +0000 https://thestandard.co/?p=498617 ประภัตร ยอมรับปศุสัตว์คนไม่พอ

วันนี้ (10 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา ชูวิทย์ พิทักษ์พรพั […]

The post ประภัตร ยอมรับปศุสัตว์คนไม่พอช่วยดูโรคลัมปี สกิน ระบาดในโค-กระบือ เตรียมปรับอัตราชดเชยสัตว์ตายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประภัตร ยอมรับปศุสัตว์คนไม่พอ

วันนี้ (10 มิถุนายน) ที่อาคารรัฐสภา ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องแนวทางการแก้ปัญหาและป้องกันโรคลัมปี สกิน ทุกระยะ ที่เกิดขึ้นกับโคในพื้นที่ภาคอีสานในหลายจังหวัด จนเกิดโคล้มตายจำนวนมาก โดยระบุว่าโคเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของเกษตรกรหลายคน  

 

ชูวิทย์ได้ตั้งคำถามว่าหากเกษตรกรใช้งบประมาณส่วนตัวไปซื้อยามารักษาโคเอง ภาครัฐมีกระบวนการเยียวยาให้เกษตรกรหรือไม่ โดยชี้ว่าเกษตรกรไม่ต้องการเยียวยาในกรณีที่โคหรือกระบือเสียชีวิต พร้อมเรียกร้องปรับอัตราชดเชยใหม่ให้เพิ่มขึ้นด้วย เพราะโคบางตัวมีราคาหลายแสนบาท พร้อมกับสอบถามถึงการช่วยเหลือกรมปศุสัตว์ในการดูแลรักษาโค เพราะเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้พิจารณาจ้างอัตราเพิ่มเติมในกลุ่มประชาชนนักศึกษาที่ตกงาน

 

ต่อมา ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอบกระทู้ว่า โรคลัมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ แม้แต่กรมปศุสัตว์ก็ตัดสินใจยากในการรักษา เมื่อพบโรคนี้แล้วจะเห็นว่าโคมีอาการซึมและไข้ขึ้น 1-2 วัน จากนั้นเกิดตุ่มที่ผิวหนัง ถึงจะรู้ว่าเป็นโรค เมื่อเป็นราว 10 วัน ตุ่มจะแตกมีน้ำเหลืองออก ตนได้สั่งให้กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ดูแลปัญหาของเกษตรกร สำหรับการบำบัดเบื้องต้น ได้ให้กรมปศุสัตว์เข้าไปดูแลตามอาการ ให้ยาและฉีดยา ส่วนยารักษาใช้อย่างระมัดระวัง รวมถึงการฉีดวัคซีนรักษา และให้ปศุสัตว์ประเมินสถานการณ์และประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ จากนั้นให้ขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้งบประมาณเพื่อดูแลรักษาสัตว์ โรคนี้เกิดจากแมลงวัน-เหลือบ-ริ้น-ไร-ยุง เป็นพาหะ และจะต้องแยกคอกออกมาไม่รวมฝูง ดูแลรักษาโดยใช้ยาตามอาการ รวมทั้งการแจกสารกันแมลง เพื่อให้ยุงและแมลงหมดไป ไม่ให้เป็นพาหะ ซึ่งเป็นการบำบัดรักษาในเบื้องต้น 

 

สำหรับการชดเชย ประภัตรกล่าว่า เห็นด้วยกับการปรับอัตราชดเชยกรณีโคตาย ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับคณะกรรมการที่จะพิจารณาชดเชยตามที่เสนอมา จากนั้นจะส่งผลการหารือไปยังกระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลางว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ในการเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกร โดยให้คำมั่นว่าจะได้รับการปรับปรุงอัตราชดเชยแน่นอน แต่จะได้ตามที่ร้องขอหรือไม่ ยืนยันจะพยายามทำให้ดีที่สุด รวมถึงพิจารณาจ้างงานเพิ่มเติมในกลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งจบเพื่อไปช่วยเหลือภารกิจของกรมปศุสัตว์

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ประภัตร ยอมรับปศุสัตว์คนไม่พอช่วยดูโรคลัมปี สกิน ระบาดในโค-กระบือ เตรียมปรับอัตราชดเชยสัตว์ตายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช. เกษตร ประกาศจับมือจีน ส่งออกโคเนื้อสู่ตลาดจีน 2,000 ตัว/วัน พร้อมรับซื้อ กก. ละ 100 บาท https://thestandard.co/thai-china-beef-2000-per-day/ Wed, 21 Aug 2019 07:59:43 +0000 https://thestandard.co/?p=280383

วันนี้ (21 ส.ค.) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระท […]

The post รมช. เกษตร ประกาศจับมือจีน ส่งออกโคเนื้อสู่ตลาดจีน 2,000 ตัว/วัน พร้อมรับซื้อ กก. ละ 100 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 ส.ค.) ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการหารือการค้าเพื่อส่งออกโคเนื้อไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุว่า 

 

การหารือกันในวันนี้ ทั้ง 3 ฝ่ายต่างมีความยินดีในการค้าโคเนื้อร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ไทยกับจีนยังไม่สามารถเจรจาการค้าได้โดยตรง จึงใช้บริษัทของลาว ซึ่งเป็นบริษัทลูกจากจีนเป็นตัวกลางในการส่งต่อโคเนื้อของไทย พร้อมกันนี้จีนได้กำหนดคุณสมบัติของโคที่จะรับซื้อ จะต้องเป็นลูกผสมอเมริกันบราห์มัน หรือลูกผสมยุโรปทุกสายพันธุ์ น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 350-400 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 100 บาท ส่งออกวันละ 2,000 ตัว โดยลาวจะนำโคจากไทยไปเลี้ยงต่ออีก 45 วัน ที่คอกโคขุนเพื่อเตรียมน้ำหนักของโค จากนั้นเข้าคอกกักกันโรคอีก 30 วัน รวม 75 วัน จึงจะสามารถส่งข้ามไปจีนได้ ทั้งนี้จีนมีความต้องการเนื้อโคสำหรับบริโภคในประเทศอีกราว 9 ล้านตัน หรือคิดเป็นโคมีชีวิตประมาณ 40 ล้านตัวต่อปี

 

ทั้งนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้แทนฝั่งไทยในการเจรจารายละเอียดความร่วมมือต่อไป ซึ่งกรมปศุสัตว์ไทยและกรมปศุสัตว์ลาวจะร่วมมือกันในการตรวจรับรองคอกโคขุน และคอกกักกันโรคในฝั่งไทยก่อนมีการส่งออก อีกทั้งเน้นย้ำให้มีมาตรการในการตรวจโรคสำคัญ อาทิ โรคปากเท้าเปื่อย ซึ่งจีนได้เข้มงวดในการห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงเด็ดขาด นอกจากนี้กรมปศุสัตว์จะเริ่มดำเนินการเตรียมความพร้อมของเกษตรกร โดยสร้างการรับรู้ที่ดี ปรับปรุงระบบการผลิตให้ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อให้น้ำหนักวัวได้มาตรฐานผลิตจากฟาร์ม GAP หรือฟาร์มปลอดโรคของกรมปศุสัตว์ เป็นต้น 

 

“สำหรับบทบาทหน้าที่ของไทย จะวางแผนเตรียมการในกระบวนการผลิต การรวมกลุ่มเกษตรกร หาพื้นที่เพื่อวางฐานการผลิต ซึ่งขณะนี้ได้มีนโยบายที่จะให้มีคอกขุนกลาง เลี้ยงโคจำนวน 1,000 ตัวในพื้นที่เป้าหมายแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นทั้งคอกขุนในช่วงที่ต้องเพิ่มน้ำหนักโคให้ได้ตามคุณสมบัติที่จีนกำหนด ขณะเดียวกันต้องเป็นคอกมาตรฐานกักกันโรค และได้มาตรฐานฟาร์มโคเนื้อเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศอีกด้วย” ประภัตรกล่าวทิ้งท้าย

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post รมช. เกษตร ประกาศจับมือจีน ส่งออกโคเนื้อสู่ตลาดจีน 2,000 ตัว/วัน พร้อมรับซื้อ กก. ละ 100 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>