ประพีร์ อภิชาติสกล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ประพีร์-อภิชาติสกล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 19 Mar 2026 10:39:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สัญญาณแตกจากภายใน เดิมพันทรัมป์ในสงครามอิหร่านมาถึงจุดเปลี่ยน? https://thestandard.co/kent-resigns-trump-iran-war-gamble/ Wed, 18 Mar 2026 12:58:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1188879 ภาพประกอบแสดง โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นพื้นหลัง โดยมี โจ เคนต์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ ปรากฏอยู่ด้านหน้า

กระแส Make America Great Again หรือ ‘MAGA’ ได้รับการจับ […]

The post สัญญาณแตกจากภายใน เดิมพันทรัมป์ในสงครามอิหร่านมาถึงจุดเปลี่ยน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดง โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นพื้นหลัง โดยมี โจ เคนต์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ ปรากฏอยู่ด้านหน้า

กระแส Make America Great Again หรือ ‘MAGA’ ได้รับการจับตามองอีกครั้ง หลัง โจ เคนต์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (NCTC) ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลอย่างมากในฐานเสียงของกลุ่ม MAGA ประกาศลาออกเมื่อวันที่ 17 มีนาคม เพื่อประท้วงการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่าน หลังจากดำรงตำแหน่งได้ไม่ถึง 8 เดือน

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีนัยสำคัญอย่างไร ในทางการเมือง ในขณะที่ทรัมป์ทุ่มเดิมพันไปกับสงครามอิหร่านที่นับวันจะถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ

 

โจ เคนต์ คือใคร

 

เคนต์เป็นผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นของโดนัลด์ ทรัมป์ และขบวนการ MAGA มาโดยตลอด เขาเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการก่อการร้ายในแคมเปญหาเสียง เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี สมัยที่สองของทรัมป์เมื่อปี 2020

 

เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐวอชิงตันถึง 2 ครั้ง ในปี 2022 และ 2024 ในนามพรรครีพับลิกัน ซึ่งแม้จะพ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครพรรคเดโมแครตทั้งสองครั้ง แต่เขาได้รับการสนับสนุน (Endorsement) จากทรัมป์โดยตรงในการเลือกตั้งทั้งสองรอบ ก่อนที่เขาจะเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ และประกาศลาออกในที่สุด

 

เหตุผลของ ‘การลาออกของเคนต์’ คืออะไร

 

เคนต์ระบุในจดหมายลาออกว่า อิหร่านไม่ได้เป็น ‘ภัยคุกคามที่เร่งด่วน’ ต่อสหรัฐฯ แต่สงครามนี้เกิดขึ้นเพราะแรงกดดันจาก ‘อิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ยิสต์’ ในอเมริกา

 

เคนต์ซึ่งเป็นอดีตทหารผ่านศึกที่สูญเสียภรรยาจากเหตุระเบิดในซีเรีย มองว่าทรัมป์ ‘ละทิ้งคำมั่นสัญญา’ ที่จะกันสหรัฐฯ ออกจาก ‘สงครามที่ไม่สิ้นสุด’ เขากล่าวหาว่า ทรัมป์ถูก ‘เสียงสะท้อน’ ของสื่อและเจ้าหน้าที่อิสราเอลหลอกลวงให้เชื่อว่า อิหร่านเป็นภัยคุกคามที่ต้องรีบจัดการ ซึ่งเขาเปรียบเทียบว่าเป็นกลยุทธ์เดียวกับที่ดึงสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามอิรัก

 

ในฐานะอดีตทหารผ่านศึกที่ผ่านการรบมา 11 ครั้ง และสูญเสียภรรยาจากสงคราม เคนต์ยืนยันว่า เขาไม่สามารถสนับสนุนสงครามที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้คนอเมริกันและไม่คุ้มค่ากับชีวิตที่ต้องสูญเสียไป

 

จดหมายลาออกของเคนต์พาดพิงและกล่าวโทษอิสราเอล ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักการเมืองหลายคน ซึ่งโจมตีข้อความของเคนต์ว่าเป็นการใช้ทัศนคติที่ ‘ต่อต้านชาวยิว’ (Anti-Semitic) และใช้ข้ออ้างเพื่อหา ‘แพะรับบาป’

 

ปฏิกิริยาของทรัมป์ และทำเนียบขาว เป็นอย่างไร

 

ทรัมป์ปฏิเสธความกังวลของเคนต์ โดยกล่าวว่าเคนต์เป็นคนที่ ‘อ่อนแอในเรื่องความมั่นคง’ และถือเป็นเรื่องดีที่เขาออกไป เพราะคนที่ไม่เชื่อว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามถือว่า ‘เป็นคนไม่ฉลาด’

 

ขณะที่ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาของเคนต์นั้นเป็นเรื่อง ‘น่าขันและเป็นตลกร้าย’ พร้อมยืนยันว่า ทรัมป์มีหลักฐานที่หนักแน่นว่า ‘อิหร่านกำลังเตรียมโจมตีสหรัฐฯ ก่อน’

 

ทางด้าน ทัลซี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติและอดีตเจ้านายของเคนต์ ได้รักษาระยะห่างจากการลาออกครั้งนี้ โดยออกแถลงการณ์สนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำประเทศที่พลเมืองชาวอเมริกันเป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้งมา

 

การลาออกของ โจ เคนต์ สะท้อนนัยสำคัญอย่างไร

 

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า การลาออกของเคนต์ตอกย้ำให้เห็นถึง ‘ความแตกแยก’ ภายในรัฐบาลและฐานเสียงของทรัมป์ในกลุ่ม MAGA แม้การลาออกครั้งนี้ ‘อาจไม่เปลี่ยน’ แผนยุทธศาสตร์ทางทหาร แต่นักวิเคราะห์มองว่าอาจส่งผลกระทบทางการเมืองอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งมิดเทอม (Midterm Elections) ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึง 8 เดือนข้างหน้า การที่บุคคลที่มีอิทธิพลสูงในกลุ่ม MAGA ออกมาวิจารณ์ทรัมป์อย่างรุนแรง อาจทำให้ฐานเสียงอนุรักษนิยมบางส่วน ‘เริ่มเสื่อมศรัทธา’ ในตัวประธานาธิบดีได้

 

ขณะที่ ทิม พูล นักจัดรายการพอดแคสต์ฝั่งอนุรักษนิยม เตือนว่า นี่คือสัญญาณของการแตกสลายในขบวนการ MAGA และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ 2.0

 

ผศ.ดร.ประพีร์ อภิชาติสกล อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และอุปนายกสมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทยให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า อาจารย์มองว่าการลาออกดังกล่าวดู ‘เป็นเรื่องปกติ’ ที่แม้แต่ผู้สนับสนุนตัวยงก็อาจเปลี่ยนจุดยืนได้ เมื่อเห็นผลกระทบจากสงครามที่กำลังจะลุกลามใหญ่โต

 

เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า ‘เกิดความแตกแยกและไม่เห็นด้วยขึ้นแล้ว’ ในกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ หรือ MAGA โดยบุคคลที่ตัดสินใจลาออกน่าจะเผชิญกับความกดดันอย่างหนัก เพราะใครที่ไม่เห็นด้วยกับทรัมป์ในตอนนี้มักจะถูกบีบให้ออก อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีกลุ่มคนที่สนับสนุนและมองทรัมป์เป็นฮีโร่อยู่อย่างเหนียวแน่น

 

ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปได้ที่ สงครามกับอิหร่านในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะแรงกดดันจาก ‘อิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ยิสต์’ ตามการกล่าวอ้างของเคนต์นั้น อาจารย์ประพีร์มองว่า มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มสนับสนุนอิสราเอล เช่น AIPAC จะอยู่เบื้องหลังและมีส่วนผลักดันให้เกิดสงคราม เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้มีบทบาทในการให้เงินทุนการเมืองและกำหนดทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน แต่อาจารย์ยังไม่ขอฟันธงว่า เหตุผลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่านในครั้งนี้ของทรัมป์จริงๆ คืออะไร

 

อาจารย์ประพีร์เชื่อว่า สงครามนี้จะส่งผลกระทบต่อความนิยมของทรัมป์อย่างแน่นอน เพราะแฟนคลับจำนวนหนึ่งเริ่มลังเลและผิดหวังที่ทรัมป์มุ่งเน้นยุทธศาสตร์การใช้กำลังทหารรวดเร็วเกินคาด ตามแนวทาง Peace Through Strength แทนที่จะเน้นเรื่องเศรษฐกิจตามที่หาเสียงไว้ ประชาชนอาจเริ่มรู้สึกว่า ผู้นำอย่างทรัมป์กำลังพาสหรัฐฯ ไปติดกับดักสงครามที่ไม่มีวันจบ

 

อาจารย์ยังแสดงความกังวลอย่างมากว่า การที่สหรัฐฯ ใช้กำลังเด็ดหัวผู้นำระดับสูงของประเทศอื่นอย่างต่อเนื่อง อาจกลายเป็น ‘แนวปฏิบัติของรัฐ’ (State Practice) หรือ ‘บรรทัดฐานใหม่’ (New Normal) ในสังคมโลก ซึ่งสะท้อนทิศทางของสหรัฐฯ ที่เน้นการใช้กำลังและโชว์ความแข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0

 

แฟ้มภาพ: Joshua Sukoff / shutterstock

Elizabeth Frantz / File Photo / Reuters

 

อ้างอิง:

 

 

The post สัญญาณแตกจากภายใน เดิมพันทรัมป์ในสงครามอิหร่านมาถึงจุดเปลี่ยน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ-จีน เดินหน้าปรับปรุงความสัมพันธ์ต่อเนื่อง ทั้งหมดสะท้อนสัญญาณบวกจริงหรือ? https://thestandard.co/usa-china-continues-to-improve-relations/ Thu, 04 Apr 2024 13:37:12 +0000 https://thestandard.co/?p=919505

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และจีน […]

The post สหรัฐฯ-จีน เดินหน้าปรับปรุงความสัมพันธ์ต่อเนื่อง ทั้งหมดสะท้อนสัญญาณบวกจริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และจีนมีการขยับ ทั้งการแลกเปลี่ยนการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่ไปจนถึงรัฐมนตรี ซึ่งในมิติภูมิรัฐศาสตร์ถือได้ว่าเป็นสัญญาณบวกต่อเนื่องนับตั้งแต่ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC 2023 ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว อันเป็นการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 6 ปีของผู้นำจีนด้วย

 

การพบปะทวิภาคีครั้งนั้นเกิดขึ้นนานหลายเดือนก่อนที่สีจิ้นผิงจะได้หารือกับ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทางโทรศัพท์อีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ ท่ามกลางฉากหลังของความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศในหลายมิติที่ยังไม่สะสาง โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงอย่างวิกฤตบอลลูนสอดแนมจีน วิกฤตไต้หวัน รวมถึงวิกฤตด้านสงครามการค้าและเทคโนโลยี

 

ไทม์ไลน์ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนที่กระเตื้องขึ้นในต้นปี 2024

 

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้เดินทางมาพบ หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนักการทูตระดับสูงของจีน ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ต่อมา แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ได้พบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการจีนที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

 

ล่าสุดผู้นำทั้งสองประเทศได้พูดคุยหารือผ่านโทรศัพท์สายตรง เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง โดยทำเนียบขาวเผยว่า การพูดคุยกันระหว่างไบเดนและสีจิ้นผิงเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์และตรงไปตรงมา รวมถึงเน้นย้ำแนวทางลดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน

 

แม้ผู้นำทั้งสองประเทศจะมีจุดยืนที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องไต้หวัน และประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้าและเทคโนโลยี โดยไบเดนยืนยันที่จะสนับสนุนไต้หวันต่อไป ขณะที่สีจิ้นผิงมองว่าการแทรกแซงของสหรัฐฯ ต่อกรณีไต้หวัน รวมถึงทะเลจีนใต้ เป็น ‘เส้นสีแดง’ ที่สหรัฐฯ ไม่ควรก้าวข้าม แต่ไบเดนก็ยังส่งสัญญาณเชิงบวกผ่านบัญชี X ว่าเขาตั้งตารอที่จะปรับและกระชับความสัมพันธ์กับจีนอีกในอนาคต

 

นอกจากการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีแล้ว เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็มีกำหนดการเยือนจีนในช่วงปลายสัปดาห์นี้ด้วย ต่อด้วย บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ก็เตรียมเยือนจีนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเช่นกัน

 

สัญญาณบวก ‘แบบผิวเผิน’

 

ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์ทหาร และความมั่นคง มองว่าสัญญาณที่เกิดขึ้นยังเป็นบวก ตราบเท่าที่รัฐมหาอำนาจใหญ่ยังมีช่องทางติดต่อสื่อสารระหว่างกัน โดยก่อนหน้านี้ที่จีนปิดช่องทางการติดต่อกับสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะอาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้

 

การพูดคุยหารือกันแต่ละฝ่ายมีเงื่อนไขของตัวเอง โดย ศ.ดร.สุรชาติ เชื่อว่า เงื่อนไขเฉพาะหน้าที่สำคัญคือการเมืองอเมริกัน โดยผลโพลล่าสุดชี้ว่าคนอเมริกันมองจีนในแง่ลบมากยิ่งขึ้น แม้ท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลอาจไม่ถูกใจคนอเมริกันทั้งหมด แต่ก็ช่วยให้ความตึงเครียดในการเมืองโลกคลายตัวลงเล็กน้อย 

 

ขณะที่ฟากฝั่งของการเมืองจีน จีนเองก็น่าจะกำลังหาช่องทางปรับท่าทีและความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และชาติตะวันตกเช่นเดียวกัน เพราะจีนทราบดีว่าหากจีนยังคงเดินข้างรัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นภาคีชุดใหญ่ในซีกโลกตะวันออกต่อไปเรื่อยๆ จีนอาจได้รับผลกระทบจากการขาดตลาดตะวันตก อีกทั้งพันธมิตรที่กล่าวมาข้างต้นก็ล้วนประสบกับปัญหาด้านการไม่ถูกยอมรับในเวทีโลก โดยเฉพาะโลกตะวันตก และถึงแม้หลายฝ่ายจะเชื่อว่าโลกาภิวัตน์ในระยะหลังค่อนข้างถดถอย แต่ในความเป็นจริงแล้วโลกาภิวัตน์ยังมีพลัง และยังคงเดินอยู่ แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคจากสงครามก็ตาม จีนจึงอาจพยายามลดท่าทีที่แข็งกร้าวลง เพราะจีนเองก็กำลังเผชิญโจทย์การเมืองโลกที่ซับซ้อนไม่ต่างจากโลกตะวันตก

 

ศ.ดร.สุรชาติ ระบุว่า สัญญาณที่เราเห็นอาจไม่ได้บวกมากอย่างที่เราคิด การเมืองโลกยังมีโจทย์ที่สหรัฐฯ และจีน ยังต้องคุยกันมากกว่านี้ สิ่งที่เห็นจึงเป็นเพียงสัญญาณเชิงบวก ‘แบบผิวเผิน’ เท่านั้น ยังมีโจทย์สำคัญ ทั้งปัญหาไต้หวัน ปัญหาทะเลจีนใต้ และปัญหาสงครามกลางเมืองในเมียนมารออยู่ในปี 2024

 

นิ่งขึ้น แต่เปราะบาง

 

ด้าน ผศ.ดร.ประพีร์ อภิชาติสกล อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และอุปนายกสมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทย แสดงความเห็นว่า สัญญาณเชิงบวกที่เราเห็นน่าจะเป็นผลพวงของการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนท่าทีของผู้นำทั้งสองประเทศ โดยมีการเมืองภายในและวิกฤตเศรษฐกิจเป็นแรงขับสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงปีการเลือกตั้งใหญ่ ช่วงเวลานี้อาจเป็นเวลาสำคัญของไบเดนที่จะโชว์ผลงานช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งช่วงปลายปี 2024 จะมาถึง พร้อมนำเสนอภาพที่จีนอาจเป็นโอกาสของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในมิติเศรษฐกิจที่ทั้งสองประเทศมักจะร่วมมือกัน โดย ผศ.ดร.ประพีร์ เชื่อว่า ต่อให้ทั้งสองประเทศจะขัดแย้งกันในหลากหลายประเด็น และยังเป็นคู่แข่งกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐฯ และจีนเชื่อมโยงกัน และยังต้องพึ่งพาอาศัยกัน

 

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.ประพีร์ ชี้ว่า แม้ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนดูเหมือนจะดีขึ้น แต่ก็ไม่มั่นคง ไม่มีเสถียรภาพและเปราะบาง ถ้ามีประเด็นละเอียดอ่อนเกิดขึ้นอีก ความสัมพันธ์นี้ก็พร้อมที่จะสั่นคลอนได้ตลอดเวลา 

 

ประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน

 

ขณะที่ ภากร กัทชลี อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเจ้าของเพจ ‘อ้ายจง’ มองว่าทั้งสองประเทศโดยเฉพาะจีน พยายามแสดงจุดยืนมาโดยตลอดว่าสามารถร่วมมือกับสหรัฐฯ ได้ และพร้อมเปิดกว้างกับทุกประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นว่าจีนสร้างประโยชน์แก่โลกและไม่ได้เป็นไปตามที่สหรัฐฯ และสังคมตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์กัน นอกจากนี้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีนยังเชื่อมโยงกันไม่น้อย ถ้าหากปิดกั้นหรือแยกห่วงโซ่อุปทาน (Decoupling) กันแบบเด็ดขาดไปเลย อาจไม่เป็นประโยชน์หรือไม่ได้ลดความเสี่ยง แต่กลายเป็นเพิ่มความเสี่ยงต่อสหรัฐฯ เสียเอง

 

ประชาคมโลกจึงได้เห็นภาพที่จีนเปิดการสื่อสารกับสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่จีนเคยประกาศไว้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของจีนที่ต้องการผลักดัน ‘ประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน’ ขณะเดียวกันก็ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมหาอำนาจทั้งสองประเทศที่อย่างน้อยยังมีความรับผิดชอบต่อโลก พยายามลดทอนความขัดแย้งและหันหาแนวทางที่ร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น แม้ภาพของการเป็นคู่แข่งกันจะยังคงอยู่ก็ตาม

 

แฟ้มภาพ: Muhammad Aamir Sumsum / Shutterstock

Jonah Elkowitz / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ-จีน เดินหน้าปรับปรุงความสัมพันธ์ต่อเนื่อง ทั้งหมดสะท้อนสัญญาณบวกจริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ก้าวต่อไปของโลกในยุค ‘ไบเดน’ | THE STANDARD Daily x สมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทย 9 พฤศจิกายน 2563 https://thestandard.co/standarddaily091163/ Tue, 10 Nov 2020 14:06:05 +0000 https://thestandard.co/?p=419539 ก้าวต่อไปของโลกในยุค ‘ไบเดน’ | THE STANDARD Daily x สมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทย

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563  เ […]

The post ชมคลิป: ก้าวต่อไปของโลกในยุค ‘ไบเดน’ | THE STANDARD Daily x สมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทย 9 พฤศจิกายน 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวต่อไปของโลกในยุค ‘ไบเดน’ | THE STANDARD Daily x สมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทย
THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563  เวลา 19.00 น.
 
  • THE STANDARD Daily จับมือ สมาคมอเมริกันศึกษาฯ และสถานทูตสหรัฐฯ ร่วมวิเคราะห์ก้าวต่อไปที่น่าจับตาของนโยบายการเมืองของสหรัฐฯ ในยุคที่มี ‘โจ ไบเดน’ เป็นประธานาธิบดี
  • บทบาท ‘ผู้นำโลก’ ของสหรัฐอเมริกาจะมีทิศทางแบบไหน สงครามการค้าจะทวีความรุนแรงหรือผ่อนคลาย ความขัดแย้งในระดับชาติมหาอำนาจอื่นๆ จะเป็นอย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ที่อเมริกาหลังยุคทรัมป์จะมีสิทธิมนุษยชนเป็นธงนำในการตัดสินใจนโยบายใดๆ
  • คุยเรื่องนี้กับ ประพีร์ อภิชาติสกล อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อุปนายกสมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทย และ อัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์
 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์-พฤหัส เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post ชมคลิป: ก้าวต่อไปของโลกในยุค ‘ไบเดน’ | THE STANDARD Daily x สมาคมอเมริกาศึกษาในประเทศไทย 9 พฤศจิกายน 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: บริบททางสังคมของสหรัฐอเมริกาและไทยต่อเหตุประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิว -THE STANDARD Daily 4 มิ.ย. 63 https://thestandard.co/united-states-and-thailand-social-context-of-racism/ Fri, 05 Jun 2020 00:47:58 +0000 https://thestandard.co/?p=369646

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 20. […]

The post ชมคลิป: บริบททางสังคมของสหรัฐอเมริกาและไทยต่อเหตุประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิว -THE STANDARD Daily 4 มิ.ย. 63 appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 20.00 น. 
 
  • ทำความเข้าใจบริบททางสังคมของสหรัฐอเมริกาและไทยต่อเหตุประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวที่เกิดขึ้น ผ่านมุมมองของ ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา และ ดร.ประพีร์ อภิชาติสกล อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post ชมคลิป: บริบททางสังคมของสหรัฐอเมริกาและไทยต่อเหตุประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิว -THE STANDARD Daily 4 มิ.ย. 63 appeared first on THE STANDARD.

]]>