ประชุมวิสามัญ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ประชุมวิสามัญ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 16 Nov 2025 09:46:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ภูมิใจไทยแจ้ง สส.-รัฐมนตรี สแตนบายประชุมวิสามัญแก้รัฐธรรมนูญช่วง 8 ธ.ค. ปัดตอบ 2 สส.เพื่อไทยย้ายเข้าบอก แค่กินข้าวกัน https://thestandard.co/bhumjaithai-dec8-charter-session-denies-pheu-thai-switch/ Sun, 16 Nov 2025 09:45:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1143951 ภูมิใจไทย แจ้ง สส.-รัฐมนตรี สแตนบายประชุมวิสามัญแก้รัฐธรรมนูญ ช่วง 8 ธ.ค. ปัดตอบ 2 สส. เพื่อไทย ย้ายเข้า บอก แค่กินข้าวกัน

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) ที่พรรคภูมิใจไทย เวลา 15.28 น. แน […]

The post ภูมิใจไทยแจ้ง สส.-รัฐมนตรี สแตนบายประชุมวิสามัญแก้รัฐธรรมนูญช่วง 8 ธ.ค. ปัดตอบ 2 สส.เพื่อไทยย้ายเข้าบอก แค่กินข้าวกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทย แจ้ง สส.-รัฐมนตรี สแตนบายประชุมวิสามัญแก้รัฐธรรมนูญ ช่วง 8 ธ.ค. ปัดตอบ 2 สส. เพื่อไทย ย้ายเข้า บอก แค่กินข้าวกัน

วันนี้ (16 พฤศจิกายน) ที่พรรคภูมิใจไทย เวลา 15.28 น. แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้แถลงถึงผลการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลว่า เป็นการประชุมร่วมของพรรคฝั่งรัฐบาล ประเด็นหลักคือ การอัปเดตข้อมูลเรื่องกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยสมาชิกฝ่ายรัฐบาลได้แจ้งวันคร่าวๆ ว่าจะมีการเปิดประชุมวิสามัญในช่วงไหน เพื่อให้สมาชิกเตรียมตัวได้เต็มที่ เนื่องจากถือว่าเป็นประเด็นที่จับตามอง เรื่องแรกที่คุยกันคือ การคาดการณ์เปิดประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาวาระสอง สัปดาห์ก่อนการประชุมสมัยปกติ คือ วันที่ 12 ธันวาคม สำหรับเนื้อหาของกรรมาธิการ คาดว่าจะเสร็จช่วงวันที่ 8 ธันวาคม เป็นต้นไป

 

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยในเรื่องการซักฟอกที่ฝ่ายค้านได้หารือและให้ข่าว โดยพรรคร่วมรัฐบาลได้แจ้งให้รัฐมนตรีในส่วนต่างๆ ทราบ เพื่อเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรูปแบบใด

 

เมื่อถามว่า สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี และชูศักดิ์ แม้นทิม ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย จะมาสมัครพรรคภูมิใจไทยเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา เผยว่า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ สมาชิกพรรคทานข้าวตามภาพที่ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ไว้

The post ภูมิใจไทยแจ้ง สส.-รัฐมนตรี สแตนบายประชุมวิสามัญแก้รัฐธรรมนูญช่วง 8 ธ.ค. ปัดตอบ 2 สส.เพื่อไทยย้ายเข้าบอก แค่กินข้าวกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ. แก้รัฐธรรมนูญ คาดพิจารณาสาระสำคัญแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า เล็งเปิดประชุมวิสามัญต้นเดือน ธ.ค. https://thestandard.co/constitution-amendment-committee-dec-special-meeting/ Sat, 15 Nov 2025 08:09:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1143737 กมธ. แก้รัฐธรรมนูญ คาดพิจารณาสาระสำคัญแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า เล็งเปิดประชุมวิสามัญต้นเดือน **ธ.ค.**

วันนี้ (15 พฤศจิกายน ) กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู […]

The post กมธ. แก้รัฐธรรมนูญ คาดพิจารณาสาระสำคัญแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า เล็งเปิดประชุมวิสามัญต้นเดือน ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ. แก้รัฐธรรมนูญ คาดพิจารณาสาระสำคัญแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า เล็งเปิดประชุมวิสามัญต้นเดือน **ธ.ค.**

วันนี้ (15 พฤศจิกายน ) กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าในการพิจารณาของ กมธ.

 

กรวีร์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จเมื่อใด แต่ชี้ว่า สาระสำคัญ ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้ว โดยขณะนี้เหลือเพียงการพิจารณาในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ:

 

  • คุณสมบัติและข้อห้าม ของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
  • วิธีการทำงานร่วมกัน ระหว่าง กมธ.ยกร่างฯ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น

 

กรวีร์ เชื่อมั่นว่า การพิจารณาในส่วนที่เหลือจากนี้จะดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

เมื่อถามถึงกำหนดการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ กรวีร์ กล่าวว่า คาดการณ์ไว้ว่าจะสามารถเปิดได้ในช่วง ต้นเดือนธันวาคม โดยย้ำว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในการพิจารณาของ กมธ.

 

อย่างไรก็ตาม กรวีร์ ยืนยันถึง ไทม์ไลน์กรอบใหญ่ ว่า การพิจารณาจะต้องแล้วเสร็จภายใน เดือนธันวาคม และมั่นใจว่าการลงมติในวาระสามจะเกิดขึ้นได้ทันภายในเดือนธันวาคมอย่างแน่นอน

The post กมธ. แก้รัฐธรรมนูญ คาดพิจารณาสาระสำคัญแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า เล็งเปิดประชุมวิสามัญต้นเดือน ธ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยประกาศพร้อมเข้าทำเนียบในนาม ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ขอแลนด์สไลด์ให้ถึง 310 ที่นั่ง https://thestandard.co/pheuthai-ready-become-government/ Thu, 09 Mar 2023 06:29:10 +0000 https://thestandard.co/?p=760468

วันนี้ (9 มีนาคม) พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว […]

The post เพื่อไทยประกาศพร้อมเข้าทำเนียบในนาม ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ขอแลนด์สไลด์ให้ถึง 310 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 มีนาคม) พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ เศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย สมาชิกพรรครวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรค เข้าร่วมประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทยประจำปี 2566

 

ก่อนการประชุม นพ.ชลน่าน กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยระบุว่า ประเทศไทย ณ วันนี้ถืออยู่ในภาวะวิกฤต ไร้ทิศทาง ประชาชนไร้อนาคตมืดมนและหมดหวัง มีแต่ความทุกข์ยากและความยากจน สิ่งนี้คือภาพสะท้อนของประเทศไทย ดังนั้นประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากภาวะวิกฤตแบบนี้ และตนในฐานะหัวหน้าพรรคมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้

 

“เป้าหมายยุทธศาสตร์ได้ ส.ส. มากกว่า 250 ที่นั่งนั้น พรรคเพื่อไทยได้ผ่านหมุดหมายนั้นมาแล้ว วันนี้ตนขอประกาศหมุดหมายใหม่ที่จะไม่กังวลกับอำนาจหน้าที่ของวุฒิสมาชิก (ส.ว.) อีกต่อไป คือพรรคเพื่อไทยจะต้องได้รับคะแนนความไว้วางใจจากประชาชน 310 ที่นั่ง และ 310 ที่นั่งนั้นจะบอกผู้มีอำนาจ ณ ขณะนี้ว่า เราต้องการจำกัดให้สิ้นซากของระบอบประยุทธ์ ซึ่งเป็นระบอบที่อันตรายมาก

 

“อีก 2 เดือนที่เราจะเข้าสู่เส้นชัย ซึ่งเป็นเส้นชัยของพี่น้องประชาชน เป็นเส้นชัยของประเทศที่เราจะก้าวไปด้วยกัน และเราจะเข้าสู่ทำเนียบในนามรัฐบาลเพื่อไทย” นพ.ชลน่าน ประกาศทิ้งท้าย

 

สำหรับบรรยากาศวันนี้เป็นไปด้วยความคึกคัก และช่วงเช้าก่อนการเริ่มประชุมใหญ่ เศรษฐาได้ประกาศลางานโดยไม่รับค่าตอบแทน เพื่อเตรียมความพร้อมทำงานการเมืองอย่างเต็มที่ในนามประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

 

The post เพื่อไทยประกาศพร้อมเข้าทำเนียบในนาม ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ขอแลนด์สไลด์ให้ถึง 310 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
DiDi เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 23 พ.ค. นี้ ขอเพิกถอนหลักทรัพย์จากตลาดหุ้นสหรัฐฯ https://thestandard.co/didi-extraordinary-general-meeting-of-shareholders-may-23/ Sun, 17 Apr 2022 07:50:55 +0000 https://thestandard.co/?p=618184 Didi

DiDi Global Inc. จะจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) […]

The post DiDi เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 23 พ.ค. นี้ ขอเพิกถอนหลักทรัพย์จากตลาดหุ้นสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Didi

DiDi Global Inc. จะจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ เพื่อลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับแผนการเพิกถอนกิจการของบริษัทออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ 

 

บริษัท ตีตี โกลบอล อิงค์ หรือ DiDi Global Inc. ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถโดยสาร ตีตีชูสิง (DiDi Chuxing) ประกาศผ่านแถลงการณ์ของบริษัทว่า กำลังเตรียมจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ เพื่อขออนุมัติผู้ถือหุ้นในมติเพิกถอนหลักทรัพย์และกิจการของบริษัทออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และในระหว่างการดำเนินการนี้ บริษัทจะยังไม่มีการพิจารณาว่าจะนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นอื่น จนกว่ากระบวนการเพิกถอนกิจการออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเสร็จสมบูรณ์ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว บริษัทจะสำรวจโอกาสต่างๆ ที่เหมาะสมต่อไป รวมถึงมองหาตลาดหลักทรัพย์อื่นที่มีศักยภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล”​ 

 

ก่อนหน้านี้ DiDi ประกาศในเดือนธันวาคม 2564 ว่าจะเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากฝ่าฝืนคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแลของจีน และเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อกลางปี 2564 ด้วยมูลค่าเสนอขายหุ้น IPO ราว 4.4 พันล้านดอลลาร์ โดย DiDi เคยระบุไว้ว่า มีแผนจะดำเนินการจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงแทน

 

ทางด้านหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของจีนกล่าวในแถลงการณ์ว่า การตัดสินใจของ DiDi ที่ประกาศเมื่อวันเสาร์นั้น เป็นการตัดสินใจที่บริษัททำขึ้นโดยอิสระ และจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหุ้นจีนอื่นๆ ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ หรือความพยายามประสานงานร่วมกันของหน่วยงานกำกับดูแลของจีนและหน่วยงานในสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขข้อพิพาทด้านการตรวจสอบทางบัญชี  

 

ทั้งนี้ ผลประกอบการสิ้นสุดปี 2564 DiDi มีรายได้รวม 4.08 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 6.40 พันล้านดอลลาร์) ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 4.67 หมื่นล้านหยวน

 

อ้างอิง:

The post DiDi เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 23 พ.ค. นี้ ขอเพิกถอนหลักทรัพย์จากตลาดหุ้นสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานรัฐสภา เผยกรอบเปิดประชุมสมัยวิสามัญ พิจารณากฎหมายที่ค้าง-พ.ร.บ. ประชามติ 7-8 เมษายนนี้ https://thestandard.co/chuan-leekpai-unveiled-extraordinary-meeting/ Fri, 19 Mar 2021 07:12:26 +0000 https://thestandard.co/?p=466799 ประธานรัฐสภา เผยกรอบเปิดประชุมสมัยวิสามัญ พิจารณากฎหมายที่ค้าง-พ.ร.บ. ประชามติ 7-8 เมษายนนี้

วันนี้ (19 มีนาคม) ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ […]

The post ประธานรัฐสภา เผยกรอบเปิดประชุมสมัยวิสามัญ พิจารณากฎหมายที่ค้าง-พ.ร.บ. ประชามติ 7-8 เมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานรัฐสภา เผยกรอบเปิดประชุมสมัยวิสามัญ พิจารณากฎหมายที่ค้าง-พ.ร.บ. ประชามติ 7-8 เมษายนนี้

วันนี้ (19 มีนาคม) ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่าตนได้หารือร่วมกับ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ถึงแนวทางในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่ยังค้างอยู่ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ในวันที่ 7-8 เมษายนนี้ 

 

ชวนกล่าวว่า จะต้องรอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ไปปรับแก้เนื้อหากฎหมายในมาตรา 9 ให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งจะต้องรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาในเบื้องต้นให้แล้วเสร็จ คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา และจะต้องรอให้กรรมาธิการพิจารณาดำเนินการอีกครั้ง และจากนั้นจะต้องส่งเรื่องไปยังรัฐบาลเพื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ

  

ทั้งนี้ กฎหมายการออกเสียงประชามติมีทั้งสิ้น 67 มาตรา แต่ว่าในการพิจารณาที่ผ่านมา วาระที่ 2 มีการแก้และแปรญัตติเกือบทุกมาตรา ซึ่งตรงกันข้ามกับกฎหมายยาเสพติด แม้จะมีเกือบ 200 มาตรา แต่มีผู้แปรญัตติน้อย คาดการณ์ว่าอาจจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญอีก 1-2 วันก็น่าจะพิจารณาได้แล้วเสร็จทั้งหมด

 

นอกจากนี้ ชวนยังกล่าวถึงความคืบหน้าที่ได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายรัฐสภาไปศึกษาแนวทางกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าหากสมาชิกรัฐสภาจะมีการยื่นญัตติในสมัยประชุมหน้า จะสามารถทำได้มากน้อยเพียงใดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ประธานรัฐสภา เผยกรอบเปิดประชุมสมัยวิสามัญ พิจารณากฎหมายที่ค้าง-พ.ร.บ. ประชามติ 7-8 เมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิจารณาร่างแก้ไข รธน. วาระที่ 2 สัปดาห์นี้ เปิดให้อภิปรายเต็มที่ คาดเปิดวิสามัญถกวาระ 3 ต่อ https://thestandard.co/consider-the-draft-amendment-to-the-constitution-agenda-2-this-week/ Mon, 22 Feb 2021 04:35:28 +0000 https://thestandard.co/?p=457430 พิจารณาร่างแก้ไข รธน. วาระที่ 2 สัปดาห์นี้ เปิดให้อภิปรายเต็มที่ คาดเปิดวิสามัญถกวาระ 3 ต่อ

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร […]

The post พิจารณาร่างแก้ไข รธน. วาระที่ 2 สัปดาห์นี้ เปิดให้อภิปรายเต็มที่ คาดเปิดวิสามัญถกวาระ 3 ต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิจารณาร่างแก้ไข รธน. วาระที่ 2 สัปดาห์นี้ เปิดให้อภิปรายเต็มที่ คาดเปิดวิสามัญถกวาระ 3 ต่อ

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาปฏิเสธหลังปรากฏมีการกดโหวต ‘ไม่ลงคะแนน’ ให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งอาจตีความได้ว่าเป็นการไว้วางใจนั้น เกิดจากความผิดพลาดของเครื่องลงคะแนน

 

ชวนกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทราบจากข่าวแล้ว โดยจะให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบเรื่องดังกล่าว แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคะแนนได้ เนื่องจากสิ้นสุดการลงคะแนน และมีการแจ้งต่อที่ประชุมไว้ก่อนแล้ว แต่สามารถบันทึกไว้ในการประชุมได้ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุของความผิดพลาดดังกล่าว โดยที่ผ่านมามีสมาชิกขอตรวจสอบคะแนนในกรณีลงคะแนน แต่ไม่ปรากฏคะแนนเสียงของตน ตนจึงกำชับสมาชิกทุกคนก่อนลงคะแนนทุกครั้งว่าเกิดปัญหาใดหรือไม่ ประเด็นดังกล่าวอาจเกิดจากการไม่ได้แสดงตน หรือเมื่อแสดงตนแล้ว ก่อนลงมติต้องกดแสดงตนอีกครั้งหนึ่ง

 

สำหรับการประชุมร่วมของรัฐสภาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม วาระที่ 2 ในสัปดาห์นี้ ชวนกล่าวว่า จะมีการนำร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. ซึ่งค้างจากการประชุมครั้งก่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนในการประชุมครั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 ตลอดทั้งสองวัน โดยไม่มีการกำหนดกรอบเวลาในการอภิปราย สามารถประชุมได้จนกว่าการอภิปรายจะแล้วเสร็จทั้งหมด เพื่อให้สามารถเปิดสมัยการประชุมวิสามัญพิจารณาในวาระ 3 ได้ 

 

นอกจากนี้ ชวนได้กล่าวถึงการเปิดประชุมสมัยวิสามัญว่า จะอยู่ที่ฝ่ายบริหารเป็นผู้พิจารณา โดยหากกฎหมายผ่านตามกำหนดจะมีการแจ้งสมาชิกล่วงหน้า ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจะต้องเว้นจากวาระ 2 ในเวลา 15 วัน

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post พิจารณาร่างแก้ไข รธน. วาระที่ 2 สัปดาห์นี้ เปิดให้อภิปรายเต็มที่ คาดเปิดวิสามัญถกวาระ 3 ต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยชี้ ตั้งกรรมการหาทางออกให้ประเทศ เป็นการซื้อเวลา นายกฯ ต้นตอปัญหาต้องลาออกทันที https://thestandard.co/set-up-a-committee-find-exit-waste-time/ Wed, 28 Oct 2020 07:09:06 +0000 https://thestandard.co/?p=413440 ตั้งกรรมการหาทางออกให้ประเทศ เป็นการซื้อเวลา

วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่อาคารพรรคเพื่อไทย ประเสริฐ จันทรร […]

The post เพื่อไทยชี้ ตั้งกรรมการหาทางออกให้ประเทศ เป็นการซื้อเวลา นายกฯ ต้นตอปัญหาต้องลาออกทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั้งกรรมการหาทางออกให้ประเทศ เป็นการซื้อเวลา

วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่อาคารพรรคเพื่อไทย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวระบุว่า การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญตามญัตติที่รัฐบาลเสนอ และการอภิปรายใน 2 วันที่ผ่านมา มีข้อเสนอชัดเจนและเหตุผลสนับสนุนที่หนักแน่น ซึ่งประชาชนทั้งประเทศรับรู้และเข้าใจ จึงไม่มีความจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อหาทางออกให้กับประเทศเพื่อซื้อเวลา ตามข้อเสนอของฝ่ายรัฐบาล ขณะนี้จึงเหลือแค่การตัดสินใจของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เท่านั้นที่จะเป็นทางออกให้กับประเทศ

 

พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่าสิ่งที่ต้องดำเนินการทันที คือ

 

  1. พล.อ. ประยุทธ์ ต้องลาออก เพราะเป็นต้นตอของปัญหาทั้งมวล ตราบใดที่ไม่ลาออก ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการแก้ไข และมีโอกาสเกิดสถานการณ์รุนแรง บานปลาย ยากต่อการควบคุม

 

  1. ปล่อยผู้ชุมนุมที่ถูกคุมขังโดยไม่มีเงื่อนไข

 

  1. พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การแก้ปัญหาของประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤตที่มีอยู่ คือ การที่ทุกฝ่ายต้องแสดงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จโดยเร็ว โดยพรรคขอเสนอดังนี้

 

3.1 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามญัตติที่ได้เสนอไว้ โดยไม่ต้องทำประชามติ ได้แก่

 

  • การยกเลิกอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272

 

  • การยกเลิกอำนาจของวุฒิสภา ตามมาตรา 270 เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และมาตรา 271

 

  • ยกเลิกมาตรา 279 ที่ทำให้ประกาศคำสั่งและการกระทำของ คสช. อยู่เหนือกว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ

 

  • แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

 

3.2 การแก้ไขมาตรา 256 เพื่อตั้ง สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสามารถดำเนินการไปพร้อมกันได้

 

ประเสริฐได้กล่าวอีกว่า การที่ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่าไม่ลาออก เพราะไม่อยากตัดช่องน้อยแต่พอตัว เป็นการหวงอำนาจอย่างยิ่ง และเห็นแก่ตัวมากกว่าเห็นแก่ประเทศชาติ ซึ่งชัดเจนว่า รัฐบาลไม่สนใจที่จะแก้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post เพื่อไทยชี้ ตั้งกรรมการหาทางออกให้ประเทศ เป็นการซื้อเวลา นายกฯ ต้นตอปัญหาต้องลาออกทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วิเคราะห์บทสรุปการประชุมสภาหาทางออกประเทศกับ ‘พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย’ – THE STANDARD Daily 27 ตุลาคม 2563 https://thestandard.co/thestandarddaily271063/ Wed, 28 Oct 2020 01:10:24 +0000 https://thestandard.co/?p=413275

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2563 &nbs […]

The post ชมคลิป: วิเคราะห์บทสรุปการประชุมสภาหาทางออกประเทศกับ ‘พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย’ – THE STANDARD Daily 27 ตุลาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD Daily ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2563  เวลา 19.00

 

  • วิเคราะห์บทสรุปการประชุมสภาหาทางออกประเทศ กับ ‘พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย’ อาจารย์ประจำวิชาสายกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สัปดาห์นี้ความเคลื่อนไหวทางการเมืองยังคงต้องจับตาแบบรายวัน เมื่อนอกสภาฯ ม็อบสองฝ่ายก็ยังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความหวาดหวั่นว่าจะเกิดการเผชิญหน้าและความรุนแรงแบบ ‘ม็อบชนม็อบ’
  • ในสภา การประชุมวิสามัญหาทางออกประเทศเพื่อฟังความเห็นของ ส.ส. และ ส.ว. ที่กำลังจะจบลงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า (27 ตุลาคม 2563) โดยมีความคาดหวังที่ยังไม่ชัดเจนนักว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นที่ยอมรับโดยทุกฝ่าย จะเป็นประตูสู่ทางออกของประเทศได้หรือไม่

 

สามารถติดตาม THE STANDARD Daily ได้เป็นประจำทุกวันจันทร์พฤหัส เวลา 19.00 . เป็นต้นไป ที่ Facebook Live และ Youtube Live ของ thestandardth

The post ชมคลิป: วิเคราะห์บทสรุปการประชุมสภาหาทางออกประเทศกับ ‘พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย’ – THE STANDARD Daily 27 ตุลาคม 2563 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาทิตย์ ชี้ต้องคุยเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างจริงจัง เพื่อให้คงอยู่ต่อไปด้วยความคิดที่ตรงกันของคนทั้งชาติ https://thestandard.co/satit-talk-seriously-about-monarchy-reforming/ Tue, 27 Oct 2020 10:01:41 +0000 https://thestandard.co/?p=413117 สาทิตย์ เรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่รัฐสภา สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. ต […]

The post สาทิตย์ ชี้ต้องคุยเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างจริงจัง เพื่อให้คงอยู่ต่อไปด้วยความคิดที่ตรงกันของคนทั้งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สาทิตย์ เรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่รัฐสภา สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ในทุกการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาไม่มีครั้งไหนจบสวย ส่วนใหญ่จบลงด้วยการรัฐประหาร ไม่มีใครอยากเห็นจุดจบสู่รัฐประหารอีก ผู้ชุมนุมล้วนมีชุดความคิดที่ต่างจากรัฐบาล ความจริง 2 ข้อที่แตกต่างจากอดีตคือ 1. ผู้ชุมนุมเป็นคนหนุ่มสาว 2. หากมองผ่านการแสดงออกที่รุนแรง การชุมนุมอาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง ในทุกการชุมนุมของคนหนุ่มสาวเกิดจากความไม่พอใจกับเศรษฐกิจและความสับสน ไม่แน่ใจในอนาคต แต่ทางออกที่อาจจะเกิดขึ้นได้คือ การแก้รัฐธรรมนูญที่มีไทม์ไลน์ชัดเจน หรือการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

 

ยังมีอีกเรื่องที่รัฐบาลควรคิดจริงจัง คือการคิดถึงอนาคตของหนุ่มสาวในระยะยาว โครงสร้างในปัจจุบันอาจจะไม่ทันการเปลี่ยนแปลง รัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิด เช่น การศึกษา ระบบราชการ ระบอบการเมือง โครงสร้างอำนาจ ที่เป็นระบบราชการรวมศูนย์ การวิจารณ์บทบาทของทหาร วัฒนธรรมอำนาจนิยม ปัญหาเศรษฐกิจที่ผูกขาด และความเหลื่อมล้ำ ถ้าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องปรับสมดุลในโครงสร้างอำนาจ ลดการผูกขาดของทุนในเศรษฐกิจไทย ซึ่งจำเป็นเช่นเดียวกับความยุติธรรม

 

ส่วนข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เราต้องจริงจังในการหาวิธีการพูดคุยด้วยเหตุผล เพียงแต่บรรยากาศที่สร้างความหวาดระแวงอาจยังไม่ใช่เวลาที่พูดคุยเรื่องนี้ แต่เราต้องแข่งขันกับชุดความคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันกษัตริย์อย่างสิ้นเชิงด้วย ทั้งในและต่างประเทศ นำข้อมูลจริงและเท็จมาผสมกันทำให้เกิดความเชื่อที่ยากจะเปลี่ยนแปลง เราต้องคิดเรื่องเหล่านี้ สถาบันกษัตริย์ต้องคงอยู่ต่อไป แต่ต้องอยู่ด้วยความคิดและความเชื่อที่ตรงกันของคนทั้งประเทศ และอีกไม่เกินสิบปีข้างหน้าคนรุ่นใหม่ก็จะขึ้นมาเป็นกำลังแรงงานที่สร้างสรรค์ชาติของเราต่อไป

 

The post สาทิตย์ ชี้ต้องคุยเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างจริงจัง เพื่อให้คงอยู่ต่อไปด้วยความคิดที่ตรงกันของคนทั้งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปดิพัทธ์ เรียกร้องรัฐสภาเปิดกว้างคุยเรื่องปฏิรูปสถาบัน ชี้ต้องนำทุกข้อเสนอมาถกในพื้นที่ปลอดภัย พาประเทศออกจากวิกฤต https://thestandard.co/urges-parliament-to-open-up-talks-about-institutional-reforming/ Tue, 27 Oct 2020 09:38:06 +0000 https://thestandard.co/?p=413110 เรียกร้องรัฐสภา การปฏิรูปสถาบัน

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส. […]

The post ปดิพัทธ์ เรียกร้องรัฐสภาเปิดกว้างคุยเรื่องปฏิรูปสถาบัน ชี้ต้องนำทุกข้อเสนอมาถกในพื้นที่ปลอดภัย พาประเทศออกจากวิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรียกร้องรัฐสภา การปฏิรูปสถาบัน

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส. จังหวัดพิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ร่วมอภิปรายในญัตติการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมัยวิสามัญ ตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารราชแผ่นดิน โดยระบุว่า จากที่ได้ฟังการอภิปรายมา สมาชิกรัฐสภาหลายคนเชื่อในกระบวนการของรัฐสภาว่าจะสามารถนำเรื่องข้อเรียกร้องของประชาชนมาพูดคุยกันอย่างอดทนและมีวุฒิภาวะได้ รวมทั้งยังเชื่อกันด้วยว่าทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นถ้าทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าไม่ต้องการความวุ่นวาย ป้องกันการกระทบกระทั่งที่จะนำมาซึ่งความสูญเสียของพี่น้องประชาชน จึงขอเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์และใช้กลไกของรัฐสภาและเครื่องมือในระบอบประชาธิปไตยทั้งหมดเพื่อทั้งฟังเสียงของประชาชนและทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรไปพร้อมกัน

 

“ตั้งแต่มีการเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ รัฐบาลก็ใช้มาตรการที่รุนแรงหลายอย่างเพื่อหยุดการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ แม้จะใช้กฎหมายที่แรงขึ้น มีการจับกุมแกนนำอย่างต่อเนื่องจนจับไปมากกว่า 80 คนแล้ว และก็มีการสลายการชุมนุมด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง แต่การชุมนุมก็ยังดำเนินต่อไป กระจายอยู่ทั่วประเทศ และข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ก็ยังถูกนำเสนอต่อไป ข้อเสนอก็ยังแข็งแรงและแน่วแน่อยู่ นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าประเด็นนี้เป็นคำถามแห่งยุคสมัยและถึงเวลาแล้วที่ต้องพูดความจริงกัน เพราะไม่ว่าผู้ใหญ่จะปิดปาก ปิดตา ปิดหู ก็ไม่สามารถปิดความคิดของเยาวชนได้อีกแล้ว มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น และถ้ารัฐสภาของเราไม่ตัดสินใจให้ดี เราอาจจะเสียใจในภายในหลัง” ปดิพัทธ์ กล่าว

 

ปดิพัทธ์กล่าวอีกว่า ตนมีความเคารพต่อพี่น้องประชาชนที่มาแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสงบ และในขณะเดียวกันก็เคารพต่อพี่น้องประชาชนที่มาแสดงออกถึงการเรียกร้องความยุติธรรม ความเท่าเทียม และการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความสงบสันติเช่นเดียวกัน การเปิดใจแล้วพูดคุยกันทั้งในระดับครอบครัวและระดับสังคม วางอคติเอาไว้ วางบาดแผลในอดีตเอาไว้ แล้วฟังคำถามแห่งยุคสมัยและถ้าตั้งหลักและมีสติได้ ประเด็นข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งมีความหมายตรงไปตรงมาว่าคือการทำให้สิ่งนั้นดีขึ้น จะส่งผลดีกับสถาบันกษัตริย์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยในโลกสมัยใหม่ แม้ช่วงเวลานี้จะอ่อนไหวเป็นที่สุด แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าที่สุด ที่จะมีการพูดคุยถกเถียงกันโดยสันติ และแสวงหาฉันทามติร่วมกันในเรื่องดังกล่าว และที่สำคัญนี่คือบทบาทของผู้แทนราษฎรทุกคนที่จะทำภารกิจนี้ได้โดยทำให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด

 

“หากทำได้จะสามารถสร้างฉันทามติที่สำคัญที่สุด และก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยเครื่องมือของประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง โดยเสนอให้สภาพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงาน หรือกรรมาธิการแสวงหาข้อเท็จจริง และศึกษาข้อเสนอด้านการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของทุกฝ่าย กำหนดกรอบการพูดคุยให้ชัดเจนนำทุกอย่างที่อยู่บนท้องถนนเอาเข้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ด้วยวุฒิภาวะในขอบเขตของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และสามารถจัดเป็นเวทีสานเสวนาแบบที่กรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ จัดขึ้นด้วยก็ได้ ซึ่งจะเป็นก้าวแรกในการดำเนินการเรื่องนี้ไปด้วยกัน แต่ทั้งนี้ การตั้งคณะกรรมการต่างๆ จะทำไม่ได้และไม่มีประโยชน์เลย ถ้ายังจับกุมดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมรายวันแบบนี้ จึงจำเป็นต้องให้มีการเพิกถอน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดของผู้ชุมนุมก่อน และต้องให้แกนนำได้เข้าร่วมในกระบวนการต่างๆ ด้วย ภายใต้บรรยากาศที่ปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่มีความชัดเจนในการจัดวางสมดุลอำนาจทางการเมืองทั้งหมดอย่างประณีต รอบคอบ และไม่ปิดกั้นทุกข้อเสนอในการปฏิรูประบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข รวมทั้งจำเป็นต้องเปิดกว้าง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการห้ามแก้หมวดหนึ่งหมวดใด หากยิ่งห้ามก็ยิ่งจำทำให้คนสงสัย ยิ่งปิดกั้นก็จะยิ่งโดนเปิด” ปดิพัทธ์ กล่าว

 

ปดิพัทธ์กล่าวอีกว่า สภาจำเป็นต้องมีความกล้าหาญและเปิดกว้าง รับข้อเสนอต่างๆ มาพิจารณา โดยต้องนำทุกปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนทุกฝ่ายมาหารือกันในสภา จะช่วยให้สามารถหยุดทุกความรุนแรงบนท้องถนนได้ เพราะการปิดบังข้อเท็จจริงและการปฏิเสธที่จะตอบคำถามการทำราวกับว่าไม่มีข้อเรียกร้องอยู่ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เรามีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก เพราะ พล.อ. ประยุทธ์ ทำความเสียหายให้กับประเทศและระบอบการเมืองการปกครองของเรามากเหลือเกิน แต่สิ่งที่เราทุกคนจะต้องหยุดความเสียหายร้ายแรงและความแตกสลายของสังคมไทยทันที ก็คือการใช้กลไกของสภา รับฟังและศึกษาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมในเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งแท้จริงแล้วคือการปฏิรูประบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขในบริบทของประเทศไทย และมีความบิดเบี้ยวพิกลพิการจากการก่อการกบฏรัฐประหาร ซึ่งเรื่องนี้เราต้องแก้ไขและรับผิดชอบร่วมกัน จนนำไปสู่ระบอบที่เรามีฉันทามติ เป็นระบอบการปกครองที่มั่นคง พระมหากษัตริย์อยู่อย่างมั่นคงสถาพรและสามารถที่จะผ่านกาลเวลาที่ท้าทายแบบนี้ได้

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ปดิพัทธ์ เรียกร้องรัฐสภาเปิดกว้างคุยเรื่องปฏิรูปสถาบัน ชี้ต้องนำทุกข้อเสนอมาถกในพื้นที่ปลอดภัย พาประเทศออกจากวิกฤต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสรีพิศุทธ์ ย้ำไม่ถอนคำพูดภาษาอังกฤษถึงนายกฯ ในสภา เพราะไม่ใช่คำผิด ยืนยันต้องลาออก https://thestandard.co/seree-phisuth-insists-on-not-withdrawing-english-words-to-pm/ Tue, 27 Oct 2020 08:34:09 +0000 https://thestandard.co/?p=413060 เสรีพิศุทธ์ ย้ำไม่ถอนคำพูดภาษาอังกฤษถึงนายกฯ I hear too

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เ […]

The post เสรีพิศุทธ์ ย้ำไม่ถอนคำพูดภาษาอังกฤษถึงนายกฯ ในสภา เพราะไม่ใช่คำผิด ยืนยันต้องลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสรีพิศุทธ์ ย้ำไม่ถอนคำพูดภาษาอังกฤษถึงนายกฯ I hear too

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า สาเหตุที่มาแถลงข่าวในวันนี้สืบเนื่องมาจากการประชุมวิสามัญ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนได้อภิปรายในที่ประชุมต่อประธานสภาในประเด็นที่ผู้ชุมนุมพูดถึงประโยคหนึ่ง คือ I Here Too และประธานสภาให้ตนถอนคำพูดนั้น ตนคิดว่าเป็นประโยคภาษาอังกฤษที่ไม่ผิดอะไร จึงไม่ได้ถอนคำพูดดังกล่าว และได้เดินออกจากห้องประชุมทันที ซึ่งตนมองว่าการประชุมวิสามัญล่าสุด 2 วันมานี้ไม่เกิดประโยชน์ เนื่องจากจะมีการประชุมสภาวันที่ 1 พฤศจิกายนอยู่แล้ว เพราะการประชุมแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องค่าที่พัก ค่าอาหาร ของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมองว่าการประชุมวิสามัญที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่จำเป็น

.

ทั้งนี้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวถึงเรื่องการแก้ปัญหาการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษานั้น รัฐบาลควรเปิดให้นักศึกษามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เพราะการจัดประชุมวิสามัญใน 2 วันนี้เป็นการเปิดประชุมหารือกันเพียงข้างเดียว ซึ่งกลุ่มนักศึกษาไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุมเลย และได้กล่าวถึงเรื่องการให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงสปิริต และกล่าวถึงการทำงานของนายกฯ ที่ผ่านมา 7 ปี ยังแก้ไขปัญหาหลายๆ เรื่องไม่สำเร็จ ที่ตนอภิปรายต่อที่ประชุมไปนั้นเพื่อเป็นการหาทางออกให้ประเทศ และอยากให้ทุกฝ่ายนำความจริงมาพูดคุยกัน เพื่อเกิดการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

The post เสรีพิศุทธ์ ย้ำไม่ถอนคำพูดภาษาอังกฤษถึงนายกฯ ในสภา เพราะไม่ใช่คำผิด ยืนยันต้องลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลเสนอ 2 ญัตติด่วน เร่งสภาหาความจริงปมขบวนเสด็จ-ศึกษาผลกระทบใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรงของรัฐ https://thestandard.co/2-urgent-motion-royal-procession-emergency-decree/ Tue, 27 Oct 2020 08:28:44 +0000 https://thestandard.co/?p=413051 ก้าวไกลเสนอ 2 ญัตติด่วน เร่งสภาหาความจริงปมขบวนเสด็จ-ศึกษาผลกระทบใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายเเรง

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ […]

The post ก้าวไกลเสนอ 2 ญัตติด่วน เร่งสภาหาความจริงปมขบวนเสด็จ-ศึกษาผลกระทบใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรงของรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลเสนอ 2 ญัตติด่วน เร่งสภาหาความจริงปมขบวนเสด็จ-ศึกษาผลกระทบใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายเเรง

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ, สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา และ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ เปิดเผยว่า เนื่องจากการประชุมวิสามัญของรัฐสภาครึ่งวันที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลเห็นว่ายังมีข้อมูลที่เกี่ยวกับการอภิปรายออกมาฝั่ง 2 ในที่ประชุมที่ไม่ตรงกัน และส่งผลต่อความเข้าใจและคลาดเคลื่อนต่อพี่น้องประชาชน และข้อมูลแบบนี้ไม่ส่งผลดีต่อประชาชน สิ่งที่จะนำมาสู่ทางออกของประเทศไทย คือการนำเอาข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดทุกกรณี ตลอดระยะเวลาความไม่สงบที่ผ่านมา มาพูดคุยกันเป็นข้อมูลดิบด้านเดียวกัน 

 

พรรคก้าวไกลมีมติเสนอญัตติด่วน 2 เรื่องคือ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส. จังหวัดนครปฐม เขต 4 เป็นผู้เสนอ และขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบของการใช้พระราชกำหนดกรณีฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 15-22 ตุลาคม โดยมี นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส. เชียงราย เขต1 เป็นผู้เสนอ 

 

ด้านสุทธวรรณกล่าวว่า จากข้อมูลที่ตนอภิปรายในข้อผิดพลาดในการจัดขบวนเสด็จพระราชดำเนิน และการถวายความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ตนเห็นว่ายังมีรายละเอียดข้อมูลและข้อเท็จจริงอีกจำนวนมากที่ต้องมาคุยกัน โดยข้อมูลที่ตนได้มาเป็นข้อมูลที่ปรากฏตามหน้าสื่อทั่วไป และคลิปวิดีโอต่อสื่อมวลชนในวันที่เกิดเหตุ ซึ่งนั่นยังไม่ใช่ความจริงที่รอบด้าน โดยต้องตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกรวมถึงผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ในการอารักขาต้องรับผิดชอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ด้าน พล.ต.ต. สุพิศาล กล่าวว่า ประเด็นสำคัญเราต้องหาเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุใด เกิดขึ้นจากการสร้างสถานการณ์หรือไม่ ใครเป็นผู้ควบคุมมัน ซึ่งมันไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน ซึ่งรัฐเองเป็นผู้ควบคุม และมีผู้จงใจให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นหรือเปล่า  นี่เป็นสิ่งที่เราจะต้องค้นหา เพราะความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับภารกิจนี้เป็นภารกิจสำคัญ คำแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ใน 12 หลัก หลักแรกที่สำคัญคือ หลักการปกป้องสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชน และพันธกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการถวายความปลอดภัย และถวายการอารักขบวนเสด็จพระราชดำเนินต่างๆ ตลอดจนพันธกิจของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งจะต้องสอดรับต่อภารกิจนี้เป็นภารกิจหลักที่สำคัญ มิใช่ภารกิจปกติ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องปกติ จึงเป็นสิ่งที่ต้องค้นหาความจริง ข้อเท็จจริงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ เกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ซึ่งที่เราจักต้องค้นหาคือพยานเอกสาร พยานบุคคล และวัตถุพยาน หรือพยานทางนิติวิทยาศาตร์ เพื่อตรวจสอบให้เห็นว่าเป็นข้อบกพร่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร รวมไปถึงภารกิจที่สำคัญ Protocol หลักคือหมายกำหนดการที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ทั้งการนัดหมายและกำหนดแผนงาน 

 

พล.ต.ต. สุพิศาล กล่าวอีกว่า ตนเคยปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวในฐานะผู้กำกับนโยบายแผนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งตนจะนำความรู้ความสามารถและองคาพยพทั้งหมดของทีมงานพรรคก้าวไกลมาตรวจสอบและค้นหาข้อเท็จจริงว่าผู้ใดจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งในเนื้อหาของการปฏิบัตินี้ ผู้ที่จะรับผิดชอบคือรัฐบาล การตั้งกรรมาธิการนี้สำคัญ คือจะต้องรวบรวมพยานทั้ง 4 อย่างที่เกี่ยวข้องและต้องแยกแยะระหว่างมิบังควรและการกระทำความผิดในคดีอาญาให้ชัดเจน มิฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลเองลงลึกไปถึงเหยื่อที่ถูกกระทำ จะอยู่บนพื้นฐานของความอยุติธรรมอย่างแท้จริง 

 

ขณะที่เอกภพ ในฐานะผู้เสนอญัติตั้งกรรมาธิการกล่าวว่า การใช้กำลังกับผู้ชุมนุม การใช้กำลังต่อสิทธิเสรีภาพต่อผู้ชุมนุมเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักสากล มีหลักฐานที่ตนหยิบยกมาชัดเจนว่าไม่ถูกต้องอย่างไร ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไร การใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ตรงนี้ต้องมีการตรวจสอบโดยกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา นอกจากจะมีการตรวจสอบในเรื่องของการใช้กำลังแล้ว ยังต้องพูดถึงในเรื่องของต้นเหตุ เหตุผลและที่มาในการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ที่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ การละเมิดสิทธิ การไล่จับกุมผู้เห็นต่างกับรัฐบาลเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ 

 

การใช้งบประมาณในช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีที่มาอย่างไร ทั้งในเรื่องของเบี้ยเลี้ยง การขนส่งสาธารณะ นี่คือสิ่งที่กรรมาธิการต้องทำ และที่ผ่านมามีการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในประเทศไทยหลายครั้ง มีการใช้กำลังของภาครัฐต่อประชาชนหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมาสภาไม่ได้มีโอกาสในการตรวจสอบการใช้กำลัง การประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เลย นี่เป็นโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะยื่นญัติและเชิญชวน ส.ส. ทุกพรรคมาร่วมกันหาข้อเท็จจริง หาข้อมูล และป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอนาคต 

 

ทั้งนี้ณัฐชากล่าวว่า พรรคก้าวไกลขอเรียกร้องให้ร่วมกันตามหาความจริง หากเรานำความจริงไว้บนโต๊ะ และเป็นข้อมูลที่หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานทุกฝ่ายยอมรับได้ ที่เหลือปัญหาต่างๆ จะลดลง เราจะนำความจริงทุกเรื่องเข้ามาเปิดเผยสู่สาธารณชน และทุกฝ่ายจะต้องกล่าวถึงข้อมูลเดียวกัน เราจะได้รับทราบข้อเท็จจริง และลดความขัดแย้งในสังคม ซึ่งจาก 2 กรณีข้างต้น ทุกคนพุ่งเป้าไปโจมตีประชาชนผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ แต่ไม่มีผู้แทนของประชาชนคนใดที่คิดจะตามหาความจริง เพื่อที่จะเปิดเผยสู่สาธารณะ ให้ความจริงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าต้นเห็นของปัญหาคือสิ่งใด 

 

“นี่สาเหตุที่พรรคก้าวไกลได้เสนอญัตติด่วน 2 เรื่องนี้ เพื่อเสนอต่อ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม และขอเชิญชวนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคร่วมกัน ผลักดันญัติดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภา เพื่อตรวจสอบ และค้นหาความจริงร่วมกัน และลดปัญหาของประเทศ” ณัฐชา กล่าว

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ก้าวไกลเสนอ 2 ญัตติด่วน เร่งสภาหาความจริงปมขบวนเสด็จ-ศึกษาผลกระทบใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรงของรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธิพงษ์ยืนยัน จำเป็นบังคับใช้กฎหมายกับผู้ใช้โซเชียลที่กระทำผิด พบผู้ชุมนุมบางส่วนใช้คำหยาบกับสถาบันฯ https://thestandard.co/law-against-offending-social-users-using-profanity-with-institute/ Tue, 27 Oct 2020 08:19:19 +0000 https://thestandard.co/?p=413044 พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กฎหมายกับผู้ใช้โซเชียลที่กระทำผิด พบผู้ชุมนุมบางส่วนใช้คำหยาบกับสถาบันฯ

วันนี้ (27 ตุลาคม) พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกร […]

The post พุทธิพงษ์ยืนยัน จำเป็นบังคับใช้กฎหมายกับผู้ใช้โซเชียลที่กระทำผิด พบผู้ชุมนุมบางส่วนใช้คำหยาบกับสถาบันฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กฎหมายกับผู้ใช้โซเชียลที่กระทำผิด พบผู้ชุมนุมบางส่วนใช้คำหยาบกับสถาบันฯ

วันนี้ (27 ตุลาคม) พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อภิปรายชี้แจงประเด็นการใช้กฎหมายเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. พรรคก้าวไกล อภิปรายในสภา โดยยืนยันว่า ในฐานะที่เป็นภาครัฐ รัฐบาลมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เนื่องจากในโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่ดี รวดเร็ว ทันสมัย แต่เนื้อหาในโซเชียลมีเดียในวันนี้มีความหลากหลาย ซึ่งมุมหนึ่งของผู้ชุมนุมก็พบว่ามีการใช้โซเชียลมีเดียที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่แสดงออกรุนแรง มีการใช้คำพูดยุยงปลุกปั่น ทำร้ายทำลายสถาบันหลักของประเทศ ทั้งใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่ได้น่ารักอย่างที่ทาง ส.ส. วิโรจน์ พูดมาเลย ซึ่งหากรัฐไม่บังคับใช้กฎหมาย แม้ว่าแพลตฟอร์มต่างๆ อยู่ต่างประเทศ แต่เรามีกฎหมายไทย จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายของไทย ถ้าละเลย จะบรรลุความตั้งใจที่จะให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างยอมรับและเคารพความแตกต่างทางความคิดได้อย่างไร

 

“ภาครัฐทำในกรอบของคนที่เข้าถึงข้อกฎหมายและมีความผิดจริง ส่วนคนอื่นที่ใช้โซเชียลมีเดีย รัฐไม่ได้ไปล่วงเกินสิทธิของใครเลย ทุกคนจึงยังใช้สื่อโซเชียลได้อย่างอิสระ ทั้ง 300,000 URLs นั้น ดำเนินคดีจำนวน 2,000 กว่าราย เพราะดูคนที่มีความตั้งใจและละเมิดข้อกฎหมายจริงๆ วันนี้ทั้งเกือบ 3,000 คดีอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราไม่ได้นิ่งเฉย และดำเนินการทางกฏหมายอย่างเคร่งครัด” พุทธิพงษ์กล่าว

 

พุทธิพงษ์ระบุด้วยว่า เรื่องการปิดกั้นสื่อ ขอชี้แจงว่า สื่อหลายสื่อมีเจตนาที่เผยแพร่ภาพข่าวที่ทำร้ายจิตใจประชาชนคนทั้งประเทศ มีความตั้งใจที่จะจาบจ้วง ใช้คำพูด การอภิปราย การปราศรัย ถ่ายทอดออกไปที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ หรือเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้คนใดคนหนึ่งเลย ถามคนไทยว่ายอมได้หรือไม่ เราเป็นคนไทยด้วยกัน เคารพกฎหมายเดียวกัน เมื่อทำผิดต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ซึ่งตนเองยังถูกต่อว่าด้วยซ้ำว่าทำน้อยไป ทั้งหมดที่ดำเนินคดี หรือกรณีของสื่อที่ส่งให้ศาล ก็อาศัยกระบวนการยุติธรรม ขออำนาจศาล ไม่ได้ใช้ความรู้สึกของรัฐมนตรี ไม่ได้ใช้ความรู้สึกของรัฐบาลเลย แต่อาศัยคำสั่งศาล ซึ่ง 80% พี่น้องประชาชนส่งมาให้ และเจ้าหน้าที่รวบรวมส่งศาลใน 48 ชั่วโมง เมื่อมีคำสั่งศาลก็ส่งให้แพลตฟอร์มต่างๆ ทราบ

 

“รัฐจำเป็นต้องดำเนินการโดยไม่ได้เลือกปฏิบัติ สื่อทุกแขนงยังนำเสนอข่าวได้เต็มที่ เพียงแต่ขอให้อยู่ในข้อกฎหมาย หากมีเนื้อหาที่ละเมิดกฎหมาย ถ้าไม่ตั้งใจก็ขอให้ดำเนินการลบออก หากไม่ลบออกก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย” พุทธิพงษ์กล่าว

 

พุทธิพงษ์ยังบอกด้วยว่า รัฐมีจุดประสงค์อยากให้การใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นที่ที่ปลอดภัย สะอาด ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองได้ เพียงแต่ต้องไม่หยาบคาย ไม่กระทำผิดกฎหมาย และต้องยืนอยู่บนหลักที่เรายึดมั่น ยึดถือบนมาตรฐานเดียวกัน ตนยืนยันว่ารัฐบาลทำตามกฎหมาย และย้ำว่าจะดำเนินการต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post พุทธิพงษ์ยืนยัน จำเป็นบังคับใช้กฎหมายกับผู้ใช้โซเชียลที่กระทำผิด พบผู้ชุมนุมบางส่วนใช้คำหยาบกับสถาบันฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ เข้าประชุมรัฐสภาวันที่ 2 ทักทาย “สวัสดีนะจ๊ะ” ปัดให้สัมภาษณ์ https://thestandard.co/prayut-attended-the-parliament-meeting-on-the-second-day-greeted-hello/ Tue, 27 Oct 2020 05:11:49 +0000 https://thestandard.co/?p=412946 ประยุทธ์ เข้าประชุมรัฐสภาวันที่ 2 ทักทาย “สวัสดีนะจ๊ะ” ปัดให้สัมภาษณ์

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่รัฐสภา เกียกกาย พล.อ. ประยุทธ์ จั […]

The post ประยุทธ์ เข้าประชุมรัฐสภาวันที่ 2 ทักทาย “สวัสดีนะจ๊ะ” ปัดให้สัมภาษณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ เข้าประชุมรัฐสภาวันที่ 2 ทักทาย “สวัสดีนะจ๊ะ” ปัดให้สัมภาษณ์

วันนี้ (27 ตุลาคม) ที่รัฐสภา เกียกกาย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาที่รัฐสภาเพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเป็นวันที่ 2

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ มีสีหน้าเรียบเฉย และได้ทักทายผู้สื่อข่าวโดยกล่าวว่า “สวัสดีนะจ๊ะ” พร้อมยกมือไหว้

 

ทั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีที่ วิษณุ เครืองาม ระบุว่า พล.อ. ประยุทธ์ จะหารือกับประธานรัฐสภาภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายในวันนี้ จากนั้น พล.อ. ประยุทธ์ ได้เดินเข้าลิฟต์เพื่อเข้าประชุมรัฐสภาทันที

 

The post ประยุทธ์ เข้าประชุมรัฐสภาวันที่ 2 ทักทาย “สวัสดีนะจ๊ะ” ปัดให้สัมภาษณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสรีพิศุทธ์ แนะรัฐบาลนำ รธน. ฉบับประชาชนมาพิจารณา ท้านายกฯ ลาออก แลกกับตำแหน่ง ส.ส. ของตัวเอง https://thestandard.co/seripit-challenge-pm-to-resign-exchange-with-his-position/ Mon, 26 Oct 2020 09:34:26 +0000 https://thestandard.co/?p=412576 สรีพิศุทธ์ ท้านายกฯ ลาออก แลกกับตำแหน่ง ส.ส. ของตัวเอง ประชุมวิสามัญ

วันนี้ (26 ตุลาคม) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส. บั […]

The post เสรีพิศุทธ์ แนะรัฐบาลนำ รธน. ฉบับประชาชนมาพิจารณา ท้านายกฯ ลาออก แลกกับตำแหน่ง ส.ส. ของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรีพิศุทธ์ ท้านายกฯ ลาออก แลกกับตำแหน่ง ส.ส. ของตัวเอง ประชุมวิสามัญ

วันนี้ (26 ตุลาคม) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายในที่ประชุมโดยระบุว่า ตนเองเชื่อว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไม่ลาออกตามที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง และมองว่าเวทีนี้เป็นเวทีที่ให้รัฐบาลมาแก้ตัวมากกว่าแก้ปัญหา ไม่ได้ประโยชน์ เพราะนักศึกษาไม่มีโอกาสเข้ามาชี้แจง เสียเวลา ส.ว. และ ส.ส. เพราะอีกไม่กี่วันจะเปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญ

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ตนแนะนำให้รัฐบาลและนักศึกษาเจรจาพูดคุยให้ได้ข้อยุติ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ การออกแถลงการณ์ของนายกฯ ที่ให้ถอยคนละก้าว เคารพกฎหมาย ตนเข้าใจว่า คือการยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่มีสถานการณ์ร้ายแรง ปล่อยตัวแกนนำ เปิดสภาสมัยวิสามัญ แต่การให้นักศึกษาถอยคนละก้าว ยังไม่ชัดเจนว่าจะให้ทำอย่างไร

 

“วันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นรัฐบาลมา 6 ปี และกำลังย่างเข้าปีที่ 7 เดินบนเส้นทางการเมือง 1 แสนล้านก้าว การบอกให้ถอยคนละก้าวของนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ถอยคนละก้าวของตน คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนำร่างฉบับประชาชนมาแก้ไข ไม่แตะหมวดสถาบัน และขอให้นักศึกษายุติการชุมนุม รอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงขอฝากให้รัฐบาลและนักศึกษาไปพิจารณา” พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์กล่าว

 

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยังท้า พล.อ. ประยุทธ์ ให้ลาออก หากลาออก ตนก็พร้อมที่จะลาออกจากการเป็น ส.ส.

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

 

The post เสรีพิศุทธ์ แนะรัฐบาลนำ รธน. ฉบับประชาชนมาพิจารณา ท้านายกฯ ลาออก แลกกับตำแหน่ง ส.ส. ของตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุรินทร์เสนอตั้งคณะทำงาน 7 ฝ่าย ‘รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-ประชาชน’ หาทางออกเป็นรูปธรรม ส่วนไหนเห็นตรงกันทำได้เลย https://thestandard.co/jurin-proposed-set-up-group-of-7-parties-government-opposition-people/ Mon, 26 Oct 2020 06:54:23 +0000 https://thestandard.co/?p=412399 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ ตั้งคณะทำงาน 7 ฝ่าย รัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน

วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่รัฐสภา จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวห […]

The post จุรินทร์เสนอตั้งคณะทำงาน 7 ฝ่าย ‘รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-ประชาชน’ หาทางออกเป็นรูปธรรม ส่วนไหนเห็นตรงกันทำได้เลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ ตั้งคณะทำงาน 7 ฝ่าย รัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน

วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่รัฐสภา จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อภิปรายที่รัฐสภาในญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ เปิดรับฟังความเห็นจาก ส.ส. และ ส.ว. กรณีปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินช่วงหนึ่งว่า

 

การเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติในมาตรา 165 วันนี้นั้นมีความเห็นเพิ่มเติมว่าควรจะมีการหาข้อยุติและมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมเพื่อนำไปสู่การหาทางออกของประเทศร่วมกัน นั่นก็คือประสงค์ที่จะเห็นที่ประชุมรัฐสภามีการตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งอาจจะลงนามโดยประธานรัฐสภา เพราะในอดีตก็เคยมีตัวแบบลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วในปี 2552 ตัวแบบที่ว่านั้นก็คือในยุคนั้นได้มีการหารือร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และผู้นำทางสังคม กระทั่งนำมาสู่ความเห็นร่วมกันว่าควรจะได้มีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งที่มีชื่อสั้นๆ ว่าคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปและการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือจะเรียกย่อๆ ว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ก็ได้ โดยมอบให้ประธานรัฐสภาเป็นเจ้าภาพลงนามแต่งตั้งกรรมการระดับชาติชุดนี้ขึ้นมา ประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายรัฐบาล, ส.ส., ส.ว. และผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรต่างๆ ทำหน้าที่แสวงหาแนวทางในการสร้างความสมานฉันท์ในบ้านเมืองให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม 

 

จุรินทร์กล่าวต่อไปว่า ข้อเสนอของตนในวันนี้ก็คือให้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยถือหลัก 3 ข้อ

1. สำหรับองค์ประกอบนั้น อย่างน้อยควรจะประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสภาไม่น้อยกว่า 7 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้แทนของรัฐบาล, ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐบาล, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน, วุฒิสมาชิก, ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม, ฝ่ายที่เห็นต่างกับผู้ชุมนุม และฝ่ายอื่นๆ เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ หรืออื่นใดที่เห็นสมควร เป็นต้น 

 

  1. ให้คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ในการแสวงหาคำตอบที่เป็นทางออกที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศ อะไรที่เห็นพ้องต้องกันได้ก็ให้ผู้ที่มีหน้าที่รับข้อสรุปที่เห็นพ้องนั้นไปดำเนินการในทันทีโดยไม่ชักช้า ซึ่งตนก็คาดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นประเด็นหนึ่งที่เห็นพ้องต้องกันได้

ส่วนอะไรก็ตามที่ยังมีความเห็นที่ต่างกันอยู่ก็แขวนไว้ก่อน แล้วเร่งหารือร่วมกันเพื่อหาจุดร่วมที่อาจจะยังมีประเด็นเพิ่มเติมที่เห็นตรงกันได้ต่อไป โดยเน้นรูปแบบของการจับเข่าคุยกันอย่างสร้างสรรค์ อะไรที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถอยได้ก็อาจจะต้องถอยคนละก้าวหรือคนละสองก้าวอย่างที่นายกรัฐมนตรีได้เสนอความเห็นไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถดำรงเป้าหมายที่จะมุ่งหาคำตอบ หาทางออกให้กับประเทศด้วยความปรารถนาดีให้กับบ้านเมืองให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

  1. ขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว


ตนหวังว่าที่ประชุมนี้จะกรุณารับข้อเสนอของตนไปพิจารณาและไตร่ตรองอย่างรอบคอบจริงจังต่อไป เพื่อให้ข้อเสนอนี้เป็นจริงได้

 

“ผมขอเรียกร้องไปยังวิปทั้งสามฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง เพราะท่านคือตัวแทนของพวกเราที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ได้หารือกันทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา ซึ่งสำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมได้มอบหมายให้วิปของพรรครับความเห็นนี้ไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องมาระดับหนึ่งแล้ว ส่วนผลการหารือหรือรูปแบบของคณะกรรมการจะตั้งชื่อว่าอย่างไร จะแตกต่างไปจากที่ผมเสนอเมื่อสักครู่มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ผมไม่ติดใจ แล้วก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนเพียงเพื่อให้เราได้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกให้กับประเทศ หากทำได้ ผมหวังว่าอย่างน้อยที่สุดสถานการณ์บ้านเมืองก็จะคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม เพราะว่าบางเรื่อง บางประเด็น ผมทราบดีว่าอาจจะต้องใช้เวลาและต้องใช้ความจริงใจต่อกัน ที่สำคัญคือต้องตกผลึกร่วมกันจึงจะสามารถนำไปสู่การได้คำตอบที่เห็นพ้องต้องกันได้ และที่สำคัญเราประสงค์ที่จะให้มีกรรมการชุดนี้เพื่อให้คนทั้งประเทศได้เห็นแสงสว่างแห่งความหวังรำไรถูกจุดขึ้นมาตรงปลายอุโมงค์โดยรัฐสภาของเรา เพื่อให้รัฐสภาได้เป็นความหวังและสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบอบประชาธิปไตยของประเทศเราได้อย่างยั่งยืนต่อไป” จุรินทร์กล่าวในที่สุด

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post จุรินทร์เสนอตั้งคณะทำงาน 7 ฝ่าย ‘รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-ประชาชน’ หาทางออกเป็นรูปธรรม ส่วนไหนเห็นตรงกันทำได้เลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิจารณ์ อัดประยุทธ์ เสนอญัตติเพื่อฟอกขาวตัวเอง ขอยุติดำเนินคดีประชาชน วอนพรรคร่วมถอนตัว https://thestandard.co/picharn-said-stop-prosecuting-people-and-ask-for-withdrawing-party/ Mon, 26 Oct 2020 06:45:56 +0000 https://thestandard.co/?p=412396 พิจารณ์ อัดประยุทธ์ พรรคก้าวไกล

วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่รัฐสภา พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส. […]

The post พิจารณ์ อัดประยุทธ์ เสนอญัตติเพื่อฟอกขาวตัวเอง ขอยุติดำเนินคดีประชาชน วอนพรรคร่วมถอนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิจารณ์ อัดประยุทธ์ พรรคก้าวไกล

วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่รัฐสภา พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ร่วมอภิปรายในญัตติการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาสมัยวิสามัญ ตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารราชแผ่นดิน โดยระบุว่า พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความพยายามมาตลอดเพื่อขอให้มีการเปิดประชุม เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันและตรวจสอบการใช้กฎหมายและอำนาจของรัฐบาล ว่าเหมาะสมเป็นไปตามสัดส่วนหรือไม่ คาดหวังว่าจะมีการบรรจุวาระเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าไม่เป็นไปเช่นนั้น และสำหรับการประชุมวิสามัญในวันนี้ ทาง ครม. เป็นผู้ขอเปิดประชุม ซึ่งเมื่อตนไปอ่านในญัตติก็พบว่าเต็มไปด้วยข้อความที่ไม่นำไปสู่ทางออก แต่กลับบอกเล่าข้อเท็จจริงที่บิดเบือน กลบเกลื่อนความผิด พยายามให้ร้ายต่อนักเรียนนักศึกษาประชาชนที่เห็นต่าง มีข้อความที่โยนความผิดแก่ผู้ชุมนุมโดยไม่ได้คำนึงความผิดพลาดของนายกรัฐมนตรี

 

พิจารณ์กล่าวว่า ญัตติระบุว่าการชุมนุมส่งผลต่อการควบคุมการแพร่ระบาดและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจลดลง ทั้งที่ข้อเท็จจริงปรากฏแล้วว่าการชุมนุมไม่ว่าของกลุ่มใด หรือแม้กระทั่งการรวมตัวกันรับขบวนเสด็จพระราชดำเนิน ไม่ส่งผลต่อการแพร่ระบาดของโรค การชุมนุมที่ผ่านมาในทั้ง 44 จังหวัดยังไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อจากการไปชุมนุมแม้แต่คนเดียว และในเรื่องความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจนั้นจะเกิดขึ้นได้ ประชาชนในประเทศและนานาประเทศต้องเชื่อมั่นว่าความขัดแย้งได้ถูกแก้ไขแล้ว ไม่ใช่สงบลงแบบจอมปลอมเพราะการใช้กฎหมายปิดปากประชาชน ตราบใดที่ความขัดแย้งยังคงดำรงอยู่ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอย่างไรก็ต้องลดลง และข้อต่อมา การที่นายกรัฐมนตรีให้เหตุผลถึงการออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยระบุถึงการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลว่าอาจมีความต่อเนื่องในวันต่อๆ ไป เหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะผู้ชุมนุมประกาศชัดเจนว่าจะยุติการชุมนุมในเวลา 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

 

พิจารณ์กล่าวว่า ส่วนเหตุผลว่ามีการขัดขวางและหยุดขบวนเสด็จพระราชดำเนินนั้น รัฐบาลมีหน้าที่ในการถวายอารักขาให้ขบวนไม่ผ่านในเส้นทางพิพาท และผู้ชุมนุมก็ได้เคลื่อนย้ายมวลชนเพื่อไม่ให้กีดขวางเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินที่ได้มีการออกหมายกำหนดการมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่จากที่ระบุในญัตติ รัฐบาลไม่ได้สำนึกถึงความผิดพลาดในการถวายอารักขาของตนเอง แต่โยนความผิดให้กับประชาชน นำไปสู่การดำเนินคดีมาตรา 110 ที่มีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต จนเป็นการเติมเชื้อไฟความรุนแรงและความรู้สึกอยุติธรมให้เกิดขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลยังอาศัยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเป็นเครื่องมือในการสลายการชุมนุมบริเวณแยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม โดยใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่เป็นไปตามหลักสากล และเป็นการสร้างความเกลียดชังให้ผู้ชุมนุมมีต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ และญัตติยังระบุไว้ด้วยว่า รัฐบาลได้มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมบางเรื่องแล้ว ซึ่งตนขอตั้งคำถามให้นายกรัฐมนตรีช่วยกรุณาตอบชัดๆ ว่า ที่ดำเนินการไปแล้วมีเรื่องใดบ้าง ความคืบหน้าเป็นอย่างไร

 

“การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีเจตนาเพื่อปัดความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่ท่านเป็นศูนย์กลางของปัญหา และกำลังใช้เวทีสภาแห่งนี้เพื่อฟอกขาวตนเอง เพื่อกล่าวหากลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อปกปิดความผิดและปกป้องความล้มเหลวของตัวเอง แทนที่จะเป็นการหาทางออกของประเทศ ดังนั้น ท่านต้องทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมเสียใหม่ ถ้ายังอยู่บนฐานคิดว่าประชาชน, เยาวชน, นักเรียน, นักศึกษาเหล่านี้สามารถที่จะมีใครมาชักนำได้ ท่านคิดผิด เยาวชนเหล่านี้ เด็กรุ่นนี้ฉลาดเกินกว่าที่ใครจะมาชี้นำ มิเช่นนั้นแล้วค่านิยม 12 ประการที่ท่านเพียรใส่เข้าไปในสมองของพวกเขาเหล่านั้นมันคงจะอยู่ตรงนั้นไปแล้ว” พิจารณ์กล่าว

 

พิจารณ์ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงแม้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ก็ยังจำเป็นที่จะต้องพูดถึงความไม่ชอบธรรม ต้องเรียนว่าตนไม่พบองค์ประกอบในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามมาตรา 9 และ 11 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเลย ที่ระบุว่าต้องมีการก่อการร้าย การประทุษร้าย หรือมีเหตุที่เชื่อได้ว่าจะกระทบความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิต หรือทรัพย์สินของรัฐ หรือบุคคล รัฐบาลมักใช้คำว่า ‘ความมั่นคงของรัฐ’ บ่อยครั้ง แต่ท่านต้องเข้าใจด้วยว่าความมั่นคงของรัฐไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาล จะออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อความอยู่รอดของรัฐบาลไม่ได้ ประกาศฉบับนี้ยังสร้างความกังวลต่อนานาชาติ จนโฆษกข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติยังออกมาแสดงความกังวลว่าขัดต่อหลักการการรับรองสิทธิในระดับสากลที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ และหากย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บัญชาการทหารบก เคยแสดงความเห็นคัดค้านการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ตนจึงอยากให้ พล.อ. ประยุทธ์ ในวันนั้นนั่งไทม์แมชชีนมาบอก พล.อ. ประยุทธ์ ในวันนี้ ให้หยุดคุกคามประชาชนด้วยกฎหมายพิเศษเสียที

 

“การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 6 ครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะชอบธรรมหรือไม่ เป็นที่ชัดเจนว่าได้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น ก่อนที่นำไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ในรอบนี้ไม่มีสถานการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นเลย หลายเดือนที่ผ่านมาการชุมนุมเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ กฎหมายที่มีอยู่เดิมสามารถใช้ควบคุมการชุมนุมให้เป็นไปโดยปกติเรียบร้อยได้ ดังนั้น ผมเรียกร้องนายกรัฐมนตรี ท่านบอกว่าถอยคนละก้าว แต่ท่านก้าวเกินมาแล้วสามก้าว ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่เท่ากับเพิกถอน ผมเรียกร้องให้ท่านเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ปล่อยตัว และยุติการดำเนินคดีทุกข้อกล่าวหาต่อประชาชนทั้งหมดที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออก”

 

พิจารณ์กล่าวว่า ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ตนกำลังจะเรียนว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนที่เสพติดอำนาจ ใช้อำนาจพิเศษมาตลอดตั้งแต่การเข้าสู่อำนาจผ่านการรัฐประหาร มีการใช้อำนาจมาตรา 44 มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่แต่งตั้งเอง เมื่อมาสมัยรัฐบาลนี้ นายกรัฐมนตรีไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านั้น แทบจะบริหารประเทศไม่ได้ พอเกิดโรคระบาดก็ใช้โอกาสประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พอมีการประท้วงก็ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง นี่คือพฤติกรรมที่ลุแก่อำนาจและเสพติดอำนาจโดยแท้ และถ้าจะพูดถึงเหตุผลที่ประชาชน, เยาวชน, นักเรียน, นิสิต, นักศึกษาออกมาชุมนุมกันในวันนี้ ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะอำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ ล้วนแล้วแต่บิดเบี้ยว บิดเบือน ไม่ตอบสนองความยุติธรรมในสังคม ไม่ตอบสนองต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับสังคมโดยรวม นอกจากนี้ ที่นายกรัฐมนตรีถามว่าตัวเองผิดอะไร ท่านไม่ควรจะถามคำถามนี้เสียด้วยซ้ำ เพราะความแตกแยก, ยากจน, สิ้นหวัง, ลำบากของประชาชนในห้วงเวลานี้คือคำตอบที่ชัดเจน ทางออกของประเทศต้องเริ่มจากการที่นายกรัฐมนตรีต้องยอมรับว่าตัวเองคือต้นตอของปัญหา

 

“คนเราทำงานมากยิ่งผิดมาก เป็นเรื่องปกติ แต่ความผิดที่ร้ายแรงและน่าห่วงที่สุดคือการไม่รู้ตัวว่าทำผิด นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะยอมรับความจริง, สำรวจ, แก้ไข และพัฒนาสิ่งที่ทำผิดพลาดไป พล.อ. ประยุทธ์ มีความผิดทั้งในพฤติกรรมส่วนตัว ลุแก่อำนาจ พูดจาคุกคามประชาชน ในด้านการบริหารจัดการกับโรคระบาดโดยเสียสมดุลระหว่างด้านสาธารณสุขกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และสุดท้ายผิดในฐานะเป็นผู้สร้างและกอบโกยจากสิ่งที่เรียกว่าระบอบประยุทธ์ ตั้งแต่การเข้ามาสู่อำนาจโดยการรัฐประหาร จนวันนี้ระบอบประยุทธ์เต็มไปด้วยการครอบงำ แทรกแซงองค์กรอิสระ ใช้อำนาจพิเศษที่ไร้การตรวจสอบ ไม่มีการรับผิดรับชอบ และยังละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่เห็นต่างอย่างไม่หยุดหย่อน” พิจารณ์กล่าว

 

พิจารณ์ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ถึงเวลาแล้วที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องทบทวนท่าทีในการร่วมรัฐบาล ระบอบประยุทธ์จะไปต่อไม่ได้ หากไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในนั้น ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ. ประยุทธ์ ต้องหยุดเอาความจงรักภักดีมากอดไว้กับตัวเอง หยุดผูกมัดสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้กับปัญหาที่ตัวท่านเองเป็นผู้ก่อ เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจและปกปิดความล้มเหลวของท่าน วันนี้ตนหวังว่าเราจะพบทางออก เพราะประชาชนต้องการความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย เขาไม่ต้องการเป็นผู้ถูกปกครองที่ยอมจำนนต่ออำนาจพิเศษของ พล.อ. ประยุทธ์ ท่านหยุดสะกดจิตตัวเองได้แล้วว่า ‘ผมไม่ผิด’ แล้วยอมลาออกได้แล้ว เปิดทางให้คนที่เห็นคนเท่าเทียมกันเข้ามาเป็นผู้นำในการพูดคุยกับทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่ทางออกที่สังคมมีฉันทามติร่วมกัน นำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและคืนอำนาจให้แก่ประชาชน 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post พิจารณ์ อัดประยุทธ์ เสนอญัตติเพื่อฟอกขาวตัวเอง ขอยุติดำเนินคดีประชาชน วอนพรรคร่วมถอนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไพบูลย์ เสนอทำประชามติคนไทยเห็นด้วยกับม็อบหรือไม่ ปลุกคนไทยปกป้องสถาบันฯ เตือนพรรคการเมืองร่วมชุมนุมเสี่ยงถูกยุบ https://thestandard.co/do-thai-people-agree-with-pp-rally/ Mon, 26 Oct 2020 05:27:30 +0000 https://thestandard.co/?p=412376 ทำประชามติ คนไทย เห็นด้วยกับ ม็อบ หรือไม่

วันนี้ (26 ตุลาคม) ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ […]

The post ไพบูลย์ เสนอทำประชามติคนไทยเห็นด้วยกับม็อบหรือไม่ ปลุกคนไทยปกป้องสถาบันฯ เตือนพรรคการเมืองร่วมชุมนุมเสี่ยงถูกยุบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำประชามติ คนไทย เห็นด้วยกับ ม็อบ หรือไม่

วันนี้ (26 ตุลาคม) ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายช่วงหนึ่งว่า การชุมนุมที่กดดันให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็เพื่อให้ฝ่ายที่รักชาติอ่อนแอลงเพื่อจะรุกคืบปฏิรูปสถาบันฯ ตนจึงขอเรียกร้องให้นายกฯ อยู่ในตำแหน่งเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์, แก้ปัญหาโควิด-19 และปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ อย่าไปลาออกตามฝ่ายที่เรียกร้องมาซึ่งมีคนไม่กี่หมื่นคน แต่ต้องคำนึงถึงคน 8.4 ล้านคนที่เลือกมาปฏิบัติหน้าที่

 

ส่วนข้อเรียกร้องให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีข้อบัญญัติคุ้มครองสถาบันฯ ไว้หลายประการ ซึ่งแกนนำต้องการยกร้องการคุ้มครองสถาบันฯ ในหลายๆ จุด รวมถึงการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เป็นที่ชัดเจนว่าเขียนคุณสมบัติไม่ห้ามผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือเคยต้องคำพิพากษาให้สมัครเป็น สสร. ได้ เพื่อเปิดช่องให้แกนนำผู้ชุมนุมและอดีตสมาชิกพรรคการเมืองที่ถูกยุบไปก่อนหน้าได้รับเลือกเป็น สสร. เพื่อจะได้เอกสิทธิ์คุ้มครองในการเผยแพร่ลัทธิที่เป็นปฏิปักษ์กับการปกครองประเทศ

 

ทั้งนี้ การเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกก่อนเพื่อร่างรัฐธรรมนูญที่มีปัญหากับสถาบันฯ และนำไปสู่การปฏิรูปสถาบันฯ การกระทำดังกล่าวเคยมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นปฏิปักษ์กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลได้วินิจฉัยว่าหากเป็นปฏิปักษ์ก็ต้องห้ามแล้ว ดังนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นปฏิปักษ์กับการปกครอง หากมีสมาชิกพรรคการเมืองใดไปร่วมชุมนุมหรืออยู่เบื้องหลังการชุมนุมที่เรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ หรือการเสนอตั้งกรรมาธิการการปฏิรูปสถาบันฯ จะเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์กับการปกครองซึ่งเสี่ยงต่อคดีอาญา และพรรคนั้นเสี่ยงจะถูกยุบ

 

ไพบูลย์เชื่อว่าการชุมนุมมีนักการเมืองแอบอยู่เบื้องหลัง โดยขอประณามนักการเมืองเหล่านั้นที่ใช้เยาวชนของชาติ ใช้นักเรียนนักศึกษาที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมาเป็นโล่กำบัง พร้อมเสนอทำประชามติว่าคนไทยทั้งประเทศเห็นด้วยกับการชุมนุมหรือไม่ ตนมั่นใจคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่จาบจ้วงสถาบันฯ และเชื่อว่าถึงไม่ทำประชามติแต่เดี๋ยวการชุมนุมก็จะแพ้ในเร็ววันเพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย 

 

นอกจากนี้ ไพบูลย์ยังเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ขอให้ออกมาปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้จงได้

 

ภาพ: แฟ้มภาพ

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ไพบูลย์ เสนอทำประชามติคนไทยเห็นด้วยกับม็อบหรือไม่ ปลุกคนไทยปกป้องสถาบันฯ เตือนพรรคการเมืองร่วมชุมนุมเสี่ยงถูกยุบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้นำฝ่ายค้านขอนายกฯ ลาออก เพราะคืออุปสรรคสำคัญและเป็นภาระของประเทศ https://thestandard.co/extraordinary-meeting-to-discuss-the-country-exit-without-voting-261063/ Mon, 26 Oct 2020 04:37:11 +0000 https://thestandard.co/?p=412347

วันนี้ (26 ตุลาคม) สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวห […]

The post ผู้นำฝ่ายค้านขอนายกฯ ลาออก เพราะคืออุปสรรคสำคัญและเป็นภาระของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 ตุลาคม) สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างการเปิดสภาสมัยประชุมวิสามัญเพื่ออภิปรายหาทางออกประเทศโดยไม่ลงมติว่า การเผชิญสภาพในปัจจุบันเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้ผู้ที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านการทหารอย่าง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ซึ่งมีที่มาจากความคิดและการกระทำที่เป็นเผด็จการ เพราะพวกท่านไม่อาจเข้าใจว่าจะสร้างสรรค์นโยบาย ขับเคลื่อนกิจกรรมเศรษฐกิจ แก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด พวกท่านไม่เข้าใจประชาชน และไม่เคยคิดถึงความทุกข์ของประชาชน เพราะท่านไม่ได้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง แม้จะกล่าวอ้างว่าพวกตนมาจากการเลือกตั้งก็เป็นการเลือกตั้งที่ท่านสมคบกันตอกหลักสร้างฐานอำนาจให้แก่ตนเองและพวกพ้องภายใต้รัฐธรรมนูญที่ออกแบบอย่างซับซ้อน ซ่อนกลไกเพื่อทำลายหลักการประชาธิปไตยที่พึงมี แค่เป้าหมายสูงสุดของพวกท่านคือร่วมกันสืบทอดอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ 

 

“สถานการณ์เป็นประจักษ์พยานอย่างดีว่า พล.อ. ประยุทธ์ และรัฐบาลของท่าน

ไม่เคยเข้าใจประชาชน ไม่แม้แต่จะใส่ใจรับฟัง ไม่แม้แต่จะคิดถึงผลกระทบที่จะส่งผลต่ออนาคตของชาติ คือการที่รัฐบาลออกมาแถลงข่าวบอกปัดไปวันๆ” สมพงษ์กล่าว

 

สมพงษ์กล่าวต่อไปว่า พล.อ. ประยุทธ์ อ้างว่าได้ใช้หลักการควบคุมดูแลฝูงชนตามหลักสากล แต่ไม่เคยยอมรับว่ามาตรการที่รัฐบาลใช้กับประชาชนของตนเป็นมาตรการแบบก้าวกระโดดที่รุนแรงและนำออกมาใช้เกินกว่าเหตุจนสาธารณชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก มาตรการรุนแรงเช่นนั้นเกิดจากความกลัวและความเกลียดชังประชาชนของตนมากกว่าจะเอาใจใส่ถึงความปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา เยาวชน ที่โดยหลักแล้วรัฐต้องให้ความคุ้มครอง ให้ความสําคัญกับข้อเรียกร้องของพวกเขา สิ่งที่ปรากฏคือพวกเขาถูกความทุกข์ทับถมจนต้องออกมาแสดงตัว แสดงความเห็น และเสนอข้อเรียกร้องที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาหลากหลายมิติ 

 

“การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนในวันนี้เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย การแสดงออกซึ่งความคิดและมุมมองที่มีต่อสังคม ความคิดเห็นต่างๆ ต่อข้อเสนอและแนวคิดที่ถูกนำเสนอออกสู่สาธารณชนนั้นควรจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังถึงความเหมาะสม ความถูกต้อง และร่วมกันหาทางออกให้ประเทศอย่างเปิดเผย ไม่ใช่เพียงการซื้อเวลา ออกมากล่าวหา และบอกปัดอย่างไม่ตระหนักถึงปมรากปัญหาที่แท้จริง” สมพงษ์กล่าว

 

ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวต่อไปด้วยว่า ตนเห็นว่าสภาแห่งนี้ควรใช้เวลาที่มีอยู่ 2 วันเสนอต่อรัฐบาลให้พิจารณาและหาข้อสรุปในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ดังนี้

 

  1. ต้องพิจารณาข้อเสนอของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนอย่างจริงจัง เปิดใจรับฟังแต่ละปัญหาที่นำเสนออย่างมีวิจารณญาณ

  2. ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว ไม่เตะถ่วงหรือดึงเวลาให้ล่าช้า ไม่ทันสถานการณ์วิกฤตที่กำลังบานปลาย 

 

โดยต้องเร่งพิจารณาต้นเหตุสำคัญของปัญหา โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ

 

ต้องเร่งปลดเงื่อนไขที่เป็นมูลเหตุของวิกฤต เร่งปล่อยตัวนักเรียน นักศึกษา ประชาชนที่ถูกจับกุมคุมขังจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยพลัน 

 

ปลดเงื่อนไขที่จะทำให้สถานการณ์บานปลาย ยุติการปิดกั้นสื่อ เปิดช่องทางการรับรู้ข่าวสารของประชาชน และยุติการใช้กฎหมายที่ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เห็นต่างจากรัฐบาลโดยเร็วที่สุด 

 

“ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีต้องลาออก เพราะท่านคืออุปสรรคสำคัญที่เป็นภาระของประเทศ หากท่านลาออกจะถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดและความล้มเหลวทั้งปวงที่ได้กระทำลงไป” สมพงษ์กล่าวในที่สุด

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ผู้นำฝ่ายค้านขอนายกฯ ลาออก เพราะคืออุปสรรคสำคัญและเป็นภาระของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ ขอสภาหาทางออกเพื่อนำประเทศไปสู่อนาคตที่ดี แต่ต้องปกป้องอดีตอันมีคุณค่าไว้ด้วย https://thestandard.co/extraordinary-meeting-to-find-a-way-out-of-the-country-261063/ Mon, 26 Oct 2020 04:25:43 +0000 https://thestandard.co/?p=412344

วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่รัฐสภา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา […]

The post ประยุทธ์ ขอสภาหาทางออกเพื่อนำประเทศไปสู่อนาคตที่ดี แต่ต้องปกป้องอดีตอันมีคุณค่าไว้ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่รัฐสภา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างการเปิดสมัยประชุมวิสามัญอภิปรายเพื่อหาทางออกประเทศโดยไม่ลงมติ ว่าเราไม่อยากให้เกิดการปะทะกัน ไม่อยากให้เกิดการจลาจลในบ้านเมือง รัฐบาลมีหน้าที่ต้องรักษาสิทธิ์ของคนไทยทั้งประเทศซึ่งมี 70 ล้านคน

 

สิ่งที่ตนมั่นใจในวันนี้คือคนไทยทุกคนไม่ว่าเราจะมีมุมมองด้านการเมืองอย่างไร แต่ตนเชื่อมั่นว่าทุกคนยังคงรักชาติ วัฒนธรรม รากเหง้า และคุณค่าของความเป็นไทย แต่เราก็รู้ว่าเราต้องการอนาคตที่ดีทั้งของประชาชนและประเทศ ซึ่งเราก็ดำเนินการอยู่มาต่อเนื่อง เป็นสองเรื่องที่น่าจะดำเนินไปด้วยกันได้ โดยทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายทั้งสิ้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เราจะต้องไม่ทำลายอดีตที่มีคุณค่าของเรา ซึ่งแบบนั้นเราจะได้สังคมที่แข็งแรงและมีรากเหง้า

 

“ผมเองในนามของรัฐบาลในนามของนายกรัฐมนตรีรู้ว่าทุกอย่างอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของโลกปัจจุบัน โลกแห่งเทคโนโลยี แต่เราต้องยอมรับว่าในประเทศไทยของเรามีคนจำนวนหลายสิบล้านคนไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เกิดความวุ่นวายสับสนอลหม่าน ทุกคนก็มีความเชื่อของตัวเอง เขาเห็น เขาเชื่อมาตลอดชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นเราต้องมีความสมดุลระหว่างความต้องการของแต่ละคนกับความต้องการของคนอื่นๆ ในสังคม” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

 

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า การพูดคุยกันวันนี้เราต้องใช้สติปัญญาและเลือดรักชาติทุกหยดในตัวมาพูดคุยเสนอแนะหาทางออกเพื่อนำประเทศไปสู่อนาคตที่ดี แต่ก็ปกป้องอดีตอันมีคุณค่าไว้ด้วย

 

ส่วนตัวตนเองเชื่อว่าพื้นฐานของสังคมไทยนั้นคือการเป็นห่วงซึ่งกันและกัน เมื่อเราทำแบบนั้นการเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวประเทศไทยครอบครัวเดียวกัน แม้จะมีเรื่องไม่เห็นด้วยกันบ้าง แต่เราก็จะรักกันได้ตลอดไป

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ประยุทธ์ ขอสภาหาทางออกเพื่อนำประเทศไปสู่อนาคตที่ดี แต่ต้องปกป้องอดีตอันมีคุณค่าไว้ด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>