ประกันภัยรถยนต์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ประกันภัยรถยนต์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 23 Jun 2026 01:51:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เศรษฐกิจซึม-คนไทยใช้รถนานขึ้น ‘ธนชาตประกันภัย’ รุกตลาดประกันรถชั้น 2+ และ 3+ เลือกความคุ้มครองตามไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้าเบี้ยโต 1.3 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/thanachart-car-insurance-flexible-economy/ Tue, 23 Jun 2026 01:51:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1221628 คงศักดิ์ หาญแสวงสิน และ มหพล จินดาขันธ์ ผู้บริหารธนชาตประกันภัย แถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

หมดยุคประกันรถแบบเหมา เศรษฐกิจซึม คนไทยรัดเข็มขัดค่าใช้ […]

The post เศรษฐกิจซึม-คนไทยใช้รถนานขึ้น ‘ธนชาตประกันภัย’ รุกตลาดประกันรถชั้น 2+ และ 3+ เลือกความคุ้มครองตามไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้าเบี้ยโต 1.3 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
คงศักดิ์ หาญแสวงสิน และ มหพล จินดาขันธ์ ผู้บริหารธนชาตประกันภัย แถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

หมดยุคประกันรถแบบเหมา เศรษฐกิจซึม คนไทยรัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย ธนชาติประกันภัย เดินหน้าแคมเปญ ‘ประกันรถตัวตึง นึกถึงธนชาตประกันภัย’ ตั้งเป้าเป็น Top of mind ผู้บริโภค พลิกโฉมเสนอความคุ้มครองแบบยืดหยุ่น ตั้งแต่ประกันชั้น 1 ถึงชั้น 3 ตอบโจทย์ผู้ใช้รถแต่ละกลุ่มตามความเสี่ยง ลดภาระค่าเบี้ยเกินความจำเป็น

 

 
 

คงศักดิ์ หาญแสวงสิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการศึกษาอินไซต์ผู้บริโภค พบว่าพฤติกรรมการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ของคนไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยตลาดกำลังเปลี่ยนจากยุค Maximum Coverage จากการมองหาความคุ้มครองที่มากที่สุด ไปสู่ Perfect Fit Protection ไปสู่การมองหาความคุ้มครองที่เหมาะกับชีวิตมากที่สุด

 

“เราเชื่อว่าผู้ใช้รถแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน คนที่เพิ่งออกรถใหม่อาจต้องการความคุ้มครองแบบจัดเต็มเพื่อความอุ่นใจ ขณะที่ผู้ใช้รถมาระยะหนึ่งอาจเริ่มมองหาความคุ้มครองที่พอดีและคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคต้องคิดรอบมากขึ้นก่อนใช้จ่าย เราจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น ตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 3 เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับอายุรถ พฤติกรรมการใช้งาน และงบประมาณของตัวเองได้จริง”

 

ด้านมหพล จินดาขันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานกลยุทธ์การตลาดและบริหารประสบการณ์ลูกค้า บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสดและการวางแผนค่าใช้จ่ายมากขึ้น

 

ขณะเดียวกัน การเข้ามาของ AI ทำให้ผู้บริโภคสามารถศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบทางเลือก และทำความเข้าใจความคุ้มครองได้ด้วยตนเองมากขึ้น จึงไม่ได้ตัดสินใจจากความคุ้นเคยหรือคำแนะนำเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมองหาความคุ้มครองที่เหมาะกับรูปแบบการใช้รถและความต้องการของตนเองจริงๆ

 

ประกอบกับพฤติกรรมการใช้รถที่เปลี่ยนไป รถยนต์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และการเข้ามาตีตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำให้หลายครอบครัวมีรถมากกว่าหนึ่งคันและมีความต้องการความคุ้มครองที่แตกต่างกันในแต่ละคัน นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์บริการหลังการขายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ความสะดวกในการเคลม และคุณภาพของเครือข่ายอู่หรือศูนย์ซ่อม

 

จากอินไซต์ดังกล่าว ธนชาตประกันภัยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น โดยเปิดตัว 5 ความคุ้มครองรูปแบบใหม่ ที่ยืดหยุ่นตามอายุการใช้รถ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

 

  • ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ธนชาต วันเซฟ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองแบบชั้น 1 แต่เริ่มให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการบริหารค่าใช้จ่ายมากขึ้น ราคาเริ่มต้นเพียง 7,500 บาท เพื่อช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยเกือบหมื่นบาท แต่ยังได้รับความคุ้มครองครบถ้วน เพียงแต่อาจจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาท หากเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี
  • ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+จัดเต็ม สำหรับกลุ่มที่ใช้รถบ่อย และมีรถอายุประมาณ 5 – 10 ปี มีประสบการณ์ขับรถสูง ต้องการความคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ความกังวลไม่ได้อยู่เพียงเรื่องค่าซ่อมรถ แต่อยู่ที่ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุหรือรถต้องเข้าซ่อม เรามีคุ้มครอง ชน หาย ไฟไหม้ แล้ว เรายังเพิ่มความคุ้มครองที่ช่วยดูแลชีวิตประจำวัน เช่น เงินชดเชยค่าเดินทาง เมื่อรถเข้าซ่อม เงินชดเชยรายได้เมื่อนอนโรงพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ลูกค้าใช้ชีวิตต่อได้อย่างอุ่นใจ
  • ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ฟิต สำหรับกลุ่มลูกค้าที่รู้สึกว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ค่อยเคลม และไม่ได้กังวลกับเหตุเล็กๆ น้อยๆ ต้องการเพียงความคุ้มครองที่เมื่อเกิดเหตุไม่ต้องจ่ายหนักให้ความคุ้มครองที่จำเป็นในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 5,500 บาท พร้อมขยายอายุรับประกันสูงสุดถึง 30 ปี เพื่อรองรับพฤติกรรมคนไทยที่ใช้รถนานขึ้น แต่ยังคงความอุ่นใจเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
  • ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรถอายุ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งความกังวลหลักคือค่าเสียหายก้อนใหญ่จากอุบัติเหตุ เรามีราคาเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท แต่ยังให้ความคุ้มครองสำคัญ เช่น ค่าซ่อมรถเราสูงสุด 50,000 บาท คุ้มครองรถคู่กรณีสูงสุด 20 ล้านบาท
  • ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 ซิงเกิ้ล เรท จัดเต็ม EV สำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีความกังวลเฉพาะด้าน ทั้งแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จไฟ ธนชาตประกันภัยที่ออกแบบความคุ้มครองให้ตอบโจทย์การใช้งานรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ไม่เพียงคุ้มครองตัวรถ แต่ยังครอบคลุมความเสียหายของแบตเตอรี่ โดยให้ความคุ้มครอง 100% สำหรับรถที่มีอายุแบตเตอรี่ไม่เกิน 5 ปี โดยไม่หักค่าเสื่อมราคา รวมถึงคุ้มครองความเสียหายของ Wall Charger สูงสุด 50,000 บาทต่อครั้ง เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ใช้รถ EV ในทุกการเดินทาง

 

คุมความเสี่ยงประกันรถ EV หนุนกำไรโตพันล้าน

 

สำหรับผลประกอบการปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,672 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1.55% และมีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งทางสถานะการเงินด้วยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) ที่ 537.7% ซึ่งถือเป็นระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม และสามารถรักษาความเชื่อมั่น โดยมีคะแนนความพึงพอใจลูกค้า (NPS) ที่ 78.6%

 

ด้านราคาเบี้ยประกันอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับตลาด ไม่เน้นแข่งขันด้านราคา แต่เน้นนำเสนอบริการเสริม Meet & Care ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า โดยเป็นจุดบริการรับ-ส่งรถเข้าซ่อมที่มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยจัดการและประสานงานให้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินราคาจนถึงส่งมอบรถคืน อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องหาอู่ซ่อมรถเอง

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่อธุรกิจประกัน ส่งผลให้การจัดหาและนำเข้าอะไหล่เพื่อซ่อมรถยนต์ล่าช้า โดยเฉพาะอะไหล่ของรถยุโรป เมื่อการซ่อมใช้เวลานานขึ้น ทำให้บริษัทประกันมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากการถูกเรียกร้องค่าชดเชยผลประโยชน์ต่างๆ รวมถึงต้นทุนสีพ่นรถยนต์และค่าซ่อมตัวถังที่สูงขึ้น จากปิโตรเคมีที่ขาดตลาด

 

ตั้งเป้าปี 69 เบี้ยรับโต 1.3 หมื่นล้านบาท

 

สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมไว้ที่ 13,000 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 11% จากปีก่อนหน้า ขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ประกันที่ใช่ ไซส์ที่พอดี พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่ในต่างจังหวัด ผ่านพันธมิตรธุรกิจทั่วประเทศ และตั้งเป้าพอร์ตประกันรถ EV เติบโต 10% เพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 6-7% ผ่านการบริหารจัดการความเสี่ยง คัดกรองการรับประกันตามพฤติกรรมคนขับรถ EV ที่เปลี่ยนไป การจัดหาช่างซ่อมที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ เพื่อให้บริการในศูนย์ซ่อม รวมถึงการจัดหาอะไหล่ในราคาที่แข่งขันได้

The post เศรษฐกิจซึม-คนไทยใช้รถนานขึ้น ‘ธนชาตประกันภัย’ รุกตลาดประกันรถชั้น 2+ และ 3+ เลือกความคุ้มครองตามไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้าเบี้ยโต 1.3 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ประกันวิริยะดีไหม’ จากคำถามสู่แคมเปญ ‘มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า’ ให้ลูกค้าตัวจริงมายืนยัน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/is-viriyah-insurance-good/ Fri, 20 Dec 2024 08:00:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1021453 Wiriyah-Insurance

ยุคนี้จะตัดสินใจซื้ออะไรแต่ละทีใช้เวลาไปกับการอ่านรีวิว […]

The post ‘ประกันวิริยะดีไหม’ จากคำถามสู่แคมเปญ ‘มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า’ ให้ลูกค้าตัวจริงมายืนยัน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wiriyah-Insurance

ยุคนี้จะตัดสินใจซื้ออะไรแต่ละทีใช้เวลาไปกับการอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่าการอ่านข้อมูลสินค้าหรือบริการอีก ไม่ใช่ว่าสิ่งที่แบรนด์บอกไม่น่าเชื่อถือหรืออินฟลูแนะนำไม่น่าสนใจ แต่ด้วยพฤติกรรมของคนยุคใหม่มีแนวโน้มที่จะวางใจสิ่งที่ ‘คนกลาง’ ที่มีประสบการณ์จริงมาเล่าให้ฟัง

 

ยิ่งถ้าเป็นสินค้าที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความคุ้มค่าเรื่อง ‘ราคา’ กับ ‘ผลตอบแทน’ ที่มีเงื่อนไขของระยะเวลามาเป็นตัวผูกมัด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประกันภัย ข้อมูลจากแบรนด์อย่างเดียวไม่พอ

 

‘วิริยะประกันภัย’ แบรนด์ประกันภัยที่ยืนหยัดเคียงข้างดูแลเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงด้วยระบบประกันภัยให้กับประชาชนในสังคมมาตลอด 77 ปี ได้ประกาศทิศทางการดำเนินงานไปเมื่อต้นปีว่า ปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่การส่งมอบประสบการณ์ความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ภายใต้แนวคิด ‘ปีแห่งความมั่นคงและเป็นธรรม: มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า’

 

นอกจากจะมุ่งมั่นพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการให้บริการต่างๆ โดยยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลาง แบรนด์ยังปล่อยภาพยนตร์โฆษณา ‘จะทำประกันกับวิริยะฯ คุณอาจเจอเม้นแบบนี้’ ตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ลูกค้าวิริยะฯ จะได้ ‘มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า’ ด้วยเสียงตอบรับจากผู้ใช้จริง

 

รวมไปถึงบริการล่าสุด ‘Viriyah Privileges’ มอบหลากหลายสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่มากกว่าความคุ้มครองและเป็นความคุ้มค่าด้านสิทธิพิเศษต่างๆ โดยจับมือกับพันธมิตรมากกว่า 60 แบรนด์

 

ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและประสบการณ์ที่คุ้มค่าที่วิริยะประกันภัยทำ ออกผลมาเป็นรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันภัย ในการส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ

 

รางวัลตลอดปี 2024 ที่วิริยะประกันภัยคว้ามาได้มีอะไรบ้าง และแนวคิดการทำแคมเปญเพื่อให้ ‘มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า’ คืออะไร ไขคำตอบไปด้วยกัน

 

 

เชื่อ ‘คนกลาง’ มากกว่า ‘แบรนด์’

 

อินไซต์สำคัญที่ทำให้วิริยะประกันภัยเลือกที่จะทำภาพยนตร์โฆษณาที่แสดงโดย ‘ผู้ใช้งานจริง’ บอกเล่า ‘เสียงตอบรับจริง’ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป พวกเขาไม่ได้เชื่อแค่โฆษณาจากแบรนด์อีกต่อไป แต่ต้องการ ‘คนกลาง’ มาช่วยกลั่นกรองและแนะนำสินค้า และยิ่งเป็นคนกลางที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับแบรนด์ด้วยแล้วละก็ ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้าเพิ่มขึ้น

 

 

เล่าจุดเด่นด้วยประสบการณ์จริง

 

แบรนด์เลือกสื่อสารสิ่งที่อยากจะบอก เช่น การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาพัฒนานวัตกรรมบริการใหม่ ‘V Inspection’ ซึ่งเป็นบริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนรับทำประกันภัยผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้รับการอนุมัติทำประกันภัยรวดเร็วยิ่งขึ้น หรือการนำฐานข้อมูล ‘Big Data’ มาใช้พัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตาม Personalization and Customer Insights ให้ตรงกับความต้องการของผู้เอาประกันภัย ทั้งด้านความคุ้มครองและเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม ด้วยการให้ผู้ใช้งานจริงเล่าประสบการณ์

 

 

นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความ ‘คุ้มค่า’

 

จากประสบการณ์จริงของลูกค้าตัวจริงที่ทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์กับวิริยะฯ มาแล้ว 5 ปี เล่ากันซื่อๆ ว่าการเคลมประกันตอนนี้สะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะสามารถเคลมผ่านบริการเคลมนัดหมาย VClaim on VCall แจ้งเคลมออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลบนมือถือได้ทันที เซฟเวลา พร้อมรับเอกสารเคลมได้ทันที

 

ที่สำคัญยังมีบริการ V Inspection เทคโนโลยีตรวจสภาพรถด้วย AI ผ่านมือถือ สะดวก ง่าย อยู่ที่ไหนก็ตรวจได้ไม่ต้องไปถึงสาขา

 

 

‘มั่นใจ’ ด้วยประสบการณ์กว่า 77 ปี ของผู้นำอันดับหนึ่งประกันวินาศภัย

 

‘เบิกได้ไหม?’ ‘เคลมได้หมดหรือเปล่า?’ คือสิ่งที่คนซื้อกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคลคิดหนัก แทนที่จะพูดเองก็ให้ลูกค้าตัวจริงยืนยันเลยว่า ‘เบิกได้หมด เคลมได้หมด’ ไม่เพียงแต่มั่นใจในเรื่องความมั่นคงของบริษัทที่มีประสบการณ์กว่า 77 ปี แต่ยังวางใจได้ว่าจะมีพนักงานกว่า 6,000 คนที่ ‘ใส่ใจ’ ในทุกบริการ

 

 

การันตีความคุ้มค่าด้วยรางวัลอันทรงเกียรติตลอดปี 2024

 

ผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นที่จะมอบบริการและประสบการณ์ที่ ‘มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า’ และเสียงยืนยันจากหลากหลายคอมเมนต์ของลูกค้าวิริยะประกันภัยตัวจริง การันตีด้วยรางวัลอันทรงเกียรติตลอดปี 2024 ไม่ว่าจะเป็น

 

  • รางวัล ‘สุดยอดแบรนด์ทรงพลัง’ (The Most Powerful Brands of Thailand 2024) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • รางวัล ‘Marketeer No.1 Brand Thailand 2024’ รางวัลแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 หมวดประกันภัย
  • รางวัล ‘2024 Thailand’s Most Admired Brand’ ตอกย้ำผู้นำแบรนด์ประกันวินาศภัยที่ครองใจผู้บริโภคมากที่สุด
  • รางวัลสุดยอดองค์กรแห่งปี ‘2023-2024 Thailand’s Most Admired Company’

 

ชมภาพยนตร์โฆษณาและค้นหาความจริง (ใจ) จากลูกค้าวิริยะประกันภัยตัวจริงด้วยตัวเองที่ https://youtu.be/cXiNWPxGd-U?si=ZnS1nz5HjSJ_t3j9

The post ‘ประกันวิริยะดีไหม’ จากคำถามสู่แคมเปญ ‘มากกว่าความคุ้มครอง คือ ความคุ้มค่า’ ให้ลูกค้าตัวจริงมายืนยัน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 เหตุผล ที่คนรักรถซื้อประกันภัยรถยนต์ครั้งต่อไปก็พร้อมใจให้ ‘ธนชาตประกันภัย’ ดูแลตลอดไป [PR NEWS] https://thestandard.co/thanachart-insurance-4-car-lovers-choice/ Tue, 31 Oct 2023 11:00:15 +0000 https://thestandard.co/?p=856918 ธนชาตประกันภัย

ได้ยินคนรักรถพูดกันเยอะว่า “ซื้อประกันภัยรถยนต์ครั้งต่อ […]

The post 4 เหตุผล ที่คนรักรถซื้อประกันภัยรถยนต์ครั้งต่อไปก็พร้อมใจให้ ‘ธนชาตประกันภัย’ ดูแลตลอดไป [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนชาตประกันภัย

ได้ยินคนรักรถพูดกันเยอะว่า “ซื้อประกันภัยรถยนต์ครั้งต่อไปต้องธนชาตประกันภัย” เพราะมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์การเลือกซื้อประกันรถยนต์คือ ‘ติดต่อง่าย ถึงเร็ว เคลมไว ดูแลรถจนซ่อมเสร็จ’ มาพร้อมสโลแกน ‘ธนชาตประกันภัย ดูแลไว ตรงใจคุณ’ ยิ่งทำให้อดีตมือใหม่หัดซื้อประกันรถยนต์อย่างเราอยากพิสูจน์ว่าดีจริงอย่างที่คนรักรถเชียร์หรือไม่

 

พอได้ลองใช้บริการและได้รู้จักกับ ‘พี่ชาต’ ที่มาพร้อมกับ ‘ธนชาตประกันภัย’ ถึงได้เข้าใจว่าทำไมคนรักรถยังต้องยอมให้พี่ชาตมาช่วย นอกจากพี่ชาตจะมี #ทีมพี่ชาต ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งทีมเคลม ทีมซ่อม ทีมซัพพอร์ต ที่พร้อมช่วยเหลือคุณ เรื่องเบี้ยประกันและความคุ้มครองก็ออกแบบมาได้ตอบโจทย์ตรงใจไลฟ์สไตล์การขับขี่ของแต่ละบุคคล

 

แต่เหตุผลจริงๆ ที่คนรักรถให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้ธนชาตประกันภัยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการซื้อประกันครั้งต่อไปคือ 4 เหตุผลต่อไปนี้

 

หรือจะลองเลือกความคุ้มครองที่คุ้มครบตรงใจก่อนไปอ่านเหตุผล คลิกได้เลยที่  https://shorturl.at/hksJK

 

ธนชาตประกันภัย

 

1. พี่ชาตพร้อมช่วย: ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญและทีม Surveyor ที่ชำนาญการ

 

เป็นกันทุกคนใช่ไหม พอประสบอุบัติเหตุแล้วสติไม่ค่อยอยู่กับตัว เวลาแบบนี้ถ้าเจอฝ่ายตรงข้ามหัวหมอ สวมรอยเคลมแผลเดิมเข้าไปด้วยมีแต่แย่กับแย่ 

 

แต่หลังจากที่ได้รู้จักกับ ‘พี่ชาต’ และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอุบัติเหตุจาก ‘ธนชาตประกันภัย’ ก็อุ่นใจแม้เพิ่งประสบอุบัติเหตุ เพราะ ‘Surveyor’ หรือพนักงานสำรวจภัย มีทีมเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประเมินราคาคอยให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยประเมินและตัดสินปัญหาหน้างานด้วยการนำ AI for Claim เข้ามาช่วยประเมินความเสียหาย ประเมินค่าซ่อม ใช้เวลาแค่ 1-2 นาทีก็อนุมัติงานได้ทันที ทำให้ลูกค้าออกจากจุดเกิดเหตุได้เร็ว ช่วยให้กระบวนการต่างๆ ง่ายขึ้น และรถก็ซ่อมเสร็จเร็วขึ้นด้วย

 

ยังชอบตรงที่ ‘Surveyor’ เขามี Empathy สุดๆ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เคลมประกันให้จบๆ แต่ถ้าคู่กรณีต้องการความช่วยเหลือ Surveyor ก็จัดให้ นี่เป็นสิ่งที่ธนชาตประกันภัยเอาใจใส่เพื่อให้พนักงานตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ในทุกสถานการณ์ จึงมีการอบรม ทบทวนความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่อง 

 

ธนชาตประกันภัย

 

2. พี่ชาตดูแลไว: ผ่าน LINE Services บริการครบวงจร เชื่อมต่อประกันภัยตลอด 24 ชั่วโมง

 

ไม่ต้องอารมณ์เสียกับการถือสายรอ กด 1 กด 2 โอนสายไปมาเพื่อคุยกับพนักงานรับเรื่องหรือ Call Center เพราะเราสามารถติดต่อพี่ชาตได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน LINE Services’ บริการที่ครบวงจร เชื่อมต่อประกันพี่ชาตผ่าน LINE ได้ทุกเวลาที่ต้องการ

 

กดแจ้งเคลมผ่าน LINE ได้ทันที สามารถแชร์โลเคชันเพื่อให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัยเดินทางไปให้บริการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แถมยังติดตามการเดินทางของเจ้าหน้าที่ได้แบบเรียลไทม์

 

หรือจำพวกงานเอกสารและข้อมูลต่างๆ ก็ทำได้เอง ไม่ว่าจะเป็น ดูกรมธรรม์เพื่อตรวจสอบความคุ้มครอง, โหลดกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ต่อทะเบียนรถยนต์ออนไลน์หรือประกอบการแจ้งเคลม, ชำระค่าเบี้ยต่ออายุ, ส่งเอกสารตั้งเบิกเคลม, โหลดหนังสือรับรองลดหย่อนภาษีอิเล็กทรอนิกส์

 

นอกจากนี้ยังสามารถแจ้งความประสงค์ขอใช้บริการ Meet & Care, ค้นหาอู่และศูนย์ซ่อม รวมถึงรับสิทธิพิเศษอื่นๆ ในการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ร่วมรายการได้ 

 

ธนชาตประกันภัย

 

3. พี่ชาตพร้อมทำแทน: กับบริการ Meet & Care ดูแลงานซ่อมรถแทนลูกค้า

 

อันนี้เซอร์ไพรส์มาก เพราะไม่ค่อยเห็นประกันรถยนต์ที่มีบริการผู้ช่วยส่วนตัวมาคอยดูแลเทกแคร์กันขนาดนี้

 

บริการนี้มีชื่อว่า Meet & Care ผู้ช่วยส่วนตัวที่มาดูแลงานซ่อมรถแทนเรา ตั้งแต่คัดเลือกอู่คุณภาพ รับรถ เจรจา ติดตามและรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ พร้อมตรวจสอบคุณภาพงานซ่อมก่อนส่งมอบรถคืน ทั้งหมดนี้ทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความชำนาญเรื่องรถยนต์ตัวจริง 

 

ธนชาตประกันภัย

 

4. พี่ชาตคอนเน็กชันดี: มีศูนย์และอู่ซ่อมในเครือพร้อมบริการกว่า 1,600 แห่ง

 

ใครก็รู้ว่าพี่ชาตเขาคอนเน็กชันดี มีศูนย์และอู่ซ่อมรถยนต์ในเครือครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วไทยกว่า 1,600 แห่ง

 

ขับไปไหนก็อุ่นใจว่าจะมีเครือข่ายพี่ชาตรอต้อนรับและดูแลอย่างดีถ้าเกิดรถประสบอุบัติเหตุและต้องซ่อมแบบเร่งด่วน มีมาตรฐานการซ่อมเหมือนกันทุกสาขา โดยอู่ซ่อมรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ “ซ่อมดี ซ่อมเร็ว ไม่ต้องรอคิว” เพื่อให้ลูกค้ามีความสบายใจและมั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการที่ดีมีคุณภาพทุกขั้นตอน  

 

และนี่คือเหตุผล 4 ข้อที่ไม่ว่าจะต่อประกันรถยนต์ครั้งไหนก็ยังคงให้ ‘ธนชาตประกันภัย’ เป็นตัวเลือกแรก 

 

ถ้าอยากได้คนดูแลดีๆ เลือกความคุ้มครองที่คุ้มครบตรงใจคุณได้ที่ https://shorturl.at/pwLQS

The post 4 เหตุผล ที่คนรักรถซื้อประกันภัยรถยนต์ครั้งต่อไปก็พร้อมใจให้ ‘ธนชาตประกันภัย’ ดูแลตลอดไป [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ธนชาตประกันภัย’ เผยเบี้ยรับรวมปี 65 เติบโต 24% ชู 5 กลยุทธ์ดันเบี้ยปีนี้โตเพิ่ม 16% แตะ 12,000 ล้านบาท https://thestandard.co/tcap-total-premiums-2565/ Wed, 22 Mar 2023 06:10:49 +0000 https://thestandard.co/?p=766695

ธนชาตประกันภัย เผยเบี้ยรับรวมปี 2565 เติบโต 24% พร้อมเป […]

The post ‘ธนชาตประกันภัย’ เผยเบี้ยรับรวมปี 65 เติบโต 24% ชู 5 กลยุทธ์ดันเบี้ยปีนี้โตเพิ่ม 16% แตะ 12,000 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธนชาตประกันภัย เผยเบี้ยรับรวมปี 2565 เติบโต 24% พร้อมเปิดกลยุทธ์ 5 ขุมพลัง ขยายฐานนวัตกรรม รุกทุกช่องทาง ตอบโจทย์งานบริการ ตั้งเป้าดันเบี้ยปีนี้โตเพิ่ม 16% แตะ 12,000 ล้านบาท 

 

พีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย เปิดเผยว่า เป้าหมายการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมของบริษัทในปี 2566 อยู่ที่ 12,000 ล้านบาท หรือเติบโต 16% โดยในปีนี้บริษัทมีแผนจะมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจประกันวินาศภัยลูกค้ารายย่อย ด้วยการดำเนินงานผ่านกลยุทธ์ 5 ขุมพลัง ได้แก่ 

 

1. The power of protection พลังของการดูแลความเสี่ยงให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมและตรงกับความต้องการ โดยในปีนี้บริษัทจะมุ่งขยายตลาดประกันภัยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และประกันภัยคุ้มครองรถบรรทุก (Truck) โดยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะบุกทั้งป้ายแดงและปีต่ออายุ เน้นให้ความคุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี ด้วยเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาป พร้อมบริการหลังการขาย โดยเฉพาะความกังวลเรื่องแบตเตอรี่รถหมดระหว่างการเดินทาง มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินประสานรถยกไปจุดชาร์จที่ใกล้ที่สุดในรัศมี 20 กิโลเมตร รวมถึงการพัฒนาบริการครบวงจร เพื่อมุ่งสู่ความเป็นผู้นำในตลาดประกันภัยรถไฟฟ้า 

 

นอกจากนี้ ยังได้ขยายความเชี่ยวชาญไปยังตลาดรถบรรทุกใหญ่ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถบรรทุกใหญ่ ที่มีทั้งแบบประเภท 1 สำหรับรถบรรทุกใหญ่อายุ 1-10 ปี และประเภท 2+ สำหรับรถบรรทุกใหญ่อายุเกิน 10 ปี ในรูปแบบแพ็กเกจที่เข้าใจง่าย มีความชัดเจนเรื่องทุนประกันภัยและเบี้ยประกันภัย เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่าย ในขณะเดียวกันจะเพิ่มสัดส่วนในผลิตภัณฑ์ประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อ ประกันภัยคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับกลุ่มครอบครัว เพื่อช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเงินให้กับลูกค้าด้วย 

 

2. The power of partnerships พลังของการเสริมเครือข่ายพันธมิตรให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจร่วมกับพันธมิตรปัจจุบันเพื่อรักษาฐานการตลาด ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมให้กับกลุ่มลูกค้าปัจจุบันของบริษัท และยังขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วย พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้ดำเนินการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ และภูมิภาค ทั้งในกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อ โบรกเกอร์ และดีลเลอร์ที่ขายงานรถ EV และรถบรรทุกโดยตรงอย่างต่อเนื่อง

 

3. The power of ultimate services พลังของการสร้างประสบการณ์งานบริการที่เหนือกว่า ผ่านการสร้างความเข้มแข็งด้านเครือข่ายอู่ซ่อมรถยนต์และศูนย์บริการที่มีมาตรฐานครอบคลุมทุกจังหวัดกว่า 1,600 แห่งทั่วประเทศ การขับเคลื่อนองค์กรให้เป็น Digital Insurance โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ การให้บริการผ่าน LINE Services ‘ธนชาตประกันภัย’ ซึ่งลูกค้าสามารถแจ้งอุบัติเหตุไปจนถึงต่ออายุกรมธรรม์ได้ง่ายๆ 

 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มบริการ Meet and Care ผู้ช่วยส่วนตัวดูแลงานซ่อมรถแทนลูกค้า ตั้งแต่การประสานงานกับอู่ซ่อมรถ รายงานสถานะงานซ่อมทุกระยะ รวมถึงช่วยตรวจคุณภาพงานซ่อมก่อนส่งมอบรถคืนให้กับลูกค้า โดยปีนี้จะขยายพื้นที่บริการ Meet and Care ไปยังสาขาธนชาตประกันภัยเพิ่มเติมอีก 14 แห่ง และยังเปิดตัวบริการ ‘Photo Claim’ ซึ่งให้ลูกค้าสามารถจัดการงานเคลมได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัยให้บริการ ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ความสะดวกและรวดเร็วให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น

 

4. The power of technology พลังสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้ข้อมูล โดยจะให้ความสำคัญกับระบบ Information Security Management System (ISMS) ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ซึ่งได้ผ่านการรับรองตามมาตรฐานระดับสากล ISO/IEC 27001:2013 ขณะเดียวกัน ยังได้พัฒนาระบบการทำงานแบบ Automate โดยใช้เทคโนโลยี Robotic Process Automation (RPA) มาประยุกต์ใช้เพื่อลดเวลาดำเนินการ อาทิ ขั้นตอนการจัดอะไหล่ได้ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาทีม Data Scientist ผนวกกับการลงทุนโครงสร้างด้าน Infrastructure จัดทำ Data Lake เพื่อพัฒนา AI ของตนเอง เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านผลิตภัณฑ์และบริหารประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง 

 

5. The power of people พลังของบุคลากร โดยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่าน IDO Culture ทั้งเรื่องของ Insightful มีความเชี่ยวชาญในงานที่ทำ Dynamic ยืดหยุ่น ความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว และ Optimal รู้จักวางแผนพร้อมจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างมาตรฐานการทำงานให้มีความสุข เน้นผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงาน โดยนำเครื่องมือด้านบริหารบุคลากรมาใช้ในหลายมิติ เช่น การจัดทำ OKR และ KPI, ส่งเสริมรูปแบบการทำงานแบบ Agile, การปรับวิธีการทำงานให้สอดรับกับคนรุ่นใหม่ เช่น การปรับสำนักงานให้เป็นแบบ Hybrid Workplace 

 

สำหรับภาพรวมความสำเร็จในปี 2565 ธนชาตประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 10,320 ล้านบาท เติบโต 24% มีกำไรสุทธิ 697 ล้านบาท โดยมาจากประกันภัยรถยนต์ 89% จากทุกช่องทางการจำหน่าย พร้อมฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้สถาบันทริสเรทติ้งยังคงจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่ระดับ AA- (Stable) สะท้อนมุมมองให้เห็นว่าธนชาตประกันภัยมีศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่อยู่ในระดับที่ดีมาก

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘ธนชาตประกันภัย’ เผยเบี้ยรับรวมปี 65 เติบโต 24% ชู 5 กลยุทธ์ดันเบี้ยปีนี้โตเพิ่ม 16% แตะ 12,000 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา ‘Tesla Insurance’ ประกันรถสุดล้ำที่อาจเข้ามาดิสรัปต์วงการในอนาคต https://thestandard.co/tesla-insurance/ Fri, 06 Jan 2023 09:53:13 +0000 https://thestandard.co/?p=733675

ภายหลังจากการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โด่งดังที่สุดใ […]

The post จับตา ‘Tesla Insurance’ ประกันรถสุดล้ำที่อาจเข้ามาดิสรัปต์วงการในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภายหลังจากการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โด่งดังที่สุดในโลกอย่าง Tesla ในประเทศไทยเมื่อเดือนที่แล้ว จนทำให้เกิดกระแสความฮือฮาอย่างมากด้วยราคาเปิดตัวที่เขย่าวงการอย่างรุนแรง แต่ยังมีคำถามที่ตามมาในเรื่องของ ‘ประกันรถ’ ที่เป็นสิ่งที่เจ้าของรถต้องทำว่าจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

 

เนื่องจากรถยนต์พลังไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป อีกทั้งยังมีเรื่องของอุปกรณ์อะไหล่ต่างๆ ที่แม้ปกติแล้วจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลบำรุงรักษาต่ำกว่า แต่ความที่อะไหล่มีน้อยและหายาก ทำให้เบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้ามีราคาสูงกว่าตามไปด้วย 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาค่อนข้างสูงอย่าง Tesla ก่อนหน้านี้ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยรวมถึงศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ทำให้หากรถยนต์เกิดขัดข้องหรือประสบอุบัติเหตุ ศูนย์บริการอิสระจะต้องสั่งอะไหล่นำเข้ามาเอง ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง หรือหากมีปัญหาหนัก ต้องส่งรถกลับศูนย์ต้นทางที่นำเข้ามา ทำให้การคำนวณค่าเบี้ยประกันจึงต้องสูงอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

 

โดยในช่วงกลางปี 2565 ค่าเบี้ยประกันสำหรับรถ Tesla อยู่ที่ 63,000-100,000 บาทโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับทุนประกันภัย ซึ่งจะมีตั้งแต่ 2,400,000 บาท ไปจนถึง 4,000,000 บาทขึ้นไป ซึ่งแม้จะไม่ได้ห่างจากประเทศต้นกำเนิดแบรนด์อย่างสหรัฐอเมริกามากนัก แต่เมื่อคิดถึงค่าครองชีพแล้ว เรื่องนี้ส่งผลต่อการตัดสินใจสำหรับคนที่คิดจะซื้อรถมาใช้เป็นอย่างยิ่ง

 

อย่างไรก็ดี ที่สหรัฐฯ ทางด้าน Tesla ได้ริเริ่มทำระบบประกันภัยด้วยตัวเองที่เรียกว่า Tesla Insurance ซึ่งสนนราคาจะต่ำกว่าบริษัทประกันภัยทั่วไป และมีความน่าสนใจตรงที่มีการคำนวณเบี้ยประกันจากข้อมูลการขับขี่ของผู้ใช้งานเอง โดยใช้เป็นระบบการให้คะแนนที่เรียกว่า Safety Score (ปัจจุบันยังเป็นเวอร์ชัน Beta)

 

ความล้ำสมัยของรถยนต์ Tesla ทำให้การเก็บข้อมูลการขับขี่เป็นไปอย่างง่ายดาย ซึ่ง Tesla Insurance จะคำนวณค่าเบี้ยประกันให้เราผ่านระบบเตือนชนคันหน้า, การเบรกรุนแรง, การหักพวงมาลัยเร็ว, การขับจี้คันหน้า, การโดนลงโทษปิดระบบ Autopilot เพราะไม่จับพวงมาลัย และการขับตอนกลางคืน ซึ่งจับโดยเทคโนโลยีล้ำสมัยในรถ

 

ระบบจะคำนวณเป็นคะแนนตั้งแต่ 1-100 คะแนน ซึ่งหากทำคะแนนได้มาก ค่าเบี้ยประกันก็จะยิ่งถูกลงตามลำดับ โดยที่ผู้ขับรถสามารถตรวจสอบคะแนนของตัวเองได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน และข้อมูลที่เก็บได้นั้นจะไม่ถูกแชร์ไปที่ไหน จะเป็นของเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

 

ข้อดีของระบบนี้คือ ยิ่งทำคะแนนดีมาก สม่ำเสมอ และต่อเนื่องเท่าไร ค่าเบี้ยประกันก็จะถูกลงมากขึ้นเท่านั้น แต่ข้อเสียสำหรับเจ้าของบางกลุ่มคือ อาจจะทำให้การขับขี่ไม่เป็นธรรมชาตินัก ความสนุกในการขับขี่ไปตามท้องถนนลดน้อยลง พะวงกับการเก็บคะแนนมากเกินไป แต่สิ่งที่น่าสนใจคือนี่อาจเป็นสิ่งที่มาดิสรัปต์การประกันภัยรถยนต์ในอนาคตจากการเก็บข้อมูลการขับขี่ของผู้ใช้เอง

 

ปัจจุบันระบบ Tesla Insurance เริ่มใช้แล้วใน 12 รัฐที่สหรัฐฯ และคาดว่าจะมีแผนที่จะขยายการรับประกันในรูปแบบนี้อีกในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่ามีความหวังสำหรับชาวไทยด้วย ในขณะที่ Tesla ประเทศไทยดูแลพื้นฐานในส่วนของการประกันรถใหม่แบบจำกัด การประกันพื้นฐานของรถแบบจำกัด การรับประกันระบบถุงลมนิรภัยแบบจำกัด การรับประกันแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนแบบจำกัด โดยครอบคลุมการซ่อมแซมหรือการเปลี่ยนอะไหล่ที่จำเป็นให้

 

เพียงแต่สำหรับแฟน Tesla ในบ้านเรา เรื่องใหญ่ในช่วงนี้อาจจะไม่ใช่เบี้ยประกันที่สูง แต่เป็นจุดชาร์จตามทางในระหว่างการเดินทางพักผ่อนช่วงวันหยุดหรือเทศกาลมากกว่า

 

อ้างอิง:

The post จับตา ‘Tesla Insurance’ ประกันรถสุดล้ำที่อาจเข้ามาดิสรัปต์วงการในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘รุ่นใหญ่ ใจเก๋า’ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นิยามใหม่ของชีวิตวัยเกษียณ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/kpi-car-insurance/ Mon, 13 Dec 2021 09:30:20 +0000 https://thestandard.co/?p=570464

ยุคสมัยหนึ่งเราอาจจะเคยเชื่อกันว่าความสุขเพียงหนึ่งเดีย […]

The post ‘รุ่นใหญ่ ใจเก๋า’ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นิยามใหม่ของชีวิตวัยเกษียณ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยุคสมัยหนึ่งเราอาจจะเคยเชื่อกันว่าความสุขเพียงหนึ่งเดียวของคนสูงวัยหรือคนที่อยู่ในวัยเกษียณคือการได้ใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ร่วมกับลูกๆ หลานๆ การเฝ้ารอให้ลูกหลานกลับมากินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้าน หรือการได้ออกเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันในวันหยุด แต่คุณเคยได้ยินเรื่องราวของคนเหล่านี้หรือเปล่า? 

 

เมื่อแพสชันไม่อาจจำกัดด้วยวัย 

  • ป้าลินดา สุภาพสตรีที่เพิ่งผ่านวัย 70 ปี มาหมาดๆ ใช้ชีวิตที่สองไปกับการเล่นดนตรีและร้องเพลงผ่านโซเชียลมีเดียหลังผ่านอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ปัจจุบันเพจ ‘หญิงชรา กะ หมาน้อย’ ของเธอมียอดผู้ติดตามมากกว่า 4 แสนคนแล้ว 
  • ลุงนิกร นักวิ่งรุ่นใหญ่วัย 67 ปี ที่เริ่มออกวิ่งจริงจังตั้งแต่ปี 2547 จากวันนั้นจนถึงวันนี้ลุงยังไม่เคยหยุดวิ่ง แถมยังกล้าที่จะลงแข่งมาราธอนในแทบทุกสนาม เป้าหมายของลุงนิกรคือการมีชีวิตอยู่เพื่อวิ่งไปจนถึง 100 ปี 
  • ป้าแป๋ว แห่งเพจ ‘ป้าแบ็คแพ็ค’ อดีตข้าราชการสาว ที่ใช้เวลาหลังเกษียณเพื่อออกเดินทางสำรวจโลกกว้างเพียงลำพังด้วยสายตาแห่งความสนุกและตื่นเต้นเสมอกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรื่องราวของเธอจุดเชื้อไฟให้คนหนุ่มสาวมากมายเริ่มหันมาใช้เวลาว่างไปกับการออกเดินทางท่องโลกกว้าง

 

คนเหล่านี้คือตัวแทนของผู้สูงวัยที่ยังเปี่ยมล้นด้วยแพสชันและแรงบันดาลใจ พวกเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง และกล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ ด้วยความมั่นใจ 

 

นอกจากความสุขของการได้อยู่ร่วมกับครอบครัวแล้ว ยังมีสถานที่อีกมากมายที่พวกเขาอยากเดินทางไปเห็นกับตา ยังมีภูเขาอีกมากมายที่รอให้ไปพิชิต และยังมีความฝันอีกมากมายที่อยากจะทำให้สำเร็จ 

 

kpi

 

เจาะตลาด ‘คนรุ่นใหญ่ ใจเก๋า’ 

เมื่อนิยามของความสุขของชีวิตในวัยเกษียณได้เปลี่ยนแปลงไป ยุคนี้จึงมีสินค้าและบริการมากมายที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตในนิยามใหม่ของคนสูงวัย ไม่ว่าจะเป็นสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ไม้เท้าอเนกประสงค์ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้โดยเฉพาะ และผลิตภัณฑ์ล่าสุดเพื่อการคุ้มครองดูแลผู้สูงอายุ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ‘รุ่นใหญ่ ใจเก๋า’ ที่มอบความคุ้มครองสุดเอ็กซ์คลูซีฟแก่ผู้ที่มีอายุระหว่าง 55-75 ปีโดยเฉพาะ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงวัยได้ใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุข ขับรถไปไหนๆ ได้อย่างมั่นใจไม่มีอะไรต้องกังวล พร้อมเพิ่มความอุ่นใจให้ลูกหลาน ด้วยบริการเสริมพิเศษที่ดูแลเสมือนคนในครอบครัว 

 

kpi-car-insurance

 

ดร.พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI เล่าถึงการปรับตัวครั้งใหม่ขององค์กรเพื่อตอบสนองตลาดของคนวัยเกษียณ ที่สืบเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรศาสตร์ และค่านิยมของผู้สูงวัยในปัจจุบัน 

 

“ต้องบอกว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอีกไม่นานเรากำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society) แปลว่าจะมีประชากรมากถึง 25% หรือราวๆ 17-18 ล้านคนที่เป็นผู้มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ประกอบกับนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตของคนปัจจุบัน การเกษียณไม่ได้หมายความว่าเป็นชีวิตที่ต้องอยู่แต่บ้านเท่านั้น เช่น การเกิดขึ้นของอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นผู้สูงวัยในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนกลุ่มนี้ยังมีความ Young at Heart ยังดูแลตัวเองได้ดี ยังใช้ชีวิตอย่างสดชื่นแจ่มใส และมีไลฟ์สไตล์ที่สนุกสนานไม่ต่างจากคนวัยอื่น นี่จึงเป็นที่มาของการออกผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ ‘รุ่นใหญ่ ใจเก๋า’ เพราะเราอยากจะเชียร์อัพให้คนวัยเกษียณได้ออกมาใช้ชีวิตกันให้เต็มที่ สนุกไปกับการออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านที่ตัวเองสนใจ”  

 

โดยทาง KPI ได้วางเป้าหมายที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ สู่ตลาดของกลุ่มผู้สูงวัยอย่างจริงจัง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แบบพิเศษ ‘รุ่นใหญ่ ใจเก๋า’ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดเป็นตัวแรก และหลังจากนี้จะมีซีรีส์อื่นๆ ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผู้สูงวัยที่จะนำเสนอออกมาเรื่อยๆ 

 

 

ตัวช่วยของคนวัยทำงาน 

“ปัจจุบันมีผู้สูงอายุมากมายที่เกษียณแล้วยังขับรถได้เองและอยากเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ รวมทั้งการใช้ชีวิตนอกบ้านและสร้างคุณค่าให้สังคมและเศรษฐกิจ ด้วยไลฟ์สไตล์การชีวิตในสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป โจทย์ที่ท้าทายสำหรับเราคือ ทำอย่างไรที่เราจะช่วยดูแลสนับสนุนให้ผู้สูงวัยได้ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่กังวล อย่างมีอิสระอย่างที่ใจต้องการ แผนประกันภัยรถยนต์นี้จึงออกแบบ นอกจากจะดูแลเรื่องอุบัติเหตุรถยนต์แล้ว ยังมีบริการเสริมอื่นๆ ที่จะมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าด้วย” 

 

kpi-car-insurance

 

ดร.พงษ์ภาณุ พูดถึงการให้บริการ ซึ่งนอกจากจะดูแล ‘ผู้สูงอายุ’ เป็นหลักแล้ว ยังดูแลรวมไปถึงกลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่กำลังถูกท้าทายด้วยการต้องปรับตัวเข้ากับการทำงานในยุคใหม่ที่ท้าทายมากขึ้น

 

“เพราะการทำงานในยุคปัจจุบันนี้ที่ถือว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า หรือเรียกว่าการทำงานแบบ Hybrid Work ที่ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานที่บ้านสลับกับที่ออฟฟิศ หรือแม้แต่ทำงานได้ทุกที่ จะวันหรือเวลาไหนก็ได้ ทำให้เราต้องเพิ่มการจัดการบริหารเวลามากขึ้น บริษัทจึงมีแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุนี้ เพื่อช่วยลดภาระของลูกหลานที่จะต้องแบ่งเวลามาดูแลพ่อแม่ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ‘รุ่นใหญ่ ใจเก๋า’ จะช่วยดูแลท่านเหล่านี้แทน ไม่ว่าจะเรื่องอุบัติเหตุจากการขับรถ หรือบริการต่างๆ ที่ผู้สูงวัยควรได้รับ ทำให้ท่านอุ่นใจว่าผู้สูงวัยจะได้รับการดูแลที่ใกล้ชิด

 

kpi

 

อุ่นใจกับความคุ้มครองแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ‘รุ่นใหญ่ ใจเก๋า’ มอบความคุ้มครองพิเศษสำหรับลูกค้ารุ่นใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 55-75 ปี ซึ่งนอกจากได้รับความคุ้มครองแบบประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แล้ว ยังจะได้รับบริการพิเศษมากขึ้น เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง (Senior Assistant Service) บริการเติมน้ำมัน เปลี่ยนยาง เปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือบริการจัดหาช่างกุญแจ รับค่าชดเชยระหว่างการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุ ดูแลค่าบริการรถพยาบาลฉุกเฉิน รวมถึงบริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ บริการให้คำปรึกษาด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และดูแลค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์สิ้นเปลืองทางการแพทย์ คุ้มครองการโจรกรรมทรัพย์สินส่วนบุคคลภายในรถ บริการรับ-ส่งรถเข้าอู่ซ่อม และบริการอื่นๆ อีกมากมาย โดยลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับบัตร ‘รุ่นใหญ่ แคร์การ์ด’ ที่ระบุหมายเลขติดต่อได้ทันทีกรณีต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน ให้ลูกค้าได้รับบริการได้อย่างรวดเร็วที่สุด 

 

“จากสถิติพบว่า ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนใหญ่ไม่ไช่กลุ่มผู้สูงวัย ส่วนกลุ่มผู้สูงวัยมักจะเป็นอุบัติเหตุเพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น ถอยรถชนเสาหรือรั้วบ้าน ขับรถชนสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ข้างทาง และเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็มักจะโทรเรียกลูกหลานให้ช่วย ไม่ว่าจะให้ช่วยแจ้งประกันภัย เอารถไปเข้าอู่ หรือพาไปส่งโรงพยาบาลในกรณีที่มีการบาดเจ็บ ถ้าลูกๆ ยังไม่พร้อมไปช่วยเหลือทันทีเพราะอาจจะติดงานอยู่ แล้วใครที่จะเป็นคนช่วยจัดการเรื่องต่างๆ เหล่านี้แทน นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่บริษัทใส่ใจรายละเอียดและให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผู้สูงวัยโดยเฉพาะ” 

 

ดร.พงษ์ภาณุกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมเชื่อว่าผู้สูงวัยหลายๆ คนยังมีสุขภาพแข็งแรงและยังมีแพสชัน มีอีกหลายเรื่องที่อยากทำหลังวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ การได้สานฝันของตัวเอง หรือแม้แต่โอกาสในการช่วยเหลือสังคม หากเรามีแผนประกันภัยที่คอยดูแลได้ครอบคลุมเพียงพอที่จะสนับสนุนให้ผู้สูงวัยเหล่านั้นมีโอกาสที่จะดูแลตัวเองได้ ได้ทำกิจกรรมหรือสิ่งต่างๆ ในแบบที่คิดไว้ได้อย่างเต็มที่ ก็ถือว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะคอยสนับสนุนให้ผู้สูงวัยในสังคมไทยของเราได้ออกไปใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข”

The post ‘รุ่นใหญ่ ใจเก๋า’ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นิยามใหม่ของชีวิตวัยเกษียณ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย’ TQM เปิดตัวแบบประกันใหม่ รถยนต์สีขาว-ขับน้อย มีส่วนลด [PR News] https://thestandard.co/low-risk-low-payment-tqm-insurance-model/ Tue, 23 Mar 2021 10:55:59 +0000 https://thestandard.co/?p=467988 ‘เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย’ TQM เปิดตัวแบบประกันใหม่ รถยนต์สีขาว-ขับน้อย มีส่วนลด [PR News]

หลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจประกันภัยรถยนต์แข่งขันกันดุเดือดม […]

The post ‘เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย’ TQM เปิดตัวแบบประกันใหม่ รถยนต์สีขาว-ขับน้อย มีส่วนลด [PR News] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย’ TQM เปิดตัวแบบประกันใหม่ รถยนต์สีขาว-ขับน้อย มีส่วนลด [PR News]

หลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจประกันภัยรถยนต์แข่งขันกันดุเดือดมาตลอด โดยลูกค้าและผู้บริโภคอาจเห็นความแตกต่างเฉพาะด้านราคาเท่านั้น จึงกลายเป็นโจทย์ให้ภาคธุรกิจประกันภัยต้องสร้างความแตกต่างให้ลูกค้า

 

ล่าสุด TQM หรือบริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด จึงพลิกโฉมแบบประกันภัยรถยนต์ให้เข้าถึงและตรงใจลูกค้า ผ่านแนวคิดหลัก ‘เสี่ยงน้อยกว่า-จ่ายน้อยกว่า’ 

 

‘เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย’ TQM เปิดตัวแบบประกันใหม่ รถยนต์สีขาว-ขับน้อย มีส่วนลด [PR News]

 

‘ประกันสำหรับรถยนต์สีขาว’ เมื่อสีรถช่วยลดค่าเบี้ยประกันภัยได้ 

อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่าภายใต้การแข่งขันในธุรกิจประกัน แม้บางเจ้าจะหันมาเล่นเรื่อง ‘ราคา’ แต่โจทย์สำคัญของธุรกิจประกันคือการแก้เพนพอยต์ให้ลูกค้า ทั้งการออกแบบประกันให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งาน ตอบความต้องการของลูกค้าที่มีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงสร้างความเข้าใจในเรื่องความคุ้มครองที่สัมพันธ์กับราคาของเบี้ยประกัน

 

 

 

ด้าน นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQM เล่าว่าวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจ แต่ก็มีทั้งจุดที่ดีและไม่ดี ซึ่งในธุรกิจประกันนั้นพบว่าเราได้รับรู้เรื่องการทำผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น

 

ขณะนี้ TQM นำเพนพอยต์ต่างๆ ของลูกค้าและนำข้อมูลสถิติในตลาดมาวิเคราะห์จนเกิดเป็นแบบประกันรถยนต์ใหม่ ‘ประกันรถสีขาว’ ซึ่งเป็นแบบประกันแรกตามแคมเปญ Fair

 

“จากจำนวนรถในประเทศไทยกว่า 20 ล้านคัน มีรถสีขาวถึง 33% ถือเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ส่วนใหญ่คนที่ซื้อรถสีขาวเพราะจะเห็นได้ชัดเจน จึงมีความเสี่ยงน้อยในการเกิดอุบัติเหตุ TQM จึงให้ลูกค้าจ่ายถูกกว่าด้วยส่วนลดสูงสุด 5% และเริ่มขายตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมนี้”

 

ทั้งนี้ แคมเปญ Fair ออกแบบมาจากความต้องการของคนใช้รถที่แตกต่างกันและภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยมีแนวคิดหลักคือ ‘เสี่ยงน้อยกว่า จ่ายน้อยกว่า’ ขณะเดียวกันมองว่าแบบประกันนี้จะช่วยตอบโจทย์ลูกค้าอีกราว 40% ในตลาดประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้ทำประกันภัยแบบสมัครใจ

 

(กลาง) นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQM
(ขวา) ธนา เธียรอัจฉริยะ กรรมการอิสระ TQM 

 

ธุรกิจประกันภัยที่ไม่แข่งราคายิ่งต้องพัฒนา Tech และออกแบบ ‘เฉพาะกลุ่ม’

นภัสนันท์เล่าต่อว่าเมื่อธุรกิจประกันภัยต้องแข่งขันพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยจากแคมเปญ Fair ทาง TQM ยังต่อยอดแบบประกันรถยนต์อีก 2 แบบคือ

 

  • ประกันเพื่อรถต่างจังหวัด โดยรถทะเบียนต่างจังหวัด (แต่ละจังหวัด) ที่ขับขี่ในเส้นทางที่คุ้นเคยและในวงจำกัดจะช่วยลดความเสี่ยงให้ต่ำกว่ารถในกรุงเทพฯ ดังนั้น TQM จึงมีส่วนลดราคาเบี้ยประกันสูงสุด 3,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น อัตราค่าสินไหมทดแทนในแต่ละพื้นที่ ทะเบียนแต่ละจังหวัด ฯลฯ) 

 

  • ประกันเพื่อรถขับน้อย ที่จะคิดเบี้ยประกันตามระยะทางการใช้งาน โดยจะให้ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง โดยควบคู่ไปกับอุปกรณ์การจับระยะทางรูปแบบ GPS Tracking ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการกับพันธมิตรทุกค่ายประกันเพื่อออกแบบประกันใหม่นี้

 

“ธุรกิจประกันภัยยุคนี้ยิ่งต้องพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้ในต่างประเทศทำมานานแล้ว โดย TQM มีการทดลองทั้งการใช้กล้องและการใช้แอปพลิเคชัน ซึ่งเราก็พัฒนาให้เทคโนโลยีง่ายสำหรับผู้ใช้งานเสมอ”

 

 

เปิดกลยุทธ์ ‘Fair-Fulfill-Friend’ จับมือพันธมิตรใหญ่ เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม

ธนา เธียรอัจฉริยะ กรรมการอิสระ TQM เล่าว่าจากพฤติกรรมของคนที่ซื้อประกันก็เพราะต้องการ ‘สบายใจ’ จึงตีโจทย์เป็นยุทธศาสตร์ ‘สบายใจ 3F’ ได้แก่ Fair, Fulfill และ Friend โดยเดือนพฤษภาคมนี้จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ครอบคลุมความต้องการลูกค้า และให้บริการเคียงข้างลูกค้าเสมอ

 

อย่างไรก็ตาม นภัสนันท์เล่าต่อว่าตอนนี้ธุรกิจประกันจะอยู่แต่ในวงตัวเองไม่ได้แล้ว แต่ต้องออกมาร่วมกับพันธมิตรนอกธุรกิจด้วย โดยมีความร่วมมือด้านเทคโนโลยี IOT กับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ในการพัฒนาเครื่อง GPS Tracking ในแบบประกันกลุ่มขับน้อย ซึ่งจะตอบโจทย์ฝั่งบริษัทประกันที่ไม่ต้องพัฒนาเทคโนโลยีนี้เองทั้งหมด และสามารถใช้เครื่องของ TQM ได้เลย

 

ขณะเดียวกันจะร่วมมือกับบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT เพื่อสื่อสารแคมเปญต่างๆ ให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยกลุ่มผู้ชมของ MCOT ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ TQM ซึ่งคนซื้อประกันกลุ่มที่มีสัดส่วนใหญ่จะอายุ 40 ปีขึ้นไป

 

สุดท้ายนี้ ปี 2564 ทาง TQM ยังเตรียมออกแบบประกันใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แต่จะเป็นอะไรและเมื่อไรนั้นคงต้องติดตามกันต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ‘เสี่ยงน้อย จ่ายน้อย’ TQM เปิดตัวแบบประกันใหม่ รถยนต์สีขาว-ขับน้อย มีส่วนลด [PR News] appeared first on THE STANDARD.

]]>
AIS ผนึก MSIG เปิดตัวประกันรถยนต์ ‘ขับดี’ คำนวณเบี้ยจากพฤติกรรมการขับขี่ ชั้นหนึ่งเริ่ม 6,500 บาท https://thestandard.co/ais-work-with-msig-launching-car-insurance/ Thu, 11 Feb 2021 10:41:13 +0000 https://thestandard.co/?p=453383 AIS ผนึก MSIG เปิดตัวประกันรถยนต์ ‘ขับดี’ คำนวณเบี้ยจากพฤติกรรมการขับขี่ ชั้นหนึ่งเริ่ม 6,500 บาท

AIS Insurance Service ในเครือ AIS ได้ประกาศความร่วมมือก […]

The post AIS ผนึก MSIG เปิดตัวประกันรถยนต์ ‘ขับดี’ คำนวณเบี้ยจากพฤติกรรมการขับขี่ ชั้นหนึ่งเริ่ม 6,500 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
AIS ผนึก MSIG เปิดตัวประกันรถยนต์ ‘ขับดี’ คำนวณเบี้ยจากพฤติกรรมการขับขี่ ชั้นหนึ่งเริ่ม 6,500 บาท

AIS Insurance Service ในเครือ AIS ได้ประกาศความร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านธุรกิจประกันภัย MSIG ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดตัว ‘ประกันขับดี’ ประกันภัยรถยนต์ที่ใช้ InsurTech และพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถเข้ามาผสมผสานในการคำนวณเบี้ยประกันอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย

 

โดยประกันขับดีคือประกันภัยรถยนต์ที่คำนวณเบี้ยประกันภัยจากพฤติกรรมการขับขี่ โดยใช้นวัตกรรมจาก IoT และเทคโนโลยีการสื่อสารเจ้าแรกในประเทศไทย ซึ่งได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน คปภ. ให้เข้าร่วมโครงการทดสอบที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการสำหรับธุรกิจประกันภัย (Insurance Regulatory Sandbox) 

 

ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ MSIG Car Informatics หรือ OBD II (On-Board Diagnostic) กับตัวรถ โดยจะวิเคราะห์ข้อมูล Big Data จากชุดข้อมูล 5 ตัวแปรสำคัญ ประกอบด้วย ระยะทาง, ความเร็ว, ระยะเวลาการขับขี่, ช่วงเวลาการขับขี่ และพื้นที่การขับขี่ ซึ่งทาง AIS และ MSIG เคลมว่า ประกันรูปแบบนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อประกันสามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันสูงสุดถึง 50% แถมยังได้รับบริการดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

 

โดยประกันรถยนต์ชั้น 1 สนนราคาเริ่มต้นที่ 6,499 บาท ส่วนประกันรถยนต์ 2+ จะเริ่มที่ราคา 3,299 บาท ทุกทุนประกันภัยและรถทุกรุ่น หลังจากนั้นจะคิดค่าเบี้ยประกันตามการขับขี่ ซึ่งเบี้ยประกันจะถูกคำนวณเป็นรายวัน แต่ละวันก็จะไม่เท่ากัน และเบี้ยของผู้ใช้งานแต่ละคนก็จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการคำนวณข้อมูลจาก 5 ตัวแปรข้างต้น (ชำระเบี้ยตัดจากบัตรเครดิต โดยคิดค่าเบี้ยเป็นรายเดือน (คำนวณละเอียดจากข้อมูลการใช้งานรถในแต่ละวัน)

 

รัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ตลอดปี 2563 สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจประกันต้องค้นหาโซลูชันที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุค New Normal แนวคิดของประกันขับดีเกิดขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ที่คนไทยทั้งประเทศต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงานใหม่ จากการเดินทางไปออฟฟิศมาเป็น Work from Home จึงขับรถน้อยลง ไม่ได้ออกเดินทางไกลข้ามจังหวัด

 

“จึงเป็นที่มาของแนวคิดที่เราอยากจะพัฒนาแผนประกันภัยรถยนต์ที่มีเบี้ยประกันภัยสมเหตุสมผล จ่ายเมื่อขับ และหากไม่ได้ขับก็ไม่ต้องจ่าย เป็นไปตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่รถยนต์จริงๆ”

 

ด้าน อลิสแตร์ เดวิด จอห์นสตัน กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจพัฒนาธุรกิจใหม่ AIS กล่าวเสริมถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “นอกจาก AIS Insurance Service จะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง คัดสรรบริการประกันภัยที่ดีที่สุดจากพาร์ตเนอร์เพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้าแล้ว เรายังนำจุดแข็งจากการเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่มีเครือข่ายครอบคลุมสูงสุด พร้อมคลื่นความถี่ที่มากที่สุด 

 

“รวมไปถึงดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ช่วยพลิกโฉม ยกระดับให้บริการประกันภัย และสร้างความแตกต่างไปอีกขั้นจากเทคโนโลยีดิจิทัล โดยครั้งนี้ได้ร่วมพัฒนาอุปกรณ์ MSIG Car Informatics ที่ฝังอุปกรณ์ IoT ให้สามารถส่งสัญญาณผ่านโครงข่ายของ AIS และประมวลผลเข้าสู่ระบบ Cloud ของ MSIG ได้อย่างแม่นยำ มีเสถียรภาพ ตรงตามพฤติกรรมการใช้งานจริงของลูกค้าแบบเรียลไทม์”

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลของประกันขับดี สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/insurance

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post AIS ผนึก MSIG เปิดตัวประกันรถยนต์ ‘ขับดี’ คำนวณเบี้ยจากพฤติกรรมการขับขี่ ชั้นหนึ่งเริ่ม 6,500 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมประกันวินาศภัยไทย-วิริยะ ชี้ล็อกดาวน์เข้มข้นสกัดโควิด-19 ดีแค่ระยะสั้น แต่กระทบธุรกิจระยะยาว https://thestandard.co/thai-general-insurance-association-lock-down-covid-19/ Tue, 05 Jan 2021 07:42:36 +0000 https://thestandard.co/?p=439440 สมาคมประกันวินาศภัยไทย

อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันกันวินาศภัยไทย เปิดเผยกับ […]

The post สมาคมประกันวินาศภัยไทย-วิริยะ ชี้ล็อกดาวน์เข้มข้นสกัดโควิด-19 ดีแค่ระยะสั้น แต่กระทบธุรกิจระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมประกันวินาศภัยไทย

อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันกันวินาศภัยไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ยังมีความไม่แน่นอนสูง หากมีการล็อกดาวน์แบบเข้มข้น จะทำให้การเดินทางลดลง กิจกรรมต่างๆ ลดลง ย่อมจะส่งผลบวกต่อธุรกิจประกัน เช่น รถออกวิ่งบนถนนน้อยลง การเข้ารักษาพยาบาลลดลง จึงทำให้การเรียกร้องค่าสินไหม (เคลม) ลดลงด้วย แต่เป็นการบวกในระยะสั้นเท่านั้น เพราะธุรกิจประกันเป็นแถวหลังของ Real Sector ซึ่งสะท้อนเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจแย่ ลูกค้าแย่ ย่อมกระทบการขยายตัวเบี้ยและธุรกิจประกันภัยในระยะยาว

ทั้งนี้ จากปีที่ผ่านมาการเคลมลดลง ส่งผลให้อัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ประกันภัยรถยนต์ลดลงด้วย โดยปี 2563 ที่ผ่านมา Loss Ratio ลดลง 4% มาอยู่ที่ราว 60% ลดลงจากปี 2562 ที่อยู่ราว 64-65% ขณะที่ช่วงปี 2564 นี้เห็นสถานการณ์โควิด-19 คาดว่าเคลมเดือนมกราคมนี้จะลดลง ทำให้ปีนี้มีแนวโน้มว่าราคาเบี้ยรถยนต์จะลดลง 10% จากปีก่อน 

 

“การจะล็อกดาวน์ไหม ก็อยู่ที่การบาลานซ์ทั้งเศรษฐกิจ สาธารณสุข ฯลฯ อย่างบางโซนจำเป็นต้องล็อกดาวน์ เลยเห็นการล็อกดาวน์เป็นจุดๆ ขณะเดียวกันตอนนี้เรามีความรู้เรื่องโควิด-19 มากขึ้น มีวิธีจัดการง่ายขึ้น ตอนนี้คนกลัวน้อยลงแล้วจากปีก่อน แต่ในภาพรวมคนยังกังวลเรื่องเศรษฐกิจด้วย ซึ่งถ้าภาพรวมไม่ดีก็อาจกระทบธุรกิจประกันเช่นกัน”

 

ทั้งนี้มองว่าการขายประกันโควิด-19 ปี 2564 จะไม่เติบโตมากเหมือนปีก่อน เพราะคนส่วนใหญ่ซื้อไปแล้วปัจจุบันยังไม่เห็นการต่ออายุมากนัก โดยคาดว่าปี 2564 นี้จะมีการต่ออายุราว 5 ล้านกรมธรรม์ จากปี 2563 ที่มีกรมธรรม์ในตลาดราว 8 ล้านกรมธรรม์ โดยอัตราการต่ออายุยังต้องรอดูช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2564 ที่ครบกำหนดกรมธรรม์ และต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ รวมถึงกำลังซื้อของคนด้วย

ด้านฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ. วิริยะประกันภัย เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า มองว่าการระบาดโควิด-19 รอบนี้เพิ่มขึ้นบ้างในรูปแบบการกระจายพื้นที่ ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อถือว่าไม่สูงเมื่อรัฐบาลมีการตรวจเชิงรุกในปัจจุบัน โดยความเสี่ยงโควิด-19 ที่ยังคงอยู่คาดว่าจะกระตุ้นประกันโควิด-19 ในระยะต่อไป

 

ทั้งนี้ ในส่วนลูกค้าประกันโควิด-19 ที่จะครบอายุกรมธรรม์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป ทางบริษัทเตรียมส่ง SMS แจ้งเตือนการต่ออายุ และประสานงานกับพันธมิตรตัวแทนรายใหญ่ในการขายทุกช่องทางแล้วในการวางระบบการขายครั้งนี้ ขณะเดียวกันเตรียมคุยกับตัวกลางและตัวแทนรายย่อยให้ระบบสามารถออกกรมธรรม์ให้ลูกค้าได้ทันที โดยปี 2564 นี้บริษัทคาดว่าจะมีลูกค้าต่ออายุราว 50% คาดว่าทั้งปี 2564 จะมีเบี้ยจากประกันโควิดราว 350-400 ล้านบาท ราว 5 แสนกรมธรรม์

“การต่ออายุหลายคนมองว่าจะอยู่ที่ 70-80% แต่สถานการณ์ปีก่อนเป็นช่วงที่คนกังวลมาก ทำให้ 1 คนซื้อประกันโควิด-19 มากกว่า 4-5 กรมธรรม์ ปีนี้เลยมองว่าคนต้องคัดกรองออกไป ปีนี้น่าจะเหลือคนละ 1-2 กรมธรรม์”

 

ปีนี้คาดว่ารูปแบบการรับประกันโควิด-19 จะมีทั้งความคุ้มครองการเจอจ่ายเงินก้อน ค่ารักษาพยาบาล ค่ารักษาอาการโคม่า และอุบัติเหตุ ในตลาดมีการปรับเงื่อนไขในหลายด้าน โดยบริษัทยังคงแบบประกันเดิมเพื่อรองรับความต้องการลูกค้า โดยปรับเงื่อนไขรับอาชีพเพิ่มเติม เช่น นักบิน ฯลฯ 

 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post สมาคมประกันวินาศภัยไทย-วิริยะ ชี้ล็อกดาวน์เข้มข้นสกัดโควิด-19 ดีแค่ระยะสั้น แต่กระทบธุรกิจระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมประกันวินาศภัยไทย ออก 4 มาตรการช่วยคนมีประกันภัยรถยนต์ฝ่าโควิด-19 ชี้ธุรกิจประกันภัยปีนี้ติดลบ 3% https://thestandard.co/car-insurance-amid-covid-19/ Thu, 30 Apr 2020 03:48:02 +0000 https://thestandard.co/?p=359240 ประกันภัยรถยนต์

วันนี้ (30 เมษายน) อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภั […]

The post สมาคมประกันวินาศภัยไทย ออก 4 มาตรการช่วยคนมีประกันภัยรถยนต์ฝ่าโควิด-19 ชี้ธุรกิจประกันภัยปีนี้ติดลบ 3% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกันภัยรถยนต์

วันนี้ (30 เมษายน) อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มาโดยตลอด และมีการประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย ขณะนี้จึงมี 4 มาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยรถยนต์ ได้แก่ 

 

  1. ผู้เอาประกันภัยที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ประกอบการขนส่ง รวมถึงเจ้าของรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้งานในช่วงการระบาดนี้ สามารถแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อหยุดการใช้รถได้ โดยบริษัทประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยให้ในช่วงระยะเวลาที่แจ้งหยุดการใช้รถ หรือผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกให้บริษัทประกันภัยขยายระยะเวลาคุ้มครองออกไปตามระยะเวลาที่หยุดการใช้รถได้เช่นกัน

 

  1. ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกทำประกันภัยแบบระยะสั้นได้ ทั้งแบบรายวัน รายเดือน หรือรายไตรมาส เพื่อลดภาระในการชำระเบี้ยประกันภัย

 

  1. บริษัทประกันภัยได้รับอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. ให้ลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ได้ต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยลดสูงสุด 30% ตามความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป

 

  1. บริษัทประกันภัยกำหนดให้ผู้เอาประกันภัยสามารถผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยได้สูงสุดถึง 180 วัน

 

ทั้งนี้การประกาศใช้เคอร์ฟิวและการรณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้านนั้น ส่งผลทำให้การเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ที่มีคู่กรณีในเดือนเมษายนลดลงประมาณ 30% อย่างไรก็ตาม การเกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีนี้มีสัดส่วนเพียง 1 ใน 3 ของเคลมทั้งหมด ในขณะที่เคลมที่ไม่มีคู่กรณี เช่น การเฉี่ยวชนเสาหรือประตูบ้าน จะมีปริมาณถึง 2 ใน 3 ของเคลมทั้งหมด และในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนนั้นเป็นช่วงที่ผู้เอาประกันภัยมีการแจ้งเคลมในลักษณะนี้สูงที่สุดในรอบปี เนื่องจากเป็นช่วงที่โรงเรียนปิดภาคเรียน และในปีนี้มาตรการการทำงานที่บ้านส่งผลให้เคลมในลักษณะนี้เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

 

เนื่องจากการคิดคำนวณเบี้ยประกันภัยนั้นจะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของผู้เอาประกันภัยในการขับขี่และการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นหากผู้เอาประกันภัยมีความถี่ในการใช้รถน้อยลงเนื่องมาจากมาตรการเคอร์ฟิวและการรณรงค์ให้อยู่บ้าน และไม่เกิดอุบัติเหตุในปีที่ทำประกันภัย เมื่อผู้เอาประกันภัยต่ออายุกรมธรรม์ในปีถัดไป ก็จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยประวัติดีตั้งแต่ 20-50% จึงคาดว่าจำนวนผู้เอาประกันภัยที่จะได้รับส่วนลดเบี้ยประวัติดีในปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน หากพิจารณาจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่ลดลงถึง 30% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ยังคงต้องดูสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นภายหลังมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ด้วยว่าจะยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องหรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีการปรับเพิ่มความคุ้มครองสำหรับประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับและภาคสมัครใจในกรณีการเสียชีวิตและทุพพลภาพ จาก 3 แสนบาท เป็น 5 แสนบาท ซึ่งในการปรับเพิ่มความคุ้มครองนี้ ทางภาคธุรกิจไม่ได้มีการปรับเบี้ยประกันภัยขึ้นแต่อย่างใด และคาดว่าจะส่งผลให้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 3 พันล้านบาท

 

ในส่วนของภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2563 นั้น อานนท์กล่าวว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อย่างแน่นอน โดย IMF ได้คาดการณ์ว่า GDP ของไทยในปี 2563 จะหดตัวสูงถึง 6.7% ซึ่งเป็นการหดตัวมากที่สุดของประเทศในกลุ่มอาเซียน ฉะนั้นจึงคาดว่าเบี้ยประกันวินาศภัยในปีนี้จะหดตัวลงอย่างน้อย 3% ในขณะที่สำนักวิจัยและสถิติ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า เบี้ยประกันวินาศภัยในปีนี้จะหดตัวลง 6.5-17.2% โดยการวิเคราะห์ดังกล่าวได้พิจารณาจากปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง อาทิ การลดลงของยอดขายรถยนต์ใหม่ในเดือนมีนาคมที่ลดลงกว่า 40% สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2563 นั้น คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.4-1.7% และจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจประกันวินาศภัยเป็นอย่างมาก

 

อานนท์กล่าวสรุปว่า ถึงแม้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกและระบบเศรษฐกิจไทย แต่ขอให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจประกันวินาศภัยไทยยังคงทำหน้าที่ในการเป็นผู้บริหารความเสี่ยงมืออาชีพให้กับภาครัฐและเอกชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มความสามารถ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สมาคมประกันวินาศภัยไทย ออก 4 มาตรการช่วยคนมีประกันภัยรถยนต์ฝ่าโควิด-19 ชี้ธุรกิจประกันภัยปีนี้ติดลบ 3% appeared first on THE STANDARD.

]]>
สู้ภัยโควิด-19! คปภ. ออกแบบประกันภัยรถยนต์ใหม่ จ่ายเบี้ยฯ รายวัน-รายเดือน-ราย 3 เดือน/รายไตรมาส https://thestandard.co/covid-19-car-insurance/ Sun, 26 Apr 2020 07:01:48 +0000 https://thestandard.co/?p=357856

สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมกา […]

The post สู้ภัยโควิด-19! คปภ. ออกแบบประกันภัยรถยนต์ใหม่ จ่ายเบี้ยฯ รายวัน-รายเดือน-ราย 3 เดือน/รายไตรมาส appeared first on THE STANDARD.

]]>

สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง กระทบต่อรายได้ประชาชนที่มีรถที่มีภาระต้องชำระเบี้ยประกันรถเป็นรายปี ดังนั้นทาง คปภ. จึงอนุญาตให้บริษัทประกันภัยคิดอัตราเบี้ยประกันภัยเป็นแบบรายวัน รายเดือน หรือรายไตรมาส และใช้อัตราเบี้ยประกันภัยระยะสั้น รวมทั้งกำหนดทางเลือกให้บริษัทประกันภัยคิดเบี้ยประกันภัยแบบเฉลี่ยรายวันได้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เอาประกันภัย

 

ทั้งนี้เลขาธิการ คปภ. ในฐานะนายทะเบียน ได้ลงนามในคำสั่งนายทะเบียนที่ 31/2563 เรื่อง ให้ใช้แบบ ข้อความกรมธรรม์ประกันภัย และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์แบบรายวัน รายเดือน รายไตรมาส หรือระยะยาวฯ เพื่อผ่อนผันเงื่อนไขและอัตราเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ โดยอนุญาตให้บริษัทประกันภัยคิดอัตราเบี้ยประกันภัยเป็นแบบรายวัน รายเดือน หรือรายไตรมาส และใช้อัตราเบี้ยประกันภัยระยะสั้น รวมทั้งกำหนดทางเลือกให้บริษัทประกันภัยคิดเบี้ยประกันภัยแบบเฉลี่ยรายวันได้ 

 

โดยผู้เอาประกันภัยอาจตกลงกับบริษัทประกันภัยจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ระยะสั้น ปรับเปลี่ยนกรมธรรม์ประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงภัย และเลือกชำระเบี้ยประกันภัยตามความสามารถ รวมถึงเลือกความคุ้มครองตามระยะเวลาที่ต้องการ 

 

นอกจากนี้บริษัทอาจออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ระยะยาวให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยกรมธรรม์ประกันภัยมีระยะเวลาเอาประกันภัยเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี และใช้เบี้ยประกันภัยพื้นฐานเดียวกันตลอดระยะเวลาคุ้มครอง โดยปีที่ 2 และปีที่ 3 ใช้เบี้ยพื้นฐาน 95% และ 85% ของปีที่ 1 ตามลำดับ ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ของผู้เอาประกันภัยที่ต้องการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ระยะยาวได้ รวมถึงบริษัทอาจออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่มีระยะเวลาเอาประกันภัยเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี โดยให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยแบบเฉลี่ย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยไม่เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลาเอาประกัน ทั้งนี้คำสั่งนี้ให้มีผลบังคับใช้สำหรับการทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2563 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

 

ขณะเดียวกันยังได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 30/2563 เรื่อง การระงับความคุ้มครองชั่วคราวตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยไม่เรียกเก็บเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ได้จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ไว้กับบริษัทประกันภัย แต่มีเหตุจำเป็นต้องหยุดประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบธุกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สามารถขอระงับความคุ้มครองชั่วคราวตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ระหว่างหยุดประกอบธุรกิจได้ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และให้บริษัทเปลี่ยนแปลงวันสิ้นสุดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยขยายระยะเวลาสิ้นสุดกรมธรรม์ออกไปตามระยะเวลาที่มีการระงับความคุ้มครอง โดยกำหนดให้ไม่เรียกเก็บเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม ซึ่งคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2563 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post สู้ภัยโควิด-19! คปภ. ออกแบบประกันภัยรถยนต์ใหม่ จ่ายเบี้ยฯ รายวัน-รายเดือน-ราย 3 เดือน/รายไตรมาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla เปิดตัวประกันรถยนต์ของบริษัท ยกจุดแข็งถูกกว่าราคาตลาด 20-30% https://thestandard.co/tesla-launches-car-insurance/ Wed, 04 Sep 2019 08:51:43 +0000 https://thestandard.co/?p=284356 Tesla เปิดตัวประกันรถยนต์ของบริษัท

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (28 ส.ค.) บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีแบ […]

The post Tesla เปิดตัวประกันรถยนต์ของบริษัท ยกจุดแข็งถูกกว่าราคาตลาด 20-30% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla เปิดตัวประกันรถยนต์ของบริษัท

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (28 ส.ค.) บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเทสลา (Tesla) ประกาศเปิดตัวบริการประกันรถยนต์รูปแบบใหม่ ‘Tesla Insurance’ สำหรับรถยนต์ของค่ายเทสลาโดยเฉพาะ หวังแก้เพนพอยต์ในตลาดประกันปัจจุบันที่เจ้าของรถยนต์เทสลายังต้องชำระค่าเบี้ยประกันภัยชั้นสูง (High Premium) ในราคาที่สูงมาก เริ่มตั้งแต่ 38,000-80,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.16-2.45 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการซ่อมและค่าอะไหล่ต่างๆ

 

ประกันภัย Tesla Insurance ได้เริ่มต้นให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยชูจุดแข็งด้านราคาที่ถูกกว่าราคาประกันภัยรถยนต์เทสลาในตลาดทั่วไปที่ประมาณ 20-30% เริ่มต้นให้บริการที่แคลิฟอร์เนียเป็นแห่งแรก ก่อนจะค่อยๆ ขยายตลาดไปให้บริการกับเจ้าของรถยนต์เทสลาที่อาศัยในรัฐอื่นๆ ของสหรัฐฯ ในอนาคต

 

นอกจากนี้เทสลายังเปิดให้ผู้ที่สนใจจะสมัครประกันรถยนต์สามารถชำระค่างวดแบบรายเดือนได้โดยที่ไม่เสียค่าธรรมเนียมหรือถูกชาร์จค่าบริการอื่นๆ เพิ่มเติม ที่สำคัญยังสามารถยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนประกันที่สมัครไว้เมื่อไรก็ได้อีกด้วย

 

“เพราะเรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์ของเรา บริการประกันภัยของเทสลาจึงสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูง ความปลอดภัย และการให้บริการด้านรถยนต์เพื่อช่วยให้ราคาประกันถูกลงกว่าเดิม โดยราคาน้ียังสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์จากความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์เทสลา รวมถึงฟีเจอร์อำนวยความสะดวกผู้ใช้งานขั้นสูงในด้านอื่นๆ ที่จะกลายเป็นมาตรฐานของรถยนต์เทสลารุ่นใหม่ๆ ในอนาคต” เทสลากล่าวผ่านแถลงการณ์

 

อีกหนึ่งข้อได้เปรียบของเทสลาคือการที่พวกเขาสามารถเข้าถึงพฤติกรรมและข้อมูลการใช้งานรถยนต์เทสลาได้ดีกว่าผู้ให้บริการประกันภัยเจ้าอื่นๆ แถมพวกเขาก็ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์เองอีกด้วย นั่นหมายความว่าโอกาสที่เทสลาจะนำเสนอแพ็กเกจราคาประกันได้ดีกว่าผู้ให้บริการประกันภัยในตลาดก็มีมากกว่าด้วย

 

ขณะที่ อีลอน มัสก์ ประธานบริหารของเทสลามอเตอร์ส ก็เคยแย้มเอาไว้ก่อนหน้านี้หลายต่อหลายครั้งว่าเขาและเทสลามองเห็น ‘โอกาส’ ในการลุยธุรกิจประกันภัยรถยนต์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานรถเทสลาโดยตรง ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2016 ก็เคยมีการนำเสนอข่าวเช่นกันว่าเทสลาพยายามจะทดลองตลาดประกันภัยรถยนต์ด้วยการชิมลางนำเสนอแพ็กเกจประกันให้กับผู้ใช้งานในฮ่องกงและออสเตรเลียมาแล้ว

 

หากถอยออกมามองอีกก้าวหนึ่งจะเห็นว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ของเทสลาไม่ใช่สินค้าแบบ Physical Product ท่ีจับต้องได้เหมือนที่ผ่านมาอย่างรถยนต์หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีกต่อไป ตรงกันข้าม เทสลากำลังขยายหมวดธุรกิจใหม่ของบริษัทด้วยการแตกพอร์ตไปสู่การพัฒนาสินค้าจำพวก ‘บริการ’ แถมพวกเขายังเป็นค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายแรกๆ ที่ลงมาเล่นในสังเวียนนี้เองอีกด้วย

 

ภาพ: Tesla

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post Tesla เปิดตัวประกันรถยนต์ของบริษัท ยกจุดแข็งถูกกว่าราคาตลาด 20-30% appeared first on THE STANDARD.

]]>