ปกรณ์ นิลประพันธ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/ปกรณ์-นิลประพันธ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 27 Jan 2026 03:47:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : กฤษฎีกาชี้ ปมหมอสุภัทร ลงชิง สส.ได้หรือไม่ เป็นอำนาจ กกต. หากไม่ใช่เรื่องการทุจริต https://thestandard.co/krisdika-suphat-mp-candidacy-ect/ Tue, 27 Jan 2026 03:47:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1169894 ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (27 มกราคม) เวลา 09.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ปกรณ์ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : กฤษฎีกาชี้ ปมหมอสุภัทร ลงชิง สส.ได้หรือไม่ เป็นอำนาจ กกต. หากไม่ใช่เรื่องการทุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (27 มกราคม) เวลา 09.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีที่คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติให้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ในฐานะผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน ถูกปลดออกจากราชการ กรณีจัดซื้อชุดตรวจโควิด จะยังลงสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่ ว่า ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัย ตามกฏหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และ สว. และตามรัฐธรรมนูญ

 

ทั้งนี้ หากไม่ใช่เรื่องการทุจริต ก็สมัครได้ ไม่มีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญระบุ หากพ้นหรือออกจากราชการเพราะเหตุทุจริตหรือประพฤติมิชอบ จะต้องถูกตัดสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้ข้อเท็จจริงในรายละเอียด ต้องให้ กกต.เป็นผู้ชี้ขาด

 

เมื่อถามว่า เมื่อ อ.ก.พ.สธ.มีมติแล้ว ต้องส่งเรื่องให้ กกต. ใช่หรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องไปถาม กกต. แต่ส่วนตัวคิดว่า กกต.ควรทำให้ชัดเจนก่อนการเลือกตั้ง เพราะคะแนนเสียงจะได้ไม่หาย แต่ถึงอย่างไร ก็ทำได้ทั้งก่อนและหลัง แล้วแต่ กกต.

 

เมื่อถามว่า การฟันวินัย สามารถทำได้ในช่วงรัฐบาลรักษาการใช่หรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องวินัยทำได้ตลอด เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะอำนาจการลงโทษทางวินัย เป็นไปตามกฎหมายข้าราชการพลเรือน

The post เลือกตั้ง 2569 : กฤษฎีกาชี้ ปมหมอสุภัทร ลงชิง สส.ได้หรือไม่ เป็นอำนาจ กกต. หากไม่ใช่เรื่องการทุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกา เผยครม. ไฟเขียวหลักเกณฑ์คุมเข้มใช้จ่าย ม.28 พ.ร.บ.วินัยการคลังฯ หวั่นภาระการคลังพุ่ง หลังงบภัยพิบัติสูงขึ้น https://thestandard.co/cabinet-approves-fiscal-discipline-act-m28/ Tue, 09 Dec 2025 06:57:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1152729 เลขาฯ กฤษฎีกา เผยครม. ไฟเขียวหลักเกณฑ์คุมเข้มใช้จ่าย ม.28 พ.ร.บ.วินัยการคลังฯ หวั่นภาระการคลังพุ่ง หลังงบภัยพิบัติสูงขึ้น

วันนี้ (9 ธันวาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานค […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกา เผยครม. ไฟเขียวหลักเกณฑ์คุมเข้มใช้จ่าย ม.28 พ.ร.บ.วินัยการคลังฯ หวั่นภาระการคลังพุ่ง หลังงบภัยพิบัติสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกา เผยครม. ไฟเขียวหลักเกณฑ์คุมเข้มใช้จ่าย ม.28 พ.ร.บ.วินัยการคลังฯ หวั่นภาระการคลังพุ่ง หลังงบภัยพิบัติสูงขึ้น

วันนี้ (9 ธันวาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (9 ธันวาคม) เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องแนวทางในการกำกับการดำเนินโครงการมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสถานการณ์การใช้จ่ายงบประมาณของประเทศและวินัยทางการคลัง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างมีวินัย

 

“รัฐบาลมีทรัพยากรคือเงินที่จำกัดมีเหตุที่ต้องใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณในการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ระบุว่างบส่วนนี้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น จึงควรมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในเรื่องนี้” ปกรณ์กล่าว

 

ปกรณ์กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลไปอุดหนุนช่วยเหลือผ่านกลไกของรัฐวิสาหกิจแล้วต้องชดใช้คืนในภายหลังนั้นถือเป็นภาระทางการคลัง และทำให้พื้นที่ทางการคลัง (physical space) ลดน้อยลง โดยผลกระทบของการใช้จ่ายที่สูงเกินไป

 

ปกรณ์ระบุอีกว่า ยิ่งใช้จ่ายมากพื้นที่ทางการคลังก็จะยิ่งน้อยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ย ทำให้ต้นทุนทางการเงินของประเทศสูงขึ้น และจะส่งผลต่อเครดิตเรตติงของประเทศได้ในอนาคต ดังนั้น จึงต้องระวังให้มากขึ้น เพราะหากหนี้ในส่วนนี้มากขึ้น ต้นทุนทางการเงินของประเทศจะสูงเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อให้รัฐสามารถบริหารจัดการภาระทางการคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ในอนาคต

The post เลขาฯ กฤษฎีกา เผยครม. ไฟเขียวหลักเกณฑ์คุมเข้มใช้จ่าย ม.28 พ.ร.บ.วินัยการคลังฯ หวั่นภาระการคลังพุ่ง หลังงบภัยพิบัติสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะกรรมการปรับเป็นพินัยย้ำชัด การซื้อขายบริการทางเพศในที่ลับ-ส่วนตัว ไม่เข้าข่ายผิด ม.5 หลังชี้นิยาม ‘เปิดเผย-น่าอับอาย’ ต้องปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น https://thestandard.co/private-sex-trade-not-violation/ Thu, 20 Nov 2025 09:48:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1145547 คณะกรรมการปรับเป็นพินัยย้ำชัด การซื้อขายบริการทางเพศในที่ลับ-ส่วนตัว ไม่เข้าข่ายผิด ม.5 หลังชี้นิยาม ‘เปิดเผย-น่าอับอาย’ ต้องปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น

มีความคืบหน้าสำคัญในประเด็นการตีความกฎหมายค้าประเวณี หล […]

The post คณะกรรมการปรับเป็นพินัยย้ำชัด การซื้อขายบริการทางเพศในที่ลับ-ส่วนตัว ไม่เข้าข่ายผิด ม.5 หลังชี้นิยาม ‘เปิดเผย-น่าอับอาย’ ต้องปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะกรรมการปรับเป็นพินัยย้ำชัด การซื้อขายบริการทางเพศในที่ลับ-ส่วนตัว ไม่เข้าข่ายผิด ม.5 หลังชี้นิยาม ‘เปิดเผย-น่าอับอาย’ ต้องปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น

มีความคืบหน้าสำคัญในประเด็นการตีความกฎหมายค้าประเวณี หลังคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัยออก บันทึกเรื่องเสร็จที่ 878/2567 ว่าด้วยแนวทางดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มาตรา 5 โดยมี ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงนามรับรองความเห็น

 

ขณะเดียวกัน ได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วจากคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัยว่าการติดต่อซื้อขายบริการทางเพศในลักษณะลับตาคนหรือเป็นการส่วนตัว เช่น ในห้องนวด หรือทางโทรศัพท์ ไม่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 หลังกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ส่งข้อหารือให้ตีความแนวทางการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับเจตนารมณ์

 

มาตรา 5 บัญญัติอย่างไร

 

กฎหมายกำหนดว่า “ผู้ใดเข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย หรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท”

 

ปัจจุบัน ความผิดตามมาตรา 5 ถูกจัดเป็น ความผิดทางพินัย ที่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสั่งปรับโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการอาญา

 

ที่มาของการหารือ: 7 คดีค้างพิจารณา

 

สค. ชี้แจงต่อคณะกรรมการว่า หลังพนักงานสอบสวนส่งสำนวนตามมาตรา 5 มาให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อออกคำสั่งปรับ ปรากฏว่ามีคดีประมาณ 7 คดีที่เจ้าหน้าที่ไม่มั่นใจว่าเข้าข่ายองค์ประกอบตามกฎหมายหรือไม่ จึงจำเป็นต้องขอคำวินิจฉัยตีความจากคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัย

 

‘เปิดเผยและน่าอับอาย’ หมายถึงอะไร

 

คณะกรรมการ ระบุว่า กฎหมายไม่ได้ระบุความหมายของคำว่า ‘เปิดเผย’ หรือ ‘น่าอับอาย’ ไว้โดยเฉพาะ จึงต้องยึดตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ดังนี้

 

‘เปิดเผย’ หมายถึง ทำสิ่งที่ปิดบังอยู่ให้เผยออก เผยให้รู้

 

‘อับอาย’ หมายถึง อายไม่กล้าสู้หน้า ขายหน้า

 

นอกจากนั้น คณะกรรมการฯ อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508–510/2513 ซึ่งวินิจฉัยว่า การที่หญิงค้าประเวณีนั่งรออยู่ในห้องโถงโรงแรม เพื่อให้ชายที่มาเที่ยวพบเห็น ถือเป็นการ ‘แนะนำตัวในที่อันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย’

 

ตัวอย่างนี้ถูกใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงสำคัญว่าการกระทำต้อง ปรากฏต่อสาธารณะ ให้บุคคลทั่วไปเห็น จึงจะเข้าข่ายตามองค์ประกอบของมาตรา 5

 

ซื้อขายบริการทางเพศ ‘ในที่ลับ’ ไม่ผิดมาตรา 5

 

หลังพิจารณาข้อเท็จจริงตามข้อหารือ คณะกรรมการ มีความเห็นชัดเจนว่า

 

1)หากการติดต่อซื้อขายบริการทางเพศเกิดขึ้นในที่ลับหรือเป็นการส่วนตัว เช่น ห้องนวด ทางโทรศัพท์ หรือในพื้นที่ที่ผู้อื่นมองไม่เห็น ไม่เป็น ‘การเปิดเผยและน่าอับอาย’

 

2)การกระทำดังกล่าวยังไม่เข้าองค์ประกอบตั้งแต่ช่วงแรกของมาตรา 5 คือ ‘ตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือที่อื่นใด’ ในลักษณะที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน

 

กล่าวคือ หากไม่มีใครเห็น ไม่มีการรบกวนสาธารณะ และไม่มีการแสดงออกต่อบุคคลทั่วไป ก็ไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 5 อย่างสิ้นเชิง

 

ทำไมจึงสำคัญ

 

การตีความนี้ส่งผลโดยตรงต่อการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะในยุคที่การซื้อขายบริการทางเพศย้ายไปอยู่ในพื้นที่ปิด แพลตฟอร์มออนไลน์ และช่องทางส่วนตัวมากขึ้น

 

คณะกรรมการย้ำว่า แม้ความเห็นนี้เป็นหลักตีความในเชิงกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในแต่ละคดีเป็นรายกรณี

 

ท้ายที่สุด บันทึกแนวทางดังกล่าวมีปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงนามรับรอง ถือเป็นหลักปฏิบัติสำคัญของรัฐสำหรับการใช้อำนาจปรับเป็นพินัยให้ถูกต้องตามกฎหมายและเจตนารมณ์ที่แท้จริง

 

ถือเป็นแนวทางสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายค้าประเวณี ที่ช่วยให้หน่วยงานรัฐมีกรอบพิจารณาชัดเจนขึ้นว่าการกระทำใดเข้าข่ายผิดตามมาตรา 5 และการกระทำใดไม่ควรถูกตีความเกินขอบเขตกฎหมาย โดยเฉพาะในยุคที่รูปแบบการติดต่อทางเพศเกิดขึ้นในแพลตฟอร์มและพื้นที่ปิดมากขึ้น

 

อ้างอิง:

The post คณะกรรมการปรับเป็นพินัยย้ำชัด การซื้อขายบริการทางเพศในที่ลับ-ส่วนตัว ไม่เข้าข่ายผิด ม.5 หลังชี้นิยาม ‘เปิดเผย-น่าอับอาย’ ต้องปรากฏต่อสาธารณะเท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯกฤษฎีกา​ไม่ฟันธงปมพักโทษทักษิณคดี ม.112 ชี้ขั้นตอนยึดทรัพย์คดีหุ้น​ชินคอร์ป​เป็นกระบวนการปกติ https://thestandard.co/thaksin-112-parole-undecided/ Tue, 18 Nov 2025 07:35:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1144539 เลขาฯกฤษฎีกาไม่ฟันธงปมพักโทษทักษิณคดี ม.112 ชี้ขั้นตอนยึดทรัพย์คดีหุ้นชินคอร์ปเป็นกระบวนการปกติ

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) ปกรณ์​ นิลประพันธ์​ เลขาธิการ​คณะ […]

The post เลขาฯกฤษฎีกา​ไม่ฟันธงปมพักโทษทักษิณคดี ม.112 ชี้ขั้นตอนยึดทรัพย์คดีหุ้น​ชินคอร์ป​เป็นกระบวนการปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯกฤษฎีกาไม่ฟันธงปมพักโทษทักษิณคดี ม.112 ชี้ขั้นตอนยึดทรัพย์คดีหุ้นชินคอร์ปเป็นกระบวนการปกติ

วันนี้ (18 พฤศจิกายน) ปกรณ์​ นิลประพันธ์​ เลขาธิการ​คณะกรรมการกฤษฎีกา​ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการอุทธรณ์ของอัยการสูงสุด คดีมาตรา 112 ของ ทักษิณ​ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี จะทำให้ไม่สามารถขอพักโทษจากคดีสืบเนื่องจากชั้น​ 14 ได้ว่า​ ​ไม่น่าจะถูกตัดสิทธิ​การพักโทษ​ แต่ตนยังไม่ได้ดูรายละเอียด ขอดูรายละเอียดก่อน จึงไม่กล้าตอบคำถาม​ เนื่องจากกังวลว่าอาจผิด​

 

ปกรณ์​กล่าวว่า​ การยื่นอุทธรณ์ไม่ใช่คำพิพากษา ถือว่ายังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีอยู่ และการขอพักโทษก็น่าจะได้​ ก่อนย้ำว่าการตอบคำถามของตนเป็นการตอบที่ยังไม่ได้ดูข้อกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม​ เลขาฯกฤษฎีกา​ ยืนยันว่าการที่จะขอพักโทษได้ ต้องรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 หรือจำคุกมาแล้ว 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามหลักที่ต้องรับโทษ​ ก่อนจะขอพักโทษ​ และขั้นตอนการพักโทษก็ไม่มีหลักเกณฑ์การจำคุกขั้นต่ำกว่านี้แล้ว

 

ส่วนหากทักษิณ​ได้รับการพักโทษออกมา จะสามารถเป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งได้หรือไม่ เลขาฯกฤษฎีกา​ระบุว่า​ อันนี้ไปไกลแล้ว​ ตนชักงง​ ขอดูรายละเอียด​ก่อน​ และไม่กล้าตอบ​ เพราะอาจผิดพลาดได้​

 

ส่วนกรณีที่ศาลฎีกาพิพากษากลับในคดีภาษีของทักษิณ ต้องจ่ายภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท​ กระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการเช่นไร​ เลขาฯกฤษฎีกา​ระบุว่า​ กระทรวงการคลังไม่ต้องทำอะไร แต่ต้องขอศาลออกหมายบังคับคดี ซึ่งเป็นกระบวนการปกติ​ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนการยึดทรัพย์สิน​ของทักษิณ ยืนยันว่า ต้องดำเนินการตามขั้นตอนปกติทางกฎหมาย และทรัพย์สินที่ได้มาก็ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งถือเป็นหลักปกติ​กระบวนการขึ้นอยู่กับขั้นตอนการสืบทรัพย์​ ซึ่งต้องถามรายละเอียดจากกรมบังคับคดี

The post เลขาฯกฤษฎีกา​ไม่ฟันธงปมพักโทษทักษิณคดี ม.112 ชี้ขั้นตอนยึดทรัพย์คดีหุ้น​ชินคอร์ป​เป็นกระบวนการปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้รัฐบาลระงับ Joint Declaration เป็นเรื่องการให้เกียรติ ย้ำไม่ใช่หนังสือสัญญา เบากว่าข้อตกลง MOU https://thestandard.co/joint-declaration-not-contract-cabinet-move/ Tue, 11 Nov 2025 07:32:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1142057 เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้รัฐบาลระงับ Joint Declaration เป็นเรื่องการให้เกียรติ ย้ำไม่ใช่หนังสือสัญญา เบากว่าข้อตกลง MOU

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักง […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้รัฐบาลระงับ Joint Declaration เป็นเรื่องการให้เกียรติ ย้ำไม่ใช่หนังสือสัญญา เบากว่าข้อตกลง MOU appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้รัฐบาลระงับ Joint Declaration เป็นเรื่องการให้เกียรติ ย้ำไม่ใช่หนังสือสัญญา เบากว่าข้อตกลง MOU

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะระงับถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา (Joint Declaration) จะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ว่า ไม่มีอะไร ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่ตราสารทางกฎหมายอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแค่นั้น เป็นการให้เกียรติกัน ถ้าคุณทำเราก็ให้เกียรติ ทำตามกัน แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่จริงใจที่จะทำตาม ต้องพูดคุยกันใหม่ก็แค่นั้น ไม่มีอะไร เพราะไม่ใช่หนังสือสัญญา

 

ส่วนไทยสามารถยุติการกระทำได้เลยใช่หรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะเป็น Joint Declaration ถือเป็นคำประกาศร่วมกัน แค่นั้นไม่มีอะไร ยืนยันว่า ไม่เหมือนกับบันทึกข้อตกลง (MOU) เพราะดีกรีจะเบากว่าเยอะ

The post เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้รัฐบาลระงับ Joint Declaration เป็นเรื่องการให้เกียรติ ย้ำไม่ใช่หนังสือสัญญา เบากว่าข้อตกลง MOU appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีการะบุเป็นหน้าที่เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวนครม. เศรษฐา มีมติโยกงบ 3.5 หมื่นล้านแจกเงินหมื่น ชี้ต้องดูรายบุคคล https://thestandard.co/krisada-srettha-cabinet-budget-reallocation/ Tue, 04 Nov 2025 07:25:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1139591 เลขาฯ กฤษฎีการะบุเป็นหน้าที่เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวนครม. เศรษฐา มีมติโยกงบ 3.5 หมื่นล้านแจกเงินหมื่น ชี้ต้องดูรายบุคคล

วันนี้ (4 พฤศจิกายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรม […]

The post เลขาฯ กฤษฎีการะบุเป็นหน้าที่เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวนครม. เศรษฐา มีมติโยกงบ 3.5 หมื่นล้านแจกเงินหมื่น ชี้ต้องดูรายบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีการะบุเป็นหน้าที่เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวนครม. เศรษฐา มีมติโยกงบ 3.5 หมื่นล้านแจกเงินหมื่น ชี้ต้องดูรายบุคคล

วันนี้ (4 พฤศจิกายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับเรื่องไว้ไต่สวน เศรษฐา ทวีสิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) กับพวก โยกงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ไปทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ตามหลักถ้าเป็นแบบนั้น เลขาธิการ ครม. จะเป็นผู้ทำหนังสือชี้แจง เพราะเป็นเรื่องของที่ประชุม ครม.

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทุกคนในห้องประชุม ครม. วันที่มีมติดังกล่าวต้องถูกไต่สวนหมดหรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นสำนวน ต้องดูว่ามีการตั้งไต่สวนอย่างไร รวมถึงระบุว่า จำไม่ได้ว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใน ครม. ชุดดังกล่าว นั่งร่วมประชุม ครม.อยู่ด้วยหรือไม่

 

ส่วนผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ครม. วันนั้น ต้องเข้าไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า ไม่ เพราะทาง ป.ป.ช. จะทำหนังสือถามมาเป็นทางการก่อน ส่วนเมื่อตอบไปแล้วทาง ป.ป.ช. จะเรียกผู้ใดไปชี้แจงก็เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. ตามกระบวนการและวิธีพิจารณาของเขา แต่โดยหลักการแล้วทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเป็นผู้ตอบเป็นหลัก

 

เมื่อถามว่า หากวันที่ ครม. มีมติดังกล่าว มีผู้ที่อยู่ในห้องประชุมทักท้วง จะถือว่าผู้นั้นไม่มีความผิดใช่หรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบ แล้วแต่ข้อเท็จจริง ต้องดูเป็นรายบุคคล

The post เลขาฯ กฤษฎีการะบุเป็นหน้าที่เลขาฯ ครม. แจงปม ป.ป.ช. ไต่สวนครม. เศรษฐา มีมติโยกงบ 3.5 หมื่นล้านแจกเงินหมื่น ชี้ต้องดูรายบุคคล appeared first on THE STANDARD.

]]>
​เลขาฯกฤษฎีกา​ เผย MOU แร่แรร์เอิร์ธ​ ผ่านครม.นัดพิเศษแล้ว​ ยืนยันไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เชื่อสหรัฐฯ​ ไม่ยกต่อรองทางภาษี https://thestandard.co/rare-earth-mou-non-binding/ Tue, 28 Oct 2025 03:01:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1136338 เลขาฯกฤษฎีกา เผย MOU แร่แรร์เอิร์ธ ผ่าน ครม.นัดพิเศษแล้ว ยืนยันไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เชื่อ สหรัฐฯ ไม่ยกต่อรองทางภาษี

วันนี้ (28 ตุลาคม) ปกรณ์​ นิลประพันธ์​ เลขาธิการคณะกรรม […]

The post ​เลขาฯกฤษฎีกา​ เผย MOU แร่แรร์เอิร์ธ​ ผ่านครม.นัดพิเศษแล้ว​ ยืนยันไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เชื่อสหรัฐฯ​ ไม่ยกต่อรองทางภาษี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯกฤษฎีกา เผย MOU แร่แรร์เอิร์ธ ผ่าน ครม.นัดพิเศษแล้ว ยืนยันไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เชื่อ สหรัฐฯ ไม่ยกต่อรองทางภาษี

วันนี้ (28 ตุลาคม) ปกรณ์​ นิลประพันธ์​ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา​ กล่าวถึงกรณีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาของห่วงโซ่อุปทานของแร่สำคัญแร่แรร์เอิร์ธระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา​ว่า​ จากกรณีที่ เว็บไซต์ทำเนียบขาวเผยแพร่รายละเอียดของ MOU ดังกล่าว ไม่ผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ฉะนั้น ไม่ถือเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 เป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่มีอะไรมากมาย และเป็นไปตามที่ อนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ไว้

 

ส่วนจะเป็นหนึ่งในการที่สหรัฐฯใช้เป็นมาตรการกดดันไทยหรือไม่​ เลขากฤษฎีการะบุว่า ความเห็นส่วนตัวคิดว่าไม่ เพราะคล้ายกับการตกลงกัน​ ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายไทย​ และไม่ใช่แค่สหรัฐฯมาลงทุนที่ไทยอย่างเดียว ไทยก็มีโอกาสไปลงทุนที่สหรัฐฯ ด้วยเหมือนกันหากมีความสามารถ ฉะนั้น เป็นเหมือนการต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน

 

ส่วนรายละเอียดก็ต้องไปว่ากันตามกฎหมายแร่ของไทยที่ระบุไว้ว่าจะต้องมีการเปิดประมูลและการแข่งขันอย่างเป็นธรรม พร้อมยืนยันว่ากฎหมายไทยครอบคลุมในเรื่องนี้ รวมถึงข้อกังวลนี้จะมีการรับไว้พิจารณา แต่ในทางปฏิบัติจะพยายามไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งการลง MOU ในครั้งนี้ก็คล้ายกับที่ไทยไปลงนามกับประเทศอื่น และเขาก็ไม่ได้ทำกับเราประเทศเดียว ยังมีกัมพูชา และมาเลเซีย ด้วย

 

เลขาฯกฤษฎีการะบุว่า MOU ดังกล่าวสามารถยกเลิกได้ เพราะมีข้อยกเลิกไว้อยู่แล้ว ซึ่ง เคยนำเข้ามาพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษแล้ว​ มีการพิจารณากันอย่างละเอียด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ช่วยดูในเรื่องของถ้อยคำ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนกฤษฎีกาก็ดูในเรื่องกฎหมาย
เพราะฉะนั้นเราดูครบในทุกมิติ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากต้องการยกเลิก MOU ดังกล่าวจะต้องได้รับการยินยอมทั้งสองฝ่ายหรือไม่ เลขาฯกฤษฎีการะบุว่า มีรายละเอียดในการยกเลิกไว้ พร้อมขอว่าอย่าดูรายละเอียดโดยใช้ AI สรุป เนื่องจากจะไม่ตรง ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เคยทดลองแล้ว​ ใน MOU ดังกล่าวไม่ได้ใช้คำว่า​ ‘คู่สัญญา’ แต่ใช้ว่า​ ‘ความร่วมมือ’ ฉะนั้นเป็นความเท่าเทียมกันในการตกลงของทั้งสองฝ่าย พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายภายใน

 

ขณะเดียวกัน เลขาฯกฤษฎีกายังระบุอีกว่า ข้อก่อนสุดท้ายใน MOU ระบุไว้ชัดว่าหากจะทำอะไรให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบภายในของแต่ละฝ่าย พร้อมยืนยันว่าข้อกังวลที่มีอยู่จะต้องรับไว้ และขออย่ากังวล เนื่องจากไม่ใช่หนังสือสัญญาที่มีข้อผูกมัด

The post ​เลขาฯกฤษฎีกา​ เผย MOU แร่แรร์เอิร์ธ​ ผ่านครม.นัดพิเศษแล้ว​ ยืนยันไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เชื่อสหรัฐฯ​ ไม่ยกต่อรองทางภาษี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขากฤษฎีกา ชี้นายกฯ รักษาการยุบสภาไม่ได้ หากเกิดเหตุต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ https://thestandard.co/govt-caretaker-dissolve-parliament/ Tue, 02 Sep 2025 03:41:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1114410 govt-caretaker-dissolve-parliament

วันนี้ (2 กันยายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมกา […]

The post เลขากฤษฎีกา ชี้นายกฯ รักษาการยุบสภาไม่ได้ หากเกิดเหตุต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ appeared first on THE STANDARD.

]]>
govt-caretaker-dissolve-parliament

วันนี้ (2 กันยายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึง ความชัดเจนอำนาจของรัฐบาลรักษาการ สามารถยุบสภาได้หรือไม่ ว่า เรื่องนี้ตนไม่อยากพูด เพราะมีคนพูดไปเยอะจนสับสนหมดแล้ว พูดอะไรไปก็โดนตำหนิ แต่ตนก็ยังยืนยันในความเห็นเดิม

 

เมื่อถามย้ำว่า รักษาการนายกฯ ไม่สามารถยุบสภาได้ ต้องเป็นนายกฯ ปกติเท่านั้นใช่หรือไม่ เลขากฤษฎีการะบุว่า “ครับ และยังยืนยันความเห็นเดิม” 

 

ส่วนหากในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้มีการขอความเห็นเรื่องการยุบสภา ปกรณ์ย้ำว่าตนยังยืนยันในความเห็น และขออย่าไปคาดเดาว่ารัฐบาลรักษาการจะตัดสินใจยุบสภาแล้วจะมีความผิดทางกฎหมายหรือไม่ เพราะยังไม่มีอะไร 

 

ส่วนหน่วยงานใดจะเป็นผู้ตัดสิน ปกรณ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วการตีความเรื่องรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เราก็เพียงให้ความเห็นกันไปคนละนิดละหน่อย หากพูดกันไปเดี๋ยวมันจะยุ่ง พร้อมยอมรับว่าเรื่องนี้ต้องเกิดก่อนจึงจะสามารถยื่นตีความได้ 

 

ส่วนใครที่มีสิทธิ์ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องยุบสภาได้บ้าง เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญฯ ประชาชนทั่วไปไม่น่าจะสามารถทำได้ 

 

เมื่อถามว่า ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่เชื่อกฤษฎีกา ปกรณ์กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ท่านต้องพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะมีความเห็นทางวิชาการที่หลากหลาย ซึ่งก็แล้วแต่ แต่เราได้ให้ความเห็นตามหลักไปแล้ว จะว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ 

 

ส่วนหากมีการยื่นให้ศาลฯ ตีความเรื่องการยุบสภา สถานการณ์รัฐบาลจะเป็นไปในลักษณะแบบใด ปกรณ์กล่าวว่า เรื่องยังไม่เกิดตนยังไม่ตอบดีกว่า เดี๋ยวจะถูกนักวิชาการว่าอีก 

The post เลขากฤษฎีกา ชี้นายกฯ รักษาการยุบสภาไม่ได้ หากเกิดเหตุต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯกฤษฎีกา ชี้ช่องใช้กฎหมายไทยฟ้องผู้นำกัมพูชา เล็งสืบทรัพย์ในประเทศชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง https://thestandard.co/krisdika-cambodia-leaders-lawsuit/ Tue, 19 Aug 2025 07:53:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1108869 krisdika-cambodia-leaders-lawsuit

วันนี้ (19 สิงหาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมก […]

The post เลขาฯกฤษฎีกา ชี้ช่องใช้กฎหมายไทยฟ้องผู้นำกัมพูชา เล็งสืบทรัพย์ในประเทศชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
krisdika-cambodia-leaders-lawsuit

วันนี้ (19 สิงหาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการฟ้องดำเนินคดีเอาผิดผู้นำกัมพูชา ตามกฎหมายประเทศไทย จากสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เป็นการนำตัวผู้กระทำผิด ผู้สั่งการมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในกรณีที่ไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษในประเทศได้ เนื่องจากมีเอกสิทธิ์คุ้มกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ 

 

แต่คนที่ไม่มีเอกสิทธิ์ ถ้าเข้ามาต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทย โดยอัยการสูงสุด จะเป็นผู้ดำเนินการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 เนื่องจากคดีนี้มีความผิดทางอาญาหลายกระทง ทั้งความมั่นคงนอกราชอาณาจักร การฆ่าคน และมีผู้เสียชีวิต ความผิดต่อทรัพย์สิน รวมถึงทรัพย์สินเสียหาย โดยขั้นตอนต่อจากนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 3 จะรวบรวมหลักฐานส่งให้อัยการสูงสุดดำเนินคดี 

 

ส่วนเรื่องความเสียหายทางแพ่งทั้งที่เกิดในส่วนราชการและภาคเอกชน ปกรณ์ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลจากประชาชน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายให้กับประชาชน โดยจะขอให้อัยการเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งนี้ หาก สามารถดำเนินคดีเอาผิดทางแพ่งและสืบทรัพย์ของผู้กระทำผิดว่ามีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทยก็สามารถดำเนินการตามกระบวนการ เพื่อนำทรัพย์มาชดเชยให้ประชาชนที่เสียหายได้

 

“เห็นว่าพอจะฟ้องกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่มีใครเดือดร้อน แต่พอบอกว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายไทย กลับโมโหขึ้นมา อันนี้น่าแปลก” ปกรณ์กล่าว 

 

ปกรณ์กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุจะฟ้องดำเนินคดีกับผู้นำไทยนั้น ขึ้นอยู่กับกฎหมายระหว่างประเทศ จะไม่ก้าวล่วงซึ่งกันและกัน

The post เลขาฯกฤษฎีกา ชี้ช่องใช้กฎหมายไทยฟ้องผู้นำกัมพูชา เล็งสืบทรัพย์ในประเทศชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกา ปัดตอบกรณีพีระพันธุ์ถูกร้องยังถือหุ้น ชี้เป็นไปตามกฎหมาย ขอรอ ป.ป.ช. ตรวจสอบ https://thestandard.co/council-of-state-no-comment-pirapan-case/ Tue, 06 May 2025 03:28:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1071427 ปกรณ์ นิลประพันธ์

วันนี้ (6 พฤษภาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมกา […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกา ปัดตอบกรณีพีระพันธุ์ถูกร้องยังถือหุ้น ชี้เป็นไปตามกฎหมาย ขอรอ ป.ป.ช. ตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปกรณ์ นิลประพันธ์

วันนี้ (6 พฤษภาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถูกร้องเรียนว่ามีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทแห่งหนึ่ง ว่า ต้องดูรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อยู่ในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนั้นตนไม่ควรที่จะให้ความเห็นให้เกิดความวุ่นวาย เดี๋ยวสังคมจะเข้าใจอะไรไปไม่ตรงกัน

 

เมื่อถามว่าเคยมีการทักท้วงจากกฤษฎีกาในเรื่องนี้หรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย กฎหมายเขียนว่าอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น 

 

ส่วนรัฐมนตรีจะสามารถดำรงตำแหน่งได้หรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า ตอบแทนไม่ได้ ตนไม่รู้ข้อเท็จจริง แต่ข้อกฎหมายเขียนไว้ยังไงก็เป็นอย่างนั้น ซึ่งตนไม่ค่อยกังวล ขอให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ดีกว่า

The post เลขาฯ กฤษฎีกา ปัดตอบกรณีพีระพันธุ์ถูกร้องยังถือหุ้น ชี้เป็นไปตามกฎหมาย ขอรอ ป.ป.ช. ตรวจสอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดร่าง Entertainment Complex คนไทยเล่นคาสิโนได้ต้องมีเงินฝาก 50 ล้านบาท เสี่ยงเปิดช่องโหว่ฟอกเงิน อาจได้ไม่คุ้มเสีย? https://thestandard.co/thailand-casino-law-draft/ Wed, 19 Feb 2025 08:07:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1043756 ร่างกฎหมายคาสิโนไทย กำหนดเงื่อนไขเข้มงวดสำหรับคนไทย พร้อมมาตรการป้องกันการฟอกเงิน

ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร […]

The post เปิดร่าง Entertainment Complex คนไทยเล่นคาสิโนได้ต้องมีเงินฝาก 50 ล้านบาท เสี่ยงเปิดช่องโหว่ฟอกเงิน อาจได้ไม่คุ้มเสีย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่างกฎหมายคาสิโนไทย กำหนดเงื่อนไขเข้มงวดสำหรับคนไทย พร้อมมาตรการป้องกันการฟอกเงิน

ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ผ่านกฤษฎีกา วาระ 1 กำหนดเงื่อนไขคาสิโนไทย จำกัดพื้นที่และควบคุมการเข้า-ออก คนไทยเล่นได้ แต่ต้องมีเงินฝาก 50 ล้าน กลายเป็นประเด็นร้อน

 

โดยล่าสุดเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมายเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .… หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา วาระที่ 1 และอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมนี้

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

หากดูเนื้อหาสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว จะพบว่ามีการระบุรายละเอียดของคาสิโนไว้อย่างชัดเจน อาทิ มาตรา 18 (6) 

 

  • กำหนดสัดส่วนพื้นที่ของคาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจร ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 10% ของที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร ในกรณีที่คาสิโนตั้งอยู่ในอาคารใด ให้นับจากพื้นที่ของอาคารนั้นทั้งหมด
  • โดยเฉพาะประเด็นที่จับตา คือ มาตรา 65 ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งจะเข้าไปในคาสิโนต้องชำระค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด
  • มีเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน

 

สภาพความเป็นอยู่เหยื่อคอลเซ็นเตอร์ 212 ชีวิตที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.ตาก

 

โดย ปกรณ์ นิลประพันธ์ ​เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า ร่างของคณะกรรมการกฤษฎีกามีสาระสำคัญคือการป้องกันอบายมุข ซึ่งแตกต่างจากร่างเดิม ส่วนที่มีข้อเสนอให้คนไทยมีเงิน 50 ล้านบาทจึงจะสามารถเข้าใช้บริการได้นั้น​ ปกรณ์ยอมรับว่าเป็นแนวคิดเบื้องต้น​ ซึ่งประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ คณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้เอาเรื่องการพนันเป็นหลัก แต่เน้นแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นหลัก

 

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า คาดว่าข้อกำหนดดังกล่าว รวมถึงค่าธรรมเนียมการเข้าเล่นสูงสุดที่ 5,000 บาท (150 ดอลลาร์สหรัฐ) จะสามารถจำกัดคนไทยเข้าเล่นคาสิโนได้ในอีกทาง

 

เช็กกระเป๋า ต้องมีเงินติดบัญชี 50 ล้านบาท ชี้ เป้าหมายคือเงินต่างชาติและคนไทยชนชั้นกลาง

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทย (GDP) ต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 7,300 ดอลลาร์สหรัฐ และเป้าหมายของนโยบายนี้รัฐบาลวางกรอบไว้ว่า ที่ผ่านมาการพนันส่วนใหญ่ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่การพนันที่ผิดกฎหมายก็ยังแพร่หลาย ดังนั้นการกำหนดเงินในบัญชีขั้นต่ำที่ 50 ล้านบาทของคนไทย จะดึงดูดไปที่คอพนันและนักลงทุนต่างชาติมากกว่า ซึ่งกำลังจับตาดูรายละเอียดของร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

 

โดยก่อนหน้านี้รายงานของ Citi วิเคราะห์ว่า เยาวชนอายุ 20 ปีขึ้นไปประมาณครึ่งหนึ่งในประเทศไทยอาจเป็นผู้เล่นคาสิโน และคาดว่าหากกฎหมายเปิดทาง ในอนาคตไทยอาจเป็นศูนย์กลางการพนันแห่งใหญ่ของโลก

 

รายงานระบุอีกว่า แดเนียล เฉิง ที่ปรึกษาด้านเกมที่ประจำอยู่ในสิงคโปร์ มองว่า ค่าธรรมเนียมเข้าคาสิโนที่สูงถึง 5,000 บาท จะทำให้การเข้าเล่นคาสิโนถูกจำกัดเฉพาะคนไทยชนชั้นกลางขึ้นไปและผู้มีฐานะร่ำรวยเท่านั้น

 

อีกทั้งข้อกำหนดเงินฝากธนาคารที่ต้องมีขั้นต่ำ 50 ล้านบาท จะทำให้คาสิโนของไทยไม่ดีกว่าระบบที่จำกัดเฉพาะชาวต่างชาติ เช่น เกาหลีใต้

 

เฟรดริก กูชิน จาก Spectrum Gaming Group บริษัทให้คำปรึกษาที่เคยผลักดันให้อุตสาหกรรมคาสิโนในสิงคโปร์เติบโตเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากมาเก๊าและลาสเวกัส มองว่า “นักลงทุนต้องการกระบวนการที่โปร่งใสที่จะคุ้มครองการลงทุนของพวกเขาด้วยกฎกติกาที่เหมาะสม”

 

รายงานข่าวระบุอีกว่า ประเทศต่างๆ หลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ออกกฎหมายให้คาสิโนถูกกฎหมาย แต่มีเพียงไม่กี่ประเทศ เช่น สิงคโปร์ ที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จในการดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น Las Vegas Sands ซึ่งมีการควบคุมด้วยกฎระเบียบที่เข้มงวด

 

รัฐบาลเดินหน้าหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ! แต่เอกชน-ประชาชนเสียงแตก

 

ขณะที่รัฐบาลไทยภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย หวังดึงดูดการลงทุนใหม่ด้วยโครงการ Entertainment Complex ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท (ราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้น 5-10% ต่อปี และสร้างรายได้มากกว่า 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี

 

โดยร่างกฎหมายยังระบุด้วยว่า ข้อจำกัดอีกประการหนึ่งคือพื้นที่คาสิโนต้องครอบคลุมพื้นที่ไม่เกิน 10 % ของ Entertainment Complex ด้วย

 

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยหวังใช้นโยบายนี้กระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปีนี้รัฐบาลคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยว 38 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับสถิติก่อนเกิดโควิดที่ 40 ล้านคน

 

อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และมีความเห็นไม่ตรงกันหลายฝ่าย ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นเมื่อเดือนที่แล้วพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแผนคาสิโน และพรรคการเมืองบางพรรคโต้แย้งว่าการสร้างอุตสาหกรรมการพนันจะทำให้ปัญหาสังคมเลวร้ายกว่าเดิม

 

นอกจากนี้ ผลสำรวจของนิด้าโพลเมื่อเดือนมกราคมพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 59% ไม่เห็นด้วยกับการมีทั้ง Entertainment Complex และคาสิโน

 

ในช่วงต้นเดือน พล.ต.ท. ปิยะ ต๊ะวิชัย อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งปัจจุบันเป็นโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “บ่อนคาสิโนในไทยจะเป็นมะเร็งร้ายทำลายสังคม”

 

ขณะที่ พ.อ. พันธุ์ธัช แสงโชติ กรรมการอำนวยการ และเลขาธิการกิตติมศักดิ์ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “สนใจและพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอ ซึ่งวางแผนลงทุนสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับลงทุนรีสอร์ตที่รวมถึงคาสิโน”

 

ด้าน พสุ ลิปตพัลลภ กรรมการของ Proud Group ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม InterContinental 2 แห่งในไทย กล่าวว่า สนใจที่จะร่วมมือกับบริษัทเกมระดับนานาชาติ

 

“ในฐานะผู้ประกอบการโรงแรม เราได้ยินการดีเบตเกี่ยวกับความจำเป็นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงเข้ามาแทนที่ปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมาก”

 

ห่วงคนไทยเล่นคาสิโนได้แต่ต้องมีเงินฝาก 50 ล้าน เสี่ยงเปิดช่องโหว่ฟอกเงิน

 

นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส. นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH เกี่ยวกับความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. ฉบับล่าสุดว่า ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรยังขาดมาตรการป้องกันการฟอกเงินและสร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่ถูกกลุ่มทุนเทามาฟอกเงินในสถานบันเทิงครบวงจร

 

 

แม้ในร่าง พ.ร.บ. นี้ ระบุว่าจะมีเลขาธิการ ปปง. เข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการนโยบายอีกชุด แต่การที่ระบุว่าสถานบันเทิงจะต้องรายงานธุรกรรมทางการเงินก็เป็นมาตรฐาน สากลป้องกันอยู่แล้ว

 

“ผมเคยเสนอให้มีแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้า น่าห่วงว่าคนจนไม่มีเงินที่จะฟอกเงินอยู่แล้ว และคนที่จะเข้าสถานบันเทิงครบวงจรก็เป็นคนที่มีรายได้เกิน 50 ล้านบาทอยู่แล้ว ฉะนั้นคนที่มีเงินในบัญชีจะมีการตรวจสอบหรือไม่ แหล่งที่มาที่ไปของเงินเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือหากคุณมีเงิน 50 ล้านบาท แต่ถ้าอยู่ดีๆ มีเงิน 500 ล้านขึ้นมา คุณไม่สงสัยหรือว่าเอาเงินมาจากไหน”

 

กรณีศึกษาสิงคโปร์ก็ยังมีปัญหาการฟอกเงิน 8 หมื่นกว่าล้าน ซึ่งข้อดีของสิงคโปร์คือมีมาตรการสกัดชัดเจน แต่บ้านเราไม่มีมาตรการอะไรเลย

 

อย่างไรก็ตาม รศ. ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ให้ความเห็นกับ THE STANDARD WEALTH ว่า โครงการ Entertainment Complex หรือสถานบันเทิงครบวงจร และการสร้างบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย จริงๆ แล้วรัฐบาลควรปรับทิศทางนโยบายให้ชัด

 

รวมถึงยังเชื่อว่ามีวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลายวิธีที่ไม่ใช่การสร้างบ่อนการพนัน โดยเรื่องเร่งด่วนของการกระตุ้นเศรษฐกิจควรจะเป็น

 

  1. ยกระดับการแข่งขัน ปรับโครงสร้างพื้นฐาน
  2. พัฒนาศักยภาพคน
  3. ปลุกภาคการผลิต
  4. เกษตรและอุตสาหกรรม
  5. BCG
  6. ลดคาร์บอน
  7. การศึกษาให้ทันเวียดนาม
  8. เทคโนโลยี

 

“Entertainment Complex, Soft Power, แลนด์บริดจ์ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเลย ยังคงยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับกฎหมายคาสิโน” รศ. ดร.อัทธ์ กล่าว

 

ภาพ: Roman Samborskyi / Shutterstock, RomanSlavik.com/ Shutterstock

อ้างอิง:

The post เปิดร่าง Entertainment Complex คนไทยเล่นคาสิโนได้ต้องมีเงินฝาก 50 ล้านบาท เสี่ยงเปิดช่องโหว่ฟอกเงิน อาจได้ไม่คุ้มเสีย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกา ยอมรับ จำกัดคนไทยเข้าคาสิโน ต้องมีเงิน 50 ล้านบาท ป้องกันหมกมุ่นการพนัน https://thestandard.co/casino-entry-thailand-50m-baht/ Tue, 18 Feb 2025 04:28:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1043148 casino-entry-thailand-50m-baht

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ปกรณ์ นิลประพันธ์ ​เลขาธิการคณะก […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกา ยอมรับ จำกัดคนไทยเข้าคาสิโน ต้องมีเงิน 50 ล้านบาท ป้องกันหมกมุ่นการพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
casino-entry-thailand-50m-baht

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ปกรณ์ นิลประพันธ์ ​เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ว่า ขณะนี้การพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในวาระที่ 2 เมื่อร่างกฎหมายที่เสร็จไปในเบื้องต้นมีการพิจารณาในหลักการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

นอกจากนี้ยังได้นำไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยทั่วไปมาประกอบการพิจารณาในวาระที่ 2 ต่อไป ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังเร่งจัดทำร่างกฎหมายดังกล่าว และจะดำเนินการได้ทันภายในกรอบ 50 วันที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ 

 

สำหรับร่างของคณะกรรมการกฤษฎีกามีสาระสำคัญคือ การป้องกันอบายมุข ซึ่งแตกต่างจากร่างเดิม รายละเอียดทั้งหมดจะอยู่ในการพิจารณาวาระที่ 2 โดยสาระสำคัญจะอยู่ในวาระแรกที่ดูในหลักการก่อนว่าจะต้องเติมเต็มในด้านใดบ้าง ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล การจัดทำร่างขณะนี้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นเจ้าของร่าง และอำนาจซูเปอร์บอร์ดยังคงหลักการเดิม แต่จะมีการใส่รายละเอียดใหม่ในกระบวนการต่างๆ​ เช่น​ ใบอนุญาตต้องดำเนินการอย่างไร และจะต้องมีแผนการลงทุนต่างๆ 

 

ส่วนที่มีข้อเสนอให้คนไทยมีเงิน 50 ล้านบาทจึงจะสามารถเข้าใช้บริการได้นั้น​ ปกรณ์ยอมรับว่าเป็นแนวคิดเบื้องต้น​ ซึ่งประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ขณะนี้ยังเป็นตัวเลขเบื้องต้นเท่านั้น และไม่อยากให้ประชาชนไปหมกมุ่นอยู่กับเรื่องแบบนี้ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้เอาเรื่องการพนันเป็นหลัก แต่เน้นแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นหลัก 

 

“ส่วนตัวคิดว่าถ้าใส่เรื่องนี้แน่นๆ ก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้คนไทยมาเล่นการพนันซึ่งเป็นสิ่งมอมเมาต่างๆ เหล่านี้ได้ แต่ก็เข้าใจว่านโยบายของรัฐบาลหลักๆ ก็คือแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ได้เน้นการพนัน” เลขาฯ กฤษฎีกา ระบุ 

 

ขณะที่การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามหลักการแล้วจะมีอยู่ 2 เรื่องที่คล้ายกันอยู่คือ รับฟังความคิดเห็นกับเรื่องประชามติ โดยการรับฟังความคิดเห็นจะนำไปประกอบการพิจารณาของฝ่ายนโยบาย เมื่อรับฟังความคิดเห็นแล้วจะดำเนินการต่อไปอย่างไร แตกต่างจากประชามติที่จะเป็นไปในลักษณะที่ว่าถ้ามีความคิดเห็นอย่างไรก็ตกลงตามนั้น 

 

“ดังนั้นต้องแยกกันให้ออก อย่านำไปปนกัน เพราะขณะนี้สังคมนำไปปนกันหมดแล้ว ทั้งเรื่องรับฟังความคิดเห็นและเรื่องประชามติ เป็นเรื่องที่แตกต่างกัน​ ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยและรัฐบาลยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการต่อ ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและรัฐสภาที่จะพิจารณาตามรายละเอียดว่าจะแก้ไขตามที่เห็นสมควรอย่างไร” ปกรณ์ระบุ

The post เลขาฯ กฤษฎีกา ยอมรับ จำกัดคนไทยเข้าคาสิโน ต้องมีเงิน 50 ล้านบาท ป้องกันหมกมุ่นการพนัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกาเผย กฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรใกล้จะแล้วเสร็จ ชี้สัดส่วนคาสิโนยังไม่นิ่ง แต่เบื้องต้นต้องไม่เกิน 10% https://thestandard.co/casino-law-finalized/ Tue, 11 Feb 2025 07:46:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1040726 casino-law-finalized

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) ปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ เลขาธิการ​ค […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกาเผย กฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรใกล้จะแล้วเสร็จ ชี้สัดส่วนคาสิโนยังไม่นิ่ง แต่เบื้องต้นต้องไม่เกิน 10% appeared first on THE STANDARD.

]]>
casino-law-finalized

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) ปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ เลขาธิการ​คณะกรรมการ​กฤษฎีกา​ เปิดเผยถึงความคืบหน้า​ร่างพระราชบัญญัติ​ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์​ ตามกรอบเวลา​ 50 วัน โดยระบุว่า​น่าจะเสร็จสิ้นช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งเราพยายามทำให้เร็ว โดยการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะอยู่ในกรอบ 50 วันที่กำหนดไว้ 

 

เลขาธิการ​คณะกรรมการ​กฤษฎีการะบุว่า หลังจากที่รอบแรกพิจารณาในหลักการไปแล้วและได้ปรับในวาระที่ 2 ในรายละเอียด ซึ่งตอนนี้ได้เข้าคณะกรรมการและเห็นหน้าตาเป็นกรอบค่อนข้างชัดเจน พร้อมยอมรับว่ามีการปรับเปลี่ยนจากร่างเดิมมากพอสมควร แต่สาระสำคัญยังคล้ายๆ เดิม

 

สำหรับการระบุให้ชัดเจนว่าคาสิโนต้องมีสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ ปกรณ์มองว่า เบื้องต้นควรมีการกำหนดไว้ แต่ตัวเลขยังไม่นิ่ง อย่างไรก็ตาม ต้องไม่เกิน 10% แต่ถ้าจะน้อยกว่า 10% ก็แล้วแต่คณะกรรมการนโยบายจะพิจารณาตามสถานการณ์ ซึ่งคิดว่าคงจะต้องพิจารณาในแง่ของการลงทุนด้วย เพราะมีการระบุไว้แล้วว่าการลงทุนต้อง 1 แสนล้านบาท​ และค่าใบอนุญาตอีก 5 พันล้านบาท ซึ่งก็ต้องแล้วแต่คณะกรรมการ ต้องดูแผนที่นักลงทุนเสนอเข้ามา

 

“เรื่องนี้เราทำตามนโยบายของรัฐบาล ผมเป็นฝ่ายข้าราชการประจำ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องแล้วแต่นโยบายรัฐบาล เพราะไม่เช่นนั้น เท่ากับฝ่ายข้าราชการประจำทำตัวเป็นฝ่ายบริหารเสียเอง ซึ่งจะผิดหลัก ส่วนที่พยายามเรียกร้องกันนั้น ผมเข้าใจดี​ถึงความสนใจในเรื่องนี้ของทุกภาคส่วน รวมถึงความห่วงใย แต่ก็ต้องเข้าใจเรื่องระบบในการทำงานด้วยว่า ฝ่ายข้าราชการประจำจะไปทำตัวเป็นฝ่ายบริหารเสียเองมันไม่ถูกเรื่อง ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องนโยบายก็อยู่ที่ทางรัฐบาลจะพิจารณา ไม่ใช่มากดดันที่กฤษฎีกา ว่าจะอย่างนั้นอย่างนี้ ผมไม่ได้มีอำนาจหน้าที่อะไรขนาดนั้น​” ปกรณ์กล่าว

 

ส่วนข้อกังวลของนักวิชาการ เนื่องจากร่างกฎหมายระบุไว้ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสามารถหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ก่อน เหลือเท่าใดจึงค่อยนำส่งเป็นเงินแผ่นดิน ปกรณ์กล่าวว่า ด้วยหลักของกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ภาษีต้องเข้ารัฐ

The post เลขาฯ กฤษฎีกาเผย กฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรใกล้จะแล้วเสร็จ ชี้สัดส่วนคาสิโนยังไม่นิ่ง แต่เบื้องต้นต้องไม่เกิน 10% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกา เร่งทำกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ภายใน 50 วัน เปรียบเหมือนพ่อครัว ต้องทำตามโจทย์ให้ถูกใจลูกค้า https://thestandard.co/entertainment-complex-act-50-days/ Wed, 29 Jan 2025 07:43:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1035701 กฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

วันนี้ (29 มกราคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมกา […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกา เร่งทำกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ภายใน 50 วัน เปรียบเหมือนพ่อครัว ต้องทำตามโจทย์ให้ถูกใจลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

วันนี้ (29 มกราคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตั้งกฤษฎีกาคณะพิเศษ ปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มี วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษชุดดังกล่าว ส่วนคณะกรรมการประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายคน เช่น บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, ธงทอง จันทรางศุ และ ไพโรจน์ วายุภาพ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีนักกฎหมายชั้นนำมาร่วมกันพิจารณาในเรื่องนี้ จะทำให้ร่างดังกล่าวเป็นที่ยอมรับของสังคมหรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า การเป็นที่ยอมรับของสังคมหรือไม่เป็นคนละประเด็น แต่สิ่งที่เราทำคือดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เราเป็นเหมือนพ่อครัวที่คอยปรุงและใส่วัตถุดิบตามที่ลูกค้าต้องการ แต่ถ้ามีบางอย่างที่เขาไม่ต้องการ และเราทักท้วง แต่เขายืนยันจะเป็นแบบนั้นก็ต้องตามใจลูกค้า และเรื่องนี้ต้องถามสังคมว่าจะทำอย่างไร เมื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้ว เราต้องทำให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการทำความเข้าใจกับประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐบาล

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงเรียกร้องให้มีการทำประชามติ ปกรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นนโยบาย กฤษฎีกาไม่เกี่ยวข้อง โดยเราพยายามทำให้กฎหมายครอบคลุมทุกมิติ ไม่ต่างกับการยกเรือสำราญที่มีทุกกิจกรรมมาไว้บนบก ซึ่งหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยหลักคือกระทรวงมหาดไทยและท้องถิ่น กระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษี และกระทรวงคมนาคมในเรื่องเส้นทาง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ใช้กรอบเวลาดำเนินการนานแค่ไหน เลขาฯ กฤษฎีกากล่าวว่า รัฐบาลบรรจุไว้ในแผนกฎหมายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการภายใน 50 วัน และกฤษฎีกาพยายามทำให้ทัน ขณะนี้ประชุมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง คือวันอังคารและพฤหัสบดี และพยายามหาวันว่างเพิ่มขึ้น เราต้องรีบทำ

The post เลขาฯ กฤษฎีกา เร่งทำกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ภายใน 50 วัน เปรียบเหมือนพ่อครัว ต้องทำตามโจทย์ให้ถูกใจลูกค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิชัยอุบตอบ หลังจุลพันธ์แง้มอาจไม่กำหนดสัดส่วนคาสิโนในกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ด้านเลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ยังไม่มีข้อยุติ https://thestandard.co/entertainment-complex-law-casino-ratio/ Tue, 28 Jan 2025 03:58:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1035205 การประชุมพิจารณาร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

วันนี้ (28 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พิชัย ชุณหวชิร รองน […]

The post พิชัยอุบตอบ หลังจุลพันธ์แง้มอาจไม่กำหนดสัดส่วนคาสิโนในกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ด้านเลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ยังไม่มีข้อยุติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การประชุมพิจารณาร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

วันนี้ (28 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่ามีปัญหาเล็กน้อยภายหลังการโอนเงินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เมื่อวานนี้ (27 มกราคม)

 

สำหรับความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ พิชัยระบุว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมายในส่วนของกฤษฎีกา แต่ไม่ได้ตอบคำถามกรณี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่า ไม่สามารถระบุสัดส่วนของคาสิโนในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ได้

 

ด้าน ปกรณ์​ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าของร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยระบุว่า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง​ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ มาหารือแล้ว ความเห็นส่วนใหญ่เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยให้ข้อสังเกตไว้​ อย่างเรื่องการทำงานร่วมกันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่ได้มีประเด็นอะไร

 

ส่วนกรณีที่จุลพันธ์กล่าวถึงการตราสัดส่วนของคาสิโนนั้น ปกรณ์ระบุว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงการชี้แจงและเล่าให้ฟังของจุลพันธ์ แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ

The post พิชัยอุบตอบ หลังจุลพันธ์แง้มอาจไม่กำหนดสัดส่วนคาสิโนในกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ด้านเลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ยังไม่มีข้อยุติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกาเผย ไม่มีงบปกติจ่ายเยียวยาที่ดินอัลไพน์ 7.7 พันล้านบาท มท. ต้องของบกลาง https://thestandard.co/alpines-land-compensation/ Tue, 21 Jan 2025 03:12:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1032555 alpines-land-compensation

วันนี้ (21 มกราคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมกา […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกาเผย ไม่มีงบปกติจ่ายเยียวยาที่ดินอัลไพน์ 7.7 พันล้านบาท มท. ต้องของบกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
alpines-land-compensation

วันนี้ (21 มกราคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีแนวคำวินิจฉัยการเพิกถอนที่ดินอัลไพน์ของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า แนวคำวินิจฉัยมีตั้งแต่ปี 2544 และหลักของคำวินิจฉัยคือที่ดินที่ได้มาโดยมรดกต้องเป็นไปตามที่เจ้าของมรดกกำหนดเมื่อต้องการให้ตกแก่วัดก็ต้องตกแก่วัด ซึ่งการเพิกถอนที่ดินให้เป็นที่ธรณีสงฆ์เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

 

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ขอให้ไปถามจากกระทรวงมหาดไทยว่าจะหาทางแก้ไขเยียวยาให้กับประชาชนที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างไร ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบว่ามีการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอะไรหรือไม่ เพราะว่าเราต้องเสียเงินชดเชยให้กับผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ได้มาโดยสุจริต ต้องไปดูว่าคำสั่งทางปกครองออกมาและถูกยกเลิกไปนั้นชอบหรือไม่ และประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่

 

ส่วนงบประมาณที่จะนำมาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีการประเมินราคาที่ดินไว้ที่ 7.7 พันล้านบาทนั้น ปกรณ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะนำมาจากส่วนใด แต่หากจำเป็นจะต้องแก้ไขเยียวยา ของบประมาณก็สามารถของบประมาณจากรัฐบาลได้ ซึ่งงบปกติน่าจะไม่มี เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งงบไว้ เข้าใจว่าไม่มีใครคิดว่าจะเกิด จึงต้องหารือกับสำนักงบประมาณว่ามีแหล่งเงินจากที่ใดบ้าง พร้อมกับกล่าวว่า แม้วงเงินในการเยียวยาจะสูง แต่คิดว่ามีหลายวิธีที่จะแก้ไข ซึ่งต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดินมาแนะนำว่าจะหาทางแก้อย่างไร

 

ปกรณ์กล่าวถึงกรณีความเห็นของกฤษฎีกาเมื่อปี 2545 ที่เสนอให้ออกเป็นพระราชบัญญัติโอนเป็นที่ดินเอกชนสามารถทำได้หรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า การโอนที่ดินซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ต้องทำเป็นพระราชบัญญัติตามกฎหมายอยู่แล้ว และขึ้นอยู่กับรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยจะพิจารณาว่าทางใดเหมาะสมหรือสมควร

 

ส่วนการออก พ.ร.บ.ที่ดินจะยากกว่าการจ่ายเงินชดเชยหรือไม่ ปกรณ์ยืนยันว่าไม่ได้ยาก พ.ร.บ.โอนที่ธรณีสงฆ์ทำกันบ่อยอยู่แล้วเพียงแต่ไม่เป็นข่าว

 

The post เลขาฯ กฤษฎีกาเผย ไม่มีงบปกติจ่ายเยียวยาที่ดินอัลไพน์ 7.7 พันล้านบาท มท. ต้องของบกลาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิชัยรอกฤษฎีกาชี้ขาด ‘กิตติรัตน์’ ขาดคุณสมบัตินั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติหรือไม่ ด้านเลขาฯ กฤษฎีกายืนยัน พรุ่งนี้รู้คำตอบ https://thestandard.co/pichai-kittirat-bot-chairman/ Tue, 24 Dec 2024 13:47:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1023435

พิชัยบอก ‘กิตติรัตน์’ ไม่ผ่านคุณสมบัติก็ต้องเป็นไปตามนั […]

The post พิชัยรอกฤษฎีกาชี้ขาด ‘กิตติรัตน์’ ขาดคุณสมบัตินั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติหรือไม่ ด้านเลขาฯ กฤษฎีกายืนยัน พรุ่งนี้รู้คำตอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

พิชัยบอก ‘กิตติรัตน์’ ไม่ผ่านคุณสมบัติก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่ขณะนี้กระทรวงการคลังยังรอสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตอบความเห็นกลับมาก่อน คาดว่าจะมีข้อสรุปภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ยืนยันไม่ควรเสนอชื่อฝ่ายเดียว ปัดตอบ ‘กุลิศ’ ขาดคุณสมบัติหรือไม่ เหตุเป็นที่ปรึกษาคณะเดียวกัน

 

วันนี้ (24 ธันวาคม) พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสข่าวกรณี กิตติรัตน์ ณ ระนอง ไม่ผ่านคุณสมบัติที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เนื่องจากคณะกรรมการ​กฤษฎีกา​มีความเห็นให้ไม่ผ่านคุณสมบัติ โดยระบุว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังยังรอสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตอบความเห็นกลับมาก่อน คาดว่าจะมีข้อสรุปภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ถ้าเป็นไปตามข่าวก็ต้องตัดสินตามนั้น

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากชื่อของกิตติรัตน์ไม่ผ่าน และต้องเสนอชื่อสำรองคือ กุลิศ สมบัติศิริ ก็จะไม่ผ่านคุณสมบัติเช่นเดียวกัน เพราะเคยเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีชุดเดียวกับกิตติรัตน์ ใช่หรือไม่ พิชัยตอบว่า “โดยหลักการควรจะต้องเสนอชื่อทั้งสองฝ่าย แต่แบบนี้จะเหลือชื่อเพียงฝ่ายเดียว ต้องขอไปหารือก่อน”

 

ด้าน ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกายังอยู่ระหว่างหารือและยังไม่มีข้อสรุปหรือมติใดๆ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ทราบว่าข่าวมาจากไหน แต่วันพรุ่งนี้ (25 ธันวาคม) ยังต้องประชุมกันอีก คาดว่า ‘น่าจะจบ’ 

 

โดยสิ่งที่คณะกรรมการกฤษฎีกาต้องดูมี 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ ตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ประเด็นถัดมาคือตำแหน่งประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ซึ่งมีการสอบถามมายังกฤษฎีกาว่าทั้งสองตำแหน่งนี้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่

 

ขณะที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดกรณีดังกล่าว และทราบเท่าที่ รมว.คลัง แจ้งว่ายังไม่เห็นหนังสือตอบกลับจากกฤษฎีกาเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม จุลพันธ์ยืนยันว่าทางการมีกระบวนการรองรับสำหรับการสรรหาประธานบอร์ด ธปท. ไม่มีอะไรน่าห่วง พร้อมเปิดเผยอีกว่า หลังจากเหตุการณ์อดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่พ้นจากตำแหน่งเพราะการแต่งตั้งบุคคลนั้น ส่งผลให้รัฐบาลให้ความสำคัญเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลทางการเมืองมาก 

 

“ตอนนี้การสรรหาบุคคลต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น ตรวจซ้ำซ้อนหลายๆ ครั้งเพื่อความแน่ใจ โดยเฉพาะข้าราชการทางการเมืองที่ต้องตรวจซ้ำถึง 14 หน่วยงาน เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำรอยอีก” จุลพันธ์ระบุ

The post พิชัยรอกฤษฎีกาชี้ขาด ‘กิตติรัตน์’ ขาดคุณสมบัตินั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติหรือไม่ ด้านเลขาฯ กฤษฎีกายืนยัน พรุ่งนี้รู้คำตอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกา ยังไม่ปัดตก ‘กิตติรัตน์’ นั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ รอที่ประชุมพรุ่งนี้ตีความเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ https://thestandard.co/pakorn-nilprapunt-24122024/ Tue, 24 Dec 2024 10:44:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1023285 ปกรณ์

วันนี้ (24 ธันวาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมก […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกา ยังไม่ปัดตก ‘กิตติรัตน์’ นั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ รอที่ประชุมพรุ่งนี้ตีความเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปกรณ์

วันนี้ (24 ธันวาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์กรณีการพิจารณาคุณสมบัติเข้ารับตำแหน่งประธานบอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หลังมีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง ไม่ผ่านคุณสมบัติเข้ารับตำแหน่งประธานบอร์ด ธปท. โดยระบุว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกายังอยู่ระหว่างหารือ และยังไม่มีข้อสรุปหรือมติใดๆ ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน พรุ่งนี้ (25 ธันวาคม) ยังต้องประชุมกันอีก คาดว่าน่าจะจบ

 

ปกรณ์กล่าวว่า สิ่งที่คณะกรรมการกฤษฎีกาต้องดูมี 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ ตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ซึ่งมีการสอบถามมายังกฤษฎีกาว่าทั้ง 2 ตำแหน่งนี้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ 

 

ปกรณ์กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าหากเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอย้ำว่าเป็นความเห็นส่วนตัว อย่าเพิ่งเอาไปวิพากษ์วิจารณ์ เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ช่วงเช้าที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศถึงกับอีเมลมาถามตน ก็ตอบไปว่ายังพิจารณาอยู่ 

 

“ข้าราชการการเมืองตามระเบียบข้าราชการการเมืองคือตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ไม่มีคำว่าของ แต่ตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน จึงต้องไปดูว่าเขามีพฤติกรรมหรือการกระทำอะไรที่ไปยุ่งเกี่ยวกับทางนโยบายหรือไม่ ถ้าโดยทั่วไปที่ปรึกษาของนายกฯ เขาไว้ใช้พิมพ์นามบัตร มันไม่ใช่ดูเฉพาะถ้อยคำ” ปกรณ์กล่าว

 

เมื่อถามย้ำว่า เป็นตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ข้าราชการการเมืองเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คล้ายกับว่ามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายแล้วหน่วยงานก็นำไปปฏิบัติ ซึ่งถ้าเป็นแค่ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีอะไร และเราก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงในรายละเอียด เพราะขณะนี้กฤษฎีกากำลังตีความอยู่ว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ แต่ยืนยันว่าตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ข้าราชการการเมืองแน่ๆ 

 

ปกรณ์ยอมรับว่า ที่ผ่านมาสำนักงานเศรษฐกิจการคลังสอบถามมายังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อหารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติในการแต่งตั้งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ

 

The post เลขาฯ กฤษฎีกา ยังไม่ปัดตก ‘กิตติรัตน์’ นั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ รอที่ประชุมพรุ่งนี้ตีความเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกา แนะ รฟท.-กรมที่ดิน จับเข่าคุยเคลียร์ปัญหาที่ดินเขากระโดง ย้ำตามหลักการต้องยึดตามคำพิพากษา https://thestandard.co/khao-kradong-dispute-settlement/ Tue, 12 Nov 2024 08:03:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1007742 ปกรณ์ นิลประพัน

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรร […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกา แนะ รฟท.-กรมที่ดิน จับเข่าคุยเคลียร์ปัญหาที่ดินเขากระโดง ย้ำตามหลักการต้องยึดตามคำพิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปกรณ์ นิลประพัน

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงคำพิพากษาศาลปกครองซึ่งให้เพิกถอนที่ดินเขากระโดง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ แต่อธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งไม่เพิกถอน โดยระบุว่า ตามหลักแล้วเมื่อศาลมีคำพิพากษาก็ต้องปฏิบัติไปตามนั้น ส่วนเรื่องความขัดแย้งระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับกรมที่ดินในเรื่องนี้นั้น มองว่าเป็นปัญหาเรื่องการสื่อสาร หากลำดับเรื่องดีๆ หน่วยงานมาร่วมกันชี้แจง ตนคิดว่าจะตรงกันได้และไม่ใช่เรื่องที่ว่าคำพิพากษาของศาลหรือคำสั่งอธิบดีใครใหญ่กว่าใคร ตนเห็นว่าไม่ควรพูดกันคนละที น่าจะตั้งโต๊ะร่วมกันและพูดกันเสียทีเดียว จะได้เข้าใจว่าเดิมที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

 

“โดยหลักการต้องยึดตามคำพิพากษาของศาลปกครอง ไม่มีอะไรขัดแย้งกัน แต่กระบวนการและขั้นตอนยังไม่ตกลงกันให้ชัดเจน ไม่ได้มานั่งจับเข่าคุยกัน ผมคิดว่าถ้าจับเข่าคุยกันคงไม่เป็นปัญหามากนัก หากมีการพูดคุยกันคงไม่จบลงที่การฟ้องร้อง เพราะที่หลวงก็คือที่หลวง ที่เอกชนก็คือที่เอกชน แค่นั้นเอง ส่วนการแก้ปัญหา สมมติว่าเป็นที่หลวงแล้วให้เอกชนไปอยู่เราจะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร เช่น ให้เขาเช่าในราคาถูก กรณีนี้เราก็ทำกันเป็นปกติในกรณีที่ราชพัสดุ อย่างกรณีที่อยู่มานานจนคิดว่าเป็นที่ของตัวเอง หรือพอพิสูจน์สิทธิกันได้ว่าเป็นของใครก็ทำตามกติกา เรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันหรอก แค่คุยกันคนละทีสองที” ปกรณ์กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า คำพิพากษาของศาลปกครองค่อนข้างชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า ตนยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม แต่น่าจะชัดเจนอยู่ พร้อมปฏิเสธถึงประเด็นดังกล่าวว่ามีประเด็นการเมืองทำให้สับสน

The post เลขาฯ กฤษฎีกา แนะ รฟท.-กรมที่ดิน จับเข่าคุยเคลียร์ปัญหาที่ดินเขากระโดง ย้ำตามหลักการต้องยึดตามคำพิพากษา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กฤษฎีกายืนยัน ยังไม่เห็นโผรายชื่อ รมต.ใหม่ ชี้พิจารณาจริยธรรมตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/pakorn-confirmed-no-list-of-ministers/ Tue, 27 Aug 2024 03:01:14 +0000 https://thestandard.co/?p=975781 รายชื่อ รมต.ใหม่

วันนี้ (27 สิงหาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมก […]

The post เลขาฯ กฤษฎีกายืนยัน ยังไม่เห็นโผรายชื่อ รมต.ใหม่ ชี้พิจารณาจริยธรรมตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รายชื่อ รมต.ใหม่

วันนี้ (27 สิงหาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการส่งรายชื่อของพรรคการเมืองเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีว่า ตนยังไม่เห็น 

 

ส่วนการตรวจสอบรัฐมนตรีต้องมีความเข้มข้นในเรื่องอะไรหรือไม่ก็ต้องดูประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย และตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตั้งประเด็นมา ก็มีเท่านั้น

 

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ารัฐมนตรีบางคนมีคดีต่างประเทศจะต้องนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกากล่าวว่า ตนยังไม่แน่ใจว่าเขาจะส่งอะไรมา เพราะยังไม่เห็นรายชื่อ 

 

เมื่อถามย้ำว่า ได้วางหลักจริยธรรมกว้างแค่ไหน จะมีขอบเขตกำหนดไว้หรือไม่ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า ก็คงตามหลักคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนจะรวมถึงกรณีเคยสัญญาแล้วกลับคำ โกหก จะเข้าเงื่อนไขหรือไม่ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า ถ้าอย่างนั้นก็โดนกันหมดเลย ส่วนดูจากรายชื่อแล้วมีคนที่จะไม่รอดหรือไม่ ยืนยันว่ายังไม่เห็นรายชื่อ

The post เลขาฯ กฤษฎีกายืนยัน ยังไม่เห็นโผรายชื่อ รมต.ใหม่ ชี้พิจารณาจริยธรรมตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>