บ้านหรู Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บ้านหรู/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 05 Mar 2026 04:00:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 บ้านหลังละ 20 ล้านขึ้นไป มูลค่าโอนกว่า 4.6 หมื่นล้าน ทำไมตลาดระดับบนถึงไม่เคยเงียบ? [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/bangkok-luxury-homes-demand/ Thu, 05 Mar 2026 04:00:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1184363 ภาพบ้านหรูหลังใหญ่ แสดงถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในกรุงเทพฯ ที่มีมูลค่าการโอนสูงและกำลังซื้อแข็งแกร่ง

ตลาดบ้านหรูราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพมหานคร กำลังเข […]

The post บ้านหลังละ 20 ล้านขึ้นไป มูลค่าโอนกว่า 4.6 หมื่นล้าน ทำไมตลาดระดับบนถึงไม่เคยเงียบ? [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบ้านหรูหลังใหญ่ แสดงถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในกรุงเทพฯ ที่มีมูลค่าการโอนสูงและกำลังซื้อแข็งแกร่ง

ตลาดบ้านหรูราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพมหานคร กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่น่าจับตา เพราะถึงแม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังเต็มไปด้วยความผันผวน แต่กำลังซื้อระดับบนกลับไม่ได้ชะลอตัวตาม

 

ตัวเลขจากแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ชี้ชัดว่ากลุ่มผู้ซื้อระดับบนยังคงมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มนักธุรกิจที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัย, นักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในการปล่อยเช่า และชาวต่างชาติระดับผู้บริหารที่ต้องการที่พักอาศัยคุณภาพสูงในทำเลใจกลางเมือง

 

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีบ้านหรูเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น 9,810 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 482,690 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าตลาดนี้มีขนาดใหญ่และมีพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง สำหรับปีพ.ศ. 2568 มีอุปทานเปิดขายใหม่ 1,191 ยูนิต มูลค่ารวม 43,520 ล้านบาท ซึ่งปรับลดลงจากปีก่อนหน้าราวร้อยละ 20.49

 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้พัฒนาเริ่มบริหารความเสี่ยงด้วยการทยอยเปิดขาย มากกว่าการทุ่มเปิดตัวพร้อมกันหลายโครงการ

 

ทว่าเมื่อมองในฝั่งของความต้องการ ตัวเลขกลับสวนทาง ณ สิ้นปีพ.ศ. 2568 มีบ้านหรูที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 6,331 ยูนิต ขายไปแล้ว 3,895 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 61.52 ด้วยมูลค่าที่โอนกรรมสิทธิ์ถึง 46,734 ล้านบาท สูงกว่าทุกช่วงราคาในตลาดบ้านจัดสรรกรุงเทพฯ อย่างมีนัยสำคัญ

 

ตัวเลขนี้ยืนยันว่ากำลังซื้อระดับบนยังคงแข็งแกร่ง และตลาดบ้านหรูเป็นเซกเมนต์ที่ขับเคลื่อนมูลค่าของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง

 

ภาพบ้านหรูหลังใหญ่ แสดงถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในกรุงเทพฯ ที่มีมูลค่าการโอนสูงและกำลังซื้อแข็งแกร่ง 2

 

ใครคือผู้นำตลาดบ้านหรู

 

ข้อมูลจากคอลลิเออร์ส ประเทศไทย ณ สิ้นปีพ.ศ. 2568 ระบุว่า เอสซี แอสเสท ครองส่วนแบ่งตลาดบ้านหรูระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปมากที่สุด ด้วยสัดส่วนร้อยละ 15.70 ของอุปทานทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการขาย ตามมาด้วย เอพี ไทยแลนด์ ที่ร้อยละ 10.64, แสนสิริ ร้อยละ 8.34, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ร้อยละ 6.50 และ สิงห์ เอสเตท ร้อยละ 4.72 

 

ยิ่งไปกว่านั้น เอสซี แอสเสท ยังสร้างมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรในระดับราคาดังกล่าวได้สูงเกือบ 10,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 21 ของมูลค่าการโอนรวมทั้งตลาด

 

ปัจจัยที่ทำให้ เอสซี แอสเสท ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ มาจากหลายมิติที่ทำงานร่วมกัน ทั้งยอดขายที่แข็งแกร่ง การออกแบบบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าระดับบนได้อย่างตรงจุด และคุณภาพงานก่อสร้างที่สร้างความเชื่อมั่น รวมถึงการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายที่ต่อเนื่อง จนเกิดการบอกต่อในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงอย่างเป็นธรรมชาติ

 

เป็นที่น่าสนใจว่ากลุ่มผู้ซื้อบ้านหรูในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสุทธิสูง (HNWIs) รุ่นอาวุโส แต่ยังรวมถึง ‘เศรษฐีรุ่นใหม่’ อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปที่ประสบความสำเร็จเร็ว บางส่วนซื้อบ้านเพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการทำคอนเทนต์ จัดงานปาร์ตี้ หรือเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาว 

 

ขณะที่ตลาดเช่ายังให้ผลตอบแทนน่าสนใจ โดยค่าเช่าบ้านหรูในระดับนี้อยู่ระหว่าง 200,000-1,000,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีผลตอบแทนสูงและได้รับความสนใจจากนักลงทุนในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าดังกล่าวยังคงมีความต้องการที่ซ่อนตัวอยู่ในตลาด และยังมีการกระจายตัวในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งสามารถมองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดนี้ในอนาคต เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับหรูยังคงสูงและมีแนวโน้มขยายตัวต่อไปในอนาคต

 

ภาพบ้านหรูหลังใหญ่ แสดงถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในกรุงเทพฯ ที่มีมูลค่าการโอนสูงและกำลังซื้อแข็งแกร่ง 3

 

ทำเลและต้นทุนที่กำหนดเกมการแข่งขัน

 

‘ทำเล’ ยังคงเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจซื้อบ้านหรู คอลลิเออร์สพบว่าพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ ราชพฤกษ์, ปิ่นเกล้า, บรมราชชนนี, เพชรเกษม-กาญจนาภิเษก, บางนา, พระราม 9, รามอินทรา และกรุงเทพกรีฑา ซึ่งล้วนเป็นทำเลที่เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวก มีโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างก้าวหน้า และอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า

 

ขณะเดียวกัน ต้นทุนการพัฒนาก็ปรับตัวสูงขึ้นทุกด้าน ราคาที่ดินในทำเลเด่นของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5-10 ต่อปี ค่าแรงในอุตสาหกรรมก่อสร้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 8-12 จากปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือ 

ส่วนค่าก่อสร้างบ้านหรูขนาด 300 ตารางเมตร อยู่ที่ประมาณ 35,000-40,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งสูงกว่าบ้านระดับราคาปกติที่อยู่ราว 20,000-25,000 บาทต่อตารางเมตร

 

ภาพบ้านหรูหลังใหญ่ แสดงถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในกรุงเทพฯ ที่มีมูลค่าการโอนสูงและกำลังซื้อแข็งแกร่ง 4

 

ราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องยังส่งผลให้บ้านในเซกเมนต์นี้มีแนวโน้มตั้งอยู่บนที่ดินขนาดเล็กลง แต่ถูกออกแบบเป็นทรงสูงขึ้นเพื่อรักษาพื้นที่ใช้สอยให้ครบครัน 

 

โดยบ้านเดี่ยวระดับนี้ส่วนใหญ่พัฒนาบนที่ดินขนาด 60-300 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 300-1,365 ตารางเมตร ในบางทำเลราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 30 ล้านบาท และอาจสูงถึง 80 ล้านบาทหรือมากกว่า

 

สนามแข่งขันปี 2569 วัดกันที่คุณค่า

 

คอลลิเออร์ส ประเทศไทย คาดการณ์ว่าตลาดบ้านหรูราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปในปีพ.ศ. 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการขยายตัวของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง การส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่น (Wealth Transfer) รวมถึงนักลงทุนที่มองเห็นศักยภาพของตลาดเช่าที่ยังให้ผลตอบแทนดี

 

ด้านผู้พัฒนารายใหญ่ก็ยังคงเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่จะเน้นบริหารจังหวะการเปิดขายและเลือกทำเลอย่างรอบคอบมากขึ้น

 

ภาพบ้านหรูหลังใหญ่ แสดงถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในกรุงเทพฯ ที่มีมูลค่าการโอนสูงและกำลังซื้อแข็งแกร่ง 5

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือเกณฑ์ในการตัดสินใจของผู้ซื้อ ปีพ.ศ. 2569 จะเป็นปีที่ ‘คุณภาพ’ การออกแบบ ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และ ‘ความเป็นส่วนตัว’ กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญ การแข่งขันในตลาดนี้จึงเปลี่ยนทิศจากการวัดกันที่ปริมาณ ไปสู่การวัดกันที่คุณค่าและความแตกต่างของแต่ละโครงการ

 

ท่ามกลางสนามแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ผู้พัฒนาที่จะยืนอยู่แถวหน้าได้ คือผู้ที่เข้าใจว่าลูกค้าระดับบนต้องการอะไร และส่งมอบสิ่งนั้นได้อย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่การออกแบบที่มีเอกลักษณ์, งานก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงบริการหลังการขายที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองได้ลงทุนกับสิ่งที่คุ้มค่า ซึ่งนี่คือเกมที่ เอสซี แอสเสท กำลังเดินอยู่

The post บ้านหลังละ 20 ล้านขึ้นไป มูลค่าโอนกว่า 4.6 หมื่นล้าน ทำไมตลาดระดับบนถึงไม่เคยเงียบ? [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มที่เพนซิลเวเนียในราคากว่า 354.7 ล้านบาท https://thestandard.co/hadid-selling-pennsylvania-farm/ Mon, 20 Oct 2025 01:59:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1132603 Yolanda Hadid

Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มบนที่ดินขนาด 32 เอเคอร์ […]

The post Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มที่เพนซิลเวเนียในราคากว่า 354.7 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Yolanda Hadid

Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มบนที่ดินขนาด 32 เอเคอร์ในเพนซิลเวเนียที่เธออาศัยอยู่นานหลายปี โดยตั้งราคาเอาไว้ที่ 10.9 ล้านดอลลาร์ หรือราว 354.7 ล้านบาท

 

Yolanda Hadid ซื้อบ้านหลังนี้ในราคา 4 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2017 ในช่วงมรสุมชีวิตที่เธอหย่าร้างกับสามีคนที่ 2 อย่าง David Foster หลังคบหากันเป็นเวลา 9 ปี และใช้ชีวิตแต่งงานร่วมกัน 4 ปี พร้อมกับต่อสู้กับโรคไลม์ (Lyme Disease) ที่เธอได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้พร้อมกับลูกๆ Bella และ Anwar Hadid

 

เธอตัดสินใจย้ายถิ่นฐานจากแคลิฟอร์เนียตอนใต้ไปใช้ชีวิตที่มีความสงบและใกล้ชิดกับธรรมชาติที่บ้านหลังดังกล่าว ในพื้นที่ชนบทแห่งเพนซิลเวเนียใกล้เมือง New Hope ที่ซึ่งเธอได้ปลูกทุ่งลาเวนเดอร์สำหรับการทำน้ำมันหอมระเหย ดูแลสัตว์ต่างๆ ที่เธอรัก ไปจนถึงนั่งสมาธิล้อมวงแท่งคริสตัล

 

หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านฟาร์มเป็นเวลา 8 ปี Yolanda Hadid พร้อมใช้ชีวิตในที่แห่งใหม่อีกครั้ง โดยเธอขายบ้านที่ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ไว้เสร็จสรรพพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งเอาไว้อย่างดีออกสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในราคา 10.9 ล้านดอลลาร์ ภายในพื้นที่ 32 เอเคอร์นี้ มีทั้งบ้านหลังหลักที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงยุค 1800
อันประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และห้องทานข้าวที่เชื่อมไปถึงห้องครัวที่มาพร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ นอกจากนั้นยังมีสระว่ายน้ำ โรงนาที่ได้รับการดัดแปลงเพื่อการใช้สอย บ้านหลังแยก 2 ชั้นที่มีห้องต่างๆ ครบครัน กับบ้านพักรับแขก 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำอีก 2 หลัง

 

ภาพ: Keith Conrey / Yolanda Hadid

อ้างอิง:

The post Yolanda Hadid ประกาศขายบ้านฟาร์มที่เพนซิลเวเนียในราคากว่า 354.7 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ประกอบการอสังหาฯ แห่รุกตลาดบ้านหรู 25 – 100 ล้านบาท ความหวังหรือระเบิดเวลา จากดีมานด์จำกัด 800 ยูนิตต่อปี https://thestandard.co/high-end-housing-market-risk/ Mon, 29 Sep 2025 08:08:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1124300 ตลาดบ้านหรู

ตลาดบ้านหรูระดับราคา 25–100 ล้านบาท กลายเป็น ‘ทางรอด’ ส […]

The post ผู้ประกอบการอสังหาฯ แห่รุกตลาดบ้านหรู 25 – 100 ล้านบาท ความหวังหรือระเบิดเวลา จากดีมานด์จำกัด 800 ยูนิตต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดบ้านหรู

ตลาดบ้านหรูระดับราคา 25–100 ล้านบาท กลายเป็น ‘ทางรอด’ สำหรับผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 – 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากการอิ่มตัวของ ‘ตลาดแมส’ และกำลังซื้อที่ถดถอยลง จากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้ผู้พัฒนาขนาดกลางและผู้เล่นรายใหม่จำนวนมากกระโดดเข้ามาลงสนามเพื่อช่วงชิงโอกาส จากอัตรากำไรของบ้านหรูที่สูงมาก และจับตลาดผู้ซื้อกลุ่มบนที่มีศักยภาพทางการเงินมั่นคง

 

สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) มองว่า ตลาดบ้านหรูเต็มไปด้วยโอกาสที่มาพร้อมกับความเสี่ยง พร้อมโจทย์ที่ท้าทายกว่าตลาดแมส หากผู้พัฒนาลงมาเล่นในสนามโดยขาดกลยุทธ์และความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า จากโอกาสทำกำไรกับกลุ่มลูกค้าระดับบน อาจกลายเป็น ‘ระเบิดเวลา’ เสี่ยงทุนจมจนสภาพคล่องหาย

 

ตลาดบ้านหรู โอกาสหรือความเสี่ยง?

 

การพัฒนาโครงการบ้านหรูระดับราคา 25-100 ล้านบาทขึ้นไป ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในปี 2568-2569 เริ่มมีแนวโน้มที่นักพัฒนาขนาดกลางและรายใหม่เข้ามาลงสนามนี้มากขึ้น ด้วยเหตุผลว่าตลาดแมสมีการแข่งขันสูงและมีกำลังซื้ออ่อนลง ขณะที่บ้านหรูมีอัตรากำไรสูงกว่า ลูกค้ากลุ่มบนมีภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจดีกว่า แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าไม่วางแผนอย่างรอบคอบ บ้านหรูก็อาจกลายเป็น ‘กับดักของความหวัง’ ที่ใช้ต้นทุนสูง เสี่ยงสูง และหมุนทุนได้ช้า

 

แม้บ้านหรูจะดูน่าสนใจ แต่ตลาดนี้ไม่ใช่ตลาดเปิดกว้างแบบบ้านระดับกลาง โดยดีมานด์มีลักษณะเฉพาะเจาะจงมาก เช่น ผู้ซื้อส่วนใหญ่ซื้อด้วยเงินสด มองหาคุณภาพชีวิต ไม่ใช่แค่ขนาดพื้นที่ ต้องการความเป็นส่วนตัว และความมีเอกลักษณ์ ในขณะที่ซัปพลายจากนักพัฒนา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายทำเล ทำให้เริ่มเกิดภาวะล้นตลาดเฉพาะจุด

 

เพื่อให้เห็นปริมาณความต้องการบ้านหรูในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ข้อมูลระบุว่ายอดขายบ้านหรูที่มีระดับราคา 25 – 100 ล้านบาทขึ้นไป อยู่ที่ประมาณ 700 – 800 ยูนิตต่อปี หรือเท่ากับ 8-10% ของยอดขายบ้านเดี่ยวทั้งหมด ซึ่งเมื่อพิจารณาในเชิงสัดส่วนตามระดับราคา สามารถจำแนกได้ดังนี้

 

  • ระดับราคา 25-50 ล้านบาท มีสัดส่วนสูงสุดที่ 7.9%
  • ระดับราคา 50-75 ล้านบาท อยู่ที่ 1.5%
  • ระดับราคา 75-100 ล้านบาท อยู่ที่ 0.4%
  • ระดับราคา 100 ล้านบาท ขึ้นไป มีเพียง 0.3% ของยอดขายบ้านเดี่ยวทั้งหมด

 

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แตกต่างกันอย่างมากในแต่ละกลุ่มราคา โดยตลาดส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในบ้านหรูระดับ 25-50 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มบ้านราคาสูงเกิน 75 ล้านบาทขึ้นไปมีความต้องการค่อนข้างจำกัด ดังนั้นการเข้ามาผิดที่ผิดทางโดยไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านการขายและผลตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามคาด 

 

บ้านหรู ทำเลไหนดี ทำเลไหนแย่ 

 

หากพิจารณาในแต่ละระดับราคา พบว่าความต้องการบ้านหรู มีความแตกต่าง กันอย่างชัดเจน โดยสามารถสรุปทำเลที่มียอดขายสูงและทำเลที่มีบ้านเหลือ ขายมากที่สุดได้ดังนี้

 

  • ระดับราคา 25-50 ล้านบาท ทำเลที่มียอดขายสูง คือ โซนพุทธมณฑล เพชรเกษม กรุงเทพกรีฑา-พัฒนาการ และบางนา-ตราด  และเหลือขายมากที่สุดคือ โซนตลิ่งชัน คลองลัดมะยม บางนา วงแหวน บางแวก และพุทธมณฑล
  • ระดับราคา 50-75 ล้านบาท ทำเลที่มียอดขายสูง คือ โซนกรุงเทพกรีฑา-พัฒนาการ พุทธมณฑล เพชรเกษม และสาทร-พระราม 3 และเหลือขายมากที่สุดคือ โซนบางนา-ตราด กรุงเทพกรีฑา-พัฒนาการ และดอนเมือง-วิภาวดี
  • ระดับราคา 75-100 ล้านบาท ทำเลที่มียอดขายสูง คือ โซนบางนา-ตราด พัฒนาการ-พระราม 9  และสีลม-สาทร และเหลือขายมากที่สุด คือ โซนกรุงเทพกรีฑา-พัฒนาการ บางนา-ตราด และดอนเมือง-วิภาวดี
  • ระดับราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป ทำเลที่มียอดขายสูง คือ โซนพัฒนาการ กรุงเทพกรีฑา และเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา และเหลือขายมากที่สุด คือ โซนราชพฤกษ์ และกรุงเทพกรีฑา

 

ในแต่ละโซนอาจมีทั้งระดับราคาที่ขายดีที่สุด และเหลือขายมากสุด อาจมีการซ้ำกันในโซนเดียวกัน ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่มาก การแข่งขันที่สูง และบ้านเหลือขายจำนวนมาก การที่มียอดขายที่ดี แต่เหลือขายมากในโซนเดียวกัน อาจทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง และอาจนำไปสู่สงครามลดราคา

 

ทำเลเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดของการพัฒนาบ้านหรู ซึ่ง “ทำเลดี” สำหรับบ้านหรู ไม่ได้แปลว่าใกล้รถไฟฟ้าหรือศูนย์การค้าเสมอไป แต่ต้องมีลักษณะพิเศษ ดังนี้

  • ซอยเงียบ มีความเป็นส่วนตัว
  •  วิวธรรมชาติ หรือพื้นที่สีเขียวมาก 
  • ใกล้โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลชั้นนำ
  • ความมีชื่อเสียงของทำเลบ่งบอกสถานะ 

ในขณะเดียวกัน ทำเลที่ถูกมองว่าดี สำหรับคอนโด หรือบ้านระดับกลาง เช่น ย่านแนวรถไฟฟ้าที่แออัด อาจกลายเป็นทำเลแย่ สำหรับบ้านหรู เพราะไม่ตอบโจทย์ความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวที่ลูกค้าต้องการ

 

บ้านหรูไม่ใช่สินค้าสำหรับตลาดแมส ดังนั้นการเลือกผิด เช่น ทำเลไม่ตอบโจทย์ กลุ่มเป้าหมาย แบบบ้านไม่แตกต่างจากบ้านทั่วไป หรือ ราคาตั้งสูงเกินคุณค่า จะกลายเป็นระเบิดเวลา เพราะการปล่อยของไม่ได้ จะทำให้ทุนจม สภาพคล่องหาย และภาพลักษณ์แบรนด์เสียหาย แต่หากพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายจริงๆ ด้วยทำเล การออกแบบ และคุณค่าที่แท้จริง โครงการเหล่านี้จะเปล่งประกาย ได้เหมือนพลุที่จุดติดทันทีแม้ในช่วงตลาดเงียบ

 

บ้านหรูไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องปลอดภัยทุกสถานการณ์

 

เหนือไปกว่าจำนวนห้องนอน ห้องน้ำ และวัสดุที่หรูหรา บ้านหรูในยุคใหม่ ยังต้องมาพร้อมมาตรฐานด้านความแข็งแรงและการป้องกันภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างต้านแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว การเลือกใช้วัสดุทนทาน ต่อสภาพอากาศ ไปจนถึงระบบระบายน้ำที่ป้องกันน้ำท่วม สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ความหรูหราไม่ได้หมายถึงความงดงามภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงความมั่นใจว่าบ้าน จะคงคุณค่าและปลอดภัยในทุกสถานการณ์

 

เช่น ระบบหลังคากันแรงลม (Impact-Resistant Roofing) ต้านทานพายุและฝนตกหนัก วัสดุกันน้ำและกันเชื้อรา (Waterproof & Anti-Mold Materials) ป้องกันน้ำท่วมขังและความชื้น กระจกนิรภัยหลายชั้น (Laminated & Tempered Glass) ลดความเสี่ยงการแตกกระจาย คอนกรีตเสริมใยแก้ว (Fiber Reinforced Concrete – FRC) เพิ่มความยืดหยุ่นและต้านแรงสั่นสะเทือน เป็นต้น

 

กลยุทธ์ชนะใจลูกค้า ต้องเข้าใจลึก 5 มิติ

 

กลยุทธ์ที่จะทำให้นักพัฒนาบ้านหรูประสบความสำเร็จในปี 2568-2569 ความเข้าใจลึกคืออาวุธสำคัญ และการเลือกให้ถูกคือหัวใจของเกม ผู้ที่ตัดสินใจได้แม่นยำเท่านั้นที่จะยืนอยู่เหนือการแข่งขันและสร้างความสำเร็จได้

ทั้งนี้ความเข้าใจลึก ไม่ใช่แค่ตามเทรนด์ แต่ต้องมีความเข้าใจ “ความต้องการเฉพาะของลูกค้าเฉพาะ” อย่างลึกซึ้งในทุกมิติ ได้แก่

 

1.ออกแบบบ้านให้สามารถปรับแต่งได้ (Customizable) เพื่อตอบโจทย์รสนิยมเฉพาะของลูกค้า 2.ใช้วัสดุหายากหรือการนำเข้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ 3.จัดตั้งทีมดูแลหลังการขายระดับพรีเมียมที่ให้บริการเหนือความคาดหมาย 4.สร้างเรื่องเล่าของโครงการเพื่อสื่อสารถึงความเป็นเอกลักษณ์และคุณค่าของแบรนด์ 5.การเลือกทำเลเฉพาะที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เช่น ย่านที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ โซนใกล้สนามกอล์ฟ หรือพื้นที่ที่มีคุณค่า ในฐานะที่ดินผืนหายาก ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ความพิเศษและเพิ่มมูลค่า  ให้โครงการในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดบ้านหรูในปี 2568-2569 ไม่ใช่ตลาดที่ทุกคนสามารถเข้ามาได้ และไม่ใช่สนามที่ปราศจากความเสี่ยง หากผู้พัฒนามีข้อมูลชัดเจน เข้าใจลูกค้า รู้จักทำเล และสามารถสร้างคุณค่าที่แท้จริง โครงการจะเปล่งประกายราว กับดอกไม้ไฟที่ส่องแสงกลางค่ำคืนอันเงียบสงบ แต่ในทางกลับกัน หากก้าวเข้าสู่ตลาดโดยขาดกลยุทธ์ พึ่งพาเพียงภาพฝัน บ้านหรูอาจกลายเป็น ระเบิดเวลา ที่รอวันสะท้อนความเสียหายในงบการเงิน

The post ผู้ประกอบการอสังหาฯ แห่รุกตลาดบ้านหรู 25 – 100 ล้านบาท ความหวังหรือระเบิดเวลา จากดีมานด์จำกัด 800 ยูนิตต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พันธมิตรแกร่ง! SCB เชื่อมั่น SC สนับสนุนวงเงินกว่า 17,600 ล้านบาท พัฒนา 17 โครงการบ้าน-คอนโดหรู ตอกย้ำผู้นำอสังหาพรีเมียม ไตรมาส 3 ลุยเปิด ‘SONLE RESIDENCES’ บ้านหรู เริ่มต้น 260 ล้าน Flagship แห่งปี https://thestandard.co/scb-scasset-luxury-home/ Tue, 24 Jun 2025 05:18:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1088379 scb-scasset-luxury-home

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ตอกย้ำบทบาทพันธมิตรทางการเงินเชิ […]

The post พันธมิตรแกร่ง! SCB เชื่อมั่น SC สนับสนุนวงเงินกว่า 17,600 ล้านบาท พัฒนา 17 โครงการบ้าน-คอนโดหรู ตอกย้ำผู้นำอสังหาพรีเมียม ไตรมาส 3 ลุยเปิด ‘SONLE RESIDENCES’ บ้านหรู เริ่มต้น 260 ล้าน Flagship แห่งปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
scb-scasset-luxury-home

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ตอกย้ำบทบาทพันธมิตรทางการเงินเชิงกลยุทธ์ของ SC Asset ด้วยการสนับสนุนวงเงินรวมกว่า 17,600 ล้านบาท ครอบคลุม 17 โครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมของกลุ่มบริษัทในเครือ SC Asset โดยแบ่งเป็น 9 โครงการที่เปิดขายและโอนในปัจจุบัน 3 โครงการใหม่ในปี 2568 และอีก 5 โครงการในแผนอนาคตปี 2569 เป็นต้นไป ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวของ SC Asset พร้อมสร้างคุณค่าให้กับตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวม อีกทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยพาณิชย์ในฐานะผู้นำตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความท้าทายและส่งผลต่อภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย แต่ธนาคารก็ยังเห็นโอกาสของลูกค้าในเซกเมนต์ที่ยังมีศักยภาพ ได้แก่ กลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่ง ซึ่งยังคงมองหาสินทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ SC Asset และกลุ่มบริษัทในเครือ รวมมูลค่า 17,600 ล้านบาท โดยเป็นการสนับสนุนอย่างรอบด้าน รูปแบบ Pre-finance ในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 17 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการที่อยู่อาศัยพร้อมขายและโอนกรรมสิทธิ์ในปัจจุบัน จำนวน 9 โครงการ 2. โครงการบ้านเดี่ยวที่เปิดตัวใหม่ในปี 2568 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขสวัสดิ์–พระราม 3, บางกอก บูเลอวาร์ด บรมฯ–สาย 4 และซันเล เรสซิเดนเซส (SONLE RESIDENCES) และ 3. โครงการที่อยู่อาศัยที่มีแผนจะเปิดตัวในอนาคตตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป จำนวน 5 โครงการ ซึ่งการสนับสนุนทางการเงินดังกล่าวยังเป็นการตอกย้ำการเป็นพันธมิตรที่ยาวนานและความมุ่งมั่นในการร่วมกันสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่ธุรกิจที่อยู่อาศัย

 

“การสนับสนุนทางการเงินแก่ SC Asset ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ทั้งด้านการจ้างงาน การกระจายรายได้ และการพัฒนาเมือง โดย SC Asset ถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีแนวทางการดำเนินงานสอดคล้องกับธนาคาร คือการมุ่งเน้นพัฒนาอย่างยั่งยืน และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยนวัตกรรมและคุณภาพที่เชื่อถือได้ ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังสะท้อนความเชื่อมั่นที่ธนาคารไทยพาณิชย์มีต่อ SC Asset มาอย่างต่อเนื่อง จากทั้งวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ ความสามารถในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ ความใส่ใจในการตอบโจทย์ลูกค้าทุกมิติ ความมุ่งมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืน ตลอดจนวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง โครงการที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้ ล้วนเป็นโครงการที่มีความน่าสนใจ ทั้งในแง่ของทำเล กลุ่มเป้าหมาย และแนวคิดการพัฒนา โดยเฉพาะ SONLE RESIDENCES ที่มีความพิเศษในฐานะโครงการเรือธงระดับ One-of-a-kind ของ SC Asset สะท้อนถึงความกล้าคิด กล้าทำ และยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยและวงการอสังหาฯ อย่างแท้จริง” กฤษณ์กล่าว

 

ด้าน ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า SC Asset ขอขอบคุณธนาคารไทยพาณิชย์ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุน SC Asset อย่างต่อเนื่องมากว่า 22 ปี ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นนี้ครอบคลุมทั้งการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพรวมกว่า 50 โครงการ ซึ่งกระจายอยู่ในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ สะท้อนถึงความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ที่มั่นคง และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนของ SC Asset

 

นอกจากนี้ SCB ยังมีบทบาทในการสนับสนุนลูกค้า SC Asset อย่างต่อเนื่อง ด้วยสิทธิประโยชน์และแคมเปญทางการเงินที่ช่วยให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพได้สะดวก คุ้มค่า และสร้างประสบการณ์ที่ดีในการเป็นเจ้าของบ้าน

 

SC Asset เชื่อมั่นในพลังของพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ชัดเจน และศักยภาพในการปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ SCB จะยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นจากธนาคารไทยพาณิชย์ยังสะท้อนผ่านการสนับสนุนโครงการไฮไลต์ SONLE RESIDENCES บ้านเดี่ยวระดับอัลตราลักชัวรี มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งเตรียมเปิดตัวไตรมาส 3 นี้ โดยบริษัทมั่นใจว่า SONLE RESIDENCES จะเป็น “flagship” แห่งปี สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดบ้านหรู และตอกย้ำจุดแข็งในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจลูกค้าระดับบนอย่างแท้จริงด้วยราคาต่อยูนิต 260-400 ล้านบาท

 

ในปี 2568 SC Asset เดินหน้ารุกตลาดเต็มกำลัง เปิดตัว 15 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 29,000 ล้านบาท ชูจุดแข็งด้านทำเล นวัตกรรม และคุณภาพ เดินเกมรุกสู่ตลาดบนอย่างมั่นใจ เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ผู้นำบ้านเดี่ยวพรีเมียมอันดับหนึ่ง

 

[PR NEWS]

The post พันธมิตรแกร่ง! SCB เชื่อมั่น SC สนับสนุนวงเงินกว่า 17,600 ล้านบาท พัฒนา 17 โครงการบ้าน-คอนโดหรู ตอกย้ำผู้นำอสังหาพรีเมียม ไตรมาส 3 ลุยเปิด ‘SONLE RESIDENCES’ บ้านหรู เริ่มต้น 260 ล้าน Flagship แห่งปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐกิจซบแต่บ้านหรูเฟื่องฟู! คนไทยกำลังซื้อสูงยังนิยมซื้อบ้าน 10-30 ล้านบาท ยึดทำเลทอง กทม.-ปริมณฑล https://thestandard.co/thai-luxury-housing-market-booms-amid-slow-economy/ Sat, 21 Jun 2025 04:35:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1087483 บ้านหรู

ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ระบุว่า ตลาดบ้านในเขตกรุงเทพฯและปร […]

The post เศรษฐกิจซบแต่บ้านหรูเฟื่องฟู! คนไทยกำลังซื้อสูงยังนิยมซื้อบ้าน 10-30 ล้านบาท ยึดทำเลทอง กทม.-ปริมณฑล appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านหรู

ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ระบุว่า ตลาดบ้านในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่มีระดับราคาระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป ยังมีกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงต้องการอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเกณฑ์สินเชื่อที่ยังเข้มงวด 

 

สำหรับ 5 ประเด็นหลักๆ ที่สะท้อนการเติบโตของตลาดบ้านหรู เริ่มตั้งแต่ 

 

  1. กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง (High Net Worth และ Ultra Affluent) ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด โดยเฉพาะบ้านช่วงราคา 10-30 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นกว่า 75% ของยอดขายใหม่

 

  1. อุปทานเติบโตต่อเนื่อง จำนวนยูนิตบ้านหรูเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตั้งแต่ปี 2562 โดยล่าสุดอยู่ที่กว่า 37,000 ยูนิต โดยมีทำเลเด่นคือฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

  1. การขยายตัวของทำเลรอบนอก พื้นที่โซนตะวันออก เช่น กรุงเทพกรีฑา พระราม 9 และลาดกระบัง เป็นที่นิยมจากทั้งผู้พัฒนาและผู้ซื้อ ด้วยความสะดวกด้านคมนาคมและขนาดที่ดินที่รองรับบ้านขนาดใหญ่

 

  1. กลุ่ม Ultra Luxury ยังเป็นตลาดเฉพาะ บ้านราคาสูงกว่า 70 ล้านบาทมีสัดส่วนน้อยกว่า 5% ของอุปทานใหม่ แต่มีอัตราการขายสูงถึง 84% สะท้อนถึงความต้องการจากกลุ่มลูกค้าเฉพาะทางที่มีศักยภาพสูง

 

  1. แนวโน้มตลาด คาดว่าจะทรงตัวถึงการขยายตัวอย่างระมัดระวัง โดยขับเคลื่อนจากความต้องการที่อยู่อาศัยจริง ขณะเดียวกันผู้พัฒนาโครงการปรับกลยุทธ์ด้วยการเน้นทำเลศักยภาพและการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม

 

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าฝ่ายที่อยู่อาศัยของไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ย้ำว่าการออกแบบสินค้าที่แตกต่างและตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของตลาดบ้านหรูได้ในระยะยาว

The post เศรษฐกิจซบแต่บ้านหรูเฟื่องฟู! คนไทยกำลังซื้อสูงยังนิยมซื้อบ้าน 10-30 ล้านบาท ยึดทำเลทอง กทม.-ปริมณฑล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีมานด์ตลาดรับสร้างบ้านหรูยังโตต่อเนื่องจากกลุ่มเศรษฐีและนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยเฉพาะบ้านราคา 20-30 ล้านบาท https://thestandard.co/luxury-housing-market-thailand-growth/ Thu, 20 Feb 2025 08:56:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1044152 บ้านหรู

อเรย์ โฮมบิลเดอร์ (ARRAY HOME BUILDER) เผยดีมานด์ตลาดรั […]

The post ดีมานด์ตลาดรับสร้างบ้านหรูยังโตต่อเนื่องจากกลุ่มเศรษฐีและนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยเฉพาะบ้านราคา 20-30 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
บ้านหรู

อเรย์ โฮมบิลเดอร์ (ARRAY HOME BUILDER) เผยดีมานด์ตลาดรับสร้างบ้านหรูยังต้องการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะบ้านในระดับราคา 20-30 ล้านบาท กลุ่มเศรษฐีใหม่และเศรษฐีภูธรยังขยายตัวต่อเนื่อง นำเสนอรูปแบบบริการ One Stop Service ภายใต้คอนเซปต์ Art for Living, Design for You ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า ตั้งเป้าปี 2568 รองรับงานสร้างบ้านลูกค้ามากกว่า 10 หลังต่อปี

 

ปริญญา ธนินถิรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อเรย์ โฮมบิลเดอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรับสร้างบ้านปี 2568 ยังคงเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ในบางเซ็กเมนต์ยังมองเห็นสัญญาณการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มตลาดรับสร้างบ้านหรูระดับราคา 20-30 ล้านบาท จากดีมานด์ของกลุ่มเศรษฐีคนรุ่นใหม่ (Young Millionaire) และนักธุรกิจรุ่นใหม่ อายุเฉลี่ย 30 ปีขึ้นไป ประสบความสำเร็จเร็วและเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งส่วนใหญ่นิยมซื้อหรือสร้างบ้านด้วยเงินสด โดยลูกค้ากลุ่มนี้ยังคงซ่อนตัวอยู่ในตลาดและพื้นที่ต่างจังหวัดอีกจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มรับสร้างบ้านหรู ปัจจุบันปรับเปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่ต้องการสร้างบ้านเพื่อเป็นที่พักอาศัย แต่ยังต้องการสร้างบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ ตัวตน และความสำเร็จของเจ้าของบ้านได้ ขณะเดียวกันยังต้องการฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งรองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ตอบทุกโจทย์ความต้องการของการใช้ชีวิต ตลอดจนการบริการหลังการขายที่ดี

 

ดังนั้นโอกาสของตลาดบ้านในระดับราคานี้ยังคงมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของกิจการธุรกิจในต่างจังหวัด ซึ่งใช้เครื่องมือออนไลน์เข้าถึงสินค้ามากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถขายสินค้าได้และเลือกที่จะสร้างบ้านในทำเลที่ตนเองประกอบธุรกิจ ซึ่งตัวเลขจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านระบุว่า ตลาดสร้างบ้านเอง ปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 211,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 24.37% มูลค่า 51,421 ล้านบาท และต่างจังหวัด 75.63% มูลค่า 159,579 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่า อเรย์ โฮมบิลเดอร์ สามารถรุกหาลูกค้าในพื้นที่ต่างจังหวัดเพิ่มเติมได้

 

ปริญญากล่าวด้วยว่า จากปัจจัยความต้องการของลูกค้าข้างต้น อเรย์ โฮมบิลเดอร์ มองเห็นความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ จึงตั้งเป้าจะขยายการบริการรับสร้างบ้านให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมที่จับเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมกันนี้ได้เดินหน้าพัฒนารูปแบบงานบริการสร้างบ้านที่ไม่เพียงแค่ดูหรูหราภายนอก แต่ต้องสร้างให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและเป็นพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจของเจ้าของบ้าน ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตามคอนเซปต์ Art for Living, Design for You ตอบโจทย์ตลาดใหม่ในกลุ่มบ้านระดับราคา 20-30 ล้านบาท

 

“เทรนด์ของคนรุ่นใหม่คือประสบความสำเร็จเร็วจากธุรกิจสมัยใหม่ (ออนไลน์) และมีไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง หลายคนมีมุมมองการสร้างบ้านเหมือนงานศิลปะที่ตนเองต้องการรังสรรค์ให้สวยงาม เป็นพื้นที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้าน เศรษฐีรุ่นใหม่บางคนสะสมงานศิลปะตั้งแต่อายุยังน้อยและนำมาเป็นผลงานตกแต่งบ้าน เป็นพื้นที่รองรับการทำคอนเทนต์ได้ด้วย หรือบางคนต้องการแบบบ้านที่มาพร้อมห้องเก็บเครื่องประดับ ห้องเก็บรองเท้าและกระเป๋าหรู บางคนต้องการพื้นที่กิจกรรมปาร์ตี้ รวมถึงห้องเวลเนสสำหรับผู้สูงอายุ เป็นห้องขนาดใหญ่ บริเวณกว้าง พยาบาลดูแลได้ตลอดคืน และห้องสำหรับสัตว์เลี้ยง”

 

ปัจจุบัน อเรย์ โฮมบิลเดอร์ พัฒนาขึ้นอีกระดับในทุกส่วน โดยลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่า ด้วยจุดแข็งของบริษัทผ่านการบริการแบบ One Stop Service ซึ่งจะมีตั้งแต่ก่อนก่อสร้าง การดูแลออกแบบ จัดทำแบบ หาสินเชื่อในวงเงินพิเศษเป็น 100% ของมูลค่าบ้าน และประสานงานหน่วยงานราชการ อีกทั้งยังเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ายิ่งขึ้นด้วย ARRAY CARE การบริการหลังเข้าอยู่

 

สำหรับแบบบ้านดีไซน์ใหม่ อเรย์ โฮมบิลเดอร์ เปิดตัวแบบบ้านใหม่ล่าสุด ราคาเริ่มต้นที่ 20-30 ล้านบาท ได้แก่ VILLADEL แบบบ้านพักกึ่งวิลล่าสไตล์โมเดิร์นสุดหรู, ASHELY-B แบบบ้านทึบนอกแต่โปร่งใน และ ASHLEY-C แบบบ้านโมเดิร์นลักชัวรีดีไซน์ใหม่ รวมถึงบ้านที่ออกแบบเฉพาะบุคคล (Exclusive Design) ขนาด 500-1,000 ตารางเมตร, 1,001-1,500 ตารางเมตร และ 1,501 ตารางเมตรขึ้นไป โดยมีค่าก่อสร้างบ้านเฉลี่ย 25,000-32,000 บาทต่อตารางเมตร

The post ดีมานด์ตลาดรับสร้างบ้านหรูยังโตต่อเนื่องจากกลุ่มเศรษฐีและนักธุรกิจรุ่นใหม่ โดยเฉพาะบ้านราคา 20-30 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มต้นชีวิตใหม่กับนิยาม ‘บ้านหลังใหญ่ระดับอัลตราลักชัวรี’ Crystal Solana https://thestandard.co/life/crystal-solana-ultra-luxury/ Wed, 04 Dec 2024 04:00:01 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1015146

อะไรที่ทำให้เราเลือกอยู่บ้านดีๆ สักหลัง   การเลือก […]

The post เริ่มต้นชีวิตใหม่กับนิยาม ‘บ้านหลังใหญ่ระดับอัลตราลักชัวรี’ Crystal Solana appeared first on THE STANDARD.

]]>

อะไรที่ทำให้เราเลือกอยู่บ้านดีๆ สักหลัง

 

การเลือกที่อยู่อาศัยที่ดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่การหาที่พักอาศัย แต่เป็นการสร้างคุณค่าให้กับชีวิตและเป็นรางวัลที่ล้ำค่าสำหรับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกโครงการระดับอัลตราลักชัวรี เรายิ่งต้องมีเหตุผลประกอบการตัดสินใจมากขึ้นไปอีก 

 

 

Crystal Solana โครงการระดับอัลตราลักชัวรีที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 31 ไร่ ยืนหนึ่งในฐานะผู้นำด้านบ้านหรูในประเทศไทยด้วยโลเคชันศักยภาพบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ทำเลที่สะดวกสบายใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าถึง 2 สาย และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยโครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองต่างๆ ทั่วโลก จนมาเป็นโครงการที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร 

 

 

ทำเลของบ้าน

 

นี่คือเหตุผลหลักที่หลายคนเลือกมาอยู่ในทำเลใหม่ที่ใช้ชีวิตสะดวกขึ้นบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม เป็นเพราะความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน และสถานีรถไฟฟ้า ทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว และง่ายดายมากยิ่งขึ้น

 

 

การออกแบบที่โดดเด่น

 

ถ้าคุณกำลังมองหาบ้านที่สะท้อนตัวตนและสไตล์ของคุณอย่างแท้จริง ดีไซน์ Luxury Contemporary ของที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยการออกแบบที่ลงตัวระหว่างความหรูหราและความร่วมสมัย ตัวบ้านออกแบบให้มีประตูและหน้าต่างสูงโปร่ง มีดับเบิลวอลุ่ม ทุกห้องสามารถมองเห็นสวนธรรมชาติสีเขียว เสริมการใช้ชีวิตแบบมีรสนิยม

 

 

จัดพื้นที่ภายในบ้านเหมาะกับไลฟ์สไตล์

 

Crystal Solana รังสรรค์พื้นที่ภายในบ้านให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ลงตัวทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง เช่น ห้องรับแขกขนาดใหญ่ และมุมปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำ ซึ่งมาพร้อมแบบบ้าน 4 ขนาดด้วยกัน คือ

 

  • Emeralda พื้นที่ใช้สอย 1,010 ตารางเมตร (ราคาเริ่มต้น 132 ล้านบาท) ตกแต่งแบบนิวยอร์กไลฟ์สไตล์ เน้นพื้นที่ใช้สอยจุดต่างๆ ขนาดใหญ่ มีลิฟต์โดยสาร สระว่ายน้ำ และยิมส่วนตัว
  • Perla พื้นที่ใช้สอย 748 ตารางเมตร (ราคาเริ่มต้น 115 ล้านบาท) การตกแต่งภายในได้แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์กรุงโรม ใช้หินสีขาว มีลิฟต์ส่วนตัว มีระเบียงขนาดใหญ่ ชมวิวได้อย่างอิสระ
  • Zafira พื้นที่ใช้สอย 690 ตารางเมตร (ราคาเริ่มต้น 111 ล้านบาท) ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากไลฟ์สไตล์ที่ลอนดอน ภายในเน้นความอบอุ่น โถงต้อนรับขนาดใหญ่ มีมุมอ่านหนังสือเป็นหลังคากระจก
  • Diamonte พื้นที่ใช้สอย 496 ตารางเมตร (ราคาเริ่มต้น 98 ล้านบาท) เป็นบ้าน 2 ชั้นที่ได้ห้องรับแขกสูงโปร่งแบบดับเบิลวอลุ่ม

 

 

Crystal Solana นำเสนอพื้นที่บ้านเริ่มต้นตั้งแต่ 490 ตารางเมตร ไปจนถึง 1,010 ตารางเมตร พร้อมดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง และยืดหยุ่น ซึ่งช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งหรือเพิ่มขนาดพื้นที่ได้ตามความต้องการ สามารถสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์ในแบบของคุณเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด

 

 

การเลือกวัสดุของตัวบ้านที่ดี

 

การเลือกวัสดุของตัวบ้านที่ดี ได้มาตรฐานระดับโลก เป็นจุดชูความแตกต่างและโดดเด่นในด้านความเป็นอัลตราลักชัวรี ตั้งแต่การใช้สี Sherwin-Williams, สุขภัณฑ์อาร์ติสต์ เอดิชันส์ ของ KOHLER ซึ่งเป็นโครงการเดียวที่เลือกใช้, หินอ่อนทราเวอร์ทีน (Travertine) และไลม์สโตน (Limestone) คัดพิเศษจากอิตาลี, ครัว Poggenpohl จากเยอรมนี และอีกมากมายที่สะท้อนนิยามความเป็นบ้านหรูได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

คลับเฮาส์ของโครงการที่เหมาะกับการพักผ่อน

 

Crystal Solana เป็นโครงการเดียวที่ได้รับรางวัลที่สุดของคลับเฮาส์ระดับนานาชาติ (Best International Residential Project – Amenity) จากงานประกวด Gold Nugget Awards ในสหรัฐอเมริกา มาพร้อมกับสวนและคลับเฮาส์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ เหมาะกับการพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่หลากหลาย เพราะมีทั้งสนามเทนนิสหญ้าเทียม, สระว่ายน้ำในร่ม, ยิม, ห้องสปา, ห้องซาลอน, ห้องโยคะ, ห้องประชุม และอีกมากมาย สะดวกครบครันสมบูรณ์แบบ

 

 

ได้สังคมที่มีระดับและปลอดภัย

 

สุดท้ายคือการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความเป็นส่วนตัว และปลอดภัย ด้วยการจัดแบ่งที่ดินออกเป็น 47 แปลง ซึ่งไม่มากจนเกินไป โครงการให้ความสำคัญกับการสร้างสังคมที่ดีและมีความปลอดภัย โดยมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย ทำให้ผู้พักอาศัยมั่นใจในความปลอดภัยและสบายใจในทุกๆ วัน

 

ใครที่สนใจสามารถดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ www.crystalsolana.com

The post เริ่มต้นชีวิตใหม่กับนิยาม ‘บ้านหลังใหญ่ระดับอัลตราลักชัวรี’ Crystal Solana appeared first on THE STANDARD.

]]>
50% ของคนอายุน้อยกว่า 30 ปี เปย์หนักกับบ้านหรูราคา 80-150 ล้านบาท ฟาก Pet Family อีกเทรนด์มาแรงที่อสังหาไทยต้องปรับตัว https://thestandard.co/young-buyers-luxury-homes-pet-friendly-trends/ Thu, 03 Oct 2024 13:30:14 +0000 https://thestandard.co/?p=991359

ใครว่า อสังหาไทย กำลังดิ่งเหว? งานเสวนา ‘เจาะเทรนด์ใหม่ […]

The post 50% ของคนอายุน้อยกว่า 30 ปี เปย์หนักกับบ้านหรูราคา 80-150 ล้านบาท ฟาก Pet Family อีกเทรนด์มาแรงที่อสังหาไทยต้องปรับตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใครว่า อสังหาไทย กำลังดิ่งเหว? งานเสวนา ‘เจาะเทรนด์ใหม่อสังหาฯ’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ‘งานเสวนากรุงเทพจตุรทิศ 2567 Property เจอหนี้ 10 ปี อสังหาฯ ไทยกลับไปไม่เหมือนเดิม’ ที่จัดขึ้นโดย prop2morrow เผยโอกาสทองท่ามกลางวิกฤตหนี้เสีย ด้วยการปรับตัวเข้าหาเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง

 

ไม่ว่าจะเป็น Super Young Gen กลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้ทรงอิทธิพล และ Pet Family ครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิก นี่คือการพลิกเกมครั้งสำคัญของวงการ อสังหาไทย

 

ลืมภาพคนซื้อบ้านวัย 40+ ไปได้เลย! ตอนนี้ Super Young Gen วัย Under 30 กำลังมาแรง แถมยังเปย์หนักกับบ้านหรูราคา 80-150 ล้านบาท! โดยลูกค้าที่ซื้อบ้านหรูในปัจจุบัน 80% เป็นคนอายุน้อยกว่า 40 ปี และในจำนวนนี้มีมากถึง 50% ที่อายุน้อยกว่า 30 ปี!

 

พวกเขาคือคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จจากโลกออนไลน์ มีไลฟ์สไตล์โดดเด่น และพร้อมลงทุนกับบ้านที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

 

SC Asset เผยผลวิจัยที่ทำการศึกษาถึง 2 ปีเต็มพบว่า จากข้อมูลที่ได้ทำให้เห็นว่าบ้านที่ทำอยู่วันนี้ และปัจจัยในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าจะไม่เหมือนเดิมแล้ว จากการใช้โซเชียลมีเดียและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ทำเล ซึ่งถือเป็น Old Value ที่อาจจะไม่ได้สำคัญที่สุดอีกต่อไป แต่ต้องการพื้นที่ที่ตอบโจทย์ Mind, Lifestyle, Health และ Well-being

 

ไม่ว่าจะเป็น My Space พื้นที่ส่วนตัว Connected Layout พื้นที่เชื่อมความสัมพันธ์ Passion Room ห้องสำหรับสะสมของ ‘Lifestyle Kitchen’ ครัวสำหรับสร้างคอนเทนต์ และระบบบ้านอัจฉริยะที่ช่วยอำนวยความสะดวก

 

นี่คือความท้าทายของผู้พัฒนาอสังหาที่ต้องปรับตัวให้ทันความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้โซเชียลมีเดียและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป การสร้างสรรค์บ้านที่แตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

 

ซึ่งหมายความว่า ผู้พัฒนาอสังหาต้องเข้าใจและเข้าถึงความต้องการของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่สร้างบ้าน แต่ต้องสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือกว่า

 

อีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงไม่แพ้กันคือ Pet Family ครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงเสมือนหนึ่งสมาชิกในครอบครัว เทรนด์นี้เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 10% สร้างมูลค่าตลาดกว่า 70,000 ล้านบาท! ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครอบครัวและค่านิยมในสังคม ที่สัตว์เลี้ยงกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

 

Major Development ผู้บุกเบิกคอนโดเลี้ยงสัตว์เผยว่า Pet Family คือโอกาสสำคัญ โดยพัฒนาคอนเซปต์จาก Pet Allowed สู่ Pet Friendly และ Pet Family ในที่สุด พร้อมยกระดับการอยู่อาศัยด้วยฟังก์ชันและบริการที่ตอบโจทย์ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนพื้นที่ส่วนกลาง, เทคโนโลยี และสิทธิพิเศษต่างๆ

 

การสร้าง Community สำหรับ Pet Family ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความผูกพันและความสุขในการอยู่อาศัย นี่คือการปรับตัวของผู้พัฒนาอสังหาที่มองเห็นศักยภาพของตลาด Pet Family ซึ่งในอนาคตอาจขยายไปสู่บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม, ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงบริการดูแลสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร

 

จาก Super Young Gen สู่ Pet Family วงการอสังหาไทยกำลังพลิกโฉมตัวเองเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่ นี่คือบทพิสูจน์ว่าวิกฤตอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่กล้าจะเปลี่ยนแปลงและมองหาสิ่งใหม่ๆ

 

คำถามคือ ผู้พัฒนาอสังหาจะสร้างสรรค์นวัตกรรมอะไรต่อไปเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ๆ ในอนาคต? เทคโนโลยีจะมีบทบาทอย่างไรในการยกระดับการอยู่อาศัย? และ ‘ความท้าทาย’ ครั้งต่อไปของวงการอสังหาไทยจะเป็นอย่างไร? คงต้องติดตามกันต่อไป!

The post 50% ของคนอายุน้อยกว่า 30 ปี เปย์หนักกับบ้านหรูราคา 80-150 ล้านบาท ฟาก Pet Family อีกเทรนด์มาแรงที่อสังหาไทยต้องปรับตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nirvana COLLECTION บ้านหรูระดับ Ultra Luxury โครงการใหม่ ทำเลดีที่สุดบนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ติดถนนใหญ่ ติดมอลล์ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/nirvana-collection-ultra-luxury/ Thu, 08 Jun 2023 10:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=799970

ทำไม ‘บ้านหรู’ ถึงเป็นที่หมายปองของนักลงทุนที่มีศักยภาพ […]

The post Nirvana COLLECTION บ้านหรูระดับ Ultra Luxury โครงการใหม่ ทำเลดีที่สุดบนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ติดถนนใหญ่ ติดมอลล์ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทำไม ‘บ้านหรู’ ถึงเป็นที่หมายปองของนักลงทุนที่มีศักยภาพสูง?

 

เพราะอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นหลุมหลบภัยที่ยอดเยี่ยมในยุคเงินเฟ้อ แม้ในช่วงตลาดขาลง ที่อยู่อาศัยก็ยังมีมูลค่า เพราะเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ ยิ่งลงทุนระยะยาว ยิ่งให้ผลตอบแทนสูง

 

อีกปัจจัยที่สำคัญก็คือตลาดของบ้านระดับ Luxury และ Ultra Luxury มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แน่นอนว่าเป็นตลาดที่ลูกค้ามีกำลังซื้อสูง แม้สถานการณ์วิกฤตอย่างช่วงโควิด-19 ตลาดก็ยังคึกคัก ทั้งยังสร้างผลตอบแทนแก่นักลงทุนได้ดี

 

หากอยากลงทุนในบ้านหรูให้ได้กำไรดี หัวใจสำคัญที่พลาดไม่ได้คือทำเลที่ดี จังหวะเวลาที่เหมาะสม และความใส่ใจในรายละเอียด รวมถึงการเลือก Developer ที่เชื่อถือได้ และมีความเข้าใจผู้อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury อย่างแท้จริง

 

ใครที่สนใจลงทุนในบ้านหรู ไม่ว่าโจทย์ของคุณจะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือเก็บสะสมไว้เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จังหวะนี้คือจังหวะที่คุณไม่ควรพลาดในการจับจองเป็นเจ้าของบ้านเดี่ยวสุดหรู Nirvana COLLECTION ที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 54 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 80-150 ล้านบาท

 

 

ทำเลศักยภาพแห่งกรุงเทพฯ ตะวันออก

 

Nirvana COLLECTION คือโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury เป็นโครงการเรือธง (Flagship) ของบริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD ที่รวมเอาสิ่งที่ดีที่สุดมาไว้ด้วยกัน และยังถือเป็นโครงการที่ถูกยกระดับความหรูหราที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

ที่สุดแรกคือเรื่องของ ‘ทำเล’ โครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ติดถนนใหญ่ ในสังคมเอ็กซ์คลูซีฟ เพียง 54 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 32 ไร่

 

นอกจากโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ที่มีศักยภาพที่ดินสูงในมุมของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์แล้ว ลูกบ้านยังใช้ชีวิตได้สะดวกสบาย เพราะมี Lifestyle Community ขนาดใหญ่อยู่หน้าบ้านอีกด้วย พูดง่ายๆ คือเป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่ติดถนนใหญ่และติดมอลล์ ซึ่งโครงการหมู่บ้านในปัจจุบันที่มีทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพแบบนี้หาไม่ได้แล้ว

 

Lifestyle Community ของเนอวานามีชื่อว่า ‘Nirvana Porch’ เป็นมอลล์ขนาดใหญ่ ที่มีครบทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมกว่า 1,500 ตารางเมตร ร้านอาหารชั้นนำกว่า 19 ร้าน ศูนย์บริการเพื่อสุขภาพและฟิตเนสกว่า 1,250 ตารางเมตร และร้านค้าต่างๆ อีกมากมาย พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ซึ่งทางเนอวานาตั้งใจพัฒนา Lifestyle Community เมกะโปรเจกต์ที่เนอวานามีแผนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบโครงการ บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ที่จะทำให้ย่านกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่นี้มีสีสันและตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ทั้งนี้ Nirvana COLLECTION ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่

 

 

ถ้าพูดถึงเรื่องการเดินทาง ต้องบอกว่าทำเลนี้แสนสะดวก เพราะหน้าโครงการอยู่ติดถนนสายสำคัญที่เชื่อมสู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ อย่างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า และเชื่อมต่อสู่พื้นที่ธุรกิจย่านพระราม 9 ได้อย่างง่ายดาย ผ่านการใช้เส้นทางด่วนถนนพระราม 9 หรือรถไฟฟ้าที่มีให้บริการถึง 3 สาย ได้แก่ Airport Link, สายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง และสายสีส้ม บางขุนนนท์-มีนบุรี

 

นอกจากนี้ย่านกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ยังตอบโจทย์การอยู่อาศัยและรองรับการใช้ชีวิตในอนาคต เพราะทำเลนี้รายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติชื่อดังถึง 4 แห่ง รวมถึงโรงพยาบาลชั้นนำ สนามกอล์ฟขนาดใหญ่ 2 แห่ง และนอกจาก Nirvana Porch แล้ว ยังมีไลฟ์สไตล์มอลล์ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างเช่น Market Place, The Park และ Kurve 7 อีกด้วย

 

ด้วยความที่เป็นทำเลศักยภาพสูง เมื่อสำรวจรายชื่อของโครงการที่อยู่อาศัยในย่านนี้ จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นบ้านระดับ Luxury ขึ้นไป แต่หลายๆ โครงการไม่ได้อยู่ติดถนนสายหลัก ต้องเข้าซอยหรือถนนภาระจำยอม นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Nirvana COLLECTION เป็นบ้านหรูที่น่าลงทุน และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

 

 

บ้านที่เป็นมากกว่าของสะสมที่มีค่า

 

Nirvana COLLECTION คือโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรู ดีไซน์ในคอนเซปต์ The Art of an Indulgent Life สร้างสรรค์บ้านในสไตล์ของอาร์ตแกลเลอรีชั้นสูง ที่ตกแต่งด้วยวัสดุที่ดีที่สุดระดับงานไฟน์อาร์ต เพื่อการเก็บสะสมของชิ้นสำคัญที่มีทั้งมูลค่าและคุณค่าทางจิตใจ เพื่อตอบสนองแพสชันของกลุ่มลูกค้าระดับ Ultra Luxury ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความสำเร็จและมีของสะสมมากมายไม่รู้จบ

 

 

นอกจากของสะสมอันมีค่าที่จะถูกจัดเรียงเป็นอาร์ตแกลเลอรีที่สวยงามแล้ว ฟังก์ชันต่างๆ ภายในบ้านยังถูกออกแบบเพื่อประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีที่สุดของสมาชิกทุกเจเนอเรชันในครอบครัว เพื่อสร้างโมเมนต์ที่มีค่า และเก็บเป็นความประทับใจของครอบครัวที่ชื่นชมได้ทุกเวลา

 

แม้ว่าโครงการนี้จะอยู่ติดถนนใหญ่ แต่มีการออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัว (Privacy) สูงที่สุด ตั้งแต่ทางเข้าโครงการที่เป็น Double Gate Entrance พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแบบเอ็กซ์คลูซีฟ มีการแยกโซนระหว่างคลับเฮาส์ ‘The Collection Club’ กับโซน Residence ที่พักอาศัยของลูกบ้าน รวมถึงการออกแบบบ้านที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง ภายในบ้านเสมือนเป็นโอเอซิสส่วนตัวเฉพาะครอบครัวที่คนภายนอกไม่สามารถมองเห็นในบ้านได้

 

 

The Collection Club พื้นที่คลับเฮาส์และส่วนกลางของโครงการ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Making Your Everyday Revitalizing’ ด้วยสวนสีเขียวขนาดใหญ่ที่ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดธรรมชาติ มี Tree Top Walk เป็นไฮไลต์ของโซนนี้ ประกอบกับ Advance Exercise & Spa Wellness ที่จะให้การสนับสนุนและดูแลลูกบ้านให้สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ทั้ง Fitness Center ขนาดใหญ่, ห้อง Spa Room, Hydrotheraphy รวมถึงยังเตรียมห้องประชุม, ห้อง Dance & Yoga Class, ห้องซ้อมดนตรี และห้อง Common Room ที่จะรองรับกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของครอบครัวได้อย่างลงตัว เช่น Private Chef Table หรืองานเลี้ยงรื่นเริงต่างๆ

 

อีกทั้งคลับเฮาส์ที่เป็นเสมือนพื้นที่รับแขกของลูกบ้าน ถูกออกแบบให้มีความโดดเด่นสไตล์ Modern Art สร้างความภาคภูมิใจ สะท้อนรสนิยมที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้อยู่อาศัยที่ไม่เหมือนใคร

 

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นที่อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury การบริการย่อมไม่ธรรมดา Nirvana COLLECTION มีเซอร์วิสระดับ Branded Residence เสมือนอยู่โรงแรม 5 ดาว เพื่อมอบความสบายสูงสุดในการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น Concierge Service, On-Demand Food & Beverage, Personal Trainer, Personal Therapist หรือแม้แต่ Home Cleaning Service และ Home Gardening Service ก็สามารถเรียกใช้บริการได้ง่ายๆ

 

เหล่านี้นับเป็นความพิเศษที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่น มีศักยภาพสูงในการปล่อยเช่า หรือจะเก็บสะสมไว้เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวก็น่าสนใจ เพราะหากดูจากผลตอบแทนเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีแล้วจะพบว่ามีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงถึง 10%* เมื่อถึงเวลาขาย ดังนั้นใครที่กำลังมองหาของขวัญเพื่อเป็นมรดกส่งต่อให้ลูกหลาน Nirvana COLLECTION คือของขวัญสุดล้ำค่าที่คุณไม่ควรพลาด

 

อ้างอิงข้อมูลจาก:

 

รายละเอียดเพิ่มเติม:

โครงการ Nirvana COLLECTION ประกอบด้วย 54 ยูนิต มีบ้านให้เลือก 5 แบบ พื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 553-1,005 ตารางเมตร ฟังก์ชัน 4-6 ห้องนอน พร้อมที่จอดรถ 4-5 คัน (สูงสุดถึง 9 คัน) โดยราคาเริ่มต้นที่ 80-150 ล้านบาท

ลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิ์เข้าชมบ้านตัวอย่างที่ https://bit.ly/41iLG8w หรือรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ 0 2105 6799

The post Nirvana COLLECTION บ้านหรูระดับ Ultra Luxury โครงการใหม่ ทำเลดีที่สุดบนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ติดถนนใหญ่ ติดมอลล์ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>