บุรินทร์ ทองประไพ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บุรินทร์-ทองประไพ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 02 Feb 2023 03:57:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 พล.ต. บุรินทร์ รับฟ้องผู้เห็นต่างทางการเมือง โดยคำสั่งของ คสช. https://thestandard.co/political-ideology-case/ Wed, 27 Nov 2019 08:54:07 +0000 https://thestandard.co/?p=307759 รังสิมันต์ โรม

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) ที่รัฐสภา รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญ […]

The post พล.ต. บุรินทร์ รับฟ้องผู้เห็นต่างทางการเมือง โดยคำสั่งของ คสช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
รังสิมันต์ โรม

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) ที่รัฐสภา รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แถลงผลการประชุม หลังเชิญ พล.ต. บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก เข้าให้ข้อมูลในการพิจารณาศึกษากรณีการดำเนินคดีโดยรัฐเพื่อกลั่นแกล้งประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมือง ที่มี กรกช แสงเย็นพันธ์ กับนักเคลื่อนไหวทางการเมือง รวม 10 คน เป็นผู้ยื่นร้อง

 

รังสิมันต์แถลงว่า พล.ต. บุรินทร์ ได้ยอมรับว่า การแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 รวมถึงคดีที่ขัดกับประกาศ คำสั่ง คสช. กับนักเคลื่อนไหวในช่วง คสช. เป็นการทำตามหน้าที่โดยคำสั่งผู้บังคับบัญชา คือ คสช. ที่เป็นผู้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าบุคคลใดจะถูกดำเนินคดี ด้วยข้อหาใด ผ่านทางเลขาธิการ คสช. คือผู้บัญชาการทหารบก

 

ภายหลังฟังคำชี้แจง ฝ่ายผู้ร้องคือ กรกช ได้ขอให้คณะกรรมาธิการเรียกผู้บัญชาการทหารบก เพื่อขอให้มาชี้แจง โดยหลังจากนี้กรรมาธิการจะรอรายละเอียดก่อนพิจารณาทำหนังสือเชิญผู้บัญชาการทหารบกที่เกี่ยวข้องทั้งในอดีตและปัจจุบันมาให้ข้อมูลอีกครั้ง

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post พล.ต. บุรินทร์ รับฟ้องผู้เห็นต่างทางการเมือง โดยคำสั่งของ คสช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งเอาผิด ม.116 นักวิชาการ-นักการเมือง รวม 12 คน จัดเวทีฝ่ายค้านปลุกแก้ รธน. ที่ปัตตานี https://thestandard.co/southpeace-report-m116/ Fri, 04 Oct 2019 03:11:46 +0000 https://thestandard.co/?p=292733

พล.ต. บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ […]

The post กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งเอาผิด ม.116 นักวิชาการ-นักการเมือง รวม 12 คน จัดเวทีฝ่ายค้านปลุกแก้ รธน. ที่ปัตตานี appeared first on THE STANDARD.

]]>

พล.ต. บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานีแล้วเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562 เนื่องจากทั้ง 12 คน รวมทั้ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร และ ชลิตา บัณฑุวงศ์

 

ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดด้วยการยุยงปลุกปั่นด้วยวาจา ในเรื่องที่ละเอียดอ่อน และเป็นการยุยงปลุกปั่นที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

 

รวมทั้งกรณีที่ ชลิตา บัณฑุวงศ์ เสนอแก้ไขมาตรา 1 แห่งรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าราชอาณาจักรไทยจะแบ่งแยกมิได้ด้วย

 

พล.ต. บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้รับมอบอำนาจจากแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 12 คน ประกอบด้วย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อายุ 78 ปี หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 40 ปี หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร อายุ 64 ปี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), ชลิตา บัณฑุวงศ์ อายุ 47 ปี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สมพงษ์ สระกวี อายุ 69 ปี, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อายุ 75 ปี หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, มุข สุไลมาน อายุ 70 ปี, นิคม บุญวิเศษ อายุ 49 ปี หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, รักชาติ สุวรรณ อายุ 55 ปี, อสมา มังกรชัย อายุ 45 ปี, วันมูหะมัดนอร์ มะทา อายุ 75 ปี หัวหน้าพรรคประชาชาติ, และศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ อายุ 48 ปี 

 

โดยทั้ง 12 คน ได้จัดเสวนา ‘พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่’ ที่บริเวณลานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี

 

โดยทางเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เข้าไปตรวจสอบพบว่า การจัดเวทีเสวนาดังกล่าวของผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 12 คน ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา 

 

มีประชาชนร่วมรับฟังประมาณ 150 คน ซึ่งการจัดเสวนาดังกล่าว ได้มีการถ่ายทอดสดผ่านสื่อออนไลน์ Facebook พรรคประชาชาติ และมีการอัปโหลดการจัดเสวนาดังกล่าวลงในช่อง YouTube เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนทั่วไปรับรู้รับทราบ รับชม รับฟัง ลักษณะการจัดเวทีเสวนาดังกล่าว 

 

สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 12 คน ได้มีการพูดนำเสนอข้อมูลในลักษณะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือ กระทั่งกระเดื่องต่อประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 ที่ลานวัฒนธรรม หน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดกิจกรรมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ได้สัญจรภาคใต้ โดยจัดการเสวนา ‘พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่’ 

 

มีแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าร่วม เช่น สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย,วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และตัวแทนพรรคเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงนักวิชาการเข้าร่วมเสวนา มีประชาชนสนใจเข้าร่วมรับฟัง

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งเอาผิด ม.116 นักวิชาการ-นักการเมือง รวม 12 คน จัดเวทีฝ่ายค้านปลุกแก้ รธน. ที่ปัตตานี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทบ. มอบฝ่ายกฎหมาย คสช. ดำเนินคดีเพจดังแพร่เอกสารปลอม อ้างทหารทำไอโอหนุนพลังประชารัฐ https://thestandard.co/fake-document-spread-case/ https://thestandard.co/fake-document-spread-case/#respond Wed, 20 Mar 2019 11:14:11 +0000 https://thestandard.co/?p=227364

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิก […]

The post ผบ.ทบ. มอบฝ่ายกฎหมาย คสช. ดำเนินคดีเพจดังแพร่เอกสารปลอม อ้างทหารทำไอโอหนุนพลังประชารัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. มอบหมายให้ พันเอก บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คสช. รับมอบอำนาจแจ้งความดำเนินคดีกับเพจ CSI LA กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

.

ทั้งนี้มีรายงานว่าพบความผิดปกติ 5 จุดซึ่งไม่ตรงกับเอกสารราชการของกองทัพบก โดยมีการดัดแปลงบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิด

 

จุดที่ 1 เอกสารดังกล่าวระบุว่าหนังสือราชการทำงานตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ แต่เลขที่หนังสือเลขที่ 1 จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนปลอมแปลงคงไม่รู้เรื่องหนังสือราชการ

 

จุดที่ 2 รอยถ่ายเอกสารซ้ำตรงสี่เหลี่ยม ‘ที่รับหนังสือ’ ซึ่งตามปกติการปั๊มรับหนังสือจะอยู่ที่ด้านหลังของหนังสือหน้าแรก

 

จุดที่ 3 ช่องที่รับหนังสือบนหน้าแรก

 

จุดที่ 4 ถ้าเป็นข้าราชการทหารจะทราบว่าหนังสือฉบับเดียวกัน หน้าเดียวกัน ถ้าพิมพ์ยศ ชื่อสกุล หรือตำแหน่งของหัวหน้าผิดเป็นเรื่องที่ผ่านยาก

 

จุดที่ 5 เอกสารดังกล่าวระบุว่าประชุมวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เกี่ยวกับสรุปประเมินผลการเลือกตั้ง ทั้งที่ยังไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า 17 มีนาคม 2562 และวันเลือกตั้งจริง 24 มีนาคม 2562

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ผบ.ทบ. มอบฝ่ายกฎหมาย คสช. ดำเนินคดีเพจดังแพร่เอกสารปลอม อ้างทหารทำไอโอหนุนพลังประชารัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/fake-document-spread-case/feed/ 0
อนาคตใหม่ แจงรองหัวหน้าพรรคแชร์ข่าวปลอมโจมตี ‘ประวิตร’ แค่ไม่กี่นาที พอรู้ก็รีบลบ-ขอโทษทันที https://thestandard.co/thailandelection2562-future-forward-party-6/ https://thestandard.co/thailandelection2562-future-forward-party-6/#respond Tue, 05 Mar 2019 06:25:42 +0000 https://thestandard.co/?p=215004

วันนี้ (5 มี.ค.) นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม […]

The post อนาคตใหม่ แจงรองหัวหน้าพรรคแชร์ข่าวปลอมโจมตี ‘ประวิตร’ แค่ไม่กี่นาที พอรู้ก็รีบลบ-ขอโทษทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 มี.ค.) นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนกรณี พล.ท. พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค ถูกดำเนินคดีแชร์ข่าวปลอมบนบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเนื้อข่าวที่แชร์ระบุว่า

 

พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ‘เบิกงบกาแฟแก้วละ 12,000 บาท’ ซึ่งเมื่อ พล.ท. พงศกร โพสต์ออกไปไม่กี่นาที ก็มาทราบภายหลังว่าเป็นเพจข่าวปลอม จึงได้ทำการลบในทันที และโพสต์แสดงความขอโทษที่ไม่ตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดเสียก่อน ซึ่งการกระทำดังกล่าวนำไปสู่การเข้าแจ้งความ โดยมี พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับมอบอำนาจจาก คสช. เข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนทำให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

 

โฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าวต่อว่า ขณะนี้เป็นเพียงหมายเรียกเท่านั้น ยังไม่มีการจับกุมใดๆ ซึ่งทาง พล.ท. พงศกร ยืนยันว่า ตนมิได้มีเจตนาบิดเบือนใดๆ เมื่อทราบว่าเป็นข่าวปลอมก็รีบทำการลบและโพสต์แสดงความขอโทษทันที

 

ทั้งนี้ พล.ท. พงศกรจะไปรายงานตัวและดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปในวันที่ 11 มีนาคมนี้

 

ส่วนกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกกล่าวหาพัวพันกับธุรกิจโรงเลื่อยไม้เถื่อน ทำลายธรรมชาติ และการมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีทุจริตบริษัท ปิคนิคแก๊ส ตามที่มีสื่อบางสำนักเปิดประเด็นไว้ ทั้งนี้ในเฟซบุ๊กแฟนเพจของนายธนาธรได้มีการโพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวไว้อย่างละเอียดแล้ว

 

ขอยืนยันว่านายธนาธรเข้าซื้อหุ้นปิคนิคแก๊สหลังคดีความทุจริตเกิดขึ้นนานเกือบ 10 ปี เป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนผู้ลงทุน และนายธนาธรก็ไม่ได้มีส่วนใดๆ ในการบริหารบริษัท จนกระทั่งได้ขายหุ้นทั้งหมดไปในปี 2560 ส่วนกรณี บริษัท วัน โอ ซี เป็นบริษัทที่นายธนาธรเปิดไว้แต่ไม่ได้ดำเนินกิจการใดๆ ทั้งสิ้น มีสถานะ sleeping company ข่าวที่ออกมาจึงถือเป็นข่าวเท็จที่จงใจทำลายความน่าเชื่อถือของนายธนาธรและพรรค

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post อนาคตใหม่ แจงรองหัวหน้าพรรคแชร์ข่าวปลอมโจมตี ‘ประวิตร’ แค่ไม่กี่นาที พอรู้ก็รีบลบ-ขอโทษทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailandelection2562-future-forward-party-6/feed/ 0
ยังไม่ฝากขังธนาธร ลุ้นอีกที 26 มี.ค. แม่สมพรเคียงข้างให้กำลังใจลูกชายในสนามการเมือง https://thestandard.co/thailandelection2562-future-forward-party-thanathorn/ https://thestandard.co/thailandelection2562-future-forward-party-thanathorn/#respond Wed, 27 Feb 2019 05:30:20 +0000 https://thestandard.co/?p=209949

เช้าวันนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม […]

The post ยังไม่ฝากขังธนาธร ลุ้นอีกที 26 มี.ค. แม่สมพรเคียงข้างให้กำลังใจลูกชายในสนามการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เช้าวันนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค และนางสาวจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค เดินทางมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อฟังคำสั่งในคดีที่ทั้งสามคนตกเป็นผู้ต้องหา หลังถูก พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ ในฐานะตัวแทนของ คสช. แจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) ฐานผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน

 

 

จากกรณีจัดรายการ ‘คืนวันศุกร์ให้ประชาชน’ ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในเพจอนาคตใหม่ The Future We Want และเพจ Thanathorn Juangroongruangkit วิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของ คสช. เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2561.

 

โดยวันนี้พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสามคน พร้อมสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานมาที่สำนักงานคดีอาญา ชั้น 3 มีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดมารับตัวเพื่อเข้าพบนายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา

 

ขณะเดียวกันสำนักงานอัยการสูงสุด ได้จัดให้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงคดีนี้ด้วย โดยให้เหตุผลว่าเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชน

 

นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา แถลงว่าวันนี้ได้รับมอบ 2 สำนวนคดีจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. โดยหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสำนวนคดี พร้อมนัดฟังคำสั่งวันที่ 26 มีนาคมนี้ ว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ โดยยังไม่มีการฝากขังนายธนาธรแต่อย่างใด เนื่องจากมีการเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี

 

อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ยืนยันว่า อัยการดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีการเร่งรัดคดีแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่สามารถตอบได้ว่า หากคดีเข้าสู่ชั้นศาลและเลือกตั้งแล้ว นายธนาธรจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น และยังไม่เลือกตั้ง แต่ตามปกติแล้วฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการจะทำงานแยกจากกัน

 

ธนาธรให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนหลังเข้าพบอัยการ ยืนยันว่าไม่หนักใจ พร้อมเดินหน้าต่อสู้คดี แม้จะมีความพยายามเตะตัดขา และเชื่อมั่นในการทำงานของอัยการว่าจะให้ความเป็นธรรม และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็ไม่กระทบกับพรรคอนาคตใหม่ เพราะถึงไม่มีธนาธร ยังมีแกนนำคนอื่นขึ้นมาดำเนินกิจกรรมแทนได้

 

ขณะที่วันนี้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของธนาธร ได้เดินทางมาให้กำลังใจบุตรชาย พร้อมเปิดเผยว่า ส่วนตัวในฐานะคนเป็นแม่ไม่ห่วงก็คงไม่ได้ วันนี้มาให้กำลังใจ เมื่อรู้ว่าผลที่ออกมายังไม่มีการสั่งฟ้องก็รู้สึกโล่งอก ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนและสมาชิกพรรคที่มาทำข่าว และให้กำลังใจจำนวนมากในวันนี้ รู้สึกปลื้มปีติมาก

 

“ขอว่ากำลังใจที่ให้กับธนาธร ขอเป็นเสียงให้ธนาธรด้วยค่ะ” สมพรกล่าว และยังบอกสื่ออีกว่า ที่ผ่านมาหลายคืนค่อนข้างคิดมาก นอนไม่หลับ รู้สึกเป็นห่วง ทุกวันนี้หลังเลิกงานกลับบ้าน หมดไปกับการฟังรายการธนาธรทุกวัน

 

 

ท่ามกลางผู้สนับสนุนที่มาให้กำลังใจธนาธรที่สำนักงานอัยการวันนี้ ธนาธรยังคงมีความมั่นใจและยืนยันถึงเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ ขณะที่ผลของคดีถูกขยับออกไปหลังเลือกตั้ง นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของความระทึกในสนามการเมืองของธนาธรอีกครั้ง ยังมีอีกหลายด่านที่เขาต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นกระแสด้านลบในโซเชียลที่ถาโถม คดีความที่กลายเป็นมรสุม หรือแม้แต่อนาคตทางการเมืองต่อการขึ้นเป็นผู้แทนราษฎร

 

แม่สมพรปรากฏตัวในจังหวะพลิกผันแบบนี้หลายวาระ วันที่ธนาธรมาขออนุญาตทำงานการเมือง ในฐานะแม่สมพรก็ห่วง และยังห่วงในทุกจังหวะก้าวของธนาธร แต่ทว่าภาพที่ปรากฏแจ่มชัดแล้ว หากใครสังเกตให้ดี นั่นคือแม่สมพรที่ยืนอยู่ในสนามการเมืองเคียงข้างลูกชายอย่างเต็มอัตราแล้วนั่นเอง

 

The post ยังไม่ฝากขังธนาธร ลุ้นอีกที 26 มี.ค. แม่สมพรเคียงข้างให้กำลังใจลูกชายในสนามการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailandelection2562-future-forward-party-thanathorn/feed/ 0
แจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร วินมอเตอร์ไซค์สาวเสื้อต้องห้าม ประวิตรลั่น สาวถึงใครจับหมด ถือเป็นกบฏ https://thestandard.co/black-shirts-prohibited-case-alleged/ https://thestandard.co/black-shirts-prohibited-case-alleged/#respond Tue, 11 Sep 2018 15:34:57 +0000 https://thestandard.co/?p=120520

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 61 ที่กองบังคับการปราบปราม พ.อ. บุร […]

The post แจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร วินมอเตอร์ไซค์สาวเสื้อต้องห้าม ประวิตรลั่น สาวถึงใครจับหมด ถือเป็นกบฏ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 61 ที่กองบังคับการปราบปราม พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช. นำตัวนางวรรณภา (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา ‘อังยี่ซ่องโจร’ มาส่งมอบให้ตำรวจกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

 

หลังจากเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวนางวรรณภาพร้อมเสื้อยืดโปโลสีดำที่มีแถบป้ายสีขาวแดง ซึ่งมีความหมายเชิงสัญลักษณ์แบ่งแยกการปกครอง ‘สหพันธรัฐไท’ บริเวณหน้าอกจำนวนหนึ่ง ที่บริเวณห้องพักย่านสมุทรปราการ โดยทหารนำไปคุมตัวไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และไม่อนุญาตให้พบทนายความ

 

 

ขณะที่ น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาเป็นฝ่ายกฎหมายให้กับนางวรรณภา เปิดเผยว่า ขั้นตอนในวันนี้เป็นการแจ้งจับและทำบันทึกจับกุม ก่อนที่จะควบคุมตัวไว้ในห้องขังที่กองปราบปราม ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (12 ก.ย.) ทางพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งควบคุมตัวไปส่งศาลอาญา

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนรายละเอียดทางคดี พนักงานสอบสวนปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชน 

 

ส่วนนางวรรณภา หลังทำขั้นตอนการบันทึกจับกุมเสร็จแล้ว ทางพนักงานสอบสวนก็นำตัวเข้าไปในห้องขังของกองปราบปราม โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ เช่นกัน

 

อังคณา นีละไพจิตร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

 

 

เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มสหพันธรัฐไท ว่าเรื่องดังกล่าวมาจากแหล่งเดียว คือที่ฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในประเทศไทย โดยมีการติดต่อขายเสื้อและธงของ นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง และมีความเชื่อมโยงกับพวกที่หนีคดีอาญามาตรา 112 และ 116 ซึ่งสามารถจับกุมได้ 3-4 คนแล้ว หากสาวไปถึงใครก็จะจับกุมทั้งหมด เพราะถือว่าเป็นกบฏ 

 

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ไม่มีน้ำหนัก แต่พยายามที่จะให้คนคิดแบ่งแยกการปกครอง ไม่ให้มีสถาบัน ซึ่งใช้ไม่ได้ โดยตนได้ติดตามเรื่องเหล่านี้มานานแล้ว

The post แจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร วินมอเตอร์ไซค์สาวเสื้อต้องห้าม ประวิตรลั่น สาวถึงใครจับหมด ถือเป็นกบฏ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/black-shirts-prohibited-case-alleged/feed/ 0
ทหารจับตัววินมอเตอร์ไซค์แม่ลูกสอง คาดเหตุขายเสื้อดำต้องห้าม กักตัว 3 วัน เพิ่งให้พบหน้าลูก https://thestandard.co/soldier-win-motorcycle-mother-and-child/ https://thestandard.co/soldier-win-motorcycle-mother-and-child/#respond Sun, 09 Sep 2018 12:33:40 +0000 https://thestandard.co/?p=119974

เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิม […]

The post ทหารจับตัววินมอเตอร์ไซค์แม่ลูกสอง คาดเหตุขายเสื้อดำต้องห้าม กักตัว 3 วัน เพิ่งให้พบหน้าลูก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ทหารจับกุมตัวนางวรรณภา (ปกปิดนามสกุล) พร้อมเสื้อยืดโปโลสีดำที่มีแถบป้ายสีขาวแดงบริเวณหน้าอกจำนวนหนึ่ง ที่บริเวณห้องพักย่านสมุทรปราการ โดยระหว่างการตรวจค้น ลูกชายของนางวรรณภาระบุว่า ทหารได้สอบถามแม่ซ้ำๆ ว่าเอาเสื้อมาจากไหน และเสื้อเป็นของใคร

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวนางวรรณภาส่งให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามในวันที่ 8 ก.ย. เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา จึงทำให้บุตรทั้งสองคนของนางวรรณภา ซึ่งมีอายุ 14 ปี และ 9 ปี ไปรอดักพบมารดาที่กองปราบปราม แต่ต้องผิดหวังเมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้นำนางวรรณภามาที่กองบังคับการปราบปราม

 

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.ย.) นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากผู้ดูแลเด็กทั้งสองคนว่า เด็กทั้งสองคนมีความเครียด ไม่พูดกับใคร เนื่องจากเด็กทั้งสองคนไม่ได้พบมารดานับตั้งแต่มารดาถูกจับกุม แต่ได้ติดต่อกับมารดาทางโทรศัพท์บ้าง

 

โดยเด็กทั้งสองรู้สึกกังวลว่า มารดาอาจถูกดำเนินคดี หรือไม่ได้กลับบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้มารดายืมโทรศัพท์เพื่อคุยกับบุตรเป็นเวลาสั้นๆ

 

ดังนั้นเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จึงขอให้ กสม. ช่วยประสานเจ้าหน้าที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่ออนุญาตให้บุตรทั้งสองเข้าเยี่ยมมารดาที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ในวันนี้ (9 ก.ย.) เวลา 09.00 น.

 

นางอังคณากล่าวว่า หลังจากที่เด็กทั้งสองได้เข้าเยี่ยมมารดาเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เด็กทั้งสองมีอาการผ่อนคลาย พูดคุย ยิ้มแย้ม และมีกำลังใจมากขึ้น

 

อย่างไรก็ดี ตนมีความกังวลใจอย่างมากต่อการที่มีผู้บันทึกภาพบุตรทั้งสองคนของนางวรรณภาในลักษณะที่ถือป้ายข้อความ และนำไปเผยแพร่โดยไม่มีการปกปิดใบหน้าเด็ก ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child: CRC) ขององค์การสหประชาชาติ ทั้งนี้การเผยแพร่ภาพใบหน้าเด็กซึ่งมารดาเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาโดยที่ศาลยังมิได้พิพากษาว่ากระทำผิด ยังอาจส่งผลให้เด็กถูกเกลียดชังจากสังคม ทั้งที่เด็กไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

อนึ่ง ในการเข้าเยี่ยมวันนี้ เจ้าหน้าที่ มทบ.11 ได้เปิดโอกาสให้ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าตรวจเยี่ยมห้องควบคุมตัวนางวรรณนภา ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นห้องกัก แต่เป็นห้องที่ปกติใช้เป็นห้องรับรอง โดยมีเตียงนอน ห้องน้ำส่วนตัว และมีสิ่งอำนวยความสะดวก โดยมีเจ้าหน้าที่หญิงให้การดูแลและคอยพูดคุย เพื่อมิให้ผู้ถูกกล่าวหามีความกังวลใจ

 

สำหรับกรณีการใส่และขายเสื้อยืดที่มีลักษณะเดียวกันนี้ จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มีข้อมูลชัดเจนว่า มีคนถูกควบคุมตัวไปแล้วอย่างน้อย 2 คน ภายในวันเดียว (6 ก.ย.) คือนางสุรางคณางและนางวรรณภา ซึ่งนางสุรางคณางได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีการส่งดำเนินคดี หลังการควบคุมตัวไปราว 13 ชั่วโมง แต่นางวรรณภายังไม่ได้รับการปล่อยตัว และจะมีการส่งตัวดำเนินคดี แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเมื่อใด

 

ด้าน พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช. อ้างว่า เมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ได้ไปขอศาลออกหมายจับแล้ว แต่ศาลยังไม่ออกให้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้นำวิดีโอส่งศาลด้วย แต่ศาลให้มาถอดเทปเพิ่มเป็นบันทึกข้อความ บางชิ้นมีความยาว 3 ชั่วโมง ซึ่ง พ.อ. บุรินทร์ อ้างว่า ต้องใช้เวลาและไม่ทราบว่าจะเสร็จเมื่อไร

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ทหารจับตัววินมอเตอร์ไซค์แม่ลูกสอง คาดเหตุขายเสื้อดำต้องห้าม กักตัว 3 วัน เพิ่งให้พบหน้าลูก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/soldier-win-motorcycle-mother-and-child/feed/ 0
คสช. จัดเต็ม แจ้งเอาผิดเพื่อไทย 4 ข้อหา หลังแถลงข่าวครบรอบ 4 ปี นำประเทศสู่ความมืดมน https://thestandard.co/condemn-pheu-thai-party-4-topics/ https://thestandard.co/condemn-pheu-thai-party-4-topics/#respond Fri, 18 May 2018 04:54:33 +0000 https://thestandard.co/?p=91478

เมื่อเวลา 19.40 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปร […]

The post คสช. จัดเต็ม แจ้งเอาผิดเพื่อไทย 4 ข้อหา หลังแถลงข่าวครบรอบ 4 ปี นำประเทศสู่ความมืดมน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อเวลา 19.40 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พันเอก บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อพรรคเพื่อไทย กรณีการแถลงข่าวเรื่องครบรอบ 4 ปี คสช. นำพาประเทศสู่ความมืดมนและอันตราย เมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกัน ซึ่งเข้าข่ายผิดคำสั่ง คสช. ที่ห้ามมีการประชุมพรรคการเมือง แต่พรรคเพื่อไทยกลับมีการแถลงข่าวพาดพิง คสช.

 

พันเอก บุรินทร์ เปิดเผยว่า เท่าที่ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เข้าข่ายความผิด 4 ข้อหา ทั้งฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 57/2557 เรื่องการห้ามดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเก่า ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประชุมพรรค รวมถึงฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 คือมีการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง  และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ว่าด้วยการยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

 

ส่วนการแจ้งความครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐานให้พรรคการเมืองอื่นระมัดระวังหรือไม่นั้น พันเอก บุรินทร์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมืองรู้อยู่แล้ว และเชื่อว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการในวันนี้ มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ขณะเดียวกันไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า แจ้งความต่อบุคคลใดบ้างในพรรคเพื่อไทย

The post คสช. จัดเต็ม แจ้งเอาผิดเพื่อไทย 4 ข้อหา หลังแถลงข่าวครบรอบ 4 ปี นำประเทศสู่ความมืดมน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/condemn-pheu-thai-party-4-topics/feed/ 0
คสช. เตรียมดำเนินคดีเพื่อไทย หลังแถลงข่าวครบรอบ 4 ปี นำประเทศสู่ความมืดมน ชี้มั่วสุมเกิน 5 คน https://thestandard.co/ncpo-will-prosecute-pheuthaiparty-in-political-demonstration-more-5-person-case/ https://thestandard.co/ncpo-will-prosecute-pheuthaiparty-in-political-demonstration-more-5-person-case/#respond Thu, 17 May 2018 09:08:27 +0000 https://thestandard.co/?p=91294

หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แกนนำและสมาชิกพรรคเพื่ […]

The post คสช. เตรียมดำเนินคดีเพื่อไทย หลังแถลงข่าวครบรอบ 4 ปี นำประเทศสู่ความมืดมน ชี้มั่วสุมเกิน 5 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่แถลงข่าว ณ ที่ทำการของพรรคเพื่อไทย เรื่องครบรอบ 4 ปี คสช. นำพาประเทศสู่ความมืดมนและหายนะ โดยก่อนการแถลงจะเริ่มขึ้น ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.มักกะสัน ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบมาเฝ้าสังเกตการณ์ พร้อมขอความร่วมมือไม่ให้พรรคเพื่อไทยแถลงข่าว เนื่องจากอาจเข้าข่ายขัดคำสั่ง คสช. ที่ 3 /2558 ห้ามการชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

 

ล่าสุด พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปิดเผยว่า เตรียมดำเนินคดีกับพรรคเพื่อไทยต่อการแถลงข่าวดังกล่าว โดยเข้าข่ายความผิดคำสั่ง คสช. ที่ห้ามมีการประชุมพรรคการเมือง แต่พรรคเพื่อไทยกลับมีการแถลงข่าวพาดพิง คสช.

 

เท่าที่ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เข้าข่ายความผิด 3 เรื่องคือ ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เรื่องการห้ามดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเก่าที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประชุมพรรค และความผิด พ.ร.บ. การชุมนุม ที่มีการมั่วสุมเกิน 5 คน รวมถึงความผิด ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก

 

จากนี้ทางฝ่ายกฎหมาย คสช. อยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนจะดำเนินคดีกับใครบ้าง หรือจะดำเนินคดีกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิจารณา

 

ขณะที่ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ระบุว่า คสช. สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษที่ใดก็ได้ ทั้งสถานีตำรวจพื้นที่หรือที่กองปราบปราม จากนั้นก็จะมีการส่งเรื่องมาให้พิจารณาว่าจำเป็นต้องตั้งเป็นคณะทำงานหรือไม่ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีการดำเนินคดีกับพรรคการเมืองที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. แต่อย่างใด

The post คสช. เตรียมดำเนินคดีเพื่อไทย หลังแถลงข่าวครบรอบ 4 ปี นำประเทศสู่ความมืดมน ชี้มั่วสุมเกิน 5 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ncpo-will-prosecute-pheuthaiparty-in-political-demonstration-more-5-person-case/feed/ 0
คสช. แจ้งจับ 7 แกนนำแนวร่วมอยากเลือกตั้ง จัดชุมนุม 10 ก.พ. ประชาชนอีก 43 คนโดนด้วย https://thestandard.co/ncpo-report-election-demand-protester/ https://thestandard.co/ncpo-report-election-demand-protester/#respond Thu, 15 Feb 2018 10:49:25 +0000 https://thestandard.co/?p=70650

จากกรณีที่มีการนัดกลุ่มมวลชนคนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังชุม […]

The post คสช. แจ้งจับ 7 แกนนำแนวร่วมอยากเลือกตั้ง จัดชุมนุม 10 ก.พ. ประชาชนอีก 43 คนโดนด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีที่มีการนัดกลุ่มมวลชนคนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา

 

ล่าสุดมีรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ คณะทำงานด้านกฎหมายส่วนงานการรักษาความสงบแห่งชาติ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อแกนนำผู้จัดการชุมนุมรวม 7 คนได้แก่

  1. นายรังสิมันต์ โรม
  2. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์
  3. นายกาณฑ์ พงษ์ประพันธ์
  4. นายอานนท์ นำภา
  5. นางสาวณัฏฐา มหัทธนา
  6. นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ
  7. นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว

 

โดยการกระทำดังกล่าวมีความผิดในข้อหาขัดคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 คือ ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนคนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 คือ ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

 

สำหรับพฤติการณ์ของคดีนั้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุในคดีนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน กับพวก ซึ่งเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง ได้นัดชุมนุมทางการเมืองกับผู้ชุมนุมกันที่บริเวณถนนราชดำเนินในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 เวลาประมาณ 16.00 น. ซึ่งมีการนัดแนะกันในวันที่ชุมนุมบริเวณสกายวอล์ก และทางเฟซบุ๊กของกลุ่มแกนนำ

 

ต่อมาตามวันเวลาดังกล่าว ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนได้ขึ้นปราศรัยกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล และ คสช. ด้วยถ้อยคำโจมตีอย่างรุนแรง และพยายามยุยงปลุกปั่นให้เกิดการชุมนุมขับไล่รัฐบาล และ คสช. ทำให้ คสช. ได้รับความเสียหาย จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเข้าร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 6 คน หรือผู้อื่นที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป

 

นอกจากนั้นยังได้ตรวจสอบพบ นายภาวัต ผ่องใส กับพวก รวม 42 คน ที่ร่วมชุมนุมในวันเกิดเหตุ จึงได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีในความผิดฐานมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เมษายน 2558 ข้อ 12 เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมดจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

 

อ้างอิง:

The post คสช. แจ้งจับ 7 แกนนำแนวร่วมอยากเลือกตั้ง จัดชุมนุม 10 ก.พ. ประชาชนอีก 43 คนโดนด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ncpo-report-election-demand-protester/feed/ 0