บุญจันทร์ นวลสาย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บุญจันทร์-นวลสาย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 12 Nov 2025 05:05:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สว. เล็งเชิญอัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยงข้าราชการการเมือง https://thestandard.co/gray-money-senate-ajchariya-surachet/ Wed, 12 Nov 2025 05:03:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1142372 สว. เล็งเชิญ อัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยง ข้าราชการการเมือง

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ท. บุญจันทร์ […]

The post สว. เล็งเชิญอัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยงข้าราชการการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เล็งเชิญ อัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยง ข้าราชการการเมือง

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา แถลงข่าวกรณีการติดตามตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือทุนสีเทา ที่ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก จนมีการเรียกร้องถึงคุณสมบัติของข้าราชการในระบบการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ว่าจะต้องไม่เทา ถ้าเทาก็ออกไป

 

พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวว่า สว. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว ดังนั้น คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จะเรียกผู้เกี่ยวข้องที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ เช่น อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้โปรดมาให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ มาทำงานสื่อสารร่วมกัน เพื่อพัฒนาปรับปรุงบ้านเราให้ปราศจากความเทา โดยจะเชิญมาให้เร็วที่สุด

 

พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวว่า เหตุที่เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 คนมาให้ข้อมูลยังกรรมาธิการฯ เพราะต้องการความชัดเจน เพราะบางอย่างที่บุคคลเหล่านั้นสื่อสารจะออกไปทั่วโลก ซึ่งจะเป็นปัญหากระทบความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย จึงต้องเรียนเชิญมาร่วมกันทำงานเพื่อสร้างสรรค์ประเทศ

 

ทั้งนี้ พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวต่อไปว่า เร็วๆ นี้ คณะกรรมาธิการฯ จะได้เรียนเชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคาร รวมถึงผู้รับผิดชอบระบบโทรศัพท์ จะเรียกมาให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเมื่อได้เรียนเชิญผู้เกี่ยวข้องมา จะขอเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีพยานในคดีฮั้วเลือก สว. ได้ทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขอกลับคำให้การที่กล่าวหาพรรคภูมิใจไทยนั้น พล.ต.ท. บุญจันทร์กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมาธิการการกฏหมายฯ จะประสานงานกับคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธานกรรมาธิการฯ หากมีการเรียกเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร ทั้ง 2 คณะกรรมาธิการฯ จะทำงานร่วมกัน และแจ้งให้สื่อมวลชนทราบเป็นระยะ

The post สว. เล็งเชิญอัจฉริยะ-สุรเชชษฐ์ เข้าชี้แจง กมธ. การกฎหมายฯ หลังเดินสายเปิดข้อมูลทุนสีเทาโยงข้าราชการการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. ฉัตรวรรษ รุกฟ้องกลับ ม.157 เจ้าหน้าที่ ทำคดีฮั้ว สว. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อลงกตปัดไม่รู้จักโรงแรมพูลแมน https://thestandard.co/senator-files-countercharge-157/ Wed, 21 May 2025 04:13:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1076605 พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร แถลงข่าวฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ ปมสอบฮั้ว สว. มาตรา 157 หน้าสำนักงาน กกต.

วันนี้ (20 พฤษภาคม) กลุ่ม สว. ชุดปัจจุบัน นำโดย พล.ต.ต. […]

The post สว. ฉัตรวรรษ รุกฟ้องกลับ ม.157 เจ้าหน้าที่ ทำคดีฮั้ว สว. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อลงกตปัดไม่รู้จักโรงแรมพูลแมน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร แถลงข่าวฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ ปมสอบฮั้ว สว. มาตรา 157 หน้าสำนักงาน กกต.

วันนี้ (20 พฤษภาคม) กลุ่ม สว. ชุดปัจจุบัน นำโดย พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร, อลงกต วรกี, พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย และ พ.ต.อ. กอบ อัจนากิตติ เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนการฝ่าฝืนกฎหมายการปฏิ​บัติหน้าที่มิชอบด้วยกฎหมาย​ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ที่ไม่กระทำให้เป็นไปตามระเบียบ​ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย​ชี้ขาด​ พ.ศ. 2561 และแก้ไขเพิ่มเติมการรักษาความลับของทางราชการซึ่งมีการปิดหมายโดยไม่ชอบและการปฏิเสธการเข้าถึงพยานหลักฐาน​ในวันที่แจ้งรับทราบข้อกล่าวหาซึ่งดำเนินการ​ตามกฎหมาย 

 

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (20 พฤษภาคม) ได้มารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองแล้ว ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ด้วยความเป็นกันเอง รู้สึกสบายใจที่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นกรรมการตัวเล็กๆ คุยกันแล้วรู้เรื่อง ไม่เหมือนกับคนที่มีอำนาจสั่งการที่คุยไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องยกความชอบธรรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

 

สำหรับวันนี้มายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ สว. ที่ถูกเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ละเมิดระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างร้ายแรงและละเมิดสิทธิพื้นฐานของผู้ที่ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะการออกหนังสือเชิญที่ไม่ใช่หมายเรียกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งยังแจ้งรายละเอียดไม่ชัดเจนเพียงพอ หรือหาพยานหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาได้ ขัดต่อหลักความเป็นธรรมที่ควรได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องรับข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

 

ส่วนวิธีติดหนังสือเชิญ ไม่ได้มีการรักษาความลับราชการ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดว่าจะต้องบรรจุซอง 2 ชั้น เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูล โดยการติดหมาย ณ ที่พักอาศัยของผู้ถูกกล่าวหาในเขตกรุงเทพมหานคร ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบรักษาความลับของราชการ สร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติยศของผู้ถูกกล่าวหา แม้ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตามในการแจ้งสื่อมวลชนไปทำข่าว แต่การกระทำดังกล่าวมีเจตนาพิเศษให้เกิดความเสียหายโดยไม่สุจริต 

 

“การปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่เป็นกลางและเลือกปฏิบัติทำให้เข้าใจได้ว่า สว. ที่ถูกออกหมายเรียกและรับทราบข้อกล่าวหาเป็นผู้กระทำผิดฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ทั้งที่สื่อมวลชนเสนอข่าวหลายแขนงรับฟังได้ว่ามี สว. กลุ่ม 8 + 1 และ 21 + 24 แต่ไม่ปรากฏว่ามีการสืบสวนไต่สวน แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นกลาง อาจมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ กกต. เป็นองค์กรอิสระ ปราศจากความครอบงำทางการเมือง” 

 

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ ยังมีข้อน่าสังเกตว่าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ มีเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน 3 คน ร่วมเป็นกรรมการ หรือสัดส่วน 3 ใน 7 ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อาจเข้าใจได้ว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ท่านก็ทราบดีว่าศาลได้สั่งให้รัฐมนตรียุติธรรมหยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ DSI ไปแล้ว 

 

การทำงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ที่แจ้งข้อกล่าวหาในลักษณะเคลือบแคลง ขอตรวจสอบพยานหลักฐาน และขอคัดถ่ายพยานหลักฐานเพื่อเตรียมเอกสารชี้แจงหรือแก้ข้อกล่าวหา อ้างมิให้เปิดเผย เสมือนมัดมือชกฝ่ายเดียว จึงเรียกร้องต่อ กกต. ดังนี้ 

 

  1. ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 และคณะอื่นที่มีการกระทำลักษณะเดียวกันทันที เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมที่จะเกิดขึ้น

 

  1. ให้มีการเพิกถอนกระบวนการใดๆ ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนี้ทั้งหมด

 

  1. อนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนได้มีโอกาสตรวจสอบและเข้าถึงพยานหลักฐานทั้งหมดที่ใช้ในการตั้งข้อกล่าวหา เพื่อให้สามารถปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม และขอให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยยืนยันในหลักการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรมและเป็นกลาง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งและ กกต. อย่างสูงสุด

 

เปรียบ DSI ยืมมือคณะกรรมการสืบสวนฯ เอี่ยวการเมือง

 

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ ยอมรับการตรวจสอบของ กกต. ที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนในคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ หากปราศจากการครอบงำทางการเมือง ซึ่งได้ชี้แจงการดำเนินการของ DSI ตั้งแต่ชั้นสืบสวนและสอบสวน เหมือนเป็นการเบนประเด็นการทำงาน เหมือนยืมมือคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ

 

“ประธาน กกต. ควรที่จะเลือกตั้งคณะกรรมการที่ไม่เกี่ยวข้องกับ DSI เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพนักงานอัยการหรือส่วนที่เกี่ยวข้องที่พร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา” พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ กล่าว 

 

พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ ยังกล่าวถึงประเด็นที่มีคนมาร้องให้ถอดถอน สว. ทั้ง 148 คน เป็นที่ทราบดีบ้านเมืองเราไม่เป็นปกติสุขทุกวันนี้เพราะการเมือง ดังนั้นเมื่อการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องทุกคนก็มีสิทธิเสรีภาพในการต่อสู้ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่มีคนมายื่นร้องยุบพรรคภูมิใจไทยนั้นเป็นคนละประเด็นกันนั่นเป็นเรื่องของ สส. ตนเองคงไม่ไปก้าวล่วงตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองอื่นๆ 

 

สำหรับกรณีที่มีการเชื่อมโยงว่าพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ กล่าวว่า “บนหน้าผากของผมมีเขียนหรือไม่ว่าอยู่พรรคไหน ดังนั้น ผมถือว่าได้เป็น สว. ทำงานในราชการได้ด้วยความรู้ ความสามารถ”

 

ไม่รู้จักโรงแรมพูลแมน

 

ส่วนที่มีข่าว สว. หลายคนเดินทางไปที่โรงแรมพลูแมน พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ ยอมรับว่า “บางคนมีตังค์ก็ไปกินข้าว” ด้านอลงกต จึงถามกลับสื่อมวลชนเป็นภาษาอังกฤษว่า “What is Pullman?, Like a pool?” (อะไรคือพูลแมน เหมือนสระน้ำหรือไม่) ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับเป็นภาษาไทยว่า “โรงแรมพูลแมน” 

 

อลงกตยังคงกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า โรงแรมพูลแมนอยู่ที่ไหน และเมื่อสื่อมวลชนตอบว่า ซอยรางน้ำ อลงกตก็ยังคงตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า ซอยรางน้ำอยู่ที่ไหน ก่อนกล่าวว่า “I only know Rattanakosin Hotel” (ผมรู้จักแต่โรงแรมรัตนโกสินทร์)

 

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อไปถึงกรณีมีการเปิดเผยว่ามีการให้ สว. เซ็นใบลาออกเป็นประกันไว้ พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ไม่รู้ พวกท่านรู้ดีว่ากำพืดของคนเคยเป็น สส. เป็นอย่างไร นักข่าวรู้ดี แต่ตนเองเป็น สว. เป็นอาชีพสุจริต ช่วยเหลือประชาชนมาเยอะ ใครจะกล่าวหาอย่างไรก็ว่าไป แต่ถ้ามีพาดพิงถึงชื่อตนเองค่อยว่ากัน

The post สว. ฉัตรวรรษ รุกฟ้องกลับ ม.157 เจ้าหน้าที่ ทำคดีฮั้ว สว. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อลงกตปัดไม่รู้จักโรงแรมพูลแมน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สว. สีน้ำเงิน’ กินรวบ (ไม่) หมด เสียงข้างน้อยรุกกลับ บทสรุปศึกชิงกรรมาธิการ https://thestandard.co/summary-of-the-battle-for-the-committee/ Tue, 24 Sep 2024 12:41:20 +0000 https://thestandard.co/?p=987532

ผลการเลือกประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาทั้ง 21 ค […]

The post ‘สว. สีน้ำเงิน’ กินรวบ (ไม่) หมด เสียงข้างน้อยรุกกลับ บทสรุปศึกชิงกรรมาธิการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผลการเลือกประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาทั้ง 21 คณะ สิ้นสุดลงแล้ว เรียกได้ว่าองค์ประกอบต่างๆ ของวุฒิสภาชุดนี้เริ่มเข้ารูปเข้ารอย และที่สำคัญคือ เป็นไปตาม ‘โผ’ ที่ปรากฏออกมาก่อนหน้านี้แทบจะ 99%

 

โฉมหน้าของกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา นอกจากจะสะท้อนกลไกการตรวจสอบของสภาสูงชุดปัจจุบันแล้ว ยังเป็นตัวบ่งบอกประสิทธิภาพในการ ‘คุมเสียง’ ของ สว. แต่ละสายอีกด้วย ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า ‘สว. สีน้ำเงิน’ ยังคงเข้มแข็งไม่เปลี่ยนแปลง

 

THE STANDARD พามองลึกลงไปกว่าชื่อของประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 21 คน และชวนวิเคราะห์ถึงการทำงานของ สว. ชุดนี้ ว่าจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หรือจะยัง ‘ผิดฝาผิดตัว’ อย่างที่โดนปรามาสไว้?

 

บรรดา สว. ทยอยเข้าร่วมประชุมกรรมาธิการนัดแรกในวันที่ 24 กันยายน 2567

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

ฐานที่มั่นหนึ่งเดียวของ ‘สว. พันธุ์ใหม่’

 

แม้ในภาพรวมจะดูเหมือนว่า สว. สีน้ำเงิน ที่เป็นเสียงข้างมากจะสามารถยึดกุมกรรมาธิการตลอดจนเก้าอี้ประธานคณะได้แทบทั้งหมด แต่ยังเหลือกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ที่สายสีน้ำเงินยังไม่สามารถ ‘ล็อกตัว’ ประธานคณะได้

 

ตามรายงานก่อนหน้าของ THE STANDARD ที่เปิดเบื้องหลังการแย่งชิงเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ระหว่าง สว. สีน้ำเงิน และ สว. พันธุ์ใหม่ แม้จะต้องสังเวย นันทนา นันทวโรภาส สว. ที่หลุดออกไปในรอบเลือกกันเอง แต่ก็เป็นผลให้ สว. ทั้งสองสายในกรรมาธิการนี้เหลือ 9 เสียงเท่ากัน

 

ช่วงเช้าวันนี้ (24 กันยายน) กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ตบเท้าเข้าห้องประชุมเพื่อวัดกำลังครั้งสุดท้ายในการเลือกประธานคณะ ระหว่าง อังคณา นีละไพจิตร จากกลุ่ม สว. เสียงข้างน้อย กับ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ที่ สว. เสียงข้างมากเสนอชื่อขึ้นมาในนาทีสุดท้าย แทนที่จะเป็น นิฟาริด ระเด่นอาหมัด ตามที่ปรากฏชื่อก่อนหน้านี้

 

นันทนา นันทวโรภาส สว. นั่งรอฟังผลการเลือกประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ที่หน้าห้องประชุม

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

ที่ประชุมได้ลงมติกันถึง 2 รอบ และได้คะแนน 9 ต่อ 9 เท่ากัน ตามข้อบังคับจึงต้องใช้วิธีการจับสลาก และเมื่อวีระศักดิ์จับได้สลากเสีย เป็นผลให้อังคณาได้ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการโดยทันที

 

ทั้งสองแคนดิเดตเดินเคียงข้างกันออกมาจากห้องประชุม ก่อนให้สัมภาษณ์ต่อกับสื่อมวลชน โดยขอบคุณซึ่งกันและกันพร้อมยืนยันว่า ได้พูดคุยกันก่อนหน้านี้แล้วว่า “ไม่ว่าใครจะได้เป็นประธานคณะก็จะสนับสนุนซึ่งกันและกัน” และวีระศักดิ์เองก็ได้เผยว่า ตั้งใจจะ ‘ลบรอยร้าวเล็กๆ’ รวมทั้งสร้างความสมานฉันท์

 

กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ จึงน่าจับตามองว่าต่อจากนี้จะมีบทบาทอย่างไร นอกจากเป็น ‘ฐานที่มั่นสุดท้าย’ ซึ่งมี สว. พันธุ์ใหม่ เป็นประธานคณะแล้ว ก็อาจเป็นก้าวแรกของการเชื่อม ‘รอยร้าว’ ระหว่าง สว. แต่ละฝ่าย ให้สามารถร่วมงานและแลกเปลี่ยนกันได้ในบางวาระหรือไม่

 

อังคณา นีละไพจิตร (ขวา) ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ให้สัมภาษณ์ร่วมกับ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี สว.

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

‘สีน้ำเงิน’ ยังแน่นแฟ้นหรือเริ่มแปรปรวน

 

สำหรับ สว. สีน้ำเงิน เองก็ยังแสดงพลังความเป็นเอกภาพเช่นเดิม ด้วยคะแนนเสียงกว่า 150 เสียง ทำให้สามารถส่ง สว. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหรือปลัดกระทรวงต่างๆ เข้ายึดกุมเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการได้ทุกคณะ แม้จะเสียเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ก็ไม่ได้มีผลมากนัก

 

เนื่องจากแม้จะเสียเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ แต่ สว. สีน้ำเงิน ยังสามารถส่ง สว. เข้าไปเป็นตำแหน่งอื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน อย่างเช่น แดง กองมา สว. ที่มีอาชีพค้าขายเนื้อหมู ได้รับเลือกเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ คนที่ 3 ขณะที่วีระศักดิ์ได้เป็นประธานคณะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

 

อย่างไรก็ตามเมื่อมองดูก็พบว่า ร่องรอยความแปรปรวนบางประการ ทั้งการปรับเปลี่ยนบางรายชื่อ เช่น การสลับวีระศักดิ์มาชิงเก้าอี้ประธานแทนนิฟาริด หรือแม้กระทั่งกรรมาธิการแรงงานที่ผลออกมาไม่เป็นไปตาม ‘โผ’ ที่ปรากฏก่อนหน้า

 

จากที่คาดการณ์ว่า ชินโชติ แสงสังข์ อดีตประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย จะได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการแรงงานนั้น ผลปรากฏว่า วิรัตน์ รักษ์พันธ์ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กลับได้เป็นแทน ถึงอย่างไรก็ถือเป็น สว. สีน้ำเงิน เหมือนกัน

 

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ชินโชติได้ขอถอนตัวจากการชิงเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการแรงงานเอง โดยแหล่งข่าวในกรรมาธิการแรงงานคาดว่าอาจมีปัญหาเรื่องการต่อรองในกลุ่ม สว. สีน้ำเงิน

 

ขณะเดียวกันกรรมาธิการแรงงานถือว่ามีความสำคัญ เพราะมีโอกาสเชื่อมประสานโดยตรงกับกระทรวงแรงงานที่มีรัฐมนตรีจากสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย และสังเกตได้จาก สว. ในคณะกรรมาธิการนี้จำนวน 18 คน มี สว. สายสีน้ำเงิน มากถึง 16 คน ยกเว้น แล ดิลกวิทยรัตน์ และ เทวฤทธิ์ มณีฉาย

 

แดง กองมา สว. ที่ทำอาชีพค้าขายเนื้อหมู ได้เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ คนที่ 3

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

เปิดตัวตนประธานคณะกรรมาธิการ 21 คณะ ใครเป็นใคร

 

  1. อังคณา นีละไพจิตร นักสิทธิมนุษยชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ

 

  1. พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม

 

  1. ธวัช สุระบาล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์

 

  1. วุฒิชาติ กัลยาณมิตร อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม

 

  1. นิรัตน์ อยู่ภักดี เป็นประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ

 

  1. พล.อ. สวัสดิ์ ทัศนา อดีตฝ่ายอำนวยการประธานคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ

 

พล.อ. สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ และหนึ่งในผู้คุมเสียง สว. สีน้ำเงิน คนสำคัญ

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

  1. พิศูจน์ รัตนวงศ์ ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและเรือรับนักท่องเที่ยว เป็นประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยวและกีฬา

 

  1. นิเวศ พันธ์เจริญวรกุล เป็นประธานคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม

 

  1. พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เป็นประธานคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน

 

  1. อภิชาติ งามกมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น

 

  1. พรเพิ่ม ทองศรี อดีตหัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และพี่ชายของ ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบันจากพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน

 

  1. วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม

 

อลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

  1. วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม

 

  1. วิรัตน์ รักษ์พันธ์ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน

 

  1. เอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม

 

  1. กมล รอดคล้าย อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

 

  1. กัมพล สุภาแพ่ง เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง 

 

  1. ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข

 

  1. พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต

 

  1. อลงกต วรกี อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี และอดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ

 

  1. ชีวะภาพ ชีวะธรรม อดีตหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ เป็นประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

The post ‘สว. สีน้ำเงิน’ กินรวบ (ไม่) หมด เสียงข้างน้อยรุกกลับ บทสรุปศึกชิงกรรมาธิการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ตามที่ สส. แก้ไขเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น https://thestandard.co/senate-approves-the-draft-referendum-bill/ Tue, 27 Aug 2024 06:57:42 +0000 https://thestandard.co/?p=975942

วันนี้ (27 สิงหาคม) ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 7 ที่ปร […]

The post สว. เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ตามที่ สส. แก้ไขเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 สิงหาคม) ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 7 ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การปรับแก้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ให้ใช้เพียงเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิเท่านั้น

 

จากการอภิปรายของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกับการแก้ไขของสภาผู้แทนราษฎร จะมีเพียงบางส่วนที่เห็นว่าไม่ควรแก้ไขเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น เพื่อความเป็นธรรม และคำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ เช่น พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ และ พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย

 

ขณะที่ นันทนา นันทวโรภาส ได้เสนอแนะการตั้งคำถามประชามติต่อรัฐบาล ว่าไม่ควรเป็นคำถามเชิงซ้อน และหากยกเว้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางหมวดก็จะทำให้คำถามยากต่อความเข้าใจ

 

ท้ายที่สุด ที่ประชุมวุฒิสภาลงมติเสียงข้างมากรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ด้วยเสียงเห็นชอบ 179 เสียง ไม่เห็นชอบ 5 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง

 

อย่างไรก็ตาม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา เพราะเกรงว่าหากตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาในกรอบเวลา 60 วัน อาจไม่ทันกับสมัยประชุมที่จะหมดลงในเดือนตุลาคม และอาจไม่ทันการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

 

ประธานวุฒิสภาจึงสั่งให้มีการลงมติ ที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นชอบให้ตั้งกรรมาธิการฯ และพิจารณาในกรอบเวลา 60 วัน ด้วยคะแนนเสียง 146 ต่อ 34 เสียง และงดออกเสียง 6 เสียง

 

สว. เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

The post สว. เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ตามที่ สส. แก้ไขเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>