บุคคลไร้สัญชาติ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บุคคลไร้สัญชาติ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 18 Oct 2023 10:41:12 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สภาโหวตคว่ำญัตติก้าวไกลเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาการศึกษาของเด็กไร้สัญชาติ ส่งเรื่องให้ กมธ.การศึกษาพิจารณาแทน https://thestandard.co/mfp-special-committee-considers-educational-management-guidelines/ Wed, 18 Oct 2023 10:41:12 +0000 https://thestandard.co/?p=856108 ปัญหาการศึกษา

วันนี้ (18 ตุลาคม) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจาร […]

The post สภาโหวตคว่ำญัตติก้าวไกลเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาการศึกษาของเด็กไร้สัญชาติ ส่งเรื่องให้ กมธ.การศึกษาพิจารณาแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปัญหาการศึกษา

วันนี้ (18 ตุลาคม) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย หรือเด็กรหัส G เสนอโดย ปารมี ไวจงเจริญ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะ ซึ่งมีการเสนอญัตติและอภิปรายต่อเนื่องมาจากการประชุมครั้งก่อน

 

ในที่ประชุมวันนี้มี สส. พรรคก้าวไกลหลายคนร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าว เช่น เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส. บัญชีรายชื่อ สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ระบุว่า ปัจจุบันมีเด็กไร้สัญชาติที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร และไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาในระบบรวมกันกว่า 2 แสนคน เนื่องจากในประเทศเพื่อนบ้านยังคงมีสงครามและปัญหาทางเศรษฐกิจ ทำให้คนส่วนหนึ่งจำเป็นต้องเข้ามาแสวงหาโอกาสเป็นแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย 

 

ดังนั้นสังคมไทยจึงต้องเปิดใจโอบรับพี่น้องแรงงานข้ามชาติ โดยมองพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่ลูกหลานของพวกเขา ในอนาคตคนกลุ่มนี้จะเป็นคนทำงานที่มีฝีมือ เป็นผู้บริโภค และเป็นผู้เสียภาษี ย้อนกลับมาเป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งสิ้น

 

การจัดการศึกษาให้กลุ่มคนเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นภาระของสังคมไทย การใช้งบประมาณ 300-500 ล้านบาทต่อปี ไม่เกินศักยภาพที่รัฐบาลไทยจะทำได้ และถ้าหากรัฐบาลไทยมีระบบการบริหารจัดการที่ดี ก็มีโอกาสขอรับเงินช่วยเหลือจากองค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศได้ด้วย

 

ขณะที่ ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เป็นผู้สรุปญัตติหลังจบการอภิปราย โดยระบุว่า เด็กทุกคนในประเทศนี้มีความคาดหวังว่าสภาแห่งนี้จะตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาไม่ให้มีเด็กคนใดตกหล่นไปจากระบบการศึกษาของประเทศนี้อีก ทุกคนน่าจะเคยอ่านหนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยมาก่อน ประโยคสำคัญของเรื่องบอกไว้ว่า เวลาเราจะคิดหรือทำอะไรในเรื่องของเด็ก ท่านจะใช้สายตาหรือใช้หัวใจในการมอง 

 

“การลงมติในญัตตินี้จึงสำคัญมาก ท่านจะตัดสินโดยใช้สายตาที่แต่ละคนสั้นหรือยาวไม่เท่ากัน มีกรอบวิธีคิดที่แตกต่างกัน หรือจะใช้หัวใจในการตัดสินใจว่าทุกคนที่เป็นเด็กในประเทศนี้คือลูกหลานของเรา” ณัฐวุฒิกล่าว

 

จากสถิติเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2566 มีเด็กที่ไร้ทะเบียนราษฎรหรือไร้สัญชาติไทยอยู่ในโรงเรียนกว่า 3 แสนคน แต่ได้รับการยืนยันว่ามีตัวตนเพียง 1.1 แสนคน ส่วนอีกเกือบ 2 แสนคนไม่มีการลงรหัสยืนยันตัวตน นอกจากนี้ ประเด็นเด็กไร้สัญชาติไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับการลงรายการสถานะบุคคลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปัจจุบันมีเด็กไร้สัญชาติที่ได้รับการลงเลข 13 หลัก เพียง 89,000 คน ตกหล่นและอยู่ระหว่างการสอบประวัติอีกกว่า 40,000 คน เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการแล้ว และไม่อยู่ในขอบเขตที่กรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งจะทำการศึกษาได้

 

ที่สำคัญกว่านั้น ประเทศไทยกำลังจะถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรงจากนานาอารยประเทศในที่ประชุมคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติปลายปีนี้ รวมถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กรณีการพยายามส่งตัวเด็กไร้สัญชาติ 126 คนกลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในประเด็นนี้คณะกรรมาธิการการศึกษาเพียงคณะเดียวจะสามารถตอบคำถามนี้ได้หรือไม่

 

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมา เพราะเรื่องนี้ครอบคลุมใน 4 มิติ ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ แรงงาน และสิทธิความเป็นพลเมืองหรือความเป็นมนุษย์ ซึ่งณัฐวุฒิย้ำว่า เวลาพูดถึงสิทธิเด็ก เด็กพูดด้วยตัวเองไม่ได้ สภาแห่งนี้จึงต้องเป็นศูนย์กลางในการยืนยันเรื่องนี้

 

“เรากำลังพูดถึงเด็กหลายแสนคนในประเทศไทยที่ไม่มีแม้แต่โอกาสในการเดินเข้าโรงเรียน ผมอยากวิงวอนเชิญชวนให้ทุกท่านอ่านเจ้าชายน้อย และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ กล้าที่จะใช้หัวใจของท่านในการลงมติแทนการใช้สายตาแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะส่งให้คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งไปดำเนินการ พรรคก้าวไกลขอยืนยันให้สภาแห่งนี้ลงมติสนับสนุนการจัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ ไม่ใช่เพื่อพรรคก้าวไกล เพื่อฝ่ายค้าน หรือสภาแห่งนี้ แต่เพื่อเด็กๆ ทุกคนในประเทศนี้” ณัฐวุฒิกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนการลงมติ วิปรัฐบาลได้ประสานมายังพรรคก้าวไกลว่าจะลงมติไม่เห็นชอบกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ดังกล่าว โดยมองว่าประเด็นนี้สามารถมอบให้คณะกรรมาธิการการศึกษาไปพิจารณาเพียงคณะเดียวได้ ทำให้ผลการลงมติออกมาที่เห็นด้วย 164 เสียง และไม่เห็นด้วย 245 เสียง การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้นจึงไม่เกิดขึ้น โดยคณะกรรมาธิการการศึกษาจะรับไปดำเนินการต่อ และใช้กรอบเวลา 90 วันในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ

The post สภาโหวตคว่ำญัตติก้าวไกลเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาการศึกษาของเด็กไร้สัญชาติ ส่งเรื่องให้ กมธ.การศึกษาพิจารณาแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
A Time To Fly หนังที่อิงจากเรื่องจริงของ หม่อง ทองดี อดีตเด็กไร้สัญชาติที่นั่งเครื่องบินกระดาษสู่ระดับโลก พร้อมฉาย 14 ก.ย. นี้ https://thestandard.co/a-time-to-fly/ Sat, 02 Sep 2023 11:55:49 +0000 https://thestandard.co/?p=836859 A Time To Fly

“หม่อง ทองดี ใช้เวลา 19 วินาทีในการสร้างชื่อเสียงให้ประ […]

The post A Time To Fly หนังที่อิงจากเรื่องจริงของ หม่อง ทองดี อดีตเด็กไร้สัญชาติที่นั่งเครื่องบินกระดาษสู่ระดับโลก พร้อมฉาย 14 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
A Time To Fly

“หม่อง ทองดี ใช้เวลา 19 วินาทีในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย แต่ใช้เวลาถึง 20 ปีกว่าจะบรรลุความฝัน!”

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ชื่อของ หม่อง ทองดี กลายเป็นที่รู้จักทั่วประเทศเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อสื่อต่างพร้อมใจกันนำเสนอข่าวเด็กชายวัย 11 ขวบ ผู้มีความสามารถในการโยนเครื่องบินกระดาษ แต่เขาเกือบไร้โอกาสได้ทำตามความฝันของตัวเอง เนื่องจากเป็นคนไร้สัญชาติ 

 

และในปีนี้เรื่องราวของเขาจะถูกนำกลับมาบอกเล่าอีกครั้งผ่านภาพยนตร์เรื่อง A Time To Fly บินล่าฝัน ซึ่งกำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 14 กันยายนนี้

 

 

A Time To Fly บินล่าฝัน ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมด้วยอิเมจิแมกซ์ (Imagimax) พร้อมได้ยูเจ็ดสอง สตูดิโอ มาเป็นผู้ดูแลการจัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ 

 

อีกทั้งยังได้ โส่ย-ศักดิ์ศิริ คชพัชรินทร์ ผู้กำกับแอนิเมชันที่เคยฝากฝีไม้ลายมือในภาพยนตร์เรื่อง คุณทองแดง ตอน หมาวัด มาเป็นคนดูแลและบอกเล่าเรื่องราวในครั้งนี้ ผ่านนักแสดงอย่าง โบกี้-ศุภัช ท้าวสกุล, เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน และ แมน-ธฤษณุ สรนันท์ ที่จะมาร่วมกันพาผู้ชมไปดูการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความฝันและความเป็นคนไทยของหม่อง

 

 

โดยผู้กำกับอย่าง โส่ย ศักดิ์ศิริ ได้เผยถึงแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ว่า “จุดเริ่มต้นเรื่องนี้มาจากข่าวเด็ก 13 หมูป่าติดถ้ำ ซึ่งในกลุ่มนี้มีน้องๆ บางคนเป็นเด็กไร้สัญชาติ ผมจึงนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องที่เคยเป็นข่าวฮือฮาเมื่อ 10 ปีก่อน ที่มี ด.ช.หม่อง ทองดี เด็กไร้สัญชาติที่แข่งเครื่องบินกระดาษจนเป็นตัวแทนไปแข่งที่ประเทศญี่ปุ่น ผมจำได้ว่าอย่างแรกที่ผมรับรู้คือ การปาเครื่องบินกระดาษเป็นกีฬาด้วยเหรอ 

 

“แต่สิ่งที่น่าสนใจลึกลงไปกว่านั้นคือ ความช่วยเหลือจากสื่อต่างๆ, นักกฎหมาย และคุณครูของเขา ที่พยายามผลักดันให้ฝันของหม่องเป็นจริง ผมแบ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น 2 ประเด็น คือ Outside Story เป็นเรื่องของเด็กไปแข่งเครื่องบินกระดาษ ส่วน Inside Story เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐาน

 

“ด้วยความที่เรื่องราวของภาพยนตร์ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริง มันจะส่งผลกระทบต่อคนหรือหน่วยงานไหมบ้างไหม ผมมีการวางเส้นเรื่องที่ชัดเจนคือ เราไม่ได้วางให้ใครเป็นผู้ร้าย เราพูดถึงเรื่องอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต อย่างเช่น อุปสรรคของหม่องคือ เขาเป็นเด็กไร้สัญชาติ 

 

“นอกจากนี้ผมก็เน้นไปที่ความร่วมมือร่วมใจของคนไทยในหลายๆ ส่วน ที่พยายามช่วยเหลือให้ฝันของเด็กคนหนึ่งได้เป็นจริง เจตนาของผมคืออยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม จากกระดาษราคาไม่ถึง 25 สตางค์ แต่กลับเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งได้ เป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เหมือนเราทุกคนที่มีอุปสรรคต่างๆ เข้ามาในชีวิต แต่เราจะทำอย่างไรที่จะก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ แล้วทำความฝันให้สำเร็จได้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากพูดถึงมากกว่าครับ”

 

A Time To Fly

 

สำหรับ A Time To Fly จะว่าด้วยเรื่องราวของ ด.ช.หม่อง ทองดี (โบกี้-ศุภัช ท้าวสกุล) เด็กไร้สัญชาติอายุ 11 ปี ซึ่งบังเอิญได้มีโอกาสไปคัดเลือกและชนะการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ จนได้เป็นตัวแทนระดับประเทศไปแข่งขันชิงแชมป์เครื่องบินกระดาษพับ ณ ประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มใกล้เข้ามา รัฐบาลไทยได้ปฏิเสธการออกเอกสารการเดินทางให้กับเด็กไร้สัญชาติ เนื่องจากมิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้บรรดาคุณครู, อาจารย์, นักกฎหมาย, นักข่าว และประชาชนทั่วไป รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องจากทางภาครัฐ ให้เขาได้มีโอกาสเดินตามความฝัน แม้สุดท้ายจะคว้าแชมป์กลับมา แต่หม่องก็ต้องใช้เวลานานถึง 20 ปีเพื่อที่จะได้เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์

 

รับชมตัวอย่าง A Time To Fly บินล่าฝัน ได้ที่

 

The post A Time To Fly หนังที่อิงจากเรื่องจริงของ หม่อง ทองดี อดีตเด็กไร้สัญชาติที่นั่งเครื่องบินกระดาษสู่ระดับโลก พร้อมฉาย 14 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลไทยผนึกกำลัง UNHCR และ UNICEF เร่งความก้าวหน้าในการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก https://thestandard.co/thai-government-joins-with-unhcr-and-unicef/ Thu, 01 Jun 2023 07:58:25 +0000 https://thestandard.co/?p=797903 เด็กไร้สัญชาติ

วานนี้ (31 พฤษภาคม) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย […]

The post รัฐบาลไทยผนึกกำลัง UNHCR และ UNICEF เร่งความก้าวหน้าในการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เด็กไร้สัญชาติ

วานนี้ (31 พฤษภาคม) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย UNHCR และ UNICEF ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาระดับชาติว่าด้วยการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็กในประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานสหประชาชาติ ร่วมกันผนึกกำลังเพื่อยุติความไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก

 

งานสัมมนานี้อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ร่วมของ UNHCR และ UNICEF เพื่อแก้ปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมระบุถึงความท้าทายที่ยังคงอยู่เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ตลอดจนส่งเสริมความเข้มแข็งในการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านกฎหมายและนโยบายในการจัดการกับปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติ อย่างไรก็ตาม จูเซ็ปเป้ เด วินเซ็นทีส ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า “การแก้ปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติในเด็กในประเทศไทยยังคงเป็นงานที่ไม่เสร็จสิ้นและต้องเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เรายินดีกับความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก UNHCR จะยังคงสนับสนุนรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และพิจารณาแสดงเจตจำนงในการแก้ไขปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติที่การประชุมระดับโลกว่าด้วยเรื่องผู้ลี้ภัย (Global Refugee Forum) ในปลายปีนี้”

 

ทางด้าน คยองซอน คิม ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะมีสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง และมีสถานะทางกฎหมาย ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นประตูด่านแรกที่จะช่วยให้เด็กๆ เข้าถึงสิทธิด้านอื่นๆ เช่น สิทธิในการมีชีวิตอยู่รอด สิทธิด้านการศึกษา สิทธิในการได้รับการปกป้องคุ้มครอง และสิทธิในการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา การไม่มีสัญชาติหรือสถานะทางกฎหมายถือเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงสำหรับเด็กในการจะมีชีวิตที่มีคุณภาพและอนาคตที่สดใส”

 

รัฐบาลไทยได้เข้าร่วมการรณรงค์ #IBelong ของ UNHCR เพื่อยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติภายในปี 2024 และให้คำมั่นสัญญาที่จะลดและแก้ปัญหาสถานะทางกฎหมายสำหรับบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติรวมถึงเด็ก เพื่อให้พวกเขาได้เข้าถึงการศึกษาและสวัสดิการทางสังคมและการคุ้มครองเด็ก ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2015 มีบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติที่ขึ้นทะเบียนกว่า 63,000 คน ได้รับสัญชาติไทย

 

ปัจจุบันกฎหมายไทยอนุญาตให้เด็กทุกคนที่เกิดในประเทศไทยสามารถจดทะเบียนการเกิด ได้รับสูติบัตร เข้าเรียนในโรงเรียนหรือเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีสถานะทางกฎหมายหรือเอกสารใดๆ ก็ตาม

 

เอกสิริ ปิณฑะรุจิ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า “งานสัมมนาในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสที่จะสะท้อนความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติในเด็กเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรากลั่นกรองและเร่งความพยายามในการแก้ไขปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็กในประเทศไทยอย่างครอบคลุม รัฐบาลไทยจะใช้โอกาสนี้เพื่อเร่งการดำเนินงานของเราโดยร่วมมือกับหน่วยงานของสหประชาชาติและภาคประชาสังคม เพื่อแก้ปัญหาเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย”

 

ภาพ: UNICEF

อ้างอิง: UNHCR / UNICEF

The post รัฐบาลไทยผนึกกำลัง UNHCR และ UNICEF เร่งความก้าวหน้าในการยุติภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติของเด็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หม่อง ทองดี คอยมา 9 ปี คาดอีก 5 เดือนได้สัญชาติไทย ถอดบทเรียน แม้เกิดในไทย แต่ยังไร้สัญชาติ https://thestandard.co/mong-thongdee/ https://thestandard.co/mong-thongdee/#respond Mon, 27 Aug 2018 12:25:32 +0000 https://thestandard.co/?p=116606

ย้อนไปเมื่อปี 2551 ด.ช.หม่อง ทองดี เป็นบุคคลไร้สัญชาติท […]

The post หม่อง ทองดี คอยมา 9 ปี คาดอีก 5 เดือนได้สัญชาติไทย ถอดบทเรียน แม้เกิดในไทย แต่ยังไร้สัญชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนไปเมื่อปี 2551 ด.ช.หม่อง ทองดี เป็นบุคคลไร้สัญชาติที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 5 รุ่นอายุ 12 ปี

 

ด.ช.หม่อง ชั้น ป.4 จากโรงเรียนบ้านห้วยทราย ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เป็นตัวแทนประเทศเข้าแข่งขันร่อนเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุ่น

 

แม้ ด.ช.หม่อง จะพับเครื่องบินกระดาษได้เก่งแค่ไหน แต่อาจขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่นไม่ได้ เพราะเขาไม่มี ‘สัญชาติ’

 

ในเวลานั้นรัฐบาลได้ทำหนังสือเดินทางพิเศษเพื่อเดินทางไปแข่งขัน จนกระทั่งหม่องคว้ารางวัลที่ 3 รุ่นอายุ 12 ปี และรางวัลชนะเลิศในประเภททีมผสม

 

ด.ช.หม่อง กลายเป็นฮีโร่ของประเทศ หลายฝ่ายสัญญาว่าจะช่วยเหลือให้หม่องได้รับสัญชาติไทย รวมถึงรับปากเรื่องทุนการศึกษา

 

จากวันนั้นผ่านมาร่วม 10 ปี หม่องในวัย 21 ปียังไม่ได้รับสัญชาติไทย ส่วนเรื่องการศึกษา เมื่อจบ ม.3 จากโรงเรียนหอพระ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เขาต้องเรียนต่อ กศน.

 

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 หม่องตัดสินใจเดินเรื่องขอสัญชาติด้วยตัวเองในสถานะผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับไทยด้วยการระดมหนังสือรับรองจากหน่วยงานราชการและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

 

และที่สำคัญ หม่องตัดสินใจลงแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทยอีกครั้ง

 

เมื่อ 10 ปีที่แล้วเขาลงแข่งในรุ่นอายุ 12 ปี มาวันนี้เขาลงแข่งรุ่นบุคคลทั่วไป

 

26 สิงหาคมที่ผ่านมา หม่องคว้าแชมป์ด้วยเวลา 12.55 วินาที ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2563

 

10 ปีผ่านไป ทุกอย่างวนมาที่เดิม หม่องคว้าแชมป์ได้สิทธิ์ไปแข่งขันที่ญี่ปุ่น แต่หม่องยังไม่มีสิทธิ์ได้สัญชาติไทย

 

 

 

 

ล่าสุดวันนี้ (27 ส.ค.) ตัวแทนจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ได้มอบหนังสือจากอธิบดีกรมการปกครอง ลงนามรับรองว่าหม่องเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศ เพื่อนำหนังสือยื่นขอสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ ตาม พ.ร.บ. สัญชาติ

 

และตามกรอบระยะเวลาของกฎหมายยืนยันว่าไม่ถึง 2 ปี หรือไม่เกินปี 2563 หม่องจะได้เดินทางไปแข่งขันเครื่องบินพับกระดาษที่ญี่ปุ่นในฐานะบุคคลที่มีสัญชาติไทยแน่นอน

 

ขณะที่หม่องเปิดเผยว่าวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค.) จะไปพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อตรวจประวัติอาชญากรรมและประวัติการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นวันที่ 3 กันยายนจะไปขอสัญชาติไทยที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เสนอเพื่ออนุมัติทำบัตรประชาชน

 

หม่องคาดว่าตามกระบวนการอีก 5 เดือนเขาจะได้บัตรประชาชนและเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์

 

ทำไมหม่องต้องรอสัญชาติไทยนานร่วม 10 ปี

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ติดตามให้คำปรึกษาแก่หม่องมาอย่างต่อเนื่องกล่าวว่า หม่องไม่มีสิทธิ์ในสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยผลอัตโนมัติของกฎหมายทั้งที่เกิดในประเทศไทย เพราะบุพการีเป็นคนต่างด้าวซึ่งเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย

 

สรุปคือเมื่อพ่อแม่ของหม่องไม่ใช่คนสัญชาติไทย แม้เขาจะเกิดในไทย แต่กฎหมายได้ปิดประตูการขอสัญชาติของเขา

 

กระทั่งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2553 มีมติคณะรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้รับรองสิทธิ์ในสัญชาติไทยให้แก่คนที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย

โอกาสของหม่องเหมือนจะใกล้เข้ามาทุกที แต่เขาก็ยังต้องรอต่อไป โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าวว่ารัฐบาลไทยทุกชุดที่ผ่านมาไม่เคยใช้โอกาสนี้ที่จะร้องขอการรับรองสิทธิ์ในสัญชาติไทย ทั้งที่หลายฝ่ายมองว่าหม่องได้ทำชื่อเสียงอย่างมากต่อประเทศ

 

เวลาผ่านไปอีก 6 ปี

 

กระทั่ง 7 ธันวาคม 2559 มติ ครม. อนุมัติหลักเกณฑ์การให้สัญชาติไทยเพื่อการแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียน นักศึกษา และบุคคลไร้สัญชาติที่เกิดในราชอาณาจักร

 

ตามมาด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย 16 กุมภาพันธ์ 2560 กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางที่ชัดเจนในการขอสัญชาติไทยสำหรับเด็กที่เกิดในไทย แต่บุพการีเป็นคนต่างด้าว ซึ่งมีทั้งต้องจบปริญญาตรีหรือสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ซึ่งหม่องเข้าเงื่อนไขดังกล่าวและกำลังรอได้รับสัญชาติไทยหลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนร่วมกันจับตาและผลักดัน

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องของหม่องไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของหม่องเพียงคนเดียว เพราะยังมีเด็กไร้สัญชาติในลักษณะเดียวกันนี้อีกประมาณ 9 หมื่นคน ซึ่งพวกเขาขาดโอกาส ไม่ได้เป็นคนดังที่ได้รับความสนใจแบบหม่อง แต่กลับต้องประสบปัญหาที่ยากลำบากไม่แพ้กัน

 

เครื่องบินพับของหม่องกำลังร่อนพาเราไปให้เห็นปัญหาของคนเด็กไร้สัญชาติอื่นๆ อีกหลายคน และเป็นแนวทางในการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อขอสัญชาติให้กับเด็กคนอื่นๆ ในอนาคต

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post หม่อง ทองดี คอยมา 9 ปี คาดอีก 5 เดือนได้สัญชาติไทย ถอดบทเรียน แม้เกิดในไทย แต่ยังไร้สัญชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/mong-thongdee/feed/ 0
รมว.มหาดไทย เผยให้สัญชาติไทยหมูป่าต้องว่าตามกฎหมาย มีระยะดำเนินการอย่างรอบคอบ https://thestandard.co/thai-nationality-legal-procedure/ https://thestandard.co/thai-nationality-legal-procedure/#respond Tue, 17 Jul 2018 03:27:32 +0000 https://thestandard.co/?p=108058

จากการตรวจสอบและมีการนำเสนอข่าวของสื่อหลายสำนักพบว่า สม […]

The post รมว.มหาดไทย เผยให้สัญชาติไทยหมูป่าต้องว่าตามกฎหมาย มีระยะดำเนินการอย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากการตรวจสอบและมีการนำเสนอข่าวของสื่อหลายสำนักพบว่า สมาชิกในทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายจำนวนหนึ่ง เป็นบุคคลซึ่งยังไม่ได้รับสัญชาติไทย และมีกระแสเรียกร้องให้มีการพิจารณาเรื่องสัญชาตินั้น

 

ล่าสุด พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการขอสัญชาติของทีมหมูป่าอะคาเดมี 4 คน ที่ยังเป็นบุคคลไร้สัญชาติว่า ต้องพิจารณาตาม กฎหมาย เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจจะให้สัญชาติใครก็ได้ แต่ต้องมีหลักฐานและสามารถพิสูจน์ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากถูกต้องครบถ้วนก็สามารถให้ได้ แต่หากไม่ถูกต้องก็จะถือเป็นความผิดของผู้ที่ให้ ดังนั้นทุกขั้นตอนจึงอาจใช้ระยะเวลาดำเนินการ เพราะต้องทำอย่างรอบคอบ

 

ทั้งนี้การให้สัญชาติไทยกับกลุ่มต่างๆ ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่แล้ว และนับตั้งแต่ปี 2557 ได้พิจารณาไปกว่า 2 หมื่นคน ซึ่งบางกรณีแม้พ่อแม่จะเข้ามาไม่ถูกต้อง แต่อยู่อาศัยเกิน 15 ปี และมีหลักฐานพิสูจน์การเกิดในประเทศไทยก็สามารถให้สัญชาติได้

The post รมว.มหาดไทย เผยให้สัญชาติไทยหมูป่าต้องว่าตามกฎหมาย มีระยะดำเนินการอย่างรอบคอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thai-nationality-legal-procedure/feed/ 0