บาร์ค็อกเทล – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 11 Dec 2025 09:03:18 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ https://thestandard.co/life/ml-bar-cocktail-numbers/ Thu, 11 Dec 2025 08:54:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1153576 mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’

ถ้าใครอยากจิบเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วในบรรยากาศไม่วุ่นวาย […]

The post mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’

ถ้าใครอยากจิบเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วในบรรยากาศไม่วุ่นวาย ‘mL Bar’ บาร์น้องใหม่ย่านสาทรน่าจะเป็นสถานที่ที่หลายคนตามหา เพราะนอกจากพื้นที่โปร่งกว้าง ที่นั่งหลายมุมซึ่งมีทั้งเคาน์เตอร์บาร์และโซฟา ดริงก์ของบาร์แห่งนี้ยังเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ก็เต็มไปด้วยดีเทลน่าสนใจ

 

mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 1 mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 2

 

ชื่อของ mL Bar มาจากคำว่ามิลลิลิตร ทุกอย่างในบาร์แห่งนี้จึงเล่นกับตัวเลข เวลาสั่งเครื่องดื่มแล้วแอบรู้สึกเหมือนบอกรหัสลับดีเหมือนกัน เช่น ‘3.14 (400 บาท)’ ตัวเลขค่าพายที่สร้างแรงบันดาลใจถึงความกลมสมบูรณ์ ทุกส่วนผสมในแก้วนี้จึงเกี่ยวข้องกับรูปวงกลม เช่น บีตรูท ไซรัปจากแตง 3 ชนิด เสิร์ฟมาในแก้วทรงกลมพร้อมเจลลี่วงกลมข้างแก้ว

 

mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 3 mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 4 mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 5

 

‘69 (420 บาท)’ ค็อกเกลสุดเซ็กซี่ที่เบสด้วยรัมผสมหม่าล่า จิบไปแล้วมีความเผ็ดบางๆ ตัดด้วยความหอมหวานของเบอร์รี่ วานิลลา และชีส ‘911 (480 บาท)’ แก้วนี้ได้แรงบันดาลใจจากเบอร์โทรฉุกเฉินของตำรวจและเป็นแก้วที่เราชอบเป็นพิเศษด้วย เมนูนี้ทำคล้ายบลัดดี้แมรี แต่มีความจัดจ้านจากพริกจาลาเปโญและความเปรี้ยวจากแอปเปิล จิบแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวา กระตุ้นต่อมรับรส

 

mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 6 mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 7

 

‘404 (440 บาท)’ แก้วนี้ก็น่าสนุก เพราะได้แรงบันดาลใจจากอินเทอร์เน็ตเวลาขึ้นว่า Page Not Found จึงเสิร์ฟเป็นค็อกเกลเบสจินผสมสมุนไพร โทนิกกระบองเพชร และรูบาร์บ เสิร์ฟพร้อมช็อกโกแลตไดโนเสาร์รสพิสตาชิโอ

 

‘88 (888 บาท)’ ค็อกเทลสุดหรูหนึ่งเดียวในเมนูของร้าน จึงตั้งชื่อตามเลขมงคลของจีนที่สื่อถึงความโชคดีและมั่งคั่ง แก้วนี้เบสจากซิงเกิลมอลต์วิสกี้ผสมด้วยอมาโรทรัฟเฟิล ท็อปด้วยลูกกวาดสีทองด้านบน

 

นอกจากนี้บาร์ยังมีอาหารให้สั่งมากินได้อีก เช่น Caprese Skewer (320 บาท/2 ไม้) มะเขือเทศกับมอซซาเรลล่าชีสเสียบไม้พร้อมซอสบัลซามิก Croquette (220 บาท) คร็อกเกตไส้เบคอน หัวหอม และพาร์มาแฮม หรือ Grilled Wagyu Beef
& Bacon Skewer (380 บาท/2 ไม้) เนื้อวากิวสไลซ์ย่างกับซอสมัสตาร์ดและพริกดอง

 

mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 8 mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 9 mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ 10

 

Good for

 

mL Bar เป็นบาร์น้องใหม่ในบรรยากาศสบายๆ และเครื่องดื่มเข้าใจง่าย น่าจะเป็นร้านที่หลายคนชอบถ้าหากวันไหนอยากนั่งจิบเครื่องดื่มแบบไม่วุ่นวาย เราชอบที่เครื่องดื่มมีหลากหลายแนวให้ค้นหาด้วย ใครเป็นสายค็อกเทลเชื่อว่าต้องสนุกกับที่นี่แน่นอน

 

mL Bar
Open: ทุกวัน เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป
Address: ชั้น LG ในอาคาร Supalai Icon Sathorn
Budget: 600-1,200 บาท

The post mL Bar บาร์ค็อกเทลที่ทุกแก้วเกิดขึ้นจาก ‘ตัวเลข’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำฤดูกาลของอังกฤษ https://thestandard.co/life/vesper-britain-through-seasons/ Sat, 15 Nov 2025 09:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1143721 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ

หากใครมองหาบาร์ค็อกเทลระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ ชื่อของ ‘ […]

The post ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำฤดูกาลของอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ

หากใครมองหาบาร์ค็อกเทลระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ ชื่อของ ‘Vesper’ ต้องติดอยู่ในลิสต์ลำดับต้นอย่างแน่นอน บาร์ดีในย่านสีลมที่เปรียบเสมือนห้องรับแขกของนักดื่ม ไม่ว่าใครจะมาจะไปหรือมีแขกบ้านแขกเมืองต้องแวะมาเช็คอินที่นี่ หลังปล่อยเมนูภายใต้คอนเซปต์ People of Vesper ที่ใช้คาแร็กเตอร์ผู้คนเป็นตัวแทนของรสชาติอยู่หลายปี ตอนนี้ Vesper เพิ่งเปลี่ยนคอนเซปต์เมนูใหม่ ‘Britain Through Seasons’ หวนคืนสู่รากเดิมของบาร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบาร์ที่อังกฤษ

 

‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 1 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 2

 

The Vibe

 

สำหรับใครที่ยังไม่เคยมา Vesper ที่นี่ตั้งอยู่ย่านสีลม ใกล้สถานี BTS ศาลาแดงและ MRT สีลม เดินทางมาสะดวกและหาร้านเจอง่ายมาก เมื่อก้าวเข้าไปในร้านคุณจะได้พบกับการต้อนรับจากพนักงานอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนกลับมาซ้ำ การตกแต่งด้านในใช้มู้ดโทนเคร่งขรึมแต่อบอุ่น มีทั้งโซนโต๊ะใหญ่เหมาะสำหรับนั่งพูดคุยกับคนพิเศษหรือเพื่อนเพลินๆ ส่วนใครที่มาคนเดียวก็สามารถนั่งคุยกับบาร์เทนเดอร์บริเวณโซนเคาน์เตอร์บาร์ได้

 

‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 3 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 4

 

The Taste

 

ที่นี่เสิร์ฟค็อกเทลคุณภาพดี การันตีด้วยมาตรฐานระดับโลก เพราะได้รับการจัดอันดับในลิสต์ Asia’s 50 Best Bars 2025 เป็นลำดับที่ 29 พร้อมเปิดตัวค็อกเทล ‘Britain Through Seasons’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวทั้ง 4 ฤดูกาลของประเทศอังกฤษ (Spring, Summer, Autumn, Winter) ผสมกับแนวคิด ‘Art Book’ ที่นำศิลปะมาถ่ายทอดเป็นรสชาติและอารมณ์ของเครื่องดื่มแต่ละแก้ว เกิดเป็นเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลทั้ง 12 แก้ว

 

ซึ่งเมนูในแต่ละซีซันมีค่อนข้างหลากหลาย เริ่มจากค็อกเทลซีซัน Spring ที่เน้นความสดชื่นจากสมุนไพร ‘Rhubarb & Cream (450 บาท)’ ค็อกเทลที่มีส่วนผสมของสมุนไพรรูบาร์บให้รสชาติเปรี้ยวสดชื่น และมีลูกเล่นเมื่อเทค็อกเทลสีแดงสดลงไปในแก้ว โฟมครีมสีขาวก็จะค่อยๆ ฟูขึ้นมาด้านบน ทำให้ได้ทั้งภาพและความสนุกตั้งแต่จิบแรก เช่นเดียวกันกับ ‘Shandy Shake (460 บาท)’ ท็อปมาด้วยครีมโฟมแน่นๆ ดื่มง่าย ให้ความรู้สึกคล้ายกับดื่มชาเย็นสดชื่น

 

ส่วนซีซัน Summer จะให้ความรู้สึกสนุกๆ มีชีวิตชีวา ส่วนผสมจึงเน้นไปผลไม้เนื้อฉ่ำๆ หวานอมเปรี้ยว อย่าง ‘Parakeet (400 บาท)’ ค็อกเทลที่มีกีวี่เป็นส่วนผสม และให้ความซ่าคล้าย Tequila Soda และ ‘Solero (690 บาท)’ ค็อกเทลที่มีไอศกรีมผลไม้ท็อปมาด้านบน รสหวานอมเปรี้ยวสดชื่น และดื่มง่ายเช่นกัน

 

‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 5 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 6 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 7 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 8 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 9

 

ในซีซัน autumn รสชาติจะมีความอบอุ่นและซับซ้อนขึ้น ซึ่งเมนูที่เราชอบมากๆ คือ ‘Leaf & Soil (460 บาท)’ ค็อกเทลมีรสชาติเปรี้ยว ท็อปด้วยครีมโฟมนุ่มๆ ตัดกับสัมผัสกรอบๆ ของ Edible Soil ด้านบน จิบแล้วเข้ากันพอดี จนต้องต่อจิบต่อไป

 

และซีซันสุดท้าย เราเชื่อว่าหลายคนต้องชอบค็อกเทลแก้วนี้ ‘Baked Apple (450 บาท)’ ของซีซัน Winter ให้ความรู้สึกเหมือนได้กินขนมหวาน ทั้งกลิ่นแอปเปิลอบ ความมันนุ่มของ Custard ด้านบน ส่วน ‘Preserves (460 บาท)’ ท็อปมาด้วยผลไม้เปรี้ยวหวานตระกูลเบอร์รีและส้ม จิบแล้วสดชื่นแต่ยังอบอุ่น เป็นอีกแก้วที่เราก็ชอบไม่แพ้กัน

 

‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 10 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 11

 

นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเมนูของว่างอีกหลายอย่างให้สั่งมากินคู่กันด้วย เช่น ‘Sausage Roll (240 บาท)’ แป้งพัฟเพสทรีอบกรอบ ที่เมื่อหั่นเข้าไปแล้วเนื้อหมูข้างในมีความฉ่ำ หรือ ‘Chorizo Croquettes (350 บาท)’ ชิ้นชีสกรอบข้างนอก เมื่อกัดเข้าไปแล้วจะสัมผัสถึงรสชาติชีสเข้มข้น และ ‘Steak Tartare (550 บาท)’ เมนูคลาสสิกของอังกฤษที่แนะนำให้คลุกเคล้าไข่แดงเข้ากันกับเนื้อดิบ และกินพร้อมกับสแน็กกรอบๆ เพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้สนุกขึ้น รับรองว่าถ้าได้กินคำแรกแล้วต้องไปต่อคำถัดไปจนหมดจานไม่รู้ตัว

 

และที่พลาดไม่ได้เลยคือเมนูของหวาน อย่าง ‘Sticky Toffee Pudding (240 บาท)’ แป้งเค้กเนื้อนุ่มฉ่ำซอสทอฟฟี่เข้มข้นอุ่นๆ เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมวานิลลาเย็นๆ ตัดกันลงตัวพอดี ถ้าได้ลองแล้วจะฟินจนวางช้อนไม่ลง

 

‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 12 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 13 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 14 ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำ ฤดูกาลของอังกฤษ 15

 

Good for

 

Vesper บาร์ค็อกเทลเหมาะสำหรับค่ำคืนพิเศษ ที่ไม่ว่าจะมากับเพื่อน คนพิเศษ หรือมาคนเดียว ก็สามารถนั่งดื่มเพลินๆ ได้ อีกทั้งการันตีด้วยรางวัลระดับเอเชียและความเป็นเอกลักษณ์ที่นำศิลปะมาผสมผสานกับรสชาติได้อย่างลงตัว ที่นี่จึงไม่ใช่แค่ ‘บาร์’ แต่เป็น ‘ประสบการณ์’ ที่ควรมาลองสักครั้งสำหรับคนรักค็อกเทลตัวจริง

 

Vesper

Open: เปิดทุกวัน เวลา 17.30-02.00 น.

Contact: Vesper 

Address: ถนนคอนแวนต์, สีลม, กรุงเทพฯ (ซอยศาลาแดง 2) อยู่ใกล้ BTS ศาลาแดงประมาณ 200 เมตร และ MRT สีลมประมาณ 400 เมตร

Budget: 400-1000++ บาท

The post ‘Britain Through Seasons’ เมนูใหม่จาก Vesper ชวนนักจิบดื่มด่ำฤดูกาลของอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผล 20 บาร์ยอดเยี่ยมประจำประเทศไทย ‘Dry Wave Cocktail Studio’ ยังมาแรงไม่หยุด https://thestandard.co/life/thailand-20-best-bars-dry-wave-cocktail/ Tue, 14 Oct 2025 05:39:06 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1130176 thailand-20-best-bars-dry-wave-cocktail

มาร้อง #ไชโย กันให้ดังๆ กันอีกสักครั้งกับผลรางวัล ‘Thai […]

The post สรุปผล 20 บาร์ยอดเยี่ยมประจำประเทศไทย ‘Dry Wave Cocktail Studio’ ยังมาแรงไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-20-best-bars-dry-wave-cocktail

มาร้อง #ไชโย กันให้ดังๆ กันอีกสักครั้งกับผลรางวัล ‘Thailand’s 20 Best Bars 2025’ หรือ บาร์ยอดเยี่ยมประจำประเทศไทย ปี 2025 ที่เพิ่งประกาศจบไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อคืนที่ผ่านมา (13 ตุลาคม) ณ ห้อง Great Room โรงแรม W Bangkok โดยบาร์ที่ได้รับรางวัลบาร์ยอดเยี่ยมในปีนี้ คือ ‘Dry Wave Cocktail Studio’ บาร์ดีย่านทองหล่อที่คว้ารางวัลนี้มาแล้ว 2 ปีซ้อน 

 

Thailand’s 20 Best Bars 2025 จัดขึ้นเป็นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว การมอบรางวัลให้ 20 บาร์ยอดเยี่ยมทั่วประเทศไทยซึ่งตัดสินโดยอคาเดมี แชร์ จากประเทศไทย โดยทีม #BangkokBarShow ตั้งใจสร้างเวทีนี้ขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้คนบาร์และผลักดันวงการบาร์ค็อกเทลในประเทศโดยเฉพาะ 

 

สำหรับผลปีนี้ Dry Wave Cocktail Studio ยังคงมาแรง คว้าอันดับ 1 บาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ และประเทศไทยไปครอง อีกทั้งยังคว้ารางวัล เมนูบาร์ยอดเยี่ยม, ทีมบาร์ยอดเยี่ยม และ ‘ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์’ หนึ่งใน Co-Founder ยังคว้ารางวัล Bartender of the Year อีกด้วย เรียกว่าจัดหนักจัดเต็ม

 

ความพิเศษของปีนี้ ยังเพิ่มหมวดใหม่คือ Best Wine Bar ซึ่งตกเป็นของ Mod Kaew Wine Bar เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมการดื่มในประเทศไทยและรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

 

สำหรับรางวัลอื่นๆ BKK Social Club คว้าตำแหน่ง Art of Hospitality มอบรางวัลให้แก่บาร์ที่บริการเป็นเลิศ และ ‘เจมส์-โกศิลป์ ขำจา’ จาก Lennon’s คว้ารางวัล Emerging Bartender of the Year ยกย่องดาวรุ่งรุ่นใหม่ที่กำลังขับเคลื่อนวงการบาร์ไทยสู่อนาคต

 

เอาล่ะ! สำหรับใครที่บาร์ดีไว้นั่งดื่ม นี่คือ 20 บาร์ดีในไทยที่ได้รางวัลในปีนี้ และควรแวะไปตามรอย

 

Thailand’s 20 Best Bars 2025

 

  1. Dry Wave Cocktail Studio (Best Bar in Bangkok, Best Bar in Thailand)
  2. Bar Us
  3. G.O.D. (Genius On Drugs)
  4. Opium 
  5. BKK Social Club (Best Hotel Bar)
  6. Last Call BKK
  7. Vesper Cocktail Bar
  8. Bar Sathorn
  9. Firefly Bar
  10. Bar.San (Best Bar in Chiang Mai)
  11. Messengerservice Bar
  12. Bar Not Found
  13. Mahaniyom Cocktail Bar
  14. Wasteland (Best New Bar)
  15. Tep Bar
  16. Black Cabin
  17. F*nkytown (Best Restaurant Bar)
  18. 1970 Dusit Thani
  19. Aqua Bar
  20. The Fool Speakeasy Phuket (Best Bar in Phuket/Samui)

 

THE STANDARD LIFE ขอแสดงความยินดีกับทุกบาร์ที่มีชื่อติดอยู่บนลิสต์นี้ด้วย ส่วนสายดื่มคนไหนที่อยากเฉลิมฉลอง สามารถตามไปนั่งจิบค็อกเทลดีๆ กันได้ที่บาร์โปรด

The post สรุปผล 20 บาร์ยอดเยี่ยมประจำประเทศไทย ‘Dry Wave Cocktail Studio’ ยังมาแรงไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง https://thestandard.co/life/tahona-bangkok/ Tue, 14 Oct 2025 04:14:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1130106 Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง

หากการกินดื่มคือศิลปะที่เชื่อมโยงระหว่างผู้คน วัตถุดิบ […]

The post Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง

หากการกินดื่มคือศิลปะที่เชื่อมโยงระหว่างผู้คน วัตถุดิบ และวัฒนธรรม ‘Tahona Bangkok’ ก็คงเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำที่ทำให้ผู้คนได้มาพบปะและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ตลอดค่ำคืน

 

Tahona Bangkok คือร้านอาหารบนชั้น 33 ของโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ สุขุมวิท เมื่อเดินเข้ามาทุกคนจะรู้สึกถึงความโรแมนติกและเรียบหรู แต่ยังคงมีความเป็นกันเอง พร้อมด้วยวิวตึกสูงที่มองเห็นได้จากหน้าต่าง ส่วนโต๊ะอาหารมีให้เลือกทั้งโต๊ะแบบยาว และที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ซึ่งสามารถชมการรังสรรค์ค็อกเทลจากบาร์เทนเดอร์ได้ตลอดมื้อ

 

Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 1 Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 2 Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 3

 

“สำหรับเราการทำอาหารไม่ใช่แค่การสร้างรสชาติ แต่อยากให้ทุกจานสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน วัตถุดิบ และสถานที่ เป็นการเล่าความทรงจำของท้องถิ่นในภาษาที่ร่วมสมัย” ธนาธิป ปิยคำเพิ่ม เชฟประจำร้านเล่าให้ฟัง

 

ทุกเมนูของ Tahona จึงเปลี่ยนเวียนไปตามฤดูกาล ใช้วัตถุดิบทั้งในและนอกประเทศ เราชิมแล้วชอบหลายเมนูมาก เพราะเปิดรสสัมผัสใหม่ๆ ตั้งแต่จานแรก อย่างเซ็ตเมนูเรียกน้ำย่อยที่มีเมนูรสไทยๆ ครบทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน ได้แก่ ‘CHU CHEE SEASONAL LOCAL FISH (240 บาท) – ฉู่ฉี่ปลา, ‘CHAMUANG LEAVES WITH PORK RILLETTE (140 บาท)’ – หมูชะมวง และ ‘BEEF TARTARE NORTHERN SPICE (190 บาท)’ – ลาบคั่วภาคเหนือ

 

เซ็ตนี้จับคู่กับค็อกเทล ‘FLOR DE CACAO (440 บาท)’ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นโกโก้และดอกไม้หวานๆ ซ่าๆ แล้วให้ความรู้สึกสดชื่นลงตัว เชื่อว่าถ้าใครได้ลองก็จะติดใจจนวางไม่ลงเลย

 

Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 4 Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 5 Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 6

 

‘Bone Marrow Pâté with Nang Pong (440 บาท)’ ปาเต้ตับไขกระดูกน้ำพริกข่า นุ่มละลายในปาก ตัดกับเทกซ์เจอร์ความกรอบของหนังปองกรอบ จานนี้หลายคนน่าจะถูกใจเช่นกัน ตามมาด้วย ‘Stonekin (460 บาท)’ ค็อกเทลสไตล์ Tiki หอมถั่วหลายชนิด ถ้าใครที่เป็นสายค็อกเทลรสเข้มข้นจะต้องยกแก้วนี้ให้เป็นที่หนึ่งแน่นอน

 

และอีกหนึ่งเมนูตัดเลี่ยนที่จะพลาดไม่ได้เลยคือ ‘Umeboshi Soup with Barbary Duck Terrine (260 บาท)’ ซุปบ๊วยดองเทอรีนเป็ดบาบารี่เนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมกับน้ำซุปร้อนๆ เราแนะนำให้บีบส้มจี๊ดเพิ่มความเปรี้ยวแล้วกินเลยทันที รับรองว่าซดแล้วจะฟินสุดๆ

 

Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 7 Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 8 Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 9

 

มาที่จานหลักกันบ้าง สำหรับใครที่เป็นสายเนื้อต้องลอง ‘Wagyu Hanger with Local Black Pepper Sauce (960 บาท)’ วากิวขั้วตับพริกไทยดำชิ้นโตๆ เนื้อนุ่มฉ่ำละลายในปาก อบอวลไปด้วยกลิ่นฟืน ตัดด้วยซอสพริกไทยดำและต้นกระเทียมไทยที่เผ็ดเบาๆ แต่กลมกล่อม ช่วยเพิ่มสัมผัสให้มีความหลากหลายมิติมากขึ้น

 

เช่นเดียวกันกับ ‘5 Days Aged Duck with Herbal Spicy & Sour Sauce (440 บาท)’ พล่าเป็ดที่ใช้เนื้อส่วนอกนุ่มๆ กับน้ำซอสอมเปรี้ยวที่เข้ากันดีกับผลไม้ข้างเคียง เวลากินแนะนำให้คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน จานนี้กินแล้วสดชื่นสุดๆ เราชอบมาก

 

Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 10 Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง 11

 

มาต่อกันที่จานของหวาน ‘Pineapple Ice Cream & Roasted Pineapple with Salted Honey (120 บาท)’ ไอศกรีมซอร์เบต์สับปะรด กินคู่กับสับปะรดย่างน้ำผึ้งตัดรสด้วยเกลือบางๆ ให้รสชาติหวานตัดเค็มกลมกล่อม เป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหารที่ลงตัวพอดี

 

Good for

 

สำหรับใครที่มองหาร้านอาหารในมู้ดสุดโรแมนติกสำหรับมื้อพิเศษ ที่ไม่ว่าจะมาพบปะเพื่อนใหม่ๆ หรือใช้เวลากับคนสำคัญ ก็รับรองเลยว่าจะประทับใจกันทุกคน ด้วยเมนูที่ใช้วัตถุดิบโลคัลแต่คุณภาพดี อีกทั้งที่นี่ยังมีค็อกเทลให้เลือกชิมอีกหลากหลายเมนูเลย จึงเหมาะมากๆ สำหรับคนที่อยากนั่งยาวๆ ยามค่ำคืน

 


 

Tahona Bangkok

Open: เปิดทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.

Contact: Tahona Bangkok

Address: ชั้น 33 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ สุขุมวิท

Budget: 1,000-3000 บาท

The post Tahona Bangkok ร้านอาหารฟิวชันสุดโรแมนติกพร้อมวิวตึกสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผล ‘World’s 50 Best Bars 2025’ Bar Leone คว้าอันดับ 1 และ 2 บาร์ไทยติดลิสต์ท็อป 50 https://thestandard.co/life/worlds-50-best-bars-2025/ Wed, 08 Oct 2025 14:56:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1128264 สรุปผล ‘World’s 50 Best Bars 2025’ Bar Leone คว้าอันดับ 1 และ 2 บาร์ไทยติดลิสต์ท็อป 50

หลังวอร์มเครื่องประกาศรายชื่อบาร์อันดับที่ 51-100 บาร์ท […]

The post สรุปผล ‘World’s 50 Best Bars 2025’ Bar Leone คว้าอันดับ 1 และ 2 บาร์ไทยติดลิสต์ท็อป 50 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปผล ‘World’s 50 Best Bars 2025’ Bar Leone คว้าอันดับ 1 และ 2 บาร์ไทยติดลิสต์ท็อป 50

หลังวอร์มเครื่องประกาศรายชื่อบาร์อันดับที่ 51-100 บาร์ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2025 ไปเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในที่สุดงานรางวัลใหญ่แห่งปีของคนบาร์ทั่วโลก ‘World’s 50 Best Bars 2025’ ก็ประกาศรายชื่อออกมาแล้ว โดยปีนี้จัดขึ้นที่ Kai Tak Cruise Terminal, ฮ่องกง

 

โดยบาร์ที่ได้อันดับบาร์ยอดเยี่ยมที่สุดไปในโลกไปครองและยังเป็นบาร์อันดับ 1 ของเอเชียคือ ‘Bar Leone’ จากฮ่องกง ในขณะที่บ้านเรา มีบาร์ไทยติดลิสต์ 50 บาร์ที่ดีที่สุดในโลก 2 แห่งคือ BAR US อันดับที่ 15 และ BKK Social Club อันดับที่ 49

 

ส่วนรางวัล Bartender Award 2025 ผู้ได้รับรางวัลในปีนี้คือ ‘Uno Jang’ จาก Jigger & Pony ประเทศสิงคโปร์ และผู้ได้รับรางวัล Sustainable Bar Award 2025 ได้แก่ The Cambridge Public House จากประเทศฝรั่งเศส แถมมีรางวัล One to Watch Award 2025 บาร์น้องใหม่ที่น่าจับตามอง ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ Bar Mauro จากประเทศแม็กซิโกอีกด้วย

 

นอกจากนี้ บาร์อื่นๆ จากประเทศไทยที่ติดอันดับในลิสต์ 51-100 ซึ่งประกาศไปแล้วก่อนหน้านี้ ได้แก่ Dry Wave (อันดับ 88) และ Opium (อันดับ 92)

 

รายชื่อ 10 อันดับแรก

 

อันดับ 1 Bar Leone ฮ่องกง

อันดับ 2 Handshake Speakeasy เม็กซิโกซิตี้

อันดับ 3 Sips บาร์เซโลนา

อันดับ 4 Paradiso บาร์เซโลนา

อันดับ 5 Tayēr + Elementary ลอนดอน

อันดับ 6 Connaught Bar ลอนดอน

อันดับ 7 Moebius Milano มิลาน

อันดับ 8 Line กรีซ

อันดับ 9 Jigger & Pony สิงคโปร์

อันดับ 10 Tres Monos อาร์เจนตินา

 

ส่วนใครที่อยากดูลิสต์ฉบับเต็มเข้าไปดูได้ที่ https://www.theworlds50best.com/bars/list/1-50

The post สรุปผล ‘World’s 50 Best Bars 2025’ Bar Leone คว้าอันดับ 1 และ 2 บาร์ไทยติดลิสต์ท็อป 50 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความแปลกใหม่ที่ลงตัว เมื่อ PIPATCHARA ส่วนหนึ่งของ WHAT’S HAPPENED? https://thestandard.co/life/pipatchara-whatshappened-homedecor-sustain/ Thu, 02 Oct 2025 02:12:33 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1125416 PIPATCHARA-WHATSHAPPENED-HomeDecor-Sustain

ความแปลกใหม่ที่ลงตัว เมื่อ PIPATCHARA ส่วนหนึ่งของ WHAT […]

The post ความแปลกใหม่ที่ลงตัว เมื่อ PIPATCHARA ส่วนหนึ่งของ WHAT’S HAPPENED? appeared first on THE STANDARD.

]]>
PIPATCHARA-WHATSHAPPENED-HomeDecor-Sustain

ความแปลกใหม่ที่ลงตัว เมื่อ PIPATCHARA ส่วนหนึ่งของ WHAT’S HAPPENED?

 

สำหรับใครที่ติดตามวงการแฟชั่นน่าจะคุ้นเคยกับแบรนด์ PIPATCHARA เป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นแบรนด์แฟชั่นที่มีจุดเด่นทั้งดีไซน์ และลวดลายที่ไม่เหมือนใคร และยังเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นด้านการนำวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปและใช้งานใหม่จนปัจจุบันโด่งดังระดับโลกแล้ว ซึ่งตอนนี้เขากำลังมีโปรเจกต์พิเศษที่น่าสนใจมากๆ อีกครั้ง คือการเริ่มต้นทำของใช้และของตกแต่งบ้านเป็นครั้งแรก และสถานที่แรกที่ตกแต่งโดย PIPATCHARA คือ WHAT’S HAPPENED? บาร์บรรยากาศสนุก ที่คุณสามารถจิบค็อกเทล พร้อมกับเต้นท่ามกลางบรรยากาศที่หรูหรา ซึ่งการคอลแล็บกันครั้งนี้นอกจากจะเข้ามาเพิ่มความสวยงาม และเติมลูกเล่นให้กับร้านแล้ว ยังเป็นการเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ให้ทุกคนได้เห็นว่าความ Sustain สามารถอยู่ในชีวิตประจำวันได้ และ ใช้งานได้จริง

 

PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED

 

โปรเจกต์นี้เริ่มตั้งแต่ คุณบอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ มีแผนอยากทำร้าน WHAT’S HAPPENED? ขึ้นมา เพื่อเป็นเหมือนที่ผ่อนคลายให้กับคนที่ทำงานมาเครียดๆ แล้วอยากสนุก อยากปลดปล่อย จึงเกิดเป็นบาร์ค็อกเทลที่เปิดเพลงสนุกๆ แถมเว้นพื้นที่ภายในร้านเอาไว้หากใครอยากมาเต้นก็สามารถทำได้เต็มที่ จนใครที่เข้ามาสนุกที่ร้านนี้แล้วต้องออกไปพร้อมกับพูดว่า “WHAT’S HAPPENED?” แต่ในความสนุกสนุกนี้คุณบอยก็อยากให้บรรยากาศภายในร้านมันมีความหรูหราขัดกับบีตเพลงฮิปฮอปในร้าน เพิ่มความน่าสนใจจะทำให้คนประทับใจ และเมื่ออยากให้ภายในร้านหรูหราและมีลูกเล่น คุณบอย จึงนึกถึง คุณเพชร ภิพัชรา แก้วจินดา มาเริ่มโปรเจกต์ตกแต่งภายในเป็นครั้งแรก

 

PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED PIPATCHARA WHAT'S HAPPENED

 

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ PIPATCHARA เริ่มต้นทำโปรเจกต์อินทีเรียร์ โดยการนำลวดลายซิกเนเจอร์ของแบรนด์ มาปรับใช้เป็นสิ่งต่างๆ ภายในร้านทั้งโคมไฟตั้งโต๊ะ แชนเดอเลียร์ ผ้าม่าน และยังมีพร็อพตกแต่งแก้วค็อกเทล ในสองเมนูพิเศษอย่าง Green Carpet และ Accent Piece ซึ่งวัสดุหลักเป็นฝาขวดน้ำพลาสติกเหลือใช้ นำมาขึ้นรูปใหม่ คุณเพชรบอกว่าโปรเจกต์นี้เป็นเหมือน Exhibition ที่เราสามารถเอาตัวเองเข้ามาเอ็นจอย มีความสุขไปกับความ Sustain นี้ได้ การก้าวเข้ามาทำ Interior ในครั้งนี้ของคุณเพชรเป็นเหมือนการขยายสเกลงานจากสเกลที่ไม่ใหญ่มากในงานแฟชั่น มาเป็นของใช้ของตกแต่งที่ขนาดใหญ่ขึ้น แถมยังเป็นการลดขยะมากขึ้นอีกด้วย

The post ความแปลกใหม่ที่ลงตัว เมื่อ PIPATCHARA ส่วนหนึ่งของ WHAT’S HAPPENED? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Heritage in a Glass คุยกับ 4 บาร์ดังในเอเชีย ที่กลั่นวัฒนธรรมท้องถิ่นลงในค็อกเทล https://thestandard.co/life/asian-bars-local-culture-cocktails/ Mon, 01 Sep 2025 00:42:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1113928 asian-bars-local-culture-cocktails

ค็อกเทลไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือสื่อกลางในการเล่าเรื่ […]

The post Heritage in a Glass คุยกับ 4 บาร์ดังในเอเชีย ที่กลั่นวัฒนธรรมท้องถิ่นลงในค็อกเทล appeared first on THE STANDARD.

]]>
asian-bars-local-culture-cocktails

ค็อกเทลไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือสื่อกลางในการเล่าเรื่องวัฒนธรรม ความทรงจำ และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ในยุคที่บาร์ไม่เพียงต้องมีรสชาติดี แต่ยังต้องมี ‘ตัวตน’ ชัดเจนให้แขกสามารถสัมผัสได้จากการดื่ม หลากหลายบาร์ทั่วเอเชียจึงหันมาใช้ ‘วัฒนธรรมท้องถิ่น’ เป็นหัวใจของการออกแบบเมนู และนั่นทำให้บาร์ซีนในเอเชียสนุกและมีความหลากหลายไม่แพ้ทวีปอื่นในโลก

 

ในเซคชั่น Meet the Bartender ที่เกิดขึ้นช่วงงานประกาศรางวัล ‘Asia’s 50 Best Bars 2025’ เราได้พูดคุยกับ 4 บาร์แถวหน้า จาก 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ Penicillin (ฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้), Penrose (กัวลาลัมเปอร์), Bar Us (กรุงเทพฯ) และ Vender (ไถจง, ไต้หวัน) ถึงแนวคิดและวิธีการที่พวกเขานำวัฒนธรรม มรดก และความทรงจำร่วม มาเล่าเรื่องตัวตนผ่านเครื่องดื่ม จนกลายเป็นดริ๊งก์ที่นักดื่มชื่นชอบ และเป็นที่จดจำในใจ

 

บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม

 

Penicillin, Hong Kong & Shanghai

ค็อกเทลทดลองที่ซ่อนไว้ด้วยความยั่งยืนและความทรงจำ

 

ในวันที่คำว่า ‘รักษ์โลก’ ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ แต่กลายเป็นรากของการออกแบบประสบการณ์ดื่ม Penicillin คือหนึ่งในบาร์ที่วางรากฐานด้านความยั่งยืนได้ชัดเจนที่สุดในเอเชีย บาร์นี้ก่อตั้งโดย Agung Prabowo และ Laura Prabowo ซึ่งมีพื้นเพจากอินโดนีเซีย โดยมี Jamie McCleave ร่วมทีมในฐานะ General Manager ของ Penicillin Shanghai ที่ช่วยขยายแนวคิดนี้สู่จีนแผ่นดินใหญ่

 

“Agung และ Laura เติบโตมากับการหมักข้าวและใบตอง ส่วนผมโตมากับไซเดอร์ในอังกฤษ ทั้งหมดนี้ไหลรวมกันในกระบวนการหมักของเรา มันคือรากวัฒนธรรมของพวกเราทุกคน” –  Jamie McCleave

 

Penicillin มีชื่อเสียงจากการใช้วัตถุดิบหมักและกลั่นเองภายในบาร์ ตั้งแต่เปลือกส้มใช้แล้วไปจนถึงเศษผักดองทุกอย่างล้วนถูกรีไซเคิลอย่างมีรสชาติ โดยหนึ่งในพื้นที่สำคัญคือ The Stinky Room หรือห้องหมัก ที่ทีมงานใช้หมักเบสต่างๆ เพื่อสร้างรสซับซ้อนในแต่ละแก้ว

 

บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม

 

เมื่อเปิดสาขาในเซี่ยงไฮ้ พวกเขายังคงยึดแนวคิดเดิมแต่ขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น พร้อมใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นจีนมากขึ้น เช่น ผักกาดดอง เห็ด และแม้แต่ลูกอม ‘กระต่ายน้อย’ ที่หลายคนจดจำได้จากวัยเด็ก ซึ่งหนึ่งในเมนูที่เล่าเรื่องได้ชัดคือ ‘Rum + Rabbit Candy’ ที่ใช้เหล้ารัมผสมกล้วย เวย์ และน้ำคื่นฉ่ายจีน เสิร์ฟพร้อมกระดาษห่อลูกอมที่กินได้ ความ playful นี้ ไม่ได้มาเพื่อเรียกความสนใจ แต่เป็นสะพานเชื่อมจากอดีตสู่ปัจจุบัน

 

“ในแง่วัฒนธรรม ฮ่องกงกับเซี่ยงไฮ้ต่างกันมาก เราจึงพยายามหาสมดุลระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นกับสไตล์เฉพาะของเรา ทั้งในวิธีที่เราออกแบบเมนู และวิธีที่เราฝึกทีมงาน เราไม่เปลี่ยนรสชาติเครื่องดื่มเลย เพราะสไตล์ของ Penicillin คือความซับซ้อนและความไม่เหมือนใคร เราแค่ปรับวัตถุดิบที่ใช้ให้เข้ากับท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน DNA ของเรายังคงเดิม แต่เราใช้ของที่หาได้ในท้องถิ่น เหมือนที่เราทำในฮ่องกง” – Agung Prabowo

 

ความพิเศษอีกอย่างคือ พวกเขาเลือกใช้เมนูภาษาอังกฤษแม้ในเซี่ยงไฮ้เพื่อเปิดโอกาสให้บาร์เทนเดอร์ได้เล่าเรื่องให้ลูกค้าฟังด้วยตนเอง ทั้งหมดนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะทำให้การดื่มไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่เป็นบทสนทนาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างคนกับแก้ว

 

“ค็อกเทลของเราอาจไม่ใช่สำหรับทุกคน คุณอาจรักมันหรือไม่ชอบเลยก็ได้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา สำคัญคือการสื่อสารกับลูกค้าอย่างมีความสุขและถ่อมตัว เราไม่ได้เข้าไปแบบอีโก้สูงๆ แล้วบอกว่า ‘เธอควรลองสิ่งนี้นะ มันเจ๋งมาก’ ถึงเครื่องดื่มเราจะซับซ้อน มีเรื่องราวเยอะ แต่สุดท้ายมันก็แค่ค็อกเทล เราอยากให้มันสนุก เป็นกันเอง และสร้างประสบการณ์ดีๆ – Agung Prabowo

 

บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม

 

Penrose, Kuala Lumpur

สร้างวัฒนธรรมค็อกเทลจากกรอบคลาสสิก

 

ถ้าเอ่ยถึงบาร์ในมาเลเซียที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเห็นที่จะไม่พ้น Penrose บาร์ดีย่านคนจีนในกัวลาลัมเปอร์ที่ก่อตั้งโดย Jon Lee ในปี 2022 จุดเด่นของ Penrose คือบาร์ออกแบบให้เหมือนห้องนั่งเล่นที่ชวนให้เกิดบนสนทนาและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน 

 

“มาเลเซียยังใหม่มากในวงการค็อกเทล เรากำลังพยายามสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาเอง  แม้ผมจะเติบโตมาจาก The Savoy แต่เราไม่อยากลอกสไตล์ลอนดอน แต่อยากสร้างสิ่งของเราขึ้นมาใหม่” – Jon Lee

 

ในขณะที่หลายบาร์พยายามนำเสนอ ‘ท้องถิ่น’ อย่างโจ่งแจ้ง Penrose กลับเลือกใช้ความนิ่งและความเนียบของคลาสสิกค็อกเทลเป็นเบส แล้วค่อยๆ ผสานเรื่องราวของท้องถิ่นลงไป ทำให้นักชิมซึมซับวัฒนธรรมของมาเลย์ผ่านเครื่องดื่มแบบไม่ทันรู้ตัว 

 

เมนูค็อกเทลของ Penrose ถูกออกแบบโดยมีหลักสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ แอลกอฮอล์, รสชาติ, รสสัมผัส, เนื้อสัมผัสของเครื่องดื่ม และการเจือจาง โดยทั้ง 15 เมนูในเล่มต่างเป็นการตีความสูตรคลาสสิกในแบบร่วมสมัย

 

บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม

 

“ก่อนที่เราจะเปิด Penrose บาร์ใน KL ส่วนใหญ่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอยู่แล้ว เราเองก็ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเช่นกัน แต่จะไม่ประกาศอย่างโจ่งแจ้ง เราเลือกส่วนผสมที่ทุกคนรู้จัก แต่จะนำเสนอในสไตล์คลาสสิก เช่น การใส่วัตถุดิบบางอย่างที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ใส่ลงไปจริง

 

“เราไม่ได้เปลี่ยนสูตรคลาสสิก แต่เรานำความเป็นมาเลเซียใส่เข้าไปในจังหวะและกลิ่นของมัน ที่นี่ไม่มีการโวยวาย ไม่มีการขู่เข็ญให้แขกรู้จักท้องถิ่น แต่ใช้วิธีให้แขก ‘ลิ้มรส’ แทน ทั้งหมดนี้เพื่อปั้นวัฒนธรรมค็อกเทลของกัวลาลัมเปอร์ขึ้นมาใหม่อย่างมีราก”

 

หนึ่งในซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ Banana Daiquiri ที่ใช้กล้วยกลั่น (distilled banana), มะขาม, พริกไทยปิเมนโต (pimento berry) และถั่วตองกา (tonka bean) เป็นส่วนผสม สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของ Penrose ที่ต้องการมอบประสบการณ์ค็อกเทลอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่รวมถึงบรรยากาศ, การบริการ และดนตรี

นอกจากนี้ บรรยากาศที่อบอุ่นและเชื่อมโยงกันยังเป็นจุดเด่นที่ทำให้ Penrose ไม่ใช่แค่บาร์ แต่กลายเป็น Community Hub ที่เชิญชวนให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยนเรื่องราว และเปิดใจกัน ณ เคาน์เตอร์เดียวกัน

 

บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม

 

Bar Us, Bangkok

เสิร์ฟความเป็นไทยแบบฟูลคอร์ส

 

บาร์อันดับ 4 ของเอเชียใน Asia’s 50 Best Bar 2025 ที่เสิร์ฟความเป็นไทยผ่านค็อกเทลแบบฟูลคอร์ส ผลงานของทีมบาร์เบื้องหลังเดียวกับ Messenger Service บาร์ในตึกเก่าที่ได้รับรางวัลบาร์ดีไซน์ยอดเยี่ยม 2025 จากสถาบันเดียวกัน ความน่าสนใจของที่นี่ก็การออกแบบเมนูบาร์ให้เหมือนคอร์สอาหาร เริ่มตั้งแต่ Starter ที่เบา สดชื่น ไปจนถึง Main รสชาติเข้มข้น และ After ที่ให้กลิ่นอายหวานปิดท้าย

 

“เรามองค็อกเทลเหมือนมื้ออาหาร มีจานหลัก จานรอง และของหวาน ทุกอย่างต้องสมดุลและเล่าเรื่องเดียวกันได้ เราไม่ได้อยากทำ Bar Us ให้เป็นแค่บาร์ แต่อยากให้เป็นเหมือนโต๊ะอาหารที่คนมาแบ่งปันรสชาติไทยกันแบบจริงจัง” 

 

หนึ่งในค็อกเทลที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านและได้รับความนิยมคือ ‘Pad Thai’ ค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารจานเดียวยอดนิยมของคนไทย ใช้ทั้งกลิ่นหอมของหอมแดง ต้นหอม และความเปรี้ยวอมหวานแบบน้ำมะขาม สร้างรสชาติที่คุ้นแต่ไม่จำเจออกมาให้ชิม หรือ ‘Thai Tea Punch’ ที่ใช้ชาชงเข้มข้นแบบไทย ตีคู่กับความกลมกล่อมของนมและเครื่องเทศ

 

บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม

 

“เราอยากให้แขกเข้าใจรสชาติแบบไทย โดยไม่ต้องกลัวเผ็ด” – Taln

 

ลูกค้าชาวต่างชาติที่มาเยือนมักเซอร์ไพรส์กับวัตถุดิบอย่างน้ำปลาในค็อกเทล หรือความเผ็ดแบบที่ต้องถามสองรอบ แต่เมื่อดื่มเข้าไปกลับพบว่ารสชาติเหล่านี้ไม่ใช่ของแปลก แต่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาเข้าใจวัฒนธรรมไทยผ่านประสาทสัมผัสมากกว่าภาษาพูด

 

Bar Us ไม่ใช่บาร์ที่เปิดมาเพื่อเอาใจใครเป็นพิเศษ พวกเขาแค่ชัดเจนกับตัวเอง และกล้านำเสนอให้นักดื่มรู้จักความเป็นไทยแบบซื่อๆ ผ่านแก้วเล็กๆ ที่จัดเต็มทุกรสชาติ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ที่นี่น่าจดจำ และโดดเด่น

 

บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม

 

Vender, Taichung 

ความทรงจำในวัยเด็ก กลายเป็นค็อกเทลที่ดื่มได้

 

ถ้าคุณเคยใช้เวลาหยอดเหรียญหน้าตู้ของเล่น เคี้ยวลูกอมกระต่ายน้อย หรือซื้อน้ำเชื่อมแตงโมจากร้านโชห่วย คุณจะเข้าใจ Vender ทันที บาร์จากเมืองไถจง ไต้หวัน ไม่ได้แค่เล่าเรื่องผ่านวัตถุดิบหรูหรา แต่เลือกเล่าผ่านความทรงจำร่วมของคนเอเชีย โดยใช้วัฒนธรรมข้างถนน ขนม และเครื่องดื่มวัยเด็กมาเป็นแกนหลักของการออกแบบค็อกเทล

 

“เราอยากสร้างพื้นที่ที่มีอิสระในการดื่ม โดยใช้กลิ่นอายของร้านขายของหยอดเหรียญ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมของชาวเอเชีย พอแขกเดินเข้ามาจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในความทรงจำตอนเด็ก”

 

ที่ Vender คุณจะได้เห็นค็อกเทลตกแต่งด้วยสายไหม ลูกอมเคี้ยวหนึบ หรือแม้แต่ไข่มุกชานมอยู่ก้นแก้วแบบไม่ดูซับซ้อน เมนูอย่าง Watanabe ผสมเหล้าบ๊วยกับสายไหมและขนมของเล่น หรือ Bubble Pop ที่จับคู่ไข่มุกกับบ๊วยเปรี้ยว ได้รับแรงบันดาลใจจากตู้หยอดเหรียญและรสหวานที่คุณนึกถึงสมัยเป็นเด็ก

 

บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม บาร์แถวหน้าของเอเชีย ค็อกเทลเล่าเรื่องวัฒนธรรม

 

ความน่าสนใจคือแม้จะดูสนุกและขี้เล่นแต่ Vender ก็ไม่ได้ทิ้งความจริงจังด้านเทคนิคและรสชาติ ทุกแก้วถูกพัฒนาให้ดื่มง่าย รสชาติบาลานซ์ และมีจุดเล่าเรื่อง เช่น การใช้ Wasanbon (น้ำตาลญี่ปุ่นโบราณ) แทนน้ำตาลธรรมดาใน Old Fashioned เพื่อให้สัมผัสถึงความละเอียดอ่อนแบบเอเชียโดยไม่ต้องอธิบายเยอะ

 

“เราคือเครื่องจำหน่ายความสุข ไม่ใช่แค่ขายค็อกเทล”

 

Vender ยังมีการจัดกิจกรรมสนุกๆ ในร้าน เช่น แข่งยิงช็อตแบบ free-flow 10 นาที หรือชวนแขกให้สุ่มรับของจากตู้หยอดเหรียญจริง ซึ่งอาจเป็นขนม แอลกอฮอล์ไซส์จิ๋ว หรือคำพูดให้กำลังใจ เป็นประสบการณ์ที่ทำให้คนดื่มรู้สึก ‘ได้รับ’ มากกว่าการดื่ม

 

และนี่แหละคือแก่นแท้ของ Vender—บาร์ที่ทำให้รอยยิ้มกลับมาอยู่ในวงการค็อกเทลอีกครั้ง ด้วยความทรงจำเรียบง่ายที่ทุกคนเคยมีร่วมกัน แม้จะโตกันคนละประเทศก็ตาม

 

ภาพ: Courtesy of Brand

The post Heritage in a Glass คุยกับ 4 บาร์ดังในเอเชีย ที่กลั่นวัฒนธรรมท้องถิ่นลงในค็อกเทล appeared first on THE STANDARD.

]]>
#Obsession บาร์ดีย่านสนามเป้า ปล่อยเมนูใหม่ จิบได้ทั้งสายชิลและสายเข้ม https://thestandard.co/life/obsession-bkk/ Mon, 04 Aug 2025 11:19:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1103510

เราเชื่อว่าหลายคนรู้จัก The Rock Pub ผับร็อกยุค 90 ในตำ […]

The post #Obsession บาร์ดีย่านสนามเป้า ปล่อยเมนูใหม่ จิบได้ทั้งสายชิลและสายเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

เราเชื่อว่าหลายคนรู้จัก The Rock Pub ผับร็อกยุค 90 ในตำนานย่านราชเทวีที่ย้ายมายังทำเลใหม่ BTS สนามเป้า ทว่ามีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าบนชั้น 4 ของตึกเดียวกันมี Speakeasy Bar ชั้นดีไว้นั่งปล่อยอารมณ์

 

ลูกเต๋า-นนทเดช บูรณะสิทธิพร Co-founder และ Head Bartender ของ #Obsession เล่าให้ฟังว่า เขาชื่นชอบดื่มวิสกี้ และหลงใหลในเรื่องของสปิริต ประกอบกับที่บ้านทำธุรกิจบาร์อยู่แล้ว เลยอยากเปิด Speakeasy Bar ไว้เป็นพื้นที่ให้คนที่ชอบดื่มหรือสนใจเรื่องเดียวกันแวะมาพูดคุยกันได้ อีกทั้งย่านสนามเป้าก็แทบจะไม่มีซีนค็อกเทลบาร์ให้เห็นเลย

 

 

The Vibe

 

#Obsession ตั้งอยู่บนชั้น 4 ตึกเดียวกับ The Rock Pub นักดื่มจะต้องเดินเข้าตรอกเล็กๆ ด้านข้าง แล้วขึ้นบันไดมายังด้านบน จุดเด่นของที่นี่คือกระจกใสบานโตที่เผยให้เห็นวิวรถไฟฟ้า จิบไปมองวิวได้เพลินๆ ด้านในตกแต่งเรียบง่าย มีเคาน์เตอร์บาร์วางอยู่ตรงกลาง ล้อมด้วยโต๊ะเก้าอี้ที่มีกลิ่นอายโกธิกปนอยู่

 

 

The Taste

 

#Obsession ไม่ใช่บาร์ค็อกเทลดีกรีรางวัล แต่มั่นใจได้เลยว่าเครื่องดื่มทุกแก้วชงขึ้นจากสปิริตชั้นดีทั่วโลก นอกจากเมนูซีรีส์เก่าที่หลายคนเคยลิ้มลองมาแล้ว ที่นี่เพิ่งปล่อยซีรีส์ใหม่อีก 14 ตัว จาก 7 ส่วนผสมหลัก ได้แก่ เก๊กฮวย, โกโก้, พริก, เบอร์รี, เมเปิลไซรัป, ชา และ Chartreuse โดยแต่ละส่วนผสมจะมีค็อกเทลให้เลือก 2 แบบ คือ Refreshing ที่ดื่มแล้วให้ความสดชื่น กับ Spirit Forward สำหรับคนชอบรสชาติเข้มๆ แก้วเดียวอยู่ได้ทั้งคืน

 

แก้วแรกที่อยากแนะนำและคิดว่าหลายคนคงชื่นชอบคือ ‘Moonflower Fizz’ เมนู Refreshing ของเก็กฮวย ที่ทางร้านเอาดอกเก็กฮวยไปอินฟิวซ์กับจิน ผสมกับเก็กฮวยโฮมเมดไซรัปและมะนาว ก่อนท็อปด้วยโซดา แก้วนี้ให้ความสดชื่น เหมาะกับเป็นแก้วแรกของวัน แต่ใครอยากหนักหน่อยก็มีเวอร์ชั่นของ Spirit Forward เช่นกันกับ ‘Moonflower Martini’

 

 

ใครที่เป็นสาย Negroni คุณอาจชื่นชอบ The Lucifer เนโกรนีรสเผ็ดที่ใช้จินหมักพริก ผสมกับจินสูตรเครื่องเทศ และลิเคียวร์พริกจากประเทศชิลี รสชาติแปลกใหม่แต่ยังคงกลิ่นอายของเนโกรนีแบบดั้งเดิม

 

ส่วนนักดื่มที่ชื่นชอบ Spirit Forward ชอบเหล้าเข้มๆ และความคลาสสิก แนะนำให้สั่งหมวด Chartreuse เหล้าสมุนไพรหายากจากฝรั่งเศสที่นำมาเป็นเบสหลักของค็อกเทล 2 ชนิด คือ ‘Loki’s Whisper’ เสียงกระซิบของโลกิที่มีความร้ายปนแสบ แต่ทุกคนก็ยังชื่นชอบ โดยแก้วนี้มีส่วนผสมของสปิริตหลายตัวที่เราชอบ เช่น Green Chartreuse, Mezcal, Maraschino และ Cocchi Americano และถึงจะอยู่ในหมวดรีเฟรชชิ่ง แต่รสชาติถือว่าเข้มข้น มีทั้งกลิ่นของสมุนไพร มีกลิ่นสโม้กอวลในปาก

 

ส่วนอีกแก้วคือ ‘Second Sin’ บาปลำดับ 2 ที่เรารู้ว่าบาปแต่ยังยอมจำนน แก้วนี้ใครที่ชอบดื่ม Sazerac หรือ Vieux Carré น่าจะชอบ เพราะมีกลิ่นอายเดียวกัน รสชาติเข้ม ขมหวาน สมุนไพรหนักแน่น มีกลิ่นหอมเย็นจาก Absinthe ที่ช่วยเสริมรสให้กลมกล่อมมากขึ้น

 

 

Good for

 

ใครที่อยากหาที่นั่งดื่มเงียบๆ มีสปิริตดีๆ ในย่านสนามเป้า แนะนำให้แวะเวียนมา แม้ที่นี่จะอยู่หายากไปสักนิด เพราะหลบอยู่บนชั้น 4 ของ The Rock Pub แต่รับรองว่าบรรยากาศและเครื่องดื่มจะทำให้คุณชอบ โดยเฉพาะสาย Introvert

 


 

#Obsession.BKK

Location: BTS สนามเป้า

Budget: เริ่มต้นที่ 450 บาทต่อแก้ว

Facebook: www.facebook.com/obsession.bkk 

Instagram: www.instagram.com/obsession.bkk 

Map: https://maps.app.goo.gl/tYWU6FaoAPuoRNmN6 

 

 

The post #Obsession บาร์ดีย่านสนามเป้า ปล่อยเมนูใหม่ จิบได้ทั้งสายชิลและสายเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 บาร์ไทยที่ติดอันดับบาร์ยอดเยี่ยมในเอเชีย และเราควรเก็บลิสต์ไว้ฮอป https://thestandard.co/life/10-thai-bars-asia-50-best-bar-2025/ Wed, 16 Jul 2025 10:48:07 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1097079

เพิ่งจบกันไปเมื่อคืนนี้ กับการประกาศผลรางวัลบาร์ยอดเยี่ […]

The post 10 บาร์ไทยที่ติดอันดับบาร์ยอดเยี่ยมในเอเชีย และเราควรเก็บลิสต์ไว้ฮอป appeared first on THE STANDARD.

]]>

เพิ่งจบกันไปเมื่อคืนนี้ กับการประกาศผลรางวัลบาร์ยอดเยี่ยมระดับเอเชีย หรือ Asia’s 50 Best Bars 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่ Wynn Palace เขตบริการพิเศษมาเก๊า โดยปีนี้ Bar Leone จากฮ่องกง ยังคงได้คว้ารางวัลบาร์ที่ดีที่สุดในเอเชีย และประเทศไทยมีบาร์ที่ติดลิสต์สูงสุดถึง 7 แห่ง และยังมีอีก 3 แห่งที่ติดอันดับพิเศษ 51-100 

 

ใครที่เป็นสายฮอปบาร์ หรือชอบหาที่ดีๆ ไว้แฮงก์เอาท์ เก็บลิสต์นี่แล้วแวะไปได้ด้วย เพราะทุกที่เป็นบาร์มาแรงของไทยในปีนี้ และมีครบทุกไวบ์ให้คุณลอง

 


 

 

Bar us

อันดับที่ 4

 

เจ้าของตำแหน่งบาร์ยอดเยี่ยมที่สุดในกรุงเทพฯ พร้อมกับตำแหน่งบาร์อันดับ 4 ของเอเชีย เครื่องดื่มของที่นี่น่าสนใจตรงการหยิบส่วนผสมจากอาหาร เช่น ผักชี ข้าวคั่ว และน้ำปลา มารังสรรค์เป็นค็อกเทลด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน เมนูเครื่องดื่มจึงแบ่งออกเป็น 4 หมวด เหมือนให้เราเลือกสั่งอาหารคือ Starter, Main, After และ All Night 

 

Contact: Bar us

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ ปิดเวลา 01.00 น.)

Location: https://maps.app.goo.gl/eU4c7K9MXDfsVesi7 

 


 

 

Dry Wave Cocktail Studio

อันดับที่ 5

 

บาร์สุดฮอตย่านทองหล่อที่เปิดตัวปีแรกก็มีชื่ออยู่บน Asia’s 50 Best Bars 2024 แล้วเรียบร้อย และปีนี้ พวกเขาไต่อันดับเข้าลิสต์ Top 50 ครั้งแรก ที่อันดับ 5 พร้อมตำแหน่งพิเศษ Highest New Entry อีกด้วย ที่นี่นำโดย ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ บาร์เทนเดอร์มือดีที่หันมาเปิดบาร์ของตัวเองครั้งแรกหลังจากยืนเบื้องหลังมาหลายปี เมนูของที่นี่เป็นการนำคลาสสิกค็อกเทล 2 ตัวเข้าคู่กัน กลายเป็น ‘Super Classic’ เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ธรรมดา

 

Contact: Dry Wave Cocktail Studio

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/yvU4b3kTtSpioGEP6

 


 

 

BKK Social Club

อันดับที่ 19

 

อดีตเจ้าของตำแหน่งบาร์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย 3 ปีซ้อนจากการจัดอันดับโดย Asia’s 50 Best Bars 2022-2024 แม้ปีนี้อันดับพวกเขาจะตกลง แต่ก็ยังถือว่าสูงและทำผลงานได้ดีไม่น้อย โดยบาร์นี้ตั้งอยู่ใน Four Seasons Hotel Bangkok ย่านเจริญกรุง นำทีมโดย ฟิลิป บิสคอฟฟ์ บาร์เทนเดอร์ชาวอังกฤษผู้เคยประจำอยู่ที่อีกบาร์ชื่อดังอย่าง Manhattan ในประเทศสิงคโปร์ ค็อกเทลของบาร์มีหลายหมวด แบ่งเป็น Places, People, Party โดยค็อกเทลซีรีส์ใหม่ เป็นการพานักดื่มไปสัมผัสเสน่ห์อันน่าหลงใหลและเรื่องราวของ ‘เม็กซิโกซิตี้’ เมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม

 

Contact: BKK Social Club

Open: ทุกวัน เวลา 17.00-00.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/uUH5314tfusoxtnb8

 


 

 

G.O.D (Genius On Drugs)

อันดับที่ 26

 

บาร์สุดเท่ในเครือ Yolo Group ที่เข้าลิสต์ครั้งแรกก็ไต่เข้าสู่อันดับที่ 26 เลยในทันที G.O.D ย่อมาจาก Genius On Drugs ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังบาร์ค็อกเทลคอนเซปต์เทพเจ้าแห่งนี้ก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นทีมงานเดียวกับหลายบาร์ดีในซอยนานาอย่าง Teens of Thailand, Asia Today, TAX และ Independence สำหรับที่นี่พวกเขาตั้งใจสร้างค็อกเทลที่แปลกใหม่ด้วยการมาคู่กับ Bites ให้กินไปจิบไป โดยเซ็ตเมนูใหม่เป็นการนำค็อกเทลมาแพริ่งกับหอยเม่นที่ช่วยสร้างรสชาติและรสสัมผัสใหม่ที่ไม่เหมือนดื่มที่ไหนมาก่อน 

 

Contact: G.O.D

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 19.00-01.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Location: https://maps.app.goo.gl/Gk47SRwegti3UizZ6 

 


 

 

Vesper

อันดับที่ 29

 

บาร์ดีย่านศาลาแดง เจ้าของอันดับที่ 29 และรางวัลพิเศษ Legend of the List Award ซึ่งมอบให้บาร์ที่ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดอันดับมา บาร์นี้เหมือนสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ เสิร์ฟดริ๊งก์ที่เชื่อถือได้ว่าเราจะได้จิบของดี โดยมีทั้งค็อกเทลซิกเนเจอร์และคลาสสิก

 

Contact: Vesper

Open: ทุกวัน เวลา 17.30-02.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/fwmUKvSYoVy8dGNE8

 


 

 

Opium Bkk

อันดับที่ 43

 

บาร์บนชั้น 4 ของร้านอาหาร POTONG ปล่อยเมนูใหม่ทั้งเล่มเมื่อปีที่แล้ว โดยได้แรงบันดาลใจจาก 6 สถานที่ และกลั่นความรู้สึกออกมาเป็นค็อกเทล 3 แก้ว บอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกต่อสถานที่นั้นๆ เครื่องดื่มที่ทุกคนนิยมสั่งของซีรีส์นี้คือ The Opium Oath ที่ให้ฟีลเหมือนเครื่องดื่มร่วมสาบานในหนังจีนย้อนยุค

 

Contact: Opium Bkk

Open: วันพฤหัสบดี-จันทร์ เวลา 17.00-00.00 น. (ปิดวันอังคาร-พุธ)

Location: https://maps.app.goo.gl/ARWitJew53FskoFS8

 


 

 

Bar Sathorn

อันดับที่ 48

 

ใครผ่านไปแถวสะพานช่องนนทรีย่อมต้องเห็นคฤหาสน์หลังเก่าอายุเกือบ 140 ปีตั้งเด่นเป็นสง่า ขอให้รู้ไว้ว่าด้านในมีบาร์บรรยากาศดีกลิ่นอายโคโลเนียลไว้บริการ ซิกเนเจอร์ค็อกเทลของที่นี่เป็นการพานักดื่มย้อนอดีตไปกับ 4 ยุครุ่งเรืองของคฤหาสน์ The House on Sathorn ตั้งแต่ยุคของหลวงสาทรราชายุกต์เป็นเจ้าของบ้าน ไล่มาถึงปี 1920 สมัยเป็นโรงแรม Hotel Royal ต่อด้วย Embassy Row ในยุคสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย และ The Present ในยุคปัจจุบัน

 

Contact: Bar Sathorn

Open: ทุกวัน เวลา 14.30-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/angsp75KgjVpGZD6A 

 


 

 

Mahaniyom Cocktail Bar

อันดับที่ 71

 

ค็อกเทลบาร์ยอดเยี่ยมที่ทำผลงานได้ดีมาตลอด ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของร้านอาหาร 100 Mahaseth บนถนนมหาเศรษฐ์ นำโดย หนึ่ง-รณภร คณิวิชาภรณ์ และ แจน-เจนญ์ณรงค์ ภูมิจิตร ผู้อยู่เบื้องหลังบาร์ดีอย่าง #FineTheLockerRoom และ #FindThePhotoBooth ที่นี่พวกเขาสร้างเครื่องดื่มในคอนเซปต์ ‘Resourceful Cocktail’ ตั้งใจใช้วัตถุดิบไทยและเลือกใช้วัตถุดิบหนึ่งอย่างให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละแก้ว 

 

Contact: Mahaniyom Cocktail Bar

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Location: https://maps.app.goo.gl/wsaMFzYEihMNY9kt7

 


 

 

Firefly Bar

อันดับที่ 82

 

ยกระดับการดื่มไปอีกขั้น กับบาร์สุดหรูสไตล์ยุโรปภายใน Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok ที่เพิ่งคว้ารางวัลลำดับที่ 82 จาก Asia’s 50 Best Bars 2025 ที่ใครชอบบาร์ไวบ์สนุก มีเพลงแจ๊สฟัง ค็อกเทลคุณภาพ ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด

 

Contact: Firefly Bar

Open: ทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/kYDZuLrR6eS3yboP6

 


 

 

Messengerservice Bar

อันดับ 90  

 

บาร์แรกของ ‘อั้ม-วีรัช แสวงทรัพย์’ และ ‘ตาล-สุดารัตน์ โรจนวานิช’ ทีมเดียวกับ Bar us ที่ย้ายจากย่านพัฒนาการอยู่บ้านหลังใหม่ ‘บ้านตรอกถั่ว’ เมื่อต้นปีพร้อมปรับกระบวนท่าใหม่ จนได้รางวัล Best Bar Design Award จากเวที 50 Best

 

Contact: Messengerservice Bar

Open: อังคาร – อาทิตย์ เวลา 18.00 – 24.00 น.

Location: https://maps.app.goo.gl/aoNXDXxBvC68WAkw9 

 

ภาพ: THE STANDARD TEAM, Courtesy of Bars

The post 10 บาร์ไทยที่ติดอันดับบาร์ยอดเยี่ยมในเอเชีย และเราควรเก็บลิสต์ไว้ฮอป appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 บาร์ไทยคว้ารางวัล Asia’s 50 Best Bars 2025 https://thestandard.co/life/7-thai-bars-asias-50-best-bars-2025/ Tue, 15 Jul 2025 14:30:35 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1096795 7 บาร์ไทยคว้ารางวัล Asia’s 50 Best Bars 2025

จบไปสดๆ ร้อนๆ กับการประกาศรางวัล Asia’s 50 Best Bars 20 […]

The post 7 บาร์ไทยคว้ารางวัล Asia’s 50 Best Bars 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 บาร์ไทยคว้ารางวัล Asia’s 50 Best Bars 2025

จบไปสดๆ ร้อนๆ กับการประกาศรางวัล Asia’s 50 Best Bars 2025 หรือ 50 อันดับบาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย โดยปีนี้ Bar Leone ยังคงคว้าอันดับ 1 ไปครอง 2 ปีซ้อน ตามติดมาด้วย Zest และ Jigger & Pony อันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

 

สำหรับบาร์ไทย ปีนี้มีค็อกเทลบาร์ติดอันดับมากถึง 7 แห่ง ได้แก่

 

อันดับที่ 4 Bar Us

อันดับที่ 5 Dry Wave Cocktail Studio (Highest New Entry)

อันดับที่ 19 BKK Social Club

อันดับที่ 26 G.O.D 

อันดับที่ 29 Vesper

อันดับที่ 43 Opium

อันดับที่ 48 Bar Sathorn

 

เท่ากับว่าปีนี้ Bar Us ขึ้นแท่นเป็นบาร์ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศไทยด้วยอันดับที่ 4 ของเอเชีย (จากเดิมปีที่แล้วอยู่ในอันดับ 21) ส่วน Dry Wave Cocktail Studio, G.O.D, Opium และ Bar Sathorn คือ 4 บาร์ไทยที่ติดลิสต์ครั้งแรก

 

นอกจากนี้ ยังมี 2 บาร์ไทยที่คว้ารางวัลพิเศษในปีนี้ ได้แก่ Messenger Service จากอันดับ 90 ซึ่งได้รับรางวัล Best Bar Design Award 2025 จากความโดดเด่นด้านการออกแบบทั้งในแง่ความคิดสร้างสรรค์ บรรยากาศ ความยั่งยืน และฟังก์ชันการใช้งาน และ Vespa จากอันดับ 29 ที่คว้ารางวัล Rémy Martin Legend of the List สำหรับบาร์ที่รักษามาตรฐานและติดอันดับอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี

 

ขณะเดียวกัน Workshop14 บาร์ดีกรีอันดับที่ 83 จากประเทศเวียดนาม ยังได้รับรางวัลพิเศษ One To Watch Award 2025 ซึ่งมอบให้บาร์น้องใหม่ไฟแรงน่าจับตามองแห่งปีด้วย

 

ส่วนรางวัล Bartender Award 2025 ผู้ได้รับรางวัลในปีนี้คือ ‘Andrew Ho’ จากบาร์ Hope & Sesame ประเทศจีน และผู้ได้รับรางวัล Sustainable Bar Award 2025 ได้แก่ Sora จากประเทศกัมพูชา

 

บาร์อื่นๆ จากประเทศไทยที่ติดอันดับในลิสต์ 51-100 ซึ่งประกาศไปแล้วก่อนหน้านี้ ได้แก่ Mahaniyom Cocktail Bar (อันดับ 71), Firefly (อันดับ 82) และ Messenger Service (อันดับ 90 / New Entry) 

 

ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รางวัลอีกครั้งหนึ่ง ปีนี้ #TeamThailand เราแข็งแกร่งจริงๆ 

 

ส่วนลิสต์บาร์ที่ติดอันดับทั้งหมด สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.instagram.com/50bestbars

The post 7 บาร์ไทยคว้ารางวัล Asia’s 50 Best Bars 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 บาร์ไทยติดลิสต์ 51–100 ใน Asia’s 50 Best Bars 2025 และอีกหลายร้านลุ้น Top 50 https://thestandard.co/3-thai-bars-asia-50-best-bars-2025-51-100/ Thu, 03 Jul 2025 06:19:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1092391

ใกล้ถึงวันเข้ามาทุกทีแล้วกับงานประกาศรางวัล Asia’s 50 B […]

The post 3 บาร์ไทยติดลิสต์ 51–100 ใน Asia’s 50 Best Bars 2025 และอีกหลายร้านลุ้น Top 50 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ใกล้ถึงวันเข้ามาทุกทีแล้วกับงานประกาศรางวัล Asia’s 50 Best Bars 2025 ที่จัดขึ้น ณ Wynn Palace มาเก๊า ในวันที่ 15 กรกฎาคม นี้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ทาง 50 Best จะปล่อยลิสต์รายชื่อบาร์อันดับที่ 51-100 มาเป็นเรียกกระแสกันไปพลาง ๆ ซึ่งปีนี้ มีหลายบาร์ในไทยยังคงติดอันดับเช่นเคย

 

โดยปีนี้บาร์ในไทยติดอันดับ 51-100 จำนวน 3 แห่ง ได้แก่

 

  • Mahaniyom Cocktail Bar (อันดับ 71) บาร์สาย Resourceful Cocktail ที่เคยไต่อันดับสูงถึง Top 20 ในปีที่แล้ว
  • Firefly (อันดับ 82) บาร์สุดคลาสสิกจากโรงแรม Sindhorn Kempinski ซึ่งขยับขึ้นมาหนึ่งอันดับ
  • Messenger Service (อันดับ 90 / New Entry) บาร์หน้าใหม่เครือเดียวกับ Bar Us ที่นำสารพันรสชาติจากร้านของชำ มาสร้างสรรค์ใหม่ พร้อมเสิร์ฟบรรยากาศบาร์ในบ้าน

 

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับลิสต์ในปีนี้คือ มีหลายบาร์จากหลายเมืองในเอเชียที่เข้ามาอยู่ในลิสต์นี้เป็นครั้งแรกถึง 14 แห่ง จาก 23 เมือง เช่น Obsidian Bar จาก เซินเจิ้น, Sora จากพนมเปญ, Maltali จากเกาสง เป็นต้น โดยสิงคโปร์ยังคงเป็นผู้นำด้วยบาร์ติดอันดับมากที่สุดถึง 6 แห่ง รองลงมาคือ โซล, เซี่ยงไฮ้, โตเกียวที่มีเมืองละ 4 แห่ง

 

สำหรับบาร์ไทยที่เคยอยู่ในลิสต์เมื่อปีที่แล้ว มีสิทธิ์ลุ้นลำดับ Top 50 เช่นกัน เช่น BKK Social Club (อันดับ 7), Vesper (อันดับ 13), Bar Us (อันดับ 21), Tropic City (อันดับ 62), Opium (อันดับ 73), Asia Today (อันดับ 90), The Bamboo Bar (อันดับ 91) และ Dry Wave Cocktail Studio (อันดับ 98)

 

สำหรับรายชื่อบาร์ทั้งหมดในลิสต์ 51-100 สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.instagram.com/p/DLoFyv8P510

 

ภาพ: 50 Best

The post 3 บาร์ไทยติดลิสต์ 51–100 ใน Asia’s 50 Best Bars 2025 และอีกหลายร้านลุ้น Top 50 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tax Bar 2.0 เมื่อแมลงไม่ใช่แค่โปรตีน แต่คือรสชาติความอร่อยในค็อกเทล https://thestandard.co/life/tax-bar-2-point-0/ Tue, 24 Jun 2025 00:19:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1088223

แมลงไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกอาหารและค็อกเทล แต่จะมีสักกี่บ […]

The post Tax Bar 2.0 เมื่อแมลงไม่ใช่แค่โปรตีน แต่คือรสชาติความอร่อยในค็อกเทล appeared first on THE STANDARD.

]]>

แมลงไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกอาหารและค็อกเทล แต่จะมีสักกี่บาร์ที่ทำค็อกเทลแมลงได้เอ็กซ์ตรีมขนาดนี้ เรากำลังพูดถึงเมนูใหม่ของ Tax บาร์ ในเครือ Yolo Group ที่เพิ่งปรับเมนูใหม่ยกเซ็ต โดยนำแมลงหลายชนิดในบ้านเรามาเป็นวัตถุดิบหลักในค็อกเทล บอกได้เลยว่าแม้ใครที่ไม่ใช่สายชอบกินแมลงก็ยังต้องติดใจ เพราะอร่อยจริงๆ เชื่อเถอะ!

 

 

The Vibe 

 

Tax ตั้งอยู่ริมถนนไมตรีจิตต์ หลบซ่อนอยู่บนชั้น 2 ของตึกแถวแห่งหนึ่ง ถ้าคุณเป็นนักฮอปบาร์แถวซอยนานา เยาวราช คุณต้องเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง แนะนำให้มองหา Independence Bar แล้วเลี้ยวเข้าตรอกข้างๆ จากนั้นขึ้นบันไดมาชั้น 2 แล้วผลักประตูเพื่อเข้าร้าน 

 

บรรยากาศด้านใน Tax ยังคงความเท่ปนดาร์กนิดๆ ตามฉบับบาร์ในเครือ Yolo Group ตัวร้านเป็นรูปตัวยู มีเคาน์เตอร์บาร์วางอยู่ตรงกลาง ที่นั่งมีทั้งแบบโต๊ะ หน้าบาร์ และโซฟา ชอบมุมไหนแบบไหนเลือกได้ตามสะดวก สำหรับคนที่เคยมาแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนเด่นชัดที่สุดของ Tax Bar 2.0 คือหุ่นแมลงตัวเขื่องที่ถูกห้อยไว้เหนือบาร์

 

 

The Taste

 

จากบาร์ที่เด่นเรื่องน้ำส้มสายชู Tax ยุคใหม่เลือกหยิบจับเอาเมนูแมลงมาเป็นตัวชูโรง ซึ่ง ณิกษ์ อนุมานราชธน หนึ่งใน Co-founder เล่าให้เราฟังว่าเขาได้แรงบันดาลใจมาจากนิทรรศการหนึ่งตอนเดินทางไปญี่ปุ่น เลยอยากสื่อสารเรื่องราวของแมลงออกมาในรูปแบบค็อกเทล เมนูนี้ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 1 ปี จนออกมาเป็นซีรีส์ค็อกเทลที่ดื่มง่าย อร่อย กลมกล่อม แถมยังดันประสบการณ์การกินแมลงของคนไปอีกระดับ 

 

ก่อนสั่ง เราจะถามลูกค้าเสมอว่าคุณโอเคกับแมลงไหม กลัวไหม และแพ้ไหม ซึ่งคนที่แพ้กุ้งจะมีโอกาสแพ้แมลงมากถึง 60%

ณิกษ์ อนุมานราชธน

 

Insects Menu หรือซีรีส์ค็อกเทลแมลง มีทั้งหมด 6 แก้ว โดยแต่ละแก้วจะปรุงขึ้น 1 วัตถุดิบหลัก ได้แก่ ตัวอ่อนผึ้ง รถด่วน หนอนไหม แมงดานา ตั๊กแตน และจิ้งหรีดขาว เสิร์ฟพร้อมแมลงชนิดนั้นดิปซอสมาโยดิป และของกินเล่นแมลงทอดรวมมิตร 

 

 

สำหรับใครที่เริ่มอยากลองกินแมลง แก้วที่ดื่มง่ายที่สุดคือ Bee Larvae ค็อกเทลลูกอ่อนผึ้ง ในรูปแบบของ Julep ที่ไม่ได้มีแค่มินต์และความเย็น แต่เติมรสอูมามิด้วยตัวอ่อนผึ้ง เบสของเครื่องดื่มคือเตกีล่า นำไปอินฟิวส์กับพริกหวานย่างพอให้กลิ่นควันบางๆ ผสานกับ Vermouth และความหวานฉ่ำจากแตงโมก่อนปิดท้ายด้วยใบมินต์สด 

 

แก้วที่เราชอบคือ Silk Pupa หรือหนอนไหม แก้วนี้นำ Mezcal และ Bourbon มาจับคู่กันแล้วเพิ่มความกลมกล่อมด้วย Pupa Miso ที่หมักจากดักแด้ไหม เสริมด้วยชาเอิร์ลเกรย์, ใบกระวาน, และซอสเห็ดรมควัน แน่นอนว่าแก้วนี้ไม่ได้มาเดี่ยว แต่เสิร์ฟพร้อมดักแด้ไหมทอดกรอบจิ้มมาโยดิปสูตรพิเศษที่ทำจากส่วนผสมของค็อกเทล

 

Giant Water Bug คือแก้วสุดท้ายที่อยากแนะนำ แก้วนี้ส่วนผสมหลักเป็น ‘แมงดานา’ แมลงที่ขึ้นชื่อเรื่องความอโรมา นำเอาไปกลั่นเอากลิ่นแล้วผสมกับ Dry Vermouth, น้ำกุหลาบ และโคเดียลจิ้งหรีดดำ จากนั้นอัดแก๊สเพิ่มเท็กซ์เจอร์บางเบาให้ค็อกเทลลอยตัวและนุ่มลื่นขึ้นในปาก แก้วนี้เปรียบได้กับวงดนตรีซิมโฟนีที่โหมโรงกลิ่นและรสชาติในแก้วเดียว 

 

 

Good for 

 

ถ้าคุณเป็นสายรักการกินดื่มและอยากลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ แนะนำให้แวะมาสักครั้ง จะมาคนเดียวหรือกับเพื่อนได้หมด แมลงที่นี่จัดหาโดยฟาร์มแมลงที่ได้มาตรฐานและรับรองว่าสะอาด แต่ถ้าคุณอยากกินแมลงให้อร่อยขึ้น เราแนะนำให้โฟกัสที่ซอสมาโยดิป เพราะซอสแต่ละตัวนั้นอร่อยมากและทำให้เราสนุกกับการกินแมลงมากเหลือเกิน

 

ภาพ: ณัฐนิชา หมั่นหาดี

 


 

Tax 

Location: ชั้น 2 บนตึกแห่งหนึ่ง ถนนไมตรีจิตต์

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-01.00 น.

Budget: เริ่มต้นที่ 460 บาท

Facebook: www.facebook.com/taxbarbkk 

Instagram: www.instagram.com/tax_bar_bkk 

Map: https://maps.app.goo.gl/bnymzyhphWKoi552A 

 

 

The post Tax Bar 2.0 เมื่อแมลงไม่ใช่แค่โปรตีน แต่คือรสชาติความอร่อยในค็อกเทล appeared first on THE STANDARD.

]]>
6 ดริงก์ใหม่จาก Zuma Bangkok ที่พานักดื่มเที่ยวโตเกียวผ่านค็อกเทล https://thestandard.co/life/6-new-drinks-zuma-bangkok/ Thu, 22 May 2025 09:35:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1077167

สุดสัปดาห์นี้คุณมีที่แฮงเอาต์หรือยัง? ถ้ายัง เราแนะนำให […]

The post 6 ดริงก์ใหม่จาก Zuma Bangkok ที่พานักดื่มเที่ยวโตเกียวผ่านค็อกเทล appeared first on THE STANDARD.

]]>

สุดสัปดาห์นี้คุณมีที่แฮงเอาต์หรือยัง? ถ้ายัง เราแนะนำให้แวะไปที่ Zuma Bangkok ห้องอาหารอิซากายะร่วมสมัยในพื้นที่โรงแรม St. Regis Bangkok ที่เพิ่งปล่อยเมนูใหม่ในคอนเซปต์ ‘Rolling the Dice’ ค็อกเทลซีรีส์พิเศษที่ครีเอตและดูแลโดย Santo Metodo บาร์เมเนเจอร์ประจำร้าน นำแรงบันดาลใจจาก 6 ย่านยอดฮิตในกรุงโตเกียว มาแปลงโฉมเป็นเครื่องดื่ม 6 สไตล์ไม่ซ้ำ ให้นักดื่มเที่ยวโตเกียวผ่านกลิ่น รส และอารมณ์แบบญี่ปุ่น โดยไม่จำเป็นต้องจองตั๋วบินไปกิน

 

 

The Vibe

 

ด้วยความเป็นร้านอิซากายะร่วมสมัย บรรยากาศในร้านจึงอบอวลไปด้วยความสนุกและผ่อนคลาย แต่เสริมความหรูหราแบบมินิมัลด้วยวัสดุไม้ หิน โลหะ และแสงไฟอุ่นๆ ที่ผสมผสานกันอย่างไม่เคอะเขิน ตัวร้านมีที่นั่งหลายรูปแบบ ทั้งเป็นส่วนตัว โซฟา และเคาน์เตอร์บาร์ที่ให้นักดื่มสามารถพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์ หรือชื่นชมการปรุงได้อย่างใกล้ชิด 

 

 

The Taste

 

หลายคนมา Zuma มักโฟกัสที่อาหาร แต่ค็อกเทลบาร์รับรองว่าอร่อยไม่แพ้ร้านดัง ซีรีส์ ‘Rolling the Dice’ ประกอบด้วยค็อกเทล 6 แก้ว ที่สะท้อนอารมณ์ ความเคลื่อนไหว และเอกลักษณ์ของโตเกียวในแต่ละย่าน และเปิดให้ชิมเพียง 6 เดือนเท่านั้น ตั้งแต่พฤษภาคม-พฤศจิกายน 2025 ได้แก่ 

 

  • Ueno Blossom กลิ่นอายแห่งฤดูใบไม้ผลิในสวนอุเอโนะ ถ่ายทอดผ่านจินกลิ่นซากุระ น้ำส้มยูซุ ข้าว และเวอร์มุทซากุระ รสละมุน กลิ่นหอมดอกไม้ให้ความรู้สึกสงบและสง่างาม
  • Shinjuku Neon ไฮบอลกลิ่นอายย่านชินจูกุยามค่ำคืน จินผสมกลิ่นใบชิโสะ น้ำยูซุ มะนาว ราตาเฟีย โซดา และนม เบลนด์ออกมาได้ทั้งสดชื่นและล้ำลึก ให้ฟีลแบบแฮงเอาต์ในคืนวันศุกร์
  • Shibuya Rhythm สะท้อนพลังงานและความเร่งรีบของห้าแยกชิบูย่า ด้วยรัมใบเตย เหล้าเชอร์รี่ และเวอร์มุทโกโก้ รสชาติเข้มข้นซับซ้อนแต่ลงตัว

 

 

  • Jingu Matchanita ราวกับได้หลบหลีกความวุ่นวายเข้าศาลเจ้าเมจิ ค็อกเทลกลิ่นสโมกนุ่มนวลจากเมซคาล ผสมยูซุและมัทฉะ ให้ความรู้สึกสงบแต่ทรงพลัง
  • Ginza Old Fashioned กลิ่นกาแฟจากวิสกี้อินฟิวส์ เมล็ดแบล็กที และคาราเมลมิโซะ โอบล้อมด้วยกลิ่นโยเกิร์ต สื่อถึงความหรูหราแบบกินซ่าในแบบ Old Fashioned ที่ถูกตีความใหม่อย่างละเมียดละไม
  • Tsukiji Sunrise ตัวแทนของตลาดปลาซึกิจิ ค็อกเทลวิสกี้ที่ผสานความหวานของมะม่วง ขิง กรดแอปเปิ้ล และฟองโฮจิฉะด้านบน สดชื่น กลมกล่อม และมีชีวิตชีวาเหมือนเช้าตรู่ในตลาดปลา

 

Good for

 

เมนู Rolling the Dice เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ สายแฮงเอาต์ผู้รักการทดลองสิ่งใหม่ๆ และอยากเปิดประสบการณ์การดื่มผ่านรสชาติที่มีเรื่องเล่า หรือจะเป็น นักดื่มสายศิลป์ที่หลงใหลในรายละเอียดและแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น จะชวนเพื่อนมานั่งชิล หรือพาเดตมาเปิดโลกก็เก๋ไปอีกแบบ ใครที่รักญี่ปุ่น รักค็อกเทล หรือรักการผจญภัยในรูปแบบของเหล้า ต้องไม่พลาด!

 

 

ภาพ: Courtesy of Brand

 


 

Zuma Bangkok

Location: โรงแรมเซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ถนนราชดำริ

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-01.00 น. (สำหรับบาร์)

Budget: 1,000-1,500 บาทต่อคน 

Instagram: www.instagram.com/zumabangkok 

Facebook: www.facebook.com/ZumaBangkok 

Website: www.zumarestaurant.com 

Map: https://maps.app.goo.gl/MBsQ9Ki5Bz94TzTw5 

 

 

The post 6 ดริงก์ใหม่จาก Zuma Bangkok ที่พานักดื่มเที่ยวโตเกียวผ่านค็อกเทล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sanctuary Bangkok รูฟท็อปบาร์ที่ไม่ได้อยากจะหรูหรา แต่ให้คนใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่า https://thestandard.co/life/sanctuary-bangkok/ Fri, 21 Mar 2025 08:11:53 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1054712

รูฟท็อปบาร์ ที่อยากให้คนสัมผัสธรรมชาติ   เมื่อพูดถ […]

The post Sanctuary Bangkok รูฟท็อปบาร์ที่ไม่ได้อยากจะหรูหรา แต่ให้คนใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

รูฟท็อปบาร์ ที่อยากให้คนสัมผัสธรรมชาติ

 

เมื่อพูดถึงรูฟท็อปบาร์หลายคนอาจจะติดภาพการเป็นบาร์หรู วิวตึกสูง คนที่ไปต้องแต่งตัวจัดเต็ม แต่ที่ Sanctuary Bangkok เป็นบาร์ที่แตกต่างออกไป เพราะเขาอยากเป็นรูฟท็อปบาร์บรรยากาศสบายๆ ให้คนที่เข้ามาได้รู้สึกว่าใกล้ชิดกับธรรมชาติ ซึ่งบาร์นี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 34 ของโรงแรม Intercontinental Bangkok Sukhumvit บรรยากาศโดยรวมเป็นเหมือนสถานที่พักผ่อน ดูธรรมชาติท่ามกลางเมืองใหญ่ แต่นอกจากการตกแต่งร้านที่แปลกใหม่แล้ว ทางร้านยังเลือกวัตถุดิบที่หลากหลายและแปลกใหม่มาทำเป็นค็อกเทล บางอย่างอาจจะเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยแต่ไม่คิดว่าจะมาเป็นค็อกเทลได้ เช่น ปลาร้าหรือหัวกุ้ง แต่บางอย่างก็แปลกจนเราต้องตกใจว่าเอามาทำเป็นค็อกเทลได้จริงเหรอ เช่น แมงดา

 

 

The Vibe

 

บรรยากาศโดยรวมทางร้านอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนสถานที่พักผ่อน หลีกหนีความวุ่นวายใจกลางเมือง และให้คนได้มาสัมผัสธรรมชาติ ซึ่งสิ่งนี้ส่งต่อมาถึงการตกแต่งร้านตามจุดต่างๆ เช่นหลังคาไม้รูปทรง Organic Form ที่เป็นวัสดุธรรมชาติ และค่อยๆ ให้ช่างดัดไม้และประกอบทีละชิ้น เพื่อให้ได้บรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด หรืออย่างเล่มเมนูก็เป็นกระดาษที่ดูเป็นธรรมชาติจากแหล่งผลิตจังหวัดต่างๆ ในไทย เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

 

The Taste

 

เมนูเครื่องดื่มที่ร้านถือว่าค่อนข้างน่าสนใจเลย เพราะเขาอยากให้ค็อกเทลที่นี่สื่อถึงความสบาย Comfort ไม่ต้องหรูหรามาก โดยแบ่งเมนูทั้งหมดออกเป็นสามหมวด ได้แก่ Signature เมนูที่เป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน Comfort เป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบที่เราคุ้นเคย แต่เราอาจจะนึกไม่ถึงว่าสามารถนำมาทำเป็นค็อกเทลได้ เช่น ปลาร้าหรือข้าวเหนียวมะม่วง และ Wild เมนูที่ใช้วัตถุดิบแปลกๆ ซึ่งเราอาจจะรู้สึกประหลาดใจว่าสิ่งนี้เอามาทำเป็นค็อกเทลได้จริงเหรอ เช่น แมงดา

 

 

เริ่มต้นเมนูค็อกเทลด้วยอะไรหวานๆ เบาๆ อย่าง CHA THAI (ราคา 360 บาท) แก้วนี้ส่วนผสมหลักเป็นวิสกี้ อาจจะเป็นเครื่องดื่มที่เนื้อสัมผัสไม่ได้หนาแบบชาไทย แต่กลิ่นมีความหอมที่คล้ายชาไทยเลย หรือถ้าชอบอะไรหวานๆ แนะนำ Banana Roti (ราคา 400 บาท) นี่คือขนมที่มาในรูปแบบเครื่องดื่ม เพราะมีความหวาน ความหอม เหมือนโรตีกล้วยจริงๆ

 

 

แต่ถ้าอยากขยับความแปลกขึ้นมาหน่อยแนะนำ PLA-RA (ราคา 440 บาท) แก้วนี้อาจจะไม่ได้ฉุนเท่าปลาร้าจริงๆ แต่ก็มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ได้กินยากจนเกินไป มีความคล้ายๆ น้ำปลาหวาน ส่วนใครชอบกินกุ้งแนะนำเมนู HUA GOONG (ราคา 450 บาท) เมนูนี้มีความมันๆ ได้กลิ่นกุ้งและมันกุ้งที่ชัดเจน และเมนูที่แปลกที่สุด แต่เรารู้สึกเซอร์ไพรส์ที่สุด นั่นคือ GIANT WATER BUG (ราคา 550 บาท) หรือเมนูแมงดา ฟังจากชื่ออาจจะน่ากลัว แต่รสชาติดี ดื่มง่าย มีกลิ่นเหมือนจิน ใครชอบดื่มจินคุณควรมาลองเมนูแมงดาดูสักครั้ง

 

 

ในช่วงนี้ทางร้านจะมีเมนูอาหารอยู่พอประมาณ อาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ในอนาคตทางร้านแอบบอกว่าจะมีเยอะกว่านี้ ซึ่งเมนูที่ไปแล้วควรสั่งคือ BEEF TONGUE (ราคา 460 บาท) เป็นลิ้นวัวนุ่มๆ วางบนซอสกะเพรา และท็อปด้วยใบกะเพรากรอบ เมื่อกินรวมกันแล้วเข้ากันสุดๆ แต่ถ้าอยากได้อะไรสดชื่นๆ จากหอยนางรมสดๆ แนะนำ GILLARDEAU OYSTERS (ราคา 940 บาท) หรือถ้ามากันหลายคนไม่รู้จะสั่งอะไรแนะนำ COLD CUT (ราคา 820 บาท) ไปเลย

 

 

Good for

 

บาร์นี้เหมาะกับคนที่กำลังหาที่หลบหนีความวุ่นวาย ไม่อยากเดินทางไกล อยากเสพวิวเมืองจากมุมสูงไปพร้อมกับการสัมผัสธรรมชาติ โต๊ะที่นั่งของบาร์นี้เหมาะกับมาทั้งคนเดียว มาเดตเป็นคู่ หรือมากับกลุ่มเพื่อนสัก 4-5 คนกำลังดี ใครอยากลองรูฟท็อปบาร์บรรยากาศใหม่ๆ เครื่องดื่มไม่ซ้ำใครลองไปที่บาร์นี้ดู

 


 

Sanctuary Bangkok

Open: ทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.

Address: ชั้น 34 โรงแรม Intercontinental Bangkok Sukhumvit

Budget: 400-1,000 บาท

Instagram: @sanctuarybangkok

Map: https://maps.app.goo.gl/KEpGNc6NLUmCYVH1A

 

 

The post Sanctuary Bangkok รูฟท็อปบาร์ที่ไม่ได้อยากจะหรูหรา แต่ให้คนใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
World’s 50 Best Bars 2025 คอนเฟิร์มจัดที่ฮ่องกง วันที่ 8 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/life/worlds-50-best-bars-2025-hong-kong/ Thu, 20 Mar 2025 10:06:59 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1054354 World’s 50 Best Bars 2025 คอนเฟิร์มจัดที่ฮ่องกง วันที่ 8 ต.ค. นี้

ก่อนที่ผลประกาศ Asia’s 50 Best Restaurants 2025 จะออกมา […]

The post World’s 50 Best Bars 2025 คอนเฟิร์มจัดที่ฮ่องกง วันที่ 8 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
World’s 50 Best Bars 2025 คอนเฟิร์มจัดที่ฮ่องกง วันที่ 8 ต.ค. นี้

ก่อนที่ผลประกาศ Asia’s 50 Best Restaurants 2025 จะออกมาในสัปดาห์หน้า ทางผู้จัดงาน 50 Best ได้ออกมาประกาศว่า ‘World’s 50 Best Bars 2025’ หรืองานประกาศผลงานจัดอันดับ ‘50 บาร์ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025’ จะปักหมุดจัดขึ้นที่ฮ่องกง ณ Kai Tak Cruise Terminal ท่าเทียบเรือที่ออกแบบโดย ออกแบบของ Norman Foster ในวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2025 

 

สำหรับโปรแกรมไฮไลต์ครั้งนี้ ได้แก่ ‘Bartenders’ Feast’ งานเลี้ยงบาร์เทนเดอร์ซึ่งจัดขึ้นในคืนก่อนพิธีมอบรางวัลให้แก่คนบาร์ผู้มีความสามารถ ก่อนตามติดด้วยงานประกาศรางวัล ‘World’s 50 Best Bars 2025’ ที่จะเผยรายชื่อ 50 บาร์ที่ดีที่สุดในโลกในวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2025

 

และก่อนหน้าจะถึงพิธีมอบรางวัล ทาง 50 Best จะประกาศผู้ชนะรางวัลพิเศษ 2 รางวัล ซึ่งได้แก่ Michter’s Art of Hospitality และ Altos Bartenders’ Bartender รวมถึงลิสต์รายชื่อ 50 บาร์ยอดเยี่ยมในลำดับที่ 51-100 อีกด้วย

 

บอกเลยว่างานนี้ไม่ต้องเป็นคนบาร์ก็สนุกได้ เพราะช่วงเวลาดังกล่าว ตามบาร์ในฮ่องกงจะมีอีเวนต์พิเศษ รวมถึง Guest Shift ดีๆ ให้นักดื่มเดินฮอป จิบได้ตลอดทั้งคืน

 

ภาพ: Yongyuan Dai via Getty Image

The post World’s 50 Best Bars 2025 คอนเฟิร์มจัดที่ฮ่องกง วันที่ 8 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Super Classic Vol.2 ดริงก์เมนูใหม่ที่ตอกย้ำความเนิร์ดของ Dry Wave Cocktail Studio https://thestandard.co/life/super-classic-vol-2-dry-wave-cocktail-studio/ Tue, 11 Mar 2025 11:51:24 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1051028

ช่วงนี้หลายบาร์ในประเทศไทยทยอยเปิดตัวเมนูใหม่มาตั้งแต่ป […]

The post Super Classic Vol.2 ดริงก์เมนูใหม่ที่ตอกย้ำความเนิร์ดของ Dry Wave Cocktail Studio appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงนี้หลายบาร์ในประเทศไทยทยอยเปิดตัวเมนูใหม่มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Vesper, Mahaniyom, BKK Social Club หรือแม้แต่บาร์คอนเซปต์สุดโต่งอย่าง G.O.D (Genius On Drugs) ก็ปรับทัพเปลี่ยนเมนูใหม่ให้นักชิมสัมผัสประสบการณ์การดื่มที่ต่างกว่าเดิม พอมาถึงคราวของ Dry Wave Cocktail Studio ความคาดหวังย่อมเต็มเปี่ยม เพราะปีที่แล้วพวกเขาทำผลงานไว้ดี ไม่ว่าจะเป็นการคว้าตำแหน่งบาร์ที่ดีที่สุดในไทยจาก Bangkok Bar Show ในช่วงท้ายปี หรือการติดลิสต์ลำดับที่ 98 พร้อมตำแหน่ง One to Watch จาก Asia’s 50 Best Bars หลังจากเปิดร้านเพียง 6 เดือนเท่านั้น

 

แน่นอนว่าเซ็ตเมนูใหม่นี้ Dry Wave Cocktail Studio ยังคงมาภายใต้คอนเซปต์ Super Classic เช่นเคย คือการนำดริงก์คลาสสิก 2 ตัวมารวมกัน เกิดเป็นเมนูที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ แต่ยังคงกลิ่นเดิมของดริงก์ที่เราคุ้นเคย

 

 

The Vibe

 

Dry Wave Cocktail Studio ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโครงการ SODALITY ซอยทองหล่อ 13 ใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยมีกระจกใสเผยให้เห็นบรรยากาศด้านใน ด้วยเปิดร้านมาแค่ปีเศษ ทำให้บรรยากาศโดยรวมของร้านไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เคาน์เตอร์บาร์สีส้มอิฐยังคงวางตัวอยู่กลางร้าน ผนังกำแพงเป็นลอนคลื่นทำจากเม็ดทราย มีมุมนั่งโซฟานุ่มๆ ให้บริการด้านในมุมสงบของร้าน

 

 

The Taste

 

ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนเด่นชัดที่สุดคือเล่มเมนูใหม่ที่หนาขึ้นและมีลูกเล่นมากขึ้น แต่ยังคงอยู่ภายใต้คอนเซปต์ Super Classic นำเอาคลาสสิกค็อกเทล 2 ตัวที่เราคุ้นเคยมาผสานกันให้กลายเป็นค็อกเทลแก้วใหม่ การผสมผสานไม่ใช่แค่เอาดริงก์ 2 ตัวมาเทรวมกัน แต่เป็นการหยิบเอาเอเลเมนต์ความเหมือนและความต่างของค็อกเทล 2 ตัวมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์

 

สำหรับ Super Classic Vol.2 มีทั้งหมด 18 สูตร โดย 12 สูตรเป็นแก้วที่คิดค้นใหม่ และ 6 สูตรเป็นแก้วที่หยิบยกมาจากเมนูเล่มที่แล้ว ซึ่งเป็นเมนูขายดีที่ผู้คนยังถามถึงและได้รับความนิยมตลอดปีที่ผ่านมา ซีรีส์นี้มีครบทั้งเครื่องดื่มแบบ Low ABV แอลกอฮอล์ต่ำ ไปจนถึง Spirit Forward รสเข้ม

 

In Summer Time

 

ตัวแรกที่แนะนำคือ In Summer Time (440 บาท) ดริงก์สูตรสดชื่นสายโฟโต้จีนิก ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Honey Deuce ค็อกเทลซิกเนเจอร์ในการแข่งขันเทนนิสยูเอสโอเพนตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งมีจุดเด่นเป็นลูกเมลอนคล้ายลูกเทนนิส นำมาเข้าคู่กับ Agua Fresca เครื่องดื่มยอดนิยมจากเม็กซิโกและลาตินอเมริกา ที่นิยมใช้แตงโม เมลอน หรือแตงกวา มาเป็นส่วนตัวประกอบ เมื่อสายสดชื่นทั้งคู่มารวมกัน In Summer Time จึงเป็นเครื่องดื่มรสชาติหวานเย็นอมเปรี้ยว เหมาะกับการจิบในวันที่อากาศร้อน

 

แก้วถัดไป Newton’s Law (470 บาท) นิวตันค้นพบกฎของแรงโน้มถ่วงเพราะผลแอปเปิ้ลตกใส่หัว หลังจากนั้นมาแอปเปิ้ลก็กลายเป็นสัญลักษณ์เมื่อเอ่ยถึงนิวตัน ค็อกเทลสูตรนี้เป็นการผสานกันของ Apple Gimlet ดริงก์สุดคลาสสิกที่มีต้นกำเนิดจากกองทัพเรืออังกฤษในศตวรรษที่ 19 กับ Godfather ค็อกเทลคลาสสิกที่มีต้นกำเนิดในยุค 1970 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง The Godfather ส่วนผสมเรียบง่ายแต่หรูหรา ผสานเข้ากับกลิ่นหอมและรสชาติของแอปเปิ้ล แก้วนี้แนะนำให้จิบช้าๆ เพื่อให้รสชาติค่อยๆ ระเบิดออกมา

 

Newton’s Law

 

Cool and Spices

 

ส่วนใครที่ชอบกลิ่นเฮิร์บหน่อยๆ มีความสไปซ์เล็กๆ แนะนำให้ลอง Cool and Spices (470 บาท) ค็อกเทลสาย Low to Medium ABV ที่ได้แรงบันดาลใจจากค็อกเทลสไตล์ละติน 2 ตัว คือ Made in Cuba และ Cantarito ตัวนี้เบสด้วยเตกีลา ผสมแตงกวาและผลไม้รสเปรี้ยว ได้กลิ่นสมุนไพรและความสดชื่นจากยูคาลิปตัสและมาร์จอแรม เพิ่มความเผ็ดร้อนเล็กๆ ด้วยพริกแห้งที่ท็อปอยู่บนการ์นิชและหลอด

 

Ready! Aim! Fire! (470 บาท) อีกหนึ่งค็อกเทลที่มีความเผ็ดเล็กๆ Savory หน่อยๆ ควบคู่มากับรสเปรี้ยว แก้วนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Pickleback Sour คลาสสิกค็อกเทลที่พัฒนามาจาก Pickleback Shot การดื่มวิสกี้ตามด้วยน้ำแตงกวาดองและ Mexican Firing Squad ค็อกเทลยอดนิยมจากเม็กซิโกในช่วงปี 1930

 

ปิดท้ายด้วย Sea, Sand & Sun (440 บาท) ค็อกเทลที่นำเอา Bloody Maria และ Sex on the Beach ซึ่งเป็นคลาสสิกค็อกเทลที่นิยมดื่มริมชายหาดหรือขณะปาร์ตี้ มาตีความใหม่ให้เป็นเครื่องดื่มริมหาดฉบับ Dry Wave แก้วนี้เด่นด้วยรสชาติอูมามิที่ได้จากมะเขือเทศ สาหร่าย และแครนเบอร์รี

 

ซ้าย: Sea, Sand & Sun

ขวา: Ready! Aim! Fire!

 

Dry Wave Cocktail Studio

 

Good for…

 

Super Classic Vol.2 เป็นซีรีส์เมนูที่ครบเครื่องและครอบคลุมทุกรสนิยมการดื่ม ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย Low ABV หรือ Spirit Forward ก็สามารถสนุกกับการดื่มได้ สิ่งที่เราชอบในซีรีส์นี้คือการนำเอาค็อกเทลที่หายหน้าหายตาจากเมนูกลับมาอีกครั้ง การจับคู่ของดริงก์ในรสชาติที่ไม่น่าเข้ากัน หรือแม้แต่ดริงก์ที่เรารู้จักอยู่แล้ว แต่มาสร้างสรรค์ใหม่ที่ให้รสชาติต่างออกไปทว่าก็คุ้นเคยอยู่ในตัว

 


 

Dry Wave Cocktail Studio

Location: ชั้น 2 โครงการ SODALITY ซอยทองหล่อ 13

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-01.00 น.

Budget: 500-1,000 บาท

Facebook: www.facebook.com/profile.php?id=61555493219909 

Instagram: www.instagram.com/drywavecocktailstudio 

Map: https://maps.app.goo.gl/wk6AsBaUYnc8Nf2j6

 

 

The post Super Classic Vol.2 ดริงก์เมนูใหม่ที่ตอกย้ำความเนิร์ดของ Dry Wave Cocktail Studio appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเมนูค็อกเทลใหม่ที่ Blessing Shophouse บาร์จีนใจกลางย่านอโศก https://thestandard.co/life/blessing-shophouse-2/ Sat, 01 Mar 2025 07:00:38 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1047265

ถ้าคืนนี้ใครอยากจิบค็อกเทลและรู้สึกได้รับความโชคดี เราข […]

The post เปิดเมนูค็อกเทลใหม่ที่ Blessing Shophouse บาร์จีนใจกลางย่านอโศก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าคืนนี้ใครอยากจิบค็อกเทลและรู้สึกได้รับความโชคดี เราขอจับมือชวนมานั่งดื่มด้วยกันที่นี่ ‘Blessing Shophouse’ บาร์ค็อกเทลสไตล์จีนโบราณที่ดึงความเป็นมงคลในวัฒนธรรมจีนมาใส่ไว้ในเครื่องดื่มแต่ละแก้ว

 

 

Blessing Shophouse เปิดอยู่ในซอยสุขุมวิท 14 ติดสถานีรถไฟฟ้าอโศก เมื่อเดินเข้ามาในซอย ทุกคนอาจคิดไม่ถึงว่าจะมีบาร์ค็อกเทลทรงดีซ่อนอยู่ เนื่องจากในซอยนี้เป็นที่อยู่อาศัยแบบตึกแถว ทว่าร้านหาเจอไม่ยากหรอก เพราะมีประตูเพียงบานเดียวในซอยนั้นที่ดูเชื้อเชิญให้เปิดเข้าไปขนาดนี้

 

ที่จริงตึกห้องนี้เคยเป็นบ้านอาศัยของครอบครัวเจ้าของบาร์ ซึ่งเคยทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ด้านในจึงมีเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีนให้เห็นอยู่เต็มร้าน เช่นเดียวกับการตกแต่งที่ดูกลมกลืนและซ่อนดีเทลไว้ทุกจุด ซึ่งทั้งหมดเป็นฝีมือของเจ้าของบาร์ผู้ทำอาชีพสถาปนิกด้วย

 

 

ส่วนรอบนี้ที่เรากลับมานั่งดื่มหน้าบาร์แห่งนี้อีกครั้งก็เพื่อจิบเมนูใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์ของ Blessing Shophouse ไว้ดังเดิม นั่นคือการซ่อนความหมายมงคลเอาไว้ในทุกเมนู โดยแก้วแรกที่บาร์แนะนำคือ Your Highness (390 บาท) ค็อกเทลแนว Fresh & Bless ที่มีส่วนผสมของเตกีลา วอดก้า พีช เลมอน และมะเขือเทศ ใครชอบดื่มแนว Savory หน่อย แก้วนี้ตอบโจทย์

 

Mandarin Pop (420 บาท) แก้วนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง เถียนมี่มี่ จึงทำออกมาเป็นค็อกเทลสไตล์ขนมหวานให้ตักกินทีละคำ บาร์ทำโดยการนำเมลอนแช่แข็งไปปั่น ก่อนผสมกับชาอู่หลงอินฟิวส์รัม น้ำผึ้ง และใส่สาคู

 

 

คนชอบดื่มเข้มต้องสั่ง Talking Plum (440 บาท) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากขนมบ๊วยแผ่นที่เราชื่นชอบกันตอนเด็กๆ โดยร้านนำมาอินฟิวส์กับวอดก้าและเหล้าจีน

 

 

นอกจากนี้บาร์ได้เพิ่มเมนูของกินเล่นเข้ามาด้วย โดยเป็นของว่างสไตล์จีนๆ เช่น หมูแผ่นอบแห้ง (200 บาท), เนื้อแผ่นอบแห้ง (200 บาท), บุกหม่าล่า (120 บาท) หรือ ปาท่องโก๋สาหร่าย (120) ส่วนค็อกเทลเมนูเดิมที่ทุกคนชอบ บาร์ก็ยังเก็บไว้ เช่น Mango Cult (390 บาท), Crystal Clear (420 บาท), Oath (420 บาท) หรือ Five Spice (460 บาท)

 


 

Address: ซอยสุขุมวิท 14 (ด้านหลังร้านสุดาโภชนา)

Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-00.00 น. 

Contact: Blessing Shophouse

Budget: 1,000-2,000 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/y72SWy6nw9X8JyEK7 

 

 

The post เปิดเมนูค็อกเทลใหม่ที่ Blessing Shophouse บาร์จีนใจกลางย่านอโศก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mahaniyom Vol.3 ซีรีส์เมนูใหม่จากบาร์รางวัลที่มีตัวเอกเป็น ‘หนอนรถด่วน’ https://thestandard.co/life/mahaniyom-vol3-menu-bamboo-worm/ Wed, 04 Dec 2024 14:42:28 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1016143

เข้าสู่ปีที่ 3 ของ Mahaniyom บาร์สีสันจัดจ้านบนชั้น 2 ข […]

The post Mahaniyom Vol.3 ซีรีส์เมนูใหม่จากบาร์รางวัลที่มีตัวเอกเป็น ‘หนอนรถด่วน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เข้าสู่ปีที่ 3 ของ Mahaniyom บาร์สีสันจัดจ้านบนชั้น 2 ของบ้านไม้เก่าริมถนนมหาเศรษฐ์ ที่ตอนนี้เพิ่งเปลี่ยนเมนูใหม่เกือบทั้งเล่มเป็นซีรีส์ ‘Resourceful Cocktail Menu Vol.3’ แน่นอนว่ายังคงปรัชญาเดิม เน้นการเลือกใช้วัตถุดิบแต่ละอย่างให้คุ้มค่าตามแนวคิด Zero Waste ซีรีส์นี้มีหลายดริงก์ที่น่าสนใจ เช่น Worm ที่ใช้หนอนมาเป็นส่วนผสมหลัก

 

Mahaniyom Vol.3

Mahaniyom Vol.3

 

The Vibe

 

เนื่องจากตั้งอยู่บนชั้น 2 ของบ้านไม้หลังเก่าเหนือร้านอาหาร ‘100 Mahaseth’ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชื่อของ ‘Mahaniyom’ ตั้งขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับร้านด้านล่าง ความหมายของมหานิยมคือความนิยมชมชอบ ความป๊อปปูลาร์ โดยทั้งหมดถูกสื่อสารผ่านการตกแต่งด้วยการนำเสนอบรรยากาศแบบไทยๆ แต่ร่วมสมัยและสนุกสนานมากขึ้น เช่น งานผ้าสีสันจัดจ้าน การจัดไฟให้ดูลึกลับแต่มีเสน่ห์ งานไฟดัดนีออน ฯลฯ

 

Worm

Worm

 

The Taste

 

สำหรับเมนูค็อกเทลซีรีส์ใหม่ ‘Resourceful Cocktail Menu Vol.3’ ยังคงดูแลโดย หนึ่ง-รณภร คณิวิชาภรณ์ Co-founder และบาร์เทนเดอร์มือดีดีกรีรางวัลที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาดีอยู่แล้ว ซึ่งซีรีส์นี้ยังคงยึดถือแนวคิดเดิม ‘Resourceful Cocktail’ หรือการเลือกใช้วัตถุดิบแต่ละอย่างให้เต็มที่คุ้มค่ามากที่สุดตามแนวคิด Zero Waste และยังคงเป็น 1 แก้ว 1 วัตถุดิบหลัก

 

เมนูที่อยากให้ลองคือ ‘Worm’ (480 บาท) เครื่องดื่มที่มาจากหนอน 3 ชนิด ได้แก่ หนอนไหมกับเตกีลาและเบอร์เบิน หนอนไผ่หรือรถด่วนกับช็อกโกแลตลิเคียวร์ และหนอนด้วงสาคูกับโยเกิร์ต แก้วนี้จะว่ากินง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็อาจจะยากสำหรับบางคน แต่ให้รสสัมผัสที่น่าสนใจ มีความฟรุตตี้เปรี้ยวอมหวาน มีความมัน ขณะเดียวกันก็ให้รสและกลิ่นของวัตถุดิบอย่างชัดเจน

 

‘Corn’ (480 บาท) เครื่องดื่มที่ใช้ส่วนต่างๆ ของข้าวโพดได้อย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดแห้งกับเบอร์เบิน, เส้นไหมข้าวโพดกับวอดก้า, นมข้าวโพด ไปจนถึงเปลือกข้าวโพด ก่อนจะเพิ่มความสโมกและเสริมรสให้บาลานซ์ด้วยเมซคาล น้ำมะนาวดอง และพริกหนุ่ม ใครที่ชอบดริงก์แนว Savory เราว่าคุณต้องชอบ

 

Corn (ซ้าย) และ Worm (ขวา)

Corn (ซ้าย) และ Worm (ขวา)

 

Grape No.2

Grape No.2

 

‘Longan’ (480 บาท) เป็นอีกแก้วที่พลาดไม่ได้ หลายคนโหวตให้แก้วนี้เป็นแก้วที่น่าสนใจประจำซีรีส์ โดยนำส่วนต่างๆ ของลำไยมาเป็นวัตถุดิบ เช่น ผลลำไยแห้งกับเหล้ารัม, วอดก้ารมควันไม้ลำไยและเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ และเมล็ดลำไยนำมาคั่วแห้งทำเป็นชา นำทุกอย่างมาผสมกับซิงเกิลมอลต์วิสกี้ แก้วนี้ส่วนตัวคิดว่าได้กลิ่นของลำไยน้อยไปหน่อย

 

อีกแก้วที่น่าสนใจเหมาะแก่การดริงก์ปิดท้าย ‘Grape No.2’ (480 บาท) แก้วนี้ได้ฟีลเดียวกับ Natural Wine แต่เราว่ากินง่ายกว่า สนุกกว่า ประกอบด้วยคอนยัค ใบองุ่น คอมบูชาองุ่นแดง และลูกเกด

 

Bamboo (ซ้าย) และมะแข่นดองกินคู่กับค็อกเทล (ขวา)

Bamboo (ซ้าย) และมะแข่นดองกินคู่กับค็อกเทล (ขวา)

 

บรรยากาศร้าน (ซ้าย) และ Longan (ขวา)

บรรยากาศร้าน (ซ้าย) และ Longan (ขวา)

 

Good for

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครื่องดื่มในซีรีส์นี้เท่านั้น ยังมีอีกหลายแก้วที่น่าสนใจ เช่น Bamboo, Orange No.2, Guava หรือเมนูของกินเล่นที่ได้เชฟชาลีมาดูให้ สารภาพว่าเราชอบมะแข่นดองมาก อยากให้พวกคุณได้ลองชิม

 

ช่วงนี้ใครกำลังหาที่นั่งดื่มหรือแฮงเอาต์กับเพื่อน เราว่าถึงเวลาแล้วที่คุณจะแวะกลับไปมหานิยมกันอีกสักครา หรือใครที่ยังไม่เคยไปสักครั้ง การแวะไปเปิดประสบการณ์ดื่มค็อกเทลหนอนสักแก้วก็ถือว่าไม่เลวนะ

 

Mahaniyom Cocktail Bar

Location: ชั้น 2 ตึกเดียวกับ 100 Mahaseth ถนนมหาเศรษฐ์

Open: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17.00-00.00 น.

Budget: เริ่มต้นที่ 480 บาท

Facebook: www.facebook.com/profile.php?id=100076463540818

Instagram: www.instagram.com/mahaniyom.cocktailbar

Map: https://maps.app.goo.gl/S6kQurnph4vp8wNx7

 

The post Mahaniyom Vol.3 ซีรีส์เมนูใหม่จากบาร์รางวัลที่มีตัวเอกเป็น ‘หนอนรถด่วน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rabbit Hole เปลี่ยนเมนูใหม่ทั้งเล่มจาก A-Z เป็น Crossword ชวนหาเมนูลับจากทั่วโลก https://thestandard.co/life/rabbit-hole-crossword-menu/ Thu, 14 Nov 2024 07:53:01 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1008566 Rabbit Hole Crossword

Crossword ที่พาไปรู้จักกับเมนูดังๆ ทั่วโลก   อัปเด […]

The post Rabbit Hole เปลี่ยนเมนูใหม่ทั้งเล่มจาก A-Z เป็น Crossword ชวนหาเมนูลับจากทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rabbit Hole Crossword

Crossword ที่พาไปรู้จักกับเมนูดังๆ ทั่วโลก

 

อัปเดตล่าสุดตอนนี้ Rabbit Hole เปลี่ยนเมนูค็อกเทลใหม่ทั้งเล่ม จากเดิมที่มาในธีม A-Z ตอนนี้เป็นธีม Crossword มีความสนุกและซ่อนความลึกลับไว้เพิ่มขึ้น โดยในเล่มเมนูจะมีคำใบ้เป็นชื่อเมืองต่างๆ ทั่วโลก 1 เมืองเท่ากับ 1 เมนูเครื่องดื่ม และชื่อเมืองไม่ได้เป็นแค่ชื่อเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงรสชาติและส่วนผสมของค็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจจากเมนูอาหารและเครื่องดื่มชื่อดังของประเทศนั้นๆ ด้วย 

 

Rabbit Hole Crossword

 

ตัวอย่างเช่น LONDON (460 บาท) ที่ผู้คนในเมืองนิยมดื่มชา ค็อกเทลแก้วนี้จึงทำออกมาให้มีกลิ่นหอมเหมือนชา โดยมีจิน อัปแซ็งต์ และเอิร์ลเกรย์ หรือ BERLIN (440 บาท) ที่พอนึกถึงเมืองนี้เราจะนึกถึงการดื่มเบียร์คู่กับไส้กรอก ค็อกเทลแก้วนี้จึงมีความซ่าๆ เหมือนได้ดื่มเบียร์ และในเครื่องดื่มจะได้กลิ่นที่คล้ายกับเครื่องเทศในไส้กรอก 

 

Rabbit Hole Crossword

 

ส่วนใครชอบอะไรที่ดื่มง่ายๆ เราแนะนำ TOKYO (420 บาท) เป็นเมนูเบาๆ ดื่มง่าย เบสเป็นจิน แต่พอดื่มเข้าไป กลิ่นในปากจะเหมือนเรากินซูชิ มีหนึ่งเมนูที่เราไม่อยากให้พลาดเลย นั่นคือ BANGKOK (400 บาท) เมนูนี้ได้แรงบันดาลใจจากขนมครก เบสแก้วนี้จะเป็นรัม ท็อปด้วยโฟมกะทิอุ่นๆ ตอนยกดื่มจะมีความเย็นๆ ผสมอุ่นๆ และความละมุนจากกะทิ คนชอบขนมครกต้องลอง

 

 

มาร่วมตามหาชื่อเมืองและเมนูลับๆ ผ่าน Crossword ทั้ง 16 เมนูใหม่ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ร้าน Rabbit Hole 

 

Open: ทุกวัน เวลา 19.00-02.00 น.

Address: ก่อนถึงซอยทองหล่อ 7

Budget: 450-1,000 บาท

Facebook: Rabbit Hole

Map: 

 

The post Rabbit Hole เปลี่ยนเมนูใหม่ทั้งเล่มจาก A-Z เป็น Crossword ชวนหาเมนูลับจากทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
16 อัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในค็อกเทลของ Ruby’s บาร์แห่งใหม่ย่านหลังสวน https://thestandard.co/life/rubys-bar-langsuan-gem-cocktails/ Sun, 10 Nov 2024 12:15:57 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1006843 Ruby's

นี่คือบาร์ค็อกเทลที่เราอยากพาทุกคนไปนั่งดื่มในวันที่อยา […]

The post 16 อัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในค็อกเทลของ Ruby’s บาร์แห่งใหม่ย่านหลังสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ruby's

นี่คือบาร์ค็อกเทลที่เราอยากพาทุกคนไปนั่งดื่มในวันที่อยากฟังเรื่องราวของความรัก เพราะ Ruby’s บาร์แห่งใหม่ในย่านหลังสวนซึ่งมีเพียง 16 ที่นั่งเท่านั้น ได้แรงบันดาลใจในการรังสรรค์ค็อกเทลแต่ละแก้วจากเรื่องราวของหญิงสาวที่อกหัก ผิดหวังจากความรัก บาร์เทนเดอร์จึงตีความความรู้สึกของเธอโดยใช้อัญมณีเป็นตัวแทนบอกเล่าความรู้สึกรูปแบบต่างๆ มาพร้อมกับบรรยากาศโรแมนติก เรียบหรู ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกปรารถนาที่จะได้ใช้เวลาในที่แห่งนี้มากยิ่งขึ้น

 

Ruby's

 

The Vibe

Ruby’s เปิดอยู่ด้านในร้านอาหารอิตาเลียน Ms.Jigger ของโรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ถ้าหากใครมานั่งกินมื้อค่ำแล้วอยากจิบค็อกเทลต่อก็สามารถเดินเข้ามาได้เลย เพราะเครื่องดื่มและของกินเล่นจะเสิร์ฟตรงหน้าบาร์เท่านั้น โดยบรรยากาศด้านในมีความเรียบหรู เป็นส่วนตัว เนื่องจากเป็นเคาน์เตอร์บาร์ขนาด 16 ที่นั่ง เพราะฉะนั้นหากใครมาคนเดียวก็อาจได้เพื่อนคุยเป็นแน่

 

Ruby's

 

The Taste

เรื่องราวความรักในค็อกเทลของ Ruby’s เป็นชีวิตของ Ms.Jigger หญิงสาวที่ต้องการตามหารักแท้ และเธอได้มาพบกับชายหนุ่มชาวอิตาลี แต่เมื่อทั้งสองตกลงปลงใจคบกัน ความสัมพันธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เธอจึงต้องเจอกับความเจ็บปวด แตกสลาย และเต็มไปด้วยความแค้น ซึ่งความรู้สึกทั้งหมดของเธอได้ถูกตีความเป็นค็อกเทล 14 แก้ว พร้อมกับม็อกเทลอีก 2 เมนู ที่ใช้อัญมณีต่างๆ แทนความรู้สึก

 

เมนูแนะนำที่เราได้ลอง เช่น Ruby (440 บาท) ทับทิมเม็ดแดงสวยที่ใช้จินเป็นเบส มีความหอมหวานเปรี้ยวซ่านิดๆ จากโซดาและผลไม้อย่างสตรอว์เบอร์รีและทับทิม ตามด้วยกลิ่นหอมของดอกชบาและดอกมะลิ แก้วนี้เป็นสไตล์สดชื่นดื่มง่าย

 

แก้วที่ส่องประกายวิบวับ Diamond (520 บาท) ใช้เบสเป็นเตกีลาผสมลิเคียวรสโยเกิร์ตฮอกไกโดและลูกแพร์ มีความนุ่มนวล ครบรส

 

ส่วน Emerald (480 บาท) เป็นค็อกเทลเบสเมซคาลผสมจิน มีความหวานซ่อนเปรี้ยว เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากข้าวเหนียวมะม่วง ด้านบนจึงท็อปด้วยโฟมกะทิทุเรียนที่จะทิ้งกลิ่นหอมฟุ้งในปาก

 

 

Blue Sapphire (460 บาท) แก้วนี้มีสีฟ้าไพลินจากสาหร่ายสไปรูลินาและดอกอัญชัน โดยใช้วอดก้าผสมสาเกลูกแพร์ แก้วนี้ดื่มสบายๆ มีความหวานอมเปรี้ยวนิดๆ

 

แต่สำหรับ Onyx (480 บาท) เป็นค็อกเทลรสเผ็ดร้อน เนื่องจากใช้วอดก้าเป็นเบส ก่อนผสมด้วยความเผ็ดจากพริกไทย และเพิ่มมิติด้วยแตงกวา มะเขือเทศ และเกลือดำ

 

Ruby's

 

แต่หากใครชอบค็อกเทลสไตล์หนักแน่น จิบยาวๆ ได้ทั้งคืน บาร์เทนเดอร์แนะนำเมนู Opal (480 บาท) ค็อกเทลที่ทวิสต์มาจากเนโกรนี ผสมเหล้าบ๊วยเค็ม เหล้าอาร์ติโชก และมีกลิ่นสมุนไพรจากใบกระวาน

 

Aquamarine (540 บาท) แก้วนี้ใช้เบสวิสกี้ผสมไวน์ มีกลิ่นหอมจากน้ำมันชาไทยใบเตย ด้านบนมีช็อกโกแลตให้กินคู่กันเพื่อให้ได้ทั้งความหวานและความขม

 

 

ส่วนของกินเล่นจะเสิร์ฟเป็นคอร์ส โดยมีให้เลือกคือ 3 ชิ้น 590 บาท, 6 ชิ้น 1,090 บาท และ 11 ชิ้น 1,690 บาท เมนูที่เราได้ลอง เช่น บริยอชวากิวย่างท็อปทรัฟเฟิล รีซอตโตในถ้วยพาร์เมซานกรอบ คอนชิกลีโอนีไส้มะเขือเทศกับซอสเพสโต้ ฟัวกราส์ย่าง และหอยนางรมเทมปุระ ซึ่งของกินเล่นแต่ละเมนูจับคู่กับเครื่องดื่มแล้วเข้ากันดี เราว่าอาจทำให้หลายคนเอ็นจอยค็อกเทลมากขึ้นเลยละ

 

Ruby's

 

Good for

Ruby’s เป็นบาร์ที่เหมาะชวนคนรักมาเดต ใช้เวลาพูดคุยกันสบายๆ เพราะบรรยากาศค่อนข้างโรแมนติกและเป็นส่วนตัว หรือใครจะนัดเพื่อนมานั่งอัปเดตปัญหาหัวใจก็ได้นะ ยิ่งสั่งดริงก์ที่ตรงกับความรู้สึกช่วงนั้นอาจทำให้อินขึ้น และถ้าหากใครมาคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวเหงาเช่นกัน เพราะคุณอาจได้เพื่อนใหม่ในคืนนี้

 

Ruby’s

Address: โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ

Open: ทุกวัน เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป

Contact: Ruby’s

Budget: 1,000-3,000 บาท

Map: 

 

The post 16 อัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในค็อกเทลของ Ruby’s บาร์แห่งใหม่ย่านหลังสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>