บัตรประชาชน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บัตรประชาชน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 05 Aug 2026 04:06:37 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 คืบหน้าข้อมูลบัตรประชาชนรั่ว ‘ไชยชนก’ ชี้ไม่ใช่การแฮ็ก ปิดระบบแล้ว พบต้นตอจาก IP เดียว https://thestandard.co/id-card-data-leak-not-hack-ip/ Wed, 05 Aug 2026 04:04:24 +0000 https://thestandard.co/id-card-data-leak-not-hack-ip/ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าว

วันนี้ (5 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐม […]

The post คืบหน้าข้อมูลบัตรประชาชนรั่ว ‘ไชยชนก’ ชี้ไม่ใช่การแฮ็ก ปิดระบบแล้ว พบต้นตอจาก IP เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าว

วันนี้ (5 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ ภายหลังเดินทางกลับจากภารกิจที่ประเทศอินโดนีเซีย

 

ก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีข้อมูลทางราชการรั่วไหล ซึ่งปรากฏภาพนายกรัฐมนตรีสวมเสื้อสีส้มขณะถ่ายภาพเพื่อทำบัตรประจำตัวประชาชนจริงหรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวสั้นๆ ว่า “เป็นการถ่ายนานแล้ว” ก่อนจะพยักหน้ารับว่าจริง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการสั่งการเกี่ยวกับกรณีข้อมูลรั่วไหลอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบว่า ข้อมูลหลุดออกมาได้อย่างไร หลุดจริงหรือไม่ และมีระบบป้องกันหรือไม่

 

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ขณะนี้ทราบหรือยังว่าข้อมูลรั่วไหลมาจากหน่วยงานใด และข้อมูลที่ปรากฏเป็นข้อมูลจริงของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีหันมารับฟังคำถาม แต่ไม่ได้ตอบ ก่อนเดินเข้าห้องประชุมคณะรัฐมนตรี

 

จากนั้น ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้การตรวจสอบมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ขอให้รอทีมงานเป็นผู้ดำเนินการและแถลงรายละเอียด โดยสิ่งที่เกิดขึ้นมีพฤติกรรมที่น่าสนใจ

 

เมื่อถามว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบอะไรบ้าง ไชยชนกกล่าวว่า เบื้องต้นไม่ใช่การแฮ็กข้อมูล โดยพบว่าเป็น IP เดียว มาจากสถานที่เดียว และมีการใช้แอ็กเคานต์ในการล็อกอิน 2 ครั้ง ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจ แต่ขอให้รอทีมงานตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ขณะนี้ได้มีการปิดระบบไปแล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลหลุดเพิ่มเติมจากช่องทางนี้

 

เมื่อถามว่า IP ดังกล่าวอยู่ที่ไหน ไชยชนกกล่าวว่า ขอให้รอทีมงานตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนว่ามาจากที่ใดบ้าง แต่ยืนยันว่าเป็นจุดเดียว

 

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลที่หลุดในครั้งนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง ไชยชนกกล่าวว่า ตนเชื่อว่าจากพฤติกรรมที่พบ มีความเป็นไปได้สูง แต่ยังไม่สามารถฟันธงได้ ขอรอผลการตรวจสอบก่อน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว

 

เมื่อถามว่า ภาพที่ปรากฏออกมาเป็นภาพของไชยชนกจริงหรือไม่ ไชยชนกกล่าวว่า เป็นภาพเก่าจากบัตรประชาชนใบเดิม

The post คืบหน้าข้อมูลบัตรประชาชนรั่ว ‘ไชยชนก’ ชี้ไม่ใช่การแฮ็ก ปิดระบบแล้ว พบต้นตอจาก IP เดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปริศนาข้อมูลบัตรประชาชนมหาดไทยรั่ว กรมการปกครองจ่อแจ้งความล่าต้นตอ ดีอีสั่งเอาผิดผู้เผยแพร่ https://thestandard.co/interior-id-data-leak/ Tue, 04 Aug 2026 10:10:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1238049 ภาพกราฟิกแสดงข้อมูลบัตรประชาชนรั่วไหล พร้อมข้อความข่าว

จากกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรระดับสูงในกระทรวงมหาดไท […]

The post ปริศนาข้อมูลบัตรประชาชนมหาดไทยรั่ว กรมการปกครองจ่อแจ้งความล่าต้นตอ ดีอีสั่งเอาผิดผู้เผยแพร่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงข้อมูลบัตรประชาชนรั่วไหล พร้อมข้อความข่าว

จากกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ กำลังสร้างความกังวลต่อมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของภาครัฐ เนื่องจากข้อมูลที่หลุดไม่ได้มีเพียงชื่อหรือเลขประจำตัวประชาชน แต่ยังรวมถึงข้อมูลสำคัญที่อาจถูกนำไปใช้สวมรอยหรือปลอมแปลงเอกสารได้ หากตกอยู่ในมือผู้ไม่หวังดี และจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมีทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย

 

ขณะที่ ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน เตือนว่า ชุดข้อมูลดังกล่าวมีองค์ประกอบเพียงพอสำหรับการปลอมแปลงสำเนาบัตรประชาชน และอาจถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์หรือการสวมสิทธิในรูปแบบต่างๆ ได้ หากไม่มีมาตรการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

 

สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนของกระทรวงมหาดไทยนั้น อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลระดับสูงบนโลกออนไลน์ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากข้อมูลที่ปรากฏเป็นเพียงรูปถ่าย ไม่ได้มีข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่กระทบต่อการใช้ชีวิตหรือการทำธุรกรรม

 

อรรษิษฐ์กล่าวว่า ภาพที่ถูกเผยแพร่ไม่ใช่ภาพจากใบอนุญาตขับรถ แต่เป็นภาพจากบัตรประจำตัวประชาชน จึงเชื่อว่าไม่น่ารั่วไหลมาจากกรมการขนส่งทางบก หรือจากกระทรวงมหาดไทย เพราะหากเป็นข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย รูปแบบข้อมูลที่หลุดออกมาจะไม่เป็นลักษณะนี้

 

พร้อมระบุว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ตรวจสอบว่าภาพดังกล่าวหลุดออกมาจากหน่วยงานใด เพราะหน่วยงานที่เป็นต้นทางของข้อมูลจะต้องรับผิดชอบต่อการรั่วไหลดังกล่าว แต่ในเวลานี้ยังไม่มีการดำเนินคดี เนื่องจากยังไม่เกิดความเสียหาย และต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าต้นตอของข้อมูลมาจากที่ใด

 

เมื่อถูกถามถึงกระแสที่ตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลอาจหลุดจากกรมการขนส่งทางบก อรรษิษฐ์ยืนยันว่า ตนไม่เคยทำธุรกรรมกับกรมการขนส่งทางบก และใช้ใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ ขณะที่ภาพที่ถูกเผยแพร่เป็นภาพจากบัตรประชาชน จึงคาดว่าข้อมูลอาจรั่วไหลจากการใช้บัตรประชาชนประกอบการทำธุรกรรมในสถานที่ต่าง ๆ เช่น สนามบิน

 

อรรษิษฐ์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นมีบางหน่วยงานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องเสียบบัตรประชาชน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์รักษาความปลอดภัย และ กกต. จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาต้นตอของการรั่วไหลของข้อมูลโดยเร็ว

 

ขณะที่ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้กรมการปกครอง ในฐานะเจ้าของข้อมูลกลาง เตรียมดำเนินการแจ้งความกับบุคคลที่นำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยข้อมูลที่หลุดออกไปเป็นข้อมูลบัตรประชาชน ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปเผยแพร่บนโลกอินเทอร์เน็ต สำหรับภาพของตนที่หลุดออกไปเป็นภาพถ่ายติดบัตรประชาชน ส่วนของบุคคลอื่นตนไม่ทราบ

 

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนฤชา โฆษาศิวิไลซ์อธิบดีกรมการปกครองแล้วหรือไม่ วรศิษฎ์กล่าวว่า คุยแล้ว ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบว่าข้อมูลหลุดจากหน่วยงานใด แต่เบื้องต้นยืนยันว่าข้อมูลไม่ได้หลุดจากกรมการปกครองอย่างแน่นอน แต่อาจหลุดจากหน่วยงานอื่นที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง ทั้งนี้ตนได้เน้นย้ำให้ตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมรายงานกลับมาโดยเร็ว เนื่องจากเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจ และเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่

 

ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่มีการเผยแพร่นั้นเป็นข้อมูลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมือง โดยมีการเล็งเป้าไปยังบุคคลเพียงบางกลุ่มเท่านั้น

 

ส่วนตนจะแจ้งความหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังหารือกับทีมกฎหมายอยู่ เพราะต้องตรวจสอบว่าต้นโพสต์มาจากที่ใด ขณะนี้ทราบเพียงว่ามีข้อมูลหลุดและมีการนำภาพไปเผยแพร่ต่อ ซึ่งผู้เผยแพร่อาจไม่ใช่ต้นโพสต์

 

อย่างไรก็ตาม วรศิษฎ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้ที่ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่นั้นจะหลุดจากหน่วยงานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องใช้บัตรประชาชน เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ขอระบุว่าเป็นหน่วยงานใด เพราะข้อมูลทางดิจิทัลสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับรัฐมนตรีคนอื่นที่มีข้อมูลหลุดหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับใคร

 

ส่วนความเคลื่อนไหวจากการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนั้น แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลบนสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต กระทรวงดีอีได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์

 

แนนกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและปราบปรามการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจตกไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพหรือ ‘สแกมเมอร์’ และถูกนำไปใช้หลอกลวงประชาชน

 

กรณีล่าสุด กระทรวงดีอีได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลและข้อเท็จจริงของการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่

 

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังอยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

 

แนนย้ำว่า การนำข้อมูลผิดกฎหมายหรือข้อมูลส่วนบุคคลไปเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งครอบคลุมการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลบิดเบือน หรือข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

รมช.ดีอี ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการแชร์หรือเผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย และใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิและลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

The post ปริศนาข้อมูลบัตรประชาชนมหาดไทยรั่ว กรมการปกครองจ่อแจ้งความล่าต้นตอ ดีอีสั่งเอาผิดผู้เผยแพร่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยันไม่ต้องสังคายนาออกทะเบียนราษฎร-สัญชาติ คนทำผิดไม่มีทางรอด ชี้อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียว ติทั้งระบบ https://thestandard.co/prime-minister-denies-census-overhaul-citizenship/ Mon, 11 May 2026 07:19:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1205937 ภาพพาดหัวข่าวการเมืองเรื่องทะเบียนราษฎรและสัญชาติ

วันนี้ (11 พฤษภาคม) สืบเนื่องจากกรณีโลกออนไลน์ แห่แชร์ภ […]

The post นายกฯ ยันไม่ต้องสังคายนาออกทะเบียนราษฎร-สัญชาติ คนทำผิดไม่มีทางรอด ชี้อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียว ติทั้งระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพาดหัวข่าวการเมืองเรื่องทะเบียนราษฎรและสัญชาติ

วันนี้ (11 พฤษภาคม) สืบเนื่องจากกรณีโลกออนไลน์ แห่แชร์ภาพบัตรประจำตัวประชาชนไทยของหนุ่มจีนรายหนึ่ง ซึ่งในบัตรมีการระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักครบถ้วน พร้อมชื่อปรากฏในทะเบียนบ้านอย่างชัดเจน จนหลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นการสวมสิทธิหรือไม่

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการมองว่าฝ่ายความมั่นคง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย มีความหละหลวมในการออกทะเบียนราษฎรให้กับชาวจีน จนทำให้เกิดการสวมสิทธิ์กันว่า ขณะนี้การออกทะเบียนราษฎรและการโอนสัญชาติมีความเข้มข้นมาก ตั้งแต่กรณีที่เป็นประเด็นขึ้นมา แต่ตนไม่ขอเอ่ยชื่อ เนื่องจากต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งเท่าที่ทราบก็ไม่ได้มีการให้สัญชาติอะไร แต่อย่างที่บอกคือ อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน มันไม่ได้

 

ส่วนจำเป็นต้องสังคายนาใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่จำเป็น เพราะเรื่องนี้มีกฎระเบียบอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องอย่าให้คนที่มีปัญหา ทำผิดกฎหมาย หรือมีประวัติไม่ดี เข้ามาในสารบบเท่านั้นเอง และเราก็อย่าแกล้งเซ่อ เพราะมันไม่มีทางหลุดรอดพ้นกระบวนการตรวจสอบหรือพิจารณาของราชการไปได้ ถ้าหลุดไปก็ดำเนินการลงโทษไปไม่รู้กี่คนแล้ว เช่น กรณีของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการนำบัตรประชาชนไปขาย นายอำเภอที่เกี่ยวข้องก็โดนคดีและโดนให้ออกจากราชการแล้ว ดังนั้น หากใครทำผิด เราก็จะใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการ

 

ทั้งนี้ จะต้องมีการทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เราจึงกำลังทบทวนอยู่ ฉะนั้นก็ต้องชั่งน้ำหนักด้วย ไม่ใช่ว่าฟรีจนไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย เพราะตอนที่เรายังไม่มีนโยบายนี้ ก็ไม่ได้มีการปล่อยวีซ่า จึงต้องหาจุดที่ลงตัว อย่าเอามาเพียงบางกรณี เนื่องจากเรายังสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อีกเป็นจำนวนมาก

 

สำหรับกรณีการจับกุมชายชาวจีนที่ครอบครองอาวุธสงครามเป็นจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้รับรายงานตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเราได้มีการขยายผลแล้ว ขณะเดียวกันตนก็ได้คุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วยว่า คนที่สะสมอาวุธร้ายแรงหรืออาวุธปืนเป็นงานอดิเรกนั้น ขณะนี้ตามกฎหมายทำไม่ได้ เพราะตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน ได้ออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ห้ามพกอาวุธ ห้ามพกพา ห้ามซื้อ และห้ามออกใบอนุญาต ดังนั้นจะมาทำเป็นงานอดิเรกไม่ได้ เราไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นชาวต่างชาติด้วย

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนได้บอกกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปว่า ลองนึกถึงกรณีที่หากเราไปทำแบบนี้ในต่างประเทศ จะได้กลับประเทศหรือไม่ เพราะคงเป็นเรื่องราวใหญ่โตมโหฬารอย่างแน่นอน ดังนั้นต้องดำเนินการขยายผลไปให้ถึงขบวนการและเครือข่าย จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าไม่มีความอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือต่อบุคคลใด โดยเฉพาะประชาชนชาวไทย

The post นายกฯ ยันไม่ต้องสังคายนาออกทะเบียนราษฎร-สัญชาติ คนทำผิดไม่มีทางรอด ชี้อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียว ติทั้งระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์เชื่อปม Laser ID-สเปกเตอร์ ซี ไม่นำไปสู่การยุบพรรค ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย https://thestandard.co/parit-laser-id-specter-c-legal/ Thu, 19 Feb 2026 05:55:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1179943 พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษก พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณี Laser ID และ Specter C

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์) พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน […]

The post พริษฐ์เชื่อปม Laser ID-สเปกเตอร์ ซี ไม่นำไปสู่การยุบพรรค ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษก พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณี Laser ID และ Specter C

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์) พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีพรรคประชาชนขออนุญาตการใช้ข้อมูล และเชื่อมต่อ Laser ID จากกรมการปกครอง โดยระบุสาระสำคัญว่า

 

1. พรรคไม่มีการกระทำใดๆ ที่ผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนกรมการปกครอง

 

2. พรรคไม่เคยขอ Laser ID โดยไม่ได้รับความยินยอม และไม่ได้บันทึกเก็บไว้ที่พรรค

 

3. พรรคต้องการเชื่อมข้อมูลกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบ ป้องกันไม่ให้ใครสวมสิทธิมาสมัครสมาชิก

 

4. พรรคดำเนินการขออนุญาตเชื่อมข้อมูลไปแล้ว อยู่ขั้นตอนท้ายๆ ก่อนเสร็จสมบูรณ์

 

5. พรรคได้นำการสมัครด้วย Laser ID ออกจากการสมัครชั่วคราว

 

พริษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การสมัครสมาชิกพรรค พรรคต้องออกแบบกระบวนการให้รัดกุม มีชุดข้อมูลบางอย่างเป็นขั้นต่ำ บังคับกับทุกพรรค นอกเหนือจากนั้นแต่ละพรรคมีสิทธิออกแบบได้อย่างไร แม้ว่าตอนนี้เราต้องเอาการกรอก Laser ID ออกจากพรรคชั่วคราว แต่เชื่อว่ากระบวนการอื่นที่เราเสริมมา เช่น การให้ถ่ายภาพตนเอง กับหน้าบัตรประชาชนของเขา ให้มั่นใจว่าเป็นคนเดียวกัน ทำให้กระบวนการยังรัดกุมอยู่

 

พริษฐ์ยืนยันว่า ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ในการตัดสินใจของพรรคประชาชนในเรื่องนี้ ไม่มีการกระทำใด ขัดต่อกฎหมาย ความเห็นยุบพรรค จากการหารือฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้มีความเสี่ยง เราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย เรื่องการขออนุญาตกรมการปกครอง ย้ำว่าไม่ได้ขออนุญาตกรมการปกครองว่า ให้ประชาชนกรอก Laser ID เข้ามา แต่การประชาชนกรอกเข้ามา เราต้องขอความยินยอมจากประชาชนทุกประการ ส่วนการขออนุญาตกรมการปกครองเคยทำสำเร็จแล้วในพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล คือการขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบ เมื่อประชาชนกรอก Laser ID มา คือการขอว่าเอาข้อมูลนั้นยิงไปที่ระบบของกรมการปกครอง เพื่อให้เขาเช็คในฐานข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่

 

พริษฐ์ระบุว่า ที่ผ่านมาและปัจจุบัน พรรคเป็นทางผ่านของข้อมูลที่ขอจากประชาชนเข้าสู่ระบบกรมการปกครอง เช่น สมัยก้าวไกลที่เชื่อมต่อสมบูรณ์แบบ ข้อมูลไหลไปที่กรมการปกครอง และแจ้งเตือนกลับมาที่เราว่าถูกต้องหรือไม่ พร้อมย้ำว่า ไม่ว่าช่วงสมบูรณ์หรือเปลี่ยนผ่าน พรรคไม่ได้บันทึก Laser ID ไว้ น้อมรับข้อทักท้วง เราได้นำช่องที่เคยขอให้ประชาชนกรอกออกชั่วคราว จะนำกลับมาเมื่อเชื่อมกับกรมการปกครองเสร็จโดยสมบูรณ์

 

เชื่อปม สเปกเตอร์ ซี ไม่นำไปสู่การยุบพรรค

 

ส่วนกรณีมีผู้ยื่นคำร้องขอให้มีการยุบพรรคประชาชน กรณีบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด นั้น พริษฐ์ระบุว่า ตอบในนามพรรค สำหรับข้อกล่าวหาว่าพรรคมีว่าจ้างบริษัทใดเพื่อทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ยืนยันว่าไม่เป็นข้อเท็จจริง แต่การปฏิบัติข้อมูลข่าวสารที่เข้าใจทั่วไปคือการสร้างบัญชีปลอมชุดหนึ่ง ไปกระทำการบางอย่างในโซเชียลมีเดีย ทำให้ประชาชนเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือบิดเบือนข้อมูล การทำแบบนี้ยืนยันว่าพรรคประชาชน ไม่เคยกระทำ ไม่เคยว่าจ้างบริษัทใดทำ มั่นใจว่าที่เราทำ ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ดังนั้น จะไม่นำไปสู่การยุบพรรคประชาชน

 

พริษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ที่จะชี้แจงนั้น เป็นความรับผิดชอบของบริษัท ไม่ใช่ความรับผิดชอบของพรรค เข้าใจว่าน่าจะมีแถลงการณ์จากบริษัทเร็วๆ นี้

 

ส่วนกรณีมีผู้ช่วย สส. ของพรรคบางคนไปทำงานที่บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ พริษฐ์กล่าวว่า พรรคยินดีให้ตรวจสอบทุกประการ ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ พรรคไม่ได้ทำผิดระเบียบ หรือกฎหมาย การแต่งตั้งผู้ช่วย สส. ตามระเบียบของสภาฯ

The post พริษฐ์เชื่อปม Laser ID-สเปกเตอร์ ซี ไม่นำไปสู่การยุบพรรค ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เช็คลิสต์ เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนออกไป ‘เลือกตั้ง 69’ https://thestandard.co/life/election-69-prepare-vote/ Sat, 07 Feb 2026 12:07:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1175290 เช็คลิสต์เตรียมตัวก่อนไปใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติ ปี 2569

และแล้วก็เดินทางมาถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันที่ประ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เช็คลิสต์ เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนออกไป ‘เลือกตั้ง 69’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็คลิสต์เตรียมตัวก่อนไปใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติ ปี 2569

และแล้วก็เดินทางมาถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันที่ประชาชนชาวไทยต้องออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำหน้าที่พลเมืองตามรัฐธรรมนูญ หลายคนมองว่าการเลือกตั้งฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องการเมือง ของเวทีอภิปรายหรือข่าวหน้าหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกตั้งคือเรื่องใกล้ตัวกว่านั้นมาก เพราะสามารถตอบคำถามง่ายๆ รอบตัวเราได้ว่า…

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

เราอยากตื่นขึ้นมาในประเทศแบบไหน

อยากให้เมืองที่เราอยู่มีหน้าตาเป็นอย่างไร

ค่าครองชีพเบาลงหรือเปล่า

ระบบสุขภาพเข้าถึงง่ายขึ้นไหม

อยากให้อนาคตของเรา ‘มีคุณภาพชีวิต’ มากขึ้นหรือไม่

 

ซึ่งทั้งหมดนี้เริ่มต้นได้จากการกาบัตรหนึ่งใบ

 

วันนี้ก่อนออกไปใช้สิทธิ เราอยากให้คุณเตรียมตัวให้พร้อม และนี่คือเช็คลิสต์ที่เราเตรียมมาให้คุณ

 

ลิงก์ตรวจสอบสิทธิ์

 

 

ก่อนออกจากบ้าน เช็คหน่วยเลือกตั้ง และหน่วยลงประชามติ

 

ก่อนออกจากบ้าน เช็กให้ชัวร์ว่า ‘เราอยู่หน่วยที่ไหน’ ทั้งหน่วยเลือกตั้ง และลงประชามติ เพราะหน่วยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และบางครั้งอาจมีการเปลี่ยนแปลง

 

คูหาเปิดถึง 17.00 น.

 

คูหาเปิดตั้งแต่ 08.00 – 17.00 น. หากปรากฏตัวที่หน่วยเลือกตั้งก่อนเวลา 17.00 น. แต่ยังไม่ได้แสดงตนหรือรับบัตรเลือกตั้งหรือบัตรออกเสียงก็ยังสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้

 

สิ่งที่ควรนำออกจากบ้าน

 

  • บัตรประชาชน
  • หมวก / ร่ม
  • พัดลมแบบพกพา / พัด
  • น้ำดื่มเย็นๆ ในกระติก

 

ก่อนเข้าคูหา เช็กให้ดีก่อนจรดปากกา

 

  • เช็คชื่อ-นามสกุล / ลำดับที่ ของเราหน้าบอร์ด
  • เช็คหมายเลขผู้สมัคร ทั้งแบบเขตและพรรค

 

เข้าคูหา = ช่วงเวลาที่เสียงเรามีความหมาย

 

  • กา ‘เบอร์’ หรือ ‘ผู้สมัคร/พรรค’ ตามกติกาที่ระบุ
  • กาให้ชัดเจนในช่อง
  • อย่าเขียนข้อความอื่นเพิ่ม

 

💡 LIFE Tip: ใช้เวลานิดหนึ่ง ไม่ต้องรีบ นี่คืออนาคตเรา

 

ใช้สิทธิเลือก สส.แล้ว อย่าลืมทำประชามติต่อ

 

หลังจากเลือกตั้งแล้ว อย่าลืมเข้าคูหาข้างๆ เพื่อทำประชามติอีกครั้งหนึ่ง

 

กลับบ้านแบบภูมิใจ

 

การเลือกตั้งอาจไม่ได้เปลี่ยนโลกในวันเดียว

แต่เปลี่ยนทิศทางชีวิตเราในอีกหลายปี

 

แค่เราออกไปใช้สิทธิ

ก็เท่ากับเราไม่ปล่อยให้อนาคตถูกใครเลือกแทน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เช็คลิสต์ เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนออกไป ‘เลือกตั้ง 69’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กขั้นตอนการ เลือกตั้งล่วงหน้า 2569 วันนี้ 1 ก.พ. กี่โมงถึงกี่โมง เตรียมอะไรบ้าง https://thestandard.co/ect-early-vote-process/ Tue, 27 Jan 2026 05:30:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1169952 ภาพประกอบขั้นตอนการลงคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้า โดย กกต. แสดงบัตรประชาชนและเอกสารสำคัญ

ด่วน! เช็ก ‘รหัสเขตเลือกตั้ง’ บนซอง ก่อนหย่อนบัตร เลือก […]

The post เช็กขั้นตอนการ เลือกตั้งล่วงหน้า 2569 วันนี้ 1 ก.พ. กี่โมงถึงกี่โมง เตรียมอะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบขั้นตอนการลงคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้า โดย กกต. แสดงบัตรประชาชนและเอกสารสำคัญ

 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ก่อนวันเลือกตั้ง หรือการ เลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ทั้งในเขตและนอกเขตเลือกตั้ง ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและเข้าใจขั้นตอนการใช้สิทธิอย่างถูกต้อง

 

เลือกตั้งล่วงหน้าวันไหน กี่โมงถึงกี่โมง

 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า การลงคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้า จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ ที่เลือกตั้งกลางที่กำหนดไว้

 

เลือกตั้งล่วงหน้า เตรียมอะไรบ้าง

 

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเตรียม หลักฐานแสดงตน มาให้พร้อม ได้แก่

 

  • บัตรประจำตัวประชาชน (สามารถใช้บัตรที่หมดอายุได้)
  • บัตร/หลักฐานอื่นของทางราชการที่มีรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ
  • หรือสามารถใช้หลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันของภาครัฐ ได้แก่ แอปพลิเคชัน ThaiD, DLT QR LICENCE หรือบัตรคนพิการแบบดิจิทัล

 

ขั้นตอนการเลือกตั้งล่วงหน้า

 

สำหรับขั้นตอนการลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องตรวจสอบรายชื่อหน้าหน่วยเลือกตั้ง ยื่นหลักฐานแสดงตนและลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อ รวมถึงต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ จากนั้นจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เมื่อเข้าคูหาทำเครื่องหมายกากบาทแล้ว ให้พับบัตรและนำมาหย่อนลงหีบด้วยตนเอง โดยแยกประเภทบัตรให้ถูกต้อง คือ บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต (สีเขียว) และ บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (สีชมพู)

 

เข้าคูหา กาบัตรไหนบ้าง

 

ขั้นตอนการเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขตเลือกตั้ง

 

ในส่วนของขั้นตอน ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง มีขั้นตอนเพิ่มเติมที่สำคัญ คือ เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่อแล้ว จะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ประเภท พร้อมกับซองใส่บัตรเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระบุรายละเอียดจังหวัดและเขตเลือกตั้งไว้แล้ว เมื่อเข้าคูหากากบาทลงคะแนนและพับบัตรเรียบร้อย ต้องนำบัตรทั้งสองใบใส่ลงในซองและปิดผนึก จากนั้นให้นำซองมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลหน้าซองอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่จะลงชื่อกำกับและปิดเทปกาวทับรอยต่อซอง ก่อนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะนำซองดังกล่าวหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เว็บไซต์ www.ect.go.th หรือสายด่วน 1444 และขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป และออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

 

สิ่งอื่นๆ ที่ควรรู้ เลือกตั้งล่วงหน้า 2569

 

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เช็กขั้นตอนการ เลือกตั้งล่วงหน้า 2569 วันนี้ 1 ก.พ. กี่โมงถึงกี่โมง เตรียมอะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เปิดขั้นตอนลงทะเบียนประชามตินอกเขต-นอกราชอาณาจักร คาดพร้อมเปิดให้ลงออนไลน์เที่ยงคืนนี้ https://thestandard.co/overseas-referendum-register-online/ Fri, 02 Jan 2026 10:08:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1160975 เปิดขั้นตอนลงทะเบียนประชามตินอกเขต-นอกราชอาณาจักร คาดพร้อมเปิดให้ลงออนไลน์เที่ยงคืนนี้

วันนี้ (2 มกราคม) ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศในราช […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เปิดขั้นตอนลงทะเบียนประชามตินอกเขต-นอกราชอาณาจักร คาดพร้อมเปิดให้ลงออนไลน์เที่ยงคืนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดขั้นตอนลงทะเบียนประชามตินอกเขต-นอกราชอาณาจักร คาดพร้อมเปิดให้ลงออนไลน์เที่ยงคืนนี้

วันนี้ (2 มกราคม) ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 เรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป นั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาและมีมติรับรองคำถามที่จะสอบถามประชาชน ในประเด็นคำถามที่หนึ่งว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ชี้แจงรายละเอียดสาระสำคัญ ระบุว่า การออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันลงคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ ไม่มีลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า

 

หากในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่สามารถไปใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงที่หน่วยออกเสียงที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านได้ และประสงค์จะลงคะแนนนอกเขตออกเสียง ต้องลงทะเบียนใหม่โดยสามารถดำเนินการได้ดังนี้

 

1. ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียง ‘นอกเขต’

 

ตั้งแต่วันที่ 3 – 5 มกราคม 2569

 

2. ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียง ‘นอกราชอาณาจักร’

 

ตั้งแต่วันที่ 3 – 5 มกราคม 2569

 

การออกเสียงประชามติ ลงคะแนนเสียง ‘นอกเขตออกเสียง’

 

ผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีสิทธิยื่นคำขอลงทะเบียน ประกอบด้วย ผู้มีสิทธิออกเสียงซึ่งอยู่นอกเขตจังหวัดที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขต ออกเสียงน้อยกว่า 90 วันนับถึงวันออกเสียง (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568)

 

วิธีการยื่นคำขอ

 

1. ทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

 

(ไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียนแต่ต้องใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน และเลขรหัสประจำบ้านของผู้มีสิทธิออกเสียงในการกรอกรายละเอียดทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตดังกล่าว)

 

2. ยื่นคำขอด้วยตนเอง

 

3. มอบหมายผู้อื่นยื่นแทน

 

4. ทางไปรษณีย์ (โดยให้ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ)

 

*ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น

 

หลักฐานประกอบการยื่นคำขอ

 

1. คำขอลงทะเบียน อ.ส. 5/1

 

2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้

 

สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนได้ตั้งแต่ วันที่ 3 มกราคม 2569 – 5 มกราคม 2569

 

วันลงคะแนนออกเสียง นอกเขตออกเสียง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08:00 – 17:00 น. ณ ที่ออกเสียงนอกเขตออกเสียงที่ท่านประสงค์จะลงคะแนน

 

การออกเสียงประชามติ ลงคะแนนออกเสียง ‘นอกราชอาณาจักร’

 

ผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีสิทธิยื่นคำขอลงทะเบียน ประกอบด้วย

 

1. ผู้มีสิทธิออกเสียงซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักร

 

2. ผู้มีสิทธิออกเสียงที่จะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรประสงค์จะขอใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงนอกราชอาณาจักร

 

วิธีการยื่นคำขอของผู้มีสิทธิออกเสียงซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักร

 

1. ทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

 

(ไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียนแต่ต้องใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน ข้อมูลในหนังสือเดินทาง ที่อยู่ ปัจจุบันในต่างประเทศ ที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ของผู้มีสิทธิออกเสียงในการกรอกรายละเอียดทาง เครือข่ายอินเทอร์เน็ตดังกล่าว)

 

2. ยืนคำขอด้วยตนเอง

 

3. มอบหมายผู้อื่นยืนแทน

 

4. ทางไปรษณีย์ หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

 

5. ทางโทรสาร

 

*ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมายแห่งเขตรับผิดชอบที่ตนมีแหล่งที่อยู่

 

หลักฐานประกอบการยื่นคำขอ

 

1. คำขอลงทะเบียน อ.ส.5/3 (นร)

 

2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง

 

วิธีการยื่นคำขอของผู้มีสิทธิออกเสียงที่จะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

 

1. ทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

 

(ไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียนแต่ต้องใช้ข้อมูลในบัตรประชาชน ข้อมูลในหนังสือเดินทาง ที่อยู่ปัจจุบันในต่างประเทศ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตดังกล่าว)

 

2. ยื่นคำขอด้วยตนเอง

 

*ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น

 

หลักฐานประกอบการยื่นคำขอ

 

1. คำขอลงทะเบียน อ.ส.5/3 (นร)

 

2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง

 

3. ข้อมูลที่อยู่ในต่างประเทศ และที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ของผู้มีสิทธิออกเสียง

 

สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนได้ตั้งแต่ วันที่ 3 มกราคม 2568 – 5 มกราคม 2569

 

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำนักบริหารการทะเบียน สำนักงาน กกต. แจ้งว่า จะนำเว็บลิงค์การลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักรให้ประชาชนเข้าใช้บริการบนเว็บไซต์ได้ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนวันนี้ (2 มกราคม) เป็นต้นไป ซึ่งต้องแยกจากการลงทะเบียนเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า ที่เปิดตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

The post เลือกตั้ง 2569 : เปิดขั้นตอนลงทะเบียนประชามตินอกเขต-นอกราชอาณาจักร คาดพร้อมเปิดให้ลงออนไลน์เที่ยงคืนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ศป.กฉ. เปิดตัวเลขผู้เสียชีวิต 8 จังหวัดใต้ พุ่ง 162 ราย สั่งให้จ่ายประปาทุกพื้นที่ภายในวันนี้ ส่วนไฟฟ้าใช้ได้แล้ว 80% https://thestandard.co/162-deaths-southern-provinces/ Sat, 29 Nov 2025 08:08:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1149542 โฆษก ศป.กฉ. เปิดตัวเลขผู้เสียชีวิต 8 จังหวัดใต้ พุ่ง 162 ราย สั่งให้จ่ายประปาทุกพื้นที่ภายในวันนี้ ส่วนไฟฟ้าใช้ได้แล้ว 80%

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล สิริ​พงศ์​ อังค​ […]

The post โฆษก ศป.กฉ. เปิดตัวเลขผู้เสียชีวิต 8 จังหวัดใต้ พุ่ง 162 ราย สั่งให้จ่ายประปาทุกพื้นที่ภายในวันนี้ ส่วนไฟฟ้าใช้ได้แล้ว 80% appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ศป.กฉ. เปิดตัวเลขผู้เสียชีวิต 8 จังหวัดใต้ พุ่ง 162 ราย สั่งให้จ่ายประปาทุกพื้นที่ภายในวันนี้ ส่วนไฟฟ้าใช้ได้แล้ว 80%

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล สิริ​พงศ์​ อังค​สกุล​เกียรติ​ โฆษก​ประจำ​สำนักนายก​รัฐมนตรี​ พร้อมด้วย พล.ท. วันชนะ​ สวัสดี รองโฆษก​กองทัพไทย และ รัชดา ธนาดิเรก ในฐานะกรรมการและรองโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ได้ร่วมกันแถลงผลการประชุมประจำวัน โดยมีเนื้อหาสำคัญดังนี้

 

สิริ​พงศ์​กล่าวว่า ในการประชุมวันนี้ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้เชิญภาคประชาชนและมูลนิธิกระจกเงามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทั้งแนวทางมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา ซึ่งรัฐบาลขอขอบคุณข้อมูลเหล่านี้ รวมถึงทุกองค์กรที่มีเจตนารมณ์ช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้

 

ขณะที่ สภาพอากาศปัจจุบันมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ปริมาณน้ำฝนลดลง คาดว่าจะสามารถระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังท่วมขังให้แห้งได้ภายใน 3-5 วัน ด้านการบริการสาธารณูปโภค ที่ประชุมได้เร่งรัดให้การประปาส่วนภูมิภาคปล่อยน้ำประปาให้ประชาชนได้ใช้ภายในวันนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าไม่ต้องรอพร้อม 100% แต่ให้ประชาชนได้ใช้ก่อน ดังนั้น คาดว่าวันนี้จะมีการปล่อยน้ำประปาในทุกพื้นที่ แต่ต้องขออภัยหากน้ำช่วงแรกอาจจะเบาหรือยังไม่ใส 100%

 

ส่วนกระแสไฟฟ้าสามารถกู้คืนมาได้แล้วกว่า 80% โดยเหลืออีกประมาณ 20,000 หลังคาเรือน จาก 700,000 หลังคาเรือน ที่ยังไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของอุปกรณ์และการใช้งานของประชาชนด้วย

 

สำหรับการบริหารจัดการในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเทศบาล ได้เดินหน้าทำ Big Cleaning โดยกำหนดจุดย่อยในการทิ้งขยะเพื่อลดระยะเวลาในการเดินทาง และให้เกิดความรวดเร็ว นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้มีการกำหนดจุดที่จะขนย้ายรถที่เสียหาย โดยมีการจัดหมวดหมู่และแยกไปจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามได้ว่า รถของตนเองนั้นจอดอยู่ตรงที่ใด

 

สิริ​พงศ์​ยังได้ชี้แจงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขโพสต์ภาพพร้อมข้อความรายงานการจัดหาถุงใส่ศพ ว่า ได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขว่า โดยปกติแล้วโรงพยาบาลต้องมีถุงใส่ศพสำรองไว้อยู่แล้ว และจำนวน 1,500 ถุงนั้น มีผู้บริจาคอยู่แล้ว ไม่ได้ร้องขอ ดังนั้น การรายงานยอดผู้เสียชีวิตเป็นยอดจริง โดยยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.00 น. รวม 7 จังหวัดภาคใต้ อยู่ที่ 162 ราย

 

ด้าน พล.ท. วันชนะ​ ระบุว่า การดำเนินการของส่วนหน้าได้มีการปรับเฟสจากน้ำท่วมวิกฤตเข้าสู่เฟสการฟื้นฟู โดยให้น้ำหนักอยู่ที่ 30:70 โดยขณะนี้ น้ำ ไฟ และสัญญาณโทรศัพท์​เข้าถึงแล้ว 85%

 

ส่วนการบริหารจัดการคน ในช่วงวันที่ผ่านมามีเคสขอความช่วยเหลือฉุกเฉินเข้ามา 753 กรณี ซึ่งสามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด ส่วนการอพยพคนมีเคสเข้ามา 11,242 เคส ช่วยได้ 95% และมีตกค้าง 1,070 เคส ขณะที่ ศูนย์พักพิงมีความสะดวกสบายขึ้นและโล่งขึ้น เนื่องจากมีประชาชนส่วนหนึ่งทยอย​กลับไปยังบ้านเรือนแล้ว ขณะที่ประชาชนบางส่วนที่กลับไปทำความสะอาดแต่ยังไม่สามารถเข้าบ้านพักอาศัยได้ ทาง ศป.กฉ. ได้มีการจัดโรงแรมให้เข้าพักจำนวน 20 ห้อง

 

นอกจากนี้ ในกรณีที่มีมิจฉาชีพเข้ามาก่อความไม่สงบ ได้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด การลาดตระเวนพื้นที่และเส้นทางที่มีความเสี่ยง รวมไปถึงจุดล่อแหลมที่จะเกิดอาชญากรรม โดยได้รับการยืนยันจากตำรวจภูธรภาค 9 และภูธรจังหวัดสงขลา ว่าจะจัดชุดปฏิบัติการที่ประกอบด้วยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน ลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นกรณีเกิดเหตุประชาชนสามารถเข้าไปแจ้งได้ที่ สภ.คลองหงส์

 

สำหรับการฟื้นฟู ได้แบ่งระยะออกเป็น 3 ระยะ คือ

 

  • ระยะเร่งด่วนในปัจจุบัน: การทำความสะอาด การกู้ระบบติดต่อสื่อสาร การเปิดเส้นทาง และการซ่อมบ้านเรือนกรณีฉุกเฉิน
  • ระยะกลาง: การซ่อมแซมบ้านเรือนเต็มกำลัง (โครงสร้าง ผนัง หลังคา) ระบบประปา ไฟฟ้า สาธารณูปโภค การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์/จักรยานยนต์ และการซ่อมถนนสายรอง/สายหลัก
  • ระยะฟื้นฟู (ต่อเนื่อง): การซ่อมบ้านเรือนเต็มกำลังให้เสร็จสมบูรณ์ การซ่อมถนนและระบบสาธารณูปโภค

 

ปัจจุบันมีโรงพยาบาลสนามที่ใช้การได้ทั้งหมด 8 แห่ง ซึ่งจะมีโรงพยาบาลคู่ขนานในพื้นที่อื่นเป็นพี่เลี้ยง และส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์/บุคลากรสนับสนุนเพื่อให้การปฏิบัติงานไม่มีข้อติดขัด

 

ขณะที่ รัชดากล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลมุ่งมั่นให้เกิดภายในสัปดาห์นี้และสัปดาห์ถัดไป คือ การดูแลผู้ประสบภัยให้เข้าถึงเงินเยียวยาและเงินกู้ เพื่อให้ไปดูแลบ้านเรือนและกิจการ ในส่วนของเงินเยียวยา 9,000 บาท รัฐบาลมีความพร้อมในการจ่ายให้ถึงมือประชาชนใน สัปดาห์หน้าผ่านระบบพร้อมเพย์หรือบัญชีธนาคาร

 

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้อํานวยความสะดวกด้านเอกสารสำคัญที่อาจสูญหาย โดยเปิดให้บริการทำบัตรประชาชน 3 จุดในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ คือ ศูนย์พักพิง ม.สงขลานครินทร์, ศูนย์พักพิง ม.ราชภัฏสงขลา, และศูนย์พักพิงเทศบาล 4 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม เวลา 09.00-20.00 น. ทั้งนี้ บริการทั้งหมดจะยกเว้น หรือลดค่าธรรมเนียมในการทําบัตรประชาชนให้กับผู้ประสบภัย

 

รัฐบาลยังได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยผู้ประสบภัยที่เอกสารหาย โดยสามารถใช้ แอปพลิเคชันทางรัฐ ช่วยในการจัดการเอกสาร หรือขอดูเอกสารสำคัญโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น ทะเบียนบ้าน การชําระค่าน้ำค่าไฟ เอกสารขอสินเชื่อกับธนาคาร ประกันรถยนต์ อัคคีภัย หรือประกันชีวิต รวมถึงบัตรบริการของผู้พิการ

The post โฆษก ศป.กฉ. เปิดตัวเลขผู้เสียชีวิต 8 จังหวัดใต้ พุ่ง 162 ราย สั่งให้จ่ายประปาทุกพื้นที่ภายในวันนี้ ส่วนไฟฟ้าใช้ได้แล้ว 80% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มแล้ว! ระบบเปิดให้จองบัตรชมการแข่งขันซีเกมส์ 2025 แบบฟรีๆ ได้แล้ววันนี้ https://thestandard.co/book-2025-sea-games-free/ Wed, 26 Nov 2025 09:33:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1148016 เริ่มแล้ว ระบบเปิดให้จองบัตรชมการแข่งขัน ซีเกมส์ 2025 แบบฟรีๆ ได้แล้ววันนี้

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ประกาศเปิดระบบจองบัตร […]

The post เริ่มแล้ว! ระบบเปิดให้จองบัตรชมการแข่งขันซีเกมส์ 2025 แบบฟรีๆ ได้แล้ววันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มแล้ว ระบบเปิดให้จองบัตรชมการแข่งขัน ซีเกมส์ 2025 แบบฟรีๆ ได้แล้ววันนี้

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ประกาศเปิดระบบจองบัตรชมการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยประเทศไทยรับหน้าที่เจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยในบ้านเราแบบใกล้ชิด

 

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและจองบัตรได้ง่ายๆ ผ่าน LINE @SEAGAMES ก่อนเลือกประเภทกีฬา วันที่ต้องการเข้าชม รวมถึงโซนที่นั่งในสนามตามสะดวก เมื่อทำรายการสำเร็จ ระบบจะออก QR Code ที่ใช้เป็นบัตรเข้าชมในวันแข่งขันได้ทันที

 

📌 ขั้นตอนการจองบัตร

 

  1. เพิ่มเพื่อน LINE @SEAGAMES และลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ
  2. เลือกประเภทกีฬา วันที่ และสนามแข่งขัน
  3. เลือกโซนที่นั่งจากผังสนามที่ระบบแสดง
  4. กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-สกุล และเบอร์ติดต่อ
  5. ยืนยันการจอง และรับ QR Code ใช้เข้าสนามได้ทันที

 

📌 เงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบ

 

  • จำกัด สูงสุด 2 ที่นั่ง ต่อการลงทะเบียน 1 ครั้ง
  • ต้องใช้หมายเลขจาก บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ตามจำนวนที่นั่งจอง เช่น หากจอง 2 ที่นั่ง ต้องมี 2 หมายเลขสำหรับยืนยันตัวตน
  • วันแข่งขัน ผู้เข้าชมต้องแสดงบัตรประชาชน/พาสปอร์ตตัวจริงให้ตรงกับข้อมูลที่ลงทะเบียน
  • สำหรับเยาวชนหรือผู้สูงอายุที่ไม่มีบัตรประชาชน
  • ผู้ปกครอง/ผู้ดูแล 1 คน สามารถใช้หมายเลขของตนเองจองเพิ่มได้อีก 1 ที่นั่ง
  • รวมไม่เกิน 2 คนต่อการลงทะเบียน และต้องแสดงความสัมพันธ์หน้าเข้าสนาม

 

หรือสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.seagames2025.org/thegames

The post เริ่มแล้ว! ระบบเปิดให้จองบัตรชมการแข่งขันซีเกมส์ 2025 แบบฟรีๆ ได้แล้ววันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมการปกครอง แจง เลขบัตรประชาชน หลวงพ่ออลงกต ไม่ซ้ำกับผู้เสียชีวิต https://thestandard.co/dopa-on-luang-por-alongkot/ Sun, 24 Aug 2025 03:42:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1110544

วันนี้ (24 สิงหาคม) กรมการปกครองออกแถลงชี้แจงกรณีที่สื่ […]

The post กรมการปกครอง แจง เลขบัตรประชาชน หลวงพ่ออลงกต ไม่ซ้ำกับผู้เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 สิงหาคม) กรมการปกครองออกแถลงชี้แจงกรณีที่สื่อมวลชนรายงานว่า พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งมีชื่อเดิมว่า อลงกต พูลมุข มีเลขประจำตัวประชาชนตรงกับบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว โดยยืนยันว่าเป็นข้อมูล ไม่เป็นความจริง

 

ทั้งนี้ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ระบุว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร พบว่า พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต พูลมุข) หรือ หลวงพ่ออลงกต เลขประจำตัวประชาชน: x-xxxx-xxx036-50-7 (นามสกุล พูลมุข มีสระอู) เกิดปี 2503 ส่วนนายอลงกต พลมุข (ถึงแก่กรรมแล้ว) เลขประจำตัวประชาชน: x-xxxx-xxx796-46-3 (นามสกุล พลมุข ไม่มีสระอู) เกิดปี 2505

 

กรมการปกครองยืนยันว่า ทั้งสองเป็น บุคคลละคนกัน เลขบัตรไม่ซ้ำกัน และข่าวที่เผยแพร่ว่าเลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกตตรงกับผู้เสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง โดยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตและบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง โทร. 02-7917938

The post กรมการปกครอง แจง เลขบัตรประชาชน หลวงพ่ออลงกต ไม่ซ้ำกับผู้เสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพลชี้งบบัตรประชาชนแพงเกินจริง แนะมหาดไทยปรับลดตามต้นทุน ประหยัดได้ 30–40 ล้าน https://thestandard.co/id-card-budget-reduction/ Fri, 15 Aug 2025 00:11:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1107539 งบบัตรประชาชน

วันนี้ (14 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทน […]

The post ณัฐพลชี้งบบัตรประชาชนแพงเกินจริง แนะมหาดไทยปรับลดตามต้นทุน ประหยัดได้ 30–40 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
งบบัตรประชาชน

วันนี้ (14 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่ 2-3 วงเงิน 3,780,600 ล้านบาท ในระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม ซึ่งเป็นการพิจารณาเป็นรายมาตรา (วาระ 2) เป็นวันที่สอง 

 

ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายแปรญัตติงบประมาณกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เสนอให้ปรับลดราคากลางการจัดซื้อบัตรประจำตัวประชาชนให้ใกล้เคียงกับราคาซื้อจริง หลังตรวจพบว่าที่ผ่านมา ราคาซื้อบัตรต่ำกว่าราคาที่ตั้งเพดานไว้หลายครั้ง

 

ณัฐพล อภิปรายว่า บัตรประชาชนจะประกอบด้วยบัตรสีฟ้า ที่มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 16.74 บาท และวัสดุเคลือบป้องกันการปลอมแปลง ต้นทุนอยู่ที่ 19.67 บาท เฉลี่ยรวม 36.41 บาทต่อบัตร ซึ่งคำของบประมาณที่ขอมาจากกรมการปกครองนั้น ค่าเฉลี่ยงบประมาณการซื้อบัตรและการซื้อวัสดุเคลือบทั้งปี 2568 และ 2569 เท่ากัน ต่างกันแค่จำนวน ประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อให้สต็อกไม่ขาด และไม่มีปัญหาในแต่ละปี โดยปัญหาเมื่อเปรียบเทียบดูย้อนหลังแล้ว จะพบว่าในปี 2566 และปี 2567 ซื้อได้ในราคา 13-14 บาทต่อบัตร

 

ส่วนในปี 2568 มีการซื้อบัตรประชาชนไป 2 ครั้ง ซึ่งครั้งแรกเป็นการซื้ออย่างเร่งด่วนด้วยวิธีการคัดเลือก ซึ่งซื้อในราคา 18.50 ต่อบัตร ส่วนลอตที่สองซื้อได้ในราคา 15.55 บาทต่อบัตร โดยไม่ได้เป็นไปตามคำขอ เมื่อข้อมูลปรากฏเช่นนี้ ตนเองได้พูดคุยกับกรมการปกครองในชั้นกรรมาธิการว่า หากซื้อจริงไม่ถึงจำนวนนี้ ขอปรับลดยอดที่ขอมาได้หรือไม่ ให้ใกล้เคียงกับยอดที่มีการจัดซื้อจริง

 

ทั้งนี้ ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 6 ปีใน 8 ลอตของการซื้อบัตรประชาชนจะอยู่ที่ 16.74 บาทต่อบัตรโดยกรมการปกครองก็ทราบ แต่ยังยืนยันที่จะขอซื้อบัตรประชาชนในใบละ 19.581 บาทเท่าเดิม โดยกรมการปกครองให้เหตุผลว่า การตั้งราคาเผื่อไว้เพื่อรองรับความผันผวนของต้นทุนชิปและเทคโนโลยี แต่จากข้อมูลย้อนหลัง 3-4 ปี ไม่พบว่าต้นทุนมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งการประมูลอี-บิดดิงลอตใหญ่ปี 2568 มีบริษัทเสนอราคาต่ำสุดเพียง 13.51 บาทต่อบัตร แต่ไม่มีบริษัทใดผ่านคุณสมบัติ

 

ณัฐพลย้ำว่า หากปรับเพดานราคาให้ใกล้เคียงราคาซื้อจริง จะสามารถประหยัดงบได้ 30-40 ล้านบาท ซึ่งสามารถนำไปใช้กับโครงการอื่นที่จำเป็นของกระทรวงมหาดไทยได้ พร้อมระบุว่า “เรื่องบัตรประชาชนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราสามารถทำให้ประหยัด และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่านี้ได้”

The post ณัฐพลชี้งบบัตรประชาชนแพงเกินจริง แนะมหาดไทยปรับลดตามต้นทุน ประหยัดได้ 30–40 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ มอบบัตรประชาชนให้กลุ่มชาติพันธุ์เชียงราย แก้ปัญหาคนไร้สิทธิเข้าถึงสวัสดิการรัฐ ขอสัญชาติภายใน 5 วัน มีผล 30 มิ.ย. นี้ https://thestandard.co/thai-citizenship-for-ethnic-groups/ Sat, 28 Jun 2025 08:49:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1090399

วันนี้ (28 มิถุนายน) แพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรี​ แ […]

The post นายกฯ มอบบัตรประชาชนให้กลุ่มชาติพันธุ์เชียงราย แก้ปัญหาคนไร้สิทธิเข้าถึงสวัสดิการรัฐ ขอสัญชาติภายใน 5 วัน มีผล 30 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 มิถุนายน) แพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรี​ และคณะ พบปะกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับสัญชาติไทยในพื้นที่ที่โรงเรียนแม่จันวิทยาคม ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย​ เพื่อมอบบัตรประชาชนและให้กำลังใจ

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวรายงานระบุว่า ขอบคุณนายกฯ ที่ให้ความใส่ใจกับชาวเชียงราย ในช่วงเช้าเยี่ยมผู้ประสบภัยและในช่วงบ่ายเดินทางมาพบกับพี่น้องชาติพันธุ์อำเภอแม่จันที่ได้รับโอกาสแก้ไขสัญชาติ ลดขั้นตอนดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ จาก 180 วัน เหลือเพียง 5 วัน และแก้ไขสถานะต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย จำนวนทั้งสิ้น 95,391 คน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในประเทศ

 

ด้านตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์อำเภอแม่จันได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร่งรัดขั้นตอนการขอสัญชาติไทย วันนี้พวกเราจะร่วมจิตร่วมใจพัฒนาบ้านเมือง เพื่อเป็นการขอบคุณนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีระบุว่า วันนี้ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเจอทุกท่าน ได้มาประกาศว่าทุกท่านมีสิทธิที่จะเรียกร้องสิทธิของตัวเองเพื่อที่จะได้เป็นคนไทย เพราะที่ผ่านมาต้องรอกระบวนการนาน 

 

อย่างไรก็ตาม 3 ปีที่ผ่านแล้วตนลงพื้นที่มาเยี่ยมพี่น้องประชาชน พบว่าไม่มีบัตรประชาชนทำให้ชีวิตยากลำบากไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้ ตอนนี้กระบวนการลดเหลือเพียง 5 วัน ส่วนตัวดีใจที่ผ่านครม.เรียบร้อย และพี่น้องชาติพันธุ์จะได้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐ ไปไหนก็จะรู้สึกดีใจที่มีสวัสดิการรองรับอยู่ ทั้งนี้มีคำมั่นสัญญาตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งจะเป็นจริงในวันที่ 30 มิถุนายนนี้แล้ว ต่อไปนี้ทุกคนจะเป็นคนไทยอย่างเสมอภาคและสมศักดิ์ศรี

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายรูปและทักทายกับพี่น้องชาติพันธุ์อย่างเป็นกันเอง พร้อมรับมอบเสื้อคลุมและกระเป๋าจากกลุ่มชาติพันธุ์ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

 

ทั้งนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวได้รับสัญชาติไทย ตามที่ครม.อนุมัติหลักเกณฑ์เร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้กับบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน และบุตรที่เกิดในประเทศไทย เพื่อลดขั้นตอนให้ได้รับสถานะทางทะเบียนและสัญชาติไทยอย่างรวดเร็ว ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลหลังจากประกาศ 30 วัน มีผลวันที่ 28 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นวันเสาร์ วันทำการแรกคือวันที่ 30 มิถุนายน 2568

 

The post นายกฯ มอบบัตรประชาชนให้กลุ่มชาติพันธุ์เชียงราย แก้ปัญหาคนไร้สิทธิเข้าถึงสวัสดิการรัฐ ขอสัญชาติภายใน 5 วัน มีผล 30 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดแผนประทุษกรรม ‘จีนหลอกจีน’ ผ่านมือไทยดำ ทำบัตรประชาชนสวมรอยคนไทย https://thestandard.co/chinese-fraud-thailand/ Thu, 27 Mar 2025 09:36:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1057272 chinese-fraud-thailand

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสว […]

The post ถอดแผนประทุษกรรม ‘จีนหลอกจีน’ ผ่านมือไทยดำ ทำบัตรประชาชนสวมรอยคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
chinese-fraud-thailand

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายปลอมแปลงบัตรประชาชน นำไปสู่การเปิดโปงขบวนการขนาดใหญ่ที่ใช้เงิน 1 ล้านบาท เปลี่ยนสถานะคนจีนให้กลายเป็นคนไทย

 

คดีนี้ไม่ใช่แค่การปลอมแปลงเอกสารทั่วไป แต่เผยให้เห็นถึงการร่วมมือกันระหว่างข้าราชการไทยและนายทุนจีนที่สมคบคิดก่ออาชญากรรมข้ามชาติ สะท้อนปัญหาการทุจริตและช่องโหว่ในระบบทะเบียนราษฎรของไทย

 


 

ช่องทางการทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ต

 

ขบวนการนี้เน้นให้บริการกลุ่มชาวจีนโดยเฉพาะ ผู้ที่สนใจทำเอกสารทางราชการของไทยเพียงชำระค่าบริการและเดินทางมาตามที่นัดหมาย จากนั้นจะมีนายหน้าชาวไทยดูแลทุกขั้นตอน โดยลูกค้าไม่ต้องกรอกเอกสาร เพียงไปถ่ายภาพ สแกนนิ้วการทำบัตรประชาชน ใช้เวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น

 

ส่วนมากชาวจีนที่ต้องการทำเอกสารทางการไทยแบบนี้ เพื่อจะได้อยู่อาศัยโดยไม่ต้องขอวีซ่า และบางส่วนเพื่ออำพรางตัวในการทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย

 


 

กระบวนการตบทรัพย์

 

เมื่อกลุ่มลูกค้าชาวจีนทำบัตรประชาชนเรียบร้อยจะทำพาสปอร์ตต่อ แต่กลุ่มคนร้ายจะใช้โอกาสนี้ที่ลูกค้าชาวจีนมีเอกสารปลอมในครอบครอง จัดฉากบุกจับ โดยมีเจ้าหน้าที่ไทยที่แบ่งหน้าที่ไว้ก่อนหน้าทำแต่ละขั้นตอน (ตามข้อ 1-4) 

 

ลูกค้าจีนที่ตกเป็นเหยื่อ หากไม่ต้องการถูกดำเนินคดีจะต้องจ่ายเงินโดยสแกนจ่ายผ่านเครือข่ายคริปโตในสกุล USDT เงินจะเข้าสู่ Wallet ก่อนถูกโอนต่อไปอีกทอดหนึ่ง

 

ในการเปิดโปงครั้งนี้เกิดจากที่ลูกค้าชาวจีนรายหนึ่งซึ่งถูกตบทรัพย์เมื่อปี 2567 ตัดสินใจแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จากนั้นตำรวจสอบสวนกลางจึงขยายผลและจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการได้ และยังต้องมีการขยายผลต่อ

 


 

ผู้ก่อเหตุ

 

ตำรวจสอบสวนกลางออกปฏิบัติการตรวจค้น 11 จุด ใน 7 จังหวัดทั่วประเทศ และออกหมายจับ 6 หมาย สามารถควบคุมตัวลีและเอ้ (ภรรยาลี) โดยแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชนแล ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

 

นอกจากนี้ยังพบเจ้าหน้าที่รัฐมีเอี่ยวในขบวนการ เฉพาะตำรวจในกลุ่มนี้เคยมีประวัติอุ้มรีดไถชาวจีน มีบางรายถูกดำเนินคดีฐานกรรโชกทรัพย์อยู่ในเรือนจำก่อนมีหมายจับคดีนี้

 


 

‘ลี’ หัวหน้าแก๊ง

 

หลังจากที่ลีมีบัญชีธนาคารและเอกสารแสดงตัวตนของประเทศไทยจึงเริ่มเปิดบริษัท โดยใช้ที่ตั้งในจังหวัดสมุทรปราการ ปรากฏชื่อนอมินีคนไทยประกอบกิจการในบริษัท แต่ไม่มีการดำเนินกิจการจริง ไม่มีพนักงาน พร้อมเปิดอีก 14 บริษัท โดยใช้ที่ตั้งเดียวกัน

 

ลีสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีบริษัทที่คล้ายกันอีกกว่า 100 บริษัท ใน 1 ปีมีเงินหมุนเวียนกว่า 400-500 ล้านบาท

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post ถอดแผนประทุษกรรม ‘จีนหลอกจีน’ ผ่านมือไทยดำ ทำบัตรประชาชนสวมรอยคนไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ร่วมมือตำรวจตบทรัพย์คนจีนในประเทศไทย https://thestandard.co/cyber-police-chinese-fake-id/ Thu, 06 Mar 2025 07:27:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1049278 cyber-police-chinese-fake-id

วันนี้ (6 มีนาคม) ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก […]

The post ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ร่วมมือตำรวจตบทรัพย์คนจีนในประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
cyber-police-chinese-fake-id

วันนี้ (6 มีนาคม) ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ต้องหา 4 รายอยู่ระหว่างจำคุกในคดีอื่น

 

  1. Mr.LI (ลี) สัญชาติจีน อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 13/2568
  2. Ms.Aye (เอ้) สัญชาติเมียนมา อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 14/2568

 

ผู้ต้องหาที่ 1-2 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันสนับสนุนพนักงานเจ้าหน้าที่ปลอมบัตรประชาชน, ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันสนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่

 

  1. จิรภัทร อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 15/2568 
  2. สุริยะ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 16/2568 
  3. พีระศักดิ์ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 17/2568 
  4. ประวิต อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ 18/2568 

 

ผู้ต้องหาที่ 3-6 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกัน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่

 

ตรวจยึดของกลาง จำนวน 190 รายการ

  1. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 14 เล่ม
  2. เงินสด​ จำนวน 8,500 หยวน
  3. บัตร ATM จำนวน 5 ใบ
  4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 14 เครื่อง
  5. แท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง
  6. คอมพิวเตอร์ จำนวน 9 เครื่อง
  7. บัตรขาว จำนวน 2 ใบ
  8. หนังสือเดินทาง / บัตรประชาชน / เอกสารที่เกี่ยวข้อง 14 รายการ
  9. รถยนต์ จำนวน 2 คัน
  10. วัตถุคล้ายทองคำ 5 รายการ และเอกสารอื่นๆ จำนวน 125 รายการ

 

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลาย พ.ศ. 2566 มีผู้เสียหายซึ่งเป็นชายชาวจีน เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางเพื่อร้องขอความเป็นธรรม ในกรณีที่ผู้เสียหายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรีดทรัพย์ เรียกเงินเป็นจำนวน 5 ล้าน เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี

 

ซึ่งมูลเหตุในคดีนี้ สืบเนื่องมาจากในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ผู้เสียหายเข้าไปยังกลุ่มเฟซบุ๊กของคนจีน โดยพบเฟซบุ๊กประกาศแจ้งว่าสามารถจัดทำบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และเอกสารอื่นๆ ของไทยให้กับคนจีนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยคิดค่าดำเนินการประมาณ​ 1 ล้านบาท ต่อมาผู้เสียหายหลงเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำบัตรและเอกสารประจำตัวที่ถูกต้องตามกฎหมายจริง ผู้เสียหายจึงติดต่อเข้าไปพูดคุยและตกลงทำบัตรประชาชน จากนั้นจึงมีการนัดหมายให้ผู้เสียหายเดินทางไปทำบัตรประชาชนที่สำนักงานเทศบาลจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน 

 

ต่อมาเมื่อถึงวันนัดหมาย ผู้เสียหายเดินทางไปที่สำนักงานเทศบาลดังกล่าว และพบลี พร้อมกับเอ้ (แฟนสาว) โดยลีพาผู้เสียหายไปทำบัตรประชาชนที่สำนักงานเทศบาลดังกล่าว โดยมีขั้นตอนการถ่ายรูปและสแกนรอยนิ้วมือเหมือนกับการทำบัตรประชาชนทั่วไป แต่จะไม่มีการให้กรอกข้อมูลเอกสารใดๆ ซึ่งภายหลังจากที่ผู้เสียหายทำตามขั้นตอนต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ลีจึงได้นำบัตรประชาชนที่ปรากฏรูปหน้าผู้เสียหายมามอบให้กับผู้เสียหายพร้อมกับสำเนาทะเบียนบ้านอีก 1 ฉบับ (ซึ่งข้อมูลตามบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวปรากฏชื่อคนไทยคนเดียวกัน) หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงชำระค่าดำเนินการ โดยมอบเงินสดจำนวน 1.1 ล้านบาทให้กับลี

 

ต่อมาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ผู้เสียหายตกลงให้ลีช่วยทำหนังสือเดินทางให้กับผู้เสียหาย โดยลีนัดหมายให้ผู้เสียหายมาทำหนังสือเดินทางที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อผู้เสียหายเดินทางมาถึงที่นัดหมาย มีกลุ่มชายไม่ทราบชื่อพาผู้เสียหายไปนั่งรอที่ร้านกาแฟภายในกรมการกงสุล จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 3 นาย เข้ามาควบคุมตัวผู้เสียหาย และนำตัวผู้เสียหายไปที่ทำการแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มนี้แจ้งกับผู้เสียหายให้ทราบว่าจะต้องถูกดำเนินคดีเนื่องจากปลอมเอกสาร ซึ่งหากผู้เสียหายไม่อยากถูกดำเนินคดี ให้ผู้เสียหายนำเงินมาจ่ายจำนวน 5 ล้านบาท 

 

ผู้เสียหายจึงต่อรองราคาจนกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจตกลงให้จ่ายเงินจำนวน 2 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นสกุลเงินดิจิทัล USDT จำนวน 55,555 USDT (เปรียบเทียบเป็นเงินไทยจำนวน 2 ล้านบาท) เข้ากระเป๋าเงินดิจิทัลตามหมายเลขที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งไว้ ก่อนจะปล่อยตัวผู้เสียหายไป และหลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายกลุ่มดังกล่าว

 

จากการสืบสวนของคณะทำงาน พบว่าในส่วนของการหลอกลวงผู้เสียหายให้ไปทำบัตรประชาชนนั้น มีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันก่อเหตุหลายกลุ่ม ดังนี้ 

 

  1. กลุ่มผู้ชักชวนและดำเนินการพาผู้เสียหายไปทำบัตรประชาชน โดยกลุ่มนี้มีลีและเอ้เป็นผู้ร่วมขบวนการ

 

  1. กลุ่มจัดหาบัตรประชาชนที่จะนำมาสวมสิทธิให้กับผู้เสียหาย โดยจากการตรวจสอบพบว่า เจ้าของบัตรประชาชนเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง และพบว่ามีการไปขอทำบัตรประชาชนใหม่หลังจากขายบัตรเพียงไม่กี่วัน จึงน่าเชื่อว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำในครั้งนี้ 

 

  1. เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ทำบัตรประชาชน โดยเชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนให้ความช่วยเหลือในการกระทำผิดของขบวนการดังกล่าว

 

ในส่วนของกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรีดเอาทรัพย์ผู้เสียหายนั้น พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันก่อเหตุหลายคน ดังนี้ 

 

  1. คนชี้เป้า มีหน้าที่ระบุตำแหน่งและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้เสียหาย

 

  1. กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รีดเอาทรัพย์ผู้เสียหาย 

 

  1. เส้นทางการเงินจากการประทุษร้าย พบมีการผ่องถ่ายกันหลายทอด และถอนเงินออกที่บริษัทนอมินี จากการสืบสวนน่าเชื่อว่าคนในขบวนการเป็นผู้ชี้เป้าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ และเข้าทำการรีดทรัพย์ผู้เสียหายอีกทอดหนึ่ง

 

และจากการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบข้อมูลประวัติลี มีหมายแดงติดตัวในความผิดเกี่ยวกับการยักยอกทรัพย์ชาวจีน มูลค่าความเสียหาย 3,000 ล้านหยวน (คิดเป็นเงินไทยมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท) โดยลีก่อเหตุที่ประเทศจีนในช่วง พ.ศ. 2558-2562 ก่อนจะหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2564 ซึ่งในระหว่างที่ลีอาศัยอยู่ในประเทศไทย ลีสวมบัตรหัวศูนย์ หรือบัตรขาว หรือบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ระบุชื่อเป็น จิน ไทยลื้อ เพื่อให้ตนเองมีสิทธิต่างๆ เทียบเท่ากับคนไทย

 

จากนั้นจึงนำรูปแบบวิธีการที่ตนเองเคยสวมบัตรขาวมาใช้ในการเปิดเพจพาคนจีนไปทำเอกสารและบัตรประจำตัวต่างๆ ในคดีนี้ นอกจากนี้ยังพบว่าลีประกอบธุรกิจให้บริการต่อวีซ่าที่ บริษัท อันเจีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจอีกด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลบริษัทดังกล่าว พบว่ามีการจดทะเบียนสถานที่จัดตั้งซ้ำกับบริษัทอื่นอีก 14 บริษัท โดยบริษัทเหล่านี้มีกลุ่มคนไทยเป็นนอมินี ถือหุ้นบริษัทโดยไม่ได้มีการลงทุนหุ้นจริง

 

ในส่วนของกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รีดเอาทรัพย์ผู้เสียหายนั้น มีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจนทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในกลุ่มดังกล่าวจำนวน 4 นาย ถูกจับกุมดำเนินคดีกรณีเรียกรับเงินสินบนจากชาวจีนจำนวน 10 ล้านบาท เมื่อ พ.ศ. 2566 ซึ่งรูปแบบพฤติการณ์ในการก่อเหตุคล้ายกับคดีของผู้เสียหายรายนี้ด้วยเช่นกัน

 

ในส่วนของกลุ่มจัดหาบัตรประชาชน พบว่ามีนายหน้าทำหน้าที่จัดหาบัตรประชาชนของคนไทยมาเพื่อใช้ในการสวมบัตร ซึ่งผู้ที่ขายบัตรประชาชนจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการหลอกลวงผู้เสียหายทำบัตรประชาชน และกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รีดเอาทรัพย์ผู้เสียหาย โดยศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจำนวนทั้งสิ้น 6 หมายจับ

 

จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน

The post ตำรวจจับขบวนการ ‘จีนดำ’ ทำบัตรประชาชน-พาสปอร์ตเถื่อน ร่วมมือตำรวจตบทรัพย์คนจีนในประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมนิรโทษกรรมปืนเถื่อนส่งคืนรัฐไม่ผิดกฎหมาย อนุทินเผยทั่วประเทศมีหลายล้านกระบอก https://thestandard.co/prepare-an-amnesty-for-illegal-guns/ Wed, 07 Feb 2024 07:49:10 +0000 https://thestandard.co/?p=897111

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี […]

The post เตรียมนิรโทษกรรมปืนเถื่อนส่งคืนรัฐไม่ผิดกฎหมาย อนุทินเผยทั่วประเทศมีหลายล้านกระบอก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการพูดคุยถึงเรื่องการนิรโทษกรรมคดีปืนเถื่อนว่า ถือเป็นข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่จะให้ดำเนินการควบคุมอาวุธปืนเถื่อน โดยหลักการแล้วจะต้องออกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะออกเป็น พ.ร.ก. ให้ผู้ที่มีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนหรืออาวุธเทียมปืนทั้งหลายนำมามอบให้กับส่วนราชการ และออกเป็นการนิรโทษกรรม ซึ่งถือเป็นแนวทางที่กระทรวงมหาดไทยตั้งใจจะดำเนินการอยู่แล้วและมีรัฐบาลให้การสนับสนุน ซึ่งจะสามารถเร่งรัดให้เร็วขึ้นได้

 

อนุทินยังยอมรับด้วยว่า ปืนเถื่อนในประเทศไทยมีอยู่หลายล้านกระบอก ซึ่งไม่ได้หมายถึงปืนอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงวัตถุเทียมแทนปืนด้วย โดยเฉพาะสินค้าเทียมปืนที่เป็นของเล่น และนำมาดัดแปลงกลายเป็นปืนที่มีอานุภาพร้ายแรง ทำลายชีวิตและทำให้ผู้คนได้รับบาดเจ็บได้ ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ครอบครองสิ่งเหล่านี้ที่ถือว่าผิดกฎหมายได้ส่งคืนให้กับรัฐแบบไม่มีความผิด

 

มหาดไทยไม่ขัดข้อง รวมบัตรประชาชน-บัตรผู้พิการในใบเดียว  

 

อนุทินกล่าวอีกว่า ได้มีการพูดคุยกับ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถึงการผนวกบัตรประชาชนและบัตรคนพิการเข้าไว้ด้วยกันว่า หากรวมได้ก็จะเป็นเรื่องดี เพราะผู้พิการจะได้ไม่ต้องถือหลายบัตร ซึ่งไทยมีการลงทุนกับระบบบัตรสมาร์ทการ์ดที่มีชิปอยู่ การรวมไว้ด้วยกันจึงเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่เพิ่มคุณสมบัติและข้อจำกัดเข้าไป 

 

อนุทินกล่าวถึงการเริ่มใช้งานว่า จะมีการหารือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าจะเริ่มได้เมื่อไร โดยก่อนหน้านี้วราวุธได้สอบถามมายังกระทรวงมหาดไทยว่ามีปัญหาหรือไม่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยไม่ขัดข้องอยู่แล้ว ขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ผู้เป็นเจ้าภาพ เป็นผู้รวบรวมข้อมูล

The post เตรียมนิรโทษกรรมปืนเถื่อนส่งคืนรัฐไม่ผิดกฎหมาย อนุทินเผยทั่วประเทศมีหลายล้านกระบอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เริ่มแล้ว! ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชน ชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง ตรวจความพร้อมก่อนนายกฯ นำคิกออฟ 4 จังหวัดนำร่องเย็นนี้ https://thestandard.co/pheu-thai-party-07012024/ Sun, 07 Jan 2024 05:55:57 +0000 https://thestandard.co/?p=885011

วันนี้ (7 มกราคม) ที่โรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน อ.จตุรพักต […]

The post เริ่มแล้ว! ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชน ชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง ตรวจความพร้อมก่อนนายกฯ นำคิกออฟ 4 จังหวัดนำร่องเย็นนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 มกราคม) ที่โรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน อ.จตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย สส. พรรคเพื่อไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม. ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ติดตามความคืบหน้าการดำเนินนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่ 

 

โดยคณะได้ตรวจเยี่ยมดูระบบการตรวจสอบประวัติสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์, การออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล, ใบสั่งยา/ใบสั่งแล็ปออนไลน์, การแพทย์ทางไกล, เภสัชกรรมทางไกล, การนัดหมายออนไลน์ และระบบส่งยาและเวชภัณฑ์ที่บ้าน รวมถึงระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ 

 

บัตรประชาชน คือบัตรประกันสุขภาพ

 

นพ.ชลน่านกล่าวว่า รัฐให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพทั้งระบบ เพื่อยกระดับและเปลี่ยนแปลงจาก 30 บาทรักษาทุกโรค เป็น 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ถือเป็นโอกาสของเราที่เทคโนโลยีพัฒนา ต่างจากอดีตที่มีข้อจำกัดทั้งเทคโนโลยีและการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ประชาชนก็ให้โอกาสพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถเลือกรับยาที่บ้าน หรือร้านขายยาใกล้บ้านได้ เพราะขณะนี้เรามี อสม.ไรเดอร์ หรือ Health Rider จัดส่งยาถึงบ้านผู้ป่วย

 

นพ.ชลน่านกล่าวว่า นโยบายดังกล่าวถือเป็นนโยบายที่ต้องเร่งรัดให้เกิดภายใน 100 วัน วันนี้ถือเป็นโอกาสที่เราจะขับเคลื่อน ปิดช่องว่างลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ยกระดับการบริการทุกมิติโดยเฉพาะการบริการปฐมภูมิ 

 

“พี่น้องไม่ต้องไปทำบัตรประกันสุขภาพ เพียงแต่ถือบัตรประชาชน ก็ถือเป็นสิ่งบ่งชี้ว่ามีหลักประกันในการที่จะดูแลสุขภาพได้ เพราะบัตรประชาชนคือบัตรประกันสุขภาพของท่าน” นพ.ชลน่านกล่าว

 

นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า ส่วนการขยายนโยบายในเฟส 2 นั้น ภายในเดือนมีนาคมนี้ จะครอบคลุมพื้นที่อีก 8 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, สิงห์บุรี, สระแก้ว, หนองบัวลำภู, นครราชสีมา, อำนาจเจริญ และพังงา และภายในสิ้นปีจะขยายให้ครอบคลุมสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวได้ทั้งประเทศ 

 

22 ปี 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงเวลาอัปเกรด

 

ด้านแพทองธารกล่าวว่า 30 บาทรักษาทุกโรค ทำมา 22 ปีแล้ว ถึงเวลาที่จะอัปเกรดเพื่อให้เกิดความสะดวกกับพี่น้องประชาชน ตนรู้สึกดีใจที่ได้เห็นความก้าวหน้าของโครงการ ขอบคุณคนที่ผลักดันโครงการนี้เมื่อ 22 ปีที่แล้ว ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ทำได้และจะทำให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ 

 

นายกฯ เปิดโครงการเย็นนี้

 

ก่อนที่เริ่มคิกออฟโครงการอย่างเป็นทางการในช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งจะมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการ ณ ลานสาเกตนคร หน้าหอโหวด 101 นำร่องพร้อมกันในอีก 3 จังหวัด คือ แพร่, เพชรบุรี และนราธิวาส รองรับการให้บริการประชาชนครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ 

 

ยกระดับ ‘30 บาทพลัส’ บัตรประชาชนใบเดียวใช้ได้ทุกที่

 

สำหรับการยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ ถูกยกระดับเป็น ‘30 บาทรักษาทุกที่’ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘30 บาทพลัส’ ที่ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลทุกเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนได้โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และที่สำคัญยังสามารถเข้ารับการรักษามะเร็งได้ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การฉีดวัคซีน การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม หากตรวจพบก็จะถูกส่งต่อเข้ารับการรักษาต่อไป

 

นอกจากนี้ ยังเข้าถึงบริการในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเชิญเอกชนเข้ามาร่วมให้บริการมากขึ้น ทั้งร้านยา คลินิกทันตกรรม คลินิกกายภาพบำบัด นับเป็นการลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และอำนวยความสะดวกในการรับบริการของประชาชนอย่างแท้จริง

 

The post เริ่มแล้ว! ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชน ชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง ตรวจความพร้อมก่อนนายกฯ นำคิกออฟ 4 จังหวัดนำร่องเย็นนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลประกาศ 4 จังหวัดนำร่อง ‘แพร่-ชลบุรี-ร้อยเอ็ด-นราธิวาส’ ใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ทุกเครือข่าย เริ่ม รพ. เขตดอนเมือง ธ.ค. นี้ https://thestandard.co/one-id-card-to-protect-you-everywhere/ Tue, 24 Oct 2023 09:43:17 +0000 https://thestandard.co/?p=857950 คนไข้ที่รอรับการรักษา

วันนี้ (24 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกร […]

The post รัฐบาลประกาศ 4 จังหวัดนำร่อง ‘แพร่-ชลบุรี-ร้อยเอ็ด-นราธิวาส’ ใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ทุกเครือข่าย เริ่ม รพ. เขตดอนเมือง ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนไข้ที่รอรับการรักษา

วันนี้ (24 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 โดยมี แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการฯ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร สภาวิชาชีพด้านสุขภาพ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม 

 

เศรษฐากล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนการสาธารณสุขของประเทศ โดยยกระดับระบบบริการสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างระบบสาธารณสุขที่เหมาะสมสำหรับทุกคนบนแผ่นดินไทย มุ่งเน้นให้ทุกคนมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง เข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ซึ่งวันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งแรก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพ 

 

โดยเฉพาะการสร้างและพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาวให้เกิดความเท่าเทียม เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยมีการหารือ 5 ประเด็นเร่งด่วนตามนโยบายยกระดับ 30 บาท ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งในและนอกระบบสาธารณสุข ได้แก่ บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่, มะเร็งครบวงจรและการให้วัคซีน HPV, สถานชีวาภิบาล, การเพิ่มการเข้าถึงบริการในเขต กทม. และสุขภาพจิต / ยาเสพติด ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้ให้คำมั่นไว้กับประชาชน 

 

เศรษฐากล่าวว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้มีการแต่งตั้ง ‘คณะกรรมการบริหารการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ’ ทำหน้าที่ติดตามและกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพ โดยให้แพทองธารเป็นประธาน และมีกรรมการจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางสุขภาพในระยะยาวของประเทศ ให้คนไทยแข็งแรง ประเทศชาติมั่นคง นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป 

 

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบตามที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสนอให้พิจารณาแต่งตั้งผู้แทนในคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ เพิ่มเติม 2 ตำแหน่ง คือ นายกสภาการสาธารณสุขชุมชน และนายกสภาการแพทย์แผนไทย 

 

ด้านแพทองธารกล่าวว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคนมาตั้งแต่ปี 2544 ปัจจุบันครอบคลุมประชาชนมากกว่าร้อยละ 99.6 ช่วยให้เข้าถึงบริการมากขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ และลดจำนวนครัวเรือนที่ยากจนจากรายจ่ายด้านสุขภาพได้ แต่ยังต้องพัฒนาต่อเนื่อง โดยแก้ไขจุดที่เป็นปัญหาและความทุกข์ของประชาชน คือ ความเหลื่อมล้ำในการรับบริการ ความแออัด และระยะเวลารอคอยการรักษา โดยเฉพาะโรงพยาบาลในเขตเมือง ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการ ตั้งแต่ส่งเสริมป้องกัน ตรวจวินิจฉัย ดูแลรักษา นัดหมาย ส่งต่อ และเชื่อมโยงจัดการฐานข้อมูลทั้งหมด 

 

เพื่อมุ่งสู่ก้าวต่อไปคือ ยกระดับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ารักษาได้ทุกที่ ให้ประชาชนทุกระดับสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารับบริการสุขภาพได้ทุกหน่วยบริการ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐ เอกชน คลินิก และร้านขายยาใกล้บ้าน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว มีทางเลือกที่เหมาะสม ลดขั้นตอนบริการ ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการ โดยยึดหลัก ‘ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง’ เช่น นัดหมายออนไลน์ ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน พื้นที่ห่างไกล ให้เข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ทันท่วงที ไร้ข้อจำกัด ผ่านระบบ Telemedicine การส่งยาและเวชภัณฑ์ไปยังบ้านผู้ป่วย ซึ่งทั้งหมดนี้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันจึงจะยกระดับหลักประกันสุขภาพฯ ของไทยให้ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน 

 

ขณะที่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรื่องบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ จะนำร่องใน 4 จังหวัด คือ แพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส ที่สามารถเข้ารับบริการได้ทุกเครือข่าย ทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหลังจากนี้จะเร่งพัฒนาระบบบันทึกข้อมูล ระบบยืนยันตัวตน และเชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายบริการ ทั้งโรงพยาบาล คลินิก ร้านยา และแล็บที่สนใจเข้าร่วม ซึ่งจะทำให้ สปสช. สนับสนุนงบประมาณและจ่ายชดเชยให้หน่วยบริการได้เร็วขึ้น โดยจะได้รับงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวล่วงหน้า กรณีผู้ป่วยนอกจะจ่ายชดเชยใน 3 วัน และผู้ป่วยในจ่ายชดเชยทุก 7-14 วัน รวมถึงจะมีการเพิ่มคู่สาย สายด่วน 1330 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยนัดหมายบริการ ยืนยันตัวตน การไปรับยาใกล้บ้าน โดยเพิ่มอาสาสมัคร เช่น พยาบาลเกษียณ หรือคนพิการ เข้าร่วมบริการประชาชน 

 

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า เรื่องมะเร็งครบวงจรจะครอบคลุมทั้งงานส่งเสริมป้องกัน คัดกรอง ตรวจวินิจฉัย รักษา และดูแลผู้ป่วย โดยจะมีการคิกออฟทีม Cancer Warrior ทั้งระดับกระทรวง ระดับเขตสุขภาพ และระดับจังหวัด ปลายเดือนตุลาคมนี้ เพื่อดูแลประชาชนทุกจังหวัดให้มีความรู้และตระหนักในการป้องกันโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ 5 มะเร็งสำคัญ คือ มะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก, คิกออฟฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกในหญิงอายุ 11-20 ปี 1 ล้านโดส วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 และคิกออฟคัดกรองพยาธิใบไม้ในตับฟรี 1 แสนคน ภายในเดือนพฤศจิกายน 2566 

 

นอกจากนี้จะเพิ่มการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยี PET/CT และ SPECT/CT Scan การแพทย์เฉพาะบุคคล การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า และรังสีรักษาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง ส่วนสถานชีวาภิบาล ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง ติดบ้าน ติดเตียง ผู้ป่วยที่รับการดูแลแบบประคับประคอง ตั้งแต่ระยะแรกจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีมาตรฐานมากขึ้น เพิ่มคุณภาพชีวิต ลดภาระค่าเดินทาง ลดความกังวลของครอบครัว จะพัฒนาคนเพื่อรองรับระบบชีวาภิบาลเพิ่มขึ้น 5,000 คน สร้างระบบชีวาภิบาลในทุกโรงพยาบาล บริการที่บ้าน ชุมชน และ Telemedicine รวมทั้งจัดตั้งสถานชีวาภิบาลในชุมชน เช่น วัดคำประมง จังหวัดสกลนคร และขยายสิทธิให้ครอบคลุมทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ โดยเป้าหมาย 100 วันแรกจะจัดตั้งสถานชีวาภิบาลทุกเขตสุขภาพและใน กทม. 7 เขต มีการจัดบริการ Hospital at Home หรือ Home Ward ทุกจังหวัด โดยจะเปิดสถานชีวาภิบาลต้นแบบในเดือนธันวาคม 2566 

 

สำหรับการเพิ่มการเข้าถึงบริการในเขตกรุงเทพมหานคร 50 เขต 50 โรงพยาบาล จะนำร่องโรงพยาบาลประจำเขตดอนเมือง ระยะที่ 1 โดยยกระดับโรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) เป็นโรงพยาบาลทุติยภูมิขนาด 120 เตียง ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข 60 รสสุคนธ์ มโนชญากร เป็นโรงพยาบาลผู้ป่วยนอกเฉพาะทางร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่าย และเตรียมพร้อมโรงพยาบาลราชวิถี 2 เป็นโรงพยาบาลรับส่งต่อผู้ป่วย คาดว่าจะเปิดให้บริการทั้ง 3 ส่วนได้ภายในเดือนธันวาคม 2566 

 

ขณะที่เรื่องสุขภาพจิตและยาเสพติด ยึดหลักการ ‘เพื่อนแท้มีทุกที่’ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการคุณภาพตั้งแต่ระยะแรก และสามารถกลับไปใช้ชีวิตในชุมชนได้ โดยจัดตั้งมินิธัญญารักษ์ทุกจังหวัดเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด ตามหลักการเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันมีมินิธัญญารักษ์แล้ว 35 จังหวัด 64 โรงพยาบาล มีกลุ่มงานจิตเวชทุกอำเภอ และมีหอผู้ป่วยจิตเวชทุกจังหวัด นอกจากนี้จะส่งเสริมสุขภาพจิตเชิงรุกในชุมชน ค้นหากลุ่มเสี่ยงในชุมชน บริการฉุกเฉินจิตเวช เพิ่มการเข้าถึงบริการจิตเวชทางไกล และการฟื้นฟูผู้ป่วยระยะยาวในชุมชน / สังคม

The post รัฐบาลประกาศ 4 จังหวัดนำร่อง ‘แพร่-ชลบุรี-ร้อยเอ็ด-นราธิวาส’ ใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ทุกเครือข่าย เริ่ม รพ. เขตดอนเมือง ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ ก้าวไกล แนะทบทวนศูนย์ Fake News – สร้าง Super App ภาครัฐ – ดัน Digital ID ใช้แทนบัตรประชาชน https://thestandard.co/natthaphong-advice-review-anti-fake-news-center/ Mon, 02 Oct 2023 10:00:40 +0000 https://thestandard.co/?p=849480 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

วันนี้ (2 ตุลาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื […]

The post ณัฐพงษ์ ก้าวไกล แนะทบทวนศูนย์ Fake News – สร้าง Super App ภาครัฐ – ดัน Digital ID ใช้แทนบัตรประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

วันนี้ (2 ตุลาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ แถลงข่าว Policy Watch จับตานโยบายด้านดิจิทัล โดยมี พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล ร่วมแถลงข่าวด้วย 

 

พริษฐ์กล่าวเริ่มต้นว่า พรรคก้าวไกลต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้านเชิงรุกและฝ่ายค้านสร้างสรรค์ พยายามผลักดันวาระที่ได้สื่อสารกับประชาชน รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการเป็นรัฐบาลครั้งถัดไป โดยใช้กลไก Policy Watch แบ่งกลุ่ม สส. และทีมงานเป็นรายประเด็นในการติดตามนโยบายและการทำงานของรัฐบาลเพื่อวิเคราะห์ รวมถึงให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล สำหรับประเด็นแรกเป็นนโยบายดิจิทัล ซึ่งรับผิดชอบโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เป็นหลัก

 

ด้านณัฐพงษ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วงเวลา 21 วันของการเข้ารับตำแหน่งของคณะรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน มีความเคลื่อนไหวจากฟากกระทรวง DE มาเป็นระยะ ซึ่งการออกมาให้ข่าวเฉลี่ย 5 วันต่อครั้ง ของกระทรวง DE ถือเป็นการตอบสนองที่รวดเร็วและค่อนข้างทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะเรื่องการสั่งตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ และเป็น 21 วันที่เร็วเกินไปมากที่ตนจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้มเหลวหรือความสำเร็จของการทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายอย่างที่ตนคิดว่ารัฐบาลควรทำให้เกิดความชัดเจนได้มากกว่านี้ และสามารถสั่งการได้ทันที ในช่วงเวลา 21 วันที่ผ่านมา

 

อย่างแรก พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับการให้มีศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมที่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากรัฐบาล ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยเพราะวันนี้พรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ไม่เห็นด้วยเพราะการทำศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมที่มีรัฐบาลเป็นเจ้าของ ขัดกับแนวปฏิบัติของ IFCN และขัดกับแนวทางที่องค์กรสื่อสากลให้การยอมรับ รัฐบาลควรพิจารณาทบทวนบทบาทของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ว่าจะทำอย่างไรให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมแห่งนี้ดำรงความเป็นกลาง เพื่อสร้างการยอมรับจากสากล

 

ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอสะท้อนภาพอีกมุมของการทำงานของกระทรวง DE ที่ตนอยากเห็น แต่ยังไม่เห็นใน 21 วันที่ผ่านมา เพื่อให้รัฐบาลมองเห็นภาพการดำเนินนโยบายด้านดิจิทัลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่ หนึ่ง รัฐบาลควรเร่งดำเนินการให้เกิด Digital ID หรือตัวแทนของบัตรประชาชนที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อทำให้เกิดระบบนิเวศข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว เปิดกว้าง และไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านการดำเนินการที่เรียกว่ากระดุม 5 เม็ด ได้แก่ กระดุมเม็ดที่ 1 เร่งเจรจาเพื่อแปลงสภาพบริษัท NDID ให้อยู่ในรูปแบบนิติบุคคล ที่ไม่มีสถานะขัดกันแห่งผลประโยชน์ และเปลี่ยนชื่อ NDID (National Digital ID) เป็น NDXP หรือ National Data Exchange Platform เพื่อให้ NDID ไม่ดำรงตนอยู่ในฐานะคู่แข่งของ IdP หรือ Identity Provider อื่น อาทิ แอป ThaID ของกระทรวงมหาดไทย

 

กระดุมเม็ดที่ 2 กำหนดให้ NDXP เป็นบริการของรัฐ และเป็นบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดให้มี และให้บริการแก่ประชาชนฟรี กระดุมเม็ดที่ 3 รัฐบาลต้องสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย เจ้าของแอป ThaID ทำการเชื่อมระบบเข้า NDXP เป็น IdP ที่ให้บริการแก่ประชาชนฟรี ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

 

กระดุมเม็ดที่ 4 รัฐบาลต้องสั่งการให้ทุกหน่วยงานของรัฐที่ถือข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ทำการเชื่อมระบบเข้า NDXP เป็น AS หรือ Authoritative Source โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองที่ภาครัฐเป็นผู้ควบคุมข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อได้ในอนาคต

กระดุมเม็ดที่ 5 เร่งพิจารณา กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้สูง หากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระบบเศรษฐกิจระหว่างกัน เช่น ข้อมูลด้านสุขภาพ ข้อมูลด้านการเงิน และข้อมูลด้านการเดินทาง เพื่อเร่งกำหนดมาตรฐานกลางที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างรัฐและเอกชน อำนวยความสะดวกให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้จริง

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ภาพต่อมาที่ตนอยากเห็นคือการประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับ Cloud-First Policy แก้ไขบรรดากฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการประยุกต์ใช้คลาวด์ของภาครัฐ เนื่องจากระเบียบสำนักงบประมาณและระเบียบกระทรวงการคลังที่ล้าสมัยและถูกบังคับใช้ขณะนี้ กำลังเป็นกำแพงไม่ให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเลือกใช้ Cloud Software อย่าง Google Workspace, Microsoft 365, Adobe Creative Cloud, Slack, Notion และ Cloud Software อื่นๆ แบบที่โลกเอกชนใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันได้ พร้อมกับการตั้งเป้าหมายว่ารัฐบาลจะสามารถประหยัดเม็ดเงินงบประมาณจากการย้ายขึ้นคลาวด์ได้ปีละกี่พันล้านบาท เพื่อทำให้ประชาชนเห็นภาพว่าในฐานะผู้เสียภาษี พวกเขากำลังได้ประโยชน์อะไรจากการทำ Cloud-First Policy 

 

ทั้งนี้ สิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งควรเร่งลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ Cloud Data Center จะถูกลงทุนและสร้างเสร็จในประเทศไทย คือการที่รัฐบาลต้องสั่งให้ทุกกระทรวงและทุกหน่วยงานของรัฐสำรวจข้อมูลในระบบสารสนเทศของตนเอง เพื่อจำแนกชั้นความปลอดภัยข้อมูลว่าส่วนใดที่นำขึ้นคลาวด์ได้ และส่วนใดที่นำขึ้นคลาวด์ไม่ได้ ซึ่งจากประสบการณ์ของรัฐบาลในต่างประเทศที่ย้ายขึ้นคลาวด์ไปหมดแล้ว ประมาณ 80-90% ของข้อมูลภาครัฐสามารถนำขึ้นคลาวด์ได้ทั้งหมด

 

ณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ภาพต่อมาคือความคืบหน้าที่กระทรวง DE รื้อโปรเจกต์ Super App ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเห็นว่าจำเป็นต้องทำและต้องเริ่มสั่งการทันที อาศัยมติ ครม. เพื่อให้มีผลผูกพันทุกกระทรวง โดยให้มีคำสั่งห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐเสนอตั้งงบประมาณเพื่อพัฒนาแอปหรือเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ เว้นแต่หากมีความจำเป็นจริงๆ ก็ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นั่งเป็นกรรมการเสียก่อน 

 

ส่วนบริการก่อนหน้านี้ที่ได้พัฒนาเสร็จไปแล้วก็ควรมีมติ ครม. กำกับ เพื่อสั่งให้ทุกกระทรวงบูรณาการและเชื่อม API เข้ามาที่แอป ‘ทางรัฐ’ หรือเว็บไซต์ Citizen Portal Platform ให้เสร็จภายใน 4 ปี พร้อมกันนี้ รัฐบาลควรแก้ไขระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง บังคับให้ทุกหน่วยงานภาครัฐที่กำลังสั่งจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาใหม่ ต้องมีการระบุเงื่อนไขและมาตรฐานขั้นต่ำไว้ใน TOR ทุกโครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพซอฟต์แวร์ของรัฐให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ที่ประชาชนและภาคเอกชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดได้ 

 

และภาพสุดท้าย คือการป้องกันการถูกแฮ็กของเว็บไซต์ภาครัฐ เนื่องจากที่ผ่านมาแอดมินเพจภาครัฐในหลายๆ เพจ ตั้งค่าความปลอดภัยต่ำกว่ามาตรฐาน เช่น ใช้ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดร่วมกันหลายคน และแถม 1 ยูสเซอร์เนมยังใช้ดูแลหลายๆ เพจ ทำให้เมื่อแฮกเกอร์ขโมยยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดไปได้ 1 บัญชีแล้ว เขาสามารถแฮ็กทีเดียวไปได้หลายๆ เพจ หากรัฐบาลกำหนดนโยบายมาบังคับใช้ทุกเพจภาครัฐ จะต้องใช้การยืนยันตัวตนแบบ 2FA หรือ Two-factor Authentication อาทิ การส่งรหัส OTP มาที่เบอร์มือถือเพื่อยืนยันการล็อกอินซ้ำอีกครั้งก่อนเข้าสู่ระบบ ทางแพลตฟอร์มก็พร้อมให้การสนับสนุนและสามารถดำเนินการได้ในทันที

The post ณัฐพงษ์ ก้าวไกล แนะทบทวนศูนย์ Fake News – สร้าง Super App ภาครัฐ – ดัน Digital ID ใช้แทนบัตรประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สปสช. พร้อมขับเคลื่อนแผนนำร่องบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่ ภายใน 100 วัน เชื่อ สธ. จะเป็นแม่งานบูรณาการข้อมูลได้ https://thestandard.co/nhso-ready-to-push-national-recover-with-id-card/ Sat, 09 Sep 2023 03:49:33 +0000 https://thestandard.co/?p=839451 จเด็จ ธรรมธัชอารี

วานนี้ (8 กันยายน) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักง […]

The post สปสช. พร้อมขับเคลื่อนแผนนำร่องบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่ ภายใน 100 วัน เชื่อ สธ. จะเป็นแม่งานบูรณาการข้อมูลได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จเด็จ ธรรมธัชอารี

วานนี้ (8 กันยายน) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรองรับนโยบาย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เกี่ยวกับการยกระดับบัตรทอง 30 บาท ว่าขณะนี้ สปสช. เตรียมพร้อมหลายรูปแบบ ในส่วนบัตรประชาชนใบเดียวรับบริการที่ไหนก็ได้ สปสช. ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขับเคลื่อนระบบ

 

เมื่อถามถึงนโยบายยกระดับบัตรทองภาพรวมมุ่งเน้นเรื่องใดหรือกลุ่มไหนเป็นพิเศษ นพ.จเด็จ กล่าวว่า ประเด็นจะมีตั้งแต่ 1. สร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค เช่น การตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดี ฉีดวัคซีน 2. การรักษาพยาบาล อย่างการสร้าง 50 โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร (กทม.) รับยาที่ร้านยา การนัดหมอ การใช้บัตรประชาชนใบเดียว 3. การฟื้นฟูสุขภาพ จะมีการดูแลประเด็นสุขภาพจิต และ 4. การดูแลระยะท้าย หรือชีวาภิบาล จะมองตั้งแต่ระบบการดูแลระยะยาว (Long Term Care) ติดบ้านติดเตียง อาจใช้หน่วยอื่นเข้ามาทำ แต่จะยกระดับทั้งหมดครบวงจร

 

เมื่อถามว่างบประมาณต้องปรับเพิ่มหรือไม่ นพ.จเด็จ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราพิจารณานโยบายของทุกพรรคเกี่ยวกับสุขภาพ รวม 37 นโยบาย คิดเป็นงบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันรัฐบาลเป็นพรรคเพื่อไทย จากการพิจารณานโยบายก็ไม่น่าถึง 37 นโยบายแล้ว ก็น่าจะใช้งบประมาณไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังแถลงนโยบายหากมีการปรับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับหลักประกันสุขภาพฯ ใหม่ จะต้องเสนอบอร์ด สปสช. ใหม่อีกครั้ง

 

นพ.จเด็จ กล่าวว่า บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ เรียกว่าเป็น Digital Transformation ถึงวันนี้ยังไม่สามารถทำได้ 100% ซึ่งบางเขตสามารถทำได้ แต่เมื่อเป็นนโยบายสำคัญจะต้องทำให้ได้ทั้งประเทศ เชื่อว่า สธ. จะเป็นแม่งานใหญ่ เป็นเจ้าภาพบูรณาการข้อมูลเข้ามา ส่วน สปสช. ก็ต้องมีเจ้าภาพในการบูรณาการข้อมูลเบิกจ่ายทุกสังกัด ทั้งเอกชน โรงเรียนแพทย์ เป็นต้น

 

เมื่อถามว่า สปสช. พร้อมยกระดับตรงนี้ได้เมื่อไร นพ.จเด็จ กล่าวว่า จากการหารือ นพ.ชลน่าน อยากให้ทำเร็วที่สุด อย่าง 100 วัน 3 เดือนต้องเกิดอะไรขึ้น ซึ่ง สปสช. เราพร้อมอยู่แล้ว เพราะระบบเรามี เพียงแต่เราต้องดึงระบบจากโรงพยาบาลมาเพื่อทำเรื่องเบิกจ่าย หากโรงพยาบาลพร้อมเราก็พร้อม แต่มองว่าเริ่มแรกอาจไม่ได้ทำทั่วประเทศทันที แต่อาจนำร่องและเริ่มจากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

The post สปสช. พร้อมขับเคลื่อนแผนนำร่องบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่ ภายใน 100 วัน เชื่อ สธ. จะเป็นแม่งานบูรณาการข้อมูลได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครั้งแรกของไทย! ทำบัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง นำร่องพื้นที่บางขุนเทียน-พระราม 2 หวังใช้เป็นฐานข้อมูล-ลดปัญหาหมาแมวจรจัด https://thestandard.co/thailand-first-pet-id-card/ Sat, 26 Aug 2023 09:46:57 +0000 https://thestandard.co/?p=834086 บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง

วันนี้ (26 สิงหาคม) ที่พระราม 2 ฮอลล์ เซ็นทรัล พระราม 2 […]

The post ครั้งแรกของไทย! ทำบัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง นำร่องพื้นที่บางขุนเทียน-พระราม 2 หวังใช้เป็นฐานข้อมูล-ลดปัญหาหมาแมวจรจัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง

วันนี้ (26 สิงหาคม) ที่พระราม 2 ฮอลล์ เซ็นทรัล พระราม 2 จัดกิจกรรมที่เซ็นทรัล พระราม 2 ร่วมกับพันธมิตรอย่างมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม (Save Elephant Foundation), กรุงเทพมหานคร, BizPotential, CATCARGO และ พรรคก้าวไกล นำโดย นิติพล ผิวเหมาะ สส. บัญชีรายชื่อ และ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. กทม. จัดกิจกรรมเพื่อคนรักสัตว์ ทำบัตรประชาชนสุนัขและแมวครั้งแรกจำนวน 500 ตัว ให้กับประชาชนฟรี โดยมีการตรวจสุขภาพ ฝังไมโครชิป ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า รวมถึงบริการให้คำปรึกษาจากสัตวแพทย์ชำนาญการด้วย

 

โดยมีจุดประสงค์เนื่องจากประเทศไทยพบปัญหาหมาจร-แมวจรติดอันดับต้นๆ ของโลก การทำบัตรประชาชนพร้อมฝังไมโครชิปหมา-แมว สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบและช่วยบันทึกจำนวนประชากรของน้องๆ ง่ายต่อการจัดระเบียบ บริหารจัดการ และคุ้มครองสวัสดิภาพของสัตว์ นอกจากนี้ กรณีสัตว์เลี้ยงสูญหายสามารถตรวจสอบฐานข้อมูลในระบบ ทำให้ทราบข้อมูลส่วนตัวของสัตว์เลี้ยงพร้อมเบอร์ติดต่อของเจ้าของสัตว์เลี้ยงตัวนั้นๆ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาหมาจร-แมวจรได้

 

ด้านนิติพลกล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีนโยบายหาเสียงกว่า 300 นโยบาย 1 ในนั้นคือการทำบัตรประชาชนหมา-แมว คนเรายังมีสิทธิรักษา 30 บาทรักษาทุกโรคได้ ทำไมน้องหมา-แมวเราไม่มีสิทธิแบบนี้ เหตุผลเพราะที่ผ่านมาไม่รู้ข้อมูลจริงๆ ว่าน้องหมามีเท่าไร น้องแมวมีเท่าไร พรรคก้าวไกลเราเห็นตรงนี้ ถ้าเราเริ่มเก็บข้อมูลน้องหมา-น้องแมว จากนี้ไปเราจะสามารถประเมินได้ว่า ค่าใช้จ่ายน้องหมา-น้องแมวต้องมีเท่าไร จึงเป็นจุดที่พรรคก้าวไกลผลักดันให้เกิดขึ้นได้ โดยครั้งนี้มีผู้สนับสนุนหลักเป็นมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ หากโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมามีข้อผิดพลาดเราต้องขออภัยด้วย

 

ขณะที่ณัฐชากล่าวว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมดีๆ ที่หมุนเวียนมาในพื้นที่ ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับ สส. นิติพลว่า ได้ประสานงานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม เชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพจัดงานให้น้องหมา-น้องแมวมีบัตรประชาชน ถือเป็นโครงการช้างช่วยหมา-แมว 

 

บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง บัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง

The post ครั้งแรกของไทย! ทำบัตรประชาชนสัตว์เลี้ยง นำร่องพื้นที่บางขุนเทียน-พระราม 2 หวังใช้เป็นฐานข้อมูล-ลดปัญหาหมาแมวจรจัด appeared first on THE STANDARD.

]]>