บัญชีเงินฝาก Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บัญชีเงินฝาก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 08 May 2024 10:05:38 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 คลังเคาะตัดสิทธิผู้มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท ณ วันที่ 31 มี.ค. 67 อดรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท https://thestandard.co/digital-wallet-giveaway-disqualification/ Wed, 08 May 2024 10:05:38 +0000 https://thestandard.co/?p=931209

รมช.คลังเผย เคาะเกณฑ์รายได้-เงินฝากผู้ได้รับเงินดิจิทัล […]

The post คลังเคาะตัดสิทธิผู้มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท ณ วันที่ 31 มี.ค. 67 อดรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

รมช.คลังเผย เคาะเกณฑ์รายได้-เงินฝากผู้ได้รับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทแล้ว โดยผู้มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 จะไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว สำหรับเกณฑ์ผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี จะคำนวณจากฐานภาษีปี 2566

 

วันนี้ (8 พฤษภาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวหลังการประชุมอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตในวันนี้ว่า เคาะเดดไลน์เกณฑ์สำหรับผู้มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาทแล้ว โดยผู้มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (หรือแบงก์รัฐ) รวมเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 จะไม่เข้าเกณฑ์

 

โดยเงินฝากนี้ รวมถึงเงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจำ บัตรเงินฝาก ใบรับเงินฝาก ผลิตภัณฑ์เงินฝากชื่ออื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

 

สำหรับเกณฑ์ผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี ที่เข้าข่าย รมช.คลังยืนยันแล้วว่า จะคำนวณจากฐานภาษีปี 2566 ซึ่งหมายถึงวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2566

 

ขณะที่เกณฑ์ผู้ได้รับสิทธิที่มีอายุเกิน 16 ปี มีการเปลี่ยนแปลงจากในมติ ครม. คือ ‘ณ เดือนที่มีการลงทะเบียน’ เป็นผู้ที่มีอายุ 16 ปี ณ วันที่ 30 กันยายน 2567

 

ส่วนประเด็นเรื่องนิยามร้านค้าขนาดเล็ก และรายการสินค้าที่ไม่เข้าร่วมโครงการฯ (Negative List) เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากมติที่ส่งให้คณะรัฐมนตรี คือร้านค้าขนาดเล็กทั้งหมด ไม่รวมซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เกต ส่วนประเภทสินค้าคือ สินค้าทุกประเภทสามารถใช้จ่ายผ่านโครงการฯ ได้ ยกเว้นสินค้าอบายมุข น้ำมัน บริการ และออนไลน์ และสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์จะกำหนดเพิ่มเติม

 

ซึ่งหากหมายความตามนี้ อาจตีความได้ว่าร้านสะดวกซื้อต่างๆ และสินค้านำเข้า (Import Content) รวมไปถึงโทรศัพท์มือถือนำเข้า ยังเข้าร่วมโครงการ

The post คลังเคาะตัดสิทธิผู้มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท ณ วันที่ 31 มี.ค. 67 อดรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCB ส่ง ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่’ เอาใจสายออม รับดอกเบี้ยสูงแบบอีซี่ 1.50% ต่อปี ฝาก-ถอน-โอน-จ่าย ง่าย ผ่านแอป SCB EASY [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/scb-easy-savings-account/ Mon, 24 Jul 2023 09:00:34 +0000 https://thestandard.co/?p=820252 บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่

เซียนออมเงินรู้ดีว่าวิธีออมเงินให้ได้ผล นอกจากการกำหนดเ […]

The post SCB ส่ง ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่’ เอาใจสายออม รับดอกเบี้ยสูงแบบอีซี่ 1.50% ต่อปี ฝาก-ถอน-โอน-จ่าย ง่าย ผ่านแอป SCB EASY [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่

เซียนออมเงินรู้ดีว่าวิธีออมเงินให้ได้ผล นอกจากการกำหนดเป้าหมายการออมให้ชัดเจน จัดสรรงบและมีวินัยการออมก่อนใช้ คีย์สำคัญคือหาตัวช่วยที่ทำให้เงินออมของคุณงอกเงย  

 

ตัวช่วยที่ดีและปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ และเริ่มต้นได้ง่ายๆ คือ ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์’ อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าเงินต้นไม่หาย ที่สำคัญตอนนี้ธนาคารหลายแห่งขานรับนโยบายภาครัฐ ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ก็ขานรับเต็มกำลัง ส่ง ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่’ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากเงินในรูปแบบทั่วไป รับดอกเบี้ยสูงแบบอีซี่ๆ 1.5% ต่อปี ตั้งแต่บาทแรกถึง 2 ล้านบาท สามารถฝาก ถอน โอน จ่าย ผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY เพื่อช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการออมเงินให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น 

 

 
3 จุดเด่น ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่’

 

1. ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากรูปแบบทั่วไป 

ยอดเงินฝากตั้งแต่บาทแรกถึง 2 ล้านบาท ได้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.50% ต่อปี ส่วนที่ฝากเกิน 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท จะได้ดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี และส่วนที่ฝากเกิน 3 ล้านบาท จะได้ดอกเบี้ย 0.55% ต่อปี

 

2. ไม่ต้องพกสมุดให้ยุ่งยาก 

ด้วยบัญชีออมทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากที่ให้คุณทำธุรกรรมได้สะดวก คล่องตัว และปลอดภัยมากขึ้น โดยสามารถเปิด ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่’ ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านแอป SCB EASY หรือที่สาขาธนาคารไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ 

 

3. ฝาก-ถอน-โอน-จ่ายออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY ได้ทุกวัน

เปิดบัญชีขั้นต่ำ 500 บาท และสามารถทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นฝาก ถอน โอน จ่าย สะดวกผ่าน SCB EASY APP หรือตู้อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยเช่นกัน 

 

 

นอกจากข้อดีข้างต้นที่บอกไป บัญชีออมทรัพย์ยังถือเป็นเครื่องมือการออมเงินที่เหมาะกับคนที่ต้องการออมเงินระยะสั้น ต้องการสภาพคล่องในกรณีที่ต้องถอนเงินฉุกเฉิน ยิ่งถ้าเลือกออมเงินกับ ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่’ ด้วยแล้วละก็ ยิ้มรับดอกเบี้ยสูงแบบอีซี่ๆ ไปได้เลย  

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 0 2777 7777 และสาขาธนาคารไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.scb.co.th/th/personal-banking/deposits/savings-account/easy-saving-account.html 

The post SCB ส่ง ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อีซี่’ เอาใจสายออม รับดอกเบี้ยสูงแบบอีซี่ 1.50% ต่อปี ฝาก-ถอน-โอน-จ่าย ง่าย ผ่านแอป SCB EASY [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก ‘เครื่องมือต่อยอดความมั่งคั่งไม่มีที่สิ้นสุด’ ฉบับ ‘Millionaire’ จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรวย ‘รวยยิ่งขึ้น’ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/wealth-expansion-tool/ Mon, 10 Jul 2023 05:00:45 +0000 https://thestandard.co/?p=814018 เครื่องมือต่อยอดความมั่งคั่ง

ไม่ใช่มหาเศรษฐีระดับโลกทุกคนจะเกิดมาพร้อมความมั่งคั่ง เ […]

The post รู้จัก ‘เครื่องมือต่อยอดความมั่งคั่งไม่มีที่สิ้นสุด’ ฉบับ ‘Millionaire’ จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรวย ‘รวยยิ่งขึ้น’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครื่องมือต่อยอดความมั่งคั่ง

ไม่ใช่มหาเศรษฐีระดับโลกทุกคนจะเกิดมาพร้อมความมั่งคั่ง เพราะจุดเริ่มต้นและเส้นเรื่องในชีวิตของทุกคนล้วนแตกต่าง บ้างเกิดมาพร้อมต้นทุนที่ดี แต่ก็มีไม่น้อยที่ยังไม่ทันเริ่มต้นชีวิตก็ติดลบ และในเมื่อ ‘ความมั่งคั่ง’ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สิ่งที่ทำให้พวกเขาเดินขึ้นมาบนจุดสูงสุดเหมือนกันก็คือ ทัศนคติและแนวคิดในการใช้ชีวิตซึ่งส่งผลอย่างมากต่อความสำเร็จทางการเงิน สอดคล้องกับงานวิจัยจาก Brigham Young University ในหัวข้อ ‘Exploring the Relationship Between Wealth and Happiness in an International Context’ พบว่า คนรวยมักจะมีมุมมองเชิงบวกและมองโลกในแง่ดี  

 

 

สตีฟ ซีโบลด์ (Steve Siebold) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและสร้างตัวจากคนเป็นหนี้จนกลายเป็นเศรษฐี เขาใช้เวลากว่า 30 ปี สัมภาษณ์มหาเศรษฐีกว่า 1,200 คนทั่วโลก เพื่อกลั่นกรองเคล็ดลับความมั่งคั่งที่พบลงในหนังสือ ‘How Rich People Think’ หนึ่งในเคล็ดลับที่เพิ่มน้ำหนักให้กับแนวคิดข้างต้นคือ ความมั่งคั่งไม่ได้เกิดจากกลไกของเงิน แต่อยู่ที่ระดับความคิดที่สร้างมันขึ้นมา

 

ยกตัวอย่าง ลีกาชิง (Li Ka-Shing) อภิมหาเศรษฐีนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกง เขามีแนวคิดในการบริหารเงินที่เรียบง่าย โดยแบ่งเงินออกเป็น  5 ส่วน ได้แก่ 30% แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 20% สำหรับสร้างเพื่อนใหม่ 15% การเรียน การศึกษา เขาบอกว่ายิ่งมีเงินไม่มากยิ่งต้องเรียนให้มากขึ้นเพื่อเอาความรู้ไปต่อยอด อีก 10% แบ่งไว้สำหรับท่องเที่ยวเพื่อเปิดโลกกว้าง และ 25% สุดท้ายจงเก็บออมและลงทุน  

 

บิลล์ เกตส์ (Bill Gates) เจ้าพ่อบริษัท Microsoft มหาเศรษฐีระดับโลก เชื่อว่าโอกาสมีอยู่ทุกที แม้จะเป็นแค่การทอดเบอร์เกอร์ “ทิ้งความเย่อหยิ่งไปให้หมด และควรออกไปหาโอกาสต่างๆ เพราะแม้แต่คนที่รวยที่สุดในโลกเขาก็ยังเคยเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์มาก่อน” บิลกล่าว 

 

วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) พ่อมดการเงิน หนึ่งในนักลงทุนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เชื่อว่า ‘การมีรายได้ทางเดียวจะทำให้เราต้องแบกรับความเสี่ยงสูงขึ้น หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทางที่ดีควรลงทุนเพื่อสร้างช่องทางรายได้เสริมเอาไว้เสมอ’ แต่อย่าลืมกฎการลงทุน ข้อที่ 1 ห้ามขาดทุน ข้อที่ 2 ห้ามลืมกฎข้อที่ 1 

 

นอกจากแนวคิดและมุมมองเชิงบวกที่ช่วยให้คนเหล่านี้ต่อยอดความมั่งคั่ง พวกเขายังมี ‘เครื่องมือที่ดี’ มาช่วยให้การพิชิตเป้าหมายเป็นเรื่องง่าย และหนึ่งในเครื่องมือที่เรียบง่าย ไม่ว่าใครก็เข้าถึงได้นั่นก็คือ ‘บัญชีเงินฝากประจำ’



เหตุผลที่การฝากประจำเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินอันดับต้นๆ ที่นักลงทุนนึกถึง เพราะเป็นการลงทุนที่ไม่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงต่ำ ถือเป็นการฝึกวินัยการออมที่ดี ขณะเดียวกัน หลังการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาอยู่ที่ 0.75% ครั้งแรกในรอบ 4 ปีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) และธนาคารพาณิชย์ต่างพากันขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ยิ่งทำให้บัญชีเงินฝากประจำเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ  

 

เครื่องมือต่อยอดความมั่งคั่ง

 

ทีทีบี ก็เป็นหนึ่งในธนาคารที่ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ตอกย้ำการเป็นธนาคารที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการออมเงิน พร้อมตัวเลือกมากมายให้คุณเลือกได้ตามความไลฟ์สไตล์การออม ผ่าน 3 บัญชีเงินฝากประจำดอกเบี้ยสูงที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษช่วยต่อยอดให้เกิดความมั่งคั่งสูงสุด ได้แก่ 

 

บัญชี ทีทีบี ดอกเบี้ยด่วน

บัญชีฝากประจำตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการดอกเบี้ยสูงและรวดเร็ว เพราะจ่ายดอกเบี้ยทั้งก้อนให้ไปใช้ก่อนใน 7 วันนับจากฝากเงินครั้งแรก สามารถเลือกฝากได้ 2 แบบ คือฝากประจำ 3 เดือน: อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.20% ต่อปี และฝากประจำ 12 เดือน: ดอกเบี้ยสูง 1.30% ต่อปี โดยกำหนดเงินฝากเริ่มต้นที่ 10,000 บาท และฝากเพิ่มครั้งละ 10,000 บาทจนครบระยะเวลาฝาก ยอดเงินฝากรวมกันไม่เกิน 200 ล้านบาท


บัญชี ทีทีบี เงินฝากประจำ อัพ แอนด์ อัพ

บัญชีฝากประจำระยะยาว 24 เดือน เครื่องมือพักเงินสำหรับนักลงทุนที่มองหาแหล่งพักเงินระยะยาว ไร้ความเสี่ยงแถมได้ดอกเบี้ยสูง การันตีอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 3% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ที่สำคัญ ยิ่งฝากนานดอกเบี้ยยิ่งสูง เพราะปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดทุก 6 เดือน สูงสุดถึง 3% ต่อปี หรือเฉลี่ย 24 เดือน ที่ 1.675% ต่อปี ที่น่าสนใจคือมีความยืดหยุ่นสูง ถอนเมื่อไรก็ได้ ไม่โดนลดดอกเบี้ย และได้ดอกเบี้ยตามช่วงที่ถอน โดยเงินฝากเริ่มต้นกำหนดไว้ที่ 5,000 บาท และฝากครั้งต่อไปไม่น้อยกว่า 5,000 บาท ยอดเงินฝากรวมกันไม่เกิน 200 ล้านบาท 

 

บัญชี ทีทีบี เอ็กซ์คลูซีฟ

อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าจะตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคนรวยที่มองหาแหล่งหมุนเงินระยะสั้นได้ดอกเบี้ยสูง แถมยังได้ผลตอบแทนในรูปแบบของรางวัลสุดพิเศษ กับบัญชีฝากประจำ ทีทีบี เอ็กซ์คลูซีฟ ระยะเวลาฝากเพียง 9 เดือน แต่ให้ดอกเบี้ยสูง 1.20% ต่อปี (รับดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนด) ที่มาพร้อมของขวัญสุดพิเศษจากแคมเปญ ‘The Ultimate Gift’ มูลค่าสูงสุด 37,900 บาท เช่น สมาร์ทวอทช์ Xiaomi, เครื่อง Nespresso VERTUO, Apple Watch Series 8

 

โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • ฝากเงินในบัญชีฝากประจำ ทีทีบี เอ็กซ์คลูซีฟ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2566   
  • รับของขวัญตามระดับของยอดเงินฝาก (1 ชิ้นต่อท่าน) 

 

 

พิเศษยิ่งขึ้น รับสิทธิ์สมัครบัตรเครดิต ttb reserve ยอดเงินฝากรวมตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับลูกค้า wealth ต่อยอดความมั่งคั่งได้ไม่มีที่สิ้นสุด รับฟรีคะแนนสะสมประจำปีสูงสุด 180,000 คะแนน เมื่อมียอดรวมทุกผลิตภัณฑ์ตามที่ธนาคารกำหนด แต่ถ้าเป็นลูกค้า ttb reserve อยู่แล้ว จะได้รับคะแนนสะสมพิเศษฟรี อ่านรายละเอียดเอกสิทธิ์ ttb reserve เพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbbank.com/tdreservestw

 

ผู้ที่สนใจบัญชีฝากประจำ ทีทีบี เอ็กซ์คลูซีฟ สามารถเปิดบัญชีขั้นต่ำ 500,000 บาท ฝากครั้งต่อไป 500,000 บาท รวมสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท สมัครได้ที่ ttb ทุกสาขา อ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์ บัญชีฝากประจำ ทีทีบี เอ็กซ์คลูซีฟ ได้ที่ https://www.ttbbank.com/tdstw   

 

 

 
แม้ว่าบัญชีเงินฝากประจำทั้ง 3 รูปแบบจะตอบโจทย์ความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกผลิตภัณฑ์ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยต่อยอดความมั่งคั่งแบบไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูง ไร้ความเสี่ยง เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ล็อกไม่ให้สามารถโอนเงินออกผ่าน Mobile Application ได้ ถ้าต้องการถอนเงินก่อนกำหนดสามารถถอนได้ที่ ttb ทุกสาขา



อ้างอิง:

The post รู้จัก ‘เครื่องมือต่อยอดความมั่งคั่งไม่มีที่สิ้นสุด’ ฉบับ ‘Millionaire’ จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรวย ‘รวยยิ่งขึ้น’ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความท้าทายใหม่ของ Apple! เมื่อ Goldman Sachs อาจถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วนในการให้บริการเงินฝากที่เสนอดอกเบี้ยสูง 4.15% ต่อปี https://thestandard.co/goldman-to-retreat-apple-savings/ Sat, 01 Jul 2023 06:47:26 +0000 https://thestandard.co/?p=810310

Apple เผชิญความท้าทายอีกครั้ง เมื่อ Goldman Sachs ซึ่งเ […]

The post ความท้าทายใหม่ของ Apple! เมื่อ Goldman Sachs อาจถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วนในการให้บริการเงินฝากที่เสนอดอกเบี้ยสูง 4.15% ต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

Apple เผชิญความท้าทายอีกครั้ง เมื่อ Goldman Sachs ซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่กำลังพิจารณาถอนตัวจากการเป็นหุ้นส่วนในการให้บริการด้านเงินฝาก ซึ่งเคยเสนออัตราดอกเบี้ยสูงถึง 4.15% ต่อปี ขณะที่ราคาหุ้น Apple กำลังเข้าสู่เทรนด์ขาขึ้นต่อเนื่อง ดันมาร์เก็ตแคปสูงกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 100 ล้านล้านบาทเมื่อสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า Goldman Sachs ซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ กำลังเจรจาเพื่อถอนตัวจากการความร่วมมือในธุรกิจให้บริการบัตรเครดิต Apple และบริการเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง และจะถ่ายโอนความร่วมมือไปยัง American Express แทน

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

อย่างไรก็ตาม ทั้ง Goldman Sachs, Apple และ American Express ต่างปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

 

รายงานข่าวระบุว่า การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการถอนตัวของ Goldman Sachs ออกจากธุรกิจธนาคารเพื่อผู้บริโภครายย่อยที่ล้มเหลวอย่างมาก จนทำให้ เดวิด โซโลมอน ซีอีโอของ Goldman Sachs รู้สึกร้อนใจ 

 

ทั้งนี้ The Wall Street Journal เป็นสื่อแรกที่รายงานเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางหนังสือพิมพ์ระบุว่าไม่มีการรับประกันข้อตกลงและไม่มีการปิดข้อตกลงใดๆ 

 

หากกระแสข่าวนี้เป็นจริง เรียกได้ว่าเป็นความพลิกผันที่กะทันหันของทั้ง Apple และ Goldman Sachs เนื่องจากเมื่อเดือนตุลาคม 2022 ทั้งสองบริษัทเพิ่งจะต่ออายุการเป็นหุ้นส่วนกันไปจนถึงปี 2029 และเมื่อในเดือนเมษายน 2022 ทาง เดนิส โคลแมน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Goldman Sachs ได้กล่าวถึงความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่า 

 

“เราได้ประกาศเปิดตัวบัญชีออมทรัพย์สำหรับผู้ใช้ Apple Card เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้กระชับความร่วมมือกับ Apple ผ่านข้อเสนอเพิ่มเติมนี้ และแนะนำแหล่งเงินทุนอื่นสำหรับบริษัท” 

 

รายงานข่าวระบุเพิ่มว่า Goldman Sachs กำลังพิจารณาการถ่ายโอน Card Partnership ของ General Motors หรือ GM เช่นกัน อย่างไรก็ตาม GM ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

 

แม้จะมีกระแสข่าวข้างต้น แต่ดูเหมือนว่าราคาหุ้น Apple จะเข้าสู่เทรนด์ขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง โดยล่าสุดปิดการซื้อขายวานนี้ (30 มิถุนายน) มูลค่าตลาดของ Apple ได้ขยับขึ้นมาเหนือระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก สาเหตุหลักมาจากสัญญาณของอัตราเงินเฟ้อที่ทะยานสูงขึ้น และการเดิมพันว่าผู้ผลิต iPhone จะประสบความสำเร็จในการขยายสู่ตลาดใหม่

 

โดยราคาหุ้น Apple วานนี้พุ่งขึ้นมา 2.3% ปิดการซื้อขายที่ 193.97 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งที่สี่ 4 ติดต่อกันของ Apple ทำให้มีมูลค่ามาร์เก็ตแคปขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.05 ล้านล้านดอลลาร์ 

 

อ้างอิง: 

The post ความท้าทายใหม่ของ Apple! เมื่อ Goldman Sachs อาจถอนตัวออกจากการเป็นหุ้นส่วนในการให้บริการเงินฝากที่เสนอดอกเบี้ยสูง 4.15% ต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: Apple เปิดตัวบัญชีเงินฝาก ให้ผลตอบแทน 4.15% ต่อปี | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-18042023-2/ Tue, 18 Apr 2023 08:00:36 +0000 https://thestandard.co/?p=778165 Apple บัญชีเงินฝาก

Apple บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ […]

The post ชมคลิป: Apple เปิดตัวบัญชีเงินฝาก ให้ผลตอบแทน 4.15% ต่อปี | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple บัญชีเงินฝาก

Apple บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำของสหรัฐฯ ประกาศเปิดตัวบัญชีเงินฝากสำหรับผู้ถือบัตร Apple Card โดยให้ผลตอบแทนสูงถึง 4.15% ต่อปี ทั้งยังอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดบัญชีผ่านวอลเล็ทแอป บนเครื่อง iPhones ของตนเองได้ ติดตามรายละเอียดได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: Apple เปิดตัวบัญชีเงินฝาก ให้ผลตอบแทน 4.15% ต่อปี | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple เปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง ‘ภัยคุกคาม’ ธนาคารดั้งเดิม ด้าน 3 แบงก์ใหญ่ในสหรัฐฯ เห็นเงินฝากไหลออกเฉียด 6 หมื่นล้านดอลลาร์! https://thestandard.co/apple-high-interest-savings-account/ Tue, 18 Apr 2023 05:17:14 +0000 https://thestandard.co/?p=778078 Apple บัญชีเงินฝาก

3 แบงก์ในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Charles Schwab, State Stre […]

The post Apple เปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง ‘ภัยคุกคาม’ ธนาคารดั้งเดิม ด้าน 3 แบงก์ใหญ่ในสหรัฐฯ เห็นเงินฝากไหลออกเฉียด 6 หมื่นล้านดอลลาร์! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple บัญชีเงินฝาก

3 แบงก์ในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Charles Schwab, State Street และ M&T Bank รายงานว่าเห็นการไหลออกของเงินฝากรวมกันเกือบ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากผู้ฝากพยายามโยกย้ายเงินไปในแหล่งที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า สะท้อนว่าบรรดาธนาคารแบบดั้งเดิมกำลังได้รับแรงกดดันมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจาก Apple ประกาศเปิดให้บริการบัญชีเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 4.15%

 

นอกจากนี้การไหลออกของกระแสเงินฝากที่รุนแรงและหนักสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 ในไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งยังมาจากเหตุการณ์ล่มสลายของ Silicon Valley Bank (SVB) และธนาคารอีก 2 แห่งในสหรัฐฯ เมื่อเดือนที่แล้ว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

ดังนั้นการเปิดตัวบัญชีออมทรัพย์ของ Apple และ Goldman Sachs ในวันจันทร์ (17 เมษายน) ในสหรัฐฯ ที่จ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 4.15% ต่อปี มากระดับต้นๆ ในตลาด จึงอาจกลายเป็นภัยคุกคามใหม่สำหรับธนาคารแบบดั้งเดิม

 

ทั้งนี้ผู้ฝากเงินในสหรัฐฯ กำลังดึงเงินสดออกจากบัญชีธนาคารที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ไปหาผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ แทน เช่น กองทุนรวม หรือตั๋วเงินคลัง (Treasury Bills) ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ใช้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Savings Rate) ในบัญชีเงินฝากของธนาคารในสหรัฐฯ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.37% เท่านั้น ตามข้อมูลของรัฐบาล เทียบกับอัตราอ้างอิงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ 4.75-5%

 

ด้าน Charles Schwab เปิดเผยว่าเงินฝากลดลง 11% หรือลดลงถึง 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีนี้ หรือร่วงถึง 30% เมื่อเทียบเป็นรายปี (YoY) สู่ระดับ 3.25 แสนล้านดอลลาร์

 

ขณะที่เงินฝากรวมของ State Street ลดลง 5% ในไตรมาสแรก เหลือ 2.24 แสนล้านดอลลาร์ มากกว่าการประมาณการ โดยธนาคารยังเปิดเผยกับนักวิเคราะห์ว่าอาจมีการไหลออกของเงินฝากที่ไม่มีดอกเบี้ยอีก 4-5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2

 

ส่วน M&T Bank รายงานว่าเงินฝากทั้งหมดของธนาคารลดลง 3% เหลือ 1.59 แสนล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2022

 

ทั้งนี้ ธนาคารภูมิภาคและขนาดกลางหลายสิบแห่งในสหรัฐฯ มีกำหนดจะประกาศผลการดำเนินงานในช่วงสัปดาห์นี้ รวมไปถึงตัวเลขกระแสเงินฝาก ซึ่งจะช่วยฉายภาพความเสียหายที่เกิดจากการล่มสลายของแบงก์หลายแห่งเมื่อเดือนที่แล้วให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

โดยธนาคารใหญ่ในสหรัฐฯ บางแห่ง ได้แก่ JPMorgan Chase, Wells Fargo และ Citigroup ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าได้กวาดเงินฝากจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์จากผู้ให้กู้รายเล็ก หลังจากการล่มสลายของ SVB

 

อ้างอิง:

 

The post Apple เปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง ‘ภัยคุกคาม’ ธนาคารดั้งเดิม ด้าน 3 แบงก์ใหญ่ในสหรัฐฯ เห็นเงินฝากไหลออกเฉียด 6 หมื่นล้านดอลลาร์! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple กำลังกระโดดเข้าสู่ ‘วงการธนาคาร’ เต็มตัว เปิด ‘บัญชีเงินฝาก’ ที่ให้ดอกเบี้ย 4.15% ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือฝากขั้นต่ำ เริ่มก่อนที่อเมริกา https://thestandard.co/apple-card-holders-savings-account/ Tue, 18 Apr 2023 01:44:59 +0000 https://thestandard.co/?p=777975

สำหรับ Apple การเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอาจไม่เพียงพอ […]

The post Apple กำลังกระโดดเข้าสู่ ‘วงการธนาคาร’ เต็มตัว เปิด ‘บัญชีเงินฝาก’ ที่ให้ดอกเบี้ย 4.15% ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือฝากขั้นต่ำ เริ่มก่อนที่อเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำหรับ Apple การเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอาจไม่เพียงพอ เพราะล่าสุดได้กระโดดเข้าสู่ ‘วงการธนาคาร’ เต็มตัว ผ่านการเปิดตัว ‘บัญชีเงินฝากออมทรัพย์’ ที่ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 4.15% ต่อปี

 

แถลงการณ์ของ Apple ย้ำว่า คุณสมบัติสำคัญที่สุดที่ผู้ใช้งานต้องมีในการเปิดบัญชีก็คือการเป็นเจ้าของ Apple Card เท่านั้น ซึ่งบัตรดังกล่าวเป็นบัตรเครดิตของ Apple และออกโดยธนาคาร Goldman Sachs เพื่อใช้กับ Apple Pay บนอุปกรณ์ของ Apple เช่น iPhone, iPad, Apple Watch หรือ Mac

 

บัญชีออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงซึ่งใช้ร่วมกับบัตรเครดิตของ Apple เป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวล่าสุดของบริษัทเทคโนโลยีในการที่จะรุกบริการทางการเงิน ซึ่งรวมถึงตัวเลือกให้ลูกค้าสามารถ ‘ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง’ (Buy Now, Pay Later) ที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

Apple ร่วมมือกับ Goldman Sachs เพื่อเสนอตัวเลือกเหล่านั้นแก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ Apple ในการแปลง iPhone ให้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลที่สามารถช่วยให้ผู้บริโภคเชื่อมโยงกับระบบนิเวศของซอฟต์แวร์ที่อยู่เบื้องหลังอุปกรณ์ของตัวเอง

 

บัญชีออมทรัพย์ไม่จำเป็นต้องมีเงินฝากขั้นต่ำและได้รับการคุ้มครองโดย Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) โดยมียอดเงินคุ้มครองสูงสุด 250,000 ดอลลาร์

 

ขณะเดียวกัน หลังจากที่เปิดบัญชีเงินฝากแล้ว Daily Cash หรือ Cash Back จากการซื้อผลิตภัณฑ์ Apple จะถูกโอนเข้าสู่บัญชีเงินฝากดังกล่าวโดยอัตโนมัติ และเจ้าของบัญชียังสามารถโอนเงินจากบัญชีธนาคารเพิ่มเติมเข้าสู่บัญชีเงินฝากดังกล่าวของ Apple ได้

 

อย่างไรก็ตาม บริการบัญชีเงินฝากดังกล่าวยังจำกัดเฉพาะผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ เท่านั้น

 

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ FDIC บอกว่าอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีของบัญชีออมทรัพย์ในสหรัฐฯ อยู่ที่ 0.35% เท่านั้น ดังนั้นการที่อัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยของ Apple ซึ่งอยู่ที่ 4.15% ต่อปี จึงถือได้ว่าอยู่ในระดับสูง กระนั้นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะบรรดาสหภาพสินเชื่อขนาดใหญ่ ธนาคารออนไลน์ และธนาคารที่มีหน้าร้านจริง ต่างแข่งขันกันนำเสนอบัญชีออมทรัพย์ผลตอบแทนสูงเพื่อดึงดูดลูกค้าอยู่ในเวลานี้

 

ยกตัวอย่างเช่น ธนาคาร CIT Bank เสนอบัญชีออมทรัพย์พร้อมอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีที่ 4.75% เมื่อลูกค้าฝากเงินขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Marcus by Goldman Sachs มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 3.9% โดยไม่มียอดเงินขั้นต่ำหรือค่าธรรมเนียมรายเดือน ขณะที่บัญชีออมทรัพย์ของ Capital One ไม่มียอดเงินขั้นต่ำ และผู้ใช้สามารถรับอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 3.5% และ Vio Bank เสนอบัญชีออมทรัพย์พร้อมอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 4.77% โดยไม่มียอดเงินขั้นต่ำ

 

Yiming Ma ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการเงินแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่ดีเมื่อรวมกับการรับรู้ถึงแบรนด์ที่มีอยู่ของ Apple อาจดึงดูดใจลูกค้าใหม่เป็นพิเศษ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของอุตสาหกรรมการธนาคารหลังจากการล่มสลายของ Silicon Valley Bank

 

“ฉันคิดว่าสิ่งพิเศษในกรณีนี้คือความเป็น Apple คือ Apple” ศาสตราจารย์ Ma กล่าว “ทุกคนรู้ว่า Apple คืออะไร และหลายคนมี Apple Card อยู่แล้ว”

 

Apple ยังทำงานร่วมกับบางรัฐในสหรัฐอเมริกาเพื่อสร้างใบขับขี่เวอร์ชันดิจิทัลที่ถูกกฎหมาย รายได้จากผลิตภัณฑ์เหล่านี้รายงานในหน่วยธุรกิจบริการ ซึ่งรวมถึงยอดขายจากค่าคอมมิชชัน App Store สำหรับซอฟต์แวร์เกมและเพลง และการชำระเงินจาก Alphabet Inc. เพื่อให้ Google เป็นเบราว์เซอร์เริ่มต้นที่ใช้ใน Safari ของ Apple บน iPhone

 

รายรับจากบริการสูงถึง 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นประมาณ 14% จากปีก่อนหน้า

 

อ้างอิง:

The post Apple กำลังกระโดดเข้าสู่ ‘วงการธนาคาร’ เต็มตัว เปิด ‘บัญชีเงินฝาก’ ที่ให้ดอกเบี้ย 4.15% ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือฝากขั้นต่ำ เริ่มก่อนที่อเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
บัญชีเงินฝาก FCD ลงทุนนอกมีไว้อุ่นใจกว่า https://thestandard.co/fcd-deposit-account/ Tue, 04 Apr 2023 11:19:51 +0000 https://thestandard.co/?p=772950 บัญชีเงินฝาก FCD

สถานการณ์ลงทุนในช่วงไตรมาสแรกถือว่ามีความผันผวนสูง และย […]

The post บัญชีเงินฝาก FCD ลงทุนนอกมีไว้อุ่นใจกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
บัญชีเงินฝาก FCD

สถานการณ์ลงทุนในช่วงไตรมาสแรกถือว่ามีความผันผวนสูง และยังมีความไม่แน่นอนที่นักลงทุนยังต้องติดตามอยู่มาก ซึ่งจะมีผลต่อการลงทุนทั้งในตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ อย่างไรก็ดี เมื่อดูสถานการณ์โดยรวมยังมีแนวโน้มที่ดีกว่าปี 2565 

 

เมื่อพิจารณากลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมสำหรับปี 2566 แล้ว การลงทุนในต่างประเทศก็ยังเป็นคำตอบหนึ่งที่ผู้ลงทุนควรพิจารณาไว้ โดยเฉพาะการไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การฝากเงินกับสถาบันการเงินในต่างประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือดีและให้อัตราดอกเบี้ยสูง สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศที่อยู่ในระดับสูง หรือการไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศคุณภาพดี

 

ฉะนั้นหากผู้ลงทุนมีประสบการณ์ลงทุนมาระดับหนึ่งแล้ว มีเม็ดเงินลงทุนสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ลงทุนที่มีความมั่งคั่ง (กลุ่มเวลท์) SCB CIO มองว่า ท่านสามารถขยายโอกาสด้วยการลงทุนในต่างประเทศโดยตรงด้วยการใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้สามารถลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการได้มากขึ้น  

 

ทั้งนี้ ในจังหวะที่ท่านเห็นว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้แลกเงินบาทเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐได้มากขึ้น ก็สามารถใช้จังหวะนั้นทยอยแลกเงินดอลลาร์สหรัฐเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ (FCD) ไว้ได้ เพื่อที่จะรอนำไปลงทุนต่อในต่างประเทศ

 

บัญชีเงินฝาก FCD คือบัญชีเงินฝากที่รับฝากเงินสกุลต่างประเทศและจ่ายดอกเบี้ยเป็นสกุลเงินต่างประเทศเช่นกัน โดยบัญชีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความต้องการดังต่อไปนี้

 

  • ผู้ที่ทำธุรกิจส่งออก-นำเข้า หรือมีรายได้และรายจ่ายเป็นเงินสกุลต่างประเทศ
  • นักลงทุนที่สนใจจะนำเงินสกุลต่างประเทศไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรง
  • นักลงทุนที่ต้องการนำผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศมาพักไว้รอลงทุนต่อด้วยเงินสกุลต่างประเทศ
  • ผู้ที่ยังไม่ต้องการแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศกลับมาเป็นเงินบาท เพราะต้องการรอแลกเปลี่ยนในจังหวะที่เหมาะสม
  • ผู้ที่เตรียมเงินสกุลต่างประเทศไว้ใช้จ่ายในต่างประเทศในอนาคต เช่น ค่าเทอม และการท่องเที่ยว

 

ข้อดีของการเปิดบัญชี FCD สกุลดอลลาร์สหรัฐคือ ท่านจะสามารถพักเงินดอลลาร์สหรัฐที่แลกไว้ในบัญชีนี้ เพื่อรอนำเงินไปลงทุนต่อในต่างประเทศโดยตรง และเมื่อได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนกลับมาในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ก็นำฝากไว้ในบัญชีเงินฝาก FCD เพื่อนำกลับไปลงทุนในต่างประเทศใหม่ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เพราะท่านสามารถรอจังหวะที่เหมาะสม แล้วจึงแลกเปลี่ยนกลับมาเป็นเงินบาท หรือในกรณีที่ต้องการจะนำเงินลงทุนเหล่านี้ไปใช้จ่ายในต่างประเทศอยู่แล้ว ท่านก็ไม่ต้องเสียเวลาแลกเปลี่ยนเงินไปมา

 

ขณะเดียวกันในช่วงเวลานี้ธนาคารกลางหลักๆ ของโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ยังดำเนินนโยบายการเงินตึงตัว โดยอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งแม้ว่าแนวโน้มในอนาคตจะเริ่มคงอัตราดอกเบี้ยหรืออาจปรับลดลง แต่โดยรวมอัตราดอกเบี้ยก็ยังสูงกว่าเมื่อเทียบกับไทย ซึ่งมีผลทำให้สถาบันการเงินต่างประเทศบางแห่งที่มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าไทยเช่นกัน

 

ด้วยเหตุนี้ หากท่านมีเงินดอลลาร์สหรัฐเก็บไว้ในบัญชี FCD สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐกับธนาคารในประเทศอยู่ ก็จะมีโอกาสนำเงินดอลลาร์สหรัฐนี้ไปลงทุนกับเงินฝากธนาคารในต่างประเทศที่มีเครดิตดีและให้อัตราดอกเบี้ยระดับสูงได้ หรือจะนำเงินไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ ตราสารหนี้คุณภาพสูง ไปจนถึงหุ้นต่างประเทศ ก็ได้เช่นกัน

 

สำหรับท่านที่มีความกังวลว่าไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะส่งผลกระทบให้เกิดความผันผวนของอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ (Bond Yield) หรือไม่ ต้องบอกว่า โดยปกติตลาดตราสารหนี้จะตอบสนองต่อทิศทางนโยบายการเงิน ก่อนที่นโยบายจริงจะออกมา 

 

เช่น ก่อนที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป ซึ่งเราคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2566 ก็มีโอกาสที่ Bond Yield จะปรับเพิ่มขึ้นและราคาตราสารหนี้ปรับลดลง แต่ SCB CIO มองว่า Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในระยะต่อไป Bond Yield จึงมีแนวโน้มลดลงหรือทรงตัว 

 

ดังนั้นแนวโน้มราคาตราสารหนี้ในอนาคตก็จะปรับเพิ่มขึ้น จึงควรอาศัยช่วงที่ Bond Yield ปรับเพิ่มขึ้นเข้าไปลงทุน โดยในกรณีที่ผู้ลงทุนถือครองตราสารหนี้จนครบกำหนดไถ่ถอน ไม่ว่าระหว่างอัตราดอกเบี้ยจะปรับเปลี่ยน มีผลกระทบต่อราคาตราสารหนี้อย่างไร สุดท้ายแล้วผลตอบแทนที่ท่านได้รับก็คืออัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ที่ถูกกำหนดไว้แล้วแต่แรก ทำให้ท่านไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาตราสารหนี้ระหว่างทางที่ลงทุน

 

ส่วนทางเลือกลงทุนอื่นๆ นอกเหนือจากการลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้ที่ท่านสามารถใช้เงินดอลลาร์สหรัฐไปลงทุนได้ ได้แก่ Capped Floored Floater ซึ่งเป็นการลงทุนในตราสารอนุพันธ์อ้างอิง อัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ออกโดยธนาคาร รวมทั้ง Fund Link Note ซึ่งเป็นการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ อ้างอิงผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคาร มีการรับประกันเงินต้น และ KIKO (Foreign Equity) เป็นการลงทุนในตราสารอนุพันธ์อ้างอิง ผลตอบแทนของหุ้นต่างประเทศที่ออกโดยธนาคาร แต่ไม่มีการรับประกันเงินต้น เป็นต้น

 

สำหรับกรณีที่ท่านต้องการลงทุนด้วยสกุลเงินบาท แต่มีโอกาสรับผลตอบแทนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เช่นกัน ได้แก่ กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน หรือเปิดช่องให้ผู้จัดการกองทุนพิจารณาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามความเหมาะสม ทำให้ในบางจังหวะอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ จึงมีโอกาสได้ประโยชน์จากค่าเงินในช่วงนั้น และ Dual Currency Investment ซึ่งเป็นการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ อ้างอิงผลตอบแทนของหุ้นต่างประเทศที่ออกโดยธนาคาร ซึ่งไม่มีการรับประกันเงินต้น

 

สุดท้ายนี้ขอย้ำเตือนผู้ลงทุนอีกครั้งว่า ความเสี่ยงและความผันผวนเป็นของคู่กับการลงทุน แต่สิ่งเหล่านี้ปรับลดลงได้เมื่อผู้ลงทุนมีการจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย 

 

และหากท่านลงทุนสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้บนเป้าหมายการลงทุนระยะยาวที่วางไว้แล้ว แม้ระหว่างทางการลงทุนจะมีความผันผวนเกิดขึ้นบ้าง หากไม่หวั่นไหวกับสถานการณ์ ยังลงทุนอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่ท่านจะบรรลุเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวก็ไม่ได้เปลี่ยนไป   

 

คำเตือน:

 

  • ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

 

  • การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

  • กองทุนที่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

 

  • หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงเป็นตราสารที่มีความซับซ้อนมากกว่าหุ้นกู้ทั่วไป เนื่องจากเป็นตราสารที่ประกอบด้วยตราสารหนี้และอนุพันธ์แฝง โดยการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงจะมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงของปัจจัยอ้างอิง และความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกตราสาร เป็นต้น ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนลงทุน

 

  • การลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงไม่ใช่เงินฝาก และธุรกรรมการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากแต่อย่างใด จึงมีความเสี่ยงของการลงทุน ซึ่งผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวน และการขายคืนเป็นไปตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์การลงทุนตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง: 

The post บัญชีเงินฝาก FCD ลงทุนนอกมีไว้อุ่นใจกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ผู้ฝากเงินในจีนนับพันรายถอนเงินจากบัญชีตัวเองไม่ได้ หลัง 6 ธนาคารท้องถิ่นขาดกระแสเงินสด https://thestandard.co/morning-wealth-28062022-2/ Tue, 28 Jun 2022 06:00:29 +0000 https://thestandard.co/?p=647340

สำนักข่าว CNN รายงาน ผู้ฝากเงินนับพันรายที่มีบัญชีเงินฝ […]

The post ชมคลิป: ผู้ฝากเงินในจีนนับพันรายถอนเงินจากบัญชีตัวเองไม่ได้ หลัง 6 ธนาคารท้องถิ่นขาดกระแสเงินสด appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • สำนักข่าว CNN รายงาน ผู้ฝากเงินนับพันรายที่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารขนาดเล็กอย่างน้อย 6 แห่งในมลฑลเหอหนานของจีน กำลังประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงและถอนเงินออกจากบัญชีของตัวเองได้ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากถูกธนาคารสั่งระงับการทำธุรกรรมถอนเงินสด ติดตามรายละเอียดได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ผู้ฝากเงินในจีนนับพันรายถอนเงินจากบัญชีตัวเองไม่ได้ หลัง 6 ธนาคารท้องถิ่นขาดกระแสเงินสด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb เปิดบริการบัญชีเงินฝากหลายสกุล ช่วยธุรกิจนำเข้า-ส่งออกบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้า 800-1,000 บัญชีในปีนี้ https://thestandard.co/ttb-opened-all-currency-deposit-account/ Wed, 09 Feb 2022 06:41:02 +0000 https://thestandard.co/?p=592103 ttb

ศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจตลาดเงินแ […]

The post ttb เปิดบริการบัญชีเงินฝากหลายสกุล ช่วยธุรกิจนำเข้า-ส่งออกบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้า 800-1,000 บัญชีในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ttb

ศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจตลาดเงินและบริการธุรกรรมทางการเงิน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจนำเข้าและส่งออกมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยเป็นอย่างมาก เห็นได้จากตัวเลขสัดส่วนภาคธุรกิจนำเข้าและส่งออกต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ 

 

โดยในปี 2564 ที่ผ่านมาเติบโตได้ถึง 127% ท่ามกลางสถานการณ์โควิด ส่งผลให้ GDP โดยภาพรวมของประเทศไทย จากติดลบ 6% มาเป็นเติบโตได้ 1% ซึ่งถือได้ว่าธุรกิจนำเข้าและส่งออก เป็นธุรกิจที่ช่วยกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจให้กับประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม มองว่าในปีนี้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าส่งออกมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นตลาดอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนมากขึ้นจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อีกทั้งผู้ประกอบการไทยที่มี Natural Hedge ลดลง (การบริหารรายได้และรายจ่ายเป็นเงินสกุลเดียวกัน) รวมถึงการซื้อ-ขายหรือทำธุรกรรมต่าง ๆ ยังคงเน้นใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับสกุลเงินท้องถิ่น ทำให้ผู้ประกอบการแบกรับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 

 

“เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนของสกุลเงินดอลลาร์ ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยเริ่มหันมาซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยสกุลเงินท้องถิ่นมากขึ้น แต่ก็ยังพบความยุ่งยาก เนื่องจากหนึ่งบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) รองรับได้หนึ่งสกุลเงิน ดังนั้นหากผู้ประกอบการทำธุรกิจโดยมีคู่ค้าหลายประเทศบนหลายสกุลเงิน จำเป็นต้องเปิดบัญชี FCD หลายบัญชี” ศรัณย์กล่าว

 

ศรัณย์กล่าวอีกว่า เพื่อตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าว ทีเอ็มบีธนชาต จึงได้พัฒนาดิจิทัลโซลูชันทางการเงิน ttb multi-currency account หรือบัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงินที่ดีที่สุด เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก เพื่อลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการหลายสกุลเงิน โดยบัญชี ttb multi-currency account มีฟีเจอร์การใช้งานที่สำคัญ ได้แก่

 

  1. สามารถรองรับการทำธุรกรรมได้มากถึง 11 สกุลเงินหลัก รวมถึงสกุลเงินหยวน

 

  1. เข้าถึงบริการได้จากทุกอุปกรณ์ ประสบการณ์เดียวกันทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ทุกเวลา

 

  1. สามารถโอนเงินได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงธุรกรรมด้านสินเชื่อ ติดตามอัตราแลกเปลี่ยนได้ตลอดเวลา พร้อมล็อกเรตอัตราแลกเปลี่ยนทันทีที่ต้องการ ค้นหารายการได้ง่ายขึ้น ด้วย Smart Search แค่พิมพ์คีย์เวิร์ด และติดตามสถานะของรายการได้แบบเรียลไทม์

 

  1. มีการสรุปรายงานของทุกบัญชี ทุกสกุลเงินได้ภายในหน้าเดียว (11 สกุลเงิน) พร้อมดาวน์โหลดเอกสารได้ง่ายๆ สะดวก ไม่ยุ่งยาก สามารถสรุปทุกวงเงินสินเชื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครบถ้วนในหน้าจอเดียว รวมทั้งเรียกดูข้อมูลและบัญชีของบริษัทในเครือได้ด้วย Group Company View

 

“บัญชี ttb multi-currency account จะช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าและส่งออกสามารถบริหารจัดการเรื่องสกุลเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในหลายด้าน โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการนี้แล้วประมาณ 400-500 บัญชี และคาดว่าในปี 2565 นี้จะสามารถเพิ่มจำนวนบัญชีได้อีก 400-500 บัญชี” ศรัณย์กล่าว

 

ด้าน นริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) คาดการณ์มูลค่าส่งออกทั้งปี 2565 จะขยายตัวที่ 4.5% หรือคิดเป็นมูลค่า 2.83 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมประเมินอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปียังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ระดับ 2.5% โดยมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทรงตัวอยู่ในระดับ 0.5% เพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในประเด็นเงินเฟ้อและการระบาดของโควิด

 

สำหรับค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา คาดการณ์กรอบเป้าหมายเงินบาทในปี 2565 ที่ระดับ 33-34.5 บาทต่อดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทมีแนวโน้มผันผวนสูงตลอดปีจากกระแสเงินทุนภายในและภายนอกประเทศ

 

“มีโอกาสที่เงินเฟ้อจะขึ้นไปแตะระดับ 4% ในช่วงปลายไตรมาสแรก เมื่อดูจากราคาน้ำมันในปัจจุบันที่ขึ้นไปถึง 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว แต่ภาพรวมทั้งปียังมองว่าน่าจะอยู่ที่ 2.5% ส่วนเงินบาทในปีนี้จะมีความผันผวนไปในทิศทางอ่อนค่า โดยมีโอกาสที่เราอาจได้เห็นเงินบาทอ่อนค่าไปถึงระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์ได้เช่นกัน” นริศกล่าว

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ttb เปิดบริการบัญชีเงินฝากหลายสกุล ช่วยธุรกิจนำเข้า-ส่งออกบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้า 800-1,000 บัญชีในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิชาการไซเบอร์แนะเร่งหาข้อเท็จจริง ปมเงินถูกตัดออกบัญชีประชาชนนับหมื่นราย จี้ดำเนินการจริงจังทั้งผู้ให้บริการและคนแฮ็ก https://thestandard.co/abnormal-debits-from-bank-accounts-2/ Mon, 18 Oct 2021 03:55:19 +0000 https://thestandard.co/?p=549251 ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ

จากกรณีที่มีผู้ใช้บัญชีธนาคารถูกตัดเงินออกจากบัญชีพร้อม […]

The post นักวิชาการไซเบอร์แนะเร่งหาข้อเท็จจริง ปมเงินถูกตัดออกบัญชีประชาชนนับหมื่นราย จี้ดำเนินการจริงจังทั้งผู้ให้บริการและคนแฮ็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ

จากกรณีที่มีผู้ใช้บัญชีธนาคารถูกตัดเงินออกจากบัญชีพร้อมกันหลายรายการและหลายราย และไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากธนาคาร

 

วันนี้ (18 ตุลาคม) ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ นักวิชาการด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า ปัญหาเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นตลอด โดยปัญหาที่เกิดขึ้นแบบนี้อาจเกิดได้ใน 3 ส่วน คือ

 

  1. ระบบแจ้งเตือนของธนาคารมีปัญหา หรือถูกแฮ็กจริงหรือไม่
  2. ตามข่าวบอกมีแอปพลิเคชันดูดเงินอยู่ ส่วนนี้เวลาไปใช้เรามีการลงทะเบียนไว้หรือไม่
  3. ตัวผู้ใช้เองที่กดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือลงทะเบียนใดๆ เอง

 

“กรณีที่เป็นข่าว ผมอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมานั่งตรวจแบบจริงจังว่าเป็นปัญหาจากธนาคาร หรือเกิดจากตัวเว็บไซต์ต่างประเทศ หรือตัวผู้ใช้ เพราะครั้งนี้มีข้อน่าสังเกตคือมีผู้เสียหายเป็นหมื่นราย พอเป็นหมื่นรายระบบมันจะต้องมีการเตือน โดยหลักต้องเป็นอย่างนั้น ดังนั้น เมื่อไม่มีการแจ้งเตือน มันผิดปกติ เพราะเป็นหมื่นราย” ไพบูลย์กล่าว

 

ไพบูลย์กล่าวต่ออีกว่า ตั้งแต่ต้นปีมาเราเจอปัญหาในลักษณะเดียวกันเยอะมาก หน่วยงานที่ดูแลจริงๆ มีกฎหมายที่ดูแลอยู่ 3 หน่วย ธนาคารต้องให้บริการประชาชนค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นระบบคอมพิวเตอร์ต้องปลอดภัย หน่วยงานที่ดูแลคือธนาคารแห่งประเทศไทย อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ซึ่งต้องตรวจสอบจริงจังว่าเกิดจากอะไร

 

ข้อต่อมาคือเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลที่หายไป หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้คือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และดูแลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ซึ่งตั้งแต่ต้นปีคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจรักษาการเฉพาะคราว แต่มีอำนาจตามประกาศ พ.ร.บ.ฉบับนี้บอกว่า กรณีเกิดข้อมูลรั่วไหล ธนาคารหรือผู้ให้บริการต้องไปชี้แจงว่าระบบมีความพร้อมหรือไม่

 

“ผมอยากให้กระทรวงดีอีเอสเรียกธนาคารหรือเวลาเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลมาชี้แจง แล้วให้คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งเป็นมาตรวัดเลยว่า ถ้าเกิดขึ้นอีกแสดงว่าคุณอาจโดนโทษปรับตาม พ.ร.บ.ไซเบอร์ฯ คือ 5 แสนบาท หรือระบบของคุณเป็นอย่างไร เป็นส่วนที่ผมคิดว่าต้องจริงจัง” ไพบูลย์กล่าว

 

และส่วนสุดท้ายคือ ถ้ามีแอปพลิเคชันถูกแฮ็กหรือถูกแคร็ก ก็ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือ พ.ร.บ.คอมฯ ให้เห็น จะได้ตัดปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี

 

ส่วนกรณีที่การตัดเงินประชาชนนับหมื่นรายโดยไม่มีระบบธนาคารแจ้งเตือนนั้น ไพบูลย์กล่าวว่าต้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแลกำกับ โดยเฉพาะดูแลในส่วนของคุ้มครองข้อมูลประชาชน ซึ่งจะต้องให้ธนาคารต่างๆ มาชี้แจงทั้งสาเหตุที่เกิดขึ้นและการเยียวยา

 

“ถ้าระบบยืนยันตัวตนของฝั่งผู้ใช้มีปัญหา ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแน่นอน และแอปพลิเคชันนั้นเป็นแอปพลิเคชันอะไร จะเป็นแอปพลิเคชันธนาคารที่มีปัญหาแล้วข้อมูลรั่วไหล หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่ใช้ซื้อขายที่ถูกเจาะ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่อยู่ดีๆ เงินจะออกไป และจากยอดเป็นไปได้ว่าเป็นการเซ็ตทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าให้ตัดเท่านั้นเท่านี้ ไม่ได้ทำโดยคน ทั้งธนาคาร เว็บ หรือแอปพลิเคชัน และผู้ใช้เองเขาจะต้องดาวน์โหลดโปรแกรมอย่างหนึ่งแล้วไปยืนยันตัวตน” ไพบูลย์กล่าวถึงสมมติฐานของปัญหา

The post นักวิชาการไซเบอร์แนะเร่งหาข้อเท็จจริง ปมเงินถูกตัดออกบัญชีประชาชนนับหมื่นราย จี้ดำเนินการจริงจังทั้งผู้ให้บริการและคนแฮ็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สั่งหน่วยงานเร่งแก้ปัญหา ประชาชนถูกดูดเงินบัญชีธนาคารผิดปกติ-สมาคมธนาคารไทยและแบงก์ชาติยืนยันไม่ได้โดนแฮ็ก https://thestandard.co/abnormal-debits-from-bank-accounts/ Mon, 18 Oct 2021 02:15:40 +0000 https://thestandard.co/?p=549202 ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (18 ตุลาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกร […]

The post นายกฯ สั่งหน่วยงานเร่งแก้ปัญหา ประชาชนถูกดูดเงินบัญชีธนาคารผิดปกติ-สมาคมธนาคารไทยและแบงก์ชาติยืนยันไม่ได้โดนแฮ็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (18 ตุลาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีประชาชนร้องเรียนว่าถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัญชีบัตรเครดิต หรือบัญชีบัตรเดบิต อย่างผิดปกติเป็นจำนวนมาก หรือลักษณะผูกบัญชีไว้กับวิลเลจหรือสโตร์ออนไลน์ โดยจำนวนเงินที่หักไม่สูง แต่มีจำนวนหลายรายการติดๆ กันนั้น ทาง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา

 

ธนกรกล่าวว่า ตนได้ประสานไปยัง ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ซึ่งประธานสมาคมธนาคารไทยแจ้งว่า ทีมงานของสมาคมธนาคารไทยกำลังร่วมประชุมกับทีม Fraud (ทีมตรวจสอบการทุจริตฉ้อโกงเกี่ยวกับระบบธนาคาร) และชมรมผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (Chief Information Officer: CIO) ของธนาคารพาณิชย์ถึงเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ล่าสุดทางสมาคมธนาคารไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า โดยเบื้องต้นพบว่ามิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่เกิดจากการทําธุรกรรมชําระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และไม่ใช่แอปพลิเคชันดูดเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าว

 

ขณะนี้ธนาคารเจ้าของบัตรได้ดําเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดําเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้

 

นอกจากนี้ ลูกค้าที่ตรวจสอบพบความผิดปกติของรายการธุรกรรมด้วยตนเอง สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์หรือสาขาของธนาคารผู้ออกบัตร เพื่อแจ้งตรวจสอบและยืนยันการทําธุรกรรมในทันที โดยธนาคารจะดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเร่งคืนเงินให้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายตามขั้นตอนของธนาคารโดยเร็วต่อไป ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยในการทําธุรกรรมทางการเงิน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยธนาคารพาณิชย์มีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการตรวจสอบการทําธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง เมื่อพบรายการที่ผิดปกติ ธนาคารจะแจ้งลูกค้าเพื่อตรวจสอบและยืนยันรายการธุรกรรม และพร้อมจะดูแลลูกค้าด้วยความรับผิดชอบเสมอ

The post นายกฯ สั่งหน่วยงานเร่งแก้ปัญหา ประชาชนถูกดูดเงินบัญชีธนาคารผิดปกติ-สมาคมธนาคารไทยและแบงก์ชาติยืนยันไม่ได้โดนแฮ็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธปท. จับมือ 3 สมาคมธนาคารพัฒนาบริการรับส่งข้อมูล Bank Statement ทางดิจิทัล คาดเริ่มใช้เดือนมกราคม 2565 https://thestandard.co/bank-of-thailand-develop-bank-statements-digitally/ Thu, 08 Jul 2021 09:28:15 +0000 https://thestandard.co/?p=510138 เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ( […]

The post ธปท. จับมือ 3 สมาคมธนาคารพัฒนาบริการรับส่งข้อมูล Bank Statement ทางดิจิทัล คาดเริ่มใช้เดือนมกราคม 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของไทยที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่สะดวกขึ้นและมีต้นทุนถูกลง โดยเฉพาะช่วงการระบาดของโควิด ส่งผลให้ปริมาณการใช้ธุรกรรมทางการเงินดิจิทัลเติบโตแบบก้าวกระโดด ข้อมูลที่เกิดจากบริการทางการเงินเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่สำคัญของระบบการเงิน แต่ปัจจุบันระบบสถาบันการเงินยังขาดกลไกการเชื่อมโยงข้อมูล และมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างกัน ทำให้ประชาชนยังไม่ได้รับประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้อย่างเต็มที่ การเรียกใช้ข้อมูลของตนเองจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งเพื่อขอใช้บริการกับสถาบันการเงินอีกแห่งหนึ่ง ยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ต้องขอข้อมูลในรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวก สร้างต้นทุนที่ไม่จำเป็น และยังมีส่วนในการจำกัดการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการด้วย

 

ธปท. เล็งเห็นความจำเป็นในการเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของบริการทางการเงินดิจิทัล และได้ผลักดันให้เกิดโครงการความร่วมมือระหว่างธนาคารสมาชิกของสมาคมธนาคารไทย สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสมาคมธนาคารนานาชาติ รวมทั้งสิ้น 29 แห่ง โดยได้ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนามาตรฐานและใช้มาตรฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อส่งเสริมบริการทางการเงิน” เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ผู้ใช้บริการทางการเงินสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลการเงินของตนเองได้สะดวกขึ้น ได้รับบริการในระยะเวลาที่สั้นลงและมีต้นทุนถูกลง 

 

บริการแรกภายใต้กรอบความร่วมมือข้างต้นที่ประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์คือ การรับส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก (Bank Statement) ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลระหว่างสถาบันการเงิน ที่ประชาชนจะสามารถเรียกข้อมูล Bank Statement จากสถาบันการเงินหนึ่ง เพื่อนำไปใช้ขอสินเชื่อกับอีกสถาบันการเงินหนึ่งผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยลดภาระการเดินทางและระยะเวลาในการดำเนินการขอและรับส่งข้อมูลลงอย่างมาก ขณะเดียวกันสถาบันการเงินจะสามารถลดต้นทุนการตรวจสอบและประมวลผลด้านเอกสาร รวมถึงลดความเสี่ยงที่เอกสารอาจถูกปลอมแปลงได้อีกด้วย

 

บริการรับส่งข้อมูล Bank Statement ทางดิจิทัลนี้ จะเริ่มให้บริการภายในเดือนมกราคม 2565 โดยมีสถาบันการเงินพร้อมให้บริการ 10 แห่ง ซึ่งครอบคลุมกว่า 98% ของบัญชีเงินฝากทั้งหมดของประชาชนในระบบธนาคารไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

The post ธปท. จับมือ 3 สมาคมธนาคารพัฒนาบริการรับส่งข้อมูล Bank Statement ทางดิจิทัล คาดเริ่มใช้เดือนมกราคม 2565 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เอชเอสบีซี’ เปิดตัว ‘บัญชีเงินฝากสีเขียวสกุลเงินบาท’ ประเดิม 2 ลูกค้ารายใหญ่ ‘ซีพี ออลล์ และอินโดรามา’ https://thestandard.co/hsbc-green-deposit/ Thu, 01 Apr 2021 08:50:05 +0000 https://thestandard.co/?p=471554 บัญชีเงินฝากสีเขียวสกุลเงินบาท

ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ตอกย้ำความเป็นผู้นำธนาคารเพื่อค […]

The post ‘เอชเอสบีซี’ เปิดตัว ‘บัญชีเงินฝากสีเขียวสกุลเงินบาท’ ประเดิม 2 ลูกค้ารายใหญ่ ‘ซีพี ออลล์ และอินโดรามา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บัญชีเงินฝากสีเขียวสกุลเงินบาท

ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ตอกย้ำความเป็นผู้นำธนาคารเพื่อความยั่งยืน เปิดตัวผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากสีเขียวสกุลเงินบาท หรือ Green Deposit เป็นครั้งแรกของไทย สนับสนุนลูกค้าประเภทองค์กร ร่วมพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการสานต่อพันธกิจของธนาคารในด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 

 

ล่าสุด บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดของไทย ได้ร่วมประเดิมเปิดบัญชีเงินฝากสีเขียวในสกุลเงินบาทเป็นรายแรกๆ 

 

ทั้งนี้ Green Deposit คือผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีจุดมุ่งหมายช่วยให้ลูกค้าสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของธุรกิจ โดยนำเงินสดคงเหลือไปลงทุนในโครงการต่างๆ ที่เป็นมิตรและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว รวมถึงลงทุนในธุรกิจและโครงการที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการลดภาวะโลกร้อน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน เป็นโครงการที่จะช่วยลดปัจจัยความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อาทิ โครงการพลังงานทดแทน การสร้างอาคารสีเขียว โครงการการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน ตลอดจนโครงการอื่นๆ ที่จะช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอีกด้วย

 

เคลวิน แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HSBC กล่าวว่า Green Deposit ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งแห่งความภาคภูมิใจของ HSBC (ประเทศไทย) โดยเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทแรกของตลาด ที่จะถูกนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจและสังคมสีเขียว และยังช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจที่ในระยะยาว 

 

HSBC ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากสีเขียวไปแล้วในประเทศอินเดีย อังกฤษ สิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี โดยหลักการพิจารณาเปิดตัวผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากสีเขียวในประเทศใดๆ นั้น จะพิจารณาจากความต้องการเงินลงทุนของธุรกิจสีเขียวที่ผ่านมาตรฐานของ HSBC ก่อน จากนั้นจึงประสานกับลูกค้าภาคเอกชนที่มีเงินสดในมือค่อนข้างมาก สามารถลงทุนในระยะยาวได้ และต้องเป็นภาคเอกชนที่มีนโยบายส่งเสริมด้าน ESG ที่ยั่งยืน 

 

ส่วนในฝั่งอัตราดอกเบี้ยนั้น สำหรับเจ้าของบัญชีเงินฝาก จะเป็นอัตราดอกเบี้ยระดับที่แข่งขันได้ และใกล้เคียงกับบัญชีเงินฝากปกติ 

 

ก่อนหน้านี้ HSBC (ประเทศไทย) ได้มีการออกผลิตภัณฑ์สีเขียวมาก่อนแล้ว อาทิ เป็นผู้จัดการเงินกู้ร่วม Sustainability Linked Loan ของ TU และเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ Green Bond ของ ธกส. มูลค่า 6 พันล้านบาท เป็นต้น 

 

กฤษฎา แพทย์เจริญ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายพาณิชย์ธนกิจ HSBC (ประเทศไทย) กล่าวว่า การมุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแค่ส่งผลดีต่อโลกเท่านั้น แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจได้อีกด้วย HSBC ในทั่วทุกภูมิภาค มีความโดดเด่นด้านความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุน ที่จะสามารถนำมาซึ่งโลกที่มีความยั่งยืนและยืดหยุ่นที่แท้จริงได้ในระยะยาว

 

โดยอ้างอิงผลสำรวจความคิดเห็นของ HSBC Navigator ซึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นของบริษัท 4,131 แห่งจาก 16 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พบว่า ธุรกิจต่างๆ ในภูมิภาคนี้ได้ให้ความสำคัญกับวาระด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลมากขึ้นเป็นลำดับ 92% ของบริษัทที่ร่วมตอบคำถาม เปิดเผยว่าได้รับแรงกดดันจากบรรดาลูกค้า ให้บริษัทหันมาใส่ใจผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจต่อสภาวะแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น

 

นอกจากออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืนแล้ว HSBC ยังได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำเฟรมเวิร์กที่มีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นตัวกลาง เพื่อให้นิยามธุรกิจสีเขียวที่ชัดเจนร่วมกันกับธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานด้านการให้บริการและสินเชื่อต่างๆ กับธุรกิจสีเขียวอีกด้วย 

 

ในเดือนตุลาคม ปี 2020 HSBC ได้ประกาศเจตนารมณ์และตั้งเป้าหมายช่วยสนับสนุนจัดหาเงินทุน มูลค่า 7.5 แสนล้านดอลลาร์ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในระยะ 10 ปี เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050 

 

The post ‘เอชเอสบีซี’ เปิดตัว ‘บัญชีเงินฝากสีเขียวสกุลเงินบาท’ ประเดิม 2 ลูกค้ารายใหญ่ ‘ซีพี ออลล์ และอินโดรามา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>