บะหมี่เกาหลี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บะหมี่เกาหลี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 28 Sep 2025 07:16:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จากชาเลนจ์กินเผ็ดสู่ความสำเร็จ ‘บุลดัก’ บะหมี่เกาหลีโกยยอดขายทั่วโลกทะลุ 8,000 ล้านซอง ตอกย้ำการเป็น ‘K-Food’ ระดับโลก https://thestandard.co/buldak-8-billion-sales-kfood/ Sun, 28 Sep 2025 07:16:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1123972 buldak-8-billion-sales-kfood

ซัมยัง ฟู้ดส์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชื่อดังจากเกาหล […]

The post จากชาเลนจ์กินเผ็ดสู่ความสำเร็จ ‘บุลดัก’ บะหมี่เกาหลีโกยยอดขายทั่วโลกทะลุ 8,000 ล้านซอง ตอกย้ำการเป็น ‘K-Food’ ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
buldak-8-billion-sales-kfood

ซัมยัง ฟู้ดส์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชื่อดังจากเกาหลีใต้ เผยความสำเร็จของซีรีส์บะหมี่ ‘บุลดัก’ หลังยอดขายทั่วโลกทะลุ 8,000 ล้านซอง ตอกย้ำการเป็นหนึ่งใน K-food ที่มีอิทธิพลระดับโลก

 

สำหรับซีรีส์บะหมี่บุลดักเปิดตัวครั้งแรกในปี 2012 ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์ และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากปรากฏการณ์ ‘ชาเลนจ์กินเผ็ด’ บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยผลักดันให้ความต้องการบะหมี่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

สะท้อนความสำเร็จจากตัวเลขของยอดขาย โดยในปี 2023 บุลดักทำยอดขายแตะ 5,000 ล้านซอง ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ล้านซองในปี 2024 และล่าสุดในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ พุ่งทะลุ 8,000 ล้านซอง ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนประชากรโลกที่มีราว 8,200 ล้านคน

 

ปัจจุบัน บุลดักส่งออกไปแล้วกว่า 100 ประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป แสดงให้เห็นว่าบะหมี่เกาหลีได้กลายเป็นอาหารกระแสหลักในระดับนานาชาติไปแล้ว

 

ซัมยัง ฟู้ดส์ระบุว่า ความสำเร็จของบุลดักไม่ได้มาจากความเผ็ดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากกลยุทธ์ปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่น (localization) ทั้งการปรับสูตรผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจัดจำหน่าย และการตลาดให้ตรงกับรสนิยมและวัฒนธรรมของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานสำหรับการขยายธุรกิจในระยะยาว

 

นอกจากนี้ การสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดียยังเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้แบรนด์กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ทั้งการปรากฏตัวของไอดอล K-pop ที่กินบะหมี่บุลดัก การจัดแฟนมีตติ้งในต่างประเทศ และการเข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีระดับโลก เช่น Coachella ซึ่งช่วยขยายฐานผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง

 

อีกทั้ง ซัมยังได้ต่อยอดไลน์สินค้าจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ซอส ขนมขบเคี้ยว และอาหารพร้อมรับประทาน โดยเฉพาะซอสบุลดักที่ได้รับความนิยมและส่งออกไปแล้วกว่า 50 ประเทศ ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในเมนูร้านอาหารผ่านความร่วมมือกับบริษัทต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซัมยังมีแผนขยายกำลังการผลิตที่โรงงาน Miryang ในจังหวัดคยองซังใต้ ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของบริษัท และช่วยยกระดับยอดขายบุลดักให้เติบโตต่อเนื่องในอนาคต

 

อ้างอิง:

The post จากชาเลนจ์กินเผ็ดสู่ความสำเร็จ ‘บุลดัก’ บะหมี่เกาหลีโกยยอดขายทั่วโลกทะลุ 8,000 ล้านซอง ตอกย้ำการเป็น ‘K-Food’ ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kim Jung Soo จากแม่บ้านสู่เจ้าตลาดบะหมี่เผ็ดพันล้าน https://thestandard.co/kim-jung-soo-spicy-noodles-billion-dollar/ Sun, 22 Dec 2024 06:36:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1022273 kim-jung-soo-spicy-noodles-billion-dollar

Kim Jung Soo ซีอีโอแห่ง Samyang Roundsquare บริษัทเจ้าข […]

The post Kim Jung Soo จากแม่บ้านสู่เจ้าตลาดบะหมี่เผ็ดพันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
kim-jung-soo-spicy-noodles-billion-dollar

Kim Jung Soo ซีอีโอแห่ง Samyang Roundsquare บริษัทเจ้าของบะหมี่เผ็ดเกาหลีแบรนด์ ‘ซัมยัง’ ชื่อดัง เห็นความนิยมในการบริโภคของสินค้าตนเองเพิ่มขึ้นทั่วโลกกว่า 215% ในปีนี้ ส่งผลให้ Kim กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านด้วยมูลค่าสินทรัพย์ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Bloomberg Billionaires Index

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ ‘ซัมยัง’ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยช่องยูทูบที่ชื่อว่า ‘Korean Englishman’ บันทึกวิดีโอปฏิกิริยา (Reaction) การกินบะหมี่เผ็ด Buldak ของชาวอังกฤษที่กลายเป็นกระแสไวรัล

 

หลังจากนั้นไม่นาน สังคมทั่วโลกก็เริ่มทำตามเพื่อที่จะท้าลองความเผ็ดของบะหมี่เกาหลีตัวนี้ โดยศิลปินอย่าง Cardi B เล่าให้ Bloomberg ฟังว่า เธอยอมขับรถออกไป 30 นาทีเพื่อที่จะซื้อ Buldak มาลอง 

 

กลับมาที่เจ้าของบะหมี่เผ็ดเกาหลีอย่าง Kim ความไวรัลถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเธอ ซึ่งเคยเป็นแม่บ้านดูแลลูก แต่แล้วพ่อสามีของเธอก็ขอให้มาช่วยงานในบริษัท Samyang Foods ที่ ณ ขณะนั้นเป็นธุรกิจครอบครัวที่กำลังประสบปัญหาในปี 1998 จนในปัจจุบันเธอสามารถยกระดับตนเองขึ้นมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัทได้ ท่ามกลางบรรทัดฐานสังคมเกาหลีที่ ‘ชายเป็นใหญ่’ มาอย่างยาวนาน

 

“คิมไม่ได้มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจมาก่อน” Park Ju Gun หัวหน้าบริษัทวิจัย Leaders Index ในกรุงโซลกล่าวกับ Bloomberg ว่า “มันเป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่เธอได้รับเลือกให้เข้ามาบริหารบริษัทแทนที่สมาชิกครอบครัวคนอื่นที่เป็นผู้ชาย”

 

ในปี 2011 ตัวของ Kim ได้ไอเดียบะหมี่เผ็ด ‘Buldak’ จากที่เธอเห็นว่าคนเกาหลีชอบกินเมนูผัดไก่เผ็ดในร้านอาหาร แม้ว่าจะเผ็ดร้อนจนเหงื่อท่วมตัวก็ตาม โดย Kim เคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ว่า สินค้าของเธอถูกมองว่าไม่น่าจะประสบความสำเร็จ เพราะมันเผ็ดเกินไป

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะรายได้ของบริษัท Samyang Foods เพิ่มสูงขึ้นกว่า 44.2% เป็นมูลค่า 1.2 ล้านล้านวอน (839 ล้านดอลลาร์) ภายใน 9 เดือนแรกของปี ซึ่ง 75% มาจากการส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อ้างอิงจากข้อมูลเอกสารไฟลิ่ง 

 

อีกทั้งนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ชาวเกาหลี Kim Tae Hyun ยังรายงานเพิ่มว่า ความต้องการบะหมี่เผ็ดมีมากจนบริษัทเติมสินค้าไม่ทันในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของสหรัฐฯ หลายแห่งอย่าง Costco หรือ Walmart 

 

ในวันนี้สหรัฐฯ ถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับบะหมี่เผ็ด Buldak โดยคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดต่างประเทศของบริษัทที่ 20% ของยอดขายทั้งหมด

 

อ้างอิง:

 

The post Kim Jung Soo จากแม่บ้านสู่เจ้าตลาดบะหมี่เผ็ดพันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บะหมี่เกาหลีเบียดแย่งลูกค้าวัยรุ่น ‘ยำยำ’ เปิดเกมรุกปรับโฉมรสชาติใหม่ เจาะตลาดพรีเมียมในราคา 11 บาท พร้อมคว้า ‘โบกี้ไลอ้อน’ ดึงลูกค้า Gen Z https://thestandard.co/yumyum-bowkylion-gen-z/ Thu, 09 Mar 2023 12:57:31 +0000 https://thestandard.co/?p=760687 บะหมี่เกาหลี

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 หมื่นล้านแข่งเดือด หลังบะหมี่อิมพ […]

The post บะหมี่เกาหลีเบียดแย่งลูกค้าวัยรุ่น ‘ยำยำ’ เปิดเกมรุกปรับโฉมรสชาติใหม่ เจาะตลาดพรีเมียมในราคา 11 บาท พร้อมคว้า ‘โบกี้ไลอ้อน’ ดึงลูกค้า Gen Z appeared first on THE STANDARD.

]]>
บะหมี่เกาหลี

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 หมื่นล้านแข่งเดือด หลังบะหมี่อิมพอร์ตจากเกาหลี-จีนมาแรง เบียดแย่งลูกค้าวัยรุ่น ‘ยำยำ’ เปิดเกมรุกตลาดพรีเมียม ออกรสชาติใหม่ ปรับโฉมแพ็กเกจจิ้ง พร้อมทุ่มงบ 70 ล้านบาท ดึง ‘โบกี้ไลอ้อน’ เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ เจาะกลุ่ม Gen Z ด้านยำยำช้างน้อย ปรับขึ้นราคาในรอบ 20 ปี ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเด็ก ตั้งเป้ารายได้ปี 2566 เติบโตมากกว่า 14%

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอิมพอร์ตจากเกาหลีและจีนเข้ามาตีตลาดไทยและได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น จนสามารถเบียดแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศได้มากขึ้น แม้ราคาจะแพงกว่าหลายเท่าตัวก็ตาม แน่นอนว่าทำให้เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรง



ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

จนทำให้ ‘ยำยำ’ ต้องรีบประกาศรุกตลาดครั้งใหญ่ โดยปัจจุบันยำยำมีส่วนแบ่งตลาด 21.4% ในเชิงปริมาณ และเพิ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบเส้นเหลือง ปี 2565 จากการผลักดันของกลุ่มสินค้าพรีเมียมและช้างน้อย เรียกว่ามาร์เก็ตแชร์ใกล้เคียงกับแบรนด์คู่แข่งอย่างไวไวกันเลยทีเดียว 

 

ยูจิ มิซุตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด ฉายภาพว่า ภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปี 2565 มีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เติบโตมากกว่า 14% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเส้นเหลือง คิดเป็นสัดส่วน 94% ของตลาดทั้งหมดและยังเติบโตในเชิงมูลค่าได้ต่อเนื่อง จากผลของการปรับราคาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซองจากเดิมปกติ 6 บาทเป็น 7 บาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา 

 

เช่นเดียวกับกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียม ปัจจุบันสินค้ายำยำพรีเมียมเติบโต 24% และมีส่วนแบ่งตลาด 21.4% ในเชิงปริมาณ ถ้าสังเกตจะเห็นว่าทุกๆ แบรนด์เริ่มหันมาจับกลุ่มพรีเมียมด้วยการเปิดตัวรสชาติใหม่ทั้งแบบซองและแบบถ้วยอย่างหลากหลาย 

 

ประกอบกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะบะหมี่เกาหลีเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ทำให้ตลาดพรีเมียมมีการแข่งขันสูงมาก แต่อีกด้านก็ยังมีโอกาส เพราะเทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปตามยุค New Normal และเริ่มมองหาสินค้าที่ตอบโจทย์ความสะดวก คุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่าย

 

ด้าน ชินานันท์ บุญศิริยะ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกลุ่มธุรกิจในและต่างประเทศ กล่าวต่อว่า จากโอกาสดังกล่าวยำยำจึงเปิดตัวยำยำ สูตรเด็ด โฉมใหม่ ที่มาพร้อมกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์และปรับรสชาติใหม่ ได้แก่ กลิ่นเห็ดทรัฟเฟิลซอสครีมปูแบบแห้ง จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 3-4 รสชาติ จำหน่ายในราคา 11 บาท

 

ทุ่ม 70 ล้านบาท เสริมแกร่งแบรนด์

พร้อมทุ่มงบการตลาด 70 ล้านบาท จัดแคมเปญ ‘Beyond Irresistible’ สื่อสารแบรนด์ผ่านนักร้องที่กำลังฮิตอย่าง โบกี้ไลอ้อน (Bowkylion) ซึ่งรับหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ และเน้นทำการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลและสื่อนอกบ้าน พร้อมกับการจัดกิจกรรมให้ทดลองชิมและส่งเสริมการขายทั่วประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าคาแรกเตอร์ของพรีเซนเตอร์จะช่วยให้ขยายฐานลูกค้า Gen Z ได้มากขึ้น และสามารถสร้างการเติบโตได้มากกว่า 24%  

 

เช่นเดียวกับ ‘ยำยำช้างน้อย’ ที่อยู่ในตลาดมากว่า 60 ปี มีเป้าหมายหลักคือ เด็กอายุ 6-12 ปี ส่วนใหญ่เด็กเลือกกินแบบไม่ใส่น้ำร้อน เราจึงพยายามปรับไลน์สินค้าให้ไปอยู่ในกลุ่มขนม ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 รสชาติ และรสชาติที่ขายดีคือ รสข้าวโพด และบาร์บีคิว ส่วนรสชาติออริจินัลหรือรสดั้งเดิม เตรียมนำกลับมาทำเป็นสินค้าลิมิเต็ดเอดิชันจำหน่ายในบางช่วงเท่านั้น 

 

สำหรับภาพรวมของบริษัท ปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของยำยำยังเป็นกลุ่มสินค้าหลัก ยำยำจัมโบ้ 70% และอีก 30% ที่เหลือเป็นของยำยำช้างน้อยและพรีเมียม สูตรเด็ด โดยผลิตภัณฑ์ที่ขายดีสุด ได้แก่ ยำยำ จัมโบ้ รสหมูสับ, รสต้มยำกุ้ง และ รสต้มยำกุ้งน้ำข้น ส่วนในกลุ่มพรีเมียมคือ ยำยำ สูตรเด็ด สไปซี ล็อบสเตอร์

 

“ต้องยอมรับว่าในช่วงก่อนหน้าที่กรมการค้าภายในจะอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาสินค้า เราแบกรับต้นทุนวัตถุดิบอย่างหนัก จนทำให้ไตรมาส 1-2 ปี 2565 บริษัทมีผลขาดทุน แต่หลังจากภาครัฐอนุญาตให้ปรับขึ้นราคา ทำให้ผลประกอบการพลิกฟื้นกลับมาในไตรมาส 3-4”

 

ขึ้นราคา ‘ช้างน้อย’ ครั้งแรกรอบ 20 ปี

ส่วนสินค้าที่ปรับขึ้นอย่าง ‘ยำยำช้างน้อย’ ก่อนหน้านี้ได้ปรับราคาขึ้นซองละ 30 สตางค์ จากเดิมขายราคาซองละ 3 บาท ขยับเป็นซองละ 3.30 บาท หลังไม่ได้ปรับราคามากกว่า 20 ปี เพื่อรองรับต้นทุนวัตถุดิบแป้งสาลี น้ำมันปาล์ม และพลังงานที่เพิ่มขึ้น

 

ในช่วงแรกยอมรับว่าค่อนข้างกังวลว่าหน้าร้านจะขายลำบาก แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นร้านยี่ปั๊ว ซาปั๊ว จำหน่ายในราคา 4 บาท และแน่นอนว่าหลังจากปรับขึ้นราคา ส่งผลกระทบต่อยอดขายร้านค้าทันที แต่หลังจากนั้น 2-3 เดือน สถานการณ์เริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ 

 

เรียกได้ว่าการทำธุรกิจหลังยุคโควิดไม่ใช่เรื่องง่าย และสิ่งที่ต้องจับตาดูอย่างต่อเนื่องคงเป็นสัญญาณของต้นทุนที่มีความไม่แน่นอน สงครามจะจบเมื่อไร ยังไม่มีใครรู้ ซึ่งอาจมีผลต่อต้นทุนหลัก เราจึงพยายามบาลานซ์วัตถุดิบทั้งพอร์ตโฟลิโอให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ    

 

จ่อเพิ่มไลน์ผลิตรุกส่งออก

นอกจากนี้ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า บริษัทยังเตรียมลงทุนซื้อไลน์ผลิตใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 2 ล้านลังต่อปี ทั้งนี้ก็จะสามารถเพิ่มสัดส่วนการส่งออกในตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะยุโรปที่เป็นตลาดส่งออกหลัก ตามด้วยจีนที่เตรียมบุกหนักในปีนี้ โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ส่งออกอยู่ที่ 30% ส่วนตลาดในประเทศอยู่ที่ 70% 

 

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายรายได้ในปี 2566 ยำยำคาดว่าจะมีการเติบโตมากกว่า14% เมื่อเทียบกับปีก่อน 2565 จากกลยุทธ์การขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียมซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดโดยรวม 

The post บะหมี่เกาหลีเบียดแย่งลูกค้าวัยรุ่น ‘ยำยำ’ เปิดเกมรุกปรับโฉมรสชาติใหม่ เจาะตลาดพรีเมียมในราคา 11 บาท พร้อมคว้า ‘โบกี้ไลอ้อน’ ดึงลูกค้า Gen Z appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวัติศาตร์และการบุกตลาดโลกของรามยอน ด้วยประโยค “ไปกินตับ…เอ๊ย รามยอนกันไหม” ในซีรีส์เกาหลี https://thestandard.co/south-korean-instant-noodle/ Fri, 05 Feb 2021 14:21:40 +0000 https://thestandard.co/?p=451463 รามยอน

‘รามยอน’ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีที่ได้รับความนิยมไปทั […]

The post ประวัติศาตร์และการบุกตลาดโลกของรามยอน ด้วยประโยค “ไปกินตับ…เอ๊ย รามยอนกันไหม” ในซีรีส์เกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
รามยอน

‘รามยอน’ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในปัจจุบัน จนสามารถซื้อหาได้ง่ายในประเทศแม่อย่างเกาหลีนั้น ปริมาณการบริโภครามยอนสูงมาก ว่ากันว่าชาวเกาหลีรับประทานรามยอนกันเป็นของโปรด เฉลี่ยแต่ละคนประมาณ 70-90 ครั้งต่อปีเลยทีเดียว และประชากรชาวเกาหลีทั้งประเทศบริโภครามยอนสูงถึง 3.3 ล้านหน่วยในแต่ละปี

 

อิมชุนเอ นักกีฬาประเภทลู่และลานที่เคยคว้า 3 เหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์ 1986 ถึงกับระบุว่า เธอมักจะกินรามยอนเพียงอย่างเดียวในช่วงฝึกซ้อมเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน แม้ประชาชนชาวโลกจะมองว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างรามยอนเป็นอาหารที่เน้นความสะดวกไม่ดีต่อสุขภาพ แต่มันก็ประทังให้เธอคว้าเหรียญรางวัลมาได้ อย่างไรก็ตาม รามยอนก็เป็นที่นิยมของชาวเกาหลีมาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวัฒนธรรมเกาหลีได้รับความนิยมผ่านอิทธิพลสื่อบันเทิงที่เป็น Soft Power ก็ทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่เสพสื่อวัฒนธรรมบันเทิงเกาหลีโดยเฉพาะซีรีส์ที่ตีตลาดให้ผู้ชมในหลายประเทศหันมานิยมรับประทานอาหารเกาหลีและบริโภครามยอนตามๆ กันไปด้วย เราลองมาสำรวจดูกันดีกว่าว่า การเดินทางและแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากแดนโสมที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลกนั้นจะมีอะไรกันบ้าง ซึ่งเมื่ออ่านแล้วก็น่าจะทำให้เรากินรามยอนได้ออกรสขึ้นอีกไม่น้อย  

 

รามยอน

 

ประวัติศาสตร์น่ารู้: ความเป็นมาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเผ็ดแห่งแดนโสม

ประวัติความเป็นมาของรามยอนเกาหลีนั้นน่าจะเริ่มขึ้นราวปี ค.ศ. 1963 (ถัดจากที่ อันโด โมโมฟุกุ ชาวญี่ปุ่นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัทนิชชินคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมาเป็นครั้งแรกในโลกเมื่อปี 1958 ได้เพียง 5 ปีเท่านั้น) โดยเป็นอาหารราคาถูกในช่วงหลังสงครามเกาหลี ซึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องประสบกับความหิวโหย รัฐบาลเกาหลีพยายามเอาชนะปัญหาการขาดแคลนอาหาร ซึ่งประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากสงครามเกาหลีในทศวรรษ 1960 และเกาหลียังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น เมื่อเกิดวิกฤตการขาดแคลนข้าวในช่วงปี 1963-1977 จึงมีการส่งออกแป้งสาลีจำนวนมากจากสหรัฐอเมริกาไปยังเกาหลี ภายใต้กฎหมายมหาชนของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้โครงการอาหารเพื่อสันติภาพนำไปสู่การดำเนินนโยบายอาหารผสมและแป้ง (Policy of Mixed & Flour Foods) ในทศวรรษที่ 1960 การบริโภครามยอนจึงได้รับการส่งเสริมโดยนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรณรงค์ให้ประชาชนบริโภคผลิตภัณฑ์แป้ง แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของนโยบายรัฐในปี 1970 ต่อความนิยมและการบริโภครามยอนจำนวนมากในเกาหลีใต้

 

‘Samyang Food’ บริษัทผู้ผลิตอาหารที่มีชื่อเสียงของเกาหลี ก่อตั้งเมื่อปี 1961 คือผู้ผลิตรามยอนรายแรกของประเทศ ผลิตบะหมี่สำเร็จรูปน้ำซุปสีแดงรสจัดอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยเครื่องจักรนำเข้าจากญี่ปุ่น หลังจากนั้นอุตสาหกรรมผลิตรามยอนก็เติบโต เมื่อคู่แข่งอย่างบริษัท Nongshim (ชื่อเก่า Lotte Food Industrial Company) เปิดตัวแบรนด์รามยอนต่างๆ ของตัวเองเมื่อราวทศวรรษที่ 1980 เรื่อยมาเป็นเวลา 10 ปี รวมถึงแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Shin Ramyun ที่เปิดขายมาตั้งแต่ปี 1986 และในปัจจุบันมีวางจำหน่ายอยู่ใน 100 กว่าประเทศทั่วโลก ถัดมาก็เกิดการแข่งขันกันในตลาด ทำให้บริษัทต่างๆ ขยันผลิตรามยอนรสชาติใหม่ๆ ที่มีลักษณะเป็นฟิวชันออกมาเพื่อมอบรสชาติแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค ปัจจุบันรามยอนได้ตีตลาดโลกจนมีวางจำหน่ายอยู่ทั่วไปตามซูเปอร์มาเก็ตและร้านสะดวกซื้อทั่วโลก นับเป็นสินค้าส่งออกที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่ง และแสดงให้เห็นถึงดีเอ็นเอของวัฒนธรรมเกาหลีได้เป็นอย่างดี จนมีคำกล่าวที่ว่า 

 

“รามยอนเปรียบเสมือนกิมจิสำหรับชาวเกาหลี 

เพราะมีกลิ่นและรสชาติที่ทำให้รู้สึกเหมือนกับอยู่บ้าน” 

 

รามยอน

 

ในด้านความนิยมนั้นบริษัท Nongshim ถือเป็นบริษัทที่ได้รับการตอบรับขายดิบขายดีที่สุด โดยมี Shin Ramyun เป็นสินค้าหลักยอดนิยมอันดับ 1 ที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดรามยอนทุกปี ไม่เหมือนกับแบรนด์อื่นๆ ที่มักจะมีลำดับขึ้นๆ ลงๆ สลับกันไป ซึ่งสิ่งที่ทำให้รามยอนของ Nongshim ได้รับความนิยมจนติดอยู่ในระดับท็อปเสมอๆ นั้น นอกจากคุณภาพและรสชาติที่ถูกอก ไม่ว่าจะเป็นเส้นที่เหนียวนุ่ม หรือน้ำซุปที่ได้รสชาติเผ็ดแซ่บกำลังดีถูกใจมหาชน ก็น่าจะเป็นเรื่องของการทำการตลาดที่โดนใจเสมอมา 

 

กินรามยอนกับอะไร?

ด้วยความที่เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ทำได้ง่ายแสนง่าย จึงสามารถกินรามยอนเปล่าๆ ก็ได้ หรือจะต้มใส่กับไข่และผัก กิมจิเป็นเครื่องเคียงที่คนเกาหลีนิยมรับประทานในอาหารทุกมื้อ ไม่เว้นแม้แต่รามยอน เพื่อให้อยู่ท้องมากขึ้น บางคนอาจจะกินรามยอนคู่กับ ‘คิมบับ’ ข้าวปั้นห่อสาหร่ายเกาหลี หรือจะใส่แป้งต๊อกกับเนื้อสัตว์ที่ชอบเข้าไปเพิ่ม ฯลฯ และถ้าหากกินหมดแล้วยังไม่อิ่ม ก็นิยมตักข้าวลงไปใส่ในน้ำซุปก็ไม่ว่ากัน 

 

ชวนกันไปกินรามยอน…หรือกินอะไรอย่างอื่น อิทธิพลจากสื่อบันเทิงเกาหลีที่ช่วยหนุนการส่งออก 

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา รายงานในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาระบุว่า เกาหลีใต้ส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นกว่า 28% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2020 การจัดส่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในต่างประเทศอยู่ที่ 549.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือนมกราคม-พฤศจิกายน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 28.4% จากปีก่อนหน้า ตามข้อมูลของกรมศุลกากรเกาหลีและผู้เล่นในอุตสาหกรรม

 

นอกจากสถานการณ์ของโรคระบาดทำให้ผู้คนหลายแห่งทั่วโลกหันมาพึ่งพาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันมากขึ้น อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยอดส่งออกนอกประเทศของรามยอนเกาหลีสูงขึ้นนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าส่วนสำคัญอีกอย่างเป็นเพราะอิทธิพลของสื่อบันเทิงโดยเฉพาะซีรีส์เกาหลีหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งเรามักจะเห็นฉากที่ตัวละครกินรามยอนกันอย่างออกรส หรือถามชวนกันว่า “คุณอยากกินรามยอนกับ ผม/ฉัน ไหม” ซึ่งเป็นมุกที่มีนัยว่าชวนกันไปกินอะไรอย่างอื่นในแบบผู้ใหญ่ๆ 

 

ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของการชวนกันไปกินตับ…เอ๊ย รามยอน แบบนี้เริ่มต้นจาก ภาพยนตร์เรื่อง One Fine Spring Day ที่ตัวละครซึ่งรับบทโดย อียองเอ ชวนพระเอกซึ่งรับบทโดย ยูจีแท ให้ไปกินรามยอนกัน และหลังจากหม่ำรามยอนกันจนอิ่ม พวกเขาก็ได้กินอย่างอื่นกันต่อ (ซึ่งก็น่าจะอร่อยดี) หลังจากนั้นประโยคชวนกันไปกินรามยอนก็เริ่มถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย บางก็เพื่อเป็นแค่มุก แต่ก็ย่อมมีบ้างที่คนใช้ประโยคนี้สื่อความนัยกันจริงๆ แต่ก็ไม่ใช้ในทุกกรณีที่คนเกาหลีจะใช้ประโยคนี้ชวนไปหม่ำอย่างอื่นกันจริงๆ หรอก

 

รามยอน

 

“เมื่อไรเราจะกินรามยอนกันครับ”

ฉากที่โอมีจูชวนคีซอนกยอมไปกินรามยอนที่บ้าน ในวันที่ทางสะดวกใน Run On

ไหนว่าชวนกันไปกินรามยอนไงคะ มีอาหารเสริมอะไรด้วยเหรอคะ? – เอียงคอถาม  

เห็นหน้าใสๆ ซื่อๆ โอมีจูเธอก็ร้ายอยู่

 

อย่างไรก็ตาม ประโยคชวนกันไปหม่ำรามยอนก็ถูกผลิตซ้ำในสื่อบันเทิงและซีรีส์เกาหลีอีกหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ Because This is My First Life, Descendants of the Sun, What’s Wrong With Secretary Kim, Crash Landing on You หรือแม้กระทั่งซีรีส์สองเรื่องล่าสุดที่กำลังออนแอร์และได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้อย่าง Run On และ Mr. Queen ก็มีฉากชวนกันหม่ำรามยอนด้วยเช่นกัน

 

รามยอน

 

“รสชาติรามยอนมันเสพติดง่ายเวอร์”

ใน Mr. Queen หลังจากที่เชฟหนุ่มเพลย์บอยสุดแมนในร่างพระมเหสีได้บังเอิญตกล่องปล่องชิ้นกับพระราชาไปครั้งหนึ่งแล้ว ก็ดันฟินติดใจขึ้นมา จึงสับสนในตัวเองและลุกขึ้นมาทำรามยอนไปชวนพระราชากินกัน นี่ตกลงอยากกินรามยอนหรืออยากกินอะไรกันแน่

 

รายชื่อซีรีส์ที่ยกมาทั้งหมดเหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นที่มีฉากชวนกันกินรามยอนในตำนาน ซึ่งเราจะเห็นได้เลยว่าอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีนั้นมีผลไม่น้อยในการช่วยส่งเสริมการส่งออกให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลเกาหลี นับเป็นการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการส่งออกสินค้าวัฒนธรรมได้อย่างชาญฉลาด จนเมื่อมองที่นโยบายของรัฐบาลลุงๆ บ้านเราและอุตสาหกรรมบันเทิงไทยแล้ว…ก็ได้แต่อิจฉาตาละห้อย 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง: 

The post ประวัติศาตร์และการบุกตลาดโลกของรามยอน ด้วยประโยค “ไปกินตับ…เอ๊ย รามยอนกันไหม” ในซีรีส์เกาหลี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนชิมรสชาติบะหมี่เกาหลีเส้นสด สังคมนิยมเส้นที่ SK Noodle Bar [ปิดกิจการ] https://thestandard.co/sk-noodle-bar/ https://thestandard.co/sk-noodle-bar/#respond Wed, 23 May 2018 07:25:00 +0000 https://thestandard.co/?p=92546

นอกจากข้าว ก๋วยเตี๋ยว หรือบะหมี่จะเป็นอีกทางเลือกในวิถี […]

The post ชวนชิมรสชาติบะหมี่เกาหลีเส้นสด สังคมนิยมเส้นที่ SK Noodle Bar [ปิดกิจการ] appeared first on THE STANDARD.

]]>

นอกจากข้าว ก๋วยเตี๋ยว หรือบะหมี่จะเป็นอีกทางเลือกในวิถีการกินของคนเอเชียเช่นเดียวกับสังคมไทยที่ผูกพันกับอาหารจานเส้นนี้อย่างแยกไม่ออก เราบริโภคเส้นไปพร้อมกับซึมซับรสประจำชาติของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี จีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือแม้กระทั่งไทยเองก็ตาม ในย่านทองหล่อ-เอกมัย ร้านเส้นแบบญี่ปุ่นหรือราเมนมีอยู่แทบทุกหัวถนน ว่าแต่เมนูเส้นแบบเกาหลีล่ะ คุณเคยลองชิมแล้วหรือยัง

 

บรรยากาศภายในร้านกับป้ายนีออนเชื้อเชิญ

 

The Vibe

ท่ามกลางตึกแถวเบียดเสียดของสุขุมวิท มีคูหาเล็กๆ แปะป้ายไฟนีออนสีชมพูดูเด่นมาแต่ไกล ที่นี่คือ SK Noodle Bar ร้านก๋วยเตี๋ยวโมเดิร์นที่ตัวร้านออกแบบให้สอดคล้องกับความเป็นตึกแถว โต๊ะบาร์ยาวหันหน้าเข้าครัวเปิดคือพื้นที่หลัก และไฮไลต์ประจำร้านบะหมี่เกาหลีแห่งนี้ หากมาถูกจังหวะคุณจะได้เห็นเชฟกำลังนวดแป้งเพื่อเตรียมทำบะหมี่เส้นสดพร้อมกับกดปุ่มเดินเครื่องทำบะหมี่ ส่วนบรรยากาศโดยรอบก็เต็มไปด้วยโปสเตอร์ที่ต่างเกี่ยวโยงกับเส้นทั้งนั้น

 

เชฟยีสต์บอกเล่าเรื่องราวของบะหมี่เกาหลีในแบบของเขา

 

The Concept

ร้านบะหมี่เส้นโฮมเมดแห่งนี้เกิดขึ้นโดย เอสเค เชว (SK Choi) เชฟหนุ่มชาวเกาหลีหน้าหยกผู้เคยร่วมงานกับร้านอาหารชื่อดังระดับโลกอย่าง Zuma ที่มีสาขาทั่วโลก ซึ่งเชฟเอสเคเคยอยู่สาขาลอนดอนมาก่อน จากนั้นจึงย้ายมาอยู่ในไทย ทั้งยังเคยประจำอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น Namu ที่โรงแรม W Koh Samui และล่าสุดผุดไอเดียเปิดร้านอาหารร่วมกับหุ้นส่วนอีกสองท่านคือ เจสัน ปาร์ค (Jason Park) ผู้เชี่ยวชาญด้านบะหมี่ อาหารจีน และอาหารเกาหลี และเชฟยีสต์-ฉัตรวุฒิ ศิลาวัฒน์สกุล อดีตซูส์เชฟที่ร้าน Zuma กรุงเทพฯ

 

แนะให้นั่งด้านหน้าเพื่อชมการทำเส้นสดๆ น่าชม

 

ทั้งสามมีความตั้งใจนำเสนอรสชาติเกาหลีที่ผ่านการดัดแปลงจนได้เป็นสูตรเฉพาะที่หากินได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น แถมยังทำบะหมี่เส้นสดด้วยตัวเองเพื่อให้ผู้ชื่นชอบเมนูเส้นได้กินในแบบที่สดใหม่ที่สุด ผสมผสานกับวัตถุดิบในประเทศของไทยที่มีคุณภาพเยี่ยมไม่แพ้เกาหลี ส่วนกิมจิทางร้านก็ทำขึ้นเอง โดยทำเป็นแบบกิมจิขาว ไม่ใส่พริกป่น

 

จุดเด่นของบะหมี่เกาหลีที่ทำให้แตกต่างจากบะหมี่แบบจีนหรือราเมนญี่ปุ่นก็คือความหนึบของเส้นที่มีมากกว่า ส่วนบะหมี่จีนกับราเมนญี่ปุ่นจะต่างกันที่ระยะเวลาในการลวกเส้น ซึ่งบะหมี่จีนมักจะใช้เวลาลวกนานกว่า ส่วนบะหมี่ฮ่องกงนั้นถือเป็นข้อยกเว้น เพราะเป็นความหนึบเหนียวสไตล์อัลเดนเต้ (al-dente)

 

Bibimmyeon หรือบะหมี่เย็น

 

The Dishes

เชฟเอสเคแนะนำเมนูแรก Bibimmyeon (160 บาท) หรือบะหมี่เย็น เส้นทำสดใหม่ นำไปคลุกเคล้ากับซอสแดงที่เบสด้วยโคชูจังหรือซอสพริกเกาหลี จากนั้นผสมน้ำส้มสายชูหมักกับสไปรท์ (ใช่แล้ว น้ำอัดลมนั่นแหละ!) จากนั้นโรยหน้าด้วยถั่วบดกับไข่ต้ม ชามนี้เน้นให้ความสดชื่นเป็นหลัก เหมาะสำหรับหน้าร้อน และที่สำคัญคือไม่มีเนื้อสัตว์ จึงเหมาะกับคนกินมังสวิรัติด้วยนะ

 

บะหมี่ซอสถั่วดำ

 

Jajangmyeon (180 บาท) บะหมี่ซอสถั่วดำชามนี้ แม้จะเป็นที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลายในเกาหลีจนหลายคนคิดว่าเป็นอาหารประจำชาติ แต่แท้จริงแล้วเจ้าเมนูเส้นกับซอสดำๆ ชามนี้กลับมีต้นกำเนิดที่ประเทศจีนโดยกลุ่มชาวจีนที่อพยพเข้ามาทำงานและตั้งรกรากในเกาหลีใต้ ด้วยเหตุนี้จาจังมยอนจึงเป็นอาหารลูกผสมระหว่างจีนกับเกาหลี และนอกจากถั่วดำที่เป็นส่วนผสมหลักของซอสก็ยังมีหมู เห็ด และหอมใหญ่อีกด้วย

 

เชฟเจสันกำลังทำ SK Signature Noodle

 

และสำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่เชฟชาวเกาหลี (อดีตนักเพาะกาย) คนนี้ภูมิใจเสนอคือ SK Signature Noodle (200 บาท) บะหมี่ซีฟู้ดน้ำใส แต่มีรสเผ็ดร้อนจากพริกสด ชามนี้จัดเต็มให้ทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยลาย และหอยแมลงภู่ โดยนำอาหารทะเลทั้งหมดไปผัดในน้ำสต็อกไก่เพื่อความหวานธรรมชาติของอาหารทะเลและกลิ่นยวนใจ

 

(บน) เชฟเอสเคกับเมนู Pork & Kimchi Sliders

(ล่าง) ซี่โครงหมูย่างสไตล์เกาหลีทาซอสสูตรลับ

 

ทางร้านยังมีเมนูที่ไม่ใช่บะหมี่ แต่เราก็อยากแนะนำให้ลองเช่นกัน Pork & Kimchi Sliders (150 บาท) มินิเบอร์เกอร์ไส้หมูอบกับกิมจิขาว เสิร์ฟพร้อมซอสกิมจิครีม หรือจะเป็น Korean Style Baby Pork Ribs (Half 180 บาท / Full 280 บาท) ซี่โครงหมูย่างสไตล์เกาหลีทาซอสสูตรลับที่เพิ่มรสสัมผัสด้วยถั่วลิสงและต้นหอมซอย รับประกันความนุ่มล่อนของเนื้อซี่โครง

 

SK Noodle Bar [ปิดกิจการแล้ว]

Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30-20.30 น.

Address: 1221/3 ถนนสุขุมวิท (ก่อนถึงเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เอกมัย) วัฒนา กรุงเทพฯ

Budget: เริ่มต้น 150 บาท

Contact: 09 5564 1642

Page: www.facebook.com/sknoodlebar

Maps: 

 

 

The post ชวนชิมรสชาติบะหมี่เกาหลีเส้นสด สังคมนิยมเส้นที่ SK Noodle Bar [ปิดกิจการ] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sk-noodle-bar/feed/ 0