บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-ไทยประกันชีวิต-จำ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 30 Jun 2025 09:09:37 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทำไมโซเชียลทุกวันนี้ถึงทำให้เราเหนื่อยล้า? ไทยประกันชีวิตชวนเปลี่ยนโซเชียลมีเดียให้มี ‘ความหมาย’ Kick-off แคมเปญ ‘ทำโซเชียลให้มีความหมาย’ พร้อมชวนคนร่วมสร้างคอนเทนต์น้ำดี [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/thai-life-content-good-social-campaign/ Mon, 30 Jun 2025 09:00:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1090051

THE STANDARD อยากชวนคุณมาเปลี่ยนโลกโซเชียลให้มีความหมาย […]

The post ทำไมโซเชียลทุกวันนี้ถึงทำให้เราเหนื่อยล้า? ไทยประกันชีวิตชวนเปลี่ยนโซเชียลมีเดียให้มี ‘ความหมาย’ Kick-off แคมเปญ ‘ทำโซเชียลให้มีความหมาย’ พร้อมชวนคนร่วมสร้างคอนเทนต์น้ำดี [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD อยากชวนคุณมาเปลี่ยนโลกโซเชียลให้มีความหมาย ผ่าน 3 มุมมองจาก ‘ไชย ไชยวรรณ’ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ ‘ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย’ ผู้กำกับรุ่นใหญ่ที่ผลิตหนังโฆษณาไทยประกันชีวิตมาอย่างมากมาย และ ‘อัตต้า-อัตตา เหมวดี’ ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง

 

ร่วมพูดคุยผ่านแคมเปญใหม่จาก ไทยประกันชีวิต ที่ชวนครีเอเตอร์ และผู้ชมทุกคน ร่วมสร้าง ‘คอนเทนต์น้ำดี’ ที่จะเปลี่ยนสังคมออนไลน์ให้กลับมามีความหมายอีกครั้ง

 

โลกออนไลน์ในปัจจุบันที่ทำให้ความหมายของชีวิตค่อยๆ จางหายไป

 

Social Media เป็นพื้นที่แห่งโอกาสของการแบ่งปันความคิด ความฝัน และแรงบันดาลใจ แต่ในวันนี้ จำนวนคอนเทนต์ที่มากมายทำให้หลายคนกลับเริ่มรู้สึกว่าหลงทางจากมัน ดังเช่นคำว่า ‘Brain Rot’ ที่เป็นคำแห่งปีของ Oxford Dictionary ปี 2024 สะท้อนภาวะที่ผู้คนเสพเนื้อหาไร้ประโยชน์จนความคิดเฉา 

 

“Content Toxic ที่อยู่บนโลกโซเชียลวันนี้ หลายๆ ครั้งทำให้คนใช้ชีวิตในทางที่ผิด เราอยากเห็นคอนเทนต์น้ำดีมากขึ้น เพื่อให้โลกโซเชียลกลับมามีความหมาย” ไชย ไชยวรรณ กล่าวกับ THE STANDARD

 

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

 

ไทยประกันชีวิตที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน ไม่เพียงแค่ ‘ขายประกัน’ แต่เลือกจะผลิตคอนเทนต์กระตุ้นให้ผู้คนคิดถึง ‘คุณค่าของชีวิต’ จากหนังโฆษณาที่เคยเรียกน้ำตาคนทั้งประเทศหลายต่อหลายเรื่อง สู่แนวคิดใหม่ในปี 2025 ที่กล้าเปิดพื้นที่ให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ชม แต่ในฐานะ ‘เจ้าของเรื่องเล่า’

 

‘ความหมายของชีวิต’ ที่อยากให้ทุกคนร่วมกันสร้างบนโลกออนไลน์

 

กว่า 20 ปีที่ชื่อของไทยประกันชีวิตผูกโยงกับภาพยนตร์โฆษณาน้ำดี ที่บอกเล่าเรื่องชีวิต ความรัก การดูแล ครอบครัว การให้อภัย และการเติบโต บางเรื่องจบลงด้วยน้ำตา บางเรื่องจบลงด้วยรอยยิ้ม แต่ทั้งหมดล้วนสร้างอิมแพ็ค ให้ใครหลายคนได้หยุดคิดถึงคุณค่าของชีวิตตัวเองอย่างลึกซึ้ง

 

ไทยประกันชีวิตมุ่งมั่นสร้างคอนเทนต์น้ำดีมากว่า 20 ปี

ไทยประกันชีวิตมุ่งมั่นสร้างคอนเทนต์น้ำดีมากว่า 20 ปี

 

วันนี้เมื่อยุคของทีวีเปลี่ยนเป็นฟีดไหลไม่หยุดบนแพลตฟอร์มโซเชียล ไทยประกันชีวิตจึงไม่เพียงปรับตัวเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง แต่กลับเลือกตั้งคำถามที่ใหญ่กว่านั้น “ทำไมเราถึงไม่ชวนคนทั้งประเทศมาสร้างคอนเทนต์ที่มีความหมายไปพร้อมกัน?”

 

“เรามีความเชื่อว่า Content is King เสมอ และในวันนี้ที่โลกมันเปลี่ยนจาก On Air มาสู่ Online คนดูสามารถเลือกดูอะไรที่เขาชอบได้เองมากขึ้น แทนที่แบรนด์จะเล่าเรื่องฝ่ายเดียว ทำไมเราไม่ชวนคนในโซเชียลมาเล่าเรื่องที่มีความหมายของเขาเองบ้าง?”

 

แคมเปญ ‘ทำโซเชียลให้มีความหมาย’ จึงเกิดขึ้นในปี 2025 ไม่ใช่เพื่อปล่อยโฆษณาอีกชิ้นหนึ่งตามแผนสื่อสาร  แต่เพื่อ ‘เปิดพื้นที่’ ให้ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ๆ ได้เข้ามาร่วมเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจในแบบของตัวเอง 

 

“ทุกวันนี้คนเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนในโลกออนไลน์โดยไม่แยกแยะ จนบางครั้งบั่นทอนตัวเองและเลือกใช้ชีวิตผิดทิศผิดทาง สิ่งเหล่านี้คือความ Toxic ที่เราต้องช่วยกันเปลี่ยน” 

 

“แต่แทนที่เราจะเป็นคนผลิตคอนเทนต์ฝ่ายเดียว เรากลับอยากชวนให้คนในสังคม โดยเฉพาะบนโลกโซเชียล มาร่วมผลิตคอนเทนต์ของตัวเอง แบ่งปันเรื่องราวที่มีความหมาย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ได้” ไชยกล่าว

 

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

 

การสร้างโฆษณาหนึ่งเรื่องในอดีต อาจใช้เวลาเป็นปี เพื่อร้อยเรียงเนื้อหาให้กลั่นออกมาเป็นภาพยนตร์โฆษณาที่เต็มไปด้วยคุณภาพ แต่ปีนี้ไทยประกันชีวิตเลือกที่จะกระจาย “เจตนารมณ์” ของแบรนด์ออกไปในสังคม ผ่านมือของคนจำนวนมาก แทนที่จะเป็นเสียงจากแบรนด์เพียงฝ่ายเดียว 


“ถ้าเราต้องการให้สังคมบริโภคคอนเทนต์ที่ดี มีแรงบันดาลใจ และส่งต่อพลังบวก เราต้องเปิดพื้นที่ให้คนมีความคิดดีๆ ได้ลองเล่าเรื่องของเขาเองดูบ้าง ผมอยากให้ทุกคนรู้สึกว่าเรื่องเล่าของเขามีคุณค่า และเขาสามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้เหมือนกัน”

 

จาก 2 ความหมายของชีวิต สู่ความหลากหลายของเรื่องราวที่ชวนติดตาม

 

เมื่อมองในเชิงกลยุทธ์ แคมเปญนี้ถือเป็นการ ‘Refresh’ แบรนด์ไทยประกันชีวิตให้เข้าใกล้คนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะคน Gen Y และ Gen Z ที่ไม่ได้ต้องการให้แบรนด์ ‘บอก’ ว่าอะไรคือความหมายของชีวิต แต่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการ ‘ค้นพบ’ ความหมายของชีวิตในแบบของตัวเอง

 

ในความหมายนี้เอง แบรนด์จึงไม่ลืมที่จะสานต่อจุดแข็งที่ตัวเองถนัดที่สุด คือ หนังโฆษณาเล่าเรื่องชีวิต แต่คราวนี้ได้เพิ่มมิติใหม่เข้ามา ด้วยการดึงผู้กำกับ 2 รุ่นอย่าง ‘อัตต้า-อัตตา เหมวดี’ และ ‘ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย’ มาร่วมสร้างหนังเปิดแคมเปญที่ต่างกันทั้งโทน มุมมอง และยุคสมัย

 

“เราต้องการให้หนังโฆษณาของเราสะท้อนทั้งมุมมองจากผู้กำกับรุ่นเก๋าอย่าง คุณต่อ ธนญชัย ที่เข้าใจแบรนด์อย่างลึกซึ้ง และมุมของ คุณอัตต้า ผู้กำกับรุ่นใหม่ที่เข้าใจโลกของคนเจนใหม่ เพื่อให้หนังแต่ละเรื่องเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจให้กับคนหลากหลายเจน”

 

“ผมอยากให้แคมเปญนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะเล่าเรื่องดีๆ แม้คุณจะยังไม่แน่ใจว่าใครจะฟัง เพราะเชื่อเถอะ ถ้าเรื่องนั้นมันมีความหมายกับคุณ มันก็มีค่ามากพอจะเปลี่ยนโลกของใครบางคนได้แล้ว” ไชยกล่าว

 

‘รอยสักของแม่’ คอนเทนต์น้ำดีจากผู้กำกับรุ่นใหม่

 

อัตต้า-อัตตา เหมวดี ผู้กำกับหนังโฆษณา ‘รอยสักของแม่’ เล่าว่า “ปกติผมไม่ใช่คนที่เสพคอนเทนต์บน Social Media เยอะขนาดนั้น และเชื่อว่าบน Social Media มีทั้งคอนเทนต์ดี และบางอันก็ Toxic เชื่อว่าคนสมัยนี้มีภูมิคุ้มกันในการเสพคอนเทนต์ มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน แต่ก็เชื่อว่ายังมีบางส่วนที่เจ็บช้ำกับคอนเทนต์บน Social Media อยู่ ผมจึงเชื่อว่าการแชร์เรื่องราวดีๆ ให้กันย่อมเป็นสิ่งที่ดี และอยากให้ทำกันมากขึ้น”

 

อัตต้า-อัตตา เหมวดี ผู้กำกับหนังโฆษณาไทยประกันชีวิต ‘รอยสักของแม่’

อัตต้า-อัตตา เหมวดี ผู้กำกับหนังโฆษณาไทยประกันชีวิต ‘รอยสักของแม่’

 

“หลังจากที่ผมได้รับโจทย์จากทางโอกิลวี่ ผมเองก็ค่อนข้างชอบในเส้นเรื่องนี้อยู่แล้ว และรู้สึกดีใจมากๆ ที่จะได้กำกับหนังโฆษณาไทยประกันชีวิตตัวใหม่นี้ หลังจากได้เริ่มทำโปรเจกต์ ก็มีทั้งความรู้สึกที่สนุกและกดดัน แต่ด้วยความที่คุณไชยและทีมไทยประกันชีวิตให้ความเชื่อใจกับผมมากๆ และเห็นด้วยกับไอเดียของผม ผมไม่เคยเจอลูกค้าแบบนี้ ทำให้การออกมาจากห้องประชุมครั้งนั้นผมยิ่งรู้สึกตั้งใจมากกว่าเดิมซึ่งผมชอบความรู้สึกแบบนี้นะ ความรู้สึกที่กลัวงานจะออกมาไม่ดี เลยอยากทำให้โปรเจกต์นี้ออกมาดีที่สุด” อัตต้ากล่าว

 

อัตต้า-อัตตา เหมวดี ผู้กำกับหนังโฆษณาไทยประกันชีวิต ‘รอยสักของแม่’

 

‘รอยสักของแม่’ เป็นการเล่าเรื่องราวผ่านแม่ที่รักและต้องการดูแลลูก เสมือนลูกยังคงเป็นเด็กน้อยในความคิดของแม่เสมอ ด้วยความรักและความเป็นห่วงของคนเป็นแม่ เธอจึงดูแลลูกชายในทุกเรื่องเสมอมา รวมถึงการชอบซื้อของจำเป็นให้กับลูก วันหนึ่งเมื่อเธอรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มแก่ลง ความรัก และการดูแลที่มีต่อลูกทำให้เธอตัดสินใจทำสิ่งหนึ่งที่มีความหมายกับเธอและลูกเป็นอย่างมาก

 

อัตต้า-อัตตา เหมวดี ผู้กำกับหนังโฆษณาไทยประกันชีวิต ‘รอยสักของแม่’

 

ในส่วนของความคาดหวังหลังจากที่ปล่อยแคมเปญออกไป อัตต้ากล่าวว่า “ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ แม้ไม่ได้แตะงานโฆษณามานาน ไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ออกไป ผมได้ทำมันออกมาดีที่สุดแล้ว”

 

สามารถติดตามหนังโฆษณาจากไทยประกันชีวิตได้ที่:  https://www.youtube.com/@thailifechannel 

 

ความหมายของชีวิต จากผู้กำกับรุ่นเก๋า ต่อธนญชัย ศรศรีวิชัย

 

‘ความหมาย’ ไม่จำเป็นต้องมาในรูปของความซึ้ง ความเศร้า หรือความนุ่มนวลเสมอไป บางครั้งมันอาจปรากฏผ่านความแสบ ความจริง ความตรง และคำถามที่แทงลึกในใจคนดู 

 

ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย ผู้กำกับรุ่นใหญ่ผลิตหนังไทยประกันชีวิตมาหลายยุค

ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย  ผู้กำกับรุ่นใหญ่ผลิตหนังไทยประกันชีวิตมาหลายยุค

 

“ผมว่าความหมายของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะต้องร้องไห้หรือซึ้งเสมอไปนะ บางทีมันอยู่ในความผิดพลาด อยู่ในความโง่ของเรา อยู่ในความเจ็บปวด แล้วมันเตือนเราว่า เราควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้” ต่อกล่าว

 

ในฐานะผู้กำกับที่ร่วมทำงานกับไทยประกันชีวิตมากว่า 20 ปี ต่อ ธนญชัย เป็นผู้ร่วมวางรากฐานให้โฆษณาของแบรนด์มีน้ำหนักและความลึกมากกว่าการมุ่งขายสินค้า เขาคือคนที่เชื่อว่า ‘การโฆษณา’ ไม่ได้มีหน้าที่แค่เรียกร้องความสนใจ แต่ต้องทำให้คนดูรู้สึกและเปลี่ยน ซึ่งในแคมเปญปีนี้ ต่อ ธนญชัย บอกว่าเขาไม่ได้คิดจะทำหนังซึ้งอีกต่อไป เพราะคนดูไม่ได้ต้องการแค่นั้นแล้ว

 

“เดี๋ยวนี้คนดูมีอะไรให้เสพเยอะมาก ทุกอย่างมันฉาบฉวย เร็ว ซึ่งทำให้เบื่อเร็ว ผมก็เลยคิดว่า เราไม่ควรมาแข่งกับความเร็วหรือความตื้น ผมอยากให้หนังมันไปเตะตรงใจสักจุด ที่ดูจบแล้วมันค้างในหัว มันถามคำถามกับชีวิตคนดูจริงๆ” ต่อกล่าว

 

หนังของต่อในแคมเปญนี้จึงไม่ได้ให้คำตอบ แต่ให้ ‘คำถาม’ ไม่ใช่คำถามง่ายๆ อย่าง “คุณรักใคร” หรือ “คุณมีฝันอะไร” แต่เป็นคำถามว่า “คุณยังใช้ชีวิตอยู่ หรือแค่รอดูพรุ่งนี้?” 

 

ในโลกที่เต็มไปด้วยคอนเทนต์ไล่ล่าเวลา เขาเลือกทำหนังที่ ‘หยุด’ คนดูได้ ไม่ใช่ด้วยภาพช็อกหรือพล็อตหักมุม แต่ด้วยความตรงไปตรงมาจนคนดูเงียบ ‘บางทีผมอยากให้คนดูนั่งเงียบๆ แค่คิดได้ว่าเราควรทำอะไรกับชีวิตดี แบบนี้พอแล้ว’

 

แคมเปญนี้ ไม่ได้แค่ ‘มีความหมาย’ แต่มีความหลากหลายของความหมายจากหนังโฆษณาของ 2 ผู้กำกับ ซึ่งสะท้อนภาพของโซเชียลมีเดียที่ควรเป็นพื้นที่ที่มีหลายเสียง หลายแง่มุม และหลายโทน แต่ทั้งหมดจริงใจ และในวันที่ใครหลายคนเชื่อว่า “คอนเทนต์ดีๆ คนไม่ดูหรอก” ต่อ ธนญชัย กลับเชื่อในสิ่งตรงกันข้าม เขาเชื่อว่า “คนยังดู ถ้าเรากล้าพูดเรื่องที่เขายังไม่กล้าคิด”

 

“ผมไม่รู้ว่าหนังผมจะไปไกลแค่ไหนนะ แต่ผมมั่นใจว่ามันไม่ได้อยู่ที่ยอดวิว มันอยู่ที่คนดูรู้สึกอะไรตอนจบ แล้วเอาไปทำอะไรกับชีวิตตัวเองต่อ” ต่อ ธนญชัย กล่าว

 

ติดตามชมภาพยนตร์โฆษณาของ ต่อ ธนญชัย ที่จะมาชวนสร้างโซเชียลมีเดียให้มีความหมายในแคมเปญนี้ ได้เร็วๆ นี้

 

ไทยประกันชีวิตจับมือ Tellscore สร้างพื้นที่และโอกาสให้ทุกคนได้เล่าเรื่อง 

 

ไทยประกันชีวิตจึงจับมือกับเวที Thailand Influencer Awards 2025 ของ Tellscore เปิดรางวัล Best Meaningful Content by Thai Life Insurance สำหรับครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่กล้าส่งต่อเรื่องราวดีๆ ที่มีคุณค่าให้สังคม พร้อมโอกาสขึ้นรับรางวัลบนเวทีอันทรงเกียรติในสายอินฟลูเอนเซอร์ และเงินรางวัลสนับสนุน และที่สุดคือโอกาสในการเป็น ‘แรงบันดาลใจให้ใครบางคนที่กำลังมองหาความหมายให้กับชีวิตอยู่’

 

ไทยประกันชีวิต

 

ครั้งแรกกับการ Co-Create ของแคมเปญไทยประกันชีวิต ที่ไม่ได้ทำแค่ ‘โฆษณา’ แล้วจบ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชม เข้าร่วมในฐานะ ‘ครีเอเตอร์คอนเทนต์น้ำดี’ ผ่านความร่วมมือกับ Tellscore แพลตฟอร์มด้านอินฟลูเอนเซอร์อันดับต้นๆ ของไทย

 

ผู้ที่ส่ง VDO เรื่องราวดีๆ ที่มีความหมายเข้าร่วมแคมเปญและถูกคัดเลือกจะได้รับรางวัล Best Meaningful Content by Thai Life Insurance จากเวที Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 50,000 บาท รวม 5 รางวัล จากไทยประกันชีวิต ที่จะมอบและสนับสนุนให้กับผู้ที่กล้าเล่าเรื่องที่ ‘มีความหมายกับชีวิต’ อย่างแท้จริง

 

คอนเทนต์ที่มีความหมายจะกลายเป็นพลังเปลี่ยนสังคม

 

เราอยู่ในยุคที่ทุกคนถือกล้องอยู่ในมือ ยุคที่การ ‘เล่าเรื่อง’ ไม่ใช่สิทธิเฉพาะของมืออาชีพ ของแบรนด์ หรือของสื่อ แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนที่มีสมาร์ตโฟนและหัวใจ และนี่คือสารที่ไทยประกันชีวิตอยากส่งต่อ ผ่านแคมเปญ ‘ทำโซเชียลให้มีความหมาย’ แคมเปญที่ไม่ได้ตั้งต้นจาก ‘ยอดวิว’ หรือ ‘ภาพจำ’ แต่ตั้งต้นจากความเชื่อว่า “เรื่องเล่าที่มีความหมาย ยังมีพลังพอจะเปลี่ยนใจคน เปลี่ยนวันของใครบางคน และเปลี่ยนทิศทางของสังคมได้” ไชย ไชยวรรณ กล่าว

 

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

The post ทำไมโซเชียลทุกวันนี้ถึงทำให้เราเหนื่อยล้า? ไทยประกันชีวิตชวนเปลี่ยนโซเชียลมีเดียให้มี ‘ความหมาย’ Kick-off แคมเปญ ‘ทำโซเชียลให้มีความหมาย’ พร้อมชวนคนร่วมสร้างคอนเทนต์น้ำดี [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ความสำเร็จ และความเข้มแข็งของ ‘ไทยประกันชีวิต’ ด้วยกระบวนท่าและวิธีคิดสุดล้ำผ่าน ‘ไทยประกันชีวิต Experience’ ในรูปแบบ Immersive Experience [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/thai-life-insurance-immersive-experience/ Mon, 22 Apr 2024 07:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=921701 ไทยประกันชีวิต

จะบอกจะเล่าอะไรแต่ละที ‘ไทยประกันชีวิต’ ต้องมาในท่าที่ไ […]

The post เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ความสำเร็จ และความเข้มแข็งของ ‘ไทยประกันชีวิต’ ด้วยกระบวนท่าและวิธีคิดสุดล้ำผ่าน ‘ไทยประกันชีวิต Experience’ ในรูปแบบ Immersive Experience [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

จะบอกจะเล่าอะไรแต่ละที ‘ไทยประกันชีวิต’ ต้องมาในท่าที่ไม่ธรรมดาสักครั้ง 

 

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ไทยประกันชีวิตชวนไปย้อนรอยประวัติศาสตร์กว่า 82 ปี ในโครงการ ‘ไทยประกันชีวิต Experience’ ที่อาคารไทยประกันชีวิต สาขาบางนา ในรูปแบบ Immersive Experience 

 

ได้ยินครั้งแรกเดาไม่ออกว่าประวัติศาสตร์แบรนด์ประกันจะเล่าในรูปแบบ Immersive Experience ให้สนุกได้อย่างไร แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ประกันร่วมสมัย ต้องมีอะไรเซอร์ไพรส์แน่นอน 

 

จริงอย่างที่คิด ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI บอกว่า ‘ไทยประกันชีวิต Experience’ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ ‘Immersive Marketing’ ถือเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่สร้างแบรนด์ผ่านกลยุทธ์การตลาดในรูปแบบการสร้างประสบการณ์เสมือนจริง ตอกย้ำแบรนด์ประกันแบรนด์แรกของคนไทยที่ยังแข็งแกร่งและร่วมสมัยตลอดเวลา 

 

 

ในวันที่ตลาดประกันรายล้อมไปด้วยแบรนด์ประกันข้ามชาติ จะทำอย่างไรให้แบรนด์คนไทยเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งและยังร่วมสมัยตลอดเวลา 

 

เป็นที่มาของการนำประวัติศาสตร์ 82 ปีของไทยประกันชีวิต แบรนด์ประกันชีวิตแบรนด์แรกของคนไทย มาเล่าด้วยกระบวนท่าใหม่ โดยนำ Immersive Marketing มาใช้และนำเสนอในรูปแบบของ Immersive Experience ภายใต้แนวคิด ‘OUR STORY, OUR JOURNEY’ บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ เส้นทางความสำเร็จ และความเข้มแข็งของวัฒนธรรมองค์กรของไทยประกันชีวิต รวมถึงการเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

 

“จริงๆ เราอยากทำพิพิธภัณฑ์เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ของไทยประกันชีวิต แต่มันคงจืดชืดไปหน่อย และคงไม่มีใครอยากมาดูซ้ำ” ในฐานะบริษัทที่ดูแล ‘ชีวิต’ ก็ต้องทำอะไรให้ดู ‘มีชีวิตชีวา’ เพื่อให้คนที่มาเยือนได้มีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์แบบครบรส สมจริง

 

Immersive Marketing จึงเป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้ผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงผ่านมัลติมีเดียและเทคนิคพิเศษโดยนำเอาเทคโนโลยีด้านดิจิทัลมีเดียมาสร้างประสบการณ์ร่วมและสร้างการเรียนรู้เรื่องราวของไทยประกันชีวิต และการส่งมอบคุณค่าทางด้านวัฒนธรรมของไทยประกันชีวิต ผ่านการเล่าเรื่องที่ไม่ซับซ้อน ผู้ชมสามารถสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงผ่านประสาทสัมผัสที่หลากหลาย ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์โดยตรง 

 

“กลยุทธ์ Immersive Marketing จึงเป็นการสื่อสารแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ส่งผลให้แบรนด์มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่ง และสร้างลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ได้ นำไปสู่การสร้างความยั่งยืนให้กับแบรนด์” ไชยกล่าว 

 

พูดในฐานะแฟนแบรนด์และยังเป็นแฟนภาพยนตร์โฆษณาไทยประกันชีวิต ค่อนข้างเชื่อมือไทยประกันชีวิต ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกชีวิต เชื่อในแนวคิดคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรัก ว่าจะสามารถร้อยเรื่องราวกว่า 8 ทศวรรษให้มีชีวิตได้อย่างกลมกล่อมและทำให้ใครก็ตามที่ได้มาสัมผัสรู้จักและรักไทยประกันชีวิตมากขึ้น ด้วยการย่นย่อประวัติศาสตร์ ความสำเร็จ และความเข้มแข็งของ ‘ไทยประกันชีวิต’ ภายในพื้นที่จัดแสดงทั้ง 4 ห้อง

 

 

ห้องที่ 1 จุดเริ่มต้นของไทยประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย 

‘รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง’ คือสิ่งที่เราสัมผัสได้ทันทีตั้งแต่ห้องแรก ด้วยวิธีการเล่าที่ย้อนไปจุดเริ่มต้นที่ทำให้ เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) และข้าราชการระดับสูงหลายท่าน ตัดสินใจร่วมกันก่อตั้งบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย เพื่อให้พี่น้องชาวไทยมั่นใจว่าจากวันนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคนไทยจะมีหลักประกันชีวิตที่มั่นคง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคำมั่นสัญญาที่ว่า “ชีวิตคนไทยต้องไทยประกันชีวิตดูแล”

 

เรายังได้เห็นการเดินทางของธุรกิจประกันที่เคยอยู่อันดับรั้งท้ายในตลาด ผลิตภัณฑ์ตัวแรกของบริษัทฯ การดำเนินธุรกิจที่อยู่เคียงข้างสังคมไทย ไปจนถึงวันที่ประสบความสำเร็จก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตคนไทยอันดับ 1 

 

 

ห้องที่ 2 การบริการที่มากกว่าการประกันชีวิต เพื่อเคียงข้างดูแลชีวิตคนไทย

ห้องที่เป็นเหมือนการตอกย้ำคำมั่นสัญญาที่จะเคียงข้างดูแลชีวิตคนไทย ไปพร้อมๆ กับชูบริการ ‘ไทยประกันชีวิตฮอตไลน์’ บริการที่มากกว่าการประกันชีวิตและเป็นบริการที่แตกต่างจากคู่แข่งในยุคนั้น ด้วยการนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของลูกค้าไทยประกันชีวิตมาแสดงจริง ทั้งเรื่องราว บรรยากาศ และเอฟเฟ็กต์ที่ทำเอาเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ใครที่ดูแล้วกลั้นน้ำตาไหวคือเก่ง! 

 

 

ห้องที่ 3 กว่าจะเป็น Sadvertising ต้นแบบหนังโฆษณารักเรียกน้ำตา ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทย 

ผ่านห้องนี้ไปก่อนแล้วค่อยปาดคราบน้ำตา เพราะนี่คือห้องจัดแสดงที่ออกแบบให้เหมือนเธียเตอร์ขนาดย่อม ชวนให้เราย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นของ Sadvertising ‘หนังโฆษณารักเรียกน้ำตา’ ที่ Philip Kotler นักการตลาดระดับโลกยังต้องซูฮกและนิยามให้ไทยประกันชีวิตคือต้นแบบ Sadvertising 

 

นอกจากเราได้ฟังเบื้องลึกและเบื้องหลังกว่าจะเป็นหนังโฆษณารักเรียกน้ำตาจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังตัวจริง เราจะเข้าใจมากขึ้นว่าอะไรคือคุณค่าของชีวิตที่ไทยประกันชีวิตมองเห็น และอยากจะส่งมอบให้กับคนไทยผ่านเรื่องราวของภาพยนตร์โฆษณามาโดยตลอด  

 

และไฮไลต์ของห้องนี้คือ คุณจะได้รับชมภาพยนตร์โฆษณาไทยประกันชีวิตตัวล่าสุดที่จะยังไม่เปิดเผยที่ไหนมาก่อน 

 

 

ห้องที่ 4 เรื่องราวของบุคคลสำคัญที่ร่วมสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงเรื่องราวที่น่าสนใจของไทยประกันชีวิต

ห้องสุดท้ายเป็นเหมือนการเก็บตกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยผ่านเรื่องราวของบุคคลสำคัญที่ร่วมสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับไทยประกันชีวิต รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ที่มาของตราสัญลักษณ์ ประวัติของผู้ก่อตั้ง และตรงกลางห้องยังมีถ้วยรางวัลที่ได้รับทั้งในระดับโลกและในประเทศ ด้านองค์กร ด้าน CSR และด้านโฆษณา  

 

 

หลังจากดื่มด่ำประวัติศาสตร์ ความสำเร็จ และความเข้มแข็งของไทยประกันชีวิตครบทั้ง 4 ห้อง ด้านนอกจะมี Pop-up Theater ที่ตั้งใจทำขึ้นไว้เป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงนิทรรศการหรืองานอีเวนต์ต่างๆ ของบริษัทฯ ในอนาคต 

 

วันที่เราไปเยี่ยมชม Pop-up Theater นำเสนอเรื่องราวความทรงจำสุดประทับใจของพนักงานรุ่นบุกเบิกมาร่วมกันถ่ายทอดค่านิยมของไทยประกันชีวิตที่ว่า ‘ความสำเร็จของบริษัทฯ เกิดขึ้นจากความผูกพันของคนไทยประกันชีวิต’ ที่แสดงให้เห็นความผูกพัน ค่านิยม และวัฒนธรรมขององค์กรที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการให้คุณค่าของคนไทยประกันชีวิตนั่นเอง 

 

 

แต่กว่าจะเป็น ‘ไทยประกันชีวิต Experience’ อย่างที่เห็น ต้องใช้เวลาพัฒนาถึง 3 ปี ส่วนเหตุผลที่เลือกอาคารไทยประกันชีวิต สาขาบางนา เพราะโครงสร้างอาคารเหมาะสำหรับการทำ Immersive Experience นั่นเอง 

 

“นอกจากที่นี่จะถูกสร้างให้เป็น ‘ไทยประกันชีวิต Experience’ พื้นที่ส่วนหนึ่งเราจะทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center) ของบุคลากรทั้งฝ่ายขายและพนักงาน รองรับการประชุม อบรม สัมมนา และการจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, เคาน์เตอร์บาร์, ห้อง Auditorium, พื้นที่ Co-Working Space ที่สำคัญเราตั้งใจจะให้ที่นี่เป็นสาขาต้นแบบของ ‘Living Community’ อีกด้วย” ไชยกล่าว 

 

สมกับเป็นแบรนด์ประกันชีวิตที่ ‘เข้าใจคนไทย’ อย่างแท้จริง รู้ว่าต้องเล่าเรื่องแบบไหนหรือขยี้อะไรถึงจะได้ใจคนไทย ไชยบอกว่า ไทยประกันชีวิต Experience จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ส่งมอบคุณค่าต่างๆ ให้กับพนักงาน ลูกค้า และสังคม สร้างความรู้สึกชื่นชอบและความรักให้เกิดกับแบรนด์ไทยประกันชีวิต

“ยกตัวอย่างพนักงานหรือฝ่ายขาย การเข้ามาสัมผัสประสบการณ์เท่ากับเราได้ส่งมอบคุณค่าและค่านิยมองค์กรให้เขารับรู้และดื่มด่ำ สำหรับลูกค้าไทยประกันชีวิตเราได้ส่งมอบความไว้ใจและสร้างความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น 

 

“ไทยประกันชีวิต Experience ยังสะท้อนให้เห็นว่า เราเป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดสร้างนวัตกรรมและสิ่งใหม่ๆ ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าถึงเราจะเป็นแบรนด์เก่าแก่อายุ 82 ปี แต่มีความร่วมสมัย ผมเชื่อว่าการที่แบรนด์เรายังร่วมสมัย เพราะเรารู้ว่าตัวตนของเราเป็นใคร และอยากเป็นคนแบบไหน ถ้าเปรียบเป็นคนอายุ 82 ปี เราอยากเป็นคนล้ำค่า พร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัวไปกับโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” ไชยกล่าว

 

ในช่วงแรก ‘ไทยประกันชีวิต Experience’ จะเปิดให้เฉพาะผู้บริหาร พนักงาน ฝ่ายขาย และผู้เอาประกันภัย เข้าชม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับบริษัทฯ สร้างความเชื่อมั่น และความภักดีต่อองค์กร และในอนาคตจะขยายให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าชมโครงการฯ ได้ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวของบริษัทฯ และสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจในแบรนด์ไทยประกันชีวิต ส่วนจะเปิดให้เข้าชมเมื่อไร THE STANDARD จะมาอัปเดตอีกครั้ง 

 

The post เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ความสำเร็จ และความเข้มแข็งของ ‘ไทยประกันชีวิต’ ด้วยกระบวนท่าและวิธีคิดสุดล้ำผ่าน ‘ไทยประกันชีวิต Experience’ ในรูปแบบ Immersive Experience [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดรหัสความสำเร็จโครงการ ‘ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สุขยั่งยืน’ ต้นแบบโครงการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/thailife-opportunity-for-better-life/ Tue, 28 Nov 2023 07:45:16 +0000 https://thestandard.co/?p=870357

‘วิสาหกิจชุมชน’ ถือเป็นฐานรากเศรษฐกิจของประเทศที่สร้างร […]

The post ถอดรหัสความสำเร็จโครงการ ‘ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สุขยั่งยืน’ ต้นแบบโครงการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘วิสาหกิจชุมชน’ ถือเป็นฐานรากเศรษฐกิจของประเทศที่สร้างรายได้ต่อปีมากกว่า 2.55 หมื่นล้านบาท จากการรวมตัวของกลุ่มวิสาหกิจกว่า 9 หมื่นแห่ง 

 

แม้วิสาหกิจชุมชนจะมีข้อได้เปรียบในเรื่องอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของสินค้า มีองค์ความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นเป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีความท้าทายในการทำธุรกิจอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านการแข่งขัน ช่องทางการตลาด ขาดการสร้างแบรนด์และการออกแบบที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการบริหารจัดการการเงิน กลายเป็นข้อเสียเปรียบให้กับผู้ประกอบการมืออาชีพ 

 

ไทยประกันชีวิต องค์กรที่เชื่อเสมอว่า ‘หากสังคมอยู่ได้ องค์กรก็อยู่ได้เช่นกัน’ เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่จัดทำยุทธศาสตร์แผนแม่บทด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (SD Master Plan) โดยให้ความสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนต่อองค์กรและสังคมตามแนวทาง ESG คือ สิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance)  

 

 

ความเชื่อดังกล่าวนำไปสู่คำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพึ่งพาตนเองได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเล็งเห็นถึงความท้าทายของวิสาหกิจชุมชนที่กำลังเสียเปรียบในตลาดการค้า จึงยกระดับคุณภาพชีวิตคนในสังคมให้เท่าเทียมผ่านการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างไทยประกันชีวิตกับสังคมไทย หรือที่เรียกว่า Creating Shared Value (CSV) ภายใต้โครงการ ‘ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สุขยั่งยืน’ (Thai Life Insurance – Opportunity for Better Life)

 

หนึ่งในโครงการที่สะท้อนภาพลักษณ์การเป็นองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดสังคมยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ของบริษัทได้อย่างชัดเจน ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ภายใต้แนวคิด ‘สอนให้ทำ นำไปใช้ได้จริง’ โดยใช้ทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญของบริษัท ร่วมกับทักษะจากกูรูด้านต่างๆ จัดกิจกรรมอบรมและเวิร์กช็อปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อติดอาวุธทางการตลาด เพิ่มศักยภาพและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ

 

 

ปี 2562 ไทยประกันชีวิตคิกออฟโครงการในพื้นที่นำร่องจังหวัดเชียงราย และได้ค้นพบว่า แนวทางการพัฒนาความรู้และทักษะด้วยการให้ความรู้ที่เข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รวมทั้งการติดตามให้คำปรึกษาอย่างจริงจังนั้น สามารถสร้างประโยชน์ให้กับวิสาหกิจชุมชนได้จริง

 

ปี 2563 จึงเดินหน้าโครงการ ‘ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สุขยั่งยืน รุ่นที่ 2 หัวใจแดนอีสาน’ ขยายขอบเขตพื้นที่การดำเนินโครงการให้กว้างขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขตจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และสุรินทร์ 

 

เดินหน้าความช่วยเหลือให้ครบวงจรและยั่งยืนผ่านการสร้าง Ecosystem 

 

เมื่อเมล็ดพันธุ์ที่บ่มเพาะสามารถเติบโตและแตกหน่อได้จริง ไทยประกันชีวิตจึงสร้างกลไกการดำเนินโครงการให้ยั่งยืนผ่าน Ecosystem ใน 3 มิติ ได้แก่ 

 

 

  • On-Ground Activity: กิจกรรมอบรม Training & Workshop และ 1-on-1 On-Site Coaching

 

ผนึกกำลังวิทยากรมืออาชีพลงพื้นที่ชุมชน จัดกิจกรรมอบรม 3 วันเต็มเพื่อถ่ายทอดความรู้ โดยเน้นทฤษฎีและให้ปฏิบัติจริง ให้กับตัวแทนวิสาหกิจชุมชนสินค้าและบริการด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างจุดขายของผลิตภัณฑ์, การสื่อสารการตลาดให้โดนใจผ่านสื่อออนไลน์, การเล่าเรื่องเพื่อดึงดูดความสนใจผู้ซื้อ, การคิดต้นทุน, การบริหารรายรับ-รายจ่าย และการวางแผนบริหารจัดการทางการเงิน 

 

หลังจบการอบรมทีมงานจะลงพื้นที่เพื่อพูดคุยและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ พร้อมทั้งฝึกหัดทักษะในด้านต่างๆ ตามแต่ความต้องการและปัญหาของผู้ประกอบการแต่ละราย และยังให้คำแนะนำต่อเนื่องผ่าน LINE เพื่อตอกย้ำให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าจะมีไทยประกันชีวิตเป็นเพื่อนคู่คิดของวิสาหกิจชุมชนที่เข้าใจ จริงใจ ไม่ทิ้งกัน

 

 

  • Marketplace: กลุ่มเฟซบุ๊ก ‘ตลาดสุขยั่งยืน’ ตลาดออนไลน์รวมสินค้าคนรักสุขภาพ

 

ถือเป็น Marketplace เพื่อวิสาหกิจชุมชนแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของไทยประกันชีวิต เพื่อเป็นชุมชนกลางในการซื้อ-ขายสินค้าเพื่อสุขภาพโดยตรงกับวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผู้ประกอบการทั่วประเทศ เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมผ่านช่องทางการขายออนไลน์ผ่าน Facebook Group โดยร่วมมือกับสื่อและ KOLs ที่มีผู้ติดตามหลักล้านคนร่วมโปรโมตตลาดสุขยั่งยืน ทำให้ตลาดเป็นที่รู้จักในวงกว้าง 

 

กลุ่มเฟซบุ๊ก ‘ตลาดสุขยั่งยืน’ เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันมีผู้ขายและผู้ซื้อกว่า 26,000 ราย (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2566) เกิดการซื้อ-ขายจริง สามารถกระจายรายได้สู่ชุมชน และทำให้ผู้ซื้อได้สินค้าที่ดีต่อสุขภาพและมีคุณภาพ   

 

 

  • Knowledge Place: เพจ ‘เสริมโอกาส สุขยั่งยืน’ แหล่งเรียนรู้คู่คิดวิสาหกิจชุมชน

 

เพื่อให้องค์ความรู้ในการทำธุรกิจถูกส่งต่อในวงกว้าง ไทยประกันชีวิตจึงจัดตั้งเพจ ‘เสริมโอกาส สุขยั่งยืน’ ในปี 2562 เพื่อเป็น Knowledge Place ศูนย์รวมการเรียนรู้ เคล็ดลับพัฒนาธุรกิจ เพื่ออัปสกิลให้แก่วิสาหกิจชุมชนไทยและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยมีขอบข่ายเนื้อหาครอบคลุมทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีขายของออนไลน์ เทคนิคสำหรับผู้ชาย เช่น การเล่าเรื่อง การถ่ายภาพ การสร้างจุดขาย ตลอดจนการจัดการการเงิน การออม และการลงทุน อีกทั้งยังเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ข่าวสารกิจกรรมอบรม และช่องทางรับสมัครวิสาหกิจชุมชนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม

 

นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่แบ่งปันแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของวิสาหกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จ พร้อมแชร์เทคนิคการทำธุรกิจ รวมไปถึงคำคมสร้างแรงบันดาลใจมากมาย และคำศัพท์สำหรับการซื้อ-ขายออนไลน์ที่ควรรู้ ที่สำคัญยังเปิดพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการสามารถส่งคำถามและหาคำตอบเรื่องต่างๆ เช่น อยากสมัครเข้ามาเป็นผู้ขายทำอย่างไร, สินค้าอะไรบ้างที่ขายได้, หาสินค้าในตลาดไม่เจอทำอย่างไร ฯลฯ ปัจจุบันเพจ ‘เสริมโอกาส สุขยั่งยืน’ มีผู้ติดตามกว่า 17,000 ราย (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2566) 

 

จนถึงวันนี้ โครงการ ‘ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สุขยั่งยืน’ เดินหน้าเข้าสู่รุ่นที่ 4 โดยปี 2565 รุ่นที่ 3 ‘เสน่ห์แดนใต้’ ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายสู่วิสาหกิจในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ร่วมมือกับกองส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดโอกาสให้ตัวแทนเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดภาคใต้จำนวน 17 รายเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปรับใช้และพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่

 

ส่วนรุ่นที่ 4 ‘ใจกลางแดนแสนสุข’ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการแก่ตัวแทนวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก จำนวน 26 จังหวัด รวม 39 ราย พร้อมเปิดตัว ‘คลินิกสุขยั่งยืน’ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนแต่ละราย ให้คำแนะนำควบคู่การลงมือทำเป็นต้นแบบอย่างต่อเนื่อง 

 

 

แม้โครงการจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นและดำเนินการมาเพียง 4 รุ่น แต่ก็ได้ผลตอบรับที่ดีและได้รับความร่วมมือจากวิสาหกิจชุมชน นอกเหนือจากคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และความสุขในการใช้ชีวิตของชาววิสาหกิจชุมชนที่เพิ่มขึ้น ความสำเร็จของโครงการยังการันตีได้จากการคว้ารางวัลระดับนานาชาติถึง 3 รางวัล ได้แก่

 

  • รางวัล CSR Initiative of the Year 2020 – Thailand จากการประกวด Insurance Asia Awards 2020 ประเทศสิงคโปร์ 
  • รางวัล Asia Responsible Enterprise Awards 2020 (AREA 2020) ประเภท Investment in People ประเทศสิงคโปร์ 
  • รางวัล Bronze Stevie® Award 2020 ระดับ Bronze ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ทั้งนี้ เป้าหมายต่อไปของโครงการจะขยายกลุ่มเป้าหมายผู้อบรมไปยังนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ จากกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เป็นคนกลางในการนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้กับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่อื่นๆ 

 

 

ทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ โดยตระหนักถึงการเติมเต็มคุณค่าในการใช้ชีวิตของคนในสังคมไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม 

 

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทประกันชีวิตไทยแห่งแรกที่ทำ CSV อย่างเป็นรูปธรรม โครงการ ‘ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สุขยั่งยืน’ จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการตัวอย่างที่ตอกย้ำให้เห็นว่า ‘ไทยประกันชีวิต’ เป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกในธุรกิจที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนอย่างจริงจัง ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้อยู่ได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

The post ถอดรหัสความสำเร็จโครงการ ‘ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สุขยั่งยืน’ ต้นแบบโครงการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
TLI – บริษัทประกันชีวิตชั้นนำกับอนาคตที่แข็งแรงและมั่งคั่งยิ่งขึ้น https://thestandard.co/tli-business-trends/ Mon, 29 Aug 2022 14:18:54 +0000 https://thestandard.co/?p=673691 ไทยประกันชีวิต

เกิดอะไรขึ้น: บมจ. ไทยประกันชีวิต (TLI) บริษัทประกันชีว […]

The post TLI – บริษัทประกันชีวิตชั้นนำกับอนาคตที่แข็งแรงและมั่งคั่งยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

เกิดอะไรขึ้น:

บมจ. ไทยประกันชีวิต (TLI) บริษัทประกันชีวิตชั้นนำของประเทศไทย ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นอันดับ 2 ที่ประมาณ 15% เมื่อพิจารณาจากเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งหมดในปี 2562-2564 นอกจากนี้ TLI ยังมีช่องทางตัวแทนประกันที่มีประสิทธิภาพ ดังเห็นได้จากการมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในช่องทางตัวแทนประกัน โดยตัวแทนประกันของบริษัทคิดเป็นจำนวนมากกว่า 25% ของจำนวนตัวแทนประกันทั้งหมดในประเทศไทย 

 

SCBS คาดว่าเบี้ยประกันภัยรับใหม่จะฟื้นตัวกลับมาเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปีในปี 2565-2567 (เทียบกับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 32%YoY ใน 1H65) โดยได้รับการสนับสนุนจาก

 

  1. การกลับมาดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจหลังจากมีการยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับการควบคุมการระบาดของโควิด
  2. การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ 
  3. ความต้องการทำประกันสุขภาพที่เพิ่มขึ้นหลังจากเกิดการระบาดของโควิด
  4. ความต้องการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อที่ฟื้นตัวดีขึ้น เพราะธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น
  5. การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย 

 

และคาดว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งหมดของ TLI จะเติบโต 1% ในปี 2565 (เทียบกับ 1.5%YoY ใน 1H65) 3% ในปี 2566 และ 4% ในปี 2567

 

ส่วนการเน้นขายผลิตภัณฑ์ที่ให้อัตรากำไรสูง (เช่น ประกันสุขภาพ) เพิ่มมากขึ้น ช่วยหนุนให้อัตรากำไรของธุรกิจใหม่ (VNB Margin) ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการคำนวณ VNB Margin ของ TLI เพิ่มขึ้นจาก 51% ในปี 2564 สู่ 54% ใน 1H65 

 

โดย SCBS คาดว่า VNB Margin จะเพิ่มขึ้นสู่ 52% ในปี 2565-2567 และคาดว่าความสามารถในการทำกำไรจากการรับประกันจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในปี 2566-2567 หลังจาก VNB Margin เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2564-2565 และการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิดลดลง

 

ขณะที่มอง ROI (อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน) จะยั่งยืน เพราะอัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนทำจุดต่ำสุดไปแล้ว โดย TLI จะได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทนจากการนำเงินไปลงทุนต่อ ในขณะนี้ใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนในพันธบัตรที่กำลังจะครบกำหนดไถ่ถอน 

 

ซึ่ง SCBS คาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนจะอยู่ในระดับทรงตัวที่ 3.5% ในปี 2565 จากนั้นจะเพิ่มขึ้นสู่ 3.55% ในปี 2566 และ 3.6% ในปี 2567 และคาดว่า ROI จะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัวในปี 2565-2567 โดยใช้สมมติฐานกำไรจากเงินลงทุนในระดับทรงตัวที่ 2.7 พันล้านบาท

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น TLI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.95%MoM สู่ระดับ 15.80 บาท ขณะที่ SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.03%MoM สู่ระดับ 1,624.18 จุด 

 

แนวโน้มผลประกอบการปี 2565:

SCBS คาดว่ากำไร 2H65 จะเพิ่มขึ้นมากถึง 74%YoY จากเบี้ยประกันภัยรับและรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น แต่จะลดลง 26%HoH เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนลดลง และคาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 20% ในปี 2565 (ไม่มีการรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเหมือนในปีก่อนและรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น) 10% ในปี 2566 และ 9% ในปี 2567 

 

อย่างไรก็ดี SCBS ให้เรตติ้ง Outperform ด้วยราคาเป้าหมาย 19 บาทต่อหุ้น (EV บวกมูลค่าที่ประเมินได้ของ VNB) เนื่องจาก 

 

  1. เบี้ยประกันภัยรับใหม่จะฟื้นตัวกลับมาเติบโต 
  2. VNB Margin จะปรับตัวดีขึ้น
  3. ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นต่อ ROI และการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่

 

สำหรับปัจจัยความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ

 

  1. ภาวะเงินเฟ้อสร้างแรงกดดันต่อกำลังซื้อของลูกค้า 
  2. ความผันผวนของตลาดทุน 
  3. การเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 
  4. การนำมาตรฐานการบัญชีใหม่มาใช้

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post TLI – บริษัทประกันชีวิตชั้นนำกับอนาคตที่แข็งแรงและมั่งคั่งยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เชื่อในความดี’ แคมเปญชวนทำดีที่ไม่ต้องได้ดี แค่ได้มี ‘ความสุข’ ก็คุ้ม! จากไทยประกันชีวิต [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/thai-life-insurance-believe-in-good-campaign/ Sat, 06 Aug 2022 07:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=663495 ไทยประกันชีวิต

ต้องยอบรับว่าสภาพสังคมทุกวันนี้ส่งผลให้คนเกิดความเครียด […]

The post ‘เชื่อในความดี’ แคมเปญชวนทำดีที่ไม่ต้องได้ดี แค่ได้มี ‘ความสุข’ ก็คุ้ม! จากไทยประกันชีวิต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

ต้องยอบรับว่าสภาพสังคมทุกวันนี้ส่งผลให้คนเกิดความเครียดมากขึ้น มีความสุขน้อยลง และสถานการณ์หลายอย่างบีบบังคับให้เรา ‘นึกถึงความสุขของตัวเอง’ มากกว่า ‘ความสุขของคนอื่น’ จะเสียเวลาทำความดี ทำเพื่อคนอื่นทำไม หน้าที่ก็ไม่ใช่ ทำไปชีวิตเราก็ไม่เห็นมีอะไรดี?  

 

ยิ่งไปกว่านั้น ความทุกข์และความเครียด อาจส่งผลโดยตรง เพราะแค่ประคองความรู้สึกตัวเองยังยาก นับประสาอะไรจะไปใส่ใจเรื่องคนอื่น หรือเราต้องทำตัวเองให้มีความสุขก่อนถึงจะทำความดีได้ ทว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า ชีวิตจะมีความสุขต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางประการ เช่น ต้องมีเงินก่อนถึงจะมีความสุข ต้องทำโปรเจกต์สำเร็จก่อนถึงจะมีความสุข แท้จริงแล้วความสุขเรียบง่ายกว่านั้น 

 

1 ใน 100 ข้อคิดจากหนังสือ ‘The 100 Simple Secrets of Happy People’ ที่เขียนโดย Ph.D. David Niven บอกว่า “คนที่มีความสุขทุกคนไม่ได้มีทุกสิ่งที่ต้องการ แต่พวกเขาให้คุณค่าในสิ่งที่มีอยู่แล้ว”

 

คุณค่าที่พูดถึงไม่ได้หมายถึงสิ่งของ แต่เป็นคุณค่าที่อยู่ในการกระทำ ไม่เชื่อก็ลองฝึกยกเครดิตให้กับความสำเร็จหรือการทำความดีเพียงเล็กน้อยของตัวเองดูซิ ไม่ว่าจะเป็นเปิดประตูให้คนที่กำลังถือของพะรุงพะรัง ลุกให้คนท้องนั่งบนรถไฟฟ้า หรือช่วยแชร์ข้อความของเพื่อนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ กำลังใจเล็กๆ จากคะแนนความนิยมที่คุณมอบให้ตัวเองจะเสริมความเชื่อมั่นว่าสิ่งดีๆ เกิดขึ้นได้จากตัวเรา 

 

บางครั้งการที่คนจะทำหรือไม่ทำความดีอาจขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราคิดเพื่อตัวเองเป็นหลัก อาทิ ทำดีต้องได้ดี หรือทำดีควรได้สิ่งตอบแทน เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์มักเลือกทำสิ่งที่ตัวเองได้ประโยชน์ แต่ถ้าคุณยังปักใจเชื่อสัญชาตญาณนี้ อาจพลาดความรู้สึกดีๆ ที่คนทำดีเท่านั้นจะสัมผัสได้ ก็เหมือนที่ Adam Grant เจ้าของหนังสือขายดีระดับโลก พยายามบอกกับผู้คนผ่านหนังสือ Give and Take คือ “การได้เห็นว่าสิ่งที่เราทำก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างไร จะช่วยเติมไฟให้เราอยากให้ยิ่งขึ้นไปอีก” 

 

ไทยประกันชีวิต

 

หรือจะลอง ‘เชื่อในความดี’ ดูมั้ย? ไม่ต้องเชื่อว่าทำดีได้ดีก็ได้ แต่จงเชื่อว่าหัวใจของคุณจะพองโตทุกครั้งที่ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น ลองเชื่อดูมั้ยว่าคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการทำดีไม่ใช่ใครแต่คือตัวเรา

 

ลองเชื่อเหมือนที่ ‘ไทยประกันชีวิต’ แบรนด์ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกชีวิต เชื่อในแนวคิดคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรัก และเชื่อว่าการทำดีนั้นเปรียบเสมือนการส่งมอบความรักที่ช่วยสร้างสังคมให้น่าอยู่ ช่วยสร้างคุณค่าให้กับตัวเราจากการช่วยเหลือผู้อื่น จนเกิดเป็นแคมเปญ ‘เชื่อในความดี’ ต่อยอดการสื่อสารแบรนด์ ‘ให้รักดูแลชีวิต’ ส่งหนังโฆษณาที่ชวนคนดูค้นหาจุดมุ่งหมายของการ ‘ทำดี’ ผ่าน 3 เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมของคนที่ยินดีที่เห็นคนอื่นมีความสุข   

 

 

นพ.สมเกียรติ กิจธรรมเชษฐ์ เจ้าของคลินิกหมอสมเกียรติ ที่อุทิศตัวใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาเปิดคลินิกรักษาผู้ป่วยที่ไม่มีเงินค่ารักษา หรือใครที่มีกำลังจ่ายก็เก็บครั้งละไม่เกิน 500 บาท จนได้รับสมญานามว่า ‘หมอศูนย์บาท’

 

คุ้มไหม? ทำทำไม? ถ้าสองคำถามนี้ผุดขึ้นมาตลอดการชมโฆษณา แปลว่าคุณก็คิดเหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่เชื่อว่า ทำดีต้องได้ดี แต่สำหรับหมอสมเกียรติ ผลตอบแทนของการทำดีคืนกลับมาในรูปแบบของความสุข แต่เป็นความสุขของคนไข้ที่หายขาดจากความเจ็บป่วย 

 

ทำดีขนาดนี้…แล้วผู้ให้ได้อะไร?
“เพื่อจะไม่ต้องมาเสียใจตอนจะตาย ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำให้ดีที่สุด” 

 

 

“ไม่ใช่หน้าที่แต่ก็ยินดีทำ” เราขอนิยามการทำดีของ ติ๊ก คนขับบิ๊กไบค์ที่ช่วยเด็กชักส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา และ โบ๊ท ชายหนุ่มวัย 16 ปี ที่กระโดดน้ำช่วยคนไม่รู้จักที่กำลังจะจมน้ำกลางเจ้าพระยา

 

หนังโฆษณาตัดสลับระหว่างบทสัมภาษณ์และภาพเหตุการณ์จริง พร้อมโยนคำถามแทนใจคนไทยทั้งประเทศ “ถามจริง ตอนนั้นคิดอะไร?” 

 

“ไม่ได้คิดอะไรเลยครับ” เรียกว่าไม่มีเวลาให้ทันได้คิดน่าจะเหมาะกว่า รู้แค่ว่าต้องทำ ส่วนที่ว่าทำแล้วได้อะไร วินาทีที่ทำพวกเขาเองก็ไม่รู้ แต่เมื่อรู้ว่าคนที่ช่วยรอดชีวิต เมื่อนั้นแหละพวกเขาถึงได้สัมผัสได้ว่าผลตอบแทนของการทำดี “มันโล่ง มันเบา มันอธิบายไม่ถูก” 

 

สารสำคัญที่แคมเปญ ‘เชื่อในความดี’ พยายามส่งให้ถึงคนดู คือการสร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากลงมือทำสิ่งดีๆ ช่วยเหลือผู้อื่น และสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง พร้อมทั้งเข้าใจถึงความหมายของคำว่า ‘ให้รักดูแลชีวิต’ ในแง่ที่ว่า การทำความดีไม่ต้องทำเรื่องยิ่งใหญ่ เพียงทำออกมาจากความรักและความรู้สึกที่อยากจะแบ่งปันความสุข เพียงเท่านั้นคุณก็จะค้นพบคำตอบแล้วว่า ‘ทำดี…แล้วผู้ให้ได้อะไร’



ถามใจตัวเองอีกที ตอนนี้คุณยัง ‘เชื่อในความดี’ อยู่ไหม เชื่อหรือไม่ว่าคนที่ได้ผลตอบแทนจากการทำดีคือตัวคุณเอง และเป็นคุณอีกเช่นกันที่ทำให้ชีวิตตัวเองมีคุณค่าจากการ ‘ทำดี’ 

The post ‘เชื่อในความดี’ แคมเปญชวนทำดีที่ไม่ต้องได้ดี แค่ได้มี ‘ความสุข’ ก็คุ้ม! จากไทยประกันชีวิต [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต จับมือ ‘ไอรีน’ สร้างแรงบันดาลใจ และพลังในชีวิตกับคนรุ่นใหม่ผ่านโลก Metaverse [PR NEWS] https://thestandard.co/thai-life-insurance-metaverse-human/ Fri, 05 Aug 2022 07:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=659435 ไทยประกันชีวิต

ในที่สุดเราก็ได้เห็นธุรกิจประกันก้าวเข้าสู่ Metaverse ด […]

The post ไทยประกันชีวิต จับมือ ‘ไอรีน’ สร้างแรงบันดาลใจ และพลังในชีวิตกับคนรุ่นใหม่ผ่านโลก Metaverse [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

ในที่สุดเราก็ได้เห็นธุรกิจประกันก้าวเข้าสู่ Metaverse ด้วยกลยุทธ์ใหม่ๆ กันเสียที ครั้งนี้ถึงคิวของ ‘ไทยประกันชีวิต’ แบรนด์ที่ไม่เคยหยุดดูแลและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกชีวิต จับมือกับ ‘ไอรีน’ Virtual Influencer กับการก้าวเข้าสู่ Metaverse เป็นครั้งแรก! 

 

จะว่าไป ‘ไทยประกันชีวิต’ เก่งเรื่องการสื่อสารที่โดนใจ เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัยผ่านหนังโฆษณาทุกเวอร์ชันอยู่แล้ว แต่นี่จะเป็นก้าวใหม่เพื่อเน้นสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ ด้วยการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูทันสมัย จึงคอลแลบกับ Virtual Influencer อย่างไอรีน สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขผ่านไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ และคอยซัพพอร์ตเรื่องการวางแผนทางการเงิน 

 

ด้วยคาแรกเตอร์ของหญิงสาววัย 21 ปี คนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับความมั่นใจ กล้าคิด กล้าพูด และไม่หยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และค้นหาแรงบันดาลใจดีๆ จากสิ่งรอบตัว ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ไทยประกันชีวิตต้องการสื่อสาร

 

ความน่าสนใจของการคอลแลบครั้งนี้คือลูกเล่นการนำเสนอคอนเทนต์มาผนวกไลฟ์สไตล์ที่คนรุ่นใหม่สนใจ ผสมผสานเข้ากับ ‘สาร’ ที่ไทยประกันชีวิตอยากส่งมอบ 

 

อย่างแพลตฟอร์ม E-Magazine ‘livetolife.com’ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและมุมมองใหม่ๆ อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ท่องเที่ยว วัฒนธรรม สุขภาพ การเงิน ฯลฯ เพื่อเปิดมุมมองการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และความมีชีวิตชีวาให้ผู้อ่านรู้สึกมีความสุขในการใช้ชีวิต 

 

แทนที่จะชวนไอรีนขึ้นปกแมกกาซีน ไทยประกันชีวิตกลับเลือกให้เธอบอกกลุ่มเป้าหมายว่า แรงบันดาลใจและความสุขในการใช้ชีวิต เธอได้จากการคลิกเข้าไปอ่าน www.livetolife.com 

 

หรือการซื้อประกันออนไลน์ที่เคยเข้าใจว่ายุ่งยากและเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนรุ่นใหม่ Pain Point ที่แก้ง่ายๆ ผ่าน @Ai_Ailynn โดยให้ไอรีนพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายเหมือนคนเข้าใจหัวอกเดียวกันว่า การซื้อประกันออนไลน์ที่ดูยุ่งๆ นั้นไม่ยากอีกต่อไป

 

อยากซื้อประกันออนไลน์จากไทยประกันชีวิต เพียง ‘คลิก-เลือก-กรอกข้อมูล-จ่าย’ ผ่านเว็บไซต์ https://online.thailife.com ก็คุ้มครองทันทีหลังได้รับการยืนยัน ใครที่เป็นคนแอ็กทีฟแบบไอรีนยิ่งต้องเตรียมความพร้อมให้ดี ที่สำคัญไทยประกันชีวิตยังเข้าใจทุกความต้องการ จึงออกแบบมาให้เราสามารถเลือกรูปแบบความคุ้มครองได้เอง 

 

เชื่อว่าที่ไทยประกันชีวิตจับมือกับ Virtual Influencer ทำการตลาด น่าจะมองเห็นไปถึงข้อดีเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ และเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านสารหลากหลายรูปแบบ อย่างเนื้อหาการสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมตัวช่วยที่คอยซัพพอร์ตการใช้ชีวิตอย่างประกันออนไลน์ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ว่า ไทยประกันชีวิตพร้อมที่จะก้าวไปกับทุกวิถีชีวิตของลูกค้า

 

ค้นหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตเพื่อค้นพบคุณค่าของความรัก คุณค่าในชีวิตของตัวเองและคนที่คุณรักที่ www.livetolife.com 

 

เลือกแบบแผนประกันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และซื้อประกันออนไลน์จากไทยประกันชีวิตได้ง่ายๆ แค่คลิก https://online.thailife.com

The post ไทยประกันชีวิต จับมือ ‘ไอรีน’ สร้างแรงบันดาลใจ และพลังในชีวิตกับคนรุ่นใหม่ผ่านโลก Metaverse [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นไทยประกันชีวิต รูดลงต่ออีก 5% กดมูลค่าตลาดหายไป 1.15 หมื่นล้านบาท หลังพลาดเข้า SET50 https://thestandard.co/thai-life-insurance-stock-260765/ Tue, 26 Jul 2022 10:52:37 +0000 https://thestandard.co/?p=659190 ไทยประกันชีวิต

ความเคลื่อนไหวราคา หุ้นไทยประกันชีวิต ของ บมจ.ไทยประกัน […]

The post หุ้นไทยประกันชีวิต รูดลงต่ออีก 5% กดมูลค่าตลาดหายไป 1.15 หมื่นล้านบาท หลังพลาดเข้า SET50 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

ความเคลื่อนไหวราคา หุ้นไทยประกันชีวิต ของ บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) วันนี้ (26 กรกฎาคม) ปิดการซื้อขายที่ 15 บาท ลดลง 5.66% จากวันก่อนหน้า และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จากราคา IPO ที่ 16 บาท ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของ TLI ลดลงไป 1.145 หมื่นล้านบาท 

 

แหล่งข่าวนักวิเคราะห์เปิดเผยว่า การปรับตัวลงของ TLI เป็นผลต่อเนื่องจากเมื่อวาน ที่บริษัทไม่ได้ถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 แบบ Fast Track ส่งผลให้กองทุนที่คาดการณ์ว่าหุ้น TLI จะถูกนำเข้าคำนวณอาจจะทอนน้ำหนักหุ้นออกมา ส่งผลให้ TLI กลายเป็นหุ้นใหญ่ที่นักลงทุนอาจจะแค่จับตามองเท่านั้น 

 

“เมื่อ TLI ไม่ได้อยู่ใน SET50 บางกองทุนก็ไม่สามารถลงทุนได้ ทำให้นักลงทุนมองหุ้นในทางลงไปก่อน เพราะเมื่อเป็นเช่นนี้กองทุนต้องขายออกมาจนกว่าราคาจะลงมาสู่ Valuation ที่น่าสนใจ” 

 

ในขณะที่บอนด์ยีลด์ที่โดยปกติจะแปรผันตรงกับราคาหุ้นกลุ่มประกัน ล่าสุดบอนด์ยีลด์ลดลงจากกว่า 3% มาต่ำกว่า 3% อย่างไรก็ตาม การลดลงของบอนด์ยีลด์ไม่ได้ชี้นำว่าราคาหุ้นประกันจะต้องลดลงมาในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ ประเมินว่าหากราคาหุ้นลดลงมาถึงระดับ 14 บาท คิดเป็น P/E ราว 15 เท่า เป็นจุดที่น่าสนใจ

 

ขณะที่ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า การที่หุ้น TLI อาจไม่ถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 และ SET100 ผ่านเกณฑ์ Fast Track ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จะเป็นการคลายความกังวลต่อตัวหุ้นที่มีความเสี่ยงถูกถอดออกมาก่อนหน้านี้ อย่างเช่น IRPC และ BLA สำหรับดัชนี SET50 รวมทั้ง SYNEX และ TTA สำหรับดัชนี SET100

The post หุ้นไทยประกันชีวิต รูดลงต่ออีก 5% กดมูลค่าตลาดหายไป 1.15 หมื่นล้านบาท หลังพลาดเข้า SET50 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น TLI ปิดตลาดร่วงต่ำจอง กลายเป็นหุ้น IPO รายที่ 2 ของปีนี้ หมดลุ้น Fast Track เข้า SET50 https://thestandard.co/tli-stocks-dropped/ Mon, 25 Jul 2022 12:05:32 +0000 https://thestandard.co/?p=658743 หุ้น TLI

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ หุ้น TLI ปิดเทรดร่วงต่ำกว่าราคา […]

The post หุ้น TLI ปิดตลาดร่วงต่ำจอง กลายเป็นหุ้น IPO รายที่ 2 ของปีนี้ หมดลุ้น Fast Track เข้า SET50 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น TLI

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ หุ้น TLI ปิดเทรดร่วงต่ำกว่าราคาจองซื้อ นับเป็นหุ้น IPO รายที่ 2 ของปีที่ร่วงหลุดจอง และหมดโอกาสลุ้น Fast Track เข้าคำนวณในดัชนี SET50 นักวิเคราะห์รับผิดคาด พร้อมประเมินสาเหตุเป็นเพราะบอนด์ยีลด์เริ่มลง ลดเสน่ห์หุ้นประกัน

 

หุ้น บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันนี้ (25 กรกฎาคม) เป็นวันแรก โดยทันทีที่เปิดตลาด ราคาหุ้นเคลื่อนไหวอยู่ที่ 16.00 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาจองซื้อ จากนั้นราคาเคลื่อนไหวค่อนข้างทรงตัว โดยระหว่างวันขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 16.30 บาท แต่หลังจากนั้นราคาก็เริ่มปรับลง มาซื้อขายที่ 15.90 บาท ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับราคาดังกล่าว ซึ่งต่ำกว่าราคา IPO ที่ระดับ 16.00 บาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายสูงเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ ​​10,297.16 ล้านบาท

 

อนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายวานิชธนกิจและตลาดทุน กลุ่มธุรกิจการเงิน บล.เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า กรณีความเป็นไปได้ที่หุ้น TLI จะเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ด้วยวิธีการ Fast Track นั้นต้องมีมาร์เก็ตแคปเกิน 1% ของมาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไทย หรือคิดเป็นราคาหุ้นประมาณ 16.40 บาท ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ วันถัดมาตลาดหลักทรัพย์จะทำการประกาศรายชื่อ และจะนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ใน 3 วันถัดไป 

 

ทั้งนี้ TLI มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวน 161.63 ล้านหุ้น เพื่อใช้สร้างเสถียรภาพราคาหุ้น โดยที่ปรึกษาทางการเงินกล่าวว่า กลไกรักษาเสถียรภาพราคาหุ้นโดยใช้หุ้น Over-Allotment นั้น ต้องพิจารณาสภาวะตลาดหุ้นไทยประกอบด้วย ถ้าบางวันที่สภาวะตลาดแย่มากๆ และเห็นแรงขายที่มาก อาจจะปล่อยให้ราคาลงต่ำกว่า 16 บาท เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าไปพยุง และในวันที่สภาวะตลาดเริ่มคงที่จะเข้าไปใส่ออร์เดอร์ เช่น ใช้ออร์เดอร์ที่ราคา 15.80-16.00 บาท

 

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า กรณีที่หุ้น TLI ปิดการซื้อขายต่ำกว่าราคาจองนั้นค่อนข้างแปลกใจ เนื่องจากหุ้น TLI มีขนาดใหญ่และมีศักยภาพที่จะได้เข้าคำนวนในดัชนี SET50 ด้วยวิธีการ Fast Track อยู่แล้วหากราคาปิดสามารถยืนระดับ 16.20 บาทได้ แต่กลับพลาดโอกาสตรงนี้ไป

 

นอกจากนี้ยังเห็นสัญญาณการสลับหุ้นเล่น จาก BLA ที่เป็นหุ้นกลุ่มประกันเช่นเดียวกัน มาสู่หุ้น TLI สะท้อนจากแรงขายหุ้น BLA ที่ปรับตัวลดลงในวันนี้ และปิดการซื้อขายที่ 37.25 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 3.25%

 

สาเหตุที่ราคาหุ้น TLI ปรับตัวลดลง อาจเป็นเพราะในช่วงนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ระยะยาวของสหรัฐฯ เริ่มปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.8% จากที่เคยอยู่ที่ 3.5% ซึ่งความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มประกันมักจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ขณะที่หุ้น TLI ก็กำหนดราคาหุ้น IPO ในช่วงที่บอนด์ยีลด์อยู่ในระดับสูง 

 

ทั้งนี้ รายงานจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า ในรายการซื้อขายกระดานรายใหญ่ มีการซื้อขายหลักทรัพย์ TLI จำนวน 3,125,000 หุ้น ราคา 16.00 บาท คิดเป็นมูลค่า 50 ล้านบาท 

 

นักวิเคราะห์กล่าวเพิ่มว่า แนวโน้มความเคลื่อนไหวราคาหุ้น TLI มีความเสี่ยงที่จะไม่หวือหวามากนัก เนื่องจากนักลงทุนอาจกังวลในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการใช้ Greenshoe Option เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา แต่เมื่อหมดช่วงเวลาใช้ Greenshoe แล้วหุ้นก็ปรับลดลงอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเชิงปัจจัยพื้นฐานแล้ว เชื่อว่าหุ้น TLI จะมีการเติบโตที่ดีและเหมาะกับการลงทุนระยะยาว

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post หุ้น TLI ปิดตลาดร่วงต่ำจอง กลายเป็นหุ้น IPO รายที่ 2 ของปีนี้ หมดลุ้น Fast Track เข้า SET50 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น TLI ต่ำจอง ที่ปรึกษาระบุเป็นไปตามภาวะตลาด เผยหากจะเข้า SET50 แบบ Fast-Track ราคาหุ้นต้องเกิน 16.40 บาท https://thestandard.co/low-purchase-of-tli-shares/ Mon, 25 Jul 2022 04:44:37 +0000 https://thestandard.co/?p=658453 หุ้นไทยประกันชีวิต

หุ้นไทยประกันชีวิต หรือ หุ้น TLI ร่วงต่ำกว่าราคาจองซื้อ […]

The post หุ้น TLI ต่ำจอง ที่ปรึกษาระบุเป็นไปตามภาวะตลาด เผยหากจะเข้า SET50 แบบ Fast-Track ราคาหุ้นต้องเกิน 16.40 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นไทยประกันชีวิต

หุ้นไทยประกันชีวิต หรือ หุ้น TLI ร่วงต่ำกว่าราคาจองซื้อ โดยหล่นมาซื้อขายที่ 15.90 บาท ที่ปรึกษาการเงินแจงเป็นไปตามภาวะตลาด พร้อมใช้หุ้นส่วนเกิน 161 ล้านหุ้นสร้างเสถียรภาพราคา 

 

อนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายวานิชธนกิจและตลาดทุน กลุ่มธุรกิจการเงิน บล.เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า กรณีที่ราคาหุ้น บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) มีความผันผวน และปรับลดลงมาซื้อขายต่ำกว่าราคาจองซื้อที่ 16 บาทนั้น เป็นไปตามบรรยากาศการลงทุนโดยรวมในวันนี้ โดยจะต้องติดตามดูความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในช่วงบ่ายประกอบด้วย หลังจากที่ตลาดหุ้นในโซนยุโรปและสหรัฐฯ เปิดทำการ 

 

ทั้งนี้ TLI มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment) จำนวน 161.63 ล้านหุ้น ซึ่งมีเวลาใช้หุ้นส่วนเกินจำนวนนี้เพื่อดูแลเสถียรภาพราคาเป็นเวลา 30 วัน หรือสิ้นสุดในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ 

 

อนุวัฒณ์กล่าวว่า หากในวันที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมาก และราคาหุ้น TLI มีแรงขายออกมาเยอะ ก็อาจจะปล่อยให้ราคาต่ำกว่า 16 บาท เนื่องจากการเข้าไปรับซื้อไว้ก็อาจจะเปล่าประโยชน์ ในทางกลับกัน หากในวันนั้นๆ ราคาหุ้นค่อนข้างมีเสถียรภาพ ก็อาจจะเข้าไปตั้งคำสั่งซื้อเอาไว้ในราคาที่เหมาะสม 

 

“เชื่อว่าตลาดผันผวนแบบนี้ หุ้น TLI ก็มีโอกาสที่จะประคับประคองได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ในช่วงที่ตลาดหุ้นโดยรวมผันผวน นักลงทุนมักจะหันมาหาหุ้นที่มีการเติบโต ปัจจัยพื้นฐานดี และไม่ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังเป็นที่กังวลในตอนนี้” อนุวัฒน์กล่าว 

 

เขากล่าวเพิ่มว่า กรณีความเป็นไปได้ที่หุ้น TLI จะเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ด้วยวิธีการ Fast-Track นั้น ต้องมีมาร์เก็ตแคปเกิน 1% ของมาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไทย หรือคิดเป็นราคาหุ้นประมาณ 16.40 บาท ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ วันถัดมาตลาดหลักทรัพย์จะทำการประกาศรายชื่อ และจะนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ใน 3 วันถัดไป 

 

ทั้งนี้ TLI มีทุนชำระแล้ว 11,450 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวม 2,316.70 ล้านหุ้น ประกอบด้วย

 

  1. หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 850 ล้านหุ้น 
  2. หุ้นสามัญเดิมของบริษัท วี.ซี.สมบัติ จำกัด จำนวน 1,166.58 ล้านหุ้น
  3. หุ้นสามัญเดิมของ Her Sing (H.K.) Limited จำนวน 138.49 ล้านหุ้น 

 

และจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวน 161.63 ล้านหุ้น 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post หุ้น TLI ต่ำจอง ที่ปรึกษาระบุเป็นไปตามภาวะตลาด เผยหากจะเข้า SET50 แบบ Fast-Track ราคาหุ้นต้องเกิน 16.40 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นไทยประกันชีวิต เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรก ราคาเปิดสูงกว่า IPO ราว 0.63% https://thestandard.co/thai-life-insurance-shares-on-set/ Mon, 25 Jul 2022 03:29:18 +0000 https://thestandard.co/?p=658388 หุ้นไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ หุ้นไทยประกันชีวิต ( หุ้น TLI ) […]

The post หุ้นไทยประกันชีวิต เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรก ราคาเปิดสูงกว่า IPO ราว 0.63% appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้นไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ หุ้นไทยประกันชีวิต ( หุ้น TLI ) เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (25 กรกฎาคม) เป็นวันแรก และได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก ขณะที่ราคาเปิดการซื้อขายเพิ่มขึ้น 0.63% เมื่อเทียบกับราคา IPO ที่ 16 บาทต่อหุ้น 

 

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศที่ก่อตั้งโดยคนไทย เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 25 กรกฎาคม ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 183,200 ล้านบาท โดยราคาเปิดการซื้อขายอยู่ที่ 16.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.63% จากราคาจองซื้อที่ 16 บาท จากนั้นราคาปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16.30 บาท มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นเป็นอันดับ 1 ของตลาดหุ้นไทย 

 

TLI เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย ดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ ‘ไทยประกันชีวิต’ ซึ่งเป็นที่รู้จักมายาวนานกว่า 80 ปี มีส่วนแบ่งทางการตลาด (พิจารณาตามเบี้ยประกันภัยรับรวม) สูงเป็น 3 ลำดับแรกของประเทศ 12 ปีติดต่อกันจนถึงปัจจุบัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศจากเครือข่ายตัวแทนประกันชีวิตกว่า 64,000 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีการจำหน่ายผ่านตัวแทนประกันชีวิตของประเทศ มีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสถาบันการเงิน องค์กรพันธมิตรชั้นนำ และอื่นๆ ที่เข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้า ตลอดจนได้รับการสนับสนุนทางธุรกิจจาก Meiji Yasuda Life Insurance Company (MY) ผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ (Strategic Shareholder) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นด้วย

 

TLI มีทุนชำระแล้ว 11,450 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวม 2,316.70 ล้านหุ้น ประกอบด้วย

  1. หุ้นสามัญเพิ่มทุน 850 ล้านหุ้น 
  2. หุ้นสามัญเดิมของบริษัท วี.ซี.สมบัติ จำกัด 1,166.58 ล้านหุ้น
  3. หุ้นสามัญเดิมของ Her Sing (H.K.) Limited 138.49 ล้านหุ้น 

 

นอกจากนี้มีการจัดสรรหุ้นส่วนหุ้นเกิน 161.63 ล้านหุ้น 

 

โดยเสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ บุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัท และพนักงานบริษัท ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2565 และผู้ลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 11-12 และ 14 กรกฎาคม 2565 ในราคาหุ้นละ 16 บาท คิดเป็นมูลค่าเสนอขาย 37,067.18 ล้านบาท (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และมูลค่าระดมทุน 13,600 ล้านบาท 

 

โดยบริษัท ผู้ถือหุ้นเดิม ร่วมกับผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย และผู้ซื้อหุ้นเบื้องต้นในต่างประเทศ (Initial Purchasers) กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO จากการพิจารณาหลายปัจจัย หากพิจารณามูลค่าพื้นฐานของกิจการ (Embedded Value) (เป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัย เพื่อที่จะหามูลค่าผลประโยชน์ที่มีต่อผู้ถือหุ้นจากกรมธรรม์ที่ยังมีผลบังคับของบริษัทประกันชีวิต) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 เท่ากับ 142,277 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด 10,600 ล้านหุ้น จะได้มูลค่าพื้นฐานของกิจการต่อหุ้น 13.42 บาทต่อหุ้น และคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าพื้นฐานของกิจการ (Price to Embedded Value Ratio: P/EV) ประมาณ 1.19 เท่า และคิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Price to Book Value Ratio: P/BV) ประมาณ 2.13 เท่า โดยพิจารณาจากส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ที่จะได้มูลค่าตามบัญชีสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 7.50 บาทต่อหุ้น 

 

สำหรับธุรกิจประกันชีวิต การประเมินมูลค่าของบริษัทด้วยอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio: P/E) จะไม่สะท้อนถึงมูลค่ายุติธรรมของบริษัท เนื่องจากไม่สะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจจากกระแสเงินสดที่บริษัทจะได้รับจากกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองเป็นระยะเวลามากกว่า 1 ปี 

 

TLI มีผู้ถือหุ้น 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ 1 กลุ่ม วี.ซี.สมบัติ ถือหุ้น 50.79% 2. Meiji Yasuda Life Insurance Company ถือหุ้น 15.00% และ 3. Her Sing (H.K.) Limited ถือหุ้น 6.19% 

 

ทั้งนี้ TLI มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังจากการหักภาษีและจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด

 

ไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) เปิดเผยว่า การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเสริมศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยบริษัทมีแผนจะนำเงินจากการระดมทุนในครั้งนี้ไปลงทุนด้านเทคโนโลยี (Digital Transformation) เพื่อผลักดันบริษัทสู่การเป็น Data Driven Company รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางการขายผ่านพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้วในปัจจุบันให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมเสริมสร้างเงินกองทุนให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอบโจทย์การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับนักลงทุน และพร้อมดูแลเคียงข้างคนไทย

 


บทความที่เกี่ยวข้อง


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post หุ้นไทยประกันชีวิต เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรก ราคาเปิดสูงกว่า IPO ราว 0.63% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘TLI’ ปักธงเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก 25 กรกฎาคมนี้ เผยนักลงทุนทั่วโลกแห่จองหุ้นท่วมท้น https://thestandard.co/thai-life-insurance-tli-trade-in-stock-market/ Tue, 12 Jul 2022 11:43:47 +0000 https://thestandard.co/?p=653190 ไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI เตรียมเดินหน้าเข้าซื้อขายใน […]

The post ‘TLI’ ปักธงเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก 25 กรกฎาคมนี้ เผยนักลงทุนทั่วโลกแห่จองหุ้นท่วมท้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI เตรียมเดินหน้าเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันแรกในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ ผู้บริหารระบุ นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจจองซื้อหุ้น IPO อย่างท่วมท้น และมีการนำหุ้นส่วนเกินมาจัดสรรด้วย รวมมูลค่าเสนอขายทั้งสิ้น 37,067 ล้านบาท ขึ้นแท่น IPO ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในตลาดหุ้นไทย

 

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) กล่าวว่า ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการสำรวจความต้องการจองซื้อหุ้น (Bookbuilding) สำหรับนักลงทุนสถาบันทั่วโลก และการจองซื้อหุ้นของนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าหุ้น TLI ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีเยี่ยมและความสนใจในการลงทุนเป็นจำนวนมาก แม้ในสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ด้านตลาดทุนที่ยังคงมีความผันผวนเป็นอย่างมาก 

 

ทั้งนี้ จากกระแสตอบรับและความสนใจอันล้นหลามของนักลงทุนแต่ละประเภท TLI ได้จัดสรรหุ้นจำนวนรวมทั้งสิ้น 2,316.7 ล้านหุ้น (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกินเต็มจำนวน) คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวมทั้งสิ้น 37,067 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ (Market Capitalization) ประมาณ 183,200 ล้านบาท ที่ราคาเสนอขาย 16 บาทต่อหุ้น โดยมีสัดส่วนเสนอขายระหว่างนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 69.9% และ 30.1% ตามลำดับ และสัดส่วนระหว่างนักลงทุนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60.5% และ 39.5% ตามลำดับ 

 

สำหรับเงินที่ไทยประกันชีวิตได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้รวมประมาณ 13,600 ล้านบาท TLI จะนำไปต่อยอดธุรกิจ นำเสนอคุณค่าที่แตกต่าง และเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ได้แก่ 

 

  1. การลงทุนเพื่อพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และการทำการตลาดและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยไทยประกันชีวิตจะมุ่งเน้นขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการแบบลักษณะเฉพาะบุคคล (Personalization) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย 

 

  1. การรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมประกันชีวิตของประเทศไทยด้วยการเสริมสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่มีอยู่ของไทยประกันชีวิตให้เข้มแข็งมากขึ้น พร้อมไปกับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านออนไลน์ รวมถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยการนำเสนอคุณค่าที่แตกต่าง การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายผ่านพันธมิตรและเพิ่มคู่ค้าในการจัดจำหน่าย ประมาณ 5,400 ล้านบาท 

 

  1. การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินทุนให้มากยิ่งขึ้น และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์อื่นๆ ในอนาคต ประมาณ 6,200 ล้านบาท 

 

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจในหุ้น TLI แต่มิได้จองซื้อ ณ IPO สามารถซื้อหุ้น TLI ได้ในตลาดรอง โดยคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) เป็นวันแรกในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ พร้อมกับเริ่มทำการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น (Stabilization Activity) ในช่วง 30 วันแรกหลังหุ้นของ TLI เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘TLI’ ปักธงเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก 25 กรกฎาคมนี้ เผยนักลงทุนทั่วโลกแห่จองหุ้นท่วมท้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยประกันชีวิต’ กับ 7 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนหุ้น https://thestandard.co/tli-stocks-7-must-knows-before-invest/ Wed, 29 Jun 2022 05:11:44 +0000 https://thestandard.co/?p=647788 ไทยประกันชีวิต

เปิด 7 ข้อควรรู้ก่อนจองซื้อหุ้น บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ […]

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ กับ 7 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

เปิด 7 ข้อควรรู้ก่อนจองซื้อหุ้น บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI สำรวจพบจุดเด่นคือเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ต่างชาติและสถาบันให้ความสนใจสูง ทำให้ความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่องหมุนเวียนอาจมากกว่าหุ้นอื่น

 

จังหวะนี้ ประเด็นร้อนของฝั่งตลาดหุ้นไทยหนีไม่พ้นการเสนอขายหุ้น IPO ของประกันยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI ซึ่งจะเปิดให้จองซื้อหุ้นตั้งแต่วันนี้ (29 มิถุนายน) – 6 กรกฎาคมนี้ THE STANDARD WEALTH จึงรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุน ดังนี้  

 

1. ธุรกิจหลักและการเติบโตของผลประกอบการ

TLI ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตที่ครบวงจร ทั้งด้านการคุ้มครองชีวิต คุ้มครองสุขภาพ การออม การลงทุน และการวางแผนมรดก แบ่งเป็น 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ประกอบด้วย

 

  1. ประกันชีวิตประเภทสามัญ (Basic Ordinary Life Insurance) ได้แก่ แบบสะสมทรัพย์ (Endowment) แบบตลอดชีพ แบบชั่วระยะเวลา และแบบเงินได้ประจำหรือแบบบำนาญ

 

  1. ประกันชีวิตประเภทควบการลงทุน (Investment-Linked) ได้แก่ แบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ และแบบยูนิต ลิงค์

 

  1. ประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance) 

 

  1. ประกันชีวิตประเภทกลุ่ม (Group Life Insurance)

 

  1. ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident)

 

  1. สัญญาเพิ่มเติม (Riders)

 

จุดเด่นของ TLI คือการมีช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลายและครอบคลุมทั่วประเทศไทย อาทิ ตัวแทนประกันชีวิตกว่า 64,000 ราย ขายผ่านพันธมิตรที่มีทั้งธนาคารพาณิชย์ ธนาคารและองค์กรของรัฐ บริษัทลีสซิ่งและเช่าซื้อ และบริษัทสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค รวมถึงช่องทางผลิตภัณฑ์ผ่านทางโทรศัพท์ และ E-Commerce อีกด้วย

 

โดยผลประกอบการที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 

 

  • ปี 2562 รายได้รวม 108,388 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,777 ล้านบาท
  • ปี 2563 รายได้รวม 107,642 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7,692 ล้านบาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 109,246 ล้านบาท กำไรสุทธิ  8,393 ล้านบาท

 

  • ไตรมาส 1/64 รายได้รวม 25,198 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,307 ล้านบาท
  • ไตรมาส 1/64 รายได้รวม 25,954 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,793 ล้านบาท

 

เป็นที่สังเกตได้ว่ากำไรสุทธิในปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่มีการแพร่ระบาดของโควิดอย่างหนัก TLI ยังมีกำไรเพิ่มขึ้น 9% ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/65 กำไรสุทธิก็เพิ่มขึ้น 15%YoY ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตท่ามกลางความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี 

 

2. ความเสี่ยงหลัก 4 ด้าน

TLI มีความเสี่ยงหลักอยู่ 4 ด้าน ประกอบด้วย

 

  1. ความเสี่ยงเกี่ยวกับธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีค่อนข้างหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด พอร์ตลงทุนที่กระจุกตัวในสินทรัพย์บางประเภท การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและการกำกับดูแลของภาพรวมอุตสาหกรรม กลยุทธ์ธุรกิจผิดพลาด การขาดแคลนทรัพยากรบุคคล เป็นต้น 

 

  1. ความเสี่ยงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่บริษัทประกอบกิจการอยู่ เช่น การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของสภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป แนวโน้มด้านประชากรศาสตร์ หรือการลดลงของความนิยมของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ผลการดำเนินงานและกระแสเงินสดในอุตสาหกรรมผันผวนตามฤดูกาล การเปลี่ยนแปลงในทางลบต่อกฎหมายภาษีที่ใช้บังคับหรือการตีความกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการบัญชี 

 

  1. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัทในต่างประเทศ 

 

  1. ความเสี่ยงเกี่ยวกับหุ้นสามัญที่เสนอขายและการเสนอขายในครั้งนี้ เช่น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อาจยังคงมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อการบริหารจัดการ บริษัทอาจไม่สามารถจ่ายเงินปันผล หรืออาจตัดสินใจไม่จ่ายเงินปันผล หากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ขายหุ้นของบริษัทเป็นจำนวนมากในอนาคต อาจทำให้ราคาหุ้นของบริษัทอาจลดลงได้ 

 

3. กลุ่ม ‘ไชยวรรณ’ กุมหุ้นใหญ่ 66% หลัง IPO 

โครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TLI แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 

 

  1. กลุ่มไชยวรรณ รวมถือหุ้น 84.7%
  2. กลุ่ม Meiji Yasuda Life Insurance บริษัทประกันรายใหญ่จากญี่ปุ่น รวมถือหุ้น 15% 

 

และภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 2,207.3 ล้านหุ้น โครงสร้างผู้ถือหุ้นจะเปลี่ยนเป็น 

 

  1. กลุ่มไชยวรรณ รวมถือหุ้น 66.5%
  2. กลุ่ม Meiji Yasuda Life Insurance รวมถือหุ้น 15% 
  3. ประชาชนทั่วไป 18.5% 

 

จากงานแถลงแผนการเสนอขายหุ้น IPO และการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเร็วๆ นี้ ตัวแทนกลุ่มไชยวรรณยืนยันว่าจะรักษาสัดส่วนการถือหุ้นไว้ เช่นเดียวกับกลุ่ม Meiji Yasuda Life Insurance ที่แจ้งประสงค์จะรักษาสัดส่วนการถือหุ้นที่ 15% ด้วยการจองซื้อหุ้นสามัญที่ IPO จำนวนหนึ่งเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้น

 

4. TLI ได้รับเงิน 13,600 ล้านบาท 

TLI เสนอขาย IPO มีจำนวนไม่เกิน 2,155.068 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการ IPO ในครั้งนี้ มาจาก 

 

  1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนโดย TLI จำนวนไม่เกิน 850 ล้านหุ้น
  2. หุ้นสามัญเดิมโดยบริษัท วี.ซี. สมบัติ จำกัด จำนวนไม่เกิน 1,166.57 ล้านหุ้น
  3. หุ้นสามัญเดิมโดย Her Sing (H.K.) Limited จำนวนไม่เกิน 138.49 ล้านหุ้น

 

และอาจมีการพิจารณาจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Option หรือ Greenshoe) อีกจำนวนไม่เกิน 161.63 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 7.5% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด เพื่อเพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) ในช่วง 30 วันแรกหลังหุ้นของ TLI เข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น

 

โดย TLI กำหนดราคาเสนอขายหุ้นละ 16 บาท ส่งผลให้บริษัทได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 13,600 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36% ของมูลค่าเสนอขายหุ้นทั้งหมด ที่ 37,067 ล้านบาท  

 

5. กำหนดราคา IPO ด้วยวิธี Embedded Value

สำหรับธุรกิจประกันชีวิต การประเมินมูลค่าของบริษัทด้วยอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio: P/E) จะไม่สะท้อนถึงมูลค่ายุติธรรมของบริษัท เนื่องจากไม่สะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจจากกระแสเงินสดที่บริษัทจะได้รับจากกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองเป็นระยะเวลามากกว่า 1 ปี

 

TLI กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 16 บาทต่อหุ้น หากพิจารณามูลค่าพื้นฐานของกิจการ (Embedded Value) ของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 เท่ากับ 142,277.3 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 10,600 ล้านหุ้น จะได้มูลค่าพื้นฐานของกิจการต่อหุ้น (Embedded Value Per Share) เท่ากับ 13.42 บาทต่อหุ้น และอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าพื้นฐานของกิจการ (Price to Embedded Value Ratio: P/EV) 1.19 เท่า

 

และหากพิจารณาจากส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ซึ่งเท่ากับ 85,909.63 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 11,450 ล้านหุ้น (Fully Diluted) (บนสมมติฐานว่ามีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวน 850,000,000 หุ้น) จะได้มูลค่าตามบัญชีสุทธิต่อหุ้น (Book Value Per Share) เท่ากับ 7.50 บาทต่อหุ้น และอัตราส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Price to Book Value Ratio: P/BV) ประมาณ 2.13 เท่า

 

6. เสี่ยง ‘ฟรีโฟลทต่ำ’ หากสถาบันกอดหุ้นแน่น

สำหรับการเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 2,155.06 ล้านหุ้นนั้น TLI จัดสรรหุ้นดังนี้

 

  1. ผู้ลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors ที่จองซื้อในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 1,158.359 ล้านหุ้น หรือ 53.8% 

 

  1. ผู้ลงทุนสถาบันที่จองซื้อในประเทศและต่างต่างประเทศ (Institutional Bookbuild) จำนวน 128.849 ล้านหุ้น หรือ 6%

 

  1. บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท (รวม Meiji Yasuda Life Insurance Company) จำนวน 129.832 ล้านหุ้น หรือ 6%

 

  1. พนักงานของบริษัท จำนวน 33.654 ล้านหุ้น หรือ 1.6% 

 

  1. บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำนหน่ายหลักทรัพย์ จำนวน 704.375 ล้านหุ้น หรือ 28.7%

 

ซึ่งบ่งชี้ว่าจะมีหุ้นที่ถูกจัดสรรให้กับนักลงทุนทั่วไปที่เป็นลูกค้าโบรกเกอร์พันธมิตร 13 ราย เพียง 704.375 ล้านหุ้นเท่านั้น ขณะที่มีหุ้นอยู่ในมือนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,287.208 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่านักลงทุนสถาบันมักจะเข้าลงทุนแบบระยะยาว 

 

7. มาร์เก็ตแคป ‘ใหญ่สุด’ ในกลุ่มประกัน

TLI มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ ราคา IPO อยู่ที่ 183,200 ล้านบาท ซึ่งใหญ่สุดในหุ้นหมวดประกันภัยและประกันชีวิต

 

โดย ณ วันที่ 27 มิถุนายน หุ้นประกันที่มาร์เก็ตแคปใหญ่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

 

  1. BLA  มีมาร์เก็ตแคป 70,437.10 ล้านบาท 
  2. TIPH มีมาร์เก็ตแคป 37,886.14 ล้านบาท
  3. TQM มีมาร์เก็ตแคป 29,100.00 ล้านบาท
  4. BKI มีมาร์เก็ตแคป 28,640.43 ล้านบาท
  5. AYUD มีมาร์เก็ตแคป 16,933.11 ล้านบาท

 

และหากเทียบกับมาร์เก็ตแคปหุ้นทั้งตลาด ณ วันที่  27 มิถุยนายน มาร์เก็ตแคปของ TLI ใหญ่เป็นอันดับที่ 27

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ กับ 7 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยประกันชีวิต’ สุดฮอต บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประกาศยอดจองซื้อ IPO เต็มแล้ว! https://thestandard.co/tli-ipo-290665/ Wed, 29 Jun 2022 04:47:31 +0000 https://thestandard.co/?p=647769 ไทยประกันชีวิต

หุ้น IPO ไทยประกันชีวิต หรือ TLI สุดฮอต นักลงทุนแห่จองซ […]

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ สุดฮอต บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประกาศยอดจองซื้อ IPO เต็มแล้ว! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

หุ้น IPO ไทยประกันชีวิต หรือ TLI สุดฮอต นักลงทุนแห่จองซื้อตั้งแต่เช้า ส่งผลให้โบรกเกอร์บางรายประกาศยอดจองซื้อเต็ม

 

วันนี้ (29 มิถุนายน) เป็นวันแรกของการเปิดให้จองซื้อหุ้น IPO ของ บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI โดยนักลงทุนให้ความสนใจจองกันอย่างคับคั่งตั้งแต่ช่วงเช้า ส่งผลให้ยอดจองซื้อเต็มโควตาภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง โดยล่าสุด บล.ฟินันเซีย ไซรัส ได้แจ้งผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้สิทธิการจองซื้อหุ้น IPO ของ TLI เต็มแล้ว

 

ทั้งนี้ TLI เสนอขาย IPO มีจำนวนไม่เกิน 2,155.068 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการ IPO โดยเปิดให้นักลงทุนที่เป็นลูกค้าของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์สามารถจองซื้อหุ้น TLI ได้ในระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 6 กรกฎาคมนี้ ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ 13 แห่ง ประกอบด้วย 

 

  1. บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย คือ บล.เกียรตินาคินภัทร, บล.โนมูระ พัฒนสิน

 

  1. บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม คือ บล.โนมูระ พัฒนสิน, บล.กรุงศรี, บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) และ บล.ฟินันซ่า 

 

  1. บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 8 ราย ประกอบด้วย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ธนชาต, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส และ บล.ไทยพาณิชย์ 

 

ทั้งนี้ TLI มีการจัดสรรหุ้นดังนี้

 

  1. ผู้ลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors ที่จองซื้อในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 1,158.359 ล้านหุ้น หรือ 53.8% 

 

  1. ผู้ลงทุนสถาบันที่จองซื้อในประเทศและต่างต่างประเทศ (Institutional Bookbuild) จำนวน 128.849 ล้านหุ้น หรือ 6%

 

  1. บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท (รวม Meiji Yasuda Life Insurance Company) จำนวน 129.832 ล้านหุ้น หรือ 6%

 

  1. พนักงานของบริษัท จำนวน 33.654 ล้านหุ้น หรือ 1.6% 

 

  1. บุคคลตามดลุยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ จำนวน 704.375 ล้านหุ้น หรือ 28.7% ซึ่งเป็นจำนวนที่ผู้ลงทุนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ 

 

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ สุดฮอต บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประกาศยอดจองซื้อ IPO เต็มแล้ว! appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยประกันชีวิต’ ปักหมุดเข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ปลายเดือน ก.ค. นี้ ลุ้น Fast Track เข้าคำนวณดัชนี SET50 https://thestandard.co/thai-life-insurance-aimed-entering-ipo-by-july/ Mon, 27 Jun 2022 10:16:40 +0000 https://thestandard.co/?p=647104 ไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI คาดว่าจะเข้าซื้อ-ขายในตลาดห […]

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ ปักหมุดเข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ปลายเดือน ก.ค. นี้ ลุ้น Fast Track เข้าคำนวณดัชนี SET50 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI คาดว่าจะเข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปลายเดือนกรกฎาคมนี้ หลังกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 16 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 37,067 ล้านบาท ขึ้นแท่น IPO ธุรกิจประกันที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย และเป็น IPO ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในอาเซียนในรอบ 22 ปีนับจากปี 2543 เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2565 ผ่าน 13 โบรกเกอร์พันธมิตร พร้อมลุ้น Fast Track เข้าคำนวณดัชนี SET50 

 

อนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายวานิชธนกิจและตลาดทุน บล.เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความคืบหน้าของแผนการเสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) ว่า หุ้น TLI ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีและความสนใจในการลงทุนเป็นจำนวนมาก แม้ในภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การลงทุนที่มีความผันผวน และมีนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศรวม 18 ราย สนใจลงทุนเป็น Cornerstone Investors คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 18,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 53.75% ของจำนวนหุ้น IPO ทั้งหมดในครั้งนี้

 

ทั้งนี้ TLI ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นที่ 16 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ ราคา IPO ที่มูลค่า 183,200 ล้านบาท และติดอันดับ 25 อันดับแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลให้ TLI มีโอกาสได้ Fast Track เข้าคำนวณดัชนี SET50 ในครึ่งปีหลังนี้ 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

โดย TLI จะเปิดให้นักลงทุนที่เป็นลูกค้าของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์สามารถจองซื้อหุ้น TLI ได้ในระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 6 กรกฎาคมนี้ ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ 13 แห่ง ประกอบด้วย บล.เกียรตินาคินภัทร, บล.โนมูระ พัฒนสิน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และ บล.กรุงศรี, บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) และ บล.ฟินันซ่า ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม 

 

ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 8 ราย ประกอบด้วย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย), บล.ทิสโก้, บล.ธนชาต, บล.บัวหลวง, บล.หยวนต้า (ประเทศไทย), บล.เอเชีย พลัส และ บล.ไทยพาณิชย์ 

 

ทั้งนี้ TLI คาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรกปลายเดือนกรกฎาคมนี้ 

 

อนึ่ง TLI จะเสนอขาย IPO มีจำนวนไม่เกิน 2,155.068 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดภายหลังการ IPO ในครั้งนี้ โดยแบ่งออกเป็น 

 

  1. การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนโดย TLI จำนวนไม่เกิน 850 ล้านหุ้น
  2. การเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดยบริษัท วี.ซี. สมบัติ จำกัด จำนวนไม่เกิน 1,166.57 ล้านหุ้น
  3. การเสนอขายหุ้นสามัญเดิมโดย Her Sing (H.K.) Limited จำนวนไม่เกิน 138.49 ล้านหุ้น 

 

และอาจมีการพิจารณาจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Option หรือ Greenshoe) อีกจำนวนไม่เกิน 161.63 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 7.5% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) ในช่วง 30 วันแรกหลังหุ้นของ TLI เข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้นและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน 

 

ปัจจุบันแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวนได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. และมีผลใช้บังคับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

“จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการสร้างผลการดำเนินงานที่มั่นคง และศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องของไทยประกันชีวิต ผมเชื่อว่า TLI จะเป็นหุ้นคุณภาพอีกหนึ่งตัวสำหรับนักลงทุนและตลาดทุนไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนในธุรกิจประกันชีวิตของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” อนุวัฒน์กล่าว 

 

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ยัน รักษาสัดส่วน 

วิญญู ไชยวรรณ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TLI กล่าวว่า ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO แล้ว กลุ่มไชยวรรณ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TLI ยืนยันว่า จะคงสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TLI 

 

ขณะที่ Meiji Yasuda Life Insurance Company ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของ TLI ได้ความประสงค์ที่จะรักษาสัดส่วนการถือหุ้นใน TLI Meiji Yasuda Life Insurance Company ถืออยู่ที่ 15% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรกนี้ 

 

ดังนั้น Meiji Yasuda Life Insurance Company จะจองซื้อหุ้นสามัญที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรกนี้เป็นจำนวนหนึ่ง เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าวของตนไว้ 

 

นำเงินระดมทุน 1.36 หมื่นล้าน เสริมแกร่งนวัตกรรม

จากการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ TLI จะได้รับเงินระดมทุนจำนวน 13,600 ล้านบาท ซึ่งจะใช้สำหรับเสริมความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม 

 

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TLI กล่าวว่า เงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ ไทยประกันชีวิตจะนำไปใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจและเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยเน้นลงทุนในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) ผ่านนวัตกรรมที่จะเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการและดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายผ่านทางพันธมิตรที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับลูกค้าทั่วประเทศ ตลอดจนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินทุน ทั้งสำหรับเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์อื่นๆ ในอนาคต

 

โดยการเสนอขายหุ้น IPO ของไทยประกันชีวิตในครั้งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่มิติใหม่ รองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งความแข็งแกร่งของไทยประกันชีวิตในปัจจุบัน พร้อมด้วยยุทธศาสตร์ที่จะสร้างการเติบโตในอนาคตที่ชัดเจน เชื่อว่าจะทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่า ไทยประกันชีวิตจะเป็นบริษัทประกันชีวิตที่สามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวกให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย ตลอดจนอยู่เคียงข้างดูแลลูกค้าและคนไทยอย่างยั่งยืน

 

ชูจุดเด่น ‘ตัวแทนขาย’ ครอบคลุม 

วรางค์ ไชยวรรณ กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TLI กล่าวว่า ไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่เป็นของคนไทยและก่อตั้งโดยคนไทย โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ไทยประกันชีวิตมีกรมธรรม์ที่มีผลบังคับกว่า 4.4 ล้านกรมธรรม์ มีเครือข่ายตัวแทนประกันชีวิตที่มีจำนวนกว่า 64,000 คนกระจายครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงมีการจัดจำหน่ายผ่านพันธมิตรและช่องทางอื่นๆ 

 

นอกจากนี้ TLI มีแผนขยายช่องทางแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น เช่น ช่องทางออนไลน์มาร์เก็ตเพลส โดยเริ่มจากผลิตภัณฑ์ไม่ซับซ้อนและมีราคาไม่สูง เช่น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีระยะเวลาชำระเบี้ยสั้นกว่าระยะเวลาคุ้มครอง และประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ระยะสั้น

 

อีกหนึ่งจุดแข็งของ TLI คือ การมีคณะผู้บริหารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มากด้วยประสบการณ์ในธุรกิจประกันชีวิต อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรธุรกิจ บริษัท เมจิยาสุดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทประกันชีวิตรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ไทยประกันชีวิตมีความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

 

ในส่วนของผลการดำเนินงานในปี 2564 TLI มีส่วนแบ่งทางการตลาดเมื่อพิจารณาจากเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ประมาณ 15% เป็นอันดับที่ 2 ในอุตสาหกรรมประกันชีวิต โดยมีรายได้รวม 109,246 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 8,394 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 11.3% ระหว่างปี 2562-2564 

 

ขณะที่ในไตรมาส 1 ปี 2565 TLI มีรายได้รวม 25,955 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 3,793 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 14.7% เทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า 

 

นอกจากนี้ฐานะทางการเงินของไทยประกันชีวิตมีความแข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 TLI มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ที่ 360.6% ซึ่งสูงกว่าข้อกำหนดของ คปภ. ที่กำหนดไว้ที่ 140% อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับในเดือนเมษายนที่ผ่านมา สถาบัน Fitch Ratings ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของบริษัทฯ ไว้ที่ A- (ระดับสากล) และ AAA (tha) (ระดับภายในประเทศ)

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ ปักหมุดเข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ปลายเดือน ก.ค. นี้ ลุ้น Fast Track เข้าคำนวณดัชนี SET50 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รายชื่อ ‘18 นักลงทุนสถาบัน’ ที่สนใจจองซื้อหุ้น ‘ไทยประกันชีวิต’ https://thestandard.co/18-institutional-investors-list-that-invested-in-tli-stock/ Mon, 27 Jun 2022 06:49:41 +0000 https://thestandard.co/?p=646987 ไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่ […]

The post รายชื่อ ‘18 นักลงทุนสถาบัน’ ที่สนใจจองซื้อหุ้น ‘ไทยประกันชีวิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 2,155.068 ล้านหุ้น โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ในราคาหุ้นละ 16 บาท ซึ่งจะเปิดเสนอขายหุ้นให้บุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ บุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัท และพนักงานบริษัท ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2565 และเปิดให้ผู้ลงทุนสถาบันที่จองซื้อในประเทศและนิติบุคคลที่เข้าร่วมสำรวจความต้องการซื้อ และผู้ซื้อหุ้นเบื้องต้นในต่างประเทศ เปิดเสนอขายวันที่ 11-12 และ 14 กรกฎาคม 2565 โดยหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

 

และล่าสุดมีผู้ลงทุนสถาบันแบบ Cornerstone Investors ในไทยและต่างประเทศจำนวน 18 ราย ที่แสดงความสนใจจองซื้อหุ้น โดย GIC Private Limited ซึ่งเป็นกองทุนรัฐบาลสิงคโปร์ จองซื้อมากสุด จำนวน 362.50 ล้านบาท รองมาคือ บลจ.ไทยพาณิชย์ จองซื้อจำนวน 181.50 ล้านบาท และ บลจ.กสิกรไทย จองซื้อจำนวน 156.25 ล้านบาท

 

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post รายชื่อ ‘18 นักลงทุนสถาบัน’ ที่สนใจจองซื้อหุ้น ‘ไทยประกันชีวิต’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เคาะแล้ว! ‘ไทยประกันชีวิต’ ขายหุ้น IPO หุ้นละ 16 บาท | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-27062022-3/ Mon, 27 Jun 2022 06:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=646919 ไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI ประกาศราคา IPO อยู่ที่ 16 บ […]

The post ชมคลิป: เคาะแล้ว! ‘ไทยประกันชีวิต’ ขายหุ้น IPO หุ้นละ 16 บาท | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต
  • บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI ประกาศราคา IPO อยู่ที่ 16 บาท คิดเป็นมูลค่าเสนอขายไม่เกิน 34,481 ล้านบาท เดินหน้านำเงินระดมทุนใช้ลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมด้านตลาด และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย รวมเป็นเงินลงทุน 13,600 ล้านบาท เตรียมแถลงรายละเอียดในวันที่ 27 มิถุนายนนี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เคาะแล้ว! ‘ไทยประกันชีวิต’ ขายหุ้น IPO หุ้นละ 16 บาท | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถาบันแห่จอง IPO ‘ไทยประกันชีวิต’ พบกองทุน GIC Private Limited จองมากสุด 362.50 ล้านหุ้น https://thestandard.co/thai-life-insurance-ipo-and-cig-private-limited-fund/ Sun, 26 Jun 2022 05:37:27 +0000 https://thestandard.co/?p=646634 ไทยประกันชีวิต

นักลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors จำนวน 18 รา […]

The post สถาบันแห่จอง IPO ‘ไทยประกันชีวิต’ พบกองทุน GIC Private Limited จองมากสุด 362.50 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

นักลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors จำนวน 18 ราย แสดงความสนใจจองซื้อหุ้น IPO ของ บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) โดยกองทุนรัฐบาลสิงคโปร์ หรือ CIG Private Limited จองซื้อหุ้นมากที่สุด 362.50 ล้านหุ้น รองมาคือ บลจ.ไทยพาณิชย์ และ บลจ.กสิกรไทย 

 

บริษัท ไทยประกันชีวิต (TLI) ระบุในไฟลิ่งว่า บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (IPO) ในราคาหุ้นละ 16 บาท เปิดเสนอขายหุ้นให้บุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท และพนักงานบริษัท ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2565 

 

สำหรับผู้ลงทุนสถาบันที่จองซื้อในประเทศ นิติบุคคลที่เข้าร่วมสำรวจความต้องการซื้อ และผู้ซื้อหุ้นเบื้องต้นในต่างประเทศ เปิดเสนอขายวันที่ 11-12 และ 14 กรกฎาคม 2565 โดยหุ้นจะเข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

 

โดยล่าสุดพบว่า นักลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ความสนใจจองซื้อหุ้น TLI จำนวน 18 ราย ดังนี้ 

 

  1. ผู้ลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors ที่จองซื้อในประเทศไทย
  • บลจ.ไทยพาณิชย์  181.50 ล้านหุ้น 
  • บลจ.กสิกรไทย 156.25 ล้านหุ้น
  • บลจ.กรุงศรี 62.5 ล้านหุ้น
  • บลจ.กรุงไทย 61.875 ล้านหุ้น
  • บลจ.วรรณ 43.75 ล้านหุ้น
  • บลจ.เอ็มเอฟซี 43.75 ล้านหุ้น
  • บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) 35.625 ล้านหุ้น
  • บลจ.เกียรตินาคินภัทร 31.25 ล้านหุ้น
  • บลจ.ทิสโก้ 25 ล้านหุ้น
  • บลจ.คิง ไว (เอเชีย) 18.75 ล้านหุ้น
  • บลจ.ธนชาต 18.75 ล้านหุ้น
  • กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 11.875 ล้านหุ้น
  • รวม 690.875 ล้านหุ้น

 

  1. ผู้ลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors ที่จองซื้อในต่างประเทศ 
  • CIG Private Limited 362.50 ล้านหุ้น
  • Oaktree Capital Management, L.P. and funds and accounts managed by Oaktree 39.374 ล้านหุ้น
  • Ghisallo Master Fund LP 21.87 ล้านหุ้น
  • The Segantii Asia-Pacific Equity Multi-Strategy Fund 21.87 ล้านหุ้น
  • Catalyst Funds Management Pte.Ltd. 15.31 ล้านหุ้น
  • Evo Absolute Return Master Fund 6.56 ล้านหุ้น
  • รวม 467.484 ล้านหุ้น 

 

ทั้งนี้ TLI เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 2,155,068,900 หุ้น แบ่งเป็น

 

  1. เสนอขายผู้ลงทุนในประเทศจำนวนรวมประมาณ 1,623,160,400 หุ้น หรือ 75.3% ดังนี้ 
  • บุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ จำนวน 704,375,000 หุ้น หรือ 32.7%
  • บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท จำนวน 129,832,000 หุ้น หรือ 6.0%
  • พนักงานของบริษัทจำนวน 33,653,900 หุ้น หรือ1.6%
  • ผู้ลงทุนสถาบันที่จองซื้อในประเทศ (ไม่รวมถึงผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) ที่จองซื้อในประเทศ) และนิติบุคคลที่สามารถเข้าร่วมการสำรวจความต้องการซื้อ จำนวน 64,424,500 หุ้น หรือ 3.0%
  • ผู้ลงทุนสถาบันที่เป็นผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) ที่จองซื้อในประเทศ จำนวน 690,875,000 หุ้น หรือ 32%

 

  1. เสนอขายผู้ลงทุนในต่างประเทศจำนวนรวมประมาณ 531,908,500 หุ้น หรือ 24.7% ดังนี้
  • ผู้ลงทุนสถาบันที่จองซื้อในต่างประเทศ (ไม่รวมผู้ที่เป็นผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) ที่จองซื้อในต่างประเทศ) จำนวนประมาณ 64,424,500 หุ้น หรือ 3.0%
  • ผู้ลงทุนสถาบันที่เป็นผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) ที่จองซื้อในต่างประเทศจำนวน 467,484,000 หุ้น หรือ 21.7%

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post สถาบันแห่จอง IPO ‘ไทยประกันชีวิต’ พบกองทุน GIC Private Limited จองมากสุด 362.50 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคาะแล้ว! ‘ไทยประกันชีวิต’ ขายหุ้น IPO ราคาหุ้นละ 16 บาท เตรียมแถลงรายละเอียดจันทร์นี้ https://thestandard.co/thai-life-insurance-sells-ipo-shares/ Fri, 24 Jun 2022 10:46:43 +0000 https://thestandard.co/?p=646122 ไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI ประกาศราคา IPO อยู่ที่ 16 บ […]

The post เคาะแล้ว! ‘ไทยประกันชีวิต’ ขายหุ้น IPO ราคาหุ้นละ 16 บาท เตรียมแถลงรายละเอียดจันทร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

บมจ.ไทยประกันชีวิต หรือ TLI ประกาศราคา IPO อยู่ที่ 16 บาท คิดเป็นมูลค่าเสนอขายไม่เกิน 34,481 ล้านบาท เดินหน้านำเงินระดมทุนใช้ลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมด้านตลาด และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย รวมเป็นเงินลงทุน 13,600 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ TLI เตรียมจะแถลงข่าวเรื่องการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ 

 

บมจ.ไทยประกันชีวิต (TLI) มีแผนแสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 2,155.06 ล้านหุ้น ซึ่งประกอบด้วย

 

  1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทจำนวน 850 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 7.4% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

 

  1. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย บริษัท วี.ซี.สมบัติ จำกัด จำนวนไม่เกิน 1,166.57 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 10.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

 

  1. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Her Sing (H.K.) Limited จำนวนไม่เกิน 138.49 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 1.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ 

 

และรวมทั้งหมดคิดเป็นไม่เกิน 18.8% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

 

TLI ระบุในไฟลิ่งว่า เงินระดมทุนครั้งนี้จะใช้สำหรับลงทุนด้านเทคโนโลยี 2,000 ล้านบาท เสริมสร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายผ่านพันธมิตร 5,400 ล้านบาท และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินทุน สำหรับเงินทุนหมุนเวียน และวัตถุประสงค์อื่น 6,200 บาท รวมเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 13,600 ล้านบาท 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post เคาะแล้ว! ‘ไทยประกันชีวิต’ ขายหุ้น IPO ราคาหุ้นละ 16 บาท เตรียมแถลงรายละเอียดจันทร์นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยประกันชีวิต’ พร้อมเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุด เผยมีกำไรจากเงินลงทุน 2.24 พันล้านบาท เติบโต 15% https://thestandard.co/thai-life-insurance-profit-1q65/ Wed, 01 Jun 2022 08:36:38 +0000 https://thestandard.co/?p=636619 ไทยประกันชีวิต

ไทยประกันชีวิตเผยผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2565 มีกำไรสุท […]

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ พร้อมเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุด เผยมีกำไรจากเงินลงทุน 2.24 พันล้านบาท เติบโต 15% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยประกันชีวิต

ไทยประกันชีวิตเผยผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 2,240.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 19,450.81 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 2,909.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.7% เบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว 1,373.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป 15,167.08 ล้านบาท โดยยังมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์อยู่ที่ 88.6% 

 

ไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (TLI) กำไรจากเงินลงทุนสำหรับไตรมาสที่ 1 ที่เพิ่มขึ้น 15% สาเหตุหลักมาจากการจัดประเภทรายการใหม่ของเงินลงทุนในบริษัทร่วมในปี 2564 ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ไทยไพบูลย์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด 

 

โดยเปลี่ยนประเภทจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเป็นเงินลงทุนในหลักทรัพย์แทน ซึ่งส่งผลให้มีการบันทึกผลขาดทุนในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 แต่ในปีนี้บริษัทไม่มีการจัดประเภทรายการใหม่ในลักษณะดังกล่าวอีกแล้ว 

 

ไชยกล่าวต่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงผันผวน และเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง บริษัทมุ่งเปลี่ยนผ่านองค์กรภายใต้วิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบครบวงจร ทั้งในส่วนของการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางจัดจำหน่าย บุคลากร และเทคโนโลยี 

 

สำหรับกลยุทธ์การขายผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรภายใต้สถานการณ์ของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทควบการลงทุน (Investment-Linked Product) ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล (Participating Product) และผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพ (Health Insurance) เพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน 

 

ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดในช่วงที่ผ่านมา ยังคงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน หรือค่าใช้จ่ายในส่วนของผลประโยชน์ภายใต้กรมธรรม์ และการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทไม่มีผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยในรูปแบบ ‘เจอ จ่าย จบ’ 

 

นอกจากนี้ สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงมีความมั่นคง โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio: CAR) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 อยู่ที่ 360.57% แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

“ปี 2565 คือปีที่สำคัญยิ่งของไทยประกันชีวิต เพราะนอกจากเป็นปีที่บริษัทได้ดำเนินธุรกิจมาครบ 80 ปี บริษัทยังอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งคาดว่าจะเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจของเราให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตของไทย และก้าวสู่ความเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติอย่างแท้จริง โดยขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ สำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนดังกล่าว ซึ่งจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป”

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ พร้อมเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุด เผยมีกำไรจากเงินลงทุน 2.24 พันล้านบาท เติบโต 15% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ไทยประกันชีวิต’ ธุรกิจประกันโดยคนไทยเบอร์ใหญ่สุดของประเทศ ยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหุ้น จ่อขายหุ้น IPO ไม่เกิน 2,384.31 ล้านหุ้น https://thestandard.co/thai-life-insurance-stock/ Tue, 19 Oct 2021 06:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=549759 Thai Life Insurance

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ยื่นแบบแสดงรายการข้ […]

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ ธุรกิจประกันโดยคนไทยเบอร์ใหญ่สุดของประเทศ ยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหุ้น จ่อขายหุ้น IPO ไม่เกิน 2,384.31 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thai Life Insurance

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 15  ตุลาคม 2564 เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) และ บล.เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

 

โดยไทยประกันชีวิตจะเสนอขายหุ้นสามัญครั้งแรกต่อประชาชน (IPO) จำนวนไม่เกิน 2,384.31 ล้านหุ้น ประกอบด้วย

 

  1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทจำนวนไม่เกิน 1,000 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 8.6% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

 

  1. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยบริษัท วี.ซี. สมบัติ จำกัด จำนวนไม่เกิน 1,218.81 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 10.5% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

 

  1. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Her Sing (H.K.) Limited จำนวนไม่เกิน 165.50 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 1.4% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท

 

ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้รวมทั้งหมดคิดเป็นไม่เกิน 20.6% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ โดยมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

 

เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ไทยประกันชีวิต จะใช้สำหรับลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และการทำการตลาด สร้างความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายผ่านทางพันธมิตร สร้างความแข็งแกร่งของเงินทุน และสำหรับเงินทุนหมุนเวียนและวัตถุประสงค์อื่นๆ 

 

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทมีจำนวนเท่ากับ 511,443.44 ล้านบาท โดยสินทรัพย์รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8.87% จาก 416,854 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 494,045 ล้านบาทในปี 2563 ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นนั้นเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12.94% จาก 60,985 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 77,785 ล้านบาท

 

เบี้ยประกันภัยรับรวมของบริษัท สำหรับงวดสิ้นปี 2561, 2562 และ 2563 เท่ากับ 86,244.88 ล้านบาท 92,039.37 ล้านบาท และ 91,269.12 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 40,372.21 ล้านบาท 

 

รายได้รวมของบริษัท สำหรับงวดสิ้นปี 2561, 2562 และ 2563 เท่ากับ 100,851.67 ล้านบาท 108,388.70 ล้านบาท และ 107,642.26 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 50,744.50 ล้านบาท

 

ขณะที่กำไรสุทธิ งวดสิ้นปี 2561, 2562 และ 2563 เท่ากับ 6,709.23 ล้านบาท 6,777.35 ล้านบาท และ 7,692.32 ล้านบาท ตามลำดับ และงวด 6 เดือนแรกปี 2564 มีกำไรสุทธิ 5,935.33 ล้านบาท

 

ไทยประกันชีวิตมีผู้ถือหุ้นใหญ่ (ก่อน IPO) ดังนี้

  1. กลุ่ม วี.ซี.สมบัติ 65.87%
  2. Meiji Yasuda Life Insurance Company 15%
  3. Her Sing (H.K.) Limited 9.52%
  4. ไชย ไชยวรรณ 1.35%
  5. กลุ่มชัชฎา 1.35%

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘ไทยประกันชีวิต’ ธุรกิจประกันโดยคนไทยเบอร์ใหญ่สุดของประเทศ ยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหุ้น จ่อขายหุ้น IPO ไม่เกิน 2,384.31 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>