บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-แอสเสท-เวิรด์-คอร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 13 May 2026 04:40:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 แม่ทัพใหญ่ AWC เบรกฝันแลนด์มาร์กใหม่กรุงเทพฯ ชะลอสร้างตึก 100 ชั้น ที่ เอเชียทีค รอจังหวะตลาดฟื้น https://thestandard.co/awc-delays-asiatique-tower-project/ Wed, 13 May 2026 04:40:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1206557 ภาพผู้บริหาร AWC วัลลภา ไตรโสรัส พร้อมข้อความ AWC ชะลอสร้างตึก 100 ชั้น ที่เอเชียทีค

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทำจังหวะต […]

The post แม่ทัพใหญ่ AWC เบรกฝันแลนด์มาร์กใหม่กรุงเทพฯ ชะลอสร้างตึก 100 ชั้น ที่ เอเชียทีค รอจังหวะตลาดฟื้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้บริหาร AWC วัลลภา ไตรโสรัส พร้อมข้อความ AWC ชะลอสร้างตึก 100 ชั้น ที่เอเชียทีค

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทำจังหวะตลาดไม่เอื้อต่อการลงทุน หลายๆ ธุรกิจปรับแผนลงทุนใหม่ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่าง ‘AWC’ ยอมรับต้องลงทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น พร้อมชะลอการก่อสร้างอาคารสูง 100 ชั้น ที่เคยแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ว่าจะสร้างให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้น ต่อจากนี้ AWC จะทยอยลงทุนตามจังหวะตลาด โดยจะพิจารณาถึงโอกาสและจังหวะที่เหมาะสม เพื่อรักษาผลตอบแทนของการลงทุน แต่ยังคงงบประมาณการลงทุน 5 ปี ไว้ที่ 1 แสนล้านบาท หรือเฉลี่ยใช้งบปีละ 1-2 หมื่นล้านบาท ซึ่งแต่ละปีก็จะแตกต่างกันไป

 

และปัจจุบันบริษัทใช้กลยุทธ์ผ่านโมเดล AWC Growth Fund เพื่อดูแลโครงการที่กำลังพัฒนา เมื่อโครงการเริ่มเปิดดำเนินการและมีผลประกอบการที่ดีจึงจะโอนเข้ามาใน AWC เพื่อลดภาระการรับรู้ต้นทุนระหว่างก่อสร้าง ปัจจุบันมี 4 โครงการหลักที่อยู่ใน AWC Growth Fund ได้แก่ เอเชียทีค, พลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก, โอกุระ ทองหล่อ และอีกหนึ่งโครงการที่จะเตรียมเติมเข้ามาในพอร์ต

 

สำหรับปีนี้ ได้วางงบลงทุนไว้ที่ 8,000 ล้านบาท หลักๆ จะใช้พัฒนาโครงการใหม่ เริ่มตั้งแต่กลุ่มโรงแรม ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาโรงแรมเดอะ พลาซ่า แอทธินี โนบุ โฮเทล แอนด์ สปา แบงค็อก ไปแล้ว ซึ่งวางแผนจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปีหน้า ตามด้วยแบรนด์ Ritz Carlton มีแผนเปิดตัว 3 ทำเลสำคัญ ได้แก่ ที่ภูเก็ต, พัทยา และริมแม่น้ำที่ล้ง 1919

 

พร้อมยังเน้นการเข้าซื้อโครงการในตลาดมาปรับปรุงและสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จคือ โครงการ Courtyard ที่ภูเก็ต ซึ่งใช้เงินลงทุนเพิ่มเพียง 36% แต่สามารถปรับราคาห้องพักเพิ่มขึ้นได้ถึง 421% ทำให้ได้กลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น

 

ต่อด้วยการเดินหน้าพัฒนาโครงการต่างๆ เช่น โครงการ Lannatique ที่จังหวัดเชียงใหม่ จะทยอยเปิดตัวและเริ่มจากการดึงร้านอาหารเข้ามาเสริม ตามด้วยคาบาเรต์โชว์ และบิ๊กซี โดยจะเตรียมทำแผนการตลาดขนาดใหญ่ในปีหน้าเพื่อยกระดับเป็น Global Destination รวมถึงโครงการเวิ้งนาครเขษม ที่เตรียมเปิดช่วงปลายปีซึ่งจะเป็นจุดเชื่อมต่อการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อระหว่างแม่น้ำไปยังสถานที่ต่างๆ และเดินหน้าปรับปรุงสินทรัพย์เดิมให้เหมาะสมกับภาวะตลาด

 

ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังมุ่งพัฒนาแลนด์มาร์กใหม่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการแลนด์มาร์กบริเวณเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ในไตรมาส 3 ปีนี้จะนำโดมจากงาน World Expo ที่นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 2 โดม ขนาด 1,600 ตร.ม. มาเพิ่มเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กใหม่

 

แม่ทัพใหญ่ AWC กล่าวต่อว่า ด้วยความท้าทายของตลาด บริษัทจึงตัดสินใจชะลอการก่อสร้างอาคารสูง 100 ชั้น ที่ตั้งใจว่าจะสร้างให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ในพื้นที่โครงการเอเชียทีค เพื่อรอดูสถานการณ์และรอให้ตลาดแข็งแรง โดยจะมุ่งเน้นการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วแทน ซึ่งจากทั้งหมด 58 โครงการ มี 27 โครงการที่เห็นโอกาสในการปรับกลยุทธ์เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาก่อน

 

ในส่วนของธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า เพื่อสู้กับสภาวะตลาดและการแข่งขันที่สูงขึ้น AWC จึงปรับใช้กลยุทธ์ Lifestyle Office โดยเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์เข้ากับพอร์ตโรงแรมในเครือ ผู้เช่าออฟฟิศสามารถไปใช้งาน Business Center ในโรงแรม รับส่วนลด และอัปเกรดบริการต่างๆ ได้ ซึ่งมองว่าจะช่วยดึงดูดกลุ่มบริษัทข้ามชาติและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพนักงานผู้เช่าได้เป็นอย่างดี

 

พร้อมประเมินว่า ทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระหว่างไตรมาส 2 และ 3 แม้ว่ายอดจองจะยังคงมีอยู่ แต่ก็คงจะชะลอตัวลงตามธรรมชาติเพราะเป็นช่วง Low Season สิ่งที่ต้องทำต่อคือการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

ก่อนจะย้ำว่า AWC ไม่มีแผนจะเข้าไปลงทุนสร้างสวนสนุกขนาดใหญ่ระดับโลก แต่จะเน้นโมเดล ‘AWC Lifestyle Destination’ ที่สอดคล้องกับเรื่องราวของแต่ละทำเล พร้อมอุดหนุนสินค้าเกษตรและสินค้าท้องถิ่น รวมถึงการเจรจานำลิขสิทธิ์สนุกๆ เข้ามาเสริม

 

ด้านการบริหารต้นทุนที่สูงขึ้น บริษัทได้ปรับกลยุทธ์มาบริหารต้นทุนล่วงหน้าโดยการเพิ่มสต็อกสินค้า เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนดอกเบี้ยของ AWC ต่ำเพียง 2.5% นอกจากนี้ กำลังศึกษาแผนการทำศูนย์รวมการจัดซื้อและสต็อกสินค้าร่วมกับเชนโรงแรมอย่าง Marriott รวมถึงพิจารณาการนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และบริหารงานจัดซื้อเพื่อเพิ่มศักยภาพการทำกำไร

 

อีกทั้งยังสามารถลดค่าไฟลงได้ปีละกว่า 100 ล้านบาท จากปกติค่าไฟรวมกว่า 1,000 ล้านบาท จากการลงทุนอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ทำให้การใช้ไฟลดลงจาก 220 กิโลวัตต์/ตร.ม./ปี เหลือ 190-195 กิโลวัตต์ และมีเป้าหมายจะลดให้เหลือ 168 กิโลวัตต์/ตร.ม./ปี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ขององค์กร

 

เมื่อมาดูที่ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% (YoY) ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% (YoY) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีการเติบโต 12% เนื่องจากมีดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิมทำระดับสูงสุดอยู่ที่ 5,230 บาทต่อคืน และยังทยอยรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจโรงแรม 60% และจากกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล 40%

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพมูลค่า 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY) และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.87 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการรองรับการเติบโตระยะยาว

 

 

The post แม่ทัพใหญ่ AWC เบรกฝันแลนด์มาร์กใหม่กรุงเทพฯ ชะลอสร้างตึก 100 ชั้น ที่ เอเชียทีค รอจังหวะตลาดฟื้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC กำไรไตรมาสแรกทะลุ 1.9 พันล้าน เดินหน้าเพิ่ม 3 โครงการใหม่เสริมพอร์ตทรัพย์สิน https://thestandard.co/awc-property-portfolio-growth/ Sat, 10 May 2025 08:07:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1073068 AWC

วัลลภา ทายาทเจ้าสัวเจริญ ในฐานะแม่ทัพใหญ่ AWC โชว์กำไรไ […]

The post AWC กำไรไตรมาสแรกทะลุ 1.9 พันล้าน เดินหน้าเพิ่ม 3 โครงการใหม่เสริมพอร์ตทรัพย์สิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC

วัลลภา ทายาทเจ้าสัวเจริญ ในฐานะแม่ทัพใหญ่ AWC โชว์กำไรไตรมาสแรกของปี 2568 ทำได้ 1,969 ล้านบาท ธุรกิจโรงแรมทำสถิติรายได้เฉลี่ยต่อวันสูงสุดอยู่ที่ 6,663 บาทต่อคืน พร้อมเดินหน้าเพิ่ม 3 โครงการใหม่เสริมพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพ 

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า แม้ช่วงต้นปีเศรษฐกิจไทยเผชิญกับความผันผวนและท้าทายรอบด้าน แต่ AWC ยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์และยังได้รับสัญญาณบวกจากกลุ่มลูกค้าคุณภาพ ทำให้ผลประกอบการไตรมาส แรกของปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง

 

ด้วยรายได้รวม 6,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 (YoY) โดยมีกำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 3,417 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15.3 (YoY) และมีอัตราผลตอบแทน EBITDA ต่อทรัพย์สินถาวร (EBITDA Yield) อยู่ที่ร้อยละ 10.0 เติบโตร้อยละ 13.6 (YoY) พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลด้วยอัตรา 0.075 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากปีก่อนหน้า

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

แน่นอนว่าการเติบโตทั้งหมดมาจากความสำเร็จของกลยุทธ์ Growth-Led Strategy ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกลุ่มธุรกิจ ด้วยการเร่งพัฒนาแปลงทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการพัฒนาให้เป็นทรัพย์สินดำเนินงาน และการเร่งผลักดันศักยภาพของทรัพย์สิน (Asset Stage Movement)  เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง

 

พร้อมขยายพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพในกลุ่มโรงแรมและการบริการและกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลอย่างต่อเนื่องในโรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช โครงการ Jubilee Prestige Tower และโครงการ โรงแรม เจดับบลิว แมริออท แบงก์ค็อก รัชดาภิเษก ซึ่งพัฒนาภายใต้แนวคิด  AWC’s Lifestyle Destination ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัทได้อย่างทันที 

 

ทั้งนี้ได้เสริมความแข็งแกร่งของมูลค่าทรัพย์สินรวมให้เติบโตสู่ 209,374 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากปี 2562 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินดำเนินงานของบริษัท ณ ไตรมาสนี้อยู่ที่ 161,567 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.0 จากไตรมาสก่อน (QoQ) พร้อมสร้างกระแสเงินสดเติบโตก้าวกระโดด

 

เมื่อเจาะลึกมาดูกลุ่มธุรกิจโรงแรมสร้างรายได้รวมกว่า 3,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 (YoY) โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อวันทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6,663 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 (YoY) ส่วนรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก อยู่ที่ 4,992 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 (YoY) และเมื่อเปรียบเทียบกับพอร์ตโรงแรมเดิมในปี 2567 จะมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก อยู่ที่ 5,072 บาท เติบโตสูงกว่าตลาด 4 เท่า 

 

สะท้อนถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่วนกำไรจากการดำเนินงาน ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 1,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการเติบโตในทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรี ในจุดหมายปลายทางยอดนิยม ทั้งเกาะสมุย และกระบี่ ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโตถึงร้อยละ 10.5 (YoY) 

 

ส่วนโรงแรมในกรุงเทพฯและโรงแรมกลุ่มประชุมสัมมนา (MICE) ยังสามารถเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน ต้องบอกว่า พอร์ตโฟลิโอโรงแรมของ AWC ยังสร้างรายได้(Revenue Generation Index หรือ RGI) เฉลี่ยอยู่ที่ 103 โดยเฉพาะกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่มี RGI สูงถึง 119 และ 117 ตามลำดับ 

 

ขณะที่รายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยังคงเติบโต โดย เอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่สร้างรายได้สูง รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ในไตรมาสที่ผ่านมามีอัตราการรักษาผู้เช่า สูงเป็นประวัติการณ์ถึงร้อยละ 99 แม้ภาพรวมในตลาดมีอัตราการโยกย้ายสูงก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกยังคงเชื่อมั่นในโมเดลอันเป็นเอกลักษณ์ของ AWC อาทิ โมเดลพื้นที่ Co-living และไลฟ์สไตล์ภายในอาคารสำนักงาน 

 

ในส่วนของธุรกิจศูนย์การค้า หลังการปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย อาทิ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ไลฟ์สไตล์ ฮับ เชียงใหม่ และพันธุ์ทิพย์ แอท งามวงศ์วาน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานดีขึ้น ทั้งในด้านอัตราการเช่าพื้นที่และอัตราค่าเช่าที่เติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น มีจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

 

The post AWC กำไรไตรมาสแรกทะลุ 1.9 พันล้าน เดินหน้าเพิ่ม 3 โครงการใหม่เสริมพอร์ตทรัพย์สิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC ทุ่ม 1.2 พันล้านบาท เนรมิตเอเชียทีคเป็นสวนสนุกระดับโลก Jurassic World ด้าน BOI เผยยอดส่งเสริมกิจการท่องเที่ยว 10 ปี สะพัด 2 แสนล้านบาท https://thestandard.co/awc-jurassic-world-park/ Wed, 05 Feb 2025 06:30:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1038279 awc-jurassic-world-park

BOI ไฟเขียว AWC เครือเจ้าสัวเจริญ ทุ่ม 1.2 พันล้านบาท ส […]

The post AWC ทุ่ม 1.2 พันล้านบาท เนรมิตเอเชียทีคเป็นสวนสนุกระดับโลก Jurassic World ด้าน BOI เผยยอดส่งเสริมกิจการท่องเที่ยว 10 ปี สะพัด 2 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
awc-jurassic-world-park

BOI ไฟเขียว AWC เครือเจ้าสัวเจริญ ทุ่ม 1.2 พันล้านบาท สร้าง Jurassic World แห่งแรกอาเซียน พลิกโฉมพื้นที่ 4,000 ตารางเมตรในเอเชียทีค ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเปิดเช็กอินในไตรมาส 2/68 เผยยอดส่งเสริมลงทุนกิจการกลุ่มท่องเที่ยว 10 ปี สะพัด 2 แสนล้านบาท

 

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า บอร์ด BOI อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนโครงการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ Jurassic World: The Experience ของบริษัท แอสเสท เวิรด์ แอทแทรคชั่น แอนด์ รีเทล จำกัด บริษัทในเครือของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร

 

โดยโครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.2 พันล้านบาท บนพื้นที่ 4,000 ตารางเมตรในโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยบริษัทจะพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ และประเทศไทย

 

โครงการดังกล่าวถือเป็นการลงทุนสร้างศูนย์กลางการท่องเที่ยวและความบันเทิงระดับโลกโดยบริษัทอสังหาของไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากแฟรนไชส์ภาพยนตร์ชื่อดัง Jurassic World จาก Universal Pictures และ Amblin Entertainment ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสร้างไดโนเสาร์แอนิเมทรอนิกส์ที่มีการเคลื่อนไหวเสมือนจริง โดยใช้นวัตกรรมการออกแบบ 3 มิติ และใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมการเคลื่อนไหว เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่สมจริงมากที่สุด ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะแฟนคลับคนรักไดโนเสาร์ที่มีอยู่ทั่วโลก

 

โดยโครงการนี้ถือเป็นประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบอิมเมอร์ซีฟที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก และเป็นแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนำเงินเข้าสู่ประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากกว่า 35 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 1.67 ล้านล้านบาท ในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฮับการท่องเที่ยวของภูมิภาค

 

“ ไทยจำเป็นต้องเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวให้พร้อม ทั้งด้านบุคลากร, คุณภาพของการบริการ, โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล, การจัดกิจกรรมนานาชาติหรืออีเวนต์ขนาดใหญ่, การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมทั้งการสร้างแหล่งท่องเที่ยวแบบ Man-Made ที่จะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศ” นฤตม์กล่าว

 

สำหรับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2558-2567) BOI ส่งเสริมการลงทุนกิจการในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจำนวน 209 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2 แสนล้านบาท ครอบคลุมทั้งกิจการโรงแรม, ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่, การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่, ศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย, มหกรรมดนตรี กีฬา และเทศกาลนานาชาติ รวมทั้งกิจการสวนสนุก

 

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2567 AWC ร่วมกับ NEON และ Universal Destinations & Experiences เปิดตัว Jurassic World: The Experience หนึ่งในประสบการณ์ความบันเทิงแบบอิมเมอร์ซีฟที่ใหญ่สุดในโลก พร้อมเปิดในไตรมาส 2/68 ที่เอเชียทีค

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กล่าวว่า “AWC รู้สึกภาคภูมิใจในคุณค่าที่เราสร้างขึ้นจากความร่วมมือกับ NEON และ Universal Live Events & Location Based Entertainment ที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและความบันเทิง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการสร้างจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นการส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนโครงการเอเชียทีค ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใจกลางกรุงเทพฯ”

 

 

ภาพ: Pierrick Lemaret, Getty Images

 

อ้างอิง:

The post AWC ทุ่ม 1.2 พันล้านบาท เนรมิตเอเชียทีคเป็นสวนสนุกระดับโลก Jurassic World ด้าน BOI เผยยอดส่งเสริมกิจการท่องเที่ยว 10 ปี สะพัด 2 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC – พรีวิว 4Q67: คาดกำไรแข็งแกร่งขึ้น https://thestandard.co/market-focus-awc-4q67/ Wed, 29 Jan 2025 08:04:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1035714

เกิดอะไรขึ้น:   InnovestX Research ประเมินพรีวิวผล […]

The post AWC – พรีวิว 4Q67: คาดกำไรแข็งแกร่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดอะไรขึ้น:

 

InnovestX Research ประเมินพรีวิวผลประกอบการ 4Q67 ของ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) โดยคาดว่าช่วงไฮซีซันจะหนุนให้กำไรปกติเติบโต ข้อมูลการดำเนินงานจากธุรกิจโรงแรม (75% ของรายได้) แสดงให้เห็นถึง RevPAR ที่เติบโต YoY และ QoQ ซึ่งบ่งชี้ว่าไตรมาสที่ 4 เป็นช่วงไฮซีซันสำหรับ AWC 

 

โดยใน 4Q67 ประเมินได้ว่า RevPAR เติบโต 18%YoY และ 13%QoQ โดยได้แรงหนุนจากอัตราการเข้าพักที่แข็งแกร่งที่ 74% (เพิ่มขึ้นจาก 65% ใน 4Q66 และ 72% ใน 3Q67) และ ARR ที่สูงขึ้น 5%YoY และ 10%QoQ ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเชียงใหม่ (~5% ของรายได้) เมื่อเดือนตุลาคมมีจำกัด โดยสมมติฐานว่าธุรกิจอาคารสำนักงานและธุรกิจพื้นที่เช่า (25% ของรายได้) จะมีแนวโน้มทรงตัว QoQ 

 

ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรปกติ 4Q67 ของ AWC ที่ 540 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%YoY และ 87%QoQ เมื่อใช้สมมติฐานว่ากำไรพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนอยู่ในระดับทรงตัว QoQ กำไรสุทธิ 4Q67 จะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%YoY และ 22%QoQ

 

AWC กำลังติดตามผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากความกังวลด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะจากผู้เข้าพักชาวจีน (13% ของรายได้จากธุรกิจโรงแรม) หลังจากการหายตัวไป (และได้รับความช่วยเหลือในเวลาต่อมา) ของนักแสดงชาวจีน นับถึงปัจจุบัน AWC ยังไม่เห็นผลกระทบที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากแนวโน้มการจองห้องพักโรงแรมล่วงหน้าของบริษัทบ่งชี้ว่าจำนวนคืนห้องพัก (Room Night) จะเติบโต ~8%YoY และรายได้จากห้องพักจะเติบโต ~18%YoY ใน 1Q68 ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราการเข้าพักและ ARR มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

 

ใน 1Q68 AWC วางแผนเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่งในพัทยาคือ Melia Pattaya (234 ห้อง) และ Marriott Resort Jomtien Beach (289 ห้อง) โดยคาดว่าผลกระทบจากค่าใช้จ่ายก่อนเปิดโรงแรมจะถูกบรรเทาได้โดยการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น AWC ปรับลง 13.81% สู่ 3.12 บาท ขณะที่ SET Index ปรับลง 3.34% สู่ 1,354.07 จุด 

 

แนวโน้มผลประกอบการปี 2568:

 

ในปี 2568 InnovestX Research คาดว่า AWC จะรายงานกำไรปกติเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 23% โดยได้แรงหนุนจากภาพอุตสาหกรรมที่เป็นบวกจากการคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 40 ล้านคน ซึ่งจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 100% ของระดับก่อนโควิด-19 (เพิ่มขึ้น 12%YoY) และการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจโรงแรม 

 

AWC เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นในกลุ่มท่องเที่ยว และกลยุทธ์การลงทุนให้คำแนะนำ Tactical Call ระยะ 3 เดือนที่ Outperform ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 4.4 บาทต่อหุ้น: 4.0 บาท อิงกับมูลค่าโครงการใน Pipeline ปี 2567-2569 และ 0.4 บาท จากโครงการระยะยาวหลังจากปี 2569 (WACC ที่ 6.6% และการเติบโตระยะยาวที่ 2%)

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ เศรษฐกิจชะลอตัวและต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรและการเพิ่มสินทรัพย์ที่กำลังพัฒนาในพอร์ตได้ช้า ความเสี่ยงด้าน ESG คือ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ทั้งก๊าซเรือนกระจก พลังงาน น้ำเสีย และของเสีย (E)

 

Cafe Invest แหล่งรวมข้อมูลการลงทุนและบทวิเคราะห์คุณภาพโดย InnovestX 🚀 คลิกเลย 👉 AWC – พรีวิว 4Q67: คาดกำไรแข็งแกร่งขึ้น: https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/research/company-analysis/company-update/awc-20250127

The post AWC – พรีวิว 4Q67: คาดกำไรแข็งแกร่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC – 3Q67: กำไรเป็นไปตามตลาดคาด แต่ดีกว่า INVX คาด https://thestandard.co/market-focus-awc/ Tue, 12 Nov 2024 14:12:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1007915 AWC

เกิดอะไรขึ้น:   เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา […]

The post AWC – 3Q67: กำไรเป็นไปตามตลาดคาด แต่ดีกว่า INVX คาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC

เกิดอะไรขึ้น:

 

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 ที่ 1.1 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY แต่ลดลง 9%QoQ) หากไม่รวมการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน กำไรปกติอยู่ที่ 288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129%YoY และ 42%QoQ โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจโรงแรมและการบริการที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง กำไรปกติเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ดีกว่าที่ InnovestX Research คาดการณ์ไว้ 19% จากค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง

 

รายการที่สำคัญในไตรมาสนี้มีดังนี้

 

  1. ธุรกิจโรงแรมและการบริการ (76% ของรายได้, 61% ของ EBITDA): RevPar ใน 3Q67 เพิ่มขึ้น 16%YoY และ 9%QoQ หลักๆ ได้แรงหนุนจากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นเป็น 72% ใน 3Q67 (เพิ่มขึ้นจาก 63% ใน 3Q66 และ 66% ใน 2Q67) และ ARR ที่เพิ่มขึ้น 2%YoY และ 1%QoQ 

 

  1. ธุรกิจอาคารสำนักงาน (14% ของรายได้, 25% ของ EBITDA) อัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 66% ลดลงจาก 68% ใน 3Q66 แต่ทรงตัว QoQ ซึ่งบ่งชี้ถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมอาคารสำนักงาน อย่างไรก็ดี อัตราค่าเช่าเพิ่มขึ้น 1%YoY และ 1%QoQ สะท้อนถึงประโยชน์จากการปรับปรุงสินทรัพย์

 

  1. ธุรกิจพื้นที่เช่า (10% ของรายได้, 14% ของ EBITDA) พัฒนาการดีขึ้นเห็นได้ในอัตราค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น 6%YoY และ 4%QoQ ในขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ทรงตัวอยู่ที่ 69%

 

  1. ค่าใช้จ่ายภาษีที่อยู่ที่ 188 ล้านบาท (ลดลง 31%YoY และ 38%QoQ) ส่งผลทำให้อัตราภาษีที่แท้จริงอยู่ที่ 14% ใน 3Q67 จากการปรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งคาดว่าจะน้อยลงในไตรมาสต่อไป

 

กลยุทธ์ปี 2568 ของ AWC ธุรกิจโรงแรมและการบริการ: AWC จะมุ่งเน้นปรับปรุงการดำเนินงานโรงแรมและขยายกิจการโรงแรม โดยบริษัทวางแผนเปิดตัวโรงแรม Meliá Pattaya ในเดือนธันวาคม 2567, Pattaya Marriott Resort & Spa at Jomtien Beach และ Fairmont Bangkok Sukhumvit ใน 1H68 

 

ธุรกิจพื้นที่เช่า: AWC วางแผนเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ Jurassic Park ที่ Asiatique ใน 2Q69 ธุรกิจอาคารสำนักงาน: นอกเหนือจากการเปิดร้านอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มแล้ว AWC ยังวางแผนที่จะเพิ่มบริการ Wellness ที่อาคาร Empire Tower ด้วย

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้น AWC ปรับลง 9.0% สู่ 3.44 บาท ขณะที่ SET Index ปรับลง 2.2% สู่ 1,449.36 จุด 

 

แนวโน้มผลประกอบการปี 2567:

 

กำไรปกติ 9M67 คิดเป็น 71% ของประมาณการกำไรเต็มปี 2567 InnovestX Research ยังคงประมาณการกำไรไว้เหมือนเดิม และคาดว่ากำไรปกติ 4Q67 ของ AWC จะเติบโต YoY และ QoQ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวไทย และผลกระทบที่มีจำกัดจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงใหม่ในเดือนตุลาคม อีกทั้งคาดว่า AWC จะรายงานกำไรปกติเติบโตแข็งแกร่งในปี 2568 ที่ 23% 

 

กลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะนำ Outperform สำหรับ AWC โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 4.4 บาทต่อหุ้น ซึ่งประกอบด้วยมูลค่าโครงการใน Pipeline ปี 2567-2569 ที่ 4.0 บาทต่อหุ้น และมูลค่าเพิ่มเติมจากโครงการระยะยาวหลังจากปี 2569 ที่ 0.4 บาทต่อหุ้น (อิงกับ WACC ที่ 6.6% และการเติบโตระยะยาวที่ 2%)

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ เศรษฐกิจชะลอตัวและต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรและการเพิ่มสินทรัพย์ที่กำลังพัฒนาในพอร์ตได้ช้า ความเสี่ยงด้าน ESG คือ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ทั้งก๊าซเรือนกระจก พลังงาน น้ำเสีย และของเสีย (E)

อ่านบทวิเคราะห์ InnovestX Research: AWC – 3Q67: กำไรเป็นไปตามตลาดคาด แต่ดีกว่า INVX คาด ได้ที่: https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/research/company-analysis/company-update/awc-update-20241112

The post AWC – 3Q67: กำไรเป็นไปตามตลาดคาด แต่ดีกว่า INVX คาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่ทัพใหญ่ AWC จ่อเปิดตัว EA สถานบันเทิง หมุดหมายใหม่ดึงนักธุรกิจ-ต่างชาติ พร้อมปฏิเสธข่าวลือร่วมลงทุน ‘Entertainment Complex’ ที่มีคาสิโน ย้ำไม่ตรงกับโมเดลธุรกิจ https://thestandard.co/awc-ea-and-ent-complex-rumor/ Mon, 02 Sep 2024 11:59:56 +0000 https://thestandard.co/?p=978608

‘วัลลภา’ ทายาทเจ้าสัวเจริญ แม่ทัพใหญ่ AWC ปฏิเสธข่าวลือ […]

The post แม่ทัพใหญ่ AWC จ่อเปิดตัว EA สถานบันเทิง หมุดหมายใหม่ดึงนักธุรกิจ-ต่างชาติ พร้อมปฏิเสธข่าวลือร่วมลงทุน ‘Entertainment Complex’ ที่มีคาสิโน ย้ำไม่ตรงกับโมเดลธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘วัลลภา’ ทายาทเจ้าสัวเจริญ แม่ทัพใหญ่ AWC ปฏิเสธข่าวลือ ไม่ได้อยู่ในกลุ่มทุนที่สนใจเข้าลงทุน Entertainment Complex ที่มีคาสิโน แย้มโมเดลไม่ตรงกับแนวทางธุรกิจ พร้อมเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ เปิดตัว EA (เอ-ญ่า) แหล่งแฮงเอาต์ครบวงจรที่การันตีว่าจะเป็นหมุดหมายใหม่ใจกลาง CBD ซึ่งจะดึงดูดกลุ่มนักธุรกิจและต่างชาติได้เป็นอย่างดี

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า โครงการ Entertainment Complex ที่อยู่ภายใต้การลงทุนของราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นั้น เราไม่ได้เป็นหนึ่งในรายชื่อกลุ่มทุน และยังไม่สนใจ เนื่องจากโมเดลที่มีคาสิโนไม่ตรงกับคอนเซปต์การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ AWC ที่เน้นลงทุนเชิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว นักธุรกิจ และชาวต่างชาติ เป็นหลัก

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สอดรับกับปัจจุบัน AWC ยังมีอีกหลายโครงการที่เดินหน้าพัฒนาต่อไปภายใต้การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ต่างๆ

 

โดยเฉพาะโครงการ ‘EA Rooftop at The Empire’ แหล่งแฮงเอาต์ครบวงจรที่กำลังจะเปิดตัวครั้งใหญ่ในวันที่ 18 กันยายนนี้ โดยโครงการนี้มีมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท มีทั้งหมด 6 ชั้น ตั้งอยู่บนอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ย่านสาทร ใจกลางกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 10,000 ตร.ม. รวมพื้นที่รูฟท็อปกลางแจ้งกว่า 2,500 ตร.ม.

 

สิ่งที่น่าสนใจของ EA Rooftop at The Empire คือจะมีทั้งความหลากหลายของห้องอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น และอิตาเลียน ด้วยฝีมือของเชฟโนบุ มัตสึฮิสะ ตามด้วยเชฟระดับมิชลินสตาร์ ทั้งเชฟต้น ธิติฏฐ์, เชฟวิกกี้ เชง และเชฟเปาโล อายราวโด รวมถึงคาเฟ่จากแบรนด์ระดับโลก เริ่มตั้งแต่ร้าน % Arabica สาขาที่สูงที่สุดในโลก ตามด้วย qraft. คาเฟ่และร้านเบเกอรีแบบตะวันออก และ Onggi ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งแบบเกาหลี

 

สำหรับไฮไลต์ของโครงการคือสามารถชมวิวที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนแบบ ทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวคิด Celebrating The World’s Newest Horizon

 

ยิ่งไปกว่านั้นยังเปิดพื้นที่จัดงานอีเวนต์ เพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจกับกลุ่มไมซ์ที่เดินทางเข้ามาในประเทศ รวมไปถึงการจัดงานแต่งงาน แฟชั่น และกรุ๊ปสัมมนาต่างๆ

 

เบื้องต้นคาดว่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกว่า 60% ในช่วงกลางวันจะเป็นกลุ่มนักธุรกิจใจกลางสาทร ส่วนกลางคืนจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวและต่างชาติ โดยเฉพาะชาวเอเชียที่ชื่นชอบการถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดีย

 

นอกจากนี้ยังเตรียมให้บริการด้านเวลเนส คาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 2/68 ขณะเดียวกันหลังจากรีโนเวตโครงการเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดพื้นที่ Co-living Space ทำให้ปัจจุบันมีผู้เช่าในสำนักงาน 70% โดยยังเหลือพื้นที่เช่าอีก 40,000 ตร.ม.

 

“สุดท้ายนี้เราตั้งใจให้โครงการ EA Rooftop at The Empire เป็นเดสติเนชันระดับโลกที่นักท่องเที่ยวต้องมา ที่สำคัญโครงการนี้จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในเครือได้ด้วยการนำการบริการของ EA ไปเพิ่มในโปรแกรมการตลาดต่างๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี” แม่ทัพใหญ่ AWC ย้ำ

The post แม่ทัพใหญ่ AWC จ่อเปิดตัว EA สถานบันเทิง หมุดหมายใหม่ดึงนักธุรกิจ-ต่างชาติ พร้อมปฏิเสธข่าวลือร่วมลงทุน ‘Entertainment Complex’ ที่มีคาสิโน ย้ำไม่ตรงกับโมเดลธุรกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC จับมือ CIMB Thai ลงนามสินเชื่อความยั่งยืนแรกของธนาคารมูลค่า 3,000 ล้านบาท หวังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวไทย https://thestandard.co/awc-joins-hands-with-cimb-thai/ Tue, 12 Dec 2023 07:03:58 +0000 https://thestandard.co/?p=875906

AWC จับมือ CIMB Thai ลงนามสินเชื่อความยั่งยืนแรกของธนาค […]

The post AWC จับมือ CIMB Thai ลงนามสินเชื่อความยั่งยืนแรกของธนาคารมูลค่า 3,000 ล้านบาท หวังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

AWC จับมือ CIMB Thai ลงนามสินเชื่อความยั่งยืนแรกของธนาคาร หวังขับเคลื่อนการพัฒนาตามเป้าหมาย ด้วยมูลค่า 3,000 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ

 

“สำหรับการจัดสินเชื่อดังกล่าวถือเป็นสินเชื่อแรกที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ CIMB Thai เราพร้อมร่วมสนับสนุนการดำเนินงานการพัฒนาโครงการของ AWC” มร.พอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าว

 

นับเป็นการสานต่อวิสัยทัศน์ของทั้งสององค์กรในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการลงนามความร่วมมือสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Linked Loan) มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

รวมถึงลดการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ พร้อมนำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาใช้ในกระบวนการพัฒนาต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ CIMB Group ที่ได้ตั้งเป้าหมายขยายวงเงินสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนจำนวน 1 แสนล้านริงกิต (ประมาณ 7.7 แสนล้านบาท) ภายในปี 2567 

 

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของ AWC ในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทย จะสามารถนำสินเชื่อนี้ไปช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวของไทยตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เป็นที่ยอมรับและเป็นแบบอย่างในระดับสากล

 

ด้าน วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า AWC ได้ร่วมมือกับ CIMB Thai กลุ่มการเงินชั้นนำที่มีเครือข่ายแข็งแกร่งในภูมิภาค รับสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนที่ออกเป็นครั้งแรกของธนาคาร โดย AWC จะนำสินเชื่อนี้ไปสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย (Sustainability Performance Targets หรือ SPTs) ด้วยการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ และวัดผลตามมาตรฐานดัชนีความยั่งยืน MSCI ESG Rating ซึ่ง 

 

AWC เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือกับ CIMB Thai เป็นการร่วมรวมพลังของพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยต่อไป 

 

ปัจจุบัน AWC ได้รับการจัดวงเงินสินเชื่อระยะยาวที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนจากสถาบันการเงินชั้นนำกว่าร้อยละ 76 ของสินเชื่อทั้งหมด และตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนวงเงินสินเชื่อระยะยาวที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนเป็นร้อยละ 100 เพื่อมุ่งสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศ โดย AWC จะนำสินเชื่อดังกล่าวไปใช้ในการสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน 

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2565 บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ 20.6 เมื่อเทียบกับปี 2562 และยังได้ริเริ่มโครงการร่วมกับพันธมิตร มุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น โครงการ ‘AWC Stay to Sustain’ เพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูต้นไม้ในป่าชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามโรดแมปสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573

The post AWC จับมือ CIMB Thai ลงนามสินเชื่อความยั่งยืนแรกของธนาคารมูลค่า 3,000 ล้านบาท หวังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าสัวเจริญให้ AWC ลงทุน 1,500 ล้านบาท โรงแรมระดับลักชัวรี 2 แห่งแรกในเชียงราย ภายใต้แบรนด์ InterContinental และ Kimpton https://thestandard.co/awc-invested-intercontinental-and-kimpton-at-chiangrai/ Wed, 15 Nov 2023 11:01:37 +0000 https://thestandard.co/?p=866022 AWC

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ลงนาม […]

The post เจ้าสัวเจริญให้ AWC ลงทุน 1,500 ล้านบาท โรงแรมระดับลักชัวรี 2 แห่งแรกในเชียงราย ภายใต้แบรนด์ InterContinental และ Kimpton appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ลงนามข้อตกลงในการพัฒนาและบริหารโรงแรมกับเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป หรือ IHG Hotels & Resorts หนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจโรงแรม เพื่อพัฒนาโรงแรมระดับลักชัวรีใหม่ 2 แห่งในจังหวัดเชียงราย ได้แก่ ‘InterContinental Chiang Rai Golden Triangle Resort’ และ ‘Kimpton Chiang Rai Golden Triangle’ ซึ่งนับเป็นโครงการแรกของ AWC และ IHG ในจังหวัดเหนือสุดแดนสยามนี้ 

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทย ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามทางธรรมชาติ งานศิลปะ ไปจนถึงวัดวาอาราม และหมู่บ้านของชาวเขาพื้นเมือง จึงสามารถมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลายและยั่งยืนให้กับนักเดินทาง

 

“ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1,500 ล้านบาท โรงแรมทั้ง 2 แห่งนี้ไม่เพียงแต่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการในภาคเหนือของไทย แต่ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนท่ามกลางธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของล้านนา โดยโรงแรมทั้ง 2 แห่งนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันเพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว”

 

‘InterContinental Chiang Rai Golden Triangle Resort’ มีสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมล้านนาแบบดั้งเดิม ประกอบไปด้วยพูลวิลล่าและการ์เดนวิลล่า 68 หลัง ในขณะที่ ‘Kimpton Chiang Rai Golden Triangle’ ให้บริการห้องสวีทสไตล์ล้านนาร่วมสมัย 68 ห้อง รวมถึงห้องที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว และห้องแบบพูลแอ็กเซส 

 

โดยโรงแรมทั้ง 2 แห่งจะมีห้องอาหารและบาร์ทั้งหมด 8 แห่ง รวมถึง Glasshouse Cafe and Restaurant ขนาด 110 ที่นั่งริมแม่น้ำโขง ด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 พร้อมดีไซน์การตกแต่งภายในแบบร่วมสมัย

The post เจ้าสัวเจริญให้ AWC ลงทุน 1,500 ล้านบาท โรงแรมระดับลักชัวรี 2 แห่งแรกในเชียงราย ภายใต้แบรนด์ InterContinental และ Kimpton appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC ประกาศผลประกอบการรวม 9 เดือนแรก กำไรสุทธิ 3,746 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% https://thestandard.co/awc-9-months-profit/ Wed, 08 Nov 2023 07:31:11 +0000 https://thestandard.co/?p=863645

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัด […]

The post AWC ประกาศผลประกอบการรวม 9 เดือนแรก กำไรสุทธิ 3,746 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ตามงบการเงินรวมมูลค่ายุติธรรม มีรายได้รวมกว่า 4,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,136 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่งแม้อยู่ในช่วงโลว์ซีซัน และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาสามารถผลักดันศักยภาพของทรัพย์สิน Ramp Up สู่ระดับดำเนินงานปกติ มูลค่ากว่า 1.25 หมื่นล้านบาท 

 

ในไตรมาส 3/66 บริษัทมีทรัพย์สินดำเนินงานที่สามารถสร้างรายได้อยู่ที่กว่า 85% รวมมูลค่า 125,758 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 52% เทียบกับช่วงก่อนโควิดในปี 2562 โดยสามารถเปิดตัวโรงแรมและห้องอาหารหลากหลายแห่งในไตรมาส 3 รวมมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท

 

“ผลการดำเนินงานใน 9 เดือนแรกเป็นผลมาจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ และโรงแรมอื่นๆ นอกกรุงเทพฯ ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าพักโรงแรมในเครือ AWC เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ใน 9 เดือนแรกของปี สูงถึง 3,619 บาท เพิ่มขึ้น 87.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)”

 

ในไตรมาส 3/66 ผลการดำเนินงานตามงบการเงินของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการเปรียบเทียบราคาห้องพักและอัตราการเข้าพัก (Revenue Generation Index: RGI) ในภาพรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเทียบกับโรงแรมในกลุ่มเดียวกันที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยในไตรมาสที่ 3 นี้ AWC มีจำนวนห้องพักรวม 6,034 ห้อง 

 

สำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการค้าปลีก (Retail) ในไตรมาส 3/66 มีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ตามงบการเงินอยู่ที่ 963 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปรับปรุงพัฒนาศูนย์การค้าให้เข้ากับกลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน (Commercial) ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดให้แก่บริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 3/66 มีอัตราค่าเช่าเพิ่มสูงขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากกลยุทธ์การยกระดับอาคารสำนักงานให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับองค์กรและคนทำงานรุ่นใหม่ทั่วโลก (Global Workforce Destination)

The post AWC ประกาศผลประกอบการรวม 9 เดือนแรก กำไรสุทธิ 3,746 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าสัวเจริญนำทัพ AWC เปิดโรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล เล็งลงทุนอสังหาในเชียงใหม่อีก 3 หมื่นล้านบาทในอีก 5 ปี https://thestandard.co/awc-opens-chiang-mai-marriott-hotel/ Fri, 03 Nov 2023 02:29:57 +0000 https://thestandard.co/?p=862006 เจริญ สิริวัฒนภักดี

เจริญ สิริวัฒนภักดี นำทัพบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำก […]

The post เจ้าสัวเจริญนำทัพ AWC เปิดโรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล เล็งลงทุนอสังหาในเชียงใหม่อีก 3 หมื่นล้านบาทในอีก 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจริญ สิริวัฒนภักดี

เจริญ สิริวัฒนภักดี นำทัพบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดตัวโรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล (Chiang Mai Marriott Hotel) ซึ่งเป็นโรงแรมแมริออทแห่งแรกในภาคเหนือ

 

“เราสร้างขึ้นมารองรับการจัดประชุม MICE ระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทย และยกระดับพื้นที่ย่านช้างคลานให้เป็นศูนย์กลาง MICE” วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าว

 

โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล มีพื้นที่รองรับการประชุม MICE ระดับพรีเมียมทั้งหมดกว่า 6,200 ตารางเมตร และ 10 ห้องประชุม รวมถึง ‘สุเทพฮอลล์’ ที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้กว่า 800 คน พร้อมด้วยจอ LED ขนาดใหญ่ 14 เมตร

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ AWC มีแผนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่กว่า 3 หมื่นล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมมูลค่าของโครงการโรงแรม 4 แห่ง กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท โดยเป็นไปตามกลยุทธ์การเติบโตและการสร้างความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างครอบคลุม

 

ด้าน Marriott International ระบุว่า นําแบรนด์ระดับแฟลกชิปอย่างแมริออทมาสู่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมแมริออททั้งหมดกว่า 600 แห่งใน 65 ประเทศทั่วโลก โดยโรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล นี้จะเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กที่จะดึงดูดนักเดินทางและเครือข่ายสมาชิก Marriott Bonvoy กว่า 186 ล้านคนทั่วโลก มาท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่ที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้

The post เจ้าสัวเจริญนำทัพ AWC เปิดโรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล เล็งลงทุนอสังหาในเชียงใหม่อีก 3 หมื่นล้านบาทในอีก 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC ทุ่ม 7,789 ล้านบาท เข้าลงทุนหุ้นในธุรกิจโรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก จ่อเปิดให้บริการในปี 2026 https://thestandard.co/awc-invested-in-plaza-athenee-nobu-hotel-and-spa-new-york/ Thu, 15 Jun 2023 11:41:49 +0000 https://thestandard.co/?p=804127 AWC

AWC เดินหน้าขยายธุรกิจ โดยจับมือกับ Nobu Hospitality ร่ […]

The post AWC ทุ่ม 7,789 ล้านบาท เข้าลงทุนหุ้นในธุรกิจโรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก จ่อเปิดให้บริการในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC

AWC เดินหน้าขยายธุรกิจ โดยจับมือกับ Nobu Hospitality ร่วมพัฒนาพลาซ่า แอทธินี แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางนิวยอร์ก เตรียมเปิดให้บริการในปี 2026 รอผู้ถือหุ้นอนุมัติลงทุนในหุ้นโรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก มูลค่ากว่า 7,789 ล้านบาท

 

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC รายงานว่า บริษัทจะเข้าลงทุนหุ้นธุรกิจโรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก ผ่านการร่วมมือกับ Nobu Hospitality โดยร่วมสร้างโรงแรม 2 แห่งภายใต้แบรนด์พลาซ่า แอทธินี เชื่อม 2 มหานคร ได้แก่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี โนบุ โฮเทล แอนด์ สปา นิวยอร์ก (Plaza Athenee Nobu Hotel and Spa New York) ตั้งอยู่ในย่าน Upper East Side บนถนน 64 ระหว่างถนนพาร์กอเวนิวและถนนเมดิสันอเวนิว ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ ใกล้สวนสาธารณะ, Central Park, พิพิธภัณฑ์, สถานกงสุล และแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ

 

รวมถึงอีก 1 โครงการ คือ โรงแรมเดอะ พลาซ่า แอทธินี โนบุ โฮเทล แอนด์ สปา แบงค็อก (The Plaza Athenee Nobu Hotel and Spa Bangkok) ซึ่งจะพัฒนาจากอาคาร EAC ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

โดยการลงทุนหุ้นในธุรกิจโรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก เป็นไปตามกลยุทธ์สร้างการเติบโต และจะสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการของบริษัท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า การลงทุนหุ้นในธุรกิจโรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก ซึ่งเป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมีชื่อเสียงยาวนาน ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของนิวยอร์ก เป็นโอกาสก้าวสำคัญของ AWC ในการนำศักยภาพด้านการพัฒนาโครงการระดับโลกของบริษัทไปสู่ตลาดที่มีความมั่นคงสูง เพื่อเสริมการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

 

ที่สำคัญ AWC ได้ร่วมมือในระยะยาวกับพันธมิตรอย่าง Nobu Hospitality ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับรางวัลแบรนด์ที่ดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา และมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง อีกทั้งยังมีวิสัยทัศน์ด้านธุรกิจ ซึ่งเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างมิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการระดับลักชัวรีได้

 

ด้าน มร.เทรเวอร์ ฮอร์เวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nobu Hospitality กล่าวว่า  การเข้าร่วมพัฒนาโรงแรมใน 2 โครงการสำคัญของ AWC ที่มีแลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ และมหานครนิวยอร์ก จะสามารถสร้างมิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการโรงแรมและบริการ เพื่อตอบโจทย์ทั้งคนไทยและต่างชาติได้

The post AWC ทุ่ม 7,789 ล้านบาท เข้าลงทุนหุ้นในธุรกิจโรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ก จ่อเปิดให้บริการในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC ของเจ้าสัวเจริญ จับมือ Yiwu ธุรกิจค้าส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในจีน เข้ามาเสริมทัพศูนย์ค้าส่ง ‘AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM’ https://thestandard.co/awc-yiwu-collaborate/ Wed, 19 Apr 2023 12:45:11 +0000 https://thestandard.co/?p=778666 AWC

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทย กลายเป็นหมุดหมายที่ธุรกิจจีนหล […]

The post AWC ของเจ้าสัวเจริญ จับมือ Yiwu ธุรกิจค้าส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในจีน เข้ามาเสริมทัพศูนย์ค้าส่ง ‘AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทย กลายเป็นหมุดหมายที่ธุรกิจจีนหลั่งไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดธุรกิจด้วยตัวเอง และจับมือกับพาร์ตเนอร์ในไทย ไม่เว้นแม้แต่ AWC ของเจ้าสัวเจริญ ที่จับมือกับ Yiwu ธุรกิจค้าส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในจีน เข้ามาเสริมทัพศูนย์ค้าส่ง ‘AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM’ ที่กำลังจะเปิดในเดือนมิถุนายนนี้

 

ทั้งนี้ Yiwu จะเข้ามาช่วยเป็นสื่อกลางในการนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทย และนำสินค้าไทยเข้าไปจำหน่ายในจีน เรียกว่าตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย’ วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าว

 

สำหรับโครงการดังกล่าว AWC ซึ่งเดิมเป็นผู้บริหารพื้นที่พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ ปัจจุบันได้เปลี่ยนให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าส่งภายใต้ชื่อ AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM ตั้งใจให้เป็นศูนย์กลางค้าส่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค โดยมีพื้นที่ 10 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อาคารรวม 6.70 หมื่นตารางเมตร และเป็นพื้นที่ค้าปลีก 3 หมื่นตารางเมตร

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ศูนย์ค้าส่งได้รวมสินค้าหลาย Category เข้ามาอยู่ในที่เดียวกัน เบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะมีพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาอยู่ในพื้นที่ขาย ประมาณ 600 ร้านค้า ประกอบไปด้วย อาหารแช่แข็ง, อาหารแช่เย็น, ผลิตภัณฑ์จากนม, เครื่องปรุง, วัตถุดิบ, ข้าว, เครื่องดื่ม, กาแฟ, ขนมขบเคี้ยว, ขนมหวาน และของใช้ในครัวเรือน ทำให้เป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการสามารถจัดหาวัตถุดิบได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องผ่านคนกลาง  

 

ที่สำคัญยังมีการเปิดให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายพบปะกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง โดยในแพลตฟอร์มจะมีฟีเจอร์ให้เปรียบเทียบราคาสินค้าได้ทั้งหมด

 

ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจามองหาผู้ขายอยู่ และเชื่อว่าจะสามารถผลักดันอุตสาหกรรมอาหารในไทยให้เติบโตขึ้นได้ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ด้วยจำนวนประชากรรวมกว่า 700 ล้านคน

 

ยิ่งไปกว่านั้น Yiwu ยังเข้ามาช่วยจัดกิจกรรม Networking หรือกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้กับกลุ่มผู้ประกอบการ เปิดให้ผู้ซื้อและผู้ขายเจรจาธุรกิจกันเพื่อหาโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ๆ 

 

อย่างไรก็ตาม มูลค่าลงทุนโดยรวมอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งใช้มาตั้งแต่การเข้าไปลงทุนซื้อพันธุ์ทิพย์ และรีโนเวตโครงการใหม่ทั้งหมด ส่วนประตูน้ำพระอินทร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นอยู่ระหว่างคุยกับพาร์ตเนอร์ศึกษา Category คาดว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะถึงจะสามารถเปิดให้บริการได้ 

The post AWC ของเจ้าสัวเจริญ จับมือ Yiwu ธุรกิจค้าส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในจีน เข้ามาเสริมทัพศูนย์ค้าส่ง ‘AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้อนผลงาน ‘คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี’ ภรรยาเจ้าสัวเจริญ ด้วยความระลึกถึง https://thestandard.co/works-of-wanna-sirivadhanabhakdi/ Fri, 17 Mar 2023 05:53:44 +0000 https://thestandard.co/?p=764444

เปิดประวัติและย้อนผลงาน คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ภรรย […]

The post ย้อนผลงาน ‘คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี’ ภรรยาเจ้าสัวเจริญ ด้วยความระลึกถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดประวัติและย้อนผลงาน คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ภรรยาเจ้าสัวเจริญ ถึงแก่กรรมอย่างสงบ หลังจากป่วยมาพักใหญ่ ท่ามกลางความอาลัยของผู้คนในแวดวงธุรกิจ 

 

มีรายงานว่า คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ภรรยาของ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัททีซีซี และเครือไทยเบฟ ถึงแก่กรรมแล้ว เมื่อเวลา 01.24 น. ที่ผ่านมา 

 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 




สำหรับประวัติครอบครัว คุณหญิง วรรณา สิริวัฒนภักดี สมรสกับ เจริญ สิริวัฒนภักดี และมีบุตร-ธิดา รวมกัน 5 คน ประกอบด้วย อาทินันท์ พีชานนท์, วัลลภา ไตรโสรัส, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ฐาปนี เตชะเจริญวิกุล และ ปณต สิริวัฒนภักดี

 

ปัจจุบันคุณหญิงวรรณาดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)

 

รวมถึงยังนั่งในตำแหน่งสำคัญในคณะกรรมการของกลุ่มบริษัททีซีซี ประกอบไปด้วย รองประธานกรรมการ บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), รองประธานกรรมการ บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด, รองประธานกรรมการ บริษัท ทีซีซี แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, กรรมการ บริษัท ทีซีซี โฮลดิ้งส์ (2519) จำกัด, รองประธานกรรมการกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด และรองประธานกรรมการกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ลิมิเต็ด


ตามด้วยตำแหน่งรองประธานกรรมการ บริษัท สิริวนา จำกัด, รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท คริสตอลลา จำกัด, รองประธานกรรมการ บริษัท พรรณธิอร จำกัด, รองประธานกรรมการ บริษัท ทีซีซีแลนด์ จำกัด และประธานกรรมการ บริษัท เบียร์ทิพย์ บริวเวอรี่ (1991) จำกัด

 

ยิ่งไปกว่านั้น คุณหญิงวรรณายังมีบทบาทสำคัญด้านการกุศลและช่วยเหลือสังคมในหลากหลายด้าน โดยได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในมูลนิธิต่างๆ เริ่มตั้งแต่ กรรมการมูลนิธิสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์, กรรมการมูลนิธิรามาธิบดี, กรรมการศิริราชมูลนิธิ, กรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช, กรรมการมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ, คณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งสภากาชาดไทย, กรรมการมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง และกรรมการมูลนิธิ แอสเสท เวิรด์ เพื่อการกุศล

 

ด้านการศึกษา คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี สำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก 8 มหาวิทยาลัยในไทย ได้แก่ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยพะเยา, ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก, ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ และปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

สะท้อนให้เห็นว่าคุณหญิงวรรณามีประสบการณ์ในด้านการศึกษาและการดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 50 ปี 

The post ย้อนผลงาน ‘คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี’ ภรรยาเจ้าสัวเจริญ ด้วยความระลึกถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC โชว์กำไรปี 65 เฉียด 4 พันล้านบาท โตแรง 280% รับธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นหลังเปิดประเทศ หนุนค่าห้องพัก โรงแรมทำ New High https://thestandard.co/awc-2565-profit-280-percent/ Mon, 27 Feb 2023 11:24:52 +0000 https://thestandard.co/?p=756209

AWC ประกาศกำไรปี 2565 ที่ 3,981 ล้านบาท โตกระฉูด 280% ไ […]

The post AWC โชว์กำไรปี 65 เฉียด 4 พันล้านบาท โตแรง 280% รับธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นหลังเปิดประเทศ หนุนค่าห้องพัก โรงแรมทำ New High appeared first on THE STANDARD.

]]>

AWC ประกาศกำไรปี 2565 ที่ 3,981 ล้านบาท โตกระฉูด 280% ได้อานิสงส์ธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นรับเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งหลังปีหลัง ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมโตแกร่ง ดันค่าห้องพัก โรงแรมทำ New High ฟากธุรกิจศูนย์การค้าฟื้นแรงหลังต่างชาติเที่ยวทะลัก

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป หรือ AWC เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/65 ของบริษัท มีกำไรสุทธิตามงบการเงิน 1,438 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมกำไรสุทธิตามงบการเงินปี 2565 อยู่ที่ 3,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 280% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรที่ 1,045 ล้านบาท เนื่องจากเป็นผลจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มโรงแรมที่สามารถสร้างอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate: ADR) สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท 

 

โดยสอดรับการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบในครึ่งหลังของปี 2565 แสดงให้เห็นศักยภาพขององค์กรในการสร้างกระแสเงินสดจากทรัพย์สินดำเนินงานคุณภาพที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และพร้อมหนุนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

“ผลประกอบการในไตรมาส 4/65 นับเป็นผลงานที่ดีที่สุดในรอบปี 2565 ของบริษัท ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวของประเทศที่กลับมาฟื้นตัวอย่างเด่นชัดในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวส่งท้ายปี (High Season) และการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนศักยภาพของ AWC ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและการบริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิดเมื่อต้นปี 2563 ขณะที่กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail & Commercial) ยังสามารถสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน รวมถึงการที่บริษัทได้รับกำไรจากการรวมมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ในปี 2565 จำนวนกว่า 4,920 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่องของพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพ ซึ่งมากกว่าการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน” วัลลภากล่าว

 

กำไรธุรกิจโรงแรมและการบริการโตก้าวกระโดด 

ในไตรมาส 4/65 กลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการมีรายได้จากการดำเนินงาน 2,499 ล้านบาท คิดเป็นกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) กว่า 848 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 11,535% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 71.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า 

 

โดยมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวด้วยตัวเอง (Foreign Independent Tour: FIT) จำนวนกว่า 11.8 ล้านคนในปี 2565 ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง (High-to-Luxury) ส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจนี้กลับมาเติบโตขึ้นในทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมประชุมสัมมนา (MICE) กลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ กลุ่มรีสอร์ตระดับลักชัวรี รวมถึงเซกเมนต์อาหารและเครื่องดื่มจากงานอีเว้นท์ต่างๆ โดยในไตรมาส 4/65 ภาพรวมอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของโรงแรมในเครือ AWC อยู่ 63.5% และมีราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) อยู่ที่ 5,697 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้นกว่า 45.7% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า 

 

รวมถึงโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว แบงค็อก วินด์เซอร์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา ส่งผลให้ในสิ้นปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทมีจำนวนโรงแรมที่เป็นสินทรัพย์ดำเนินการทั้งหมด 20 โรงแรม รวม 5,458 ห้อง ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มี 16 โรงแรม และจำนวนห้องรวม 3,432 ห้อง

 

อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์สร้าง Cash ต่อเนื่อง 

กลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานยังคงสร้างกระแสเงินสดให้แก่บริษัทเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มปี 2565 และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 7.6% ซึ่งเป็นผลมาจากศักยภาพของอาคารสำนักงานเกรด A ที่คำนึงด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อบริหารจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

ขณะที่ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้ามีผลการดำเนินการที่เติบโตต่อเนื่องครอบคลุมเกือบทุกเซกเมนต์เช่นกัน จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาครึกครื้น การจับจ่ายใช้สอยและการรับประทานอาหารนอกบ้านเพื่อพบปะสังสรรค์ในช่วงเทศกาลปลายปี โดยเฉพาะในกลุ่มคอมมูนิตี้ช้อปปิ้งมอลล์ ส่งผลให้รายได้เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 18% 

 

นอกจากนี้ศูนย์การค้าเพื่อการท่องเที่ยวอย่างโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ก็มีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นถึง 98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาใช้บริการเพิ่มขึ้น

 


บทความที่เกี่ยวข้อง


 

The post AWC โชว์กำไรปี 65 เฉียด 4 พันล้านบาท โตแรง 280% รับธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นหลังเปิดประเทศ หนุนค่าห้องพัก โรงแรมทำ New High appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟนคลับ Disney เตรียมเฮ! ‘เอเชียทีค’ ทุ่ม 800 ล้าน ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ ชูคอนเซปต์ ‘ALL DAY EVERYDAY HAPPINESS’ พร้อมขนตัวละคร Disney-Marvel ดึงทราฟฟิก เริ่ม 24 มี.ค. นี้ https://thestandard.co/asiatique-new-disney-landmark/ Wed, 15 Feb 2023 12:51:31 +0000 https://thestandard.co/?p=751106

‘เอเชียทีค’ ทุ่ม 800 ล้านบาท ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ ชูคอนเซ […]

The post แฟนคลับ Disney เตรียมเฮ! ‘เอเชียทีค’ ทุ่ม 800 ล้าน ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ ชูคอนเซปต์ ‘ALL DAY EVERYDAY HAPPINESS’ พร้อมขนตัวละคร Disney-Marvel ดึงทราฟฟิก เริ่ม 24 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘เอเชียทีค’ ทุ่ม 800 ล้านบาท ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ ชูคอนเซปต์ ‘ALL DAY EVERYDAY HAPPINESS’ ยกทัพโซนไฮไลต์ ร้านค้า ร้านอาหารชื่อดัง พร้อมขนตัวละคร Disney-Marvel ดึงทราฟฟิก เริ่ม 24 มีนาคมนี้ ยิงยาวถึง 4 เดือน

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโตของ AWC หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ปัจจุบันครบรอบการดำเนินธุรกิจ 10 ปี ที่ผ่านมาในช่วงก่อนโควิดผู้ใช้บริการเอเชียทีคส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แต่ปัจจุบันลูกค้ากว่า 70% เป็นคนไทย แต่จากนี้เราจะให้ความสำคัญทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ ควบคู่ไปกับการขยายฐานกลุ่มครอบครัวมากขึ้น 

 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

จึงวางงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ต่อยอดธุรกิจเพื่อสร้างแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาภายใต้แนวคิด ‘ALL DAY EVERYDAY HAPPINESS’ ยกระดับเอเชียทีคให้เป็นรีเทลเทนเมนต์ริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุด โดยได้ขยายเวลาให้บริการ เริ่มตั้งแต่ 10.00-00.00 น.

 

สำหรับกลยุทธ์และทิศทางดำเนินงานอยู่ภายใต้ 3 กลยุทธ์หลักๆ ประกอบด้วย 1. FESTIVAL VILLAGE ศูนย์รวมแลนด์มาร์ก ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน และบ้านผีสิง และได้เตรียมเปิดตัวกิจกรรมแอดเวนเจอร์ พร้อมกับลงทุน 200 ล้านบาท เตรียมเปิดให้บริการ ‘DISNEY 100 VILLAGE’ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี Disney เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แฟนคลับ Disney ในไทย 

 

ทั้งนี้ งานดังกล่าวอยู่ในรูปแบบการแสดงอีเวนต์หลากหลายโซน โดยจะมีตัวละครที่มีชื่อเสียงจาก Frozen, Princess Zone, Pixar Putt, Marvel และ Star Wars โดยเปิดจำหน่ายบัตรผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2566 รวมเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน เน้นกลุ่มเป้าหมายครอบครัวเป็นหลัก โดยคาดว่างาน Disney จะเป็นหนึ่งในแม็กเน็ตสำคัญที่จะช่วยเพิ่มทราฟฟิกให้เอเชียทีคได้มากขึ้น

 

ส่วนกลยุทธ์ที่ 2 คือ LARGEST FOOD AND BEVERAGE SELECTION เปิดโซนรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดังเข้ามาอยู่บนพื้นที่ตามแนวริมฝั่งที่ยาวกว่า 300 เมตร พร้อมเปิดตัว Big C ที่เน้นจำหน่ายสินค้าของฝาก รวมถึงร้านอาหารระดับพรีเมียม เช่น เรือสิริมหรรณพ และห้องอาหาร The Crystal Grill House เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

 

ตามด้วย 3. LIFESTYLE MARKET ได้ร่วมมือกับบริษัท Mad Face และ Made by Legacy จัดพื้นที่คอมมูนิตี้ของกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยง กลุ่มที่ชอบตกแต่งบ้านและสวน และกลุ่มวินเทจ โดยกิจกรรมจะเปลี่ยนไปตามเทศกาลต่างๆ ทั้งงานดนตรี ช้อปปิ้ง ศิลปะ สินค้าวินเทจ รวมถึงสุขภาพและอาหารตลอดทั้งปี

 

ด้านฝั่งผู้เช่าปัจจุบันมีทั้งผู้เช่ารายเดิมและผู้เช่ารายใหม่ๆ หลักๆ ยังเป็นกลุ่มร้านอาหารและไลฟ์สไตล์ รวมแล้วกระจุกอยู่ในพื้นที่กว่า 4 หมื่นตารางเมตร โดยได้เตรียมคอนเซปต์ใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานกับร้านค้า ให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

 

โดยคาดว่ากลยุทธ์ข้างต้นจะทำให้ทราฟฟิกเอเชียทีคเพิ่มขึ้น 6-8 หมื่นคนต่อสัปดาห์ ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ 5 หมื่นคนต่อสัปดาห์

 

นอกจากนี้ยังมีแผนใช้เงินลงทุนอีก 2 พันล้านบาท เพื่อขยายพื้นที่จอดรถขนาด 10 ไร่ และเพิ่มเรือรับ-ส่ง เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ รวมถึงการสร้างศูนย์สุขภาพในพื้นที่ฝั่งตรงข้ามถนนเพื่อรองรับผู้สูงวัย พร้อมเตรียมสร้างโครงการใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะเอื้อกับธุรกิจเอเชียทีค โดยขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

 

ขณะที่โครงการมิกซ์ยูส พื้นที่รีเทลขนาดใหญ่สูงกว่า 100 ชั้น อยู่ระหว่างการออกแบบ โดยจะเริ่มเห็นภาพทั้งหมดชัดเจนในช่วง 4-5 ปีหลังจากนี้

และหวังจะสร้างให้เป็น Global Destination ให้กับประเทศไทย

 

แม่ทัพใหญ่ AWC ฉายภาพถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มเดินทางเข้ามา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อที่พร้อมจับจ่าย ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มเข้ามาเป็นครอบครัว ซึ่งยังไม่เห็นภาพการเข้ามาเป็นกรุ๊ปทัวร์ โดยคาดว่าจะเริ่มคึกคักในไตรมาส 3 

The post แฟนคลับ Disney เตรียมเฮ! ‘เอเชียทีค’ ทุ่ม 800 ล้าน ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ ชูคอนเซปต์ ‘ALL DAY EVERYDAY HAPPINESS’ พร้อมขนตัวละคร Disney-Marvel ดึงทราฟฟิก เริ่ม 24 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธุรกิจท่องเที่ยวคึกคัก! ต่างชาติใช้จ่ายสูง ทำราคาห้องพักพุ่งขึ้น 30% AWC เล็งซื้อโรงแรมในหัวเมืองหลักเสริมพอร์ต https://thestandard.co/room-rates-up-30-awc/ Thu, 26 Jan 2023 08:14:03 +0000 https://thestandard.co/?p=742297

ธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มคึกคัก! ต่างชาติใช้จ่ายสูง ทำราคาห […]

The post ธุรกิจท่องเที่ยวคึกคัก! ต่างชาติใช้จ่ายสูง ทำราคาห้องพักพุ่งขึ้น 30% AWC เล็งซื้อโรงแรมในหัวเมืองหลักเสริมพอร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มคึกคัก! ต่างชาติใช้จ่ายสูง ทำราคาห้องพักสูงขึ้น 30% AWC เล็งซื้อโรงแรมในหัวเมืองหลักเสริมพอร์ตโฟลิโอ พร้อมเปิดตัวโครงการ Co-Living Collective สำนักงานให้เช่าสมัยใหม่ ดึงบริษัทไทย-เทศ

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ปัจจุบัน AWC มีกลุ่มธุรกิจโรงแรมในเครือทั้งหมด 20 แห่ง โดยมีห้องพักรวม 5,409 ห้อง ธุรกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวจากอานิสงส์ของภาคการท่องเที่ยวที่คึกคักขึ้น โดยเฉพาะหลังจีนเปิดประเทศ และได้เริ่มเห็นเทรนด์คือนักท่องเที่ยวค่อนข้างมีกำลังซื้อสูง ทำให้ธุรกิจโรงแรมสามารถขยับราคาห้องพักเพิ่มขึ้นได้

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

“มีการประเมินว่าราคาห้องพักตลอดปีจะสูงขึ้น 20-30% เมื่อเทียบกับปี 2562 แม้อัตราการเข้าพักจะยังไม่สูงมาก แต่หลังจากนี้ก็จะเริ่มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ”

 

ขณะเดียวกันยังทำให้พนักงานโรงแรมได้มีเซอร์วิสชาร์จ หลังจากช่วงโควิด 2 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบหนัก สำหรับบริษัทได้ปรับค่าตอบแทนและเซอร์วิสชาร์จ เข้ามารองรับพนักงานในเครือ ที่ปัจจุบันมีพนักงานทั้งหมด 5,000 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิดที่มี 4,000 คน และจากนี้ภายใน 5 ปี จะมีพนักงานรวมกว่า 10,000 คน จากการขยายพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

 

“ที่ผ่านมามีโรงแรมทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักในต่างจังหวัดเสนอขายกิจการเข้ามา จึงต้องใช้เวลาประเมินการซื้อโรงแรมเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอ แต่จะเน้นโฟกัสไปที่เมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก”

 

แม่ทัพใหญ่ AWC กล่าวต่อว่า เทรนด์ธุรกิจการเช่าออฟฟิศเกรด A ยังมีดีมานด์อยู่มาก โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติที่เข้ามา แม้ในช่วงโควิดหลายๆ บริษัทจะให้พนักงานทำงานที่บ้าน แต่วันนี้ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย คนรุ่นใหม่เริ่มมองหาประสบการณ์การทำงานใหม่ๆ ที่เป็นทั้งสถานที่ทำงานและสถานที่พักผ่อนไปพร้อมกัน

 

เป็นโอกาสให้บริษัททุ่มงบกว่า 1 พันล้านบาท เปิดตัวโครงการ Co-Living Collective อาคารสำนักงานให้เช่าสมัยใหม่ภายใต้แนวคิด ‘Co-Living Collective: Empower Future’ บนพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ชั้น 53 ที่ประกอบไปด้วยห้องรับแขก ครัวส่วนกลาง และห้องสำหรับเด็ก โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2566

 

ถือเป็นครั้งแรกของการนำ Co-Living Space ที่เป็นทั้งการใช้ชีวิตเหมือนอยู่บ้าน มาเชื่อมต่อกับการทำงานให้กับผู้เช่าในอาคารเอ็มไพร์ และไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีเป้าหมายขึ้นเป็นฮับไลฟ์สไตล์ระดับโลก และสามารถรองรับเทรนด์การทำงานในอนาคตได้ โดยมุ่งเจาะกลุ่มองค์กรและพนักงานทั้งไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันมีการเช่าพื้นที่ไปกว่า 74%

 

นอกจากนี้ภายในปี 2566 ยังเตรียมเปิด EA Rooftop เป็นแหล่งรวมอาหารแบรนด์ดังและเครื่องดื่ม บนพื้นที่กว่า 8,460 ตารางเมตร ชั้น 55-58 ในอาคารเอ็มไพร์ ผ่านแนวคิดการออกแบบ ‘EA’ (เอ-ยา) ซึ่งแปลว่า เสรีภาพ อากาศ การเฉลิมฉลอง เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับลูกค้า และจะสามารถเพิ่มทราฟฟิกให้เอ็มไพร์เพิ่ม 5,000 คนต่อวัน จากเดิมที่มีทราฟฟิกประมาณ 20,000 คนต่อวัน โดยจะทยอยเปิดให้บริการในไตรมาส 3 ปีนี้

 

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2566 เติบโต 2 หลัก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

The post ธุรกิจท่องเที่ยวคึกคัก! ต่างชาติใช้จ่ายสูง ทำราคาห้องพักพุ่งขึ้น 30% AWC เล็งซื้อโรงแรมในหัวเมืองหลักเสริมพอร์ต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘AWC’ ซื้อสิทธิเช่าศูนย์การค้า ‘เกทเวย์ เอกมัย’ มูลค่า 4.2 พันล้านบาท หวังเพิ่มกระแสเงินสดกว่าพันล้านบาทใน 5 ปี https://thestandard.co/awc-gateway-ekamai/ Thu, 20 Oct 2022 01:36:05 +0000 https://thestandard.co/?p=697542

‘AWC’ เข้าซื้อสิทธิเช่าศูนย์การค้า ‘เกทเวย์ เอกมัย’ มูล […]

The post ‘AWC’ ซื้อสิทธิเช่าศูนย์การค้า ‘เกทเวย์ เอกมัย’ มูลค่า 4.2 พันล้านบาท หวังเพิ่มกระแสเงินสดกว่าพันล้านบาทใน 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘AWC’ เข้าซื้อสิทธิเช่าศูนย์การค้า ‘เกทเวย์ เอกมัย’ มูลค่ากว่า 4.2 พันล้านบาท ชูเป็นศูนย์การค้าครบวงจรในทำเลกลางกรุงเทพฯ ที่โดดเด่นและเดินทางสะดวก คาดเสริมรายได้กระแสเงินสดเพิ่มกว่า 1 พันล้านบาทใน 5 ปี

 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป หรือ AWC กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินการรับโอนสิทธิการเช่าที่ดินพร้อมอาคารเกทเวย์ เอกมัย (Gateway Ekamai) ผ่านบริษัท เกตเวย์ สาขาเอกมัย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ทิพย์พัฒน อาร์เขต จำกัด โดยมีราคาเข้าซื้อทั้งหมดประมาณ 4,205 ล้านบาท ตามหลักเกณฑ์ข้อกำหนดในมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นและสัญญาโอนสิทธิการเช่าเกทเวย์ เอกมัย ระหว่างบริษัท เกตเวย์ สาขาเอกมัย จำกัด กับ บริษัท ทิพย์พัฒน อาร์เขต จำกัด


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

โครงการเกทเวย์ เอกมัย สามารถสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจในทรัพย์สินขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่เชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าและเป็นทำเลที่มีการเติบโตสูง นับเป็นพื้นที่ที่หาได้ยากและมูลค่าสูง ถือว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญของธุรกิจศูนย์การค้า อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้กระแสเงินสดเพิ่มเติบโตให้แก่บริษัทได้ทันทีและในระยะยาวตลอดอายุสัญญาเช่า เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ดำเนินงานและมีผู้เช่าอยู่แล้วในปัจจุบัน

 

นอกจากนี้ปัจจุบันบริษัทได้รับว่าจ้างให้เป็นผู้บริหารโครงการ จึงมีความเชี่ยวชาญและความเข้าใจในการดำเนินงานของโครงการนี้ และยังเล็งเห็นช่องทางในการพัฒนาให้โครงการมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทมีความมั่นใจว่าโครงการจะให้ผลตอบแทนตามเป้าหมายการลงทุน

 

วัลภากล่าวว่า AWC ตั้งเป้าสร้างรายได้กระแสเงินสดเพิ่มการเติบโตให้แก่บริษัทได้ทันที และประมาณการเสริมกระแสเงินสดเพิ่มกว่า 1,000 ล้านบาทใน 5 ปี และเติบโตต่อเนื่องในระยะยาวตลอดอายุสัญญาเช่า เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าภายในเครือ AWC ต่อไป

 

การเข้าซื้อสินทรัพย์ครั้งนี้ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของบริษัท เนื่องจากโครงการเกทเวย์ เอกมัย จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีรายได้จากการทำสัญญาเช่าระยะยาว ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงของบริษัทเมื่อได้รับผลกระทบจากธุรกิจกลุ่มโรงแรมได้ นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนการลงทุนในโครงการเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาผลประกอบการและสร้างคุณค่าให้กับโครงการได้อย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย เริ่มดำเนินโครงการเมื่อปี 2555 เพื่อเป็นศูนย์การค้าครบวงจรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และชีวิตประจำวันของทุกคนในครอบครัว ตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองบนถนนสุขุมวิท ย่านเอกมัย ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร และเป็นศูนย์รวมที่พักอาศัยของชาวไทยและชาวต่างชาติ แวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงาน โรงเรียนนานาชาติ และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย ยังได้รับตราสัญลักษณ์มาตรฐาน SHA ด้านความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย

 

โดยเกทเวย์ เอกมัย นับเป็นโครงการที่ 9 เสริมพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าของ AWC ได้แก่ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, ศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย, ศูนย์การค้าเกทเวย์ แอท บางซื่อ, ศูนย์การค้าลาซาล อเวนิว 1 และ 2, ศูนย์การค้าตะวันนา บางกะปิ, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน, ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่ รวมถึงเดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น

 

ทั้งนี้ ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก ปี 2565 AWC มีรายได้รวม 3,613.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 2,089.77 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในงวด 6 เดือนแรกปีนี้ จำนวน 1,421.57 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 792.49 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเทียบเป็นอัตรากำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 39.34% ส่วนงวด 6 เดือนแรกปีที่แล้วมีอัตรากำไรสุทธิ 37.92%

The post ‘AWC’ ซื้อสิทธิเช่าศูนย์การค้า ‘เกทเวย์ เอกมัย’ มูลค่า 4.2 พันล้านบาท หวังเพิ่มกระแสเงินสดกว่าพันล้านบาทใน 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC ประกาศตั้ง ‘องค์กรการร่วมลงทุน’ มูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท ลุยธุรกิจโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวไทย พร้อมโชว์กำไรปี 64 โต 192% https://thestandard.co/awc-announced-joint-venture-on-hotels/ Sat, 19 Feb 2022 07:04:30 +0000 https://thestandard.co/?p=596279 AWC ประกาศตั้ง ‘องค์กรการร่วมลงทุน’ มูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท ลุยธุรกิจโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวไทย พร้อมโชว์กำไรปี 64 โต 192%

บอร์ด ‘แอสเสท เวิรด์’ หรือ AWC ไฟเขียวแผนจัดตั้งองค์กรก […]

The post AWC ประกาศตั้ง ‘องค์กรการร่วมลงทุน’ มูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท ลุยธุรกิจโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวไทย พร้อมโชว์กำไรปี 64 โต 192% appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC ประกาศตั้ง ‘องค์กรการร่วมลงทุน’ มูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท ลุยธุรกิจโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวไทย พร้อมโชว์กำไรปี 64 โต 192%

บอร์ด ‘แอสเสท เวิรด์’ หรือ AWC ไฟเขียวแผนจัดตั้งองค์กรการร่วมทุนมูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจโรงแรมแหล่งท่องเที่ยวไทย โดยบริษัทจะใส่เงินราว 15-60% ที่เหลือเปิดทางนักลงทุนรายอื่นรวมลงทุน หวังปูทางสร้างรายได้ใหม่ในอนาคต พร้อมโชว์ผลดำเนินงานปี 2564 กวาดกำไรสุทธิพุ่ง 192% แตะระดับ 861 ล้านบาท

 

บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 มีมติอนุมัติให้จัดตั้งองค์กรการร่วมทุน (Investment Vehicle) เพื่อเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจโรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย มีมูลค่าเงินลงทุนรวมสูงสุดประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 16,500 ล้านบาท โดยบริษัทจะเข้าร่วมลงทุนประมาณ 15-60% ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด และส่วนเงินลงทุนที่เหลือจะเป็นการร่วมลงทุนจากผู้ลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

บริษัทเห็นว่าการดำเนินการครั้งนี้จะเป็นการวางรากฐานในการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ โดยมาจากค่าธรรมเนียมในการพัฒนาและบริหารโครงการที่จะได้รับจากองค์กรการร่วมทุนด้วยศักยภาพของกลุ่ม AWC และความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย พัฒนาชุมชนโดยรอบ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป

 

ทั้งนี้ บริษัทกำลังอยู่ในช่วงศึกษาโครงสร้างและสัดส่วนการเข้าลงทุนเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น หากมีรายละเอียดเพิ่ม บริษัทจะดำเนินการแจ้งความคืบหน้าผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

 

นอกจากนี้ AWC ยังรายได้รายงานดำเนินงานงวดปี 2564 ด้วยว่า ในปีดังกล่าวบริษัทมีกำไรสุทธิรวม 861 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 192.5% โดย AWC ระบุว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดอย่างต่อเนื่องหลายระลอก อย่างไรก็ตาม ในช่วงวิกฤตบริษัทยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ โดยมุ่งเน้นจัดการบริหารค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้าง และเพิ่มระบบควบคุมภายใน เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับมาอย่างแข็งแกร่ง รวดเร็ว และก้าวกระโดดอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ บริษัทได้รับกำไรจากการรวมมูลค่ายุติธรรมของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งแสดงให้เห็นศักยภาพของทรัพย์สินที่มีคุณภาพในพอร์ตของบริษัท ซึ่งได้เห็นการเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post AWC ประกาศตั้ง ‘องค์กรการร่วมลงทุน’ มูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท ลุยธุรกิจโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวไทย พร้อมโชว์กำไรปี 64 โต 192% appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC ทุ่ม 3,436 ล้านบาท เช่า ‘ล้ง 1919’ เป็นเวลา 64 ปี จากตระกูลหวั่งหลี ปั้นเป็นแลนด์มาร์กด้านสุขภาพ พร้อมดึงเชนโรงแรมหรู The Ritz-Carlton เข้ามาบริหาร https://thestandard.co/awc-rented-lhong-1919/ Tue, 23 Nov 2021 02:46:46 +0000 https://thestandard.co/?p=562867 AWC

ในปัจจุบันผู้คนเริ่มใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น จนเกิดเป็น […]

The post AWC ทุ่ม 3,436 ล้านบาท เช่า ‘ล้ง 1919’ เป็นเวลา 64 ปี จากตระกูลหวั่งหลี ปั้นเป็นแลนด์มาร์กด้านสุขภาพ พร้อมดึงเชนโรงแรมหรู The Ritz-Carlton เข้ามาบริหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC

ในปัจจุบันผู้คนเริ่มใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น จนเกิดเป็นเทรนด์รักสุขภาพในด้านต่างๆ ทั้งการออกกำลังกาย อาหารการกิน และประเทศไทยเองถือเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านการแพทย์ที่เป็นที่ยอมรับจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากด้านการแพทย์แล้ว ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือด้านการท่องเที่ยว ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และถือเป็นภาคส่วนที่สร้างรายได้หลักให้กับไทยอีกด้วย 

 

จากจุดแข็งตรงนี้เอง บริษัทแอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC ทุ่มงบมากถึง 3,436 ล้านบาท เพื่อเช่าที่ดินประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง ‘ล้ง 1919’ จากบริษัทหวั่งหลี จำกัด เป็นเวลา 64 ปี เพื่อสร้าง ‘แหล่งท่องเที่ยวด้านสุขภาพ’ ภายใต้แนวคิด The River Journey เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลก โดยมีโปรแกรมการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบที่เน้นไปที่ไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพที่ผสานกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การชงชา การนวด ซาวน่า และด้านอาหารการกินต่างๆ

 

โดยโครงการ The River Journey นี้ มีการบริหารงานร่วมกับบริษัทแบรนด์โรงแรมหรูระดับโลกอย่าง The Ritz-Carlton ซึ่งจะเน้นกลุ่มลูกค้าระดับหรูหราที่มีกำลังซื้อสูง โดยมีแผนว่าโครงการจะสามารถเปิดให้บริการในปี 2569 หรืออีก 5 ปีจากนี้ ซึ่งพื้นที่ในโครงการนี้กว้างถึง 4 แสนกว่าตารางเมตร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะถูกสร้างเป็นโรงแรมขนาด 86 ห้อง และเรซิเดนต์ 56 ห้อง ภายใต้แบรนด์ The Ritz-Carlton รวมทั้งหมดเป็น 142 ห้อง รวมถึงมีการบริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร 

 

วัลลภา ไตรโสรัส (สิริวัฒนภักดี) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กล่าวว่า “เราจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวด้านสุขภาพ ซึ่งในตอนนี้นักท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลกมีความต้องการท่องเที่ยวที่ถูกอั้นไว้จากการแพร่ระบาดใหญ่ และเรามองว่าในอีกไม่กี่ปีถัดจากนี้ การท่องเที่ยวของไทยจะค่อยๆ กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ซึ่งในปี 2569 ที่เราจะเปิดให้บริการ ประเทศไทยก็จะมีพื้นฐานการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งเรียบร้อยแล้ว”

 

นอกจากนั้น THE STANDARD ได้ถามถึงประเด็นความท้าทายต่างๆ ในการลงทุนในโครงการนี้ วัลลภากล่าวว่า “ในโครงการนี้เรามีความเสี่ยงเรื่องต้นทุน จากต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราได้เตรียมการบริหารความเสี่ยงทางด้านเงินทุนตรงนี้ไว้แล้ว รวมถึงยังมีเรื่องพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งเราก็ทำการศึกษาและจะปรับให้ตอบความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง”

 

ทั้งนี้ สัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกับบริษัทหวั่งหลี จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของล้ง 1919 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับตลาดน้อย โดยมีเนื้อที่เช่ารวมประมาณ 8 ไร่กว่า เป็นระยะเวลาประมาณ 64 ปีเศษ 

 

โดยบริษัทหวั่งหลี จำกัด ผู้ให้เช่า ตกลงจะส่งมอบการครอบครองพื้นที่เช่าภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และจดทะเบียนการเช่า 30 ปี (เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2598) พร้อมกับคำมั่นของผู้ให้เช่าว่าจะให้เช่าต่ออีก 30 ปี (เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2599 ถึง 31 ธันวาคม 2628) โดยผู้ให้เช่าตกลงไม่คิดค่าเช่าสำหรับช่วงระยะเวลาพัฒนาโครงการ ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ผู้ให้เช่าส่งมอบการครอบครองพื้นที่เช่าจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post AWC ทุ่ม 3,436 ล้านบาท เช่า ‘ล้ง 1919’ เป็นเวลา 64 ปี จากตระกูลหวั่งหลี ปั้นเป็นแลนด์มาร์กด้านสุขภาพ พร้อมดึงเชนโรงแรมหรู The Ritz-Carlton เข้ามาบริหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC เสริมพอร์ตโฟลิโอ เปิดโรงแรมแห่งที่ 19 ‘คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์’ รับการท่องเที่ยวฟื้นตัวหลังเปิดประเทศ https://thestandard.co/awc-courtyard-by-marriott-phuket-town/ Thu, 11 Nov 2021 02:16:52 +0000 https://thestandard.co/?p=558508 AWC

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ใช้ฤก […]

The post AWC เสริมพอร์ตโฟลิโอ เปิดโรงแรมแห่งที่ 19 ‘คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์’ รับการท่องเที่ยวฟื้นตัวหลังเปิดประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
AWC

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ใช้ฤกษ์ดีวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ในการเสริมพอร์ตโฟลิโอธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวโรงแรมแห่งที่ 19 ของเครือภายใต้ชื่อ ‘คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์’ 

 

โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมขนาด 248 ห้องพัก ที่บริหารโดยแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล นอกจากนี้ ยังเป็นโรงแรมแห่งแรกภายใต้แบรนด์ ‘คอร์ทยาร์ด บาย แมริออท’ บนเกาะภูเก็ต อีกด้วย

 

การเปิดโรงแรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมรับการท่องเที่ยวที่กำลังจะฟื้นตัว หลังจากมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ได้กักตัวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นโดยลำดับ อัตราการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเฉลี่ย 2,000-3,000 คนต่อวัน

 

“ทาง AWC ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนโยบายเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมที่ตั้งอยู่ในหัวเมืองสำคัญอย่างกรุงเทพฯ หรือภูเก็ต ที่เปรียบเสมือนประตูด่านแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งมีตัวเลขของอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นทันทีกว่า 2 เท่า โดยบุ๊กกิ้งในเดือนพฤศจิกายนกว่า 70% เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ” วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าว 

 

ตัวเลขการจองห้องพักดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบวกของภาคการท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 และในช่วงต้นปีหน้าที่เริ่มมีกำลังซื้อจากกลุ่มนักเดินทางชาวต่างชาติกลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ และกำลังซื้อสูงที่เริ่มเดินทางเข้ามาเป็นกลุ่มแรกๆ 

 

รวมถึงงานในรูปแบบที่การประชุมออนไลน์ไม่สามารถทดแทนได้ อาทิ งานแต่งงาน งานสัมมนารวมทีมสร้างพลังองค์กรและธุรกิจ ได้เห็นยอดคอนเฟิร์มการจัดงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าธุรกิจดังกล่าวจะมีอัตราเติบโตกลับมาได้ต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2565 เป็นต้นไป

 

“ถ้านักท่องเที่ยวกลับมาจะทำให้ธุรกิจกลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดด สิ่งที่เราพบตอนนี้คือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ได้จองผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ แล้ว ทำให้รายได้ของ AWC มีมากขึ้น ทำให้ธุรกิจเติบโตและเข้ามาเสริมในมุมของกำไร”

 

หากไม่นับโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ที่เพิ่งเปิด AWC มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 18 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ใน 6 เมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง กรุงเทพฯ, กระบี่, หัวหิน, ภูเก็ต, เชียงใหม่ และเกาะสมุย โดยมีจำนวนห้องพักรวมกันกว่า 4,941 ห้อง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth

Instagram: instagram.com/thestandardwealth

Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

The post AWC เสริมพอร์ตโฟลิโอ เปิดโรงแรมแห่งที่ 19 ‘คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์’ รับการท่องเที่ยวฟื้นตัวหลังเปิดประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>