บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-เมอร์เซเดส-เบนซ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 13 Aug 2025 12:29:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Mercedes-Benz ลดราคาขายรถ EV ลงกว่า 1 ล้านบาท เผย 70% ของรถ EV ในกลุ่มแบรนด์หลักราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท https://thestandard.co/mercedes-benz-slashes-ev-prices/ Wed, 13 Aug 2025 12:29:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1106824

ซีอีโอของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เผยปรับลดราคาขายร […]

The post Mercedes-Benz ลดราคาขายรถ EV ลงกว่า 1 ล้านบาท เผย 70% ของรถ EV ในกลุ่มแบรนด์หลักราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซีอีโอของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เผยปรับลดราคาขายรถ EV เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเหมาะสมกับภาวะตลาดในไทย

 

ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ปรับลดราคาขายรถไฟฟ้า (EV) อย่างรุ่น Mercedes-Benz EQE 300 ได้ปรับลดลงมาเหลือ 2.89 ล้านบาท จากราคาเดิมที่ 3.97 ล้านบาท

 

มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากปรับราคาขายดังกล่าวเริ่มเห็นยอดจองเพิ่มขึ้น โดย 30 วันที่ผ่านมา มียอดจอง 220 คัน

 

นอกจากการปรับกลยุทธ์เรื่องของราคาแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ปรับกลยุทธ์ในเรื่องของแบรนด์ด้วย จากเดิมที่ใช้ซับแบรนด์ Mercedes-EQ จะถูกเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz ทั้งหมด โดยรถยนต์ทุกรุ่นที่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จะใช้ชื่อรุ่นตามด้วย ‘with EQ Technology’ ส่วนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
จะตามด้วย ‘with EQ Hybrid Technology’

 

มาร์ทินกล่าวต่อว่า หลังจากเริ่มบุกตลาดรถ EV ในไทยตั้งแต่ปี 2564 ความท้าทายอย่างหนึ่งที่พบคือ การรับรู้ (Perception) ของลูกค้าต่อรถ EV ซึ่งค่อนข้างต่างจากในยุโรปที่ลูกค้ามองว่ารถ EV มีราคาสูงกว่ารถยนต์สันดาปภายใน (ICE) แต่ในเอเชียลูกค้าจะมองว่าราคารถ EV ถูกกว่า

 

“เป็นการเรียนรู้หลังจากที่เราไม่เคยทำตลาดรถไฟฟ้ามาก่อน เดิมทีเรามองว่ารถ EV ที่มีต้นทุนเทคโนโลยีสูงกว่า ควรจะบุกตลาดด้วยรุ่นแฟล็กชิปที่มีราคาสูง ทำให้เราต้องปรับราคาเพื่อให้ตรงกับสภาพการแข่งขันในตลาด”

 

มาร์ทินกล่าวต่อว่า ในบรรดาท็อป 25 แบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายรถในไทย มีสัดส่วนรถ EV ราว 30% และในจำนวนนี้มี 70% ที่ราคาขายต่ำกว่า 2 ล้านบาท ขณะที่ภาวะตลาดในปัจจุบันต้องยอมรับว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังไม่ได้ฟื้นกลับมาเต็มที่

 

ความท้าทายที่เกิดขึ้นคือการชะลอตัวของอุตสาหกรรมโดยรวม เมื่อปี 2567 ยอดขายรถทั้ง EV และ ICE ของกลุ่มท็อป 25 แบรนด์ ลดลง 24% ส่วนปีนี้คาดว่าจะเริ่มทรงตัวได้

 

อย่างไรก็ดี มาร์ทินเชื่อว่าจะเห็นการเติบโตของรถ EV ในระยะยาว ซึ่งในไทยเชื่อว่าจะเห็นตัวเลข 100,000 คันต่อปี ตามเป้าหมายของรัฐบาล แต่จะเกิดขึ้นเมื่อไรนั้นขึ้นอยู่กับว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะฟื้นกลับมาเมื่อไร หลังจากปีก่อนมียอดขายรถ EV รวมประมาณ 70,000 คัน

The post Mercedes-Benz ลดราคาขายรถ EV ลงกว่า 1 ล้านบาท เผย 70% ของรถ EV ในกลุ่มแบรนด์หลักราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
จาก ‘เบนซ์’ ชื่อเล่นธรรมดา สู่แรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ ร่วมค้นหาเส้นทางแห่งความฝันกับ Mercedes-Benz [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/benz-inspiration-mercedes-benz/ Wed, 13 Mar 2024 09:55:15 +0000 https://thestandard.co/?p=909995

เบนซ์ ชื่อเล่นที่คุ้นหู ก้องกังวานในสังคมไทย สะท้อนภาพฝ […]

The post จาก ‘เบนซ์’ ชื่อเล่นธรรมดา สู่แรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ ร่วมค้นหาเส้นทางแห่งความฝันกับ Mercedes-Benz [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เบนซ์ ชื่อเล่นที่คุ้นหู ก้องกังวานในสังคมไทย สะท้อนภาพฝันและแรงปรารถนาของคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า แต่เบื้องหลังชื่อเล่นที่แสนธรรมดานี้ซ่อนเรื่องราวอันน่าทึ่ง เรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยแรงบันดาลใจจาก Mercedes-Benz

 

มากกว่าแค่ ‘ชื่อเล่น’

 

‘เบนซ์’ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความฝัน ความสำเร็จ และความมั่งคั่ง พ่อแม่หลายคนตั้งชื่อลูกให้ว่าเบนซ์ด้วยความปรารถนาดี หวังให้ลูกมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง เปรียบเสมือนรถยนต์ Mercedes-Benz ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความหรูหรา และเป็นที่ปรารถนา

 

ย้อนกลับไปในอดีต การตั้งชื่อลูกตามยี่ห้อรถนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ โดยเฉพาะในประเทศไทย ชื่อเล่นเบนซ์เริ่มเป็นที่นิยมในช่วงปี 2500 เมื่อรถยนต์ Mercedes-Benz เริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคมไทยและเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ผู้คนเริ่มใฝ่ฝันถึงชีวิตที่ดีขึ้น Mercedes-Benz กลายเป็นตัวแทนของความฝันนั้น

 

ลึกลงไป ชื่อเบนซ์สะท้อนถึงแง่มุมต่างๆ ของชีวิตไม่ว่าจะเป็น

 

  • ความฝัน: ‘เบนซ์’ เปรียบเสมือนตัวแทนความฝันของคนไทยที่ใฝ่ฝันถึงชีวิตที่ดี
  • ความมุ่งมั่น: ‘เบนซ์’ เป็นแรงผลักดันให้ผู้คนมุ่งมั่นทำงานหนัก เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
  • ความสำเร็จ: ‘เบนซ์’ เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในชีวิต
  • ความภาคภูมิใจ: ‘เบนซ์’ เป็นชื่อเล่นที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่มีชื่อนี้

 

‘Icon of Inspiration’ แคมเปญที่ปลุกพลังในตัวคุณ

 

จากแรงบันดาลใจดังกล่าว Mercedes-Benz ประเทศไทย ขอเสนอแคมเปญ Icon of Inspiration เชิญชวนผู้คนที่มีชื่อเล่นว่า ‘เบนซ์’ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์พิเศษผ่าน สองเบนซ์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

 

 

  • เบนซ์ ธนชาติ ผู้กำกับโฆษณาชื่อดังจาก Salmon House
  • เบนซ์ ธนวัต ศิลปินนักวาดภาพประกอบเจ้าของนามแฝง Bloody Hell Big Head

 

ทั้งสองคนจะมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านผลงานสุดพิเศษสะท้อนความหมายของชื่อ ‘เบนซ์’ ผ่านมุมมองที่แตกต่าง

 

เบนซ์ ธนชาติ: ผู้กำกับโฆษณาผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ผลงานของเขามักสะท้อนแง่มุมของสังคม ชวนให้คิดและตั้งคำถาม ผลงานของเขาในแคมเปญนี้จะถ่ายทอดเรื่องราวแรงบันดาลใจจากชื่อ ‘เบนซ์’ ผ่านมุมมองที่ลึกซึ้ง กระตุ้นให้ผู้คนค้นหาความหมายของชื่อและเส้นทางชีวิต

 

ชมหนังสารคดี The Meaning of Benz โดย เบนซ์ ธนชาติ พร้อมกันได้ที่:  https://mb4.me/oUdynZTX

 

เบนซ์ ธนวัต: ศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีเอกลักษณ์ ผลงานของเขามีสีสันสดใสและเต็มไปด้วยจินตนาการ ผลงานของเขาในแคมเปญนี้จะถ่ายทอดเรื่องราวแรงบันดาลใจจากชื่อ ‘เบนซ์’ ผ่านมุมมองที่สดใส เปี่ยมไปด้วยพลัง และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนกล้าที่จะฝัน

 

ร่วมเดินทางสู่เส้นทางแห่งฝัน

 

 

พบกับ ‘เบนซ์ มากมายที่มาเชิญชวนคุณไปงาน Motor Show 2024 ฟรี! เพียงคลิก https://mb4.me/84VOAxVP ลงทะเบียนลุ้นรับบัตร Motor Show ตั้งแต่วันที่ 8-15 มีนาคม 2567

 

พิเศษ! พบกับข้อเสนอสุดพิเศษที่ตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2567 ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://mb4.me/EY5au1ZZ

 

พบกันที่บูธ Mercedes-Benz ในงาน Motor Show ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายนนี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์​ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี

 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์พิเศษ

 

  • ชมผลงานสุดพิเศษจากสองเบนซ์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ
  • พบกับ ‘เบนซ์ มากมายที่มาพร้อมเรื่องราวน่าประทับใจ
  • สัมผัสยนตรกรรม Mercedes-Benz รุ่นล่าสุด
  • พบกับข้อเสนอสุดพิเศษ

 

‘Icon of Inspiration’ ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญเท่านั้น แต่เป็นการเชิญชวนให้ทุกคนค้นหาแรงบันดาลใจ มุ่งมั่นสู่เป้าหมาย และสร้างฝันให้เป็นจริง

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม:

 

  • www.mercedes-benz.co.th 
  • ตัวแทนจำหน่าย Mercedes-Benz ทั่วประเทศ
  • Facebook: Mercedes-Benz Thailand
  • IG: @MercedesBenzThailand
  • LINE: @mercedesbenzth

 

อย่าพลาดโอกาสพิเศษนี้ มาร่วมค้นหาแรงบันดาลใจและสร้างฝันให้เป็นจริงกับ Mercedes-Benz

The post จาก ‘เบนซ์’ ชื่อเล่นธรรมดา สู่แรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ ร่วมค้นหาเส้นทางแห่งความฝันกับ Mercedes-Benz [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 ก.พ. นี้ Mercedes-Benz จะ ‘ขายและใช้โปรโมชันเดียวกันทั่วไทย’ งานนี้ใครได้หรือเสียเปรียบ https://thestandard.co/mercedes-benz-same-promotions/ Sat, 27 Jan 2024 11:24:36 +0000 https://thestandard.co/?p=892995

“เราจะขายราคาเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งแคมเปญและโปรโมชันขอ […]

The post 1 ก.พ. นี้ Mercedes-Benz จะ ‘ขายและใช้โปรโมชันเดียวกันทั่วไทย’ งานนี้ใครได้หรือเสียเปรียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

“เราจะขายราคาเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งแคมเปญและโปรโมชันของจะเหมือนกันหมด” คำกล่าวของ มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการประกาศนโยบายใหม่ที่มีชื่อว่า ‘Retail of the Future’ ซึ่งมีกำหนดการบังคับใช้กับการจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz โดยผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 

 

แน่นอนว่าต้องมีคำถามในใจของใครหลายคนว่า อนาคตหลังจากที่นโยบายใหม่มีผลบังคับใช้ อะไรจะเกิดขึ้นกับแบรนด์แห่งดวงดาว และลูกค้าผู้ชื่นชอบ Mercedes-Benz ได้รับผลกระทบอย่างไร รวมถึงบรรดาผู้ประกอบการดีลเลอร์จะต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง คำตอบอยู่ตรงนี้

 

 

Retail of the Future = ขายราคาเดียว

 

ตอบแบบตรงๆ ง่ายๆ คือการขายรถยนต์ราคาเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย อาจมีรถยนต์บางแบรนด์ที่นำร่องทำมาก่อน แต่ต้องบอกว่าแนวคิดนี้ชเวงค์คือหนึ่งในบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการนำมาใช้แล้วได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจ จึงขอย้อนกลับไปถึงที่มาของการขายรถยนต์ราคาเดียวกันสักหน่อย

 

ก่อนหน้าที่ชเวงค์จะมารับตำแหน่งในประเทศไทย เขารับหน้าที่ดูแลตลาดอินเดีย ซึ่งได้รับความเห็นจากบรรดาเศรษฐีของอินเดียว่า เวลาที่ซื้อรถยนต์ Mercedes-Benz แล้วเกิดการบลัฟแข่งกันว่าใครได้ส่วนลดที่มากกว่า และคนที่ได้น้อยกว่าก็กลับมาตำหนิแบรนด์ กลายเป็นสงครามราคาที่ส่งผลลบต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่เสียความรู้สึก ดีลเลอร์ที่ต้องแข่งกันลดราคาจนแทบขาดทุน และแบรนด์โดนตำหนิ

 

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ชเวงค์ตัดสินใจนำแนวคิดการขายราคาเดียวกันมาใช้ โดยมีจุดสำคัญคือการมองว่าแบรนด์ Mercedes-Benz มีความโดดเด่นและแข็งแรงในเรื่องของความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) และมีความหรูหรา (Luxury)

 

ซึ่งเมื่อหันไปมองสินค้าแบรนด์หรูหราทั่วโลกไม่มีการแข่งขันด้านราคา ฉะนั้นการนำแนวคิดราคาเดียวมาใช้น่าจะประสบความสำเร็จ และสุดท้ายก็เป็นไปตามคาด อินเดียขายรถ Mercedes-Benz ในราคาเดียวกันทั่วประเทศได้ชนิดที่เหนือความคาดหมาย 

 

ขายราคาเดียวทำอย่างไร

 

การจะทำให้ดีลเลอร์ขายราคาเดียวกันได้นั้นจะต้องปรับหลายอย่าง เริ่มต้นด้วยการยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่ายแบบดีลเลอร์ จากเดิมที่ให้ผู้แทนจำหน่ายซื้อรถแล้วนำไปจำหน่ายต่อ กลายเป็นมารับของแล้วไปส่งมอบ 

 

อธิบายแบบง่ายคือ แบบเดิม Mercedes-Benz ประเทศไทยขายส่งให้ดีลเลอร์นำไปขายให้ลูกค้า โดยมีส่วนลดให้ดีลเลอร์เพื่อนำไปทำกำไรต่อได้ ซึ่งส่วนลดที่ได้นี้เอง ดีลเลอร์จะนำไปเป็นส่วนลดให้ลูกค้าได้ต่อรองแบบที่เราคุ้นเคยกัน

 

แต่เมื่อปรับเปลี่ยนเป็น Retail of the Future จะไม่มีการต่อรองแบบเดิมอีกต่อไป ดีลเลอร์ทุกแห่งต้องมาเซ็นสัญญาใหม่เป็นตัวแทนแบบเอเจนต์คือรับค่านายหน้าในการจำหน่าย โดยมีหน้าที่เป็นผู้ส่งมอบรถและดูแลบริการหลังการขายแบบครบวงจร คล้ายกับ Apple Store นั่นเอง

 

ผลกระทบ 3 ชิ่ง

 

ดีลเลอร์จากเดิมในฐานะคู่ค้าเปรียบเหมือนถูกลดบทบาทเหลือหน้าที่เพียงการส่งมอบ เนื่องจากลูกค้าสามารถซื้อรถจากที่ไหนก็ได้ในราคาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโชว์รูมหรือออนไลน์ ฉะนั้นบรรดาเซลส์ทุกคนจะขายแบบเดิมคือเน้นส่วนลดหรือของแถมจะทำไม่ได้ 

 

สิ่งที่ตามมาคือแล้วจะทำอย่างไร? เซลส์ที่เก่งกล้าแก่วิชาคงไม่ใช่ปัญหา เพราะเน้นการบริการแบบวีไอพีได้ แต่เซลส์น้องใหม่อาจไม่สามารถยืนระยะได้เมื่อยอดขายไม่เข้าเป้า เราจะเห็นเซลส์อำลาวงการไปอย่างแน่นอน

 

 

แต่ข้อดีอย่างหนึ่งจะเกิดกับเจ้าของดีลเลอร์คือการไม่ต้องแบกสต๊อกรถเอาไว้อีกต่อไป ภาระจะอยู่ที่บริษัทแม่เป็นผู้ถือสต๊อกเอง ฉะนั้นต้นทุนของดีลเลอร์จะลดลงอย่างมาก (สมมติรถสต๊อก 100 คัน เท่ากับเงินราว 400 ล้านบาท ต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ในส่วนนี้แต่ละปีจะอยู่ที่ราว 20 ล้านบาท)

 

ในด้านของ Mercedes-Benz โดยภาพแล้วอาจดูเหมือนเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากนโยบายนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ ส่วนต่างกำไรที่กำหนดได้อย่างชัดเจน แต่ต้องไม่ลืมว่า Mercedes-Benz ในฐานะบริษัทแม่ต้องปรับปรุงระบบหลังบ้านใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะการขาย เนื่องจากเป็นการเซ็นสัญญาโดยตรงระหว่างผู้ผลิตกับลูกค้า (เดิมลูกค้าเซ็นสัญญากับดีลเลอร์ มิใช่บริษัทแม่)

 

บริษัทแม่ต้องแบกสต๊อกรถเองทั้งหมด กรณีที่รถผลิตออกมาแล้วขายได้คงไม่ใช่ปัญหา แต่หากการขายไม่เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ จะทำอย่างไรกับรถที่ค้างสต๊อก เราเชื่อว่าหลายคนคาดการณ์ได้

 

 

ส่วนของลูกค้า เบื้องต้นอาจคิดว่าต้องได้ซื้อรถแพงแน่ คำตอบไม่ใช่เช่นนั้นเสมอไป เนื่องจากจะยังคงมีการทำแคมเปญและโปรโมชันตามปกติจากบริษัทแม่ โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องควานหาดีลเลอร์ที่ให้ราคาดีที่สุดอีกต่อไป อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลว่าเมื่อซื้อมาแล้วจะโดนพรรคพวกเพื่อนฝูงขิงว่าซื้อได้ถูกกว่าอีกด้วย 

 

ช่วงแรกหลังการปรับเปลี่ยนอาจทำให้ลูกค้าช็อกจนไม่กล้าซื้อ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและทุกคนเห็นชัดแล้วว่าไม่มีการ(แอบ)ลดราคาจริง ณ เวลานั้นลูกค้าจะกลับมาซื้อด้วยความมั่นใจ และจะเลือกผู้ขายจากความสะดวกหรือความพึงพอใจด้านบริการ แต่จะกินเวลานานขนาดไหนยังไม่มีใครให้คำตอบได้ เพราะตลาดเมืองไทยได้ชื่อว่าเป็นตลาดปราบเซียนอันดับต้นๆ ของโลกยานยนต์ 

 

ประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนมาเป็น Retail of the Future มองในมุมของประโยชน์ ลูกค้าคือคนที่ได้ประโยชน์สูงสุด ลดความว้าวุ่นใจทั้งก่อนและหลังซื้อ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีส่วนลด เดี๋ยวบริษัทแม่จัดให้เหมือนเดิมเท่ากันทุกแห่ง ขณะที่ดีลเลอร์ ส่วนต่างกำไรต่อหน่วยอาจน้อยลง แต่ต้นทุนก็ลดลง ความเสี่ยงต่ำลงด้วย 

 

ดังนั้นสุดท้ายกลายเป็นแบรนด์ที่ดูแล้วว่าจะได้น้อยประโยชน์น้อยสุดกับการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เนื่องจากต้องแบกต้นทุนเพิ่ม รับความเสี่ยงมากขึ้น แต่ทำไม Mercedes-Benz เลือกที่จะเสี่ยง เหตุผลแบบหล่อๆ คือความตั้งใจแก้ Pain Point ให้ลูกค้า…แต่ตรงจุดหรือไม่? หลังวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ลูกค้าชาวไทยจะให้คำตอบ

 

ภาพ: Courtesy of Mercedes-Benz

The post 1 ก.พ. นี้ Mercedes-Benz จะ ‘ขายและใช้โปรโมชันเดียวกันทั่วไทย’ งานนี้ใครได้หรือเสียเปรียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอ Mercedes-Benz ประเทศไทย ชี้ การเข้าถึงลูกค้าโดยตรงสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี EV https://thestandard.co/the-standard-economic-forum-25112023-12/ Sat, 25 Nov 2023 11:10:19 +0000 https://thestandard.co/?p=869775

ซีอีโอของ Mercedes-Benz ประเทศไทย เชื่อว่า การเข้าถึงลู […]

The post ซีอีโอ Mercedes-Benz ประเทศไทย ชี้ การเข้าถึงลูกค้าโดยตรงสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี EV appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซีอีโอของ Mercedes-Benz ประเทศไทย เชื่อว่า การเข้าถึงลูกค้าโดยตรงเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจยานยนต์ในอนาคต ไม่แพ้การให้ความสำคัญกับเทรนด์เทคโนโลยี ทั้งเรื่อง Electrification, Digitization และ Connectivity 

 

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) Martin Schwenk, President & CEO Mercedes-Benz (Thailand) เปิดเผยในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2023 หัวข้อ Navigating the Future of Automotive Industry ไล่ล่าอนาคตโลกยานยนต์

 

โดยระบุว่า จากพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Digital Savvy หรือการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และความต้องการความง่ายและสะดวกสบายต่อการซื้อสินค้า

 

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ Mercedes-Benz ปรับรูปแบบการทำธุรกิจ และนำโมเดลที่ชื่อว่า Retail of the Future มาใช้ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจและขายสินค้าให้กับลูกค้าโดยตรง 

 

Martin กล่าวว่า โมเดล Retail of the Future จะช่วยให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า ‘Win Win Win’ หรือการที่บริษัท ตัวแทนจำหน่าย และลูกค้า ต่างจะได้ประโยชน์ทั้งหมด 

 

“เราเชื่อว่าโมเดล Retail of the Future คือ Game Changer ในอุตสาหกรรมยานยนต์” 

 

สำหรับลูกค้า จะสามารถซื้อรถได้ในราคาเดียวกันจากทุกๆ ตัวแทนจำหน่าย และกระบวนการในการซื้อ-ขายจะสะดวกสบายมากขึ้น 

 

บริษัทจะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง และทำให้การสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าทำได้อย่างคงเส้นคงวา รวมทั้งการบริหารห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

 

ส่วนตัวแทนจำหน่าย หรือ Dealer ในอนาคตจะกลายเป็น Retail Partners ซึ่งจะไม่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องการสต็อกสินค้าอีกต่อไป รวมทั้งการลดเงินลงทุนในแต่ละปีและต้นทุนคงที่ ทำให้สามารถโฟกัสที่การตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

 

“เมื่อผมถูกขอให้พูดเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะมันแตกต่างไปจากสิ่งที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่ในเวลานี้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Electrification, Digitization และ Connectivity แต่อย่าลืมนึกถึงเรื่องหัวใจสำคัญ คือการ Connect to the Customers”

 

อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ส่วนมากจะคุยกันเรื่อง Electrification, Digitization และ Connectivity แต่อย่าลืมนึกถึงเรื่องหัวใจสำคัญ คือการ Connect to the Customers

Martin Schwenk, President & CEO Mercedes-Benz (Thailand)

 


 

📌อัปเดตเทรนด์โลกกว่า 20+ Sessions ซื้อบัตรชมย้อนหลังได้ที่ https://bit.ly/TSEF2023ED 

 

✅ ราคาพิเศษ! 2,500 บาท ถึง 31 ธันวาคม 2566 เท่านั้น

✅ รับชมออนไลน์ทุกที่ทั่วโลก 

✅ ดูย้อนหลังนาน 6 เดือน (1 ธันวาคม 2566 – 31 พฤษภาคม 2567)

✅ สรุปเนื้อหา Visual Summary ทุกเวที

 

Media Partner

📌รับสรุปเนื้อหาทุกเวที 20+ Sessions 

ซื้อบัตรชมย้อนหลังวันนี้ดูได้นานถึง 6 เดือน

https://bit.ly/TSEF2023MP 

The post ซีอีโอ Mercedes-Benz ประเทศไทย ชี้ การเข้าถึงลูกค้าโดยตรงสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยี EV appeared first on THE STANDARD.

]]>
Motor Expo ปีนี้ Mercedes-Benz ไม่มีประสบการณ์เหนือระดับ เพราะเราออกแบบ ‘บูธที่ลดระดับ’ เพื่อทุกๆ คน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/mercedes-benz-motor-expo-2023/ Mon, 20 Nov 2023 09:00:06 +0000 https://thestandard.co/?p=866314 Mercedes-Benz Motor Expo

เมื่อเรานึกถึง Mercedes-Benz ภาพที่เราคิดคือ ‘ความหรูหร […]

The post Motor Expo ปีนี้ Mercedes-Benz ไม่มีประสบการณ์เหนือระดับ เพราะเราออกแบบ ‘บูธที่ลดระดับ’ เพื่อทุกๆ คน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mercedes-Benz Motor Expo

เมื่อเรานึกถึง Mercedes-Benz ภาพที่เราคิดคือ ‘ความหรูหรา’ และ ‘ความทันสมัย’ แต่สำหรับ Motor Expo 2023 งานแสดงยนตรกรรมสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่อคนรักรถทุกๆ คน ในปีนี้ Mercedes-Benz กลับมาอีกครั้งภายใต้คอนเซปต์ ‘FUTURE FOR ALL’ ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย (Diversity), ความเท่าเทียม (Equity) และการเคารพถึงความแตกต่าง (Inclusion) ถ่ายทอดผ่านการออกแบบบูธ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึง เข้าชมรถยนต์รุ่นต่างๆ สัมผัสเทคโนโลยี และได้เข้าชมรถยนต์อย่างใกล้ชิดแบบไร้อุปสรรค

 

สิ่งที่น่าสนใจคือในปีนี้ Mercedes-Benz นำเสนอแนวคิดของแบรนด์ที่การเป็นผู้นำทางด้านยนตรกรรมไม่ได้หมายความถึงการมีสุดยอดเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ความสำเร็จที่แท้จริงคือ การสร้างประสบการณ์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมกันได้

 

Mercedes-Benz จึงได้สัมภาษณ์กลุ่มคนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือคุณแม่ที่มีลูกเล็ก ที่ต่างก็เป็นผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนน และเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เข้าชมงาน Motor Expo ในปีก่อนๆ คำตอบที่พบคือ หนึ่งในปัญหาที่พวกเขาหลายคนต้องพบเจอคือ ‘พื้นต่างระดับ’ ภายในบูธจัดแสดงรถยนต์ ที่เป็นอุปสรรคทำให้ไม่สามารถเข้าถึงหรือชมยนตรกรรมและสัมผัสเทคโนโลยีต่างๆ ภายในงานได้ทุกมุมเท่าที่ควร

 

 

ในปีนี้ Mercedes-Benz จึงตัดสินใจออกแบบบูธใหม่ เปลี่ยนพื้นที่ทั้งบูธให้เป็นพื้นราบ ลดระดับจากบูธที่เคยยกสูงในปีก่อนๆ ปรับดีไซน์ให้คงความโดดเด่นเช่นเดิม แต่เพิ่มเติมคือความสะดวกสบายให้ทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้ใช้วีลแชร์ ผู้สูงอายุ หรือครอบครัวที่มีรถเข็นเด็ก ให้ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่บูธ Mercedes-Benz ร่วมกัน การปรับเปลี่ยนบูธไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงภายนอกเท่านั้น แต่เป็นการแสดงถึงการเข้าใจและใส่ใจลูกค้าของ Mercedes-Benz เพราะพวกเขาทุกคนคือหัวใจสำคัญของแบรนด์

 

Mercedes-Benz แสดงให้เห็นว่าการตลาดที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอรถยนต์ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังต้องเน้นการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจในพฤติกรรมและความรู้สึกนึกคิดของลูกค้า ดังนั้นการปรับเปลี่ยนบูธในงาน Motor Expo ปีนี้จึงไม่ใช่แค่การออกแบบ แต่เป็นการสนับสนุนความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการมีประสบการณ์ร่วมกัน เพราะ ‘ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะสัมผัสความพิเศษ’

 

ชมคลิปโปรโมตงาน Motor Expo 2023 ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนมีประสบการณ์ร่วมกัน

 

 

ขณะเดียวกันเมื่อเราพูดถึงอนาคตของยนตรกรรม เรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ และ Mercedes-Benz ไม่เพียงแค่พร้อมสำหรับยุคใหม่นี้ แต่ยังมุ่งหน้าไปสู่การเป็นผู้นำด้วย ‘EQE SUV’ รถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100%  


ด้วยระยะการเดินทางไกลถึง 558 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง EQE SUV ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องระยะทาง Mercedes-Benz ได้แสดงให้เห็นว่ายุคใหม่ของการเดินทางได้มาถึงแล้ว 

 

และยังมี ‘The new GLC’ หนึ่งในรถยนต์ SUV ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งเปิดตัวใหม่ด้วยดีไซน์สปอร์ต มาในรูปแบบเครื่องยนต์ดีเซลและความกว้างของห้องโดยสารมากยิ่งขึ้น ให้คุณสัมผัสกับความสะดวกสบายและความหรูหราอย่างลงตัว

 

 

ที่งาน Motor Expo อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 1-11 ธันวาคม 2566 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษจาก Mercedes-Benz ที่มอบให้เพื่อทุกคน หรือสามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกับ Motor Expo ที่ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ – 31 ธันวาคม 2566 

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของ Mercedes-Benz ได้ที่เว็บไซต์ https://www.mercedes-benz.co.th หรือที่ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand, Instagram: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

The post Motor Expo ปีนี้ Mercedes-Benz ไม่มีประสบการณ์เหนือระดับ เพราะเราออกแบบ ‘บูธที่ลดระดับ’ เพื่อทุกๆ คน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ล้วงลึกถึงแนวคิดธุรกิจ ‘Retail of the Future’ ของ Mercedes-Benz | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/retail-of-the-future-of-mercedes-benz/ Thu, 26 Oct 2023 10:00:42 +0000 https://thestandard.co/?p=858940

Mercedes-Benz สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้กับตลาดรถยนต์ล […]

The post ชมคลิป: ล้วงลึกถึงแนวคิดธุรกิจ ‘Retail of the Future’ ของ Mercedes-Benz | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

Mercedes-Benz สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้กับตลาดรถยนต์ลักชัวรีภายในงาน ‘Ambition for the Future’ ได้เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า บุกตลาด EV ในไทย 2 รุ่น ได้แก่ EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic และ Mercedes-AMG EQE 53 4MATIC+ พร้อมประกาศพลิกโฉมโมเดลธุรกิจสู่ ‘Retail of the Future’ นำโดยทีมผู้บริหาร ผู้แทนจำหน่ายและลูกค้า ร่วมเผยแนวทางถึงโมเดลใหม่ ที่เน้นความชัดเจนโปร่งใส ด้วยการขายราคาเดียวทั่วประเทศ หวังยกระดับการบริการลูกค้าให้ครอบคลุมทุกมิติ

The post ชมคลิป: ล้วงลึกถึงแนวคิดธุรกิจ ‘Retail of the Future’ ของ Mercedes-Benz | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mercedes-Benz เปิดแนวคิดโมเดลธุรกิจใหม่ในไทย ‘Retail of the Future’ เปิดขายรถราคาเดียว เริ่มปี 2567 หวังยกระดับคุณค่าแบรนด์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับดีลเลอร์ https://thestandard.co/mercedes-benz-retail-of-the-future/ Sat, 07 Oct 2023 02:00:39 +0000 https://thestandard.co/?p=846919

Mercedes-Benz เปิดแนวคิดโมเดลธุรกิจใหม่ในประเทศไทย ภายใ […]

The post Mercedes-Benz เปิดแนวคิดโมเดลธุรกิจใหม่ในไทย ‘Retail of the Future’ เปิดขายรถราคาเดียว เริ่มปี 2567 หวังยกระดับคุณค่าแบรนด์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับดีลเลอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Mercedes-Benz เปิดแนวคิดโมเดลธุรกิจใหม่ในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ ‘Retail of the Future’ เปิดขายรถยนต์ราคาเดียวทั่วไทย พร้อมเปลี่ยนสัญญาดีลเลอร์ให้เป็นผู้จัดการสินค้า ไม่ต้องแบกรับต้นทุนสต๊อกสินค้า เริ่มปรับใช้ต้นปี 2567 โดยมีเป้าหมายสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ และมุ่งยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้าครอบคลุมทุกมิติ

 

มร.มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวคิดโมเดลธุรกิจใหม่ ‘Retail of the Future’ เน้นความโปร่งใสของราคาและข้อเสนอจากผู้จำหน่ายที่ต้องเท่าเทียมกัน ในรูปแบบการจัดจำหน่ายรถยนต์ในราคาเดียวกันทั่วประเทศ และลูกค้าสามารถเข้าถึงสต๊อกของรถยนต์ทุกรุ่นจากทุกผู้จำหน่าย ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

 

มาร์ทิน ชเวงค์

 

สำหรับโมเดลธุรกิจใหม่เป็นการขายตรงระหว่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ไปยังลูกค้า ผู้จำหน่ายจะอยู่ในทุกขั้นตอนการซื้อรถของลูกค้า เริ่มตั้งแต่การทำใบเสนอราคา การทดลองขับ ไปถึงขั้นตอนการสั่งจอง และการส่งมอบรถยนต์

 

ที่สำคัญผู้จำหน่ายจะไม่ต้องแบกรับภาระด้านการสต๊อกรถยนต์ เพราะรถจะถูกนำส่งมาจากคลังสินค้ากลางของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) สะท้อนให้เห็นว่าผู้จำหน่ายจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสต๊อกและไม่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนของธุรกิจ โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้ผู้จำหน่ายสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

Mercedes-Benz EQE

 

ถึงกระนั้นในช่วงเริ่มต้น โมเดลการขายราคาเดียวคาดว่าจะทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) มียอดขายดีขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อรถของลูกค้าส่วนใหญ่จะตัดสินใจซื้อเพราะชื่นชอบแบรนด์ และชอบการสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์โดยตรง ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้โมเดลใหม่ดังกล่าวก็จะตอบโจทย์ลูกค้าที่จะได้ซื้อรถยนต์จากแบรนด์ได้โดยตรง

 

อีกทั้งปัจจุบันถือว่าธุรกิจอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากโมเดลธุรกิจแบบเดิม เปลี่ยนไปเป็นโมเดล Retail of the Future โดยบริษัทได้มีการจัดอบรมพนักงานและผู้จำหน่ายเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน

 

 

อย่างไรก็ตาม โมเดลธุรกิจใหม่ดังกล่าวเตรียมปรับใช้ในช่วงต้นปี 2567 ซึ่งบริษัทจะต้องมีการเปลี่ยนสัญญากับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ จากเดิมที่มีการสั่งซื้อรถยนต์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เป็นการบริการจัดการสินค้าให้บริษัทแทน ซึ่งผู้แทนจำหน่ายจะได้คอมมิชชันจากการส่งมอบรถยนต์แทน

 

ขณะเดียวกันโมเดลธุรกิจใหม่จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Mercedes-Benz ในฐานะแบรนด์รถยนต์ระดับลักชัวรีที่มีความแข็งแกร่งในตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับโมเดลธุรกิจสู่ ‘Retail of the Future’ ที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะที่ผ่านมามีการปรับใช้ในตลาดแอฟริกาใต้ สวีเดน ออสเตรเลีย และอินเดียไปก่อนแล้ว

 

ภายในรถ Mercedes-Benz

 

ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 ภาพรวมยอดขายของ Mercedes-Benz ในประเทศไทยมีการเติบโตกว่า 6% สามารถปิดยอดจดทะเบียนครึ่งปีแรกได้กว่า 7,700 คัน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

The post Mercedes-Benz เปิดแนวคิดโมเดลธุรกิจใหม่ในไทย ‘Retail of the Future’ เปิดขายรถราคาเดียว เริ่มปี 2567 หวังยกระดับคุณค่าแบรนด์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับดีลเลอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’ ประกาศรุก EV ในไทยเต็มรูปแบบ ขึ้นแท่นแบรนด์รถลักชัวรีรายแรกที่ผลิตและประกอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% https://thestandard.co/mercedes-benz-thailand-ev/ Wed, 17 May 2023 13:28:40 +0000 https://thestandard.co/?p=791833

รัฐบาลเดินหน้านโยบาย EV ไร้รอยต่อ พร้อมเป็นหัวจักรใหม่ช […]

The post ‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’ ประกาศรุก EV ในไทยเต็มรูปแบบ ขึ้นแท่นแบรนด์รถลักชัวรีรายแรกที่ผลิตและประกอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>

รัฐบาลเดินหน้านโยบาย EV ไร้รอยต่อ พร้อมเป็นหัวจักรใหม่ช่วยบูสต์เศรษฐกิจไทย! หลังอัดมาตรการส่งเสริมลงทุน ‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’ ค่ายยักษ์ใหญ่สัญชาติเยอรมนี ประกาศรุกผลิต EV เต็มรูปแบบในไทย ขึ้นแท่นแบรนด์รถยนต์ระดับลักชัวรีรายแรกที่มีการผลิตและประกอบแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย 

 

มาร์ค เบอร์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ร่วมมือกับ BOI ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า EV ในประเทศไทยทั้งในด้านของการส่งเสริมการลงทุนในการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่ รวมถึงการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนในส่วนของโครงการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตรอย่าง บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด และบริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด 

 

“เราได้ผลิตรถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริดและเริ่มประกอบแบตเตอรี่ตั้งแต่ปี 2562 และในปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เริ่มต้นขึ้นไลน์การผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง EQS 500 4MATIC AMG Premium ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ประกอบในประเทศไทย รวมถึงการผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ติดตั้งในรถรุ่นดังกล่าว ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับลักชัวรีแบรนด์รายแรกที่ผลิตและประกอบแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย” 

 

รัฐบาลลุยต่อนโยบาย EV งัด 3 กลยุทธ์ดูดลงทุน

 

ด้าน นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากมีการจ้างงานถึงกว่า 8 แสนคน มีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในซัพพลายเชนกว่า 3,000 บริษัท มีมูลค่าส่งออกกว่า 9 แสนล้านบาท เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของประเทศไทย ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) 

 

จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญและมีความหมายอย่างมากต่อการสร้างความยั่งยืนของฐานการผลิตยานยนต์ในไทย โดย EV จะเป็นหัวจักรใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยจะเห็นว่าตลาด  EV ในประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีบริษัทรถยนต์และชิ้นส่วนให้ความสนใจลงทุนตั้งฐานการผลิตเป็นจำนวนมาก  

 

โดยปัจจุบันมีนักลงทุนรายสำคัญขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) แล้วจำนวน 14 ราย และยังคงมีแนวโน้มความสนใจจากบริษัทต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

 

“แม้ว่าประเทศไทยจะประสบความสำเร็จด้วยดีในการขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงเริ่มต้น แต่ระยะต่อไปจะมีการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น จำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุน EV อย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางการส่งเสริม EV จะมุ่งเน้น 3 กลยุทธ์สำคัญ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออก EV ระดับโลกให้ได้ ได้แก่ 

 

  1. เดินหน้าดึงบริษัทตั้งฐานผลิต EV อย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเดิมให้เปลี่ยนผ่านมาสู่ EV และดึงบริษัทรายใหม่ๆ เข้ามาลงทุนเพิ่มเติม  

 

  1. สร้างความเข้มแข็งให้ซัพพลายเชนในประเทศ โดยเฉพาะการผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญของ EV รวมทั้งการเสริมสร้างศักยภาพของ SMEs ไทยที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนใหม่

 

  1. ส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศ EV โดยเฉพาะในด้านสถานีชาร์จไฟฟ้า การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง การปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อธุรกิจ รองรับการสร้างฐานอุตสาหกรรม EV ระยะยาว” 

 

‘BOI-ปตท.-เครือซีพี’ โรดโชว์เกาหลีใต้ ลุ้นดึงบิ๊กคอร์ปลุยอุตสาหกรรมใหม่ 

 

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา BOI ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่ม ปตท. และเครือซีพี เดินทางโรดโชว์ที่ประเทศเกาหลีใต้ หาโอกาสความร่วมมือธุรกิจ ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำ เพื่อสร้างคลื่นลงทุนลูกที่สามในไทย

 

เขาย้ำว่าหลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลาสำคัญของโลกยุคหลังโควิดที่มีความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะสงครามการค้าและความขัดแย้งระหว่างประเทศ จะเป็นโอกาสที่ไทยและเกาหลีจะร่วมกันสร้างคลื่นลูกที่สามของการลงทุนเกาหลีในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ทั้งสองประเทศมีความสนใจร่วมกัน และเกาหลีมีความเชี่ยวชาญ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล โดยเฉพาะการพัฒนาเกมและระบบอัจฉริยะใน Smart City

 

รวมไปถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น เครือซีพี ได้จับมือกับบริษัทเกาหลีหลายราย ทั้งกลุ่ม SM Entertainment, CJ Entertainment และล่าสุดคือ The Black Label ซึ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายสาขาต่างๆ นี้ เป็นที่สนใจของนักลงทุนเกาหลีอย่างมาก และเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ของ BOI ที่มุ่งให้เกิดคลื่นการลงทุนลูกที่สามจากเกาหลีได้ด้วย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘เมอร์เซเดส-เบนซ์’ ประกาศรุก EV ในไทยเต็มรูปแบบ ขึ้นแท่นแบรนด์รถลักชัวรีรายแรกที่ผลิตและประกอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมอร์เซเดส-เบนซ์ไทย อวดยอดขายปี 62 แตะ 15,000 คัน ตั้งเป้ารุกตลาด EV เต็มตัว https://thestandard.co/mercedes-benz-boast-2019-annual-income/ Fri, 21 Feb 2020 08:43:14 +0000 https://thestandard.co/?p=333535

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลประกอบกา […]

The post เมอร์เซเดส-เบนซ์ไทย อวดยอดขายปี 62 แตะ 15,000 คัน ตั้งเป้ารุกตลาด EV เต็มตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลประกอบการประจำปี 2562  โดยพบว่าบริษัทมียอดขายสูงกว่า 15,000 คัน (ลดลงจากปี 2561 ที่มียอดขาย 15,785 คัน) ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ระบุว่าภาพรวมทั้งหมดเป็นผลมาจากการมีเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการที่แข็งแกร่ง โดยปัจจุบันพวกเขาดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 19 ปีเต็มแล้ว

 

สำหรับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไทยจะเน้นรุกตลาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว โดยเปิดตัว ‘Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic’ รถยนต์ เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด และ ‘Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic’ รถยนต์เอสยูวีครอสโอเวอร์ ซึ่งเป็นรถยนต์ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมจะเปิดตัว ‘Mercedes-Benz EQC’ รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ เข้ามาวางจำหน่ายในตลาดประเทศไทยภายในปีนี้  

  

มร.โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปีนี้ จากเทรนด์ความต้องการรถยนต์ของผู้บริโภคทั้งในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และในประเทศไทย เราพบว่าความต้องการรถยนต์ไฟฟ้านั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุผลหนึ่งมาจากสภาวะอากาศที่แย่ลง โดยเฉพาะการมีฝุ่น PM2.5 

 

“โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทยเป็นผู้นำตลาดอันดับต้นๆ ของโลกที่มีสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด สูงประมาณ 25% ของยอดจำหน่ายทั้งหมดในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงเล็งเห็นว่า การรณรงค์ให้ทุกคนหันมาใช้รถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นน่าจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง” 

 

สำหรับภาพรวมของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลกในปี 2562 บริษัทสามารถทำยอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด 2,339,562 คัน ถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ สำหรับยอดขายใน 1 ปี แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจในตลาดโลกจะอยู่ในช่วงชะลอตัว และส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมรถยนต์

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post เมอร์เซเดส-เบนซ์ไทย อวดยอดขายปี 62 แตะ 15,000 คัน ตั้งเป้ารุกตลาด EV เต็มตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Mercedes-Benz ครองแชร์ 50% ตลาดรถหรูไทย ประกาศลุยรถยนต์ไฟฟ้า EQC มาแน่ รับยื่น BOI แล้ว https://thestandard.co/mercedes-benz-50-percent-thai-luxury-car-market/ https://thestandard.co/mercedes-benz-50-percent-thai-luxury-car-market/#respond Thu, 07 Feb 2019 12:41:05 +0000 https://thestandard.co/?p=193397

โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ( […]

The post Mercedes-Benz ครองแชร์ 50% ตลาดรถหรูไทย ประกาศลุยรถยนต์ไฟฟ้า EQC มาแน่ รับยื่น BOI แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลภาพรวมตลาดรถหรูทั่วโลก ซึ่งปี 2561 เป็นปีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ครองตำแหน่งแบรนด์รถหรูที่มียอดขายมากที่สุดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากยอดจำหน่ายรถยนต์สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 2.31 ล้านคัน โตต่อเนื่องถึง 8 ปี โดยรถยนต์ตระกูล SUV ครองสัดส่วนยอดขายสูงสุดกว่า 8.2 แสนคัน รถกลุ่มคอมแพ็กคาร์มียอดขายกว่า 6 แสนคัน ส่วนเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีก็มียอดขายเพิ่มแตะระดับแสนคันแล้ว

 

 

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่สำคัญและเติบโตที่สุด มียอดขายกว่า 9.43 แสนคัน เติบโต 7.8% จากปีก่อน ขณะที่ประเทศญี่ปุ่น อินเดีย ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม ยอดขายก็เติบโตด้วย หากพิจารณาตลาดรถหรูของประเทศไทยประกอบด้วย Mercedes-Benz, BMW, Volvo, MINI Cooper และ Audi เป็นต้น มียอดขายรวมทั้งปี 2561 ที่ 3.2 หมื่นคัน เติบโตขึ้นจากปี 2560 ที่ 2.7 หมื่นคัน สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มียอดขายปี 2561 ถึง 15,785 คัน หรือเกือบครึ่งของทั้งตลาดเติบโต 9% ยังเป็นอันดับหนึ่งตลาดรถรถหรูของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 โดยรถกลุ่ม Contemporary Luxury ครองสัดส่วนมากที่สุด 41% รองลงมาคือรถ SUV 23% รถคอมแพ็กคาร์ 23% และ Dream Car 13%

 

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2562 นี้ นอกจากเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังวางแผนเรื่องการสร้างระบบนิเวศรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การแนะนำรถยนต์ใหม่ การให้บริการหลังการขาย การขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และการเดินสายการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ด้านบริการลูกค้า บริษัทฯ จะแต่งตั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดจะมีผู้จำหน่ายจังหวัดละหนึ่งแห่งเท่านั้น คาดว่าจะมีผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรวม 36 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้

 

 

นอกจากนี้ยังเพิ่มสินค้าและบริการใหม่ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง Mercedes-Benz Engine Oil รวมทั้งการร่วมมือกับผู้ผลิตยางรถยนต์ ทำยาง Mercedes-Benz ที่มีส่วนประกอบเหมาะสมกับผู้ขับขี่ เจาะตลาดกลุ่มยางทดแทนเพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับเมื่อออกรถใหม่มากที่สุด ซึ่งขณะนี้มีฐานลูกค้ามากพอที่จะทำตลาดแล้ว  

 

ผู้บริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ยอมรับว่าได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI แล้ว เพื่อขอสนับสนุนการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งคาดว่าจะเป็นโมเดล New EQC ที่เพิ่งเปิดตัวในต่างประเทศไม่นานมานี้ ซึ่งจากนี้จะมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ Full Electric Vehicle มาเสริมพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มสินค้าในมือ นอกเหนือจากรถปลั๊กอินไฮบริดที่เป็นสัดส่วนสำคัญ คาดว่าจะคิดเป็น 40% ของรถยนต์ที่จำหน่ายทั้งหมดในปีนี้ เชื่อว่าจะทำตลาดได้ดีขึ้นเมื่อผลิตรถในประเทศไทย ส่งผลให้ราคาแข่งขันได้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ

 

แผนการออกรถยนต์รุ่นใหม่คาดว่าจะมีมากกว่า 20 รุ่น ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้ง

แบรนด์หลักอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ตามด้วยเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี (Mercedes-AMG) เมอร์เซเดส-มายบัค (Mercedes-Maybach) และแบรนด์เทคโนโลยี อีคิว (EQ) ล่าสุดเปิดตัวรถยนต์สองรุ่นใหม่ตระกูลเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี 53 อย่าง CLS 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ และ E 53 4MATIC+ Coupé รุ่นนำเข้า และเตรียมเปิดตัวคลังอะไหล่ครบวงจรแห่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า บนถนนบางนา-ตราด กม. 19 ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)

The post Mercedes-Benz ครองแชร์ 50% ตลาดรถหรูไทย ประกาศลุยรถยนต์ไฟฟ้า EQC มาแน่ รับยื่น BOI แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/mercedes-benz-50-percent-thai-luxury-car-market/feed/ 0
คนไทยขับเบนซ์เพิ่ม 23% ตลาดลูกค้าเจนวายเติบโต แบรนด์เน้นใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้น https://thestandard.co/thailand-people-driver-benz-increased-by-23percent/ https://thestandard.co/thailand-people-driver-benz-increased-by-23percent/#respond Tue, 03 Apr 2018 09:43:18 +0000 https://thestandard.co/?p=81770

Mercedes-Benz เผย ยอดขายรถเมืองไทยทะลุ 1.4 หมื่นคัน เน้ […]

The post คนไทยขับเบนซ์เพิ่ม 23% ตลาดลูกค้าเจนวายเติบโต แบรนด์เน้นใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

Mercedes-Benz เผย ยอดขายรถเมืองไทยทะลุ 1.4 หมื่นคัน เน้นขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่ ใช้สื่อดิจิทัลมากกว่าสื่อดั้งเดิม

 

ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรถ Mercedes-Benz ทั่วโลกสูงเกือบ 2.3 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 9.9% โดยภูมิภาคที่เติบโตที่สุดคือเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมียอดขายกว่า 8.7 แสนคัน เพิ่มขึ้นถึง 19.2% ขณะที่ประเทศไทยมียอดขายรถเบนซ์กว่า 1.4 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 23% และยังครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถหรูเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 17

 

 

รถที่ขายดีต่อเนื่องยังเป็นรถในกลุ่มซีดานอย่าง C-Class, E-Class และ S-Class นอกจากนี้ยังมีรถในกลุ่มอื่นๆ เพื่อทำตลาดได้หลากหลายขึ้น ได้แก่ รถกลุ่ม Compact Car ซึ่งเป้าหมายสำคัญคือกลุ่มคนมิลเลนเนียลที่เป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobber) โดยยอดขายของรถกลุ่มนี้โตแบบก้าวกระโดด มีสัดส่วนคิดเป็น 23% ของยอดขายรวมทั้งหมด ส่วนรถกลุ่ม SUV สำหรับครอบครัวก็ยังไปได้ดี

 

 

สำหรับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ตสมรรถนะสูง จะมีแบรนด์ Mercedes-AMG ภายใต้ Mercedes-Benz ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าจับตา เนื่องจากความต้องการรถสปอร์ตในไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสาวกของแบรนด์จะตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับรถประเภทเดียวกันสัญชาติอิตาเลียนหรือแบรนด์คู่แข่ง

 

ทิศทางการดำเนินงานในปี 2561 นี้ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า (Customer Experience) ยังเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยการสื่อสารการตลาด Mercedes-Benz จะเน้นการใช้สื่อดิจิทัลให้เข้มข้นขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในทุกอุตสาหกรรมทั่วโลกเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดีอยู่แล้ว

 

 

อัชฌ์ บุณยประสิทธิ์ ผู้บริหารด้าน Marketing Operations & Communications ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว THE STANDARD ว่า ช่วงปลายปีที่ผ่านมา Mercedes-Benz ทั่วโลกปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจในหลายมิติ รถหรูยังเป็นเครื่องสะท้อนสถานะทางสังคมที่คนไทยให้ความสำคัญ ขณะเดียวกันก็มีลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น และรถเบนซ์ตอนนี้ก้าวข้ามจากภาพลักษณ์เดิมของรถสำหรับผู้บริหารที่มีอายุไปเป็นรถพรีเมียมที่โฉบเฉี่ยว ออกแบบได้โดนใจมากขึ้น จนลูกค้าของแบรนด์คู่แข่งบางแบรนด์ที่เคยขึ้นชื่อเรื่องความเท่ก็ยังเปลี่ยนใจมาใช้งาน ขณะที่ลูกค้าของ Mercedes-Benz กลับมีความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) สูง และอัตราการเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นต่ำ ขณะเดียวกันทีมขายก็รุกตลาดหนักขึ้น บางโอกาสก็จะนำรถตัวอย่างไปให้ลูกค้าลองใช้งานถึงบ้าน และตอบรับกับความต้องการเฉพาะคนมากขึ้นด้วย

 

กลยุทธ์ด้านการขายที่สำคัญคือการนำรถรุ่นใหม่ๆ เข้ามาขายได้เร็วขึ้น ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องรอถึง 6 เดือนกว่าจะได้เห็นรถรุ่นใหม่ ในปัจจุบันจะนำรถรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวมาขายหลังจากจัดงานภายใน 1 เดือน เพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้า และระยะเวลาส่งมอบจะไม่เกิน 3 เดือนนับจากที่จองรถ

 

แม้กระทั่งรถหรูก็ยังต้องคำนึงเรื่อง ‘เก่งไม่กลัว กลัวช้า’ สะท้อนเรื่อง Economy of Speed ได้อย่างดี

อ้างอิง: Mercedes-Benz (Thailand) Ltd.

The post คนไทยขับเบนซ์เพิ่ม 23% ตลาดลูกค้าเจนวายเติบโต แบรนด์เน้นใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailand-people-driver-benz-increased-by-23percent/feed/ 0
จุดเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้าในไทย? เมื่อค่ายรถยนต์แห่อวดโฉมรถยนต์ไฟฟ้าใน Motor Expo 2017 https://thestandard.co/motor-expo-2017-electric-vehicle-trends/ https://thestandard.co/motor-expo-2017-electric-vehicle-trends/#respond Thu, 30 Nov 2017 02:00:26 +0000 https://thestandard.co/?p=51695

  ความสนใจใน EV (Electric Vehicle) หรือยานยนต์พลัง […]

The post จุดเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้าในไทย? เมื่อค่ายรถยนต์แห่อวดโฉมรถยนต์ไฟฟ้าใน Motor Expo 2017 appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ความสนใจใน EV (Electric Vehicle) หรือยานยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังมาแรงสุดๆ ในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในงาน Motor Expo ครั้งที่ 34 ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม ส่งท้ายปลายปี 2560

 

 

THE STANDARD สำรวจบรรยากาศภายในงานพบว่า ค่ายรถยนต์หลายแห่งต่างนำเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของตัวเองออกมาอวดโฉมกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะตัวรถสำเร็จรูปที่มีวางจำหน่ายแล้วในบางประเทศ หรือรถยนต์โมเดลต้นแบบ (Concept Car) ที่ยังไม่ได้เริ่มเดินสายพานการผลิตอย่างเป็นทางการ

 

 

Nissan เปิดตัว ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ Nissan Leaf

ไฮไลต์เด่นที่สุดของงานครั้งนี้หนีไม่พ้นการเปิดตัว Nissan Leaf โฉมใหม่ โดย ‘นิสสัน (Nissan)’ ค่ายผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกในประเทศไทย

 

Nissan Leaf ถือเป็นรถแฮตช์แบ็ก (Hatchback) 5 ประตูพลังงานไฟฟ้า หรือ EV เต็มรูปแบบที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเคลมว่ายอดขายทั่วโลกตั้งแต่ปี 2553 มีสูงถึง 291,000 คัน และนับว่าสูงที่สุดในหมวดหมู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

 

โดย Nissan Leaf เจเนอเรชัน 2 ที่นำมาเปิดตัวในงาน Motor Expo ถูกพัฒนาสมรรถนะด้านการใช้งานให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคขึ้นไปอีกระดับ ด้วยขุมกำลัง 110 กิโลวัตต์ มากกว่า Nissan Leaf รุ่นแรกถึง 38%

 

และจากประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออนขนาด 40 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จึงทำให้ Nissan Leaf สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง (จากข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่า Nissan Leaf รุ่นแรกวิ่งได้ไม่เกิน 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง ซึ่งอัตราการสิ้นเปลืองอาจไม่สามารถบ่งชี้แน่นอน ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก)

 

อันตวน บาร์เตส ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในช่วงเปิดตัว Nissan Leaf ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า “ทุกคนสามารถแน่ใจว่าเราจะเดินหน้าพัฒนากลยุทธ์ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างไม่หยุดยั้งด้วยจุดมุ่งหมายให้ทุกคนเป็นเจ้าของได้และสะดวกกับทุกรูปแบบความต้องการขับขี่ในทุกประเทศทั่วโลก

 

“นิสสันกำลังอยู่ระหว่างพูดคุยและทำงานร่วมกับรัฐบาล หน่วยงานรัฐต่างๆ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยานยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นจริง”

 

อันตวนยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกว่า ณ ปัจจุบัน นิสสันยังไม่สามารถให้ข้อมูลกำหนดการ ราคาวางจำหน่ายของ Nissan Leaf ได้ เพราะกำลังอยู่ในช่วงหารือทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้เต็มที่ที่สุดกับแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าด้วยศักยภาพฐานการผลิตในไทยจำนวน 2 แห่ง

 

ขณะที่เมื่อเราถามถึงความกังวลเรื่องราคายานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งอาจห่างไกลเกินจับต้องได้นั้น อันตวนก็เน้นย้ำอีกครั้งว่า เป้าหมายของการนำ Nissan Leaf ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ามาตีตลาดในไทยก็เพื่อทำให้มั่นใจว่าราคาของมันจะทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เข้าถึงและเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

 

อย่างไรก็ดี ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังให้แง่มุมความเห็นที่น่าสนใจอีกด้วยว่า สถานการณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกในปัจจุบันของประเทศไทยอาจยังไม่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามากนัก ประกอบกับรถยนต์ไฟฟ้าอาจไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทุกกลุ่ม แต่อาจจะเหมาะกับคนที่เน้นใช้งานในเมืองใหญ่ หรือเดินทางในระยะสั้นๆ มากกว่า

 

 

นอกจาก Leaf นิสสันยังได้เปิดตัว Nissan Note รถยนต์ซิตี้คาร์อีพาวเวอร์ (e-Power) ที่ใช้น้ำมันในการชาร์จไฟไปสู่แบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าของตัวรถแบบเต็มรูปแบบ ต่างจากรถยนต์ไฮบริดทั่วๆ ไป โดยเจ้าหน้าที่จากนิสสันให้ข้อมูลว่า Note โฉมใหม่นี้จะมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแค่เพียง 40 กิโลเมตรต่อลิตรเท่านั้น!

 

ด้านข้อมูลรายละเอียดเรื่องวันในการวางจำหน่ายและราคายังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ เนื่องจากกำลังอยู่ในกระบวนการหารือร่วมกับรัฐบาลถึงการกำหนดกลไกด้านราคาและปัจจัยแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับ Nissan Leaf

 

 

เบนซ์ยังไม่มั่นใจโครงสร้างพื้นฐาน จึงลุยไฮบริดก่อน  

ถ้าพูดถึงรายชื่อแบรนด์รถยนต์หรูที่รุกหนักเจาะตลาดยานยนต์ไฟฟ้า เชื่อว่าหลายคนคงเห็นพ้องต้องกันว่า ‘Mercedes-Benz’ ต้องมีรายชื่ออยู่ในลิสต์นี้แน่นอน

 

สำหรับงาน Motor Expo ครั้งนี้ของ Mercedes-Benz แม้จะไม่ได้พารถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบโมเดลใหม่ๆ มาอวดโฉมให้เราได้เห็นกัน แต่ Mercedes-Benz ก็มีรถในหมวดปลั๊ก-อิน ไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle: PHEV) หรือที่รู้จักในโค้ดชื่อ ‘EQ’ ซึ่งใช้เชื้อเพลิงน้ำมันทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ไฟฟ้าวางจำหน่ายในตลาดปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น

 

ส่วนสถานีชาร์จประจุพลังงานไฟฟ้า (EV Station) ในตอนนี้มีให้บริการตามสถานที่สาธารณะอย่างห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ​ แล้วกว่า 13 แห่ง ทั้งลานจอดรถสยามเซ็นเตอร์จำนวน 3 ตัว, เซ็นทรัลเวิลด์ 4 ตัว และพาราไดซ์ พาร์ค 6 ตัว

 

อัชฌ์ บุณยประสิทธิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฮบริดกึ่งพลังงานไฟฟ้าแทนที่จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพราะยังไม่มั่นใจกับโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยผลักดันการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทย รวมถึงปัจจัยเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยังไม่หยุดนิ่ง ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงแรกๆ เสียเปรียบ

 

“ถามว่าทำไมเรายังไม่เอารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่มีอยู่แล้วเข้ามาขายสักที? มองในแง่นักลงทุน หรือผู้ประกอบการมันก็น่าขนลุกเหมือนกันนะ เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีมันพลิกเปลี่ยนได้เร็วมากๆ ส่วนหนึ่งเราเองก็กังวลเรื่องเทคโนโลยีที่ยังไม่หยุดนิ่งในแง่การพัฒนาประสิทธิภาพแบตเตอรี่พลังงานไฟฟ้ากับระยะทางที่สามารถวิ่งได้ แต่ก็เชื่อว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังศึกษาเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนผ่านอยู่เช่นกัน

 

“ตอนนี้เราเริ่มทำสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าสำหรับลูกค้าของเราในจุดจำหน่ายรถของดีลเลอร์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เกือบๆ จะครอบคลุม 100 จุด และก็เริ่มพูดคุยข้อตกลงกับผู้ประกอบการโรงแรมในสองกลุ่มอย่างโรงแรมเครืออนันตราและแมริออท เพื่อติดตั้งจุดชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าโดยไม่เสียค่าเช่าสถานที่ ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้เราน่าจะมี EV Station มากกว่า 33 แห่ง”

 

ปัจจุบันเมอร์เซเดสมีรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดวางจำหน่ายในท้องตลาดมากถึง 9 รุ่น และมีการเปิดเผยว่ายอดขายรวมคิดเป็นสัดส่วน 50% ของรถยนต์ทั้งหมดที่ขายอยู่เลยทีเดียว

 

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย อัชฌ์ออกตัวว่าเขาอาจจะตอบไม่ได้ เพราะต้องดูบริบทหลายๆ อย่างในด้านความพร้อมของประเทศที่จะทำตลาดนี้ แต่ได้มีการศึกษาผลกระทบและการพัฒนามาโดยตลอด

 

“ถ้าอะไรๆ มันยังไม่ชัวร์ เช่น สภาพการจราจรในกรุงเทพฯ ที่ยังคาดเดาไม่ได้ เราก็คงไม่เสี่ยงที่จะปล่อยให้ลูกค้าของเราไปแบตฯ หมดกลางถนนแน่นอน”

 

 

ค่ายรถยนต์คึกคัก แห่อวดโฉมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า

นอกจาก Nissan และ Mercedes-Benz แบรนด์รถยนต์ค่ายอื่นๆ ที่นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและยานพาหนะปลั๊กอินไฮบริดมาประชันโฉม ภายในงานยังมี บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จํากัด ที่นำ ‘Mitsubishi Ground Tourer GT’ รถยนต์ต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริดในการขับเคลื่อน โดยสามารถทำระยะทางได้มากถึง 120 กิโลเมตร หากใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อวิ่งแบบไฮบริดร่วมกับเชื้อเพลิงน้ำมันก็จะทำระยะทางได้ไกลถึง 1,200 กิโลเมตร

 

 

ด้านค่ายรถยอดนิยมจากเกาหลีใต้อย่างฮุนไดก็ไม่น้อยหน้า พารถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% รุ่นแรกของบริษัท ‘Hyundai Ioniq’ มาเปิดตัวภายในลานชาเลนเจอร์ฮอลล์

 

Hyundai Ioniq มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเทียม ไอออน โพลิเมอร์ ขนาด 28 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลถึง 250 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง พร้อมขุมกำลังขับเคลื่อน 120 แรงม้า และระบบเกียร์แบบสปีดที่พร้อมส่งตัวรถพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังมีเทคโนโลยี Quick Charge ที่ส่งกระแสไฟขนาด 100 กิโลวัตต์เข้าสู่ประจุแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ในระยะเวลาแค่ 24 นาที

 

ผู้สื่อข่าว THE STANDARD สอบถามไปยัง สรณะ สิริสิงห ผู้จัดการอาวุโสด้านการตลาดและการวางแผนผลิตภัณฑ์ พบว่า ฮุนไดมีแพลนจะนำ Ioniq มาจำหน่ายที่ประเทศไทยแน่นอน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อไรและจะเปิดราคาขายเริ่มต้นที่เท่าไร เนื่องจากยังมีกลไกและปัจจัยกำหนดราคาอีกหลายประการที่ต้องหารือกับทางภาครัฐก่อน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าปีหน้า EV มาแน่ๆ เพราะถือเป็นอนาคต

 

“ปี 2017 ถือเป็นปีที่เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าถูกพูดถึงในประเทศไทยค่อนข้างเยอะ ซึ่งรัฐบาลก็เตรียมออกนโยบายสนับสนุนให้คนไทยมีรถยนต์ไฟฟ้าใช้ พร้อมๆ กับสนับสนุนให้ฝั่งผู้ผลิตและผู้นำเข้าสามารถทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเกิดในประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นผมมองว่ายังไงรถยนต์ไฟฟ้าก็มาแน่ แต่ก็ต้องดูมุมมองของคนทั่วๆ ไปที่มีต่อมันเช่นกัน เพราะรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นกรณีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีรูปแบบหนึ่ง บางคนอาจจะยอมรับหรือไม่ยอมรับก็ได้

 

“ต้องบอกว่าโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในเรื่องสถานีชาร์จประจุพลังงานไฟฟ้าที่ยังคงมีไม่มาก จะเห็นมีตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็เป็นช่องจอดรถซึ่งส่วนใหญ่ยังมีแค่ค่ายรถหรู การใช้รถในเมืองไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่เขาอยากขับรถไปต่างจังหวัดมันก็จะกลายเป็นข้อจำกัด ผมว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านรถยนต์ไฟฟ้าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากๆ ในการเปิดตลาดยานยนต์ประเภทนี้ในบ้านเรา

 

“ณ ตอนนี้เรายังไม่มีแผนจะเริ่มติดตั้งหรือสร้างสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าในไทย แต่หากฮุนไดได้ข้อสรุปที่แน่ชัดเรื่องการนำ Ioniq เข้ามาทำตลาด ก็คงต้องเริ่มศึกษาอย่างถ่องแท้ถึงโครงสร้างพื้นฐานของมันเช่นกัน เพื่อให้ผู้บริโภคในต่างจังหวัดสามารถใช้ได้อย่างไร้ข้อจำกัด”

 

 

ด้านบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่แม้จะไม่มีเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ามานำเสนอ แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้ใครเมื่อเลือกหยิบเอารถยนต์ไทป์ครอสโอเวอร์ (Crossover) ‘Toyota C-HR’ มาเป็นหมัดเด็ดอวดโฉมภายในงาน

 

 

ส่วนบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ก็พารถยนต์ Civic แฮตช์แบ็ก 5 ประตูสีแดงแรลลีสุดโฉบเฉี่ยวมาเปิดตัวเรียกความร้อนแรงและเย้ายวนเงินในกระเป๋าแฟนๆ

 

 

‘บุญเติม’ ก็เอาด้วย! เปิดตลาดผู้ให้บริการและผู้ผลิตสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า

เดินย้อนขึ้นไปจากบริเวณลานจัดแสดงรถยนต์ก็จะพบกับโซนจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์ละลานตาจำพวก ฟิล์มกระจกรถ ยาง และล้อแม็กซ์ จนไปถึงน้ำยาเคลือบทำความสะอาดต่างๆ

 

แต่ที่สะดุดตาและชวนให้หยุดแวะเข้าไปเยี่ยมเยือนมากที่สุดคือบูธของ ‘Smarger’ ผู้ผลิตสถานีชาร์จประจุแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบติดตั้งและแบบเคลื่อนที่ ที่นำไปใช้ได้ทั้งในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์

 

ต่อมาเราพบว่าบริษัทที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เจ้าของตู้เติมเงินและตู้จำหน่ายสินค้า ‘บุญเติม’ โดยสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าของฟอร์ทผ่านการพัฒนามาได้กว่า 3 ปีแล้วก่อนที่เพิ่งจะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2017 ที่ผ่านมา สนนราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 45,000-50,000 บาท

 

สิทธิโชค อมตานนท์ เจ้าหน้าที่แผนกแผนพัฒนาธุรกิจ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เล่าถึงที่มาที่ไปและจุดเริ่มต้นที่บริษัทของการก้าวมาเป็นผู้เล่นในตลาดโครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้าว่า เกิดจากการที่ฟอร์ทมองเห็นถึงเทรนด์ความนิยมในเทคโนโลยีดังกล่าวจากทั่วโลก

 

“เรามองว่าตลาดนี้เป็นตลาดที่น่าสนใจเพราะเริ่มมีรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น ก่อนหน้านี้ผู้บริหารของฟอร์ทก็เคยใช้รถยนต์ไฟฟ้าเหมือนกัน และพบปัญหาเรื่องอุปกรณ์การใช้งานที่มีราคาสูง จึงมองหาลู่ทางในการพัฒนาเทคโนโลยีพวกนี้ให้มีราคาถูกลงแต่ยังคงคุณภาพไว้ได้อยู่

 

“ประกอบกับบุญเติมเองก็มีระบบเติมเงินซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสินค้าสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าของเราได้ ไม่ว่าจะนำไปใช้เองที่บ้านหรือนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ประกอบธุรกิจ ซึ่งต่อไปในอนาคตสถานีชาร์จประจุของเราจะแพร่หลายไปเรื่อยๆ ครอบคลุมถึงโรงแรม สถานีบริการน้ำมันที่ตอนนี้ก็เริ่มมีการหารือรายละเอียดเบื้องต้นกันแล้ว แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นผู้ให้บริการรายใด

 

ถามถึงผลตอบรับของ Smarger ตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ สิทธิโชคบอกว่า เริ่มมีลูกค้าให้ความสนใจสินค้าของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคที่ประสงค์จะซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ที่บ้านไปจนถึงลูกค้าฝั่งองค์กรที่ตั้งนำสถานีชาร์จไฟฟ้าไปติดตั้งที่บริษัทของตน

The post จุดเปลี่ยนรถยนต์ไฟฟ้าในไทย? เมื่อค่ายรถยนต์แห่อวดโฉมรถยนต์ไฟฟ้าใน Motor Expo 2017 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/motor-expo-2017-electric-vehicle-trends/feed/ 0