บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-เซ็นทรัลพัฒนา-จำก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 02 Apr 2026 04:42:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ก้าวข้ามความกลัวสู่ยอดขายหลายร้อยล้าน วิธีคิดนอกกรอบที่พา Nose Tea ปักธงผู้นำตลาดชาชีส [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/nose-tea-sales-growth-leader/ Thu, 02 Apr 2026 04:00:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1191989 ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจบางครั้งเริ่มต้นจากประสบการณ์ที […]

The post ก้าวข้ามความกลัวสู่ยอดขายหลายร้อยล้าน วิธีคิดนอกกรอบที่พา Nose Tea ปักธงผู้นำตลาดชาชีส [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจบางครั้งเริ่มต้นจากประสบการณ์ที่สั่งสมและการสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด ‘กิต-ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ’ ผู้ร่วมก่อตั้ง Nose Tea เป็นหนึ่งในผู้ที่เล็งเห็นช่องว่างของตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยเมื่อย้อนกลับไป 4 ปีที่แล้ว ขณะนั้นตลาดชาชีสยังถือเป็นเรื่องใหม่มากและมีผู้เล่นหลักในตลาดเพียง 1-2 รายเท่านั้น

 

จากประสบการณ์เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อยครั้งตลอดหลายปี ภาพของคิวร้านชาชีสที่ยาวเหยียดและไม่เคยลดน้อยลงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ธนกฤตตัดสินใจกระโดดเข้าสู่สมรภูมิเครื่องดื่มที่แข่งขันสูงด้วยวิธีคิดที่เรียบง่าย นั่นคือความตั้งใจที่จะลงมือทำและพร้อมแก้ปัญหาหน้างาน

 

“เพราะไม่ได้คิดวิเคราะห์จนซับซ้อนเกินไป ทำให้ไม่มีความกลัว แต่เลือกที่จะเริ่มต้นด้วยความรู้สึกที่อยากทำ แล้วลงมือทำไปพร้อมกับแก้ปัญหาหน้างาน ดีกว่าศึกษาเยอะจนกลายเป็นความกลัวแล้วไม่ได้ทำ” ธนกฤตบอกเล่าถึงวิธีคิดเบื้องหลังการปลุกปั้นแบรนด์ในวันแรก

 

จากโปรดักต์เฉพาะกลุ่ม สู่จุดเริ่มต้นของคาแรคเตอร์แบรนด์ที่แตกต่าง

 

ธนกฤตเล็งเห็นโอกาสจากประสบการณ์เดิมที่เคยปลุกปั้นแบรนด์ลอกสิวเสี้ยนจนมียอดขายระดับล้านชิ้น ความสำเร็จนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจเครื่องดื่ม โดยโลโก้รูปจมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ถูกดึงมาทำหน้าที่เป็น ‘Talker’ หรือบรรจุภัณฑ์ที่สามารถสื่อสารและเล่าเรื่องราวได้ด้วยตัวเอง

 

การนำฐานแฟนคลับเดิมที่มีความคุ้นเคยกับแบรนด์รูปจมูกอยู่แล้วมาต่อยอด ช่วยลดงบสำหรับการทำการตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งปรกติแล้วการเปิดแบรนด์ให้ต้องใช้งบที่สูงเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ขณะเดียวกันการใช้โลโก้เกียวกันได้สร้างความแปลกใหม่ให้ผู้บริโภครู้สึกสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น สิ่งนี้ช่วยให้ Nose Tea สามารถสร้างตัวตนที่ชัดเจนและก้าวเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นธุรกิจ

“เราทำ Packaging สินค้าให้เป็น ‘Shelf Talker’ ถ้าลูกค้าไม่อ่าน เราก็ออกแบบให้มันพูดได้ ซึ่งช่วยเราประหยัดค่า Marketing ไปได้มหาศาล”

 

การนำโลโก้ที่ประสบความสำเร็จจากตลาดหนึ่งมาข้ามอุตสาหกรรมถือเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความน่าสนใจ ผู้บริโภคเกิดความสงสัยและอยากทดลองว่าแบรนด์ที่คุ้นเคยจะนำเสนอเครื่องดื่มออกมาในรูปแบบใด นับเป็นการใช้ต้นทุนทางแบรนด์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างการรับรู้

 

เปิดร้านทดลองในทำเลลับ บทพิสูจน์รสชาติที่ลูกค้าพร้อมจ่าย

 

การข้ามสายมาลุยอุตสาหกรรมใหม่ถือเป็นความท้าทายระดับปราบเซียน ธนกฤตเลือกเปิดร้านทดลองขนาดเล็กไว้ที่หน้าออฟฟิศตัวเองในย่านทาวน์อินทาวน์ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในซอย เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานหลังบ้าน, การควบคุมคุณภาพ และรับมือกับการแก้ปัญหารายวันก่อนที่จะเริ่มขยายธุรกิจ

 

ร้านทดลองแห่งนี้เปิดดำเนินการถึง 6 เดือนเต็ม โดยช่วง 3 เดือนแรก Nose Tea ไม่มีกำไรเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่แบรนด์ต้องการพิสูจน์ให้เร็วที่สุดคือลูกค้ายินดีจ่ายในราคาแก้วละ 120-150 บาทได้หรือไม่ ขณะที่ชานมไข่มุกทั่วไปตามท้องตลาดมีราคาเพียง 90-100 บาทเท่านั้นในช่วงเวลาดังกล่าว

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 1

 

ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในซอยลึก การเปิดร้านแล้วรอคอยลูกค้าอย่างไร้จุดหมายย่อมทำให้พนักงานว่างเว้นจากการทำงาน ช่วงแรกจึงยอมทุ่มงบโฆษณาอย่างเต็มที่ โดยเลือกนำรายรับที่ได้มาหมุนเวียนเป็นงบการตลาด แม้จะไม่ได้กำไรแต่ก็พร้อมแลกกับการให้ลูกค้าได้มาสัมผัสรสชาติจริง

 

การทำการตลาดอย่างหนักเพื่อดึงคนมาลองชิมเริ่มตอบโจทย์อย่างที่ตั้งใจไว้ เมื่อลูกค้าในพื้นที่ได้ลิ้มลองจึงเริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากมั่นใจในระบบปฏิบัติการและได้รับการตอบรับที่ดี จึงตัดสินใจขยายสาขาเข้าสู่ทำเลใจกลางเมืองอย่างสยามเซ็นเตอร์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น

 

แนวทางดังกล่าวตอกย้ำวิธีคิดแบบผู้ประกอบการที่เลือกทดลองลงมือทำจริงในสเกลที่ควบคุมได้ ซึ่งสะท้อนความต้องการที่แท้จริงได้ดีกว่าการทำวิจัยเพียงอย่างเดียว เพราะผลวิจัยไม่อาจบอกความรู้สึกของลูกค้าตอนที่ได้สัมผัสเครื่องดื่มของจริง การทดลองทำหน้างานจึงทำให้แบรนด์เห็นผลตอบรับทันทีและได้เรียนรู้ระบบจัดการอย่างแท้จริง

“การทำวิจัยไม่ได้สะท้อน Real Demand เสมอไป สู้เปิดร้านแล้วทดลองตลาดเลยดีกว่า แต่ต้องทดลองในพื้นที่ที่เราควบคุมได้” นี่คือมุมมองของผู้ร่วมก่อตั้ง Nose Tea

 

ยกระดับมูลค่าด้วยความพรีเมียม สู่การสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการ

 

จุดเด่นที่เป็นหัวใจสำคัญของ Nose Tea คือคาแรคเตอร์ของชีสที่มีความ ‘เค็มปลาย’ เมื่อนำมาดื่มคู่กับเครื่องดื่มแบบไล่เลเยอร์ ความเค็มจะช่วยตัดความหวาน ทำให้ความสมดุลของรสชาติออกมานัวพอดี การเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีช่วยยกระดับมูลค่าของแบรนด์และทำให้ลูกค้ายินดีที่จะจ่าย

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 2

 

ต้นทุนและคุณภาพของวัตถุดิบที่สูงยังเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ไม่ให้คู่แข่งในตลาดแมสลอกเลียนแบบรสชาติหรือลงมาแข่งขันด้านราคาได้โดยง่าย รวมถึงการรักษาจุดยืนที่แข็งแกร่งของแบรนด์ที่ไม่หวั่นไหวไปตามกระแสเครื่องดื่มชั่วคราว

 

ในขณะที่เทรนด์เครื่องดื่มอย่างชาไทยหรือมัทฉะได้รับความนิยมจนกลายเป็นเมนูทางเลือกใหม่ในหลายพื้นที่เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค Nose Tea เลือกที่จะไม่กระโดดร่วมวงในสมรภูมินั้น แต่ขอมุ่งมั่นรักษาจุดเด่นและพัฒนาความแข็งแกร่งในเส้นทางของตัวเองต่อไป

 

“เราเลือกที่จะใช้กระแสชาชีสมาปักหมุดบุกเบิกตลาดและสร้างให้เกิดเป็น ‘New Category’ ที่ยั่งยืน เราไม่อยากเป็นเพียงสินค้าตามฤดูกาลที่พอทำตามกระแสแล้วก็หายไป” ธนกฤตกล่าวถึงมุมมองการเป็นผู้สร้างหมวดหมู่ใหม่ที่ชัดเจน

ความแน่วแน่ในเส้นทางที่เลือกเดินทำให้ Nose Tea ก้าวข้ามข้อจำกัดของการเป็นแบรนด์ที่เติบโตเพียงตามกระแส การมุ่งมั่นพัฒนาโปรดักต์หลักอย่างจริงจังช่วยสร้างฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น และเป็นรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง

 

ปัจจุบัน Nose Tea ได้เปลี่ยนมุมมองจากการเป็นร้านชาชีสสู่การเป็น ‘ร้านชีสที่ขายชา’ เนื่องจากยอดขายกว่าร้อยละ 70 ถึง 80 มาจากผลิตภัณฑ์ที่มีชีสเป็นส่วนประกอบหลัก ความหนักแน่นนี้ทำให้แบรนด์ก้าวขึ้นเป็นท็อปออฟมายด์ในใจผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

 

Nose Tea วางเป้าหมายที่อยากจะเป็นหนึ่งในบรรทัดฐานของตลาด ที่หากมีผลิตภัณฑ์ชาชีสตัวใหม่เกิดขึ้นในตลาด ก็จะต้องถูกนำมาเปรียบเทียบกับมาตรฐานของแบรนด์ การรักษาคุณภาพให้คงที่จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ผู้บริหารให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดการผลิต

 

ถอดบทเรียน Share of Throat กลยุทธ์แตกแบรนด์รับเทรนด์สุขภาพ

 

เมื่อธุรกิจเดินทางมาถึงจุดที่ต้องการสร้างการเติบโตอย่างจริงจัง การเข้าโครงการ LEAD ของกลุ่มเซ็นทรัลกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ธนกฤตเล่าว่าบทเรียนสำคัญที่ได้รับคือการทำความเข้าใจเรื่อง ‘ส่วนแบ่งการดื่มของลูกค้า (Share of Throat)’ และการค้นหาเส้นทางการเติบโตใหม่ (New S-Curve)

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 3

 

สำหรับลูกค้าหลายคนเครื่องดื่มชาชีสอาจไม่สามารถบริโภคได้ทุกวัน แต่จะเลือกบริโภคในวันพิเศษเพื่อตามใจตนเอง หาก Nose Tea พยายามผลักดันให้ลูกค้ากินทุกวันผ่านการอัดโปรโมชันอย่างหนัก อาจทำให้ภาพลักษณ์และมูลค่าของแบรนด์ตกลง ซึ่งถือเป็นการทำโปรโมชันที่ผิดวิธี

 

การพยายามนำสินค้าทุกประเภทเข้าไปรวมในแบรนด์เดียวอาจทำให้แบรนด์สูญเสียตัวตนและความชัดเจน Nose Tea จึงเลือกใช้กลยุทธ์แตกแบรนด์ใหม่เพื่อเพิ่มความถี่ในการบริโภคของลูกค้าในหลากหลายโอกาส และช่วยรักษาความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด

 

ในโครงการ LEAD 7 ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2568 ที่ผ่านมา Nose Tea ได้นำโปรเจกต์ใหม่ไปทดลองเปิด Pop up Event ที่ศูนย์การค้าอีสต์วิลล์เป็นเวลา 7 วันเต็ม เพื่อตอบรับกับเทรนด์สุขภาพในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมองว่า Health is Wealth คือสิ่งสำคัญ การเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการดูแลสุขภาพซึ่งปกติไม่ได้บริโภคชาชีสจึงเริ่มต้นขึ้น

 

แบรนด์ใหม่นี้ถูกพัฒนาโดยลดระดับน้ำตาลและไม่มีส่วนผสมของชีสหนักๆ ผลตอบรับเหนือความคาดหมายเมื่อลูกค้าที่มาลองชิมในวันแรกกลับมาซื้อซ้ำทุกวันจนเกิดเสียงเรียกร้องให้มาเปิดสาขาถาวร ทำให้ Nose Tea มั่นใจในศักยภาพของแบรนด์ใหม่ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 4ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 5

 

ติดปีกธุรกิจด้วยพันธมิตรอย่าง ‘เซ็นทรัลพัฒนา’

 

เมื่อ Nose Tea ต้องการสเกลธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด การเข้าใจช่องว่างการตลาดและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า และการหาทำเลที่ตั้งศักยภาพสูงจึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ LEAD ทำให้แบรนด์ได้เข้าใจธุรกิจรีเทลลึกยิ่งขึ้นและ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ เปิดมุมมองมองการเติบโตแบบ Fast-paced retail  ด้วยการทำงานแบบ Business Partner ที่ Co Development ร่วมกัน ทำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ศักยภาพได้ตรงจุดมากขึ้น

 

การพูดคุยแผนงานภาพรวมและการได้รับการจับคู่ลงทำเลศูนย์การค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็วเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ในปีที่ผ่านมา Nose Tea ปิดยอดขายไปที่ประมาณ 520 ล้านบาทจาก 40 สาขา และสำหรับปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 15 แห่ง

 

เป้าหมายยอดขายปีนี้ถูกตั้งไว้ที่ 700 ล้านบาท โดยเตรียมเปิดตัวและดูแลแบรนด์ในเครือรวม 4 แบรนด์ในหมวดเครื่องดื่ม กลยุทธ์การขยายตัวแบบแตกแบรนด์ย่อยนี้ทำให้บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถพายอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาทได้ในอนาคต จุดยืนที่ชัดเจนอีกเรื่องคือการไม่ขยายสาขาผ่านระบบแฟรนไชส์เพื่อควบคุมคุณภาพมาตรฐานให้เป็นไปตามที่ Nose Tea กำหนดเท่านั้น

 

การทำคอลแลปส์กับพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมที่คาดไม่ถึงอย่างภาพยนตร์ผีหรือเครื่องสำอางกลายเป็นอีกหนึ่งสีสัน เกณฑ์สำคัญในการเลือกร่วมงานคือความพร้อมที่จะสนุกและฉีกออกจากกรอบเดิมๆ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ตลาด

 

“หากแบรนด์ใหญ่ติดต่อเข้ามาเพียงเพื่อให้แจกสินค้าธรรมดา ทางบริษัทจะปฏิเสธ เพราะมองว่าการทำแคมเปญร่วมกันต้องสร้างสรรค์ให้เกิดผลลัพธ์ที่มากกว่าแค่ 1+1” ธนกฤตอธิบายถึงเกณฑ์การทำงานร่วมกับพันธมิตร

 

เมื่อขยายธุรกิจจนมีพนักงานถึง 400 คน ความท้าทายเปลี่ยนไปเป็นเรื่องระบบหลังบ้านและการบริหารคน หัวใจสำคัญแห่งความสำเร็จคือปรัชญา Customer-centric ที่ให้ความสำคัญกับการทดสอบรสชาติร่วมกับลูกค้า พร้อมรับฟังเสียงตอบรับเพื่อนำมาปรับปรุงอย่างทันท่วงที

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 6

 

ขณะเดียวกันเมื่อองค์กรขยายตัวจนมีพนักงานแตะระดับ 400 คน ความท้าทายจะเปลี่ยนผ่านจากเรื่องโปรดักต์ไปสู่ระบบการทำงานหลังบ้าน การควบคุมคุณภาพสินค้าทุกแก้วให้ได้มาตรฐาน และที่สำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการบุคลากรจำนวนมาก

 

การดึงคนเก่งจากองค์กรระดับสากลมาช่วยวางระบบเป็นสิ่งจำเป็น ผู้บริหารเองก็ต้องศึกษาด้านจิตวิทยาเพิ่มเติมเพื่อบริหารคนทำงานที่มีช่วงวัยหลากหลายให้สามารถทำงานร่วมกันและสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับองค์กรได้อย่างราบรื่น

 

ปรัชญา ‘Customer-centric’ คือเสาหลักที่ทำให้แบรนด์ยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง ทุกกระบวนการให้ความสำคัญกับการทดสอบรสชาติร่วมกับลูกค้า พร้อมรับฟังฟีดแบคอย่างตั้งใจ และหากสิ่งไหนไม่เวิร์คก็จะนำมาปรับปรุงแก้ไขในทันที รวมถึงการเรียนรู้ เติม Skill ใหม่ๆ 

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 7

 

กฎเหล็กคนทำธุรกิจ และโอกาสติดปีกโตจริงกับ LEAD

 

ก่อนก้าวไปสู่การสเกลธุรกิจให้เติบโต สิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญที่สุดในเฟสแรกคือโปรดักต์ที่ต้องมีความเจ๋งและดีพอที่จะขายตัวเองได้ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นตั้งธุรกิจ ธนกฤตแนะนำว่า สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญคือการมองหาช่องว่างทางการตลาดให้เจอ เมื่อมองเห็นโอกาสแล้วต้องเริ่มต้นลงมือทำทันที

 

สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่คือเมื่อคิดหรือศึกษาเยอะจนเกินไป สุดท้ายจะกลายเป็นความกลัวจนไม่ได้ลงมือทำ ในช่วงเริ่มต้นธนกฤตเองก็ไม่ได้มีความรู้เยอะมากนัก แต่ตัดสินใจเลือกลงมือทำไปพร้อมกับเรียนรู้และแก้ปัญหาหน้างานตามแนวทางลงมือทำไปเรียนรู้ไป

 

“กฎข้อแรกสำหรับผู้เริ่มต้นคืออย่าคิดเยอะและอย่ากลัว เตรียมความพร้อมเบื้องต้นแล้วลงมือทำเลย การมีคู่แข่งเข้ามาในตลาดถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยให้เราไม่หยุดพัฒนาตัวเอง และเป็นการพาตลาดให้เติบโตไปด้วยกัน” ธนกฤตฝากคำแนะนำทิ้งท้ายถึงผู้ประกอบการ

 

ความสำเร็จของ Nose Tea ที่สามารถสเกลธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ เป็นภาพสะท้อนชัดเจนถึงผลลัพธ์จากการเข้าร่วมโครงการระดับแนวหน้าอย่าง LEAD ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของผู้อยู่เบื้องหลังหลักสูตรที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการรีเทลไทย

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 8

 

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “หลักสูตร ‘LEAD by Central Pattana’ เป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เป็นหลักสูตรรีเทลอันดับหนึ่งของไทย สร้างความสำเร็จจริงให้ผู้เรียนทั้ง 7 รุ่นรวมกว่า 220 ราย และขยายธุรกิจไปกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลไปแล้วมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์”

 

“การให้คำแนะนำในการทำ ‘360 Business Health Check’ ทำให้ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดเชิงกลยุทธ์ เข้าใจ ‘Competitive Edge’ ของธุรกิจ และสามารถนำไปต่อยอดสู่โอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืนได้จริง” ดร.ณัฐกิตติ์ อธิบายเสริมถึงหัวใจสำคัญของหลักสูตร ซึ่งหลักสูตรนี้เป็นหนึ่งใน Total Business Solutions สำหรับ Tenant Partners ของเซ็นทรัลพัฒนา  ผ่านการดูแลจากทีมงาน B2B Marketing ที่มีประสบการณ์ และช่วยสร้างความแข็งแรงให้ธุรกิจของ Tenants มากยิ่งขึ้น

 

ทางด้าน ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ CEO และ Founder Aimbition corp ผู้ออกแบบหลักสูตร ให้มุมมองว่า “LEAD ช่วยสร้าง ‘Business Model’ ที่แข็งแกร่ง เสริมศักยภาพธุรกิจและเติบโตอย่างมีกลยุทธ์ ทำให้ผู้เรียนวางโครงสร้างธุรกิจได้อย่างมีระบบ”

 

ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ ผู้ก่อตั้ง Nose Tea ถ่ายภาพคู่เครื่องดื่มชาชีส พร้อมโลโก้จมูกสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ 9

 

“หลักสูตรนี้คือ ‘Fast Track’ ที่ทำให้ผู้เรียนขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็วจากการได้ลงมือทำ ‘Sandbox Workshop’ ที่ให้ทุกคนได้ทดลองทำจริง เห็นผลทันที เอาชนะความท้าทาย สร้างโอกาสและขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโตได้อย่างมั่นใจและมั่นคง” ผศ.ปิติพีร์ กล่าวสรุป

สำหรับผู้ประกอบการที่อยากปลดล็อกศักยภาพและพาธุรกิจก้าวไปข้างหน้า โอกาสสำคัญมาถึงแล้ว บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดรับสมัครหลักสูตร LEAD by Central Pattana รุ่นที่ 8 แพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ก้าวสู่ความสำเร็จในระยะยาว

 

เตรียมตัวมาเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ลงมือทำบนพื้นที่ศักยภาพ และเติบโตไปพร้อมกับ Ecosystem ที่แข็งแกร่ง บนพื้นที่ศักยภาพของศูนย์การค้าเซ็นทรัล สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 เมษายน 2569 ที่ https://bit.ly/4aqrdVN แล้วมาร่วมสร้างตำนานบทใหม่ให้ธุรกิจของคุณกัน!

The post ก้าวข้ามความกลัวสู่ยอดขายหลายร้อยล้าน วิธีคิดนอกกรอบที่พา Nose Tea ปักธงผู้นำตลาดชาชีส [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่หวั่นวิกฤต เซ็นทรัลพัฒนา ลุยปั้น ‘เซ็นทรัล รังสิต’ 750 ไร่ คาดเปิดเฟสแรกใน 5 ปี ชี้เป็นมิกซ์ยูสใหญ่ ยังไม่มีใครเคยทำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน https://thestandard.co/central-pattana-rangsit-project/ Thu, 26 Mar 2026 01:15:24 +0000 https://thestandard.co/central-pattana-rangsit-project/ ภาพผู้บริหาร เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ในวงกลม พร้อมข้อความ ‘CPN ปั้น เซ็นทรัล รังสิต 750 ไร่ เปิดเฟสแรกใน 5 ปี’

มาแน่ ‘เซ็นทรัล รังสิต’ มิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นที่ใ […]

The post ไม่หวั่นวิกฤต เซ็นทรัลพัฒนา ลุยปั้น ‘เซ็นทรัล รังสิต’ 750 ไร่ คาดเปิดเฟสแรกใน 5 ปี ชี้เป็นมิกซ์ยูสใหญ่ ยังไม่มีใครเคยทำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้บริหาร เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ในวงกลม พร้อมข้อความ ‘CPN ปั้น เซ็นทรัล รังสิต 750 ไร่ เปิดเฟสแรกใน 5 ปี’

มาแน่ ‘เซ็นทรัล รังสิต’ มิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นที่ใหญ่กว่า 750 ไร่ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ คาดจะได้เห็นเฟสแรกภายใน 5 ปีนี้ ก่อนที่จะเผยว่ายังไม่มีผู้ประกอบการรายไหนทำโครงการใหญ่ขนาดนี้ในไทยมาก่อน และไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหนักแค่ไหน ก็จะไม่หยุดลงทุนและทุกการลงทุนจะมีการพิจารณาอย่างรอบด้าน

 

วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ยังเดินหน้าลงทุนตามแผน 5 ปี (ระหว่างปี 2569-2573) ด้วยงบมูลค่า 1.1 แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นเป็น 33 โครงการภายในปี 2573 โดยมีเป้าหมายสร้างย่าน สร้างเมืองและอนาคตให้กับประเทศไทย แต่ทุกๆ โครงการจะปรับให้เหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจ

 

เริ่มจากโครงการใหม่ย่านรังสิต ซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดของเซ็นทรัลพัฒนา โดยตั้งอยู่บนที่ดินขนาดใหญ่ 750 ไร่ ติดถนนพหลโยธิน ทางด่วนโทลล์เวย์และมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-โคราช) ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต-ธรรมศาสตร์) และมหาวิทยาลัย

 

“เฉพาะโครงการนี้อยู่ระหว่างการวางแผน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อน คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในเฟสแรกภายใน 5 ปี โดยจะใช้งบลงทุนบางส่วนจากวงเงินรวม 1.1 แสนล้านบาท และ โครงการดังกล่าวไม่ได้มีเพียงศูนย์การค้า แต่มีเป้าหมายพัฒนาเป็นเมืองที่มีระบบนิเวศทางธุรกิจครบวงจร ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้” แม่ทัพ CPN ระบุ

 

ตามด้วยโครงการมิกซ์ยูส เซ็นทรัล จีอาร์โนน์ โดยชื่อดังกล่าวถูกตั้งเป็นชื่อย่านทั้งหมดบนที่ดิน 73 ไร่ มีพื้นที่ทั้งโครงการรวม (GBA) 1.1 ล้าน ตร.ม. ซึ่งจะประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9, และอาคารออฟฟิศ 3 อาคาร ได้แก่ G Tower, R House (ตึก Unilever House เดิม) และ The Ninth Tower โดยมีเป้าหมายสร้างให้เป็นศูนย์กลางของธุรกิจและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ

 

ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล President, Retail and Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวต่อว่า ในเฟสแรก จะพลิกโฉมเซ็นทรัล พระราม 9 และขยายพื้นที่รีเทล โดยมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2571 และในเฟสต่อๆ ไปมีแผนพัฒนา Residence และองค์ประกอบอื่น เพื่อผลักดันย่านพระราม 9 เป็น The Future District

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมพลิกโฉม เซ็นทรัล ลาดพร้าว ควบคู่กับการพัฒนา เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน เพื่อยกระดับทั้งย่านให้เป็น ecosystem เดียวกัน โดยเมื่อนับรวมทั้งสองโครงการรวมกันจะมีขนาดที่ดิน 96 ไร่ และพื้นที่รวม (GBA) 7.7 แสน ตร.ม. เกือบเท่าเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่ เดอะ เซ็นทรัล จะเป็นรีเทลที่รวม Flagship Store และ New Retail Experience ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดในกรุงเทพฯ ส่วน เซ็นทรัล ลาดพร้าวจะต่อยอดจากฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่กำลังโตต่อเนื่อง

 

สำหรับมิกซ์ยูสใหม่ที่เตรียมเปิดกลางปี 2569 ประกอบด้วย เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ที่ได้พัฒนาใหม่จากศูนย์การค้าเดิม บนที่ดิน 59 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 2.1 แสนตารางเมตร จะเปิดให้บริการในเดือน ก.ค. 69 นี้ ตามด้วย เซ็นทรัลขอนแก่น แคมปัส บนพื้นที่ 30 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 6.2 หมื่น ตร.ม. และ GO. Hotel แห่งแรกของภาคอีสาน เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 20 พ.ค. 69 นี้

 

เช่นเดียวกับ เซ็นทรัล บางนา โครงการมิกซ์ยูสบนที่ดิน 50 ไร่ พื้นที่รวม 3 แสนตารางเมตร (GBA) ในโดยศูนย์การค้าโฉมใหม่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 69 และ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต อยู่บนพื้นที่ 130 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 1.73 แสน ตร.ม. หลังจากเปิดให้บริการแบรนด์ใหญ่ สามารถดึงดูดทราฟฟิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน เซ็นทรัล ภูเก็ต บนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 5 แสน ตร.ม. เพื่อพัฒนาเป็นหนึ่งใน The World’s Luxury Destination นอกกรุงเทพฯ

 

ส่วนธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ปัจจุบันยังรักษาอัตราให้เช่ามากถึง 90% สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทใหญ่ๆ ยังเลือกเช่าในพื้นที่ของเซ็นทรัลพัฒนา และมีผู้เช่าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมีการรีโนเวตให้ทันสมัยให้สอดรับกับเทรนด์การทำงานใหม่ๆ ส่วนธุรกิจโรงแรม มีหลายเซกเมนต์ และด้วยจุดแข็งของทำเล ทำให้สามารถดึงดูดได้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นทุกปี

 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนา ได้ขยายธุรกิจไปทั่วประเทศ ปัจจุบันมีโครงการรวมทั้งสิ้น 142 โครงการ ประกอบด้วย 45 ศูนย์การค้า, 16 คอมมูนิตี้มอลล์, 11 อาคารสำนักงาน, 17 โรงแรม และ 53 โครงการที่อยู่อาศัย โดยรวมแล้วมียอดผู้มาใช้บริการกว่า 510 ล้านคนต่อปี หรือเฉลี่ย 1.5 ล้านคนต่อวัน และ นักท่องเที่ยวอีก 70 ล้าน Visits ต่อปี

 

ขณะที่ร้านค้าก็มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการสร้างแพลตฟอร์มช่วยร้านค้าให้เข้าใจลูกค้าผ่าน The 1 ที่มีสมาชิกมากกว่า 23 ล้านราย และลูกค้ากลุ่ม The 1 Exclusive ซึ่งมีการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าทั่วไปถึง 35 เท่า

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อไปว่า สถานการณ์โลกไม่แน่นอน ทำไมบริษัทยังกล้าลงทุนมหาศาล วัลยา อธิบายว่า ทุกการลงทุนบริษัทจะพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งศักยภาพของทำเล ประกอบกับข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค รวมถึงติดตามทั้งสถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศควบคู่กันไป เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดมีความพร้อม

 

และในช่วงนี้ บริษัทยังไม่เห็นผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มองว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงมีอยู่ สะท้อนจากยอดขายไตรมาส 1 ที่เติบโตขึ้น จึงมองว่ายังไม่จำเป็นต้องกังวลกับประเด็นสงครามมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยเคยเจอวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง

 

สุดท้ายแล้ว CPN เชื่อว่าจะสามารถผ่านทุกวิกฤตไปได้ ด้วยวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้เมื่อมีโอกาสเกิดขึ้น ก็พร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตได้ตลอด แต่ถ้าหากความขัดแย้งยืดเยื้อและกระทบต่อยอดขาย บริษัทก็พร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: ชาวรังสิตเตรียมตัว!

The post ไม่หวั่นวิกฤต เซ็นทรัลพัฒนา ลุยปั้น ‘เซ็นทรัล รังสิต’ 750 ไร่ คาดเปิดเฟสแรกใน 5 ปี ชี้เป็นมิกซ์ยูสใหญ่ ยังไม่มีใครเคยทำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN ทำ New High 3 ปีซ้อน! กวาดกำไร 1.88 หมื่นล้าน เตรียมแจกปันผล 2.40 บาท หลังอานิสงส์มิกซ์ยูสแกร่งทั่วประเทศ https://thestandard.co/cpn-new-high-profit-dividend/ Tue, 24 Feb 2026 03:48:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1181145 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลประกอบการบริษัท CPN ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง 3 ปี พร้อมแผนลงทุนและปันผลจากธุรกิจมิกซ์ยูส

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN รายงานผลประ […]

The post CPN ทำ New High 3 ปีซ้อน! กวาดกำไร 1.88 หมื่นล้าน เตรียมแจกปันผล 2.40 บาท หลังอานิสงส์มิกซ์ยูสแกร่งทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงผลประกอบการบริษัท CPN ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง 3 ปี พร้อมแผนลงทุนและปันผลจากธุรกิจมิกซ์ยูส

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN รายงานผลประกอบการปี 2568 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมีรายได้รวม 53,009 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 18,841 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อนหน้า

 

“ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ Retail-Led Mixed-Use Development ที่เชื่อมโยงศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ” วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าว

 

จากผลกำไรที่เติบโตอย่างโดดเด่น คณะกรรมการบริษัทฯ เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 2.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วนการจ่ายปันผลที่ 57% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา

 

ธุรกิจศูนย์การค้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ปัจจุบันบริษัทฯ มีพันธมิตรกว่า 18,000 ร้านค้า โดยมีสถิติที่น่าสนใจคือกว่า 80% ของแบรนด์ระดับโลกที่ขยายตลาดเข้าไทยครั้งแรก เลือกเปิดสาขากับเซ็นทรัลพัฒนาเป็นแห่งแรก ส่งผลให้ทราฟฟิกศูนย์การค้าทั่วประเทศสูงกว่า 650 ล้านครั้งต่อปี และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 70 ล้านครั้ง

 

การเปิดตัวโครงการใหม่อย่าง ‘เซ็นทรัล พาร์ค’ สามารถดึงดูดผู้ใช้บริการได้ถึง 70,000 คนต่อวันในวันธรรมดา และแตะ 100,000 คนในวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะที่ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัด สามารถสร้างยอดผู้เข้าชมในวันเปิดตัวได้ถึง 40,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อและการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในทำเลศักยภาพ

 

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญในช่วงปลายปีมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2568 ผสานกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐระหว่างวันที่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 2568 ทั้งโครงการ คนละครึ่ง พลัส และ เที่ยวดีมีคืน ที่ให้นำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 20,000 บาท ซึ่งช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและยอดขายของร้านค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

ด้านกลุ่มธุรกิจอื่นในอีโคซิสเต็มก็เติบโตสอดคล้องกัน โดยธุรกิจที่อยู่อาศัยโครงการ Escent นครสวรรค์ ทำยอดขายแล้วกว่า 80% และนครปฐมกว่า 95% ส่วนธุรกิจโรงแรมแบรนด์ GO Hotel วางกลยุทธ์เจาะตลาดราคาที่เข้าถึงได้ โดยตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 25 แห่งภายใน 5 ปี นำร่องด้วยสาขาเรือธงแห่งใหม่ที่สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

 

ในส่วนของกองทรัสต์ CPNREIT ได้รับอานิสงส์จากการปรับปรุงโฉมใหม่ของโครงการเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ที่ช่วยดันทราฟฟิกให้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของกองทรัสต์แข็งแกร่งขึ้น โดยได้วางเป้าหมายระยะยาวที่จะขยายขนาดสินทรัพย์ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2575

 

นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินการบัญชี และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ย้ำว่า สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าลงทุนเมกะโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง อาทิ The Central พหลโยธิน, Central Khonkaen Campus และ Central Northville รวมถึงปรับปรุง Market Place ทองหล่อ เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

 

ณ สิ้นปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนามีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารรวม 44 โครงการ คอมมูนิตี้มอลล์ 16 โครงการ คิดเป็นพื้นที่เช่าสุทธิ 2.3 ล้านตารางเมตร พร้อมด้วยอาคารสำนักงาน 11 อาคาร โรงแรม 11 แห่ง และโครงการที่พักอาศัย 51 โครงการ ถือเป็นพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

The post CPN ทำ New High 3 ปีซ้อน! กวาดกำไร 1.88 หมื่นล้าน เตรียมแจกปันผล 2.40 บาท หลังอานิสงส์มิกซ์ยูสแกร่งทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สัมผัสเบื้องหลังและแนวคิดการออกแบบ Dusit Central Park ที่มี “ผู้คน” เป็นจุดเริ่มต้น [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/dusit-central-park-design-concept/ Tue, 17 Feb 2026 11:25:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1178831 ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน

ประสบการณ์ของสองผู้พัฒนาอย่างเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และดุส […]

The post สัมผัสเบื้องหลังและแนวคิดการออกแบบ Dusit Central Park ที่มี “ผู้คน” เป็นจุดเริ่มต้น [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน

ประสบการณ์ของสองผู้พัฒนาอย่างเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และดุสิตธานี (Dusit Thani) ได้เชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นพื้นที่ที่สร้างความตื่นตาในระดับโลกอย่าง “Dusit Central Park” สถานที่ที่ถูกสร้างในแนวคิด Humanized City อยู่ในกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่ผู้คนจะได้มาหยุดพักและหายใจได้อย่างเต็มที่ บนพื้นที่ใจกลางเมืองที่เพียบพร้อมแวดล้อมที่ครบครัน รวมถึงตั้งอยู่ตรงข้ามสวนลุมพินี สวนขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 1

 

ในโอกาส Bangkok Design Week 2026 ทั้ง 2 องค์กรผู้มีวิสัยทัศน์ร่วมกันได้เปิดพื้นที่เผยเบื้องหลังโครงการมิกซ์ยูส Dusit Central Park ที่เป็นผลจากการผสานความร่วมมือระหว่างองค์กรระดับโลกกับผู้เชี่ยวชาญไทย จนกลายเป็นแลนด์มาร์กและไอคอนสำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก

 

Vision & Mission จากมิตรภาพสู่โครงการแห่งอนาคตของคนเมือง

 

คุณายุธ เดชอุดม Asset Director, Central Park และ ศิรเดช โทณวณิก รองประธานฝ่าย พัฒนาธุรกิจโรงแรม (ทั่วโลก) Dusit International ได้เล่าว่า Dusit Central Park เกิดจากความร่วมมือระยะยาวระหว่างดุสิตธานีและเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งเติบโตจากมิตรภาพของผู้บริหาร สู่การเป็นพาร์ตเนอร์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเมืองแบบยั่งยืน โครงการตั้งอยู่บนที่ดินสำคัญทางประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี อาคารสูงสุดในไทย ณ จุดตัดของสวนลุมพินี ย่านธุรกิจ และชุมชนวัฒนธรรม การพัฒนา Dusit Central Park จึงให้ความสำคัญกับการเคารพคุณค่าในอดีต พร้อมตีความให้เข้ากับบริบทเมืองปัจจุบัน

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 2

 

แนวคิด “Here for Bangkok” คือหัวใจของ Dusit Central Park ในทุกมิติ ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และการร่วมมือกับนักออกแบบระดับโลก เพื่อสร้างพื้นที่มาตรฐานระดับโลก ที่สะท้อนตัวตนและหลากหลายช่วงวัยของกรุงเทพฯ โดยไม่ลอกเลียนแบบเมืองอื่น ทำให้ Dusit Central Park ถูกนิยามให้เป็น “แลนด์มาร์กของเมือง” ที่เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตจริง และเชื่อมโยงผู้คนหลากหลายวัยเข้าด้วยกันอย่างชัดเจน

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 3

 

Idea of 4 Uses เมืองแนวตั้งที่เริ่มจากคำถามง่าย ๆ สู่ Dusit Central Park

 

จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business & Design Development, เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า Dusit Central Park ถูกออกแบบจากคำถามว่าเมืองควรตอบโจทย์ชีวิตผู้คนอย่างไร ท่ามกลางพื้นที่เชิงพาณิชย์ในกรุงเทพฯ โครงการนี้จึงมุ่งคืนพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียว สร้าง ‘เมืองแนวตั้งที่มีชีวิต’ และประสบการณ์เชื่อมต่อกับเมืองอย่างแท้จริง

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 4

 

ด้วยที่ดินสามเหลี่ยมใจกลางเมืองติดสวนลุมพินี Dusit Central Park รองรับ 4 ยูสหลัก (โรงแรม ที่พักอาศัย ออฟฟิศ รีเทล) โดยทีมออกแบบต้องคำนึงถึงการวางอาคาร ทิศทางลม แสงแดด วิวสวน และการเชื่อมต่อภายในสู่ภายนอก

 

หัวใจสำคัญคือการเข้าใจพฤติกรรมผู้คน OMA (Office for Metropolitan Architecture) สถาปนิกชาวเนเธอร์แลนด์ จึงเข้ามาร่วมสร้างสรรค์สเปซที่ผสานดีไซน์ไทยผ่านแลนด์สเคป วัสดุ และวัฒนธรรมอาหาร สะท้อนจังหวะชีวิตเมืองได้อย่างกลมกลืน

 

Turn Idea to Reality ผสานเฮอริเทจเข้ากับโมเดิร์นที่เดินไปพร้อมกับเมือง

 

ณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ อดีต Managing Director, Dusit Estate และ Group Creative Strategy, Dusit International ได้แบ่งปันร่วมกับจุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ว่า ความท้าทายของการออกแบบ Dusit Central Park คือการนำเฮอริเทจกว่า 80 ปีของดุสิตธานี มาตีความใหม่ให้อยู่ร่วมกับโครงการมิกซ์ยูสและบริบทเมืองร่วมสมัย ทีมออกแบบได้เก็บรายละเอียดของโรงแรมดุสิตธานีเดิมทั้งหมด แล้วถอดคุณค่าเหล่านั้นออกมาเป็นภาษาการออกแบบใหม่ที่คงความเป็นไทย ความอบอุ่น และความละเมียดแบบดุสิต แต่สามารถปรับใช้กับพื้นที่สาธารณะและยูสต่าง ๆ ในเชิงโมเดิร์นได้อย่างกลมกลืน

 

ความเป็นมิกซ์ยูสของ Dusit Central Park นำโจทย์ใหญ่เรื่องความแตกต่างของแต่ละยูสมาสู่การแก้ปัญหาด้วยการใช้พื้นที่สีเขียวและ Roof Park เป็นแกนกลางเชื่อมโยงทุกกลุ่ม ให้สามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้จริง สะท้อนแนวคิด “Humanized City” ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของกรุงเทพฯ

 

World & Local Architecture ความร่วมมือของการออกแบบระดับโลกและท้องถิ่น

 

Dusit Central Park เกิดจากการทำงานร่วม 7 ปีของ OMA และ A49 บริษัทสถาปนิกแถวหน้าของประเทศไทย โดยเริ่มจาก “บริบทพื้นที่” เป็นหลัก คือทำอย่างไรให้ทุกฟังก์ชันมองเห็นสวนลุมพินี 100% จึงยอมลดพื้นที่และใช้แนวคิด “Pulling the Park” ดึงพื้นที่สีเขียวมาคลุมอาคาร

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 5

 

โครงการนี้ผสานแนวคิดที่ต่างกัน OMA ตั้งคำถามนอกกรอบ และ A49 ปรับวิสัยทัศน์ให้เข้ากับบริบทไทย โจทย์ท้าทายคือการรื้อโรงแรมดุสิตธานีเดิม แต่คง “จิตวิญญาณ” ผ่านการตีความยอดชฎา การไล่ระดับอาคาร และศาสตร์ฮวงจุ้ย สะท้อนการหาจุดสมดุลระหว่างความทันสมัย รากเหง้า และความเชื่อ

 

Interior การเดินทางผ่านหลายจังหวะของกรุงเทพฯ

 

LINE HOUSE สตูดิโอออกแบบจากเซี่ยงไฮ้ที่มีชื่อเสียงด้านการผสมผสานงานดีไซน์ที่ร่วมสมัยเข้ากับสัมผัสของงานฝีมือ ได้มาแบ่งปันว่า การออกแบบภายในพื้นที่ค้าปลีกและร้านอาหารของ Dusit Central Park ด้วยแนวคิด The Vertical Journey เชื่อมความสงบของสวนลุมพินีกับความคึกคักของสีลม-ศาลาแดง ผ่านประสบการณ์ที่ไล่ระดับชั้น เริ่มจาก Classic Luxury ที่ตีความมรดกดุสิตธานีสู่พื้นที่แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และ Urban Lifestyle ด้วยวัสดุสมัยใหม่ จนถึงชั้นบนสุดที่เป็นร้านอาหารและสวนลอยฟ้าแบบ Al Fresco มีสวนลุมพินีเป็นฉากหลัง

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 6

 

องค์ประกอบสำคัญคือ Three Voids (โถงลิฟต์ บันไดเลื่อน) ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนกลางและพื้นที่สาธารณะในอาคาร ที่แสง สี และมิติเปลี่ยนไปตามเวลา สะท้อนแนวคิดว่าพื้นที่ค้าปลีกยุคใหม่ต้องเป็นมากกว่าที่ซื้อขาย แต่เป็นฉากของชีวิตเมืองด้วย

 

เบื้องหลังความงามวิจิตรศิลป์ที่สร้างได้จริง

 

เบื้องหลังการออกแบบโรงแรม Dusit Thani Bangkok โฉมใหม่ เกิดจากบทบาทของ dwp (Design Worldwide Partnership) บริษัทที่ปรึกษาด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในระดับโลกของไทย และในฐานะ Local Interior Designer คือการเชื่อมวิสัยทัศน์ของ André Fu Studio เข้ากับความเป็นจริงของการก่อสร้างในประเทศไทย หน้าที่สำคัญไม่ใช่การออกแบบทับ แต่คือการ “แปลงจินตนาการให้สร้างได้จริง” ตั้งแต่การเลือกวัสดุที่หาได้ในประเทศ การควบคุมงบประมาณ ไปจนถึงการรักษาอารมณ์และรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนของงานออกแบบระดับโลกไว้ให้ครบถ้วน

 

dwp ใช้ระบบ Fully BIM (Building Information Modeling) ในงานตกแต่งภายใน โดยสร้างโมเดล 3D ละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนก่อสร้าง ช่วยลดความผิดพลาดและทำให้ดีไซน์ซับซ้อนเป็นจริงได้ ดีไซน์เน้นรายละเอียดเล็กๆ สื่อถึงความเป็นไทยในระดับสากล เช่น มินิบาร์ไม้ ผนังฝาปะกนเล่นแสงเงา และเฟอร์นิเจอร์ที่ใส่ใจสัมผัส ความงามของโครงการนี้จึงอยู่ที่รายละเอียดที่ผู้เข้าพักจะค่อย ๆ สัมผัสได้

 

การสร้างระบบนิเวศกลางเมืองที่ทุกคนเข้าถึงได้ของ Dusit Central Park

 

งานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมของ Dusit Central Park โดย LCO (Landscape Collaboration) ถูกวางบทบาทให้มากกว่าสวนบนอาคาร แต่เป็นโครงข่ายสีเขียวที่เชื่อมเมืองเข้าด้วยกันผ่านแนวคิด Borderless & Continuity สวนลุมพินีจึงไม่ถูกมองว่าอยู่ภายนอกโครงการ หากถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ผ่านทางเดินลอยฟ้าและเส้นทางลาดที่เชื่อมต่อพื้นที่ทั้งสี่ฟังก์ชันเข้าด้วยกันในหลายระดับความสูง

 

สวนสาธารณะแห่งนี้ออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงได้จริง (เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ใช้วีลแชร์) โดย LCO แก้ปัญหาความลาดชันด้วยทางซิกแซก บอร์ดวอล์ก และกำแพงดิน พร้อมลิฟต์เชื่อมตรงจาก BTS และ MRT และภายใต้แนวคิด “Here for Bangkok” มีการสร้างป่าบนหลังคาด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นกว่า 190 ชนิด พร้อมระบบน้ำกรองและลดเสียงรบกวน ด้วยวิศวกรรมขั้นสูงที่ทำให้ต้นไม้ใหญ่เติบโตได้ สวนนี้จึงเป็นมากกว่าที่พักผ่อน แต่เป็นการทดลองสร้างระบบนิเวศใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ

 

Central Park กับการเป็น Art Platform ให้ศิลปินไทยได้ปล่อยของ

 

นอกจากนี้ Central Park ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ศิลปินไทยได้มาปล่อยของ อย่างผลงานศิลปะของ Infinite Riot โดย หฤษฎ์ ธรรมประชา โครงการ Dusit Central Park เริ่มจากการตั้งคำถามกับเมืองและจังหวะชีวิตเร่งรีบของย่านสีลม ก่อนแปลงสิ่งที่พบเห็นในการก่อสร้าง เช่น เส้นสายอาคาร แสงไฟยามค่ำคืน หรือเทปกาว ให้เป็นลวดลายถาวรเชิงนามธรรม เพื่อบันทึกช่วงเวลาหนึ่งของเมืองไว้

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 7

 

การเลือกใช้สีเมทัลลิก (เงิน ทอง ทองแดง) สะท้อนแนวคิดเรื่อง “วัสดุ” และความมั่นคง ลวดลายเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่การตกแต่ง แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้คนเมืองชะลอชีวิต ใส่ใจรายละเอียด และเปลี่ยนความวุ่นวายให้เป็นความสงบที่ซึมซับในชีวิตประจำวัน

 

แก่นของการออกแบบของ Dusit Central Park ใน Bangkok Design Week 2026

 

ตลอดสัปดาห์ของ Bangkok Design Week 2026 นั้น Dusit Central Park ได้เปิดพื้นที่ให้คนที่รักในการออกแบบ ได้มาสัมผัสปรัชญาและแนวคิดการออกแบบของ Dusit Central Park เพิ่มได้กับกิจกรรม Exhibition & The Landmark บริเวณชั้น 1 ของ Dusit Central Park

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 8

 

  • The Landmark: Art Installation สูง 16 เมตร เชื่อมสวนลุมพินีกับสกายวอล์ก อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก โดดเด่นด้วยเสาโค้ง Art Arcade พร้อมพื้นที่กิจกรรมและศิลปะใจกลางเมือง โดยมี Infinite Riot ร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะ

 

  • Exhibition: Exploring the City Through Design – Design Behind the Scene เผยเบื้องหลังการวางผังและดีไซน์พื้นที่เมือง

 

  • Build Your Central Park กิจกรรมต่อเลโก้จากแรงบันดาลใจสถาปัตยกรรม Central Park เพื่อเรียนรู้แนวคิดออกแบบ

 

  • Central Park Passport สะสมแต้ม 3 จุด Iconic (Skyhall ชั้น 1, The Roof Park ชั้น 4, บันไดเลื่อน ชั้น 1) เพื่อเรียนรู้การออกแบบและรับของที่ระลึก

 

  • Breathe the Park ประสบการณ์ Sensory ดื่มด่ำแสง ลม ธรรมชาติ ผ่านสื่อผสมผสาน ถ่ายทอดมิติใหม่ของสวนใจกลางกรุงเทพฯ

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 9

 

Dusit Central Park การถักทอเรื่องราวของมรดกกรุงเทพในยุคร่วมสมัย

 

บทสรุปของ Dusit Central Park จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรม แต่คือหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังแห่งแนวคิด Here for Bangkok และ Humanized City ที่กล้าท้าทายกรอบเดิม ด้วยการถักทอมรดกทางวัฒนธรรมกว่า 80 ปีให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับวิถีชีวิตร่วมสมัยและพื้นที่สีเขียวอันเติมเต็ม

 

ภาพรวมโครงการ Dusit Central Park พร้อมแนวคิด Humanized City และการออกแบบที่เน้นผู้คน 10

 

การเปิดเผยเบื้องหลังในงาน Bangkok Design Week 2026 ครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่านิทรรศการ แต่คือการตอกย้ำว่างานออกแบบเป็นเครื่องมือทรงพลังที่เชื่อมโยงธรรมชาติ รากเหง้า และผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อคืนลมหายใจและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ที่ตอบโจทย์จิตวิญญาณของกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง

The post สัมผัสเบื้องหลังและแนวคิดการออกแบบ Dusit Central Park ที่มี “ผู้คน” เป็นจุดเริ่มต้น [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุ่ม 600 ล้านรับปีม้า! CPN ผนึก CRC ชูโมเดล ‘Complete Destination’ มัดรวม ‘จับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว’ ไว้ในที่เดียว คาดทราฟฟิกพุ่ง 30% https://thestandard.co/cpn-crc-destination-chinese-new-year/ Wed, 04 Feb 2026 11:10:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1173755 ภาพโปรโมทแคมเปญ ‘The Great Chinese New Year 2026’ ของ CPN และ CRC ตกแต่งศูนย์การค้าด้วยธีม ‘The Gallop of Tian Ma’ หรือ ม้าสวรรค์

เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และ เซ็นทรัล รีเทล (CRC) ประกาศความ […]

The post ทุ่ม 600 ล้านรับปีม้า! CPN ผนึก CRC ชูโมเดล ‘Complete Destination’ มัดรวม ‘จับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว’ ไว้ในที่เดียว คาดทราฟฟิกพุ่ง 30% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโปรโมทแคมเปญ ‘The Great Chinese New Year 2026’ ของ CPN และ CRC ตกแต่งศูนย์การค้าด้วยธีม ‘The Gallop of Tian Ma’ หรือ ม้าสวรรค์

เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และ เซ็นทรัล รีเทล (CRC) ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ต้อนรับศักราชใหม่ ทุ่มงบ 600 ล้านบาท รับเทศกาลตรุษจีนปีมะเมียมหามงคล เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกและการสร้างประสบการณ์ระดับโลกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของคนทุกเจเนอเรชัน

 

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า ตรุษจีนในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ประเพณี แต่ได้ยกระดับสู่การเป็น ‘Cultural Identity’ ระดับโลก ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านไลฟ์สไตล์และเศรษฐกิจ สอดคล้องกับเทรนด์โลก (Global Trend 2026) ที่กระแส ‘Next Asian Wave’ หรืออิทธิพลของวัฒนธรรมเอเชีย โดยเฉพาะจีน กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลก ทั้งในวงการแฟชั่น (C-Fashion) แบรนด์สินค้า (C-Brands) และอุตสาหกรรมบันเทิง

 

“เรามองเห็นโอกาสในการสร้าง ‘Complete Destination’ ที่รวบรวมกิจกรรม จับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว ไว้ในที่เดียว เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและสร้างประสบการณ์ที่ร่วมสมัย ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าใช้บริการ (Traffic) ได้ราว 25-30%”

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insight) พบว่ามุมมองต่อเทศกาลตรุษจีนมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเจเนอเรชันอย่างน่าสนใจ:

 

  • Gen Z (Identity Explorers): มองตรุษจีนในมุมของไลฟ์สไตล์และความเชื่อที่เป็นแฟชั่น (Faith as Fashion) กว่า 73.2% ของกลุ่มนี้มีการใช้จ่ายกับสินค้ามูเตลูที่มีดีไซน์ทันสมัย เช่น เครื่องรางมินิมอล หรือกล่องสุ่ม เพื่อนำไปสร้างคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดีย
  • Gen X-Y (Soloist / Alpha Parenting): กลุ่มวัยทำงานที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีลูก จะเน้นการใช้จ่ายเพื่อคนในครอบครัว ควบคู่ไปกับการหาที่พึ่งทางใจผ่านความเชื่อและการมูเตลู
  • Baby Boomers (Active Aging): ยังคงเป็นกำลังซื้อหลักของเทศกาล ให้ความสำคัญกับประเพณีดั้งเดิม การไหว้เจ้า และการทำกิจกรรมร่วมกับลูกหลาน

 

ด้าน ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมถึงภาพรวมเศรษฐกิจว่า ตรุษจีนถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไตรมาสแรก โดยอ้างอิงข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ระบุว่า ปีที่ผ่านมามีเม็ดเงินสะพัดกว่า 51,000 ล้านบาท และในปีนี้ ด้วยปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวที่ ททท. ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยกว่า 6.7 ล้านคน จะเป็นแรงส่งให้การจับจ่ายใช้สอยคึกคักยิ่งขึ้น

 

“ความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัลพัฒนาและเซ็นทรัล รีเทล ในครั้งนี้ คือการผนึกกำลังของระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่งที่สุด ครอบคลุมห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในเครือกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ออฟไลน์และออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ และกระตุ้นยอดขายภาพรวมของกลุ่ม CRC ให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

 

รวิศรา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริหารกลุ่มการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันได้เตรียมกิจกรรมและโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ทั้งการตกแต่งสถานที่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นแลนด์มาร์กสำหรับการเช็คอิน โดยเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม และกิจกรรมลุ้นรับรางวัลที่ห้างโรบินสันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความคึกคักและบรรยากาศการจับจ่ายที่ดีตั้งแต่ต้นปี

 

สำหรับแคมเปญ ‘The Great Chinese New Year 2026’ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 มีนาคม 2569 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเนรมิตแลนด์มาร์กฉลองตรุษจีนด้วยคอนเซ็ปต์ ‘The Gallop of Tian Ma’ หรือ ม้าสวรรค์ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมโชว์สุดพิเศษและการสักการะเทพเจ้าเสริมมงคลกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์เทศกาลระดับโลก

The post ทุ่ม 600 ล้านรับปีม้า! CPN ผนึก CRC ชูโมเดล ‘Complete Destination’ มัดรวม ‘จับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว’ ไว้ในที่เดียว คาดทราฟฟิกพุ่ง 30% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/cpn-black-friday/ Thu, 25 Dec 2025 08:00:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1157121 ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL]

ปรากฏการณ์ Black Friday ในไทยปีนี้ฉายภาพชัดเจนขึ้นเรื่อ […]

The post ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL]

ปรากฏการณ์ Black Friday ในไทยปีนี้ฉายภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่ากลายเป็นวาระแห่งชาติของการช้อปปิ้งที่ขาดไม่ได้ เมื่อผู้นำศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ ขยับตัวจัดแคมเปญ ‘BLACK FRIDAY ช้อปติดสปีดที่เซ็นทรัล 2025’ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

ผลลัพธ์ที่ได้คือความสำเร็จที่จับต้องได้ ด้วยยอดขายภาพรวมที่เติบโตขึ้นกว่า 24% เมื่อเทียบกับปี 2567 กลายเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่บอกว่ากำลังซื้อไตรมาส 4 ยังคงคึกคักและเปี่ยมด้วยศักยภาพเฉกเช่นทุกปี หากผู้ประกอบการสามารถนำเสนอดีลที่โดนใจในช่วงเวลาที่ใช่

 

บรรยากาศตลอด 4 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. ถึง 1 ธ.ค. สะท้อนภาพความสำเร็จที่จับต้องได้ เพราะศูนย์การค้าเซ็นทรัลกลายเป็นจุดหมายปลายทางหลักที่ผู้บริโภคมุ่งหน้ามา ทันทีที่ประตูเปิดเราได้เห็นภาพผู้คนจำนวนมากตั้งใจมาจับจ่ายใช้สอยอย่างจริงจัง

 

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] 1

 

ที่สำคัญยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 24% ยืนยันสถานะความเป็น ‘The Biggest Shopping Destination’ ของเซ็นทรัลพัฒนาได้เป็นอย่างดี เพราะสุดท้ายแล้วตัวเลขเม็ดเงินที่สะพัดจริงคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดของการทำธุรกิจรีเทล

 

สิ่งที่น่าสนใจของแคมเปญปีนี้คือการจับจังหวะเวลาได้ถูกจุด การจัด Black Friday ช่วงรอยต่อสิ้นเดือนชนต้นเดือน เป็นช่วงที่เงินเดือนออกและคนเริ่มมองหาของขวัญปีใหม่ การดึงแบรนด์ดังกว่า 1,400 แบรนด์มารวมตัวกัน จึงเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดที่รอคอยช่วงเวลานี้ ส่งผลให้บรรยากาศการช้อปปิ้งของไทยปีนี้คึกคักและมีสีสันไม่แพ้เมืองนอก

 

Fashion Destination สนามประลองความคุ้มที่ ‘สายแฟ’ ยอมจ่าย

 

ความสำเร็จนี้ยังได้รับการยืนยันจากข้อมูลเชิงลึกของ The 1 ที่ชี้ว่าผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Young Gen และ Office Worker ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าหรือ ‘Value-for-Money’ มากที่สุด ส่งผลให้ 5 หมวดยอดนิยมอย่าง Fashion & Lifestyle, IT & Gadget, Beauty Clinic, Dining & Café และ Home & Living เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

โดยเฉพาะ Fashion Destination ที่เปรียบเสมือนสนามประลองความคุ้มที่ ‘สายแฟ’ ยอมจ่าย และเป็นพระเอกตัวจริงที่ขับเคลื่อนแคมเปญนี้ เพราะครองสัดส่วนความสนใจสูงสุด ปัจจัยหลักมาจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนวิธีคิดในการช้อปปิ้ง พวกเขาไม่ได้มองหาแค่เสื้อผ้าราคาถูก แต่มองหาความคุ้มค่าจากแบรนด์ชั้นนำที่ตัวเองชื่นชอบ

 

คนกลุ่มนี้ขับเคลื่อนการซื้อด้วยอาการ FOMO หรือความกลัวที่จะพลาดดีลที่ดีที่สุด ดีลส่วนลดที่แตะระดับสูงสุด 90% และโปรโมชั่น On-top ที่ซ้อนกันหลายต่อ ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการตัดสินใจชั้นดี

 

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] 2‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] 3

 

นั่นเพราะสินค้าแฟชั่นเป็นหมวดที่ต้องอาศัยอารมณ์ในการซื้อสูง การได้เห็นสินค้าจริง ได้ลองสวมใส่ และเห็นราคาที่คุ้มค่าจนยากจะปฏิเสธ ทำให้เกิดบรรยากาศการช้อปที่สนุกสนาน ผู้บริโภครู้สึกว่านี่คือนาทีทองในการอัปเดตตู้เสื้อผ้าหรือเปลี่ยนลุคใหม่รับปี 2026 ในราคาที่จับต้องได้

 

ความครบครันของแบรนด์แฟชั่นในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ตั้งแต่ Luxury High Street ไปจนถึง Fast Fashion ทำให้ลูกค้าไม่ต้องแวะไปหลายที่ มาที่เดียวจบครบทุกลุค

 

ด้วยเหตุนี้ภาพของถุงช้อปปิ้งจากแบรนด์ดังที่ละลานตาในมือลูกค้า คือเครื่องยืนยันว่าหมวดแฟชั่นยังคงเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์จริง สมศักดิ์ศรีการเป็น Fashion Destination เบอร์ต้นของประเทศ

 

IT & Gadget ซื้อเพราะถึงรอบเปลี่ยน

 

อีกหนึ่งหมวดสินค้าที่ทำตัวเลขได้น่าสนใจไม่แพ้กันคือ IT & Gadget ซึ่งกลายเป็นสินค้าดาวรุ่งประจำปีนี้ สอดคล้องกับข้อมูลจาก NielsenIQ ที่ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมครั้งสำคัญว่า Black Friday ได้เปลี่ยนภาพจากเทศกาลลดราคา มาเป็นจังหวะที่ผู้บริโภครอคอยเพื่ออัปเกรดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีที่มีวงจรการเปลี่ยนสินค้า หรือ Replacement Cycle ที่ชัดเจน

 

ข้อมูลยังระบุชัดเจนว่าดีมานด์ในช่วงสัปดาห์ Black Friday ปรับตัวสูงขึ้นทุกปี โดยผู้บริโภคไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ส่วนลด แต่โฟกัสที่ความคุ้มค่าเป็นหลัก แบรนด์จึงแข่งขันกันนำเสนอดีลที่มาพร้อมคุณภาพที่ตอบโจทย์ เพื่อดึงดูดกำลังซื้อปลายปีที่พุ่งขึ้นอย่างมาก จนทำให้สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของยอดขายในครั้งนี้

 

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] 4

 

ลบภาพจำเดิม สู่มหกรรม ‘ลดทั้งศูนย์’ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

 

ความสำเร็จอีกประการของเซ็นทรัลพัฒนา คือการขยายขอบเขตของ Black Friday ให้กว้างกว่าแค่เรื่องเสื้อผ้าและไอที เป็นการ ‘ลดทั้งศูนย์’ เพื่อดึงดูดลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัวที่มองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าและของแต่งบ้าน ซึ่งพาเหรดกันมาจัดโปรโมชั่นแรงไม่แพ้หมวดอื่น หรือกลุ่มคนรักสวยรักงามที่เทรนด์การดูแลตัวเองยังคงมาแรงต่อเนื่อง ทำให้สินค้าบิวตี้กลายเป็นอีกหนึ่งหมวดที่สร้างยอดขายได้มากไม่แพ้กัน

 

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] 5‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] 6

 

แม้กระทั่งเรื่องกินดื่มที่เป็นไลฟ์สไตล์หลักของคนไทย หมวด Dining & Café ก็ถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญอย่างกลมกลืน ด้วยโปรโมชั่นทานครบรับคะแนน The 1 เพิ่ม หรือสิทธิพิเศษจากร้านดังอย่าง Haidilao และร้านขนมหวานสุดฮิต การเติมเต็ม Ecosystem เรื่องอาหารการกิน ทำให้ลูกค้าใช้เวลาอยู่ในศูนย์การค้านานขึ้น จนเกิดการเชื่อมโยงการจับจ่ายข้ามหมวดสินค้าไปโดยปริยาย

 

ภาพรวมของแคมเปญนี้จึงเป็นการผสมผสานไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ทั้งการทานข้าว ดูหนัง และช้อปปิ้งเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ความสำเร็จของ BLACK FRIDAY 2025 ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า เซ็นทรัลพัฒนา ได้ก้าวข้ามบทบาทการเป็นเพียงเจ้าของสถานที่ สู่การเป็นผู้กำหนดเทรนด์และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรีเทลไทย โดยเปลี่ยนวันธรรมดาปลายปี ให้กลายเป็นช่วงเวลา ‘Golden Week’ ที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างวิน-วินกันถ้วนหน้า

 

‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] 7

 

การขยับตัวของยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกในครั้งนี้ ได้ส่งสัญญาณชัดเจนไปยังตลาดว่า Black Friday เวอร์ชันไทยแลนด์ ภายใต้การนำของ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ ได้ก้าวข้ามคำว่ามหกรรมลดราคาไปสู่การเป็น ‘Culture’ ของการช้อปปิ้งท้ายปีที่ทุกคนรอคอย และเชื่อได้เลยว่าในปีหน้า มาตรฐานความคุ้มค่าและความยิ่งใหญ่จะถูกยกระดับให้สูงขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน

The post ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ สร้างปรากฏการณ์ Black Friday 2025 สู่วาระช้อปแห่งชาติ ดันยอดขายพุ่ง 24% ครองแชมป์ Shopping Destination ที่คนไทยเลือก [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัล หาดใหญ่ ตั้งศูนย์อำนวยการน้ำท่วม ทั้งประสานช่วยเหลือ พร้อมเปิดจุดรับบริจาคทุกสาขาทั่วประเทศ https://thestandard.co/central-hatyai-flood-relief-donation/ Sat, 29 Nov 2025 05:27:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1149481 เซ็นทรัล หาดใหญ่ ตั้งศูนย์อำนวยการน้ำท่วม ทั้งประสานช่วยเหลือ พร้อมเปิดจุดรับบริจาคทุกสาขาทั่วประเทศ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผนึกพันธมิตรหลายภาคส […]

The post เซ็นทรัล หาดใหญ่ ตั้งศูนย์อำนวยการน้ำท่วม ทั้งประสานช่วยเหลือ พร้อมเปิดจุดรับบริจาคทุกสาขาทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัล หาดใหญ่ ตั้งศูนย์อำนวยการน้ำท่วม ทั้งประสานช่วยเหลือ พร้อมเปิดจุดรับบริจาคทุกสาขาทั่วประเทศ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผนึกพันธมิตรหลายภาคส่วน จัดตั้ง ‘ศูนย์อำนวยการภัยพิบัติน้ำท่วม ไทยรวมใจที่เซ็นทรัล’ ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ เพื่อเป็นศูนย์กลางรองรับการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการประสานงาน การอำนวยความสะดวกต่อการดำรงชีวิตของผู้ประสบภัยในยามวิกฤต โดยกลุ่มเซ็นทรัล ได้สนับสนุนรถในการขนส่งและกระจายสิ่งของบริจาคในจุดต่างๆ ไปยังพื้นที่หาดใหญ่

 

สำหรับบทบาท ศูนย์อำนวยการภัยพิบัติน้ำท่วม ไทยรวมใจที่เซ็นทรัล จะขับเคลื่อนภารกิจช่วยเหลือ ดังนี้

 

  1. ศูนย์ประสานงาน hotline รับ–ส่งต่อข้อมูล และสิ่งของช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่
  2. Relief Transit Hub จุดเปลี่ยนถ่ายสิ่งของบริจาค ส่งต่อไปยังศูนย์พักพิงและจุดช่วยเหลืออื่น
  3. โรงครัวกลาง แจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มแก่ผู้ประสบภัยและทีมปฏิบัติการ
  4. บริการรับฝากรถยนต์ ดูแลรถที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 800 คัน เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
  5. เปิดพื้นที่ร้านค้าจำเป็นต่อการใช้ชีวิต ณ ชั้น G และ 1 ครอบคลุม ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านยารักษาโรค ร้านแว่นตา และร้านขายสินค้าสาธารณูปโภค
  6. ศูนย์ช่วยเหลือดูแลสัตว์ที่อพยพหนีน้ำท่วม

 

ทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือจากพันธมิตรหลายภาคส่วน และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ ได้เปิดจุดรับบริจาค ‘ไทยรวมใจที่เซ็นทรัล’ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังพื้นที่อุทกภัยในภาคใต้ โดยมี เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เป็นจุดรับสิ่งของจากสาขาทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อการช่วยเหลือไปยังเซ็นทรัล หาดใหญ่ และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

 

พร้อมเชิญชวนร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่เซ็นทรัลใกล้บ้าน ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พาร์ค, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, รามอินทรา, ปิ่นเกล้า, มารีนา, พระราม 3, บางนา, พระราม 2, แจ้งวัฒนะ, พัทยา, อุดร, ชลบุรี, ขอนแก่น, เชียงราย, พิษณุโลก, พระราม 9, สุราษฎร์ธานี, ลำปาง, อุบล, เชียงใหม่ (แอร์พอร์ต), เชียงใหม่ (เฟสใหม่), หาดใหญ่, สมุย, ศาลายา, ระยอง, ภูเก็ต (เฟสติวัล), ภูเก็ต (ฟลอเรสต้า), เวสต์เกต, อีสต์วิลล์, นครศรี, โคราช, มหาชัย, วิลเลจ, ศรีราชา, อยุธยา, จันทบุรี, เวสต์วิลล์, นครสวรรค์, นครปฐม, กระบี่, เอสพลานาด รัชดา โดยสิ่งของทั้งหมดจะส่งต่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยในภาคใต้ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

The post เซ็นทรัล หาดใหญ่ ตั้งศูนย์อำนวยการน้ำท่วม ทั้งประสานช่วยเหลือ พร้อมเปิดจุดรับบริจาคทุกสาขาทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN ทุ่ม 800 ล้าน ผนึก ททท. และดิสนีย์ ใช้กลยุทธ์ Festival Economy ดันแคมเปญส่งท้ายปี หวังเพิ่มยอดทราฟฟิกเข้าศูนย์ฯ 25-30% https://thestandard.co/cpn-800m-partners-disney-festival/ Thu, 20 Nov 2025 01:14:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1145212 CPN ทุ่ม 800 ล้าน ผนึก ททท. และ ดิสนีย์ ใช้กลยุทธ์ Festival Economy ดันแคมเปญส่งท้ายปี หวังเพิ่มยอดทราฟฟิกเข้าศูนย์ฯ 25-30%

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เดินหน้าขับ […]

The post CPN ทุ่ม 800 ล้าน ผนึก ททท. และดิสนีย์ ใช้กลยุทธ์ Festival Economy ดันแคมเปญส่งท้ายปี หวังเพิ่มยอดทราฟฟิกเข้าศูนย์ฯ 25-30% appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN ทุ่ม 800 ล้าน ผนึก ททท. และ ดิสนีย์ ใช้กลยุทธ์ Festival Economy ดันแคมเปญส่งท้ายปี หวังเพิ่มยอดทราฟฟิกเข้าศูนย์ฯ 25-30%

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยประกาศความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย จำกัด ทุ่มงบประมาณกว่า 800 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี ‘The Magical Stars’ โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้พลังของงานเทศกาล หรือ Festival Economy เข้ามาช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เกิดความคึกคักทั่วประเทศ

 

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า กลยุทธ์หลักในไตรมาสสุดท้ายคือการสร้างพื้นที่แห่งประสบการณ์ (Creating Experiences) โดยปีนี้ได้นำลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ระดับโลกจากดิสนีย์มาเนรมิตบรรยากาศในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นแม็กเน็ตสำคัญในการดึงดูดผู้คน

 

“การผนึกกำลังกับดิสนีย์ในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ความสุขระดับโลกที่เข้าถึงได้ง่าย โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งบริษัทคาดการณ์ว่าแคมเปญนี้จะช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าใช้บริการ (Traffic) ได้กว่า 25-30% ทั่วประเทศในช่วงปลายปี”

 

ความพิเศษของแคมเปญในปีนี้คือการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับความเป็นสากล โดยมีการนำเสนอต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ไทยและคาแรกเตอร์มิคกี้ เมาส์ และมินนี่ เมาส์ ในชุดผ้าไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการนำลวดลายผ้าพื้นเมืองจาก 8 จังหวัดมาตัดเย็บจริง เพื่อเป็นการยกระดับสินค้าหัตถกรรมไทยสู่สายตาชาวโลก สอดคล้องกับนโยบายของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น

 

นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างเหตุผลในการเดินทางท่องเที่ยว (Reason to Visit) ให้กับจังหวัดต่างๆ ผ่านการตกแต่งต้นคริสต์มาสที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค เช่น ต้นคริสต์มาสผ้าบาติกที่หาดใหญ่ หรือต้นคริสต์มาสหมอกพันวาที่เชียงราย ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจระดับภูมิภาคให้เติบโต

 

ด้าน ปรีชา อาชามงคล Director – Brand Commercialization, Thailand & Vietnam บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างดิสนีย์และเซ็นทรัลพัฒนา มุ่งหวังที่จะสร้างความสุขให้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย ผ่านเรื่องราวและตัวละครอันเป็นสัญลักษณ์และเหนือกาลเวลาของดิสนีย์ที่ทุกคนรักและเติบโตมาด้วยกัน

 

สำหรับพื้นที่ไฮไลต์อย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้ถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่จัดงานธีมดิสนีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย (นอกสวนสนุกดิสนีย์) บนพื้นที่กว่า 3,500 ตารางเมตร โดยรวบรวมคาแรกเตอร์ยอดนิยมจากพิกซาร์และดิสนีย์ไว้อย่างครบครัน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลเคานต์ดาวน์ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของโลก

 

ขณะที่สาขาอื่นๆ ทั่วประเทศจะมีการตกแต่งในธีมที่แตกต่างกัน ทั้งธีม Magic Town และ Magic Castle เพื่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางข้ามพื้นที่

 

นอกจากการดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศแล้ว เซ็นทรัลพัฒนายังวางกลยุทธ์เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะใน Tourist Malls 12 แห่งทั่วประเทศ ทั้งกลุ่มระยะใกล้จากเอเชีย และกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงจากตะวันออกกลางและยุโรป
โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านการชำระเงินและแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นการใช้จ่ายตั้งแต่ก่อนการเดินทาง ซึ่งแคมเปญดังกล่าวจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ไปจนถึงวันที่ 11 มกราคม 2569

The post CPN ทุ่ม 800 ล้าน ผนึก ททท. และดิสนีย์ ใช้กลยุทธ์ Festival Economy ดันแคมเปญส่งท้ายปี หวังเพิ่มยอดทราฟฟิกเข้าศูนย์ฯ 25-30% appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN โชว์กำไร Q3/68 พุ่ง 31% แตะ 5.4 พันล้านบาท ชี้ ‘ศูนย์การค้า’ คือพระเอกดันรายได้ รวมถึงการเปิด ‘เซ็นทรัล พาร์ค’ https://thestandard.co/cpn-malls-drive-record-profit/ Fri, 14 Nov 2025 10:06:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1143428 CPN โชว์กำไร Q3/68 พุ่ง 31% แตะ 5.4 พันล้านบาท ชี้ ‘ศูนย์การค้า’ คือพระเอกดันรายได้ รวมถึงการเปิด ‘เซ็นทรัล พาร์ค’

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยผลปร […]

The post CPN โชว์กำไร Q3/68 พุ่ง 31% แตะ 5.4 พันล้านบาท ชี้ ‘ศูนย์การค้า’ คือพระเอกดันรายได้ รวมถึงการเปิด ‘เซ็นทรัล พาร์ค’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN โชว์กำไร Q3/68 พุ่ง 31% แตะ 5.4 พันล้านบาท ชี้ ‘ศูนย์การค้า’ คือพระเอกดันรายได้ รวมถึงการเปิด ‘เซ็นทรัล พาร์ค’

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 โดยมีรายได้รวม 13,558 ล้านบาท เติบโตขึ้น 10% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 5,424 ล้านบาท เติบโต 31% จากปีก่อนหน้า (YoY) โดยระบุว่าผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมั่นคงนี้มีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจศูนย์การค้า

 

ณ สิ้นไตรมาส 3 บริษัทฯ ยังคงรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราภาระหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.50 เท่า

 

นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินการบัญชี และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน CPN กล่าวว่า ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 มีปัจจัยสำคัญมาจากความสำเร็จของโครงการ ‘เซ็นทรัล พาร์ค’ ที่เปิดให้บริการในเดือนกันยายน ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากศูนย์การค้าเดิม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์ Holistic Partnership Solution และการนำเสนอแบรนด์ใหม่ๆ

 

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เพิ่มเติม และการบริหารต้นทุนพลังงานที่ลดลง ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร (SG&A) อย่างมีวินัย

 

นภารัตน์ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า เริ่มเห็นการฟื้นตัวในเดือนกันยายนต่อเนื่องถึงตุลาคม โดยมีปัจจัยหนุนจากภาคการผลิตที่ทยอยฟื้นตัว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส และ โครงการเที่ยวดีมีคืน ซึ่งเซ็นทรัลพัฒนามีศูนย์การค้า 40 แห่ง ครอบคลุม 23 จังหวัด โดยอยู่ในเมืองรอง 8 แห่งที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว

 

ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา CPN ได้ตอกย้ำความสำเร็จของโมเดล RETAIL-LED MIXED-USE ผ่านการเปิด 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ ‘เซ็นทรัล พาร์ค’ ในกรุงเทพฯ และ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ซึ่งมีทราฟฟิกในวันเปิดตัวกว่า 40,000 คน

 

บริษัทฯ ยังได้ประกาศแผนการเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 โดยเตรียมพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ‘Central Khonkaen Campus’ ซึ่งเป็นโครงการแห่งที่ 2 ในขอนแก่น และ ‘Central Northville’ รัตนาธิเบศร์ ซึ่งจะเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในนนทบุรี โดยมีกำหนดเปิดในไตรมาส 2 ปี 2569 ตามด้วยเมกะโปรเจกต์ ‘The Central’ พหลโยธิน ซึ่งจะเป็นศูนย์การค้าแฟล็กชิพในไตรมาส 4 ปี 2569

 

สำหรับแผนงานที่ใกล้จะเปิดตัว ได้แก่ GO HOTEL Bangkok Suvarnabhumi Airport ในไตรมาส 4 ปี 2568 และโครงการคอนโด Phyll Khon Kaen ที่จะเปิดขายในปี 2569

 

ณ สิ้นปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนาจะมีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานทั้งหมด 44 โครงการ (รวมในมาเลเซีย, เอสพละนาด และเมกา บางนา), คอมมูนิตี้ มอลล์ 16 โครงการ, อาคารสำนักงาน 11 อาคาร, โรงแรม 11 แห่ง และโครงการที่พักอาศัย 51 โครงการ

The post CPN โชว์กำไร Q3/68 พุ่ง 31% แตะ 5.4 พันล้านบาท ชี้ ‘ศูนย์การค้า’ คือพระเอกดันรายได้ รวมถึงการเปิด ‘เซ็นทรัล พาร์ค’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 2.5 พันล้านบุกอสังหาฯ หรูกระบี่ เปิด 2 โครงการใหม่ทั้งบ้านและคอนโดฯ ชี้ที่ดินยังถูกกว่าภูเก็ต 2 เท่า https://thestandard.co/central-krabi-luxury-realestate-launch/ Sat, 08 Nov 2025 06:07:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1140980 เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 2.5 พันล้านบุกอสังหาฯ หรู **กระบี่** เปิด 2 โครงการใหม่ทั้งบ้านและคอนโดฯ ชี้ที่ดินยังถูกกว่า **ภูเก็ต** 2 เท่า

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กำลังขยายพอ […]

The post เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 2.5 พันล้านบุกอสังหาฯ หรูกระบี่ เปิด 2 โครงการใหม่ทั้งบ้านและคอนโดฯ ชี้ที่ดินยังถูกกว่าภูเก็ต 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 2.5 พันล้านบุกอสังหาฯ หรู **กระบี่** เปิด 2 โครงการใหม่ทั้งบ้านและคอนโดฯ ชี้ที่ดินยังถูกกว่า **ภูเก็ต** 2 เท่า

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กำลังขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจที่อยู่อาศัยไปยังตลาดหัวเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง โดยปักหมุด ‘กระบี่’ เป็นเดสติเนชันล่าสุด ด้วยการเปิดตัว 2 โครงการหรูมูลค่ารวมกว่า 2.5 พันล้านบาท

 

กรี เดชชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า กระบี่กำลังเปลี่ยนผ่านจากเมืองท่องเที่ยว (Tourism City) ไปสู่เมืองแห่งการลงทุน (Investment City) อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากมีปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการอยู่อาศัย

 

จุดเด่นที่สำคัญคือ ราคาที่ดินเฉลี่ยในทำเลศักยภาพของกระบี่ ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยอยู่ที่ประมาณ 70,000–75,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งต่ำกว่าภูเก็ตมากกว่า 2 เท่า จึงยังมีช่องว่างในการเติบโตระยะยาว และดึงดูดดีมานด์ทั้งจากคนในพื้นที่ นักลงทุนรุ่นใหม่ และชาวต่างชาติกลุ่ม Long-Stay

 

เพื่อตอบรับการเติบโตดังกล่าว เซ็นทรัลพัฒนา ได้เปิด 2 โครงการใหม่ที่อยู่ตรงข้ามกับเซ็นทรัลกระบี่ประกอบด้วย

 

1.บ้านนินญา กระบี่ (Baan Ninya Krabi) โครงการบ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท บนพื้นที่ 48 ไร่ จำนวน 100 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 16–25 ล้านบาท

 

2.ฟีล กระบี่ (Phyll Krabi) โครงการลักชัวรีคอนโดมิเนียม Low-rise 4 ชั้น 5 อาคาร มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท บนพื้นที่ 8 ไร่ จำนวน 160 ยูนิต ราคา 3.99–10 ล้านบาท

 

“กลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มลูกค้าระดับ Super Premium ซึ่งน่าสนใจว่า กว่า 80% เป็นคนไทย (ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่) และอีก 20% เป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดพรีเมียมในกระบี่ที่กำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง”

 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศจะยังมีความผันผวน แต่ตลาดอสังหาฯ ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างกระบี่กลับมีสัญญาณบวก โดยเฉพาะในกลุ่ม Super Premium ที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาการลงทุนระยะยาว

 

โดยงผลตอบรับในช่วงพรีเซล (25-26 ต.ค.) ว่าเป็นที่น่าพอใจโดยเฉพาะโครงการ ฟีล กระบี่ ซึ่งสามารถทำยอดขายในวันแรกได้ถึง 20% หรือคิดเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท แม้ว่าจะมีราคาขายเฉลี่ยค่อนข้างสูงที่ตารางเมตรละ 1.3–1.4 แสนบาท โดยลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มที่อยู่ในกระบี่

 

ในส่วนของโครงการ บ้านนินญา กระบี่ ที่เปิดจองไปในเดือนกันยายน มียอดขายแล้ว 230 ล้านบาท โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการในภาคการส่งออกและธุรกิจท่องเที่ยว สำหรับเฟสแรกที่เป็นบ้านพร้อมโอน (ประมาณ 10% ของทั้งหมด) มียอดจองแล้วกว่า 90% เหลือเพียง 1 หลังสุดท้าย ราคา 28 ล้านบาท

 

สำหรับแผนการก่อสร้าง คอนโด ฟีล กระบี่ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งคาดว่า ณ เวลานั้นจะมียอดขายแตะ 50% ส่วนโครงการบ้านนินญา กระบี่ วางแผนการพัฒนาทั้งหมดภายใน 4-5 ปี

 

ทั้งนี้ยังมีที่ดินว่างอีก 25 ทว่าเหมาะสำหรับสร้างเป็นพื้นที่เชิงพาณิชน์มากว่าที่จะสร้างเป็นที่อยู่อาศัย จึงยังอยู่ในระหว่างวางแผนการพัฒนาอยู่

The post เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 2.5 พันล้านบุกอสังหาฯ หรูกระบี่ เปิด 2 โครงการใหม่ทั้งบ้านและคอนโดฯ ชี้ที่ดินยังถูกกว่าภูเก็ต 2 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ โครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 4,500 ล้านบาท ของเซ็นทรัลพัฒนา เปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้! https://thestandard.co/central-krabi-mix-used-project-opening/ Fri, 24 Oct 2025 13:43:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1135079

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ (24 ต.ค.) สำหรับ ‘เซ […]

The post สำรวจ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ โครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 4,500 ล้านบาท ของเซ็นทรัลพัฒนา เปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ (24 ต.ค.) สำหรับ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัดกระบี่และแห่งที่ 6 ในภาคใต้ ด้วยมูลค่าการลงทุน 4,500 ล้านบาท ซึ่งนี่ถือเป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 44 ของเซ็นทรัลพัฒนา

 

“เซ็นทรัล กระบี่จะช่วยเสริมศักยภาพของเมืองในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของผู้คน และเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของไทยที่มุ่งสู่มาตรฐาน EDGE Zero เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และศูนย์กลางของประสบการณ์ Sustainable Tourism แห่งใหม่ของไทย” วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าว 

 

เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส

 

ตัวโครงการมีพื้นที่โครงการรวม 114 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้าพื้นที่ 54 ไร่ พื้นที่อาคารรวม (GBA) 86,609 ตารางเมตร, โครงการที่อยู่อาศัย BAAN NINYA KRABI วิลล่าหรูวิวภูเขา , คอนโดมิเนียมหรูบรรยากาศรีสอร์ต PHYLL และ โรงแรม ที่อยู่ระหว่างคัดเลือกเชนที่จะเข้ามาบริหาร 

 

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา ให้เหตุผลที่เลือกมาเปิดศูนย์การค้าที่นี่ว่า กระบี่เป็นหนึ่งในจังหวัดศักยภาพสูงของภาคใต้ เป็น Tourism Powerhouse of Andaman ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2567 กว่า 91,000 ล้านบาท ติด Top 5 ของประเทศ (ไม่รวมกรุงเทพฯ) และ Top ของภาคใต้

 

คาดว่าปี 2568 รายได้จากการท่องเที่ยวจะเติบโตแตะ 1 แสนล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 6.3 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป, มาเลเซีย, อินเดีย และสิงคโปร์ 

 

นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งของจังหวัดกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการขยายท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เทอร์มินอลใหม่ ที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 8 ล้านคนต่อปี โดยล่าสุดมีจำนวนเที่ยวบินในเดือนต.ค. 2568 เฉลี่ย 900 เที่ยว 

 

และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่น โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรป สแกนดิเนเวีย อินเดีย ตะวันออกกลางและเอเชียที่มีการเชื่อมต่อเส้นทางบินใหม่กว่า 40 เที่ยวต่อสัปดาห์

 

เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส

 

อีกทั้งยังมีโครงการ ท่าเรือวงแหวนอันดามัน ที่เชื่อม กระบี่–ภูเก็ต–พังงา เป็น Triangle of Andaman รองรับเรือเฟอร์รี่ความเร็วสูง สร้าง Seamless Connectivity ครบทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล 

 

แน่นอนการที่ CPN จะไปปักหลักที่ไหนย่อมต้องดูว่า มีโอกาสด้านธุรกิจมากน้อยแค่ไหน ซึ่งด้านประชากรในจังหวัดมีกำลังซื้อเติบโตต่อเนื่องจากทั้งคนในพื้นที่ และแรงหนุนของนักท่องเที่ยวคุณภาพ 

 

โดยกระบี่มีประชากรราว 480,000 คน แต่อยู่ในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงของภาคใต้ โดยกว่า 70% เป็นคนวัยทำงาน วัยรุ่น และครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีกำลังใช้จ่ายและเปิดรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ 

 

อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว นักลงทุนรุ่นใหม่ รวมถึง Expats และ Long-Stay Residents ที่เข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของจังหวัดกระบี่

 

ที่น่าสนใจคือข้อมูลจาก The 1 Insight คนกระบี่ส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง ด้านภาพรวมการใช้จ่ายภาคใต้ พบมีการใช้จ่ายสูงสุด เฉลี่ยกว่า 10,000 บาทต่อบิล ในกลุ่มสินค้า Luxury ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 2 เท่า และเพิ่มขึ้นกว่า 22% ในช่วง High Season โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่น มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยเกือบ 20,000 บาทต่อบิล 

 

เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส

 

“ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของกลุ่มลูกค้าภาคใต้ที่มีกำลังซื้อสูง และมีความพร้อมในการจับจ่ายสินค้าพรีเมียม การเปิดศูนย์การค้าใหม่ในพื้นที่จึงช่วยตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าว

 

ในศูนย์การค้าได้รวมกว่า 300 แบรนด์ชั้นนำ ครบทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งกิน ดื่ม ช้อป สุขภาพ และความบันเทิง รวมแบรนด์ยอดนิยมจากกรุงเทพฯ เช่น Souri, Bonchon, Boost Juice, Bearhouse, Adidas, Beautrium, LUSH พร้อมดึงร้านอาหารดังท้องถิ่นและคาเฟ่ชื่อดังของภาคใต้มาไว้ในที่เดียว อาทิ Much & Mellow, ธงทะเลซีฟู้ด, Kopi Tiam, และ Kinlenn Eatery & Play 

 

ครบด้วยแบรนด์ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป ได้แก่ Tops, Auto1, Supersports, B2S, Power Buy และไฮไลต์สำหรับครอบครัว เช่น Jetts Fitness 24 ชั่วโมง , HarborLand ครั้งแรกของภาคใต้ และ SF Cinema ระบบ All Laser Projection รวมทุกประสบการณ์การใช้ชีวิตไว้ในที่เดียว สำหรับทั้งคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว และครอบครัวรุ่นใหม่

 

ที่สำคัญ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ยังได้มุ่งสู่การเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรอง EDGE Zero ด้วยมาตรฐานอาคารสีเขียวระดับโลก ครอบคลุม 4 ด้านหลัก

 

เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส เซ็นทรัล กระบี่ เปิดตัว Central Krabi มิกซ์ยูส

 

  1. Energy Saving: ลดพลังงานกว่า 40% พร้อม Solar Cell 14,400 ตร.ม. ผลิตไฟฟ้า 3.2 เมกะวัตต์ มากที่สุดของศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล 
  2. Waste Management: ถนน Green Road ยาวกว่าครึ่งกิโลเมตร ทำจากพลาสติกรีไซเคิลและ Biochar พร้อม Recycle Station แลกขยะเป็นเงินได้ 
  3. Upcycling & Art: แปลงขยะทะเลเป็นงานศิลป์และตกแต่งแลนด์สเคป 
  4. Krabi CSR Collection: ร่วมกับ แบรนด์ Sabina, Good Goods แปรรูปแหอวนทะเลรีไซเคิลเป็นเสื้อผ้า และคอลเลกชันรักษ์โลกจาก Hug Craft

 

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา ได้ตั้งเป้าทราฟฟิกกว่า 25,000 คน/วัน สำหรับเซ็นทรัล กระบี่

 

The post สำรวจ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ โครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 4,500 ล้านบาท ของเซ็นทรัลพัฒนา เปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัล ลาดพร้าวเล็กไปแล้ว! ‘The Central’ พหลโยธิน ศูนย์การค้าแห่งใหม่ของ CPN ที่จะทำให้ร้านค้ามีพื้นที่เปิดมากขึ้น https://thestandard.co/cpn-the-central-phaholyothin-next-cbd/ Wed, 08 Oct 2025 12:02:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1128230 cpn-the-central-phaholyothin-next-cbd

ถึง ‘เซ็นทรัล ลาดพร้าว’ จะยังไม่แน่นอนจากการที่อยู่ระหว […]

The post เซ็นทรัล ลาดพร้าวเล็กไปแล้ว! ‘The Central’ พหลโยธิน ศูนย์การค้าแห่งใหม่ของ CPN ที่จะทำให้ร้านค้ามีพื้นที่เปิดมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
cpn-the-central-phaholyothin-next-cbd

ถึง ‘เซ็นทรัล ลาดพร้าว’ จะยังไม่แน่นอนจากการที่อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อต่อสัญญาซึ่งกำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2571 กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่ CPN ก็ไม่รั้งรอที่จะลงทุน 21,000 ล้านบาท สำหรับเมกะโปรเจ็กต์ ‘The Central’ พหลโยธิน ซึ่งอยู่ห่างออกมาไม่ไกลกัน และได้เริ่มก่อสร้างไปเรียบร้อยแล้ว

 

CPN ระบุว่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว เป็น Mixed-Use ถือเป็นแห่งแรกของไทย และ เป็นโครงการ Visionary Shift สร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการรีเทลของไทย ซึ่งยังคงประสบความสำเร็จอย่างมากมาจนถึงปัจจุบัน โดยวันนี้ย่าน ลาดพร้าว – พหลโยธิน ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและ The Central พหลโยธิน เข้ามาเพื่อผลักดันย่านนี้ให้เต็มศักยภาพสูงสุด และยกระดับสู่ The Next CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

 

“วันนี้เซ็นทรัล ลาดพร้าวเล็กไปแล้ว เห็นได้จากตัวเลขร้านค้าที่เช่าเต็มเกือบตลอดเวลา ทำให้แบรนด์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาหาพื้นที่ได้ยาก โดยเฉพาะในทำเลกรุงเทพตอนเหนือที่ไม่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่เลย” ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและกลุ่มงานพัฒนาโครงการ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ระบุ “ดังนั้น ‘The Central’ พหลโยธิน จะเข้ามาเติมเต็มในเรื่องดังกล่าว โดยเราจะได้เห็นแบรนด์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเปิดจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงร้าน Flagship ด้วย”

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ด้าน ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ระบุว่า มีความเชื่อมั่นในโครงการ The Central ด้วยศักยภาพใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1. ศักยภาพของโลเคชั่น จากการที่โครงการตั้งอยู่บนถนนสองสายหลัก คือ วิภาวดีรังสิต และ พหลโยธิน ปัจจุบันมีรถยนต์สัญจรผ่าน 337,000 คันต่อวัน รวมถึง MRT สายสีน้ำเงินมีผู้โดยสาร 15,600 คนต่อวัน และ BTS สายสีเขียวมีผู้โดยสาร 35,100 คนต่อวัน และในอนาคตหลังศูนย์เปิดคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 30% 

 

อีกทั้งย่านนี้ยังเชื่อมไปสู่ สนามบินดอนเมืองที่ปัจจุบันรองรับผู้โดยสารราว 30 ล้านคนต่อปี และกำลังเตรียมขยายโครงการเพื่อเพิ่มศักยภาพตามแผนงานของรัฐ ทำให้ดึงคนไทยและต่างชาติเข้ามายังย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน

 

2. เป็นแม่เหล็กดึงดูดการเติบโตใหม่ๆ และจะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ยกระดับย่านให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยย่านนี้มีดีมานด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง Catchment Area มีประชากรประมาณ 2.5 ล้านคน

 

อีกทั้งจากฐานข้อมูลอ้างอิงจากเซ็นทรัลพัฒนา พบว่าในย่านนี้มีกลุ่มลูกค้า Wealth Segment กำลังซื้อสูงกว่าค่าเฉลี่ยคนกรุงเทพฯ ถึง 2.3 เท่า, อีกทั้งยอดขายต่อพื้นที่ (Sales per GLA) สูงกว่าค่าเฉลี่ยศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ถึง 45% และจำนวนผู้ใช้บริการมากกว่าศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ โดยเฉลี่ยถึง 2.19 เท่า

 

3.พื้นที่ที่เปิดรับคนรุ่นใหม่และคนทุกกลุ่ม รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย มีพื้นที่การจัดงานยังรองรับ Multi-Cultural Events และในส่วน Convention Hall มีพื้นที่กว่า 6,700 ตร.ม. สามารถรองรับคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับโลกอีกด้วย

 

ขณะที่ อิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing – Fashion & Luxury บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ย้ำว่า ย่านพหลโยธินมีศักยภาพเทียบชั้นย่านราชประสงค์ จากฐานโครงสร้างคมนาคมหลัก ทั้ง BTS, MRT และถนนสายสำคัญ รวมถึงรายล้อมด้วยดีมานด์คุณภาพสูง ทั้งที่อยู่อาศัยระดับกลาง–บน อาคารสำนักงาน โรงแรม และสถาบันการศึกษา

 

ยังมีอัตราการเติบโตสูงเทียบชั้นย่าน Central CBD โดยจากข้อมูลปีล่าสุด พหลโยธินช่วงต้นติด Top 10 ทำเลราคาที่ดินแพงที่สุดในประเทศไทยปี 68 โดยมีราคาประเมินอยู่ที่ 1.9 ล้านบาทต่อตารางวา อัตราการเติบโตสูงถึง 5% (มากกว่าย่าน เพลินจิต-ชิดลม, สุขุมวิท, สีลม, สาทร) 

 

ที่สำคัญยังเป็นย่านที่มีฐานกำลังซื้อแข็งแกร่ง ซึ่งปัจจุบัน โครงการที่อยู่อาศัยที่แวดล้อมศูนย์การค้า The Central พหลโยธิน มีมากถึง 472 โครงการและมากกว่า 50% เป็นโครงการในระดับ Upper Segment ขึ้นไป 

 

นอกจากนี้ อาคารสำนักงานต่างๆ ยังมีแนวโน้มขยายตัวสู่ย่านรอบนอก โดยเฉพาะในแนว North Corridor พหลโยธินและวิภาวดีรังสิต ดังนั้นกลุ่มคนทำงานจะเข้ามาในพื้นที่และเป็นกำลังซื้อที่มหาศาล ในส่วนอาคารสำนักงานที่ตั้งรอบโครงการมีถึง 52 แห่งในจำนวนนี้ 15 แห่งเป็น Grade A Office 

 

ในส่วนของ Quality Neighbourhood โครงการยังแวดล้อมด้วยโรงเรียนชั้นนำ 51 แห่ง (เป็นโรงเรียนอินเตอร์ 6 แห่ง), มหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่ง, และโรงแรม 41 แห่ง

 

The Central พหลโยธิน ตั้งอยู่บนที่ดิน 49 ไร่ พื้นที่ (GBA) 457,409 ตร.ม. ซึ่งใหญ่ระดับ TOP 5 ของ CPN คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 

 

“The Central พหลโยธิน กับเซ็นทรัล ลาดพร้าวมีพื้นที่รวมกันเท่ากับเซ็นทรัลเวิลด์ คาดว่าเมื่อเปิดตัวจำนวนลูกค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากตัวเลขเดิมของเซ็นทรัล ลาดพร้าว” ดร.ณัฐกิตติ์ระบุ “ต่อไปเซ็นทรัล ลาดพร้าวจะถูกปรับให้จับกลุ่มลูกค้าระดับบน ส่วน The Central พหลโยธิน จะทำให้มีความหลากหลายของแบรนด์ร้านค้าเหมือนเซ็นทรัลเวิลด์”

 

เบื้องต้นจะมีแค่ศูนย์การค้าก่อน แต่ในระยะหลังๆ เรามักจะเห็น CPN ทำโครงการที่เป็นมิกซ์ยูสเป็นหลัก เช่นเดียวกัน The Central พหลโยธิน ในส่วนของสำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัยยังอยู่ในระหว่างศึกษา รวมถึงทางเชื่อมจาก BTS เข้าสู่ศูนย์ฯ ก็อยู่ระหว่างศึกษาเช่นกัน

The post เซ็นทรัล ลาดพร้าวเล็กไปแล้ว! ‘The Central’ พหลโยธิน ศูนย์การค้าแห่งใหม่ของ CPN ที่จะทำให้ร้านค้ามีพื้นที่เปิดมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนาชี้แจงการถือหุ้นดุสิตธานี ยืนยันไม่มีเจตนาครอบงำกิจการ https://thestandard.co/cpn-dusit-shareholding-clarification/ Fri, 26 Sep 2025 05:45:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1123278 เซ็นทรัลพัฒนา ออกแถลงการณ์ชี้แจงการถือหุ้น ดุสิตธานี ยันไม่ครอบงำกิจการ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกร […]

The post เซ็นทรัลพัฒนาชี้แจงการถือหุ้นดุสิตธานี ยืนยันไม่มีเจตนาครอบงำกิจการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนา ออกแถลงการณ์ชี้แจงการถือหุ้น ดุสิตธานี ยันไม่ครอบงำกิจการ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการถือหุ้นในบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 เพื่อตอบสนองต่อข้อสงสัยที่ปรากฏในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการครอบงำกิจการ

 

เซ็นทรัลพัฒนาระบุว่าบริษัทถือหุ้นในดุสิตธานีจำนวน 145,238,320 หุ้น คิดเป็น 17.09% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยถือหุ้นในสัดส่วนนี้มาตั้งแต่ปี 2561 และ “เคารพในการบริหารงานของผู้ถือหุ้นใหญ่ และสนับสนุนการดำเนินงานด้วยดีมาโดยตลอด” พร้อมยืนยันว่า “การเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งกรรมการเป็นไปตามแนวทางการมีส่วนร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้นซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติตามปกติในการดูแลเงินลงทุน โดยไม่มีอำนาจในการควบคุมในดุสิตแต่อย่างใด”

 

ทางบริษัทอธิบายว่าได้ร่วมลงทุนและเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับดุสิตธานีในการพัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มาตั้งแต่ปี 2560 โดยใช้งบลงทุนมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวมกว่า 46,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

เซ็นทรัลพัฒนาเน้นย้ำว่าการส่งตัวแทนเข้าเป็นกรรมการมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญสนับสนุนการดำเนินงานของดุสิตธานีให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่า “มีเจตนาอันดีและดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลตามแนวทางของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” รวมถึงการกำกับดูแลเรื่องการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์อันเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอด

 

นอกจากนี้ เซ็นทรัลพัฒนายังยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการตัดสินใจดำเนินการของบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด” ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่บริหารงานดุสิตธานี โดยบริษัทระบุว่าได้ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจมาตลอด 45 ปี และได้รับการรับรองและตรวจสอบอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมายหากมีการกล่าวอ้างที่ไม่เป็นความจริงและก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณะ

 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการร่วมกันของกลุ่มบุคคลกระทำการครอบงำกิจการ (acting in concert) ผ่านการถือหุ้นใหญ่ในบริษัทจดทะเบียน โดยไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (tender offer) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่ง ก.ล.ต. ระบุว่าหากตรวจพบการกระทำผิดหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

 

การชี้แจงของเซ็นทรัลพัฒนาและการตรวจสอบของ ก.ล.ต. เป็นการดำเนินการตามกระบวนการปกติในการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ โดยผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

The post เซ็นทรัลพัฒนาชี้แจงการถือหุ้นดุสิตธานี ยืนยันไม่มีเจตนาครอบงำกิจการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาชมบรรยากาศ Central Park เปิดวันแรก หวังดึงทราฟฟิกกว่า 7 หมื่นคนต่อวัน https://thestandard.co/central-park-bangkok-opening/ Thu, 04 Sep 2025 12:14:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1115574 Central Park

Central Park ศูนย์การค้าลำดับที่ 43 ของเซ็นทรัลพัฒนา เป […]

The post พาชมบรรยากาศ Central Park เปิดวันแรก หวังดึงทราฟฟิกกว่า 7 หมื่นคนต่อวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Central Park

Central Park ศูนย์การค้าลำดับที่ 43 ของเซ็นทรัลพัฒนา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการมิกซ์ยูส ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มูลค่าโครงการรวม 46,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเล Prestigious Address หัวมุมถนนสีลมและพระราม 4 ใจกลาง Super Core CBD

 

นับเป็นแลนด์มาร์กใหม่กลางกรุงเทพฯ ด้วยพื้นที่ศูนย์การค้า GBA กว่า 130,000 ตร.ม. รวมแบรนด์ดังทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 550 แบรนด์ เริ่มตั้งแต่ร้านอาหารแบรนด์ดัง เช่น KIWAMIYA, โควไบ พรีเมียมชาบู, Long Jing อาหารจีนฟิวชันจากหางโจว, Super Matcha ชาเขียวพรีเมียมจากเกาหลี แบรนด์อาหารดังจากเครือไอเบอรี่กรุ๊ป ตามด้วยบาร์บีคิวพลาซ่า คอนเซ็ปต์ใหม่ และ Michelin Guide สตรีทฟู้ด 70 ร้านดังเข้าตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

 

รวมถึง คาเฟ่ แบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ แก็ดเจ็ต โดยศูนย์การค้าเชื่อมต่อกับโรงแรม ออฟฟิศ และเรสซิเดนซ์ และเชื่อมต่อกับ Roof Park ขนาด 7 ไร่ ใจกลางเมือง ซึ่งออกแบบดีไซน์มาเพื่อสร้างความยั่งยืน ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 11 ตันต่อปี เทียบกับต้นไม้ใหญ่ 900 ต้น

 

เบื้องต้น เซ็นทรัลพัฒนาคาดหวังว่า Central Park จะสร้างทราฟฟิกกว่า 7 หมื่นคนต่อวัน หรือมากกว่า 25 ล้านคนต่อปี

 

Central Park Central Park

The post พาชมบรรยากาศ Central Park เปิดวันแรก หวังดึงทราฟฟิกกว่า 7 หมื่นคนต่อวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนายันถือหุ้นดุสิตธานี 17% ไม่มีอำนาจควบคุม พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจดำเนินการของ ‘ชนัตถ์และลูก’ https://thestandard.co/cpn-denies-dusit-control/ Wed, 27 Aug 2025 11:43:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1112236

เซ็นทรัลพัฒนา ได้ออกแถลงการณ์ที่ระบุถึงการ ขอปฏิเสธข่าว […]

The post เซ็นทรัลพัฒนายันถือหุ้นดุสิตธานี 17% ไม่มีอำนาจควบคุม พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจดำเนินการของ ‘ชนัตถ์และลูก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เซ็นทรัลพัฒนา ได้ออกแถลงการณ์ที่ระบุถึงการ ขอปฏิเสธข่าวและชี้แจงเกี่ยวกับการถือหุ้นบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)

 

แถลงการณ์ระบุว่า อ้างถึงข่าวพาดพิง ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดต่อนโยบายการเข้าลงทุนของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) บริษัทฯ ขอปฏิเสธข้อมูลที่มีการเผยแพร่สู่สาธารณะ และขอชี้แจง ดังนี้

 

บริษัทฯ ได้รับโอกาสในการร่วมลงทุน และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับดุสิตธานีในการพัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งใช้งบลงทุนมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท โครงการดำเนินการพัฒนาด้วยดีมาโดยตลอด ซึ่งในส่วนของโรงแรมและอาคารสำนักงานได้เปิดดำเนินการแล้ว และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค กำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 4 กันยายน 2568 นี้

 

ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนาถือหุ้นในดุสิตธานีจำนวน 145,238,320 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 17.09 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของดุสิตตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งที่ผ่านมาเซ็นทรัลพัฒนา เคารพในการบริหารงานของผู้ถือหุ้นใหญ่ และสนับสนุนการดำเนินงานด้วยดีมาโดยตลอด

 

ดังนั้น เมื่อเซ็นทรัลพัฒนา ได้รับการเสนอให้ส่งตัวแทนเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้งเป็นกรรมการของดุสิตธานี ทางเซ็นทรัลพัฒนา เล็งเห็นว่าจะสามารถใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของดุสิตธานีให้เติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป การเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งกรรมการเป็นไปตามแนวทางการมีส่วนร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้นซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติตามปกติ ในการดูแลเงินลงทุน โดยไม่มีอำนาจในการควบคุมในดุสิตแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา มีเจตนาอันดีและดำเนินงานภายใต้หลักธรรมภิบาลตามแนวทางของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการกำกับดูแลเรื่องการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) อันเป็นสิ่งที่เซ็นทรัลพัฒนา ให้ความสำคัญ และดำเนินการในแนวทางปฏิบัติเดียวกันกับการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจทุกรายทั้งในและต่างประเทศมาโดยตลอด

 

ดุสิตธานี บริหารงานโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ คือบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด เซ็นทรัลพัฒนา ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการตัดสินใจดำเนินการของ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด

 

เซ็นทรัลพัฒนา ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจมาตลอด 45 ปี และได้รับการรับรองและตรวจสอบอย่างโปร่งใสมาโดยตลอด รวมถึงสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

The post เซ็นทรัลพัฒนายันถือหุ้นดุสิตธานี 17% ไม่มีอำนาจควบคุม พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจดำเนินการของ ‘ชนัตถ์และลูก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนา โชว์กำไร Q2 ปี 68 พุ่ง 10% พร้อมเปิดแลนด์มาร์กใหม่ดันท่องเที่ยวไทย https://thestandard.co/cpn-q2-2025/ Wed, 13 Aug 2025 10:51:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1106745 เซ็นทรัลพัฒนา

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN รายงานผลประ […]

The post เซ็นทรัลพัฒนา โชว์กำไร Q2 ปี 68 พุ่ง 10% พร้อมเปิดแลนด์มาร์กใหม่ดันท่องเที่ยวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนา

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 แข็งแกร่งต่อเนื่อง ธุรกิจศูนย์การค้าซึ่งเป็นรายได้หลักเติบโตโดดเด่น ไม่รวมธุรกิจอสังหาฯ ทำรายได้รวมอยู่ที่ 11,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 3,902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%

 

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทประกาศจ่ายปันผล 2.10 บาทต่อหุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุนปรับตัวดีขึ้น พร้อมเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ระหว่าง 18 ส.ค. 2568 – 17 ก.พ. 2569 เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น

 

พร้อมเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ เตรียมเปิดตัว ‘เซ็นทรัล พาร์ค’ แลนด์มาร์กระดับโลกแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ในวันที่ 4 ก.ย. 2568 ซึ่งเป็นศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานบนทำเลสีลม-พระราม 4 ตรงข้ามสวนลุมพินี

 

ตามด้วยเซ็นทรัล กระบี่ ในวันที่ 24 ต.ค. 2568 มิกซ์ยูสโครงการเดียวในจังหวัดกระบี่ เพื่อรับนักท่องเที่ยวกว่า 4,000 เที่ยวบินช่วงไฮซีซั่น และจะมีการเผยโฉม เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ใหม่เพื่อเสริมศักยภาพพื้นที่ค้าปลีก

 

“แม้ไตรมาส 2 เผชิญผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในเดือนมีนาคม แต่เริ่มเห็นการฟื้นตัวใน พ.ค.-มิ.ย. อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น เที่ยวไทยคนละครึ่ง และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะช่วยเพิ่มทราฟฟิกและกำลังซื้อทั่วประเทศในครึ่งปีหลัง” นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงิน บัญชีและบริหารความเสี่ยงบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าว

 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน CPN บริหารศูนย์การค้ารวม 42 แห่ง ในไทย 41 แห่ง และมาเลเซีย 1 แห่ง พื้นที่เช่าสุทธิรวม 2.3 ล้าน ตร.ม. พร้อมคอมมูนิตี้มอลล์ 16 โครงการ อาคารสำนักงาน 10 แห่ง โรงแรม 10 แห่ง และโครงการที่พักอาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง 44 โครงการ ภายใต้หลายแบรนด์

 

ด้วยแผนขยายโครงการ การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ และความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ CPN มั่นใจว่าผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2568 จะเติบโตต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำพัฒนาเมืองและดันไทยสู่ Global Shopping Destination

The post เซ็นทรัลพัฒนา โชว์กำไร Q2 ปี 68 พุ่ง 10% พร้อมเปิดแลนด์มาร์กใหม่ดันท่องเที่ยวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตอกย้ำกลยุทธ์ ‘บ้านใกล้ห้าง’! เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ชูโมเดล Retail-Led เตรียมเปิด 9 โครงการใหม่ 1.6 หมื่นล้าน https://thestandard.co/central-pattana-residence-2568/ Sun, 03 Aug 2025 09:34:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1103149 central-pattana-residence-2568

เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ประกาศแผนธุรกิจเชิงรุกในปี 25 […]

The post ตอกย้ำกลยุทธ์ ‘บ้านใกล้ห้าง’! เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ชูโมเดล Retail-Led เตรียมเปิด 9 โครงการใหม่ 1.6 หมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
central-pattana-residence-2568

เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ประกาศแผนธุรกิจเชิงรุกในปี 2568 โดยเตรียมเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 9 โครงการ ทั้งแนวราบและแนวสูง มูลค่ารวมกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 7,000 ล้านบาท

 

ทิศทางสำคัญในปีนี้คือการรุกตลาดบ้านระดับลักชัวรี่ นำโดยแบรนด์ ‘บ้านนิรดา แจ้งวัฒนะ-ชัยพฤกษ์’ ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวดีไซน์หรู ราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบนในทำเลเมืองขยาย

 

วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ระบุว่า กลยุทธ์ความสำเร็จยังคงเป็นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับศูนย์การค้า ภายใต้โมเดล ‘Retail-Led Mixed-Use’ ที่เชื่อมโยงทุกมิติของการใช้ชีวิต

 

การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องจะทำให้ภายในสิ้นปีนี้ เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ จะมีพอร์ตโครงการที่อยู่อาศัยรวมทั้งสิ้น 51 โครงการ กระจายอยู่ใน 21 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตอกย้ำถึงการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ

 

ร.อ.กรี เดชชัย President, Residence Business กล่าวถึงแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ว่าจะครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ 5 โครงการ และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ โดยเตรียมเปิดตัวคอนโดฯ PHYLL Phuket 2 ที่ภูเก็ต และโครงการระดับ Super Premium ทั้งบ้านและคอนโดฯ ที่เซ็นทรัล กระบี่

 

สำหรับแบรนด์บ้านลักชัวรี่ ‘บ้านนิรดา’ ที่เปิดตัวไปแล้ว 3 ทำเลก่อนหน้านี้ สามารถสร้างยอดขายได้แล้วกว่า 1,000 ล้านบาท ขณะที่แบรนด์คอนโดฯ ESCENT ในหลายจังหวัดก็ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม เช่นที่นครสวรรค์และนครปฐมซึ่งปิดการขายได้ทั้งหมดในช่วงพรีเซลล์

The post ตอกย้ำกลยุทธ์ ‘บ้านใกล้ห้าง’! เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ชูโมเดล Retail-Led เตรียมเปิด 9 โครงการใหม่ 1.6 หมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เซ็นทรัลเวิลด์’ ขึ้นจอฉายธงชาติไทย ส่งกำลังใจประชาชน-ทหารกล้าแนวชายแดน https://thestandard.co/centralworld-thai-flag-border-support/ Sun, 27 Jul 2025 11:58:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1100696 ภาพ ธงชาติไทย บนจอ LED ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ส่งกำลังใจแนวชายแดน

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นท […]

The post ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ ขึ้นจอฉายธงชาติไทย ส่งกำลังใจประชาชน-ทหารกล้าแนวชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ ธงชาติไทย บนจอ LED ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ส่งกำลังใจแนวชายแดน

วันนี้ (27 กรกฎาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หนึ่งในศูนย์การค้าในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หลังจากที่บริษัทประกาศเปลี่ยนภาพบนจอ LED ทั้งภายในและภายนอกศูนย์การค้าทั่วประเทศ เป็นภาพธงชาติไทย เพื่อแสดงพลังใจและส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่กองทัพ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน 

 

นอกจากนี้ยังสะท้อนการสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศที่ส่งไปยังแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญในพื้นที่ชายแดน โดยทางบริษัทเซ็นทรัลพัฒนายืนยันบทบาทขององค์กรที่ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย พร้อมแสดงออกถึงความร่วมมือและแรงสนับสนุนในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ภาพธงชาติไทยบนจอ LED ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ส่งกำลังใจแนวชายแดน

The post ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ ขึ้นจอฉายธงชาติไทย ส่งกำลังใจประชาชน-ทหารกล้าแนวชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อไทยไม่ใช่แค่กรุงเทพ! 3 กุญแจปลดล็อกโอกาสธุรกิจในอีสาน ในมุม ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ https://thestandard.co/cpn-3-keys-to-success-in-thailands-northeastern-region/ Sat, 05 Jul 2025 12:12:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1093308 เซ็นทรัลพัฒนา

บนเวที ‘Isan’s Economic Future อนาคตเศรษฐกิจอีสาน อะไรค […]

The post เมื่อไทยไม่ใช่แค่กรุงเทพ! 3 กุญแจปลดล็อกโอกาสธุรกิจในอีสาน ในมุม ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนา

บนเวที ‘Isan’s Economic Future อนาคตเศรษฐกิจอีสาน อะไรคือจุดชนะในมุมนักลงทุน’ ภายในงาน The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2025 ซึ่งจัดขึ้น ณ จังหวัดขอนแก่น 

 

ดร.ณัฐกิตติ์เล่าให้ฟังว่า ทั้งภูมิภาคอีสานเองมีศักยภาพที่รอการปลดล็อกอยู่ แต่จะทำได้แบบนั้น จำเป็นจะต้องร่วมมือกันดำเนินการ 3 ด้านหลัก ได้แก่ 

 

1.ผลักดันศักยภาพ (supply chain gateway to Indochina) 

2.ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) 

3.ยกระดับการท่องเที่ยวอีสานในทุกมิติ

 

 

 

“อย่างเช่น อีสานในฐานะประตู (gateway) เชื่อมกับ Indochina ต้องเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานอย่างรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมกับลาว โดยเฉพาะรถไฟรางคู่ที่จะช่วยให้การขนส่งผ่านระบบรางมีต้นทุนต่ำลง และทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้าจากอีสานไปสู่จีนทำได้ง่ายขึ้น และส่งเสริม awareness ของการท่องเที่ยว สิ่งนี้ถือเป็น strategic direction ที่สำคัญ”

 

และเราคิดเสมอว่าจะ support SMEs อย่างไร จึงจะแข็งแรงและเติบโต ในมุมมองนักลงทุนหากต้องเลือกลงทุน ธุรกิจจะต้องเติบโตได้, เข้ามาใน Ecosystem แล้วต้องเกื้อหนุนกัน และคุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งแบรนด์ต้องเป็นที่รู้จัก, พร้อมขยาย และสำคัญที่สุดเจ้าของต้องมี Passion ตั้งใจ Key Success คือ Product ต้องแตกต่างและ always in the spotlight, People ต้องมี Passion, และ Process ต้องดีพร้อมโต

 

ด้วยโอกาสและศักยภาพที่เซ็นทรัลพัฒนามองเห็นนี้ ดร.ณัฐกิตติ์ เล่าให้ฟังว่าเซ็นทรัลพัฒนาเตรียมทุ่มงบลงทุนกว่า 5 พันล้านบาท เพื่อสร้างโครงการมิกซ์ยูส Central Khonkaen Campus  ทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม และโรงแรม เติมเต็มเมืองการศึกษา และ  Medical & Wellness hub

 

ดร.ณัฐกิตติ์กล่าวทิ้งท้ายว่า เซ็นทรัลพัฒนาเป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจของอีสาน โดยเรามี Platform รองรับการเติบโตทั้งโปรแกรม LEAD ซึ่งเป็น Incubator programme สำหรับ SMEs และการขยายเติบโตแบบ Cross- Regionไปทั่วประเทศ 

 

ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันและเชื่อมโยงเศรษฐกิจแต่ละด้านเข้าด้วยกัน โจทย์สำคัญคือ จะทำอย่างไรเพื่อเชื่อมโยงให้เมืองมีระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่สมบูรณ์มากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการค้าข้ามจังหวัดมากขึ้น การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ และทำให้เมืองมีมิติพร้อมกับมาตรฐานระดับโลก

 

The post เมื่อไทยไม่ใช่แค่กรุงเทพ! 3 กุญแจปลดล็อกโอกาสธุรกิจในอีสาน ในมุม ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPN ไตรมาสแรกปังต่อเนื่อง กำไร 4.2 พันล้าน รายได้ 1.2 หมื่นล้าน ปักหมุดลงทุน 1.2 แสนล้าน ผุดเมกะโปรเจกต์ทั่วไทย https://thestandard.co/cpn-q1-2025-results-profit/ Wed, 07 May 2025 01:27:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1071832 เซ็นทรัลพัฒนา

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ประกาศผลประ […]

The post CPN ไตรมาสแรกปังต่อเนื่อง กำไร 4.2 พันล้าน รายได้ 1.2 หมื่นล้าน ปักหมุดลงทุน 1.2 แสนล้าน ผุดเมกะโปรเจกต์ทั่วไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซ็นทรัลพัฒนา

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 โดยมีการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง ด้วยรายได้รวม 12,162 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,227 ล้านบาท 

 

นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ CFO and President, Hotel and Office เปิดเผยว่า การบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสแรกปี 2568 ได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ อาทิ โครงการ Easy e-Receipt โดยคาดหวังว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ จะส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมตั้งแต่ไตรมาสสองเป็นต้นไป 

 

ขณะที่รายได้ที่แข็งแกร่งมาจากธุรกิจให้เช่าและบริการและธุรกิจโรงแรม ด้านกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและกลุ่มธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะเครือเซ็นทาราและ Go Hotel เดินหน้าฟื้นตัวอย่างโดดเด่น

 

CPN ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดตัวโครงการ Market Place เทพรักษ์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา บนพื้นที่กว่า 7,300 ตร.ม. รวมร้านค้ากว่า 360 ร้านค้า 

 

นอกจากนี้ยังดึงแบรนด์ชั้นนำระดับโลกและแบรนด์ไทยขยายสาขาในศูนย์การค้าทั่วประเทศ อาทิ Nitori แบรนด์เฟอร์นิเจอร์อันดับ 1 จากญี่ปุ่น ที่ขยายสาขานอกกรุงเทพฯ ครั้งแรกในไทย ที่เซ็นทรัล พัทยา และเซ็นทรัล ศรีราชา รวมถึง POP MART ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต และในรูปแบบป๊อปอัพสโตร์ที่เซ็นทรัล พัทยา

 

ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Pioneering Growth & Beyond’ ได้มีการเดินหน้าลงทุนระยะยาว 120,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสและโครงการ Transformation ทุกภูมิภาคภายใน 5 ปี (พ.ศ. 2568-2572) โดยเตรียมเปิดตัวเมกะโปรเจกต์และโครงการใหม่ทั่วประเทศ 

 

ทั้ง The Central พหลโยธิน, Central Northville มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ใจกลางนนทบุรี และ Central Khonkaen Campus โครงการแห่งที่ 2 ในจังหวัดขอนแก่น รวมถึงโครงการสำคัญในปี 2568 อย่าง Central Park ใจกลางกรุงเทพฯ และ Central Krabi ที่จะผลักดันศักยภาพเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

 

ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2568 เซ็นทรัลพัฒนามีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานทั้งหมด 42 โครงการ คอมมูนิตี้มอลล์ 16 โครงการ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 2.3 ล้านตารางเมตร พร้อมด้วยศูนย์อาหาร 37 แห่ง อาคารสำนักงาน 10 อาคาร โรงแรม 10 แห่ง และโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงรวม 44 โครงการ

 

The post CPN ไตรมาสแรกปังต่อเนื่อง กำไร 4.2 พันล้าน รายได้ 1.2 หมื่นล้าน ปักหมุดลงทุน 1.2 แสนล้าน ผุดเมกะโปรเจกต์ทั่วไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>