บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-หมิงตี้เคมีคอล-จำ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 05 Jul 2023 10:22:48 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 5 กรกฎาคม 2564 – ไฟไหม้หมิงตี้เคมีคอล โรงงานสารเคมีที่กิ่งแก้ว สมุทรปราการ https://thestandard.co/onthisday05072564/ Wed, 05 Jul 2023 10:22:48 +0000 https://thestandard.co/?p=812807 ไฟไหม้หมิงตี้เคมีคอล

ย้อนกลับไปเมื่อเช้ามืดของวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 เวลาประม […]

The post 5 กรกฎาคม 2564 – ไฟไหม้หมิงตี้เคมีคอล โรงงานสารเคมีที่กิ่งแก้ว สมุทรปราการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้หมิงตี้เคมีคอล

ย้อนกลับไปเมื่อเช้ามืดของวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 เวลาประมาณ 03.10 น. มีรายงานแจ้งเหตุระเบิดและพบเพลิงไหม้ ภายในโรงงานผลิตโฟมแห่งหนึ่งในซอยกิ่งแก้ว 21 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งทราบภายหลังคือ บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด 

 

เสียงระเบิดดังสนั่นที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดก่อให้เกิดเพลิงไหม้โรงงานดังกล่าวอย่างรุนแรง และเจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพประชาชนบริเวณโดยรอบ 5 กิโลเมตรจากโรงงานออกห่างไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามดับเพลิงที่ผ่านไปหลายชั่วโมง ช่วงเที่ยงวันเดียวกันปรากฏว่าเกิดระเบิดระลอกที่สอง หลังจากสารเคมีเกิดการรั่วไหลออกมา ทำไฟลุกโหมขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงถูกไฟคลอกได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และเสียชีวิตอีก 1 นาย

 

กระทั่งเวลา 05.20 น. ของเช้าวันที่ 6 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าดับเพลิงที่ไหม้ในโรงงานหมิงตี้เคมีคอลได้แล้ว หลังใช้เวลาควบคุมเพลิงนานกว่า 26 ชั่วโมง แต่ยังคงต้องฉีดน้ำลดอุณหภูมิในพื้นที่เกิดเหตุ และเฝ้าดูการปะทุของเปลวเพลิงที่อาจก่อตัวได้ตลอดเวลา

 

สำหรับโรงงานดังกล่าวสร้างขึ้นในปี 2531 ซึ่งปัจจุบันตัวโรงงานตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ชุมชนที่อยู่อาศัย โดยมีข้อมูลระบุว่า โรงงานเหล่านี้ถือว่าอยู่ในพื้นที่สีม่วงหรือพื้นที่โรงงานอยู่แล้ว แต่มีชุมชนที่ขยายออกไปหาโรงงาน

The post 5 กรกฎาคม 2564 – ไฟไหม้หมิงตี้เคมีคอล โรงงานสารเคมีที่กิ่งแก้ว สมุทรปราการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส.ส. ก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามแผนเยียวยาประชาชน-ดูแลนักผจญเพลิง นิพนธ์ตอบ จะไปกำชับท้องถิ่นและมูลนิธิให้มีอุปกรณ์มาตรฐาน https://thestandard.co/moveforward-party-mp-ask-about-peoples-reparation-plan-care-for-firefighters/ Thu, 08 Jul 2021 07:48:36 +0000 https://thestandard.co/?p=510070 ไฟไหม้ เยียวยา

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 10 สมัยสามัญประจำปีคร […]

The post ส.ส. ก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามแผนเยียวยาประชาชน-ดูแลนักผจญเพลิง นิพนธ์ตอบ จะไปกำชับท้องถิ่นและมูลนิธิให้มีอุปกรณ์มาตรฐาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้ เยียวยา

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 10 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ประจำวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 วุฒินันท์ บุญชู ส.ส. สมุทรปราการ เขต 4 พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดต่อ พล.อ. อนุพงษ์​ เผ่าจินดา​​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยรัฐมนตรีได้ส่ง นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นผู้ตอบกระทู้แทน 

 

วุฒินันท์กล่าวว่า ในฐานะที่เป็น ส.ส. พื้นที่เกิดเหตุไฟไหม้และระเบิดที่โรงงาน ย่านถนนกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงกลางคืน เวลา 03:00 น. ของวันที่ 5 กรกฎาคม หลังเกิดเหตุตนติดตามสถานการณ์ตั้งแต่เช้าเพื่อประเมินความรุนแรงของสถานการณ์ กระทั่งเวลาประมาณ 09:00 น. มีการประกาศว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย และมีการประกาศอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร 

 

“ประเด็นที่น่ากังวลคือ ประชาชนไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในรัศมีที่ต้องอพยพหรือเปล่า สะท้อนว่ารัฐบาลขาดระบบและการวางแผนที่ดีในการแจ้งเตือนและอพยพประชาชนยามวิกฤต ต้องขอบคุณ ปาล์ม-นิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ช่วยพัฒนาระบบตรวจสอบผ่านโทรศัพท์มือถือว่าประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ต้องอพยพหรือไม่ ทั้งที่หน้าที่นี้ควรเป็นหน้าที่รัฐบาล ซึ่งต้องฝากให้ท่านรัฐมนตรีกลับไปปรับปรุงด้วย” วุฒินันท์กล่าว

 

วุฒินันท์กล่าวต่อไปว่า หลังจากได้อพยพประชาชนเรียบร้อยแล้ว ตนได้เข้าไปเยี่ยมเยียนประชาชนในศูนย์พักพิงต่างๆ เพื่อประสานงานและแจ้งช่องทางเพื่อเชื่อมความช่วยเหลือกันของภาคประชาชน ต้องขอขอบคุณหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ และอาสาสมัคร ที่ได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามวิกฤต 

 

“แต่ในฐานะผู้แทนราษฎร จากการรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน ที่ไม่รู้ว่าจะหาคำตอบจากหน่วยงานใด และเป็นคำถามซ้ำๆ เพราะยังไม่มีหน่วยงานใดให้คำตอบได้อย่างชัดเจน จึงต้องนำเอาคำถามเหล่านี้มาถามเพื่อหวังจะได้รับคำตอบที่ทำให้ประชาชนสบายใจ คำถามข้อที่หนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก บ้านหลายหลัง รถยนต์หลายคัน ตลอดจนทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายอย่างมาก มีข้อสันนิษฐานว่าบ้านหลายหลังอาจเสียหายเชิงโครงสร้าง คำถามของพี่น้องประชาชนก็คือ รัฐบาลจะชดใช้ ชดเชยความเสียหายเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชนอย่างเป็นธรรมได้อย่างไร หรือจะปล่อยให้พี่น้องประชาชนไปฟ้องร้องกันเองตามยถากรรม มีการระบุว่าบริษัทมีวงเงินประกันอยู่เพียง 20 ล้านบาท เป็นวงเงินน้อยมากหากเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงมีคำถามว่าประชาชนที่บ้านเรือนที่เสียหายจะมีหน่วยงานใดมาตรวจสอบโครงสร้างทางวิศวกรรม จะมาเมื่อไร ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า คุณภาพน้ำประปา ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่อัคคีภัย แต่มีเรื่องสารปนเปื้อนตกค้างด้วย เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้ จึงขอทราบคำตอบและขอให้ท่านตอบให้ครบ เพราะประชาชนรออยู่จริงๆ ส่วนวงเงินประกันที่น้อยนี้ก็เป็นเรื่องคาใจว่า หากไม่พอ ประชาชนผู้ได้รับเสียหายต้องการฟ้องร้อง รัฐบาลจะเป็นแม่งานช่วยเหลือได้หรือไม่”

 

คำถามที่สอง วุฒินันท์กล่าวว่า ได้ข่าวว่าขณะเกิดเหตุ นายกรัฐมนตรีเตรียมทำฝนเทียม จึงมีความกังวลเป็นอย่างมาก เพราะในพื้นที่มีทั้งชุมชนหนาแน่น มีลูกเด็กเล็กแดงอยู่เต็มไปหมด มีทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งน้ำ ถ้าเกิดทำฝนเทียมก็จะเกิดสารมลพิษปนเปื้อนในระยะยาว เป็นห่วงสุขภาพของเด็กๆ และพี่น้องประชาชนในระยะยาวเป็นอย่างมาก และยังไม่นับผลกระทบทางเศรษฐกิจ โชคดีที่นายกฯ ได้เปลี่ยนการตัดสินใจที่ผิดพลาดนั้นให้ถูกต้อง 

 

“แต่ความกังวลถึงผลกระทบด้านสุขภาพยังไม่หมด จึงต้องถามคำถามในเรื่องสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทราบข่าวว่ามีการเข้าไปคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นให้กับกลุ่มเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไปบ้างแล้วในวันที่ 6-7 ที่ผ่านมา แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของสารปนเปื้อนที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว จึงขอถามว่า จะมีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดให้กับอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ที่เผชิญเหตุ และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทุกคนเมื่อไร มีแผนการตรวจต่อเนื่องอย่างไร และมีสวัสดิการเพิ่มเติมในการดูแลสุขภาพประชาชน เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครที่เผชิญเหตุหรือไม่ ขอย้ำว่า ขณะนี้พวกเขาอาจยังไม่ป่วย แต่วันหน้าอาจป่วยได้เพราะมีสารเคมีตกค้างในร่างกาย จึงต้องดูแลคนกลุ่มนี้ จะมีการดูแลอย่างไร”

 

สำหรับคำถามข้อสุดท้าย ส.ส. สมุทรปราการ กล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ประชาชนทราบว่าเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่เผชิญเหตุต้องซื้ออุปกรณ์เซฟตี้และอุปกรณ์เผชิญเหตุด้วยตนเอง อย่างหน้ากากกันสารพิษก็ต้องพึ่งพาการบริจาคจากประชาชน รวมถึงมีนักผจญเพลิงเสียชีวิต ซึ่งขอกล่าวชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้กับเขาในสภาแห่งนี้ วีรบุรุษท่านนั้น คือ กรสิทธิ์ ลาวพันธ์ และวีรบุรุษไม่ได้มีคนเดียว ยังมีวีรบุรุษที่ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 4 ท่านที่ได้รับบาดเจ็บ จึงขอถามแทนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนว่า นับจากวันนี้ไป รัฐบาลมีแผนที่จะปรับปรุงอุปกรณ์เซฟตี้และเครื่องมือในการบรรเทาสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากกว่านี้หรือไม่ สำหรับผู้เสียชีวิต รัฐบาลมีมาตรการในการดูแลครอบครัวของเขาอย่างไร 

 

“ที่ลืมไม่ได้คือวีรบุรุษที่ได้รับบาดเจ็บ รัฐบาลจะดูแลพวกเขาในระยะยาวอย่างไร ยืนยันว่าการดูแลพวกเขาต้องต่อเนื่องและสมเกียรติ ไม่ใช่เรื่องเงียบก็กลับบ้าน ละเลยตามยถากรรม คำถามนี้เป็นการถามแทนพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันดูแลฟื้นฟูพวกเขาหลังออกจากโรงพยาบาลด้วย หน่วยผจญเพลิงเป็นหน้าด่าน เป็นหน่วยแรกที่เข้าพื้นที่และทำงานอย่างหนักตลอด 24 ชั่วโมง แต่สิ่งที่เขาได้รับคือสารพิษที่อาจเจือปน จึงอยากให้ยืนยันและให้กำลังใจหน่วยผจญเพลิง เพื่อมีแนวทางพัฒนาให้พวกเขาต่อไป” วุฒินนท์กล่าว

 

ด้านนิพนธ์ได้ตอบคำถามแรกว่า เรื่องการเยียวยาให้เป็นตามระเบียบกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ยังมีกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยของสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนเงินประกัน 20 ล้านบาทของบริษัท หากเทียบกับมูลค่าความเสียหายที่ประเมินเบื้องต้น 209 ล้านบาท ยอมรับว่ายังห่างไกล ก็ต้องเจรจากัน ขณะนี้มีหลายฝ่ายลงไปดูแลรักษาเรื่องสิทธิ เรื่องความสูญเสียชีวิต และเรื่องทรัพย์สิน ในส่วนที่มีความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม มีการตรวจวัดเบื้องต้นเพื่อตรวจสอบด้านมลพิษเมื่อวันที่ 5-7 กรกฎาคม ในพื้นที่ 8 กิโลเมตร 14 จุด พบค่าสารสไตรีนฯ ไม่เกินมาตรฐานความปลอดภัยในบรรยากาศ ด้านน้ำได้ตรวจพบสารสไตรีนจากน้ำบริเวณดับเพลิงบริเวณ แต่ไม่พบในแหล่งน้ำธรรมชาติ ขณะนี้ประชาชนโดยรอบสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่ควรงดใช้น้ำคลองเป็นการชั่วคราว ในส่วนถังสารเคมีที่ยังตกค้างประมาณ 700 ตัน ขณะนี้ได้ฉีดน้ำดับเพลิงคุมอุณหภูมิตลอดเวลา และได้กันพื้นที่รัศมี 1 กิโลเมตรที่ยังเสี่ยงอยู่ แต่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ 100% และจะเคลื่อนย้ายถังสารเคมีที่เหลือไปจำกัดอย่างถูกวิธีภายใน 2-3 วัน 

 

อย่างไรก็ตาม ต่อคำถามที่สองซึ่งถามถึงแผนการตรวจสุขภาพประชาชนในระยะยาว เพราะอาจมีสารตกค้างในร่างกาย นิพนธ์กล่าวถึงการจัดการมลพิษในสถานที่ เรื่องคุณภาพน้ำและคุณภาพอากาศ ไม่ได้ตอบเกี่ยวกับแผนการตรวจสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่องแต่อย่างใด

 

เช่นเดียวกับคำถามสุดท้ายที่ถามถึงแผนปรับปรุงอุปกรณ์เซฟตี้และเครื่องมือในการบรรเทาสาธารณภัยของรัฐบาล และการเยียวยานักผจญเพลิงที่ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องในระยะยาวอย่างสมเกียรติ นิพนธ์ตอบว่า เหตุการณ์ที่เกิดเป็นความสูญเสียที่ไม่อยากให้เกิด ผู้เสียชีวิตเป็นผู้มีหัวใจเสียสละ โดยเข้าไปช่วยอพยพและขอออกจากพื้นที่คนสุดท้าย ภายใต้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถอดบทเรียนต่อไป ส่วนข้อสังเกตเรื่องอุปกรณ์ จะพยายามทำความเข้าใจกับท้องถิ่นและมูลนิธิที่มีจิตอาสาซึ่งอาจไม่มีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ จะนำเรียนข้อสังเกตนี้ไปบอกเพื่อให้อุปกรณ์มีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และจะพยายามดูแลเรื่องความสูญเสียให้ดีที่สุด

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ส.ส. ก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามแผนเยียวยาประชาชน-ดูแลนักผจญเพลิง นิพนธ์ตอบ จะไปกำชับท้องถิ่นและมูลนิธิให้มีอุปกรณ์มาตรฐาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พม. เยียวยาย้ายบ้านชั่วคราวครอบครัวละ 18,000 บาท จากเหตุไฟไหม้โรงงานหมิงตี้เคมีคอล https://thestandard.co/egov-remedy-temporarily-home-from-the-fire-at-mingdi-chemical-factory/ Thu, 08 Jul 2021 06:46:57 +0000 https://thestandard.co/?p=509986 ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้เคมีคอล

วันนี้ (8 กรกฎาคม) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายก […]

The post พม. เยียวยาย้ายบ้านชั่วคราวครอบครัวละ 18,000 บาท จากเหตุไฟไหม้โรงงานหมิงตี้เคมีคอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้เคมีคอล

วันนี้ (8 กรกฎาคม) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทุกส่วนราชการได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุโรงงานหมิงตี้เคมีคอล อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ระเบิด โดยมาตรการช่วยเหลือในส่วนกระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคมจะตรวจสอบสถานะความเป็นผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 38, 39 และ 40 ให้เข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิประโยชน์ในเรื่องของการรักษาพยาบาลและสิทธิอื่นๆ ที่พึงได้

 

โดยแยกเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ซึ่งมีสิทธิได้รับสิทธิความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 เป็นค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น และค่าทดแทนกรณีหยุดพักรักษาตัว ร้อยละ70 ของค่าจ้างรายเดือน กรณีลูกจ้างสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกายจะจ่ายร้อยละ70 ของค่าจ้างรายเดือนตามระยะเวลาที่กำหนดแต่ไม่เกิน 10 ปี

 

ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ให้เงินช่วยเหลือสำหรับการย้ายบ้านชั่วคราว จากไม่สามารถอยู่อาศัยในที่พักเดิมได้ ครอบครัวละ 18,000 บาท การเคหะแห่งชาติจัดหาโรงแรม ห้องพักราคาถูก สำหรับผู้ต้องการที่อยู่อาศัยเร่งด่วน หากไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายได้ การเคหะแห่งชาติจะจัดสรรห้องพักเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยติดต่อที่สายด่วน พม. โทร. 1300 บริการ 24 ชั่วโมง สำหรับกระทรวงศึกษาธิการจัดหาที่พักให้ครู บุคลากร และครอบครัว ของโรงเรียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

 

นอกจากนี้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย บูรณาการร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัทประกันภัย ตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัยของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านประกันภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อบูรณาการการจ่ายสินไหมทดแทนให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

 

สำหรับรายที่ไม่ได้ทำประกันภัยครอบคลุมความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นไว้ จะได้รับการชดใช้จากการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก ซึ่งโรงงานได้ทำประกันภัยดังกล่าวรองรับไว้ด้วยวงเงินเอาประกันภัย 20 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ หน่วยงานยังมีการเฝ้าระวังในพื้นที่เพื่อไม่เกิดเหตุซ้ำ รวมทั้งหาทางกำจัดสารเคมีที่เหลืออยู่ และหลังจากนี้จังหวัดสมุทรปราการจะร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสำรวจความเสียหายและผลกระทบกับประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย เพื่อให้การเยียวยาตามระเบียบหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินต่อไป

The post พม. เยียวยาย้ายบ้านชั่วคราวครอบครัวละ 18,000 บาท จากเหตุไฟไหม้โรงงานหมิงตี้เคมีคอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ เผยเตรียมผ่อนปรนให้ประชาชนที่มีบ้านห่างจากโรงงานหมิงตี้เกิน 1 กม. กลับเข้าบ้านได้ https://thestandard.co/fire-incident-king-kaew-factory-13/ Wed, 07 Jul 2021 08:09:26 +0000 https://thestandard.co/?p=509578 ไฟไหม้กิ่งแก้ว

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่ศูนย์บัญชาเหตุการณ์จังหวัดสมุทรปร […]

The post ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ เผยเตรียมผ่อนปรนให้ประชาชนที่มีบ้านห่างจากโรงงานหมิงตี้เกิน 1 กม. กลับเข้าบ้านได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้กิ่งแก้ว

วันนี้ (7 กรกฎาคม) ที่ศูนย์บัญชาเหตุการณ์จังหวัดสมุทรปราการ กรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซอยกิ่งแก้ว 21 วันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ขณะนี้การประชุมจากหลายฝ่าย เช่น ศูนย์บัญชาการ กรมควบคุมมลพิษ, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ปตท. ปรากฏว่าตอนนี้ปัญหามี 2 ส่วนคือ สารเคมีที่อยู่ในพื้นที่ที่ไหลออกมาจากตัวถัง ซึ่งถังมีขนาดบรรจุ 2,000 ตัน ก่อนเกิดเหตุมีสารสไตรีนโมโนเมอร์ (Styrene Monomer) อยู่ 1,600 ตัน ปัจจุบันไหลออกมาเป็นเชื้อเพลิงและเผาไหม้ไปแล้ว ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเหลือในถังเท่าไร 

 

ทั้งนี้ การประชุมแยกการดำเนินการ 2 ชุดคือ 1. จัดการสารเคมีที่อยู่ในที่เกิดเหตุบริเวณภาคพื้น 2. ในถัง ซึ่งต้องมีอีกวิธีการหนึ่ง

 

วันชัยกล่าวต่อไปว่า สำหรับพี่น้องประชาชนที่ห่วงใยในการกลับเข้าที่พัก เราตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ สารเคมี พร้อมด้วยโครงสร้างต่างๆ โดยสรุปคือ ประมาณเวลา 17.00 น. วันนี้ จะให้พี่น้องที่อยู่ในระยะตั้งแต่มากกว่า 1 กม. คือ 2-5 กม. กลับบ้านได้ ตอนนี้อยู่ระหว่างการทำงานของเจ้าหน้าที่ ยังไม่สะดวก ส่วนถนนกิ่งแก้วเปิดในเวลา 17.00 น. เช่นกัน

 

พล.ต.ต. ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ระบุเพิ่มเติมว่า ถนนกิ่งแก้วด้านตะวันตก ตั้งแต่ซอย 19 ถึงซอย 25 คือพื้นที่ควบคุม ไม่อนุญาตให้เข้าไปในซอย ส่วนถนนกิ่งแก้วอื่นๆ เปิดการจราจรปกติ อย่างไรก็ตาม นอกจากพื้นที่ที่กำหนดนี้ ประชาชนสามารถใช้ชีวิตหรือประกอบธุรกิจได้ปกติ

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ เผยเตรียมผ่อนปรนให้ประชาชนที่มีบ้านห่างจากโรงงานหมิงตี้เกิน 1 กม. กลับเข้าบ้านได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: “เมื่อไรจะได้กลับบ้าน” คำถามหลังเปลวไฟที่ไหม้โรงงานหมิงตี้ดับลง https://thestandard.co/video-when-can-i-go-home-fire-incident-at-mingdi-factory/ Wed, 07 Jul 2021 07:25:03 +0000 https://thestandard.co/?p=509556 โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

จากเหตุการณ์ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ เหตุระเบิดและไฟไหม้ท […]

The post ชมคลิป: “เมื่อไรจะได้กลับบ้าน” คำถามหลังเปลวไฟที่ไหม้โรงงานหมิงตี้ดับลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

จากเหตุการณ์ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ เหตุระเบิดและไฟไหม้ที่โรงงานผลิตโฟม อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทราปราการ ที่ประชาชนในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุต้องอพยพออกนอกพื้นที่

 

ในขณะนี้ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว แต่ผู้อพยพทั้ง 1,892 คนก็ยังไม่สามารถกลับเข้าพื้นที่ได้ เนื่องจากควันพิษและสารเคมีจากการเผาไหม้ที่ปกคลุมอยู่ในอากาศ

 

พวกเขาต้องรอคอยคำตอบอยู่ที่พื้นที่อพยพว่า เมื่อไรจะสามารถกลับไปยังบ้านของตนเองได้

 

ถ่ายและตัด: พงษ์พัฒน์ มะหะหมัด

The post ชมคลิป: “เมื่อไรจะได้กลับบ้าน” คำถามหลังเปลวไฟที่ไหม้โรงงานหมิงตี้ดับลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาสารตกค้างในอากาศ-แหล่งน้ำจากเหตุโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนประชาชนโดยรอบกลับบ้านได้หลังเพลิงสงบแล้ว 1-2 วัน แนะขั้นตอนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมระยะยาว https://thestandard.co/fire-incident-king-kaew-factory-10/ Tue, 06 Jul 2021 12:34:36 +0000 https://thestandard.co/?p=509223 โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

จากเหตุการณ์ที่โรงงาน บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่ง […]

The post จับตาสารตกค้างในอากาศ-แหล่งน้ำจากเหตุโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนประชาชนโดยรอบกลับบ้านได้หลังเพลิงสงบแล้ว 1-2 วัน แนะขั้นตอนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

จากเหตุการณ์ที่โรงงาน บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติกที่จังหวัดสมุทรปราการไฟไหม้เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของเช้าวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดเหตุระเบิดและสร้างความเสียหายแก่ตัวโรงงานรวมถึงบ้านเรือนในละแวกรัศมี 1 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามระงับกลุ่มไฟไม่ให้ลุกลามเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระเบิดอีกหน เนื่องจากโรงงานมีสารที่ก่อให้เกิดการระเบิดได้ง่าย แต่ก็ยังมีเปลวเพลิงปะทุขึ้นอีกหลายครั้ง ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม ผลจากการระเบิดไม่เพียงทำให้ชาวบ้านที่ใช้ชีวิตใกล้กับตัวโรงงานต้องอพยพออกมาเท่านั้น แต่ไอระเหยและสารเคมีต่างๆ จากเหตุไฟไหม้ยังปนเปื้อนอยู่ในอากาศตลอดจนแหล่งน้ำธรรมชาติ ต่อประเด็นนี้ THE STANDARD ติดต่อคุยกับ สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสนธิกล่าวว่า หลังจากเพลิงสงบก็ยังมีไอระเหยของสารเคมี เรียกว่า VOCs (Volatile Organic Compounds – สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย) หรือสารสไตรีน เพราะสารโพลีสไตรีนเมื่อโดนเผาก็กลายเป็นสไตรีนโมโนเมอร์ ฉะนั้นจะมีกลิ่นฟุ้งออกมา ประชาชนจึงเข้าไปไม่ได้ ต้องกั้นบริเวณไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน และต้องเข้าไปทำคลีนอัปหรือความสะอาด โดยเจ้าหน้าที่พร้อมสวมชุดเซฟตี้อย่างดี แล้วจัดการเอากากอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ไหม้ไฟในโรงงานออกไปจัดการให้หมด เนื่องจากกากอุตสาหกรรมเหล่านี้ยังมีไอระเหยอยู่ คนที่เข้าไปในพื้นที่นั้นต้องเอาเครื่องมือไปตรวจวัดว่าไอระเหยของสารพวกนี้มันไปไกลแค่ไหน

 

“ไอระเหยพวกนี้ เมื่อมันลอยขึ้นไปแล้วโดนลมพัด มันก็จะเจือจาง แต่ตอนนี้เราไม่รู้ว่ามันแค่ไหน ถ้าลมสงบนิ่งมันก็จะพัดไปอยู่รอบๆ บริเวณได้โดยที่ไอระเหยก็ยังมีความเข้มข้นสูง สิ่งที่ตามมาจึงต้องมีเครื่องมือตรวจวัดสารสไตรีนโมโนเมอร์ เพราะถ้าไม่มีเครื่องมือตรวจวัดเราก็ไม่รู้เลยว่ามันเข้มข้นเท่าไร หน่วยราชการเราจึงต้องเข้ามาช่วยตรงนี้” สนธิกล่าว

 

กรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีอุปกรณ์ตรวจวัดสารระเหยสไตรีนโมโนเมอร์หรือสารไฮโดรคาร์บอน โดยสารเหล่านี้จะระเหยจนกว่าไฟจะสงบ หรือจนกว่าจะมีการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมและของเสียที่ไหม้ไฟแล้วออกไปกำจัดหรือทำลาย จะปล่อยไว้ในโรงงานไม่ได้อย่างเด็ดขาด มองว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน

 

“กรณีที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว พื้นที่ที่ประชาชนอยู่อ่าศัยอย่างน้อยบริเวณ 5 กิโลเมตรแรกนั้นไม่น่ามีไอระเหยอยู่แล้ว เพราะน่าจะถูกลมพัดหายไปหมด ถึงมีอยู่ก็ไม่นาน เพราะมันเป็นสาร VOCs ลมพัดก็เจือจางได้ เนื่องจากต้นเหตุดับไปแล้ว ซึ่งประชาชนสามารถกลับเข้ามาบ้านได้ภายใน 1-2 วันหลังเพลิงสงบ แต่ก่อนเข้ามาก็ต้องให้มีการตรวจวัดก่อนว่าจากแหล่งกำเนิดสารไปไกลแค่ไหน สมมติไกล 1 กิโลเมตร ถ้าบ้านอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรนั้นก็อาจจะยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้” 

 

นอกจากนี้ มองว่าประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือน้ำ เนื่องจากน้ำที่ดับเพลิงนั้นไหลลงใต้ดิน แล้วเป็นสารเคมีทั้งนั้น จะไปปนเปื้อนน้ำใต้ดิน ลงคลอง จากคลองลงสู่แม่น้ำบางปะกง และจากบางปะกงไปสู่ทะเล ฉะนั้นปลาทั้งหลายอาจจะกินไม่ได้ เพราะมันไปปนเปื้อนในเนื้อปลา พืชผักแถวนั้น 

 

“ทั้งนี้ น้ำจากการดับเพลิงก็จะปนเปื้อนด้วยสไตรีนโมโนเมอร์ น้ำมัน ไฮโดรคาร์บอนที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำ แม่น้ำลำคลองต่างๆ จะไปปนเปื้อนในสัตว์น้ำ เช่น เนื้อปลา กินเข้าไปก็จะได้รับสารไปด้วย ซึ่งสารเหล่านี้จะตกค้างอยู่นานหากว่าน้ำนิ่ง สุดท้ายมันจึงต้องมีการคลีนอัป เช่น ไปดูดน้ำในคลองที่ลงไปออกมาให้หมด และใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย ถ้าน้ำปนเปื้อนเหล่านี้ลงไปยังแม่น้ำบางปะกงแล้วตรวจเจอ ก็ต้องเอาน้ำดีจากเขื่อนมาไล่ออกไป” 

 

ดังนั้น งานฟื้นฟูหลังจากนี้ก็จะเป็นงานหนัก คำถามคือตอนนี้ใครกำลังฟื้นฟู ใช่กรมควบคุมมลพิษหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ อาจจะให้ทางจังหวัดสมุทรปราการเป็นเจ้าภาพ เมื่อฟื้นฟูเสร็จเรียบร้อยแล้วก็คิดเงินหรือไปฟ้องให้โรงงานจ่าย โรงงานทำประกันภัยไฟไหม้ แต่เมื่อผลที่ตามมามันเยอะแยะ โรงงานก็ต้องจ่าย

 

โดยสนธิได้เสนอแนวทางการฟื้นฟูหลังจากนี้ออกเป็น 3 ขั้นตอนใหญ่ๆ ว่า

  1. หลังจากที่เพลิงสงบแล้ว หน่วยราชการต้องไปช่วยตรวจวัดสารสไตรีนโมโนเมอร์และไอระเหยต่างๆ ว่าไปไกลแค่ไหน เกินค่ามาตรฐานหรือไม่ ประชาชนจะกลับมาอยู่ได้ไหม
  2. จะต้องไปจัดการในโรงงาน ต้องเอาพวกกากอุตสาหกรรมที่ถูกไฟไหม้ทั้งหลายไปกำจัดตามศูนย์กำจัดกากอุตสาหกรรมหรือเจน​โก้ (GENCO) หรือพวกกำจัดขยะมูลฝอยแบบฝังกลบ Sanitary Landfill อย่างปลอดภัย ทีมที่จะเข้าไปฟื้นฟูในโรงงานก็ต้องใส่อุปกรณ์เซฟตี้ ความปลอดภัยอย่างเข้มงวด น้ำที่ขังถือเป็นกากอุตสาหกรรมอันตรายทั้งหมด ต้องนำไปกำจัด ทั้งหมดนี้คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือน
  3. การฟื้นฟูนอกโรงงานรวมถึงแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งหลายว่ามีการปนเปื้อนหรือไม่ ต้องตรวจวัดอะไรเพิ่มเติมไหม หากพบก็ต้องรีบจัดการสูบน้ำในคลองนั้นมาบำบัดโดยไว ทั้งนี้ น้ำที่นำไปดับเพลิงก็ไหลลงดินและซึมลงใต้ดินด้วย จึงต้องมีการนำน้ำจากใต้ดินไปตรวจว่าปนเปื้อนสารเคมีหรือไม่ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องระยะยาว ต้องใช้เวลานาน “ทั้งนี้สามารถใช้น้ำประปาในการอุปโภคบริโภคได้เนื่องจากไม่ปนเปื้อน แต่น้ำคลองห้ามใช้ รวมถึงน้ำฝนด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อฝนตกลงมาเจอไอระเหย พวกนี้จะกลายเป็นฝนกรด และฝนพวกนี้จะทำให้ดินเปรี้ยว ต้นไม้ตาย” สนธิกล่าว

 

สำหรับประชาชนบริเวณนั้น เมื่อกลับไปถึงบ้านแล้ว สนธิแนะนำว่าต้องล้างทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง ไม่ว่าจะเขม่าหรือแก๊สต่างๆ ที่ยังติดอยู่ตามบริเวณพื้นบ้าน จำเป็นต้องเช็ดถูให้หมด เปิดประตูและหน้าต่างให้ลมพัดเข้าระบายอากาศ ไม่เช่นนั้นจะมีฝุ่นละอองตกค้างในบ้านเป็นจำนวนมาก อย่าเพิ่งไปเปิดเครื่องปรับอากาศ 

 

“เครื่องกรองอากาศช่วยได้บ้าง ถ้านอนในห้องนอนก็สามารถใช้เครื่องกรองกาศช่วยได้” เมื่อสถานการณ์นี้จบลงเรียบร้อยแล้วทุกอย่าง ถือว่าเป็นบทเรียนที่จะนำไปใช้ในอนาคต เพราะโรงงานนี้เกิดขึ้นในปี 2532 ก่อนหน้า พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมปี 2535 ทำให้ไม่ต้องทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และมาก่อน พ.ร.บ. ผังเมืองปี 2544 เมื่อจังหวัดสมุทรปราการตั้งผังเมืองขึ้นมาก็เอาพื้นที่สีแดงไปล้อมรอบพื้นที่สีม่วงซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงงาน ฉะนั้นทำให้คนมาอยู่อาศัยติดกับโรงงาน ทั้งที่จริงๆ ควรมีพื้นที่สีเขียวกั้นไว้ แต่กลับไม่มี เนื่องจากเรามองว่าสุวรรณภูมิเป็นสนามบิน เราต้องการล้อมรอบสุวรรณภูมิด้วยพื้นที่ทางธุรกิจต่างๆ ให้ผู้คนมาทำการค้า ทำให้ไม่มีพื้นที่สีเขียว

 

“ขณะเดียวกันโรงงานเองก็ไม่ต้องทำ EIA แต่ทำเพียงรายงานการศึกษามาตรการป้องกันต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ESA) หรือคือการประเมินความเสี่ยงเท่านั้น หลังจากนั้นก็ทำรายงานส่งให้กรมโรงงานปีละครั้ง ซึ่งนับเป็นมาตรการที่อ่อนด้อย ประชาชนก็ไม่มีส่วนร่วม ขณะเดียวกันกรมโรงงานบอกตรวจทุกปี แต่ปีนี้ไม่ได้ตรวจเพราะว่าติดโควิด เข้าไปตรวจไม่ได้ โรงงานก็บอกว่าปีนี้เศรษฐกิจแย่ คนงานก็ไม่มี ดังนั้นมาตรการต่างๆ เลยอาจจะอ่อนด้อยไปสักหน่อยเลยเกิดอุบัติภัยตรงนี้ขึ้นมา ชาวบ้านที่อยู่แถบนั้นจึงได้รับผิดกระทบสูง แต่ถ้ามีพื้นที่สีเขียวก็ยังได้รับผลกระทบน้อยกว่านี้” สนธิกล่าว และเสนอให้รัฐไปสำรวจว่าโรงงานที่มีสารเคมีอันตรายที่ตั้งบริเวณชุมชนมีกี่แห่ง เพราะจังหวัดสมุทรปราการมีโรงงานเหล่านี้เยอะ เมื่อรู้ว่ามีโรงงานสารเคมีอันตรายตั้งอยู่เยอะเท่าใดแล้ว ก็สร้างแรงจูงใจให้เขาย้ายไปอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตประกอบการเสีย เช่น ให้ BOI (ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน) แก่เขาหรือลดภาษีเงินได้เขา จูงใจให้เขาย้ายไป ฉะนั้นโรงงานบริเวณนี้จึงต้องถูกสำรวจและย้ายออก แต่วิธีการจะเป็นแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐ

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post จับตาสารตกค้างในอากาศ-แหล่งน้ำจากเหตุโรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนประชาชนโดยรอบกลับบ้านได้หลังเพลิงสงบแล้ว 1-2 วัน แนะขั้นตอนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมประกันวินาศภัยแนะวิธีเคลมค่าเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล https://thestandard.co/fire-incident-king-kaew-factory-9/ Tue, 06 Jul 2021 12:28:35 +0000 https://thestandard.co/?p=509152 สมาคมประกันวินาศภัย

อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ตาม […]

The post สมาคมประกันวินาศภัยแนะวิธีเคลมค่าเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมประกันวินาศภัย

อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้และการระเบิดอย่างรุนแรงที่โรงงานบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก สมาคมประกันวินาศภัยไทยขอแนะนำแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ได้รับความเสียหายดังต่อไปนี้

 

  1. กรณีที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิตและการบาดเจ็บต่อร่างกาย ให้ดำเนินการและจัดเตรียมเอกสารเบื้องต้นดังต่อไปนี้
  • ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและตรวจรักษา
  • ขอใบรับรองแพทย์และใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล
  • ในกรณีเสียชีวิต ให้เตรียมใบมรณบัตรที่ระบุสาเหตุการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเอกสารแสดงการเป็นทายาทตามกฎหมาย

 

  1. กรณีที่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ อาคาร บ้านพักอาศัย ให้ดำเนินการและจัดเตรียมเอกสารเบื้องต้นดังต่อไปนี้
  • ถ่ายภาพของทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายโดยละเอียด เพื่อให้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
  • จัดทำรายการความเสียหายของทรัพย์สินทั้งหมด
  • ให้ช่างหรือผู้รับเหมาประเมินราคาค่าเสียหายของทรัพย์สินที่เกิดขึ้นทั้งหมด
  • หากมีการจ่ายเงินค่าซ่อมแซมหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายให้เก็บใบเสร็จรับเงินไว้ให้ครบถ้วน
  • เตรียมเอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย

 

  1. กรณีมีประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือประกันภัยสุขภาพ หรือรถยนต์ของท่านทำประกันภัยประเภท 1 ไว้ หรือบ้าน/อาคารของท่านทำประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ประกันอัคคีภัย (กรณีมีความคุ้มครองภัยระเบิด) ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risks) ไว้ ให้แจ้งเหตุแก่บริษัทประกันวินาศภัยที่ท่านได้ทำประกันภัยไว้

 

  1. หากท่านไม่ได้ทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือประกันภัยสุขภาพ หรือทรัพย์สินของท่านไม่ได้ทำประกันภัยไว้ ให้รอผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวนว่าสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้เกิดจากการกระทำหรือความประมาทของผู้ใด เพื่อจะได้ดำเนินการเรียกร้องความเสียหายจากผู้รับผิดชอบต่อไป

 

ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ สามารถตรวจสอบที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อของบริษัทประกันวินาศภัยได้ที่เว็บไซต์ www.tgia.org

 

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น

The post สมาคมประกันวินาศภัยแนะวิธีเคลมค่าเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บ้านพัง-รถยุบ’ สภาพความเสียหายจากเหตุระเบิดไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว https://thestandard.co/fire-incident-king-kaew-factory-8/ Tue, 06 Jul 2021 11:03:50 +0000 https://thestandard.co/?p=509172 ความเสียหายไฟไหม้กิ่งแก้ว

หลังใช้เวลากว่า 26 ชั่วโมงในการเข้าควบคุมสถานการณ์เพลิง […]

The post ‘บ้านพัง-รถยุบ’ สภาพความเสียหายจากเหตุระเบิดไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความเสียหายไฟไหม้กิ่งแก้ว

หลังใช้เวลากว่า 26 ชั่วโมงในการเข้าควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดจากเหตุระเบิดในโรงงานหมิงตี้เคมีคอล ซอยกิ่งแก้ว 21 จังหวัดสมุทรปราการ จนถึงเวลานี้เพลิงและควันไฟได้สงบลงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงสแตนด์บายเพื่อฉีดน้ำหล่อเลี้ยง และเฝ้าสถานการณ์ให้แน่ใจว่าการควบคุมเพลิงในจุดดังกล่าวมีความปลอดภัย

 

วันนี้ (6 กรกฎาคม) THE STANDARD สำรวจพื้นที่ภายใต้รัศมี 5 กิโลเมตรรอบโรงงาน พบบ้านเรือนได้รับความเสียหาย หลังคาหลุดล่อน เพดานพัง บางจุดรถยนต์จำนวนหลายคันได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด โดยมีประชาชนบางส่วนที่ห่วงใยบ้านเรือนของตนเองเข้ามาซ่อมแซมหลังคาในเบื้องต้น เพราะกังวลว่าทรัพย์สินอาจได้รับความเสียหายซ้ำเติมจากฝนที่อาจตกลงมา

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสถานีตำรวจภูธร (สภ.) บางแก้ว มีประชาชนเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันความเสียหาย 160 ราย มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 155 หลังคาเรือน รถยนต์ 6 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน ประชาชนต้องไปอยู่ศูนย์อพยพ รวม 1,892 คน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้น ในส่วนของความเสียหายต้องรอการเข้าพื้นที่ประเมินอีกครั้ง

 

หมายเหตุ : สถานการณ์ตามที่รายงานเกิดขึ้นก่อนที่เพลิงจะกลับมาปะทุอีกครั้งในเวลา 17.01 น. ซึ่งประชาชนได้ออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว

 

ความเสียหายไฟไหม้กิ่งแก้ว ความเสียหายไฟไหม้กิ่งแก้ว ความเสียหายไฟไหม้กิ่งแก้ว ความเสียหายไฟไหม้กิ่งแก้ว ความเสียหายไฟไหม้กิ่งแก้ว ความเสียหายไฟไหม้กิ่งแก้ว ความเสียหายไฟไหม้กิ่งแก้ว

The post ‘บ้านพัง-รถยุบ’ สภาพความเสียหายจากเหตุระเบิดไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมาคมอาชีวอนามัยฯ เตือน รัศมี 2.2 กม. จากโรงงานหมิงตี้ เป็นพื้นที่อันตรายจากสารสไตรีน https://thestandard.co/ohswa-warning-a-radius-of-2-point-2-km-from-the-mingdi-factory/ Tue, 06 Jul 2021 11:02:46 +0000 https://thestandard.co/?p=509175 โรงงานหมิงตี้

วันนี้ (6 กรกฎาคม) สมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการท […]

The post สมาคมอาชีวอนามัยฯ เตือน รัศมี 2.2 กม. จากโรงงานหมิงตี้ เป็นพื้นที่อันตรายจากสารสไตรีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงงานหมิงตี้

วันนี้ (6 กรกฎาคม) สมาคมอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน (ส.อ.ป.) โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจ ระบุว่า


‘บ้านของเรา โรงงานของเรา ปลอดภัยจากสไตรีนโมโนเมอร์หรือไม่’

 

เพื่อให้เกิดความชัดเจนเชิงรูปธรรม มีตัวเลขมาแสดง ด้วยแบบจำลองมาตรฐานที่เชื่อถือได้ ส.อ.ป. โดย ขรรชัย เกรียงไกรอุดม และทีมงานคุณภาพของบริษัท ซีคอท จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัยประเมินคุณภาพอากาศ

 

จากการเกิดเพลิงไหม้สารสไตรีนที่โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ในซอยกิ่งแก้ว 21 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวานนี้ (5 กรกฎาคม) ด้วยเงื่อนไขที่กำหนดว่าสไตรีนโมโนเมอร์ไหล 100 ตัน (ภายใน 1 ชั่วโมง) เพื่อประเมินว่าสภาพคุณภาพอากาศจะเป็นเช่นใด ในระยะทางต่างๆ โดยใช้ค่ามาตรฐาน AEGL ของ US.EPA ซึ่งกรมควบคุมมลพิษก็ใช้ค่านี้เช่นกัน) มาดูว่าผลปรากฏเป็นอย่างไรบ้าง (Acute Exposure Guideline Level: AEGL) ในภาพ วงกลมสีส้มอ่อนๆ คืออาณาเขตโดยรอบรัศมี 5 กิโลเมตรจากโรงงานต้นเหตุเพลิงไหม้ จะเห็นว่า

 

1. พื้นที่สีแดง คือ Threat Zone อันตรายสุด บริเวณนี้คือบริเวณที่ห่างจากโรงงานนี้ 2.2 กิโลเมตร ค่าประเมินจากแบบจำลองมีค่าสไตรีน 1,100 ppm คิดเป็นค่า AEGL-3 แปลความว่า ประชาชนทั่วไป (จึงไม่ต้องพูดถึงกลุ่มเสี่ยงเช่นเด็กและผู้สูงอายุ) ‘could experience life-threatening health effects or death’ นั่นคือเสี่ยงสูงมาก บ้านใครอยู่ในระยะทางนี้ ก็ต้องอพยพอย่างเดียว และโรงงานไหนอยู่ในระยะนี้ และตรวจสอบค่าให้ดีก่อนกลับเข้ามาทำงาน

 

2. พื้นที่สีส้ม ก็คือพื้นที่ห่างจากจุดเกิดเหตุ 4.7 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ตกที่ค่า AEGL-2 มีค่าประเมินสไตรีนในอากาศ 130 ppm ซึ่งโซนนี้มีความหมายว่า ประชาชนทั่วไป คนกลุ่มเสี่ยง คนอ่อนแอ จะเสี่ยงต่อสุขภาพร้ายแรงที่ร่างกายอาจไม่ดีกลับคืนมาเหมือนเดิมได้ หรืออาจลดทอนความสามารถในการหนีออกจากสถานการณ์นั้น ‘could experience irreversible or other serious, long-lastng adverse health effects or an impaired ability to escape.’

 

“มาถึงตรงนี้ บอกได้เลยว่าคนที่อยู่ในระยะ 5 กิโลเมตร ต้องตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศว่ามีสไตรีนในอากาศเท่าไร ปลอดภัยแล้วหรือไม่ ซึ่งกรมควบคุมมลพิษคือแหล่งที่เราพึ่งข้อมูลพวกนี้ได้”

 

3. พื้นที่สีเหลือง คือพื้นที่ที่ตกในค่า AEGL-1 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่าสไตรีนในอากาศ 20 ppm และคาดการณ์ได้ว่าประชาชนบริเวณนี้จะเสี่ยงต่ำ หรือพูดให้ฟังง่ายขึ้นคือบริเวณที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่ประชาชนก็อาจรู้สึกได้ถึงความไม่สบาย (Notable Discomfort) หรือรู้สึกระคายเคือง (Irritation) เป็นต้น 

 

“ทั้งนี้เมื่อไม่ได้สัมผัสสารนี้อาการพวกนี้ก็จะหายไป สำหรับบ้านใคร โรงงานใครอยู่คนละทิศกับในภาพที่แสดงก็ไม่ยาก ให้คิดว่าหากทิศทางลมมาทางบ้านเรา โรงงานเรา ระยะทางของโซนต่างๆ ก็เป็นตามที่แสดงไว้”

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post สมาคมอาชีวอนามัยฯ เตือน รัศมี 2.2 กม. จากโรงงานหมิงตี้ เป็นพื้นที่อันตรายจากสารสไตรีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวลาประมาณ 17.00 น. โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ไฟกลับมาปะทุอีกครั้ง ท่ามกลางฝนตก https://thestandard.co/fire-incident-king-kaew-factory-7/ Tue, 06 Jul 2021 10:47:02 +0000 https://thestandard.co/?p=509156 ไฟไหม้กิ่งแก้ว

วันนี้ (6 กรกฎาคม) หลังสถานการณ์ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ เคม […]

The post เวลาประมาณ 17.00 น. โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ไฟกลับมาปะทุอีกครั้ง ท่ามกลางฝนตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้กิ่งแก้ว

วันนี้ (6 กรกฎาคม) หลังสถานการณ์ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ในซอยกิ่งแก้ว 21 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ไฟสงบลงตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

 

ล่าสุดเวลา 17.10 น. มีรายงานว่าไฟได้กลับมาปะทุอีกครั้ง โดยมีกลุ่มควันดำลอยเหนือโรงงาน รวมถึงสภาพอากาศที่มีฝนตกลงมา ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดับเพลิงเป็นอย่างมาก

 

ทั้งนี้หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม THE STANDARD จะรายงานให้ทราบต่อไป

 

ภาพ: นคร 58

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง:

The post เวลาประมาณ 17.00 น. โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ไฟกลับมาปะทุอีกครั้ง ท่ามกลางฝนตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมมลพิษตรวจพื้นที่เกิดเหตุระเบิดโรงงานหมิงตี้ เคมีคอล เบื้องต้นพบคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติ พร้อมเฝ้าระวังต่อเนื่องอย่างน้อย 3 วัน https://thestandard.co/fire-incident-king-kaew-factory-6/ Tue, 06 Jul 2021 09:26:32 +0000 https://thestandard.co/?p=509098 โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล

วันนี้ (6 กรกฎาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพ […]

The post กรมควบคุมมลพิษตรวจพื้นที่เกิดเหตุระเบิดโรงงานหมิงตี้ เคมีคอล เบื้องต้นพบคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติ พร้อมเฝ้าระวังต่อเนื่องอย่างน้อย 3 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล

วันนี้ (6 กรกฎาคม) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และสารอันตรายในพื้นที่ที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียงจากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ภายในโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด เลขที่ 87 หมู่ 15 ซอย 21 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

 

อรรถพลกล่าวว่า วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง คพ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือในการตรวจสอบคุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และสารอันตรายในพื้นที่ที่เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ภายในโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด และพื้นที่รอบนอก โดยในรัศมี 1 กิโลเมตรแรกจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งสารเคมีที่ต้องระวัง คือ โซเวนต์ ที่ติดไฟได้ง่าย และสารสไตรีนโมโนเมอร์ ใช้เป็นองค์ประกอบทำเม็ดพลาสติก เมื่อเกิดลุกไหม้ไฟจะปลดปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

 

จากการตรวจคุณภาพอากาศในพื้นที่พบว่ากลับสู่สภาวะปกติ กำลังพิจารณาเรื่องลดพื้นที่เพื่อให้ประชาชนกลับมายังที่อยู่อาศัยได้ และ คพ. จะต้องเฝ้าติดตามด้านมลพิษอย่างต่อเนื่อง 3 วัน ขณะนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ หากมีกรณีฝนตกลงมา อาจจะชะสารเคมีลงใต้ดิน แหล่งน้ำ หรือท่อระบายน้ำ ซึ่งจะยากต่อการควบคุม ซึ่งอาจต้องเข้าไปบำบัดเพื่อแก้ปัญหาต่อไป 

 

การตรวจวัดคุณภาพอากาศใช้หน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ติดตั้ง ณ บริเวณเขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งตรวจวัดมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด คือ 1. ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมโครอน (PM10) 2. ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมโครอน (PM2.5) 3. คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) 4. ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) 5. ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และ 6. โอโซน (O3) โดยจุดติดตั้ง Mobile ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร 

 

ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศตั้งแต่เวลา 23.00 น. ของวันที่ 5 กรกฎาคมเป็นต้นมา พบค่าสารมลพิษที่ตรวจวัดได้ ดังนี้ 

 

  1. PM10 ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงตรวจวัดได้ระหว่าง 10-24 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

 

  1. PM2.5 ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงตรวจวัดได้ระหว่าง 5-16 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

 

  1. CO ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงตรวจวัดได้ระหว่าง 0.01-0.09 ส่วนในล้านส่วน (ppm) 

 

  1. NO2 ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงตรวจวัดได้ระหว่าง 2-14 ส่วนในพันล้านส่วน (ppb) 

 

  1. SO2 ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงตรวจวัดได้ระหว่าง 0-2 ppb 

 

  1. O3 ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงตรวจวัดได้ระหว่าง 3-11 ppb

 

ส่วนผลค่าตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม (Total VOCs) ด้วยเครื่องมือแบบเคลื่อนที่ (Portable) พบว่า

 

  1. บริเวณในรั้วโรงงาน 0 เมตร มีค่า 7 ppm 

 

  1. บริเวณด้านหน้าโรงงานห่างออกมา 5 เมตร มีค่า 0.5 ppm 

 

  1. บริเวณห่างรั้วโรงงานออกไป 50 เมตร มีค่า 0.1 ppm

 

อีกทั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ 5 สถานี ได้แก่ 1. ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง 2. ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ 3. ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง 4. ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ และ 5. ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง ผลการตรวจวัดพบว่าคุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และกรุงเทพมหานครพื้นที่ใกล้เคียง อยู่ในเกณฑ์ดีมาก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อาจเป็นผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานสารเคมีที่เกิดขึ้น 

 

ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ สรุปได้ดังนี้ 

  1. PM2.5 เฉลี่ย 24 ชม. ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 6 – 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

 

  1. PM10 เฉลี่ย 24 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 12-35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 

 

  1. O3 เฉลี่ย 8 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 7-18 ppb  

 

  1. CO เฉลี่ย 8 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 0-0.54 ppm 

 

  1. NO2 เฉลี่ย 1 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 8-11 ppb 

 

  1. SO2 เฉลี่ย 1 ชม. ตรวจวัดได้ในช่วง 1-4 ppb

 

ซึ่งในวันนี้จะดำเนินการติดตั้งหน่วยตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่เพิ่มเติมที่โรงเรียนวัดกิ่งแก้ว พร้อมทั้งนำเครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 แบบอัตโนมัติสำหรับตรวจวัดภายนอกอาคาร (Outdoor) ไปติดตั้งเพิ่มเติมตามชุมชนหรือหมู่บ้านที่มีความเสี่ยง 2-3 จุด เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองและผลกระทบที่ชุมชนจะได้รับจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวต่อไป

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และแอปพลิเคชัน Air4Thai

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post กรมควบคุมมลพิษตรวจพื้นที่เกิดเหตุระเบิดโรงงานหมิงตี้ เคมีคอล เบื้องต้นพบคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติ พร้อมเฝ้าระวังต่อเนื่องอย่างน้อย 3 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ด่านหน้าผู้ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อควบคุมสถานการณ์ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ https://thestandard.co/fire-incident-king-kaew-factory-5/ Tue, 06 Jul 2021 08:56:57 +0000 https://thestandard.co/?p=509057 โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

หลังใช้เวลากว่า 26 ชั่วโมง เพื่อควบคุมสถานการณ์จากเหตุ […]

The post ด่านหน้าผู้ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อควบคุมสถานการณ์ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

หลังใช้เวลากว่า 26 ชั่วโมง เพื่อควบคุมสถานการณ์จากเหตุ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ หรือโรงงานหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ที่ซอยกิ่งแก้ว 21 จังหวัดสมุทรปราการ

 

แม้สามารถควบคุมสถานการณ์เพลิงและควันไฟ รวมถึงจุดที่เกิดการระเบิดได้ แต่เจ้าหน้าที่ยังต้องคอยฉีดน้ำลดอุณหภูมิพื้นที่เกิดเหตุต่อไป โดยยังไม่มีการประกาศให้ประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่กลับเข้ามาได้

 

จากการระเบิดครั้งแรกในเวลา 03.10 น. ของวันที่ 5 กรกฎาคมจนถึงปัจจุบัน ภาพรวมความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการประเมินออกมาเป็นตัวเลข

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่สับเปลี่ยนกำลังทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงเวลานี้ โดยพยายามปกป้องดูแลชีวิตประชาชนให้รอดพ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว ขณะที่คาดว่าจะใช้เวลารวม 3 วัน ในการเข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบสาเหตุการระเบิดอีกครั้ง

 

THE STANDARD ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียนักดับเพลิง ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่หน้างาน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้

 

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น

The post ด่านหน้าผู้ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อควบคุมสถานการณ์ #โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ สมุทรปราการเผย สามารถจำกัดวงเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล หลังใช้โฟมเคมีและน้ำ ย้ำประชาชนยังไม่ควรกลับเข้าพื้นที่ https://thestandard.co/samutprakarn-governor-say-fire-is-in-control-and-place-should-not-revisit/ Mon, 05 Jul 2021 15:02:55 +0000 https://thestandard.co/?p=508753 วันชัย คงเกษม

วันนี้ (5 กรกฎาคม) วันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุ […]

The post ผู้ว่าฯ สมุทรปราการเผย สามารถจำกัดวงเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล หลังใช้โฟมเคมีและน้ำ ย้ำประชาชนยังไม่ควรกลับเข้าพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วันชัย คงเกษม

วันนี้ (5 กรกฎาคม) วันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ แถลงความคืบหน้าการปฏิบัติการของศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์เพลิงไหม้โรงงานจังหวัดสมุทรปราการ โดยสถานการณ์ในเวลาประมาณ 19.30 น. ยังมีการลุกไหม้อย่างต่อเนื่องในบริเวณที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ระดมเฮลิคอปเตอร์และยานยนต์ เพื่อใช้น้ำ รวมทั้งโฟมเคมีกว่า 3,000 ลิตร ในการดับเพลิงในพื้นที่ ซึ่งในภาพรวมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะจำกัดเพลิงให้อยู่ในวงแคบลงได้ 

 

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือประชาชน ทางจังหวัดได้จัดศูนย์อพยพรองรับประชาชนที่เดือดร้อนจำนวน 8 ศูนย์ ประกอบด้วย 

 

  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ (อาคารหลังเก่า)
  • วัดบางพลีใหญ่กลาง
  • โรงเรียนคลองบางกระบือ
  • โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์
  • วัดบางโฉลงใน
  • วัดบางโฉลงนอก
  • ศาลพ่อหลวง
  • วัดบางพลีใหญ่ใน 

 

โดยขณะนี้มีประชาชนเข้าพักแล้วจำนวน 1,892 คน ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับประชาชนเพิ่มเติมได้อีกเกือบ 400 คน 

 

นอกจากนี้ทางจังหวัดยังจัดเตรียมจุดอพยพสำรองไว้อีก 3 แห่ง สามารถรองรับประชาชนได้อีก 500 คน โดยจังหวัดจะจัดอาหารและที่พักดูแลกลุ่มผู้อพยพและแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในการดูแลของศูนย์อพยพอย่างเต็มที่

 

ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนอยู่ในศูนย์อพยพและขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้กลับเข้าไปยังบ้านเรือนที่อยู่ในรอบรัศมี 5 กิโลเมตรของจุดเกิดเหตุ เพราะยังไม่สามารถประเมินในเรื่องของความปลอดภัยได้

 

สำหรับยอดผู้บาดเจ็บมีจำนวน 33 คน และเสียชีวิต 1 คน ส่วนผู้ป่วยโควิด ทางจังหวัดคัดแยกออกจากประชาชนและเข้าสู่กระบวนการรักษาเรียบร้อยแล้ว 

 

ขณะที่ พล.ต.ต. ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า มีประชาชนจำนวน 177 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรบางแก้วแล้ว และขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวทยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้เพิ่มเติมได้

 

ส่วนการดูแลพื้นที่ที่อพยพประชาชนออกไปแล้วในรัศมี 5 กิโลเมตร ตำรวจจำเป็นต้องปิดการจราจรถนนลาดกระบัง​และถนนบางนา-ตราด ที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนกิ่งแก้ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องใช้เส้นทางในการปฏิบัติงาน และเพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัย พร้อมยืนยัน จัดกำลังตำรวจดูแลบ้านเรือนของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง 

 

ส่วนในเรื่องของการสอบสวนดำเนินคดี เบื้องต้นสอบปากคำพนักงานโรงงานจำนวน 8 คน ให้การว่าเห็นประกายไฟเกิดขึ้นจึงตกใจวิ่งหนี ดังนั้นต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง จึงยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ 

 

ด้าน ปภินวิช ละอองแก้ว หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสมุทรปราการ เปิดเผยว่า ขณะนี้การระเบิดในพื้นที่ไม่มีแล้วเหลือเพียงกลุ่มเพลิงที่อยู่ในวงจำกัด ซึ่งขณะนี้ได้รับการสนับสนุนโฟมเคมีจากหน่วยงานเอกชนเพิ่มเติม 

 

ส่วนในเรื่องของการเยียวยาผู้บาดเจ็บและประชาชน อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น

The post ผู้ว่าฯ สมุทรปราการเผย สามารถจำกัดวงเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล หลังใช้โฟมเคมีและน้ำ ย้ำประชาชนยังไม่ควรกลับเข้าพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คปภ. พบ ‘หมิงตี้ เคมีคอล’ ทำประกันภัยไว้ 3 กรมธรรม์กับ 5 บริษัท ทุนประกันรวมกว่า 400 ล้านบาท สั่งตั้งศูนย์ประสานงานช่วยผู้ได้รับผลกระทบ https://thestandard.co/oic-found-mingty-chemical-insurance-worth-400-million-baht/ Mon, 05 Jul 2021 14:03:08 +0000 https://thestandard.co/?p=508716 หมิงตี้ เคมีคอล

สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมกา […]

The post คปภ. พบ ‘หมิงตี้ เคมีคอล’ ทำประกันภัยไว้ 3 กรมธรรม์กับ 5 บริษัท ทุนประกันรวมกว่า 400 ล้านบาท สั่งตั้งศูนย์ประสานงานช่วยผู้ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิงตี้ เคมีคอล

สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีถังเก็บสารเคมีระเบิดภายในบริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 87 หมู่ 15 ซอยกิ่งแก้ว 21 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเม็ดโฟมและเม็ดพลาสติก จนทำให้บ้านเรือน โรงงาน ยานยนต์ ที่อยู่โดยรอบรัศมี 500 เมตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์บูรณาการร่วมกับสายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) สำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรปราการ และสำนักงาน คปภ. จังหวัด ภายใต้สังกัดสำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) ให้ลงพื้นที่ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือด้านประกันภัยให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยอย่างเต็มที่และเต็มกำลังความสามารถแบบครบวงจร ทั้งการรับแจ้งเรื่องการทำประกันภัย ตรวจสอบข้อมูลและเอกสารการทำประกันภัย และติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อใช้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมโดยด่วน

 

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรปราการ ได้ตรวจสอบการทำประกันภัยในเบื้องต้นพบว่า บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ได้ทำประกันภัยรองรับไว้ 3 กรมธรรม์ คือ

  1. กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) เลขที่ DQ-11-64/000123 ทุนประกันภัย 379,320,000 บาท
  2. กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก เลขที่ DQ-40-64/000041 ทุนประกันภัย 20,000,000 บาท
  3. กรมธรรม์ประกันภัยหม้อกำเนิดไอน้ำและถังอัดความดัน เลขที่ DQ-84-64/000005 ทุนประกันภัย 21,584,989 บาท 

เริ่มคุ้มครองวันที่ 5 เมษายน 2564 สิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน 2565 โดยมีบริษัทร่วมรับประกันภัย ได้แก่ บมจ.คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย 40%, บมจ.ทิพยประกันภัย 20%, บมจ.นวกิจประกันภัย 20%, บมจ.คิงไว ประกันภัย 10% และ บมจ.วิริยะประกันภัย 10%

 

สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บกว่า 30 ราย บ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 70 หลัง ยานยนต์เสียหายกว่า 15 คัน และทรัพย์สินอื่นๆ อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลการทำประกันภัยจากประชาชนที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือด้านประกันภัย ณ ศูนย์อพยพผู้ประสบภัยเพลิงไหม้องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ วัดบางพลีใหญ่ใน (วัดหลวงพ่อโต) และวัดบางโฉลง ไม่ว่าจะเป็นการทำประกันชีวิต การประกันภัยอุบัติเหตุ การประกันภัยรถยนต์ และการประกันภัยทรัพย์สินอื่น รวมถึงการประกันภัยประเภทอื่นๆ ซึ่งหากพบว่าได้รับทำประกันภัยรองรับไว้ สำนักงาน คปภ. จะเร่งบูรณาการช่วยเหลือติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาประกันภัยโดยเร็วที่สุด

 

“ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยจะนำระบบประกันภัยเข้ามาช่วยบรรเทาความสูญเสียและเดือดร้อนอย่างเต็มที่ และเนื่องจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงฝากเตือนมายังผู้ประกอบกิจการและประชาชนควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยควรทำประกันภัยให้ครอบคลุมทั้งชีวิต ร่างกาย อนามัย และทรัพย์สิน รวมถึงความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก เพื่อให้ระบบประกันภัยเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัย สามารถสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

 

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น

The post คปภ. พบ ‘หมิงตี้ เคมีคอล’ ทำประกันภัยไว้ 3 กรมธรรม์กับ 5 บริษัท ทุนประกันรวมกว่า 400 ล้านบาท สั่งตั้งศูนย์ประสานงานช่วยผู้ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก ‘หมิงตี้เคมีคอล’ เจ้าของโรงงานที่ระเบิดย่านกิ่งแก้ว พบทำธุรกิจมาแล้ว 32 ปี มีรายได้หลักพันล้าน กำไรหลักสิบล้าน https://thestandard.co/get-to-know-mingty-chemical-company/ Mon, 05 Jul 2021 11:01:03 +0000 https://thestandard.co/?p=508597 หมิงตี้เคมีคอล

เมื่อเวลาประมาณ 03.10 น. มีรายงานรับแจ้งเหตุระเบิดและพบ […]

The post รู้จัก ‘หมิงตี้เคมีคอล’ เจ้าของโรงงานที่ระเบิดย่านกิ่งแก้ว พบทำธุรกิจมาแล้ว 32 ปี มีรายได้หลักพันล้าน กำไรหลักสิบล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมิงตี้เคมีคอล

เมื่อเวลาประมาณ 03.10 น. มีรายงานรับแจ้งเหตุระเบิดและพบเพลิงไหม้ ภายในโรงงานผลิตโฟมแห่งหนึ่งในซอยกิ่งแก้ว 21 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งทราบภายหลังคือ บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด 

 

สำหรับ ‘บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด’ นั้น ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า จดทะเบียนเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2532 ทุนจดทะเบียน 70 ล้านบาท โดยประกอบธุรกิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่นๆ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น หรือผลิตเม็ดโฟม

 

รายชื่อคณะกรรมการประกอบไปด้วย 4 คน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งหมดได้แก่ จื้อกว๋ออู๋, อี้โชวลี่, เจิ้นเหวยหง และ ฉงห่าวหง โดยในช่วง 5 ปีมานี้พบว่ารายได้อยู่ในระดับพันล้านบาท ส่วนกำไรอยู่ในหลักสิบล้านบาท 

 

รายได้และกำไรของบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด

 

  • ปี 2559 รายได้ 1,450 ล้านบาท กำไร 19 ล้านบาท 
  • ปี 2560 รายได้ 1,487 ล้านบาท กำไร 26 ล้านบาท 
  • ปี 2561 รายได้ 1,709 ล้านบาท กำไร 30 ล้านบาท 
  • ปี 2562 รายได้ 1,293 ล้านบาท กำไร 21 ล้านบาท 
  • ปี 2563 รายได้ 1,203 ล้านบาท กำไร 25 ล้านบาท 

 

ข้อมูลจาก PPTV ระบุว่า มิงตี้เคมีคอลนั้นถือเป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีกำลังการผลิต 30,000 ตันต่อปี ส่วนใหญ่เป็นการผลิต โฟม EPS หรือการผลิตเม็ดโฟมพลาสติกและพลาสติกขั้นต้น เพื่อส่งออกไปในแถบยุโรป สหรัฐฯ โดยมีบริษัทแม่อยู่ที่ไต้หวัน ภายใต้ชื่อ หมิงตี้ กรุ๊ป ก่อตั้งขึ้นในปี 1986 

 

ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์ Creden ได้จัดอันดับธุรกิจพบว่า เมื่อวัดจากรายได้ในปี 2562 ‘บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด’ มีรายได้รวมเป็นอันดับที่ 3,983 ของประเทศไทย ลำดับที่ 1,709 ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลำดับที่ 286 ของสมุทรปราการ และเป็นลำดับที่ 2,796 ในหมวดธุรกิจ C หรือการผลิต

 

ข้อมูลจาก Creden ยังระบุอีกว่า หมิงตี้เคมีคอล มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 225,671,193 บาท (322.39% ของทุน) โดยมีสถานะสภาพคล่องทางการเงินในระดับ 2 หรือสภาพคล่องน้อยกว่าปรกติ 

 

สำหรับความเสียหายนั้นเบื้องต้นมีความเสียหายที่กินพื้นที่เป็นวงกว้าง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 70 หลัง ประชาชน-อาสาสมัครได้รับบาดเจ็บรวมกันไม่น้อยกว่า 30 ราย ขณะที่วิทยุ จส.100 รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. มีรายงานพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิต 1 นายด้วยกัน

 

พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

อ้างอิง:

The post รู้จัก ‘หมิงตี้เคมีคอล’ เจ้าของโรงงานที่ระเบิดย่านกิ่งแก้ว พบทำธุรกิจมาแล้ว 32 ปี มีรายได้หลักพันล้าน กำไรหลักสิบล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทบ. ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วอพยพผู้บาดเจ็บ เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว ส่งกำลังพล 100 นายเข้าช่วยควบคุมพื้นที่ https://thestandard.co/rat-rapid-mobilization-team-to-evacuate-the-wounded-at-mingdi-fire/ Mon, 05 Jul 2021 08:54:53 +0000 https://thestandard.co/?p=508481 ไฟไหม้ หมิงตี้เคมีคอล

วันนี้ (5 กรกฎาคม) พ.อ. หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกอง […]

The post ทบ. ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วอพยพผู้บาดเจ็บ เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว ส่งกำลังพล 100 นายเข้าช่วยควบคุมพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้ หมิงตี้เคมีคอล

วันนี้ (5 กรกฎาคม) พ.อ. หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ที่บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ซอยกิ่งแก้ว 21 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเวลา 03.20 น. ของวันที่ 5 กรกฎาคม ซึ่งเป็นโกดังเก็บสารเคมี เหตุดังกล่าวทำให้มีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมากนั้น

 

ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา กองทัพบกโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้ส่งกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วจากกองพลทหารราบที่ 11 ซึ่งมีที่ตั้งใกล้ที่เกิดเหตุเข้าช่วยเหลือและควบคุมสถานการณ์ร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสมุทรปราการ ในการอพยพผู้บาดเจ็บ พร้อมนำผู้ที่ได้รับผลกระทบออกจากบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุในรัศมี 5 กิโลเมตร จัดการจราจรในพื้นที่อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้ผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางที่กำหนดไว้ พร้อมกันนี้ได้ส่งชุดปฏิบัติการกู้ภัยสารเคมีจากกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกเข้าประเมินตรวจสอบสารเคมีในพื้นที่เกิดเหตุ 

 

ล่าสุดกองทัพบกใช้เฮลิคอปเตอร์ KA-32 (ปภ.) 2 ลำ พร้อมนักบินและเจ้าหน้าที่ของกองทัพบกขึ้นบินตรวจประเมินสถานการณ์โดยรอบที่เกิดเหตุ

 

สำหรับในช่วงต่อไป ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกได้เตรียมกำลังพล 100 นาย รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 คัน พร้อมส่งเข้าไปเสริมการควบคุมดูแลพื้นที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ได้เตรียมการสนับสนุนสารเคมีที่ใช้ในการดับเพลิง อากาศยานและหน้ากากป้องกันไอพิษ 

 

สำหรับใช้ในการเตรียมอพยพประชาชนหากมีความจำเป็นตามการร้องขอจากกองอำนวยการควบคุมเหตุการณ์ และจะติดตามสถานการณ์พร้อมเข้าปฏิบัติการดูแลพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

The post ทบ. ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วอพยพผู้บาดเจ็บ เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว ส่งกำลังพล 100 นายเข้าช่วยควบคุมพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ระดมทุกสรรพกำลังคุมเหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ประชาชนบาดเจ็บ-บ้านเรือนเสียหาย https://thestandard.co/king-kaew-ally-factory-fire/ Mon, 05 Jul 2021 08:10:43 +0000 https://thestandard.co/?p=508420 เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว

วันนี้ (5 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. ศูนย์ติดตามสถานกา […]

The post ระดมทุกสรรพกำลังคุมเหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ประชาชนบาดเจ็บ-บ้านเรือนเสียหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว

วันนี้ (5 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. ศูนย์ติดตามสถานการณ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยกรณีเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ภายในซอยกิ่งแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

 

สถานการณ์ล่าสุดยังมีไฟไหม้รุนแรงและกลุ่มควันหนาแน่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งระดมกำลังเข้าระงับเหตุต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรปราการได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณรัศมีโดยรอบ 5 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ ให้อพยพออกจากพื้นที่และจัดตั้งจุดอพยพ 3 จุด ได้แก่ โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์, องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางพลีใหญ่ (หลังเก่า) และวัดบางพลีใหญ่กลาง

 

สำหรับการสนธิกำลังเข้าระงับเหตุ ปภ. ได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ เพื่อประสานการสนับสนุนและได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมด้วยเครื่องจักรกลสาธารณภัยสนับสนุนการดับเพลิงฯ ประกอบด้วย รถหอน้ำ 37 เมตร, รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว, รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง และรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยเพื่อขนโฟมดับเพลิง ซึ่งขณะนี้อยู่ในพื้นที่และปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานและอาสาสมัครที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แล้ว รวมถึงได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จำนวน 2 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต 10 นาย เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการ

 

เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. เฮลิคอปเตอร์ KA-32-02 ได้เริ่มขึ้นบินสำรวจพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งจะได้มีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตราย มีความร้อน และกลุ่มควันหนาแน่น และการบินทิ้งโฟมจะต้องบินต่ำ จึงต้องคำนึงความปลอดภัยเป็นหลัก

 

นอกจากนี้ยังได้ส่งชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ของ ปภ. ส่วนกลาง จำนวน 9 ราย เข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเข้าร่วมสนับสนุนการบัญชาการและระงับเหตุ

 

ทั้งนี้ ปภ. ได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด ให้ใช้พื้นที่ของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นจุดระดมทรัพยากร หรือ Staging Area เพื่อสนับสนุนการระงับเหตุไฟไหม้ โดย ปภ. ได้ระดมรถดับเพลิงโฟมสารเคมีขนาดใหญ่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 ปทุมธานี, เขต 3 ปราจีนบุรี และเขต 16 ชัยนาท ปริมาณโฟมดับเพลิงกว่า 25,000 ลิตร พร้อมทั้งประสานรถโฟมเคมีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เทศบาลนครแหลมฉบัง, เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์, คลังน้ำมันบางจาก, คลังน้ำมัน PSP สมุทรสาคร และ PTT ชลบุรี) เพื่อเตรียมสำรองโฟมสนับสนุนดับเพลิงอีกกว่า 17,000 ลิตร

 

ทั้งนี้ เครื่องจักรกลทั้งหมดได้ทยอยเข้าจุดระดมทรัพยากรเพื่อรอเข้าปฏิบัติการแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือและอุปกรณ์สาธารณภัยที่เข้าไปในพื้นที่จะช่วยสนับสนุนให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีความปลอดภัยมากขึ้น

 

เบื้องต้นท่ามกลางความเสียหายที่กินพื้นที่เป็นวงกว้าง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 70 หลัง ประชาชน-อาสาสมัครได้รับบาดเจ็บรวมกันไม่น้อยกว่า 30 ราย

 

ขณะที่วิทยุ จส.100 รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. มีรายงานพบเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิต 1 นาย เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อและสังกัด อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด

 

นอกจากนี้ยังมีการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ระบุผ่านวิทยุสื่อสารว่า ให้ทีมปฏิบัติงานถอนกำลังออกเวลานี้ เนื่องจากเพลิงไหม้เริ่มลุกลามเพิ่มขึ้นและหวั่นว่าจะเกิดเหตุระเบิดซ้ำ

 

เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว เหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว

 

พิสูจน์อักษร: นัฐฐา สอนกลิ่น

The post ระดมทุกสรรพกำลังคุมเหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ประชาชนบาดเจ็บ-บ้านเรือนเสียหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>