บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด (ONE ASIA VENTURES) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-วัน-เอเชีย-เวนเจอ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 26 May 2026 11:53:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทุนจีนรุกคืบตลาดคอนเสิร์ตไทย หอบโปรดักชันมาเองเบ็ดเสร็จ สะเทือนวงการผู้จัด หวั่นไทยได้ไม่คุ้มเสีย เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ https://thestandard.co/china-concert-market-money-outflow/ Tue, 26 May 2026 06:16:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1211042 ทุนจีน คอนไทย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เม็ดเงินจากกลุ่มทุนจีนได้ทยอยเข้า […]

The post ทุนจีนรุกคืบตลาดคอนเสิร์ตไทย หอบโปรดักชันมาเองเบ็ดเสร็จ สะเทือนวงการผู้จัด หวั่นไทยได้ไม่คุ้มเสีย เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุนจีน คอนไทย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เม็ดเงินจากกลุ่มทุนจีนได้ทยอยเข้าสู่หลายอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์, การท่องเที่ยว, อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงภาคการผลิต แต่ระยะหลังเริ่มเห็นสัญญาณการขยับเข้ามาสู่ตลาดคอนเสิร์ตไทย หลังประเทศไทยเริ่มถูกมองเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของงานดนตรีที่ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามา และยังมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรมที่โดดเด่น ผู้บริโภคส่วนใหญ่พร้อมจ่าย

 

 
 

กระแสดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยเริ่มถูกจับตามองในฐานะ ธุรกิจที่สร้างประสบการณ์ ที่ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะจากการขายบัตร แต่เชื่อมโยงไปถึงการสร้างรายได้ให้กับโรงแรม, ร้านอาหาร, การเดินทาง การจับจ่าย และกิจกรรมท่องเที่ยวโดยรอบ โดยเฉพาะเทศกาลขนาดใหญ่ที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาได้พร้อมกันในช่วงเวลาเดียว

 

แต่อีกด้านหนึ่ง การเข้ามาของทุนต่างชาติทำให้เกิดคำถามต่อผู้เล่นในอุตสาหกรรมไทยว่า จะรับมือกับการแข่งขันรอบใหม่ได้อย่างไร โดยเฉพาะหากการลงทุนไม่เข้ามาเพียงเม็ดเงิน แต่รวมไปถึงการนำระบบการทำงาน เช่น ซัพพลาย และเครือข่ายธุรกิจเข้ามาทั้งหมด

 

ทุนจีนเริ่มบุกตลาดคอนเสิร์ต-อีเวนต์ ไทย ผู้ประกอบการหวั่นเม็ดเงินไหลออกจากประเทศ

 

THE STANDARD WEALTH มีโอกาสร่วมวงสัมภาษณ์ โอม – รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด หรือผู้ได้รับสิทธิ์จัดงาน Tomorrowland ที่ได้ฉายภาพให้เห็นว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณว่านักลงทุนจีนจำนวนมากกำลังมองหาโอกาสเข้ามาในตลาดอีเวนต์และเทศกาลดนตรีของไทย ก่อนหน้านี้บริษัทได้รับการติดต่อจากนักลงทุนชาวจีนหลายกลุ่ม ที่เข้ามาหารือถึงความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนหรือ พาร์ตเนอร์ในการจัดงาน

 

ภาพกราฟิกแสดงข้อความทุนจีนรุกคืบตลาดคอนเสิร์ตไทยและผลกระทบต่อผู้จัด 1

รชต ธันยาวุฒิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด

 

“ช่วงแรกเรามองว่าอาจเป็นโอกาส เพราะหากมีทุนใหม่เข้ามา อาจช่วยให้ตลาดขยายตัวได้เร็วขึ้น รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ แต่หลังจากศึกษาแนวทางการทำงานและสังเกตโมเดลธุรกิจ ก็พบว่ามีหลายเรื่องที่ต้องคิดมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น”

 

แม้บริษัทจะเคยพิจารณาถึงความร่วมมือ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่เดินหน้าร่วมลงทุน เนื่องจากมองว่าผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมในระยะยาวมีน้ำหนักมากกว่าโอกาสเชิงธุรกิจ

 

โอม – รชต อธิบายว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันระหว่างผู้เล่นไทยกับต่างชาติเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างเศรษฐกิจภายในอุตสาหกรรม เพราะผู้จัดจากจีนบางส่วนมีแนวโน้มนำระบบนิเวศของตนเองเข้ามาเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทีมโปรดักชัน, ซัพพลายเออร์, พาร์ตเนอร์, เครือข่ายธุรกิจ หรือระบบต่างๆ เข้ามาทั้งหมด

 

ผลที่ตามมาคือ แม้งานจะจัดขึ้นในประเทศไทย แต่เม็ดเงินที่ควรหมุนเวียนภายในประเทศอาจไม่กระจายไปสู่ผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนของทีมงานผู้รับเหมา ธุรกิจบริการ และซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง แล้วถ้าผู้เล่นต่างชาติเริ่มเข้ามามากขึ้นแล้วใช้ระบบของตัวเองทั้งหมด คำถามคือสุดท้ายใครได้ประโยชน์จริงจากการเติบโตของตลาด

 

นอกจากเรื่องโครงสร้างธุรกิจแล้ว ยังมีความท้าทายเรื่องมาตรฐานการบริหารงาน พร้อมยกตัวอย่างกรณีคอนเสิร์ตบางงานที่มีผู้จัดต่างชาติเข้ามาดำเนินการซึ่งเคยเกิดปัญหาด้านการควบคุมพื้นที่และการบริหารจัดการในส่วนของผู้เข้าร่วมงาน จนมีเหตุให้บางคนที่มีบัตรไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงได้

 

เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมไม่ได้วัดจากจำนวนงานหรือมูลค่าตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการดำเนินงาน ความปลอดภัย และการบริหารหลังบ้าน ที่ต้องรองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมาก

 

ถึงวันนี้อุตสาหกรรมยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจน แต่ถ้าในอนาคตมีผู้เล่นต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนเข้ามามากขึ้น เรื่องนี้อาจกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่แก้ยาก ถึงแม้อีกด้านหนึ่งของอุตสาหกรรมจะสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสใหม่ก็ตามคนดูคอนเสิร์ตพร้อมจ่ายให้ ‘ความคุ้มค่า’ เท่านั้น

 

โอม – รชต ยังยกตัวอย่างสำคัญงาน SIAM Songkran Music Festival 2026 ที่บริษัทตนเองเป็นผู้จัดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ด้วยงบลงทุน 250 ล้านบาท บัตรเข้าชมทุกประเภทขายหมด ทั้งโซนทั่วไป, พื้นที่พิเศษ VVIP และโต๊ะรับรอง สามารถสร้างรายได้ทะลุ 300 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมงานตลอด 4 วันรวม 9.2 หมื่นคน โดยครึ่งหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 4.6 หมื่นคน ส่วนใหญ่มาจาก จีน, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมชาวไทย

 

ภาพกราฟิกแสดงข้อความทุนจีนรุกคืบตลาดคอนเสิร์ตไทยและผลกระทบต่อผู้จัด 2

 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดเทศกาลดนตรีไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภคในประเทศเท่านั้น แต่เริ่มเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ และ เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ มองว่าไม่ได้เกิดจากการเพิ่มความยิ่งใหญ่ของงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการปรับกลยุทธ์ ทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากผู้สนับสนุน ลูกค้า และ ศิลปิน แล้วนำข้อมูลมาพัฒนาประสบการณ์หน้างาน

 

“เมื่อก่อนเราทำให้เวทีใหญ่ขึ้น โปรดักชันอลังการ มีดีเจระดับโลกเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายพบว่าสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาคือประสบการณ์ที่ยังคิดถึงหลังงานจบ และ รู้สึกว่าการมางานครั้งนั้นคุ้มค่าจริง แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคหลังโควิดที่เริ่มเปลี่ยนมาใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะคนยุคใหม่ที่ต้องการความสุขที่จับต้องได้ และ พร้อมจ่าย หากรู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับคุ้มค่ามากพอ”

 

ในมุมของผู้จัด หากสามารถออกแบบประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจได้ ก็จะนำไปสู่การกลับมาซื้อซ้ำ และ เปลี่ยนผู้เข้าร่วมงานให้เป็นฐานลูกค้าระยะยาวได้

 

ขณะเดียวกันผู้บริโภคยุคใหม่ยังมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมาด้วย AI และ ข้อมูลออนไลน์ ทำให้รู้ทันกลยุทธ์การตลาดแบบเดิม ดังนั้น เทคนิคกระตุ้นยอดขายด้วยความกลัวว่าจะตกเทรนด์หรือการสร้างแรงกดดันด้านราคา จะเริ่มมีประสิทธิภาพลดลง เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความจริงใจ ความโปร่งใส และ ประสบการณ์จริงมากขึ้น

 

ท้ายที่สุดแล้วในอุตสาหกรรมคอนเสิร์ต การเติบโตจะไม่สามารถเกิดขึ้นจากผู้จัดรายใดรายหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งระบบ และต้องพร้อมรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนการเข้ามาของทุนต่างชาติ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว

 

CI ประเมินอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยยังโตได้อีก

 

ปอ-ญาณกร อภิราชกมล ผู้บริหารบริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทจัดงานอีเวนต์และเทศกาลดนตรีแถวหน้าของไทย (CI ShowBiz) แสดงความเห็นกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ปัจจุบันตลาดคอนเสิร์ตไทยแบ่งออกเป็นหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่ตลาดคอนเสิร์ตเพลงไทย เพลงสากล และ EDM ซึ่งแต่ละตลาดก็มีผู้เล่นที่จัดงานแตกต่างกัน

 

ภาพกราฟิกแสดงข้อความทุนจีนรุกคืบตลาดคอนเสิร์ตไทยและผลกระทบต่อผู้จัด 3

ญาณกร อภิราชกมล ผู้บริหารบริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด

 

ในประเด็นของกลุ่มทุนจีนที่เริ่มเข้ามาสนใจในตลาดคอนเสิร์ตไทย มองว่า การเติบโตของงานเทศกาลดนตรี EDM ที่จัดขึ้นในช่วงสงกรานต์สามารถแสดงความสำเร็จว่าสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาได้ และสร้างเม็ดเงินเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

 

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มทุนจีนสนใจเข้ามาลงทุน เพราะการจัดงานลักษณะนี้ในจีนยังมีข้อจำกัดอยู่ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากเลือกเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อเข้าร่วมเทศกาลดนตรีและกิจกรรมบันเทิงในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยที่กลายเป็นหนึ่งในปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

 

อีกทั้งยังมองว่ากลุ่มทุนเหล่านี้ถ้าเข้ามาจะไม่เข้ามาเพียงในฐานะผู้สนับสนุนเงินทุน แต่ยังมาพร้อมระบบนิเวศทางธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่ด้านอุปกรณ์, ซัพพลาย, โปรดักชัน, เทคโนโลยี ไปจนถึงเครือข่ายพันธมิตรและฐานลูกค้าในประเทศต้นทาง โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่พบส่วนใหญ่คือ การตั้งบริษัทหรือ พาร์ตเนอร์ ในประเทศไทย คัดเลือกศิลปินและ คอนเทนต์ ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีน ใช้ระบบบริหารจากฝั่งจีน และดึงฐานผู้เข้าชมจากต่างประเทศเข้ามาสร้างดีมานด์ให้กับงาน

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าการเข้ามาของทุนจีนยังไม่กระทบต่อบริษัทโดยตรง เนื่องจากฐานลูกค้าและเซกเมนต์ตลาดยังแตกต่างกัน แต่ก็มีข้อสังเกตว่า แม้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศจะช่วยสร้างความคึกคักให้ตลาด แต่รายได้บางส่วนอาจไม่หมุนเวียนกลับเข้าสู่ผู้ประกอบการไทยเต็มที่ เนื่องจากหลายโครงการอาจต้องใช้เครือข่ายซัพพลายเชนและบริหารจากต่างประเทศเป็นหลัก แม้จะมีการจ้างงานแรงงานไทยในบางส่วน

 

คอนเสิร์ตไทยโตแต่เหนื่อย ผู้จัดรับศึก 10 งานต่อสัปดาห์

 

ญาณกรฉายภาพต่อไปว่า แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยจะยังอยู่ในช่วงเติบโต แต่การแข่งขันกลับรุนแรงขึ้นมาก ปัจจุบันมีการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ดนตรีมากกว่า 10 งานต่อสัปดาห์ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้โจทย์ของผู้จัดจะไม่อยู่ที่การสร้างงานเพียงอย่างเดียว เป็นการแข่งขันเพื่อแย่งเวลากำลังซื้อและความสนใจของผู้บริโภค

 

ภาพกราฟิกแสดงข้อความทุนจีนรุกคืบตลาดคอนเสิร์ตไทยและผลกระทบต่อผู้จัด 4

 

อีกหนึ่งความท้าทายใหญ่ๆ เลยก็คือ จำนวนศิลปินไทยที่มีอยู่ค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้ผู้จัดต้องทำหน้าที่เสมือนเชฟ ที่นำวัตถุดิบเดิมมาปรุงใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์และรูปแบบงานให้ตอบโจทย์ผู้ชมยุคใหม่มากขึ้น ที่สำคัญ การนำคอนเสิร์ตรูปแบบเดิมเมื่อ 10-15 ปีก่อนกลับมาจัดซ้ำอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะการแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากการขายชื่อศิลปินไปสู่การแข่งขันด้านคอนเซปต์ ประสบการณ์ คอนเทนต์ และการออกแบบงานมากกว่า

 

นอกจากการแข่งขันด้านคอนเทนต์แล้ว สถานที่จัดงานยังกลายเป็นปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรม ต้องจองล่วงหน้ากันข้ามปี ส่งผลให้ผู้จัดต้องวางแผนระยะยาวมากขึ้น และทำให้ตลาดเริ่มคัดกรองผู้เล่นเหลือเฉพาะรายที่มีเงินทุนแข็งแรงและบริหารโครงการต่อเนื่องได้

 

สำหรับกลยุทธ์ของ CI บริษัทใช้แนวทางเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ มากกว่าการทำตลาดวงกว้าง โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการเข้าถึงผู้บริโภค ที่ผ่านมาได้จัดงานเทศกาลดนตรีในต่างจังหวัด เช่น Samed in Love และ Season of Love Song จึงเริ่มเห็นพฤติกรรมผู้ชมในพื้นที่นั้นๆ ที่จากเดิมจะมีผู้เข้าร่วมงานจากกรุงเทพฯ เป็นหลัก แต่ปัจจุบันฐานลูกค้าขยายไปสู่คนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อด้านไลฟ์สไตล์เริ่มกระจายไปสู่ภูมิภาคแล้ว

 

และอีกหนึ่งจุดแข็งของบริษัทคือการเจาะตลาดแฟนเพลงยุค 90 โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 35-40 ปีขึ้นไป ผ่านโปรเจกต์จากค่ายเพลงเก่า ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูง และยังมีความผูกพันกับศิลปินในอดีต

 

นอกจากนี้ในช่วงที่เหลือของปี CI เตรียมเดินหน้าจัดเทศกาลดนตรีและคอนเสิร์ตต่อเนื่อง ได้แก่ Samed in Love, Season of Love Song และคอนเสิร์ต Sek Loso และยังเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ต่อยอดจากซีรีส์งานเดิมในช่วงปลายเดือนสิงหาคม รวมถึงโปรเจกต์ขนาดใหญ่ร่วมกับ บอย โกสิยพงษ์ ในวันที่ 12 ธันวาคมปี 2569

 

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตไทยกำลังเข้าสู่การแข่งขันใหม่ จากเดิมที่เน้นศิลปินและสถานที่จัดงานไปสู่การแข่งขันด้านความเข้าใจผู้บริโภค การสร้างประสบการณ์และการออกแบบโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ตลาด ที่อาจกลายเป็นปัจจัยตัดสินผู้ชนะในอุตสาหกรรมระยะต่อไป

The post ทุนจีนรุกคืบตลาดคอนเสิร์ตไทย หอบโปรดักชันมาเองเบ็ดเสร็จ สะเทือนวงการผู้จัด หวั่นไทยได้ไม่คุ้มเสีย เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
งานดนตรี EDM คึกคัก บัตร Sold Out ทุกรอบ ‘วัน เอเชีย เวนเจอร์ส’ เผยก่อนทุ่ม 500 ล้าน จัด SIAM Songkran ดึงต่างชาติกำลังซื้อสูงเข้างาน https://thestandard.co/edm-boom-one-asia-ventures-500m/ Wed, 26 Feb 2025 12:59:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1046105

งานเทศกาลดนตรี EDM ช่วงสงกรานต์ในไทยคึกคัก! ชนิดที่ว่าข […]

The post งานดนตรี EDM คึกคัก บัตร Sold Out ทุกรอบ ‘วัน เอเชีย เวนเจอร์ส’ เผยก่อนทุ่ม 500 ล้าน จัด SIAM Songkran ดึงต่างชาติกำลังซื้อสูงเข้างาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

งานเทศกาลดนตรี EDM ช่วงสงกรานต์ในไทยคึกคัก! ชนิดที่ว่าขายบัตรเมื่อไรก็ Sold Out ทันที นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่บินร่วมงานจ่ายหนัก 2 หมื่นบาทต่อคน ‘วัน เอเชีย เวนเจอร์ส’ เร่งลงทุน 500 ล้าน จัด 4 งานรวด ตั้งเป้าดัน SIAM Songkran Music Festival 2025 ให้เป็นที่รู้จักระดับโลก

 

รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด ฉายภาพว่า บริษัทเริ่มต้นจากการเป็นเอเจนซีจัดหาศิลปินต่างประเทศ ก่อนขยายเข้าสู่ธุรกิจจัดงานเทศกาลดนตรีในปี 2019 เป็นครั้งแรกที่บริษัทได้เริ่มจัดงาน SIAM Songkran Music Festival จัดขึ้นตลอดทั้ง 4 วัน ตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี

 

การจัดงานที่ผ่านมาได้รับกระแสและผลตอบรับเป็นอย่างดี จากจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 55,000 คน ถัดมาในระหว่างปี 2020 – 2022 ซึ่งเป็นปีที่โควิดระบาดจึงต้องหยุดการจัดงานไป

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

จากนั้นเริ่มกลับมาจัดอีกครั้ง โดยในปี 2024 SIAM Songkran ที่ผ่านมาคึกมาก สะท้อนจากสถิติการจัดงานมีคนเข้าร่วมงานมากกว่า 70,000 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ และยุโรป กว่า 51% ถือเป็นงานที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจในพื้นที่มหาศาล ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก 20% 

 

“เรามองว่าธุรกิจเทศกาลเฟสติวัลในรูปแบบอื่นไม่สามารถทำได้มากขนาดนี้” รชตระบุ

 

ในช่วงเวลาเดียวกันยังได้เห็นว่าการจัดงานเทศกาลดนตรี EDM ในไทยไม่ใช่แค่เรื่องดนตรีเท่านั้น แต่เป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและสร้างเงินสะพัดให้กับประเทศ เรียกได้ว่าสามารถเทียบกับวงการบันเทิงในญี่ปุ่นและเกาหลีได้เลย 

 

ที่สำคัญยังดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ จ่ายหนัก เพราะหลายคนคุ้นเคยกับงานที่จัดในต่างประเทศอยู่แล้ว จึงให้การตอบรับกับงานที่จัดในไทย

 

จากโอกาสดังกล่าว บริษัทจึงได้ลงทุนกว่า 500 ล้าน เตรียมจัดงานเทศกาลดนตรี 4 งาน หนึ่งในงานที่เป็นกุญแจสำคัญคือ SIAM Songkran Music Festival 2025 งานนี้ใช้งบกว่า 250 ล้านบาท โดยได้ย้ายพื้นที่ไปอยู่บริเวณลานหน้าห้าง Bravo ย่าน RCA  พื้นที่ขนาดใหญ่  23 ไร่ 

 

จุดแข็งของการจัดงานเทศกาลดนตรี EDM คือการศึกษาและปรับตัวตามเทรนด์ความนิยมของฐานคนดูและยิ่งดึงตัวศิลปินและดีเจชื่อดังเข้ามาได้มากเท่าไหร่ยิ่งได้เปรียบ โดยปีนี้ SIAM Songkran จะมีศิลปินและดีเจชั้นนำที่เข้าร่วมงานได้แก่ Hardwell, Martin Garrix, Steve Aoki, Jeremy Zucker, Fiji Blue และ Phum Viphurit เน้นนำเสนอไลฟ์สไตล์ความโดดเด่น ที่มีการผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับดนตรีสากล  

 

ทั้งนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานมากขึ้นราว 100,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 70,000 คนในปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นชาวไทย 50% และต่างชาติ 50% 

 

แน่นอนว่าการทำธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทาย หากสังเกตจะเห็นว่าในปีที่ผ่านมา คอนเสิร์ตในไทยมีค่อนข้างมาก แต่ด้วยข้อจำกัดของกำลังซื้อของผู้คนอาจตัดสินใจซื้อบัตรคอนเสิร์ตแค่ 2-3 งานต่อปี ทำให้ปีที่แล้วมีผู้บางรายที่ต้องขาดทุน ดังนั้นโจทย์สำคัญของการจัดงานจึงต้องเลือกดีๆ ว่าจะจัดช่วงไหน

 

เช่นเดียวกับงานเทศกาลดนตรี EDM ในไทยรวมกับผู้จัดรายอื่นมีประมาณ 8 งาน ส่วนใหญ่จะจัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะช่วงนั้นมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมากถือเป็นโอกาสให้แต่ละงานขายบัตรหมดเร็วมากและผู้เข้าร่วมงานใช้จ่ายต่อคนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ถามว่าทำไมลูกค้ายอมจ่ายแพงก็เพราะต้องการความสะดวกและประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและแปลกใหม่ 

 

รชต กล่าวต่อไปว่า อีกหนึ่งเป้าหมายคือต้องการดึงงานเฟสติวัลระดับโลก เข้ามาจัดในไทยมากขึ้น เพราะไทยมีศักยภาพ ทั้งในด้านทำเล Infrastructure สภาพอากาศที่ดี ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างทำสัญญากับบริษัทต่างชาติที่เราชวนเข้ามาลงทุนกับเราในไทย

 

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทคาดการณ์รายได้รวมในปี 2568 จะเติบโตกว่า 25-30% หรือมากกว่า 600 ล้านบาท

The post งานดนตรี EDM คึกคัก บัตร Sold Out ทุกรอบ ‘วัน เอเชีย เวนเจอร์ส’ เผยก่อนทุ่ม 500 ล้าน จัด SIAM Songkran ดึงต่างชาติกำลังซื้อสูงเข้างาน appeared first on THE STANDARD.

]]>