บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-ลอนดรี้-ยู-จำกัด-ม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 21 Jan 2026 04:35:52 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 WASH หยุดขายแฟรนไชส์ เน้นเปิดสาขาเอง สู้ตลาด Red Ocean ตั้งเป้าปี 69 ขยายเพิ่ม 100 สาขา รายได้โต 25% https://thestandard.co/wash-red-ocean-halts-franchise-own/ Wed, 21 Jan 2026 01:21:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1167532 WASH หยุดขายแฟรนไชส์ เน้นเปิดสาขาเอง สู้ตลาด Red Ocean ตั้งเป้า ปี 69 ขยายเพิ่ม 100 สาขา รายได้โต 25%

วันนี้ (20 ม.ค.2569) บริษัท ลอนดรี้ ยู จํากัด (มหาชน) ห […]

The post WASH หยุดขายแฟรนไชส์ เน้นเปิดสาขาเอง สู้ตลาด Red Ocean ตั้งเป้าปี 69 ขยายเพิ่ม 100 สาขา รายได้โต 25% appeared first on THE STANDARD.

]]>
WASH หยุดขายแฟรนไชส์ เน้นเปิดสาขาเอง สู้ตลาด Red Ocean ตั้งเป้า ปี 69 ขยายเพิ่ม 100 สาขา รายได้โต 25%

วันนี้ (20 ม.ค.2569) บริษัท ลอนดรี้ ยู จํากัด (มหาชน) หรือ WASH ผู้นำธุรกิจ ร้านสะดวกซัก WashXpress ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินกลยุทธ์เชิงรุก ยกระดับมาตรฐานใหม่ ร้านสะดวกซักภายใต้แนวคิด Olympics Standard ชูโมเดลขยายสาขาเปิดเอง ปั้นกำไรเติบโตระยะยาว ทางรอดตลาด Red ocean

 

กวิน กลองกระโทกประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เปิดเผยว่า ตลาดร้านสะดวกซักคือ Red Ocean ของธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เน้นขยายตัวแต่ขาดมาตรฐาน ตลาดถูกครอบงำ โดยโมเดลแฟรนไซส์ ที่ให้ความสำคัญกับการขยายสาขามากกว่าการรักษาคุณภาพบริการ ทำให้ลูกค้าและผู้ประกอบการต้องทนกับ Pain Points เดิมๆ ดังนี้

 

  • ร้านไม่สะอาด (Unclean Stores) เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ลูกค้าต้องการความสะอาด แต่กลับเจอร้านสกปรก
  • เครื่องเสียบ่อยและซ่อมนาน (Frequent & Slow Repairs) เครื่องเสียเป็นเดือน ไม่มาซ่อม ทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึก และผู้ประกอบการเสียรายได้
  • บริการลูกค้าที่ติดต่อไม่ได้ (Unresponsive Customer Service) เมื่อเกิดปัญหา Call Center โทรไปก็ไม่มีคนรับสาย ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ทันที่

 

ด้วยเหตุนี้ WASH จึงเลือกลงทุนในระบบและบริหารจัดการสาขาด้วยตัวเอง 100% เพราะไม่ได้ต้องการแข่งขันด้านราคา แต่เชื่อว่าการควบคุมคุณภาพ และมาตรฐาน คือทางเดียวที่สร้างแบรนด์ที่อยู่ได้นานและยั่งยืนในตลาด Red Ocean สะท้อนจากยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่เติบโตเร่งตัวขึ้นเป็น 9.7% จาก 7.9% ในปีก่อนหน้า

 

ในปี 2569 บริษัทจะดำเนินกลยุทธ์ธุรกิจเชิงรุก เน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Olympics Standard หรือมาตรฐานระดับโอลิมปิก ที่เราคาดว่าจะเป็นมาตรฐานใหม่ของร้านสะดวกซัก โดยมีกลยุทธ์หลักๆ ดังนี้

 

  • ทุ่มเงินลงทุน 400 ล้าน เปิดร้าน WashXpress บริหารเอง 100 สาขาใหม่ ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศไทยในปี 2569 ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 591 สาขาใน 21 จังหวัดหลัก ในปี 2569 สาขาที่เปิดใหม่ 50-60% จะเปิดใน 21 จังหวัดเดิม เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และเดินหน้ารุกสู่ภูมิภาคสำคัญ อย่างภาคเหนือ และภาคใต้
  • ชูโมเดลแบรนด์ร้านสะดวกซักที่บริษัทบริหารเอง (Own Store)

 

หยุดขายแฟรนไชส์ เน้นเปิดสาขาเอง ทำให้สามารถควบคุมมาตรฐาน ของร้านทุกสาขา ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันได้ ทั้งปัจจุบันมีแฟรนไชส์ทั้งหมด

 

79 สาขา ซึ่งไม่ได้มีการขยายสาขาเพิ่มมา 3 ปีแล้ว เพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ มีพื้นที่เติบโตระยะยาวไปกับธุรกิจได้

 

ทั้งนี้ในอนาคตบริษัทฯ มีแผนจะขยายบริการเสริมต่อเนื่องจากบริการซักอบพับ เป็นรับรีดผ้า และส่งผ้ากับลูกค้าทั้ง B2C และ B2B ซึ่งทั้งสองบริการนี้อยู่ระหว่างการ ทดลองในบางพื้นที่ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายครบจบในที่เดียว

 

มั่นใจปี 69 รายได้โต 25% เหนือตลาด

 

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 25 % และตั้งเป้ายอดขายในสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 10% เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการมอบบริการ และประสบการณ์ในการใช้งานร้านสะดวกซักที่ดีที่สุด ทั้งนี้คาดว่าตลาดธุรกิจร้านสะดวกซักในประเทศไทย จะเติบโตต่อเนื่องประมาณ 10% ต่อปี

 

ทั้งนี้ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2568 WASH มีรายได้รวม 745.82 ล้านบาท เติบโต 24.79% และมีกำไรสุทธิ 87.29 ล้านบาท เติบโต 50.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิ 11.70% และประกาศปันผลระหว่างกาล (งวด ม.ค.-มิ.ย. 68) จ่าย 0.0722 บาท/หุ้น ตามนโยบายของ บริษัทฯ ในการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

 

โมเดลเปิดสาขาเอง ทางรอดธุรกิจร้านสะดวกซัก ในตลาด Red Ocean

 

ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เปิดเผยว่า การขายแฟรนไชส์ในระยะเริ่มต้น สร้างผลกำไรที่ดีกว่าเพราะไม่มีต้นทุน ขายแล้วรับรู้รายได้เลย เมื่อเทียบกับการเปิดสาขาเอง (Own store) ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง (CAPEX) ทั้งค่าเช่าที่ ค่าตกแต่งร้าน ค่าจ้างพนักงาน แต่เมื่อขยายสาขา ไปถึงจุดหนึ่งจะถึงจุดคุ้มทุน จากรายได้ประจำ (Recurring income) ซึ่งจะทำให้กำไรเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ในขณะที่การขายแฟรนไชส์ รายได้จากการขายเครื่องซักผ้าเกิดขึ้นครั้งเดียว และยอดขายพึ่งพาภาวะเศรษฐกิจสูง ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายก็ไม่ดีตามไปด้วย

 

สำหรับความกังวลด้านการแข่งขันตัดราคา และการเข้ามาของธุรกิจรายใหญ่ ในภาพใหญ่ของตลาดยังไม่มีสงครามราคา แต่ถ้าลงไปดูในภาพเล็ก บางพื้นที่ที่มีร้านสะดวกซักเปิดใกล้กัน อาจมีการแข่งตัดราคากันอยู่บ้าง สำหรับรายใหญ่ที่เป็นเจ้าตลาดร้านสะดวกซื้อ อาจมองว่าธุรกิจนี้ไม่คุ้มทุน

The post WASH หยุดขายแฟรนไชส์ เน้นเปิดสาขาเอง สู้ตลาด Red Ocean ตั้งเป้าปี 69 ขยายเพิ่ม 100 สาขา รายได้โต 25% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Wash’ พร้อมเทรด mai เสนอขาย IPO ที่ 7.50 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อวันที่ 24 และ 27-28 ต.ค.นี้ ตั้งเป้าขยายร้านสะดวกซักครบวงจรเพิ่ม 160 สาขา https://thestandard.co/wash-ipo-targets-160-branches/ Thu, 16 Oct 2025 10:02:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1131539 ‘Wash’ พร้อมเทรด mai เสนอขาย IPO ที่ 7.50 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อวันที่ 24 และ 27-28 ต.ค.นี้ ตั้งเป้าขยายร้านสะดวกซักครบวงจรเพิ่ม 160 สาขา

บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ ‘WASH’ เจ้าของบริก […]

The post ‘Wash’ พร้อมเทรด mai เสนอขาย IPO ที่ 7.50 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อวันที่ 24 และ 27-28 ต.ค.นี้ ตั้งเป้าขยายร้านสะดวกซักครบวงจรเพิ่ม 160 สาขา appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Wash’ พร้อมเทรด mai เสนอขาย IPO ที่ 7.50 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อวันที่ 24 และ 27-28 ต.ค.นี้ ตั้งเป้าขยายร้านสะดวกซักครบวงจรเพิ่ม 160 สาขา

บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ ‘WASH’ เจ้าของบริการร้านสะดวกซักครบวงจร แบรนด์ ‘WashXpress’ เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนรวมไม่เกิน 105,882,352 หุ้น ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม คิดเป็น 30% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด

 

เสนอขายที่ราคา 7.50 บาทต่อหุ้น มูลค่าระดมทุน 794,117,640 บาท นักลงทุนสามารถจองซื้อได้ระหว่าง วันที่ 24 และ 27 – 28 ตุลาคม 2568 ทั้งนี้คาดว่าหุ้น WASH จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

หลังการระดมทุน บริษัทมีแผนนำเงินไปลงทุนขยายธุรกิจเชิงรุก ผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้

 

1. ตั้งเป้าหมาย เปิดสาขาใหม่ที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของจำนวน 80 สาขาในปี 2568 และมีแผนขยายสาขาอีกไม่น้อยกว่า 160 สาขาในปี 2569 – 2570

 

2. พัฒนาและขยายบริการครบวงจร (Full Service) ตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าที่หลากหลาย ขยายบริการที่มีอยู่แล้ว เช่น บริการซักอบพับ บริการรับรีด และบริการรับจ้างซักอบรีด ในปริมาณมากสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) ให้ครอบคลุมสาขามากขึ้น รวมถึงมีแผนพัฒนาบริการใหม่ ๆ เช่น บริการรับ-ส่งผ้าถึงมือลูกค้า (Delivery Service)

 

3.พัฒนาแอปพลิเคชัน WashXpress สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า พร้อมนำข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานมาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ ด้วย Subscription Model

 

ปัจจุบัน บริษัทดำเนินธุรกิจใน 3 กลุ่ม ได้แก่
1. ธุรกิจให้บริการร้านสะดวกซักแบบครบวงจรภายใต้แบรนด์ ‘WashXpress’
2. ธุรกิจให้สิทธิบุคคลอื่นในการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์
3. ธุรกิจจำหน่ายเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า สินค้าอื่น ๆ และบริการที่เกี่ยวข้อง

 

โชว์จุดแข็ง ‘ความเป็นเจ้าของ’ ช่วยคุมต้นทุน เพิ่มกำไร

 

กวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง จุดแข็งที่แตกต่างของ ‘WashXpress’ ที่ช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตได้ ท่ามกลางตลาดร้านสะดวกซักในประเทศไทยที่แข่งขันสูง (RedOcean) คือ โมเดลธุรกิจ ความเป็นเจ้าของ หรือ Owner-Operator โดยบริษัทเน้นลงทุนและบริหารจัดการสาขาด้วยตนเอง ทำให้สามารถสร้างระบบการบริการที่มีมาตรฐานผ่านแอปพลิเคชัน ควบคุมต้นทุนการดูแลอุปกรณ์ ตลอดจนความสะอาดหน้าร้านให้มีคุณภาพเท่าเทียม กันในทุกสาขา สร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง (Recurring Income)

 

สะท้อนจากสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ที่มาจากธุรกิจร้านสะดวกซักที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 92.10% – 96.60% ของรายได้รวม ทั้งนี้ปัจจุบัน ‘WashXpress’ มีทั้งหมด 548 สาขา โดยแบ่งเป็นสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของ 469 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 79 สาขา

 

การที่บริษัทเป็นเจ้าของสาขาเอง ช่วยสร้างข้อได้เปรียบในการลดต้นทุน และควบคุมมาตรฐานการบริการ ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ แก้ pain point ของธุรกิจร้านสะดวกซักส่วนใหญ่ที่เน้นซื้อแฟรนไชส์ แต่ไม่ได้มีระบบควบคุม มาตรฐานการให้บริหาร

 

แผนการขยายสาขาในช่วง 2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะทำให้บริษัทมีต้นทุนลดลง และกำไรเพิ่มขึ้น จากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ตามหลัก Economy of scale เน้นขยายสาขาไปตามหัวเมืองในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะภาคใต้ และภาคเหนือ โดยพิจารณาทำเลจากความหนาแน่นของชุมชน อย่างไรก็ตามตลาดกรุงเทพ และปริมณฑล ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก เช่น พื้นที่สำนักงาน ปั๊มน้ำมันต่างๆ

 

ตลาดร้านสะดวกซักไม่อิ่มตัว โตตามเมกะเทรนด์

 

ภาพรวมอุตสาหกรรมร้านสะดวกซักในประเทศไทยยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก ตามเมกะเทรนด์การขยายตัวของสังคมเมือง ในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะหัวเมือง และเขตเศรษฐกิจ ส่งผลให้คนหันมาอยู่คอนโดมิเนียม หรืออพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด
และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความรวดเร็วและสะดวกสบาย

 

โดยมูลค่าตลาดได้ขยายตัวจากประมาณ 3,000 ล้านบาทในปี 2563 มาอยู่ที่ 10,000 ล้านบาทในปี 2565 และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจนมีมูลค่าสูงถึง 13,500 ล้านบาทในปี 2567

 

ปัจจุบัน ธุรกิจร้านซักผ้าในไทยประกอบด้วย 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ร้านเครื่องซักผ้า หยอดเหรียญ, ร้านซักรีดทั่วไป และร้านสะดวกซัก (Laundromat) ซึ่งร้านสะดวกซัก มีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถตอบสนองความ ต้องการ ของผู้บริโภคในด้านความสะดวก รวดเร็ว และมีคุณภาพสูงกว่าการซักผ้าที่บ้าน โดยการเติบ

 

ผลดำเนินงาน 3 ปี โตแกร่ง

  • 2565 รายได้ 464.47 ล้านบาท กำไรสุทธิ 59.31 ล้านบาท
  • 2566 รายได้ 657.06 ล้านบาท กำไรสุทธิ 67.28 ล้านบาท
  • 2567 รายได้ 823.58 ล้านบาท กำไรสุทธิ 83.47 ล้านบาท

 

อัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย ที่ 33.16% ต่อปี
อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ยที่ 18.63% ต่อปี

 

ทั้งนี้ สาเหตุที่อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ น้อยกว่าการเติบโตของรายได้ เป็นผลมาจากในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน ซื้อเครื่องจักร และจ้างพนักงาน เพื่อรองรับการขยายสาขาในอีก 2 ปีข้างหน้า

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิ จากกิจกรรมดำเนินงาน เป็นบวกและเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง จาก 247.53 ล้านบาทในปี 2565 เป็น 341.60 ล้านบาท ในปี 2566 และ 430.95 ล้านบาทในปี 2567

The post ‘Wash’ พร้อมเทรด mai เสนอขาย IPO ที่ 7.50 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อวันที่ 24 และ 27-28 ต.ค.นี้ ตั้งเป้าขยายร้านสะดวกซักครบวงจรเพิ่ม 160 สาขา appeared first on THE STANDARD.

]]>