บริษัท ยู ซิตี้ (จำกัด) มหาชน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-ยู-ซิตี้-จำกัด-มหา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 05 Jan 2022 07:33:56 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กลุ่ม JMART ยกระดับธุรกิจสู่ Technology Investment Holding Company ผลักดันกำไรปีนี้ขยายตัวมากกว่า 50% https://thestandard.co/jmart-move-into-technology-investment-holding-company/ Wed, 05 Jan 2022 07:33:56 +0000 https://thestandard.co/?p=579206 JMART

กลุ่ม JMART ประกาศวิสัยทัศน์ธุรกิจก้าวสู่ Technology In […]

The post กลุ่ม JMART ยกระดับธุรกิจสู่ Technology Investment Holding Company ผลักดันกำไรปีนี้ขยายตัวมากกว่า 50% appeared first on THE STANDARD.

]]>
JMART

กลุ่ม JMART ประกาศวิสัยทัศน์ธุรกิจก้าวสู่ Technology Investment Holding Company (T-IHC) ดันกำไร All Time High ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เผยธุรกิจค้าปลีกและการเงินเป็นตัวชูโรง เตรียมปิดดีลเพิ่มอีก 2-3 ดีลในปีนี้  

 

ปี 2564 กลุ่ม JMART มีความโดดเด่นเรื่องการปรับตัวสู่ดิจิทัล และมีการจับมือกับพันธมิตรมากมาย เช่น บริษัท KB Kookmin Card – TIS Inc. และบริษัทภายใต้กลุ่ม BTS อย่าง บมจ.วีจีไอ (VGI) และ บมจ.ยู ซิตี้ (U) อีกทั้งยังได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ขณะที่ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) อยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุนกับบริษัทลูกของธนาคารกสิกรไทย (KBANK)

 

อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ มาร์ท (JMART) กล่าวว่า ปี 2564 กลุ่มบริษัทสามารถเดินหน้าขยายการเติบโตได้ตามเป้าหมาย ทำผลงาน All Time High ได้ต่อเนื่อง เป็นผลจากการผนึกกำลังในเครือและการจับมือพันธมิตรรายใหม่ ทำให้ Ecosystem ในด้านธุรกิจค้าปลีก (Commerce) และธุรกิจการเงิน (Finance) จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม 

 

สำหรับปี 2565 วางกลยุทธ์ทรานส์ฟอร์มธุรกิจจาก Investment Holding Company เป็น Technology Investment Holding Company อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะผลักดันให้กำไรเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% ตามเป้าหมาย โดยจะเน้นการสร้าง Synergy ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและการเงินที่มีเทคโนโลยีและ Blockchain และ Big Data เป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันการเติบโต 

 

ขณะเดียวกันจะสานต่อแผนธุรกิจกับพันธมิตรที่จับมือกันตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเฉพาะ BTS Group ที่คาดว่าจะเห็นเมกะโปรเจกต์ร่วมกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เป็นแพลตฟอร์มด้านค้าปลีกและการเงิน คาดว่าจะได้เห็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นในปีนี้อีก 2-3 ดีล โดยโปรเจกต์แรกที่คาดว่าจะประกาศเร็วๆ นี้จะเป็นพันธมิตรในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านค้าปลีกและการเงินที่ต่อยอดการเติบโตของบริษัท

 

สุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจบริหารหนี้มีการเติบโตชัดเจน ในปี 2565 มองว่า สถาบันการเงินจะมีการขายหนี้ออกมาจำนวนมาก หลังลูกค้าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด จึงวางงบซื้อหนี้ด้อยคุณภาพในปี 2565 ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท เงินลงทุนมาจากการเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุน ทั้งนี้ JMT ตั้งเป้าหมายกำไรเติบโตในระดับ 45% ทำนิวไฮต่อ จากการซื้อหนี้เข้ามาบริหารและการเก็บเงินสด (Cash Collection) สูงขึ้น 

 

และล่าสุด JMT ได้ร่วมจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุนกับบริษัทลูกของ KBANK เพื่อประกอบธุรกิจบริการงานติดตามหนี้และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ซึ่งคาดว่าจะเห็นการต่อยอดธุรกิจเพิ่มเติมจากธุรกิจปัจจุบันของของ JMT ผ่านการจับมือพันธมิตรรายใหม่เพิ่มเติมในปีนี้  

 

กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) กล่าวว่า ในปี 2565 จะเป็นปีที่ผลประกอบการ All Time High ได้ต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายการเติบโตของกำไรสุทธิ 75% จากปี 2564 ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จทำกำไรสูงสุดตลอดกาล โดยมีการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase: HP) และพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) เติบโตทะลุเป้าหมาย 10,500 ล้านบาท 

 

ในปี 2565 SINGER คาดว่าจะมีพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท และวางเป้าหมายขยายสาขาและแฟรนไชส์รวมกัน 7,000 แห่ง เพื่อเป็นฐานในการบุกตลาดค้าปลีกที่แข็งแกร่งที่สุด นอกจากนี้ยังมีการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมร่วมกับ BTS Group และพันธมิตร นอกจากนี้บริษัท เอสจี แคปปิตอล (SGC) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ SINGER จะเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2565 นี้ 

 

สุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท (J) กล่าวว่า แผนธุรกิจปีนี้จะเน้นการขยายพื้นที่เช่าและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย ณ สิ้นปี 2564 J มี IT Junction, ธุรกิจศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ จำนวน 5 แห่ง และมีอัตราเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) อยู่ในระดับสูงกว่า 95% โดยตั้งเป้าจะมีพื้นที่ให้เช่า 100,000 ตารางเมตร ภายใน 3 ปี และล่าสุด J ได้เข้าสู่ธุรกิจ Health Care and Service สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ภายใต้แบรนด์ SENERA โดยจะเปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าชุมชน JAS GREEN VILLAGE – KUBON ที่แรกภายในสิ้นปี 2565 และจะขยายเพิ่มเป็น 10 แห่ง ภายใน 3 ปี 

 

ด้าน นราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจ Device และอุปกรณ์ไอที ในปี 2565 จะเติบโตอย่างมาก โดยตั้งเป้ารายได้เติบโต 50% หรือแตะ 12,500 ล้านบาท และกำไรเติบโตเท่าตัว ผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นมาจากการบริหารจัดการภายในที่ดี รวมทั้งปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจภายใต้สถานการณ์โควิด 

 

ขณะที่ จองวอนซ็อก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคบีเจ แคปปิตอล จำกัด (KBJ) ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ กล่าวว่า ปี 2565 บริษัทจะขยายการปล่อยสินเชื่อให้ได้มากกว่า 2 เท่าของปี 2564 โดยได้เปิดตัว Cash Card ชื่อว่า KashJoy Easy Card ซึ่งจะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคในประเทศไทยได้มากขึ้น โดยจะนำเอาเทคโนโลยีในการดำเนินงานทางด้านการเงินจากประเทศเกาหลีใต้เข้ามาปรับใช้ในธุรกิจให้ได้มากที่สุด 

 

ธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (J VENTURE) ซึ่งเป็นบริษัทแกนหลักด้านเทคโนโลยี กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนเทคโนโลยีและบล็อกเชนใช้ในการพัฒนา Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) และผสานพลัง Synergy ภายในกลุ่ม JMART โดยมี JFIN ซึ่งเป็น Utility Token ในการจัดทำกิจกรรม JFIN Adoption หรือโปรโมชันต่างๆ รวมทั้งใช้ในกลุ่มพันธมิตรที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ เช่น OneSiam และ SF 

 

ด้านความร่วมมือกับ BTS Group คาดว่าจะได้เห็นความร่วมมือกับ JFIN ไตรมาส 1 ปีนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล และมุ่งสู่ JFIN Mass Adoption ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีผู้ใช้งาน JFIN เพิ่มขึ้นในอนาคต รวมทั้งการเปิดตัว JNFT Marketplace แพลตฟอร์ม NFT ที่เดินหน้าสนับสนุนให้นักสร้างสรรค์ชาวไทยมีโอกาสผลิตผลงานในรูปแบบดิจิทัลได้ง่ายขึ้น และเป็นโอกาสสร้างรายได้ในอนาคตเช่นกัน 

 

ปัจจุบัน JMART ดำเนินธุรกิจบริษัทโฮลดิ้งที่ลงทุนในบริษัทย่อยที่มีศักยภาพ มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจค้าปลีก การเงิน และเทคโนโลยี โดยกลุ่มบริษัทประกอบด้วย 

 

  1. บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT)
  2. บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) (J)
  3. บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (Jaymart Mobile)
  4. บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (J Ventures)
  5. บริษัท บีนส์แอนด์บราวน์ จำกัด (Beans and Brown)
  6. บริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จํากัด (KBJ)
  7. บริษัท เจมาร์ท ประกันภัย จำกัด (มหาชน) (Jaymart Insurance)
  8. บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (SINGER)
  9. บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (SGC)
  10. บริษัท เอสจี โบรคเกอร์ จำกัด (SG Broker) 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post กลุ่ม JMART ยกระดับธุรกิจสู่ Technology Investment Holding Company ผลักดันกำไรปีนี้ขยายตัวมากกว่า 50% appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น U เผชิญแรงขายทำกำไร กดราคาดิ่งท้ายตลาด หลังปรับขึ้นร้อนแรงในวานนี้ ด้านนักวิเคราะห์ชี้ยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่ https://thestandard.co/u-stock-151064/ Fri, 15 Oct 2021 10:33:52 +0000 https://thestandard.co/?p=548644 ยู ซิตี้

ความเคลื่อนไหวของหุ้น บมจ.ยู ซิตี้ (U) ในช่วงหนึ่งถึงสอ […]

The post หุ้น U เผชิญแรงขายทำกำไร กดราคาดิ่งท้ายตลาด หลังปรับขึ้นร้อนแรงในวานนี้ ด้านนักวิเคราะห์ชี้ยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยู ซิตี้

ความเคลื่อนไหวของหุ้น บมจ.ยู ซิตี้ (U) ในช่วงหนึ่งถึงสองวันมานี้ เริ่มส่งสัญญาณร้อนแรงทั้งในด้านราคาและมูลค่าการซื้อขาย โดยเฉพาะแรงซื้อที่โถมเข้ามาอย่างหนักในวันที่ 14 ตุลาคม 2564 ทำให้ราคาปรับขึ้นร้อนแรงกว่า 13.4% มาปิดตลาดที่ 1.95 บาท 

 

ล่าสุดเช้าวันนี้ (15ตุลาคม) บรรยากาศการซื้อขายในช่วงเช้า ราคาหุ้น U ยังคงปรับขึ้นร้อนแรงทะลุระดับ 2 บาท จนขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ 2.12 บาท พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น แต่สุดท้ายไปได้ไม่ไกลก็เริ่มมีแรงเทขายทำกำไรออกมา โดยเฉพาะในช่วงท้ายก่อนปิดตลาดวันนี้ ทำให้ราคาไหลลงมาอย่างรวดเร็ว มาปิดตลาดที่ 1.82 บาท ลดลง 6.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นเป็นอันดับ 3 ของตลาดรวมกว่า 2.53 พันล้านบาท

 

สาเหตุที่หุ้น U กลับมาร้อนแรง ส่วนหนึ่งเพราะหลุดจากมาตรการกำกับดูแลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ก่อนหน้านี้ได้จับหุ้น U ขังในมาตรการกำกับดูแลระดับ 1 โดยที่สมาชิกหรือโบรกเกอร์ต้องดำเนินการให้ลูกค้าซื้อหลักทรัพย์ด้วยบัญชี Cash Balance เท่านั้น เท่ากับว่าลูกค้าต้องวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนก่อนซื้อหลักทรัพย์ระหว่างวันที่ 23 กันยายน ถึง 12 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าแรงซื้อที่มีเข้ามาอย่างหนาแน่นในหุ้น U รอบนี้ยังไม่มีปัจจัยใหม่ใดเข้ามาสนับสนุน นอกเหนือจากปัจจัยการร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม บมจ.เจ มาร์ท (JMART) ด้วยการเข้าถือหุ้นใน บมจ.ซิงเกอร์ ประเทศไทย (SINGER) ซึ่งเป็นข่าวไปแล้วในช่วงก่อนหน้านี้

 

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์รายหนึ่งกล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า นักลงทุนยังใช้ข่าวเก่ามาเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม U โดยมองว่าไตรมาส 4 นี้จะมีความคืบหน้าในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกลุ่ม JMART อย่างไรก็ตามด้วยพื้นฐานของ U แล้วยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงยังไม่มีนักวิเคราะห์ค่ายใดทำการวิเคราะห์หุ้นตัวนี้อย่างละเอียด

 

“หุ้น U ยังไม่มีข่าวอะไรใหม่ๆ นักลงทุนเข้ามาเล่นก็ใช้ข่าวเก่าๆ มองว่าจะมีความคืบหน้า แต่ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจนว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วๆ นี้”

 

ด้าน กิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า U มีแผนที่จะขายทรัพย์สินที่เป็นโรงแรมทั้งในและต่างประเทศออกไป นักลงทุนจึงคาดการณ์ว่างบการเงินไตรมาส 3 ที่จะประกาศออกมาจะมีการรับรู้รายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ามา ดังนั้นจึงมีแรงซื้อเพื่อเข้าเก็งกำไรก่อนที่บริษัทจะแจ้งผลประกอบการ

 

นอกจากนี้นักลงทุนยังคาดว่านโยบายการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ จะส่งผลดีกับ U ซึ่งทำธุรกิจโรงแรมด้วย แม้ว่าบริษัทจะมีแผนการปรับโครงสร้างทางธุรกิจไปทางการดิจิทัลไฟแนนซ์ในอนาคตช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

 

อย่างไรก็ตามประเมินว่าพัฒนาการของ U ตามเป้าหมายการปรับโครงสร้างไปสู่การเป็นดิจิทัลไฟแนนซ์ยังต้องติดตามความชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่

 

“รอบก่อนหุ้น U ขึ้นเพราะมีประเด็นเฉพาะตัว คือการเข้าไปลงทุนใน SINGER มาถึงรอบนี้ถ้าจะพูดกันจริงๆ ยังไม่มีเหตุผลว่านักลงทุนเข้ามาเล่นกันทำไม เพราะประเด็นก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่นักลงทุนบางกลุ่มน่าจะเก็งกำไรงบจากกรณีที่ผู้บริหารบอกว่าจะทยอยขายโรงแรม โดยเฉพาะในต่างประเทศออกไปก่อน ว่าอาจจะบุ๊กไตรมาส 3 นี้ ซึ่งก็ยังไม่มีความแน่นอนอีก”

 

นอกจากนี้ประเด็นการเปิดประเทศก็น่าจะมีผล เพราะ U ทำธุรกิจโรงแรม แต่สุดท้ายผู้บริหารก็มีแผนจะขายออกทั้งหมดอยู่แล้ว ตอนนี้คนที่เข้ามาเล่นหุ้นไม่ได้มองที่แวลูว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่หาประเด็นเก็งกำไรเท่านั้น จึงถือเป็นความเสี่ยง”

 

สำหรับ บมจ.ยู ซิตี้ ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า บริการ จำหน่าย และบริหารอย่างครบวงจร รวมถึงธุรกิจโรงแรมที่เปิดให้บริการทั้งในและต่างประเทศ

 

U มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 2 มีนาคม 2564) ประกอบด้วย

 

  1. บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำนวน 2,033,425,452 หุ้น คิดเป็น 36.22%

 

  1. Phillip Securities (Hong Kong) Limited จำนวน 605,228,108 หุ้น คิดเป็น 10.78%

 

  1. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวน 174,769,923 หุ้น คิดเป็น 3.11%

 

  1. South East Asia Uk (Type C) Nominees Limited จำนวน 102,979,524 หุ้น คิดเป็น 1.83%

 

  1. โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 99,569,427 หุ้น คิดเป็น 1.77%

 

ล่าสุดกลุ่มบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ได้ทุ่มเงิน 1.85 หมื่นล้านบาทเพิ่มทุนใน บมจ.เจ มาร์ท (JMART) และ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) เพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยวางแผนปรับโครงสร้าง U จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สู่ดิจิทัลไฟแนนซ์ 

 

โดยให้ บมจ.วีจีไอ (VGI) ซึ่ง BTS ถือหุ้นในสัดส่วน 21.95% เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน JMART ในสัดส่วน 15% คิดเป็นเม็ดเงินลงทุน 7 พันล้านบาท ขณะที่ U ซึ่ง BTS ถือหุ้นในสัดส่วน 36.22% เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน SINGER ในสัดส่วน 9.9% คิดเป็นเม็ดเงินลงทุน 4.5 พันล้านบาท

 

นอกจากนี้ ยังให้ U เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงของ SINGER ในสัดส่วน 24.9% คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 7 พันล้านบาทด้วย

The post หุ้น U เผชิญแรงขายทำกำไร กดราคาดิ่งท้ายตลาด หลังปรับขึ้นร้อนแรงในวานนี้ ด้านนักวิเคราะห์ชี้ยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น U พุ่งทำนิวไฮใหม่รอบปี แม้ถูกจับติดแคชบาลานซ์ นักลงทุนแห่เก็งกำไรข่าวลุยธุรกิจการเงิน ด้านโบรกเตือนระวังลงทุน เหตุราคาวิ่งไปไกลแล้ว https://thestandard.co/u-stock-new-high/ Thu, 02 Sep 2021 05:37:44 +0000 https://thestandard.co/?p=532173 หุ้น U

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.ยู ซิตี้ หรือ U ในวันนี้ (2 […]

The post หุ้น U พุ่งทำนิวไฮใหม่รอบปี แม้ถูกจับติดแคชบาลานซ์ นักลงทุนแห่เก็งกำไรข่าวลุยธุรกิจการเงิน ด้านโบรกเตือนระวังลงทุน เหตุราคาวิ่งไปไกลแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น U

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.ยู ซิตี้ หรือ U ในวันนี้ (2 กันยายน) ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ณ เวลา 12.00 น. หุ้น U เคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.51 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท หรือ 5.59% และยังมีมูลค่าการซื้อขายเข้ามาหนาแน่น ระหว่างวันราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1.78 บาท เพิ่มขึ้น ​​24.47% จากราคาปิดวันก่อนหน้า

 

ทั้งนี้ ราคาหุ้น ณ 1.51 บาท เป็นราคาสูงสุดใหม่ของปี 2564 โดยเมื่อต้นปี หุ้น U เคยอยู่ที่ระดับ 1.47 บาท 

 

ภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นต่อหุ้น U หลังจากที่ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่ธุรกิจการเงิน ซึ่งมองว่ามีมูลค่าสูงกว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมที่เป็นธุรกิจหลักของ U ในปัจจุบัน 

 

โดยล่าสุด U ได้เข้าลงทุนใน JMART และ SINGER ซึ่งอยู่ในกลุ่มการเงิน รวมถึงเข้าลงทุนในบริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ A Life ซึ่งอยู่ในกลุ่มประกันและการเงิน จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญ 

 

นอกจากนี้ ยังน่าติดตามอีกว่าหลังจากนี้ U จะนำเงินสดจากการขายสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดราว 2.6 หมื่นล้านบาท ไปลงทุนในธุรกิจใดบ้าง และจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทได้อย่างไร 

 

“เราชื่นชอบหุ้น U มาตั้งแต่ราคา 0.80 บาท ซึ่งเทียบเท่า BV (มูลค่าตามบัญชี) ราว 1.24 เท่า แต่ราคาปัจจุบันก็ปรับเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว นักลงทุนควรต้องจับจังหวะการลงทุนอย่างระมัดระวัง”

 

ฝ่ายวิจัย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า หลัง U ได้เข้าซื้อหุ้น JMART ในสัดส่วน 9.9% และซื้อหุ้น SINGER ในสัดส่วน 24.9% และมีแผนจะผันสู่ธุรกิจการเงิน จะทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นในอนาคต บริษัทตั้งเป้าปีหน้าเริ่มเห็นกำไรสุทธิ

 

ทั้งนี้ แนะนำซื้อเก็งกำไร โดยคาดว่าการที่บริษัทเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสจะพลิกกลับมามีกำไรได้จะเป็นที่สนใจของตลาด และจากมูลค่าบัญชีต่อหุ้น ณ ไตรมาส 2/2564 คือ 1.24 บาท เมื่อคำนวณด้วยระดับราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ที่ 1.0 เท่า จะได้ราคาพื้นฐานที่ 1.24 บาท อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า U เป็นบริษัทที่มีจำนวนหุ้นสูงมาก คือ 31,819 ล้านหุ้น ดังนั้นแม้จะมีกำไรแต่อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ก็จะยังสูงอยู่มาก 

 

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2564 บริษัทขาดทุนสุทธิ 449 ล้านบาท ลดลงเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 2 พันล้านบาท แต่บริษัทมีกำไรที่เป็นเงินสด (EBITDA) จำนวน 332 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 729 ล้านบาท ถือว่าฟื้นตัวดีขึ้น

 

โดยวานนี้ (1 กันยายน) ตลาดหลักทรัพย์ได้ประกาศให้หลักทรัพย์ บมจ.ยู ซิตี้ หรือ U หุ้นบุริมสิทธิของ บมจ.ยู ซิตี้ หรือ U-P และใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญของ บมจ.ยู ซิตี้ ครั้งที่ 4 หรือ U-W4 เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 1: Cash Balance มีผลตั้งแต่วันที่ 2-22 กันยายน 2564

 

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานเรื่องการได้มาซึ่งหุ้นของ U โดย ASM Connaught House (Master) Fund III LP ซึ่งเป็นการได้มาเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 จำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มา คิดเป็น 15.7137% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ส่งผลถือหุ้นรวม 16.6249% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

 

และรายงานการจำหน่ายหุ้นของ U โดย บมจ.สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง หรือ SPI ซึ่งเป็นการจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่าย คิดเป็น 1.1266% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่าย คิดเป็น 4.902% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

 

ปัจจุบัน U ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า บริการ จำหน่าย และบริหารอย่างครบวงจร

The post หุ้น U พุ่งทำนิวไฮใหม่รอบปี แม้ถูกจับติดแคชบาลานซ์ นักลงทุนแห่เก็งกำไรข่าวลุยธุรกิจการเงิน ด้านโบรกเตือนระวังลงทุน เหตุราคาวิ่งไปไกลแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น U พุ่งแรง แค่ 2 วันราคาวิ่งกว่า 32% สวนทางผลดำเนินงานขาดทุน 6.6 พันล้าน จ่อเพิ่มทุนอีก 30,404 ล้านหุ้น https://thestandard.co/u-shares-rise-32-percents/ Thu, 11 Mar 2021 06:05:51 +0000 https://thestandard.co/?p=463787 หุ้น U พุ่งแรง แค่ 2 วันราคาวิ่งกว่า 32% สวนทางผลดำเนินงานขาดทุน 6.6 พันล้าน จ่อเพิ่มทุนอีก 30,404 ล้านหุ้น

ราคาหุ้น บมจ. ยู ซิตี้ หรือ U ในช่วงการซื้อขายรอบเช้าวั […]

The post หุ้น U พุ่งแรง แค่ 2 วันราคาวิ่งกว่า 32% สวนทางผลดำเนินงานขาดทุน 6.6 พันล้าน จ่อเพิ่มทุนอีก 30,404 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น U พุ่งแรง แค่ 2 วันราคาวิ่งกว่า 32% สวนทางผลดำเนินงานขาดทุน 6.6 พันล้าน จ่อเพิ่มทุนอีก 30,404 ล้านหุ้น

ราคาหุ้น บมจ. ยู ซิตี้ หรือ U ในช่วงการซื้อขายรอบเช้าวันนี้ (11 มีนาคม) ปรับตัวขึ้นอีก 15.91% โดยซื้อขายที่ระดับ 1.02 บาท ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวทิศทางบวกต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ (10 มีนาคม) ที่ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ 0.88 บาท เพิ่มขึ้น 0.11 บาท หรือ 14.29% รวม 2 วัน ราคาหุ้น U ปรับขึ้นมาแล้วราว 32%

 

โดยก่อนหน้านี้ U รายงานผลการดำเนินการบริษัทประจำปี 2563 มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 6,610.75 ล้านบาท หรือขาดทุนต่อหุ้น 1.3242 บาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิ 1,867.35 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.186 บาท 

 

ปัจจัยหลักที่ขาดทุนมาจากการลดลงของ EBITDA รวมถึงส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการร่วมค้าและค่าเสื่อมราคาและต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น จากมาตรฐานการเงินเรื่องสัญญาเช่า (TFRS16)

 

ขณะที่รายได้รวมลดลง 46.1% จากปีก่อน เป็น 5,651 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากรายได้ธุรกิจโรงแรมลดลงผลกระทบโควิด-19 และการลดลงของรายได้ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานและรายได้อื่นๆ

 

U แจ้งว่าคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 97,293.67 ล้านบาท จากทุนเดิม 35,918.66 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 133,212.32 ล้านบาท โดยออกหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มทุน 28,998.31 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 3.20 บาท รวม 92,794.58 ล้านบาท และหุ้นสามัญ 1,405.96 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 3.20 บาท รวม 4,499.08 ล้านบาท

 

บริษัทจะจัดสรรหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) จำนวน 28,062.88 ล้านหุ้น อัตราส่วน 1 หุ้นสามัญเดิม และหรือหุ้นบุริมสิทธิเดิมต่อ 3 หุ้นบุริมสิทธ์เพิ่มทุนใหม่ ราคาขาย 0.70 บาท กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นเดิมที่มีสิทธิจองซื้อหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 1 มีนาคม 2564 และจัดสรรให้บุคคลในวงจำกัดตามแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 935,429,272 หุ้น โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564

 

ส่วนหุ้นสามัญเพิ่มทุนอีกจำนวน 270.80 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการปรับสิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 3 (U-W3) และจำนวน 1,135.16 ล้านหุ้น ตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทรุ่นที่ 4 (U-W4)

 

วัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุน เพื่อนำไปใช้ชำระหนี้ของบริษัท รวมทั้งนำเงินที่ได้รับไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และนำไปลงทุนในโครงการทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

 

อีกทั้งเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาและอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัทและบริษัทย่อย ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ 1. ที่ดินเปล่าของบริษัท เมืองทองแอสเซ็ทส์ เนื้อที่ 20 ไร่ (ที่ดิน MTA) 2. ที่ดินเปล่าของบริษัท ธนายง ฟู๊ด แอนด์ เบเวอเรจ เนื้อที่ 87 ไร่ 3 งาน 94 ตารางวา (ที่ดิน TFB) 3. ที่ดินเปล่าของบริษัท สยาม เพจจิ้ง แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำนวน 2 แปลง เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 56 ไร่ 1 งาน 76 ตารางวา (ที่ดิน PKA) และ 4. ที่ดินเปล่าทั้งหมดหรือบางส่วนของบริษัท ปราณคีรี แอสเซ็ทส์ จำกัด (PKA) จำนวน 13 แปลง เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 427 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา (ที่ดิน PKA)

 

ทั้งนี้ U จะจำหน่ายที่ดิน MTA ที่ดิน TFB และ ที่ดิน SPC ในราคาขายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 1,133.27 บาท ทั้งนี้สำหรับที่ดิน PKA บริษัทอาจพิจารณาจำหน่ายราคาขายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 1,770.74 บาท หรืออาจพิจารณาขายหุ้นใน PKA จำนวน 3.11 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท คิดเป็น 100% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และภาระหนี้เงินกู้ที่ PKA มีต่อบริษัท โดยบริษัท จะคำนวณราคาขายหุ้น PKA ตามราคาที่ดินที่ PKA ถืออยู่

 

สำหรับมูลค่ารวมของสิ่งตอบแทนของธุรกรรมการจำหน่ายทรัพย์สินเพิ่มเติมในกรณีที่ PKA ขายที่ดินทั้งหมด หรือบริษัท จำหน่ายหุ้น PKA โดย PKA ยังคงถือที่ดินทั้งหมด จะไม่ต่ำกว่า 377.57 บาท 

 

โดยบริษัทมีแผนจะนำเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายทรัพย์สินในครั้งนี้ไปใช้ในการชำระหนี้ของบริษัท รวมทั้งนำเงินที่ได้รับไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และนำไปลงทุนในโครงการปัจจุบันและในอนาคต

 

การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทรัพย์สินของบริษัท และคาดว่าจะส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนทางบัญชีจากธุรกรรมการจำหน่ายทรัพย์สิน 4,302.14 ล้านบาท คณะกรรมการบริษัทจึงเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ในวันที่ 31 มีนาคม 2564

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินกิจการของบริษัท ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและอย่างไร

 

ดังนั้นเพื่อช่วยให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงิน และทำให้บริษัทมีแหล่งเงินทุนในการชำระหนี้ของบริษัท รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อไป อีกทั้งทรัพย์สินที่จำหน่ายส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มีผลประกอบการขาดทุน หรือเป็นทรัพย์สินที่ต้องใช้เงินลงทุนในการปรับปรุงอีกเป็นจำนวนมากในอนาคตอันใกล้ ดังนั้นการจำหน่ายทรัพย์สินออกไปจึงเป็นทางเลือกที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท

 

ทั้งนี้ U เป็นหนึ่งในบริษัทในกลุ่มบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ BTS โดยดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า บริการ จำหน่าย และบริหารอย่างครบวงจร และ BTS ถือหุ้นในสัดส่วน 36.22%

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post หุ้น U พุ่งแรง แค่ 2 วันราคาวิ่งกว่า 32% สวนทางผลดำเนินงานขาดทุน 6.6 พันล้าน จ่อเพิ่มทุนอีก 30,404 ล้านหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ดยู ซิตี้ เห็นชอบขายสินทรัพย์รวมมูลค่า 3.82 พันล้านบาท เสริมสภาพคล่อง-รับมือโควิด-19 เตรียมขอมติผู้ถือหุ้น เม.ย. ปีหน้า https://thestandard.co/u-city-selling-total-assets-worth-3-82-billion-baht/ Tue, 15 Dec 2020 05:26:36 +0000 https://thestandard.co/?p=431610 ยู ซิตี้

สยาม สีวราภรณ์สกุล กรรมการและเลขานุการ บมจ.ยู ซิตี้ หรื […]

The post บอร์ดยู ซิตี้ เห็นชอบขายสินทรัพย์รวมมูลค่า 3.82 พันล้านบาท เสริมสภาพคล่อง-รับมือโควิด-19 เตรียมขอมติผู้ถือหุ้น เม.ย. ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยู ซิตี้

สยาม สีวราภรณ์สกุล กรรมการและเลขานุการ บมจ.ยู ซิตี้ หรือ U แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2563 เห็นชอบให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัทฯ และบริษัทย่อยจำนวน 39 รายการ ในราคารวมไม่ต่ำกว่า 3,827.34 ล้านบาท 

 

ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนทางการเงิน รวมถึงเตรียมความพร้อมในการลงทุนในโครงการและทรัพย์สินที่มีศักยภาพในราคาที่เหมาะสมต่อไปในอนาคต

 

ในเอกสารเผยแพร่ระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดในปัจจุบันและในอนาคตของบริษัทฯ ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและอย่างไร

 

และเนื่องจากคณะกรรมการบริษัทฯ เห็นว่า ธุรกรรมการจำหน่ายทรัพย์สินในครั้งนี้มีผลกระทบต่อโครงสร้างทรัพย์สินของบริษัทฯ และคาดว่าจะส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนทางบัญชีจากธุรกรรมจำหน่ายทรัพย์สินเป็นจำนวนประมาณ 4,170 ล้านบาท จึงมีความสำคัญและสมควรที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทจะได้รับทราบรายละเอียดและพิจารณาอนุมัติก่อนการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าว

 

ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทฯ จึงเห็นควรให้นำธุรกรรมการจำหน่ายทรัพย์สินเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ซึ่งจะจัดขึ้นภายในเดือนเมษายน 2564 เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะต้องมีมติอนุมัติด้วยคะแนนเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นฐานในการลงมติและนับคะแนน

 

และเพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ จะแต่งตั้ง บล.ไอ วี โกลบอล เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) เพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับธุรกรรมการจำหน่ายทรัพย์สิน และจัดเตรียมสารสนเทศเกี่ยวกับรายละเอียดของการเข้าทำธุรกรรมการจำหน่ายทรัพย์สิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้น

 

ทั้งนี้ รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรก ณ วันที่ ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2563 ประกอบด้วย 

 

  1. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 36.22%
  2. Trophy CG Limited 10.78%
  3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 1.82%
  4. SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 1.80%
  5. นางสุกัลยา ทองพันธ์ 91,905,057 1.64%

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล 

The post บอร์ดยู ซิตี้ เห็นชอบขายสินทรัพย์รวมมูลค่า 3.82 พันล้านบาท เสริมสภาพคล่อง-รับมือโควิด-19 เตรียมขอมติผู้ถือหุ้น เม.ย. ปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ยู ซิตี้’ เตรียมขายหุ้น NMG ยกพอร์ต 9% https://thestandard.co/u-city-preparing-to-sell-nmg-shares-9percent/ Fri, 23 Oct 2020 03:35:45 +0000 https://thestandard.co/?p=411650

สยาม สีวราภรณ์สกุล กรรมการและเลขานุการ บมจ.ยู ซิตี้ (U) […]

The post ‘ยู ซิตี้’ เตรียมขายหุ้น NMG ยกพอร์ต 9% appeared first on THE STANDARD.

]]>

สยาม สีวราภรณ์สกุล กรรมการและเลขานุการ บมจ.ยู ซิตี้ (U) รายงานผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า วันที่ 22 ตุลาคม บริษัทได้ลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายหุ้น บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย (NMG) ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันถืออยู่ 406.39 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 9% ให้แก่ผู้จะซื้อ โดยมีมูลค่าซื้อขายประมาณ 69.08 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาซื้อขายหุ้นละ 0.17 บาท 

 

สำหรับการซื้อขาย คาดว่าจะดำเนินการโอนหุ้นทั้งหมดให้แก่ผู้จะซื้อแล้วเสร็จภายในวันที่ 4 ธันวาคม 2563 

 

ส่วนการขายหุ้นในครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทได้ปรับแผนการลงทุนและพัฒนาของบริษัท โดยมุ่งเน้นในทรัพย์สินของบริษัทก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน บริษัทจึงได้พิจารณาทบทวนแผนการลงทุนในหุ้น NMG ทั้งหมดที่บริษัทถือครองให้แก่ผู้ซื้อ 

 

โดยผู้ซื้อไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และไม่ใช่รายการที่เกี่ยวโยงตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.21/2551

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ‘ยู ซิตี้’ เตรียมขายหุ้น NMG ยกพอร์ต 9% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยู ซิตี้-กรมศิลปากร ลงพื้นที่สำรวจโรงภาษีร้อยชักสาม เตรียมบูรณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ https://thestandard.co/survey-the-custom-house/ Wed, 09 Oct 2019 10:56:25 +0000 https://thestandard.co/?p=294133 The Custom House

บริษัท ยู ซิตี้ (จำกัด) มหาชน และกรมศิลปากร เริ่มลงพื้น […]

The post ยู ซิตี้-กรมศิลปากร ลงพื้นที่สำรวจโรงภาษีร้อยชักสาม เตรียมบูรณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Custom House

บริษัท ยู ซิตี้ (จำกัด) มหาชน และกรมศิลปากร เริ่มลงพื้นที่สำรวจทางโบราณคดีบันทึกและศึกษารายละเอียดด้านสถาปัตยกรรมของอาคารศุลกสถาน (The Custom House) หรือโรงภาษีร้อยชักสามบนที่ราชพัสดุเนื้อที่ 5 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อดำเนินการเนรมิตอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่า 130 ปีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ย่านเจริญกรุงแล้ว

 

เนื่องจากการลงนามข้อตกลง ‘โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสาม’ ระหว่างกระทรวงการคลังและยู ซิตี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โครงการพัฒนาโรงภาษีร้อยชักสาม ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากกองโบราณคดี กรมศิลปากร เริ่มต้นขั้นตอนการขุดค้นทางโบราณคดีโดยรอบพื้นที่ เพื่อสเกตช์ภาพบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และรูปแบบโครงสร้างดั้งเดิมของตัวอาคารโดยละเอียด 

 

ทั้งนี้ คาดว่าการสำรวจดังกล่าวจะเสร็จสิ้นต้นปี พ.ศ. 2563 โดยข้อมูลจากการสำรวจและโครงสร้างเดิมที่ค้นพบจากการขุดค้นจะถูกนำมาใช้อ้างอิงสำหรับการบูรณะอาคารโบราณสถาน และก่อสร้างอาคารใหม่ที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่ในอนาคต ส่วนการดำเนินงานบูรณะซ่อมแซมอาคารและพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. 2568 หรืออีก 6 ปีต่อจากนี้ โดยใช้งบลงทุนกว่า 4,600 ล้านบาทบนพื้นที่ทั้งหมดรวม 5 ไร่

 

คีรี กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อาคารศุลกสถานหรือโรงภาษีร้อยชักสาม ถือเป็นอาคารเก่าแก่ซึ่งอยู่คู่กับย่านเจริญกรุงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาอย่างยาวนาน และเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองทั้งในด้านของเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในอดีต โดยเฉพาะในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

 

“ยู ซิตี้ จะสนับสนุนการดําเนินการพัฒนาเพื่อฟื้นฟูอาคารอันทรงคุณค่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานแห่งนี้ให้มีประโยชน์ และทรงคุณค่าสําหรับคนรุ่นต่อไป โดยจะเน้นการพัฒนาฟื้นฟูอาคารอนุรักษ์เดิมแบบร่วมสมัย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มาชื่นชมความสวยงามในอดีตของริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น”

 

สำหรับโรงภาษีร้อยชักสาม (อาคารศุลกสถาน) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ‘สถานีดับเพลิงบางรัก’ ตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 36 ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ออกแบบและก่อสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2427-2431 ด้วยฝีมือของสถาปนิกและช่างรับเหมาชาวอิตาเลียน ‘โยอาคิม แกรซี (Joachim Grassi)’ 

 

ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมพาลลาเดียน (Palladianism) ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญซึ่งอยู่คู่กับชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาเป็นระยะเวลายาวนาน และบอกเล่าเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์การค้าขาย รวมถึงสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และการผสมผสานของวัฒนธรรมที่หลากหลายในพื้นที่ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2502 สถานที่แห่งนี้ถูกปรับเป็นที่ทำการสถานีตำรวจดับเพลิงบางรัก อยู่เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 60 ปี ก่อนจะย้ายออกไป

 

ปัจจุบันตัวอาคารถูกปิดการเข้าใช้งาน และอยู่ในสภาพทรุดโทรม โดยมีโครงสร้างส่วนหนึ่งชำรุดผุพัง

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ยู ซิตี้-กรมศิลปากร ลงพื้นที่สำรวจโรงภาษีร้อยชักสาม เตรียมบูรณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>