บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-ปตท-สผ-เอนเนอร์ยี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 13 May 2025 12:37:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 8 บิ๊กคอร์ปไทยลุยเจาะตลาดสหรัฐฯ CP ร่วมทุนฟาร์มกุ้งในฟลอริดา ปตท.สผ. ขยายลงทุน LNG ในอะแลสกา https://thestandard.co/thai-big-corp-us-expansion-cp-shrimp-pttep-lng/ Tue, 13 May 2025 12:37:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1073895 ตลาดสหรัฐฯ

หลังจาก พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากา […]

The post 8 บิ๊กคอร์ปไทยลุยเจาะตลาดสหรัฐฯ CP ร่วมทุนฟาร์มกุ้งในฟลอริดา ปตท.สผ. ขยายลงทุน LNG ในอะแลสกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดสหรัฐฯ

หลังจาก พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุในวันนี้ (13 พฤษภาคม) ว่าได้ส่งรายงานไปถึงคลังสหรัฐฯ และส่งรายงานไปที่ USTR โดยยื่นข้อเสนอ 5-6 ข้อ ไปเป็นที่เรียบร้อย เชื่อว่าทางสหรัฐฯ จะตอบรับกลับในเร็วๆ นี้

 

ฟากฝั่งเอกชน โดย ชนินทร์ ชลิสราพงษ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะเจรจาการค้าของหอการค้าไทย ก็ได้เปิดเผยระหว่างการนำทีมเอกชน ร่วม SelectUSA 2025 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า ถือเป็นงานที่คึกคักที่สุดในรอบปี ตอกย้ำความเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐฯ

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

“ปีนี้เห็นโอกาสในการขยายธุรกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะ เกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย สามารถเชื่อมต่อ Global Supply Chain ได้อย่างมีศักยภาพ และเป็นโอกาสสำคัญที่ภาครัฐจะนำไปต่อยอดสู่ Package ของประเทศไทย ในการเจรจาระดับนโยบายกับสหรัฐฯ”

 

 

ขณะที่ มุมมองจากภาคเอกชนไทย ที่เข้าร่วมงานมีดังนี้

 

  1. CP Group นำเสนอกรณีศึกษาบนเวที Industry Spotlight: Food & Beverage โดย อำพล อสุวพงษ์พัฒนา เผยถึงกลยุทธ์การขยายธุรกิจผ่าน M&A และการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น เช่น การลงทุนฟาร์มกุ้งในรัฐฟลอริดา เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ เข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงจุด และตอบโจทย์ความยั่งยืน พร้อมระบุว่า CP Group จ้างงานชาวอเมริกันแล้วกว่า 2,000 ตำแหน่ง และมีแผนเพิ่มการลงทุนต่อเนื่อง

 

  1. SCG Packaging มองว่าการเจรจาครั้งนี้ช่วยเปิดโอกาสขยายธุรกิจในตลาดสหรัฐฯ ได้ชัดเจนมากขึ้น หลังจากมีการค้าขายกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

 

  1. บ้านปู จำกัด (มหาชน) ชี้ว่าความต้องการพลังงานในสหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐเท็กซัสยังคงเติบโตต่อเนื่อง เป็นสัญญาณบวกต่อแผนขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงาน

 

  1. ปตท.สผ. และ PTT International Trading USA มองว่าการมาเยือนครั้งนี้ต่อเนื่องจากภารกิจร่วมกับกระทรวงพลังงาน เพื่อขยายความร่วมมือด้านการค้าก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะในรัฐอะแลสกา

 

  1. EGCO Group เห็นศักยภาพและโอกาสการลงทุนด้านพลังงานในหลายรัฐ พร้อมขยายธุรกิจในอนาคต

 

  1. Chicken of the Sea Frozen Foods (ในเครือ ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)) ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดสหรัฐฯ นานเกือบ 30 ปี มองว่าตลาดนี้ยังคงเป็นตลาดหลักที่สำคัญ พร้อมเดินหน้าเจรจาเพื่อหาทางออกแบบ Win-Win Partnership ในฐานะ Reliable Strategic Partner

 

  1. Indorama Ventures และ 8.Thai Summit America Corporation เข้าร่วมหารือกับพันธมิตรหลากหลายกลุ่มในสหรัฐฯ เพื่อมองหาโอกาสขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ

 

ทั้งนี้ หอการค้าไทย ยังมีประชุมนัดพิเศษกับ World Bank และ US Chamber of Commerce เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์เศรษฐกิจกัน ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมเห็นถึงโอกาสและสถานการณ์จริง และในสัปดาห์หน้า ที่ประเทศไทย

 

โดยภาคเอกชน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย หอการค้าไทย, AMCHAM (American Chamber of Commerce) ในประเทศไทย และ US Chamber of commerce จะมีจัดงาน Thailand-US Trade & Investment Summit 2025 ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2025 นี้ ซึ่งงานนี้เป็นเวทีสำคัญสำหรับนักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้กำหนดนโยบายจากทั้งสองประเทศ เพื่อหารือและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางบริบทของความท้าทายด้านภาษีศุลกากรและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก อีกด้วย

 

“หอการค้าไทยยังคงเดินหน้าภารกิจเชิงรุกต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-สหรัฐฯ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจไทย “Ready for Future Transformation” ด้วยการยกระดับทั้ง ทักษะ (Skills) และ เทคโนโลยี (Technology) เพื่อก้าวสู่โลกการค้ายุคใหม่” ชนินทร์กล่าว

 

ภาพ: franckreporter / Getty Images

The post 8 บิ๊กคอร์ปไทยลุยเจาะตลาดสหรัฐฯ CP ร่วมทุนฟาร์มกุ้งในฟลอริดา ปตท.สผ. ขยายลงทุน LNG ในอะแลสกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบญจาขอรัฐบาลไทยเห็นแก่สันติภาพเพื่อนมนุษย์ หลังนายกฯ เลื่อนแจงปม ปตท. ถูกโยงรัฐบาลทหารเมียนมา https://thestandard.co/benja-peace-plea-ptt-myanmar/ Thu, 01 Aug 2024 06:07:44 +0000 https://thestandard.co/?p=965985 เบญจา

วันนี้ (1 สิงหาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 […]

The post เบญจาขอรัฐบาลไทยเห็นแก่สันติภาพเพื่อนมนุษย์ หลังนายกฯ เลื่อนแจงปม ปตท. ถูกโยงรัฐบาลทหารเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบญจา

วันนี้ (1 สิงหาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 10 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา เบญจา แสงจันทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งคำถามกรณีแผนการแก้ไขปัญหาความเชื่อมโยงของ ปตท. และ ปตท.สผ. ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศเมียนมา

 

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบ และได้ขอเลื่อนการตอบกระทู้ออกไปด้วย

 

ทำให้เบญจาลุกขึ้นอภิปรายว่า ตนตั้งใจถามนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลไทยเสนอตัวเข้ารับเลือกเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ท่ามกลางสถานการณ์สิทธิเสรีภาพการแสดงออกของไทยที่ยังตกต่ำและยังอ้ำอึ้ง ลับๆ ล่อๆ ต่อสถานการณ์การก่ออาชญากรรมสงคราม และการเข่นฆ่าประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านของเรา

 

เบญจากล่าวต่อไปว่า ไม่ได้แปลกใจ แต่ผิดหวังต่อท่าทีของนายกรัฐมนตรีในกรณีนี้ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เดียวที่จะตัดสินใจต่อการดำเนินงานของ ปตท. และ ปตท.สผ. ซึ่งรัฐบาลถือหุ้นอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่ง และถูกกล่าวหาว่ามีเอี่ยวในการสนับสนุนเงินทุนให้ทหารเมียนมาซื้ออาวุธทำสงครามปราบปรามประชาชน ซึ่งสภาจะเป็นพื้นที่ให้นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อประชาชนและสังคมโลก

 

“เวลานี้องค์กรระหว่างประเทศและนานาชาติพยายามใช้มาตรการทุกวิถีทางเพื่อแสวงหาสันติภาพและประชาธิปไตยในเมียนมา ทั้งการประณาม คว่ำบาตร กดดัน แต่ประเทศไทยที่เป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่สุดของเมียนมาได้พยายามทำอะไรแล้วหรือยังในวันนี้ ซ้ำร้ายสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอาจเป็นการบั่นทอนสิ่งที่นานาชาติกำลังแก้ไขปัญหานี้” เบญจากล่าว

 

เบญจาระบุต่อไปว่า กลไกสำคัญที่ทำให้ทหารเมียนมายังทำสงครามอยู่ได้ ไม่ใช่เพียงธนาคารพาณิชย์ไทยเท่านั้นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเครื่องมือของกองทัพเมียนมา แต่ยังมีรัฐวิสาหกิจไทยที่รัฐบาลถือหุ้นอย่าง ปตท. และ ปตท.สผ. ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนกองทุนให้รัฐบาลทหารเมียนมา ผ่านการจ่ายเงินค่าก๊าซจากการลงทุนในโครงการที่ตั้งอยู่ในเมียนมา

 

“ดิฉันอยากฟังคำตอบจากท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะหยุดส่งเงินให้รัฐบาลทหารเมียนมาได้อย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้รายได้ทั้งหมดนี้รั่วไหลไปสู่คณะรัฐประหาร และกลายเป็นเครื่องมืออาวุธในการใช้เข่นฆ่าประชาชน” เบญจากล่าว

 

เบญจากล่าวด้วยว่า พรรคก้าวไกลเองมีคดีอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ และจะวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคม 2567 แม้ตนเองจะเชื่อมั่นในข้อต่อสู้ของพรรค และจะไม่ถูกยุบพรรคตามที่สังคมตราไว้ แต่อย่างที่ประชาชนทราบกันดีว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ในประเทศนี้ การอภิปรายครั้งนี้จึงอาจเป็นครั้งสุดท้ายในสภาก็เป็นได้

 

“จนถึงวินาทีนี้ ดิฉันไม่ได้เสียดายเลยที่อาจไม่ได้ทำหน้าที่ในสภาแห่งนี้ต่อไป แต่จะเสียดายอย่างมากที่ในวินาทีที่ดิฉันยังสามารถทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้แทนพี่น้องประชาชนได้อยู่ แต่ดิฉันไม่สามารถแสวงหาหนทางสร้างสันติสุขให้กับเพื่อนมนุษย์ได้ ไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นความเป็นประชาธิปไตยให้ไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้” เบญจากล่าว

 

เบญจาทิ้งท้ายว่า จะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่จะสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ ตนคิดว่านี่คือโอกาสนั้น จึงขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีโดยหวังว่าท่านจะรับฟังเสียงนั้น ปัญหาในเมียนมาเป็นเรื่องที่ไปไกลกว่าพรรคก้าวไกล แต่เป็นการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมต่อมวลมนุษยชาติ จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย อย่าให้เงินทุกบาทของประชาชนไทยกลายเป็นเครื่องมือเข่นฆ่าประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร้มนุษยธรรม

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เบญจาอภิปราย มี สส. พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นประท้วง เช่น วิสุทธิ์ ไชยณรุณ และ ไชยวัฒนา ติณรัตน์ เพื่อขอให้สมาชิกระมัดระวังในการกล่าวถึงประเด็นที่พาดพิงต่างประเทศ พร้อมชี้ว่า หากจะพูดถึงเรื่องนี้จริงก็ควรเป็นการประชุมแบบลับ

The post เบญจาขอรัฐบาลไทยเห็นแก่สันติภาพเพื่อนมนุษย์ หลังนายกฯ เลื่อนแจงปม ปตท. ถูกโยงรัฐบาลทหารเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปตท.สผ. ตั้งงบลงทุน 5 ปี กว่า 1 ล้านล้านบาท เน้นเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียม พร้อมมองหาโอกาสลงทุนพลังงานสะอาดในต่างประเทศ https://thestandard.co/pttep-5-years-petroleum-invesment/ Fri, 15 Dec 2023 07:19:08 +0000 https://thestandard.co/?p=877099

ปตท.สผ. ตั้งเป้าปริมาณการขายปิโตรเลียมในปี 2567 โต 9% ส […]

The post ปตท.สผ. ตั้งงบลงทุน 5 ปี กว่า 1 ล้านล้านบาท เน้นเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียม พร้อมมองหาโอกาสลงทุนพลังงานสะอาดในต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปตท.สผ. ตั้งเป้าปริมาณการขายปิโตรเลียมในปี 2567 โต 9% ส่วนในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเน้นการพัฒนาโครงการสำคัญให้สามารถเริ่มการผลิตปิโตรเลียมได้ พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนในพลังงานสะอาดในภูมิภาคต่างๆ ของโลก

 

มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปตท.สผ. ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามแผนกลยุทธ์ มุ่งเน้นการดำเนินงานใน 3 ด้านหลัก คือ การขับเคลื่อนและเพิ่มมูลค่าธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Drive Value), การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) และการเติบโตในธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Diversify) 

 

โดยได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ไว้ที่ 6,721 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 230,194 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure หรือ CAPEX) จำนวน 4,316 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 147,823 ล้านบาท และรายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure หรือ OPEX) จำนวน 2,405 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 82,371 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนงานหลัก ดังนี้

 

  1. เพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมจากโครงการหลัก เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศไทย ได้แก่ โครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ, ปลาทอง, สตูล และฟูนาน) โครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) โครงการอาทิตย์ โครงการเอส 1 โครงการคอนแทร็ก 4 โครงการในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย รวมถึงโครงการผลิตหลักในต่างประเทศ โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนจำนวน 3,202 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 109,669 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว

        

นอกจากนี้ยังมีแผนการดำเนินกิจกรรมซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 ด้วยการบริหารจัดการการลงทุนในโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มีคาร์บอนต่ำ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต เช่น การดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CCS (Carbon Capture and Storage) รวมถึงการดำเนินการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น โดยจัดสรรรายจ่ายลงทุนในส่วนนี้จำนวน 109 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 3,733 ล้านบาท  

 

  1. เร่งผลักดันโครงการหลักที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา ได้แก่ แหล่งลัง เลอบาห์ ในโครงการมาเลเซีย เอสเค 410 บี และโครงการอื่นๆ ในมาเลเซีย รวมทั้งโครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 ให้สามารถเริ่มการผลิตได้ตามแผน โดยบริษัทได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 762 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 26,099 ล้านบาท 

 

  1. เร่งดำเนินการสำรวจในโครงการต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนจำนวน 220 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 7,535 ล้านบาท

 

ขณะที่การศึกษาทางธรณีวิทยา การเจาะหลุมสำรวจและหลุมประเมินผลของโครงการในประเทศไทย มาเลเซีย โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

สำหรับแผนการลงทุน 5 ปี (2567-2571) บริษัทได้จัดสรรงบประมาณรวม 32,575 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 1,083,376 ล้านบาท

 

โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

หน่วย: ล้านดอลลาร์

 

นอกจากการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวแล้ว ปตท.สผ. ให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยได้สำรองงบประมาณเพิ่มเติม (Provisional Budget) สำหรับปี 2567-2571 อีกจำนวน 2,022 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 67,822 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนนอกชายฝั่ง (Offshore Renewables) ธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS as a Service) ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน การต่อยอดเทคโนโลยีที่บริษัทมีอยู่ไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์รวมถึงธุรกิจใหม่อื่นๆ

 

ทั้งนี้ จากแผนงานดังกล่าว ปตท.สผ. ได้ประมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยต่อวัน (Average Sales Volume) จากโครงการปัจจุบัน ระหว่างปี 2567-2571 ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 

หน่วย: บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

 

อีกทั้ง ปตท.สผ. ได้ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยในปี 2567 ขึ้นประมาณ 9% ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากการผลิตของโครงการจี 1/61 ส่วนในช่วง 5 ปีข้างหน้าการลงทุนหลักๆ จะเน้นการพัฒนาโครงการสำคัญให้สามารถเริ่มการผลิตปิโตรเลียมได้ เพื่อสร้างการเติบโตตามแผนงาน ในขณะเดียวกันยังมองหาโอกาสการลงทุนในพลังงานสะอาดในภูมิภาคต่างๆ ของโลกด้วย” มนตรีกล่าว

 

ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ปตท.สผ. มีแผนจะเริ่มการผลิตปิโตรเลียมหลายโครงการ ได้แก่ ในปี 2568

โดยจะเริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 ส่วนในปี 2570 จะเริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี และในปี 2571 คาดว่าจะสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งลัง เลอบาห์ ในโครงการมาเลเซีย เอสเค 410 บี เริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวจากโครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 และเริ่มการผลิตน้ำมันดิบจากโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคช ระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มอัตราการผลิตปิโตรเลียมตามแผนงาน

The post ปตท.สผ. ตั้งงบลงทุน 5 ปี กว่า 1 ล้านล้านบาท เน้นเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียม พร้อมมองหาโอกาสลงทุนพลังงานสะอาดในต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมไทยถึงมีต้นทุนผลิตไฟถูกลง เมื่อการผลิตปิโตรเลียมอ่าวไทยเปลี่ยนจากระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต https://thestandard.co/cost-of-producing-electricity-thai/ Tue, 07 Mar 2023 13:25:29 +0000 https://thestandard.co/?p=759750 ต้นทุนผลิตไฟฟ้า

ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 8 มีนาคมเป็นต้นไป ประเทศไทยจะ […]

The post ทำไมไทยถึงมีต้นทุนผลิตไฟถูกลง เมื่อการผลิตปิโตรเลียมอ่าวไทยเปลี่ยนจากระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต้นทุนผลิตไฟฟ้า

ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 8 มีนาคมเป็นต้นไป ประเทศไทยจะมีต้นทุนผลิตไฟถูกลง เมื่อถึงจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์พลังงานปิโตรเลียมไทย ‘จากระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC)’ ที่คณะรัฐมนตรีไฟเขียว ปตท.สผ.-เชฟรอน ได้สิทธิ์ประมูลอ่าวไทย (แหล่งบงกช)

 

วันนี้ (7 มีนาคม) สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ. อีดี) และบริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลในการยื่นขอสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย ครั้งที่ 24 

 

โดยบริษัท ปตท.สผ. อีดี เป็นผู้ได้รับสิทธิ์เป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/65 และ G3/65 ขนาดพื้นที่รวม 19,515.42 ตารางกิโลเมตร และอนุมัติให้บริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิ์เป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตสำหรับแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/65 ขนาดพื้นที่ 15,030.14 ตารางกิโลเมตร 

  

ทั้งนี้ การดำเนินงานช่วงเปลี่ยนผ่านของแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานสู่ระบบแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract: PSC) ซึ่งจะดำเนินงานโดย ปตท.สผ. อีดี

 

โดยมั่นใจว่าสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ราบรื่นทุกขั้นตอนแบบไร้รอยต่อและไร้ปัญหา เนื่องจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้เตรียมความพร้อมรองรับ โดยได้ตั้งวอร์รูมเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านในลักษณะบูรณาการร่วมกับผู้รับสัมปทานรายเดิม ผู้รับสัญญารายใหม่ และผู้รับซื้อปิโตรเลียม ผู้บริหารของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติบัญชาการที่ห้องวอร์รูมในกระทรวงพลังงาน และมีทีมเฉพาะกิจภาคสนาม จำนวน 3 ทีม คอยติดตาม ควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิดบนแท่นผลิตในทะเลอ่าวไทย จะประจำที่แท่นผลิตกลางบงกช เพื่อตรวจสอบปริมาณการผลิตปิโตรเลียมรอบสุดท้ายในช่วงเวลาก่อนหมดอายุสัมปทาน (ก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 8 มีนาคม) รวมทั้งวัดปริมาณปิโตรเลียมที่คงค้างในเรือกักเก็บ ก่อนที่จะมีการส่งมอบให้กับผู้รับสัญญารายใหม่อย่างเป็นทางการวันนี้

 

“เที่ยงคืนวันที่ 8 มีนาคม 2566 และวันพรุ่งนี้ ถือเป็นอีกวันหนึ่งในประวัติศาสตร์พลังงานของประเทศไทยที่จะใช้ระบบใหม่ในกิจการปิโตรเลียม จากเดิมที่ใช้ระบบสัมปทาน แต่ระบบใหม่จะเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC)” สราวุธกล่าว

 

ระบบแบ่งปันผลผลิตกดราคาก๊าซลงกว่า 2 หมื่นล้านบาท

โดยความต่างจากระบบสัมปทานคือ เมื่อเปลี่ยนเป็น ‘ระบบแบ่งปันผลผลิต’ แล้วจะมีผลต่อราคาก๊าซธรรมชาติที่ได้จากแปลง G2/61 ปรับลดลงจากเดิม 279-324 บาทต่อล้านบีทียู เหลือ 172 บาทต่อล้านบีทียู หรือลดลงประมาณ 107-152 บาทต่อล้านบีทียู คิดเป็นมูลค่าประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท (เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2566) 

 

นอกจากนี้ระบบแบ่งปันผลผลิตจะช่วยสร้างเสถียรภาพของราคาก๊าซธรรมชาติที่จะนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า ลดต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ลดพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ และมีส่วนช่วยลดผลกระทบเกี่ยวกับราคาค่าไฟฟ้าของประชาชนได้ อีกทั้งราคาก๊าซธรรมชาติโลกในปัจจุบันก็เริ่มปรับตัวลดลง ทั้งนี้จะช่วยลดได้มาก-น้อยแค่ไหน อย่างไร ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) 

 

ปัจจุบันแหล่งบงกชสามารถผลิตก๊าซธรรมธรรมชาติอยู่ที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่ในข้อตกลงใหม่คือ ‘ระบบแบ่งปันผลผลิต’ จะกำหนดไว้ให้มีการผลิตก๊าซธรรมธรรมชาติที่ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน 

 

ดังนั้นกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจึงขอความร่วมมือผู้รับสัญญารายใหม่คงอัตราการผลิตก๊าซธรรมธรรมชาติที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันไปจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อให้สามารถชดเชยปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติที่ลดลงของแปลง G1/61 (แหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณเดิม) 

 

สำหรับแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชถือเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย สร้างการจ้างงาน สร้างรายได้ให้แก่รัฐในรูปแบบ ‘ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม’ และรายได้อื่นๆ (ค่าตอบแทนการต่อระยะเวลาผลิต) เป็นมูลค่ากว่า 2.3 แสนล้านบาท 

 

เชฟรอนพร้อมรับช่วงต่อระบบแบ่งปันผลผลิต

รณรงค์ ชาญเลขา กรรมการ บริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า เชฟรอน ออฟชอร์ จะมีการลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตระหว่างกระทรวงพลังงานและผู้ได้รับคัดเลือกต่อไป และยินดีที่ได้รับความไว้วางใจจากภาครัฐให้เป็นผู้รับสัญญาของแหล่ง G2/65 

 

ซึ่งการร่วมขอเป็นผู้รับสิทธิ์ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเดินหน้าภารกิจส่งมอบพลังงานที่สะอาดขึ้นอย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาวต่อไป ดังที่ได้ดำเนินงานมากว่า 60 ปี

 

“ด้วยการผสานความรู้ความเชี่ยวชาญในธรณีวิทยาของอ่าวไทยเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และแนวทางปฏิบัติงานที่เป็นเลิศจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก เชฟรอนเชื่อมั่นว่าเราสามารถพัฒนาปิโตรเลียมจากแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/65 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งขับเคลื่อนสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593” รณรงค์กล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ทำไมไทยถึงมีต้นทุนผลิตไฟถูกลง เมื่อการผลิตปิโตรเลียมอ่าวไทยเปลี่ยนจากระบบสัมปทานเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต appeared first on THE STANDARD.

]]>