บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-บริการเชื้อเพลิง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 21 Nov 2024 12:56:49 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 BAFS โชว์ผลงาน 3Q67 แข็งแกร่ง รายได้พุ่ง 17% หนุนผลงาน 9 เดือนโต 156% https://thestandard.co/bafs-3q67-revenue-growth-strong/ Thu, 21 Nov 2024 12:56:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1011321

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ […]

The post BAFS โชว์ผลงาน 3Q67 แข็งแกร่ง รายได้พุ่ง 17% หนุนผลงาน 9 เดือนโต 156% appeared first on THE STANDARD.

]]>

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2567 มีรายได้รวม 855.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 26.4 ล้านบาท โดยมี EBITDA จำนวน 396.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14%

 

สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกมีรายได้รวม 2,551.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% และกำไรสุทธิ 152.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.18 บาทต่อหุ้น และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 4% โดยการเติบโตมีปัจจัยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Aviation ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างประเทศ

 

ล่าสุดบริษัทลงนามสัญญาเชื่อมต่อระบบท่อจากคลังน้ำมันสระบุรีไปภาคเหนือกับ Thappline และสัญญาเช่าที่ดิน เพื่อดำเนินการตามโครงการระบบขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 (สระบุรี-อ่างทอง) โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2569 และจะเพิ่มปริมาณการขนส่งน้ำมันได้กว่า 700 ล้านลิตรต่อปี พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน BPT เป็น 75.03% จากการชำระเงินเพิ่มทุน 90 ล้านบาท

 

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BAFS กล่าวว่า “แนวโน้มการเติบโตของปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยาน และอุปสงค์การใช้น้ำมันในประเทศในช่วงที่เหลือของปียังมีทิศทางที่ดี โดยได้รับอานิสงส์จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะกลับมาคึกคักมากขึ้นในช่วงไฮซีซัน รวมถึงแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายรวมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งไว้ที่ 36.7 ล้านคน”

 

นอกจากนี้บริษัทเริ่มมีรายได้จากการขายรถเติมน้ำมันอากาศยานผ่านบริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด (BAFS INTECH) ที่เริ่มส่งมอบให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศแล้ว ขณะที่กลุ่มธุรกิจพลังงานยังคงมองหาโอกาสลงทุนด้านพลังงานทดแทนในพื้นที่ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งในการดำเนินงานท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

The post BAFS โชว์ผลงาน 3Q67 แข็งแกร่ง รายได้พุ่ง 17% หนุนผลงาน 9 เดือนโต 156% appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS ผงาดรับท่องเที่ยวฟื้น โชว์ผลการดำเนินงานแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปี กำไรโตต่อเนื่อง 3 เท่า https://thestandard.co/bafs-shows-operating-results/ Sat, 21 Sep 2024 07:04:11 +0000 https://thestandard.co/?p=986273

BAFS ผงาดรับท่องเที่ยวฟื้น ตอกย้ำความสำเร็จ โชว์ผลการดำ […]

The post BAFS ผงาดรับท่องเที่ยวฟื้น โชว์ผลการดำเนินงานแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปี กำไรโตต่อเนื่อง 3 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

BAFS ผงาดรับท่องเที่ยวฟื้น ตอกย้ำความสำเร็จ โชว์ผลการดำเนินงานแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปี กำไรโตต่อเนื่อง 3 เท่า ส่งสัญญาณผลงานครึ่งปีหลังทะยานต่อ ขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์ บวกกับแนวโน้มการท่องเที่ยวหนุน เดินหน้าเต็มศักยภาพ ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบิน

 

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/67 ที่สามารถทำกำไรต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยมีรายได้รวม 830.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 43.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 295% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 

 

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการเติบโตของธุรกิจด้านการบริการการบินที่มีปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้น 15% มาอยู่ที่ 1,197 ล้านลิตร สอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 17.5 ล้านคน

 

นอกจากผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งแล้ว BAFS ยังเดินหน้าวางรากฐานและโครงสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่งและทันสมัย พร้อมขยายการเติบโตด้วยความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินของ BAFS Group ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปี (2563-2567) เห็นได้จาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและยอดเติมน้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้จะสูงถึง 5,100 ล้านลิตร หรือเท่ากับ 84% เทียบกับก่อนโควิด (2562)

 

นอกจากนี้ยังมีความแข็งแกร่งทางโครงสร้างรายได้จากกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากบริษัทในเครือ โดยสามารถสร้างรายได้ซึ่งส่งผลต่อกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้ชัดจากรายได้จากค่าบริการขนส่งน้ำมันของบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 27% รวมถึงยอดจำหน่ายรถเติมน้ำมันอากาศยานของบริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

อีกทั้งยังมี 4 ปัจจัยหนุนที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของ BAFS จากการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวในปี 2567 ที่คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทย 37 ล้านคน และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 ที่ระดับ 40 ล้านคน จากโครงการพัฒนาท่าอากาศยานให้มีความพร้อมรองรับการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น 

 

ทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการทางวิ่งเส้นที่ 3 ในช่วงปลายปี 2567 รวมทั้งโครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 (Satellite 2: SAT-2) และพัฒนาส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ 

 

ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมืองอยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนา ทดม. เฟส 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 30 ล้านคนต่อปีเป็น 40 ล้านคนต่อปี

 

การเติบโตของธุรกิจสายการบินเป็นอีกปัจจัยที่เติบโตสอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ด้วยการขยายเครือข่ายเส้นทางบินและการขยายฝูงบินของสายการบินต่างๆ หลังจากที่เคยยกเลิกไปในช่วงสถานการณ์โควิด และที่สำคัญคือ การสนับสนุนจากภาครัฐผ่านนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยหนุน BAFS ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนใกล้เคียงกับช่วงก่อนสถานการณ์โควิด

The post BAFS ผงาดรับท่องเที่ยวฟื้น โชว์ผลการดำเนินงานแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปี กำไรโตต่อเนื่อง 3 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS กำไรพุ่ง 295%! ท่องเที่ยวฟื้นหนุนธุรกิจการบิน ปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น https://thestandard.co/bafs-profits-surge-295-percent/ Fri, 16 Aug 2024 09:58:22 +0000 https://thestandard.co/?p=972037

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ […]

The post BAFS กำไรพุ่ง 295%! ท่องเที่ยวฟื้นหนุนธุรกิจการบิน ปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2567 โดยมีรายได้รวม 830.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 43.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 295% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเติบโตนี้มีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Aviation ที่แข็งแกร่ง สอดรับกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย โดย EBITDA เพิ่มขึ้น 12% อยู่ที่ 398.5 ล้านบาท

 

โครงสร้างรายได้ของ BAFS Group ในไตรมาสนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่ม Aviation 664.9 ล้านบาท, กลุ่ม Power 70.2 ล้านบาท และกลุ่ม Utilities 108.4 ล้านบาท โดยรายได้จากกลุ่ม Utilities เติบโตสูงถึง 27% จากการขนส่งน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของโครงการระบบท่อขนส่งน้ำมันภาคเหนือ (NFPT)

 

สำหรับภาพรวมผลประกอบการครึ่งปีแรก BAFS Group มีรายได้รวม 1,696 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 126.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 25% จากรอบที่ผ่านมา โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 3 กันยายน 2567

 

BAFS ยังคงมั่นใจในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนตามแผนกลยุทธ์ โดยล่าสุดได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด หรือ BPT เป็น 74.46% และเตรียมดำเนินการต่อเชื่อมระบบท่อขนส่งน้ำมันโครงการสระบุรี-อ่างทองภายในปี 2567

 

 

The post BAFS กำไรพุ่ง 295%! ท่องเที่ยวฟื้นหนุนธุรกิจการบิน ปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS เผย ปี 2566 มีรายได้ 3,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เล็งสร้างท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมเส้นทางสระบุรี-อ่างทอง https://thestandard.co/bafs-reveals-revenue-for-2023/ Fri, 01 Mar 2024 08:10:58 +0000 https://thestandard.co/?p=906086

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เชื้ […]

The post BAFS เผย ปี 2566 มีรายได้ 3,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เล็งสร้างท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมเส้นทางสระบุรี-อ่างทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินการของ BAFS GROUP ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผลประกอบการไตรมาส 4/66 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 803 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2565 จากนโยบายส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวสะสมตลอดทั้งปีจำนวนกว่า 28 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าจากปีก่อน และจากปริมาณขนส่งน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ของโครงการระบบท่อส่งน้ำมันภาคเหนือ (NFPT) ที่เติบโตขึ้นมากกว่า 100% จากการทำธุรกิจเชิงรุก รวมทั้งจากการขยายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน

 

อย่างไรก็ตาม BAFS GROUP มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในไตรมาส 4/66 ลดลง 29% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงจากค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ค่าผลประโยชน์ตอบแทนจากการดำเนินกิจการให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Airport Concession Fee: ACF) สำหรับต้นทุนทางการเงินสุทธิเพิ่มขึ้นจากการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของตลาดเงินโดยรวม 

 

นอกจากนี้ในไตรมาส 4/66 BAFS GROUP ได้มีการรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 45.4 ล้านบาท ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของค่าความนิยมและเงินลงทุนรวมจำนวน 33.6 ล้านบาท และรับรู้ผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าแห่งหนึ่งจำนวน 15 ล้านบาท รวมถึงมีการตัดจำหน่ายผลประโยชน์ภาษีเงินได้ (DTA) ที่คาดว่าจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ในอนาคตจำนวน 65 ล้านบาทด้วย 

 

ส่งผลให้ในไตรมาส 4/66 BAFS GROUP มีขาดทุนสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 197.7 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมผลประกอบการในปี 2566 ของ BAFS GROUP มีรายได้รวม 3,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน มีขาดทุนสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 138 ล้านบาท ลดลง 51% จากปีก่อน

 

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวถือเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีเท่านั้น ไม่ได้กระทบต่อกระแสเงินสดแต่อย่างใด ดังจะเห็นได้จากอัตราความสามารถในการทำกำไร (EBITDA Margin) จากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายในปี 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2565

 

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ระบุต่อว่า BAFS GROUP ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจบริการพลังงานและสร้างสมดุลในโครงสร้างธุรกิจ เดินเกมรุกขยายการลงทุนด้านพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อลดการพึ่งพิงรายได้หลักจากธุรกิจบริการน้ำมันอากาศยาน ตลอดจนมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Target) 

 

โดยในปีที่ผ่านมาได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่เพื่อประกอบธุรกิจ โดยมีรายได้จากการถือหุ้น ภายใต้ชื่อ BX Global Invest Pte ประเทศสิงคโปร์ และบริษัท BAFS X Mongolia LLC ในประเทศมองโกเลีย นอกจากนี้ยังร่วมลงทุนในโครงการแปรรูปขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าในสัดส่วนการถือหุ้น 30% กำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการได้ในปี 2569

 

โดยในปีที่ผ่านมา BAFS มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งน้ำมันไปยังภูมิภาคด้วยธุรกิจระบบท่อขนส่งน้ำมันภาคเหนือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันของประเทศ โดยปริมาณความต้องการใช้น้ำมันทางภาคเหนือสะสมในปี 2566 อยู่ที่ 3,336 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อนที่ 3,250 ล้านลิตร 

 

ปัจจุบันกลุ่มบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเตรียมโครงการสร้างท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมระหว่างเส้นทางสระบุรี-อ่างทอง (Link Line) เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายท่อขนส่งน้ำมันระหว่างภาคตะวันออกกับภาคเหนือเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยทำให้โครงข่ายระบบท่อส่งน้ำมันของประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น

The post BAFS เผย ปี 2566 มีรายได้ 3,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เล็งสร้างท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมเส้นทางสระบุรี-อ่างทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
SPRC ปิดดีลซื้อกิจการ ‘คาลเท็กซ์’ จากเชฟรอน ด้วยเงินลงทุน 5.56 พันล้านบาท พ่วงหุ้น BAFS อีก 2.51% และหุ้นบริษัทท่อส่งปิโตรเลียมไทย 9.91% https://thestandard.co/sprc-closes-deal-to-acquire-caltex/ Thu, 04 Jan 2024 03:15:34 +0000 https://thestandard.co/?p=884179

SPRC ประกาศปิดดีลกิจการ ‘คาลเท็กซ์’ จาก Chevron Asia Pa […]

The post SPRC ปิดดีลซื้อกิจการ ‘คาลเท็กซ์’ จากเชฟรอน ด้วยเงินลงทุน 5.56 พันล้านบาท พ่วงหุ้น BAFS อีก 2.51% และหุ้นบริษัทท่อส่งปิโตรเลียมไทย 9.91% appeared first on THE STANDARD.

]]>

SPRC ประกาศปิดดีลกิจการ ‘คาลเท็กซ์’ จาก Chevron Asia Pacific Holdings Limited ได้เป็นเจ้าของปั๊มประมาณ 450 แห่งทั่วประเทศ ระบุแผนยังคงขายน้ำมันแบรนด์คาลเท็กซ์ เทครอน ต่อไป

 

โรเบิร์ต โดบริค กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC เปิดเผยว่า บริษัทประกาศเสร็จสิ้นการทำธุรกรรมกับ Chevron Asia Pacific Holdings Limited (CAPHL) ในการเข้าซื้อธุรกิจการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์ ‘คาลเท็กซ์’ มูลค่าประมาณ 5.56 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสริมห่วงโซ่คุณค่าให้กับ SPRC ในฐานะโรงกลั่น และทำตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยอย่างครบวงจร 

 

การเข้าซื้อธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้ยังรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ได้สัดส่วนหุ้น 9.91% ในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด อีกทั้งได้สัดส่วนการถือหุ้น 2.51% ใน บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ BAFS รวมทั้งการลงทุนในบริษัทเอกชนที่ถือครองที่ดินแปลงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และคลังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลาและสุราษฎร์ธานีด้วย

 

“SPRC จะยังคงจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพภายใต้แบรนด์คาลเท็กซ์® และเทครอน ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจและอยู่เคียงคู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 75 ปี โดยหวังว่าจะสามารถนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงให้กับลูกค้าผ่านสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ทั่วประเทศ” โดบริคกล่าว

 

ด้าน ชาแชงค์ นานาวาติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านการพาณิชย์ บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง กล่าวว่า การรวมธุรกิจการกลั่นและการตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงจะสามารถสร้างเสริมคุณค่าของแบรนด์ให้เพิ่มสูงขึ้นด้วยการเติมเต็มประสบการณ์อันน่าประทับใจได้อย่างครอบคลุม ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นให้กับผู้ถือหุ้นและผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ของเรา นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของพนักงานให้มีความพร้อมในการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อการเติบโตในระยะยาวต่อไป

 

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการบริหารโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบสูงถึง 175,000 บาร์เรลต่อวันแล้ว SPRC มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์คาลเท็กซ์ เทครอน ผ่านสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ประมาณ 450 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยพันธมิตรทางธุรกิจมืออาชีพ

The post SPRC ปิดดีลซื้อกิจการ ‘คาลเท็กซ์’ จากเชฟรอน ด้วยเงินลงทุน 5.56 พันล้านบาท พ่วงหุ้น BAFS อีก 2.51% และหุ้นบริษัทท่อส่งปิโตรเลียมไทย 9.91% appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS เผยผลประกอบการไตรมาส 3 รายได้รวม 734 ล้านบาท เผยกำลังเจรจาสร้างท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมระหว่างเส้นทางสระบุรี-อ่างทอง https://thestandard.co/bafs-quarter-3-turnover/ Mon, 13 Nov 2023 04:32:24 +0000 https://thestandard.co/?p=864965 BAFS

BAFS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 โดยมีรายได้รวม 733.8 ล้า […]

The post BAFS เผยผลประกอบการไตรมาส 3 รายได้รวม 734 ล้านบาท เผยกำลังเจรจาสร้างท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมระหว่างเส้นทางสระบุรี-อ่างทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS

BAFS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 โดยมีรายได้รวม 733.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อน ปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวธุรกิจท่องเที่ยว ชูยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ผลักดันระบบท่อขนส่งน้ำมัน เชื่อมโยงโครงข่ายภาคตะวันออกสู่ภาคเหนือ ผ่านเส้นทางสระบุรี-อ่างทอง (Link Line) ขยายธุรกิจพลังงานทดแทน ขับเคลื่อนธุรกิจบริการพลังงานให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของ BAFS Group เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขับเคลื่อนของกลุ่มธุรกิจบริการพลังงาน โดยผลประกอบการไตรมาส 3/66 ของบริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 733.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปี 2565 ตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจรวมของประเทศ 

 

โดยเป็นรายได้จากธุรกิจหลักในกลุ่มธุรกิจ Aviation รวม 587.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นถึง 31% เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจ Utilities ที่มีรายได้รวม 87.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปริมาณขนส่งน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ของโครงการระบบท่อส่งน้ำมันภาคเหนือ (NFPT) ที่เพิ่มขึ้น 66% ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Power มีรายได้จากการขายไฟฟ้าและอื่นๆ จำนวน 74.3 ล้านบาท ซึ่งปรับลดลง 3% จากสัญญาเงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ของบริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้สิ้นสุดลงเมื่อเดือนมิถุนายน

 

อย่างไรก็ตาม BAFS Group มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในไตรมาส 3/66 จำนวน 349.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีภาพรวมของค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 14% จากการดำเนินงานและค่าผลประโยชน์ตอบแทนจากการดำเนินกิจการให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Airport Concession Fee: ACF) 

 

สำหรับภาพรวมผลประกอบการ 9 เดือนแรก BAFS GROUP มีรายได้รวม 2,271.1 ล้านบาท กำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 59.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Aviation 1,767.5 ล้านบาท ที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของปริมาณน้ำมันอากาศยานและจำนวนเที่ยวบินที่กลุ่มบริษัทให้บริการ โดยในช่วง 9 เดือนของปีนี้ ปริมาณน้ำมันอากาศยานฟื้นตัวได้ 69% ของช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 

 

สำหรับกลุ่มธุรกิจ Utilities มีรายได้รวมจำนวน 270.1 ล้านบาท จากค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดินและค่าบริการจัดเก็บน้ำมันของปริมาณน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ของโครงการ NFPT ที่เติบโตขึ้น 91% เนื่องจากการทำการตลาดเชิงรุกกับลูกค้าบริษัทน้ำมัน และกลุ่มธุรกิจ Power มีรายได้รวม 306.3 ล้านบาท จากการขายไฟฟ้าและอื่นๆ และจากเงินปันผลจากการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น

 

นอกจากนี้ BAFS Group ได้ขยายการลงทุนเพื่อสร้างสมดุลทางโครงสร้างธุรกิจและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่พลังงานทดแทน โดยกลุ่มบริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ BAFS X Mongolia LLC ในประเทศมองโกเลีย ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 3.6 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจโดยมีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก ทั้งธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจการจัดเก็บน้ำมันและท่อขนส่งน้ำมันและธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าและบริการ 

 

โดยในระยะแรกกลุ่มบริษัทมีแผนร่วมลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งคาดว่าจะให้ข้อมูลความชัดเจนของการลงทุนในโครงการดังกล่าวได้ปี 2567 และได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท สุราษฎร์ อีโค พาวเวอร์ จำกัด โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 30% เพื่อลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่มีกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการได้ในปี 2570

 

BAFS Group กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเตรียมโครงการสร้างท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมระหว่างเส้นทางสระบุรี-อ่างทอง (Link Line) เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายท่อขนส่งน้ำมันระหว่างภาคตะวันออกกับภาคเหนือ ซึ่งจะช่วยทำให้โครงข่ายระบบท่อส่งน้ำมันของประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น และยังลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกอันเกิดจากรถขนส่งน้ำมัน

The post BAFS เผยผลประกอบการไตรมาส 3 รายได้รวม 734 ล้านบาท เผยกำลังเจรจาสร้างท่อขนส่งน้ำมันเชื่อมระหว่างเส้นทางสระบุรี-อ่างทอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS เปิดตัว ‘รถเติมน้ำมันอากาศยานพลังงานไฟฟ้า EV’ คันแรกของอาเซียน ชูจุดแข็งราคาถูกกว่านำเข้า 40% และใช้เวลาผลิตน้อยกว่า https://thestandard.co/bafs-ev-hydrant-dispenser-high-flow/ Wed, 18 Oct 2023 01:29:12 +0000 https://thestandard.co/?p=855818

รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) ได้รับความสนใจและนิยมเพิ่ […]

The post BAFS เปิดตัว ‘รถเติมน้ำมันอากาศยานพลังงานไฟฟ้า EV’ คันแรกของอาเซียน ชูจุดแข็งราคาถูกกว่านำเข้า 40% และใช้เวลาผลิตน้อยกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) ได้รับความสนใจและนิยมเพิ่มขึ้นในหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นตัวเลือกที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงธรรมดา ซึ่งไม่เพียงแต่รถยนต์ที่คนทั่วไปขับเท่านั้น แต่ได้เข้ามาสู่ ‘รถเติมน้ำมันอากาศยานพลังงานไฟฟ้า’

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด (BI) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทบาฟส์ (BAFS Group) และเป็นบริษัทสัญชาติไทย เปิดตัว ‘รถเติมน้ำมันอากาศยานพลังงานไฟฟ้า EV Hydrant Dispenser แบบ High Flow’ คันแรกของอาเซียน ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%

 

และถือเป็นครั้งแรกที่รถเติมน้ำมันอากาศยานของไทยถูกนำไปแสดงในเวทีระดับโลก กับงานมหกรรมแสดงสินค้าด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ใช้ในสนามบิน ครั้งที่ 24 หรืองาน Inter Airport Europe 2023 ณ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“รถเติมน้ำมันอากาศยานดังกล่าวได้พัฒนาขึ้นมาจากความรู้ที่เราสะสมมานานกว่า 30 ปี ซึ่งเรารู้ว่าอุปกรณ์แบบใดเหมาะกับสรีระของคนไทย” หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS กล่าว พร้อมกับเสริมว่า “การไปแสดงรถที่มิวนิกเพื่อบ่งบอกว่า รถของเราได้มาตรฐานสากล”

 

แม่ทัพของ BAFS กล่าวต่อว่า สิ่งที่ทำให้รถของ BAFS ได้เปรียบคือ ราคาที่ถูกกว่ารถนำเข้ามากกว่า 40% แถมยังมีระยะเวลาการผลิตเพียง 7 เดือน ซึ่งน้อยกว่าการสั่งจากรถยุโรปที่ใช้เวลากว่า 1 ปี และมีราคาสูงถึง 30 ล้านบาท 

 

ที่ผ่านมา บาฟส์ อินเทค ดำเนินธุรกิจให้บริการออกแบบ ผลิต ประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยานและระบบให้บริการน้ำมันอากาศยาน รวมถึงรถให้บริการภาคพื้นภายในท่าอากาศยาน โดยนอกจากประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยานให้กับบาฟส์แล้ว ยังให้บริการกับลูกค้าในต่างประเทศ เช่น สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา

 

สำหรับรถเติมน้ำมันอากาศยานคันดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จะเพิ่มขีดความสามารถในการเติมน้ำมันอากาศยานด้วยอัตราการไหล 3,400 ลิตรต่อนาที สูงกว่าแบบ Low Flow ที่มีอัตราการไหล 1,300 ลิตรต่อนาที มีจุดเด่นด้วยขนาดที่เล็ก กะทัดรัด มีความคล่องตัวในการใช้งาน เสียงรบกวนต่ำ สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 244 กิโลเมตร ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยได้ 15 เที่ยวบินต่อการชาร์จไฟฟ้าเต็ม 1 ครั้ง เหมาะสำหรับใช้ในสนามบินนานาชาติ โดยจะนำมาให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายในปี 2566 นี้

 

ก่อนหน้านี้ ในปี 2563 บาฟส์ อินเทค ผลิตรถเติมน้ำมันอากาศยานไฟฟ้าแบบ Electric Hydrant Cart ประกอบด้วยรถแทรกเตอร์พลังงานไฟฟ้า และรถเติมน้ำมันแบบ Hydrant System ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งระบบ ช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลได้มากถึง 6,300 ลิตรต่อปี หรือคิดเป็นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 15 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และยังพัฒนาการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง 

 

โดยในปี 2564 ได้เปิดตัวรถ EV Hydrant Dispenser แบบ Low Flow ซึ่งเป็นรถเติมน้ำมันอากาศยานขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าคันแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 170 กิโลเมตร ให้บริการเติมน้ำมันเฉลี่ย 8 เที่ยวบินต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดถึง 90% เมื่อเทียบกับรถเติมน้ำมันอากาศยานที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันดีเซล ซึ่งจากข้อมูลการใช้งาน สามารถลดต้นทุนพลังงานได้ถึง 80% โดยปัจจุบันให้บริการอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง

 

“ในช่วงแรก 3-5 ปีนี้ เราจะโฟกัสตลาดในภูมิภาคอาเซียนก่อน โดยเตรียมขยายสู่ลูกค้าในเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ตั้งเป้าหมายขยายตลาดครอบคลุมประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใน 2 ปี”

 

ภายในปีนี้ บาฟส์ อินเทค คาดว่าจะมีรายได้ราว 200 ล้านบาท ก่อนขยายเป็น 800 ล้านบาทในช่วง 5 ปีข้างหน้า และวางแผนจะขยายไปผลิตรถรูปแบบอื่นๆ เช่น รถพยาบาลและรถดับเพลิงในอนาคต

The post BAFS เปิดตัว ‘รถเติมน้ำมันอากาศยานพลังงานไฟฟ้า EV’ คันแรกของอาเซียน ชูจุดแข็งราคาถูกกว่านำเข้า 40% และใช้เวลาผลิตน้อยกว่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล’ กับการนำ BAFS ‘เด็กปั๊มเติมน้ำมันเครื่องบิน’ อายุ 40 ปี สู่องค์กรที่ทำธุรกิจพลังงานและขนส่งระดับเอเชีย https://thestandard.co/natthasit-diskul-bafs-40-years-company-lead/ Wed, 13 Sep 2023 01:36:31 +0000 https://thestandard.co/?p=840986 ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล

ผ่านมา 40 ปีแล้วสำหรับบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุง […]

The post ‘ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล’ กับการนำ BAFS ‘เด็กปั๊มเติมน้ำมันเครื่องบิน’ อายุ 40 ปี สู่องค์กรที่ทำธุรกิจพลังงานและขนส่งระดับเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล

ผ่านมา 40 ปีแล้วสำหรับบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ซึ่งวันนี้อยู่ภายใต้การนำทัพของ ‘ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล’ ซึ่งเรียกธุรกิจว่าเป็น ‘เด็กปั๊มเติมน้ำมันเครื่องบิน’ ที่กำลังขยายไปสู่องค์กรที่ทำธุรกิจพลังงานและขนส่งที่ไม่ใช่แค่ในไทย แต่เป็นระดับเอเชีย

 

ก่อนอื่น ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ย้ำว่า ปัจจุบันธุรกิจหลักของ BAFS ยังคงเป็นธุรกิจดั้งเดิมตั้งแต่วันแรก นั่นคือดำเนินธุรกิจให้บริการระบบเติมน้ำมันอากาศยานอย่างครบวงจร ทั้งระบบขนส่งน้ำมันอากาศยานผ่านท่อแรงดันสูง ระบบจัดเก็บน้ำมันอากาศยาน และระบบเติมน้ำมันอากาศยาน

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ปัจจุบันให้บริการ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูมิภาคอีก 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสมุย สุโขทัย และตราด

 

ที่ผ่านมา BAFS ไม่เคย ‘ขาดทุน’ เลย จนกระทั่งเกิดวิกฤตโควิดขึ้นมาซึ่งทำให้ทั่วโลกหยุดนิ่งและกระทบต่อธุรกิจอย่างจัง เพราะ “จากที่เราเคยเติมน้ำมัน 800-900 ไฟลต์ เดือนเมษายน 2563 เราเหลือเพียง 10 ไฟลต์เท่านั้น”

 

วิกฤตที่เข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ ม.ล.ณัฐสิทธิ์ มองว่าถึงเวลาแล้วที่ BAFS จะกระจายธุรกิจให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งเดิมนั้น “เราได้มองการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจตั้งแต่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ถัดมามีการปิดสนามบิน ซึ่งเป็นจุดที่ปลุกเราให้ตื่นขึ้นมาพบว่าความสำเร็จที่ผ่านมา 30 ปี อาจจะไม่มั่นคงอีกแล้ว ในอนาคตคงมีวิกฤตอื่นๆ ที่จะเข้ามาอีก”

 

โควิดทำให้แผนที่ร่างไว้ถูกหยิบมาใช้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายเข้าสู่การลงทุนในธุรกิจพลังงานประเภท Non Carbon โดยปัจจุบัน BAFS ได้ลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและญี่ปุ่น ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 9 แห่ง และจะขยายการลงทุนไปยังโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ พร้อมทั้งศึกษาโครงการในต่างประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งจากประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และออสเตรเลีย เป็นต้น

 

อีกหนึ่งทำเลที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการลงทุนใน ‘มองโกเลีย’ ซึ่งถูกมองว่าเหมาะที่จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างมาก เพราะมีพื้นที่ราบเป็นวงกว้างและมีแดนที่สม่ำเสมอ ซึ่งเบื้องต้นได้ลงทุนไป 1 พันล้านบาท และมีแผนลงทุนอีกในอนาคตอีกราว 1 พันล้านบาทด้วยกัน 

 

นอกจากนี้ การที่ในตอนกลางคืนไม่มีแสงแดด และลมไม่ได้พัดตลอดเวลา การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนจึงมีข้อจำกัด คือ ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลา BAFS จึงศึกษาและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง

 

“ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างศึกษาและมีแผนที่จะพัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงานและระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ”

 

อีกธุรกิจที่ขยายไปคือการทำธุรกิจด้านการเก็บรักษาและขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ผ่านระบบท่อขนส่งน้ำมันใต้ดินชนิดที่สามารถขนส่งน้ำมันได้หลายชนิด (Multi Product Pipeline) ซึ่งตอนนี้มีระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร

 

โดยขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากและคลังน้ำมันช่องนนทรีไปยังสถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานดอนเมือง และคลังน้ำมันภาคพื้นดินบางปะอิน โดยปัจจุบันได้ขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือจากคลังน้ำมันภาคพื้นดินบางปะอินไปยังคลังน้ำมันจังหวัดพิจิตรและคลังน้ำมันนครลำปาง

 

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจให้บริการทรัพยากรบุคคลในธุรกิจให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่อากาศยาน ระบบท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและคลังน้ำมันเชื้อเพลิง และธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่มบริษัท

 

แต่ที่เหนือความคาดหมายคือการตั้งบริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจด้านนวัตกรรมและดิจิทัลอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งเรา “กำลังศึกษาเทคโนโลยี Blockchain และ AI อยู่ด้วย” นอกจากนี้ยังมีรถขนส่งน้ำมันไฟฟ้าที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย BAFS ซึ่งนำมาใช้จริงแล้ว 2 คัน และกำลังจะส่งออกไปต่างประเทศด้วย

 

ทั้งหมดคือดอกผลที่ ม.ล.ณัฐสิทธิ์ บอกว่า “BAFS เริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว และเห็นผลได้เร็วมาก ซึ่งเดิมคิดว่าต้องใช้เวลา 5 ปี แต่โควิดเร่งให้เราปรับตัวเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว” ซึ่งนี่กำลังเป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยน ‘เด็กปั๊มเติมน้ำมันเครื่องบิน’ ไปสู่บริษัทพลังงานและขนส่งระดับเอเชีย ซึ่งเป็นฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อมสำหรับ BAFS

The post ‘ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล’ กับการนำ BAFS ‘เด็กปั๊มเติมน้ำมันเครื่องบิน’ อายุ 40 ปี สู่องค์กรที่ทำธุรกิจพลังงานและขนส่งระดับเอเชีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS เดินหน้าบุก ‘มองโกเลีย’ เฟสแรกมีแผนร่วมลงทุนธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ คาดเปิดตัวภายในปี 2567 https://thestandard.co/bafs-advances-to-mongolia/ Tue, 15 Aug 2023 09:08:18 +0000 https://thestandard.co/?p=829574 BAFS มองโกเลีย

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ […]

The post BAFS เดินหน้าบุก ‘มองโกเลีย’ เฟสแรกมีแผนร่วมลงทุนธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ คาดเปิดตัวภายในปี 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS มองโกเลีย

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/66 มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท 10.7 ล้านบาท โดยมีรายได้จำนวนรวม 743 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% ของช่วงเวลาเดียวกันจากปีก่อน ส่งผลให้รายได้ในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,537 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% ของช่วงเวลาเดียวกันจากปีก่อน 

 

โดยเป็นรายได้จากค่าบริการจำนวน 644 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำมันอากาศยานที่กลุ่มบริษัทให้บริการตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจรวมของประเทศ

 

ในขณะที่รายได้ค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดินและจัดเก็บน้ำมันของบริษัทย่อยเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ของโครงการขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันไปภาคเหนือ (NFPT) รวมถึงรายได้จากธุรกิจพลังงานไฟฟ้า 85.5 ล้านบาท รายได้จากเงินปันผลการลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และรายได้อื่นๆ

 

​ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BAFS เผยว่า ​ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก โครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัท (BAFS Group) แยกตามธุรกิจมาจากรายได้จากธุรกิจการบิน 74% รายได้จากธุรกิจการให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อ 12% และรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 14% ซึ่งเป็นหนึ่งในการดำเนินงานตามกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจด้วยการลงทุนในธุรกิจประเภทอื่นๆ ผ่านการดำเนินงานใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการบิน กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน และกลุ่มบริการธุรกิจ โดยมีเป้าหมายปรับสัดส่วนโครงสร้างรายได้ให้สมดุล

 

ล่าสุด บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น (BC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ BAFS ถือหุ้น 100% แจ้งการจัดตั้งบริษัท BAFS X Mongolia LLC บริษัทย่อยใหม่ในประเทศมองโกเลีย โดย BC ถือหุ้นในสัดส่วน 100% เพื่อประกอบธุรกิจ โดยมีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจการจัดเก็บน้ำมันและท่อขนส่งน้ำมัน และธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าและบริการ 

 

โดยในเฟสแรกมีแผนนำร่องร่วมลงทุนธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ กำหนดเปิดตัวภายในปี 2567

The post BAFS เดินหน้าบุก ‘มองโกเลีย’ เฟสแรกมีแผนร่วมลงทุนธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ คาดเปิดตัวภายในปี 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS ทุ่ม 1 หมื่นล้านบาทลงทุนในช่วง 5 ปี ขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และบริหารจัดการ หวังปั้นรายได้ 7.5 พันล้านบาท https://thestandard.co/bafs-invested-ten-billion-in-5-years/ Mon, 17 Jul 2023 03:46:15 +0000 https://thestandard.co/?p=818019 BAFS

ถึงตลาดทุนในช่วงที่ผ่านมาจะมีภาวะอึมครึมจากข่าวสารต่างๆ […]

The post BAFS ทุ่ม 1 หมื่นล้านบาทลงทุนในช่วง 5 ปี ขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และบริหารจัดการ หวังปั้นรายได้ 7.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
BAFS

ถึงตลาดทุนในช่วงที่ผ่านมาจะมีภาวะอึมครึมจากข่าวสารต่างๆ ที่ประดังประเดเข้ามา แต่สำหรับบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS กลับได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากการขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยช่วง 5 ปีอยู่ที่ 6.85% 

 

“ถึงแม้เราจะไม่ใช่หุ้นที่หวือหวา แต่มีการเติบโตที่มั่นคง ทำให้มีความสนใจจากนักลงทุน ซึ่งส่วนสำคัญมาจากการทำธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล” หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าว

 

จักรสนิท กฤษสอาดใจ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงินขยายความต่อว่า การออกหุ้นกู้ดังกล่าวมีข้อดีคือเข้ามาปรับโครงสร้างทางการเงิน จาก D/E (อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น) ที่สูงขึ้นจากโควิดลดลงจาก 2.6 เท่า เป็น 2.3 เท่า จึงทำให้ฐานะทางการเงินแข็งแรงขึ้นมาก

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

เงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้สำหรับชำระหนี้สถาบันทางการเงิน เพื่อลดดอกเบี้ย อีกส่วนหนึ่งจะนำไปลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร

 

“ระยะยาวการบริหารจัดการกระแสเงินสดจะง่ายขึ้น โดยหุ้นกู้ตัวนี้สามารถไถ่ถอนเมื่อพ้น 5 ปีไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ที่มีต้นทุนทางการเงินที่ลดลงได้”

 

ในช่วงที่ผ่านมา BAFS ลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในการขยายธุรกิจหลักจากให้บริการระบบจัดเก็บและเติมน้ำมันอากาศยานในสนามบิน 5 แห่งทั่วประเทศ ไปสู่ธุรกิจขนส่งน้ำมันที่มีระยะทาง 367 กิโลเมตร ธุรกิจประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยานไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้มีใช้แล้ว 2 คันที่สนามบินดอนเมือง การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจำนวน 9 แห่ง (ในไทย 7 แห่ง และญี่ปุ่น 2 แห่ง) และธุรกิจด้านดิจิทัล

 

“เราจะขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ด้วยงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาท โดยจะไม่ได้หวือหวา แต่จะเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยบางโครงการกว่าจะเห็นดอกผลก็ใช้เวลาประมาณ 2 ปี”

 

90% ของงบลงทุนจะกระจายไปยังธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายธุรกิจขนส่งน้ำมันโดยเชื่อมท่อในภาคตะวันออก การขยายต่อจากอ่างทองไปสระบุรีอีก 52 กิโลเมตร ใช้งบลงทุน 1,200 ล้านบาท และยังมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มองโกเลีย เป็นต้น

 

ในวันนั้น หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์คาดว่ารายได้ของ BAFS จะอยู่ที่ 7,500 ล้านบาท โดย 50% มาจากธุรกิจการบิน อีก 40% มาจากธุรกิจสาธารณูปโภค และพลังงาน (Utilities & Power) และที่เหลือเป็นกลุ่มธุรกิจด้านการบริหารจัดการและบริการธุรกิจ (Business Solutions & Services)

 

สำหรับธุรกิจช่วงครึ่งปีแรก 2566 มีการเติมน้ำมันไป 2,112 ล้านลิตร ดีกว่าประมาณการเล็กน้อย ทำให้มั่นใจว่าทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมาย 4,200 ล้านลิตร โดยคาดว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ราว 3,000 ล้านบาท เติบโต 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

The post BAFS ทุ่ม 1 หมื่นล้านบาทลงทุนในช่วง 5 ปี ขยายอาณาจักรสู่ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และบริหารจัดการ หวังปั้นรายได้ 7.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ถือหุ้น SPRC ไฟเขียวใช้งบ 5.56 พันล้านบาท ซื้อกิจการ ‘ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์’ จาก ‘เชฟรอน’ คาดดีลเสร็จภายในไตรมาส 1/67 https://thestandard.co/sprc-acquisition-caltex/ Wed, 01 Feb 2023 02:57:48 +0000 https://thestandard.co/?p=744502 ผู้ถือหุ้น SPRC

ผู้ถือหุ้นสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง อนุมัติเข้าซื้อธุ […]

The post ผู้ถือหุ้น SPRC ไฟเขียวใช้งบ 5.56 พันล้านบาท ซื้อกิจการ ‘ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์’ จาก ‘เชฟรอน’ คาดดีลเสร็จภายในไตรมาส 1/67 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ถือหุ้น SPRC

ผู้ถือหุ้นสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง อนุมัติเข้าซื้อธุรกิจ ‘ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์’ จากบริษัทแม่กลุ่ม ‘เชฟรอน’ โดยใช้งบลงทุน 5.56 พันล้านบาท พร้อมได้หุ้น 9.91% ของ Thappline กับหุ้น BAFS อีก 2.51% คาดปิดดีลเสร็จภายใน Q1/67

 

โรเบิร์ต โดบริค กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC เปิดเผยว่า ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ SPRC ซึ่งไม่รวมเชฟรอน ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 ได้มีมติอนุมัติการเข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด

 

รวมถึงสัดส่วนการถือครองหุ้น 9.91% ในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (Thappline) และมีสัดส่วนการถือครองหุ้น 2.51% ใน บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ BAFS และที่ดินแปลงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงสัดส่วนการใช้ประโยชน์ในคลังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สำหรับกระบวนการควบรวมธุรกิจจะดำเนินการภายในช่วง 10-12 เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดว่าการทำธุรกรรมต่างๆ ดังกล่าวนี้จะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/67

 

การเข้าลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญของ SPRC ในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และเป็นการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ด้านห่วงโซ่คุณค่าที่จะทำให้ SPRC สามารถให้บริการลูกค้าในประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้นผ่านการตลาดและการจัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพสูงของบริษัท

 

การลงทุนในครั้งนี้จะเป็นการรวมสินทรัพย์ในทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานีบริการน้ำมันจำนวน 427 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยพันธมิตรทางธุรกิจมืออาชีพ และ SPRC จะยังคงจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพภายใต้แบรนด์คาลเท็กซ์ เทครอน ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจและอยู่เคียงคู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

 

อีกทั้งจะส่งผลให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจการกลั่นและการตลาดได้ครบวงจรมากขึ้น ควบคู่กับการมอบประสบการณ์และบริการให้กับลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้นผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท

 

นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของพนักงานให้มีความพร้อมในการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพื่อการเติบโตในระยะยาวต่อไป

 

ด้าน แบรนท์ ฟิช ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์สากล (President of Chevron International Products) กล่าวว่า เชฟรอนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SPRC ในสัดส่วนมากกว่า 60% เห็นว่าการทำธุรกรรมในครั้งนี้จะเป็นการรวมธุรกิจการกลั่นเชื้อเพลิงปิโตรเลียมและการตลาดในประเทศไทยให้มาอยู่ภายใต้โครงสร้างการบริหารจัดการเดียวกัน อีกทั้ง SPRC เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการบริหารจัดการโดยอิสระ จึงทำให้ SPRC สามารถสร้างโอกาสในการเติบโตและสร้างผลกำไร ซึ่งจะส่งผลให้เชฟรอนมีความสามารถในการแข่งขันในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นผ่านการดำเนินธุรกิจของ SPRC

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าจะใช้งบลงทุน  5,562.5 ล้านบาท เข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหรือสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ ‘คาลเท็กซ์’ จากบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SPRC รวมถึงซื้อหุ้นสัดส่วน 9.91% ในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (Thappline) และได้หุ้นสัดส่วน 2.51% ในบมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS)

The post ผู้ถือหุ้น SPRC ไฟเขียวใช้งบ 5.56 พันล้านบาท ซื้อกิจการ ‘ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์’ จาก ‘เชฟรอน’ คาดดีลเสร็จภายในไตรมาส 1/67 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สตาร์ ปิโตรเลียม’ ทุ่ม 5.56 พันล้านบาท ซื้อกิจการ ‘ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์’ จากเชฟรอน พร้อมเข้าซื้อหุ้น ‘Thappline’ กับ BAFS ลุยธุรกิจน้ำมันครบวงจร https://thestandard.co/sprc-caltex-thailand/ Wed, 07 Dec 2022 13:14:32 +0000 https://thestandard.co/?p=721043

บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ประกาศทุ่มงบ 5,5 […]

The post ‘สตาร์ ปิโตรเลียม’ ทุ่ม 5.56 พันล้านบาท ซื้อกิจการ ‘ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์’ จากเชฟรอน พร้อมเข้าซื้อหุ้น ‘Thappline’ กับ BAFS ลุยธุรกิจน้ำมันครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>

บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) ประกาศทุ่มงบ 5,562.5 ล้านบาท เข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม หรือสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ ‘คาลเท็กซ์’ จาก ‘บริษัท เชฟรอน (ไทย)’ รวมถึงซื้อหุ้นสัดส่วน 9.91% ในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย (Thappline) และได้หุ้นสัดส่วน 2.51% ใน บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) 

 

โรเบิร์ต โดบริค กรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPRC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 มีมติอนุมัติการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทในวันที่ 31 มกราคม 2566 โดยวันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุม 20 ธันวาคม 2565 ทั้งนี้ ซึ่งการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมดังกล่าวประกอบด้วยธุรกรรมดังต่อไปนี้

 

  1. การเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 100% ของบริษัท เชฟรอน ลูบริแคนท์ (ประเทศไทย) จำกัด จาก Chevron Asia Pacific Holdings Limited (CAPHL) และ CT Nominee Holdings (I) LLC (CTN1) และ CT Nominee Holdings (II) LLC (CTN2) โดยบริษัทเป้าหมายเป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศไทย ซึ่งจะเข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปัจจุบันดำเนินการโดยบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด (CTL) และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องจาก CTL

 

  1. การเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 2,877,500 หุ้น และหุ้นบุริมสิทธิจำนวน 5,528,430 หุ้น ของบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด (Thappline) คิดเป็นสัดส่วน 9.91% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดจาก CAPHL โดย Thappline ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งและจัดจำหน่ายน้ำมันทางระบบท่อส่ง

 

  1. การเข้าลงทุนโดยการเข้าซื้อหุ้นและการให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทจำกัด ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ภายใต้กฎหมายไทยสองบริษัท (บริษัทใหม่) โดยหนึ่งในบริษัทใหม่ดังกล่าวจะเข้าซื้อที่ดินจำนวนทั้งหมด 19 แปลง ซึ่งเป็นที่ดินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม จากบริษัท สตาร์โฮลดิ้งส์ จำกัด (SHC) ทั้งนี้การเข้าซื้อหุ้นบริษัทมีเป้าหมายและหุ้น Thappline จะเรียกรวมกันว่า ‘การเข้าซื้อหุ้น’ โดยเมื่อรวมการลงทุนในบริษัทใหม่จะเรียกรวมกันว่า ‘ธุรกรรมการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม’

 

ทั้งนี้ ในทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมครั้งนี้ ได้แก่ ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน Caltex 427 สถานี แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันแบบผู้ค้าปลีกเป็นเจ้าของและดำเนินการ 403 แห่ง และสถานีบริการน้ำมันแบบบริษัทเป็นเจ้าของและดำเนินงานโดยผู้ค้าปลีก 24 แห่ง และหุ้น 16 ล้านหุ้น หรือ 2.5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS)


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


สำหรับมูลค่าทั้งหมดของธุรกรรมการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะเท่ากับผลรวมของ 1. เงินจำนวน 90 ล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับ 3,212.4 ล้านบาท 2. มูลค่าของเงินทุนหมุนเวียนสุทธิตามจริงของธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่จะดำเนินการโดยบริษัทเป้าหมาย ณ วันที่ธุรกรรมการเข้าซื้อหุ้นเสร็จสิ้น (Closing Date) ทั้งนี้เพื่อแสดงตัวอย่างประกอบการพิจารณาเงินทุนหมุนเวียนสุทธิของธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีมูลค่าเท่ากับ 2,350.1 ล้านบาท หรือเท่ากับ 65.8 ล้านดอลลาร์

 

ในกรณีนี้ หากมูลค่าของเงินทุนหมุนเวียนสุทธิของธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ณ วันที่ธุรกรรมการเข้าซื้อหุ้นเสร็จสิ้น (Closing Date) มีจำนวนเท่าเดิม 2 มูลค่าของธุรกรรมการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะเท่ากับ 155.8 ล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับ 5,562.5 ล้านบาท

 

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดกับ SPRC มีดังนี้

 

  1. การครอบครองและรักษาฐานลูกค้าปลายทางในธุรกิจโรงกลั่นของบริษัท โดยบริษัทประกอบธุรกิจโรงกลั่นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยในปัจจุบันลูกค้ารายที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทคือ กลุ่มบริษัท Chevron ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 43.2% ของรายได้รวมของบริษัทในปี 2564 ดังนั้นการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจึงถือเป็นกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจในแนวดิ่ง ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถครอบครองและรักษาฐานลูกค้าปลายทางในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ และลดการพึ่งพารายได้จากลูกค้าที่เป็นกลุ่มบริษัท Chevron ลง

 

  1. การขยายธุรกิจและการบูรณาการในธุรกิจปลายน้ำ การขยายธุรกิจไปยังธุรกิจปลายน้ำดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจปิโตรเลียมปลายน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสของบริษัทในการขยายธุรกิจและเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เช่น ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน ธุรกิจบริการเกี่ยวกับรถยนต์ และธุรกิจบริการเชิงพาณิชย์อื่นๆ

 

นอกจากนี้ การขยายธุรกิจดังกล่าวยังทำให้บริษัทสามารถได้ประโยชน์จากการประสานศักยภาพการดำเนินงานจากการรวมธุรกิจโรงกลั่น และธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การบริหาร การจัดเก็บเชื้อเพลิง และการแบ่งปันต้นทุนในธุรกิจต่างๆ 

 

  1. การรับรู้ผลของรายได้และกำไรจากธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ภายหลังจากการเข้าลงทุนในธุรกรรมการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมดังกล่าว บริษัทจะสามารถรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและธุรกิจบริการอื่นที่เกี่ยวข้องได้ทันที

           

โรเบิร์ตกล่าวต่อว่า การเข้าลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในครั้งนี้เป็นไปตามพันธกิจของ SPRC เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันผ่านการลงทุนในเวลาที่เหมาะสม โดยการทำธุรกรรมดังกล่าวจะเพิ่มความหลากหลายและสร้างมูลค่าให้แก่ SPRC

The post ‘สตาร์ ปิโตรเลียม’ ทุ่ม 5.56 พันล้านบาท ซื้อกิจการ ‘ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์’ จากเชฟรอน พร้อมเข้าซื้อหุ้น ‘Thappline’ กับ BAFS ลุยธุรกิจน้ำมันครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR-BAFS ตั้งบริษัทร่วมทุน มูลค่าลงทุนเบื้องต้น 2.33 พันล้านบาท คว้างานแรก ‘บริการนํ้ามันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา’ https://thestandard.co/or-and-bafs-create-joint-venture-company/ Fri, 02 Jul 2021 10:06:36 +0000 https://thestandard.co/?p=507761 OR-BAFS

บมจ.ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก หรือ OR และบริษัท บริการเช […]

The post OR-BAFS ตั้งบริษัทร่วมทุน มูลค่าลงทุนเบื้องต้น 2.33 พันล้านบาท คว้างานแรก ‘บริการนํ้ามันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
OR-BAFS

บมจ.ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก หรือ OR และบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ BAFS แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการ OR และ BAFS เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ได้มีมติอนุมัติให้ยื่นข้อเสนองานประกอบการระบบบริการนํ้ามันเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในรูปแบบการร่วมลงทุนในบริษัทร่วมค้า (Joint Venture) ระหว่าง OR กับ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ BAFS ซึ่ง OR ถือหุ้นในสัดส่วน 45% และ BAFS ถือหุ้น 55% โดยมีมูลค่าการลงทุนเริ่มแรกจํานวน 2,337 ล้านบาท และมีแหล่งเงินลงทุนมาจากเงินกู้ยืมและเงินทุนจากผู้ถือหุ้น ซึ่ง OR จะลงทุนในวงเงินไม่เกิน 545.40 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

 

  • ชื่อบริษัทย่อย: บริษัท โกลเบิลแอโร่แอสโซซิเอทส์ จำกัด (Global Aero Associates Company Limited)
  • ลักษณะการประกอบธุรกิจ: ดำเนินงานบริหารจัดการและให้บริการระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศย่านสนามบินอู่ตะเภา และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจดังกล่าว 
  • ทุนจดทะเบียน: 600 ล้านบาท แบ่งออกเป็น หุ้นสามัญจำนวน 60 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท
  • โครงสร้างการถือหุ้น: BAFS ถือหุ้นในสัดส่วน 55% และ OR ถือหุ้นในสัดส่วน 45%
  • แหล่งเงินลงทุนในการจัดตั้งบริษัทใหม่: จากกระแสเงินสดบริษัท
  • วันที่คาดว่าจะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อย: ภายในเดือนสิงหาคม 2564 

 

โดยวัตถุประสงค์ของการร่วมทุนครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการเติมนํ้ามันอากาศยานรองรับการเติบโตของ EEC 

 

และล่าสุด สํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ออกหนังสือแสดงเจตนารมณ์ (Letter of Intent) ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 โดยแจ้งว่า OR ร่วมกับ BAFS ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ประกอบการระบบบริการนํ้ามันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา โดยจะดําเนินการจัดตั้งบริษัทร่วมค้าภายใต้ชื่อ บริษัท โกลเบิลแอโร่แอสโซซิเอทส์ จํากัด 

 

รายการดังกล่าวไม่ใช่รายการที่เกี่ยวโยงกัน และขนาดของรายการไม่เข้าข่ายที่จะต้องรายงานสารสนเทศตามหลักเกณฑ์การได้มาและจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน แต่เป็นการรายงานเพื่อความโปร่งใส เพื่อให้นักลงทุนได้รับข้อมูลสําคัญอย่างเท่าเทียมกัน 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post OR-BAFS ตั้งบริษัทร่วมทุน มูลค่าลงทุนเบื้องต้น 2.33 พันล้านบาท คว้างานแรก ‘บริการนํ้ามันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บาฟส์’ ทุ่ม 1.7 พันล้าน ซื้อโซลาร์ฟาร์มจากกลุ่มผาแดงฯ https://thestandard.co/bafs-invest-1-7-billion-for-solar-farm/ Fri, 04 Dec 2020 05:21:44 +0000 https://thestandard.co/?p=428353 ‘บาฟส์’ ทุ่ม 1.7 พันล้าน ซื้อโซลาร์ฟาร์มจากกลุ่มผาแดงฯ

บอร์ด ‘บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ’ นัดพิเศษไฟเขียว B […]

The post ‘บาฟส์’ ทุ่ม 1.7 พันล้าน ซื้อโซลาร์ฟาร์มจากกลุ่มผาแดงฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บาฟส์’ ทุ่ม 1.7 พันล้าน ซื้อโซลาร์ฟาร์มจากกลุ่มผาแดงฯ

บอร์ด ‘บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ’ นัดพิเศษไฟเขียว BC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเข้าซื้อธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในบริษัทย่อย 3 แห่งของ ‘ผาแดงอินดัสทรี’ มูลค่ารวม 1,704 ล้านบาท คาดเสร็จไตรมาส 1/64 ระบุสอดคล้องกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง

 

ประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) เปิดเผยผ่านเอกสารที่เผยแพร่ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่ามติที่ปรชุมคณะกรรมการบริษัท (ครั้งพิเศษ) เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 อนุมัติให้นำเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ครั้งที่ 1/2564 ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ บริษัท บาฟส์ คลีน เอนเนอร์ยี่ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (BC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้นทั้งหมด 100% ใน 3 บริษัทซึ่งประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (PDI) มูลค่ารวมประมาณ 1,704.67 ล้านบาท

 

โดย 3 บริษัทในกลุ่ม PDI ดังกล่าว ประกอบด้วย
1. บริษัท เอ ที ซี เอ็นไวโร จำกัด (ATCE) ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 5 โครงการ รวมกำลังการผลิต 29 เมกะวัตต์ ลงนามเซ็นสัญญาซื้อขายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว

 

  1. บริษัท พีดีไอ แม่ระมาด จำกัด (PDIMR) ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดตาก มีกำลังผลิตติดตั้งจำนวน 6.3 เมกะวัตต์ ปัจจุบัน COD แล้ว 

 

  1. บริษัท พี.พี.โซล่า (หนองโน) จำกัด (PPS) ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดขอนแก่น มีกำลังผลิตติดตั้ง 1.1024 เมกะวัตต์ ปัจจุบัน COD แล้ว

 

บริษัทคาดว่า BC จะเข้าลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2563 โดยสัญญาซื้อขายหุ้นจะเกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดในสัญญาซื้อขายหุ้นได้สำเร็จเสร็จสิ้นหรือได้รับการผ่อนผันโดยผู้ขายและ BC ร่วมกัน ซึ่งรวมถึงการที่บริษัทและ PDI ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของแต่ละบริษัทให้เข้าทำธุรกรรมซื้อหุ้น และธนาคารผู้ให้สินเชื่อให้ความยินยอมในการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน ATCE และ PDIMR 

 

ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่าเงื่อนไขบังคับก่อนทั้งหมดจะดำเนินการเสร็จและดำเนินการซื้อหุ้นให้เสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2564

 

ในการเข้าลงทุนครั้งนี้ บริษัทจะให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่ BC ในการเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้น โดยบริษัทจะใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดภายในของบริษัท และหรือจะจัดหาแหล่งเงินทุนต่างๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม เช่น การจัดหาสินเชื่อเงินกู้จากสถาบันการเงิน

 

คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีมติอนุมัติแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับการเข้าทำธุรกรรมการซื้อหุ้นเรียบร้อยแล้ว

 

การเข้าลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัท ซึ่งจะทำให้สามารถขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจของบริษัทในกลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงอันจะส่งผลให้บริษัทได้รับรายได้และกระแสเงินสดที่มีความแน่นอนและช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ภายใต้สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของบริษัทซึ่งมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเชื้อเพลิงฟอสซิล

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ‘บาฟส์’ ทุ่ม 1.7 พันล้าน ซื้อโซลาร์ฟาร์มจากกลุ่มผาแดงฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>