บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริษัท-ทางด่วนและรถไฟฟ้/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 16 Oct 2026 01:37:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 MRT สถานีศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ปิดให้บริการ 16 ต.ค. เวลา 09.00–16.00 น. รองรับประชุม IMF–World Bank https://thestandard.co/mrt-qsncc-station-temporary-closure/ Fri, 16 Oct 2026 01:30:26 +0000 https://thestandard.co/mrt-qsncc-station-temporary-closure/ ขบวนรถไฟฟ้า MRT และบรรยากาศภายในสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM […]

The post MRT สถานีศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ปิดให้บริการ 16 ต.ค. เวลา 09.00–16.00 น. รองรับประชุม IMF–World Bank appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขบวนรถไฟฟ้า MRT และบรรยากาศภายในสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM แจ้งปิดให้บริการรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ชั่วคราว ในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00–16.00 น. ตามที่ได้รับการขอความร่วมมือด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยผู้โดยสารยังสามารถใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สถานีอื่นๆ ได้ตามปกติ

 

ขณะเดียวกัน คณะจัดงานประชุมแจ้งปิดการจราจรถนนรัชดาภิเษกทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่แยกอโศกมนตรีถึงแยกพระราม 4 เพื่อยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการประชุมระดับสูง โดยประกาศดังกล่าวยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาปิดการจราจรบนถนนรัชดาภิเษก

 

นอกจากนี้ มีประกาศปิดการจราจรถนนเพลินจิตขาออก ตั้งแต่แยกเพลินจิตถึงแยกนานา ในวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 08.00–13.00 น. ห้ามรถทุกชนิดผ่าน เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากมีการเดินขบวนชุมนุมสาธารณะที่เกี่ยวเนื่องกับการประชุมธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

 

การปิดถนนเพลินจิตส่งผลให้รถโดยสารประจำทางสาย 2, 40, 48, 501, 508, 511 และสายอื่นๆ ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทาง โดยรถที่มาจากถนนเพลินจิตขาออกจะเลี้ยวซ้ายที่แยกเพลินจิตเข้าสู่ถนนวิทยุ มุ่งหน้าเหนือไปยังถนนเพชรบุรี ก่อนเลี้ยวขวาที่แยกมิตรสัมพันธ์เข้าสู่ซอยสุขุมวิท 3 หรือนานาเหนือ จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่แยกนานาเพื่อกลับเข้าสู่ถนนสุขุมวิทขาออก

 

สำหรับพื้นที่รอบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คณะจัดงานระบุว่า ผู้พักอาศัยและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ยังสามารถเดินทางเข้าออกได้ตามปกติ ส่วนผู้เข้าร่วมประชุมที่มีบัตรประจำตัวผู้เข้าร่วมงาน (Badge) และรถที่ได้รับอนุญาตซึ่งมีบัตรผ่านรถ (Placard) สามารถเข้าพื้นที่ได้ตามจุดที่กำหนด ขณะที่รถยนต์ส่วนบุคคลและรถแท็กซี่สามารถรับส่งผู้เข้าร่วมประชุมได้ ณ จุดรับส่งผู้โดยสารที่กำหนดนอกแนวรักษาความปลอดภัย

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ปิดการจราจร โดยติดตามข้อมูลจราจรล่าสุดผ่าน Facebook และ X: 1197 สายด่วนจราจร ส่วนผู้เข้าร่วมประชุมสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ AM2026 Thailand

The post MRT สถานีศูนย์ประชุมสิริกิติ์ ปิดให้บริการ 16 ต.ค. เวลา 09.00–16.00 น. รองรับประชุม IMF–World Bank appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรูมันนี่เปิดบริการ ‘แตะจ่าย’ ผ่านมือถือ ไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต ใช้ได้ทั้งร้านค้า-รถเมล์ เตรียมขยายสู่รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ปลายปีนี้ https://thestandard.co/truemoney-tap-pay-mobile-mrt/ Fri, 17 Jul 2026 11:35:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1232043 ภาพกราฟิกแสดงบริการ 'แตะจ่าย' ของทรูมันนี่ผ่านมือถือ พร้อมข้อความไม่ต้องมีหรือผูกบัตร

ทรูมันนี่ (TrueMoney) ผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมน […]

The post ทรูมันนี่เปิดบริการ ‘แตะจ่าย’ ผ่านมือถือ ไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต ใช้ได้ทั้งร้านค้า-รถเมล์ เตรียมขยายสู่รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงบริการ 'แตะจ่าย' ของทรูมันนี่ผ่านมือถือ พร้อมข้อความไม่ต้องมีหรือผูกบัตร

ทรูมันนี่ (TrueMoney) ผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์ภายใต้กลุ่มแอสเซนด์ มันนี่ ประกาศยุทธศาสตร์ผู้นำ PaymentTech พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่’ ถือเป็นครั้งแรกของไทยที่ผู้บริโภคสามารถแตะจ่ายผ่านมือถือได้โดยไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต เพียงมีแอปทรูมันนี่ก็แตะจ่ายได้ทันที

 

 

มนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัวครั้งนี้มุ่งพลิกโฉมการจ่ายเงินแบบเดิมที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอย่างการสแกนจ่าย ไปสู่การแตะจ่ายที่ใช้เวลาเพียง 6 วินาที เร็วกว่าการชำระเงินแบบเดิมที่ต้องผ่านหลายหน้าจอและหลายขั้นตอน โดยก่อนหน้านี้ผู้ที่ต้องการแตะจ่ายด้วยมือถือจำเป็นต้องผูกบัตรเครดิตกับโทรศัพท์รุ่นที่รองรับเท่านั้น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของผู้บริโภคจำนวนมากในการเข้าถึงนวัตกรรมการจ่ายเงินรูปแบบใหม่

 

แตะจ่ายได้ 2 รูปแบบ ครั้งแรกของโลกที่มีทั้ง Closed Loop และ Open Loop

 

ทรูมันนี่เปิดให้บริการแตะจ่ายใน 2 รูปแบบ ได้แก่

 

  • การแตะจ่ายที่เครื่อง BlueTap เครื่องรับชำระสีส้มพร้อมแท่นวงกลมแสงสีฟ้าตรงกลาง รองรับทั้งมือถือ iOS และ Android เพียงมีแอปทรูมันนี่ เรียกว่าระบบ Closed Loop เพราะให้บริการในเครือข่ายร้านค้าพาร์ตเนอร์ของทรูมันนี่ โดยเปิดให้บริการครั้งแรกที่ร้าน 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตรที่ร่วมรายการ พร้อมแผนขยายเป็นมากกว่า 50,000 จุดรับชำระทั่วประเทศภายในเดือนกันยายน 2569
  • การแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ที่มีสัญลักษณ์ Contactless หรือระบบ Open Loop ผ่านความร่วมมือกับ Alipay+ ด้วยเทคโนโลยี Mastercard Wallet Pay รองรับจุดรับชำระกว่า 900,000 จุดทั่วไทย และมากกว่า 150 ล้านจุดใน 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานมือถือระบบ Android แตะจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ก่อนทยอยขยายในวงกว้างต่อไป

 

บริษัทระบุว่า การเปิดตัวการแตะจ่ายทั้งสองรูปแบบดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ผู้ใช้สามารถแตะจ่ายได้ทั้งเครื่องแบบ Closed Loop และ Open Loop ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างทรูมันนี่กับ Alipay+ แพลตฟอร์มเชื่อมต่อรวมดิจิทัลวอลเล็ตของ Ant International

 

ผู้ใช้แตะจ่ายแล้ว 1.5 ล้านคน ยอดใช้จ่ายต่อหัวเพิ่ม 14%

 

นับตั้งแต่เปิดให้บริการแตะจ่ายที่เครื่อง BlueTap มีผู้ใช้งานมาแตะจ่ายแล้วมากกว่า 1.5 ล้านคน รวมยอดการแตะจ่ายกว่า 5 ล้านครั้ง โดยกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงานนิยมใช้สูงสุด ทั้งนี้ ผู้ใช้งานราว 70% ใช้มือถือระบบ iOS และอีก 30% ใช้ระบบ Android

 

ขณะเดียวกัน ผลลัพธ์ช่วงเริ่มต้นยังชี้แนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ ได้แก่ ร้านค้าพันธมิตรแห่งหนึ่งมียอดขายจากผู้ใช้งานทรูมันนี่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% หลังเปิดให้บริการแตะจ่ายที่เครื่อง BlueTap และยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นประมาณ 14%

 

ขยายสู่ขนส่งสาธารณะ แตะจ่ายบนรถเมล์ ขสมก. ได้แล้วกว่า 6,000 คัน จ่อเข้า MRT ไตรมาส 4 ปีนี้

 

นอกเหนือจากการแตะจ่ายที่ร้านค้า ทรูมันนี่ยังขยายนวัตกรรมนี้ไปยังระบบขนส่งสาธารณะ โดยปัจจุบันผู้ใช้สามารถแตะจ่ายที่เครื่อง EDC บนรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กว่า 6,000 คันทั่วกรุงเทพฯ เพียงใช้แอปทรูมันนี่แตะที่เครื่องรับชำระเงินที่พนักงานเก็บค่าโดยสารถืออยู่

 

ขณะเดียวกัน ทรูมันนี่กำลังอยู่ระหว่างการหารือความร่วมมือกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง เพื่อพัฒนาระบบแตะจ่ายที่ทางเข้าสถานี โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารใช้แอปทรูมันนี่แตะจ่ายเพื่อเข้าสถานีได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อตั๋วหรือบัตรโดยสาร และในระยะต่อไปยังมีแผนขยายบริการแตะจ่ายไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ที่รองรับด้วย

 

ปัจจุบัน ทรูมันนี่มีผู้ใช้งานลงทะเบียนแล้วมากกว่า 35 ล้านรายในประเทศไทย มีจุดรับชำระเงินมากกว่า 7 ล้านจุดทั่วประเทศ และด้วยเครือข่ายการชำระเงินข้ามพรมแดนร่วมกับ Alipay+ ช่วยให้ผู้ใช้ชำระเงินได้ในกว่า 50 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งกำลังจะขยายเป็น 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวในเร็วๆ นี้ โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 ทรูมันนี่จะทยอยเปิดตัวแคมเปญ สิทธิประโยชน์ และโปรโมชันต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่มากขึ้น

 

ภาพ: ทรูมันนี่ ‘แตะจ่าย’

The post ทรูมันนี่เปิดบริการ ‘แตะจ่าย’ ผ่านมือถือ ไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต ใช้ได้ทั้งร้านค้า-รถเมล์ เตรียมขยายสู่รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ปลายปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเดย์ 1 มิ.ย. นี้ BEM ประกาศยุติการใช้บัตร MRT รุ่นเก่าและ MRT Plus พร้อมเปิดให้ประชาชนแลกบัตรแมงมุม EMV ฟรีทุกสถานี https://thestandard.co/bem-mrt-old-card-emv-exchange/ Thu, 21 May 2026 11:59:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1209804 ภาพบัตรโดยสาร MRT รุ่นเก่าและบัตรแมงมุม EMV ที่ใช้สำหรับชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า

วันนี้ (21 พฤษภาคม) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำก […]

The post ดีเดย์ 1 มิ.ย. นี้ BEM ประกาศยุติการใช้บัตร MRT รุ่นเก่าและ MRT Plus พร้อมเปิดให้ประชาชนแลกบัตรแมงมุม EMV ฟรีทุกสถานี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบัตรโดยสาร MRT รุ่นเก่าและบัตรแมงมุม EMV ที่ใช้สำหรับชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า

วันนี้ (21 พฤษภาคม) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ประกาศแจ้งเตือนเพื่อเน้นย้ำถึงกลุ่มผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ทั้งในส่วนของสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ให้เตรียมความพร้อมรับการปรับเปลี่ยนระบบการชำระค่าโดยสาร โดยกำหนดให้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป บัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT รุ่นเดิม และบัตร MRT Plus ทุกประเภท จะไม่สามารถนำมาใช้แตะเพื่อเดินทางในระบบรถไฟฟ้าได้อีกต่อไป

 

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและยกระดับการเดินทางให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทาง BEM ขอแนะนำให้ผู้โดยสารปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบการชำระเงินผ่านเทคโนโลยี EMV Contactless ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินแบบไร้สัมผัสที่ได้มาตรฐานสากล โดยปัจจุบันระบบดังกล่าวสามารถรองรับการใช้งานผ่านบัตรได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ บัตรเครดิตของทุกธนาคารที่มีสัญลักษณ์ VISA และ MASTERCARD, บัตรเครดิต UNIONPAY (รองรับเฉพาะบางธนาคาร) และบัตรเดบิต (รองรับเฉพาะบางธนาคาร)

 

ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่ต้องการใช้บัตรเครดิต UNIONPAY หรือบัตรเดบิต สามารถตรวจสอบรายชื่อธนาคารที่ระบบรองรับการใช้งานได้โดยตรง ผ่านทางหน้าเพจเฟซบุ๊กทางการ BEM Bangkok Expressway and Metro

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้โดยสารที่ยังคงถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT รุ่นเดิม หรือบัตร MRT Plus อยู่ ทางบริษัทฯ ได้จัดเตรียมแนวทางการดูแลและอำนวยความสะดวกไว้รองรับ โดยผู้โดยสารสามารถนำบัตรโดยสารใบเดิม พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ไปติดต่อขอเปลี่ยนเป็น บัตรแมงมุม EMV (EMV Mangmoom Card) ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารของรถไฟฟ้า MRT ทั้งสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงในทุกสถานี

 

การดำเนินการขอเปลี่ยนบัตรดังกล่าว ทางบริษัทฯ จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านระบบชำระเงินของระบบขนส่งมวลชนทางรางดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

The post ดีเดย์ 1 มิ.ย. นี้ BEM ประกาศยุติการใช้บัตร MRT รุ่นเก่าและ MRT Plus พร้อมเปิดให้ประชาชนแลกบัตรแมงมุม EMV ฟรีทุกสถานี appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผย ครม. เห็นชอบร่างสัญญารถไฟฟ้าสายสีส้ม BEM ได้สัมปทาน-หวยเกษียณซื้อสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน https://thestandard.co/cabinet-approves-orange-line-bem/ Tue, 16 Jul 2024 09:01:25 +0000 https://thestandard.co/?p=958670

วันนี้ (16 กรกฎาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภ […]

The post นายกฯ เผย ครม. เห็นชอบร่างสัญญารถไฟฟ้าสายสีส้ม BEM ได้สัมปทาน-หวยเกษียณซื้อสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 กรกฎาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอผ่านโครงการสลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ ซึ่งเป็นสลากดิจิทัลผ่านช่องทางออนไลน์ จำกัดการซื้อสลากต่อคนสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน จำนวนเงินที่ซื้อสลากจะถูกเก็บเป็นเงินสะสมเฉพาะบุคคล โดยจะได้รับเงินที่ซื้อสลากทั้งหมดในรูปแบบของเงินบำเหน็จเมื่ออายุ 60 ปีบริบูรณ์ 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างที่เราทราบกันดีอยู่ รัฐบาลต้องใช้งบประมาณดูแลผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก โดยโครงการนี้จะเกิดประโยชน์ส่งเสริมเรื่องการออม ซึ่งรัฐบาลสร้างแรงจูงใจในรูปแบบเงินรางวัล และทำให้รัฐบาลสามารถลดงบประมาณในการดูแลกลุ่มเปราะบาง

 

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องการแยกบัญชีโครงการให้สินเชื่อตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนรายย่อย และโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน GSB Boost Up ของธนาคารออมสิน เป็นบัญชีธุรกรรมนโยบาย โดยไม่ขอรับจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอขอขยายเวลาการดำเนินงานกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศออกไปเป็นระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2567 – 29 กรกฎาคม 2587 เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรี (FTA) โดยมีเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือไม่น้อยกว่า 130,706 ครัวเรือน

 

นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอโครงการประกันข้าวนาปี ปีการผลิต 2567 โดยให้เกษตรกรเป็นผู้รับประโยชน์จากค่าสินไหมทดแทน 100% ในทุกกรณี และให้ศึกษาถึงมาตรการเยียวยาเกษตรกรเพื่อไม่ให้เกิดภาระหนี้เสีย (NPL) ในอนาคต 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอขึ้นทะเบียนร่างกฎหมายตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 3 และประเภท 4 เพื่อกำหนดกระบวนการยาเสพติดขึ้นทะเบียนสำหรับยาเสพติด และตำรับวัตถุออกฤทธิ์ให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย รวมทั้งเพื่อควบคุมกำกับดูแลไม่ให้มีการรั่วไหลของยาเสพติด และนำไปใช้ในทางที่ผิด

 

ส่วนเรื่องเงินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่จะลงทะเบียนในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นไปตามนั้น ขอให้รอติดตามรายละเอียดในการแถลงวันที่ 24 กรกฎาคม โดยกรอบเวลาในการลงทะเบียนคือ 1 เดือนครึ่ง 

 

ส่วนเรื่องปลาหมอคางดำ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แถลงไปแล้ว ที่จะรับซื้อจากราคากิโลกรัมละ 8 บาท เป็นกิโลกรัมละ 15 บาท และต้องหาต้นตอว่ามาจากไหน

 

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปร่วมประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ ครม. เป็นผู้เสนอที่รัฐสภาด้วยตัวเองในเวลา 09.00 น. ซึ่งก็จะอ่านคำแถลงด้วยนิดหน่อย 

 

ครม. เห็นชอบเดินหน้ารถไฟฟ้าสายสีส้ม

 

ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอผลการคัดเลือกเอกชนในร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยบริษัท BEM เป็นผู้ได้รับคัดเลือก ซึ่งปัจจุบันศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้องในทุกคดี และร่างสัญญาร่วมลงทุนผ่านการตรวจพิจารณาของอัยการสูงสุดแล้ว 

 

ด้าน สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากนี้จะดำเนินตามขั้นตอนการลงนามในสัญญาต่อไป ยอมรับว่าที่ผ่านมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมีความคืบหน้าตามกระบวนการ และหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้องทุกคดีแล้วก็นำมาเสนอเข้า ครม. เห็นชอบ โดยหน่วยงานต่างๆ ทำความเห็นเสนอเข้ามาประกอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ส่วนระยะเวลาของการเปิดให้บริการนั้น สุรพงษ์กล่าวว่า น่าจะแบ่งการเดินรถเป็นช่วงๆ ก่อน โดยปัจจุบันมีช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ที่งานโยธาสร้างเสร็จแล้ว กระทรวงคมนาคมจะพยายามเร่งรัดการเดินรถในส่วนนี้ แต่คงต้องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน คาดว่าใน 2 สัปดาห์นี้จะได้ข้อสรุป

 

โยน ‘ธรรมนัส’ พิจารณาเดินหน้าหรือยุติโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง 

 

นายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์ถึงโครงการปุ๋ยคนละครึ่งว่า ในที่ประชุม ครม. ยังไม่พูดคุยเรื่องนี้ ให้ ร.อ. ธรรมนัส พิจารณาอยู่ตอนนี้ 

 

ด้าน ร.อ. ธรรมนัส ระบุว่า เมื่อวานนี้ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน หารือกันถึงแนวทางปุ๋ยคนละครึ่ง พบว่าชาวนาได้ทำนาไปแล้ว และไม่ทันต่อการทำนาในฤดูนี้ ประกอบกับเงินที่จะสมทบอีก 500 บาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไม่สามารถสมทบให้ได้ ดังนั้นจึงเข้าสู่การประชุมหารือเพื่อทบทวนโครงการในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งจะได้คำตอบภายในวันนี้

 

ร.อ. ธรรมนัส กล่าวอีกว่า อยากให้แยกโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง กับโครงการพัฒนาคุณภาพข้าวและผลผลิตต่อไร่ให้มีจำนวนที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ส่วนโครงการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยสนับสนุนในช่วงที่เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยพิบัติ ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ขอให้แยกกันอย่างชัดเจน 

 

เมื่อถามว่า หากราคาข้าวไม่ตกต่ำ รัฐบาลก็จะไม่เยียวยาชาวนาใช่หรือไม่ ร.อ. ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้มีปัจจัยหลายอย่าง และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทุกครั้งต้องมีการประชุม ซึ่งการประกันราคาข้าว กระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นคนเสนอขึ้นมาพิจารณา

The post นายกฯ เผย ครม. เห็นชอบร่างสัญญารถไฟฟ้าสายสีส้ม BEM ได้สัมปทาน-หวยเกษียณซื้อสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟม. เดินหน้าต่อ พร้อมเซ็นสัญญาภายในปีนี้ หลังศาลปกครองสูงสุดยกฟ้องคดีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ชี้ประมูลชอบด้วยกฎหมาย https://thestandard.co/mrta-moves-forward-with-the-orange-line/ Thu, 13 Jun 2024 00:56:46 +0000 https://thestandard.co/?p=944575

วานนี้ (12 มิถุนายน) ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษายืนตาม […]

The post รฟม. เดินหน้าต่อ พร้อมเซ็นสัญญาภายในปีนี้ หลังศาลปกครองสูงสุดยกฟ้องคดีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ชี้ประมูลชอบด้วยกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (12 มิถุนายน) ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง พิพากษายกฟ้องในคดี บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือก ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรณีออกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 (ครั้งที่ 2) และออกเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน โดยเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติและหลักเกณฑ์คัดเลือกเอกชนให้แตกต่างจากหลักเกณฑ์เดิม ตามประกาศเชิญชวนฯ ฉบับเดือนกรกฎาคม 2563 ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้ BTSC เสียหาย

 

โดยศาลให้เหตุผลว่า จากการพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประกาศเชิญชวนฯ ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนก่อนดำเนินการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการที่พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้แล้ว และไม่มีเหตุผลที่จะรับฟังว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายในลักษณะใด

 

อีกทั้งมติของคณะกรรมการคัดเลือกฯ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 ที่เห็นชอบให้ยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนฯ และยกเลิกคัดเลือกเอกชนตามประกาศเชิญชวนฯ และเพิกถอนประกาศฯ ในการประชุมแต่ละครั้ง เพื่อพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติในการคัดเลือกเอกชน เป็นเพียงขั้นตอนการเตรียมการและดำเนินการภายในของเจ้าหน้าที่ เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครองทั่วไป ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของ BTSC ที่จะเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากมติของคณะกรรมการคัดเลือกฯ จึงพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง

 

อย่างไรก็ตาม จากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในวันนี้ จะทำให้ รฟม. สามารถเซ็นสัญญากับ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ในฐานะผู้เสนอผลตอบแทนสูงสุดให้กับภาครัฐได้ภายในปีนี้

The post รฟม. เดินหน้าต่อ พร้อมเซ็นสัญญาภายในปีนี้ หลังศาลปกครองสูงสุดยกฟ้องคดีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ชี้ประมูลชอบด้วยกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM – Risk-reward น่าสนใจ https://thestandard.co/market-focus-bem-risk-reward/ Tue, 20 Jun 2023 12:03:35 +0000 https://thestandard.co/?p=805897

เกิดอะไรขึ้น:   บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) […]

The post BEM – Risk-reward น่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดอะไรขึ้น:

 

บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เผยปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT (สายสีน้ำเงิน) เติบโต MoM และ YoY ในเดือนพฤษภาคม แม้ว่ามีวันหยุดยาวในสัปดาห์แรกของเดือน ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.6%MoM และ 5.3%YoY สู่ 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน ส่งผลทำให้ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนโดยเฉลี่ยใน 5M66 อยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน เติบโต 13.7%YoY 

 

สำหรับ MRT สายสีน้ำเงิน จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 344,600 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 5%MoM และ 48%YoY จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยใน 5M66 อยู่ที่ 363,400 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 86.6%YoY

 

นอกจากนี้ BTS ประกาศเปิดให้บริการทดสอบเดินรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายเดือนมิถุนายน เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะเชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีลาดพร้าว จึงคาดว่าการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะช่วยกระตุ้นให้จำนวนผู้โดยสาร MRT สายสีน้ำเงินปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ทั้งนี้รายงานข่าวจากสื่อในประเทศระบุว่า มีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจำนวนมาก แม้ว่าจะเปิดเดินรถบางส่วนก็ตาม

 

ด้านราคาหุ้น BEM ปรับตัวลดลง 16.5% เนื่องจากตลาดเริ่มกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก โดย Underperform SET อยู่ 9.2% มองว่าราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนประเด็นนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น BEM ปรับลดลง 3.47%MoM อยู่ที่ระดับ 8.35 บาท ขณะที่ SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 1.27%MoM สู่ระดับ 1,559.39 จุด 

 

ผลกระทบ:

 

ประเมินกำไร 2Q66 และ 3Q66 ของ BEM จะปรับตัวดีขึ้น QoQ และ YoY โดยได้รับการสนับสนุนจากปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ BEM ยังจะบันทึกรายได้เงินปันผลจากเงินลงทุนใน TTW และ CKP ในสองไตรมาสนี้ด้วย

 

การเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเต็มรูปแบบจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น BEM ในระยะสั้น เนื่องจากจะช่วยเร่งการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT (สายสีน้ำเงิน)

 

อย่างไรก็ดี ประมาณการกำไรปกติปี 2566 ของ BEM ไว้ที่ 3.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.6% โดยอิงกับสมมติฐานปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเติบโต 3.7% และจำนวนผู้โดยสาร MRT เติบโต 40.5% 

 

กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ:

 

InnovestX Research แนะนำให้นักลงทุนใช้โอกาสนี้เข้าสะสมหุ้น BEM เนื่องจาก Upside สู่ราคาเป้าหมายหุ้น ในกรณีที่ไม่มีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกดูน่าสนใจ อีกทั้งแนวโน้มกำไรของบริษัทยังอยู่ในโหมดฟื้นตัวด้วย นอกจากนี้ยังเชื่อว่ากระแสข่าวเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านนโยบายน่าจะค่อนข้างนิ่งในระยะ 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในช่วงปลาย 3Q66 

 

ดังนั้นจึงปรับคำแนะนำ Tactical Call สำหรับ BEM ขึ้นสู่ Outperform (จาก Neutral) ด้วยราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี SOTP ที่ 9.50 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ราคาเป้าหมายนี้ยังไม่รวม Upside อีก 1.50 บาทต่อหุ้น จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกเข้ามา ถ้ารัฐบาลชุดใหม่ต้องการเดินหน้าโครงการนี้ตามผลการประมูลในปัจจุบัน จะส่งผลบวกต่อ BEM

 

สำหรับความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วน และจำนวนผู้โดยสาร MRT ฟื้นตัวช้ากว่าคาด

The post BEM – Risk-reward น่าสนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูวิทย์เตรียมยื่น กกต. ยุบพรรคภูมิใจไทย 17 มี.ค. นี้ เซ่นปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม พร้อมแจกสมุดเปล่าโชว์ผลงานภูมิใจไทย 2 แสนเล่ม https://thestandard.co/chuwit-ect-dissolve-bhumjaithai/ Wed, 15 Mar 2023 11:21:56 +0000 https://thestandard.co/?p=763445 ชูวิทย์เตรียมยื่น กกต. ยุบพรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (15 มีนาคม) ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวกรณีที่ปร […]

The post ชูวิทย์เตรียมยื่น กกต. ยุบพรรคภูมิใจไทย 17 มี.ค. นี้ เซ่นปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม พร้อมแจกสมุดเปล่าโชว์ผลงานภูมิใจไทย 2 แสนเล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูวิทย์เตรียมยื่น กกต. ยุบพรรคภูมิใจไทย

วันนี้ (15 มีนาคม) ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ถอนวาระการพิจารณาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มว่า วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พูดผิดในประเด็นที่ระบุว่าไม่มีการล็อกสเปกเพราะศาลปกครองตัดสินแล้ว แต่ที่จริงแล้วศาลปกครองสูงสุดตัดสินเรื่องการแก้ไขหลักเกณฑ์ปี 2563 จากหลักเกณฑ์ต้องถูกและดี เป็นใช้ดุลพินิจในการพิจารณา ส่วนประเด็นการล็อกสเปกเป็นเรื่องที่ถูกยื่นเข้าไปในปี 2565 และศาลปกครองสูงสุดยังไม่มีการตัดสินในประเด็นดังกล่าว

 

นอกจากนี้ยังมีคดีค้างอยู่ที่ศาลปกครองอีก 2 คดี คือการยกเลิกการประมูลโดยมิชอบเมื่อปี 2563 โดยชั้นต้นการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แพ้คดี ขณะนี้คดีอยู่ที่ศาลปกครองสูงสุด ส่วนคดีที่ 2 คือการล็อกสเปกครั้งที่ 2 ยังอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลปกครอง

 

“ผมไม่ได้เข้าข้างหรือสนับสนุนทางบริษัท BTS หากบริษัท ช.การช่าง ลดราคาการประมูลมาผมก็พร้อมจะเชียร์ ขณะที่ผลตอบแทนที่ให้รัฐบาลก็มีมูลค่าที่ต่างกัน BTS ให้ผลตอบแทน 70,000 ล้านบาท แต่บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ให้ผลตอบแทน 7,000 กว่าล้านบาท แต่รัฐบาลกลับเลือกบริษัทที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเพื่อรับส่วนต่างที่ใช้ในการหาเสียง” ชูวิทย์กล่าว

 

ชูวิทย์กล่าวต่อไปว่า ตนจึงต้องดำเนินการในนามของประชาชน ออกรณรงค์ทำลายเสียง และในวันศุกร์ที่ 17 มีนาคมนี้ ตนจะเดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นเรื่องขอยุบพรรคภูมิใจไทย ที่ใช้นอมินีในการเข้ามารับงานประมูลในกระทรวงที่ตัวเองดูแล และขอให้มีการยุบพรรคก่อนเลือกตั้ง

 

สำหรับขั้นตอนที่ชูวิทย์จะดำเนินการคือ จัดทำหนังสือที่รวบรวมผลงานของพรรคภูมิใจไทย โดยเป็นสมุดว่างเปล่า ผลิต 200,000 เล่ม เพื่อกระจายให้ประชาชนได้เห็นว่าผลงานของพรรคภูมิใจไทยคือความว่างเปล่า พร้อมจัดทำเสื้อยืด ‘ใครโกงชูชก / โนคอร์รัปชัน’ แจกฟรี

The post ชูวิทย์เตรียมยื่น กกต. ยุบพรรคภูมิใจไทย 17 มี.ค. นี้ เซ่นปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม พร้อมแจกสมุดเปล่าโชว์ผลงานภูมิใจไทย 2 แสนเล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทำไมเสี่ยงค่าโง่หมื่นล้าน? https://thestandard.co/conclude-mrt-orange-line/ Fri, 03 Mar 2023 06:39:10 +0000 https://thestandard.co/?p=758057 สรุปปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม

มหากาพย์รถไฟฟ้าสายสีส้มที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี กลับมา […]

The post สรุปปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทำไมเสี่ยงค่าโง่หมื่นล้าน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม

มหากาพย์รถไฟฟ้าสายสีส้มที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจอีกครั้ง เมื่อ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแฉว่า มีความไม่ชอบมาพากลอยู่หลายจุดที่ส่อแววทุจริต 

 

แม้ปัจจุบันผลการประมูลรอบที่ 2 จะออกมาแล้วว่า BEM คือผู้ชนะ แต่ รฟม. ยังคงเผชิญข้อครหาอยู่หลายประเด็น ทั้งเรื่องการให้เอกชนที่คุณสมบัติขัดแย้งกับกฎหมายผ่านการพิจารณา หรือเงินส่วนต่างถึง 6.8 หมื่นล้านบาทที่ต้องเสียผลประโยชน์ไป รวมถึงคดีความ 4 คดีที่ รฟม. ถูกฟ้องก็มีบางส่วนอยู่ระหว่างรอคำตัดสินอยู่ เรื่องที่เหมือนจบจึงกลับมีภาคต่อให้เราต้องรอติดตาม

 

ค้นคำตอบไปพร้อมกันว่า ความยุ่งเหยิงของการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มเริ่มขึ้นตรงไหน และปลายทางของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร 

 

 

ชนวนเหตุมหากาพย์การประมูล 

 

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น ถือว่าเป็นเส้นทางที่ยาวรองลงมาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยมีระยะทาง 35.9 กิโลเมตร จำนวน 28 สถานี วิ่งเชื่อมระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง

 

ช่วงแรกคือ ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทางรวม 22.5 กิโลเมตร มี 17 สถานี แบ่งเป็นใต้ดิน 10 สถานี และยกระดับ 7 สถานี โดยตรงนี้ รฟม. จะเป็นผู้ลงทุนงานโยธาทั้งหมด โดนสิ้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา งานก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้ว 98.65% 

 

ช่วงที่สองคือ ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ ที่เป็นโครงการก่อสร้างสถานีใต้ดินตลอดทั้งสาย ระยะทางรวม 13.4 กิโลเมตร มีจำนวน 11 สถานี และเป็นต้นเรื่องของมหากาพย์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น และถึงแม้สายฝั่งตะวันออกจะก่อสร้างเกือบเสร็จ 100% แล้ว ก็ยังไม่สามารถเดินรถได้จนกว่าการก่อสร้างฝั่งตะวันตกจะเรียบร้อย

 

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2563 ที่ประชุม ครม. มีมติให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก เป็นการทำงานในรูปแบบ ‘PPP Net Cost’ หรือว่าการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน โดยภาครัฐจะลงทุนออกค่าเวนคืนที่ดินเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการให้ 

 

ส่วนเอกชนจะลงทุนงานโยธา งานระบบไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า ค่าจ้างที่ปรึกษา และค่าซ่อมบำรุงรักษาตลอดเส้นทาง โดยภาครัฐจะทยอยจ่ายค่างานโยธาคืนให้กับเอกชนตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง หลังจากที่เริ่มก่อสร้างไปแล้ว 2 ปี รวมระยะเวลาในการผ่อนชำระคืนทั้งสิ้น 7 ปี วงเงินไม่เกิน 96,012 ล้านบาท 

 

ที่น่าสนใจก็คือ เอกชนที่ชนะประมูลการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตกจะได้รับสิทธิบริหารการเดินรถตลอดสาย ก็คือได้สิทธิเดินรถยาวตั้งแต่ฝั่งตะวันตกไปจนถึงฝั่งตะวันออกเป็นระยะเวลา 30 ปี

 

เมื่อ ครม. ผ่านความเห็นชอบและอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก ก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกตามกฎหมาย ตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน พ.ศ. 2562 พร้อมเปิดรับฟังความเห็นภาคเอกชนเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ประกอบการยกร่างเงื่อนไขการประมูล หรือ TOR ซึ่งจะใช้เกณฑ์ 3 ข้อคือ ข้อเสนอทางการเงิน ข้อเสนอด้านคุณสมบัติ และข้อเสนอทางเทคนิค

 

ในที่สุดคณะกรรมการคัดเลือกก็ได้สรุปว่าจะใช้ ‘ข้อเสนอทางการเงิน’ เป็นเกณฑ์ตัดสินคัดเลือกผู้ชนะการประมูล เอกชนรายใดเสนอมูลค่าปัจจุบันสุทธิ หรือที่เรียกว่า NPV (Net Present Value) มากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะไป หรืออธิบายง่ายๆ คือ ใครเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐได้สูงสุด หรือขอรับเงินอุดหนุนค่าก่อสร้างจากรัฐน้อยที่สุดก็ชนะการประมูลไปนั่นเอง 

 

ส่วนข้อเสนอด้านคุณสมบัติกับข้อเสนอด้านเทคนิคเอาแค่ผ่านเท่านั้น ไม่มีการให้คะแนน โดยได้ประกาศเชิญชวนและขายซองเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน หรือที่เรียกว่า RFP ระหว่างวันที่ 10-24 กรกฎาคม 2563 และมีเอกชนให้ความสนใจซื้อซองไปทั้งหมด 10 ราย

 

ภายหลังจากขายซองไปได้ไม่ถึงเดือน วันที่ 27 สิงหาคม 2563 คณะกรรมการคัดเลือก รฟม. ได้จัดส่งเอกสารเพิ่มเติมแจ้งให้ผู้ที่มาซื้อซองทุกรายรับทราบว่า รฟม. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอใหม่ โดยใช้หลักเกณฑ์ทางเทคนิค 30% และหลักเกณฑ์ทางการเงิน 70% ผู้ประมูลรายใดได้คะแนนรวมสูงสุดก็เป็นผู้ชนะ 

 

ซึ่งการประกาศแก้ไขหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอเพิ่มเติมนั้น เกิดขึ้นหลังจาก บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือว่า ITD Groups ได้ยื่นหนังสือถึง รฟม. และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สศร. ว่าไม่ควรพิจารณาให้ผู้ชนะการคัดเลือกเป็นผู้ที่เสนอผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาผู้ที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่รัฐในภาพรวมที่จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จได้

 

เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินตลอดทั้งเส้นทาง งานก่อสร้างมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะว่าต้องขุดอุโมงค์ และสถานีผ่านพื้นที่ชุมชนของกรุงเทพมหานคร ผ่านเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีโบราณสถาน และสถานที่สำคัญหลายแห่ง รวมทั้งต้องขุดเจาะอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา จึงต้องใช้เทคนิคการออกแบบทางวิศวกรรม และวิธีการก่อสร้างชั้นสูง จึงอยากให้ทาง รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงการประเมินข้อเสนอใหม่ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในด้านต่างๆ

 

รศ.ดร.ประมวล สุธีจารุวัฒน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ติดตามและศึกษาปัญหารถไฟฟ้ามาตลอด ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า การเปลี่ยนกติกาภายหลังแบบนี้เป็นเรื่องแปลกขึ้นมาทันที เพราะเมื่อมีการเปิดขายซองไปแล้วก็เหมือนกับการเปิดหน้าไพ่ว่าจะใครจะมายื่นข้อเสนอโครงการบ้าง และถ้ามีการเปลี่ยนแปลงกติกาจะเป็นการเอื้อให้เอกชน 10 รายที่ซื้อซองไป รู้ได้ทันทีว่าใครจะชนะหรือจะแพ้

 

 

ใครจะยอม BTS ฟ้องกติกาใหม่ไม่เป็นธรรม

 

การเปลี่ยนเกณฑ์การให้คะแนนกลางอากาศมีนัยสำคัญต่อการพลิกผลแพ้ชนะ ทำให้วันที่ 17 กันยายน 2563 บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอทุเลาการบังคับใช้หลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ชนะฉบับใหม่ โดยกล่าวหาว่า คณะกรรมการคัดเลือกฯ และ รฟม. แก้ไขหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการแก้ไขเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง

 

พร้อมระบุว่า เงื่อนไขที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ในการขุดอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยานั้น จากการตรวจสอบเอกสารข้อแนะนำผู้ยื่นข้อเสนอ RFP ฉบับแรก และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ไม่พบข้อที่กำหนดว่าผู้ยื่นซองจะต้องเคยมีประสบการณ์ขุดอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาแต่อย่างใด บอกแต่เพียงว่าต้องมีประสบการณ์ทางด้านงานโยธาทั้ง 3 ประเภท คือ 1. งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินด้วยหัวเจาะที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 5 เมตร 2. งานออกแบบและก่อสร้างสถานีใต้ดินในระบบขนส่งมวลชน และ 3. งานออกแบบและก่อสร้างทางวิ่งแบบไม่ใช้หินโรยทาง

 

ดร.ประมวลชวนคิดต่อว่า เหตุผลการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ในการคัดเลือกเอกชนนั้นถือว่าฟังขึ้น เพราะว่าในมุมประชาชนการได้เอกชนที่เคยมีประสบการณ์ก่อสร้างและเดินรถไฟฟ้าใต้ดินมาก่อน ก็ถือเป็นการการันตีความเชื่อมั่นได้ว่าการดำเนินงานจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นการปิดประตูใส่ BTS ที่ขาดประสบการณ์ทำโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่ให้เข้ามาเป็นผู้เล่นใหม่ได้ BTS จึงรู้สึกว่าการเปลี่ยนกติกาใหม่ไม่เป็นธรรมสำหรับเขา

 

หลัง BTS ยื่นฟ้อง รฟม. ในวันที่ 19 ตุลาคม 2563 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้หลักเกณฑ์การคัดเลือกแบบใหม่ของ รฟม. เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ทาง รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกจึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้ระงับคำสั่งของศาลปกครองกลาง

 

 

ล้มประมูลรอบแรก แต่คดีตามมาเป็นขบวน 

 

ระหว่างที่การพิจารณาคดีดำเนินไป อยู่ๆ คณะกรรมการการคัดเลือกฯ ได้ประกาศล้มการประมูลครั้งที่ 1 โดยให้เหตุผลว่าคดีพิพาทมีผลทำให้การคัดเลือกต้องล่าช้า จึงส่งผลให้กำหนดการเปิดให้บริการต้องล่าช้าออกไป และในฐานะที่ รฟม. มีภาระต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อบำรุงรักษาโครงสร้างงานโยธาส่วนตะวันออกที่ก่อสร้างไปแล้ว ความล่าช้าที่เกิดขึ้นย่อมก่อให้ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ การยกเลิกการคัดเลือก และเริ่มกระบวนการคัดเลือกใหม่ จึงเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการมากที่สุด

 

หลังจากประกาศล้มการประมูลรอบแรกไปแล้ว รฟม. ได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์และขอจำหน่ายคดีต่อศาลปกครองสูงสุดและศาลปกครองกลาง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดก็มีคำสั่งถอนอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ส่งผลให้คำสั่งศาลปกครองกลางที่มีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้หลักเกณฑ์ประเมินใหม่ สิ้นผลการบังคับใช้ตามไปด้วย

 

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการประมูลรอบแรกจึงสิ้นสุดลง แต่เรื่องกลับไม่จบง่ายๆ เมื่อ BTS ยังคงเดินหน้าฟ้องต่อ โดยสรุปคดีที่ BTSC ฟ้องต่อศาลปกครองมีอยู่ 3 คดี แบ่งออกเป็น คดีจากการประมูลรอบแรก 2 คดี และการประมูลรอบที่ 2 อีก 1 คดี

 

คดีการประมูลรอบแรก ได้แก่ คดีแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้ชนะการประเมินของเอกสารคัดเลือกเอกชน และวิธีการประเมินข้อเสนอด้านเทคนิค ข้อเสนอด้านการลงทุน และผลตอบแทนในการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนว่าเป็นการละเมิด พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท 

 

ในตอนแรกศาลปกครองกลางได้พิพากษาว่า การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์คัดเลือกเป็นการกระทำที่ ‘ไม่ชอบด้วยกฎหมาย’ แต่ รฟม. ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด 

 

ล่าสุดศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกฯ และ รฟม. มีอำนาจในการแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าว และดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนั้น จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ BTS

 

ส่วนคดีที่ยกเลิกการประมูลครั้งแรก BTS ขอให้ศาลเพิกถอนหรือยกเลิกประกาศเชิญชวนรอบใหม่ และขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวห้ามดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกเอกชนครั้งใหม่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตุลาการผู้แถลงคดี ศาลปกครองสูงสุด ได้แถลงสรุปว่า การยกเลิกการคัดเลือกเอกชนฯ ครั้งแรก ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว โดยเห็นควรให้ยกฟ้อง แต่อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างรอศาลปกครองสูงสุดพิพากษา

 

ส่วนคดีที่เกิดจากการประมูลครั้งที่ 2 นั้น BTS ฟ้องประเด็นที่มีการกีดกันไม่ให้เข้าร่วมการประมูล ซึ่งเป็นคดีล่าสุดที่ศาลปกครองกลางรับไว้พิจารณา ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนพิจารณา ยังไม่มีกำหนดนัดไต่สวนเพิ่มเติม

 

ขณะเดียวกันคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณี BTS ได้ยื่นฟ้องผู้ว่าการ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกรวม 7 คน ฐานใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมประชุมแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ การประเมินข้อเสนอในการประมูลรอบแรก 

 

ศาลอาญาได้พิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า “ผู้ว่าการ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้แก้ไขหลักเกณฑ์การประเมินข้อเสนอ ตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดใน พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 

 

การแก้ไขหลักเกณฑ์เป็นไปเพื่อประโยชน์ของรัฐ ไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายใด และกรณีที่มีการยกเลิกการคัดเลือกเอกชนตามประกาศเชิญชวนฯ ครั้งแรกนั้น ไม่มีเจตนากลั่นแกล้งหรือกระทำนอกขอบเขตของกฎหมาย ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จึงไม่มีมูลความผิดตามฟ้อง

 

 

ประมูลครั้งใหม่กับความย้อนแย้งที่ชวนตั้งคำถาม  

 

กลับมาที่เรื่องการประมูลรอบใหม่ที่ดำเนินควบคู่กันไปในช่วงเวลาเดียวกันกับกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้การประกาศเชิญชวนให้เอกชนมาซื้อซองการประมูลรอบที่ 2 โดยใช้หลักเกณฑ์ทางเทคนิค 30% และทางการเงิน 70% ตามเดิม 

 

ครั้งนี้มีบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และ ITD Groups ยื่นข้อเสนอไป 2 ราย ขณะที่ BTS ขอถอนตัว 

 

แม้สุดท้าย BEM จะกลายเป็นผู้ชนะการประมูล แต่ความชอบธรรมของ รฟม. ก็ต้องถูกตั้งคำถามอีกครั้ง เมื่อ ITD Groups ที่คณะกรรมการเคาะให้ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านคุณสมบัตินั้น กลับมีคุณสมบัติขัดแย้งกับการประกาศเชิญชวนฯ ของ รฟม. ข้อ 3 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า “ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไม่เป็นเอกชนหรือบุคคลที่มีลักษณะไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง ลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2562”

 

ถ้าหากไปดูประกาศของคณะกรรมการข้างต้น จะพบลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุนนั้น ในข้อ 3 (3) ระบุเอาว่า ‘เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ’ และข้อ 4 ระบุว่า ‘ในกรณีที่เอกชนตามข้อ 3 เป็นนิติบุคคล กรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3 ด้วย’ นั่นหมายความว่า กรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการนิติบุคคลจะต้องไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

 

แต่กรรมการคนหนึ่งของ ITD Groups เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า รฟม. ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของ ITD อย่างละเอียดรอบคอบหรือไม่ 

 

 

เสียเงิน 1.6 แสนล้านบาท ค่าโง่หรือผลประโยชน์?

 

ทันทีที่ผลการประมูลรอบที่ 2 ออกมา มีการนำไปเปรียบเทียบว่า หาก รฟม. ไม่ล้มการประมูลรอบแรก รัฐจะเสียผลประโยชน์น้อยที่สุด เนื่องจากในการประมูลรอบแรก BTS ยื่นข้อเสนอขอรับสนับสนุนวงเงินค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ จากรัฐ 9,600 ล้านบาท ขณะที่ BEM เสนออยู่ที่ 78,287 ล้านบาท และ ITD Groups เสนอ 102,635 ล้านบาท เมื่อนำมาบวกลบจะมีส่วนต่างมากถึง 68,687 ล้านบาท

 

อีกทั้งรัฐยังต้องสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากกรณีต้องเลื่อนการเดินรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันออกไปด้วย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่ารัฐจะสูญเงินถึง 46,000 ล้านบาทต่อปี เมื่อปัจจุบันล่าช้ามาแล้ว 2 ปี จึงอยู่ที่ 92,000 ล้านบาท และเมื่อนำ 92,000 ล้านบาทไปรวมกับส่วนต่างที่รัฐเสียประโยชน์ไป 68,687 ล้านบาท เท่ากับว่ารัฐจะต้องเสียประโยชน์ไป 160,687 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่สูงไม่น้อยเลยทีเดียว

 

อย่างไรก็ตาม รฟม. ชี้แจงว่า แม้ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทนของ BTS ตามที่เป็นข่าวนั้น จะมีมูลค่าการให้ผลประโยชน์ตอบแทนทางการเงินที่ค่อนข้างสูง แต่ในขั้นตอนการคัดเลือกเอกชน จะต้องมีการประเมินซองข้อเสนออื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการประเมินซองข้อเสนอด้านคุณสมบัติ และซองข้อเสนอด้านเทคนิค รวมถึงความน่าเชื่อถือของข้อเสนอทางการเงิน เพื่อให้ รฟม. มั่นใจว่าผู้ยื่นข้อเสนอจะสามารถดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่พิจารณาเพียงแค่ตัวเลขผลประโยชน์ตอบแทนแก่รัฐเท่านั้น 

 

รฟม. ยังชี้แจงด้วยว่าในขั้นตอนการเจรจาต่อรองของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้มีการพิจารณาประเด็นต่างๆ อย่างรอบคอบ ที่จะทำให้รัฐได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติมขึ้นจากเดิมมูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาทด้วย

 

 

ชูวิทย์ออกมาแฉซ้ำ 

 

ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเหมือนจะเงียบลงไปสักพักหนึ่ง จนกระทั่ง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เดินทางมายังบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับป้ายขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นว่าการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมันส่อแววว่าจะทุจริต โดยชูวิทย์แบ่งข้อมูลออกออกเป็น 5 สถานี ได้แก่ 

 

  1. สถานีโกง จากการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ TOR หลังเปิดขายซองประกวดราคาไปแล้ว เดิมเอกชนต้องจ่ายเงินคืนให้รัฐ 7 พันล้านบาท กลายเป็นว่ารัฐกลับต้องจ่ายเป็นจำนวนเงิน 7 หมื่นล้านบาท
  2. สถานีทุจริต มีการร้องศาลปกครอง ศาลปกครองกลางไม่ให้เปลี่ยนหลักเกณฑ์ ถึงผลการตัดสินคดีของศาลปกครองสูงสุด แต่ชูวิทย์รู้มาว่าที่ประชุมใหญ่มีมติ 27 ต่อ 23 ให้สามารถเปลี่ยนหลักเกณฑ์ได้ 
  3. สถานีฮั้ว คือบริษัทที่ไม่เข้าเกณฑ์คุณสมบัติ แต่ขอยื่นเปลี่ยนหลักเกณฑ์ได้ เพื่อให้บริษัทนี้เข้าหลักเกณฑ์เพียงบริษัทเดียว
  4. สถานีเงินทอน พบว่ามีการโอนเงินจำนวน 3 หมื่นล้านบาทไปยังประเทศสิงคโปร์ผ่านธนาคารเอกชนระหว่างประเทศ เงินนี้ชูวิทย์ถามว่าเข้ากระเป๋าใคร 

 

และ 5. สถานีปลิว เปิดประมูลรอบที่ 2 กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ว่า ต้องเคยเป็นบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐบาลไทยเท่านั้น จึงเหลืออยู่แค่บริษัทเดียว

 

รฟม. ก็รีบออกมาชี้แจงทันทีว่า การปรับปรุงเกณฑ์การประเมินข้อเสนอในการคัดเลือกเอกชนครั้งที่ 1 นั้น รฟม. ได้ปรับปรุงเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน เฉพาะวิธีการประเมินข้อเสนอ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงการเสนอผลตอบแทนให้แก่ภาครัฐตามที่ชูวิทย์กล่าวอ้างแต่อย่างใด และคดีฟ้องร้องกันในศาลปกครองนั้น ศาลปกครองสูงสุดได้นั่งพิจารณาคดีครั้งแรก และมีความเห็นว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว พร้อมกับตอบคำถามอื่นๆ โดยยึดตามการพิจารณาของศาลเป็นหลัก 

 

ส่วนประเด็นใหญ่ก็คือ มีเงิน 3 หมื่นล้านบาทโอนผ่านบัญชีธนาคารต่างประเทศนั้น รฟม. ขอให้ชูวิทย์แสดงหลักฐานเอกสารตามที่กล่าวอ้างต่อสาธารณชน และส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเพื่อเป็นที่ประจักษ์ด้วย ว่าเป็นการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายหรือไม่ 

 

ชูวิทย์ก็รับคำท้า เดินทางไปหน้ากระทรวงคมนาคม แม้จะยังไม่มีการยื่นเอกสารหลักฐานในวันนั้น แต่ยืนยันว่าตนเองมีเอกสารที่มาที่ไปเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มว่าดำเนินการอย่างผิดปกติแน่นอน และจะยื่นเอกสารให้แก่นายกรัฐมนตรีเท่านั้น 

 

แต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้ส่งหนังสือด่วนถึงชูวิทย์ ขอให้ส่งข้อมูลหรือหลักฐานการโอนเงิน 3 หมื่นล้านบาทไปยังบัญชีธนาคารในประเทศสิงคโปร์ตามที่อ้างภายใน 15 วัน เพื่อจะได้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป

 

ในวันนี้ การดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมาถึงขั้นตอนเสนอร่างสัญญาให้ที่ประชุม ครม. อนุมัติ และเซ็นสัญญากับ BEM ต่อไป แต่สิ่งที่ยังต้องจับตาก็คือ คำตัดสินของคดีที่ยังค้างคาอยู่ 

 

ดร.ประมวลมองว่า หากคดีความยืดเยื้อไปหลายปี แต่การก่อสร้างเริ่มขึ้น จนกระทั่ง BEM เริ่มเดินรถไปแล้ว และปรากฏว่าศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่า รฟม. ทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เป็นไปได้ว่า BEM อาจจะฟ้องกลับ โดยที่รัฐก็ต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มอีกนอกเหนือจากผลประโยชน์ที่สูญเสียไปก่อนหน้านี้ระหว่างขั้นตอนการประมูลทั้ง 2 รอบ และถ้าหาก รฟม. ชนะทุกคดีก็อาจเป็นบรรทัดฐานใหม่เช่นกันว่า ต่อจากนี้การประมูลโครงการอื่นๆ ก็สามารถเปลี่ยนกติกาหลังจากเปิดขายซองไปแล้วได้เหมือนกัน

 

ปัญหาของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มอาจชวนเราให้คิดว่าเป็นเพียงการทะเลาะกันระหว่างรัฐกับเอกชน แต่ท้ายที่สุดคนรับกรรมย่อมคือประชาชนที่ต้องร่วมแบกรับความเสียหายโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะอยู่ในรูปของความล่าช้าในการใช้บริการ หรือความเสียหายที่มีมูลค่าถึงหลักแสนล้านบาทก็ตาม 

 

อ้างอิง:  

The post สรุปปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทำไมเสี่ยงค่าโง่หมื่นล้าน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคาหุ้น ‘BEM’ นิ่ง หลัง ‘ชูวิทย์’ แฉพบทุจริต ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ ด้านบริษัทแจงยื่นประมูลโปร่งใส เล็งฟ้องคนให้ข่าวทำให้เสียหาย https://thestandard.co/bem-chuwit-exposes-corruption-mrta/ Mon, 27 Feb 2023 04:34:18 +0000 https://thestandard.co/?p=755820

หุ้น BEM เปิดการซื้อขายวันนี้ที่ 9.05 บาท ไม่เปลี่ยนแปล […]

The post ราคาหุ้น ‘BEM’ นิ่ง หลัง ‘ชูวิทย์’ แฉพบทุจริต ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ ด้านบริษัทแจงยื่นประมูลโปร่งใส เล็งฟ้องคนให้ข่าวทำให้เสียหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

หุ้น BEM เปิดการซื้อขายวันนี้ที่ 9.05 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ระหว่างการซื้อขายลงทำจุดต่ำสุดที่ 9 บาท ลดลง 0.55% หลัง ‘ชูวิทย์’ แฉข้อมูลพบทุจริต ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ ด้านบริษัทชี้แจง ยื่นประมูลโครงการอย่างโปร่งใส เล็งฟ้องคนให้ข่าวทำให้เสียหาย

 

ราคาหุ้น บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM เปิดการซื้อขายวันนี้ที่ 9.05 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาปิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยระหว่างการซื้อขายในช่วง 5 นาทีแรก ราคาปรับตัวลดลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 9 บาท หรือลดลง 0.55% 

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาให้ข้อมูลกรณีที่พบการทุจริตในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยมีการรับเงินทอนจำนวน 3 หมื่นล้านบาท 

 

จากนั้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM ออกหนังสือชี้แจงว่า ตามที่มีการให้ข้อมูลปรากฏเป็นข่าวว่า การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่อว่ามีการทุจริตและเอื้อประโยชน์ให้แก่ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ นั้น

 

บริษัทขอเรียนว่า BEM เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต โปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด และในการเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งบริษัทเป็นผู้ชนะการคัดเลือกและอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 

 

ขอเรียนว่าบริษัทไม่ได้กระทำการใดๆ ที่เป็นการทุจริต หรือทำให้เกิดการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทตามที่มีการให้ข่าวพาดพิงถึงบริษัทแต่อย่างใด และบริษัทจะพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัทจากการให้ข่าวในลักษณะดังกล่าวต่อไป

 

บริษัทเชื่อมั่นว่าข้อเสนอที่บริษัทเสนอให้แก่ รฟม. จนเป็นผู้ชนะการคัดเลือก เป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน รัฐ และประเทศชาติโดยรวม สามารถดำเนินการให้ประสบผลสำเร็จได้จริง ทั้งในด้านการก่อสร้างงานโยธา การให้บริการเดินรถ และการให้ผลตอบแทนแก่รัฐ 

 

ทั้งนี้ หากบริษัทได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม บริษัทสามารถเริ่มงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) ได้ทันที และจะดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแก่ประชาชนให้ได้โดยเร็วตามแผนงานของรัฐบาล 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ราคาหุ้น ‘BEM’ นิ่ง หลัง ‘ชูวิทย์’ แฉพบทุจริต ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ ด้านบริษัทแจงยื่นประมูลโปร่งใส เล็งฟ้องคนให้ข่าวทำให้เสียหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Metro Art’ อาร์ตสเปซแห่งใหม่ ที่สถานีพหลโยธิน เปิดอย่างเป็นทางการ 25 ม.ค. นี้ https://thestandard.co/metro-art-phaholyothin-station/ Fri, 20 Jan 2023 00:47:27 +0000 https://thestandard.co/?p=739590 Metro Art

วานนี้ (19 มกราคม) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจ […]

The post ‘Metro Art’ อาร์ตสเปซแห่งใหม่ ที่สถานีพหลโยธิน เปิดอย่างเป็นทางการ 25 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Metro Art

วานนี้ (19 มกราคม) ช่างภาพ THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจ ‘เมโทร อาร์ต’ (Metro Art) ที่สถานีพหลโยธิน หลังจากบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้จับมือ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) พร้อมทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาทเนรมิตพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตรให้เป็นอาร์ตสเปซแห่งใหม่ภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธิน 

 

นอกจากนี้ยังเพิ่มจุดขายด้านการเป็นอาร์ตเดสทิเนชันและแลนด์มาร์กใหม่ บุกขยายฐานลูกค้ามุ่งเป้าคนที่รักศิลปะทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มั่นใจดันยอดใช้บริการเพิ่มขึ้น 20% พร้อมผนึกกำลังพาร์ตเนอร์ด้านศิลปะชั้นนำ ศิลปินคนดังทั้งแนวโมเดิร์นอาร์ตและแนวคลาสสิก จัดแสดงงานแน่นตลอดปี 2566

 

สำหรับผู้ที่สนใจงานศิลปะสามารถเข้าชมและร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มเปิดให้รับชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมเป็นต้นไป เวลา 07.00-21.00 น.

 

Metro Art

The post ‘Metro Art’ อาร์ตสเปซแห่งใหม่ ที่สถานีพหลโยธิน เปิดอย่างเป็นทางการ 25 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM – รายงานกำไรสุทธิ 2Q65 จำนวน 634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89%QoQ และ 216%YoY ขณะที่ 3Q65 คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง https://thestandard.co/bem-2q65/ Thu, 18 Aug 2022 10:53:36 +0000 https://thestandard.co/?p=668911 BEM

เกิดอะไรขึ้น: เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 บมจ.ทางด่วนแล […]

The post BEM – รายงานกำไรสุทธิ 2Q65 จำนวน 634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89%QoQ และ 216%YoY ขณะที่ 3Q65 คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM

เกิดอะไรขึ้น:

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ ( BEM ) รายงานกำไรสุทธิ 2Q65 จำนวน 634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.6%QoQ และ 216.3%YoY เป็นไปตาม Consensus คาดการณ์ไว้ โดยรายได้จากธุรกิจทางด่วนอยู่ที่ 1.9 พันล้านบาท เติบโต 1.9%QoQ และ 38.5%YoY โดยได้รับการสนับสนุนจากปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น

 

ใน 2Q65 ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเติบโต 1.9%QoQ และ 23.1%YoY การเติบโต YoY ได้รับการสนับสนุนจากการปรับอัตราค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นตามสัญญาสัมปทานโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2564 สำหรับธุรกิจระบบราง รายได้อยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2%QoQ และ 39%YoY โดยโมเมนตัมรายได้เป็นไปในทางเดียวกับจำนวนผู้โดยสารที่ฟื้นตัว 24.3%QoQ และ 94.4%YoY 

 

กระทบอย่างไร:

ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมถึงปัจจุบัน ราคาหุ้น BEM ปรับตัวลดลง 1.67% อยู่ที่ระดับ 8.95 บาท ขณะที่ SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.08% สู่ระดับ 1,634.89 จุด 

 

แนวโน้มผลประกอบการปี 2565:

ในเดือนกรกฎาคม ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนอยู่ที่ 1.04 ล้านเที่ยวต่อวัน ลดลง 2.5%MoM แต่เพิ่มขึ้น 65%YoY ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนที่ลดลง MoM สะท้อนถึงการมีวันหยุดหลายวันในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนที่เพิ่มขึ้น YoY เกิดจากฐานต่ำของปีก่อน ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนใน 7M65 เติบโต 19.1% 

 

ส่วนจำนวนผู้โดยสาร MRT นั้น จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 274,600 เที่ยวต่อวัน ลดลง 3.1%MoM แต่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 256%YoY จำนวนผู้โดยสารที่ลดลง MoM แต่เพิ่มขึ้น YoY เกิดจากสาเหตุอย่างเดียวกันกับปริมาณรถที่ใช้ทางด่วน จำนวนผู้โดยสาร MRT ใน 7M65 เติบโต 43% 

 

อย่างไรก็ดี แม้ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ในเดือนกรกฎาคมลดลง MoM แต่เป็นเพราะมีวันหยุดหลายวัน ซึ่ง SCBS คาดว่าตัวเลขเดือนสิงหาคมจะเติบโต MoM และจะช่วยหนุนให้กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ นอกจากนี้ SCBS ยังคาดว่าจะเห็นการเติบโต YoY อย่างแข็งแกร่งใน 3Q65 จากฐานต่ำของปีก่อน และคงประมาณการกำไรปี 2565 ไว้ที่ 2.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.3%YoY

 

SCBS ให้เรตติ้ง Outperform สำหรับ BEM ด้วยราคาเป้าหมายอ้างอิงวิธี SOTP ที่ 9.5 บาทต่อหุ้น โดยราคาเป้าหมายดังกล่าวยังไม่ได้รวมโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกเข้ามา ซึ่งการได้โครงการนี้มาจะหนุนให้ราคาเป้าหมายนี้ปรับเพิ่มขึ้นได้อีก 1.5 บาทต่อหุ้น

 

สำหรับปัจจัยเสี่ยงและความกังวล คือ จำนวนผู้ป่วยโควิดที่เร่งตัวขึ้น จะส่งผลให้ปริมาณจราจรฟื้นตัวช้า คดีความทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกน่าจะมีผลกระทบจำกัดต่อราคาหุ้น BEM เนื่องจากเชื่อว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ 9 บาทต่อหุ้น ยังไม่ได้สะท้อน Upside จากโครงการนี้

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post BEM – รายงานกำไรสุทธิ 2Q65 จำนวน 634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89%QoQ และ 216%YoY ขณะที่ 3Q65 คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทางแยกของสองหุ้นรถไฟฟ้า! ‘BTS-BEM’ วิ่งสวนทางหลังเปลี่ยนผู้ว่าฯ กทม. https://thestandard.co/bts-bem-share-runs-cross-each-other-after-new-bangkok-governor/ Mon, 23 May 2022 09:39:58 +0000 https://thestandard.co/?p=632723 BTS-BEM

หลังทราบผลเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ชนะ […]

The post ทางแยกของสองหุ้นรถไฟฟ้า! ‘BTS-BEM’ วิ่งสวนทางหลังเปลี่ยนผู้ว่าฯ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
BTS-BEM

หลังทราบผลเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ คนที่ 17 การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ดูเหมือนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ 2 บริษัทที่ทำธุรกิจรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ได้แก่ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) และ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) 

 

อย่างไรก็ดี ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทั้ง 2 บริษัท ดูเหมือนจะไปในทิศทางตรงกันข้าม จากราคาหุ้นที่สะท้อนออกมาในวันนี้ โดย BTS ลดลง 3% สวนทางกับ BEM ที่เพิ่มขึ้น 3% 

 

ภาดล วรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ราคาหุ้น BTS ที่ปรับตัวลงในวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผลการเลือกตั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ว่าฯ กทม. ทำให้การเจรจาต่างๆ ที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้อาจจะต้องเริ่มกันใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องของภาระหนี้สินที่กรุงเทพฯ ติดค้างบริษัทอยู่ 

 

ส่วนกรณีของ BEM เป็นความคาดหวังต่อความคืบหน้าเรื่องการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนต่อขยาย ซึ่งต้องติดตามว่าจะใช้เกณฑ์ในเรื่องราคากับเทคนิคในสัดส่วนเท่าใด หากเป็นการใช้เกณฑ์เรื่องเทคนิคมากกว่าก็จะทำให้ BEM มีโอกาสสูงกว่า เพราะเป็นผู้ให้บริการสายสีส้มเดิมอยู่ก่อนแล้ว 

 

การที่ราคาหุ้นของ BTS และ BEM วิ่งสวนทางกันในวันนี้ ภาดลมองว่า “คนที่ขาย BTS ก็อาจจะเปลี่ยนมาซื้อ BEM แทน หากยังต้องการคงสัดส่วนหุ้นกลุ่มนี้ในพอร์ต ส่วนกระแสข่าวเรื่องการไม่ต่อสัญญาสัมปทานสายสีเขียวให้กับ BTS คงยังฟันธงไม่ได้ เพราะหากไม่ต่อสัญญาแล้วหนี้สินที่ค้างอยู่จะเคลียร์อย่างไร” 

 

ทั้งนี้ หากประเด็นเรื่องหนี้ที่ค้างอยู่มีความชัดเจนขึ้นมา น่าจะเป็นประเด็นบวกต่อหุ้น BTS เพราะฉะนั้นแล้วการปรับตัวลงของราคาหุ้น BTS วันนี้ ตลาดอาจจะมองแง่ลบมากเกินไป 

 

อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น BEM ในระยะสั้นน่าจะโดดเด่นกว่า BTS เนื่องจากปัจจัยหนุนเฉพาะตัวในเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม ประกอบกับการกลับมาเปิดเมืองทำให้จำนวนผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าน่าจะเพิ่มขึ้น YoY ได้ในทุกเดือนที่เหลือของปีนี้ ประกอบกับค่า P/E ของ BEM ที่ยังต่ำกว่า BTS 

 

“แต่การเข้าเก็งกำไร ณ จุดนี้ อาจต้องระมัดระวัง เพราะหากการประมูลสายสีส้มมีความชัดเจนแล้ว อาจจะเห็นแรง Sell on Fact ออกมาได้” 

 

ด้าน บล.กรุงศรี ระบุว่า หนึ่งในนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ คือไม่ต้องการต่อสัมปทานกับ BTS หลังสัมปทานจะหมดอายุในปี 2572 หรือ 7 ปีต่อจากนี้ รวมถึงต้องการคงค่าโดยสารในระดับ 20-25 บาท ตลอดสายสีเขียวรวมส่วนต่อขยาย 

 

ด้วยนโยบายดังกล่าว จะสร้างแนวโน้มเชิงลบต่อหุ้น BTS อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในระยะสั้น อาจเป็นไปได้ว่าผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่จะสามารถทำนโยบายได้ตามที่หาเสียงไว้ แต่เรามีข้อโต้แย้งที่อาจลดความกังวลของตลาด 

 

ประเด็นแรก คือ มูลค่าของการต่อสัมปทานของ BTS หลังสัมปทานปัจจุบันหมดอายุลงในปี 2572 ไม่กระทบมูลค่าที่เราประเมินไว้ ด้วยราคาเหมาะสมที่ 12.4 บาท อ้างอิงสัญญาเดิมระหว่าง BTS และกรุงเทพฯ ที่ BTS จะดำเนินงานสายหลักจนถึงเดือนธันวาคมปี 2567 และจะดำเนินงานสายหลักในสัญญารับจ้างเดินรถ (O&M) จนถึงปี 2585 

 

ประเด็นที่สอง คือ การต่ออายุสัมปทานจะเพิ่มมูลค่าอีก 2.9 บาท จากเป้าหมายเดิมที่ 12.4 บาท และเรามองว่าการต่อสัมปทานเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับกรุงเทพฯ เพราะกรุงเทพฯ ยังมีหนี้ค้างชำระหากไม่มีการต่อสัญญา ในระยะสั้นกรุงเทพฯ ต้องชำระเงินให้ BTS อย่างน้อย 3.2 หมื่นล้านบาท สำหรับงานควบคุมและตรวจสอบระบบ (M&E) และงานเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ตั้งแต่ปี 2562 และในระยะยาวยังมีหนี้อีกกว่า 5 หมื่นล้านบาท จากงานโยธาของสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งเรามองว่ากรุงเทพฯ ไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากขยายสัญญาสัมปทาน 

 

ประเด็นที่สาม คือ ราคาค่าโดยสารใหม่ไม่เกิน 65 บาท ถือว่าไม่แพงหากมองในแง่ค่าโดยสารต่อกิโลเมตร 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ทางแยกของสองหุ้นรถไฟฟ้า! ‘BTS-BEM’ วิ่งสวนทางหลังเปลี่ยนผู้ว่าฯ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ วันหยุด 13 ต.ค. ให้ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สายทาง ถึงเที่ยงคืน https://thestandard.co/exat-except-high-way-fee-on-13-october-holiday/ Wed, 13 Oct 2021 03:11:26 +0000 https://thestandard.co/?p=547643 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ยกเว้นค่า […]

The post กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ วันหยุด 13 ต.ค. ให้ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สายทาง ถึงเที่ยงคืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษ รวม 3 สายทาง ดังนี้ 

 

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) จำนวน 19 ด่าน
  • ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) จำนวน 31 ด่าน 
  • ทางพิเศษอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) จำนวน 11 ด่าน 

 

โดยทั้ง 3 สายทางให้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ ในวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 (วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร) ตั้งแต่เวลา 00.01-24.00 น. ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง กทพ. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (NECL) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน

 

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด กทพ. ได้จำกัดการให้บริการทางพิเศษทุกด่านฯ ทุกสายทาง เว้นแต่รถที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนด ระหว่างเวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น 

 

ทั้งนี้ กทพ. ขอความร่วมมือให้ผู้ใช้ทางพิเศษอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ หากไม่มีความจำเป็นที่ต้องเดินทาง ออกนอกบ้าน หรือหากจำเป็นต้องใช้ทางพิเศษเดินทางในวันปกติที่ไม่ได้ยกเว้นค่าผ่านทางควรสมัครใช้บัตร Easy Pass เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับธนบัตรหรือเหรียญ ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค รวมถึงใช้บริการเติมเงินในบัตร Easy Pass ผ่าน Application ของธนาคารต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะได้รับความสะดวกรวดเร็วแล้ว ยังจะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับหรือแพร่เชื้อได้อีกด้วย

The post กทพ. ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ วันหยุด 13 ต.ค. ให้ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สายทาง ถึงเที่ยงคืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM รายงานปริมาณจราจรบนทางด่วนและผู้โดยสาร MRT เดือน ก.ย. ฟื้นตัว MoM ด้านแนวโน้มผลประกอบการจะฟื้นตัวใน 4Q64 https://thestandard.co/bem-report-high-way-traffic-and-mrt-passenger-september-number/ Mon, 11 Oct 2021 11:19:53 +0000 https://thestandard.co/?p=547120 BEM

เกิดอะไรขึ้น: เมื่อวานนี้ (10 ตุลาคม 2564) บมจ.ทางด่วนแ […]

The post BEM รายงานปริมาณจราจรบนทางด่วนและผู้โดยสาร MRT เดือน ก.ย. ฟื้นตัว MoM ด้านแนวโน้มผลประกอบการจะฟื้นตัวใน 4Q64 appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM

เกิดอะไรขึ้น:

เมื่อวานนี้ (10 ตุลาคม 2564) บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) รายงานปริมาณจราจรบนทางด่วนในเดือนกันยายน ที่ 784,000 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 32% MoM แต่ลดลง 32% YoY ปริมาณจราจรบนทางด่วนที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง MoM สะท้อนถึงการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลทำให้ปริมาณจราจรบนทางด่วนใน 9M64 อยู่ที่ 805,000 เที่ยวต่อวัน ลดลง 21.5%YoY โดย BEM ระบุว่าปริมาณจราจรบนทางด่วนปรับขึ้นสู่ 956,000 เที่ยวต่อวันในช่วงต้นเดือนตุลาคม 

 

ขณะที่จำนวนผู้โดยสาร MRT อยู่ที่ 100,000 เที่ยวต่อวันในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 60%MoM แต่ลดลง 68%YoY จำนวนผู้โดยสาร MRT ใน 9M64 อยู่ที่ 137,000 เที่ยวต่อวัน ลดลง 45%YoY โดยจำนวนผู้โดยสาร MRT แตะระดับ 144,000 เที่ยวต่อวันในช่วงต้นเดือนตุลาคม

 

กระทบอย่างไร:

วันนี้ (11 ตุลาคม 2564) ราคาหุ้น BEM ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.55%DoD สู่ระดับ 9.00 บาท เช่นเดียวกันกับ SET Index ที่ปรับตัวลง 5.97 จุด หรือลดลง 0.36%DoD สู่ระดับ 1,633.44 จุด 

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS คาดว่า BEM จะรายงานกำไรสุทธิ 123 ล้านบาทใน 3Q64 ลดลง 38.6%QoQ และ 85%YoY แม้ปริมาณจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ใน 3Q64 ลดลงสู่ 61.4 ล้านเที่ยว (ลดลง 12.4%QoQ และลดลง 41.2%YoY) และ 7.3 ล้านเที่ยว (ลดลง 32.4%QoQ และลดลง 72%YoY) ตามลำดับ แต่เงินปันผลรับจาก บมจ.ทีทีดับบลิว (TTW) จำนวน 220 ล้านบาท และการลดต้นทุนจะช่วยสนับสนุนกำไรสุทธิ รายได้จากธุรกิจทางด่วนน่าจะอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท ลดลง 7.3%QoQ และ 39.5%YoY โดยรายได้จากธุรกิจระบบรางจะอยู่ที่ 703 ล้านบาท ลดลง 12.2%QoQ และ 41.9%YoY 

 

ต้นทุนขายทั้งหมดคาดว่าจะลดลง 10.1%QoQ และ 23.5%YoY สู่ 1.5 พันล้านบาท เนื่องจาก SCBS คาดว่าจะเห็นค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาทางด่วนลดลงบ้างท่ามกลางปริมาณจราจรระดับต่ำ นอกจากนี้ SCBS ยังคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะลดลง 3.6%QoQ และ 11.9%YoY สู่ 274 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากมาตรการควบคุมต้นทุน โดยรวมแล้วกำไรสุทธิ 9M64 น่าจะคิดเป็นสัดส่วน 57% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 โดย BEM จะประกาศผลประกอบการวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564

 

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ 4Q64 ของ BEM SCBS คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะทางด่วน เมื่อคนเริ่มกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ (แม้ยังไม่เต็มที่) และโรงเรียนน่าจะเปิดให้กลับเข้าเรียนตามปกติ ทั้งนี้ความเสี่ยงจากการประกาศล็อกดาวน์อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากในกรุงเทพฯ มีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนที่ดี

 

นอกจากนี้ต้องติดตามการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกซึ่ง รฟม. คาดว่าจะเปิดจำหน่ายเอกสารสำหรับคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน (RFP) ในเดือนตุลาคม 2564 และคาดว่าจะทราบผลผู้ชนะการประมูลในเดือนเมษายน 2565

 

มุมมองระยะยาว:

ในระยะกลางถึงยาวผลประกอบการของ BEM ยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้จำนวนผู้โดยสารโดยรวมในระบบรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ SCBS เชื่อว่าประชาชนจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญของ BEM คือเทรนด์การทำงานที่บ้าน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ในระยะยาว

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post BEM รายงานปริมาณจราจรบนทางด่วนและผู้โดยสาร MRT เดือน ก.ย. ฟื้นตัว MoM ด้านแนวโน้มผลประกอบการจะฟื้นตัวใน 4Q64 appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM – แนวโน้มกำไร 2Q64 หดตัวทั้ง YoY และ QoQ จากการระบาดของโควิดหลายระลอกในประเทศ https://thestandard.co/market-focus-bem-11/ Tue, 03 Aug 2021 11:32:57 +0000 https://thestandard.co/?p=521013 BEM

เกิดอะไรขึ้น: SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการ […]

The post BEM – แนวโน้มกำไร 2Q64 หดตัวทั้ง YoY และ QoQ จากการระบาดของโควิดหลายระลอกในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM

เกิดอะไรขึ้น:

SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการ 2Q64 ของ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ซึ่งคาดว่าจะประกาศในวันที่ 11 สิงหาคม 2564

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น BEM ปรับตัวลง 3.7%MoM สู่ระดับ 7.85 บาท ขณะที่ SET Index ปรับตัวลง 2.4%MoM สู่ระดับ 1,540.51 จุด (ข้อมูล ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2564) 

 

มุมมองระยะสั้น: 

SCBS คาดว่า BEM จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q64 ที่ 113 ล้านบาท ลดลง 63%YoY และลดลง 26%QoQ แม้จะไม่มีการล็อกดาวน์ใน 2Q64 และจุดต่ำสุดยังสูงกว่าเดือนเมษายน 2563 แต่การระบาดหลายระลอกของโควิดจะส่งผลกระทบต่อปริมาณจราจรใน 2Q64 

 

โดยปริมาณจราจรบนทางด่วน 2Q64 ลดลง 19.8%QoQ และ 4.2%YoY สู่ระดับ 70.1 ล้านเที่ยว ซึ่งรายได้จากธุรกิจทางด่วน 2Q64 จะอยู่ที่ระดับ 1.5 พันล้านบาท ลดลง 22.6%QoQ และลดลง 3.7%YoY 

 

ขณะที่จำนวนผู้โดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน 2Q64 อยู่ที่ 10.8 ล้านเที่ยวลดลง 43.8%QoQ และ 10.7%YoY หากรวมรายได้ O&M สำหรับสายสีม่วง รายได้จากธุรกิจระบบรางจะอยู่ที่ 800 ล้านบาท ลดลง 21.8%QoQ และลดลง 1.9%YoY โดยค่าใช้จ่ายการดำเนินงานไม่รวมค่าเสื่อมราคาจะอยู่ที่ระดับค่อนข้างทรงตัว QoQ 

 

ทั้งนี้ คาดว่า BEM จะบันทึกรายได้เงินปันผลจาก TTW และ CKP จำนวน 270 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากปริมาณจราจรที่ลดลง

 

SCBS มองว่า การล็อกดาวน์กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคม จะกระทบต่อปริมาณการจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวจะไม่ต่ำกว่าระดับในเดือนเมษายน 2563 เนื่องจากประชาชนมีความเข้าใจและรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น 

 

ทั้งนี้ SCBS เชื่อว่า ตัวเลขดังกล่าวจะฟื้นตัวดีขึ้นในเดือนกันยายน โดยอิงจากอัตราการฉีดวัคซีนในกรุงเทพที่ระดับ 70% ภายในกลางเดือนสิงหาคม และต้องใช้เวลาก่อนที่กิจกรรมทางธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้น

 

มุมมองระยะยาว:

ในระยะยาว SCBS คาดว่า แนวโน้มธุรกิจทางด่วนจะเติบโตอย่างจำกัด เนื่องจากบริษัทไม่มีแผนขยายการลงทุนในทางด่วนสายใหม่ และปริมาณการจราบนทางด่วนอยู่ในจุดที่อิ่มตัวแล้ว สำหรับ MRT แนวโน้มธุรกิจยังอยู่ในช่วงเติบโต แม้ระยะสั้นจะได้รับผลกระทบจากโควิด แต่ในระยะยาวได้ปัจจัยหนุนจากการขยายเส้นทางเดินรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยให้จำนวนผู้โดยสารโดยรวมในระบบรถไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้น 

 

นอกจากนี้ SCBS เชื่อว่า ประชาชนจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปโดยหันมาใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด

 

สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อธุรกิจของ BEM ที่ต้องติดตามคือ เทรนด์การทำงานที่บ้าน ซึ่งจะกระทบต่อปริมาณการจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ในระยะยาว

The post BEM – แนวโน้มกำไร 2Q64 หดตัวทั้ง YoY และ QoQ จากการระบาดของโควิดหลายระลอกในประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM – แนวโน้มกำไร 2Q64 จะทำจุดต่ำสุด และจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน 2H64 https://thestandard.co/market-focus-bem-10/ Thu, 20 May 2021 12:05:25 +0000 https://thestandard.co/?p=491331 BEM-แนวโน้มกำไร

เกิดอะไรขึ้น: เมื่อวานนี้ (19 พฤษภาคม) บมจ.ทางด่วนและรถ […]

The post BEM – แนวโน้มกำไร 2Q64 จะทำจุดต่ำสุด และจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน 2H64 appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM-แนวโน้มกำไร

เกิดอะไรขึ้น:

เมื่อวานนี้ (19 พฤษภาคม) บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เปิดเผยว่าการระบาดระลอก 3 ของโควิด-19 เริ่มส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทตั้งแต่เดือนเมษายน และการดำเนินงานในเดือนพฤษภาคมจนถึงปัจจุบันยังคงอ่อนแอ 

 

แม้การระบาดระลอก 3 เริ่มเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน แต่ประชาชนรู้สึกกลัวและรัฐบาลเริ่มใช้มาตรการจำกัดกิจกรรมบางส่วนในช่วงปลายเดือนเมษายน ซึ่งยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ อย่างไรก็ตามผู้บริหาร BEM เชื่อว่าปริมาณจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ในปี 2564 จะดีกว่าปีที่ผ่านมา

 

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ผู้บริหารไม่ได้ระบุไทม์ไลน์การประมูลที่ชัดเจน แต่มั่นใจว่าจะประกาศผู้ชนะการประมูลได้ภายในปีนี้ และโครงการรถไฟความเร็วสูงยังไม่มีการอัปเดตใดๆ และบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการทำ EIA สำหรับโครงการทางด่วน 2 ชั้น 

 

กระทบอย่างไร:

วันนี้ (20 พฤษภาคม) ราคาหุ้น BEM ปรับตัวขึ้น 2.63%DoD สู่ระดับ 7.80 บาท เทียบกับ SET Index ที่ปรับตัวขึ้น 1.61 จุดหรือเพิ่มขึ้น 0.10%DoD สู่ระดับ 1,563.85 จุด (ข้อมูล ณ เวลา 12.30 น.)

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS คาดว่ากำไรของ BEM จะอ่อนตัวลง QoQ ใน 2Q64 โดยมีสาเหตุมาจากปริมาณจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ที่ลดลง อย่างไรก็ตามกำไรน่าจะยังคงมีอัตราเติบโตเป็นบวก YoY จากฐานต่ำของปีก่อน เนื่องจากการกระจายฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชนทั่วไปจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมิถุนายน และรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายข้อกำหนดบางอย่าง SCBS จึงเชื่อว่าใน 2Q64 จะเป็นจุดต่ำสุด และคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน 2H64

 

ทั้งนี้ต้องติดตามความชัดเจนของการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก โดยล่าสุดทาง บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กรณีที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ แก้ไขหลักเกณฑ์การประมูลที่ไม่เป็นธรรม

 

มุมมองระยะยาว:

ในประมาณการเดิมของ SCBS ไม่ได้ใช้สมมติฐานว่าจะมีการระบาดระลอก 3 ของโควิด-19 แต่มีการระบุไว้ว่าประเด็นนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อประมาณการเท่านั้น เมื่ออิงกับข้อมูลที่ได้จากทาง BEM ทำให้ SCBS ปรับสมมติฐานอัตราการเติบโตของปริมาณจราจรบนทางด่วนลดลงสู่ 1.6% (จากเดิมคาดเติบโต 5%) และอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร MRT ลดลงสู่ 5.0% (จากเดิมคาดเติบโต 25%) ซึ่งการปรับสมมติฐานดังกล่าวส่งผลทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 20% 

 

โดยปัจจุบัน SCBS คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 2.5 พันล้าน เพิ่มขึ้น 19.6%YoY (จากเดิมคาดอยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท)

 

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามคือความรวดเร็วในการกระจายวัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของปริมาณการจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT


พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post BEM – แนวโน้มกำไร 2Q64 จะทำจุดต่ำสุด และจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน 2H64 appeared first on THE STANDARD.

]]>
การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จะฉุดรั้งการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มขนส่งทางบก https://thestandard.co/market-focus-280164/ Thu, 28 Jan 2021 12:59:21 +0000 https://thestandard.co/?p=448574 การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จะฉุดรั้งการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มขนส่งทางบก

เกิดอะไรขึ้น: SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการ […]

The post การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จะฉุดรั้งการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มขนส่งทางบก appeared first on THE STANDARD.

]]>
การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จะฉุดรั้งการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มขนส่งทางบก

เกิดอะไรขึ้น:

SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจของหุ้นกลุ่มขนส่งทางบกภายใต้การวิเคราะห์ ประกอบด้วย บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM), บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) 

 

กระทบอย่างไร: 

นับตั้งแต่ที่มีการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ (20 ธันวาคม 2563) จนถึงวันนี้ (28 มกราคม 2564) ราคาหุ้น BEM ปรับตัวลง 10.99%MoM สู่ระดับ 8.10 บาท ราคาหุ้น BTS ปรับตัวลง 7.62%MoM สู่ระดับ 9.70 บาท และราคาหน่วยลงทุน BTSGIF ลดลง 13.74%MoM สู่ระดับ 4.96 บาท

 

พรีวิวผลประกอบการกลุ่มขนส่งทางบก:

SCBS คาดว่า BEM จะรายงานกำไรสุทธิ 4Q63 ที่ 537 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9%YoY ซึ่งมาจากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลงหลังจากต่อสัมปทานทางด่วนใน 1Q63 ขณะที่จำนวนผู้โดยสาร MRT และปริมาณจราจรบนทางด่วนยังหดตัว YoY แต่กำไรสุทธิที่ลดลง 34.7%QoQ เกิดจากการขาดหายไปของรายได้เงินปันผล ทั้งนี้ BEM จะประกาศผลประกอบการวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564

 

สำหรับ BTS SCBS คาดกำไรสุทธิ 3QFY64 ที่ 900 ล้านบาท ลดลง 63.4%YoY โดยถูกกดดันจากจำนวนผู้โดยสารที่ยังคงอ่อนแอ YoY แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 17.7%QoQ ซึ่งมาจากกำไรของธุรกิจสื่อโฆษณาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งหลักๆ มาจากกำไรทางบัญชีจากการนำหุ้น บมจ. เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) (KEX) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ BTS จะประกาศผลประกอบการวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564

 

ขณะที่ BTSGIF SCBS คาดว่าจะรายงานกำไรสุทธิ 3QFY64 ที่ 737 ล้านบาท ลดลง 41.4%YoY ตามจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง YoY แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2.6%QoQ ซึ่งมาจากจำนวนผู้โดยสารที่ฟื้นตัวเล็กน้อย QoQ ทั้งนี้ BTSGIF จะประกาศผลประกอบการวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564

 

แนวโน้มธุรกิจกลุ่มขนส่ง:

การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ทำให้รัฐบาลขอความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนให้พนักงานทำงานที่บ้าน รวมถึงให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนทางออนไลน์และออกมาตรการอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อในกรุงเทพฯ 

 

ดังนั้น SCBS เชื่อว่าตัวเลขผู้โดยสารและปริมาณการจราจรเดือนมกราคม 2564 จะลดลง MoM และจะปรับตัวลงสู่ระดับเดือนมิถุนายน 2563 ก่อนจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน 2564 เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น แต่ตัวเลขดังกล่าวจะยังไม่ฟื้นตัวสู่ระดับเดือนธันวาคม 2563 เนื่องจากประชาชนจะยังคงระมัดระวังในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ และการแจกจ่ายวัคซีนให้ประชาชนในวงกว้างจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2564 ดังนั้นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจะเกิดขึ้นใน 2H64

 

ทั้งนี้ SCBS คาดว่า BTS จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเนื่องจากรายได้จากธุรกิจขนส่งมวลชนอยู่ภายใต้สัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) และรายได้จากการก่อสร้างไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจาก BTSGIF

 

ขณะที่ BEM จะได้รับผลกระทบปานกลางเนื่องจากปริมาณจราจรบนทางด่วนจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าจำนวนผู้โดยสาร MRT ซึ่งรายได้จากธุรกิจทางด่วนคิดเป็น 60% ของรายได้รวม

 

สำหรับ BTSGIF จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดเนื่องจากรายได้หลักมาจากการดำเนินงานระบบรถไฟฟ้า ซึ่งได้รับผลกระทบทางตรงจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่นี้

The post การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จะฉุดรั้งการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มขนส่งทางบก appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM เผยตัวเลข Traffic เดือน พ.ย. ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 https://thestandard.co/bem-revealed-traffic-numbers-in-november/ Thu, 17 Dec 2020 10:38:30 +0000 https://thestandard.co/?p=432679 BEM เผยตัวเลข Traffic เดือน พ.ย. ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19

เกิดอะไรขึ้น: วันที่ 9 ธันวาคม 2563 บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ […]

The post BEM เผยตัวเลข Traffic เดือน พ.ย. ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
BEM เผยตัวเลข Traffic เดือน พ.ย. ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19

เกิดอะไรขึ้น:

วันที่ 9 ธันวาคม 2563 บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ได้รายงานจำนวนปริมาณจราจรบนทางด่วนเดือนพฤศจิกายน ที่ 1.16 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 2.5%MoM แต่ลดลง 7.9%YoY ทำให้ปริมาณจราจรบนทางด่วนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี (YTD) อยู่ที่ 1.04 ล้านเที่ยวต่อวัน ลดลง 15.9%YoY โดยปริมาณจราจรบนทางด่วนวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 92% ของระดับก่อนโควิด-19

 

ขณะที่จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT เดือนพฤศจิกายน อยู่ที่ระดับ 3.12 แสนเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.09%MoM แต่ยังลดลง 24.5%YoY ทำให้จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT เฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี (YTD) อยู่ที่ 2.6 แสนเที่ยวต่อวัน ลดลง 22.3%YoY โดยจำนวนผู้โดยสาร MRT ในวันธรรมดาอยู่ที่ระดับ 80% ของระดับก่อนโควิด-19 และในวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 70% ของระดับก่อนโควิด-19 

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านราคาหุ้น BEM ไม่เคลื่อนไหวมากนัก โดยปรับตัวขึ้นเพียง 0.6%MoM สู่ระดับ 9.10 บาท ซึ่ง Underperform SET Index ที่ปรับตัวขึ้น 10.5%MoM สู่ระดับ 1,491.75 จุด (ข้อมูลราคาล่าสุด ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2563 เวลา 12.30 น.)

 

มุมมองระยะสั้น:

การฟื้นตัวของตัวเลขปริมาณจราจรบนทางด่วน และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าของ BEM ใน 11M63 ค่อนข้างช้ากว่าที่ SCBS คาดการณ์ไว้ จึงทำให้ SCBS ปรับประมาณการปริมาณจราจรบนทางด่วนปี 2563 ลงสู่ระดับ 1.05 ล้านเที่ยวต่อวัน จากคาดการณ์เดิมที่ 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน และปรับประมาณการจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าปี 2563 ลงสู่ระดับ 2.73 แสนเที่ยวต่อวัน จากคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2.79 แสนเที่ยวต่อวัน 

 

ดังนั้น SCBS จึงเชื่อว่าการฟื้นตัวของตัวเลขดังกล่าวจะไม่สร้างความตื่นเต้นต่อราคาหุ้น BEM มากนัก สำหรับแนวโน้มกำไร 4Q63 SCBS คาดว่าจะทรงตัว QoQ ถึงแม้ปริมาณจราจรบนทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้าจะฟื้นตัว QoQ แต่ BEM จะไม่มีรายได้จากเงินปันผลใน 4Q63 หากเทียบ YoY กำไร 4Q63 ของ BEM มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากค่าตัดจำหน่ายที่ลดลง หลังได้รับอนุมัติให้ขยายสัมปทานทางด่วนในเดือนกุมภาพันธ์ 2563

 

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะสั้น คือคำตัดสินของศาลปกครองเกี่ยวกับคดีแก้ไขเกณฑ์ประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ถ้าศาลปกครองไม่รับฟ้องคดีนี้ SCBS เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาต่อหุ้น BEM เนื่องจาก BEM จะมีโอกาสชนะสูงขึ้นภายใต้เกณฑ์การประมูลใหม่ แต่ถ้าศาลปกครองรับฟ้องคดีนี้ จะทำให้การประมูลโครงการนี้ค้างคาต่อไป

 

มุมมองระยะยาว:

SCBS เชื่อว่าปริมาณจราจรบนทางด่วนในปี 2564 ของ BEM จะยังไม่ฟื้นตัวสู่ระดับก่อนโควิด-19 เนื่องจากจะต้องมีการเปิดการเดินทางระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบก่อน โดยเฉพาะ Sector D ซึ่งคิดเป็นประมาณ 15% ของปริมาณจราจรบนทางด่วนทั้งหมด และเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ 

 

โดย SCBS คาดว่าจะมีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบใน 2H64 ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนให้ปริมาณจราจรบนทางบนทางด่วนตลอดปี 2564 ฟื้นตัวสู่ระดับก่อนโควิด-19 แต่สำหรับจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าในปี 2564 จะสามารถฟื้นตัวได้สูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 เนื่องจากมีการเปิดสถานีส่วนต่อขยายสำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มในปีนี้

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post BEM เผยตัวเลข Traffic เดือน พ.ย. ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘หุ้นไทย’ ดิ่งหนัก 23 จุด นักลงทุนเทขาย ‘BTS-BEM’ https://thestandard.co/set-plummet-after-investos-sell-bts-bem/ Mon, 19 Oct 2020 04:49:40 +0000 https://thestandard.co/?p=409505 ตลาดหุ้นดิ่ง เช้านี้ SET BTS BEM

หุ้นไทย เปิดตลาดดิ่งกว่า 23 จุด กังวลสถานการณ์การเมือง […]

The post ‘หุ้นไทย’ ดิ่งหนัก 23 จุด นักลงทุนเทขาย ‘BTS-BEM’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตลาดหุ้นดิ่ง เช้านี้ SET BTS BEM

หุ้นไทย เปิดตลาดดิ่งกว่า 23 จุด กังวลสถานการณ์การเมือง โดยหุ้น ‘BTS-BEM’ ปรับลดลงเฉียด 4% นักวิเคราะห์แนะนำ ‘ถือ’ ระยะสั้นยังมีปัจจัยกดดัน

 

ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) เช้าวันนี้ (19 ตุลาคม) เปิดตลาดลดลงทันทีราว 10 จุด จากประเด็นความกังวลทางการเมือง ล่าสุด ณ เวลา 10.50 น. SET ยังคงไหลลงต่อเนื่องกว่า 23 จุด มาเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,210 จุด

 

หุ้น บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)​ หรือ BTS และ หุ้น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประกาศปิดเดินรถชั่วคราวในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา จากการชุมนุมประท้วง

 

โดยหุ้น BTS ล่าสุด ณ เวลา 10.50 น. ราคาเคลื่อนไหวที่ระดับ 9.00 บาท ลดลง 0.35 บาท หรือ 3.75% ส่วน BEM เคลื่อนไหวที่ระดับ 8.20 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 3.53%

 

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ​เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)​ ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวเป็นความเชื่อมั่นเชิงลบต่อราคาหุ้น BTS และ BEM ซึ่งคาดว่าผลกระทบยังไม่มาก เนื่องจากการประกาศปิดในช่วงที่ผ่านมาเป็นการปิดแค่ช่วงเวลา และในบางวันปิดแค่บางสถานีในช่วงวันหยุดซึ่งมีการใช้รถไฟฟ้าไม่มาก

 

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมประท้วงมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและอาจกระจายไปเป็นวงกว้าง (หลายจุด) ซึ่งอาจส่งผลให้รัฐบาลมีคำสั่งตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ให้ BTS และ BEM ประกาศปิดให้บริการรถไฟฟ้าทุกสถานีชั่วคราวในช่วงบ่ายถึงค่ำ ดังนั้น อาจส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิของ BTS และ BEM มากขึ้น 

 

โดยฝ่ายวิจัย บล.เคทีบี ประเมินกรณีบริษัทประกาศปิดรถไฟฟ้าทุกสถานีชั่วคราวทุกๆ 1 วัน (ปิดทั้งวัน) จะกระทบประมาณการกำไรสุทธิของทั้งสองบริษัทใกล้เคียงกันที่ราว -0.5% ถึง -0.6%

 

สำหรับกลุ่ม Ground Transport เรายังคงคำแนะนำ ‘Neutral’ แต่ระยะสั้นราคาหุ้น BTS และ BEM มีโอกาส Underperform SET จากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล 

 

The post ‘หุ้นไทย’ ดิ่งหนัก 23 จุด นักลงทุนเทขาย ‘BTS-BEM’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรีวิว BEM แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/63 หดตัวแรง ก่อนจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ https://thestandard.co/market-focus-bem-8/ Fri, 24 Jul 2020 11:11:08 +0000 https://thestandard.co/?p=383102

เกิดอะไรขึ้น: SCBS ได้ทำพรีวิวผลประกอบการไตรมาส 2/63 ขอ […]

The post พรีวิว BEM แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/63 หดตัวแรง ก่อนจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดอะไรขึ้น:

SCBS ได้ทำพรีวิวผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของ บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ซึ่งคาดว่าจะประกาศวันที่ 13 สิงหาคม 2563 โดย BEM หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศ ทำให้ประชาชนเลี่ยงการเดินทางออกจากบ้าน โดยเฉพาะในเดือนเมษายน

 

กระทบอย่างไร:

นับตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/63 จนถึงวันนี้ (24 กรกฎาคม) ราคาหุ้น BEM ฟื้นตัว 15.48% สู่ระดับ 8.95 บาท จากความหวังต่อทิศทางผลประกอบการที่จะฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปี หลังจากรัฐบาลเริ่มผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เบาบางลง

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS คาดว่า BEM จะรายงานกำไรปกติจำนวน 100 ล้านบาท ลดลง 80.2%QoQ และลดลง 85.7%YoY โดยได้รับปัจจัยกดดันจากปริมาณการจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ไตรมาส 2/63 ที่ลดลง เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ในเดือนเมษายน โดยรายได้จากธุรกิจทางด่วนอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท ลดลง 30.9%QoQ และลดลง 37%YoY ด้านรายได้จากธุรกิจรถไฟฟ้าจะลดลง 36.1%QoQ และลดลง 28.9%YoY สู่ระดับ 826 ล้านบาท นอกจากนี้ BEM มีรายได้เงินปันผลจาก บมจ. ทีทีดับบลิว (TTW) จำนวน 220 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ BEM สามารถมีกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

 

มุมมองระยะยาว:

สำหรับแนวโน้มกำไรปี 2563 SCBS คาดว่า จะยังคงหดตัว 1.9%YoY สู่ระดับ 2.5 พันล้านบาท จากผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์ในไตรมาส 2/63 แต่จะเห็นโมเมนตัมการฟื้นตัวของธุรกิจทางด่วนในช่วงที่เหลือของปีนี้ เนื่องจากคนกรุงเทพฯ หลีกเลี่ยงการเดินทางโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะ สำหรับรถไฟฟ้า MRT เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นของจำนวนผู้โดยสารตั้งเดือนต้นเดือนกรกฎาคม ใกล้เคียงกับระดับก่อนโควิด-19 (ปี 2562) หลังจากที่หลายบริษัทอนุญาตให้พนักงานกลับเข้าทำงานที่สำนักงานมากขึ้น

 

ทั้งนี้ ต้องติดตามการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกและรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งหาก BEM ชนะการประมูลครั้งนี้ จะเป็นปัจจัยหนุนต่อผลประกอบการได้ในระยะยาว

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post พรีวิว BEM แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/63 หดตัวแรง ก่อนจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>