บริจาคเลือด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บริจาคเลือด/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 27 Nov 2025 08:48:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค https://thestandard.co/southern-flood-blood-shortage/ Thu, 27 Nov 2025 08:48:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1148568 วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) รศ. พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนว […]

The post วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) รศ. พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 จังหวัดสงขลา และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนโรงพยาบาลอีก 135 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ไม่สามารถออกหน่วยไปรับบริจาคโลหิตยังพื้นที่ต่างๆ ได้

 

เนื่องมาจากเกิดสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ หลายพื้นที่มีระดับน้ำท่วมขึ้นสูงเป็นบริเวณกว้าง และยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 3 แห่งในพื้นที่ภาคใต้เป็นไปด้วยความยากลำบาก โลหิตที่ได้รับบริจาคลดลง

 

จึงไม่มีโลหิตสำรองคงคลัง ส่งกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยผ่าตัด ผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องได้รับโลหิตในการรักษาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลบางแห่งจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวในโรงพยาบาลใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียง

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนคนไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ‘รวมพลังน้ำใจคนไทยให้โลหิต พ้นวิกฤตมหาอุทกภัยภาคใต้’ เพื่อส่งต่อโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้

 

สามารถบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยได้ที่

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 11 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ ลพบุรี, ชลบุรี, ราชบุรี, นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, นครสวรรค์, พิษณุโลก, เชียงใหม่, นครศรีธรรมราช และภูเก็ต

The post วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ เลือดสำรองขาดแคลน กระทบผู้ป่วย 135 รพ. สภากาชาดไทยขอคนไทยร่วมบริจาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานทูตออสเตรเลีย และภาคีพันธมิตร รณรงค์บริจาคโลหิต เสริมคลังเลือดสำรองขาดแคลน https://thestandard.co/australian-embassy-blood-donation-drive/ Thu, 02 Oct 2025 10:33:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1125743

สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย พร้อมด้วย วัน […]

The post สถานทูตออสเตรเลีย และภาคีพันธมิตร รณรงค์บริจาคโลหิต เสริมคลังเลือดสำรองขาดแคลน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย พร้อมด้วย วัน แบงค็อก สภากาชาดไทย สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น และสมาคมฝรั่งเศส ร่วมกันจัดกิจกรรม ‘Together We Give – Blood Donation’ เมื่อวานนี้ (1 ตุลาคม) เพื่อช่วยเสริมคลังเลือดสำรองของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

 

กิจกรรมครั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนร่วมบริจาคโลหิตมากกว่า 200 คน โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศในพื้นที่ นักการทูต และผู้ที่มาเดินช้อปปิ้ง กลุ่มผู้ส่งออกส้มแมนดารินจากรัฐควีนส์แลนด์ได้สนับสนุนส้มสดคุณภาพดีจากออสเตรเลียให้แก่ผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิตทุกท่าน

 

จอห์น ฟรานซิส ที่ปรึกษารับผิดชอบงานด้านการพัฒนา สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยกล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้มีคุณค่าต่อชุมชน เพราะการถ่ายเลือดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้คนทุกกลุ่ม ทุกวัน ทุกเวลา ตลอดทั้งปี

 

เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับ วัน แบงค็อก และภาคีในชุมชนของเราในภารกิจช่วยชีวิตนี้ และขอขอบคุณกลุ่มผู้ส่งออกส้มแมนดารินจากรัฐควีนส์แลนด์สำหรับการสนับสนุนอย่างใจกว้าง”

 

พร้อมทั้งแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีและธาตุเหล็กสูง ทั้งก่อนและหลังการบริจาคโลหิต โลหิตหนึ่งยูนิตสามารถช่วยชีวิตได้ถึงสามชีวิต เนื่องจากจะถูกแยกออกเป็นเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และพลาสมา เพื่อจัดเก็บและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ

 

จากสถิติมีเพียงร้อยละ 2.84 ของประชากรไทยที่ร่วมบริจาคโลหิต ท่านสามารถค้นหาศูนย์รับบริจาคโลหิตใกล้บ้านได้ที่เว็บไซต์ของสภากาชาดไทย
(https://thaibloodcentre.redcross.or.th/)

The post สถานทูตออสเตรเลีย และภาคีพันธมิตร รณรงค์บริจาคโลหิต เสริมคลังเลือดสำรองขาดแคลน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้อสังเกต คดีสภากาชาด ชนะวลพ. ปมบริจาคเลือด นโยบายโลหิตไทยสวนกระแสโลก? https://thestandard.co/key-messages-thai-red-cross-blood-case/ Sat, 27 Sep 2025 08:13:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1123754

สรุปคำตัดสิน   เมื่อวันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 25 […]

The post ข้อสังเกต คดีสภากาชาด ชนะวลพ. ปมบริจาคเลือด นโยบายโลหิตไทยสวนกระแสโลก? appeared first on THE STANDARD.

]]>

สรุปคำตัดสิน

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่เพิ่งผ่านมา ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาตัดสินคดีระหว่างสภากาชาดไทยกับคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (คำพิพากษาศาลปกครองกลางที่ 1961/2568) ให้สภากาชาดไทยเป็นฝ่ายชนะคดี ที่ปัญหาข้อพิพาทเกิดจากคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ หรือ ‘วลพ.’ สั่งให้สภากาชาดไทยต้องปรับเปลี่ยนนโยบายการรับบริจาคเลือดใหม่ คำสั่งของ วลพ. มีสาระสำคัญ คือ ให้สภากาชาดไทยปรับนโยบายการรับบริจาคเลือดจากที่กำหนดความเสี่ยงตามเพศหรือเพศสภาพมาเป็นการพิจารณาจากพฤติกรรมเสี่ยง และให้ประชาสัมพันธ์นโยบายการรับบริจาคเลือดจากทุกเพศด้วย

 

แม้ในคดีดังกล่าว ศาลปกครองกลางจะกล่าวว่า สภากาชาดไทยละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เนื่องจากสภากาชาดออกบัตรให้แก่ผู้บริจาคโลหิตซึ่งเป็น LGBTQ+ ที่เป็นต้นเรื่องไปร้องเรียนต่อ วลพ. ว่าบัตรดังกล่าวมีนัยตัดสิทธิบริจาคโลหิตเป็นการถาวรตลอดชีวิต แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในคำพิพากษา เพราะประเด็นใหญ่ของคำตัดสินคือปัญหาเกี่ยวกับนโยบายการรับบริจาคเลือดของสภากาชาดไทยที่ปฏิเสธการรับเลือดของกลุ่ม MSM (Men Who Have Sex With Men) อันนำไปสู่การร้องเรียนต่อ วลพ. และ วลพ. มีคำสั่งให้สภากาชาดไทยต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย แต่ท้ายที่สุด ในศาลปกครองกลางซึ่งเป็นศาลชั้นต้นของคดีปกครอง สภากาชาดไทยเป็นผู้ชนะคดี

 

คดีนี้ วลพ. ยังคงมีสิทธิพิจารณาว่าจะอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ต่อไป

 

ส่วนที่ วลพ. แพ้สภากาชาดไทยในประเด็นไม่ให้โอกาสสภากาชาดไทยได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสโต้แย้งแสดงพยานหลักฐานนั้น ผู้เขียนจะไม่ขออภิปรายในที่นี้ เพราะต้องการนำเสนอในประเด็นนโยบายเกี่ยวกับการรับบริจาคเลือดเป็นสำคัญ

 

HIV MSM การปฏิเสธเลือด และความเปลี่ยนแปลง

 

HIV เริ่มระบาดและเป็นวิกฤตในระดับโลกช่วงยุค 1980s โดยที่เลือดกับ HIV เป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน เนื่องจาก HIV สามารถติดต่อแพร่ทางเลือดได้ ปัญหาที่สร้างความปั่นป่วนให้กับวงการสาธารณสุขที่อื้ออึงระดับโลก คือ การติดเชื้อ HIV ของผู้ป่วยที่รับเลือดจำนวนหลักพันรายที่มีการปนเปื้อนของเชื้อในประเทศญี่ปุ่นช่วงยุค 1980s ซึ่งหากย้อนนับจากปัจจุบันก็หลายสิบปีแล้ว

 

ความรู้สึกหวาดกลัวและความระมัดระวังการปนเปื้อนของเชื้อ HIV ในเลือดยังคงมีอยู่ถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องเลือดถูกผูกโยงกับกลุ่ม ‘ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย’ หรือ MSM ตั้งแต่ช่วงต้นของวิกฤติการระบาดของ HIV เนื่องจากการค้นพบตั้งแต่ระยะแรกของการระบาดว่า ผู้ติดเชื้อ HIV มักอยู่ในกลุ่มชายที่เป็น LGBTQ+ ปรากฏการณ์ที่เห็นตามมาคือ นโยบายเกี่ยวกับการรับบริจาคเลือดของหลายประเทศในอดีตเริ่มต้นจากการปฏิเสธเลือดที่บริจาคโดยผู้ชายซึ่งเป็น MSM โดยไม่ได้พิจารณาถึงพฤติกรรมเสี่ยงของบุคคลแต่ละราย

 

ถึงกระนั้น วิธีคิดที่เริ่มต้นจากการปฏิเสธเลือดของ MSM อย่างสิ้นเชิงและตลอดชีวิตของผู้เป็น MSM ก็ยังคงอยู่ในหลายประเทศจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ไทย จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน

 

แต่เรื่องนี้ในระดับสากลมีความเปลี่ยนแปลง ภายหลังที่นโยบายการปฏิเสธเลือดจากกลุ่ม MSM เป็นหลักเกิดขึ้น ต่อมาเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวถูกมองว่าเป็นระบบคำถามคัดกรองที่อาศัยการกำหนดด้วย ‘กลุ่มลักษณะทางเพศ’ (based on gender) ของผู้คน โดยละเลยต่อเรื่อง ‘พฤติกรรมเสี่ยงแต่ละราย’ หรือ individual risk

 

ความเปลี่ยนแปลงเริ่มขึ้นและมี 2 รูปแบบ ได้แก่

 

  • การกำหนดเวลาทอดออกไป (deferral) สำหรับการบริจาคโลหิตของ MSM และ

 

  • การคำนึงถึงพฤติกรรมเสี่ยงแต่ละราย (individual risk)

 

หลังจากที่นโยบายการปฏิเสธเลือดจาก MSM แบบตลอดชีวิต (lifetime ban) สร้างปัญหาวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในระยะหลัง เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ศักยภาพในการตรวจพิสูจน์การปนเปื้อนของเชื้อที่เพิ่มขึ้น และหลักสิทธิมนุษยชนที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม จึงทำให้ในระยะหลังได้มีการเปลี่ยนนโยบายเป็นการกำหนดเวลาทอดออกไป (deferral) เช่น 12 เดือน 6 เดือน หรือ 3 เดือนนับจากวันที่มีกิจกรรมทางเพศของ MSM ถึงจะบริจาคได้

 

อย่างไรก็ตาม การกำหนดเวลาทอดออกไปแม้เพียงชั่วคราว (temporary deferral) ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปอีก เพราะไม่ได้คำนึงถึง ‘พฤติกรรมเสี่ยงแต่ละราย’ (individual risk) อย่างแท้จริง หากแต่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้มีอัตลักษณ์ทางเพศที่เป็น MSM แบบ ‘เหมารวม’

 

ปัจจุบันพบว่า ทิศทางล่าสุดของโลกเกี่ยวกับการบริจาคเลือดไปในทิศทางที่มีเป้าหมายอยู่ที่การพิจารณาโดยคำนึงถึงพฤติกรรมเสี่ยงแต่ละราย ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย เพศหญิง หรือมีอัตลักษณ์ทางเพศแบบใด ก็ให้พิจารณาจากความเสี่ยงของแต่ละบุคคลซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมหรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ HIV ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อลดอคติทางเพศหรือยกเลิกการตีตราเหมารวมกลุ่มบุคคลโดยไม่เป็นธรรม และมุ่งเน้นการพิจารณาจากความเสี่ยงเป็นสำคัญ

 

ประเทศอังกฤษเป็นตัวอย่างสำคัญที่ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ เนื่องจากเป็นประเทศที่เริ่มต้นจากการปฏิเสธเลือดจาก MSM แบบตลอดชีวิต แล้วเปลี่ยนในปี 2017 กำหนดเวลาทอดออกไป 3 เดือนถึงจะยอมให้ MSM บริจาคเลือดได้ จนล่าสุดเมื่อปี 2021 ประเทศอังกฤษได้ยกเลิกการห้ามรับเลือดจาก MSM มาเป็นการพิจารณาจากพฤติกรรมเสี่ยงแต่ละราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นทิศทางที่มีความเป็นกลางทางเพศ (gender-neutral) เนื่องจากทุกเพศล้วนอาจมีความเสี่ยงได้ด้วยกันทั้งสิ้น

 

หลายประเทศก็เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับอังกฤษ เช่น ฝรั่งเศสในปี 2022 เยอรมนีในปี 2023 หรืออเมริกาที่เห็นทิศทางนี้ตั้งแต่ปี 2023 ปีเดียวกับเยอรมนี ที่น่าสนใจคือ สภากาชาดอเมริกัน (American Red Cross) ก็ยืนยันที่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายไปในทิศทางดังกล่าว ซึ่งดูจะแตกต่างจากสภากาชาดไทย

 

แม้กระทั่งแคนาดาก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่ผู้เขียนพบในคำพิพากษาว่า สภากาชาดไทยกล่าวอ้างคำตัดสินศาลสูงออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ที่เคยปฏิเสธการบริจาคเลือดของ MSM ว่ากระทำได้ แต่ผู้เขียนขอเรียนว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ครบถ้วนถูกต้องแท้จริงตามที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน เนื่องจากคำตัดสินศาลสูงออนตาริโอ (Ontario Superior Court) ซึ่งตัดสินคดีระหว่าง Freeman vs. Canadian Blood Services (CBS) and the Attorney-General มีผลคดีเป็นไปตามที่สภากาชาดไทยได้อ้าง แต่คดีนี้ตัดสินเมื่อปี 2010 หรือประมาณ 15 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน Canadian Blood Services (CBS) หรืออาจจะเรียกได้ว่าศูนย์บริการโลหิตแคนาดาได้เปลี่ยนนโยบายจากการพิจารณาเจาะจงจากเพศสภาพมาเป็นการพิจารณาจากพฤติกรรมความเสี่ยงทางเพศแทนตั้งแต่ปี 2022 เป็นที่เรียบร้อย

 

บทส่งท้าย

 

แม้สภากาชาดไทยจะไม่ใช่หน่วยงานของรัฐในระบบกฎหมายไทยด้วยเหตุที่ไม่มีกฎหมายกำหนดสถานะให้เป็นหน่วยงานของรัฐก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การดำเนินการในฐานะองค์การสาธารณกุศลอย่างสภากาชาดไทยเกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุขของรัฐและผู้คนอย่างกว้างขวาง เพราะรับหน้าที่ดูแลกิจการด้านเลือดในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาวะการสู้รบในทางระหว่างประเทศที่เป็นจุดกำเนิดของสภากาชาดไทยนั้นได้ยุติลงไปนานมากแล้ว แต่ประเทศไทยก็มิได้มองถึงการกำหนดให้มีหน่วยงานของรัฐซึ่งจะทำหน้าที่เกี่ยวกับเลือดไว้เป็นเอกเทศ หรือปรับสถานะให้สภากาชาดไทยเป็นส่วนหนึ่งในฐานะหน่วยงานของรัฐ ซึ่งในบางประเทศบทบาทนี้ไม่ได้อยู่ที่สภากาชาด แต่อยู่ที่หน่วยงานของรัฐโดยตรง

 

ข้อบ่งชี้สำคัญเกี่ยวกับการกำหนดบทบาทดังกล่าวในประเทศไทย คือ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2508 ที่เห็นชอบโครงการจัดตั้งศูนย์บริการโลหิตสภากาชาดไทยตามที่กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ณ ขณะนั้นเสนอ (กระทรวงนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ และถูกยุบในปี พ.ศ. 2515) โดย “มอบให้” สภากาชาดไทยรับไปดำเนินการ

 

นอกจากนั้น แม้สภากาชาดไทยจะไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ก็มีฐานะเป็น ‘หน่วยรับงบประมาณ’ ที่ได้รับเงินแผ่นดินจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีไปเพื่อการดำเนินงาน อย่างปีล่าสุด พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ก็ให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายของสภากาชาดไทยไว้เป็นจำนวนเก้าพันสามร้อยกว่าล้านบาท (โปรดดูในราชกิจจานุเบกษา หน้า 712 ที่ระบุตัวเลขไว้ 9,375,278,100 บาท) ซึ่งหลายหน่วยงานของรัฐยังไม่ได้รับงบประมาณที่ตั้งให้เท่านี้

 

นโยบายเกี่ยวกับการปฏิเสธเลือดของ MSM ในประเทศไทยและการดำเนินการของสภากาชาดไทย ควรมีการพิจารณาทบทวน ตราบใดที่คำถามในระบบคัดกรองยังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้บุคคลบริจาคเลือด ดังนั้น จึงควรคำนึงถึงการไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่ธรรมที่เกิดขึ้นจากการเหมารวมกลุ่มบุคคล โดยมองข้ามพฤติกรรมความเสี่ยงของบุคคลแต่ละราย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีเพศสภาพใด ข้อคำนึงนี้เป็นเรื่องที่ต้องตระหนักว่า เป็นทิศทางใหม่ของกระแสโลกที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งช่วยส่งเสริมความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV และเพื่อความปลอดภัยในเลือดที่ได้รับบริจาคจากคนทุกเพศสภาพอย่างแท้จริง

 

อย่างน้อย รัฐสภาในฐานะผู้จัดสรรเงินแผ่นดินให้สภากาชาดไทยผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นจำนวนมหาศาล กับรัฐบาลในฐานะผู้รับผิดชอบต่อการสาธารณสุข และเป็นผู้มอบหมายให้ภารกิจด้านเลือดระดับชาติอยู่กับสภากาชาดไทยตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2508 ก็ควรไม่เพิกเฉยต่อประเด็นนี้

The post ข้อสังเกต คดีสภากาชาด ชนะวลพ. ปมบริจาคเลือด นโยบายโลหิตไทยสวนกระแสโลก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฮาโลวีนนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติชวนคนสุขภาพดีแต่งผีมาให้เลือด https://thestandard.co/dressed-up-as-a-ghost-and-donated-blood/ Sun, 27 Oct 2024 06:50:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1000627

วันนี้ (27 ตุลาคม) รศ. พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยกา […]

The post ฮาโลวีนนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติชวนคนสุขภาพดีแต่งผีมาให้เลือด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 ตุลาคม) รศ. พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า วันฮาโลวีนเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นวันปล่อยผี ซึ่งประเทศทางตะวันตกจะจัดงานเฉลิมฉลองในคืนวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี

 

เพื่อตอบรับกับกระแสสังคม และเป็นกิจกรรมให้ประชาชนได้ใช้โอกาสในเทศกาลวันสำคัญต่างๆ ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้วยการบริจาคโลหิตเป็นประจำทุก 3 เดือน ในปีนี้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมนักศึกษาเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมฉลองวันปล่อยผีเทศกาลฮาโลวีน ชวนคนสุขภาพดีแต่งแฟนซีแบบผีๆ มาบริจาคโลหิต เพื่อลดปัญหาโลหิตขาดแคลน

 

โดยปรับสถานที่สร้างบรรยากาศแบบผีๆ รับกลิ่นอายของเทศกาลตะวันตก ภายในงานพบกับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่แต่งแฟนซีผีนานาชาติ สร้างสีสัน และความประทับใจให้แก่ผู้บริจาคโลหิต

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติเชิญชวนประชาชนมาร่วมสนุกกับเทศกาลฮาโลวีน ถ่ายรูปแต่งกายแฟนตาซี เช็กอินบรรยากาศหลอนๆ โพสต์ภาพผ่าน Social Media พร้อมติดแฮชแท็ก #ฮาโลวีนหนีผีมาให้เลือด เพื่อเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและประชาชนทั่วไปร่วมสร้างกระแสการบริจาคโลหิตในเทศกาลฮาโลวีน โดยผู้ที่มาบริจาคโลหิตในวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม จะได้รับเสื้อยืด ‘Halloween 2024’ เป็นที่ระลึก

 

บริจาคโลหิตเพื่อรับเสื้อยืดที่ระลึกวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ได้ที่

 

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เวลา 07.30-19.30 น.
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 14 แห่งทั่วประเทศ ดังนี้
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 2 จ.ลพบุรี เวลา 08.30-19.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 จ.ชลบุรี เวลา 08.30-19.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 4 จ.ราชบุรี เวลา 08.30-19.30 น.
    • สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เวลา 08.30-16.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 จ.นครราชสีมา เวลา 08.30-16.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 6 จ.ขอนแก่น เวลา 08.30-16.30 น.
    • งานบริการโลหิต จังหวัดอุดรธานี เวลา 08.30-16.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 7 จ.อุบลราชธานี เวลา 08.30-19.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 8 จ.นครสวรรค์ เวลา 08.30-19.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 9 จ.พิษณุโลก เวลา 08.30-19.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จ.เชียงใหม่ เวลา 08.30-19.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 11 จ.นครศรีธรรมราช เวลา 08.30-19.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 12 จังหวัดสงขลา เวลา 08.30-19.30 น.
    • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดภูเก็ต เวลา 08.30-19.30 น.
  • โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ชั้น 1 อาคารพลังใจ เวลา 08.30-15.30 น.

The post ฮาโลวีนนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติชวนคนสุขภาพดีแต่งผีมาให้เลือด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมไทยสร้างชาติ จัดกิจกรรม ‘เลือดรวมไทย’ ถวายในหลวง นำคนไทยร่วมบริจาคโลหิต ส่งต่อสภากาชาดไทย https://thestandard.co/utnp-blood-donation-event/ Wed, 24 Jul 2024 00:19:39 +0000 https://thestandard.co/?p=961898

วานนี้ (23 กรกฎาคม) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวม […]

The post รวมไทยสร้างชาติ จัดกิจกรรม ‘เลือดรวมไทย’ ถวายในหลวง นำคนไทยร่วมบริจาคโลหิต ส่งต่อสภากาชาดไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (23 กรกฎาคม) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย วิทยา แก้วภราดัย สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, พ.อ. เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, ชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, ถาวร เสนเนียม หัวหน้าสถานียุติธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ, รัดเกล้า สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ, ร.ต.อ. หญิงอัยรดา บำรุงรักษ์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึงอดีตผู้สมัคร สส. และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมโครงการ ‘เลือดรวมไทย’ ถวายในหลวง

 

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า “โครงการ ‘เลือดรวมไทย’ ถวายในหลวง ที่จัดขึ้นโดยพรรครวมไทยสร้างชาติในวันนี้ เป้าหมายหลักของเราคือถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

ขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม และการช่วยเหลือแบ่งปันให้กับผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน รวมถึงการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย ที่มีความรัก ความสามัคคี ที่เป็นพื้นฐานอันดีภายในจิตใจของคนไทย สมกับที่มีเลือดเดียวกัน ‘เลือดรวมไทย’ ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ ซึ่งผมถือว่าเป็นกุศลและการให้ที่ยิ่งใหญ่ครับ

 

สำหรับกิจกรรมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ ได้ส่งมอบให้กับสภากาชาดไทยเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยในการรักษาพยาบาล รวมถึงนำไปช่วยเหลือทหาร ตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

The post รวมไทยสร้างชาติ จัดกิจกรรม ‘เลือดรวมไทย’ ถวายในหลวง นำคนไทยร่วมบริจาคโลหิต ส่งต่อสภากาชาดไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กาชาดชวนใส่เสื้อฮาวายบริจาคเลือด 9-16 เม.ย. นี้ พร้อมรับมือช่วงหยุดยาวสงกรานต์ https://thestandard.co/red-cross-songkran-blood-donation/ Sat, 06 Apr 2024 08:49:19 +0000 https://thestandard.co/?p=920307 บริจาคเลือด ช่วงสงกรานต์

วันนี้ (6 เมษายน) รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศ […]

The post กาชาดชวนใส่เสื้อฮาวายบริจาคเลือด 9-16 เม.ย. นี้ พร้อมรับมือช่วงหยุดยาวสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บริจาคเลือด ช่วงสงกรานต์

วันนี้ (6 เมษายน) รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ของทุกปีถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่มีการเดินทางกลับภูมิลำเนาและร่วมกิจกรรมตามประเพณีกับครอบครัว ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดน้อยลง แต่ความต้องการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์กลับสูงขึ้น และมากกว่าช่วงปกติถึงร้อยละ 40 เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

 

สอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2566 พบว่าอุบัติเหตุสะสมที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 9-16 เมษายน 2566 จำนวน 2,203 ครั้ง บาดเจ็บ 2,208 ราย และเสียชีวิต 264 ราย ซึ่งเป็นที่มาของความต้องการโลหิตอย่างเร่งด่วนและจำนวนมาก โรงพยาบาลต่างๆ จึงต้องเตรียมแผนการสำรองโลหิต เพื่อให้สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

 

ในการนี้จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต ในโครงการ ‘แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต’ ระหว่างวันที่ 9-16 เมษายน 2567 พิเศษ สำหรับผู้บริจาคโลหิตในโครงการฯ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ในกรุงเทพฯ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ จะได้รับเสื้อยืดสุดเท่ ‘BLOOD DONATION Give Blood Save Life’ แทนคำขอบคุณ

 

นอกจากนี้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติได้จัดกิจกรรมให้ผู้บริจาคโลหิตได้ร่วมสนุก และเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเอง ดังนี้

 

  • กิจกรรมสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล และสืบสานประเพณีไทยตลอดทั้ง 8 วัน ในช่วงระยะเวลาของโครงการฯ
  • กิจกรรม Show & Share เชิญชวนผู้บริจาคโลหิตสวมเสื้อลายดอก โพสต์ข้อความผ่าน Social Media เชิญชวนคนไทยบริจาคโลหิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมติดแฮชแท็ก #ใส่ลายดอกให้โลหิต

 

โดยบริจาคโลหิตในโครงการฯ ได้ที่:

 

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
  • หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้แก่ สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม (บางแค), เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค,สาขาบางกะปิ, สาขางามวงศ์วาน และสาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ ลพบุรี, ชลบุรี, ราชบุรี, นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, นครสวรรค์, พิษณุโลก, เชียงใหม่, นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง), สงขลา และภูเก็ต

 

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร. 0 2256 4300 หรือ 0 2263 9600-99 ต่อ 1760 หรือ 1761

The post กาชาดชวนใส่เสื้อฮาวายบริจาคเลือด 9-16 เม.ย. นี้ พร้อมรับมือช่วงหยุดยาวสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVID-19 Fact: ผู้ที่รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว สามารถบริจาคเลือดได้ปกติ https://thestandard.co/covid-19-fact-vaccined-covid-a19-people-can-donate-blood/ Fri, 23 Apr 2021 08:12:19 +0000 https://thestandard.co/?p=479200 COVID-19 Fact: ผู้ที่รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว สามารถบริจาคเลือดได้ปกติ

ช่วงนี้คลังเลือดของสภากาชาดขาดแคลนหนัก และต้องการการรับ […]

The post COVID-19 Fact: ผู้ที่รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว สามารถบริจาคเลือดได้ปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVID-19 Fact: ผู้ที่รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว สามารถบริจาคเลือดได้ปกติ

ช่วงนี้คลังเลือดของสภากาชาดขาดแคลนหนัก และต้องการการรับบริจาคเป็นจำนวนมาก หลายคนประสงค์ที่จะบริจาค แต่ไม่มั่นใจว่าตนเองบริจาคได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 โดสแรกแล้ว ประเด็นนี้ทางสภากาชาดชี้แจงว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 สามารถบริจาคเลือดได้ โดยมีเงื่อนไขว่า

 

  • กรณีฉีดวัคซีน Sinovac ต้องเว้น 1 สัปดาห์ จึงบริจาคได้
  • กรณีฉีด AstraZeneca หรือ Johnson & Johnson ต้องเว้น 4 สัปดาห์ จึงบริจาคได้
  • กรณีผู้มีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ต้องเข้ารับการรักษาให้หายก่อน และจากนั้นจึงเว้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ถึงบริจาคได้

 

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง: 

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

The post COVID-19 Fact: ผู้ที่รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว สามารถบริจาคเลือดได้ปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โควิด-19 ระลอก เม.ย. ทำสภากาชาดขาดเลือดหนัก ชวนคนไทยสุขภาพดีร่วมบริจาค https://thestandard.co/april-coronavirus-made-red-cross-society-lacking-blood/ Fri, 23 Apr 2021 00:29:35 +0000 https://thestandard.co/?p=478955 โควิด-19 ระลอก เม.ย. ทำสภากาชาดขาดเลือดหนัก ชวนคนไทยสุขภาพดีร่วมบริจาค

วานนี้ (22 เมษายน) รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการ […]

The post โควิด-19 ระลอก เม.ย. ทำสภากาชาดขาดเลือดหนัก ชวนคนไทยสุขภาพดีร่วมบริจาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
โควิด-19 ระลอก เม.ย. ทำสภากาชาดขาดเลือดหนัก ชวนคนไทยสุขภาพดีร่วมบริจาค

วานนี้ (22 เมษายน) รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า จากการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยที่โรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 340 แห่ง มีความต้องการใช้โลหิตวันละ 6,500-7,000 ยูนิต ปัจจุบันปริมาณโลหิตบริจาคทั่วประเทศได้เพียงวันละ 2,000 ยูนิตเท่านั้น เนื่องจากจำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างมากทุกแห่ง หน่วยงานยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต พนักงานหลายองค์กรต้องทำงานที่บ้าน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดหรือมีการกักตัว 

 

ส่งผลให้โรงพยาบาลทุกแห่งขาดโลหิต ไม่มีโลหิตเพียงพอในการรักษาและผ่าตัดผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือด เช่น โรคธาลัสซีเมีย, ฮีโมฟีเลีย ที่ต้องใช้โลหิตในปริมาณมากและต่อเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป การชะลอและเลื่อนการรักษาด้วยโลหิต อาจส่งผลอันตรายแก่ผู้ป่วยถึงชีวิตได้ 

 

รศ.พญ.ดุจใจ กล่าวว่า ขอให้ผู้บริจาคโลหิตเชื่อมั่นในการทำงานของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ผู้ทำหน้าที่จัดหาโลหิตบริจาคที่ปลอดภัยให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยยกระดับมาตรการ 3 ข้อ คัดกรอง เข้มงวด ครอบคลุม คือ การคัดกรองสำหรับผู้บริจาคโลหิต ขอให้คัดกรองตนเองก่อนมาบริจาคโลหิต 

 

สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สามารถบริจาคโลหิตได้ กรณีฉีดวัคซีน Sinovac เว้น 1 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้ ฉีดวัคซีน AstraZeneca และ Johnson & Johnson เว้น 4 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้ หากมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้รอหลังหายดีแล้วเว้น 1 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้ 

 

“ทั้งนี้ ยืนยันว่า บุคลากรของสภากาชาดมีความตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยมาตรการทั้งหมดครอบคลุมทั้งที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยเคลื่อนที่และหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล” รศ.พญ.ดุจใจ กล่าว

The post โควิด-19 ระลอก เม.ย. ทำสภากาชาดขาดเลือดหนัก ชวนคนไทยสุขภาพดีร่วมบริจาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงพยาบาลขาดเลือดเข้าขั้นวิกฤตทั่วประเทศ กาชาดเลือดไม่พอจ่าย วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยเหลือผู้ป่วย https://thestandard.co/critical-ischemic-hospitals-nationwide/ Sun, 10 Jan 2021 13:13:07 +0000 https://thestandard.co/?p=441374 โรงพยาบาลขาดเลือดเข้าขั้นวิกฤตทั่วประเทศ กาชาดเลือดไม่พอจ่าย วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยเหลือผู้ป่วย

วันนี้ (10 มกราคม) ​รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยกา […]

The post โรงพยาบาลขาดเลือดเข้าขั้นวิกฤตทั่วประเทศ กาชาดเลือดไม่พอจ่าย วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยเหลือผู้ป่วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงพยาบาลขาดเลือดเข้าขั้นวิกฤตทั่วประเทศ กาชาดเลือดไม่พอจ่าย วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยเหลือผู้ป่วย

วันนี้ (10 มกราคม) ​รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกสองขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่ๆ หลายแห่ง ที่ต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดให้ผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็ก โรคเลือด อาทิ โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย ที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 340 แห่ง มีความต้องการเลือดสูงมาก แต่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ไม่สามารถจ่ายเลือดให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากผู้บริจาคโลหิตมีจำนวนลดลงทุกแห่งทั่วประเทศ หน่วยงานยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาด และสถาบันการศึกษาปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ ส่งผลให้มีปริมาณโลหิตบริจาควันละ 700-900 ยูนิตเท่านั้น ลดลงมากถึงร้อยละ 50      

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 มีการประกาศขาดเลือดบ่อยๆ แต่ครั้งนี้นับเป็นประวัติศาสตร์ที่วิกฤตมากอีกครั้งหนึ่ง เพราะโรงพยาบาลใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ประกาศขาดเลือดพร้อมๆ กัน หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วยถึงชีวิตได้

 

อีกทั้งเพื่อให้งานบริการโลหิตของประเทศไทยเป็นไปอย่างเพียงพอและปลอดภัย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติได้มีมาตรการและแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ 12 แห่ง และหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ทุกแห่ง ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ ยังคงรักษามาตรการสร้างความมั่นใจให้เป็นสถานที่ปลอดภัยจากโควิด-19 มีการควบคุม ดูแล รักษาความสะอาด อุปกรณ์ สถานที่ และสุขอนามัยของผู้มาบริจาคโลหิต และบุคลากรที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกหน่วยงานไม่มีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ

 

ในฐานะที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ทำหน้าที่ในการจัดหาโลหิตให้มีปริมาณเพียงพอ ปลอดภัย และมีคุณภาพสูงสุด จากผู้บริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อนำไปใช้รักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ และโลหิตยังคงเป็นยารักษาโรคที่สำคัญ ซึ่งต้องได้มาจากการบริจาคเท่านั้น มีความต้องการใช้ทุกวัน

 

ผู้ที่สนใจบริจาคโลหิต

  • ผู้บริจาคโลหิตต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงตามความเป็นจริง
  • หากไม่แน่ใจควรงดการบริจาคโลหิตชั่วคราว เพื่อเว้นระยะเวลาการพบเชื้อ 4 สัปดาห์ 
  • ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมาบริจาคโลหิต         

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post โรงพยาบาลขาดเลือดเข้าขั้นวิกฤตทั่วประเทศ กาชาดเลือดไม่พอจ่าย วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยเหลือผู้ป่วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สภากาชาดขาดแคลนเลือดหนัก ศูนย์บริการโลหิตนำรถเคลื่อนที่ออกหน่วยรับบริจาคที่สามย่านมิตรทาวน์ https://thestandard.co/blood-donation-10563/ Fri, 01 May 2020 09:20:22 +0000 https://thestandard.co/?p=359667

วันนี้ (1 พฤษภาคม)​ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไท […]

The post สภากาชาดขาดแคลนเลือดหนัก ศูนย์บริการโลหิตนำรถเคลื่อนที่ออกหน่วยรับบริจาคที่สามย่านมิตรทาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 พฤษภาคม)​ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นำรถบริจาคเลือดเคลื่อนที่มาให้บริการบริเวณสามย่านมิตรทาวน์ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่ประสงค์จะบริจาคโลหิต เนื่องจากขณะนี้โลหิตขาดแคลนอย่างหนัก โดยมีประชาชนทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน มีการตรวจคัดกรองเบื้องต้น และมีมาตรการให้ผู้บริจาครักษาระยะห่างระหว่างกัน

 

โดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ รายงานสถานการณ์ยอดการบริจาคและการจ่ายเลือดว่า ขณะนี้มีผู้บริจาคโลหิตลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หลายคนไม่กล้ามาบริจาค โดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ให้ความมั่นใจกับประชาชนที่ประสงค์จะบริจาคโลหิตว่าทางศูนย์บริการมีมาตรการเรื่องความสะอาดและปลอดภัยอย่างเข้มข้น มีการตรวจวัดไข้ คัดกรองเบื้องต้น และมีการเว้นระยะห่างระหว่างผู้มาบริจาคฯ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้

 

ด้านสถานการณ์การจ่ายโลหิตขณะนี้ สามารถจ่ายโลหิตให้กับโรงพยาบาลที่มีความต้องการใช้ได้เพียง 50% ของความต้องการทั้งหมด ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมบริจาคได้ตามสถานที่ที่ท่านสะดวกไม่ว่าจะเป็น ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม บางแค หน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิตทุกแห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลสาขา และโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post สภากาชาดขาดแคลนเลือดหนัก ศูนย์บริการโลหิตนำรถเคลื่อนที่ออกหน่วยรับบริจาคที่สามย่านมิตรทาวน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป พิษโควิด-19 ระบาดหนัก คนบริจาคโลหิตลด สภากาชาดขอคนไทยช่วยกัน https://thestandard.co/coronavirus-spread-on-critical-blood-donation-decrease/ Wed, 25 Mar 2020 14:27:18 +0000 https://thestandard.co/?p=346447

หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีผู้บริจาค […]

The post ชมคลิป พิษโควิด-19 ระบาดหนัก คนบริจาคโลหิตลด สภากาชาดขอคนไทยช่วยกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีผู้บริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ลดลงเป็นอย่างมาก กระทั่งเลือดสำรองไม่เพียงพอจนเข้าสู่ภาวะขาดแคลน

 

THE STANDARD พูดคุยกับ ภาวิณี คุปตวินทุ รองผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อไขปัญหาภาวะโลหิตขาดแคลนในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ให้คำตอบเรื่องมาตรการความปลอดภัยในการบริจาคและความปลอดภัยของโลหิตที่ได้รับบริจาค

 

สำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต โดยจัดเป็นกลุ่มขนาดเล็กที่มีผู้สนใจบริจาคโลหิตตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ศูนย์บริการโลหิตฯ พร้อมไปออกหน่วยบริการถึงที่ โดยมีมาตรการรักษาระยะห่างระหว่างกันตามมาตรการ Social Distancing ในการจัดการ

 

ซึ่งสามารถติดต่อศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติเพื่อบริจาคโลหิตเป็นหมู่คณะ หรือให้หน่วยเคลื่อนที่ออกรับบริจาคโลหิตถึงที่ ติดต่อได้ที่หมายเลข 0 2255 4567, 0 2256 4300

The post ชมคลิป พิษโควิด-19 ระบาดหนัก คนบริจาคโลหิตลด สภากาชาดขอคนไทยช่วยกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศิริราชชวนประชาชนบริจาคเลือด หลังพบเลือดสำรองไม่เพียงพอ จากสถานการณ์โควิด-19 https://thestandard.co/siriraj-hospital-insufficient-reserve-blood/ Fri, 13 Mar 2020 10:46:40 +0000 https://thestandard.co/?p=340984

วันนี้ (13 มีนาคม) รศ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาค […]

The post ศิริราชชวนประชาชนบริจาคเลือด หลังพบเลือดสำรองไม่เพียงพอ จากสถานการณ์โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 มีนาคม) รศ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดตั้งแต่ต้นปี ทางโรงพยาบาลศิริราชเริ่มมีผู้บริจาคเลือดลดลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนบริจาคเลือดเมื่อต้นเดือนมีนาคมแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตจำเป็นต้องใช้เลือดปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราการใช้เลือดของโรงพยาบาลศิริราชสูงถึง 150-200 ยูนิตต่อวัน ส่งผลให้สถานะเลือดสำรองของธนาคารเลือดศิริราชยังคงขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเลือดหมู่ A, O, B

 

เพื่อให้มีปริมาณเลือดสำรองเพียงพอที่จะรักษาผู้ป่วย จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเลือด ซึ่งทางธนาคารเลือดศิริราชได้มีระบบคัดกรอง โดยวัดอุณหภูมิทั้งเจ้าหน้าที่และผู้บริจาค รวมทั้งทำความสะอาดอุปกรณ์และสถานที่ด้วยน้ำยาที่ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ จึงมั่นใจได้ว่าการบริจาคเลือดของท่านจะปลอดภัยและสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้

 

สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเลือด ขอให้เตรียมร่างกายให้พร้อม โดยพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง น้ำหนัก 48 กิโลกรัมขึ้นไป และต้องไม่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคลมชัก โรคหัวใจ หรือเคยเจ็บแน่นหน้าอก เป็นต้น ทั้งนี้สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้ตามปกติ แต่ขอให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีไขมันสูง งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งขอความร่วมมือหากท่านที่มีไข้ มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ หรือมีประวัติการเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง (ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข) โปรดงดบริจาคเลือดในช่วงนี้ 

 

ติดต่อบริจาคเลือดได้ที่ธนาคารเลือด โรงพยาบาลศิริราช ตึก 72 ปี ชั้น 3 ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2419 8081 ต่อ 123, 128

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post ศิริราชชวนประชาชนบริจาคเลือด หลังพบเลือดสำรองไม่เพียงพอ จากสถานการณ์โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิกฤตโควิด-19 ส่งผลบริจาคเลือดน้อย โลหิตสำรองไม่เพียงพอ กาชาดวอนคนไทยช่วยกัน ยืนยันสะอาดปลอดภัย https://thestandard.co/coronavirus-crucial-effect-blood-donation-decrease/ Sun, 08 Mar 2020 13:00:20 +0000 https://thestandard.co/?p=339050

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศ […]

The post วิกฤตโควิด-19 ส่งผลบริจาคเลือดน้อย โลหิตสำรองไม่เพียงพอ กาชาดวอนคนไทยช่วยกัน ยืนยันสะอาดปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มส่งผลกระทบกับการบริจาคโลหิตภายในศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต จากเป้าหมายที่ต้องได้รับโลหิตวันละ 2,000-2,500 ยูนิต ได้รับโลหิตลดลงเฉลี่ยวันละ 1,400 ยูนิต ต่อเนื่อง 3 วัน อีกทั้งหลายหน่วยงานที่ได้นัดหมายล่วงหน้าในการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต แจ้งยกเลิกจำนวนมาก เนื่องจากมีการเฝ้าระวังการเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้จำนวนการบริจาคโลหิตลดลงต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ไม่ถึงวันละ 1,000 ยูนิต อยู่ในภาวะโลหิตสำรองไม่เพียงพอจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศแล้ว หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป จะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาอย่างยิ่ง

 

ดังนั้นศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติจึงออกมาตรการสร้างความมั่นใจให้เป็นสถานที่ปลอดภัยจากโควิด-19 ดังนี้ 

 

1.ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้ประสงค์บริจาคโลหิตและบุคคลภายนอกที่เข้ามาภายในอาคาร หากตรวจอุณหภูมิครั้งแรกเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ให้นั่งพักรอบริเวณสถานที่จัดไว้ประมาณ 10 นาที และจะวัดอุณหภูมิครั้งที่ 2 หากผ่านเกณฑ์ ให้เข้าสู่ภายในอาคาร หากไม่ผ่านเกณฑ์ จะมีเอกสารคำแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคต่อไป รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน หากไม่ผ่านเกณฑ์จะให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และยืนยันว่าสามารถทำงานได้ตามปกติหรือให้ลาหยุด

 

2.ติดตั้งแอลกอฮอลล์เจลทั่วอาคารเช่นบริเวณทางเข้า-ออกอาคารและตามจุดต่างๆเพื่อให้ผู้บริจาคโลหิตทำความสะอาดมือและจุดปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

 

3.ทำความสะอาดวัสดุอุปกรณ์ด้านการรับบริจาคโลหิตทั้งในสถานที่และหน่วยเคลื่อนที่ และวัสดุอุปกรณ์บนรถบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ 70% Alcohol ซึ่งสามารถทำลายเชื้อไวรัสได้ เช่น เตียงรับบริจาคโลหิต เครื่องชั่ง เขย่าถุงบรรจุโลหิต เครื่องรับบริจาคโลหิตเฉพาะส่วน เครื่องวัดความดัน ลูกบีบบริจาคโลหิต เป็นต้น และ 0.05% Sodium Hypochlorite ใช้ทำความสะอาด เครื่องชั่งน้ำหนัก และพื้นทางเดินรถรับบริจาคโลหิต

 

4.ทำความสะอาดพื้นห้องรับบริจาคโลหิต ห้องปฏิบัติการ ห้องผลิต ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ 0.05% Sodium Hypochlorite ในส่วนพื้นห้องสานักงานให้ใช้น้ำยาทาความสะอาดทั่วไปตามมาตรฐาน

 

5.ทำความสะอาดบริเวณปฏิบัติงาน โต๊ะเก้าอี้ ปุ่มกดลิฟต์ และจุดสัมผัสร่วมต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ 70% Alcohol เช่น โต๊ะลงทะเบียน กรอกประวัติคัดกรองเบื้องต้น ห้องรับบริจาคโลหิต พื้นที่สำหรับผู้บริจาคหลังบริจาคโลหิต ราวบันได ราวบันไดเลื่อน เครื่องบันทึกเวลาเข้า-ออก บัตรจอดรถ เป็นต้น

 

6.เปลี่ยนผ้าคลุมตัวผู้บริจาคโลหิตผืนใหม่ทุกวัน ผู้บริจาคโลหิตชาย ไม่ต้องใช้ผ้าคลุม ส่วนผู้บริจาคหญิงที่สวมกระโปรงหรือต้องการใช้ผ้า ให้พับครึ่งผ้าและคลุมช่วงตัว ไม่คลุมเท้า

 

7.การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล สำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการรับบริจาคโลหิต ห้องปฏิบัติการทดสอบ พื้นที่ผลิต และพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ สำหรับพนักงานทำความสะอาด ให้สวมใส่ถุงมือตามความเหมาะสมของงาน

 

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) ห้องรับบริจาคโลหิต (Fixed Station) เดอะมอลล์ บางกะปิ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เดอะมอลล์ บางแค และหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต รวมทั้งภาคบริการโลหิตแห่งชาติ รวม 13 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

นอกจากนี้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้มีการออกมาตรการป้องกันการถ่ายทอดโรคโควิด-19 ทางโลหิต โดยมีแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ เพื่อให้ผู้บริจาคโลหิตคัดกรองตนเองก่อนบริจาคโลหิต ป้องกันความเสี่ยงจาก การได้รับเชื้อจากผู้บริจาคโลหิตไปสู่ผู้ป่วยรับโลหิต ผู้บริจาคโลหิตต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพตนเอง ตรงตามความเป็นจริง เช่น หากเป็นผู้ที่อาศัย หรือเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 หรือผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ให้งดบริจาคโลหิต 4 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดโรคโควิด-19 นับตั้งแต่ตรวจพบเชื้อ และหายป่วยโดย ไม่มีอาการใดหลงเหลืออยู่ให้งดบริจาคโลหิต 3 เดือน เป็นต้น

 

จึงมีความจำเป็นที่ต้องวอนผู้ที่มีสุขภาพดี หรือผู้ครบกำหนดบริจาคโลหิต 3 เดือนแล้ว บริจาคโลหิตเร่งด่วน เพื่อช่วยผู้ป่วยทั่วประเทศ บริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาดที่ 11 วิเศษนิยม บางแค ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และงานบริการโลหิต รวม 13 แห่ง ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสาขาบริการโลหิตโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post วิกฤตโควิด-19 ส่งผลบริจาคเลือดน้อย โลหิตสำรองไม่เพียงพอ กาชาดวอนคนไทยช่วยกัน ยืนยันสะอาดปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ศิริราช’ ชวนบริจาคเลือด หลังปริมาณเลือดสำรองไม่เพียงพอ จากสถานการณ์โควิด-19 https://thestandard.co/siriraj-invite-people-to-donate-blood-from-coronavirus-situation/ Wed, 04 Mar 2020 02:36:32 +0000 https://thestandard.co/?p=337773

รศ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์การธนา […]

The post ‘ศิริราช’ ชวนบริจาคเลือด หลังปริมาณเลือดสำรองไม่เพียงพอ จากสถานการณ์โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

รศ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า สถานะเลือดสำรองของธนาคารเลือด โรงพยาบาลศิริราช พบว่า มีปริมาณเลือดสำรองหมู่ เอ บี และโอ ไม่เพียงพอ ขณะที่หมู่ เอบี มีเลือดสำรองเพียงพอ ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนบริจาคเลือดเพื่อให้มีเลือดเพียงพอที่จะรักษาผู้ป่วย

 

สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารเลือด โรงพยาบาลศิริราช ตึก 72 ปี ชั้น 3 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2419 8081 ต่อ 123, 128

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเลือด ขอให้เตรียมร่างกายให้พร้อม โดยพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง น้ำหนัก 48 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อที่จะนำเลือดมาปั่นแยกเอาผลิตภัณฑ์ไปใช้อย่างอื่นร่วมด้วย และต้องไม่มีโรคประจำตัว 

 

ทั้งนี้สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้ตามปกติ แต่ขอให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีไขมันสูง งดสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งขอความร่วมมือหากท่านที่มีไข้ มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ หรือมีประวัติการเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง โปรดงดบริจาคเลือดในช่วงนี้

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ‘ศิริราช’ ชวนบริจาคเลือด หลังปริมาณเลือดสำรองไม่เพียงพอ จากสถานการณ์โควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขอรับบริจาคเลือดด่วน 4 โรงพยาบาลพื้นที่กราดยิงโคราช https://thestandard.co/soldier-strafe-korat-7/ Sat, 08 Feb 2020 15:22:21 +0000 https://thestandard.co/?p=329116

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทร […]

The post ขอรับบริจาคเลือดด่วน 4 โรงพยาบาลพื้นที่กราดยิงโคราช appeared first on THE STANDARD.

]]>

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมาเตรียมพร้อมกรณีคนร้ายกราดยิงประชาชน โดยระบุว่า ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเตรียมพร้อมตั้งแต่ได้รับแจ้งเหตุ และมีหมอที่เข้าไปช่วยคนเจ็บที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 รายแล้ว ขอให้ทุกคนรอฟังข่าว และให้ช่วยกันบริจาคเลือดสำหรับผู้บาดเจ็บด่วน โดยรับบริจาคเลือดที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, โรงพยาบาลบุรีรัมย์, โรงพยาบาลสุรินทร์ และโรงพยาบาลชัยภูมิ


สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเลือด


วันพรุ่งนี้ (9 กุมภาพันธ์) สามารถเดินทางไปบริจาคได้ที่ห้องบริจาคเลือดภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 ตำบลหนองบัวศาลา (ข้อมูล: ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา สภากาชาดไทย)

 

 

The post ขอรับบริจาคเลือดด่วน 4 โรงพยาบาลพื้นที่กราดยิงโคราช appeared first on THE STANDARD.

]]>
Facebook เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ให้ความช่วยเหลือรับบริจาคเลือดในอินเดีย https://thestandard.co/facebook-feature-india-blood-donations/ https://thestandard.co/facebook-feature-india-blood-donations/#respond Thu, 28 Sep 2017 23:00:44 +0000 https://thestandard.co/?p=31101

     อินเดีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบปั […]

The post Facebook เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ให้ความช่วยเหลือรับบริจาคเลือดในอินเดีย appeared first on THE STANDARD.

]]>

     อินเดีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบปัญหาการขาดแคลนเลือดสำหรับผู้ป่วยมาโดยตลอด ปริมาณเลือดที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการทำให้ผู้ป่วยหลายรายที่ต้องการเลือดเพื่อเข้ารับการรักษาสูญเสียโอกาสในการต่อลมหายใจ

     โซเชียลมีเดียเฟซบุ๊กในประเทศอินเดียจึงเตรียมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงผู้ต้องการรับบริจาคเลือดประชาชนคนทั่วไป สถานบริจาคเลือด และโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน หวังช่วยอำนวยความสะดวกและกระตุ้นอัตราการบริจาคเลือดในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้น

     ฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้งานวันแรกในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 นี้ซึ่งเป็นวันบริจาคเลือดของประเทศ​ หรือ National Blood Donor Day บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพราะถือเป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอินเดีย

     กลไกการทำงานของฟีเจอร์นี้เสนอให้ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กลงทะเบียนข้อมูลกรุ๊ปเลือดของตัวเองด้วยความสมัครใจ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกปกปิดเป็นความลับเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และสามารถเลือกเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ปรากฏบนหน้านิวส์ฟีดได้ โดยเฟซบุ๊กจะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มประสานความต้องการรับบริจาคเลือดของแต่ละฝ่ายเข้าหากันเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว

     เมื่อมีผู้ใช้งานและโรงพยาบาลแจ้งความประสงค์ต้องการรับบริจาคเลือดแต่ละกรุ๊ป ระบบจะเเจ้งเตือนบนหน้าฟีดของผู้ใช้งานที่มีเลือดตรงกับกรุ๊ปดังกล่าวทันที และอิงตามข้อมูลสถานที่ที่อยู่ใกล้ผู้ใช้งานมากที่สุด ณ เวลานั้น (Nearby) พร้อมแจกแจงข้อมูลการติดต่อเพื่อให้ความช่วยเหลือเสร็จสรรพผ่านเบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ

     เฮมา บูดาราจู (Hema Budaraju) ผู้จัดการแผนกผลิตภัณฑ์ของเฟซบุ๊กกล่าวในแถลงการณ์ว่า “พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยเหลือผู้คนให้เข้าถึงกันในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยการยกระดับความตระหนักรู้และอัตราการบริจาคเลือดในอินเดีย พวกเราต้องทำให้มันง่ายที่สุดสำหรับผู้คนและหน่วยงานที่ต้องการบริจาคและรับบริจาคเลือด”

 

อ้างอิง:

The post Facebook เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ให้ความช่วยเหลือรับบริจาคเลือดในอินเดีย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/facebook-feature-india-blood-donations/feed/ 0