บรรจุภัณฑ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บรรจุภัณฑ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 14 Jan 2026 07:12:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 BJC ชี้กำลังซื้อครึ่งปีแรก 2569 ยังไม่ฟื้น ผู้บริโภครัดเข็มขัด พร้อมพักแผน IPO บิ๊กซี เร่งรุกหนักเวียดนาม-จับมือ DHL ปั้นรายได้ใหม่ https://thestandard.co/bjc-bigc-ipo-vietnam-dhl/ Wed, 14 Jan 2026 07:11:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1165113 BJC ชี้กำลังซื้อครึ่งปีแรก 2569 ยังไม่ฟื้น ผู้บริโภครัดเข็มขัด พร้อมพักแผน IPO บิ๊กซี เร่งรุกหนัก **เวียดนาม**-จับมือ **DHL** ปั้นรายได้ใหม่

หัวเรือใหญ่ BJC ประเมินกำลังซื้อครึ่งปีแรกยังไม่ฟื้น ผู […]

The post BJC ชี้กำลังซื้อครึ่งปีแรก 2569 ยังไม่ฟื้น ผู้บริโภครัดเข็มขัด พร้อมพักแผน IPO บิ๊กซี เร่งรุกหนักเวียดนาม-จับมือ DHL ปั้นรายได้ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BJC ชี้กำลังซื้อครึ่งปีแรก 2569 ยังไม่ฟื้น ผู้บริโภครัดเข็มขัด พร้อมพักแผน IPO บิ๊กซี เร่งรุกหนัก **เวียดนาม**-จับมือ **DHL** ปั้นรายได้ใหม่

หัวเรือใหญ่ BJC ประเมินกำลังซื้อครึ่งปีแรกยังไม่ฟื้น ผู้บริโภครัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย แย้มจะไม่นำบิ๊กซีเข้าตลาดหุ้นแล้ว หลังมองเห็นแต่ปัจจัยลบรอบด้าน พร้อมเดินหน้าเพิ่มน้ำหนักลงทุนในเวียดนาม รับเป็นตลาดที่โตมหาศาล พร้อมจับมือ DHL โลจิสติกส์ ปั้นรายได้ใหม่รับตลาดเฮลแคร์บูมต่อเนื่อง

 

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกของไทยในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแรงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากเข้าสู่โหมดเอาตัวรอด เน้นใช้จ่ายเฉพาะสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของใช้และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ซึ่งสวนทางกับการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้ามูลค่าสูงที่ยังชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคยังมีความกังวลต่อรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคต

 

โดยปัจจัยกดดันดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่ผันผวน รวมถึงต้นทุนค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การตัดสินใจจับจ่ายของผู้บริโภคเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น ภายใต้ปัจจัยนี้ธุรกิจค้าปลีกจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการประคองตัวและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการเร่งขยายธุรกิจเชิงรุกเหมือนในช่วงที่เศรษฐกิจเอื้อมากกว่านี้

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ในส่วนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ มองว่า โครงการอย่าง ‘คนละครึ่งพลัส’ ที่ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ เนื่องจากวงเงินที่จำกัดและการกระจายเม็ดเงินไปสู่ร้านค้ารายย่อยเป็นหลัก ส่วนมาตรการ ‘ช้อปดีมีคืน’ แม้จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีขีดจำกัดเช่นกัน

 

โดยภาคเอกชนมองว่า หากรัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการคนละครึ่ง จะช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วและเกิดการหมุนหลายรอบมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมในวงกว้าง

 

แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่บิ๊กซียังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างระมัดระวัง โดยในปีนี้บริษัทวางงบลงทุนไว้ที่ประมาณ 5,000–6,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเปิดสาขาขนาดใหญ่เพิ่มอีก 2 สาขา ควบคู่ไปกับการขยายสาขา มินิ บิ๊กซี อย่างน้อย 100 สาขาทั่วประเทศ

 

พร้อมกันนี้ยังมีแผนรีโนเวทสาขาเดิมราว 300 สาขา เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่และรองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้ครอบคลุมทุกพื้นที่

 

รวมถึงบริษัทยังมีแผนปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร ซึ่งในปี 2569 คาดว่าจะมีการปิดสาขาประมาณ 6 แห่ง เพื่อหันมาโฟกัสสาขาที่มีศักยภาพในการทำกำไรได้มากกว่า

 

หัวเรือใหญ่ BJC เปรียบเทียบตลาดค้าปลีกไทยในปัจจุบันว่า เสมือนบ่อน้ำที่ระดับน้ำลดลง กล่าวคือ การเติบโตไม่ได้เกิดจากการมีลูกค้าใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมากเหมือนในอดีต แต่เป็นการแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งเป็นหลัก ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างความได้เปรียบผ่านการตั้งราคาที่เหมาะสม คุณภาพสินค้า และความแข็งแกร่งของเครือข่ายสาขาออฟไลน์ที่สามารถเชื่อมต่อกับช่องทางออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ

 

สำหรับแผนนำบิ๊กซีเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ‘อัศวิน’ ยอมรับว่า อาจต้องชะลอออกไปก่อน และอาจยืดระยะเวลาออกไปถึง 5 ปี หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลย หากสภาพตลาดทุนและปัจจัยเศรษฐกิจยังไม่เอื้ออำนวย โดยย้ำว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความพร้อมของตลาดเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนในตลาดหุ้นไทย ขณะที่ปัจจัยลบยังคงรุมเร้า ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท และภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับมาฟื้นตัว

 

ในช่วงเวลาเดียวกันกลับมองว่า ตลาดเวียดนามยังมีโอกาสมหาศาล ถึงขั้นนิยามว่าเป็น ‘บ้านหลังแรก’ ของบริษัท โดย BJC ได้เข้าไปลงทุนในเวียดนามมากว่า 20 ปีแล้ว มีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ ธุรกิจค้าปลีก และการเข้าซื้อกิจการ Metro เวียดนาม ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ MM Mega Market

 

“ธุรกิจก็กำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี จากในอดีตที่เคยขาดทุน ปัจจุบันสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ และแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง สะท้อนถึงการยอมรับของผู้บริโภคในตลาดเวียดนามอย่างชัดเจน”

 

แม่ทัพใหญ่ Big C ฉายภาพให้เห็นว่า จุดแข็งของเวียดนามคือจำนวนประชากรราว 100 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน และในส่วนของรัฐบาลก็มีเสถียรภาพและนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน อีกทั้งต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าไฟฟ้า และค่าแรง ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าไทย

 

ส่งผลให้เวียดนามเป็นฐานการลงทุนที่เอื้อต่อการเติบโตในระยะยาว โดยปัจจุบันธุรกิจของ BJC ในเวียดนามโตเร็วกว่าประเทศไทยราว 2-3 เท่า โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20-30% ของรายได้รวม หรือราว 2-3 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ BJC ยังได้จับมือกับ DHL จัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ให้มีความแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจเฮลแคร์ พร้อมต่อยอดสู่ตลาดใหม่ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกของ DHL เข้ามาเสริมความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนซัพพลายเชนที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

โดยปัจจุบันธุรกิจเฮลแคร์ของ BJC ดำเนินมากว่า 60 ปี และเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ประมาณ 30% ของรายได้รวมของกลุ่มบริษัท และครองตำแหน่ง Top 3 ในตลาดเฮลแคร์ของไทย ซึ่งหัวใจสำคัญของธุรกิจนี้คือ โลจิสติกส์ ที่ต้องมีความแม่นยำ รวดเร็ว และได้มาตรฐานสูง

 

ที่ผ่านมา BJC เน้นบริหารจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ด้วยตนเองเป็นหลัก แต่การได้ DHL เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเฮลแคร์สามารถรองรับโอกาสการเติบโตของตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 9-10% ต่อปีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาศัยมุมมองและโนว์ฮาวระดับโลกของ DHL ที่สามารถมองภาพธุรกิจได้ไกลและชัดเจนกว่า

 

ทั้งนี้ กลุ่ม BJC ตั้งเป้าหมายร่วมกับ DHL ในการขยายธุรกิจโลจิสติกส์และเฮลแคร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยวางเป้าหมายเพิ่มยอดขายให้เติบโตถึง 3 เท่า สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว ที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงตลาดในประเทศ แต่เน้นการต่อยอดธุรกิจผ่านพันธมิตรระดับโลกและการขยายฐานรายได้ในต่างประเทศให้ได้ระยะยาว

The post BJC ชี้กำลังซื้อครึ่งปีแรก 2569 ยังไม่ฟื้น ผู้บริโภครัดเข็มขัด พร้อมพักแผน IPO บิ๊กซี เร่งรุกหนักเวียดนาม-จับมือ DHL ปั้นรายได้ใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dior เปิดตัว L’Or de Vie Le Grand Cérémonial Millésime 2024 Vintage https://thestandard.co/dior-lor-de-vie-grand-vintage/ Fri, 07 Nov 2025 04:50:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1140599 Dior เปิดตัว LOr de Vie Le Grand Cérémonial Millésime 2024 Vintage

เป็นอีกครั้งที่การเปิดตัวสกินแคร์ใหม่ของ Dior Beauty สร […]

The post Dior เปิดตัว L’Or de Vie Le Grand Cérémonial Millésime 2024 Vintage appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dior เปิดตัว LOr de Vie Le Grand Cérémonial Millésime 2024 Vintage

เป็นอีกครั้งที่การเปิดตัวสกินแคร์ใหม่ของ Dior Beauty สร้างความฮือฮาและน่าจดจำ ล่าสุด Dior เปิดตัว L’Or de Vie Le Grand Cérémonial Millésime 2024 Vintage ทรีตเมนต์บำรุงผิวระดับลักชัวรีสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ภายใน 3 เดือน ที่มาพร้อมราคา 161,040 บาท!

 

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์นี้ผสานความลับจาก Chateau d’Yquem ที่มีอายุกว่า 400 ปี โดยนำพลังแห่งองุ่น Yquem มาพัฒนาเป็นเทคโนโลยี Golden Drop™ Life Technology ภายใต้การวิจัยของสถาบัน Dior Reverse Ageing Science โดยเน้นไปที่การบำรุงผิวครบวงจรที่แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนสำหรับใช้ตลอด 3 เดือน ได้แก่ ขั้นแรก เอสเซนส์กึ่งเซรั่มที่ฟื้นบำรุงล้ำลึกและผลัดผิวอย่างอ่อนโยน ขั้นที่สอง เซรั่ม oil-in-water ที่ช่วยให้ผิวดูกระชับมีมิติ และขั้นสุดท้าย เซรั่มกึ่งอีมัลชันที่อุดมด้วยเปปไทด์และไฮยาลูรอนิกแอซิด เพื่อให้ผิวดูอิ่มเอิบเปล่งประกาย ด้วยสารสกัดองุ่น Yquem ที่เข้มข้นกว่าเดิมถึง 6 เท่า จากการศึกษาทางจีโนมของ LVMH Research พบว่าสามารถตอบโจทย์การบำรุงผิว 7 ใน 12 สัญญาณแห่งวัย

 

ด้านบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์นำเสนอความสวยงามที่สมบูรณ์แบบด้วยขวดแก้วที่รังสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือจาก Salviati แห่งมูราโน พร้อมแอปพลิเคเตอร์แกะสลักลาย Cannage เอกลักษณ์ของ Dior ทั้ง 3 ขวดจัดวางในเคสอันประณีตพร้อมดิ้นทองสุดหรู สะท้อนถึงวัฒนธรรมแห่งความสมบูรณ์แบบและความเป็นเลิศด้านความงามของ Dior

 

ภาพ: Dior Beauty

The post Dior เปิดตัว L’Or de Vie Le Grand Cérémonial Millésime 2024 Vintage appeared first on THE STANDARD.

]]>
เส้นทางการสร้างแบรนด์ของ NPP BOX จาก “รักแรกพบ” สู่ “พี่กล่อง” https://thestandard.co/npp-box-branding-journey/ Fri, 03 Oct 2025 12:47:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1126169 NPP BOX พี่กล่อง เส้นทางแบรนด์จากรักแรกพบสู่เมืองแห่งความทรงจำ

เวลาพูดถึง “กล่อง” หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงบรรจุภัณฑ์ธร […]

The post เส้นทางการสร้างแบรนด์ของ NPP BOX จาก “รักแรกพบ” สู่ “พี่กล่อง” appeared first on THE STANDARD.

]]>
NPP BOX พี่กล่อง เส้นทางแบรนด์จากรักแรกพบสู่เมืองแห่งความทรงจำ

เวลาพูดถึง “กล่อง” หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงบรรจุภัณฑ์ธรรมดา แต่สำหรับ NPP BOX ผู้บุกเบิกการผลิตลวดลายกล่องลูกฟูกในประเทศไทย กล่องไม่เคยเป็นแค่กล่อง แต่คือ “ประสบการณ์” และ “ความรู้สึก” ที่ถูกส่งต่อจากแบรนด์ไปยังลูกค้า

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by NPP BOX ผู้ผลิตกล่อง (@nppbox)

 


กล่องทุกใบคือ “รักแรกพบ”

 

ปรัชญาหลักของ NPP BOX คือ กล่องทุกใบต้องทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกเหมือน “รักแรกพบ” ให้ความรู้สึกพิเศษดุจของขวัญ นี่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่สะท้อนผ่านวิธีการทำงานในทุกขั้นตอน

 

  • ลูกค้าไม่ใช่ผู้ว่าจ้าง แต่คือกัลยาณมิตร
    คุณอูน พรรณกร จันทรุกขา ผู้ก่อตั้งวางแนวคิดว่า ลูกค้าคือ “เพื่อนที่ปรารถนาดี” ทีมงานจึงให้คำแนะนำอย่างจริงใจ หากสิ่งไหนดีจะบอกว่าดี หากสิ่งไหนไม่เหมาะก็จะไม่บังคับขาย ความสุขของลูกค้าสำคัญกว่ายอดออเดอร์

 

  • การ Co-create กล่องไปด้วยกัน
    NPP BOX เชื่อว่ากล่องไม่ใช่สิ่งที่ “โรงงานทำให้ลูกค้า” แต่คือสิ่งที่ “เราสร้างร่วมกัน” นี่คือเหตุผลที่ทีมงานใส่ใจเหมือนกำลังทำกล่องของตัวเอง และอยากให้ลูกค้าได้สัมผัสโมเมนต์การผลิตครั้งแรกที่ประทับใจที่สุด

 

  • Caring: ดีไซน์ด้วยหัวใจของลูกค้า
    ตั้งแต่นโยบาย “ไม่เคยยึดเงินมัดจำ” ไปจนถึงความยืดหยุ่นให้ลูกค้าแก้แบบได้ไม่จำกัด ล้วนสะท้อนว่าทีมงานคิดจากมุมมองลูกค้าเสมอ แม้เป็นการคืนเงินเพียงไม่กี่บาทก็พร้อมโอนคืนทันที เพื่อบอกว่า “เราใส่ใจจริงๆ”

 

นี่คือจุดแข็งที่ทำให้ NPP BOX แตกต่าง และกลายเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าหลายรายรักและเชื่อมั่น

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by NPP BOX ผู้ผลิตกล่อง (@nppbox)

 

 

จุดเริ่มต้นของ “พี่กล่อง”

 

ด้วยหัวใจที่อยากพัฒนาตัวเองและก้าวออกนอกกรอบเดิม NPP BOX ตัดสินใจครั้งสำคัญ: การมีพรีเซนเตอร์เป็นครั้งแรก และได้ร่วมมือกับวง BUS because of you I shine

 

แคมเปญนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการสร้างยอดขาย แต่คือการสร้าง “โมเมนต์ความสุข” ผ่านภารกิจ MAKE PEOPLE FALL IN LOVE WITH EVERY UNBOXING จนเกิดพลังของทั้งแบรนด์ ศิลปิน และแฟนคลับที่ร่วมกันผลักดัน และคำว่า “พี่กล่อง” ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพัน

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by NPP BOX ผู้ผลิตกล่อง (@nppbox)

 

 

NPP x BUS SS2: เมืองแห่งความทรงจำ

 

หลังจากความสำเร็จของซีซันแรก NPP BOX กลับมาอีกครั้งด้วยคอนเซปต์ NPP CITY – เมืองกระดาษที่เต็มไปด้วยเรื่องราวการเดินทางของบัสอ้วรทั้ง 12 คน

 

ในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ “กล่อง” แต่คือ Lifestyle Boxset ที่ใช้งานได้จริงและมีคุณค่าทางใจ

 

  • MUG SET from Chocolate Factory (1,980 บาท)
    เซ็ตแก้ว Bone China พรีเมียม พร้อม Choco Card พิเศษ

 

  • FLOWER POT from Flower Power Shop (990 บาท)
    กระถาง Bone China พร้อมเมล็ดทานตะวัน BIG SMILE 12 เมล็ด และพวงกุญแจดอกไม้หน้าบัสอ้วร

 

  • CUSTOM KEYCHAIN from Lock & Love Shop (890 บาท)
    เซ็ตพวงกุญแจ Zinc Alloy ทนทาน พกพาความทรงจำติดตัวไปได้ทุกที่

 

ทุกชิ้นถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “เมืองแห่งความทรงจำ” ที่บีอัส (ชื่อเรียกแทนแฟนคลับศิลปินวง BUS) สามารถเก็บไว้ใช้งานและระลึกถึงการเดินทางครั้งนี้

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by NPP BOX ผู้ผลิตกล่อง (@nppbox)

 

 

นอกจาก Boxset แล้ว NPP BOX ยังสร้างอีก 2 ผลงานสำคัญในแคมเปญ ได้แก่ TVC PAPER TOWN  ถ่ายทอดวิดีโอการผจญภัยของทั้ง 12 หนุ่ม จนออกมาเป็น Boxset และ NPP City Pop Up Store กิจกรรม POP-UP EVENT ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–21 กันยายน 2568 ณ craftstudiO ชั้น 5 centralwOrld เพื่อให้บีอัสได้สัมผัสเมืองนี้ด้วยตนเอง


 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by NPP BOX ผู้ผลิตกล่อง (@nppbox)

 

NPP x BUS SS2 ไม่ใช่เพียงแคมเปญการตลาด แต่คือการบอกเล่า “ปรัชญาแห่งกล่อง” ของ NPP BOX – กล่องที่เป็นมากกว่าบรรจุภัณฑ์ แต่คือความรัก ความทรงจำ และแรงบันดาลใจ ที่ทำให้ทุกการเปิดกล่องคือการเริ่มต้นเรื่องราวใหม่เสมอ

 

ติดตามเรื่องราวและคอลเลกชันใหม่ ๆ ของ NPP BOX ได้ที่ https://nppbox.co.th/

The post เส้นทางการสร้างแบรนด์ของ NPP BOX จาก “รักแรกพบ” สู่ “พี่กล่อง” appeared first on THE STANDARD.

]]>
Conscious Glam! แพ็กเกจจิ้งบิวตี้ยุคใหม่ แกลมได้ในคอนเซปต์รักษ์โลก https://thestandard.co/life/green-new-black-beauty-packaging-suppliers/ Thu, 24 Oct 2024 00:42:19 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=999374 แพ็กเกจจิ้ง รักษ์โลก

ความยั่งยืนไม่ใช่แค่คำพูดฮิตอีกต่อไป เมื่อบริษัทผู้ผลิต […]

The post Conscious Glam! แพ็กเกจจิ้งบิวตี้ยุคใหม่ แกลมได้ในคอนเซปต์รักษ์โลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพ็กเกจจิ้ง รักษ์โลก

ความยั่งยืนไม่ใช่แค่คำพูดฮิตอีกต่อไป เมื่อบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ความงามทั่วโลกต่างเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ภาครัฐกำหนด โดยเฉพาะในยุโรป ที่สหภาพยุโรปตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในปี 2050 และวางแผนให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดต้องนำกลับมาใช้ใหม่ หรือรีไซเคิล ได้อย่างคุ้มค่าภายในปี 2030

 

ล่าสุดในงาน LUXE PACK ที่โมนาโก มีการเปิดตัวนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกมากมาย เช่น FAVINI แบรนด์กระดาษหรูจากอิตาลี ที่นำเสนอกระดาษที่ผลิตจากยีนส์รีไซเคิล ด้าน Pujolasos จากสเปนก็ไม่น้อยหน้า เปิดตัวแบรนด์ Matsos ที่นำขยะจากยีนส์ หนัง และคอร์ก มาแปรรูปเป็นฝาบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางสุดชิค

 

นอกจากนี้ยังมี Seaman Paper ที่พัฒนากระดาษพิเศษทดแทนถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียว, Concept4 ที่นำเสนอหลอดลิปบาล์มจากกระดาษรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์ และ Lessonia ที่สร้างสรรค์มาสก์หน้าย่อยสลายได้ในถุงรีไซเคิล

 

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมความงามกำลังตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง สังเกตได้จากงาน LUXE PACK เองก็มีแผนขยายพื้นที่จัดแสดงเพิ่มขึ้น 15-20% ในปีหน้า พร้อมเปิดโซนพิเศษสำหรับนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต ที่จะรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AI การพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ และการพิมพ์ 3D เข้าไว้ด้วยกัน

 

จากกระแสนี้เราอาจได้เห็นบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

 

ภาพ: pujolasos_packaging / Instagram

อ้างอิง:

 

The post Conscious Glam! แพ็กเกจจิ้งบิวตี้ยุคใหม่ แกลมได้ในคอนเซปต์รักษ์โลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แคร์ผู้บริโภคและแคร์โลกของ BeNice ภายใต้แนวคิด ‘Innovation from Core to Care’ คิดดีเพื่อโลก นวัตกรรมดีเพื่อคุณ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/benice-innovation-from-core-to-care/ Fri, 13 Sep 2024 11:10:36 +0000 https://thestandard.co/?p=983094 BeNice

ยุคนี้ทุกธุรกิจจะพัฒนาเฉพาะคุณภาพสินค้าและบริการเพื่อตอ […]

The post เจาะแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แคร์ผู้บริโภคและแคร์โลกของ BeNice ภายใต้แนวคิด ‘Innovation from Core to Care’ คิดดีเพื่อโลก นวัตกรรมดีเพื่อคุณ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
BeNice

ยุคนี้ทุกธุรกิจจะพัฒนาเฉพาะคุณภาพสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายไม่ได้อีกต่อไป เมื่อ ‘ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม’ จะเป็นมาตรฐานใหม่ที่ชี้วัดว่าธุรกิจนั้นเป็นมิตรกับเราและโลกจริงๆ หรือคิดถึงแต่ผลกำไร 

 

ไม่เว้นแม้แต่ ‘ตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวกาย’ ที่นอกจากจะต้องแข่งขันกันในเรื่องคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ สารสกัดที่ใช้ ไปจนถึงนวัตกรรมการผลิต ยังต้องใส่ความมุ่งเน้นสร้างความยั่งยืนให้กับโลกลงไปในกลยุทธ์การทำธุรกิจด้วย

 

หนึ่งในแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอดคือ BeNice (บีไนซ์) ผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวกายภายใต้บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) ที่ยึดมั่นพัฒนาคุณภาพสินค้า ตอบทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

 

BeNice

 

กลายมาเป็นวิสัยทัศน์ของ BeNice ที่มุ่งเน้นขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสุขภาพ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค รวมไปถึงการสร้างผลกระทบในเชิงบวกด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด ‘Innovation from Core to Care – คิดดีเพื่อโลก นวัตกรรมดีเพื่อคุณ’ ผ่านนวัตกรรมในทุกกระบวนการจากต้นทางไปสู่ปลายทาง เพื่อผลลัพธ์คือผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ วัน 

 

เจาะวิธีคิดที่แคร์ผู้บริโภคและแคร์โลกของ BeNice

 

ภายใต้แนวคิด ‘Innovation from Core to Care – คิดดีเพื่อโลก นวัตกรรมดีเพื่อคุณ’ นอกจากการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% หรือสูตรผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (Biodegradable) เพื่อสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด BeNice ยังใส่ใจไปถึงเรื่องของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้นทางสำคัญของการจัดการเรื่องความยั่งยืนที่มีประสิทธิภาพ

 

 

ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2019 ที่ BeNice เริ่มใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น BeNice Perfect Elastic Shower Cream, BeNice Shea Butter Peachy Peach Shower Cream, BeNice Mystic White Shower Cream ฯลฯ ผ่านการออกแบบโครงสร้างของตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ ลดการใช้ Virgin Plastic HDPE และเลิกใช้ PVC PS และ ePS ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้

 

และตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา BeNice ลดการใช้ Virgin Plastic ในผลิตภัณฑ์ได้ถึง 211.40 ตัน หรือประมาณ 80 ตันต่อปี คิดเป็นคาร์บอนเทียบเท่า 1,673.19 ตัน

 

 

การลดการใช้ Virgin Plastic จะช่วยลดการใช้พลังงานฟอสซิล ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการสร้างมลพิษและภาวะโลกร้อน เนื่องจาก Virgin Plastic เป็นพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติ โดยต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ทั้งการสกัดวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง รวมถึงต้องใช้ความร้อนและพลังงาน กว่าจะกลายเป็นเม็ดเรซินเพื่อการขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ

 

BeNice

 

BeNice จึงนำเอานวัตกรรมการผลิตที่ช่วยลดการใช้ Virgin Plastic ด้วยการนำขวดพลาสติกที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เรียกว่า rHDPE (Recycled High-density Polyethylene) ข้อดีคือ ช่วยลดการใช้พลาสติกบริสุทธิ์ ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะถูกนำไปฝังกลบหรือเผา

 

ที่สำคัญกระบวนการผลิต rHDPE ใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตพลาสติกบริสุทธิ์ ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง ขณะเดียวกัน rHDPE ยังมีความทนทานสูงและสามารถใช้ในผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น ขวดบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ HDPE บริสุทธิ์ 

 

การใช้ rHDPE ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

 

เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Sustainable Brand) BeNice จึงตั้งเป้าหมายที่จะใช้ rHDPE 30% เพื่อสนับสนุนการหมุนเวียนของวัสดุ พร้อมวางแผนระยะยาวเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั้งวงจรอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างของตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ใช้พลาสติกได้อย่างคุ้มค่า เพิ่มความแข็งแรง เช่น บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว (Flexible Packaging) ให้สามารถรีไซเคิลได้มากขึ้น รวมถึงศึกษาเรื่องการนำฟิล์มหดที่ทำจากพลาสติก PET มาใช้แทนฟิล์มหดที่ทำจากพลาสติก PVC ไปจนถึงการพัฒนาความสามารถในการลดของเสียในไลน์การผลิตบรรจุภัณฑ์ และเพิ่มจำนวนต่อการขนส่งสินค้าต่อรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อีกทั้งตัวฝาของผลิตภัณฑ์ขนาด 80 และ 170 มล. ยังเปลี่ยนมาใช้ระบบ Bi-injection เพื่อลดการใช้สีในบรรจุภัณฑ์ ช่วยให้ระบบการรีไซเคิลมีความสมบูรณ์มากขึ้น สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ดีขึ้น

 

 

แน่นอนว่าเป้าหมายสู่ความยั่งยืนของ BeNice จะถูกขับเคลื่อนไปพร้อมกับพันธกิจ ESG การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมีธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance: ESG) ของบริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เช่นกัน

 

 

นอกจากบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ภายใต้การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในองค์รวม ยังมีระบบการจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน และมีระบบนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดมาใช้ประโยชน์ (Zero Discharge) รวมถึงการให้ความสำคัญในการจัดการพลังงานและการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงาน (Solar Rooftop) และอาคารคลังจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูปอีกด้วย

The post เจาะแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่แคร์ผู้บริโภคและแคร์โลกของ BeNice ภายใต้แนวคิด ‘Innovation from Core to Care’ คิดดีเพื่อโลก นวัตกรรมดีเพื่อคุณ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ท็อปส์ปฏิวัติวงการ! เปิดตัวบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์รักษ์โลก ย่อยสลายได้ 100% ภายใน 45 วัน คาดทั้งปีช่วยลดคาร์บอนได้ 45 ตัน https://thestandard.co/tops-environmentally-friendly-meat-packaging/ Thu, 09 May 2024 13:51:50 +0000 https://thestandard.co/?p=931717

ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้ก้าวสู่ […]

The post ท็อปส์ปฏิวัติวงการ! เปิดตัวบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์รักษ์โลก ย่อยสลายได้ 100% ภายใน 45 วัน คาดทั้งปีช่วยลดคาร์บอนได้ 45 ตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้ก้าวสู่การสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีกด้านอาหาร ด้วยการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกสำหรับเนื้อสัตว์แช่เย็น ที่ผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ 100% ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ภายใน 45 วัน

 

นับเป็นก้าวสำคัญในการลดการพึ่งพาพลาสติก และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ของเซ็นทรัล รีเทล

 

การเปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่นี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์กระแสรักษ์โลกที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นการสร้างความผูกพันและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ในระยะยาว

 

นอกจากนี้การใช้วัสดุย่อยสลายได้ยังช่วยลดต้นทุนในการกำจัดของเสียและความเสี่ยงในการถูกกดดันจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตอีกด้วย

 

สเตฟาน คูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ 1 ชิ้น สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 64 กรัม ปัจจุบันท็อปส์เริ่มเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสินค้าเนื้อหมูและไก่รวมจำนวน 14 รายการ ที่ท็อปส์และท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ที่เข้าร่วมรายการ 

 

ก่อนเตรียมขยายการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ไปยังกลุ่มสินค้าเนื้อวัวและเนื้อแกะ รวมถึงวางจำหน่ายในท็อปส์ เดลี่ โดยตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 3 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2567

 

ท็อปส์ระบุด้วยว่าจะยังคงเดินหน้าขยายแผนการปรับใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ อีกในอนาคต โดยในเบื้องต้น ตั้งเป้าช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกสำหรับเชอร์รีสด รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสัตว์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 45 ตัน ตลอดปี 2567

The post ท็อปส์ปฏิวัติวงการ! เปิดตัวบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์รักษ์โลก ย่อยสลายได้ 100% ภายใน 45 วัน คาดทั้งปีช่วยลดคาร์บอนได้ 45 ตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยค้านเขียนคำเตือนบนขวดแอลกอฮอล์ ชี้ควรหาจุดสมดุลระหว่างการสร้างความปลอดภัยกับส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ https://thestandard.co/pheu-thai-objects-to-warnings-on-alcohol-bottles/ Tue, 27 Feb 2024 09:41:05 +0000 https://thestandard.co/?p=904859

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ดนุพร ปุณณกันต์ สส. บัญชีรายชื่อ […]

The post เพื่อไทยค้านเขียนคำเตือนบนขวดแอลกอฮอล์ ชี้ควรหาจุดสมดุลระหว่างการสร้างความปลอดภัยกับส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ดนุพร ปุณณกันต์ สส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ ฉลาก พร้อมทั้งข้อความคำเตือน สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตหรือนำเข้า พ.ศ. …. ที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ระบบกลางของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ตั้งแต่วันที่ 12-29 กุมภาพันธ์ 2567

 

ซึ่งในร่างดังกล่าวมีสาระสำคัญ 8 ด้าน สาระสำคัญในข้อ 3, 4 และ 5 คือกำหนดให้มีข้อความคำเตือนถึงโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนภาชนะบรรจุและหีบห่อบรรจุของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งให้จัดทำเป็นรูปภาพ 4 สี 9 แบบ สับเปลี่ยนกันไปตามลำดับในอัตรา 1 แบบต่อ 1,000 ภาชนะบรรจุและหีบห่อบรรจุ ซึ่งเป็นไปในลักษณะเหมือนรูปผลกระทบบนซองบุหรี่

 

พรรคเพื่อไทยเข้าใจในเจตนารมณ์ที่จะควบคุมการเข้าถึงแอลกอฮอล์ในเด็กและแอลกอฮอล์เป็นอย่างดี จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหลักเกณฑ์ภายใต้จุดสมดุลที่เหมาะสม ระหว่างการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

ขณะเดียวกันก็ควรเป็นไปเพื่อปลดปล่อยศักยภาพของชุมชน ส่งเสริมธุรกิจ SMEs ในการสร้างรายได้ ขยายโอกาส นำรายได้เข้าสู่ประเทศด้วย สอดคล้องกับนโยบายสุราประชาชน ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคเพื่อไทยที่สืบทอดมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย

The post เพื่อไทยค้านเขียนคำเตือนบนขวดแอลกอฮอล์ ชี้ควรหาจุดสมดุลระหว่างการสร้างความปลอดภัยกับส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกชนหนุนอุตฯ บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน หลังเศรษฐาอัดฉีด 4.5 แสนล้านบาท ตั้งเป้าปี 2573 กระตุ้นเงินลงทุนธุรกิจ SDGs ในไทย 1.6 ล้านล้านบาท https://thestandard.co/private-support-recycle-packaging/ Tue, 10 Oct 2023 02:02:04 +0000 https://thestandard.co/?p=852783 บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน

เศรษฐาหนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นวาระแห่งชาติ ยก 3 อุตสาห […]

The post เอกชนหนุนอุตฯ บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน หลังเศรษฐาอัดฉีด 4.5 แสนล้านบาท ตั้งเป้าปี 2573 กระตุ้นเงินลงทุนธุรกิจ SDGs ในไทย 1.6 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน

เศรษฐาหนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นวาระแห่งชาติ ยก 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และก่อสร้าง นำร่องระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ขณะที่ภาคเอกชนพร้อมผลักดันบรรจุภัณฑ์หมุนเวียนผ่านปฏิบัติการ EPR ภาคสมัครใจ ผ่านแนวคิด ‘PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน’ หลังรัฐบาลออกมาตรการอัดฉีด 4.5 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว ตั้งเป้าลงทุน 1.6 ล้านล้านบาทในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ SDGs ภายในปี 2573  

 

รายงานข่าวระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 (TCAC2) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า หลังการเข้าร่วมการประชุม Financing for the Future Summit รัฐบาลส่งเสริมกลไกการเงินสีเขียว (Green Finance) ผ่านการออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุนทั่วโลก จนปัจจุบันสามารถระดมทุนได้ถึง 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการต่างๆ รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายใหม่ ตลอดจนโครงการปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำ การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงวางแผนออกพันธบัตรที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bonds) อีกชุดในปีหน้า โดยตั้งเป้าจะระดมทุนให้ได้ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ 

 

พร้อมทั้งพัฒนาการจัดทำมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (Thailand Green Taxonomy) เพื่อเป็นเครื่องกำหนดมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน สามารถกำหนดนโยบาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และการลงทุน ให้สอดคล้องกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในทุกมิติ

 

อัดฉีด 4.5 แสนล้านบาท ลงทุนเศรษฐกิจสีเขียว SDGs 

นอกจากนี้ยังออกมาตรการทางการเงินกว่า 4.5 แสนล้านบาท เพื่อลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากภาคธุรกิจไทย โดย Global Compact Network Thailand กว่า 100 บริษัททั่วประเทศ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และตั้งเป้าลงทุน 1.6 ล้านล้านบาท ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ SDGs ภายในปี 2573 อีกด้วย

 

มากไปกว่านั้น รัฐบาลยังสนับสนุนผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเศรษฐาระบุว่า 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และก่อสร้าง จะเป็นอุตสาหกรรมนำร่องระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน 

 

ดังนั้น เพื่อขยายผล รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายจัดการขยะและเปิดให้จัดหาสินค้ากรีน เพื่อสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ศึกษาการเปิดให้สามารถซื้อ-ขายไฟฟ้าจาก Renewable Source ได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นจุดแข็งของประเทศไทยในการดึงดูดนักลงทุนและบริษัทต่างชาติในอนาคต ท้ายที่สุดเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

 

บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน

 

ผลักดันบรรจุภัณฑ์หมุนเวียน

โฆษิต สุขสิงห์ ประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หรือ TIPMSE กล่าวว่า ส.อ.ท. ร่วมกับเครือข่ายกว่า 90 องค์กร จัดทำโครงการ ‘PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน’ ที่มีผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้รวบรวม โรงงานรีไซเคิล นำร่อง 3 เทศบาลเมืองในจังหวัดชลบุรี พร้อมใจกันเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ตามหลัก EPR (Extended Producer Responsibility) 

 

ซึ่งหากมีการเก็บกลับตามเป้าหมาย จะสามารถหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์ได้กว่า 2 แสนกิโลกรัมต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ได้กว่า 1 ล้านบาท หากขยายผลทั่วทั้งจังหวัดชลบุรี สร้างมูลค่าได้มากกว่า 30 ล้านบาทต่อปี และจากการคาดการณ์ของนักวิจัย เมื่อมี EPR จะสามารถหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วได้กว่า 127 ล้านกิโลกรัม และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้รวม 822 ล้านบาท 

 

วิรัช เกลียวปฏินนท์ ประธานกลุ่มพลาสติก ส.อ.ท. และ PPP Plastic กล่าวว่า PPP Plastic เป็นภาคีเครือข่ายความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่มีเป้าหมายเดียวกันคือการจัดการพลาสติกด้วยหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยได้เริ่มดำเนินโครงการสร้างระบบและ Infrastructure Model เพื่อนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่การรีไซเคิลหรือนำไปใช้ประโยชน์ตามนโยบายและโรดแมปของประเทศไทย

 

“PPP Plastic เล็งเห็นความสำคัญของนโยบาย EPR ที่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยเพิ่มอัตราการรีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วต่างๆ จึงยินดีเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน EPR เพื่อส่งเสริมปฏิบัติการ EPR ภาคสมัครใจ EPR in action เดินหน้า EPR Voluntary” วิรัชกล่าว

The post เอกชนหนุนอุตฯ บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน หลังเศรษฐาอัดฉีด 4.5 แสนล้านบาท ตั้งเป้าปี 2573 กระตุ้นเงินลงทุนธุรกิจ SDGs ในไทย 1.6 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึก ‘การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์’ อุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่องจากเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวในไทยและความเฟื่องฟูของตลาดอีคอมเมิร์ซ https://thestandard.co/printing-packaging-and-e-commerce/ Wed, 13 Sep 2023 12:53:29 +0000 https://thestandard.co/?p=841407

ตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจาก 1. […]

The post เจาะลึก ‘การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์’ อุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่องจากเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวในไทยและความเฟื่องฟูของตลาดอีคอมเมิร์ซ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจาก 1.10 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2566 มาเป็น 1.33 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2571 ซึ่งการเติบโตนี้มาจากหลากหลายเหตุผล ทั้งการเปลี่ยนไปใช้บรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่น การบริโภคขนมหวานและลูกกวาดที่เพิ่มขึ้น การเติบโตในอุตสาหกรรมอาหาร ตลอดจนการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน

 

เมื่อมองเข้ามาในบ้านเรา ‘อุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์’ คือหนึ่งในอุตสาหกรรมของไทยที่ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลพบว่ามีมูลค่ารวมกว่า 3.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% โดยมีการคาดการณ์ว่าปี 2567 จะเติบโตขึ้นอีกกว่า 10%

 

ลึกเข้าไป ‘อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์’ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องราว 10% ส่งผลให้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 7.35 แสนล้านบาท

 

เบื้องหลังของการเติบโตมาจากการที่บรรจุภัณฑ์ยังคงมีการปรับตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องท่ามกลางเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว มีบทบาทสำคัญในการรองรับกระบวนการผลิตทั้งในธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และการส่งออก

 

แต่สิ่งสำคัญคือการต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตประจำวัน ไลฟ์สไตล์ รวมถึงเทรนด์ผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่มองหาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณค่า มีความสะดวกในการใช้งาน มีความปลอดภัย และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

 

ขณะที่อุตสาหกรรมการพิมพ์คิดเป็นสัดส่วนเป็น 40% ของมูลค่ารวม ซึ่งยังสามารถเติบโตได้ท่ามกลางดิจิทัลดิสรัปชันในด้านเทคโนโลยี ผ่านการปรับตัวเชื่อมโยงระหว่างสื่อสิ่งพิมพ์เข้ากับโลกดิจิทัล เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งพิมพ์ที่สร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ๆ และทันสมัย

 

ทำให้มีการนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาชิ้นงานให้ตอบโจทย์ความต้องการที่มากขึ้น อาทิ การพิมพ์ QR Code การพิมพ์ฉลากบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบ Smart Label ที่เชื่อมโยงกับ Digital Data ช่วยให้ผู้บริโภครับรู้ข้อมูลสินค้าได้ผ่านการสแกน QR Code เป็นต้น

 

อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เติบโตไปด้วยกันคืออุตสาหกรรมลูกฟูก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า ตลาดจะเติบโตกว่า 10.5% และจะมีมูลค่าสูงถึง 8.2 แสนล้านบาท

 

อุตสาหกรรมลูกฟูกยังได้รับผลดีจากธุรกิจที่รองรับการขนส่งสินค้า ซึ่งจากการเติบโตส่งผลให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องพัสดุเพื่อบรรจุสินค้าเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่คาดการณ์ว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกไทยจะมีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3% ต่อปี ตามสภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

 

แต่สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือปัจจุบันเมกะเทรนด์ที่ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนสินค้ารักษ์โลกกันมากขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ที่มุ่งดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้วัสดุที่ปลอดภัย การพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก และแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

ท่ามกลางตัวเลขที่เติบโตและการต้องปรับตัวเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ได้เป็นสารตั้งต้นสำหรับการจัดงานมหกรรมแสดงสินค้านานาชาติด้านอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์การพิมพ์และกระดาษลูกฟูกแห่งภูมิภาคเอเชีย หรือ ‘Pack Print International 2023 and Corrutec Asia 2023’

 

โดยในงานจะมีการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องได้จัดแสดงนวัตกรรมด้านการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ที่ล้ำสมัย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจ ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากลในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

 

ไฮไลต์อยู่ที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่นั้นครอบคลุมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Economy) บรรจุภัณฑ์พรีเมียม (Premium Design) เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย (Safety & Security) และบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (Sustainability) โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โซลูชันบรรจุภัณฑ์จากพืชและไฟเบอร์ และอื่นๆ

 

ข้อมูลระบุว่า ปีที่ผ่านมามีสถิติผู้เข้าชมกว่า 10,000 คนจากทั่วโลก ทำให้เชื่อมั่นว่าในปีนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจาก Exhibitor มากขึ้น 20% รวมทั้งคาดการณ์ผู้เข้าชมและเข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน

 

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่นี่:
https://www.pack-print.de/landing

 

อ้างอิง:

The post เจาะลึก ‘การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์’ อุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่องจากเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวในไทยและความเฟื่องฟูของตลาดอีคอมเมิร์ซ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Garnier เปิดตัวแคมเปญ ‘การ์นิเย่กรีนกันทุกวันพุธ’ https://thestandard.co/garnier-green-beauty/ Mon, 26 Jun 2023 01:17:04 +0000 https://thestandard.co/?p=807507

Garnier เปิดตัวแคมเปญใหม่! ‘การ์นิเย่กรีนกันทุกวันพุธ’ […]

The post Garnier เปิดตัวแคมเปญ ‘การ์นิเย่กรีนกันทุกวันพุธ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Garnier เปิดตัวแคมเปญใหม่! ‘การ์นิเย่กรีนกันทุกวันพุธ’ อีกก้าวสำคัญของการเป็นแบรนด์ Green Beauty ที่ตั้งเป้ากำจัดขยะพลาสติกให้ได้ถึง 240 ตัน สำหรับกิจกรรม Green Beauty ได้ทำการสำรวจจากกลุ่มผู้บริโภคจำนวน 20,000 คน ใน 9 ประเทศ พบว่ามีคนถึง 79% ที่ต้องการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่มีเพียงแค่ 4% เท่านั้นที่สามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันเพื่อปกป้องโลก เพื่อทำให้เรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเข้าใจได้ง่ายขึ้นและต่อยอดทุกความสวยสู่นิยามใหม่ ‘สวยใส่ใจโลก’ ที่ปลูกฝังให้ผู้บริโภคเชื่อว่าทุกคนสามารถใส่ใจตัวเองและโลกไปพร้อมกันได้ โดยมีสัญญา 5 ข้อที่จะทำร่วมกัน ได้แก่

 

  • การจัดซื้อวัตถุดิบที่สนับสนุนชุมชน
  • พัฒนาสูตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและรีไซเคิลได้
  • ใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิต 
  • ไม่ทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์มาตั้งแต่ปี 1989 ภายในปี 2025 การ์นิเย่มีเป้าหมายทำให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกของเรารีไซเคิลได้ 100% และย่อยสลายได้ เริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ Micellar ที่ผลิตมาจากพลาสติกรีไซเคิล และสามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้

 

ด้าน สุมิตา อัครโรจน์กิจ Garnier Brand General Manager กล่าวว่า การ์นิเย่เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ได้รับความนิยมจากคนไทยจำนวนมาก จึงผลักดันให้ลูกค้าทุกคนสามารถเข้าถึงเรื่องการใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น อย่างการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อลดพลาสติกที่ไม่จำเป็น และรณรงค์ให้เกิดการรีไซเคิลขยะพลาสติกเพื่อนำกลับมาหมุนเวียนเป็นพลาสติกตั้งต้น ลดพลาสติกเกิดใหม่ โดยปี 2023 การ์นิเย่ตั้งเป้าหมายที่จะเก็บขยะพลาสติกให้ได้ถึง 240 ตัน และนำไปเข้าสู่ระบบการจัดการขยะรีไซเคิล ผ่านกิจกรรมที่ง่ายและสามารถทำได้ตลอดจนเกิดเป็นที่มาของ ‘การ์นิเย่กรีนกันทุกวันพุธ’ นอกจากจะเป็นการก้าวสู่อีกขั้นของแบรนด์รักษ์โลก การ์นิเย่ยังตระหนักถึงเรื่องของความยั่งยืน และต้องการกระตุ้นให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสออกมามีส่วนร่วมกับโลกใบนี้ ทุกคนสามารถใส่ใจดูแลตัวเองไปพร้อมกับการใส่ใจโลกให้ยั่งยืนได้ และเชิญชวนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดขยะ และเปลี่ยนแปลงโลกไปด้วยกันกับมิชชันรักษ์โลกโดยการนำขวด Micellar หรือขวดน้ำพลาสติก PET แบบใดก็ได้ มาทิ้งหน้างานตรงจุด Drop Point เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยรีไซเคิลและลดจำนวนขยะพลาสติกได้

 

 

ภาพ: Courtesy of Brand

The post Garnier เปิดตัวแคมเปญ ‘การ์นิเย่กรีนกันทุกวันพุธ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพิ่มยอดขายด้วยแพ็กเกจจิ้ง adapter ส่ง XSight Attentive Packaging เครื่องมือวิเคราะห์ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ด้วย AI ประเดิมใช้กับ est Cola สูตรใหม่ https://thestandard.co/adapter-xsight-attentive-packaging/ Wed, 24 May 2023 03:30:52 +0000 https://thestandard.co/?p=794207 XSight Attentive Packaging

การเดาใจความชื่นชอบของลูกค้าและการดึงดูดความสนใจของผู้บ […]

The post เพิ่มยอดขายด้วยแพ็กเกจจิ้ง adapter ส่ง XSight Attentive Packaging เครื่องมือวิเคราะห์ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ด้วย AI ประเดิมใช้กับ est Cola สูตรใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
XSight Attentive Packaging

การเดาใจความชื่นชอบของลูกค้าและการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ณ วันนี้กลายเป็นเรื่องที่ ‘ไม่หมู’ อีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เกิดสิ่งเร้าขึ้นมามากมาย พร้อมๆ กันกับทางเลือกสินค้าหรือบริการที่มีให้พิจารณาอย่างไม่รู้จบ

 

ปัญหาเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นกับฝั่งแบรนด์และนักการตลาดไม่ต่างกัน เพราะการจะผลักดันสินค้าสักชิ้นให้ได้รับความนิยม เป็นที่ชื่นชอบ และมียอดขายที่สูงลิ่วได้ ไม่เพียงแต่แบรนด์จะต้องมีสินค้าที่ดี ราคาที่เหมาะสม การทำการตลาดที่ใช่เท่านั้น แต่การมี ‘แพ็กเกจจิ้ง’ หรือบรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจและโดดเด่นมากพอ ก็จะช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้า จนในท้ายที่สุดนำไปสู่การเพิ่มยอดขายได้อย่างมีนัยสำคัญ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ adapter digital เอเจนซีโฆษณาด้านดิจิทัลสัญชาติไทย และผู้ให้คำปรึกษาด้านการตลาด ตัดสินใจเปิดตัวเครื่องมือการตลาดใหม่อย่าง ‘XSight Attentive Packaging’ ออกมา โดยชูจุดเด่นด้านการเป็น MarTech Tool วิเคราะห์ประสิทธิภาพงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วย AI ที่จะช่วยให้แบรนด์และนักการตลาดรู้ใจและเข้าใจได้ว่าแพ็กเกจจิ้งแบบไหนมีแนวโน้มที่จะสะดุดตา โดดเด่นในสายตาของผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด 

 

สำหรับ XSight Attentive Packaging นับเป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่ทาง adapter digital ได้พัฒนาต่อยอดขึ้นบน XSight แพลตฟอร์มวิเคราะห์ประสิทธิภาพงานโฆษณาเชิงสร้างสรรค์ โดยในเวอร์ชันนี้ XSight จะสามารถใช้งานเป็นเครื่องมือการตลาด ช่วยวิเคราะห์ประสิทธิภาพของงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วย AI ได้อย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะการใช้ทดสอบกับผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อหา Signal ว่างานดีไซน์บรรจุภัณฑ์รูปแบบใดมีแนวโน้มจะดึงดูความสนใจของพวกเขาหรือเธอได้มากที่สุด

 

อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อะแด็ปเตอร์ ดิจิตอล จำกัด (adapter digital group) กล่าวว่า “Attention เป็น Brand Economy ที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ ซึ่ง Attention ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะกับงานโฆษณาทั้งครีเอทีฟและมีเดียเท่านั้น แต่สำหรับแพ็กเกจจิ้งก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากช่วยเรื่องแบรนดิ้งแล้ว ก็ยังช่วยเพิ่มยอดขายด้วยตัวของมันเองได้ด้วย ที่ผ่านมามีกรณีศึกษาหลายเคสที่กลายเป็นบทพิสูจน์ว่าแพ็กเกจจิ้งที่ดีช่วยเพิ่มยอดขายได้ ขณะเดียวกันแพ็กเกจจิ้งที่ไม่ดีก็ทำให้ยอดขายตกได้เช่นกัน 

 

“XSight Attentive Packaging จะมีส่วนสำคัญในการเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าฝั่งแบรนด์ โดยเฉพาะการตอบคำถามในใจต่อประเด็นที่ว่า แพ็กเกจจิ้งแบบไหนกันแน่ที่จะวินในสายตาและความคิดของผู้บริโภค เพื่อให้ได้มาซึ่งการสร้างแบรนดิ้งที่ยั่งยืนและปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว (Long-term branding & Quick Win Sales)”

 

ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงที่ est Cola แบรนด์น้ำอัดลมสุดซ่าของชาว Gen Z ได้รีแบรนด์ไปครั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา XSight Attentive Packaging ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือ MarTech ที่ถูกนำไปใช้ในการวิเคราะห์งานออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อนำต้นแบบงานดีไซน์ที่ได้รับคะแนนสูงสุดไปพัฒนาต่อเป็นงานดีไซน์เวอร์ชันสุดท้ายก่อนวางจำหน่ายจริงในท้องตลาดอีกด้วย

 

สุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้อำนวยการสำนักการตลาด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่ est Cola ต้องการจะอัปเลเวลเพื่อตอบโจทย์กับสิ่งที่ลูกค้าของเราซึ่งก็คือชาว Gen Z บนความต้องการของพวกเขาจริงๆ 

 

“การนำ XSight มาใช้งานถือเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์การตลาดกับการดีไซน์แพ็กเกจจิ้งใหม่ของพวกเรามาก เพราะจริงๆ แล้วคนดีไซน์กับคนซื้อ ‘ต่างคนก็ต่างความคิด’ ดังนั้นการมีเครื่องมือ AI มาช่วยตรวจสอบความชื่นชอบที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย est Cola ก็ทำให้เรามั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าแพ็กเกจจิ้งนี้จะตอบโจทย์ความชื่นชอบชาว Gen Z มากที่สุด และจากเสียงตอบรับที่เราได้รับมา คนส่วนใหญ่ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า est Cola โฉมใหม่ดูสวย ดูเด่นออกมาจากชั้นวางจริงๆ”

 

XSight Attentive Packaging พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ แบรนด์หรือนักการตลาดที่สนใจทดลองใช้บริการ หรือต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ https://xsight.adapterdigital.com/en/services/package-design-analytics หรือคลิกเพื่อดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/4hf7SRTwx7o

 

The post เพิ่มยอดขายด้วยแพ็กเกจจิ้ง adapter ส่ง XSight Attentive Packaging เครื่องมือวิเคราะห์ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ด้วย AI ประเดิมใช้กับ est Cola สูตรใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบรนด์ Olay จะเปิดตัวสกินแคร์ที่เปลี่ยนไปใช้กระปุกรีไซเคิล 100% เป็นครั้งแรก https://thestandard.co/olay-skincare-use-recycling-package/ Sat, 22 Apr 2023 08:15:26 +0000 https://thestandard.co/?p=779889 Olay กระปุก รีไซเคิล

แบรนด์สกินแคร์ Olay ร่วมกับ Walmart เปิดตัวกระปุกรีไซเค […]

The post แบรนด์ Olay จะเปิดตัวสกินแคร์ที่เปลี่ยนไปใช้กระปุกรีไซเคิล 100% เป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Olay กระปุก รีไซเคิล

แบรนด์สกินแคร์ Olay ร่วมกับ Walmart เปิดตัวกระปุกรีไซเคิล 100% เป็นครั้งแรก ที่สร้างจากโรงงานของ Walmart เอง ซึ่งบรรจุอยู่ในแพ็กเกจที่ทำมาจากเยื่อกระดาษที่ได้รับการรับรองจาก Forest Stewardship Council เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย ก่อตั้งขึ้นในปี 2536 ซึ่งส่งเสริมการจัดการป่าไม้ของโลกด้วยความรับผิดชอบผ่านการรับรองไม้ที่กำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมข้ามชาติเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

โดยความร่วมมือระหว่าง Olay และ Walmart ครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับความงาม ผ่านการลงทุนโดย Olay ที่ต้องการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพิสูจน์และเชื่อถือได้ด้วยทางเลือกของการใช้งานบรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น



สำหรับบรรจุภัณฑ์นี้จะใช้บรรจุ Olay Vitamin C + Peptide 24 Face Moisturizer และ Olay Retinol24 + Peptide Night Face Moisturizer ซึ่งเป็นมอยส์เจอไรเซอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Olay มีคุณสมบัติมอบผิวสว่างกระจ่างใส สูตรเนื้อบางเบาดุจใยไหม ประกอบด้วยวิตามินซี วิตามินบี 3 และกรดแล็กติก ที่ซึมเข้าสู่ผิวโดยไม่อุดตันรูขุมขน ทำให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นทันทีและยาวนานโดยไม่ทิ้งคราบมัน สำหรับผลิตภัณฑ์นี้มีการรีไซเคิลกระปุกใหม่ 100% มีจำหน่ายในร้านค้า Walmart บางแห่งทั่วประเทศ และที่ walmart.com เท่านั้น 

 

ภาพ: Courtesy of Brand

อ้างอิง:

The post แบรนด์ Olay จะเปิดตัวสกินแคร์ที่เปลี่ยนไปใช้กระปุกรีไซเคิล 100% เป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เป๊ปซี่’ ประกาศเริ่มใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% เจ้าแรกในตลาดน้ำอัดลมไทย คิกออฟเมษายนนี้ https://thestandard.co/pepsi-uses-bottles-made-from-recycled-plastic/ Fri, 07 Apr 2023 11:40:30 +0000 https://thestandard.co/?p=774236 เป๊ปซี่ ขวดรีไซเคิล

‘ตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’ กำลังเติบโตอย่างมากอันเกิดจากคว […]

The post ‘เป๊ปซี่’ ประกาศเริ่มใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% เจ้าแรกในตลาดน้ำอัดลมไทย คิกออฟเมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป๊ปซี่ ขวดรีไซเคิล

‘ตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’ กำลังเติบโตอย่างมากอันเกิดจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ทำให้นี่เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ด้านบรรจุภัณฑ์แห่งความยั่งยืน และผู้ผลิตทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

 

สำหรับในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้อนุญาตให้สามารถใช้ขวด rPET นำกลับมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มได้อย่างปลอดภัย

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

โดย ‘เป๊ปซี่’ กลายเป็นเจ้าแรกในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมของไทยที่ได้ประกาศความพร้อมในการใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% (ขวด rPET 100%)

 

“เราจะเริ่มเปิดตัวครั้งแรกด้วยเครื่องดื่มเป๊ปซี่และเป๊ปซี่ไม่มีน้ำตาล ขนาด 550 มิลลิลิตร ในช่วงเดือนเมษายนนี้ ก่อนจะตามมาด้วยผลิตภัณฑ์ในเครือฯ อย่างชาอู่หลงพร้อมดื่มทีพลัส (TEA+) เป็นลำดับถัดไป นอกจากนี้ยังมีการปรับแพ็กเกจจิ้งใหม่เป็นคำว่า ‘เป๊ปซี่ ขวดรีไซเคิล 100% (Pepsi 100% Recycled)’ เพื่อแจ้งผู้บริโภคถึงการเปลี่ยนเป็นขวด rPET อย่างเป็นทางการด้วย” อนวัช สังขะทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

 

สำหรับขวด rPET เป็นการผลิตโดย ‘เอ็นวิคโค’ ที่ใช้วัตถุดิบทั้งหมด 100% เป็นพลาสติกใช้แล้วในประเทศไทย มาผลิตโดยใช้เทคโนโลยีการรีไซเคิลที่ทันสมัย ควบคุมการผลิตตลอดกระบวนการโดยห้องปฏิบัติการมาตรฐานยุโรปภายในโรงงานซึ่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ทั้ง USFDA และ อย. เป็นรายแรกของประเทศไทย

 

ทั้งนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าจากการสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันจำนวน 1,000 คน ของ Business of Sustainability Index ระบุว่า 66% ของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดนิยมใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน โดย 80% เป็นกลุ่มผู้บริโภคอายุ 18-34 ปีเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Generation) และมีความยินดีที่จะจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ยั่งยืน เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีความยั่งยืนน้อยกว่า 

 

อย่างไรก็ตาม ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนในตลาด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มน่าจะมีการเติบโตอย่างมากและต่อเนื่องในอนาคต เพื่อให้รองรับกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการซื้ออาหารมาทำที่บ้านและการสั่งอาหารจากร้านอาหาร ซึ่งอิทธิพลดังกล่าวน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ในวงกว้างต่อไป

 

การประเดิมใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% ได้มีการจัดแคมเปญ ‘สำนึกซ่า กล้าเปลี่ยนเพื่อโลก’ จะเริ่มคิกออฟด้วยการติดตั้งถังขยะดีไซน์พิเศษสำหรับใส่ขวด PET โดยเฉพาะทั่วบริเวณสยามสแควร์ ตั้งแต่สงกรานต์นี้ถึงเดือนธันวาคม 2566 

 

อ้างอิง:

The post ‘เป๊ปซี่’ ประกาศเริ่มใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% เจ้าแรกในตลาดน้ำอัดลมไทย คิกออฟเมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา ‘IVL’ ทุ่ม 3 หมื่นล้านบาท เทกโอเวอร์ ‘โพลีเพล็กซ์’ ลุยขยายอาณาจักรต่อยอดธุรกิจใหม่ ‘ฟิล์มบรรจุภัณฑ์’ ฟากผู้บริหารขอโนคอมเมนต์ https://thestandard.co/ivl-take-over-polyplex/ Wed, 18 Jan 2023 06:31:22 +0000 https://thestandard.co/?p=738862 IVL

ลือสะพัด บมจ.อินโดรามาฯ จ่อทุ่มเงิน 3 หมื่นล้านบาท ฮุบ […]

The post จับตา ‘IVL’ ทุ่ม 3 หมื่นล้านบาท เทกโอเวอร์ ‘โพลีเพล็กซ์’ ลุยขยายอาณาจักรต่อยอดธุรกิจใหม่ ‘ฟิล์มบรรจุภัณฑ์’ ฟากผู้บริหารขอโนคอมเมนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IVL

ลือสะพัด บมจ.อินโดรามาฯ จ่อทุ่มเงิน 3 หมื่นล้านบาท ฮุบ บมจ.โพลีเพล็กซ์ ลุยซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นใหญ่ 51% พร้อมทำ Tender Offer คาดราคาหุ้นอยู่ที่ 25-30 บาทต่อหุ้น ด้านนักวิเคราะห์ฯ ชี้ช่วยดัน EBITDA เพิ่ม พร้อมช่วยเปิดทางเข้าธุรกิจใหม่คือฟิล์มบรรจุภัณฑ์

 

จากกรณีที่มีสื่อรายงานข่าวว่า บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส หรือ IVL อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าเทกโอเวอร์กิจการ บมจ.โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) หรือ PTL ผู้ทำธุรกิจผลิตและส่งออกพลาสติกฟิล์มใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์ (Packaging) อุตสาหกรรม (Industrial) และอุปกรณ์ไฟฟ้า (Electrical) โดยจะซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่คือ Polyplex ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และทำคำเสนอซื้อหุ้น (Tender Offer) หุ้นทั้งหมดของ PTL  

 

แหล่งข่าวระดับสูงของ บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ไม่ขอแสดงความเห็นในกรณีกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แต่บริษัทมีนโยบายในการดำเนินงานปกติ คือการหาโอกาสการลงทุนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว 

 

ขณะเดียวกัน โซวิค รอย เชาว์ดูรี่ เลขานุการบริษัท บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า จากรณีที่มีการรายงานข่าวในสื่อหนังสือพิมพ์บางฉบับซึ่งรายงานว่า บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) อยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการ บมจ.โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) (PTL) นั้น ขอชี้แจงว่าในขณะนี้ยังไม่มีข้อผูกพันใดๆ เกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว

 

ยูโอบี เคย์เฮียน คาด IVL ใช้งบ 2.2-3 หมื่นล้านบาท ฮุบ PTL ปูทางเข้าธุรกิจ

อาศิส ภมรานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส หรือ IVL ได้ส่งหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังจากที่มีกระแสข่าวจะเข้าเทกโอเวอร์ บมจ.โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) ซึ่ง IVL ไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธแบบชัดเจนกับข้อมูลตามข่าวที่ออกมา ดังนั้นคาดว่าดีลนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาและยังไม่ได้ข้อสรุปของดีล

 

ทั้งนี้ ประเมินว่า IVL น่าจะใช้เงินลงทุนเพื่อเข้าซื้อกิจการของ PTL รวมถึงเงินลงทุนที่เตรียมไว้ใช้ทำ Tender Offer ด้วยรวมประมาณ 2.2-3 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาจากหุ้นของ PTL บนกระดานปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าราคาซื้อขายหุ้นของ PTL จะอยู่ในช่วงระหว่าง 25-30 บาท โดยเป็นดีลลงทุนที่ถือว่ามีขนาดไม่ใหญ่เมื่อเปรียบกับฐานธุรกิจและฐานะทางการเงินของ IVL แต่หากดูเฉพาะในส่วนที่ IVL จะซื้อ PTL จากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของ PTL คือ กลุ่ม Polyplex ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 51% จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1-1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยิ่งถือเป็นเงินลงทุนที่น้อยมากสำหรับ IVL 

 

ปัจจุบัน IVL มีเงินสดภายในบริษัทรวม ณ สิ้นไตรมาส 3/65 อยู่ประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท อีกทั้งปัจจุบัน IVL ยังมีความสามารถในการกู้เงินได้เพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net D/E Ratio) ที่ 1.1 ยังต่ำกว่ากรอบนโยบายของบริษัทที่วางไว้ที่ 1.5 เท่า ดังนั้นจะเห็นได้ว่า IVL ยังมีความพร้อมอย่างมากในด้านแหล่งเงินลงทุนรองรับดีลการเทกโอเวอร์ PTL ในครั้งนี้

 

ทั้งนี้ หาก IVL กับ กลุ่ม Polyplex สามารถตกลงราคาซื้อขายหุ้น IVL ที่ช่วงราคาสูงสุดที่ 30 บาทต่อหุ้น โดยเมื่อเปรียบเทียบอัตราส่วนทางการเงินมูลค่าของกิจการ (EV/EBITDA) จะอยู่ที่ประมาณ 6 เท่า ถือว่ายังอยู่ในกรอบนโยบายการลงทุนของ IVL ที่จะใช้อ้างอิงซื้อกิจการซึ่งมีค่าเฉลี่ย EV/EBITDA อยู่ที่ประมาณ 5-7 เท่า ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่จะเห็นการปิดดีลการลงทุนใน PTL ของ IVL ได้สำเร็จ

 

และหากดีล IVL เข้าเทกโอเวอร์ PTL ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะเป็นประโยชน์กับ IVL แต่ไม่ได้มาก เพราะ PTL จะสร้างกำไรก่อนภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (EBITDA) อยู่ที่ราว 120 ล้านดอลลาร์ต่อปีได้ทันที หรือมีสัดส่วนประมาณ 7% ของ EBITDA ของ IVL ซึ่งไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับที่ IVL ทำ EBITDA ได้ประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ยอดขายรวมของ PTL มีสัดส่วนคืดเป็นประมาณ 4% ของยอดขายรวมต่อปีที่ทำได้ของ IVL 

 

อย่างไรก็ดี ดีลลงทุนนี้จะช่วยให้ IVL สายการผลิตสินค้าที่กว้างขึ้น เพราะจะได้ธุรกิจใหม่สายฟิล์มบรรจุภัณฑ์ (BOPET) ที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารเพิ่มเข้ามาในพอร์ตธุรกิจที่มีโรงงานทั้งในและต่างประเทศซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่ IVL ยังไม่เคยมีมาก่อน

 

ล่าสุด หลังมีกระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้น ราคาหุ้น PTL ตอบรับในเชิงบวก โดยปิดการซื้อขายภาคเช้าวันนี้อยู่ที่ 26.75 บาท บวก 5.94% ส่วนราคา IVL อยู่ที่ 42.75 บาท บวก 0.60%  


บทความที่เกี่ยวข้อง


 

The post จับตา ‘IVL’ ทุ่ม 3 หมื่นล้านบาท เทกโอเวอร์ ‘โพลีเพล็กซ์’ ลุยขยายอาณาจักรต่อยอดธุรกิจใหม่ ‘ฟิล์มบรรจุภัณฑ์’ ฟากผู้บริหารขอโนคอมเมนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนาคตเราอาจได้เห็น ‘เบอร์เกอร์ห่อสาหร่าย’ เพราะนักวิจัยพบว่า สาหร่ายสามารถนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ได้ https://thestandard.co/seaweed-burger/ Sun, 30 Oct 2022 08:57:53 +0000 https://thestandard.co/?p=701954 เบอร์เกอร์ห่อสาหร่าย

บรรจุภัณฑ์เบอร์เกอร์หรืออาหารฟาสฟู้ดส่วนใหญ่ที่เราพบเห็ […]

The post อนาคตเราอาจได้เห็น ‘เบอร์เกอร์ห่อสาหร่าย’ เพราะนักวิจัยพบว่า สาหร่ายสามารถนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบอร์เกอร์ห่อสาหร่าย

บรรจุภัณฑ์เบอร์เกอร์หรืออาหารฟาสฟู้ดส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นในปัจจุบัน ล้วนทำมาจาก ‘พลาสติก’ หรือ ‘กระดาษ’ ที่ใช้เวลาย่อยสลายนานหลายปี ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงพลาสติกบางประเภทก็มีสารเคมีที่ส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์อีกด้วย

 

หรือแม้แต่กระดาษที่ทนต่อไขมันก็เคลือบด้วยพลาสติก และสารเคมีอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สารโพลีฟลูออโรอัลคิล (PFAS) ที่สามารถสะสมในสิ่งแวดล้อมและร่างกายมนุษย์

 

แต่ในอนาคตเราอาจได้เห็นบรรจุภัณฑ์แบบอื่นนอกเหนือจากพลาสติก เพราะล่าสุดนักวิจัยจาก Flinders University ในออสเตรเลีย พร้อมด้วยบริษัทวัสดุชีวภาพสัญชาติเยอรมันได้พัฒนาวัสดุเคลือบโพลีเมอร์ชีวภาพที่ทำจาก ‘สาหร่าย’ ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหามลภาวะของบรรจุภัณฑ์ได้

 

Dr.Zhongfan Jia หัวหน้านักวิจัยจากสถาบัน Flinders Institute for Nanoscale Science and Technology อธิบายว่า สาหร่ายที่นำมาทำบรรจุภัณฑ์นั้นสามารถรีไซเคิลได้ เนื่องจากสารสกัดจากสาหร่ายทะเลมีโครงสร้างคล้ายกับเส้นใยธรรมชาติที่ใช้ทำกระดาษ

 

สาหร่ายเหล่านั้นมีถิ่นกำเนิดในแถบชายฝั่งทางใต้ของออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทวัสดุชีวภาพสัญชาติเยอรมันกำลังพยายามขยายการผลิตจากห้องปฏิบัติการไปยังโรงงาน

 

นอกจากจะช่วยลดมลภาวะที่เกิดจากการใช้พลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์แล้ว ยังสามารถช่วยฟื้นฟูธรรมชาติได้ด้วย เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า สาหร่ายถือเป็นพืชที่สำคัญในการรักษาสมดุลในท้องทะเล ลดก๊าซเรือนกระจก และบรรเทาการกัดเซาะชายฝั่ง หากมีการปลูกและดูแลมากขึ้นก็จะส่งผลดีต่อพื้นน้ำและบนบก

 

ซึ่งทางทีมนักวิจัยก็ยังคงหาแนวทางที่จะปลูกสาหร่ายได้อย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นจนจบ

 

อ้างอิง:

The post อนาคตเราอาจได้เห็น ‘เบอร์เกอร์ห่อสาหร่าย’ เพราะนักวิจัยพบว่า สาหร่ายสามารถนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชนร้านอาหารดัง แห่ลดการใช้พลาสติก McDonald’s ญี่ปุ่น หันใช้หลอดกระดาษ-บรรจุภัณฑ์ไม้ มีเป้าหมายช่วยกำจัดขยะพลาสติก 900 ตันต่อปี https://thestandard.co/mcdonalds-wooden-packaging/ Tue, 11 Oct 2022 06:29:31 +0000 https://thestandard.co/?p=694277 McDonald’s

Nikkei Asia รายงานว่า McDonald’s ใน ญี่ปุ่น ได้หยุดให้บ […]

The post เชนร้านอาหารดัง แห่ลดการใช้พลาสติก McDonald’s ญี่ปุ่น หันใช้หลอดกระดาษ-บรรจุภัณฑ์ไม้ มีเป้าหมายช่วยกำจัดขยะพลาสติก 900 ตันต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
McDonald’s

Nikkei Asia รายงานว่า McDonald’s ใน ญี่ปุ่น ได้หยุดให้บริการหลอดพลาสติกและช้อนส้อม และได้เปลี่ยนไปใช้หลอดกระดาษและบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบของไม้แทน โดยเริ่มใช้งานในหลายๆ สาขาทั่วประเทศ

 

หากย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา McDonald’s ประกาศเลิกใช้พลาสติกในญี่ปุ่น โดยเริ่มทดลองก่อน 30 สาขาในจังหวัดคานางาวะใกล้กับโตเกียว โดยรวมแล้วทั้ง 2 จังหวัดมีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 310 สาขา และปัจจุบันได้หยุดใช้หลอดพลาสติกแล้ว แต่ยังมีการทำข้อยกเว้นในการออกแบบหลอดสำหรับเด็กเพื่อความปลอดภัย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากญี่ปุ่นประกาศใช้กฎหมายที่ออกมา เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหาร โดยที่ผ่านมาบริษัททิ้งขยะพลาสติกประมาณ 6,500 ตันในญี่ปุ่น และจากนี้ไปคาดว่าจะช่วยกำจัดขยะพลาสติกได้ถึง 900 ตันต่อปี 

 

ขณะเดียวกัน McDonald’s ในสหราชอาณาจักรและตลาดอื่นๆ ได้ทยอยเปลี่ยนไปใช้หลอดกระดาษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังจัดโครงการเกี่ยวกับพลาสติกในญี่ปุ่น  เพื่อการใช้วัสดุหมุนเวียนสำหรับกลุ่มของเล่น Happy Meal ภายในสิ้นปี 2025

 

นอกจากนี้ ธุรกิจอื่นๆ ก็กำลังพยายามทำในลักษณะเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน Starbucks Coffee ในญี่ปุ่นเริ่มให้บริการเครื่องดื่มเย็นโดยไม่มีฝาพลาสติก รวมถึง Mos Burger คู่แข่งสัญชาติญี่ปุ่นของ McDonald’s เพิ่งประกาศเมื่อต้นเดือนตุลาคมนี้ว่า เริ่มใช้ช้อนและส้อมที่ทำจากพลาสติกชีวมวลซึ่งผลิตจากข้าว ในโรงงานประมาณ 1,250 แห่งในประเทศ

 

ขณะที่กลุ่มร้านอาหารขนาดใหญ่กำลังดำเนินการเพื่อลดการใช้พลาสติก ส่วนร้านอาหารขนาดเล็กและขนาดกลางยังไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก 

 

เซอิจิโร ซาเมจิมะ หัวหน้านักวิเคราะห์ของสถาบันวิจัยอิชิโยชิในโตเกียว กล่าวว่า กฎหมายพลาสติกฉบับใหม่ของญี่ปุ่นมีเป้าหมายให้ธุรกิจต่างๆ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมากกว่า 5 ตันต่อปี

 

อ้างอิง:

The post เชนร้านอาหารดัง แห่ลดการใช้พลาสติก McDonald’s ญี่ปุ่น หันใช้หลอดกระดาษ-บรรจุภัณฑ์ไม้ มีเป้าหมายช่วยกำจัดขยะพลาสติก 900 ตันต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
POP TIP: วิธีเล็กๆ น้อยๆ ของการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านความงามที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม https://thestandard.co/pop-tip-21092022/ Wed, 21 Sep 2022 01:00:38 +0000 https://thestandard.co/?p=684253 ผลิตภัณฑ์ความงาม

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการใ […]

The post POP TIP: วิธีเล็กๆ น้อยๆ ของการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านความงามที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลิตภัณฑ์ความงาม

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์เพื่อบำรุงผิวพรรณและเสริมสร้างความมั่นใจในทุกวันก่อนก้าวเท้าออกจากบ้านไปทำงาน ซึ่งในแต่ละวันที่เราดำเนินชีวิตเป็น Routine แบบนี้ ทุกคนสามารถมีส่วนช่วยในการลดปริมาณขยะได้ เพราะทุกวันนี้ขยะที่มาจากผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ มีปริมาณมากกว่า 11 ล้านเมตริกตันต่อปีที่ไหลลงสู่ทะเล ล้วนเป็นผลมาจากกิจวัตรเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของผู้คนทั้งโลกรวมกัน ดังนั้น Tip วันนี้จึงมีวิธีดีๆ ในการปรับกิจวัตรเพื่อความงามให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ ดังนี้

 

ผลิตภัณฑ์ความงาม

 

 

Pop Tip: รู้หรือไม่ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านความงามในการดูแลตัวเองในทุกๆ วัน สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่โลกได้ เช่น เริ่มจากสิ่งเล็กๆ อย่างการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รีฟีลแทนที่จะซื้อขวดใหม่ กระปุกใหม่ หรือการนำบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางมารีไซเคิลก็มีส่วนช่วยเช่นกัน

 

ภาพ: Shutterstock 

The post POP TIP: วิธีเล็กๆ น้อยๆ ของการใช้ผลิตภัณฑ์ด้านความงามที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: จะขายสินค้าให้ปัง ทำไมเเพคเกจจิ้งต้องจึ้ง?? l โลกนี้อยู่ง่าย EP.4 | THE STANDARD https://thestandard.co/scg-easy-world-ep4/ Wed, 24 Aug 2022 10:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=671234 เเพคเกจจิ้ง

ทำยังไงให้สินค้าปัง? ทุกวันนี้ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของธุร […]

The post ชมคลิป: จะขายสินค้าให้ปัง ทำไมเเพคเกจจิ้งต้องจึ้ง?? l โลกนี้อยู่ง่าย EP.4 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
เเพคเกจจิ้ง

ทำยังไงให้สินค้าปัง? ทุกวันนี้ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่คู่แข่งที่มากขึ้นนอกจากคุณภาพสินค้าต้องแจ่มแล้ว เเพคเกจจิ้งจะต้องจึ้ง!! ช่วยทำให้สินค้าโดดเด่นและคนจดจำได้ด้วย

 

รายการ ‘โลกนี้อยู่ง่าย‘ EP.4 นี้ จะพาไปดูขั้นตอนและเคล็ดลับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่เริ่มต้นจาก ‘ไอเดีย‘ ไปจนถึงสินค้าที่ ‘Ready to Sell‘ บอกได้คำเดียวเลยว่า ใครที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจ พลาดไม่ได้เด็ดขาด! ในตอน ‘จะขายสินค้าให้ปัง ทำไมเเพคเกจจิ้งต้องจึ้ง??‘

 

ติดตามรายการ ‘โลกนี้อยู่ง่าย‘ ทุกวันพุธ เวลา 18.00 น. ผ่านช่องทางของ THE STANDARD และ SCG

The post ชมคลิป: จะขายสินค้าให้ปัง ทำไมเเพคเกจจิ้งต้องจึ้ง?? l โลกนี้อยู่ง่าย EP.4 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
Paul Smith เตรียมเปิดตัวเครื่องหอมสำหรับใช้ในบ้านในเดือนกันยายนนี้ โดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ 100% https://thestandard.co/paul-smith-recycled-packaging/ Mon, 22 Aug 2022 09:13:19 +0000 https://thestandard.co/?p=670254 Paul Smith

เป็นเวลากว่า 22 ปีแล้วที่แบรนด์ Paul Smith ได้ก้าวเข้าส […]

The post Paul Smith เตรียมเปิดตัวเครื่องหอมสำหรับใช้ในบ้านในเดือนกันยายนนี้ โดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
Paul Smith

เป็นเวลากว่า 22 ปีแล้วที่แบรนด์ Paul Smith ได้ก้าวเข้าสู่โลกของน้ำหอม ล่าสุดทางแบรนด์กำลังจะเปิดตัวคอลเล็กชันเครื่องหอมสำหรับใช้ในบ้าน ซึ่งจะมี 4 กลิ่นสุดพิเศษ และเตรียมจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้ ที่สำคัญคือบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดที่ใช้ในคอลเล็กชันนี้จะมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และรีไซเคิลได้ 100% อีกด้วย 

 

สำหรับคอลเล็กชันน้ำหอมของ Paul Smith ทั้ง 4 กลิ่นใหม่นี้ เป็นผลิตภัณฑ์เทียนหอมและดิฟฟิวเซอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีสันที่มีความสดใส รวมถึงแรงบันดาลใจจากดีไซน์ต่างๆ ของนักออกแบบ ซึ่ง Paul Smith ร่วมมือกับสองผู้ผลิตน้ำหอมที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติอย่าง Céline Barrel และ Meabh McCurtin เพื่อให้ดูแลและพัฒนากลิ่นหอมสำหรับคอลเล็กชันนี้โดยตรง โดยแต่ละกลิ่นจะมีการตั้งชื่อตามช่วงเวลาที่ Paul Smith รู้สึกประทับใจในแต่ละช่วงชีวิตของการทำงานของเขา ไม่ว่าจะเป็นชื่อกลิ่น Botanist, Bookworm, Early Bird และ Daydream เป็นต้น

 

Paul Smith กล่าวว่า คอลเล็กชันเครื่องหอมใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่เขาตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมา โดยได้รับคำแนะนำจากนักปรุงน้ำหอมที่น่าเหลือเชื่อทั้งสองคน และกลายมาเป็นเทียนหอมและดิฟฟิวเซอร์ที่น่าหลงใหลเหล่านี้ ซึ่งการผลิตแต่ละกลิ่นทำให้เขานึกย้อนกลับไปในช่วงเวลาแห่งความทรงจำ และสถานที่ในรูปแบบใหม่ของตัวเอง สำหรับส่วนผสมที่ใช้ในกลิ่นต่างๆ มาจาก LMR Naturals ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์วัตถุดิบเกี่ยวกับน้ำหอมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่ง และที่สำคัญก็มีจุดยืนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ที่เป็นหัวใจของ Paul Smith อยู่แล้วด้วย ซึ่งทางแบรนด์มีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% โดยภาชนะแก้วสีแต่ละใบ มีการออกแบบมาแล้วว่าเมื่อใช้หมด สามารถนำมาเป็นแจกันแต่งบ้านสวยๆ หรือแก้วเทียนที่มีฝาปิด ก็นำมาปรับใช้เป็นที่รองแก้วน้ำได้เช่นกัน  

 

ภาพ: Paul Smith

อ้างอิง:

The post Paul Smith เตรียมเปิดตัวเครื่องหอมสำหรับใช้ในบ้านในเดือนกันยายนนี้ โดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เคยไหม? กับการพยายามหาทางเก็บอาหารที่มีกลิ่นแรงทั้งหลายในตู้เย็นที่ไม่ว่าจะเก็บยังไงก็เก็บไม่อยู่ l โลกนี้อยู่ง่าย EP.3 | THE STANDARD https://thestandard.co/scgp-food-strong-smell/ Wed, 17 Aug 2022 11:00:45 +0000 https://thestandard.co/?p=668384

รายการ ‘โลกนี้อยู่ง่าย’ EP. ใหม่นี้ จะพาไปด […]

The post ชมคลิป: เคยไหม? กับการพยายามหาทางเก็บอาหารที่มีกลิ่นแรงทั้งหลายในตู้เย็นที่ไม่ว่าจะเก็บยังไงก็เก็บไม่อยู่ l โลกนี้อยู่ง่าย EP.3 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>

รายการ ‘โลกนี้อยู่ง่าย’ EP. ใหม่นี้ จะพาไปดูเส้นทางการคิดค้นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเก็บกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ และพาไปดูนวัตกรรมของพลาสติก ที่จะเปลี่ยนมุมมองจากถุงพลาสติกที่เรามองว่าแสนธรรมดานั้น แท้จริงแล้วมีความพิเศษซ่อนอยู่แบบที่เราเองก็คาดไม่ถึง

 

ห้ามพลาดใน EP.3 กลิ่นจ๋า…ขอลาก่อน
กว่าจะมาเป็น ‘นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เก็บกลิ่น’

 

ติดตามรายการ ‘โลกนี้อยู่ง่าย’ ทุกวันพุธ เวลา 18.00 น. ผ่านช่องทางของ THE STANDARD และ  SCG

 

‘การเก็บกลิ่นจะไม่ใช่ปัญหา ถ้ามี Good Packaging’

 

โลกนี้อยู่ง่าย #SCG #SCG_ESG #ESG #PassionForBetter #SCGVerse

The post ชมคลิป: เคยไหม? กับการพยายามหาทางเก็บอาหารที่มีกลิ่นแรงทั้งหลายในตู้เย็นที่ไม่ว่าจะเก็บยังไงก็เก็บไม่อยู่ l โลกนี้อยู่ง่าย EP.3 | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>