บมจ. ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม (UVAN) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/บมจ-ยูนิวานิชน้ำมันปาล์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 10 Nov 2022 09:57:29 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 หุ้น ‘น้ำมันปาล์ม’ บวกยกแผง! หลังอินโดนีเซียระงับส่งออกจนกว่าจะแก้ปัญหาขาดแคลนในประเทศได้สำเร็จ https://thestandard.co/palm-oil-stocks-rising-after-indonesia-prohibit-exporting/ Mon, 25 Apr 2022 05:46:37 +0000 https://thestandard.co/?p=621048 หุ้น น้ำมันปาล์ม

จากประเด็นที่อินโดนีเซียระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อแ […]

The post หุ้น ‘น้ำมันปาล์ม’ บวกยกแผง! หลังอินโดนีเซียระงับส่งออกจนกว่าจะแก้ปัญหาขาดแคลนในประเทศได้สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น น้ำมันปาล์ม

จากประเด็นที่อินโดนีเซียระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำมันปรุงอาหารในประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 เมษายน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกพุ่งขึ้นทันที 4-5% ในช่วงเช้านี้ (25 เมษายน) โดยราคาพุ่งขึ้นทะลุ 6,700 ริงกิตต่อตัน สูงสุดในรอบ 1 เดือน หลังจากที่ราคาน้ำมันปาล์มเคยขึ้นไปสูงสุดราว 7,200 ริงกิตต่อตัน เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

 

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันปาล์มดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มน้ำมันปาล์ม ได้แก่ บมจ.ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (CPI), บมจ.ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม (UVAN), บมจ.วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ (VPO), บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) และ บมจ.ล่ำสูง (ประเทศไทย) (LST) ต่างปรับตัวขึ้นได้ทั้งหมด โดยในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังการเปิดตลาด ราคาหุ้นในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นได้ราว 5-12% 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


 

บล.โกลเบล็ก ระบุว่า อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีปริมาณคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งโลก การที่อินโดนีเซียประกาศระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มจะกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลกไม่เพียงแต่ในอินโดนีเซีย เนื่องจากน้ำมันปาล์มถือเป็นน้ำมันพืชที่มีการบริโภคมากที่สุด และมีการใช้ในการผลิตสินค้าหลายประเภท เช่น บิสกิต มาร์การีน ช็อกโกแลต และน้ำยาซักผ้า ก่อนหน้านี้อินโดนีเซียเคยประกาศระงับส่งออกน้ำมันปาล์มในเดือนมกราคม ก่อนที่จะยกเลิกประกาศดังกล่าวในเดือนมีนาคม

 

จากประเด็นดังกล่าว ส่งผลบวกต่อผู้ผลิตน้ำมันปาล์มในไทย ส่งผลให้ราคาขายและอัตราการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ VPO, LST, UVAN และ UPOIC

 

สุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย ประเมินว่า การระงับการส่งออกของน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียน่าจะเป็นประเด็นชั่วคราวคล้ายกับช่วงต้นปีที่ผ่านมา 

 

“คาดว่าประมาณ 1 เดือนสถานการณ์น่าจะกลับมาปกติ เพราะรายได้จากการส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียสูงถึงเดือนละ 3 พันล้านดอลลาร์ หรือปีละ 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์”

 

อย่างไรก็ดี ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้ในไตรมาสแรกน่าจะออกมาดี เนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้นจากปลายปีก่อน ซึ่งอยู่ที่เกือบ 5,000 ริงกิต ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระหว่าง 6,700-6,800 ริงกิต 

 

“แต่การที่กำไรของหุ้นกลุ่มนี้จะขยับไปสูงกว่านี้ ราคาน้ำมันปาล์มอาจจะต้องสูงไปกว่านี้อีก ซึ่งเราอาจต้องเห็นราคาน้ำมันดิบกลับไประดับ 100-120 ดอลลาร์ หรือน้ำมันปาล์มยังคงขาดแคลนต่อเนื่องทั้งปี” 

 

ทั้งนี้ Reuters คาดว่าผลผลิตปาล์มในปีนี้จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะจากสองประเทศหลัก คือ อินโดนีเซีย คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.4% เป็น 48.5 ล้านตัน ขณะที่มาเลเซีย คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.9% เป็น 18.8 ล้านตัน 

 

ในมุมกลับกัน การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันปาล์มทำให้ผู้ที่ใช้น้ำมันปาล์มในการผลิตได้รับผลกระทบ เช่น ผู้ผลิตขนม ยาสระผม เช่น BJC และ TKN รวมถึงธุรกิจขนส่งน้ำมันปาล์ม อย่าง AMA 

 

อ้างอิง: 

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post หุ้น ‘น้ำมันปาล์ม’ บวกยกแผง! หลังอินโดนีเซียระงับส่งออกจนกว่าจะแก้ปัญหาขาดแคลนในประเทศได้สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต. ลงโทษ 3 ผู้กระทำผิด ใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น ‘ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม’ https://thestandard.co/punish-3-offenders-uvan/ Tue, 29 Dec 2020 13:07:22 +0000 https://thestandard.co/?p=437475 ก.ล.ต.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล […]

The post ก.ล.ต. ลงโทษ 3 ผู้กระทำผิด ใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น ‘ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ล.ต.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดรวม 3 ราย ได้แก่ 1. จันทร์ทิพย์ วานิช กรณีซื้อขายหุ้น บมจ. ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม หรือ UVAN โดยรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน 2. อมรรัตน์ เกษมศักดากร กรณีช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้อื่นในการซื้อขายหุ้น UVAN และ 3. วลัยลักษณ์ ปฐมรังษิยังกุล กรณีช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้อื่นในการซื้อหุ้น UVAN 

 

โดยให้ผู้กระทำความผิดทั้ง 3 รายชำระค่าปรับทางแพ่ง ส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด และชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด รวมจำนวน 5.13 ล้านบาท และกำหนดระยะเวลาห้ามบุคคลทั้ง 3 รายเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร

 

ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงเดือนธันวาคม 2560 ถึงกุมภาพันธ์ 2561 จันทร์ทิพย์ วานิช กรรมการของ UVAN รู้ข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลการดำเนินงานปี 2560 ของ UVAN ที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 ปี 2560 ที่มีกำไรรายไตรมาสสูงสุดในรอบ 3 ปี และได้ซื้อหุ้น UVAN ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 โดยใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของ อมรรัตน์ เกษมศักดากร และ วลัยลักษณ์ ปฐมรังษิยังกุล จำนวนรวม 1,286,700 หุ้น ก่อนมีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ทำให้จันทร์ทิพย์ได้ประโยชน์จากการซื้อหุ้นดังกล่าว 

 

และพบว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2561 จันทร์ทิพย์รู้ข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2561 ซึ่งมีผลกำไรสุทธิลดลงจำนวนมาก และจันทร์ทิพย์ได้ขายหุ้น UVAN ระหว่างวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2561 โดยใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของอมรรัตน์จำนวน 314,500 หุ้น ทำให้ได้ประโยชน์จากการหลีกเลี่ยงผลขาดทุน ก่อนมีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 

 

การกระทำของจันทร์ทิพย์เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยฉบับที่ 5 พ.ศ. 2559 มาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 243(1) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 5 และการกระทำของอมรรัตน์และวลัยลักษณ์ ซึ่งได้กระทำการอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จันทร์ทิพย์ในการกระทำความผิดตามที่บัญญัติในมาตรา 242(1) เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 315 ประกอบมาตรา 242(1) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ที่แก้ไขฉบับที่ 5

 

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้ ก.ล.ต. นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับจันทร์ทิพย์ อมรรัตน์ และวลัยลักษณ์ โดยให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง ส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด และชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด โดยในส่วนของจันทร์ทิพย์ คิดเป็นเงินรวม 3,388,672.50 บาท อมรรัตน์ คิดเป็นเงินรวม 1,121,980 บาท และ วลัยลักษณ์ คิดเป็นเงินรวม 621,980 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามผู้กระทำผิดทั้ง 3 รายเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ โดยในส่วนของ จันทร์ทิพย์ เป็นเวลา 14 เดือน อมรรัตน์และวลัยลักษณ์ เป็นเวลารายละ 9 เดือน

 

การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวข้างต้นจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดทั้ง 3 รายไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ทั้งนี้ ค.ม.พ. วางแนวทางให้ ก.ล.ต. ร้องขอต่อศาลเพื่อพิจารณากำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าที่ ค.ม.พ. กำหนดจนถึงอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ

 

ทั้งนี้ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2563 จันทร์ทิพย์ วานิช เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ UVAN โดยถือหุ้นจำนวน 91.11 ล้านหุ้น หรือ 9.69% และเป็นกรรมการบริษัท 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ก.ล.ต. ลงโทษ 3 ผู้กระทำผิด ใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น ‘ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>