บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 24 May 2025 06:01:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 CBG – แนวโน้ม 2Q68 สดใส https://thestandard.co/market-focus-cbg-2/ Sat, 24 May 2025 06:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1077931 CBG

เกิดอะไรขึ้น:   บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) รายงานส่วนแ […]

The post CBG – แนวโน้ม 2Q68 สดใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG

เกิดอะไรขึ้น:

 

บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) รายงานส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศใน 1Q68 ที่ 25.6% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับ 4Q67 แต่เพิ่มขึ้น 1.9 ppt จาก 1Q67 และส่วนแบ่งตลาดในเดือนเมษายน ยังคงแข็งแกร่งที่ 25.7% ในแง่ทำเลที่ตั้ง ส่วนแบ่งตลาดเติบโตในทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งมีสัดส่วนรายได้น้อยที่สุด CBG ยังคงเป้าส่วนแบ่งตลาดสำหรับปี 2568 ไว้ที่ 29% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ตาม ด้วยการแข่งขันที่รุนแรง InnovestX Research จึงคงสมมติฐานส่วนแบ่งตลาดเติบโต 1-1.5 ppt YoY โดยได้รับแรงหนุนจากช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งและสูตรความหวานที่ไม่เปลี่ยนแปลง

 

CBG กำลังดำเนินการขยายโรงงานผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง 2 แห่งในต่างประเทศ โดยโรงงานในเมียนมาจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน และเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตใน 3Q68 ซึ่ง InnovestX Research คาดว่าจะช่วยหนุนให้ยอดขายในเมียนมาในปี 2568 เติบโตอย่างน้อย 40%YoY 

 

ในขณะที่โรงงานในกัมพูชายังคงยืนยันกำหนดการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมกราคม 2569 การผลิตในต่างประเทศด้วยต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลงจะสนับสนุนให้ยอดขายเติบโตและอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2H68 เป็นต้นไป

ใน 1Q68 CBG มีกำไรสุทธิ 760 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 21.1%YoY แต่ลดลงเล็กน้อย 2.8%QoQ) โดยได้แรงหนุนจากรายได้ที่เติบโต 8%YoY (แต่ลดลง 10.9%QoQ จากปัจจัยฤดูกาล) 

 

ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเติบโต 30%YoY ในขณะที่ยอดขายต่างประเทศลดลง 14%YoY จากเมียนมาและกัมพูชา ใน 2Q68TD CBG คาดว่ายอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% ในขณะที่ยอดขายต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในเดือนพฤษภาคม ทั้ง YoY และ QoQ 

 

ดังนั้น InnovestX Research จึงคาดว่ายอดขายรวมใน 2Q68 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากการประหยัดต่อขนาดและประสิทธิภาพด้านต้นทุนจากต้นทุนเฉลี่ยที่ลดลงของวัตถุดิบหลัก กำไร 2Q68 จึงน่าจะเติบโต YoY และ QoQ ปี 2568 ประมาณการว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 14.8% มาอยู่ที่ 3.26 พันล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากรายได้ที่เติบโต 10% มาอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่กว้างขึ้น 20 bps

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 เดือน ที่ผ่านมา ราคาหุ้น CBG ปรับลง 4.8% สู่ 60.00 บาท ขณะที่ SET Index ปรับลง 3.3% สู่ 1,189.14 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ:

 

InnovestX Research คาดว่าส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1-1.5 ppt ในปี 2568 ซึ่งเมื่อรวมกับปริมาณการขายที่สูงขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งจากประสิทธิภาพด้านต้นทุน ปี 2568 คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 14.8% โดยคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q68 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY และ QoQ ดังนั้นจึงแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ CBG โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 80 บาทต่อหุ้น อิงกับ PE เป้าหมายที่ 24 เท่า (-1.25SD ของ PE เฉลี่ย 5 ปี) และมองว่าตอนนี้เป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ เศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงนโยบายของกลุ่มประเทศ CLMV ราคาวัตถุดิบและต้นทุนสินค้าขาย (อะลูมิเนียม น้ำตาล ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้า) มีความผันผวน และการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอลง ความเสี่ยงด้าน ESG: การบริหารจัดการพลังงาน (E), สวัสดิภาพของลูกค้า (S)

 

CBG – แนวโน้ม 2Q68 สดใส

https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/research/company-analysis/high-conviction/cbg-hc-20250521 

The post CBG – แนวโน้ม 2Q68 สดใส appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG – คาดกำไร 1H68 แข็งแกร่ง https://thestandard.co/cbg-strong-growth/ Wed, 19 Mar 2025 03:25:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1053723 cbg-strong-growth

เกิดอะไรขึ้น:   บมจ. คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เปิดเผยตัว […]

The post CBG – คาดกำไร 1H68 แข็งแกร่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
cbg-strong-growth

เกิดอะไรขึ้น:

 

บมจ. คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เปิดเผยตัวเลขส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังภายในประเทศในเดือนมกราคม 2568 ที่ 25.4% ลดลงจาก 26% ในเดือนธันวาคม 2567 โดยหลักๆ เกิดจากการลดลงจากช่องทางร้านค้าแบบสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่ 1.2% 

 

ขณะที่ช่องทางร้านค้าแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ลดลง 0.3% CBG ระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดที่ลดลงเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายน้อยลงหลังจากสิ้นสุดเทศกาลเฉลิมฉลองในเดือนธันวาคม แนวโน้มส่วนแบ่งตลาดในเดือนกุมภาพันธ์คาดว่าจะทรงตัว ในขณะที่ CBG เห็นสัญญาณการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งตลาดในเดือนมีนาคม 

 

CBG ยังคงเป้าส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในปี 2568 ไว้ที่ 29% ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น แม้ส่วนแบ่งตลาดในเดือนมกราคมปรับตัวลดลง แต่คาดว่าจะฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส ดังนั้นยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังภายในประเทศรวมทั้งหมดใน 1Q68 น่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ YoY (จากฐานต่ำ) และทรงตัว QoQ จากระดับสูงสุดใน 4Q67

 

InnovestX Research ประเมินว่ากำไร 1Q68 จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก YoY แต่ลดลงเล็กน้อยในระดับเลขหลักเดียว QoQ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ มาอยู่ที่ราว 28% เทียบกับ 26.8% ใน 1Q67 และ 26.7% ใน 4Q67 โดยได้แรงหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น เศษแก้ว ที่ลดลง และการประหยัดต่อขนาด 

 

สำหรับ 2Q68 ด้วยผลกระทบตามฤดูกาล ทำให้คาดว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ และมีปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากต้นทุนน้ำตาลที่ลดลง ดังนั้นกำไร 2Q68 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้กำไร 1H68 แข็งแกร่ง

 

และคาดการณ์ว่ารายได้ในปี 2568 จะเติบโต 10% มาอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ยังติดตามความเคลื่อนไหวของส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังภายในประเทศเพื่อดูว่ามีโอกาสที่จะเพิ่ม Upside ให้กับประมาณการดังกล่าวหรือไม่ โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 14.8% มาอยู่ที่ 3.26 พันล้านบาทในปี 2568

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปลาย 2Q68 เป็นต้นไป CBG จะเริ่มใช้ขวดแก้วและกระป๋องที่บางลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนและหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นได้ราว 1% นอกจากนี้ ใน 3Q68 CBG จะเริ่มเดินเครื่องโรงงานใหม่ในเมียนมาเชิงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 4Q68 เป็นต้นไป ในขณะที่โรงงานใหม่ในกัมพูชายังคงมีความคืบหน้าตามกำหนด โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงต้น 1Q69

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น CBG ปรับลง 12.14% ขณะที่ SET Index ปรับลง 8.84% สู่ 1,159.64 จุด 

 

กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ:

 

ราคาหุ้น CBG ปรับตัวลดลงมาแล้ว 20% ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดโดยรวมและความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง InnovestX Research เชื่อว่าการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด 300bps เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย 

 

แต่คาดว่าส่วนแบ่งการตลาดจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 100-150bps ในปี 2568 สอดคล้องกับอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งและปริมาณการขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมองว่าราคาหุ้นที่ลดลงเปิดโอกาสให้เข้าสะสมหุ้น CBG โดยแนะนำ Outperform สำหรับ CBG โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 99 บาทต่อหุ้น อ้างอิง -0.5SD PE ที่ 30 เท่า

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม คือ ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน: เศรษฐกิจและนโยบายของกลุ่มประเทศ CLMV เป็นสิ่งที่ต้องจับตา ราคาวัตถุดิบและต้นทุนสินค้าขาย (อะลูมิเนียม, น้ำตาล, ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้า) มีความผันผวน ภาษีความหวานระยะที่ 4 น่าจะประกาศภายในมีนาคม ความเสี่ยงด้าน ESG: CBG ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ในระดับ AA โดยได้รับการเลื่อนระดับขึ้นจากระดับ A ในปี 2566

 

CBG – คาดกำไร 1H68 แข็งแกร่ง

https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/research/company-analysis/high-conviction/cbg-hc-20250314 

 

The post CBG – คาดกำไร 1H68 แข็งแกร่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG – เติบโตต่อเนื่องใน 2Q67 https://thestandard.co/market-focus-cbg-2q67/ Fri, 24 May 2024 12:37:32 +0000 https://thestandard.co/?p=937409

เกิดอะไรขึ้น:   ในเดือนเมษายน 2567 บมจ.คาราบาวกรุ๊ […]

The post CBG – เติบโตต่อเนื่องใน 2Q67 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดอะไรขึ้น:

 

ในเดือนเมษายน 2567 บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) มีส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 24.1% เทียบกับสิ้นปี 2566 ที่ 23.4% อย่างไรก็ตาม CBG ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดสิ้นปี 2567 ที่ 26-27% เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่ 25% 

 

InnovestX Research คงประมาณการรายได้ปี 2567 ไว้ที่ 2.09 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 11.3%) โดยคาดการณ์ส่วนแบ่งการตลาดที่ราว 25% จากการคงราคาขายปลีกคาราบาวแดงไว้ที่ 10 บาทต่อขวด พร้อมการจัดกิจกรรมตลาดและโปรโมตแบรนด์ ในขณะที่รายได้ต่างประเทศจะได้แรงหนุนจากยอดขายจากกลุ่มประเทศ CLMV ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างน้อย 10% ในปี 2567 สำหรับธุรกิจเบียร์ แม้ว่าจะออกสินค้าใหม่ในปี 2567 แต่รายได้รวมจากการรับจ้างจัดจำหน่ายและบรรจุภัณฑ์ต่อไตรมาสคาดว่าจะน้อยกว่า 4Q66 ที่บริษัทเปิดตัวเบียร์ครั้งแรก

 

สำหรับกำไรสุทธิ 1Q67 อยู่ที่ 628 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 138%YoY แต่ลดลง 32%QoQ) รายได้รวมอยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 19.7%YoY แต่ลดลง 7.2%QoQ) รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ที่บริษัทดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง (58% ของรายได้รวม) เพิ่มขึ้น 14%YoY แต่ลดลง 2%QoQ โดยรายได้จากกลุ่มประเทศ CLMV เติบโตสูงที่ 14%YoY และ QoQ ในขณะที่ยอดขายในประเทศเติบโต 22%YoY แต่ลดลง 13%QoQ รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่าย (37% ของรายได้รวม) เพิ่มขึ้น 24%YoY แต่ลดลง 13%QoQ หลักๆ เกิดจากการจัดจำหน่ายเบียร์ที่ลดลง 

 

อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 26.8% โดยได้แรงหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและการประหยัดต่อขนาด อัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าที่ดำเนินการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเองอยู่ที่ 39% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับจ้างจัดจำหน่ายอยู่ที่ 9% อัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขายยังอยู่ในระดับต่ำ จากการแบ่งปันสิทธิผู้สนับสนุนให้แก่บริษัทคู่ค้าในกลุ่มคาราบาว

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น CBG ปรับขึ้น 8.40% สู่ระดับ 71.00 บาท ขณะที่ SET Index ปรับลง 0.76% สู่ระดับ 1,367.84 จุด

 

แนวโน้มผลประกอบการปี 2567

 

อัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงใน 1Q67 และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องใน 2Q67 หนุนให้ปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก 25.4% สู่ 26% โดยคาดว่า อัตรากำไรขั้นต้นจะอ่อนตัวลงใน 2H67 จากต้นทุนอะลูมิเนียมและน้ำตาลที่สูงขึ้น ในขณะที่ได้ปรับประมาณการค่าใช้จ่าย SG&A ปี 2567 ลดลงจาก 12.6% สู่ 12% เพื่อสะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลทำให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 เพิ่มขึ้น 9% จากประมาณการเดิม สู่ 2.5 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 30.2%) และคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q67 จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ยืนอยู่ในระดับสูง และค่าใช้จ่าย SG&A ระดับต่ำ

 

InnovestX Research ปรับคำแนะนำ Tactical Call ระยะ 3 เดือน สำหรับ CBG ขึ้นจาก Neutral สู่ Outperform และปรับราคาเป้าหมายปี 2567 ใหม่เป็น 85 บาทต่อหุ้น (จาก 78 บาท) อ้างอิง PE เฉลี่ยที่ 34 เท่า

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน: เศรษฐกิจและนโยบายของกลุ่มประเทศ CLMV เป็นสิ่งที่ต้องจับตา การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศคาดว่าจะยังคงรุนแรง ต้นทุนวัตถุดิบและ COGS อาจผันผวน เช่น อะลูมิเนียม ก๊าซธรรมชาติ และค่าไฟฟ้า 

 

ความเสี่ยงด้าน ESG: CBG ได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ A ขณะที่ยังล้าหลังบริษัทอื่นๆ ในด้านปัจจัยทางสังคมเกี่ยวกับการตลาดและการติดฉลาก

The post CBG – เติบโตต่อเนื่องใน 2Q67 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาราบาวกรุ๊ปทุ่มเงิน 800 ล้านบาท ต่อสัญญาเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันฟุตบอลรายการคาราบาวคัพอีก 3 ปี https://thestandard.co/carabao-group-invested-800-million-baht-for-carabao-cup-sponsorship/ Wed, 18 Oct 2023 06:09:12 +0000 https://thestandard.co/?p=855975 คาราบาวคัพ

บมจ.คาราบาวกรุ๊ป ประกาศ บริษัทย่อย ‘คาราบาวตะวันแดง’ บร […]

The post คาราบาวกรุ๊ปทุ่มเงิน 800 ล้านบาท ต่อสัญญาเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันฟุตบอลรายการคาราบาวคัพอีก 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาราบาวคัพ

บมจ.คาราบาวกรุ๊ป ประกาศ บริษัทย่อย ‘คาราบาวตะวันแดง’ บรรลุข้อตกลงกับ English Football League Limited ทุ่มเงิน 800 ล้านบาทต่อสัญญาเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันฟุตบอลรายการคาราบาวคัพอีก 3 ปี  

 

วรัญชัย เจนศิริวณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายและเลขานุการบริษัท บมจ.คาราบาวกรุ๊ป หรือ BCG แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้บรรลุข้อตกลงกับ English Football League Limited ในการสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลรายการราคาบาวคัพต่ออีก 3 ปี คือ ฤดูกาลการแข่งขันปี 2024/25, 2025/26 และ 2026/27 ซึ่งรวมอายุการสนับสนุนทั้งสิ้น 10 ฤดูกาลนับตั้งแต่ฤดู 2017/18 เป็นต้นมา

 

โดยมูลค่าการขยายการเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันดังกล่าวรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ประมาณ 18 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 800 ล้านบาท

The post คาราบาวกรุ๊ปทุ่มเงิน 800 ล้านบาท ต่อสัญญาเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันฟุตบอลรายการคาราบาวคัพอีก 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เสถียร’ บิ๊กคาราบาวกรุ๊ป พูดครั้งแรกในรอบหลายปี ชี้ปัจจัยเสี่ยงต้องระวังในการทำธุรกิจ มีทั้งตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ-เศรษฐกิจโลกชะลอ https://thestandard.co/sathien-first-mentioned-business-warning/ Thu, 03 Aug 2023 11:27:09 +0000 https://thestandard.co/?p=825227 เสถียร เสถียรธรรมะ

ซีอีโอ ‘คาราบาวกรุ๊ป’ หวั่นตั้งรัฐบาลล่าช้ากระทบกำลังซื […]

The post ‘เสถียร’ บิ๊กคาราบาวกรุ๊ป พูดครั้งแรกในรอบหลายปี ชี้ปัจจัยเสี่ยงต้องระวังในการทำธุรกิจ มีทั้งตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ-เศรษฐกิจโลกชะลอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสถียร เสถียรธรรมะ

ซีอีโอ ‘คาราบาวกรุ๊ป’ หวั่นตั้งรัฐบาลล่าช้ากระทบกำลังซื้อ ระบุต้องระวังการลงทุน หลังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งการเมืองในประเทศ เศรษฐกิจโลกชะลอ ดอกเบี้ยโลก พร้อมประกาศเลื่อนแผนทำไอพีโอ CJ Express หลังภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้อ 

 

เสถียร เสถียรธรรมะ ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คาราบาวกรุ๊ป หรือ CBG กล่าวว่า สถานการณ์โดยทั่วไปในขณะนี้มองว่าประชาชนมีความกังวลในประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความล่าช้า อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับความจริงของสังคมไทยซึ่งมีบริบทที่ไม่สามารถพูดได้ในมุมใดมุมหนึ่ง 

 

โดยการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีความยุ่งยากในขณะนี้ มองว่าเกิดจากกฎกติกาที่มีความบิดเบี้ยว ส่งผลให้ทุกสิ่งดำเนินไปในแบบที่ไม่ควรจะเป็น ดังนั้นก็จะเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อและบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย

 

“ภาพรวมกำลังซื้อของประเทศไทยหลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดมา 3 ปีต่อเนื่อง ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อภาพรวมกำลังซื้อทั่วประเทศให้ลดลงอยู่แล้ว และมีธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ถูกผลกระทบ ต้องปิดกิจการไปเป็นจำนวนหลายแห่ง” 

 

สำหรับการดำเนินธุรกิจของคาราบาวกรุ๊ปจะมีความระมัดระวังและต้องปรับตัวในการทำแผนขยายธุรกิจและการลงทุนในปี 2566 โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจตลอดเวลา ทั้งในเรื่องของคน สังคม รวมถึงปัจจัยการเมืองที่ตั้งรัฐบาลล่าช้า อีกทั้งปัจจัยความเสี่ยงของโลกที่ปัจจุบันมีปัญหาทั้งสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน และภาพรวมแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในช่วงการชะลอตัวที่มีผลกระทบต่อธุรกิจส่งออก อีกทั้งยังมีผลกระทบจากภาวะดอกเบี้ยของกลุ่มประเทศฝั่งตะวันตกที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งหลายปัจจัยเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่บริษัทก็พยายามบริหารจัดการให้รายได้ของกลุ่มในปี 2566 เติบโต 20% จากปีก่อน 

 

โดยเสถียรยังระบุว่า ถือเป็นการกลับมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนครั้งแรกในรอบหลายปี 

 

ด้าน วีรธรรม เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า สำหรับร้าน CJ Express บริษัทคาดว่ายอดขายรวมในปี 2566 จะอยู่ที่ประมาณ 4.6-4.8 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตราว 33% จากปีก่อนที่ทำได้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยมีปัจจัยมาจากการขยายสาขาต่อเนื่อง ซึ่งตามแผนงานในปีนี้มีแผนจะลงทุนเพิ่มสาขาใหม่จำนวน 250 สาขา

 

ปัจจุบันมีจำนวนสาขาประมาณ 1,120 สาขา ขณะที่บริษัทยังเดินหน้าก่อสร้างคลังสินค้าที่จังหวัดขอนแก่น คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2567 ทั้งนี้ ในส่วนของแผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น แต่ระยะเวลาอาจล่าช้ากว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ในปีนี้ เนื่องจากสภาวะตลาดหุ้นที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงบรรยากาศการลงทุนอาจไม่ดีมากนัก แต่ในแง่ธุรกิจบริษัทมีความพร้อมเต็มที่

The post ‘เสถียร’ บิ๊กคาราบาวกรุ๊ป พูดครั้งแรกในรอบหลายปี ชี้ปัจจัยเสี่ยงต้องระวังในการทำธุรกิจ มีทั้งตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ-เศรษฐกิจโลกชะลอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG – ปรับประมาณการกำไรปี 2566 หลังมาร์จิ้น 1Q66 ทำจุดต่ำสุด https://thestandard.co/market-focus-cbg-1q66/ Wed, 24 May 2023 12:01:37 +0000 https://thestandard.co/?p=794830

เกิดอะไรขึ้น:   บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เผยในงานประ […]

The post CBG – ปรับประมาณการกำไรปี 2566 หลังมาร์จิ้น 1Q66 ทำจุดต่ำสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดอะไรขึ้น:

 

บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เผยในงานประชุมนักวิเคราะห์ว่าจะคงราคาเครื่องดื่มบำรุงกำลังเรือธง ‘คาราบาวแดง’ ของบริษัทไว้ที่ขวดละ 10 บาท ต่อไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปีนี้ และวางแผนทวงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมา 3-5% 

 

ซึ่ง InnovestX Research มองว่าเป็นงานที่ท้าทาย รวมทั้งยังจะเสียโอกาสในการปรับปรุงประสิทธิภาพและลดแรงกดดันจากต้นทุนขาย นอกจากนี้ โรงงานแห่งใหม่ในเมียนมาก็อาจจะเลื่อนกำหนดเปิดดำเนินงานออกไปจาก 2H66 เป็นต้นปี 2567 สำหรับธุรกิจจัดจำหน่าย CBG ตั้งเป้าผลิตบรรจุภัณฑ์และจัดจำหน่ายเบียร์ในเดือนธันวาคม 2566 และคาดว่าจะเห็นการเติบโตสูงตั้งแต่ 2567

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้น CBG ปรับลดลง 3.47%WoW อยู่ที่ 69.50 บาท ขณะที่ SET Index ปรับลดลง 0.32%WoW อยู่ที่ระดับ 1,534.84 จุด 

 

แนวโน้มผลประกอบการปี 2566:

 

ในปี 2566 InnovestX Research ประมาณการรายได้ไว้ที่ 2.02 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5.2%) และคาดว่ายอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังภายในประเทศจะฟื้นตัว หลังจากคู่แข่งสองรายปรับราคาผลิตภัณฑ์เรือธงเพิ่มขึ้นสำหรับตลาดต่างประเทศ และคาดว่ายอดขายในกลุ่มประเทศ CLMV จะฟื้นตัว QoQ แต่จะยังคงอ่อนแอ YoY 

 

ขณะที่ปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นปี 2566 ลดลงจาก 29% สู่ 27.8% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่ใน 1Q66 ที่ 24.7% แม้ประเมินว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น แต่สถานการณ์ยังแย่กว่าที่ประเมินไว้ ดังนั้นจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ลดลงจากประมาณการเดิมที่ 2.3 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2.5%YoY) สู่ 2.13 พันล้านบาท (ลดลง 6.8%YoY) 

 

สำหรับกำไรสุทธิ 2Q66 จะลดลง YoY จากฐานสูงและอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะเพิ่มขึ้น QoQ จากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น 

 

อย่างไรก็ดี หลังจากปรับกำไรสุทธิปีนี้ลดลง จะได้ราคาเป้าหมายใหม่สำหรับปี 2566 ที่ 72 บาทต่อหุ้น อ้างอิง P/E เฉลี่ย 34 เท่า โดยกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ Wait and See สัญญาณฟื้นตัวหรือประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นใน 2H66 ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ Tactical Call สำหรับ CBG ไว้ที่ Neutral

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ ต้นทุนวัตถุดิบหลักยังคงผันผวน โดยเฉพาะน้ำตาล ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนขายใน 2H66 การแข่งขันยังคงรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่ม Standard Segment (ขวดละ 10 บาท) ซึ่งเชื่อว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคระดับต่ำใน 2Q66 จะทำให้ยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังฟื้นตัวได้จำกัด 

 

ดังนั้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือการใช้จ่ายด้าน SG&A ที่สูงขึ้นจะมีประสิทธิภาพน้อยลง นอกจากนี้ยังต้องจับตาดูเศรษฐกิจและนโยบายของกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศไทยด้วย

The post CBG – ปรับประมาณการกำไรปี 2566 หลังมาร์จิ้น 1Q66 ทำจุดต่ำสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG – ผลกระทบจากมาตรการควบคุมทางการเงินของเมียนมา https://thestandard.co/market-focus-cbg-impact-of-myanmar-financial-control/ Sat, 23 Jul 2022 07:39:53 +0000 https://thestandard.co/?p=658037 หุ้น CBG

เกิดอะไรขึ้น: ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ธ […]

The post CBG – ผลกระทบจากมาตรการควบคุมทางการเงินของเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น CBG

เกิดอะไรขึ้น:

ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ธนาคารกลางเมียนมา ( CBM ) ได้สั่งให้ธนาคารพาณิชย์ บริษัท และผู้กู้รายย่อยระงับการชำระหนี้เงินกู้ด้วยเงินสกุลต่างประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพของเงินเมียนมาที่อ่อนค่าไปมาก และรักษาทุนสำรองเงินตราต่างประเทศไว้ให้มากที่สุด 

 

ขณะที่ปัจจุบัน CBG มีรายได้จากการขาย 9% จากเมียนมา และมีผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่เพียงหนึ่งรายในเมียนมา ซึ่ง CBG ขายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้จัดจำหน่ายรายดังกล่าวเป็นเงินบาท ดังนั้นจึงคาดว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบจากนโยบายข้างต้นค่อนข้างจำกัด แต่อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางการเงินที่สูงขึ้นทำให้มีความไม่แน่นอน และอาจส่งผลกระทบทำให้ปริมาณขายปรับตัวลดลงในอนาคต 

 

สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายในเมียนมา และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ส่งผลทำให้ SCBS คาดว่าปริมาณขายจะชะลอตัวลงใน 2H65 และปรับประมาณการรายได้ปี 2565 ลดลง 3% สู่ 1.9 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.7%YoY) และปรับประมาณการกำไรสุทธิลดลง 2.4% สู่ 3 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5.2%YoY) ในขณะที่ยังคงประมาณการกำไรปี 2566 ไว้ที่ 3.5 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 15.5%YoY)

 

อย่างไรก็ตาม รายได้ราว 30% ของ CBG ได้มาจากกลุ่มประเทศ CLM (กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา) ซึ่งจะต้องจับตาดูเศรษฐกิจ การบริโภค และค่าเงิน โดย SCBS ใช้สมมติฐานว่าเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้จะอ่อนตัวลงเล็กน้อยใน 2H65 และจะฟื้นตัวในปี 2566 ซึ่งจากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวต่อปริมาณขายที่ลดลงในกรณีเลวร้ายหากยอดขายใน CLMV ลดลง 15% ในปี 2566 (ระดับเดียวกันกับปี 2564 ที่เกิดสถานการณ์โควิด) และพบว่ากำไรสุทธิจะลดลง 4.5% หรือจะส่งผลกระทบทำให้ราคาเป้าหมายปรับลดลง 5.3 บาทต่อหุ้น ซึ่ง SCBS ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้น CBG ปรับตัวลดลง 3.49%WoW อยู่ที่ระดับ 110.50 บาท ขณะที่ SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.21%WoW สู่ระดับ 1,551.89 จุด

 

แนวโน้มผลประกอบการปี 2565:

SCBS คาดการณ์กำไร 2Q65 ที่ 794 ล้านบาท (ลดลง 18%YoY แต่เพิ่มขึ้น 20%QoQ) ได้รับการสนับสนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 8%YoY และ 12.7%QoQ โดยคาดว่ารายได้จากการขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศจะลดลงเล็กน้อย YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ ขณะที่รายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกจะทำสถิติสูงสุด รายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย QoQ สู่ 31.5% แต่ลดลงจากฐานสูงใน 2Q64 

 

อย่างไรก็ดี แม้ประเมินว่าผลการดำเนินงานใน 2H65 จะดีกว่า 1H65 โดยได้รับการสนับสนุนจากยอดขายในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น ตลาดต่างประเทศที่เติบโตสูง และต้นทุนสินค้าขายที่ลดลง แต่การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายในเมียนมา ความไม่แน่นอน และความเสี่ยง ส่งผลทำให้ประมาณการกำไรปี 2565 ปรับลดลงราว 2.4% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 

 

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาดูนโยบาย ค่าเงิน และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในตลาด CLMV ล่าสุด SCBS ปรับ Tactical Call สำหรับ CBG ลงจาก Outperform สู่ Neutral โดยจะทบทวนคำแนะนำอีกครั้งในไตรมาสถัดไป

 

ส่วนปัจจัยเสี่ยงและความกังวลที่ต้องติดตาม แม้ราคาวัตถุดิบหลักของ CBG อย่างอะลูมิเนียมอยู่ในทิศทางขาลง และอาจช่วยสนับสนุนให้กำไรฟื้นตัวใน 2H65 แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้ยอดขายออกมาต่ำกว่าคาดการณ์

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post CBG – ผลกระทบจากมาตรการควบคุมทางการเงินของเมียนมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
KBank ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านบาท ร่วมทุน ‘กลุ่มคาราบาว’ เพื่อขยายบริการทางการเงินสู่รายย่อยและค้าปลีกชุมชน https://thestandard.co/kbank-joint-venture-with-carabao-group/ Fri, 22 Jul 2022 05:08:41 +0000 https://thestandard.co/?p=657407 KBank

ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank ทุ่ม 15,000 ล้านบาท จัดตั้งบร […]

The post KBank ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านบาท ร่วมทุน ‘กลุ่มคาราบาว’ เพื่อขยายบริการทางการเงินสู่รายย่อยและค้าปลีกชุมชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
KBank

ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank ทุ่ม 15,000 ล้านบาท จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ ‘กลุ่มคาราบาว’ หวังขยายบริการทางการเงินแก่ผู้บริโภครายย่อยและร้านค้าปลีกชุมชนในกลุ่ม และร่วมลงทุนกับบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด ในการพัฒนาร้านค้าปลีก ‘ถูกดี มีมาตรฐาน’ 

 

ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม​ 2565 ธนาคารได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจคาราบาว โดยกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารจะถือหุ้นมากกว่า 50% และมีอำนาจควบคุมในบริษัทร่วมทุนดังกล่าว

 

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง เพื่อให้บริการทางการเงินแก่ผู้บริโภครายย่อยและร้านค้าของบริษัทในกลุ่มธุรกิจคาราบาว ซึ่งจะช่วยพัฒนาบริการทางการเงินให้คนในชุมชนได้เข้าถึง และได้รับบริการทางการเงินที่ครบวงจร รวมถึงช่วยสนับสนุนธุรกิจค้าปลีก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนทั่วไทย

 

นอกจากการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแล้ว กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมร่วมลงทุนกับบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจคาราบาวเช่นกัน เพื่อพัฒนาร้านค้าปลีก ‘ถูกดี มีมาตรฐาน’

 

การจัดตั้งบริษัทร่วมทุน การร่วมลงทุนกับบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมดให้แก่กลุ่มธุรกิจคาราบาว จะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 15,000 ล้านบาท

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post KBank ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านบาท ร่วมทุน ‘กลุ่มคาราบาว’ เพื่อขยายบริการทางการเงินสู่รายย่อยและค้าปลีกชุมชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG – ประสิทธิภาพการดำเนินงานคาดจะดีขึ้นตั้งแต่ 2H22 เป็นต้นไป โดยแรงกดดันจากอะลูมิเนียมที่เริ่มลดลง และปริมาณขายฟื้นตัว https://thestandard.co/market-focus-cbg-2h22/ Thu, 23 Jun 2022 11:08:35 +0000 https://thestandard.co/?p=645551 หุ้น CBG

เกิดอะไรขึ้น: แรงกดดันจากต้นทุนอะลูมิเนียมลดน้อยลง ตามข […]

The post CBG – ประสิทธิภาพการดำเนินงานคาดจะดีขึ้นตั้งแต่ 2H22 เป็นต้นไป โดยแรงกดดันจากอะลูมิเนียมที่เริ่มลดลง และปริมาณขายฟื้นตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น CBG

เกิดอะไรขึ้น:

แรงกดดันจากต้นทุนอะลูมิเนียมลดน้อยลง ตามข้อมูลจาก LME (London Metal Exchange, www.lme.com) ราคาอะลูมิเนียมใน 2Q22 ลดลง 26%QTD สู่ +/-2,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนมีนาคม ที่ 3,849 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันอย่างมาก ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันที่มีต่อต้นทุนสินค้าขายของบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (CBG) ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากแผนจัดซื้อและนโยบายบัญชีบริษัท SCBS เชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 2H22 

 

ด้านรายได้ 2Q22 คาดจะฟื้นตัว QoQ สู่ระดับที่มีแนวโน้มทำจุดสูงสุดใหม่ และจะเติบโตเล็กน้อยเป็นตัวเลขหลักเดียว YoY โดยได้รับการสนับสนุนจากยอดขายที่ฟื้นตัว YoY และ QoQ จากรายได้จากการรับจ้างจัดจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอก และยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศที่ทำสถิติสูงสุด ในขณะที่ยอดขายจากกลุ่มประเทศ CLMV และจีนจะเติบโตสูง QoQ แต่จะลดลงเล็กน้อย YoY จากฐานสูง 

 

สำหรับ 3Q22 เชื่อว่ายอดขายในประเทศจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รายการ คือ Energy Drink Plus ราคาขวดละ 12 บาท ในเดือนกรกฎาคม และ Woody C+ Lock รสชาติใหม่ ต่อจากนั้นในช่วงสิ้นปี CBG วางแผนเปิดตัวเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ CBD (Cannabidiol) ครั้งแรกในตลาด 

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น CBG ปรับตัวลดลง 0.92%MoM อยู่ที่ระดับ 107.50 บาท ขณะที่ SET Index ปรับตัวลดลง 4.44%MoM อยู่ที่ระดับ 1,562.67 จุด

 

แนวโน้มผลประกอบการในปี 2022:

SCBS ประมาณการรายได้ปี 2022 ไว้ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.1%YoY โดยคาดว่ารายได้ 2Q22 จะเติบโตทำจุดสูงสุดใหม่ และจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญใน 2H22 โดยได้รับการสนับสนุนจากราคาอะลูมิเนียมที่ลดลง 

 

สำหรับกำไรสุทธิ เชื่อว่า 1Q22 เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ และกำไรสุทธิ 2Q22 จะเติบโต QoQ แต่ลดลง YoY จากฐานสูง ขณะที่กำไรสุทธิปี 2022 คาดการณ์ไว้ที่ 3.1 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 7.8%YoY) อย่างไรก็ดี ประมาณการกำไรปี 2022 ดังกล่าวอาจมี Upside หากราคาอะลูมิเนียมเฉลี่ยใน 2H22 ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน 

 

นอกจากนี้ SCBS ยังมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อตลาดเครื่องดื่มและเครื่องดื่มบำรุงกำลังใน 2H22 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เนื่องจากจะส่งผลดีต่อกลุ่มลูกค้าหลักของ CBG โดยจะทำให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณขายในตลาดต่างประเทศก็เริ่มฟื้นตัวหลังจากตลาดหลักๆ กลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง และต้นทุนวัตถุดิบหลักๆ อย่างอะลูมิเนียมอยู่ในทิศทางขาลง 

 

ดังนั้นจึงคาดว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานจะดีขึ้นตั้งแต่ 2H22 เป็นต้นไป และ CBG ยังมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นจากการขยายตลาดในเวียดนามด้วย

 

สำหรับปัจจัยเสี่ยงและความกังวลที่ต้องติดตาม แม้ต้นทุนวัตถุดิบหลักของ CBG อย่างอะลูมิเนียมอยู่ในทิศทางขาลง และอาจช่วยสนับสนุนให้กำไรฟื้นตัวใน 2H22 แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมั่นผู้บริโภค และภาวะ Stagflation ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้ยอดขายเติบโตต่ำกว่าคาด

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post CBG – ประสิทธิภาพการดำเนินงานคาดจะดีขึ้นตั้งแต่ 2H22 เป็นต้นไป โดยแรงกดดันจากอะลูมิเนียมที่เริ่มลดลง และปริมาณขายฟื้นตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG – คาดกำไรจะทำจุดต่ำสุดใน 1H65 และจะเข้าสู่ขาขึ้นตั้งแต่ 2H65 เป็นต้นไป https://thestandard.co/cbg-1h65-profit/ Mon, 23 May 2022 12:34:52 +0000 https://thestandard.co/?p=632832 CBG

เกิดอะไรขึ้น: SCBS คาดการณ์รายได้ 2Q65 ของ บมจ.คาราบาวก […]

The post CBG – คาดกำไรจะทำจุดต่ำสุดใน 1H65 และจะเข้าสู่ขาขึ้นตั้งแต่ 2H65 เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG

เกิดอะไรขึ้น:

SCBS คาดการณ์รายได้ 2Q65 ของ บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ทำสถิติสูงสุด โดยได้รับการสนับสนุนจากตลาดต่างประเทศ (หลักๆ จากกัมพูชา เมียนมา และจีน) ซึ่งคาดว่าปริมาณขายจะเติบโตราว 25%QoQ แต่ลดลงเล็กน้อย YoY จากฐานสูง ในขณะที่รายได้จากการขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศจะฟื้นตัว QoQ 

 

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นจะลดลง โดยมีสาเหตุมาจากต้นทุนอลูมิเนียมที่สูงขึ้น โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน QoQ สู่ 3,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งกำไรสุทธิ 2Q65 น่าจะเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY จากฐานสูง บ่งชี้ว่า 1Q65 เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้

 

สำหรับสินค้าใหม่ คาดว่า CBG จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Energy Plus อย่างน้อย 1 ผลิตภัณฑ์ และเครื่องดื่ม Functional Drink อีก 1 ผลิตภัณฑ์ ในขณะที่จะเปิดตัวเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ CBD (Cannabidiol) ในช่วงปลายปีนี้ 

 

ด้านกลยุทธ์การตั้งราคาเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ‘คาราบาวแดง’ CBG จะคงราคาขายปลีกไว้ที่ขวดละ 10 บาทต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน หลังจากนั้นจะทบทวนส่วนแบ่งการตลาดและตัดสินใจอีกครั้งว่าจะขึ้นราคาหรือไม่ ขณะที่ SCBS เห็นโอกาสในการขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนแนวโน้มการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของลูกค้าหลักของ CBG 

 

ส่วนการขยายตลาดในเวียดนาม ผู้บริหารเผยว่าอาจเห็นความคืบหน้าภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ จะเป็นบวกและมีอัปไซด์ต่อประมาณการผลประกอบการ เนื่องจากเวียดนามเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรจำนวนมากและการบริโภคมีแนวโน้มเติบโตสูง 

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น CBG ปรับเพิ่มขึ้น 0.46%MoM สู่ระดับ 109.50 บาท ขณะที่ SET Index ปรับตัวลดลง 3.35%MoM อยู่ที่ระดับ 1,634.02 จุด

 

แนวโน้มผลประกอบการในปี 2565:

SCBS ประเมินรายได้ปี 2565 ไว้ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 14.1%YoY) ขณะที่กำไรสุทธิคาดอยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7.8%YoY โดยคาดว่ากำไรจะทำจุดต่ำสุดใน 1H65 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ตั้งแต่กลางปี 2565 ไปจนถึงสิ้นปีนี้จะช่วยสนับสนุนให้รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 

 

ปริมาณขายในตลาดต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวหลังจากตลาดหลักๆ กลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง และเชื่อว่าต้นทุนวัตุดิบหลักๆ อย่างอะลูมิเนียมได้ทำจุดสูงสุดไปแล้วใน 1Q65 บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นตั้งแต่ 2H65 เป็นต้นไป และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 2H65 น่าจะฟื้นตัวดีขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากต้นทุนอะลูมิเนียมที่ลดลงและการใช้ขวดที่มีน้ำหนักเบาลง

 

นอกจากนี้ SCBS ยังมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อตลาดเครื่องดื่มและเครื่องดื่มบำรุงกำลังใน 2H65 แนวโน้มที่จะมีการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำน่าจะส่งผลดีต่อลูกค้าหลักของ CBG เนื่องจากจะช่วยสนับสนุนให้กำลังซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คือราคาอะลูมิเนียม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของราคาอะลูมิเนียมทุกๆ 100 ดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของ CBG ราว 0.3%

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post CBG – คาดกำไรจะทำจุดต่ำสุดใน 1H65 และจะเข้าสู่ขาขึ้นตั้งแต่ 2H65 เป็นต้นไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ็บทั้งคู่! หุ้น CBG-OSP กอดคอร่วง หลัง ‘คาราบาว’ ตรึงราคาขายปลีก สวนทาง ‘โอสถสภา’ ที่พยายามปรับขึ้น https://thestandard.co/cbg-osp-stocks-dropped/ Fri, 08 Apr 2022 10:08:09 +0000 https://thestandard.co/?p=615668 หุ้น CBG-OSP

ราคาหุ้นของ 2 ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังรายใหญ่ของไทย คื […]

The post เจ็บทั้งคู่! หุ้น CBG-OSP กอดคอร่วง หลัง ‘คาราบาว’ ตรึงราคาขายปลีก สวนทาง ‘โอสถสภา’ ที่พยายามปรับขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น CBG-OSP

ราคาหุ้นของ 2 ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังรายใหญ่ของไทย คือ บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) และ บมจ.โอสถสภา (OSP) ร่วงลงมา 4.27% และ 6.16% ตามลำดับ โดยราคาหุ้นปิดการซื้อขายในช่วงเช้าของวันนี้ (8 เมษายน) ของ CBG อยู่ที่ 101 บาท ส่วน OSP อยู่ที่ 34.25 บาท 

 

นอกจากนี้ หุ้น OSP มีการซื้อขาย Big Lot เกิดขึ้น 1 รายการ จำนวน 3 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 34 บาท คิดเป็นมูลค่า 102 ล้านบาท

 

แรงกดดันต่อหุ้นทั้ง 2 ตัว มาจากประเด็นที่ CBG ประกาศว่าจะตรึงราคาขายปลีกของเครื่องดื่มชูกำลังไว้ที่ 10 บาท สวนทางกับ OSP ที่มีข่าวว่าบริษัทได้แจ้งกับดีลเลอร์เกี่ยวกับการขึ้นราคาสินค้า ทำให้ดีลเลอร์ประเมินว่าราคาขายปลีกจะต้องเพิ่มขึ้นจาก 10 บาท เป็น 12 บาท

 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 


 

ล่าสุด แหล่งข่าวที่เป็นดีลเลอร์กล่าวว่า ตอนนี้คาราบาวแดงขายส่งลังละ 435 บาท เพิ่มขึ้นจาก 415-420 บาท แต่ยังขายปลีกที่ 10 บาทเท่าเดิม โดยบริษัทมีนโยบายขายถูกทั่วไทยทำให้ตรึงราคาไว้ก่อน ขณะที่กระทิงแดงขายลังละ 415 บาท อาจปรับขึ้นเป็น 420 บาท 

 

“อย่าง M150 หลังจากปรับราคา พบว่ายอดขายลดลงประมาณ 20-30% โดยหันไปซื้อกระทิงแดงกับคาราบาวแดงแทน ซึ่งขายดีขึ้น” แหล่งข่าวดีลเลอร์กล่าว

 

ด้าน บล.กสิกรไทย ประเมินว่า ประเด็นดังกล่าวเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากข่าวดังกล่าวลดความคาดหวังเชิงบวกต่อการปรับขึ้นราคาขาย ทั้งนี้ เรายังมองเป็นกลางต่อประเด็นดังกล่าว เนื่องจาก 

 

  1. เรายังไม่ให้น้ำหนักการเกิดการแข่งขันรุนแรงถึงขั้นสงครามราคา (Pricing War) เนื่องจากปัจจุบันทุกบริษัทเผชิญปัญหาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหมือนกัน 

 

  1. แม้ผู้เล่นในตลาดจะคงราคาขายที่ 10 บาทเท่าเดิม แต่จะใช้วิธีการออกสินค้าใหม่ที่ราคาขาย 12 บาทเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มอัตรากำไรมากขึ้น 

 

  1. ประเด็นดังกล่าวไม่มีดาวน์ไซด์จากประมาณการของเรา เนื่องจากเรายังไม่ได้รวมอัปไซด์จากการขึ้นราคาขายไว้ในประมาณการ

 

ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวลง มองว่าเป็นโอกาสซื้อ OSP ที่ราคาพื้นฐาน 40.5 บาท ไม่รวมอัปไซด์จากการขึ้นราคาขาย นอกจากนี้ หุ้นยังมีแนวโน้มเชิงบวกจากการขยายตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันมูลค่าหุ้นที่ถูกกว่าเมื่อเทียบ CBG และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

 

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นลบต่อ OSP และ CBG ในส่วนของ OSP ทำให้โอกาสที่สินค้าใหม่ M-150 ขวด 12 บาทจะประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการให้มาแทนขวด 10 บาทภายในปีนี้ดูเป็นไปได้ยาก แม้เหตุการณ์อาจไม่กระทบต่อส่วนแบ่งการตลาด เพราะ OSP ยังมีการขายขวด 10 บาทตามเดิมต่อไป แต่อาจมีความเสี่ยงในเชิงอัตรากำไร เพราะไม่สามารถปรับราคาสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นได้มากกว่า หลังจากนี้ต้องอาศัยการออกสินค้าใหม่ต่อไป

 

ส่วน CBG การไม่ปรับขึ้นราคา จะทำให้แรงกดดันด้านต้นทุนสูงต่อไป ทั้งราคาอะลูมิเนียมและก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น และต้องอาศัยการออกสินค้าใหม่เช่นเดียวกัน 

 

อย่างไรก็ดี เรายังคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของกำไร OSP ในปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่คลี่คลาย ส่วนต้นทุนน้ำตาลและอะลูมิเนียมมีการล็อกไว้ถึงสิ้นปีแล้ว รวมถึงการออกสินค้าในกลุ่มกัญชงเพิ่มเติมระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565

 

คาราบาว

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post เจ็บทั้งคู่! หุ้น CBG-OSP กอดคอร่วง หลัง ‘คาราบาว’ ตรึงราคาขายปลีก สวนทาง ‘โอสถสภา’ ที่พยายามปรับขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG แนวโน้มกำไร 3Q64 อ่อนแอ จากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนอะลูมิเนียมที่สูงขึ้น https://thestandard.co/cbg-3q64-profit/ Wed, 20 Oct 2021 12:14:32 +0000 https://thestandard.co/?p=550439 CBG

เกิดอะไรขึ้น: SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการ […]

The post CBG แนวโน้มกำไร 3Q64 อ่อนแอ จากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนอะลูมิเนียมที่สูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG

เกิดอะไรขึ้น:

SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการ 3Q64 ของ บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ซึ่งคาดว่าจะประกาศวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้น CBG ปรับตัวลดลง 5.6%MoM สู่ระดับ 119.00 บาท สวนทาง SET Index ที่ปรับตัวขึ้น 2.2%MoM สู่ระดับ 1,637.55 จุด (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2564)

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS คาดกำไรสุทธิ 3Q64 ของ CBG ที่ 662 ล้านบาท ลดลง 31.7%YoY และลดลง 31.5%QoQ (ต่ำที่สุดในรอบ 8 ไตรมาส) โดยมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1. รายได้จะลดลงสู่ 3.9 พันล้านบาท ลดลง 11%YoY และลดลง 21%QoQ เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ในช่วงต้น 3Q64 ส่งผลทำให้ยอดขายในประเทศลดลงราว 20%YoY 

 

ในขณะที่ยอดขายต่างประเทศจะลดลง 12%YoY และ 29%QoQ อันเป็นผลมาจากสถานการณ์น้ำท่วมในจีนและค่าเงินจ๊าดในเมียนมาอ่อนค่าลง และ 2. ต้นทุนวัตถุดิบหลักๆ โดยเฉพาะอะลูมิเนียมปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยใน 3Q64 คาดว่าต้นทุนอะลูมิเนียมจะอยู่ที่ 2,580 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 230 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน QoQ 

 

อย่างไรก็ตาม CBG สามารถบริหารต้นทุนทั้งหมดด้วยการปรับน้ำตาลลดลง 3 ระดับ สู่ระดับต่ำสุดสำหรับคาราบาวแดงที่จำหน่ายภายในประเทศ ส่งผลทำให้ต้นทุนลดลง 4-5% และจะช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38% ทรงตัว QoQ แต่ลดลงจาก 41.6% ใน 3Q63 

 

ยอดขายในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวใน 4Q64 โดยได้รับการสนับสนุนจากการเปิดประเทศ แต่ยอดขายต่างประเทศจะยังคงอ่อนแอ เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซันของประเทศจีนและเศรษฐกิจของเมียนมาอยู่ในภาวะซบเซา ดังนั้น SCBS จึงปรับประมาณการรายได้ปี 2564 ลดลง 6% สู่ 1.74 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.3%YoY) 

 

ในขณะที่ราคาอะลูมิเนียมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นใน 4Q64 (ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2564) ทำสถิติสูงสุดที่ 3,163 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน จะสร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q64 จึงปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2564 ลดลงจาก 38.7% สู่ 38% ซึ่งส่งผลทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปรับลดลง 10% สู่ 3.07 พันล้านบาท ลดลง 12.7%YoY

 

ทั้งนี้ต้องติดตามความเสี่ยงจากต้นทุนอะลูมิเนียมที่สูงขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงของราคาอะลูมิเนียมทุกๆ 100 ดอลลาร์สหรัฐจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นราว 0.3%

 

มุมมองระยะยาว:

สำหรับผลประกอบการปี 2565 SCBS คาดการณ์รายได้ของ CBG ไว้ที่ 2.14 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.6% YoY โดยใช้สมมติฐานว่า CBG จะกลับมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ตามปกติและไม่มีการล็อกดาวน์ แต่ปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2565 ลดลง 1.5% สู่ 38.5% เพื่อสะท้อนต้นทุนอะลูมิเนียมที่สูงขึ้น ดังนั้น SCBS จึงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2564 ที่ 3.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.4%YoY

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post CBG แนวโน้มกำไร 3Q64 อ่อนแอ จากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนอะลูมิเนียมที่สูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG-แนวโน้มกำไร 2Q64 ฟื้นตัว QoQ จากยอดขายในจีนและเมียนมาดีขึ้น https://thestandard.co/cbg-profit-trend/ Fri, 16 Jul 2021 11:22:15 +0000 https://thestandard.co/?p=513605 CBG

เกิดอะไรขึ้น: SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการ […]

The post CBG-แนวโน้มกำไร 2Q64 ฟื้นตัว QoQ จากยอดขายในจีนและเมียนมาดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG

เกิดอะไรขึ้น:

SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์พรีวิวผลประกอบการ 2Q64 ของ บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลประกอบการวันที่ 6 สิงหาคม 2564

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น CBG ปรับตัวขึ้น 14.07%MoM สู่ระดับ 154.00 ขณะที่ SET Index ปรับตัวลง 3.10%MoM สู่ระดับ 1,574.37 จุด (ข้อมูล ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2564)

 

มุมมองระยะสั้น: 

SCBS คาดรายได้รวมใน 2Q64 ของ CBG ที่ 4.72 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8%YoY และเพิ่มขึ้น  17.2%QoQ โดยได้รับการสนับสนุนจาก 

 

  1. รายได้จากตลาดต่างประเทศที่คาดว่าจะลดลง 1%YoY แต่เพิ่มขึ้น 21%QoQ เนื่องจากความต้องการเครื่องดื่มบำรุงกำลังในเมียนมาและจีนเติบโตสูง โดยมีอัตราเติบโตเป็นบวกทั้ง YoY และ QoQ แต่ลดลงในกัมพูชาอันเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์ 

 

  1. รายได้จากตลาดภายในประเทศที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น 8%YoY โดยยอดขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่ลดลง 4%YoY จะได้รับการชดเชยจากยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 

 

ด้านอัตรากำไรขั้นต้น 2Q64 จะลดลงสู่ 37.6% ซึ่งลดลงจาก 38.6% ใน 1Q64 และ 40.7% ใน 2Q63 หลักๆ เกิดจากราคาอะลูมิเนียม (วัตถุดิบหลัก) ที่เพิ่มขึ้น โดยราคาอะลูมิเนียมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 2,020 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ใน 1Q64 สู่ 2,270 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ใน 2Q64 

 

ดังนั้น SCBS จึงคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q64 ของ CBG ที่ 856 ล้านบาท ลดลง 2.9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 22.2% QoQ

 

ทั้งนี้ต้องติดตามความเสี่ยงจากการระบาดของโควิดจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบอะลูมิเนียมที่สูงขึ้น ขณะที่ปัจจัยบวกที่ต้องติดตามคือการอนุมัติใช้สารสกัดจากกัญชงในการผลิตเครื่องดื่ม

 

มุมมองระยะยาว:

SCBS คาดรายได้ตลอดทั้งปี 2564 ของ CBG ที่ 1.91 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% YoY โดยใช้สมมติฐานว่า CBG ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 1 ผลิตภัณฑ์ ณ สิ้น 3Q64 (เครื่องดื่มบำรุงกำลัง-เพื่อสุขภาพ) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ตั้งแต่ 4Q64 เป็นต้นไป และคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2564 ที่ 3.67 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3%YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อย 

 

สำหรับปี 2565 SCBS คาดว่ารายได้จะเติบโต 15%YoY และกำไรสุทธิจะเติบโต 18.3%YoY สู่ระดับที่ทำจุดสูงสุดใหม่ โดยคาดว่าจะเห็นการออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่มีสารสกัดจากกัญชง (เลื่อนมาจากปี 2564) และยอดขายจากทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้น

The post CBG-แนวโน้มกำไร 2Q64 ฟื้นตัว QoQ จากยอดขายในจีนและเมียนมาดีขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG – สถานการณ์ในเมียนมาอาจฉุดผลประกอบการปีนี้ ขณะที่บริษัทมุ่งตลาดจีนมากขึ้น https://thestandard.co/market-focus-cbg/ Fri, 02 Apr 2021 11:22:56 +0000 https://thestandard.co/?p=471980 คาราบาวกรุ๊ป

เกิดอะไรขึ้น: SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์แนวโน้มผลประกอบกา […]

The post CBG – สถานการณ์ในเมียนมาอาจฉุดผลประกอบการปีนี้ ขณะที่บริษัทมุ่งตลาดจีนมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาราบาวกรุ๊ป

เกิดอะไรขึ้น:

SCBS ได้จัดทำบทวิเคราะห์แนวโน้มผลประกอบการของ บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG)  รวมถึงทำการวิเคราะห์ความอ่อนไหวของรายได้จากต่างประเทศ ภายหลังจากสถานการณ์ในประเทศเมียนมาเริ่มรุนแรงขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อประมาณการผลประกอบการในปี 2564


กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้น CBG ปรับตัวลง 6.18%MoM สู่ระดับ 129.00 บาท สวนทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) ที่ปรับตัวขึ้น 6.14%MoM สู่ระดับ 1,596.27 จุด (ข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน 2564)


มุมมองระยะสั้น:

SCBS เริ่มมีความกังวลมากขึ้นต่อสถานการณ์ในเมียนมาที่คาดการณ์ได้ยาก โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา CBG ได้เผชิญปัญหากับข้อจำกัดในการโอนเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินปิดทำการ การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงปัญหาการขนส่งในวงกว้าง

ในเบื้องต้น CBG ยังไม่ได้ปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 15-20% แต่เริ่มหันมามุ่งที่ตลาดจีนมากขึ้น โดยเฉพาะการฟื้นตัวของภาคการบริโภคในจีนหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย รวมถึงมีการออกสินค้าใหม่ในประเทศคือ Woody C+ Lock และสินค้าใหม่ 2-3 ชนิดที่ไม่รวมกลุ่มเหล้าและกัญชงที่รอทาง อย. อนุมัติ ทั้งนี้ SCBS คาดแนวโน้มกำไร 1Q64 ของ CBG จะอ่อนตัวลง QoQ แต่ทรงตัว YoY เนื่องจากผลกระทบจากต่างประเทศและการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวได้ช้า


มุมมองระยะยาว:

SCBS คาดว่าผลประกอบการของ CBG ใน 2H64 จะดีกว่า 1H64 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดตัวสินค้าจากกัญชงที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดี และอัตรากำไรที่ดีขึ้นจาก Full Operation ของ APM ซึ่งจะช่วยชดเชยกับต้นทุนอะลูมิเนียมที่เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก Sponsorship ในประเทศอังกฤษที่หมดภาระลง

ทั้งนี้ SCBS ได้วิเคราะห์ความอ่อนไหวของรายได้ในต่างประเทศ โดยมีสมมติฐานดังนี้

1. รายได้จากจีนในปี 2564 ฟื้นตัวและใกล้เคียงกับปี 2562
2. รายได้จากกัมพูชาอ่อนตัวลง 10%
3. ปรับลดรายได้จากเมียนมาในปีนี้ลง 25%, 50% และ 75% ตามลำดับ

จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหวพบว่า ระดับกำไรสุทธิจะลดลงจากประมาณการปัจจุบัน 11%, 13% และ 15% ตามลำดับ ซึ่งรายได้ของเมียนมาที่ลดลง 50% ในปี 2564 จะทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2564 ทรงตัวหรือไม่เติบโต YoY

 


พิสูจน์อักษร: ชนเนตร ลอยครุฑ

The post CBG – สถานการณ์ในเมียนมาอาจฉุดผลประกอบการปีนี้ ขณะที่บริษัทมุ่งตลาดจีนมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด ‘คาราบาวกรุ๊ป’ เสนอตั้ง ‘ปรีดี ดาวฉาย’ นั่งกรรมการบริษัท เตรียมชงผู้ถือหุ้นเคาะ 22 เมษายนนี้ https://thestandard.co/cbg-group-predee-daochai/ Wed, 17 Mar 2021 02:34:04 +0000 https://thestandard.co/?p=465770 บอร์ด ‘คาราบาวกรุ๊ป’ เสนอตั้ง ‘ปรีดี ดาวฉาย’ นั่งกรรมการบริษัท เตรียมชงผู้ถือหุ้นเคาะ 22 เมษายนนี้

วรัญชัย เจนศิริวณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย บมจ.คาราบาว […]

The post บอร์ด ‘คาราบาวกรุ๊ป’ เสนอตั้ง ‘ปรีดี ดาวฉาย’ นั่งกรรมการบริษัท เตรียมชงผู้ถือหุ้นเคาะ 22 เมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด ‘คาราบาวกรุ๊ป’ เสนอตั้ง ‘ปรีดี ดาวฉาย’ นั่งกรรมการบริษัท เตรียมชงผู้ถือหุ้นเคาะ 22 เมษายนนี้

วรัญชัย เจนศิริวณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 10 มีนาคม  2564 มีมติให้เพิ่มวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 โดยเป็นวาระการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ซึ่งที่ประชุมบอร์ดได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งกรรมการใหม่ 2 ท่าน ได้แก่ ปรีดี ดาวฉาย และ วงดาว ถนอมบูรณ์เจริญ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท 

 

สำหรับ ปรีดี ดาวฉาย เป็นอดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และยังเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ปรีดีเข้ารับตำแหน่ง รมว.คลัง ได้เพียง 25 วัน ก็ตัดสินใจยื่นจดหมายลาออก โดยให้เหตุผลเรื่องสุขภาพ 

 

นอกจากนี้ ปรีดียังเคยเป็นประธานสมาคมธนาคารไทยถึง 2 สมัย และยังเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วย ส่วนวงดาวเคยเป็นกรรมการบริหารของ CBG มาก่อนหน้านี้

 

ส่วนกำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 ของ CBG ตรงกับวันที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 14.00 น.

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post บอร์ด ‘คาราบาวกรุ๊ป’ เสนอตั้ง ‘ปรีดี ดาวฉาย’ นั่งกรรมการบริษัท เตรียมชงผู้ถือหุ้นเคาะ 22 เมษายนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อ CJ Express กำลังแต่งตัวติดนามสกุล ‘มหาชน’ ใครคือ ‘คู่แข่ง’ https://thestandard.co/cj-express/ Tue, 16 Feb 2021 07:08:30 +0000 https://thestandard.co/?p=455010 CJ Express

เป็นที่น่าสนในอย่างมากเมื่อ CJ Express บริษัทค้าปลีกสัญ […]

The post เมื่อ CJ Express กำลังแต่งตัวติดนามสกุล ‘มหาชน’ ใครคือ ‘คู่แข่ง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CJ Express

เป็นที่น่าสนในอย่างมากเมื่อ CJ Express บริษัทค้าปลีกสัญชาติไทย ซึ่งวันนี้มี ‘บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)’ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้วางแผนที่จะแต่งตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อติดนามสกุล ‘มหาชน’ ภายในไตรมาส 2 ปี 2565

 

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการบริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด หรือ CJ กล่าวอย่างชัดเจนกับ THE STANDARD WEALTH ว่า หากถามว่าใครคือคู่แข่งโดยตรงกับ CJ Express คำตอบคือ Mini Big C และ Lotus’s go fresh ที่เพิ่งรีแบรนด์มาจาก Tesco Lotus Express

 

หมายคนอาจคาดว่า คู่แข่งหลักในตลาดร้านสะดวกซื้อที่ CJ Express ย่อมต้องเป็น 7-Eleven ซึ่งตัวเลข ณ กันยายน 2563 มีสาขาอยู่ทั้งสิ้น 12,225 สาขา พร้อมกับวางแผนขยายสาขาให้ครอบ 13,000 สาขา ภายในปี 2564

 

ตีความจากคำพูดของเสถียร การที่ 7-Eleven ไม่ใช่คู่แข่งหลักอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนอกจากจำนวนสาขาที่ต่างกันนับ 10 เท่าแล้ว รายได้หลักของ 7-Eleven มากถึง 70% มาจากกลุ่มของอาหารด้วยกัน

 

ขณะที่ CJ Express วางตัวเองให้เน้นสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีครบ คุ้ม ราคาประหยัดเหมือนกันไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งแน่นอน Positioning ที่ว่านี้ดันตรงกับ Mini Big C และ Lotus’s go fresh ที่มีพี่ใหญ่เป็นไฮเปอร์มาเก็ต และยังมีสินค้าที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก คือเน้นสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก

 

ในเมื่อ CJ Express มอง Mini Big C และ Lotus’s go fresh เป็นคู่แข่งหลัก THE STANDARD WEALTH จึงขอเทียบให้ดูว่า เมื่อวัดขุมพลังกันแล้ว แต่ละแบรนด์เป็นอย่างไรกัน

 

CJ Express

 

 

ภาพประกอบ: กรินวสุรัฐกร

The post เมื่อ CJ Express กำลังแต่งตัวติดนามสกุล ‘มหาชน’ ใครคือ ‘คู่แข่ง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG มองเมียนมามีศักยภาพเติบโตสูง หากพ้นหล่ม ‘โควิด-19 – การเมือง’ https://thestandard.co/cbg-vision-on-myanmar/ Wed, 03 Feb 2021 07:10:02 +0000 https://thestandard.co/?p=450407 CBG มองเมียนมามีศักยภาพเติบโตสูง หากพ้นหล่ม ‘โควิด-19 - การเมือง’

หลังจากที่ บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เริ่มเจาะตลาดเมียนมาใ […]

The post CBG มองเมียนมามีศักยภาพเติบโตสูง หากพ้นหล่ม ‘โควิด-19 – การเมือง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG มองเมียนมามีศักยภาพเติบโตสูง หากพ้นหล่ม ‘โควิด-19 - การเมือง’

หลังจากที่ บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เริ่มเจาะตลาดเมียนมาในช่วงกลางปี 2562 ยอดขายสินค้าในเมียนมาถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การขยายตัวดูเหมือนจะหยุดชะงักไป

 

แหล่งข่าวของ CBG เปิดเผยว่า หลังจากเกิดการแพร่ระบาดระลอกสองของโควิด-19 ในเมียนมา ทำให้ยอดคำสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด หากเทียบกับช่วงสถานการณ์ปกติ ยอดคำสั่งซื้อลดลงไปเกินกว่าครึ่ง

 

“สถานการณ์ในเมียนมาถือว่าค่อนข้างถูกกระทบหนักจากเรื่องของโควิด-19 ทำให้ยอดขายพลาดเป้าไปจากที่ตั้งไว้ อย่างช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเดิมทีคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่ม แต่ด้วยการระบาดหนัก ทำให้แผนต้องชะลอออกไป”

 

อย่างไรก็ดี ในระยะยาวแล้ว CBG เชื่อว่าเมียนมาจะกลับมาเติบโตได้ และมีศักยภาพที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นเหมือนตลาดในกัมพูชา ด้วยแนวโน้มในช่วงแรกที่เปิดตัว ซึ่งเห็นการเติบโตในระดับหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ 

 

ส่วนประเด็นในเรื่องของการเมืองในประเทศ หากมองจริงๆ แล้วคงกระทบในเรื่องของความรู้สึกและบรรยากาศโดยรวม แต่เรื่องของธุรกิจยังคงประเมินยาก เพราะปัจจุบันสถานการณ์ยังคงไม่ได้ฟื้นตัวจากผลของโควิด-19 

 

“ในช่วงแรกตลาดเมียนมาเติบโตเร็วมาก จากยอดสั่งซื้อต่อรอบในระดับ 1 แสนลัง กระโดดขึ้นมาเป็นประมาณ 1.5 ล้านลัง ซึ่งเมียนมาเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และมี Potential จะเติบโตไปเป็นเหมือนกัมพูชาได้ แต่การฟื้นตัวคงจะต้องรอให้สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นก่อน รวมถึงการเมืองที่คงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป”

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post CBG มองเมียนมามีศักยภาพเติบโตสูง หากพ้นหล่ม ‘โควิด-19 – การเมือง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: คาราบาวกรุ๊ป มองหา ‘คนรุ่นใหม่’ ร่วมสานฝันเติบโต 10 เท่า https://thestandard.co/cbg-looks-for-new-generation/ Mon, 25 Jan 2021 12:01:33 +0000 https://thestandard.co/?p=447225 คาราบาวกรุ๊ป มองหา 'คนรุ่นใหม่' ร่วมสานฝันเติบโต 10 เท่า

เมื่อความฝันของคาราบาวกรุ๊ปในการที่จะเติบโต 10 เท่า ย่อ […]

The post ชมคลิป: คาราบาวกรุ๊ป มองหา ‘คนรุ่นใหม่’ ร่วมสานฝันเติบโต 10 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
คาราบาวกรุ๊ป มองหา 'คนรุ่นใหม่' ร่วมสานฝันเติบโต 10 เท่า

เมื่อความฝันของคาราบาวกรุ๊ปในการที่จะเติบโต 10 เท่า ย่อมต้องมาคู่กับงานปริมาณมหาศาล และเมื่อกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานเหล่านั้นคือ ‘คน’ 

 

ทีมคาราบาว ซึ่งปัจจุบันมีอายุพนักงานเฉลี่ยเพียง 33 ปี เปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวได้ทลายกรอบเดิมๆ และเข้ามามีส่วนร่วมในการทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ไปพร้อมกัน 

 

สมัครงานกับกลุ่มบริษัทคาราบาว

https://openhouse-careers.carabao.co.th/

กำหนดสัมภาษณ์รอบแรก วันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2564

The post ชมคลิป: คาราบาวกรุ๊ป มองหา ‘คนรุ่นใหม่’ ร่วมสานฝันเติบโต 10 เท่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอจาก ‘คาราบาวกรุ๊ป-อาฟเตอร์ยู’ คว้ารางวัล Best CEO จากเวที SET Awards 2020 ด้าน ‘เถ้าแก่น้อย’ ขึ้นแท่น Young Rising Star CEO https://thestandard.co/carabao-group-after-you-won-the-best-ceo-award/ Wed, 16 Dec 2020 13:35:33 +0000 https://thestandard.co/?p=432355 ซีอีโอจาก ‘คาราบาวกรุ๊ป-อาฟเตอร์ยู’ คว้ารางวัล Best CEO จากเวที SET Awards 2020 ด้าน ‘เถ้าแก่น้อย’ ขึ้นแท่น Young Rising Star CEO

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศรางวัล SET Awards 2020 โดย เสถียร […]

The post ซีอีโอจาก ‘คาราบาวกรุ๊ป-อาฟเตอร์ยู’ คว้ารางวัล Best CEO จากเวที SET Awards 2020 ด้าน ‘เถ้าแก่น้อย’ ขึ้นแท่น Young Rising Star CEO appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีอีโอจาก ‘คาราบาวกรุ๊ป-อาฟเตอร์ยู’ คว้ารางวัล Best CEO จากเวที SET Awards 2020 ด้าน ‘เถ้าแก่น้อย’ ขึ้นแท่น Young Rising Star CEO

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศรางวัล SET Awards 2020 โดย เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) รับรางวัล Best CEO Award ของ SET แม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บมจ. อาฟเตอร์ ยู (AU) รับรางวัล Best CEO Award ของ mai และ อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) รับรางวัล Young Rising Star CEO Award ขณะที่ บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) รับรางวัล SET Award of Honor ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

 

ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอแสดงความยินดีและชื่นชมบริษัทที่ได้รับรางวัล SET Awards 2020 ทุกบริษัท รวมทั้งผู้ได้รับรางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม (Best CEO Awards) ซึ่งทุกท่านล้วนมีความโดดเด่นในการนำพาองค์กรเดินหน้าภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากปัจจัยรอบด้าน สู่การเป็นองค์กรต้นแบบในตลาดทุน รวมถึงส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เชื่อมั่นว่าจะมีส่วนยกระดับตลาดทุนไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone”

 

รางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม (Best CEO Award) บจ. ใน SET ได้แก่ เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) 

 

รางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม (Best CEO Award) บจ. ใน mai ได้แก่ แม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บมจ.อาฟเตอร์ ยู (AU)  

 

ขณะที่ อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) รับรางวัล Young Rising Star CEO Award 

 

ในปีนี้มีบริษัทได้รับรางวัลยอดเยี่ยมรวมทั้งสิ้น 24 บริษัท แบ่งเป็น บจ. ใน SET 17 บริษัท mai 2 บริษัท บริษัทหลักทรัพย์ 4 บริษัท (รวมบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน 1 บริษัท 

 

นอกจากนี้ บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ยังสามารถรักษาความเป็นเลิศต่อเนื่องด้านนักลงทุนสัมพันธ์ตั้งแต่ปี 2017-2020 จนได้รับรางวัล SET Award of Honor 

 

สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร ผู้ร่วมก่อตั้งรางวัล SET Awards และหนึ่งในคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาตัดสินรางวัล SET Awards 2020 กล่าวว่า รางวัล SET Awards ถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าที่มอบให้แก่บริษัทที่มีความโดดเด่น และความเป็นเลิศในด้านต่างๆ แม้ว่าในปีนี้ภาคธุรกิจจะประสบกับการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และด้วยความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจไทย ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ รางวัล SET Awards ในกลุ่มรางวัล Business Excellence สำหรับปีนี้ ประกอบด้วย 7 รางวัล ได้แก่ 1) Best Investor Relations Awards 2) Best Innovative Company Awards 3) Best Asset Management Company Award 4) Best Securities Company Awards 5) Best Company Performance Awards 6) Best Deal of the Year Awards 7) Best CEO Awards และ Young Rising Star CEO Award นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่สามารถรักษาความโดดเด่นได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ซีอีโอจาก ‘คาราบาวกรุ๊ป-อาฟเตอร์ยู’ คว้ารางวัล Best CEO จากเวที SET Awards 2020 ด้าน ‘เถ้าแก่น้อย’ ขึ้นแท่น Young Rising Star CEO appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG ปี 2564 ลุ้นทำนิวไฮ จากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ https://thestandard.co/market-focus-cbg-241163/ Tue, 24 Nov 2020 10:21:30 +0000 https://thestandard.co/?p=424527 CBG ปี 2564 ลุ้นทำนิวไฮ จากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ

เกิดอะไรขึ้น: เมื่อวานนี้ (23 พฤศจิกายน 2563) บมจ.คาราบ […]

The post CBG ปี 2564 ลุ้นทำนิวไฮ จากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CBG ปี 2564 ลุ้นทำนิวไฮ จากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ

เกิดอะไรขึ้น:

เมื่อวานนี้ (23 พฤศจิกายน 2563) บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ปี 2564 เติบโตไม่น้อยกว่า 20% โดยมาจากการเติบโตในประเทศ 20% และการเติบโตจากต่างประเทศ 25% ซึ่งหลักๆ จะมาจากประเทศเวียดนาม เมียนมา กัมพูชา และจีน นอกจากนี้บริษัทยังคงกลยุทธ์ลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่ม Gross Margin ให้ดีขึ้น ขณะที่ค่า Sponsorship มีแนวโน้มลดลงในปี 2464 

 

สำหรับยอดขาย Woody C+ Lock บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2564 เติบโต 100% ซึ่งเท่ากับ 100 ล้านขวด

 

กระทบอย่างไร:

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ราคาหุ้น CBG ปรับตัวลง 2.07%DoD สู่ระดับ 118.50 บาท ขณะที่ SET Index ปรับลง 18.80 จุด หรือลดลง 1.32%DoD สู่ระดับ 1,401.63 จุด 

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS คาดว่าไตรมาส 4/63 CBG จะมีกำไรเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากยอดขายในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น และมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ นอกจากนี้บริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้ Gross Profit Margin ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ SG&A ต่อยอดขายมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าให้ลดลงสู่ระดับ 17% ในปี 2564

 

มุมองระยะยาว:

SCBS คาดว่าแนวโน้มกำไรในปี 2564 มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ เนื่องจากรายได้มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในกลุ่มประเทศ CLMV ขณะที่โรงงานผลิตขวดแก้วและกระป๋องกำลังการผลิต 300 ล้านขวดต่อปีจะเริ่มการผลิตต้นปี 2564 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของบริษัทได้ ขณะที่ผลประกอบการของ INTERCARABAO (ICUK) จะมีผลขาดทุนน้อยลงและมีโอกาสเกิด Impairment ต่ำ

 

นอกจากนี้เริ่มเห็นการรุกตลาดจีนมากขึ้น โดย CBG ได้ทำ Co-promotion ร่วมกับ PetroChina เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าติดตามต่อไปสำหรับการรุกตลาดต่างประเทศของ CBG

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post CBG ปี 2564 ลุ้นทำนิวไฮ จากการเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>