น้ำแข็งไส Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/น้ำแข็งไส/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 08 Oct 2024 06:14:27 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Oyatsu no Jikan ร้านน้ำแข็งไสจากโตเกียว ชวนชิมเมนูใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุกและสดชื่น https://thestandard.co/life/oyatsu-no-jikan-2/ Tue, 08 Oct 2024 06:14:27 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=993174 Oyatsu no Jikan

วันนี้เราไปเติมความหวานให้ชีวิตเลยแวะไปกินน้ำแข็งไสที่ […]

The post Oyatsu no Jikan ร้านน้ำแข็งไสจากโตเกียว ชวนชิมเมนูใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุกและสดชื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oyatsu no Jikan

วันนี้เราไปเติมความหวานให้ชีวิตเลยแวะไปกินน้ำแข็งไสที่ Oyatsu no Jikan ย่านหลังสวน ร้านคากิโกริชื่อดังจากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้ร้านปล่อยเมนูใหม่ประจำฤดูกาลและของหวานที่เอาใจคนรักการกินขนมสุดๆ ออกมา

 

 

เมนูพิเศษประจำฤดูกาลนี้ คือ Blood Orange and Pink Pomelo Kakigori เมนูคอลแลบระหว่างเชฟมิโฮแห่งร้าน Azuki to Kouri กับเชฟคาวาเตะแห่งร้าน Florilège ที่ได้สร้างสรรค์เมนูสนุกๆ ด้วยกันที่ร้านนี้ แล้วจะมีวางขายเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น เมนูน้ำแข็งไสนี้เป็นรสผลไม้จากส้มโอเนื้อชมพูและส้มสีเลือดที่ให้ความสดชื่นสุดๆ ตักด้านในก็จะเจอกับความนัวของบูราตาชีส ท็อปด้วยทับทิมไร้เมล็ด เราชอบเมนูนี้เพราะน้ำแข็งไสรสเปรี้ยวๆ เข้าได้ดีกับความเค็มนัวของชีส ซึ่งให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดี

 

Oyatsu no Jikan

 

นอกจากเมนูสีส้มอมชมพูสดใส ครั้งนี้ร้านยังได้นำเมนูซิกเนเจอร์ชื่อดัง ยอดนิยมตลอดกาลจากร้าน Florilège ประเทศญี่ปุ่น ‘Chocolate Omelette’ ยกมาเสิร์ฟนอกร้านครั้งแรกเฉพาะที่ไทยเท่านั้น เค้กดาร์กช็อกโกแลตลาวาไร้แป้งรสชาติเข้มข้น รูปทรงคล้าย Omelette กินคู่กับซอสกาแฟและวิปครีม ด้านบนเป็น Cacao Nibs ลงตัวสุดๆ สายช็อกโกแลตต้องลองจริงๆ หากติดใจก็ไม่ต้องห่วง เพราะจะมีประจำอยู่ที่ร้านเลย

 

 

และอีกหนึ่งเมนูประจำร้านเราได้ลอง ‘Matcha & Meringue Kakigori’ (380 บาท)คากิโกริรสมัทฉะที่ตัวชาออกรสชาติขมปลาย ด้านบนเป็นเมอแรงก์และด้านในเป็นโมจิหนึบถั่วแดงกวน ทั้งรสชาติของชากับความหวานของขนม พอตักเข้าปากแล้วเราว่ากำลังกลมกล่อมดี น้ำแข็งไสและขนมหวานที่นี่ก็ไม่หวานเลี่ยนเกินไป แถมรสชาติยังสนุกอีกด้วย

 

ส่วนเมนูพิเศษที่กำลังจะปล่อยออกมาใหม่ของ Oyatsu no Jikan จะเริ่มขายและปล่อยราคาในวันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคมนี้ สามารถจองคิวได้ผ่านเว็บไซต์ของร้าน oyatsubk.com หรือจะ Walk-in ก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากพลาดก็จองคิวรอได้เลย

 

Oyatsu no Jikan by Azuki to Kouri

Address: โครงการ Velaa Sindhorn Village ซอยหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

Contact: Oyatsu no Jikan

Budget: 300-500 บาท

Map:

 

The post Oyatsu no Jikan ร้านน้ำแข็งไสจากโตเกียว ชวนชิมเมนูใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุกและสดชื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oyatsu no Jikan ร้านน้ำแข็งไสจากโตเกียวเปิดแล้วที่หลังสวน พร้อมเมนูต้นตำรับเดียวกับญี่ปุ่น https://thestandard.co/life/oyatsu-no-jikan/ Mon, 22 Apr 2024 12:31:47 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=925475

ร้านน้ำแข็งไสชื่อดังจากกรุงโตเกียว Azuki to Kouri ที่ต้ […]

The post Oyatsu no Jikan ร้านน้ำแข็งไสจากโตเกียวเปิดแล้วที่หลังสวน พร้อมเมนูต้นตำรับเดียวกับญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

ร้านน้ำแข็งไสชื่อดังจากกรุงโตเกียว Azuki to Kouri ที่ต้องจองคิวกันข้ามเดือน ตอนนี้มาเปิดสาขาแรกนอกบ้านเกิดอยู่ที่ย่านหลังสวนแล้ว พร้อมกับเมนูซิกเนเจอร์สูตรเดียวกัน และคิวที่จองเต็มยาวๆ จนถึงสิ้นเดือนไม่แพ้สาขาต้นฉบับ ทว่าใครที่อยากชิมจริงๆ ก็ไม่ต้องท้อแท้ เพราะร้านเปิดให้วอล์กอินได้เช่นกัน

 

‘Oyatsu no Jikan’ เป็นร้านน้ำแข็งไสเดียวกับร้าน Azuki to Kouri ซึ่งเป็นสาขาต้นตำรับที่กรุงโตเกียว ทว่าใช้ชื่อแบรนด์ต่างกันเนื่องจากคอนเซปต์ เพราะหากเป็นสาขาต้นตำรับจะเน้นเฉพาะเมนูคากิโกริเท่านั้น แต่สำหรับสาขาแรกในเมืองไทยจะเป็นร้านของว่างที่มีเมนูคากิโกรินำทัพ ก่อนเสริมด้วยเมนูขนมอื่นๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ และบางเมนูก็มีเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้นด้วย

 

 

The Vibe

 

‘Oyatsu no Jikan’ by Azuki to Kouri อยู่ในโครงการ Velaa สินธร วิลเลจ ย่านหลังสวน หากเป็นสาขาต้นตำรับจะมีลักษณะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ที่รับได้ประมาณ 7 ที่นั่งต่อรอบเท่านั้น แต่สาขาเมืองไทยจะมีพื้นที่เยอะกว่า และรับคนได้มากกว่า ประมาณ 45 ที่นั่ง แต่ก็ยังมีโซนเคาน์เตอร์บาร์ด้วย เผื่อว่าใครอยากนั่งกินในบรรยากาศเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่น

 

ส่วนชื่อร้านก็แปลได้ตรงตัวว่า ‘ช่วงเวลาแห่งอาหารว่าง’ ตรงกับคอนเซปต์ร้านแห่งนี้ที่เน้นทั้งเมนูคากิโกริ และเมนูของว่างอื่นๆ ที่จะทำให้คุณไม่จบแค่คากิโกริแน่นอน

 

 

The Taste

 

น้ำแข็งไสมีทั้งหมด 5 เมนู แต่ละเมนูรสชาติต่างกันสิ้นเชิง เราว่าทุกคนจะต้องสนุกที่ได้ลองอะไรใหม่ๆ แน่นอน อย่างเช่น Milk & Meringue Kakigori (380 บาท) คากิโกริเมนูซิกเนเจอร์อันโด่งดังของร้าน Azuki to Kouri เป็นน้ำแข็งไสรสนมไส้ถั่วแดงญี่ปุ่น มีความกรุบจากเมอแรงก์

 

Potato Kakigori (380 บาท) อีกเมนูซิกเนเจอร์ที่เชฟแนะนำ เป็นน้ำแข็งไสซอสมันฝรั่ง ราดโฟมรสชีสกามองแบร์ โรยมันฝรั่งกรอบๆ และมีเนื้อถั่วลูกไก่บดด้วย เราชอบเมนูนี้เป็นพิเศษ น้ำแข็งไสเย็นๆ เข้ากับความเค็มๆ มันๆ ได้อย่างแปลกใหม่

 

 

แต่ถ้าใครอยากชิมเมนูที่ไม่ต้องแปลกมาก แต่ก็สดชื่นถึงใจด้วย เราแนะนำ Strawberry Chiboust Kakigori (420 บาท) น้ำแข็งไสรสสตรอว์เบอร์รีเปรี้ยวๆ หวานๆ ท็อปด้วยครีม Chiboust หรือซอสคัสตาร์ดที่เบิร์นจนหอม ด้านในมีเนื้อสตรอว์เบอร์รีสดและอัลมอนด์บิสกิต โดยเมนูนี้จะเปลี่ยนผลไม้ไปตามฤดูกาล

 

 

Avocado Salad Kakigori (380 บาท) เป็นเมนูพิเศษที่มีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เป็นเมนูคอลแลบระหว่างเชฟคาวาเตะกับเชฟเดชแห่ง Kyo Bar ผู้นำร้านน้ำแข็งไสแห่งนี้เข้ามา โดยทั้งสองเป็นเพื่อนกันมานานจึงอยากทำอะไรสนุกๆ ด้วยกันที่ร้านนี้ เมนูน้ำแข็งไสอะโวคาโดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูสลัดจึงเกิดขึ้น เนื่องจากร้านไฟน์ไดนิ่ง Florilège ของเชฟคาวาเตะ ใช้ผักในการทำอาหารเยอะ เชฟเดชจึงอยากทำน้ำแข็งไสที่กินแล้วรู้สึกเฮลตี้ แต่ก็สดชื่นด้วยขึ้นมา จึงทำคากิโกริราดซอสอะโวคาโด ใส่เนื้ออะโวคาโด และท็อปด้วยครีมเลมอนหอมสดชื่น

 

 

แต่สิ่งที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาดที่สุดคือเมนู French Toast (395 บาท) เพราะมีจำนวนจำกัดต่อวัน ประมาณ 50 ชิ้น เป็นเฟรนช์โทสต์ที่ใช้ขนมปังซาวโดวจ์หมักข้ามคืน กินคู่กับโฟมถั่วแดง ถั่วแดงกวน และเกลือทะเล บอกเลยว่านุ่มฉ่ำกินเพลิน

 

Good for

 

เชฟเจ้าของ Oyatsu no Jikan คือคนเดียวกับร้านต้นตำรับ ซึ่งก็คือ เชฟฮิโรยาสึ คาวาเตะ เจ้าของร้านอาหาร 2 ดาวมิชลิน Florilège ในกรุงโตเกียว พร้อมเฮดเชฟผู้ดูแลเมนูคนเดิมเช่นกันคือ เชฟมิโฮะ โฮริโอะ ผู้เคยทำงานร่วมกับเชฟคาวาเตะที่ร้าน Florilège 

 

เพราะฉะนั้น น้ำแข็งไสของ Oyatsu no Jikan จะเป็นสูตรเดียวกับสาขาต้นฉบับทั้งหมด รวมถึงการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ใช้น้ำเชื่อม ใช้ผลไม้สดแบบวันต่อวัน และน้ำแข็งที่ใช้สูตรลับเฉพาะ จึงได้เกล็ดที่นุ่มปุยเหมือนหิมะแบบที่หลายคนชอบ

 

 

ส่วนเราติดใจที่ทุกเมนูไม่หวานเกินจนเลี่ยน แต่ละคำกินสนุกเพราะเจอรสชาติใหม่ๆ ผสมผสานกันไปมา ตอนนี้จึงหายสงสัยแล้วว่าทำไมหลายคนถึงรีบจองและชอบร้านนี้กันนัก

 


 

‘Oyatsu no Jikan’ by Azuki to Kouri

 

Address: โครงการ Velaa สินธร วิลเลจ ซอยหลังสวน

Open: ทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. 

Contact: Oyatsu no Jikan

Budget: 300-500 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/RsDru8DNE85uhUydA

 

 

The post Oyatsu no Jikan ร้านน้ำแข็งไสจากโตเกียวเปิดแล้วที่หลังสวน พร้อมเมนูต้นตำรับเดียวกับญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
นมสด, ชาไทย, โอวัลติน และลำไย ติดโผรสชาติ ‘น้ำแข็งไส-บิงซู’ มาแรงที่ถูกสั่งสูงสุดใน LINE MAN https://thestandard.co/top-orders-shaved-ice-bingsu-line-man/ Wed, 19 Apr 2023 04:50:53 +0000 https://thestandard.co/?p=778465 ถนัดกิจ จันกิเสน

ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 อง […]

The post นมสด, ชาไทย, โอวัลติน และลำไย ติดโผรสชาติ ‘น้ำแข็งไส-บิงซู’ มาแรงที่ถูกสั่งสูงสุดใน LINE MAN appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถนัดกิจ จันกิเสน

ฤดูร้อนประเทศไทยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยแตะถึง 35.5 องศาเซลเซียส ร้อนกว่าปีที่แล้ว ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองหาเมนูคลายร้อน โดยน้ำแข็งไส เมนูภูมิปัญญาไทยที่กลับมาเป็นกระแสมากขึ้นจากสื่อโซเชียลในฤดูร้อนปีนี้ และปัจจุบันมีการนำเมนูน้ำแข็งไสแบบจีน เกาหลี และญี่ปุ่น มาดัดแปลงเป็นรสชาติสไตล์ไทยให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น 

 

สำหรับปีนี้ยอดออร์เดอร์เดลิเวอรีเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นเท่าตัวในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเมนูน้ำแข็งไส-บิงซูรสชาติขายดี ได้แก่ น้ำแข็งไส-บิงซูรสนมสด, รสชาไทย, รสโอวัลติน และรสลำไย ตามลำดับ

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ปัจจุบัน LINE MAN มีจำนวนร้านที่ขายเมนูน้ำแข็งไสและบิงซูกว่า 50,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านที่ขายดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ร้านถิงถิง บิงซูน้ำขิง, ร้านเช็งซิมอี๊ และร้านภูเกล็ด 

 

ขณะที่ร้านท้องถิ่นที่ขายดีที่สุดในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ ร้านน้ำแข็งไสหลังโรงเรียนวีรนาท จังหวัดพัทลุง, ร้านปังหวาน (สี่แยกพันต้น) จังหวัดน่าน และร้านน้ำแข็งไสป้าดี ยุทธศาสตร์ ซอย 9 จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

นอกจากนี้ LINE MAN MART ยังเปิดเผยสินค้าที่ถูกค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ ปืนฉีดน้ำ, น้ำแข็ง, พวงมาลัย, ซองกันน้ำ และผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเล่นสงกรานต์ สะท้อนกระแสคึกคักของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ได้เป็นอย่างดี

 

ขณะเดียวกันจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการท่องเที่ยว รวมถึงผลสำรวจสะท้อนว่า กลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 

 

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 5 วัน ระหว่างวันที่ 13-17 เมษายน 2566 น่าจะมีจำนวน 5.1 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 28.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

 

และประเมินว่าการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 น่าจะมีมูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

The post นมสด, ชาไทย, โอวัลติน และลำไย ติดโผรสชาติ ‘น้ำแข็งไส-บิงซู’ มาแรงที่ถูกสั่งสูงสุดใน LINE MAN appeared first on THE STANDARD.

]]>
อากาศร้อนปรอทแตก อยู่อย่างไรให้เย็นฉบับชาวสยามโบราณ https://thestandard.co/ancient-thai-in-summer/ Fri, 19 Apr 2019 11:18:43 +0000 https://thestandard.co/?p=236519

ซัมเมอร์เมืองไทยอากาศช่างร้อนระอุชนิดอุณหภูมิทะลุ 40 อง […]

The post อากาศร้อนปรอทแตก อยู่อย่างไรให้เย็นฉบับชาวสยามโบราณ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซัมเมอร์เมืองไทยอากาศช่างร้อนระอุชนิดอุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียสกันทั้งประเทศ จะกิน นอน นั่ง เดินเหินก็รู้สึกว่าความร้อนช่างเป็นอุปสรรคแก่ชีวิตประจำวัน หลายคนมีวิธีคลายร้อนหลากรูปแบบ บ้างก็เข้าห้างสรรพสินค้า ตากแอร์เย็นๆ กินของอร่อย บางคนก็หลบหนีความร้อนไปใช้ชีวิตชิลยังชายหาดสวยๆ สักแห่ง แต่ใช่ว่าไลฟ์สไตล์คนเมืองหรือการหนีเที่ยวจะใช้ได้ทุกโอกาส ช่วงเวลาปกติในชีวิตประจำวันของคนต่างจังหวัดเขาคลายร้อนกันอย่างไร ชาวนา ชาวบ้าน ชาวเขาเขาอยู่กันอย่างไรหนอในอุณหภูมิร้อนทะลุปรอท คุณเคยสงสัยไหมว่าก่อนมาถึงยุคเครื่องปรับอากาศเฟื่องฟู ชาวสยามใช้วิธีใดคลายร้อน

 

แม้หลายคนจะเถียงว่า โอ๊ย! สมัยก่อนอากาศเมืองไทยยังไม่ร้อนตับแลบเท่านี้ แต่อย่าลืมสิว่าตอนนั้นไทยแลนด์แดนสมายล์ก็ยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ หรือแม้แต่น้ำแข็งก็ไม่มีเช่นกัน

 

 

จากสินค้านำเข้าสู่หวานเย็นประจำชาติ

จากเนื้อความในเว็บไซต์ icecoolman อ้างอิงข้อมูลจาก ‘คอลัมรู้ไปโม้ด น้าชาติ’ ของสำนักพิมพ์ข่าวสด กล่าวว่าน้ำแข็งเข้ามาประเทศไทยช่วงราว พ.ศ. 2400 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ขนส่งผ่านเรือกลไฟนาม ‘เจ้าพระยา’ เดินเมล์รับส่งสินค้าระหว่างสิงคโปร์กับกรุงเทพฯ ใช้เวลา 15 วัน ‘น้ำแข็ง’ ในสมัยนั้นบรรจุหีบกลบด้วยขี้เลื่อยส่งเข้ามาถวาย จากนั้นก็แพร่หลายในหมู่เจ้านายและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ โดยผู้ที่สั่งนำเข้ามาคือ พระยาพิสณฑ์สมบัติบริบูรณ์ (ยิ้ม พิศลยบุตร) ครั้งยังมีบรรดาศักดิ์เป็นพระภาษีสมบัติบริบูรณ์

 

แม้น้ำแข็งจะเข้าเมืองไทยมานานตั้งแต่รัชกาลที่ 4 แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้สัมผัสความเย็นของน้ำแข็ง โรงงานน้ำแข็งแห่งแรกของไทยก่อตั้งในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 อ้างอิงจากหนังสือหมายเหตุประเทศสยาม 7 (สำนักพิมพ์ 959 พับลิชชิ่ง พ.ศ. 2549) เอนก นาวิกมูล บันทึกเรื่อง ‘แรกมีน้ำแข็ง’ ที่บอกว่า “ในสยามไสมย ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2427 หน้า 187 เริ่มมีการนำโฆษณาขายน้ำแข็งของบางกอกไอซ์ กำปะนี ลิมิเต็ด มาลงพิมพ์” นี่นับเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยบอกว่า พ.ศ. 2427 เริ่มมีการตั้งโรงงานผลิตน้ำแข็งในไทยแล้ว

 

เมื่อมีโรงงานผลิตน้ำแข็งที่ผลิตกันเป็นกิจจะลักษณะ ความนิยมของน้ำแข็งก็แพร่หลายอย่างรวดเร็ว แม้ช่วงแรกๆ ชาวบ้านชาวช่องจะไม่เชื่อว่าน้ำสามารถแข็งเป็นรูปเป็นร่างได้ พานให้เกิดสำนวน ‘ปั้นน้ำเป็นตัว’ ขึ้น จนราชการต้องนำน้ำแข็งใส่ถาดตั้งโชว์ในพิพิธภัณฑสถานให้ราษฎรดู เป็นอันจบเรื่องข่าวลือ

 

เมื่อราษฎรบริโภคน้ำแข็งเป็นก็เริ่มนำน้ำแข็งมาใช้ดับร้อนอย่างแพร่หลาย มีอาชีพใหม่ขึ้น ชาวบ้านนิยมเรียกว่า ‘เจ๊กน้ำแข็ง’ พ่อค้าชาวจีนที่นำน้ำหวานมาขายคู่กับน้ำแข็ง พัฒนาต่อยอดกลายเป็น ‘น้ำแข็งไส’ ของหวานดับร้อนประจำชาติที่นิยมในปัจจุบัน

 

ภาพจากหนังสือ สี่แผ่นดินกับเรื่องจริงในราชสำนักสยาม

 

กินน้ำเย็นจากตุ่ม ลูบเนื้อลูบตัว วิธีคลายร้อนฉบับคนโบราณ

ขณะที่คนในพระนครเริ่มหัดบริโภคน้ำแข็ง ชาวบ้านรอบนอกยังคงใช้วิธีคลายร้อนแบบภูมิปัญญาไทยดั้งเดิม เช่น การปลูกบ้านแบบใต้ถุนสูง มีช่องให้ลมลอดผ่าน กินน้ำเย็นจากตุ่มไหแบบดินเผาที่ใช้หลักการระบายความร้อนทางวิทยาศาสตร์จนทำให้ได้น้ำเย็นชื่นใจ หรือบริโภคอาหารธาตุเย็นเพื่อดับความร้อน เช่น ข้าวแช่ ผัดปลาแห้งแตงอุลิต หรือที่เราคุ้นหูกันในนามแตงโมปลาแห้ง

 

นอกจากวิธีที่กล่าวมาข้างต้น หนึ่งในวิธีที่ทำกันเป็นนิตย์แต่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงคือการเอาน้ำลูบเนื้อลูบตัวคลายร้อน

 

จากตอนหนึ่งในหนังสือเรื่อง สี่แผ่นดินกับเรื่องจริงในราชสำนักสยาม ของ ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย ที่ยกเอาบริบทเรื่องจริงในราชสำนักสยาม ได้กล่าวถึงวิธีคลายร้อนแบบไทยๆ ว่า ตอนที่แม่แช่มกลับมาเยี่ยมพลอยที่วัง พลอยถามแม่ว่า “แม่มาถึงเมื่อไร” แม่แช่มก็ตอบว่า “เพิ่งมาถึงเดี๋ยวนี้แหละลูก ยังไม่ได้ลูบเนื้อลูบตัวเลย”

 

 

การลูบเนื้อลูบตัวเป็นวิธีการทำความสะอาดร่างกายที่ย่นย่อกว่าการอาบน้ำ แม้ว่าสตรีสมัยโบราณจะแต่งกายถูกกับสภาพอากาศแล้วก็ตาม คือนุ่งโจงกระเบน มีผ้าคาดอก แต่ก็ยังรู้สึกร้อนเป็นครั้งคราว จะอาบน้ำก็ไม่สะดวก เพราะไม่มีห้องน้ำมิดชิด ดังนั้นวิธีคลายร้อนที่ไม่ให้ตัวเหนียวเหนอะหนะก็คือการลูบเนื้อลูบตัว ถ้าเป็นชาวบ้านก็จะใช้มือวักน้ำจากภาชนะลูบไล้ใบหน้าและตามลำตัว โดยใส่ชุดเดิม ไม่ต้องเข้าห้องน้ำ จากนั้นก็ประแป้งเม็ดหรือดินสอพอง ถ้าเป็นชาววังจะละเมียดขึ้นมาอีกระดับคือใช้น้ำลอยดอกไม้ในขันเงิน วิธีการลูบเนื้อลูบตัวอาจใช้ผ้าผืนเล็กชุบน้ำบิดพอหมาดเช็ดตามตัวที่อยู่นอกร่มผ้า เสร็จแล้วชโลมด้วยน้ำปรุงหรือน้ำอบ ทาทับด้วยแป้งหอม จะทำให้เนื้อตัวเย็นสบายขึ้น

 

ไม่อยู่ทางใต้ก็มีหาดให้เล่น

นอกจากทั้งหมดที่กล่าวมา กิจกรรมอีกอย่างที่คนชอบทำเวลาคลายร้อนคือการเที่ยวทะเล จะเห็นว่าสถานตากอากาศยอดฮิตของไทยส่วนใหญ่ล้วนเป็นทะเลทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหัวหิน บางแสน ชะอำ ฯลฯ ถึงกระนั้นใช่ว่าทุกพื้นที่ในประเทศไทยจะมีทะเลให้เที่ยวเล่น คนจังหวัดอื่นที่ไม่ติดทะเลหรืออยู่บนเขาเขาไปที่ไหนกัน คำตอบคือแม่น้ำลำคลอง บ้างก็ไปกระโดดน้ำเล่นตามเขื่อน ทว่าในช่วงฤดูร้อนปริมาณน้ำในแม่น้ำลำคลองเหล่านั้นลดจนมีสภาพกลายเป็นชายหาดทอดตัวยาว ช่วงวันหยุดชาวบ้านในละแวกก็จะหอบหิ้วอาหาร สรรหากิจกรรมมาปิกนิกกันบนหาด ตีโป่งเล่นน้ำ นอนฟังเพลงรับไอเย็นกันชิลๆ บรรยากาศราวกับทะเลทางใต้

 

 

อันที่จริงวิธีคลายร้อนแบบไทยมีอะไรน่าสนใจอยู่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นดื่มน้ำเย็นลอยดอกไม้ ที่ถ้าเอามาถกในปัจจุบันก็คือน้ำอินฟิวส์ชนิดหนึ่ง น้ำดื่มผสมน้ำยาอุทัยทิพย์ นวัตกรรมแป้งเย็นที่ทาแล้วเย็นสบายตัว การสวมเสื้อผ้าคอกระเช้า ฯลฯ ซึ่งบางอย่างเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับปัจจุบันก็ยังเหมาะกับยุคสมัยได้ดี

 

ฤดูร้อนอย่ากลัวความร้อน แต่จงเอาความสนุกของภูมิปัญญาและวิธีการต่างๆ มาช่วยให้คุณอยู่เย็นอย่างมีคุณภาพ #อยู่ให้เย็นอยู่ให้เป็น อยู่อย่างคนป๊อปๆ แบบ THE STANDARD POP

 

ภาพ: shutterstock

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post อากาศร้อนปรอทแตก อยู่อย่างไรให้เย็นฉบับชาวสยามโบราณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
SUMMER 101 น้ำแข็งไส https://thestandard.co/summer-101-shaved-ice/ Wed, 17 Apr 2019 04:00:26 +0000 https://thestandard.co/?p=234883

ซัมเมอร์ 101: รู้หรือไม่ว่า ‘น้ำแข็งไส’ มีอีกชื่อเรียกว […]

The post SUMMER 101 น้ำแข็งไส appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซัมเมอร์ 101: รู้หรือไม่ว่า ‘น้ำแข็งไส’ มีอีกชื่อเรียกว่า ‘จ้ำบ๊ะ’ ว่าแต่ทำไมของหวานขวัญใจคนไทยทุกเพศทุกวัย ถึงไปเกี่ยวข้องกับการเต้นได้ล่ะ?

The post SUMMER 101 น้ำแข็งไส appeared first on THE STANDARD.

]]>