น้ำเหนือ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/น้ำเหนือ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 15 Nov 2025 02:53:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ปริมาณน้ำเจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง กรมชลฯ เผยสถานการณ์คลี่คลาย เตรียมปรับลดระบายน้ำท้ายเขื่อน https://thestandard.co/reduce-dam-water-discharge/ Sat, 15 Nov 2025 02:53:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1143594 ปริมาณน้ำเจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง กรมชลฯ เผยสถานการณ์คลี่คลาย เตรียมปรับลดระบายน้ำท้ายเขื่อน

วันนี้ (15 พฤศจิกายน) กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำในลุ […]

The post ปริมาณน้ำเจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง กรมชลฯ เผยสถานการณ์คลี่คลาย เตรียมปรับลดระบายน้ำท้ายเขื่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปริมาณน้ำเจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง กรมชลฯ เผยสถานการณ์คลี่คลาย เตรียมปรับลดระบายน้ำท้ายเขื่อน

วันนี้ (15 พฤศจิกายน) กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. ระบุว่าสถานการณ์ฝนในพื้นที่ตอนบนลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ มีแนวโน้มลดลง

 

  • สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์: มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,971 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน (2,976 ลบ.ม./วินาที) โดยระดับน้ำอยู่ที่ 24.80 เมตร ซึ่งต่ำกว่าตลิ่ง 0.90 เซนติเมตร และมีแนวโน้มลดลง
  • สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท: มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,880 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน (2,900 ลบ.ม./วินาที) โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.43 เมตร และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 16.63 เมตร ซึ่งมีแนวโน้มลดลง
  • สถานี C.29B อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี: มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ย 2,263 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน (2,320 ลบ.ม./วินาที)

 

กรมชลประทานได้ชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาในระยะนี้ โดยจะดำเนินการหน่วงน้ำไว้ที่เหนือเขื่อนตามความจำเป็นแต่จะไม่ให้เกินระดับ +17.70 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) พร้อมกันนี้ได้เร่งรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำให้ได้มากที่สุด

 

หากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่องตามแนวโน้มปัจจุบัน กรมชลประทานจะพิจารณาปรับลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือในระยะต่อไป

The post ปริมาณน้ำเจ้าพระยาลดลงต่อเนื่อง กรมชลฯ เผยสถานการณ์คลี่คลาย เตรียมปรับลดระบายน้ำท้ายเขื่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ยืนยัน ผ่านจุดสูงสุดน้ำเหนือ-น้ำหนุนแล้ว ไม่มีซ้ำรอยปี 54 ผู้ว่าฯชัชชาติ ย้ำ ระดับน้ำลดต่อเนื่อง https://thestandard.co/bangkok-flood-peak-passed/ Wed, 12 Nov 2025 10:25:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1142545

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการก […]

The post กทม. ยืนยัน ผ่านจุดสูงสุดน้ำเหนือ-น้ำหนุนแล้ว ไม่มีซ้ำรอยปี 54 ผู้ว่าฯชัชชาติ ย้ำ ระดับน้ำลดต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. แถลงยืนยันความพร้อมและสถานการณ์น้ำของกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า สถานการณ์น้ำได้ผ่านจุดวิกฤตสูงสุดไปแล้ว และมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ซ้ำรอยปี 2554 เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำหนุนในช่วงเดือนพฤศจิกายนไม่น่าเป็นห่วงแล้ว เนื่องจากได้ผ่านวันที่น้ำหนุนสูงสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 และคาดว่าการหนุนสูงสุดในรอบถัดไปคือวันที่ 20 ธันวาคม 2568 จะไม่สูงมาก ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำเหนือที่บรรเทาลง ประกอบกับไม่มีพายุลูกใหม่เข้ามาในพื้นที่

 

นอกจากนี้ กทม. ได้ปรับปรุงโครงสร้างประตูระบายน้ำที่เคยมีปัญหาในปี 2554 ให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น ทำให้ความกังวลเรื่องน้ำท่วมใหญ่จึงไม่น่าจะเกิดขึ้น

 

แม้สถานการณ์โดยรวมจะคลี่คลาย แต่ ผู้ว่าฯ กทม. แสดงความห่วงใยต่อ 11 ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ประมาณ 300 หลังคาเรือน) ซึ่ง กทม. ได้เข้าไปสร้างสะพานไม้และแก้ไขปัญหาเบื้องต้นแล้ว

 

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมล้มลง เนื่องจากคลื่นที่เกิดจากการ ขับเรือเร็ว ในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้ประสานกับกรมเจ้าท่าให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดสำคัญเพื่อคอยป้องปรามผู้ขับเรือเร็วแล้ว

 

วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า กทม. ได้สร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำริมเจ้าพระยาไล่ระดับความสูงอย่างปลอดภัย โดยพื้นที่ติดนนทบุรีเขื่อนสูงกว่า 3.5 เมตร ส่วนบริเวณสะพานพุทธฯ/ปากคลองตลาด มีเขื่อนสูงประมาณ 3 เมตร ซึ่งระดับน้ำปัจจุบันยังต่ำกว่าเขื่อนมากกว่า 80 เซนติเมตร

 

รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงถึงภาพน้ำล้นจากโซเชียลว่าเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก และได้เร่งดำเนินการแก้ไขแล้ว:
1. พื้นที่ฟันหลอ (พื้นที่เอกชน): จาก 32 จุด (4 กม.) ได้แก้ไขแล้ว 22 จุด (2.6 กม.) เหลือพื้นที่เอกชนเพียง 10 จุด ที่ต้องขออนุญาตเพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำ
2. ช่องเปิดท่าเรือ: เป็นพื้นที่สัญจร จึงไม่สามารถสร้างเขื่อนถาวรได้ ต้องใช้ กระสอบทราย วางแนวกั้นและสูบน้ำออกหากมีการรั่วซึม
3. แนวเขื่อนรั่วซึม: จากที่เคยพบ 120 จุดในปี 2565 ได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว จนเหลือ 76 จุด (ประมาณ 8 กม.) ซึ่งเป็นที่มาของภาพน้ำท่วมที่เห็นตามสื่อ

 

น้ำเหนือ-น้ำหนุนต่ำกว่าความจุมาก

 

  • น้ำทะเลหนุนสูง: ระดับน้ำที่ปากคลองตลาดวันที่ 9 พฤศจิกายน อยู่ที่ +2.25 ม.รทก. ซึ่งยัง ต่ำกว่าแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมกว่า 75 ซม. และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
  • น้ำเหนือ (เขื่อนเจ้าพระยา): ปริมาณระบายอยู่ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่ง ต่ำกว่าศักยภาพการรับน้ำสูงสุดของเจ้าพระยา (3,600 ลบ.ม./วินาที) อย่างมาก
  • สภาพอากาศ: กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าพายุโซนร้อนฟงวอง ไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย และปริมาณฝนใน กทม. ลดลง

 

สำนักการระบายน้ำได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อรับมือทุกด้าน เช่น ลดระดับน้ำในคลองกว่า 1,980 คลอง, ตรวจสอบเขื่อน 80 กิโลเมตร, และจัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องสูบน้ำกว่า 1,581 เครื่อง ประจำสถานีสูบน้ำกว่า 200 แห่งตลอด 24 ชั่วโมง

 

ประชาชนที่พบปัญหาน้ำท่วม ท่อตัน หรือความผิดปกติ สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน กทม. โทร. 1555 หรือแอปพลิเคชัน Traffy Fondue

The post กทม. ยืนยัน ผ่านจุดสูงสุดน้ำเหนือ-น้ำหนุนแล้ว ไม่มีซ้ำรอยปี 54 ผู้ว่าฯชัชชาติ ย้ำ ระดับน้ำลดต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ยืนยันคุมสถานการณ์น้ำได้หลังน้ำเหนือเพิ่ม สั่งทุกเขตเฝ้าระวัง ‘3 น้ำ’ 24 ชั่วโมง https://thestandard.co/bma-assures-water-control/ Tue, 11 Nov 2025 03:14:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1141895 กทม. ยืนยันคุมสถานการณ์น้ำได้หลังน้ำเหนือเพิ่ม สั่งทุกเขตเฝ้าระวัง ‘3 น้ำ’ 24 ชั่วโมง

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหา […]

The post กทม. ยืนยันคุมสถานการณ์น้ำได้หลังน้ำเหนือเพิ่ม สั่งทุกเขตเฝ้าระวัง ‘3 น้ำ’ 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. ยืนยันคุมสถานการณ์น้ำได้หลังน้ำเหนือเพิ่ม สั่งทุกเขตเฝ้าระวัง ‘3 น้ำ’ 24 ชั่วโมง

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาว่า ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องจากการระบายน้ำของกรมชลประทาน โดยคาดว่าปริมาณน้ำจะทรงตัวในช่วงวันที่ 11–12 พฤศจิกายนนี้ ก่อนที่จะมีแนวโน้มลดระดับลงในวันถัดไป

 

วานนี้ (10 พฤศจิกายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณสะพานพุทธ–ท่าเตียน โดยยืนยันว่าสถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้ พร้อมสั่งการให้ทุกเขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวัง 3 น้ำ อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง คือ น้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝน

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า ขณะนี้น้ำเหนือเพิ่มขึ้นเป็นราว 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ระดับน้ำสูงสุดที่ตรวจวัดได้ยังอยู่ที่ประมาณ 2.1 เมตร ซึ่งต่ำกว่าแนวคันป้องกันน้ำท่วมถาวรที่ระดับ 2.8 เมตร ทำให้มีระยะปลอดภัยเหลืออยู่ราว 70 เซนติเมตร กทม. ได้ใช้มาตรการสูบสู้ เพื่อเร่งระบายน้ำที่รั่วซึมกลับสู่แม่น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันน้ำล้นเข้าสู่ถนนในพื้นที่ชั้นใน และเน้นย้ำว่า กทม. มีความพร้อมเต็มที่และมีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดเวลา

 

กทม. ได้เตรียมความพร้อมแผนรองรับมวลน้ำร่วมกับกรมชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ และกองทัพเรือ โดยได้ตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ รวมระยะทาง 88 กิโลเมตร โดยในส่วนของแนวป้องกันถาวรของ กทม. รวม 80 กิโลเมตร ได้มีการเสริมกระสอบทรายป้องกันน้ำทะเลหนุนและน้ำเหนือหลากแล้วเสร็จ 100% ส่วนแนวฟันหลอหรือพื้นที่ที่ยังไม่สามารถป้องกันได้รวม 4.35 กิโลเมตร ก็ได้มีการดูแลแนวป้องกันที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและแนวฟันหลอให้พร้อมใช้งานในภาวะฉุกเฉินแล้ว

 

ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำระบุว่า มี 11 ชุมชนนอกแนวคันป้องกันน้ำท่วม ครอบคลุมพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ ดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน ซึ่งรวมทั้งสิ้น 320 หลังคาเรือน ประชากรราว 1,070 คน ซึ่งเป็นพื้นที่ตลิ่งต่ำและมีโอกาสได้รับผลกระทบโดยตรงหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติจึงสั่งการให้ทุกเขตเร่งเสริมแนวกระสอบทราย ตรวจสอบแนวฟันหลอ และสร้างสะพานไม้ชั่วคราวในจุดจำเป็น พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดแนวพื้นที่เสี่ยง

 

ในส่วนของ น้ำฝน นั้น กรมอุตุนิยมวิทยาชี้ว่าสถานการณ์น่ากังวลน้อยลง เนื่องจากปริมาณฝนทั่วประเทศมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง หลังพายุ “ฟงวอง” เปลี่ยนทิศทางไปทางตอนเหนือและไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ประกอบกับตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน เป็นต้นไป มวลอากาศเย็นจากจีนจะเริ่มแผ่ลงมาปกคลุม ทำให้อากาศเย็นลงและฝนลดลงอย่างชัดเจน

 

“ทุกเขตต้องพร้อมรับมือ ทั้งการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมดูแลทุกคนอย่างใกล้ชิด” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าวปิดท้าย พร้อมเชิญชวนประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำและแจ้งขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่าน LINE @TraffyFondue หรือสายด่วน 1555

The post กทม. ยืนยันคุมสถานการณ์น้ำได้หลังน้ำเหนือเพิ่ม สั่งทุกเขตเฝ้าระวัง ‘3 น้ำ’ 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน https://thestandard.co/chao-phraya-flood-emergency-plan/ Mon, 10 Nov 2025 08:55:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1141678 น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้ […]

The post น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าเตียน เขตพระนคร เมื่อช่วงเวลาประมาณ 12.15 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น พบว่ามีน้ำทะลักเข้าท่วม พื้นที่พักอาศัยและร้านค้า ของประชาชนที่อยู่ริมน้ำ นอกจากนี้ คลื่นน้ำยังมีความแรง ซัดเข้ากระทบกำแพงที่เป็นแนวป้องกันริมแม่น้ำอย่างรุนแรง

 

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากการรวมกันของมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมา และปรากฏการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ที่เกิดขึ้นในวันนี้

 

เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง และปัญหาสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มีการเตรียมแผนปฏิบัติการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดรวม 11 แผน ดังนี้

 

1. สำนักการระบายน้ำ: ติดตามสภาพอากาศและรายงานผู้บังคับบัญชา ควบคุมระดับน้ำตามแผน พร้อมตรวจสอบจุดก่อสร้าง จัดเตรียมเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และบุคลากรให้พร้อมเข้าพื้นที่ได้ทันที

 

2. สำนักการโยธา: ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้ายโฆษณาและสิ่งก่อสร้าง จัดเตรียมเครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน

 

3. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: จัดเตรียมรถดับเพลิง อุปกรณ์กู้ภัย และเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากเหตุลมกระโชกแรงและปัญหาน้ำท่วมขัง

 

4. สำนักเทศกิจ: จัดรถสายตรวจและเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในจุดน้ำท่วมขังและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยประสานกับสำนักงานเขต

 

5. สำนักการจราจรและขนส่ง: ตรวจสอบสัญญาณไฟจราจรให้ใช้งานได้ปกติ และใช้กล้อง CCTV ตรวจสอบพื้นที่ หากพบน้ำท่วม ต้นไม้หักโค่น ป้ายโฆษณาล้ม หรือถนนชำรุด ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

 

6. สำนักสิ่งแวดล้อม: จัดเตรียมกำลังคนและเครื่องมือ ออกปฏิบัติการแก้ไขเหตุต้นไม้หักโค่นล้มกีดขวางถนน หรือกระทบต่อทรัพย์สินของประชาชน และให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน

 

7. สำนักการคลัง: จัดหน่วยซ่อมเครื่องยนต์เพื่อช่วยเหลือประชาชน พร้อมสนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรแก่หน่วยงานที่ร้องขอ

 

8. สำนักอนามัย: สนับสนุนยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และจัดหน่วยบริการ/หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อดูแลสุขภาพประชาชน

 

9. สำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร: สนับสนุนงบประมาณสำหรับการจัดหากระสอบทรายและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

 

10. สำนักงานเขต: จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (หน่วย Best) เจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยเหลือประชาชน อำนวยความสะดวกการจราจร และตรวจสอบความเรียบร้อยของแนวกำแพงป้องกันน้ำและแนวกระสอบทราย พร้อมเข้าแก้ไขปัญหาต้นไม้หักโค่น หรือป้ายโฆษณาล้มโดยทันที

 

11. สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร: ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร สถานการณ์ฝนตก จุดเสี่ยงน้ำท่วม ประกาศแจ้งเตือนประชาชนขนย้ายสิ่งของ หรือแจ้งเหตุการณ์รุนแรงที่อาจต้องเตรียมตัวอพยพ รวมถึงแจ้งประเด็นผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมของประชาชน

 

น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 1
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 2
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 3
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 4
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 5
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 6
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 7
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 8
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 9
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 10
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 11
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 12
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 13
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 14
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 15
น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วม ท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน 16

The post น้ำทะเลหนุนสูงซ้ำน้ำเหนือ น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมท่าเตียน กทม. สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อม 11 แผนรับมือฉุกเฉิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุคัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง https://thestandard.co/dam-water-release-floods-bangkok/ Mon, 10 Nov 2025 08:14:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1141653 น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) 2568] เมื่อเวลา 12.15 น. ซึ่งเป็น […]

The post น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุคัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง

วันนี้ (10 พฤศจิกายน) 2568] เมื่อเวลา 12.15 น. ซึ่งเป็นช่วงที่กองทัพเรือได้ประกาศว่าเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดของวัน ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณริมน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท่าเรือสี่พระยาไปจนถึงท่าเรือศิริราช พบว่าน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วม พื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนและร้านค้า ริมแม่น้ำบางแห่ง ขณะที่ท่าเรือหลายแห่งต้องมีการเสริมพื้นต่างระดับเพื่อรองรับการใช้งาน

 

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้ออกประกาศปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อบริหารจัดการมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมาสมทบอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อมูลสถานการณ์น้ำ ณ เวลา 12.00 น. ดังนี้

  • สถานี C.2 (อ.เมือง จ.นครสวรรค์): มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,988 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที)
  • สถานี Ct.25 (แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี): มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 174 ลบ.ม./วินาที

 

มวลน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากน้ำเหนือที่ไหลลงมาอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนคัลแมกี

 

เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำดังกล่าว เขื่อนเจ้าพระยาจะทยอยปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำ โดยจะ เริ่มปรับเพิ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันนี้ จากอัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 2,900 ลบ.ม./วินาที และคาดว่าจะคงอัตราดังกล่าวไว้ต่อเนื่องภายในเวลา 02.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (11 พฤศจิกายน)

 

จากการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำนี้ กรมชลประทานจึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำใน 4 จังหวัดตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สิงห์บุรี, อ่างทอง, และ ชัยนาท เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรรีบ ยกสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น โดยมีพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังโดยละเอียด ดังนี้:

 

  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: คลองบางบาล, ต.หัวเวียง อ.เสนา, ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่, ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา, ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล, ต.บ้านโพ อ.บางปะอิน, และ ต.ประตูชัย อ.เมือง
  • จังหวัดสิงห์บุรี: วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี, อ.เมือง, อ.พรหมบุรี, วัดเสือข้าม อ.อินทร์บุรี, และ ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี
  • จังหวัดอ่างทอง: คลองโผงเผง, อ.ป่าโมก, ต.เทวราช อ.ไชโย, ต.ตลาดกรวด ต.ย่านซื่อ ต.บ้านแห ต.จำปาหล่อ ต.มหาดไทย ต.โพสะ อ.เมือง, ต.บางจัก ต.สี่ร้อย ต.ท่าช้าง ต.ไผ่จำศีล ต.ศาลเจ้าโรง อ.วิเศษชัยชาญ, ต.โพธิ์รังนก ต.บ่อแร่ ต.บางระกำ และ ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง
  • จังหวัดชัยนาท: ต.โพธิ์นางดำออก, บ้านท่าทราย, ต.ตลุก ต.หาดอาษา และ ต.สรรพยา อ.สรรพยา

 

พร้อมกันนี้ กรมชลประทานได้ดำเนินการระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเล รวมถึงสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิลงสู่อ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำในพื้นที่ให้ได้รวดเร็วที่สุด

 

น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 1
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 2
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 3
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 4
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 5
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 6
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 7
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 8
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 9
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 10
น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุ คัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง 11

The post น้ำเหนือไหลสมทบจากพายุคัลแมกี เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย กรุงเทพฯ ประสบน้ำทะเลหนุนสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. สั่งการ 11 สำนัก เตรียมพร้อมรับมือพายุคัลแมกี ผนึกกำลังรับมือฝนหนัก น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน https://thestandard.co/bangkok-prepares-for-typhoon-floods/ Fri, 07 Nov 2025 03:30:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1140537 กทม. สั่งการ 11 สำนัก เตรียมพร้อมรับมือ พายุคัลแมกี ผนึกกำลังรับมือฝนหนัก น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เ […]

The post กทม. สั่งการ 11 สำนัก เตรียมพร้อมรับมือพายุคัลแมกี ผนึกกำลังรับมือฝนหนัก น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. สั่งการ 11 สำนัก เตรียมพร้อมรับมือ พายุคัลแมกี ผนึกกำลังรับมือฝนหนัก น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงมาตรการเร่งด่วนของ กทม. ในการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง จากอิทธิพลของ พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี ที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือน ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนเพิ่มขึ้นและอาจมี ฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568

 

นอกจากอิทธิพลของพายุแล้ว กทม. ยังต้องรับมือกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ พร้อมกัน ทั้งการที่กรมชลประทานได้ปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และการแจ้งเตือนระดับ น้ำทะเลหนุนสูง จากกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ ระหว่างวันที่ 5-14 พฤศจิกายน 2568

 

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ ปลัดกรุงเทพมหานครจึงได้สั่งการให้ 11 หน่วยงานหลักของ กทม. ดำเนินการตามภารกิจอย่างเข้มงวด ดังนี้:

 

ภารกิจหลักในการป้องกันและบรรเทาภัย

 

  1. สำนักการระบายน้ำ: รับผิดชอบการติดตามสภาพอากาศ การควบคุมระดับน้ำตามแผน การตรวจสอบจุดก่อสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำ พร้อมจัดเตรียมเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และบุคลากรให้พร้อมเข้าพื้นที่ได้ทันที
  2. สำนักการโยธา: ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้ายโฆษณาและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
  3. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: จัดเตรียมรถดับเพลิง อุปกรณ์กู้ภัย และเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากลมกระโชกแรงและปัญหาน้ำท่วมขัง
  4. สำนักงานเขต: จัดตั้ง หน่วยเคลื่อนที่เร็ว (หน่วย Best) และจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยเหลือประชาชน อำนวยความสะดวกการจราจร รวมถึงตรวจสอบความเรียบร้อยและความมั่นคงของแนวกำแพงป้องกันน้ำและแนวกระสอบทราย

 

การจัดการจราจรและเหตุฉุกเฉิน

 

  • สำนักเทศกิจ: จัดรถสายตรวจและเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและช่วยเหลือประชาชนในจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมขัง
  • สำนักการจราจรและขนส่ง: ตรวจสอบและแก้ไขสัญญาณไฟจราจรให้เป็นปกติ ใช้กล้อง CCTV ตรวจสอบพื้นที่ หากพบปัญหาน้ำท่วมขัง ต้นไม้หักโค่น ป้ายโฆษณาล้ม หรือถนนชำรุด ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขทันที
  • สำนักสิ่งแวดล้อม: จัดเตรียมกำลังพลและเครื่องมือเพื่อแก้ไขเหตุ ต้นไม้หักโค่นล้ม ที่กีดขวางถนนหรือกระทบต่อทรัพย์สินของประชาชนได้ทันท่วงที

 

การสนับสนุนและเยียวยา

 

  • สำนักอนามัย: เตรียมการสนับสนุนยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และจัด หน่วยบริการสาธารณสุขเคลื่อนที่ และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เข้าพื้นที่ประสบภัย
  • สำนักการคลัง และสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร: รับผิดชอบสนับสนุนงบประมาณการจัดหากระสอบทราย การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และจัดหน่วยซ่อมเครื่องยนต์เพื่อช่วยเหลือประชาชน รวมถึงสนับสนุนเครื่องมือและบุคลากรแก่หน่วยงานปฏิบัติการ

 

การสื่อสารกับประชาชน

 

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร: มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร สถานการณ์ฝนตก จุดเสี่ยงเส้นทางน้ำท่วม ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนขนย้ายสิ่งของ หรือเตรียมตัวอพยพกรณีมีเหตุการณ์รุนแรง รวมถึงแจ้งประเด็นผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมของประชาชน

 

กทม. ยืนยันความพร้อมในการบูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำและพายุที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด

The post กทม. สั่งการ 11 สำนัก เตรียมพร้อมรับมือพายุคัลแมกี ผนึกกำลังรับมือฝนหนัก น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เตือนสถานการณ์น้ำยังไม่จบ สั่งเสริมกระสอบทรายจุดอ่อนแอ รับมือ 3 น้ำ พร้อมกัน https://thestandard.co/chadchart-water-situation-not-over/ Thu, 06 Nov 2025 11:21:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1140425 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เตือน สถานการณ์น้ำยังไม่จบ สั่ง เสริมกระสอบทราย จุดอ่อนแอ รับมือ 3 น้ำ พร้อมกัน

วันนี้ (6 พฤศจิกายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกร […]

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เตือนสถานการณ์น้ำยังไม่จบ สั่งเสริมกระสอบทรายจุดอ่อนแอ รับมือ 3 น้ำ พร้อมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เตือน สถานการณ์น้ำยังไม่จบ สั่ง เสริมกระสอบทราย จุดอ่อนแอ รับมือ 3 น้ำ พร้อมกัน

วันนี้ (6 พฤศจิกายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำของกรุงเทพมหานครว่า สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่หมดไป และจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์หน้า เนื่องจากกรุงเทพฯ กำลังจะเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจาก 3 น้ำ พร้อมกัน น้ำแรกคือ น้ำทะเลหนุนสูงสุด ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพายุคัลแมกี ทำให้เกิดภาวะคล้ายสตอร์มเสิร์จ (Storm surge) ดันให้น้ำในทะเลจีนใต้และอ่าวไทยสูงขึ้น

 

โดยวันนี้สูงกว่าเมื่อวาน(5 พฤศจิกายน) ประมาณ 45 ซม. เป็นเหตุให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้น น้ำที่สองคือ น้ำเหนือ ซึ่งปัจจุบันมีการปล่อยน้ำในอัตรา 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในปีนี้ และน้ำที่สามคือ น้ำฝน แม้ร่องมรสุมจะเคลื่อนลงไปใต้กรุงเทพฯ แล้ว แต่หากทั้งสามปัจจัยนี้มาเจอกัน ก็ยังคงเป็นปัญหาที่น่ากังวล

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าวเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ คือการเรียงกระสอบทราย เพื่อเป็นแนวป้องกันหลัก จึงได้สั่งการให้ทุกเขตและสำนักการระบายน้ำเน้นเรื่องความแข็งแรงของการวางกระสอบทราย โดยเฉพาะในจุดที่ยังมีความอ่อนแอ เพราะระดับน้ำอาจสูงขึ้นได้อีก

 

พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ดูแล ชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ เช่น ชุมชนโรงสี และชุมชนวัดเทวราชกุญชร ที่อาจมีน้ำรั่วซึมเข้ามาได้ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กวดขันจุดก่อสร้างต่าง ๆ เนื่องจากที่ผ่านมาพบปัญหาการทิ้งเศษวัสดุก่อสร้างลงไปในท่อระบายน้ำหลายจุด เช่น บริเวณโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มที่รามคำแหง โดยให้เขตเข้าไปกำชับทุกจุดก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นงานทางเท้าของ กทม. การปรับปรุงถนน และการก่อสร้างรถไฟฟ้า

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุว่า หากมีพายุคัลแมกีเข้ามาอีก ก็อาจจะต้องมีการเพิ่มการระบายน้ำ แต่ขอให้ประชาชนไม่ต้องตระหนก เนื่องจาก กทม. มีการเตรียมพร้อมในการรับมือสถานการณ์ไว้อย่างดีแล้ว และจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เตือนสถานการณ์น้ำยังไม่จบ สั่งเสริมกระสอบทรายจุดอ่อนแอ รับมือ 3 น้ำ พร้อมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศปช. เตือน หลายจังหวัดยังต้องเฝ้าระวังฝนหนัก พร้อมส่ง จนท. เยียวยาพื้นที่น้ำขังที่บ้านหลุก ลำพูน https://thestandard.co/many-provinces-still-need-to-watch-out-for-heavy-rain/ Sun, 13 Oct 2024 08:55:32 +0000 https://thestandard.co/?p=995512

วันนี้ (13 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติกา […]

The post ศปช. เตือน หลายจังหวัดยังต้องเฝ้าระวังฝนหนัก พร้อมส่ง จนท. เยียวยาพื้นที่น้ำขังที่บ้านหลุก ลำพูน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 ตุลาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และ ศปช. ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากปริมาณฝนและปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาสถานี C.2 นครสวรรค์ 2,184 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และการระบายน้ำวันนี้อยู่ที่ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

     

ที่ประชุม ศปช. ให้ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาลงอีกจนเหลือ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำท้ายเขื่อนไม่เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากนัก และเป็นไปอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝนและน้ำทะเลที่จะขึ้นหนุนในช่วงวันที่ 13-24 ตุลาคมนี้ 

     

จิรายุกล่าวต่อไปว่า ส่วนพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากยังมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดย ศปช. ขอให้ประชาชนที่อยู่ใน 9 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูงมาก เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 

  1. พังงา (อำเภอตะกั่วทุ่ง, คุระบุรี, กะปง, ท้ายเหมือง, เมืองพังงา, ทับปุด, เกาะยาว และตะกั่วป่า)
  2. ภูเก็ต (อำเภอถลาง เมืองภูเก็ต และกะทู้)
  3. กระบี่ (อำเภออ่าวลึก, เกาะลันตา, ปลายพระยา, คลองท่อม, เหนือคลอง, เมืองกระบี่, เขาพนม และลำทับ)
  4. สุราษฎร์ธานี (อำเภอบ้านตาขุน, บ้านนาสาร, บ้านนาเดิม, กาญจนดิษฐ์, ดอนสัก, ท่าชนะ, เวียงสระ, เมืองสุราษฎร์ธานี, วิภาวดี, ไชยา, เกาะสมุย, คีรีรัฐนิคม, พนม, ท่าฉาง และพระแสง)
  5. ตรัง (อำเภอเมืองตรัง, กันตัง, ย่านตาขาว, ปะเหลียน, สิเกา, ห้วยยอด, วังวิเศษ, นาโยง และรัษฎา)
  6. ยะลา (อำเภอเมืองยะลา, เบตง, ยะหา, บันนังสตา, ธารโต, กาบัง, รามัน และกรงปินัง)
  7. นราธิวาส (อำเภอเมืองนราธิวาส, บาเจาะ, ยี่งอ, ระแงะ, รือเสาะ, ศรีสาคร, สุไหงปาดี, เจาะไอร้อง, จะแนะ, สุคิริน และแว้ง)
  8. ปัตตานี (อำเภอโคกโพธิ์ หนองจิก แม่ลาน ปะนาเระ มายอ ทุ่งยางแดง สายบุรี ยะรัง กะพ้อ) 
  9. พัทลุง (อำเภอเมืองพัทลุง, กงหรา, ศรีบรรพต, ศรีนครินทร์, เขาชัยสน, ตะโหมด, ควนขนุน, ป่าบอน และป่าพะยอม)

      

สำหรับพื้นที่เสี่ยง 12 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ภาคใต้ ได้แก่

  1. ระนอง (อำเภอสุขสำราญ, กะเปอร์, ละอุ่น, เมืองระนอง และกระบุรี)
  2. นครศรีธรรมราช (อำเภอฉวาง, พิปูน, ท่าศาลา, ลานสกา, ช้างกลาง, เชียรใหญ่, เมืองนครศรีธรรมราช, ปากพนัง, พรหมคีรี, เฉลิมพระเกียรติ, ร่อนพิบูลย์, หัวไทร, ทุ่งสง, ทุ่งใหญ่, สิชล, ขนอม, นาบอน และนบพิตำ)
  3. สงขลา (อำเภอเมืองสงขลา, จะนะ, นาทวี, เทพา, สะบ้าย้อย, สะเดา, ระโนด, รัตภูมิ, หาดใหญ่, นาหม่อน และคลองหอยโข่ง)
  4. สตูล (อำเภอเมืองสตูล, ควนโดน, ควนกาหลง, ละงู, ทุ่งหว้า และมะนัง) 

 

ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ได้แก่

  1. กาญจนบุรี (อำเภอเมืองกาญจนบุรี, เลาขวัญ, บ่อพลอย, หนองปรือ, พนมทวน, ท่ามะกา, ท่าม่วง, ด่านมะขามเตี้ย และห้วยกระเจา)
  2. เพชรบุรี
  3. ประจวบคีรีขันธ์
  4. ชุมพร (อำเภอสวี, ละแม, เมืองชุมพร, ท่าแซะ, ปะทิว, พะโต๊ะ และทุ่งตะโก)
  5. จันทบุรี (อำเภอขลุง)
  6. ระยอง
  7. ตราด 
  8. ชลบุรี

 

ศปช. ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ รวมทั้งติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนล่วงหน้าของหน่วยงานราชการแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง หากต้องการความช่วยเหลือติดต่อสายด่วนได้ที่ 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง

    

นอกจากนี้ที่ประชุม ศปช. ได้เตรียมความพร้อมในการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคใต้ที่มีปริมาณความจุเกิน 80% เพื่อรองรับปริมาณฝนที่จะเติมเข้ามา รวมทั้งสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ตลอดจนประสานอ่างเก็บน้ำท้องถิ่นเพื่อบริหารจัดการการระบายน้ำในพื้นที่

       

ส่วนความคืบหน้าแผนฟื้นฟูที่จังหวัดเชียงราย จิรายุกล่าวว่า ศปช. ส่วนหน้า จังหวัดเชียงราย ได้รายงานความคืบหน้าระบุว่า การให้ความช่วยเหลือประชาชนถือว่ามากกว่า 90% แล้ว และไม่มีสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด โดยหน่วยงานต่างๆ ไม่มีการถอนกำลัง และยังคงเดินหน้าเพื่อให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว 

       

ส่วนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยในอำเภอแม่สาย ประชาชนมีไฟฟ้าใช้แล้ว 12,268 ราย การฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน 819 หลัง ดำเนินการแล้ว 658 หลัง คิดเป็น 80%

 

จิรายุชี้แจงกรณีสื่อออนไลน์นำเสนอข่าวน้ำท่วมขังและน้ำมีกลิ่นเหม็นที่บ้านหลุก อำเภอเมืองลำพูน ว่า ศปช. ได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เร่งแก้ไขปัญหาใน 3 จุดแล้ว ได้แก่ จุดที่ 1 สวนกาญจนาภิเษก ร.9 ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำที่มีประชาชนบางส่วนเข้าไปอยู่อาศัย เป็นจุดรับน้ำ และจะผันน้ำลงลำเหมืองหลิ่งห้า มีสภาพที่ตื้นเขิน คับแคบ ประกอบกับมีอาคารบังคับน้ำเก่ากีดขวาง ทำให้ระบายน้ำไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ได้ติดเครื่องผลักดันน้ำ 1 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ 12 นิ้ว 2 เครื่อง และเครื่องสูบซิ่ง 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำ จุดที่ 2 หลังเทศบาลตำบลเหมืองง่า (เก่า) คือลำเหมืองหลิ่งห้า จะรับน้ำต่อจากจุด 1 ซึ่งมีลักษณะของสะพานที่แคบ จึงได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 42 นิ้ว 1 เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำก่อนไปจุดที่ 3 โดยต้องผ่านอาคารฝายเก่า ทำให้ระบายน้ำได้น้อยมาก 

 

ทาง อบจ.ลำพูน ได้ร่วมกับชลประทานจังหวัดลำพูน ดำเนินการขุดร่องชักน้ำด้านข้างอาคารเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำจุดนี้อย่างเร่งด่วน ในส่วนของจุดอื่นๆ ยังคงระบายน้ำได้ดีและไม่มีผลกับการระบายน้ำทั้ง 3 จุดข้างต้น

 

“คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นและกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้” จิรายุกล่าว

The post ศปช. เตือน หลายจังหวัดยังต้องเฝ้าระวังฝนหนัก พร้อมส่ง จนท. เยียวยาพื้นที่น้ำขังที่บ้านหลุก ลำพูน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ 2 มาตรการรับมือน้ำเหนือ-น้ำหนุน 3 มาตรการรับมือน้ำฝน https://thestandard.co/bangkok-flood-rain-plan/ Thu, 10 Oct 2024 13:05:19 +0000 https://thestandard.co/?p=994572

วันนี้ (10 ตุลาคม) อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ที่ปรึกษาของผู้ […]

The post กทม. เตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ 2 มาตรการรับมือน้ำเหนือ-น้ำหนุน 3 มาตรการรับมือน้ำฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 ตุลาคม) อรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของ กทม. และ เจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ร่วมแถลงถึงความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำเหนือ-น้ำหนุนของ กทม. พร้อมนำสำรวจการเตรียมพร้อมบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด

 

สืบเนื่องจากสถานการณ์พื้นที่ทางภาคเหนือมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และทำให้เกิดน้ำท่วม และส่งผลกระทบให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กทม. ได้ติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมชลประทาน ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อยู่ตลอดอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ของ กทม. ได้

 

สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนเข้าสู่ กทม. ยังรับมือได้

 

สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือใน 4 เขื่อนหลัก (ภูมิพล, สิริกิติ์, แควน้อย และป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำกักเก็บคิดเป็น 81% และยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มได้อีก แต่ทั้งนี้ต้องคอยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำที่ระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และการบริหารจัดการของกรมชลประทาน

 

สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2567 มีดังนี้

 

  • ปริมาณน้ำผ่านจังหวัดนครสวรรค์ 2,338 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) /วินาที (เพิ่มขึ้น 20 ลบ.ม./วินาที) ปริมาณการระบายสูงสุดที่แม่น้ำรับได้คือ 3,660 ลบ.ม./วินาที

 

  • ปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,199 ลบ.ม./วินาที (ทรงตัว) ปริมาณการระบายสูงสุดที่แม่น้ำรับได้คือ 2,730 ลบ.ม./วินาที

 

  • ปริมาณน้ำผ่านจุดวัดน้ำบางไทร 1,830 ลบ.ม./วินาที (เพิ่มขึ้น 39 ลบ.ม./วินาที) ซึ่งวันเดียวกันนี้เมื่อปี 2554 ปริมาณน้ำที่บางไทรอยู่ที่ 3,288 ลบ.ม./วินาที โดยปริมาณน้ำผ่านจุดวัดน้ำบางไทรที่ กทม. ต้องเฝ้าระวังคือ 2,500 ลบ.ม./วินาที

 

2 มาตรการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำเหนือ-น้ำหนุน

 

1. ตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำท่วม โดยแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ของ กทม. จากด้านใต้ถึงด้านเหนือ มีระดับสูง +2.80 ถึง 3.50 เมตรเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) แนวริมแม่น้ำ 88 กิโลเมตรเป็นแนวป้องกันของ กทม. 80 กิโลเมตร แนวฟันหลอ 4.35 กิโลเมตร (32 แห่ง) แนวของเอกชนและหน่วยงานอื่น 3.65 กิโลเมตร (12 แห่ง)

 

สำหรับแนวฟันหลอ 32 แห่ง กทม. ได้ดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมแล้วเสร็จ 14 แห่ง เช่น สะพานปลาและชุมชนวังหลัง กำลังจะแล้วเสร็จอีก 2 แห่ง อาทิ วัดเทพนารี (รวมความยาวที่แก้ไขได้ 2 กิโลเมตร) และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 9 แห่ง ส่วนแนวป้องกันของ กทม. ที่รั่วซึม 76 แห่ง ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จ 45 แห่ง กำลังจะแล้วเสร็จอีก 2 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 7 แห่ง

 

ทั้งนี้ จุดเสี่ยงน้ำท่วมจากน้ำเหนือ-น้ำหนุนบริเวณช่องเปิดท่าเรือต่างๆ รวมถึงบริเวณที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ได้เตรียมพร้อมรับมือด้วยมาตรการชั่วคราวโดยการเรียงกระสอบทรายที่ระดับความสูง +2.30 ถึง +2.70 ม.รทก. และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ทั้งนี้ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำสูงสุดที่จุดวัดน้ำปากคลองตลาด สูงประมาณ +1.50 ม.รทก. จากอิทธิพลน้ำทะเลหนุนสูง (ระดับคันกั้นน้ำ +3.00 ม.รทก.) ไม่กระทบต่อแนวพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใน กทม.

 

2. การเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดย กทม. ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานเขตที่มีชุมชนอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำหรือชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ คอยติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง เตรียมการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง รวมทั้งดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าและปลั๊กไฟ

 

พร้อมทั้งให้สำนักงานเขตตรวจสอบการเรียงกระสอบทรายให้มีความสูงเพียงพอและมีความแข็งแรงที่จะสามารถป้องกันน้ำได้ พร้อมทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น การจัดทำคันกั้นน้ำชั่วคราวด้วยกระสอบทราย, การทำสะพานทางเดินชั่วคราว, การให้ความช่วยเหลือประชาชนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ตลอดจนแจกจ่ายยารักษาโรค พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำรับทราบสถานการณ์น้ำเหนือ-น้ำหนุน และจัดเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังตามจุดอ่อนหรือจุดเสี่ยงน้ำท่วม รวมทั้งพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

 

3 มาตรการพร้อมรับสถานการณ์น้ำฝน

 

สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่ กทม. ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2567 ปริมาณฝนใน กทม. เดือนตุลาคม 2567 อยู่ที่ 152 มิลลิเมตร (มม.) มีค่าใกล้เคียงกับปี 2566 ขณะที่ปริมาณฝนสะสมทั้งปี 2567 อยู่ที่ 1,273 มม. มีค่าน้อยกว่าปี 2566 ซึ่งมีค่าอยู่ที่ 1,369 มม.

 

โดย 3 มาตรการรับสถานการณ์น้ำฝน ประกอบด้วย

 

  1. ลดระดับน้ำรองรับสถานการณ์ฝน โดยควบคุมระดับน้ำในคลอง แก้มลิง และ Water Bank

 

  1. เตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ เช่น สถานีสูบน้ำ, บ่อสูบน้ำ, ประตูระบายน้ำ, ขุดลอกคลอง 225 กิโลเมตร (กม.) และเปิดทางน้ำไหล 2,036 กม. แล้วเสร็จ 100% รวมทั้งล้างทำความสะอาดท่อกว่า 4,300 กม. แล้วเสร็จ 99%

 

  1. เตรียมความพร้อมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าถาวร, รถโมบายล์ ยูนิต, เครื่องสูบน้ำชนิดต่างๆ และหน่วย Best

 

เตือน 16 ชุมชนนอกคันกั้นน้ำ เฝ้าระวังระดับแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง

 

จากที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในโลกออนไลน์ว่า กทม. จะมีพื้นที่เขตใดที่น้ำไม่ท่วม หรือเขตใดเสียหายบางส่วนจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้น-ลง เขตใดเสียหายบางส่วนจากน้ำเหนือ หรือเขตใดจะรับผลกระทบบ้างนั้น กทม. ขอย้ำว่าไม่เป็นความจริง

 

ทั้งนี้ สำหรับชุมชนนอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 16 ชุมชน 731 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนชุมชนหากเกิดปัญหาระดับน้ำขึ้นสูง ซึ่งประกอบด้วยเขตต่างๆ ได้แก่ เขตดุสิต, พระนคร, สัมพันธวงศ์, บางคอแหลม, ยานนาวา, บางกอกน้อย และคลองสาน

 

นอกจากนี้ได้สั่งการสำนักงานเขตที่มีพื้นที่อยู่ตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาสำรวจพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉินต่างๆ อย่างทันท่วงที

 

เปิดทุกช่องทาง กทม. ให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำและฝน

 

สำหรับประชาชน สามารถติดตามสถานการณ์น้ำและฝนจาก กทม. ได้ที่ dds.bangkok.go.th/ หรือ pr-bangkok.com/ หรือ Facebook ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร หรือ กรุงเทพมหานคร และ X @BKK_BEST

 

นอกเหนือจากการแจ้งเตือนของ กทม. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถติดตามสถานการณ์น้ำแบบ Real Time ได้ที่เว็บไซต์สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ที่ tiwrm.hii.or.th

 

ทั้งนี้ หากต้องการแจ้งเหตุน้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. โทร. 1555 หรือศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โทร. 0 2248 5115 หรือแจ้งผ่านระบบทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue)

The post กทม. เตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ 2 มาตรการรับมือน้ำเหนือ-น้ำหนุน 3 มาตรการรับมือน้ำฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจจุดเสี่ยงน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ https://thestandard.co/flood-risk-areas-along-the-chao-phraya-river/ Tue, 08 Oct 2024 09:31:27 +0000 https://thestandard.co/?p=993296

วันนี้ (8 ตุลาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำร […]

The post สำรวจจุดเสี่ยงน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 ตุลาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบริเวณใต้สะพานตากสิน, ท่าเรือสี่พระยา เขตบางรัก, ศาลเจ้าโรงเกือก ถนนทรงวาด และท่าเรือราชวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ จุดเสี่ยงที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ ซึ่งมีสาเหตุได้ทั้งจากมวลน้ำทางภาคเหนือของประเทศไหลเข้าสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา และน้ำทะเลหนุนสูง

 

จากการสำรวจพบว่า ตามแนวรอยต่อระหว่างคันกั้นน้ำ หรือที่เรียกว่าจุดฟันหลอ เช่น ท่าเรือ ร้านอาหาร และหน่วยงานราชการ เริ่มมีการนำกระสอบทรายรวมทั้งทำพนังกั้นน้ำเสริมเพื่อป้องกันมวลน้ำเจ้าพระยาไหลเข้าสู่พื้นที่หลังคันกั้นน้ำ

 

มีเฉพาะในบางจุดที่เป็นพื้นที่เอกชนแนวกั้นน้ำรับไม่ไหวเริ่มมีน้ำไหลซึมเข้าพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องวางทางเดินไม้เพื่อเป็นทางสัญจรชั่วคราว ขณะที่ท่าเรือในส่วนของโป๊ะที่ลอยบนแม่น้ำ ตัวโป๊ะลอยสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่อยู่ในระดับที่ผู้โดยสารยังสามารถใช้บริการเรือแม่น้ำเจ้าพระยาได้

 

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครรายงานจุดพื้นที่อาศัยนอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา 7 เขต 16 จุด 731 หลังคาเรือนที่เสี่ยงน้ำท่วม ประกอบด้วย

 

เขตดุสิต

  1. ซอยสีคาม (ซอยสามเสน 19 ช่วงปลาย) จำนวน 3 ครัวเรือน
  2. ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ (เชิงสะพานกรุงธน) จำนวน 30 ครัวเรือน
  3. ปลายซอยมิตตาคาม (สามเสน 13 ช่วงปลาย) จำนวน 83 ครัวเรือน
  4. ซอยวัดเทวราชกุญชร จำนวน 78 ครัวเรือน

 

เขตพระนคร

  1. ท่าวัง จำนวน 16 ครัวเรือน
  2. ท่าเตียน จำนวน 12 ครัวเรือน

 

เขตสัมพันธวงศ์

  1. วัดปทุมคงคา (ท่าน้ำสวัสดี) จำนวน 12 ครัวเรือน
  2. ตลาดน้อย จำนวน 1 ครัวเรือน

 

เขตบางคอแหลม

  1. ซอยมาตานุสรณ์ จำนวน 13 ครัวเรือน
  2. หลังโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์  จำนวน 22 ครัวเรือน
  3. วัดอินทร์บรรจงทรงวาดราษฎร์บำรุง จำนวน 20 ครัวเรือน
  4. วัดบางโคล่นอก จำนวน 56 ครัวเรือน

 

เขตยานนาวา

  1. ซอยโรงสี ถนนพระราม 3 จำนวน 330 ครัวเรือน

 

เขตบางกอกน้อย

  1. ชุมชนย่านดุสิต-นิมิตใหม่ จำนวน 16 ครัวเรือน

 

เขตคลองสาน

  1. เจริญนคร ซอย 29/2 จำนวน 37 ครัวเรือน
  2. ซอยช่างนาค-สะพานยาว จำนวน 2 ครัวเรือน

 

โดย กทม. มีแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ระยะทางรวม 88 กิโลเมตร สูงตั้งแต่ระดับ 2.8-3.5 เมตร ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนนอกคันกั้นน้ำยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบปลั๊กไฟและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

 

หากพบปัญหาน้ำท่วมขังสามารถแจ้งได้ที่ LINE: @TraffyFondue ฟองดูว์ โทร 0 2248 5115 หรือสายด่วน กทม. 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

The post สำรวจจุดเสี่ยงน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. พร้อมรับน้ำฝน-น้ำเหนือ เตือนชุมชนนอกแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวัง 19-23 ก.ย. นี้ https://thestandard.co/bangkok-flood-preparations/ Thu, 19 Sep 2024 03:23:46 +0000 https://thestandard.co/?p=985159

วันนี้ (19 กันยายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานค […]

The post กทม. พร้อมรับน้ำฝน-น้ำเหนือ เตือนชุมชนนอกแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวัง 19-23 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 กันยายน) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร รายงานว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเรื่องดีเปรสชัน ฉบับที่ 8 (200/2567) คาดการณ์ในช่วงวันที่ 19-23 กันยายน 2567 มีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรง ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

 

กทม. ได้วางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากน้ำฝน น้ำหลาก และน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งมีศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยประชุมหารืออย่างต่อเนื่อง เพื่อประสานข้อมูลร่วมกับกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ, กรมชลประทาน, กรมอุตุนิยมวิทยา, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

เอกวรัญญูกล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับมือของ กทม. ได้จัดเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังตามจุดอ่อนหรือจุดเสี่ยงน้ำท่วม รวมทั้งจัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเตรียมพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชน หากเกิดเหตุกรณีฉุกเฉินสามารถจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการแก้ไขและช่วยเหลือได้ในทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้ยังได้จัดเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ และตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคลองพระโขนง อยู่เป็นประจำ

 

ทั้งนี้ในพื้นที่ กทม. มีแนวป้องกันน้ำท่วมความยาวประมาณ 87.93 กิโลเมตร (กม.) ประกอบด้วยแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรของ กทม. ความยาวประมาณ 79.63 กม. ซึ่งมีระดับความสูงของคันกั้นน้ำอยู่ที่ระดับ +2.80 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ถึง +3.50 ม.รทก. สามารถรองรับปริมาณน้ำเหนือหลากที่ไหลผ่าน กทม. ได้ที่ปริมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

ส่วนแนวป้องกันตนเองของหน่วยงานราชการอื่นและเอกชนมีความยาวประมาณ 8.30 กม. เช่น แนวป้องกันน้ำท่วมของกรมชลประทาน, แนวป้องกันน้ำท่วมของกองทัพเรือ, แนวป้องกันน้ำท่วมของธนาคารแห่งประเทศไทย, แนวป้องกันน้ำท่วมของศาสนสถานหรือศาลเจ้า ท่าเทียบเรือขนส่งสินค้า อู่จอดเรือ ร้านค้า สถานประกอบการร้านอาหารริมน้ำ อาคารโกดังสินค้า เป็นต้น บางแห่งมีระดับแนวคันกั้นน้ำต่ำและไม่มีความมั่นคงแข็งแรง มีการรั่วซึมหรือแนวฟันหลอ

 

กทม. ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการเรียงกระสอบทรายเสริมความสูงของแนวคันกั้นน้ำ อุดจุดรั่วซึม เพื่อให้สามารถป้องกันน้ำเหนือหลาก น้ำทะเลหนุนสูง ได้อย่างปลอดภัยและจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง

 

สำหรับชุมชนที่อยู่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมต้องติดตามสถานการณ์น้ำเหนือเวลาน้ำขึ้นเต็มที่ในแต่ละวันอย่างใกล้ชิด บางชุมชนอาจจะได้รับผลกระทบ เรือวิ่งผ่านไป-มาด้วยความเร็ว ทำให้แรงคลื่นกระทบบ้าน ซึ่ง กทม. ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังกรมเจ้าท่าช่วยตรวจสอบ กำชับ และใช้มาตรการเรื่องการเดินเรือ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับบ้านเรือนของประชาชน

 

เอกวรัญญูระบุว่า ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงบริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำรวมถึงแจ้งเหตุเดือดร้อนและขอรับความช่วยเหลือจาก กทม. ได้ที่เว็บไซต์ http://dds.bangkok.go.th/ หรือ www.prbangkok.com, เฟซบุ๊ก: กรุงเทพมหานคร รวมถึงการแจ้งจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมบนถนนสายหลัก และรับแจ้งเหตุน้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. โทร.1555 หรือศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม โทร. 0 2248 5115 หรือ Traffy Fondue

The post กทม. พร้อมรับน้ำฝน-น้ำเหนือ เตือนชุมชนนอกแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวัง 19-23 ก.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริษหารือเมียนมา หาพื้นที่รับน้ำบรรเทาน้ำเหนือ เล็งจับมือเพื่อนบ้านร่วมบริหารจัดการน้ำระยะยาว https://thestandard.co/discuss-with-myanmar-to-find-a-water-catchment-area/ Mon, 16 Sep 2024 06:03:12 +0000 https://thestandard.co/?p=984053

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผ […]

The post มาริษหารือเมียนมา หาพื้นที่รับน้ำบรรเทาน้ำเหนือ เล็งจับมือเพื่อนบ้านร่วมบริหารจัดการน้ำระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า ได้หารือกับสถานทูตเมียนมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเร่งประสานงานกับฝ่ายเมียนมาเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมที่ไทยและเมียนมา รวมถึงหารือความร่วมมือกันในการขยายพื้นที่รับน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในบริเวณตอนเหนือของไทย ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในเมียนมาก็หนักอยู่มาก เนื่องมาจากพายุและน้ำหลากจากที่สูงไหลลงสู่แม่น้ำสาละวินเช่นกัน

 

มาริษยังยืนยันว่า สถานทูตไทยกำลังเร่งประสานงาน เพื่อให้หน่วยงานด้านน้ำของทั้งสองประเทศหารือกันในรายละเอียดด้านเทคนิคว่า มีพื้นที่ใดที่จะสามารถขยายให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำได้อีก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่อไป

 

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า สถานการณ์น้ำเป็นวิกฤตของทุกประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งได้ทราบด้วยว่า สถานการณ์อุทกภัยในเมืองท่าขี้เหล็กครั้งนี้ร้ายแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ซึ่งแม้จะขุดลอกท่อและเก็บกวาดขยะออกไปก่อนฤดูฝนแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันตามบริเวณแม่น้ำสาย ซ้ำยังมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแม่น้ำสายจากทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายเมียนมาในหลายพื้นที่ ทำให้ความกว้างของแม่น้ำสายแคบลงและเกิดการตื้นเขิน เป็นการซ้ำเติมปัญหาการระบายน้ำในแม่น้ำสายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในระยะยาวจึงได้เตรียมเสนอความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำผ่านกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง MLC ต่อไปด้วย

 

มาริษยังแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งในไทย เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม พร้อมขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

The post มาริษหารือเมียนมา หาพื้นที่รับน้ำบรรเทาน้ำเหนือ เล็งจับมือเพื่อนบ้านร่วมบริหารจัดการน้ำระยะยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิชาการชี้ ปัญหาแม่น้ำโขง-อีสานล้น มาจากน้ำฝนลาว ไม่รุนแรงเท่าน้ำท่วมเชียงราย แต่ห้ามประมาท ต้องรับมือถึงตุลาคมนี้ https://thestandard.co/the-problem-of-the-mekong-river-overflowing/ Sat, 14 Sep 2024 04:58:22 +0000 https://thestandard.co/?p=983562

เหตุการณ์น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดเชียงราย […]

The post นักวิชาการชี้ ปัญหาแม่น้ำโขง-อีสานล้น มาจากน้ำฝนลาว ไม่รุนแรงเท่าน้ำท่วมเชียงราย แต่ห้ามประมาท ต้องรับมือถึงตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เหตุการณ์น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดเชียงราย สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อประชาชนชาวไทยอย่างยิ่ง 

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนกำลังจับตาคือมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลไปยังแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุดรธานี อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

 

แม้นักวิชาการส่วนใหญ่จะมองว่าสถานการณ์มวลน้ำโขงจะไม่รุนแรงเท่าน้ำจากภาคเหนือ แต่หากดูรายละเอียดแล้ว กลับพบว่ายังมีข้อสังเกตและข้อกังวลบางประการ ทั้งปริมาณน้ำจากเขื่อนในประเทศจีน, ปริมาณน้ำฝนของ สปป.ลาว, ปัญหาพายุยางิในประเทศเวียดนาม และปริมาณน้ำฝนจากบริเวณอื่นๆ 

 

วานนี้ (13 กันยายน) รายการ THE STANDARD NOW ดำเนินรายการโดย อ๊อฟ-ชัยนนท์ หาญคีรีรัตน์ สัมภาษณ์ รอยล จิตรดอน ที่ปรึกษาสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ถึงปัญหาเขื่อนประเทศจีนปล่อยน้ำผสมโรงแม่น้ำโขง ความน่ากังวล และสภาวการณ์น้ำในประเทศไทยจากนี้

 

น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนประเทศจีน ส่งผลกระทบลุ่มน้ำโขงและประเทศไทย?

 

“ที่ประเทศไทยกำลังเจอมวลน้ำโขงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นผลจากปริมาณน้ำฝนใน สปป.ลาว” รอยลเริ่มขยายความ

 

หากดูสถานการณ์จะพบว่า มวลน้ำจากจังหวัดเชียงรายจะต้องไหลผ่านไชยบุรี และผ่านเขื่อนอีก 2 เขื่อน น้ำถึงจะเดินทางมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฉะนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าปริมาณน้ำฝนส่วนหนึ่งมาจากเขื่อนในประเทศจีนอย่างแน่นอน 

 

โดยปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากปริมาณน้ำฝนส่วนใหญ่ตกพื้นที่ด้านล่างหรือท้ายเขื่อน อีกทั้งความสามารถในการกักเก็บของเขื่อนประเทศจีนแทบไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเขื่อนนี้ผลิตไฟฟ้า รวมถึงพื้นที่รับน้ำในประเทศจีนค่อนข้างแคบ หากเทียบกับพื้นที่รับน้ำที่ใหญ่มักอยู่ในไทยและ สปป.ลาว เป็นหลัก ฉะนั้น ไทยต้องบริหารจัดการน้ำด้วยตนเอง และต้องทราบว่าภูมิประเทศเป็นอย่างไร

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันจีนมีเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง 12 แห่ง ใกล้ไทยสุดคือเขื่อนจิ่งหง ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ 340 กิโลเมตร ซึ่งปล่อยน้ำประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ในระดับที่หน่วงเอาไว้ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อฝนตกลงมาเติมเยอะมาก เกิดน้ำหลาก ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว 

 

“หากสังเกตพายุยางิที่ประเทศเวียดนาม สปป.ลาว ตอนเหนือจะได้รับผลกระทบทันที คนเลยไปมองว่ามวลน้ำมาจากปริมาณน้ำที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย แต่จริงๆ แล้วมันมาจากมวลน้ำในหลากหลายพื้นที่” รอยลกล่าวเพิ่ม

 

ประชาชนเดินทางฝ่าน้ำท่วมสูง จังหวัดเชียงราย

ภาพ: LILLIAN SUWANRUMPHA  / AFP

 

ความรุนแรงมวลน้ำอีสานไม่เท่าน้ำเหนือ?

 

“ความรุนแรงของน้ำจะไม่รุนแรงเท่าเชียงราย เพราะเป็นระดับน้ำหลาก ไม่ใช่ระดับน้ำเท้อ และฝนตกหนักสั้นๆ 1-2 วัน” รอยลยืนยัน

 

หากไล่ทิศทางฝนตกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มจากด้านตะวันออก บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร อุดรธานี อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ก่อนเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกและตอนล่าง เช่น จังหวัดบุรีรัมย์ ชัยภูมิ สุรินทร์ และศรีสะเกษ 

 

แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ลักษณะทะเลปี 2567 คล้ายกับปี 2553 ซึ่งปลายเดือนกันยายนปี 2553 นั้น จะมีฝนพาดผ่านจากจังหวัดนครสวรรค์ไปถึงบุรีรัมย์ ซึ่งต้องจับตาต่อเนื่อง แต่อีกมุมยังโชคดี เนื่องจากป่าอนุรักษ์ฟื้นตัวขึ้นถึงร้อยละ 30 ประกอบกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มทำสวนทุเรียนและสวนยางพารา ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยให้สภาพอากาศปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกได้พอสมควร

 

กรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบน้ำท่วม? 

 

ระดับน้ำที่ไหลผ่านค่ายจิรประวัติ จังหวัดนครสวรรค์ ยังคงต่ำมาก อยู่ในระดับ 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยระดับความจุน้ำสามารถรองรับได้ถึง 3,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากเทียบกับน้ำท่วมปี 2554 ซึ่งไหลผ่านเกือบ 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องระวังคือฝนจากภาคกลาง ไม่ใช่ฝนจากภาคเหนือ แต่กรุงเทพมหานครต้องเตรียมพร้อมระบบปั๊มและระบบสูบน้ำเช่นกัน เนื่องจากเจอสถานการณ์น้ำรอระบายค่อนข้างบ่อย

 

เจ้าหน้าที่จัดเรียงกระสอบทรายป้องกันน้ำเหนือบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

สภาวการณ์น้ำท่วมไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ?

 

“สถานการณ์น้ำในจังหวัดเชียงราย คงเร็วๆ นี้ที่จะกลับสู่ความปกติ แต่อย่าเพิ่งประมาท” รอยลกล่าว

 

เนื่องจากถ้าประเมินจากฤดูฝนตอนนี้ แนวของน้ำฝนเคลื่อนตัวไปประเทศจีน แต่เมื่อเข้าสู่ปลายเดือนกันยายนและต้นเดือนตุลาคมจะกลับเข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้ง ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพร้อมรับมือและเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ตลอดเวลา

The post นักวิชาการชี้ ปัญหาแม่น้ำโขง-อีสานล้น มาจากน้ำฝนลาว ไม่รุนแรงเท่าน้ำท่วมเชียงราย แต่ห้ามประมาท ต้องรับมือถึงตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมเตรียมสั่ง ครม. สำรวจความเสียหายน้ำท่วม สถานที่ราชการ-บ้านเรือน สมศักดิ์ขอกลุ่มค้านเขื่อนแก่งเสือเต้นเห็นใจคนสุโขทัย https://thestandard.co/order-the-cabinet-to-survey-flood-damage/ Tue, 03 Sep 2024 04:54:43 +0000 https://thestandard.co/?p=978807

วันนี้ (3 กันยายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ […]

The post ภูมิธรรมเตรียมสั่ง ครม. สำรวจความเสียหายน้ำท่วม สถานที่ราชการ-บ้านเรือน สมศักดิ์ขอกลุ่มค้านเขื่อนแก่งเสือเต้นเห็นใจคนสุโขทัย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 กันยายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้จะมีการหารือถึงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งตนจะสั่งการในที่ประชุม ครม. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าหน่วยราชการทุกหน่วย เร่งสำรวจความเสียหาย เพราะตอนนี้น้ำทางเหนือลงมาหมดแล้ว และสามารถสำรวจได้ โดยให้สำรวจทั้งหน่วยราชการ สถานที่ราชการ บ้านเรือนของพี่น้องประชาชน

 

ส่วนการฟื้นฟูตนจะสั่งการในที่ประชุม ครม. ย้ำว่าจะทำงานโดยเร็ว เรื่องไหนที่ส่งเรื่องมาก่อนก็จะดำเนินการก่อน โดยจะเซ็นงบกลางลงไป ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนการดูแลค่าน้ำค่าไฟให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ขอไปดูรายละเอียดอีกครั้ง

 

‘สมศักดิ์’ บอก กลุ่มต้านเขื่อนแก่งเสือเต้นใจแคบ ขอเห็นใจคนสุโขทัย

 

สมศักดิ์ เทพ​สุ​ทิน รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเสนอสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นว่า ไม่ควรจะมาวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานของภาครัฐ แต่ควรหาผู้รู้มาตัดสิน ซึ่งตนได้บอกให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) หาหน่วยงานกลาง เช่น ธนาคารโลก เพื่อวิเคราะห์​ความเสียหาย เรื่องที่อยู่ที่กิน เช่นในพื้นที่สะเอียบ จังหวัดแพร่ ก็จะมีความรุนแรง เพราะเขารักถิ่นฐาน และมีความรู้สึกว่าได้รับผลกระทบเสียหาย แต่ระหว่างลำน้ำยม คนที่เสียหายที่สุดคือภาครัฐ เพราะต้องออกมาชดเชย

 

สมศักดิ์กล่าวอีกว่า “กลุ่มที่ต่อต้านการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นมาเผาหุ่น ไม่รู้ว่าเผาจนผมไหม้กี่ครั้ง ใจแคบจริงๆ พูดคุยกันบ้างสิทุกครั้งที่มีกระแส มันใจแคบเกินไป ถ้าใจแคบแบบนี้ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ควรเอาหน่วยงานกลางมาช่วยดู การที่ใครพูดอะไรไม่ได้เลย คนจังหวัดแพร่ คนจังหวัดสุโขทัย เขาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ผมอยู่สุโขทัยถูกล้อเลียนมาตลอดเรื่องเขื่อนเรียงหิน ครั้งนี้ผมก็ขอเหอะ เขื่อนเรียงหินความยาว 9,000 เมตร ในพื้นที่ 3 อำเภอที่ถูกกัดเซาะ ก็ต้องสร้างเขื่อนเรียงหินเพื่อกำแพง”

 

สมศักดิ์​กล่าวด้วยว่า ถ้าเขื่อนแก่งเสือเต้นผลิตไฟฟ้าได้ ก็สามารถแบ่งเงินให้คนในพื้นที่ได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นแนวคิดใหม่ แม้จะได้รับความเสียหายแต่ก็จะได้รับการชดเชยจากรายได้ตลอดชีวิต ดังนั้นควรหันหน้ามาคุยกัน

 

ทั้งนี้ คนสุโขทัยที่ตนรู้จักในอำเภอศรีสำโรงและอำเภอเมือง ย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว เพราะสู้น้ำไม่ไหว เหลือแต่ตนที่ยังอยู่ เพราะตนเป็นนักการเมืองที่เกิดที่นั่น ย้ายไปไหนไม่ได้

The post ภูมิธรรมเตรียมสั่ง ครม. สำรวจความเสียหายน้ำท่วม สถานที่ราชการ-บ้านเรือน สมศักดิ์ขอกลุ่มค้านเขื่อนแก่งเสือเต้นเห็นใจคนสุโขทัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เขื่อนเจ้าพระยาทยอยปรับการระบายน้ำเพิ่ม เตรียมรับฝนที่ตกช่วง 3-9 ก.ย. นี้ ขณะที่ กทม. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ https://thestandard.co/chao-phraya-dam-gradually-increases-water-release/ Tue, 03 Sep 2024 03:29:40 +0000 https://thestandard.co/?p=978741

วันนี้ (3 กันยายน) กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้ […]

The post เขื่อนเจ้าพระยาทยอยปรับการระบายน้ำเพิ่ม เตรียมรับฝนที่ตกช่วง 3-9 ก.ย. นี้ ขณะที่ กทม. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 กันยายน) กรมชลประทานรายงานสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เวลา 07.00 น. เขื่อนเจ้าพระยาทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดในอัตราระหว่าง 1,400-1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) รองรับปริมาณน้ำจากทางตอนบน และฝนที่ตกเพิ่ม 3-9 กันยายน 2567

 

สถานี C2 อำเภอเมืองนครสวรรค์

ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,547 ลบ.ม./วินาที

แนวโน้ม: เพิ่มขึ้น

ระดับน้ำ: ต่ำกว่าตลิ่ง 4.09 เมตร

 

สถานี C13 เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท

ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,449 ลบ.ม./วินาที

แนวโน้ม: เพิ่มขึ้น

ระดับน้ำท้ายเขื่อน: เพิ่มขึ้นจากเดิม 18 เซนติเมตร

 

เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่ม

  • บ้านบางพุทรา อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 76 เซนติเมตร
  • บ้านบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 64 เซนติเมตร
  • วัดอินทาราม (คลองโผงเผง) จังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 38 เซนติเมตร
  • วัดโพธิ์ (คลองบางบาล) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 23 เซนติเมตร
  • วัดประดู่โลกเชฏฐ์ ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา, ตำบลลาดชิด, ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 30 เซนติเมตร

 

กรมชลประทานขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย และพื้นที่เสี่ยง ขนย้ายของยกขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น กรมชลประทานจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ

 

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยารายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

 

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

 

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

 

โดยกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

The post เขื่อนเจ้าพระยาทยอยปรับการระบายน้ำเพิ่ม เตรียมรับฝนที่ตกช่วง 3-9 ก.ย. นี้ ขณะที่ กทม. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดงบประมาณ 1,497 ล้านบาท แก้ปัญหา 32 จุดเสี่ยงน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน ริมฝั่งเจ้าพระยาท่วมกรุงเทพฯ https://thestandard.co/key-messages-budget-32-flood-risk/ Mon, 02 Sep 2024 11:53:25 +0000 https://thestandard.co/?p=978604

THE STANDARD ชวนพิจารณางบประมาณและแผนงานก่อสร้างแนวป้อง […]

The post เปิดงบประมาณ 1,497 ล้านบาท แก้ปัญหา 32 จุดเสี่ยงน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน ริมฝั่งเจ้าพระยาท่วมกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD ชวนพิจารณางบประมาณและแผนงานก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมในจุดเสี่ยง หรือแนวรอยต่อระหว่างคันกั้นน้ำริมแม่น้ำ เช่น ท่าเรือ, ร้านอาหาร, ที่พัก, อาคารสำนักงาน และคันกั้นน้ำที่ชำรุด ซึ่งจะเป็นช่องว่างที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถไหลเข้าพื้นที่หลังคันกั้นน้ำได้ หรือที่รู้จักในชื่อว่า ‘จุดฟันหลอ’ ทั้งหมด 32 จุด รวมความยาว 4.35 กิโลเมตร

 

โดยกรุงเทพมหานครได้ถอดบทเรียนจุดเสี่ยงน้ำท่วม 32 จุดนี้ มาจากเหตุน้ำท่วมเมื่อปี 2565 รายงานว่ามีจุดเสี่ยงรวมทั้งสิ้น 120 จุด แบ่งเป็นแนวของ กทม. รั่วซึม 76 แห่ง รวมความยาว 12.20 กิโลเมตร, แนวของเอกชน-หน่วยงานรัฐ 12 แห่ง รวมความยาว 2.15 กิโลเมตร และแนวฟันหลอ จากแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีความยาวรวม 88 กิโลเมตร

 

หากพิจารณาสถานะการแก้ปัญหาจุดฟันหลอของกรุงเทพมหานครแบ่งเป็น 4 กลุ่ม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

14 จุดที่ดำเนินการแก้ไขจนเสร็จสิ้นแล้ว ประกอบด้วย

 

  • ชุมชนวัดวิมุตยาราม เขตบางพลัด
  • ร้านขนาบน้ำและร้าน River Bar เขตบางพลัด
  • ท่าเรือเทเวศร์ เขตพระนคร
  • ชุมชนบ้านบุ เขตบางกอกน้อย
  • วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์
  • ศาลเจ้าโรงเกือก เขตสัมพันธวงศ์
  • ซอยเจริญกรุง 32 เขตบางรัก
  • องค์การสะพานปลา ถนนเจริญกรุง เขตสาทร
  • สุสานโปรเตสแตนต์ เขตบางคอแหลม
  • บริษัท เจ-แฟค จำกัด ซอยเจริญกรุง 80 เขตบางคอแหลม
  • โกดังบริษัท แสงทองค้าข้าว (1968) จำกัด เขตราษฎร์บูรณะ
  • ท่าเรือสี่พระยา เขตบางรัก
  • ปลายซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 เขตบางพลัด
  • วังหลัง เขตบางกอกน้อย

 

3 จุดที่เสร็จทันน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุนปี 2567 ประกอบด้วย

 

  • ถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์
  • ถนนทางรถไฟสายเก่า เขตคลองเตย
  • วัดเทพนารี เขตบางพลัด

 

8 จุดที่เสร็จไม่ทันน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุนปี 2567 ประกอบด้วย

 

  • องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ เขตธนบุรี
  • ริเวอร์ไซด์ ทาวเวอร์ เขตบางคอแหลม
  • ศาลเจ้าเซียงกง ถนนพระรามที่ 3 ซอย 56 เขตยานนาวา
  • คลองสวนแดน เขตบางพลัด
  • ถนนพระรามที่ 3 ซอย 14 เขตบางคอแหลม
  • แยกเจริญราษฎร์ เขตบางคอแหลม
  • ถนนพระรามที่ 3 ซอย 38 เขตยานนาวา
  • บ้านอนันตกูล เขตบางพลัด

 

7 จุดที่อยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบ ประกอบด้วย

 

  • วัดจันทรสโมสร เขตดุสิต
  • วังจักรพงษ์-ร้านโรงรส เขตพระนคร
  • ชุมชนโรงสี เขตยานนาวา
  • ข้างคลองมอญ เขตบางพลัด
  • ศูนย์สุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เขตบางกอกน้อย
  • อู่เรือกัปตัน เขตบางกอกน้อย
  • คลังเก็บเอกสารกรุงไทย เขตราษฎร์บูรณะ

 

และหากพิจารณาตามงบประมาณที่ใช้ดำเนินแต่ละโครงการ แบ่งเป็น 7 งบประมาณหลัก ประกอบด้วย

 

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 (เพิ่มเติม)

เริ่มนับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564

 

  • ชุมชนวัดวิมุตยาราม: 40 ล้านบาท
  • ท่าเรือเทเวศร์: 8 ล้านบาท
  • ชุมชนบ้านบุ: 127 ล้านบาท
  • วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร: 25 ล้านบาท
  • ศาลเจ้าโรงเกือก: 15 ล้านบาท
  • ซอยเจริญกรุง 32: 7 ล้านบาท
  • องค์การสะพานปลา ถนนเจริญกรุง: 65 ล้านบาท
  • สุสานโปรเตสแตนต์: 22 ล้านบาท
  • บริษัท เจ-แฟค จำกัด ซอยเจริญกรุง 80: 12 ล้านบาท
  • องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์: 40 ล้านบาท
  • โกดังบริษัท แสงทองค้าข้าว (1968) จำกัด: 110 ล้านบาท

 

งบประมาณกลางปี 2565

งบรายจ่ายที่ตั้งขึ้นมาสำรองไว้ปีงบประมาณ 2565

 

  • ร้านขนาบน้ำและร้าน River Bar: 35 ล้านบาท
  • ถนนทรงวาด: 57 ล้านบาท

 

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566

เริ่มนับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565

 

  • ท่าเรือสี่พระยา: 11 ล้านบาท
  • ศาลเจ้าเซียงกง ถนนพระรามที่ 3 ซอย 56: 95 ล้านบาท

 

งบประมาณปี 2566 (เพิ่มเติม)

งบประมาณรายจ่ายที่จัดทำขึ้นเพิ่มระหว่างปีงบประมาณ 2566

 

  • ถนนทางรถไฟสายเก่า: 45 ล้านบาท
  • ปลายซอยจรัญสนิทวงศ์ 32: 25.5 ล้านบาท
  • ถนนพระรามที่ 3 ซอย 14: 33 ล้านบาท
  • แยกเจริญราษฎร์: 47.5 ล้านบาท
  • ถนนพระรามที่ 3 ซอย 38: 22 ล้านบาท
  • วัดเทพนารี: 74 ล้านบาท

 

งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567

เริ่มนับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566

 

  • ริเวอร์ไซด์ ทาวเวอร์: 75 ล้านบาท
  • คลองสวนแดน: 64 ล้านบาท
  • บ้านอนันตกูล: 21 ล้านบาท

 

งบประมาณกลางปี 2567

 

  • วังหลัง: 18 ล้านบาท

 

ของบปีงบประมาณ 2568 แต่ไม่ได้รับ

 

  • อู่เรือกัปตัน: 30 ล้านบาท

 

ไม่ระบุปีงบประมาณ

 

  • วัดจันทรสโมสร: 10 ล้านบาท
  • วังจักรพงษ์-ร้านโรงรส: 40 ล้านบาท
  • ชุมชนโรงสี: 110 ล้านบาท
  • ข้างคลองมอญ: 41 ล้านบาท
  • ศูนย์สุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า: 44 ล้านบาท
  • คลังเก็บเอกสารกรุงไทย: 128 ล้านบาท

 

รวมงบประมาณ 1,497 ล้านบาท

 

จากข้อมูลที่รายงานมีส่วนที่น่าสนใจคือ เขตที่มีจุดเสี่ยงน้ำท่วมจากจุดฟันหลอมากที่สุดคือเขตบางพลัด มีทั้งสิ้น 7 จุด ประกอบด้วย ชุมชนวัดวิมุตยาราม, ร้านขนาบน้ำและร้าน River Bar, ปลายซอยจรัญสนิทวงศ์ 32, วัดเทพนารี, คลองสวนแดน, ข้างคลองมอญ และบ้านอนันตกูล

 

จุดฟันหลอที่มีความยาวมากที่สุดคือที่เก็บคลังเอกสารกรุงไทย ความยาวรวม 360 เมตร เขตราษฎร์บูรณะ ต้องใช้งบประมาณแก้ไข 128 ล้านบาท ส่วนจุดที่ความยาวฟันหลอน้อยที่สุดคือที่ศาลเจ้าโรงเกือก เขตสัมพันธวงศ์ ขนาด 20 เมตร ใช้งบประมาณมากที่สุด 15 ล้านบาท

 

อ้างอิง:

  • กรุงเทพมหานคร

The post เปิดงบประมาณ 1,497 ล้านบาท แก้ปัญหา 32 จุดเสี่ยงน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุน ริมฝั่งเจ้าพระยาท่วมกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ คาดไม่กระทบพื้นที่เศรษฐกิจกรุงเทพฯ https://thestandard.co/chao-phraya-dam-increases-water-discharge/ Mon, 02 Sep 2024 01:55:44 +0000 https://thestandard.co/?p=978341

วานนี้ (1 กันยายน) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กร […]

The post เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ คาดไม่กระทบพื้นที่เศรษฐกิจกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (1 กันยายน) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ที่สถานีวัดน้ำ C2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,485 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณน้ำทางตอนบนและฝนที่ตกในพื้นที่ ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ปริมาณน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น  

 

กรมชลประทานได้รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในปริมาณที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว พร้อมควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในอัตรา 1,399 ลบ.ม./วินาที เร่งระบายน้ำทางตอนบนลงสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด 

 

ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา รวมถึงตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 50 เซนติเมตร ถึง 1.50 เมตร  

 

ส่วนที่สถานีวัดน้ำ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ยในอัตรา 1,400 ลบ.ม./วินาที จากอิทธิพลของสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน 2567 อาจจะส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครบางพื้นที่ยกตัวสูงขึ้น แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร

 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน 4 เขื่อนหลักในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 14,209 ล้าน ลบ.ม. (57% ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน) ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 10,662 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ได้ปรับลดการระบายน้ำ เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านท้ายน้ำ  

 

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้จะมีปริมาณฝนตกเพิ่มในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งภาคกลาง ซึ่งอาจจะส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น จึงยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป

The post เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ คาดไม่กระทบพื้นที่เศรษฐกิจกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทักษิณลงพื้นที่น้ำท่วมเชียงราย บอกเป็นหนี้บุญคุณประชาชน 17 ปีไม่เคยลืมกัน https://thestandard.co/thaksin-visits-flood-areas-in-chiang-rai/ Tue, 27 Aug 2024 13:23:07 +0000 https://thestandard.co/?p=976202

วันนี้ (27 สิงหาคม) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพ […]

The post ทักษิณลงพื้นที่น้ำท่วมเชียงราย บอกเป็นหนี้บุญคุณประชาชน 17 ปีไม่เคยลืมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 สิงหาคม) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงมารอให้การต้อนรับแน่นพื้นที่สนามบิน ขณะที่ประชาชนได้ตะโกนช่วงหนึ่งอย่างพร้อมเพรียงกันว่า “เรารักทักษิณ” ซึ่งจุดแรกที่ทักษิณเดินทางไปคือสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอเทิง

 

ช่วงหนึ่งทักษิณได้กล่าวเป็นภาษาคำเมืองว่า ตนมาในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่เป็นห่วงประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ตนไปอยู่เมืองนอกมา 17 ปี พี่น้องก็ยังไม่ลืมตน ดังนั้นถือว่าต้องตอบแทนบุญคุณ มาเยี่ยม มาหา มาดูสารทุกข์สุกดิบ

 

อย่างไรก็ตาม ทักษิณได้ขอโทษพี่น้องประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ หลังจากเดินทางมาล่าช้า เนื่องจากเครื่องบินดีเลย์ไป 2 ชั่วโมง

 

ต่อมาทักษิณ พร้อม สส. พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพราะถือว่าเป็นหนี้บุญคุณประชาชน 17 ปีไม่เคยลืมกัน เมื่อมีทุกข์ก็ต้องมาให้กำลังใจ ถือเป็นธรรมชาติของคนไทยที่ต้องรู้จักบุญคุณคน

 

ทักษิณกล่าวว่า จะนำปัญหาที่ได้รับฟังกลับไปแจ้งรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องการเยียวยา ซึ่งน้ำท่วมเป็นภาวะซ้ำซาก เพราะไม่ได้แก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ ถ้าเริ่มใหม่วันนี้ต้องทำทั้งระบบด้วยการตั้งงบประมาณจำนวนมาก ทุกลุ่มน้ำต้องได้รับการดูแลทั้งหมด

 

ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงพบว่ามีน้ำไหลมากผิดปกติ ดังนั้นจะต้องพูดคุยกับประเทศจีนที่อาจปล่อยน้ำมา เพราะจีนเองก็เผชิญปัญหาน้ำท่วม เพื่อหารือเรื่องจังหวะการปล่อยน้ำไม่ให้ล้นตลิ่ง เบื้องต้นทราบว่ากระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการพูดคุย

 

สำหรับการจัดการน้ำในประเทศ ทักษิณกล่าวว่า แม่น้ำก็เหมือนรถยนต์ ถ้าไม่มีเบรกก็อันตราย ดังนั้นจะต้องติดเบรกด้วยเขื่อน อ่างเก็บน้ำ หรือแก้มลิง

 

นอกจากนี้ทักษิณกล่าวด้วยว่า แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เล่าให้ฟังว่ากรมชลประทานพร่องน้ำภาคกลางไว้รับน้ำจากภาคเหนือแล้ว เช่น เขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำเหลือเพียง 20% เพียงพอรอรับน้ำได้อีกมาก จึงเชื่อว่าสถานการณ์จะไม่ซ้ำรอยปี 2554

 

เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงเรื่องการตั้งคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะการออกหนังสือทวงใบกรอกประวัติของ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ของพรรคพลังประชารัฐ จะสะท้อนว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะไม่ให้มีตระกูลวงษ์สุวรรณในรัฐบาลชุดใหม่ใช่หรือไม่ ทักษิณกล่าวเพียงว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะมีคณะกรรมการบริหารพรรคดูแลอยู่ ก่อนจะโยนให้ไปสอบถามกับรองโฆษกพรรคเพื่อไทยที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวด้วยกัน

 

 

The post ทักษิณลงพื้นที่น้ำท่วมเชียงราย บอกเป็นหนี้บุญคุณประชาชน 17 ปีไม่เคยลืมกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่?: แนวทางรับมือ ต้องรู้ทัน พร้อมปรับตัว https://thestandard.co/will-the-water-flood-bangkok/ Tue, 27 Aug 2024 12:17:16 +0000 https://thestandard.co/?p=976165

อีกไม่เกิน 1 สัปดาห์ หรือภายในวันที่ 2 กันยายน 2567 ที่ […]

The post น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่?: แนวทางรับมือ ต้องรู้ทัน พร้อมปรับตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

อีกไม่เกิน 1 สัปดาห์ หรือภายในวันที่ 2 กันยายน 2567 ที่จะถึงนี้ มวลน้ำจากภาคเหนือจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และพัดพาเข้ามายังกรุงเทพฯ ตามคาดการณ์ของคณะทำงานกรุงเทพมหานคร (กทม.)

 

ตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรีจนถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตลอดจนข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ล้วนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้จะไม่หนักเท่ามหาอุทกภัยปี 2554 ที่เคยเกิดขึ้นแน่นอน

 

ทว่าแม้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2554 แต่ชาวกรุงเทพฯ ไม่น้อยยังคงสงสัยว่า โอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมในจุดต่างๆ มีมากน้อยแค่ไหน และพวกเราควรต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง THE STANDARD ได้พูดคุยกับ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. เพื่อคลายข้อสงสัยเรื่องนี้

 

ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สสน.

 

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ดร.รอยบุญได้ร่วมติดตามสถานการณ์พร้อม ภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในจังหวัดน่าน เพื่อมอบถุงยังชีพเยียวยาประชาชน และติดตามการรายงานสถานการณ์น้ำผ่าน Mobile War Room

 

ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สสน. รับนโยบายจาก ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อดำเนินภารกิจเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการแจ้งเตือนและติดตามสถานการณ์น้ำให้กับประชาชน

 

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี รับฟังรายงานสถานการณ์น้ำจาก ดร.รอยบุญ ที่จังหวัดน่าน 

 

น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ จริงหรือ?

 

“เราต้องยอมรับความจริงว่ากรุงเทพฯ ก็มีโอกาสท่วมด้วยตัวเขาเองอยู่แล้ว แต่ก็เป็นระยะสั้นๆ” ดร.รอยบุญกล่าว

 

ผู้อำนวยการ สสน. เปรียบเทียบกับกรณีเมื่อวานนี้ (26 สิงหาคม) ที่มีฝนตกกระจุกในจังหวัดอุดรธานี ส่งผลให้น้ำท่วมตัวเมือง แต่ก็ไม่มีใครทราบ เพราะความสนใจขณะนี้อยู่ที่ภาคเหนือ เปรียบเทียบกับกรุงเทพฯ ต้องมีความพร้อมในเรื่องโครงสร้างที่จะบริหาร ระบบปั๊ม หลายจุดก็ยังมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ประตูบางทีก็ใช้การไม่ได้

 

“เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนน้ำมาน่าจะสำคัญมาก รวมทั้งอุปกรณ์ปั๊มน้ำ ไม่ใช่มาซ่อมกันในวินาทีสุดท้าย”

 

คนกรุงเทพฯ ต้องเตรียมตัวอย่างไร

 

ด้าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ระบุผ่านการไลฟ์ตรวจสอบการป้องกันน้ำเมื่อวานนี้ว่า ขณะนี้น้ำเหนือไม่ได้น่าเป็นห่วงเท่าน้ำจากฝนที่จะตกลงมาในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญของสถานการณ์น้ำท่วม

 

ดร.รอยบุญอธิบายว่า กรุงเทพฯ มีสภาพเป็น Heat Dome (โดมความร้อน) อยู่แล้ว ก็มีโอกาสที่จะเกิดฝนตก ปัจจุบันนี้เห็นได้ชัดว่าฝนตกหนักเกิน 150-200 มิลลิเมตร เกิดขึ้นทั้งประเทศ อย่างที่จังหวัดน่านก็ 408 มิลลิเมตรที่ท่าวังผา และเกิดใน 8 อำเภอ แน่นอนที่สุดย่อมเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

 

“นี่เป็นผลจาก Climate Change (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) จะเห็นได้ว่าฝนตกหนักทั้งอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนือ ในเวลาเดียวกัน ชัดมากๆ ว่า Climate Change คนที่ต้อง Change คือพวกเรา”

 

เจ้าหน้าที่จัดเรียงกระสอบทรายป้องกันน้ำเหนือบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ดร.รอยบุญมองว่าในปัจจุบันที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ อยากให้ช่วยสื่อสารและติดตามตำแหน่ง สร้างความพร้อมตัวเราเอง เช่น สังเกตดูทางระบายน้ำในบริเวณที่พักอาศัยของตัวเองว่ามีขยะหรือสิ่งอุดตันหรือไม่ จะทำความสะอาดกันเองอย่างไร ต้องเริ่มจากตัวเรา ไม่จำเป็นต้องรอความช่วยเหลือมาถึงก่อน

 

ส่วนพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่ความเสี่ยงสูงนั้น ดร.รอยบุญชี้ว่า บริเวณที่มีสิ่งปลูกสร้างหรือกำลังซ่อมแซม บางทีจะมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งต้องดู อย่างที่เจอตอนปี 2554 ทีมไปช่วยแก้น้ำท่วมพบขยะที่อยู่ในคลองเป็นที่นอน 7 หลัง

 

“พื้นที่กรุงเทพฯ น่าจะท่วมในช่วงสั้นๆ เพียงแต่ประชาชนที่อยู่ในบริเวณเสี่ยงเริ่มรู้แล้วว่าจะท่วม ถนนอาจจะต่ำ ปั๊มอาจจะเสีย ซึ่งตอนนี้ผู้ว่าฯ กทม. ก็ประกาศจุดเสี่ยงชัดแล้วอย่างเช่นถนนวิภาวดี ช่วงฝนตกหนักเราก็จะรู้ว่าไม่ควรขับเลนนอก ควรขับเลนด้านใน เพราะน้ำจะล้น ทุกคนต้องพร้อมที่จะปรับตัวหากเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น”

 

รู้ล่วงหน้า เตรียมตัวก่อนน้ำมา

 

ดร.รอยบุญแนะนำว่า จากข้อมูลของ สสน. จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยในการเตรียมรับมือน้ำท่วมของประชาชนได้ ทั้งในเว็บไซต์ thaiwater.net รวมถึงแอปพลิเคชัน ThaiWater จะแสดงผลให้เห็นว่าตรงไหนน้ำล้นตลิ่ง ตรงไหนที่ปริมาณน้ำฝนตกมากเกิน 24 ชั่วโมง มีทั้งสีแดง สีส้ม

 

“หากเราอยู่ในบริเวณใกล้เคียงสีส้มนี่ก็ต้องดูแล้ว ถ้าน้ำหลากมามันจะลงเรา เราก็จะได้เตรียมตัวกันได้ก่อน คือถ้ารอประกาศก็หลายเหตุผล เรื่องของความพร้อม เครื่องมือในการประกาศ จุดอพยพ อาจจะต้องเช็กกันด้วย เพราะเรื่องนี้จำเป็นมากๆ ถ้ารู้ล่วงหน้า”

 

ขณะที่การเคลื่อนตัวของน้ำเหนือ ซึ่งจะมาบรรจบที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญคือจังหวัดนครสวรรค์ ที่เป็นประตูสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ดร.รอยบุญเผยว่า จะมีพื้นที่รับน้ำบึงบอระเพ็ด และขณะนี้มีจุดตัดยอดน้ำหลากได้หลายจุดแล้ว ในภาพรวมถือว่ามีการจัดระบบได้ดีกว่าปี 2554

 

อย่างไรก็ตาม ดร.รอยบุญย้ำว่า ยังไม่อาจวางใจเรื่องสถานการณ์น้ำในประเทศไทย และยังต้องติดตามกันต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายนและตุลาคม เนื่องจากในห้วงเวลาดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะมีพายุเข้า 1-2 ลูก โดยสามารถติดตามได้จากการรายงานและคาดการณ์ของ สสน.

 

เรือของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เก็บขยะและผักตบชวาขึ้นจากแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมรองรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

The post น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ หรือไม่?: แนวทางรับมือ ต้องรู้ทัน พร้อมปรับตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผอ.สสน. คาด กทม. มีโอกาสน้ำท่วมในระยะสั้น แนะประชาชนสังเกต อย่าให้ทางระบายน้ำอุดตัน https://thestandard.co/bangkok-short-period-flood-risk/ Tue, 27 Aug 2024 11:00:27 +0000 https://thestandard.co/?p=976103

วันนี้ (27 สิงหาคม) สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำเหนือกำลังเ […]

The post ผอ.สสน. คาด กทม. มีโอกาสน้ำท่วมในระยะสั้น แนะประชาชนสังเกต อย่าให้ทางระบายน้ำอุดตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 สิงหาคม) สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำเหนือกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจากจังหวัดสุโขทัย โดยทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) คาดการณ์ว่าน้ำจะมาถึงพื้นที่ กทม. ภายในวันที่ 2 กันยายนนี้

 

THE STANDARD สัมภาษณ์พิเศษ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) หรือ สสน. ถึงความเป็นไปได้ที่น้ำจะท่วมพื้นที่ กทม. และแนวทางการเตรียมตัวรับมือของประชาชน

 

“เราต้องยอมรับความจริงว่า กทม. ก็มีโอกาสท่วมด้วยตัวเขาเองอยู่แล้ว แต่ก็เป็นระยะสั้นๆ” ดร.รอยบุญ กล่าว

 

ดร.รอยบุญ เปรียบเทียบกับกรณีเมื่อวานที่มีฝนตกกระจุกในจังหวัดอุดรธานี ส่งผลให้น้ำท่วมตัวเมือง แต่ก็ไม่มีใครทราบ เพราะความสนใจขณะนี้อยู่ที่ภาคเหนือ เปรียบเทียบกับ กทม. ต้องมีความพร้อมในเรื่องโครงสร้างที่จะบริหารระบบปั๊ม หลายจุดก็ยังมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ บางครั้งประตูก็ใช้การไม่ได้

 

“เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนน้ำมาน่าจะสำคัญมาก รวมทั้งอุปกรณ์ปั๊มน้ำ ไม่ใช่มาซ่อมกันในวินาทีสุดท้าย”

 

ดร.รอยบุญ อธิบายว่า กทม. มีสภาพเป็น Heat Dome (โดมความร้อน) อยู่แล้ว ก็มีโอกาสที่จะเกิดฝนตก ปัจจุบันนี้เห็นได้ชัดว่าฝนตกหนักเกิน 150-200 มิลลิเมตร เกิดขึ้นทั้งประเทศ อย่างที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่านก็ 408 มิลลิเมตร และเกิดขึ้นในอีก 8 อำเภอ แน่นอนที่สุดว่าย่อมเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

 

“นี่เป็นผลจาก Climate Change (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) จะเห็นได้ว่าฝนตกหนักทั้งภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนือ ในเวลาเดียวกัน ชัดมากๆ ว่า Climate Change คนที่ต้อง Change คือพวกเรา”

 

ดร.รอยบุญ มองว่าในปัจจุบันที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ อยากให้ช่วยสื่อสารและติดตามตำแหน่ง สร้างความพร้อมให้กับตัวเอง เช่น สังเกตทางระบายน้ำในบริเวณที่พักอาศัยว่ามีขยะหรือสิ่งอุดตันหรือไม่ จะทำความสะอาดกันเองอย่างไร ต้องเริ่มจากตัวเรา ไม่จำเป็นต้องรอความช่วยเหลือมาถึงก่อน

 

“พื้นที่ กทม. น่าจะท่วมในช่วงสั้นๆ เพียงแต่ประชาชนที่อยู่ในบริเวณเสี่ยงเริ่มรู้แล้วว่าจะท่วม ถนนอาจต่ำ ปั๊มอาจเสีย ซึ่งตอนนี้ผู้ว่าฯ กทม. ก็ประกาศจุดเสี่ยงชัดแล้ว อย่างเช่น ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงฝนตกหนักเราก็จะรู้ว่าไม่ควรขับเลนนอก ควรขับเลนด้านใน เพราะน้ำจะล้น ทุกคนต้องพร้อมที่จะปรับตัวหากเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น”

 

ดร.รอยบุญ แนะนำว่า จากข้อมูลของ สสน. จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยในการเตรียมรับมือน้ำท่วมของประชาชนได้ ทั้งในเว็บไซต์ https://www.thaiwater.net/ รวมถึงแอปพลิเคชัน ThaiWater จะแสดงผลให้เห็นว่าตรงไหนน้ำล้นตลิ่ง ตรงไหนที่ปริมาณน้ำฝนตกมากเกิน 24 ชั่วโมง และแบ่งระดับเป็นสีแดงและส้ม

 

อย่างไรก็ตาม ดร.รอยบุญ ย้ำว่า ยังไม่อาจวางใจเรื่องสถานการณ์น้ำในประเทศไทย และยังต้องติดตามกันต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายนและตุลาคม เนื่องจากในห้วงเวลาดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะมีพายุเข้า 1-2 ลูก โดยสามารถติดตามได้จากการรายงานและคาดการณ์ของ สสน.

The post ผอ.สสน. คาด กทม. มีโอกาสน้ำท่วมในระยะสั้น แนะประชาชนสังเกต อย่าให้ทางระบายน้ำอุดตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>