น้ำท่วมฉับพลัน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/น้ำท่วมฉับพลัน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 02 Jul 2026 01:36:25 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กรมอุตุนิยมวิทยา เผยภาคตะวันออก-ใต้ฝั่งตะวันตก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 70% https://thestandard.co/thailand-weather-flood-warning/ Thu, 02 Jul 2026 01:36:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1225791 ภาพกราฟิกพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา แสดงพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (2 กรกฎาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่ […]

The post กรมอุตุนิยมวิทยา เผยภาคตะวันออก-ใต้ฝั่งตะวันตก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 70% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา แสดงพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (2 กรกฎาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

 

ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

 

สำหรับคลื่นลมที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง

 

ทั้งนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2569 โดยยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย

 

กรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

The post กรมอุตุนิยมวิทยา เผยภาคตะวันออก-ใต้ฝั่งตะวันตก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 70% appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 2 ภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 9-16 ธ.ค. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน https://thestandard.co/south-thailand-heavy-rain-warning-dec9-16/ Tue, 09 Dec 2025 01:05:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1152545 กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 2 ภาคใต้รับมือ ฝนตกหนัก ถึงหนักมาก 9-16 ธ.ค. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (9 ธันวาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง ฝนต […]

The post กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 2 ภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 9-16 ธ.ค. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 2 ภาคใต้รับมือ ฝนตกหนัก ถึงหนักมาก 9-16 ธ.ค. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (9 ธันวาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย มีผลกระทบจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ฉบับที่ 2 (375/2568) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 11–12 ธันวาคม ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

 

โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ทั้งนี้เนื่องจากจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 13–16 ธันวาคม ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

 

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2–3 เมตรบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

 

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจะฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง

 

ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเกิดขึ้นบางแห่งในช่วงวันที่ 11–13 ธันวาคม จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส โดยมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทย ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

The post กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 2 ภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 9-16 ธ.ค. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน https://thestandard.co/indonesia-flash-flood-69-dead/ Fri, 28 Nov 2025 04:49:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1148949 อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน

อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลันและเกิดเหตุดินถล่มบนเกาะสุมาตร […]

The post อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน

อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลันและเกิดเหตุดินถล่มบนเกาะสุมาตรา หลังฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 69 ราย และมีผู้สูญหาย 59 ราย เจ้าหน้าที่คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น เนื่องจากยังมีผู้สูญหายจำนวนมากและบางพื้นที่ห่างไกลยังไม่สามารถเข้าถึงได้

 

แม่น้ำในจังหวัดสุมาตราเหนือล้นตลิ่งหลังฝนตกหนักเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตในจังหวัดนี้เพิ่มขึ้นเป็น 37 ราย น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ทำให้อาคารบ้านเรือนมากกว่า 2,000 หลังจมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่สุมาตราตะวันตกและอาเจะห์ บ้านเรือนหลายพันหลังเสียหาย และมีการกู้ร่างผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย จากเหตุดินถล่มในพื้นที่ตอนกลางของอาเจะห์

 

ภัยพิบัติครั้งนี้ทำให้ชาวอินโดนีเซียต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวมากกว่า 64,000 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตในแม่น้ำและใต้ซากปรักหักพังอย่างต่อเนื่อง แต่เหตุดินโคลนถล่ม, กระแสไฟฟ้าดับ, การขาดแคลนระบบสื่อสารโทรคมนาคม กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในบางพื้นที่ก็ทำให้ภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก

 

อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน 1
อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน 2
อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน 3
อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน 4
อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน 5

 

อ้างอิง:

 

The post อินโดนีเซียน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกต่อเนื่อง หลายพื้นที่ถูกตัดขาด เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 69 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์แปลกใจหน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ https://thestandard.co/peeraphan-govt-fail-southern-flood-relief/ Wed, 26 Nov 2025 10:48:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1148082 พีระพันธุ์ แปลกใจ หน่วยงานรัฐ เข้าไม่ถึง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวห […]

The post พีระพันธุ์แปลกใจหน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์ แปลกใจ หน่วยงานรัฐ เข้าไม่ถึง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคใต้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (25 พฤศจิกายน) ตนเองพร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องชาวภาคใต้ที่กำลังประสบภาวะน้ำท่วมฉับพลันอย่างรุนแรงมากในปีนี้ โดยได้ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง

 

เดิมตั้งใจว่าจะไปทั้งที่หาดใหญ่และพัทลุง แต่ทีมงานในพื้นที่หาดใหญ่แจ้งว่าพื้นที่และเส้นทางถูกกระแสน้ำตัดขาดด้วย พื้นที่เดิมที่จะไปเปิดโรงครัวถูกน้ำท่วมหมดแล้ว จึงต้องปรับแผนการลงพื้นที่

 

พีระพันธุ์ขอบคุณทีมครูแหม่ม อุไรวรรณ และชาวเลิศคณิตจากฝั่งสงขลาผู้สนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติที่อยู่ในพื้นที่สงขลา ช่วยกันอย่างเต็มที่อาสาจัดตั้งโรงครัวทำอาหารแทนที่ทีมงานพรรคไปก่อน โดยทำอาหารที่สามารถรับประทานได้ทันทีและของเก็บไว้ได้โดยไม่บูดเสียเผื่อไว้สำหรับมื้อต่อๆ ไป ส่งให้หน่วยงานเข้าไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่แม้จะอยากอพยพออกจากพื้นที่ แต่ยังออกมาไม่ได้

 

พีระพันธุ์ระบุว่า ทีมงานพรรครวมไทยสร้างชาติโดยเฉพาะ ชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค ช่วยกันระดมจัดหาเรือเข้าไปช่วยอพยพคนอย่างเร่งด่วนนอกเหนือจากการสนับสนุนปัจจัยให้ทีมอาสาสมัครที่เข้าไปถึงก่อนหน้านี้แล้วบางส่วนเพื่อเพิ่มกำลังความสามารถของทุกภาคส่วนที่จะบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องที่ประสบภัยความเดือดร้อนในขณะนี้อย่างเต็มที่

 

“ผมได้ติดตามสถานการณ์การอพยพที่หาดใหญ่แต่แปลกใจว่าส่วนใหญ่จะเห็นแต่จิตอาสาและทีมกู้ภัยเอกชน ชาวบ้านอพยพไปอยู่บนหลังคาคอยจ้องมองเรือที่ผ่านมาเพื่อตะโกนขอความช่วยเหลือ เรือที่ผ่านมาได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้าง แปลกใจที่ว่าแทบจะไม่เห็นข่าวความเคลื่อนไหวในส่วนนี้จากภาครัฐ”

 

พีระพันธุ์ระบุด้วยว่า แปลกใจว่าเราใช้เฮลิคอปเตอร์นำอาหารไปหย่อนให้ประชาชน แต่ทำไมไม่เห็นมีบินตรวจหาคนติดค้าง แล้วแจ้งประสานหน่วยทหารหรือจังหวัดให้นำเรือเข้าไปอพยพคนตามจุดต่างๆ นั้น

 

พีระพันธุ์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มีการประกาศให้ประชาชนอพยพแต่ไม่เห็นบอกว่าอพยพอย่างไรและให้ไปที่ไหน เขาจะอพยพกันได้อย่างไรและวิธีใด จนวันนี้ยังติดอยู่เป็นจำนวนมาก มีผู้ประสบภัยและญาติพี่น้องโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือมาที่พรรคเป็นจำนวนมาก เราก็ได้แจ้งต่อไปยังศูนย์ฯและเครือข่ายต่างๆ ที่พอจะทำได้

 

พีระพันธุ์ยังเปิดเผยว่า เมื่อได้ลงพื้นที่ตำบลควนขนุน อำเภอควนขนุน พบปะมอบถุงยังชีพของพรรคให้ชาวบ้าน ได้ยินจากชาวบ้านว่ามีแต่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เข้ามาดูแล และเมื่อไปลงพื้นที่ต่อที่บ้านปากคลองเก่า ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน ทราบว่ามีประชาชนติดค้างในพื้นที่เป็นจำนวนมาก วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ. พัทลุง ซึ่งเป็นรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย และ นิติศักดิ์ ธรรมเพชร สส. พัทลุง พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ไปถึงปรากฎว่าน้ำยังท่วมสูงตั้งแต่ระดับสะโพกถึงยอดอก ต้องเดินลุยน้ำกันเข้าไป แต่มีคนแก่กับคนป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถออกมารับสิ่งของได้และบ้านพักอยู่ลึกเข้าไปอีกประมาณ 7 หลัง

 

พีระพันธุ์ได้ตัดสินใจพาคณะลุยน้ำเข้าไปเยี่ยมให้กำลังใจและนำสิ่งของไปมอบให้คนแก่และผู้ป่วยติดเตียงเหล่านั้นด้วยตัวเอง

 

“พวกเขาดีใจที่มีคนเข้ามาช่วย และบอกว่าผมกับท่านนายก อบจ. และ สส.นิติศักดิ์ เป็นคณะแรกที่เข้ามา ทำให้ผมประหลาดใจว่าภาครัฐหายไปไหนกันหมด”

 

พีระพันธุ์ระบุว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ การบูรณาการทุกภาคส่วนมีความจำเป็นอย่างยิ่งภายใต้การสั่งการตามข้อมูลข้อเท็จจริงในทิศทางเดียวกัน ภาครัฐโดยเฉพาะทางจังหวัดแต่ละจังหวัดต้องเร่งระดมช่วยเหลืออย่างจริงจัง

The post พีระพันธุ์แปลกใจหน่วยงานรัฐเข้าไม่ถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 23 เตือน ‘เหนือหนาว-ใต้ฝนหนัก’ ระวังน้ำป่าหลากและอัคคีภัย มีผลถึง 26 พ.ย. นี้ https://thestandard.co/cold-rain-floods-fire-warning/ Wed, 26 Nov 2025 02:10:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1147653 กรมอุตุฯ ประกาศ ฉบับ 23 เตือน ‘เหนือหนาว-ใต้ฝนหนัก’ ระวังน้ำป่าหลากและอัคคีภัย มีผลถึง 26 พ.ย. นี้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ […]

The post กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 23 เตือน ‘เหนือหนาว-ใต้ฝนหนัก’ ระวังน้ำป่าหลากและอัคคีภัย มีผลถึง 26 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศ ฉบับ 23 เตือน ‘เหนือหนาว-ใต้ฝนหนัก’ ระวังน้ำป่าหลากและอัคคีภัย มีผลถึง 26 พ.ย. นี้

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 23 (362/2568) เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งมีผลกระทบจนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

 

พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้เคลื่อนตัวออกไปปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและช่องแคบมะละกา ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้ 7 จังหวัด ต้องระวังอันตรายจากฝนตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่ม ได้แก่ พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ตรัง และสตูล

 

สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร แต่ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

 

มวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว ส่งผลให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ดังนี้:

  • ภาคเหนือและภาคอีสาน: อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง
  • ภาคกลาง (รวม กทม.และปริมณฑล), ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน: มีอากาศเย็นในตอนเช้า

 

กรมอุตุฯ เตือนประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวให้ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอุณหภูมิที่ลดลง รวมถึงระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัย ที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและมีลมกระโชกแรง

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1182 และเบอร์โทรศัพท์ 0-2399-4012-13 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

The post กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 23 เตือน ‘เหนือหนาว-ใต้ฝนหนัก’ ระวังน้ำป่าหลากและอัคคีภัย มีผลถึง 26 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ระเบิดฝน’ (Rain Bomb) ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วมหาดใหญ่จริงหรือไม่? https://thestandard.co/rain-bomb-and-hat-yai/ Tue, 25 Nov 2025 12:24:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1147519 ‘ระเบิดฝน’ ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วม หาดใหญ่ จริงหรือไม่?

หาดใหญ่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ จากฝนที่ตกหนักตั้ง […]

The post ‘ระเบิดฝน’ (Rain Bomb) ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วมหาดใหญ่จริงหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ระเบิดฝน’ ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วม หาดใหญ่ จริงหรือไม่?

หาดใหญ่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ จากฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งกรมชลประทานระบุไว้ว่าปริมาณน้ำฝนที่เป็นสาเหตุของน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ ถือเป็นฝนที่หนักที่สุดในรอบ 300 ปี โดยปริมาณน้ำฝนสะสมในอำเภอหาดใหญ่ 3 วันนับตั้งแต่ 19-21 พฤศจิกายน 2568 วัดได้สูงสุดถึง 630 มม. อุทกภัยใหญ่ในครั้งนี้จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบกับชีวิตของประชาชนในหลายจังหวัดภาคใต้จำนวนมาก

 

‘ระเบิดฝน’ ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วม หาดใหญ่ จริงหรือไม่? 1

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ เกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจเห็นได้จากสื่อหลายสำนักที่มีการหยิบยกคำศัพท์หนึ่งขึ้นมานิยามลักษณะของฝนที่ทำให้เกิดน้ำท่วมที่หาดใหญ่อย่าง ‘Rain Bomb’ หรือ ‘ระเบิดฝน’ ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ไม่ได้ถูกใช้ในทางอุตุนิยมวิทยาอย่างเป็นทางการ แต่ก็เป็นคำที่หลายคนเลือกนำมาใช้อธิบายให้เห็นภาพ แล้วระเบิดฝนมันคืออะไร? เกิดจากอะไร? และมันใช่สาเหตุของน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้หรือไม่?

 

‘ระเบิดฝน’ คืออะไร?

 

จากคำอธิบายของ ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า Rain Bomb หรือระเบิดฝน เป็นคำศัพท์ที่ใช้อธิิบายปรากฏการณ์ฝนตกหนักระดับ 100-200 มม. หรือมากกว่านั้นในช่วงสั้นๆ โดยมีปัจจัยธรรมชาติ 3 อย่างในครั้งนี้ ได้แก่ ลานีญา ร่องมรสุม และภาวะโลกร้อน

 

‘ระเบิดฝน’ ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วม หาดใหญ่ จริงหรือไม่? 2

ภาพอธิบายปรากฏการณ์ เอลนีโญ และลานีญา
ภาพ: กรมชลประทาน

 

ลานีญา เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากการกระแสลมจากด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกพัดมายังด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งกระแสลมนี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ และพัดพากระแสน้ำอุ่นให้ไหลมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น บริเวณภูมิภาคนี้จึงมีระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เมื่อน้ำทะเลระเหยขึ้นเป็นเมฆฝน จึงมีปริมาณฝนที่ตกหนักมากขึ้นกว่าปกติ

 

ส่วนร่องมรสุม หมายถึงร่องความกดอากาศต่ำ หรือหมายถึงโซนแคบๆ ที่เป็นแนวพาดขวางในทิศตะวันออกและทิศตะวันตกที่มีลมพัดผ่าน โดยร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณไหนจะทำให้บริเวณนั้นเกิดฝนตกหนัก ซึ่งปกติแล้วร่องมรสุมจะมีการเลื่อนขึ้นลงได้ตามแนวการโคจรของดวงอาทิตย์ แต่ในครั้งนี้ ร่องมรสุมกลับพาดผ่านอยู่บริเวณภาคใต้ตอนล่างเป็นเวลานาน ไม่ขยับไปไหน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักบริเวณภาคใต้มากกว่าปกติ

 

‘ระเบิดฝน’ ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วม หาดใหญ่ จริงหรือไม่? 3

ภาพปรากฏการณ์ Microburst ที่เกิดจากกระแสลมพุ่งลงอย่างรวดเร็ว

ภาพ: huw-ogilvie

 

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ภาวะโลกร้อน ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้มหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้น ปริมาณน้ำที่ระเหยมีมากขึ้น เมฆมีความชื้นสูงมากขึ้น รวมถึงอากาศที่อุ่นนั้นสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้นประมาณ 7% ต่อองศาเซลเซียสที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในชั้นบรรยากาศเกิดการสะสมของปริมาณความชื้นจำนวนมาก เมื่อเกิดฝนตกจึงเกิดระเบิดฝน คล้ายกับฟ้ารั่วที่มีการปลดปล่อยน้ำปริมาณมหาศาลลงมาจากฟ้าในเวลาอันสั้น ทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่อย่างที่ได้เห็นกัน

 

โดยระเบิดฝนนั้นถือเป็นปัญหาในด้านอุตุนิยมวิทยาอย่างมาก เนื่องจากมันค่อนข้างสังเกตยาก โดย ผศ.ดร.ภาณุ ตรัยเวช ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาและสภาพอากาศ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยให้ข้อมูลว่า เมฆที่เป็นต้นกำเนิดของระเบิดฝนมีลักษณะที่ไม่ได้แตกต่างจากเมฆฝนทั่วไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อวงการต่างๆ ที่ต้องเฝ้าระวังการเกิดฝนในลักษณะนี้ หนึ่งในนั้นคือ อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งนักอุตุนิยมวิทยาเพื่อการบินมีการศึกษาเรื่องนี้เยอะมาก เพราะมันส่งผลต่อความปลอดภัยในการบิน เช่น การที่เกิดลมพัดลงขณะที่เครื่องบินกำลังจะขึ้น ทำให้หัวเครื่องบินถูกกดลงมาจนไม่สามารถเอาเครื่องขึ้นได้

 

สาเหตุหลักของน้ำท่วมภาคใต้คือ ‘ฝนแช่’ ไม่ใช่ ‘ระเบิดฝน’

 

อย่างที่อธิบายไป ระเบิดฝนนั้นถูกใช้อธิบายปรากฏการณ์ฝนตกหนักระดับ 100-200 มม. หรือมากกว่านั้นในช่วงสั้นๆ ซึ่งคำว่าระเบิดนั้น นอกจากหมายถึงปริมาณน้ำฝนที่มากแล้ว อาจหมายถึงลมที่พัดน้ำฝนกระแทกพื้นดินอย่างรุนแรงด้วยเป็นก้อนเดียวในเวลาอันสั้น ซึ่งระยะเวลาสั้นนี้กินเวลาประมาณ 15-60 นาที จนเกิดเป็นน้ำท่วมฉับพลันได้จากการที่ระบายน้ำได้ไม่ทัน

 

เนื่องจากระเบิดฝน ยังไม่ใช่คำศัพท์ที่นักวิชาการใช้กันจริงๆ ตัวนิยามคำว่า ‘เวลาอันสั้น’ จึงอาจจะไม่เท่ากันแล้วแต่การตีความ แต่ลักษณะฝนที่ตกในบริเวณภาคใต้ จนเกิดเป็นน้ำท่วมใหญ่ในปี 2568 นี้มีลักษณะฝนตกทุกวัน ตั้งแต่

 

• วันที่ 19 พฤศจิกายน ฝนตก 155 มม.
• วันที่ 20 พฤศจิกายน ฝนตก 146.8 มม.
• วันที่ 21 พฤศจิกายน ฝนตก 370.2 มม.
• วันที่ 22 พฤศจิกายน ฝนตก 139.6 มม.
• วันที่ 23 พฤศจิกายน ฝนตก 143.8 มม.
• วันที่ 24 พฤศจิกายน ฝนตก 262 มม.

 

รวมแล้วทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 17-24 พฤศจิกายน ตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาวัดปริมาณน้ำฝนที่อำเภอหาดใหญ่ได้ 1,120.6 มม. ซึ่งถือว่าเยอะมาก จากการสะสมของปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตลอดหลายวัน นิยามของระเบิดฝนที่ว่าฝนตกหนักมากในเวลาอันสั้นจึงดูจะไม่ตรงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ครั้งนี้

 

อีกหนึ่งในคำศัพท์ที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์ฝนตกหนักที่ภาคใต้ในครั้งนี้ได้ตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าคือ ‘Stationary Heavy Rain’ หรือ ‘ฝนแช่’ ที่เกิดจากร่องมรสุมที่หยุดนิ่ง อย่างที่ได้อธิบายไปก่อนหน้าว่าในช่วงนี้ร่องมรสุมนั้นพาดผ่านอยู่บริเวณภาคใต้ตอนล่างเป็นเวลานาน ไม่ขยับไปไหน ทำให้เกิดเมฆฝนก่อตัวและตกลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพื้นที่เดิม โดยอาจตกต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง หรือหลายวัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนมีการสะสมสูงขึ้นเรื่อยๆ จนระบบระบายน้ำไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้เพียงพอ

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปรากฏการณ์ฝนแช่ ก็เป็นผลพวงที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนเช่นเดียวกันกับระเบิดฝน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นทั่วทั้งโลก รวมถึงบริเวณน้ำทะเล ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลในอ่าวไทยสูงขึ้น การระเหยของน้ำทะเลก็เพิ่มสูงขึ้น น้ำทะเลที่ระเหยขึ้นมานี้จึงกลายเป็นเชื้อเพลงที่คอยเติมความชื้นให้เมฆฝนอย่างไม่หยุดหย่อน ฝนแช่จึงเกิดขึ้นต่อเนื่องและยาวนานอย่างที่เห็น

 

‘ระเบิดฝน’ ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วม หาดใหญ่ จริงหรือไม่? 4

 

พยากรณ์สภาพอากาศหลังจากนี้

 

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศล่วงหน้าระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนลดลง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างเคลื่อนไปปกคลุมบริเวณเกาะสุมาตรา และอ่าวเบงกอลตอนล่างแทน แต่ก็อาจจะยังมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ของภาคใต้

 

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังเตือนอีกว่าประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างยังต้องระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม อาจมีน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มเติมได้ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

 

ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน จากภาวะโลกรวน เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญให้ประชาชนทุกภาค และหน่วยงานรัฐ ทบทวนมาตรการรับมือกับภัยธรรมชาติกันใหม่ ไม่ใช่แค่ภาคใต้ เพราะทั้งระเบิดฝนและฝนแช่นั้น อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ กลาง อีสาน จรดใต้ได้หมด

 

หากใครที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา และยังต้องการรับความช่วยเหลือจากเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ และสายด่วนตามภาพได้

 

‘ระเบิดฝน’ ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วม หาดใหญ่ จริงหรือไม่? 5

 

ภาพปก: REUTERS / Roylee Suriyaworakul

 

อ้างอิง:

The post ‘ระเบิดฝน’ (Rain Bomb) ใช่ปรากฏการณ์เบื้องหลังน้ำท่วมหาดใหญ่จริงหรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ เตือนภัย 8 จังหวัดภาคใต้ ฝนถล่มหนัก-ระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนรับลมหนาวระลอกใหม่ https://thestandard.co/met-warns-south-floods-cold-wave/ Tue, 25 Nov 2025 00:44:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1147029 กรมอุตุฯ เตือนภัย 8 จังหวัดภาคใต้ ฝนถล่มหนัก-ระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบน รับลมหนาวระลอกใหม่

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อาก […]

The post กรมอุตุฯ เตือนภัย 8 จังหวัดภาคใต้ ฝนถล่มหนัก-ระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนรับลมหนาวระลอกใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ เตือนภัย 8 จังหวัดภาคใต้ ฝนถล่มหนัก-ระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบน รับลมหนาวระลอกใหม่

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่าง และประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

 

ขอให้ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

 

ขอให้ประชาชนภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

 

สำหรับประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นลง กับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง

 

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงตอนบนในวันนี้

 

อย่างไรก็ตาม พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 25–26 พฤศจิกายน หลังจากนั้นจะมีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ในช่วงวันที่ 28–30 พฤศจิกายน

 

ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้พายุนี้จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วตามลำดับ โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น

The post กรมอุตุฯ เตือนภัย 8 จังหวัดภาคใต้ ฝนถล่มหนัก-ระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนรับลมหนาวระลอกใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์เสนอรัฐบาลตั้งวอร์รูมบริหารสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ บูรณาการทุกหน่วยช่วยผู้ประสบภัย https://thestandard.co/war-room-manage-south-floods/ Mon, 24 Nov 2025 10:12:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1146891 ณัฐพงษ์เสนอ รัฐบาลตั้ง วอร์รูม บริหารสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ บูรณาการทุกหน่วยช่วยผู้ประสบภัย

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญ […]

The post ณัฐพงษ์เสนอรัฐบาลตั้งวอร์รูมบริหารสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ บูรณาการทุกหน่วยช่วยผู้ประสบภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐพงษ์เสนอ รัฐบาลตั้ง วอร์รูม บริหารสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ บูรณาการทุกหน่วยช่วยผู้ประสบภัย

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด ทราบว่ามีฝนตกหนักมากอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 20-24 พฤศจิกายน 2568 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในวงกว้าง ทั้งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่นครศรีธรรมราชจนถึงนราธิวาส และภาคใต้ฝั่งตะวันตกในจังหวัดตรังและสตูล และขณะนี้ยังมีฝนตกต่อเนื่องจนถึงวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2568 ทำให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น มีความจำเป็นต้องอพยพพี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยง

 

ถึงอย่างนั้น พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีชุมชนหนาแน่น เช่น เทศบาลนครหาดใหญ่ ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมสูงเป็นจำนวนมาก หลายพื้นที่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม ไฟส่องสว่าง และยังมีความสับสนเกี่ยวกับข้อมูลติดต่ออพยพ ศูนย์อพยพ เส้นทางการอพยพ การขอความช่วยเหลือในการอพยพ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอพยพ

 

สส. และทีมงานพรรคประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมทางภาคใต้ขณะนี้ ได้จัดตั้งโรงครัวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงเร่งประสานงานเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการอพยพ

 

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการช่วยเหลือทำได้อย่างจำกัด เพราะปริมาณผู้ที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือมีจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การเข้าถึงจุดที่ต้องการความช่วยเหลือทำได้อย่างยากลำบาก

 

แม้ล่าสุดรัฐบาลได้ตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำแล้ว แต่เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือประชนชนสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสถานการณ์มากยิ่งขึ้น ณัฐพงษ์เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้

 

1. เร่งสื่อสารประชาสัมพันธ์ จุดอพยพและเส้นทางอพยพที่ปลอดภัยสำหรับแต่ละพื้นที่ ให้ประชาชนทราบโดยด่วน เพื่อให้สามารถอพยพได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย

 

2. สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมในระดับสูง และมีประชาชนต้องการความช่วยเหลือจำนวนมาก ให้รัฐบาลและจังหวัดจัดทำระบบการแจ้งขอรับและติดตามความช่วยเหลือให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อป้องกันการตกหล่น และความซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือของแต่ละหน่วยงาน

 

3. ออกแบบมาตรการในการช่วยเหลือเด็กเล็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ที่ติดอยู่ในบ้านและอาจต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษในการอพยพ

 

4. ควรเร่งระดมอุปกรณ์ พาหนะที่จำเป็นในการอพยพประชาชนจากพื้นที่อื่น ๆ เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือในพื้นที่ที่ประสบภัยโดยด่วนที่สุด

 

5. จัดส่งอาหารสด อาหารแห้ง อาหารพร้อมรับประทาน น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า ยารักษาโรค ผ้าอนามัย เข้ามาเพิ่มเติมในพื้นที่ประสบภัย และจัดเตรียมระบบการกระจายอาหารและของจำเป็นต่างๆ ไปยังจุดอพยพ จุดประสานความช่วยเหลือ โรงครัวต่างๆ ในพื้นที่อย่างทั่วถึง

 

6. จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า ทำหน้าที่รายงานข้อมูลและแนวโน้มสถานการณ์น้ำในแต่ละลำน้ำอย่างต่อเนื่อง ให้หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนรับทราบสถานการณ์จริงและแนวโน้มที่แม่นยำ เพื่อให้สามารถวางแผนรับมือสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

 

“ผมขอส่งความห่วงใยถึงผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่หน้างานทุกคนที่กำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้ดำเนินการอพยพออกจากจุดเสี่ยงภัยได้โดยเร็วที่สุด ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน”

The post ณัฐพงษ์เสนอรัฐบาลตั้งวอร์รูมบริหารสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ บูรณาการทุกหน่วยช่วยผู้ประสบภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมเบอร์ฉุกเฉินช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม ‘สงขลา’ https://thestandard.co/songkhla-flood-emergency-numbers/ Mon, 24 Nov 2025 06:10:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1146709 รวมเบอร์ฉุกเฉินช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม ‘สงขลา’

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน น้ำท่วมฉับพลัน หรือต้องการความช่วยเห […]

The post รวมเบอร์ฉุกเฉินช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม ‘สงขลา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมเบอร์ฉุกเฉินช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม ‘สงขลา’

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน น้ำท่วมฉับพลัน หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ และสายด่วน ต่อไปนี้

 


 

รวมเบอร์ฉุกเฉินช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม ‘สงขลา’ 1

 

ภาพประกอบ : สุภาวิดา สุขวัฒน์

The post รวมเบอร์ฉุกเฉินช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม ‘สงขลา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทศบาลนครหาดใหญ่ เตือนสถานการณ์น้ำวิกฤต ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง ด้าน ปภ. แจ้งเตือนตลอดคืนให้รับมือน้ำท่วมฉับพลัน https://thestandard.co/hat-yai-flash-flood-crisis/ Mon, 24 Nov 2025 03:56:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1146636 เทศบาลนครหาดใหญ่ เตือนสถานการณ์น้ำวิกฤต ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง ด้าน ปภ. แจ้งเตือนตลอดคืนให้รับมือน้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) เมื่อเวลา 09.35 น. เทศบาลนครหาดให […]

The post เทศบาลนครหาดใหญ่ เตือนสถานการณ์น้ำวิกฤต ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง ด้าน ปภ. แจ้งเตือนตลอดคืนให้รับมือน้ำท่วมฉับพลัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทศบาลนครหาดใหญ่ เตือนสถานการณ์น้ำวิกฤต ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง ด้าน ปภ. แจ้งเตือนตลอดคืนให้รับมือน้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (24 พฤศจิกายน) เมื่อเวลา 09.35 น. เทศบาลนครหาดใหญ่ ประกาศแจ้งสถานการณ์น้ำหาดใหญ่ ตอนนี้อยู่ในสภาวะวิกฤต ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ดีที่สุด

 

ด้าน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ประสบฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ลำคลองหลายสายเอ่อล้นและน้ำท่วมหลายพื้นที่ บางจุดสัญจรไม่ได้ พร้อมมีรายงานสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้องเป็นช่วง ๆ ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างยากลำบาก

 

สถานการณ์ล่าสุดพบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 6 ตำบล 37 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัยกว่า 6,785 ครัวเรือน รวมประชาชนกว่า 21,885 คน โดยเฉพาะตำบลปริก ตำบลทุ่งหมอ และตำบลพังลา ได้รับผลกระทบหนัก มีประชาชนติดค้างภายในบ้านหลายจุด ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือได้อย่างจำกัด เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวทำให้เรือเข้าไม่ถึงพื้นที่ลึกบางแห่ง

ทั้งนี้ จังหวัดสงขลาประกาศเขตภัยพิบัติทั้ง 16 อำเภอ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สั่งอพยพประชาชนด่วน เน้นกลุ่มเปราะบาง ประสานหน่วยทหาร พลเรือน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิฯ เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ

 

ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศแจ้งเตือนภัยต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา หลังภาคใต้ยังคงเผชิญฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่เวลา 23.07 น. ของคืนวานนี้ (23 พฤศจิกายน) จนถึง 04.44 น. ช่วงเช้ามืดของวันนี้ (24 พฤศจิกายน) ปภ. ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS, True และ NT ได้ส่ง ข้อความเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยตรง

 

พื้นที่แจ้งเตือนฝนตกหนัก: ปัตตานี, สงขลา, พัทลุง และตรัง

 

พื้นที่แจ้งเตือนน้ำท่วม: อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา, อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา, พื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองหลา-คลองหอยโข่ง-โคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

 

พื้นที่มีระดับน้ำเพิ่มสูง: อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

 

ปภ. ระบุว่า สถานการณ์น้ำในหลายจุดยังคงมีความเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ลำน้ำ พร้อมแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมอพยพตามคำสั่งหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และจัดเตรียมกำลังสนับสนุนกรณีต้องเข้าช่วยเหลือเร่งด่วนในพื้นที่ ประชาชนสามารถติดตามประกาศเพิ่มเติมจาก ปภ. และหน่วยงานในพื้นที่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

 

ภาพ: สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 กรมประชาสัมพันธ์

The post เทศบาลนครหาดใหญ่ เตือนสถานการณ์น้ำวิกฤต ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง ด้าน ปภ. แจ้งเตือนตลอดคืนให้รับมือน้ำท่วมฉับพลัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงขลาวิกฤตฝนถล่มหนัก จนท.เร่งอพยพประชาชน https://thestandard.co/songkhla-heavy-floods-evacuation/ Sat, 22 Nov 2025 02:43:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1146026 สงขลา วิกฤต ฝนถล่มหนัก จนท. เร่ง อพยพประชาชน

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลาเข้ […]

The post สงขลาวิกฤตฝนถล่มหนัก จนท.เร่งอพยพประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงขลา วิกฤต ฝนถล่มหนัก จนท. เร่ง อพยพประชาชน

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลาเข้าขั้นวิกฤต หลังฝนยังคงตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ของอำเภอหาดใหญ่และอำเภอใกล้เคียงจมอยู่ใต้น้ำ โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจใจกลางเมืองหาดใหญ่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเร่งด่วน

 

ปริมาณฝน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาของจังหวัดสงขลา พบว่า อำเภอนาหม่อม มีปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ถึง 304.5 มิลลิเมตร และในอำเภอหาดใหญ่ มีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 255.0 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ตามประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 15 ซึ่งมีผลกระทบถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568

 

ทั้งนี้ น้ำจากคลองสามสิบเมตรและคลองสายอื่น ๆ ได้ไหลทะลักเข้าท่วมถนนทุกสายในย่านใจกลางเมืองหาดใหญ่ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจชั้นใน ซึ่งร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก จุดสำคัญที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนคือ ถนนศรีภูวนารถตัดกับถนนสามสิบเมตร รวมถึงบริเวณถนนด้านหน้าโรงพยาบาลหาดใหญ่ และบริเวณแยกกิมหยง ซึ่งมีน้ำท่วมขังบนถนนอย่างหนักจนเจ้าหน้าที่ต้องแนะนำให้รถเล็กงดสัญจรผ่านเส้นทาง

 

ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าน้ำเริ่มไหลเข้าท่วมบ้าน ตั้งแต่ช่วงเวลา 03.00 น. และตั้งตัวไม่ทัน เนื่องจากไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย

 

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดแห่งหนึ่งคือ ซอยแจ่มแจ้ง หลังวัดควนลัง ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ กว่า 3 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนหลายหลังถูกน้ำท่วมสูงถึงชั้นสอง และบางพื้นที่ไม่สามารถสัญจรได้โดยสิ้นเชิง เทศบาลควนลังได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้งดการเดินทางและติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด

 

นอกจากนี้ ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอคลองหอยโข่ง ร่วมกับกำลังพลจากทหารกองพันพัฒนาที่ 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชนจำนวน 24 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงในหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง เนื่องจากระดับน้ำในพื้นที่เพิ่มสูงอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถพักอาศัยได้อย่างปลอดภัย โดยมีการลำเลียงผู้ประสบภัยไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่วัดเลียบ อำเภอคลองหอยโข่ง ซึ่งมีการจัดเตรียมสถานที่รองรับ พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งของจำเป็นเบื้องต้น

 

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์น้ำ และพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนไว้

 

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฉบับที่ 15 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยระบุว่า สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายนนี้ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่าง

 

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง อ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย รวมทั้งประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง

 

ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 22-23 พฤศจิกายนนี้

The post สงขลาวิกฤตฝนถล่มหนัก จนท.เร่งอพยพประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ เตือนมรสุมกำลังแรง-หย่อมความกดอากาศต่ำ ทำภาคใต้ฝนหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก https://thestandard.co/tmd-strong-monsoon-southern-heavy-rain/ Fri, 21 Nov 2025 02:33:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1145684 กรมอุตุฯ เตือนมรสุมกำลังแรง-หย่อมความกดอากาศต่ำ ทำ ภาคใต้ฝนหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 […]

The post กรมอุตุฯ เตือนมรสุมกำลังแรง-หย่อมความกดอากาศต่ำ ทำภาคใต้ฝนหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ เตือนมรสุมกำลังแรง-หย่อมความกดอากาศต่ำ ทำ ภาคใต้ฝนหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ (21 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

 

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง

 

ขณะเดียวกัน วันนี้หลายโรงเรียนในจังหวัดสงขลา ปิดการเรียนการสอน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน จากสถานการณ์ฝนตกหนัก และจากคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

 

อำเภอรัตภูมิ ประกาศเฝ้าระวังเข้ม หลังฝนตกหนักกระทบ 5 ตำบล 63 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 1,875 ครัวเรือน รวม 5,345 คน โดยดำเนินการแจกจ่ายกระสอบทรายให้ประชาชนแล้วจำนวน 5,000 กระสอบ รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงจำนวน 4 เครื่อง

 

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง ออกประกาศเตือนภัยด่วนที่สุด ให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมเทือกเขาบรรทัดและพื้นที่ที่เป็นเส้นทางน้ำไหลผ่าน โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอกงหรา และอำเภอศรีนครินทร์ ที่เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา จนถึงเช้าวันนี้ เกิดฝนตกสะสมอย่างต่อเนื่องบริเวณเทือกเขาบรรทัด ทำให้เกิดปริมาณน้ำป่าไหลหลากลงมาเป็นจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยให้เฝ้าระวังระดับน้ำ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด รวมทั้งติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

 

ด้านสถานการณ์ที่นครศรีธรรมราช เมื่อคืนที่ผ่านมา สมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หลังระดับน้ำในคลองหน้าเมืองสูงขึ้นต่อเนื่องและเอ่อท่วมพื้นที่ชุมชนหลายจุด พร้อมสั่งให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มในจุดวิกฤต เร่งเปิดทางน้ำที่มีการอุดตันหรือไหลช้า ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำตลอดคืน ด้านประชาชนในหลายชุมชนที่ได้รับผลกระทบได้ยกสิ่งของหนีน้ำ อพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

 

ภาพ: Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

The post กรมอุตุฯ เตือนมรสุมกำลังแรง-หย่อมความกดอากาศต่ำ ทำภาคใต้ฝนหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
​กรมอุตุฯ เผย ‘เหนือ-อีสาน’ อากาศเย็นถึงหนาว ภาคใต้ฝนตกหนัก ขณะที่ กทม.อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ https://thestandard.co/cold-weather-north-south-rain/ Thu, 20 Nov 2025 01:19:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1145215 กรมอุตุฯ เผย ‘เหนือ-อีสาน’ อากาศเย็นถึงหนาว ภาคใต้ฝนตกหนัก ขณะที่ กทม.อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ

วันนี้ (20 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 […]

The post ​กรมอุตุฯ เผย ‘เหนือ-อีสาน’ อากาศเย็นถึงหนาว ภาคใต้ฝนตกหนัก ขณะที่ กทม.อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ เผย ‘เหนือ-อีสาน’ อากาศเย็นถึงหนาว ภาคใต้ฝนตกหนัก ขณะที่ กทม.อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ

วันนี้ (20 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส

 

ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก มีอากาศเย็น
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงกับมีลมแรง

 

สำหรับเกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ส่วนประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งและมีลมแรง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคใต้ตอนบนแล้ว

 

สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง

 

ขอให้ประชาชนในภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง

 

พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้ อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 23-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

The post ​กรมอุตุฯ เผย ‘เหนือ-อีสาน’ อากาศเย็นถึงหนาว ภาคใต้ฝนตกหนัก ขณะที่ กทม.อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศาฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ออกประกาศไทยตอนบนเย็นถึงหนาว กทม. อุณหภูมิลด 1-3 องศาฯ เตือนระวังอากาศแห้ง เสี่ยงอัคคีภัย https://thestandard.co/bangkok-temp-drop-thai-north-cold-fire-risk/ Wed, 19 Nov 2025 10:16:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1145105 กรมอุตุฯ ออกประกาศ ไทยตอนบนเย็นถึง หนาว กทม. อุณหภูมิลด 1-3 องศาฯ เตือนระวังอากาศแห้ง เสี่ยงอัคคีภัย

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง […]

The post กรมอุตุฯ ออกประกาศไทยตอนบนเย็นถึงหนาว กทม. อุณหภูมิลด 1-3 องศาฯ เตือนระวังอากาศแห้ง เสี่ยงอัคคีภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ออกประกาศ ไทยตอนบนเย็นถึง หนาว กทม. อุณหภูมิลด 1-3 องศาฯ เตือนระวังอากาศแห้ง เสี่ยงอัคคีภัย

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย มีผลกระทบจนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ฉบับที่ 9 (348/2568)

 

ระบุว่า ในช่วงวันที่ 19-20 พฤศจิกายน ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง และมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรงโดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด

 

ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง สำหรับเกษตรกรควรป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้

 

สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 19-23 พฤศจิกายน เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

 

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย รวมทั้งประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พฤศจิกายน

The post กรมอุตุฯ ออกประกาศไทยตอนบนเย็นถึงหนาว กทม. อุณหภูมิลด 1-3 องศาฯ เตือนระวังอากาศแห้ง เสี่ยงอัคคีภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ เตือน อากาศแปรปรวน 17-23 พ.ย. ไทยตอนบนเตรียมรับมือหนาวจัด ภาคใต้ฝนหนัก คลื่นลมแรงในอ่าวไทย https://thestandard.co/weather-warning-17-nov-2568/ Mon, 17 Nov 2025 02:04:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1143998 กรมอุตุฯ เตือน อากาศแปรปรวน 17-23 พ.ย. ไทยตอนบน เตรียมรับมือหนาวจัด ภาคใต้ ฝนหนัก คลื่นลมแรงในอ่าวไทย

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบ […]

The post กรมอุตุฯ เตือน อากาศแปรปรวน 17-23 พ.ย. ไทยตอนบนเตรียมรับมือหนาวจัด ภาคใต้ฝนหนัก คลื่นลมแรงในอ่าวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ เตือน อากาศแปรปรวน 17-23 พ.ย. ไทยตอนบน เตรียมรับมือหนาวจัด ภาคใต้ ฝนหนัก คลื่นลมแรงในอ่าวไทย

วันนี้ (17 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 5 (344/2568) เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 23 พฤศจิกายน 2568

 

ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยในระยะแรกอาจมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ก่อนจะขยายไปภาคอื่น ๆ ในระยะถัดไป หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็ว และมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง ซึ่งเป็นผลมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุม

 

อุณหภูมิที่ลดลงจะแตกต่างกัน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง (รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรด้วย

 

ขณะเดียวกัน ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย รวมทั้งระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง

 

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจึงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2568

 

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

The post กรมอุตุฯ เตือน อากาศแปรปรวน 17-23 พ.ย. ไทยตอนบนเตรียมรับมือหนาวจัด ภาคใต้ฝนหนัก คลื่นลมแรงในอ่าวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดสูงสุด 7 องศาฯ ภาคใต้มีฝนหนักถึงหนักมาก https://thestandard.co/weather-warning-15-nov-2568/ Sat, 15 Nov 2025 02:47:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1143587 กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดสูงสุด 7 องศาฯ ภาคใต้มีฝนหนักถึงหนักมาก

วันนี้ (15 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบั […]

The post กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดสูงสุด 7 องศาฯ ภาคใต้มีฝนหนักถึงหนักมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดสูงสุด 7 องศาฯ ภาคใต้มีฝนหนักถึงหนักมาก

วันนี้ (15 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 1 (340/2568) เรื่องอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 23 พฤศจิกายน 2568

 

ในช่วงดังกล่าว บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก จากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็วและมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อุณหภูมิจะลดลงถึง 4-7 องศาเซลเซียส

 

ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง (รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพจากอากาศที่หนาวเย็นลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย

 

สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุม ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่ม

 

ด้านคลื่นลมในทะเลจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง

 

ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2568

The post กรมอุตุฯ ประกาศเตือน ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดสูงสุด 7 องศาฯ ภาคใต้มีฝนหนักถึงหนักมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ‘ภูมิพล-สิริกิติ์’ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ https://thestandard.co/bhumibol-sirikit-drain-for-storms/ Fri, 07 Nov 2025 09:58:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1140761 สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ภูมิพล-สิริกิติ์ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำ […]

The post สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ‘ภูมิพล-สิริกิติ์’ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ภูมิพล-สิริกิติ์ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะโฆษก สทนช. เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2568 ว่า หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการป้องกันอุทกภัยและการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง

 

จากการคาดการณ์ล่วงหน้าของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ระบุว่า ปี 2568 จะมีปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย โดยจะตกเพิ่มขึ้นและมีความเสี่ยงสูงที่จะมีพายุหมุนเขตร้อนพัดเข้ามาในช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่

 

สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประเมินว่า เขื่อนขนาดใหญ่จำนวน 15 แห่ง มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำล้นความจุเขื่อน โดยบางแห่งมีแนวโน้มเกิดน้ำล้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับแผนการระบายน้ำของเขื่อน เพื่อป้องกันสถานการณ์อุทกภัยให้ได้มากที่สุด

 

สทนช. ได้กำหนดเป้าหมายให้เขื่อนมีปริมาณน้ำประมาณ 80% ของความจุเก็บกัก ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูฝน เพื่อให้มีพื้นที่ว่างรองรับน้ำช่วงฝนตกหนัก ช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน ขณะเดียวกันก็ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอ

 

สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เขื่อนภูมิพล และ เขื่อนสิริกิติ์ ถือเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำตามแนวทางดังกล่าว โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ได้มีการเร่งพร่องน้ำจากเขื่อนทั้ง 2 แห่ง ตามแผนการระบายน้ำเป็นรายเดือน:

  • เขื่อนภูมิพล: มีการระบายน้ำไปแล้วรวม 5,369 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
  • เขื่อนสิริกิติ์: ระบายน้ำไปแล้วถึง 7,608 ล้าน ลบ.ม.

 

การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองเขื่อนมีพื้นที่ว่างรองรับน้ำฝนจากพายุแต่ละลูกและช่วยหน่วงน้ำที่จะไหลไปเพิ่มในลำน้ำต่างๆ ได้เป็นจำนวนมากตลอดช่วงฤดูฝนนี้ แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุถึง 7 ลูก ก็ตาม

 

ในส่วนของสถานการณ์ พายุคัลแมกี ที่เคลื่อนตัวเข้าประเทศไทยในขณะนี้ สทนช. ได้ร่วมกับทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้มีการ ปรับเพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนภูมิพลแบบเป็นขั้นบันได จากเดิม 15 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เป็นสูงสุดไม่เกิน 60 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน กรณีมีฝนตกหนักมาก แต่เบื้องต้นจะคงการระบายน้ำอยู่ที่อัตรา 40 – 45 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน

 

สทนช. ยืนยันว่ามวลน้ำที่ระบายจากเขื่อนภูมิพลจะไม่ทำให้ระดับน้ำสูงสุดในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น เนื่องจากน้ำจากเขื่อนภูมิพลใช้เวลาประมาณ 8 วันจึงจะไหลถึงเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งระหว่างนั้น น้ำที่อยู่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาในปัจจุบันจะค่อย ๆ ไหลลงสู่อ่าวไทยไปก่อนแล้ว

 

สำหรับ เขื่อนสิริกิติ์ ยังคงมีพื้นที่กักเก็บน้ำเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนได้ จึงยังคงการระบายน้ำไว้ในอัตราปัจจุบัน คือ 9.91 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ และลดระดับน้ำในลำน้ำให้สามารถระบายน้ำออกจากทุ่งบางระกำลงสู่แม่น้ำน่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

หน่วยงานจะมีการประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา และบูรณาการการบริหารจัดการน้ำร่วมกันในภาพรวมทุกกลุ่มน้ำ เพื่อให้ภาพรวมของทุกพื้นที่ทั่วประเทศผ่านพ้นสถานการณ์นี้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

 

อ้างอิง : https://www.facebook.com/share/1BVoufH4mj/

The post สทนช. ชี้ 15 เขื่อนขนาดใหญ่เสี่ยงน้ำล้นความจุ สั่งเร่งพร่องน้ำ ‘ภูมิพล-สิริกิติ์’ รับมือฝนเกินค่าเฉลี่ยและ 7 พายุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 5 พายุคัลแมกี เตรียมขึ้นฝั่งเวียดนาม กระทบไทยฝนตกหนักถึงน้ำท่วมฉับพลัน https://thestandard.co/typhoon-kalmaegi-thailand-floods/ Thu, 06 Nov 2025 03:00:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1140166 กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 5 พายุคัลแมกี เตรียมขึ้นฝั่ง เวียดนาม กระทบ ไทย ฝนตกหนักถึงน้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (6 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง พา […]

The post กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 5 พายุคัลแมกี เตรียมขึ้นฝั่งเวียดนาม กระทบไทยฝนตกหนักถึงน้ำท่วมฉับพลัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 5 พายุคัลแมกี เตรียมขึ้นฝั่ง เวียดนาม กระทบ ไทย ฝนตกหนักถึงน้ำท่วมฉับพลัน

วันนี้ (6 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง พายุคัลแมกี และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 5 (325/2568)

 

ระบุว่าเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้พายุไต้ฝุ่น คัลแมกี (KALMAEGI) บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 510 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองกวีเญิน ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 13.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6-7 พฤศจิกายน หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันเคลื่อนผ่านประเทศลาว โดยในวันที่ 7 พฤศจิกายน จะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ

 

จากอิทธิพลของพายุคัลแมกี ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 7–9 พฤศจิกายน ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ

 

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

 

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6–7 พฤศจิกายน

The post กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 5 พายุคัลแมกี เตรียมขึ้นฝั่งเวียดนาม กระทบไทยฝนตกหนักถึงน้ำท่วมฉับพลัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ เตือนอิทธิพลไต้ฝุ่นคัลแมกีถล่มไทย 7-9 พ.ย. นี้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก https://thestandard.co/typhoon-kalmaegi-thailand-heavy-rain/ Wed, 05 Nov 2025 00:52:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1139798 กรมอุตุฯ เตือน อิทธิพลไต้ฝุ่น คัลแมกี ถล่ม ไทย 7-9 พ.ย. นี้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง พา […]

The post กรมอุตุฯ เตือนอิทธิพลไต้ฝุ่นคัลแมกีถล่มไทย 7-9 พ.ย. นี้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ เตือน อิทธิพลไต้ฝุ่น คัลแมกี ถล่ม ไทย 7-9 พ.ย. นี้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง พายุ คัลแมกี และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 2 (322/2568)

 

ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี (KALMAEGI) บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 11.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.4 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

พายุนี้คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6-7 พฤศจิกายน หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน และพายุดีเปรสชันตามลำดับ

 

จากอิทธิพลของพายุคัลแมกีส่งผลให้ในช่วงวันที่ 7–9 พฤศจิกายน ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ

 

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

 

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6–7 พฤศจิกายน

The post กรมอุตุฯ เตือนอิทธิพลไต้ฝุ่นคัลแมกีถล่มไทย 7-9 พ.ย. นี้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศเตือนพายุเฟิงเฉิน จ่อขึ้นฝั่งเวียดนาม ไทยไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ยังต้องระวังฝนตกหนัก ภาคใต้ 23-24 ต.ค. https://thestandard.co/storm-fengshen-threat-southern-thailand/ Mon, 20 Oct 2025 02:58:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1132623 กรมอุตุฯ ประกาศเตือน พายุเฟิงเฉิน จ่อขึ้นฝั่ง เวียดนาม ไทยไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ยังต้องระวังฝนตกหนัก ภาคใต้ 23-24 ต.ค.

วันนี้ (20 ตุลาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พาย […]

The post กรมอุตุฯ ประกาศเตือนพายุเฟิงเฉิน จ่อขึ้นฝั่งเวียดนาม ไทยไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ยังต้องระวังฝนตกหนัก ภาคใต้ 23-24 ต.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอุตุฯ ประกาศเตือน พายุเฟิงเฉิน จ่อขึ้นฝั่ง เวียดนาม ไทยไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ยังต้องระวังฝนตกหนัก ภาคใต้ 23-24 ต.ค.

วันนี้ (20 ตุลาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง พายุเฟิงเฉิน ฉบับที่ 3 (294/2568) ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้พายุโซนร้อนเฟิงเฉิน ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.6 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

พายุนี้มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นอีกและจะเคลื่อนเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 21-23 ตุลาคม หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วตามลำดับ เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันดังกล่าว โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

 

จากอิทธิพลของพายุเฟิงเฉิน ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23–24 ตุลาคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากจะมีร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ขอให้ประชาชน

 

ในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

The post กรมอุตุฯ ประกาศเตือนพายุเฟิงเฉิน จ่อขึ้นฝั่งเวียดนาม ไทยไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ยังต้องระวังฝนตกหนัก ภาคใต้ 23-24 ต.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>