นโยบายด้านการเกษตร Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นโยบายด้านการเกษตร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 04 Feb 2026 04:12:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พีระพันธุ์ชูจุดยืนการเมืองสีขาว รื้อระบบพลังงานลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาท พร้อมปฏิรูปการศึกษายกเลิกสอบเข้า https://thestandard.co/utnp-policy-reform-electricity-ed/ Wed, 04 Feb 2026 04:12:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1173517 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา

วานนี้ (3 กุมภาพันธ์) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดเว […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พีระพันธุ์ชูจุดยืนการเมืองสีขาว รื้อระบบพลังงานลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาท พร้อมปฏิรูปการศึกษายกเลิกสอบเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา

วานนี้ (3 กุมภาพันธ์) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แคมเปญ ‘เลือกเบอร์ 6 เลือกกำหนดชีวิตเอง’ นำโดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรคคนสำคัญ เช่น ชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค, วิทยา แก้วภราดัย, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ตลอดจนผู้บริหารและผู้สมัคร สส. เข้าร่วมเวทีอย่างพร้อมเพรียง

 

พีระพันธุ์ได้ขึ้นเวทีประกาศจุดยืนทางการเมืองภายใต้แนวคิด ‘ชีวิตเรา เราเลือกเอง’ โดยเน้นย้ำให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อของวาทกรรมยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ที่นักการเมืองบางกลุ่มนำมาใช้บีบบังคับ โดยชี้ว่าสุดท้ายผลประโยชน์มักตกอยู่กับนักการเมือง ขณะที่ชีวิตประชาชนยังคงเดิม พีระพันธุ์ยังได้เปรียบเทียบการเมืองที่แบ่งขั้วสีเสื้อว่าเป็นเพียงสีย้อมผ้า ที่สุดท้ายก็ถูกผสมกลมกลืนกันเพื่อผลประโยชน์

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ในขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติยืนหยัดในความเป็นสีขาว ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ และทำงานเคียงข้างกองทัพมาอย่างยาวนานโดยไม่ต้องฉวยโอกาสโหนกระแสในช่วงเลือกตั้ง โดยเฉพาะในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและชายแดนกัมพูชา

 

ในด้านนโยบายเศรษฐกิจและปากท้อง พีระพันธุ์ย้ำจุดแข็งด้านนโยบายพลังงาน โดยระบุว่าพรรคเป็นผู้ริเริ่มการพูดถึงปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานอย่างตรงไปตรงมา และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จากการตรึงราคาก๊าซหุงต้มแม้ต้นทุนสูง ทั้งนี้ ได้ประกาศพันธกิจสำคัญหากได้รับเลือกตั้ง จะดำเนินการลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.30 บาทต่อหน่วย หรือลดลงอีก 50 สตางค์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนรวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาทภายใน 4 ปี นอกจากนี้ ยังประกาศนโยบายปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ด้วยแนวคิด ‘อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน’ โดยเสนอให้ยกเลิกระบบการสอบเข้า เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและภาระค่ากวดวิชา เปิดโอกาสให้เยาวชนเรียนรู้ตามความสนใจและจบการศึกษาเมื่อมีความพร้อม

 

ด้านอรรถวิชช์ได้กล่าวเสริมถึงผลงานของพีระพันธุ์ในการเปลี่ยนกติกา โครงสร้างราคาพลังงาน จนสามารถลดค่าไฟจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาทได้สำเร็จในช่วงที่ผ่านมา ช่วยประชาชนประหยัดเงินกว่า 2.7 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้ ได้แสดงจุดยืนคัดค้านการใช้งบประมาณกว่าหมื่นล้านบาทเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยมองว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพทางกฎหมาย แต่ควรใช้วิธีการแก้ไขรายมาตราตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ อาทิ ระบบเครดิตบูโรที่เป็นอุปสรรคและการผูกขาดในธุรกิจปุ๋ย

 

ขณะที่นราพัฒน์ได้นำเสนอนโยบายด้านการเกษตร โดยมุ่งแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรผ่านการลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่ตั้งเป้าลดให้เหลือไม่เกิน 500 บาท ด้วยการใช้ทรัพยากรโพแทสเซียมในประเทศและผลิตปุ๋ยยูเรียจากก๊าซธรรมชาติเอง สำหรับสินค้าข้าว เสนอเปลี่ยนโมเดลจากการขายข้าวเปลือกเป็นการแปรรูปข้าวสารจำหน่าย โดยรัฐสนับสนุนเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มการขาย ซึ่งจะช่วยดึงมูลค่าข้าวเปลือกกลับมาได้สูงถึง 15,000 บาทต่อตัน พร้อมทั้งผลักดันการใช้ Big Data และสนับสนุน Young Smart Farmer ให้ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่อย่างยั่งยืน

 

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา 1พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา 2พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา 3พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวปราศรัยบนเวทีใหญ่ ประกาศนโยบายลดค่าไฟและปฏิรูปการศึกษา 4
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พีระพันธุ์ชูจุดยืนการเมืองสีขาว รื้อระบบพลังงานลดค่าไฟเหลือ 3.30 บาท พร้อมปฏิรูปการศึกษายกเลิกสอบเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึกอุตสาหกรรมน้ำตาลปี 2026 พลิกกลับมาหดตัว 9% รับราคาน้ำตาลโลกดิ่งต่ำ หลังอินเดียผลิตล้น-พิษภาษีทรัมป์ฉุดดีมานด์โลก https://thestandard.co/sugar-industry-thailand-2026-decline/ Thu, 25 Dec 2025 08:47:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1158191 เจาะลึกอุตสาหกรรมน้ำตาลปี 2026 พลิกกลับมาหดตัว 9% รับราคาน้ำตาลโลกดิ่งต่ำ หลังอินเดียผลิตล้น-พิษภาษีทรัมป์ฉุดดีมานด์โลก

SCB EIC คาดว่า รายได้ของอุตสาหกรรมน้ำตาลในปี 2569 มีแนว […]

The post เจาะลึกอุตสาหกรรมน้ำตาลปี 2026 พลิกกลับมาหดตัว 9% รับราคาน้ำตาลโลกดิ่งต่ำ หลังอินเดียผลิตล้น-พิษภาษีทรัมป์ฉุดดีมานด์โลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจาะลึกอุตสาหกรรมน้ำตาลปี 2026 พลิกกลับมาหดตัว 9% รับราคาน้ำตาลโลกดิ่งต่ำ หลังอินเดียผลิตล้น-พิษภาษีทรัมป์ฉุดดีมานด์โลก

SCB EIC คาดว่า รายได้ของอุตสาหกรรมน้ำตาลในปี 2569 มีแนวโน้มพลิกกลับมาหดตัว โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำตาลที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก แม้ปริมาณผลผลิตจะเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปริมาณผลผลิตน้ำตาลไทยในปีการผลิต 2568/2569 จะเพิ่มขึ้น 6.3% จากปีการผลิต 2567/2568 มาอยู่ที่ 10.7 ล้านตัน ตามปริมาณอ้อยเข้าหีบที่จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 95.4 ล้านตัน จากปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปกติในหลายพื้นที่

 

ในขณะที่ราคาส่งออกน้ำตาลของไทยโดยเฉลี่ยในปี 2569 จะลดลง 14.4%YOY มาอยู่ที่ 423 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน สอดคล้องกับราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่จะลดลงมาอยู่ที่ 15.3 เซนต์ต่อปอนด์ เนื่องจากตลาดน้ำตาลโลกมีแนวโน้มกลับมาเผชิญภาวะเกินดุล จากผลผลิตโลกที่เติบโตดี ตามสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะในอินเดียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลอันดับ 2 ของโลก ที่ผลผลิตจะเพิ่มขึ้น 19.9% จากปีการผลิตที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกที่เติบโตชะลอลงจากนโยบายภาษีตอบโต้ของทรัมป์ ยังส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำตาลโลกเติบโตต่ำ กดดันราคาน้ำตาลในตลาดโลก ซึ่งราคาน้ำตาลที่ลดลงจะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกน้ำตาลของไทยในปี 2569 หดตัว 9.0%YOY จากที่จะขยายตัว 27.3%YOY ในปี 2568

 

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกจะลดลงไม่มาก เนื่องจากปริมาณการส่งออกน้ำตาลในปี 2569 จะเพิ่มขึ้น 6.3%YOY ตามผลผลิตน้ำตาลของไทยที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับเอเชียยังมีผลผลิตน้ำตาลไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคในภูมิภาค ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากไทย ทั้งนี้ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำตาลโลก ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่จะกระทบต่อผลผลิตและราคาน้ำตาล และปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่จะกระทบต่อการผลิตและการส่งออกน้ำตาลของไทย

 

อนึ่ง การเติบโตของอุตสาหกรรมน้ำตาลในระยะต่อไป ยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายด้าน ทั้งความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและนโยบายด้านการเกษตรของประเทศคู่ค้า/คู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายและมาตรการเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และกระแสความยั่งยืน

 

  • ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและนโยบายด้านการเกษตรของประเทศคู่ค้า/คู่แข่ง ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบางและมีความไม่แน่นอนสูงขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น นโยบายด้านการเกษตรของประเทศต่างๆ ก็มีความไม่แน่นอนมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งสภาวการณ์ดังกล่าว จะส่งผลให้อุตสาหกรรมน้ำตาลซึ่งพึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดโลกต้องเผชิญกับความผันผวนมากขึ้นตามไปด้วย
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) จะทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้ำตาล ต้องเผชิญกับผลประกอบการที่มีความผันผวนมากขึ้น จากทั้งต้นทุนการผลิตและปริมาณวัตถุดิบที่มีความไม่แน่นอนสูง
  • นโยบายและมาตรการเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low carbon economy) เช่น มาตรการการค้าระหว่างประเทศ การเก็บภาษีคาร์บอน เป็นต้น ซึ่งแรงกดดันเหล่านี้จะทำให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจน้ำตาลปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
  • ความยั่งยืน (Sustainability) เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของโลกที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำตาล โดยผู้บริโภคหรืออุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบมีแนวโน้มที่จะหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาลมากขึ้นในอนาคต

 

SCB EIC มองว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมน้ำตาลจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

 

ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนสูงของภาวะเศรษฐกิจ กฎระเบียบและข้อกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และนโยบายด้านต่างๆ ของประเทศคู่ค้า/คู่แข่ง เช่น นโยบายด้านการผลิตและการค้าน้ำตาลของอินเดียและบราซิล นโยบายพึ่งพาตนเองด้านอาหารของประเทศคู่ค้าสำคัญ เป็นต้น มีการกระจายการส่งออกไปยังตลาดส่งออกที่หลากหลาย เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และมีการจัดทำแผนฉุกเฉินต่อความเป็นไปได้ของฉากทัศน์ (Scenario) ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงการลงทุนเพื่อให้สามารถคว้าโอกาสและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกระแสความยั่งยืน เช่น การช่วยสนับสนุนให้ชาวไร่อ้อยสามารถลงทุนในแหล่งน้ำ หรือการสร้างแรงจูงใจให้ชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด เป็นต้น รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านระบบการผลิตไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำร่วมด้วย

 

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่: https://www.scbeic.com/th/detail/product/Sugar-industry-241225

The post เจาะลึกอุตสาหกรรมน้ำตาลปี 2026 พลิกกลับมาหดตัว 9% รับราคาน้ำตาลโลกดิ่งต่ำ หลังอินเดียผลิตล้น-พิษภาษีทรัมป์ฉุดดีมานด์โลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมล นำ 2 รัฐมนตรีช่วย มอบนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ครั้งแรก ยืนยันไม่ได้ปรึกษาธรรมนัส คุยเฉพาะปลัด https://thestandard.co/provide-policy-to-the-ministry-of-agriculture/ Mon, 16 Sep 2024 05:42:04 +0000 https://thestandard.co/?p=984022

วันนี้ (16 กันยายน) ที่กรมชลประทาน ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินว […]

The post นฤมล นำ 2 รัฐมนตรีช่วย มอบนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ครั้งแรก ยืนยันไม่ได้ปรึกษาธรรมนัส คุยเฉพาะปลัด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 กันยายน) ที่กรมชลประทาน ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย อิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานร่วมมอบนโยบายขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในโอกาสเข้าทำงานครั้งแรก

 

ศ. ดร.นฤมล กล่าวถึงแนวทางการทำงาน โดยจะยึดตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งมี 3 เรื่อง ได้แก่

 

  1. การดูแลปรับปรุงภาคการเกษตรให้มีรายได้สูงขึ้น ด้วยการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ อย่างน้อยปีละ 10% ต่อครัวเรือน

 

  1. การแก้ไขปัญหาที่ดินในทุกมิติ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดินทำกินในส่วนของ ส.ป.ก. ที่ดูแลอยู่ โดยจะยกระดับให้เป็นโฉนดที่ดินทำกินให้เกษตรกร ซึ่งนอกจากมีที่ดินทำกินแล้ว ยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ด้วย

 

  1. การบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแผนที่จะพัฒนาอยู่แล้ว ทั้งแผนระยะสั้น กลาง และยาว ส่วนงานที่เกี่ยวข้องมากที่สุดก็จะเป็นกรมชลประทาน แต่ยังต้องประสานงานหน่วยงานอื่น เพื่อให้การจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล ทั้งแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ได้อย่างยั่งยืน

 

ศ. ดร.นฤมล กล่าวถึงการแบ่งงานในภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแบ่งงานอย่างเป็นทางการ แต่หารือไว้บ้างแล้ว หากมีการแบ่งงานอย่างเป็นทางการจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง สำหรับการทำงานของตนเองนั้น เนื่องจากทำงานต่อเนื่องจากการเป็นผู้แทนการค้าไทย เน้นเรื่องการตลาดนำการผลิต ส่วนรัฐมนตรีช่วยทั้งสองท่านจะช่วยเสริมเรื่องนวัตกรรมและรายได้ให้กับเกษตรกร

 

ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจใน 3 เดือนแรกที่ต้องการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้น

 

ส่วนการประชุม ครม. นัดแรก จะมีการรายงานสถานการณ์น้ำหรือไม่นั้น ศ. ดร.นฤมล กล่าวว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ทำตามหน้าที่อยู่แล้ว โดยไม่ต้องรอการสั่งการจากนายกฯ ซึ่งกรมปศุสัตว์และกรมการข้าวจะช่วยเยียวยาพี่น้องเกษตรกร กรมพัฒนาที่ดินจะเข้าไปช่วยเหลือในการปรับพื้นที่ ส่วนกรมชลประทานจะช่วยสูบน้ำออก ทุกคนมีแผนเตรียมการเต็มที่

 

วันนี้เวลา 14.00 น.จะรายงานต่อนายกฯ ในการประชุมเตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) คณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม และจัดตั้งศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ด้วย

 

ขณะที่การแจ้งเตือนภัยต่อประชาชน กรมชลประทานดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่นให้ช่วยประชาสัมพันธ์ แต่มีประชาชนจำนวนหนึ่งยังห่วงทรัพย์สินและไม่ได้อพยพ เราไม่สามารถบังคับเขาได้ นายกฯ ได้หารือถึงวิธีการให้พี่น้องประชาชนสบายใจเรื่องการดูแลทรัพย์สิน โดยทุกหน่วยงานจะต้องเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้ดำเนินการตามคำเตือนของภาครัฐ

 

สำหรับสถานการณ์น้ำมีการคาดการณ์และพยากรณ์ตลอดโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีแผนรองรับทุกอย่าง ส่วนการบริหารน้ำอย่างครบวงจรในจังหวัดเชียงราย ไม่เคยเกิดเหตุอุทกภัยเช่นนี้มากว่า 30 ปีแล้ว ขณะนี้กรมชลประทานอยู่ระหว่างการศึกษาการทำคลองระบายน้ำเลี่ยงเมือง เพื่อแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน

 

ส่วนประเด็นเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้น ต้องขอศึกษาความเห็นรอบด้านและฟังความเห็นให้ครบในทุกมิติทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยจะต้องรอให้เป็นนโยบายของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร

 

ช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า ได้ปรึกษากับ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ ศ. ดร.นฤมล กล่าวย้ำกับผู้สื่อข่าวถึง 2 ครั้งว่า “ปรึกษากับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ”

 

 

The post นฤมล นำ 2 รัฐมนตรีช่วย มอบนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ครั้งแรก ยืนยันไม่ได้ปรึกษาธรรมนัส คุยเฉพาะปลัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทียบนโยบายเกษตร 4 พรรค แก้หนี้-ที่ดินทำกิน-ข้าวชาวนา https://thestandard.co/agricultural-policy-4-parties/ https://thestandard.co/agricultural-policy-4-parties/#respond Tue, 05 Mar 2019 12:06:08 +0000 https://thestandard.co/?p=215367

นโยบายด้านการเกษตร เรียกว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของทุกพรรค ที […]

The post เทียบนโยบายเกษตร 4 พรรค แก้หนี้-ที่ดินทำกิน-ข้าวชาวนา appeared first on THE STANDARD.

]]>

นโยบายด้านการเกษตร เรียกว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของทุกพรรค ที่พยายามนำเสนอต่อประชาชนเพื่อเรียกคะแนนเสียง ด้วยประเทศไทยมีฐานรากเศรษฐกิจคืออุตสาหกรรมการเกษตร และพี่น้องเกษตรกร คือคนกลุ่มใหญ่ที่รอการแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านความรู้ ที่ดินทำกิน ราคาสินค้าเกษตร

 

และนี่คือนโยบายด้านการเกษตรของ 4 พรรคการเมืองที่ได้นำเสนอเป็นแคมเปญในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้

 

 

ภาพประกอบ: Nisakorn R.

The post เทียบนโยบายเกษตร 4 พรรค แก้หนี้-ที่ดินทำกิน-ข้าวชาวนา appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/agricultural-policy-4-parties/feed/ 0