นิรันดร เหลื่อมศรี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นิรันดร-เหลื่อมศรี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 07 Oct 2026 12:35:11 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เปิดขุมกำลังยุค ผบ.ตร.สำราญ แบ่งงาน 5 รอง ผบ.ตร. – 1 จตช. คุม 6 สายงานหลัก พร้อมควบศูนย์พิเศษ https://thestandard.co/samran-police-command-structure/ Fri, 09 Oct 2026 01:00:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1265883 พล.ต.อ. สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ. สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ม […]

The post เปิดขุมกำลังยุค ผบ.ตร.สำราญ แบ่งงาน 5 รอง ผบ.ตร. – 1 จตช. คุม 6 สายงานหลัก พร้อมควบศูนย์พิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ. สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 424/2569 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แบ่งมอบหน้าที่ความรับผิดชอบให้แก่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง โดยแบ่งออกเป็น 6 สายงานหลัก พร้อมจัดทัพนายพลคุมศูนย์ปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษ เพื่อเร่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของประเทศ

 

THE STANDARD พาไปดูหัวเรือแต่ละสายงาน และหน้างานความรับผิดชอบศูนย์ปราบปราม

 


 

พล.ต.อ. สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 1

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post เปิดขุมกำลังยุค ผบ.ตร.สำราญ แบ่งงาน 5 รอง ผบ.ตร. – 1 จตช. คุม 6 สายงานหลัก พร้อมควบศูนย์พิเศษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. ลงนามแบ่งงาน 6 รอง ผบ.ตร.-จตช. มอบ ‘ธัชชัย’ คุมปราบปราม ‘นิรันดร’ คุมสืบสวนสอบสวน ด้าน ‘อิทธิพล’ คุมความมั่นคงและศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ https://thestandard.co/police-chief-assigns-duties/ Mon, 05 Oct 2026 02:04:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1264261 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามในคำสั่งแบ่งงานให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชา […]

The post ผบ.ตร. ลงนามแบ่งงาน 6 รอง ผบ.ตร.-จตช. มอบ ‘ธัชชัย’ คุมปราบปราม ‘นิรันดร’ คุมสืบสวนสอบสวน ด้าน ‘อิทธิพล’ คุมความมั่นคงและศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามในคำสั่งแบ่งงานให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 424/2569 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เรื่อง การมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) โดยแบ่งออกเป็น 6 สายงานหลัก ประกอบด้วย

 

  1. งานบริหาร: พล.ต.อ.ธนพล ศรีโสภา รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบกำกับดูแล สำนักงานส่งกำลังบำรุง (สกบ.), สำนักงานกำลังพล (สกพ.), สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.), สำนักงานงบประมาณและการเงิน (สงป.), สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (สง.ก.ตร.), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (สง.ก.ต.ช.), โรงพยาบาลตำรวจ (ยกเว้นสถาบันนิติเวชวิทยา), กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.), โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.), สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (เฉพาะ ศฝร.ตม.), กองบินตำรวจ, สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน (สท.) และหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ
  2. งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม: พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบกำกับดูแล กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น. ยกเว้น บก.สส., บก.จร., บก.อคฝ. และ ศฝร.บช.น.), ตำรวจภูธรภาค 1-8 (ยกเว้น บก.กค., บก.สส. และ ศฝร.), ตำรวจภูธรภาค 9 (ยกเว้นพื้นที่ความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก. ยกเว้น บก.ทล., บก.ปทส., บก.ปคม., บก.ปพ. และ ศฝร.บช.ก.)
  3. งานสืบสวนสอบสวน: พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบกำกับดูแลงานสืบสวน บช.น. (เฉพาะ บก.สส.), ตำรวจภูธรภาค 1-9 (เฉพาะ บก.สส.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) และสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ
  4. งานกฎหมายและคดี: พล.ต.อ.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบกำกับดูแลสำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.) และตำรวจภูธรภาค 1-9 (เฉพาะ บก.กค.)
  5. งานความมั่นคงและกิจการพิเศษ: พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบกำกับดูแล บช.น. (เฉพาะ บก.จร. และ บก.อคฝ.), ตำรวจภูธรภาค 9 (เฉพาะพื้นที่ความมั่นคง ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส, 4 อำเภอ จ.สงขลา, บก.สส.จชต. และ กก.ปพ.), ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.ตร.สน.), บช.ก. (เฉพาะ บก.ทล. และ บก.ปพ.), สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) และกองการต่างประเทศ (ตท.)
  6. งานจเรตำรวจ: พล.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) รับผิดชอบกำกับดูแลงานจเรตำรวจทั้งหมด

 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สำราญ ยังได้ลงนามมอบหมายผู้บังคับบัญชารับผิดชอบกำกับดูแล ศูนย์ปฏิบัติการอาชญากรรมพิเศษ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ดังนี้

 

  • พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี: หัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ศปปง.ตร.) และศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติ (ศปทส.ตร.)
  • พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร: หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ (ศตคม.ตร.), ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและคนเข้าเมือง (ศปชก.ตร.) และศูนย์บริหารงานป้องกันปราบปราม (ศปป.ตร.)
  • พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์: หัวหน้าศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.), ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (ศปนม.ตร.), ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.ตร.), ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ศตฉอ.ตร.) และศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.)
  • พล.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร: หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการทุจริต (ศตท.ตร.)
  • พล.ต.อ.ธนพล ศรีโสภา: หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)
  • พล.ต.อ.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์: หัวหน้าศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) (ศบตอ.ตร.)

 

ภาพ: ประกบข้างกันค่ะ

The post ผบ.ตร. ลงนามแบ่งงาน 6 รอง ผบ.ตร.-จตช. มอบ ‘ธัชชัย’ คุมปราบปราม ‘นิรันดร’ คุมสืบสวนสอบสวน ด้าน ‘อิทธิพล’ คุมความมั่นคงและศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส แถลงจับบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ผนึกตำรวจทลายแหล่งค้าคลองถม ยึด 2 หมื่นชิ้น มูลค่า 8 ล้านบาท จับ 2 ราย https://thestandard.co/supamas-e-cigarette-bust/ Thu, 13 Aug 2026 10:53:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1241583 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันนี้ (13 สิงหาคม) เวลา 11.30 น. ณ สถานีตำรวจนครบาลพลั […]

The post ศุภมาส แถลงจับบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ผนึกตำรวจทลายแหล่งค้าคลองถม ยึด 2 หมื่นชิ้น มูลค่า 8 ล้านบาท จับ 2 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันนี้ (13 สิงหาคม) เวลา 11.30 น. ณ สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมแถลงข่าวผลปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าย่านตลาดนัดคลองถมพัฒนา ร่วมกับ พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) ร่วมแถลง ภายหลังชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของ สคบ. บูรณาการกำลังร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เข้าตรวจค้นแหล่งลักลอบจำหน่ายรายใหญ่ในพื้นที่

 

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ห่วงใยการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน และกำชับให้ทุกหน่วยงานยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ศุภมาสจึงกำหนดให้การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเป็นนโยบายเชิงรุกของ สคบ. และสั่งการให้จัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจขึ้นเป็นการเฉพาะ ทำหน้าที่สืบสวน รวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่ตรวจสอบ และประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนนำมาสู่ปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่นำมาแถลงในวันนี้

 

สำหรับผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรวม 5 จุด แบ่งเป็นห้องพักและจุดเก็บสินค้าภายในอาคารแฟลตคลองถม 4 จุด และโกดังเก็บสินค้าอีก 1 จุด ซึ่งใช้เป็นทั้งที่พักสินค้าและจุดกระจายสินค้าไปยังหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หัวบรรจุน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมประมาณ 20,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท เก็บไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ผู้ฝ่าฝืนขายบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งจะมีโทษตามมาตรา 56/4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถเปรียบเทียบปรับเพื่อระงับคดีได้

 

“ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินย้ำกับดิฉันเสมอว่าบุหรี่ไฟฟ้ากำลังทำร้ายลูกหลานของเรา ดิฉันจึงขอเรียนย้ำอีกครั้งว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย ห้ามขายเด็ดขาด วันนี้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของ สคบ. พิสูจน์แล้วว่าเราเอาจริง เราไม่รอให้มีเรื่องร้องเรียนแล้วค่อยตามแก้ แต่ตัดวงจรตั้งแต่ต้นทาง ทั้งแหล่งเก็บ แหล่งกระจาย และช่องทางออนไลน์ ใครที่ยังลักลอบขายอยู่ ขอให้ทราบว่าท่านคือเป้าหมายต่อไป” ศุภมาสกล่าว

 

ศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้กำชับให้ขยายผลไปถึงผู้นำเข้า ผู้จัดหา แหล่งเก็บสินค้า ผู้กระจายสินค้า ผู้จำหน่าย และเครือข่ายออนไลน์ทั้งหมด เป้าหมายไม่ใช่การจับเฉพาะปลายทาง แต่คือการตัดวงจรทั้งระบบ พร้อมมอบหมายให้ ประเดิมชัย และ ดร. พัชรินทร์ ร่วมติดตามความคืบหน้าและรายงานผลต่อรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะที่ รณรงค์ เลขาธิการ สคบ. ระบุว่า สคบ. จะเดินหน้าทำงานเชิงรุกร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป และขอเตือนผู้ปกครองให้เฝ้าระวังบุตรหลาน เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่งมีนิโคตินเทียบเท่าบุหรี่ธรรมดาถึง 20 มวน และละอองมีขนาดเล็กกว่าฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ปอดได้ลึกและขับออกได้ยาก แต่ยังมีความเข้าใจผิดคิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย ทั้งที่จริงแล้วการสูบบุหรี่ไฟฟ้าคือการนำสารเคมีก่อมะเร็งและโลหะหนักเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ดังนั้น บุหรี่ไฟฟ้าจึงเป็นสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

“รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ผลประโยชน์ของผู้ลักลอบค้าบุหรี่ไฟฟ้ามาทำลายสุขภาพและอนาคตของเด็กและเยาวชนไทย เป้าหมายของดิฉันไม่ใช่จำนวนของกลางหรือจำนวนคดี แต่คือการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ยากที่สุด และหมดไปจากสังคมไทยในที่สุด หากพบเห็นการลักลอบจำหน่ายหรือโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าที่ใด ขอให้แจ้งเบาะแสเข้ามา ทุกเบาะแสของท่านคือกระบองของยักษ์ที่จะฟาดลงไปยังผู้กระทำผิด” ศุภมาสกล่าว

 

ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 9ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย พร้อมของกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจ 10

The post ศุภมาส แถลงจับบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ผนึกตำรวจทลายแหล่งค้าคลองถม ยึด 2 หมื่นชิ้น มูลค่า 8 ล้านบาท จับ 2 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ’ แจงชัดไร้ใบสั่งโยกย้าย ‘รองฯ นิรันดร’ วอนตำรวจเลิกคิดเรื่องตำแหน่ง มุ่งทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข https://thestandard.co/kittirat-denies-nirandon-transfer/ Wed, 29 Jul 2026 02:23:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1236008 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว

วานนี้ (28 กรกฎาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต […]

The post ‘พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ’ แจงชัดไร้ใบสั่งโยกย้าย ‘รองฯ นิรันดร’ วอนตำรวจเลิกคิดเรื่องตำแหน่ง มุ่งทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว

วานนี้ (28 กรกฎาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. เพื่อยืนยันว่าไม่สมัครใจโอนย้ายไปรับราชการในหน่วยงานอื่น

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ตนยังไม่ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าวตามที่ปรากฏเป็นข่าว และขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีการพูดคุยหรือทาบทาม พล.ต.อ.นิรันดร เพื่อให้โยกย้ายหรือเสนอให้ตัดโอนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยงานอื่นแต่อย่างใด

 

รวมถึงทางด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยมีการหารือหรือสั่งการกับตนในประเด็นนี้เช่นเดียวกัน สิ่งที่ตนเคยเน้นย้ำและพูดคุยกับระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ มีเพียงเรื่องการสร้างความสามัคคีให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อขับเคลื่อนการทำงานตามนโยบายของรัฐบาล โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและความสงบสุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง

 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเน้นย้ำว่า การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ของ ผบ.ตร. ที่จะเข้าไปแทรกแซง สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้นตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อสถาบันหลักของชาติและประชาชน ให้คุ้มค่ากับเงินเดือนที่ได้รับ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งหรือมียศใดก็ตาม ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ ช่วยเหลือและร่วมมือกันเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม มากกว่าที่จะไปให้ความสำคัญหรือคำนึงถึงเรื่องตำแหน่งหน้าที่เพียงอย่างเดียว

 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังได้กล่าวถึงกรณีการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. คนใหม่ ว่า กระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอชื่อ และที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ จนกระทั่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อย ดังนั้น ทิศทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อจากนี้ ควรเป็นการร่วมแรงร่วมใจสร้างความสามัคคีภายในองค์กร

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุว่า ตนมีความมุ่งหวังที่จะเห็นข้าราชการตำรวจทุกนายเร่งเดินหน้าทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุขและอาชญากรรมลดลง ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของตำรวจให้ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการเรียกคืนความศรัทธา ทำให้องค์กรตำรวจกลับมามีภาพลักษณ์ที่สง่างาม และเป็นที่พึ่งในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข สมกับบทบาทหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ของประชาชนอย่างแท้จริง

The post ‘พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ’ แจงชัดไร้ใบสั่งโยกย้าย ‘รองฯ นิรันดร’ วอนตำรวจเลิกคิดเรื่องตำแหน่ง มุ่งทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง https://thestandard.co/nirandon-rejects-police-transfer/ Tue, 28 Jul 2026 06:03:47 +0000 https://thestandard.co/nirandon-rejects-police-transfer/ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (28 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีร […]

The post ‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (28 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) ได้จัดทำหนังสือบันทึกข้อความด่วนที่สุด ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ส่งถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผ่านทางผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) โดยมีสาระสำคัญระบุถึงความประสงค์ ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น

 

หนังสือฉบับดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา พ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

 

ในรายละเอียดของบันทึกข้อความ พล.ต.อ.นิรันดร ได้หยิบยกข้อกฎหมายตาม มาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ขึ้นมาประกอบเหตุผล ซึ่งกฎหมายได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเจ้าตัวมีความสมัครใจ และส่วนราชการหรือหน่วยงานเป้าหมายมีความต้องการจะรับโอน โดยจะต้องมีการทำความตกลงร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียก่อน

 

นอกจากประเด็นข้อกฎหมายแล้ว พล.ต.อ.นิรันดร ยังได้ชี้แจงถึงประวัติการรับราชการและประสบการณ์การทำงาน โดยระบุว่า ตนเองมีอายุราชการเหลืออีกเพียง 2 ปี ก่อนจะเกษียณอายุราชการ รวมระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาทั้งสิ้น 37 ปี จนมีความเจริญก้าวหน้าตามลำดับถึงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ในปัจจุบัน ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการครอบคลุมทั้งสายงานสืบสวนสอบสวน งานป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและทุ่มเทมาโดยตลอด

 

พล.ต.อ.นิรันดร กล่าวย้ำในหนังสือว่า ตนมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารงานตำรวจระดับมหภาค สามารถบูรณาการระหว่างงานสายปฏิบัติการและงานอำนวยการให้ส่งเสริมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัยมาประยุกต์ใช้ในงานตำรวจ ประกอบกับตลอดชีวิตการรับราชการ ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นใดมาก่อน การโอนย้ายไปรับราชการในหน่วยงานอื่นในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ จึงไม่น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้เท่ากับการปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

 

ในช่วงท้ายของบันทึกข้อความ รอง ผบ.ตร. ได้สรุปเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการ และความสอดคล้องกับการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลแล้ว จึงขอเรียนยืนยันว่า ไม่มีความสมัครใจที่จะโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่นใด เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบถึงจุดยืนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

The post ‘พล.ต.อ.นิรันดร’ ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายข้ามหน่วย ชู พ.ร.บ.ตำรวจฯ คุ้มครอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 แคนดิเดตตั้งแถวรับ ‘อนุทิน’ ก่อนประชุม ก.ตร. ชี้ชะตาเก้าอี้พิทักษ์ 1 https://thestandard.co/4-candidates-anutin-police-chief-meeting/ Wed, 22 Jul 2026 08:45:45 +0000 https://thestandard.co/4-candidates-anutin-police-chief-meeting/ อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร.

วันนี้ (22 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐาน […]

The post 4 แคนดิเดตตั้งแถวรับ ‘อนุทิน’ ก่อนประชุม ก.ตร. ชี้ชะตาเก้าอี้พิทักษ์ 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร.

วันนี้ (22 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เดินทางมาเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2569 ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย 4 แคนดิเดตผู้เข้าชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ได้แก่ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

 

สำหรับบรรยากาศก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึง แคนดิเดตทั้ง 4 นายได้ทยอยเดินทางลงมายังบริเวณห้องโถง อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรอรับนายกรัฐมนตรี โดย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้เดินเคียงคู่และโอบเอวทักทายกันอย่างสนิทสนมเข้าสู่ห้องรับรอง ขณะที่ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ และ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี ได้ร่วมกันตั้งแถวรอรับนายกรัฐมนตรีด้วยท่าทีผ่อนคลาย

 

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้แสดงสีหน้ายิ้มแย้มและทักทายแคนดิเดตทั้ง 4 นายด้วยความเป็นกันเอง ทั้งนี้ เมื่อสื่อมวลชนสอบถามว่าการพิจารณาแต่งตั้งในวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนเดินเข้าห้องรับรองส่วนตัวพร้อมด้วย ผบ.ตร. คณะกรรมการ ก.ตร. และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ถือว่ามีองค์ประชุมครบถ้วนทั้ง 16 คน

 

ก่อนเริ่มการประชุมตามวาระอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีได้เรียกคณะกรรมการ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าหารือนอกรอบภายในห้องประชุมพรหมนอก เป็นเวลาประมาณ 30 นาที ภายหลังการประชุมวงเล็กเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางกลับเข้ามายังห้องประชุมศรียานนท์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไร้ความกังวล ขณะเดียวกันแคนดิเดตทั้ง 4 นายที่นั่งรออยู่ภายในห้องประชุมใหญ่ ต่างมีท่าทีผ่อนคลาย ยิ้มแย้ม และพูดคุยแลกเปลี่ยนกันตลอดเวลา

 

สำหรับการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2569 มีวาระการพิจารณาทั้งสิ้น 5 วาระ โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ วาระที่ 4 คือ การพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 เพื่อทดแทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้

 

อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 1อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 2อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 3อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 4อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 5อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 6อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 7อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 8อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 9อนุทิน ชาญวีรกูล ทักทาย 4 แคนดิเดตผู้ชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนการประชุม ก.ตร. 10

The post 4 แคนดิเดตตั้งแถวรับ ‘อนุทิน’ ก่อนประชุม ก.ตร. ชี้ชะตาเก้าอี้พิทักษ์ 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ตร. นัดสำคัญ 22 ก.ค. ชี้ชะตา ผบ.ตร. คนใหม่ 4 แคนดิเดตเว้นลงคะแนน – ลุ้นมติ 12 กรรมการ https://thestandard.co/thai-police-chief-selection/ Wed, 22 Jul 2026 05:32:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1233551 สื่อมวลชนติดตามการประชุม ก.ตร. เลือก ผบ.ตร. คนใหม่ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (22 กรกฎาคม) เวลา 13.00 น. ที่ ห้องประชุมศรียานน […]

The post ก.ตร. นัดสำคัญ 22 ก.ค. ชี้ชะตา ผบ.ตร. คนใหม่ 4 แคนดิเดตเว้นลงคะแนน – ลุ้นมติ 12 กรรมการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สื่อมวลชนติดตามการประชุม ก.ตร. เลือก ผบ.ตร. คนใหม่ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (22 กรกฎาคม) เวลา 13.00 น. ที่ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีกำหนดการเดินทางมาเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2569 โดยมีวาระสำคัญในวาระที่ 4 คือ การคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้

 

สำหรับคณะกรรมการ ก.ตร. ที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 16 คน แบ่งเป็น

 

คณะกรรมการโดยตำแหน่ง (10 คน): ได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี/ประธาน ก.ตร.), พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ (ผบ.ตร./รองประธาน ก.ตร.), พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง (รอง ผบ.ตร.), อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ (เลขาธิการ ก.พ.ร.) และ ปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ (เลขาธิการ ก.พ.)

 

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (6 คน): ได้แก่ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง, พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ประทิต สันติประภพ และ วิตถวัลย์ สุนทรขจิต

 

ขณะที่ข้าราชการตำรวจระดับสูงที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตเข้าชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. คนที่ 16 มีจำนวน 4 นาย

 

  • พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.
  • พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.
  • พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.
  • พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ

 

ตามระเบียบการประชุม เมื่อเข้าสู่วาระการพิจารณาคัดเลือก ผบ.ตร. แคนดิเดตทั้ง 4 นาย ซึ่งเป็นคณะกรรมการโดยตำแหน่ง จะต้องเดินออกจากห้องประชุมทันที และไม่มีสิทธิลงคะแนน ทำให้จำนวนคณะกรรมการที่เหลือปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องประชุมมีทั้งหมด 12 คน (รวมประธาน ก.ตร.)

 

ในการลงมติ โดยปกติประธาน ก.ตร. ในฐานะผู้เสนอชื่อจะไม่ใช้สิทธิลงคะแนน เว้นแต่ในกรณีที่ผลการลงคะแนนของคณะกรรมการออกมาเท่ากัน ประธาน ก.ตร. จึงจะใช้สิทธิออกเสียงชี้ขาด เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นเอกฉันท์

 

บรรยากาศภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วงก่อนการประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีสื่อมวลชนหลากหลายสำนักเดินทางมาปักหลักติดตามการประชุมนัดสำคัญครั้งนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งการคัดเลือกผู้นำองค์กรตำรวจในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในอนาคต

 

ทั้งนี้ เมื่อที่ประชุม ก.ตร. มีมติเห็นชอบผู้ที่ได้รับเลือกเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือนายกรัฐมนตรีจะนำความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นทางการต่อไป

The post ก.ตร. นัดสำคัญ 22 ก.ค. ชี้ชะตา ผบ.ตร. คนใหม่ 4 แคนดิเดตเว้นลงคะแนน – ลุ้นมติ 12 กรรมการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดโปรไฟล์ ‘พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี’ แคนดิเดต ผบ.ตร. ลำดับ 1 ตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯ กางผลงานแก้ปมสอบสวน-ปราบอาชญากรรมปี 2569 https://thestandard.co/nirandorn-lheumsee-police-chief-candidate/ Mon, 20 Jul 2026 06:19:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1232804 พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี ในชุดเครื่องแบบตำรวจ

ท่ามกลางการจับตาของสังคมต่อการคัดเลือก ผู้บัญชาการตำรวจ […]

The post เปิดโปรไฟล์ ‘พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี’ แคนดิเดต ผบ.ตร. ลำดับ 1 ตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯ กางผลงานแก้ปมสอบสวน-ปราบอาชญากรรมปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี ในชุดเครื่องแบบตำรวจ

ท่ามกลางการจับตาของสังคมต่อการคัดเลือก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 ภายใต้กฎกติกาของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ที่ให้น้ำหนักกับเรื่องอาวุโสควบคู่กับความรู้ความสามารถ ชื่อของ ‘พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี’ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปรากฏขึ้นในฐานะแคนดิเดตอันดับ 1 ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว

 

 
 ดูภาพข่าว

จากนักเรียนนายร้อยสู่แคนดิเดตเบอร์ 1

 

พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2510 เริ่มต้นเส้นทางนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 27 และนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 43 พ่วงด้วยปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต และศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานวัตกรรมภาวะผู้นำ (ปี 2568) รวมถึงผ่านหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 58

 

หากดูเส้นทางการรับราชการ พล.ต.อ. นิรันดร ผ่านประสบการณ์ทั้งสายงานปฏิบัติการ บริหาร และงานต่างประเทศ โดยมีตำแหน่งสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้

 

  • งานสอบสวนและปฏิบัติการ: เริ่มต้นจากรองสารวัตรสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผกก. 4 บก.ทางหลวง, ผกก. 1 บก.ปศท. (บก.ปอศ. ปัจจุบัน)
  • งานต่างประเทศ: ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจพลเรือนของสหประชาชาติ (CIVPOL) ในภารกิจ UNTAET
  • งานบริหารและนโยบาย: นายเวร (สบ 6) ผบ.ตร., ผู้บังคับการอำนวยการ บช.ก., รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง, จเรตำรวจ (สบ 8)
  • งานการศึกษา: ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และผู้บัญชาการการศึกษา

 

การเติบโตผ่านทั้งสายบู๊ สายบุ๋น และสายวิชาการ ทำให้ พล.ต.อ. นิรันดร ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. ในปัจจุบัน พร้อมกับสิทธิในการพิจารณาเป็น ผบ.ตร. ลำดับแรกตามกฎหมายใหม่

 

โฟกัสแก้ปัญหาฐานราก-ดันเทคโนโลยี

 

จุดเด่นของ พล.ต.อ. นิรันดร ในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การปรากฏตัวในคดีใหญ่ แต่คือการพยายามแก้ปัญหาระดับโครงสร้าง โดยเฉพาะปัญหาพนักงานสอบสวนที่เรื้อรังมานาน รวมถึงการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน ซึ่งแบ่งเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่

 

  • นโยบาย Quick Win งานสอบสวน การลดภาระและเพิ่มขวัญกำลังใจให้พนักงานสอบสวน ถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย:
  • ผลักดันตำแหน่งพนักงานสอบสวนให้เป็น ‘ตำแหน่งเลื่อนไหล’
  • จัดหาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กให้พนักงานสอบสวนใหม่
  • พัฒนาระบบห้องสมุดกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Smart E-Library)
  • นำเงินกองทุนสืบสวนฯ มาสนับสนุนค่าใช้จ่ายคดีอาชญากรรมออนไลน์ (Case ID ละ 500 บาท) และวางระบบติดตามงบประมาณแบบ Real-Time
  • การบูรณาการเทคโนโลยีและข้ามหน่วยงาน
  • แอปฯ Police Care: พัฒนาแอปพลิเคชันให้ความรู้กฎหมายและเตือนภัยมิจฉาชีพ ซึ่งมียอดดาวน์โหลดกว่า 2 แสนราย โดยระบุว่าไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ
  • เชื่อมโยงข้อมูลรัฐ (ในรอบ 30 ปี): จับมือกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผู้ขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะทางอิเล็กทรอนิกส์
  • สกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ: ร่วมกับกรมศุลกากรและ ตม. สกัดกั้นผู้ลักลอบขนเงิน ทองคำ และกัญชา โดยขึ้นบัญชีดำเฝ้าระวังไปแล้ว 114 ราย
  • การกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า ในด้านงานปราบปราม พล.ต.อ. นิรันดร รับผิดชอบปฏิบัติการทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่ระดับสถานศึกษาถึงแหล่งทุนใหญ่ สถิติการจับกุมในปี 2569 ระบุว่ามีคดีสะสม 5,149 คดี ยึดของกลาง 5.86 ล้านชิ้น มูลค่ารวมกว่า 1,055 ล้านบาท รวมถึงการทลายเครือข่ายใหญ่ระดับประเทศอย่าง Shisha Chic, ไลน์แอด HEAVEN และโรงงานผลิตในไทย

 

โปรไฟล์ของ พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี สะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางที่ไต่เต้ามาอย่างครบถ้วนตามแบบฉบับของสีกากี ทั้งงานปราบปราม งานอำนวยการ และการพยายามนำเทคโนโลยีเข้ามาอุดช่องโหว่ในการทำงานของตำรวจยุคใหม่

 

ด้วยความได้เปรียบด้านคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ที่จัดให้เขาอยู่ในลำดับที่ 1 ควบคู่กับผลงานเชิงบริหารที่ถูกนำมาเป็นจุดขาย ทำให้เขาเป็นหนึ่งในชื่อที่ต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

อย่างไรก็ตาม การจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในตำแหน่งพิทักษ์ 1 ท่ามกลางยุคที่ประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพขององค์กรตำรวจ คงไม่ได้วัดกันแค่ที่ลำดับอาวุโส หรือเรซูเม่การทำงานในอดีตเท่านั้น แต่วัดกันที่ความเชื่อมั่นว่าใครคือคนที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นผู้นำเพื่อฟื้นฟูศรัทธาของประชาชนได้อย่างแท้จริง

 

 

พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี ในชุดเครื่องแบบตำรวจ 1

พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี ในชุดเครื่องแบบตำรวจ 2

พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี ในชุดเครื่องแบบตำรวจ 3

พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี ในชุดเครื่องแบบตำรวจ 4

The post เปิดโปรไฟล์ ‘พล.ต.อ. นิรันดร เหลื่อมศรี’ แคนดิเดต ผบ.ตร. ลำดับ 1 ตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯ กางผลงานแก้ปมสอบสวน-ปราบอาชญากรรมปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดโปรไฟล์ 4 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ ผบ.ตร. คนที่ 16 https://thestandard.co/police-commissioner-race-profiles/ Fri, 17 Jul 2026 05:00:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1231726 ภาพประกอบ 4 แคนดิเดตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16

โค้งสุดท้ายศึกชิงเก้าอี้ ‘พิทักษ์ 1’ ผู้บัญชาการตำรวจแห […]

The post เปิดโปรไฟล์ 4 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ ผบ.ตร. คนที่ 16 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบ 4 แคนดิเดตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16

โค้งสุดท้ายศึกชิงเก้าอี้ ‘พิทักษ์ 1’ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 ท่ามกลางความคาดหวังในการกอบกู้ศรัทธาองค์กรสีกากี THE STANDARD พาเจาะลึกโปรไฟล์และผลงานชิ้นโบแดงของ 4 แคนดิเดตตัวเต็ง พล.ต.อ.นิรันดร , พล.ต.อ.ธัชชัย , พล.ต.อ.สำราญ และ พล.ต.อ.อิทธิพล

 


 

เปิดโปรไฟล์ 4 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ ผบ.ตร. คนที่ 16

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เปิดโปรไฟล์ 4 แคนดิเดตชิงเก้าอี้ ผบ.ตร. คนที่ 16 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ‘อนุทิน’ เตรียมนั่งประธาน ก.ตร. เคาะโผ ผบ.ตร. คนที่ 16 จับตา 4 แคนดิเดตชิงตำแหน่ง 22 กรกฎาคมนี้ https://thestandard.co/anutin-police-chief-selection/ Tue, 14 Jul 2026 08:30:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1230566 ภาพผู้สมัคร 4 นายชิงตำแหน่ง ผบ.ตร.

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้ […]

The post นายกฯ ‘อนุทิน’ เตรียมนั่งประธาน ก.ตร. เคาะโผ ผบ.ตร. คนที่ 16 จับตา 4 แคนดิเดตชิงตำแหน่ง 22 กรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้สมัคร 4 นายชิงตำแหน่ง ผบ.ตร.

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสูง โดยอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางมาเป็นประธานในการพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่ ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

สำหรับหลักเกณฑ์การแต่งตั้งในครั้งนี้ ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ซึ่งเน้นย้ำการยึดถือระบบคุณธรรม โดยในมาตรา 78 (1) ระบุว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 (1) ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

 

โดยพิจารณาจากความอาวุโสควบคู่กับความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนหรืองานป้องกันปราบปราม จากนั้นจึงเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

 

ตามข้อกฎหมายมาตรา 77 (1) ปัจจุบันมีข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) จำนวน 4 นาย ที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับการพิจารณาเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร. คนที่ 16 โดยแต่ละนายมีประวัติเส้นทางการรับราชการในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง (ตั้งแต่ระดับผู้กำกับการ ถึง รอง ผบ.ตร.) ดังนี้:

 

  • พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี: มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้บริหารรวม 21 ปี (รอง ผบ.ตร. 2 ปี, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 2 ปี, ผบช. 3 ปี, รอง ผบช. 1 ปี, ผบก. 4 ปี, รอง ผบก. 5 ปี และ ผกก. 4 ปี)
  • พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร: มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้บริหารรวม 23 ปี (รอง ผบ.ตร. 2 ปี, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 2 ปี, ผบช. 1 ปี, รอง ผบช. 4 ปี, ผบก. 4 ปี, รอง ผบก. 5 ปี และ ผกก. 5 ปี ในสายงานวิชาการ/อาจารย์)
  • พล.ต.อ.สำราญ นวลมา: มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้บริหารรวม 15 ปี (รอง ผบ.ตร. 1 ปี, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 3 ปี, ผบช. 1 ปี, รอง ผบช. 1 ปี, ผบก. 2 ปี, รอง ผบก. 3 ปี ซึ่งได้รับการยกเว้นหลักเกณฑ์ลดระยะเวลา และ ผกก. 4 ปี)
  • พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์: มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งผู้บริหารรวม 20 ปี (รอง ผบ.ตร. 1 ปี, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 2 ปี, ผบช. 3 ปี, รอง ผบช. 1 ปี, ผบก. 4 ปี, รอง ผบก. 5 ปี และ ผกก. 4 ปี)

 

ทั้งนี้ จากรายชื่อแคนดิเดตทั้งหมด ผู้ที่มีโอกาสได้รับการจับตาเป็นพิเศษคือ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี ซึ่งมีอาวุโสเป็นอันดับ 1 (เกษียณอายุราชการปี 2571) ปัจจุบันกำกับดูแลงานด้านกฎหมายและคดี และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ซึ่งมีอาวุโสเป็นอันดับ 3 (เกษียณอายุราชการปี 2576) ปัจจุบันกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ อย่างไรก็ตาม ผลการพิจารณาจะต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุม ก.ตร. อย่างเป็นทางการ

 

มีรายงานเพิ่มเติมว่า จนถึงขณะนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุม ยังไม่ได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าจะเสนอชื่อบุคคลใด โดยคาดการณ์ว่าก่อนถึงเวลาการประชุม ก.ตร. นายกรัฐมนตรีจะเรียกตัว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. คนปัจจุบัน พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร. ที่เป็นแคนดิเดตทั้ง 4 นาย เข้าพบเพื่อหารือในรายละเอียด ตลอดจนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเสนอชื่อและการลงมติเลือก ผบ.ตร. คนที่ 16 เป็นไปด้วยความรอบคอบและถูกต้องตามกระบวนการต่อไป

 

ภาพ: ใช้รุป 4 คนค่ะ

The post นายกฯ ‘อนุทิน’ เตรียมนั่งประธาน ก.ตร. เคาะโผ ผบ.ตร. คนที่ 16 จับตา 4 แคนดิเดตชิงตำแหน่ง 22 กรกฎาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คมนาคมผนึกกำลัง ตร.-ขนส่งฯ ลงนาม MOU เชื่อมข้อมูลประวัติอาชญากรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับทำใบขับขี่สาธารณะ เริ่มใช้จริงใน 90 วัน https://thestandard.co/transport-police-dlt-sign-mou-license/ Fri, 10 Apr 2026 10:36:15 +0000 https://thestandard.co/transport-police-dlt-sign-mou-license/ รองนายกฯ พิพัฒน์, ผบ.ตร. และอธิบดีขนส่งฯ ลงนาม MOU เชื่อมข้อมูลอาชญากรรมทำใบขับขี่สาธารณะ

วานนี้ (9 เมษายน) ที่ อาคาร 10 กรมการขนส่งทางบก พิพัฒน์ […]

The post คมนาคมผนึกกำลัง ตร.-ขนส่งฯ ลงนาม MOU เชื่อมข้อมูลประวัติอาชญากรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับทำใบขับขี่สาธารณะ เริ่มใช้จริงใน 90 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองนายกฯ พิพัฒน์, ผบ.ตร. และอธิบดีขนส่งฯ ลงนาม MOU เชื่อมข้อมูลอาชญากรรมทำใบขับขี่สาธารณะ

วานนี้ (9 เมษายน) ที่ อาคาร 10 กรมการขนส่งทางบก พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือการประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของประวัติอาชญากรรมของผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กับ กรมการขนส่งทางบก

 

โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นผู้ร่วมลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูง นำโดย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และ พล.ต.ท.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี

 

การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการประสานข้อมูลประวัติอาชญากรรมระหว่างสองหน่วยงานให้เป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้นายทะเบียนตามกฎหมายขนส่งสามารถใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาออกหรือต่อใบอนุญาตขับรถสาธารณะได้อย่างรวดเร็ว ช่วยอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการเดินทางของประชาชน

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นยกระดับการปฏิบัติงานโดยนำระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยแก่สังคมในการคัดกรองผู้ขับขี่รถสาธารณะ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการหารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จนบรรลุข้อตกลงในการปรับกระบวนงานให้สอดคล้องกับระเบียบร่วมระหว่างสองหน่วยงาน พ.ศ. 2565

 

พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ได้อธิบายถึงรายละเอียดขั้นตอนการขอทำหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและรถขนส่ง ซึ่งแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 กลุ่มหลัก

 

  • กลุ่มที่ขอต่อใบอนุญาตขับรถ: สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเปิดให้บริการตรวจสอบประวัติทางออนไลน์ โดยประชาชนสามารถกรอกคำร้องผ่านเว็บไซต์ www.crd.go.th โดยใช้เพียงชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก พร้อมชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที โดยไม่ต้องเดินทางมาพิมพ์ลายนิ้วมือ
  • กลุ่มที่ขอทำใบอนุญาตครั้งแรก: เพื่อความปลอดภัยในการคัดกรองอย่างรัดกุม ผู้ขอรับใบอนุญาตยังคงต้องเข้ารับการตรวจประวัติด้วยการพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยสามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ www.crd.go.th เพื่อเลือกวันและเวลาที่สะดวกในการเข้ามารับบริการ

 

สำหรับกระบวนการทั้งสองรูปแบบ เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตรวจประวัติเสร็จสิ้น จะจัดส่งผลการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมการขนส่งทางบกโดยตรงภายใน 3 วันทำการ ซึ่งประชาชนไม่ต้องเดินทางไปรับผลตรวจด้วยตนเอง และสามารถติดตามสถานะผลการตรวจผ่านระบบ Tracking บนเว็บไซต์ได้ทันที เพื่อความรวดเร็วในการติดต่อขอรับใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกในลำดับถัดไป ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะพร้อมเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม MOU

 

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนาม คณะผู้บังคับบัญชาได้เข้าเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งนำเสนอแอปพลิเคชัน Police Care โดย ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ได้เชิญชวนให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าวติดสมาร์ตโฟนไว้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความอุ่นใจในการเดินทาง

 

แอปพลิเคชัน Police Care ได้รวบรวมฟีเจอร์การให้บริการที่สำคัญไว้ครบครัน อาทิ การตรวจสอบข้อมูลเส้นทางจราจร ทางเลี่ยง ทางลัด, ข้อมูลจุดบริการตำรวจทางหลวง, ช่องทางการลงทะเบียนโครงการฝากบ้านกับตำรวจ, บริการค้นหาสถานีตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ที่อยู่ใกล้เคียง ตลอดจนสามารถค้นหาข้อมูลสถานีตำรวจในพื้นที่และแจ้งเหตุฉุกเฉินขอความช่วยเหลือได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีผ่านทาง App Store และ Google Play

The post คมนาคมผนึกกำลัง ตร.-ขนส่งฯ ลงนาม MOU เชื่อมข้อมูลประวัติอาชญากรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับทำใบขับขี่สาธารณะ เริ่มใช้จริงใน 90 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. เปิด 4 มาตรการ รื้อระบบงานสอบสวน แจกโน้ตบุ๊ก-อัดฉีดงบคดีไซเบอร์ ยกระดับต้นธารกระบวนการยุติธรรม https://thestandard.co/police-investigation-reforms-cybercrime-budget/ Sat, 21 Mar 2026 10:44:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1189923 ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงมาตรการ 4 โครงการเร่งด่วน พัฒนางานสอบสวน แจกโน้ตบุ๊กและเพิ่มงบทำคดีออนไลน์

วันนี้ (21 มีนาคม) พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญช […]

The post ตร. เปิด 4 มาตรการ รื้อระบบงานสอบสวน แจกโน้ตบุ๊ก-อัดฉีดงบคดีไซเบอร์ ยกระดับต้นธารกระบวนการยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงมาตรการ 4 โครงการเร่งด่วน พัฒนางานสอบสวน แจกโน้ตบุ๊กและเพิ่มงบทำคดีออนไลน์

วันนี้ (21 มีนาคม) พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศส.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการขับเคลื่อนและพัฒนางานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตอบสนองนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ได้กำชับให้เร่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบงานสอบสวนให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน

 

ล่าสุด ผบ.ตร. ได้อนุมัติ โครงการเร่งด่วน (Quick-Win) จำนวน 4 โครงการ ซึ่งมีความพร้อมใช้งานทันทีในปีงบประมาณ 2569 โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน และยกระดับการทำงานของพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ

 

สำหรับรายละเอียดของ 4 โครงการเร่งด่วน (Quick-Win) ประกอบด้วย:

 

  • ด้านวัสดุอุปกรณ์: แจกโน้ตบุ๊กพนักงานสอบสวนใหม่

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา (Notebook) ให้แก่พนักงานสอบสวนใหม่ในระดับรองสารวัตร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประจำสถานีตำรวจในอัตราส่วน 1 คน ต่อ 1 เครื่อง โดยจะเริ่มจัดสรรให้กับพนักงานสอบสวนใหม่ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน ภายในปีงบประมาณ 2569 นี้

 

  • ด้านระบบปฏิบัติงาน: ผุดห้องสมุดกฎหมายอัจฉริยะ (Smart E-Library)

 

ดำเนินการจัดทำระบบห้องสมุดกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เพื่อให้พนักงานสอบสวน นิติกร และข้าราชการตำรวจ ใช้เป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลด้านกฎหมาย ตำราวิชาการ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ และคำพิพากษาศาลฎีกา สำหรับประกอบการทำสำนวนคดีหรือทำความเห็นแย้ง โดยระบบนี้จะถูกยกระดับด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยแนะนำหนังสือและสืบค้นข้อมูล เพื่อให้การทำงานด้านวิชาการของตำรวจรวดเร็วและเทียบเท่ากับหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม

 

  • ด้านสวัสดิการ: อัดฉีดงบคดีออนไลน์ 500 บาท/Case ID

 

เพิ่มการจัดสรรเงินค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะการทำสำนวนคดีออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันสถิติการรับแจ้งความผ่านระบบ Thai Police Online (TPO) พุ่งสูงถึงปีละประมาณ 380,000 เรื่อง หรือเฉลี่ยวันละ 1,041 เรื่อง ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ทั้งการแกะรอยทางดิจิทัล (Digital Footprint) การรวบรวมหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ การประสานอายัดบัญชีม้า และการทำผังความเชื่อมโยง

 

เบื้องต้น ได้พิจารณานำเงินจากกองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา มาสนับสนุนเพิ่มเติมในอัตรา 500 บาท ต่อ 1 Case ID ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานยุติธรรมอื่น เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ อัยการ หรือศาล ที่มีการจัดสรรงบเพิ่มเมื่อปริมาณงานเพิ่มสูงขึ้น

 

  • ด้านการกำกับติดตามงบประมาณ: คุมเข้มงบสอบสวน 461 ล้านบาท

 

เตรียมเปิดใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อกำกับและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณด้านงานสอบสวน ตาม พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในเดือนเมษายนนี้ เพื่อควบคุมดูแลรายจ่าย 6 รายการหลัก ได้แก่ 1) เงินค่าสำนวน 2) ค่าตอบแทนพยาน 3) ค่าตอบแทนนักจิตวิทยา 4) ค่าชันสูตรพลิกศพ 5) ค่าตอบแทนผู้ไกล่เกลี่ย และ 6) ค่าใช้จ่ายในการส่งหมายเรียกพยาน ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 461 ล้านบาทเศษ ระบบนี้จะช่วยให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่การเงินสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และป้องกันการนำเงินส่วนนี้ไปใช้ผิดประเภทในภารกิจอื่นที่ไม่ใช่งานสอบสวน

 

พล.ต.อ.นิรันดร กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการ Quick-Win ทั้ง 4 เรื่องนี้ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพงานสอบสวนในระยะสั้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อพนักงานสอบสวนโดยตรง และเมื่อนำไปประกอบกับแผนการดำเนินงานในอนาคต จะช่วยยกระดับการอำนวยความยุติธรรมทางอาญาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในภาพรวมได้อย่างมหาศาล

 

“ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับงานสอบสวนอย่างมาก ทั้งการพัฒนาระบบ จัดหาอุปกรณ์ เพิ่มสวัสดิการ ตลอดจนการสร้างเส้นทางความก้าวหน้า (Career Path) ให้แก่พนักงานสอบสวนโดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานมีความพร้อม สร้างมาตรฐานการทำสำนวนคดี และมุ่งเน้นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนให้สมกับฐานะต้นธารของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา” รอง ผบ.ตร. กล่าว

The post ตร. เปิด 4 มาตรการ รื้อระบบงานสอบสวน แจกโน้ตบุ๊ก-อัดฉีดงบคดีไซเบอร์ ยกระดับต้นธารกระบวนการยุติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก.ตร. ไฟเขียวรื้อโครงสร้างพนักงานสอบสวน ปลดล็อกตำแหน่งเลื่อนไหลถึงรองผู้บังคับการ พร้อมจ่อเพิ่มเงินประจำตำแหน่ง https://thestandard.co/police-investigator-structure-revamp/ Mon, 09 Mar 2026 08:54:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1185829 ภาพแฟ้ม: เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสัญลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สื่อถึงการปฏิรูปพนักงานสอบสวน

วันนี้ (9 มีนาคม) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาก […]

The post ก.ตร. ไฟเขียวรื้อโครงสร้างพนักงานสอบสวน ปลดล็อกตำแหน่งเลื่อนไหลถึงรองผู้บังคับการ พร้อมจ่อเพิ่มเงินประจำตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแฟ้ม: เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสัญลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สื่อถึงการปฏิรูปพนักงานสอบสวน

วันนี้ (9 มีนาคม) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับสายงานสอบสวน โดยระบุว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศส.ตร.) เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนแผนบริหารและพัฒนางานสอบสวนให้ครอบคลุมใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านการให้บริการประชาชน ด้านระบบปฏิบัติงาน และด้านบุคลากรและสวัสดิการ

 

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมี อนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้กำหนดตำแหน่งสายงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบ ซึ่งสามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับภารกิจ ตลอดจนความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเจ้าหน้าที่

 

พร้อมกันนี้ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นแบบเลื่อนไหลไปจนถึงระดับรองผู้บังคับการ ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และสอดรับกับแผนการบริหารและพัฒนางานระบบสอบสวนด้านบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม

 

พล.ต.ท.ชัยต์พจน กล่าวเพิ่มเติมว่า การรื้อฟื้นโครงสร้างดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญกับพนักงานสอบสวนในฐานะฟันเฟืองหลักขององค์กร นอกจากนี้ ก.ตร. ยังได้เห็นชอบแนวทางการปรับเพิ่มเงินเป็นกรณีพิเศษ หรือเงินประจำตำแหน่งให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อให้มีความเหมาะสมกับภาระและปริมาณงานในการทำสำนวนคดีของแต่ละสถานีตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีอาชญากรรมทางออนไลน์ที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน ในส่วนของการพัฒนางานด้านระบบปฏิบัติงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เริ่มดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบเทคโนโลยี การอำนวยการ ตลอดจนปรับปรุงระเบียบและคำสั่งต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้พนักงานสอบสวนสามารถทำสำนวนคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง

 

สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำคณะทำงานลงพื้นที่เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ตำแหน่งใหม่และการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีแก่พนักงานสอบสวนทั่วประเทศ พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงรูปแบบการประเมินให้มีความสมบูรณ์และมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น

 

ในขณะที่ด้านการให้บริการประชาชน พล.ต.อ.นิรันดร ได้ผลักดันการพัฒนาแอปพลิเคชัน Police Care ซึ่งเป็นศูนย์รวมการให้บริการประชาชนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในทุกมิติแบบเบ็ดเสร็จ ครอบคลุมทั้งการให้บริการด้านกฎหมายและการเข้าถึงบริการงานสอบสวน ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการจนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว

 

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวย้ำในช่วงท้ายว่า นายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงภาระหน้าที่และความยากลำบากของตำรวจสายงานสอบสวน โดยได้รับเป็นผู้แทนนำเรื่องสวัสดิการและเงินประจำตำแหน่งไปหารือในระดับนโยบายร่วมกับกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางด้วยตนเอง พร้อมยืนยันที่จะให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานสอบสวนทั่วประเทศต่อไป

The post ก.ตร. ไฟเขียวรื้อโครงสร้างพนักงานสอบสวน ปลดล็อกตำแหน่งเลื่อนไหลถึงรองผู้บังคับการ พร้อมจ่อเพิ่มเงินประจำตำแหน่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดรายชื่อหัวโต๊ะ 11 ศูนย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มือซ้าย-ขวา ผบ.ตร. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ https://thestandard.co/11-centers-royal-thai-police/ Thu, 02 Oct 2025 05:29:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1125546

THE STANDARD ชวนพิจารณารายชื่อบรรดาผู้อำนวยการศูนย์ป้อง […]

The post เปิดรายชื่อหัวโต๊ะ 11 ศูนย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มือซ้าย-ขวา ผบ.ตร. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD ชวนพิจารณารายชื่อบรรดาผู้อำนวยการศูนย์ป้องกัน ปราบปราม และต่อต้านในด้านต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งประกอบไปด้วยตำรวจระดับนายพล ตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจ และผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

โดยคำสั่งดังกล่าว พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามแต่งตั้งวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา

 

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post เปิดรายชื่อหัวโต๊ะ 11 ศูนย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มือซ้าย-ขวา ผบ.ตร. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ป.วิ.อาญา หลายฝ่ายห่วงเพิ่มขั้นตอน ทำคดีล่าช้า ไม่เป็นธรรม https://thestandard.co/police-seek-feedback-on-criminal-procedure-bill/ Fri, 27 Jun 2025 01:39:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1089783

วานนี้ (26 มิถุนายน) ที่ศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 6 จังหวัดน […]

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ป.วิ.อาญา หลายฝ่ายห่วงเพิ่มขั้นตอน ทำคดีล่าช้า ไม่เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (26 มิถุนายน) ที่ศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 6 จังหวัดนครสวรรค์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและคดี) ร่วมกันเปิดเวทีเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ ‘การคุ้มครองสิทธิของประชาชน บนเส้นทางการสืบสวนสอบสวนตาม ป.วิ.อาญา’

 

เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมต่อ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ร่างของ สส. พรรคประชาชน) โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางตอนบน

 

การเสวนาครั้งนี้เป็นเวทีสุดท้ายจากทั้งหมด 4 ครั้งที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ก่อนหน้านี้มีการจัดเสวนาในภาคกลาง (นครปฐม), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น) และภาคใต้ (ภูเก็ต) โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายให้รอบด้านและครอบคลุมทุกภูมิภาค

 

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ภาคประชาชน นักศึกษาในจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงพนักงานสอบสวนและข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 และ ภาค 6 นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมอภิปราย อาทิ เปรมศักดิ์ ศรีนวล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครสวรรค์, พล.ต.ท. ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ ตร., ดร.ชำนาญ ชาดิษฐ์ กรรมการอำนวยการ สำนักงานธนานุเคราะห์, ผศ.เครือวัลย์ อินทรสุข ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, โสฬส วัฒนศิลป์ กต.ตร.จังหวัดนครสวรรค์ และ พ.ต.อ. ดร.เทิดสยาม บุญยะเสนา ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5

 

ข้อกังวลสำคัญจากเวทีเสวนา

 

ร่างแก้ไข ป.วิ.อาญา มีสาระสำคัญคือ การให้อำนาจอัยการกำกับดูแลงานสืบสวนสอบสวน เช่น การกำหนดให้พนักงานสอบสวนแจ้งพนักงานอัยการทันทีที่พบเหตุ หรือต้องให้พนักงานอัยการให้ความเห็นชอบก่อนออกหมายเรียกหรือขอศาลออกหมายจับ รวมถึงให้อำนาจพนักงานอัยการเข้ามาดูแลการสอบสวนในคดีสำคัญหรือคดีที่มีการร้องขอความเป็นธรรม

 

อย่างไรก็ตาม ในเวทีเสวนาหลายฝ่ายได้แสดงความกังวลว่า ขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้กระบวนการสอบสวนล่าช้าลง เนื่องจากการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อนระหว่างพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล จะกระทบต่อประชาชนผู้เสียหาย ทำให้การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งเข้าข่ายหลักการที่ว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)

 

มีการยกตัวอย่างสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่การสืบสวนสอบสวนคดียาเสพติดตามแนวชายแดนจำเป็นต้องรวดเร็วและคล่องตัว หากนำขั้นตอนตามร่างกฎหมายมาใช้ อาจไม่เหมาะสมและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังมีการหารือถึง งบประมาณของรัฐที่อาจต้องจัดสรรเพิ่มเติม ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานอัยการ เพื่อรองรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นจากร่างกฎหมายนี้ ทั้งในด้านบุคลากร ทรัพยากร และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่ถูกแลกเปลี่ยนคือ ความเหมาะสมในการแก้ไขกฎหมายแม่บทอย่าง ป.วิ.อาญา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นเพียงข้อบกพร่องส่วนบุคคลในงานสอบสวนบางส่วน หลายความเห็นชี้ว่าปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ตรงจุดและรวดเร็วกว่าผ่านกลไกการประสานงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม หรือการแก้ไขระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำเป็นต้องกระทบหลักการของระบบกฎหมายอาญาแบบกล่าวหาของประเทศไทย

 

ยิ่งไปกว่านั้น ร่าง ป.วิ.อาญา ฉบับแก้ไข ยังถูกมองว่าเน้นการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาค่อนข้างมาก แต่โดยหลักการแล้ว กระบวนการยุติธรรมควรมีความสมดุลระหว่างสิทธิของผู้เสียหายและผู้ต้องหา รวมถึงต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมอาชญากรรม (Due Process) ตามหลักอาชญาวิทยา

 

หากร่างกฎหมายมุ่งแก้ไขเพียงบางประเด็น อาจทำให้เกิดความไม่สมดุลและขัดแย้งกับมาตราอื่นๆ ที่ไม่ได้แก้ไขไปพร้อมกัน ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่ชัดเจนในการปฏิบัติ และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบให้เกิดความล่าช้าในการสอบสวนโดยไม่จำเป็น และเป็นผลเสียต่อประชาชนผู้เสียหายในที่สุด

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรวบรวมผลการเสวนาจากทั้ง 4 ภูมิภาค จัดทำเป็นรายงานทางวิชาการ 4 ฉบับ เพื่อเป็นข้อมูลและความเห็นประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเผยแพร่ให้ผู้สนใจได้ศึกษาต่อไป

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ป.วิ.อาญา หลายฝ่ายห่วงเพิ่มขั้นตอน ทำคดีล่าช้า ไม่เป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. รับ ตำรวจอยู่ต้นทางขบวนการทุจริตสอบ กรณีจับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง เตรียมขึ้นแบล็กลิสต์ผู้สอบ https://thestandard.co/police-exam-corruption-process/ Wed, 29 Mar 2023 10:41:38 +0000 https://thestandard.co/?p=770363 ทุจริตสอบเข้าตำรวจ

วันนี้ (29 มีนาคม) ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ. ดำรง […]

The post ผบ.ตร. รับ ตำรวจอยู่ต้นทางขบวนการทุจริตสอบ กรณีจับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง เตรียมขึ้นแบล็กลิสต์ผู้สอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทุจริตสอบเข้าตำรวจ

วันนี้ (29 มีนาคม) ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ. บุญลือ ผดุงถิ่น รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม, พล.ต.ต. ญาณพงศ์ โสมาภา รองผู้บัญชาการศึกษา, พล.ต.ต. อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.อ. เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม และ พล.ต.ท. นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงการตรวจค้นจับกุมหัวหน้าขบวนการทุจริตสอบเข้านายสิบตำรวจพร้อมพวก รวม 17 คน

 

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวว่า กลุ่มนี้เป็นกลุ่มขายข้อสอบซึ่งมีสองรูปแบบ คือ โพยคำตอบแบบตัวเลข และคำถามแบบสั้นพร้อมเฉลยด้วยคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) ต้นทางของข้อสอบที่หลุดนอกระบบมาจากตำรวจที่นำออกไปให้ขบวนการนี้

 

ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าการจับกุมขบวนการทุจริตครั้งนี้ ซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือลดความน่าเชื่อถือทางการเมือง แต่เป็นการดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มี โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่มีไปถึงผู้ต้องหาทั้ง 17 คน การเข้าจับกุมเป็นไปตามพยานหลักฐานที่มีพร้อม ไม่ใช่การเจาะจงเวลาก่อนวันรับสมัคร ส.ส. แน่นอน

 

ด้าน พล.ต.ท. นิรันดรกล่าวว่า การสมัครสอบตำรวจฝ่ายอำนวยการครั้งนี้ ส่วนของข้อเขียนมีผู้ผ่าน 1,160 คน ซึ่งทั้งหมดถูกตรวจสอบและพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องทุจริตสอบและต้องสงสัย 193 คน จึงเหลือผู้สมัครที่ผ่านเข้าสู่รอบสัมภาษณ์จริงในวันที่ 8-12 พฤษภาคมนี้ จำนวน 967 คน

 

สำหรับการออกข้อสอบข้าราชการตำรวจมีการดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ มีตำรวจร่วมกับคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วประเทศ ซึ่งการตรวจสอบหากลุ่มผู้ต้องสงสัยที่นำข้อสอบออกนอกระบบ ขณะนี้พบแค่กลุ่มตำรวจ ได้ตัดรายชื่อผู้ต้องสงสัยออกจากคณะกรรมการออกข้อสอบแล้ว แต่ที่ยังไม่สามารถออกหมายจับได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมมากที่สุด

 

ส่วน พล.ต.ต. ญาณพงศ์กล่าวถึงกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิรอบนี้ รวมทั้งกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิในรอบ 5 ปีย้อนหลังที่มีมากกว่า 500 คนด้วยว่า ทั้งหมดจะถูกขึ้นบัญชีดำห้ามสมัครสอบรับราชการตำรวจตลอดชีพ และจะส่งข้อมูลชุดเดียวกันนี้ไปให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เพื่อพิจารณาขึ้นบัญชีดำในการสมัครสอบข้าราชการทุกประเภทด้วย

 

ส่วนมาตรการป้องกันการทุจริตในอนาคต ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามส่งกำลังพลสนับสนุนเข้าร่วมเป็นกรรมการออกข้อสอบอีก 1 หน่วย จากเดิมที่มีจเรตำรวจแห่งชาติร่วมเป็นกรรมการอยู่แล้ว

 

มาตรการต่อมาคือลดจำนวนสนามสอบข้อเขียน เพื่อให้ง่ายต่อการกำกับดูแล สุดท้ายคือเพิ่มความเข้มงวดการดูแลข้อสอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ออกข้อสอบ ส่งตีพิมพ์ข้อสอบ และกระจายข้อสอบสู่สนาม

 

สองผู้ต้องหาในคดีนี้ประกอบด้วย อดิศักดิ์ สมบัติคำ หรือ จ่าตา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล จังหวัดมหาสารคาม และ ดาชัย เอกปฐพี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดลำปาง ในส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 17 ราย ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วานนี้ (28 มีนาคม) ในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร และร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว

 

มีรายงานว่าพฤติการณ์ของดาชัยถือว่าเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ เพราะพฤติการณ์คือสามารถเข้าถึงข้อสอบและนำออกมาเผยแพร่ ซึ่งมีอดิศักดิ์ร่วมขบวนการ คอยจัดหาผู้สมัครสอบตำรวจ โดยการกล่าวอ้างว่ามีข้อสอบที่ได้มาจากดาชัย จากการตรวจสอบเบื้องต้น อดิศักดิ์สามารถหาผู้สมัครสอบตำรวจได้ถึง 12 คน ขายข้อสอบให้รายละ 2-6 แสนบาท

 

The post ผบ.ตร. รับ ตำรวจอยู่ต้นทางขบวนการทุจริตสอบ กรณีจับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง เตรียมขึ้นแบล็กลิสต์ผู้สอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ช่วย ผบ.ตร. แจงผลสอบกลุ่มผ่านข้อเขียนนักเรียนนายสิบ บางส่วนรับสารภาพทำสอบไม่ได้เลยโกง หลายรายขอสละสิทธิ์เอง https://thestandard.co/result-of-the-group-exam-passed/ Fri, 16 Dec 2022 07:07:15 +0000 https://thestandard.co/?p=724538

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. นิ […]

The post ผู้ช่วย ผบ.ตร. แจงผลสอบกลุ่มผ่านข้อเขียนนักเรียนนายสิบ บางส่วนรับสารภาพทำสอบไม่ได้เลยโกง หลายรายขอสละสิทธิ์เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท. นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีการทุจริตสอบนักเรียนนายสิบตำรวจ หลังพบการเฉลยข้อสอบผ่านสื่อสังคมออนไลน์มาก่อนหน้านี้ 

 

หลังจากที่วานนี้ (15 ธันวาคม) เจ้าหน้าที่ได้เรียกผู้ผ่านการสอบข้อเขียนรอบแรกเข้ามารายงานตัว 581 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ตำรวจมีรายชื่อแล้วเนื่องจากพบว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริต ซึ่งผลสอบปรากฏว่าบางรายรับสารภาพหลังการสอบสวน บางรายแสดงตัวขอสละสิทธิ์ และรายที่เหลือไม่เดินทางมาตามนัดเจ้าหน้าที่จึงคัดแยกและตัดสิทธิ์

 

สำหรับการตรวจสอบว่าบุคคลใดทุจริตนั้น พล.ต.ท. นิรันดรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบร่องรอยจนพบ โดยมีกรรมวิธีซักถามข้อมูลจนพบกลุ่มผู้กระทำผิด และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคัดแยกกลุ่มผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม

 

พล.ต.ท. นิรันดรกล่าวต่อไปว่า ผู้เข้าสอบที่ทุจริต บางคนรับสารภาพว่าทำข้อสอบไม่ได้จึงตัดสินใจทุจริต ซึ่งชุดสืบสวนก็ได้ข้อมูลที่เชื่อว่าจะสามารถขยายผลไปสู่กลุ่มที่ 2-3 ที่เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดได้ โดยวันนี้จะมีผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนอีก 580 คน มาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และหนึ่งในนั้นมีกลุ่มผู้ทุจริตมาเพิ่มเติมอีก 

 

ขั้นตอนจากนี้เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้จากการสอบปากคำและตามช่องทางต่างๆ จนสรุปความเชื่อมโยงของเครือข่ายนี้ว่าผู้กระทำผิดจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 และภาค 5 ด้วยหรือไม่

 

ขณะที่การพิจารณากลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ์ว่าจะให้ตัวสำรองขึ้นมาทดแทน หรือจะดำเนินการสอบใหม่หรือไม่นั้น ขอเวลาพิจารณาจากทุกฝ่ายก่อน และต้องดูว่ามีผลกระทบกับผู้เข้าสอบเป็นวงกว้างหรือไม่ หรือมีการทุจริตมากน้อยแค่ไหน แต่หากมีการเลื่อนตัวสำรองขึ้นมาทดแทนก็ต้องตรวจสอบด้วยว่าอยู่ในกลุ่มที่มีการทุจริตด้วยหรือไม่ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีมาตรการออกมาให้ชัดเจนมากขึ้น หรือหากพบว่าเข้าข่ายความผิดทางอาญาก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายหรือไม่

 

พล.ต.ท. นิรันดรกล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องความเชื่อมโยง แต่ขอย้ำว่าวิธีการสืบสวนครั้งนี้ตำรวจใช้วิธีการวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เข้ามาร่วมด้วย ส่วนต้นทางเครือข่ายใดที่จะมีส่วนในกระบวนการนี้ตำรวจยังไม่มีการตัดประเด็นไหนทั้งสิ้น แต่ได้ไล่รื้อสอบตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำข้อสอบแล้ว

The post ผู้ช่วย ผบ.ตร. แจงผลสอบกลุ่มผ่านข้อเขียนนักเรียนนายสิบ บางส่วนรับสารภาพทำสอบไม่ได้เลยโกง หลายรายขอสละสิทธิ์เอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเรียกผู้สอบ 1,060 รายที่ผ่านข้อเขียน เข้ารายงานตัวกรณีพบทุจริตสอบนายสิบตำรวจ กลุ่มเป้าหมายที่มีชื่อรับสารภาพแล้ว https://thestandard.co/fraud-in-the-sergeant-examination/ Thu, 15 Dec 2022 11:49:11 +0000 https://thestandard.co/?p=724247

วันนี้ (15 ธันวาคม) พล.ต.ท. นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผ […]

The post ตำรวจเรียกผู้สอบ 1,060 รายที่ผ่านข้อเขียน เข้ารายงานตัวกรณีพบทุจริตสอบนายสิบตำรวจ กลุ่มเป้าหมายที่มีชื่อรับสารภาพแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 ธันวาคม) พล.ต.ท. นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนการทุจริตสอบคัดเลือกนายสิบตำรวจในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธร หลังพบว่าในพื้นที่ภูธรภาค 9 มีผู้เข้าสอบนำโพยคำตอบเข้าไปในห้องสอบ 1 ราย จนทำให้มีการสืบสวนขยายผล

 

พล.ต.ท. นิรันดร กล่าวว่า วันนี้และวันพรุ่งนี้ (16 ธันวาคม) เจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวผู้ผ่านการสอบข้อเขียนคัดเลือกนายสิบตำรวจจำนวนประมาณ 1,060 รายเข้ามารายงานตัว ในจำนวนนี้ได้แยกรายชื่อไว้ร้อยละ10 ที่มีข้อมูลว่าเข้าข่ายทุจริตสอบ ซึ่งทั้งร้อยละ10 เจ้าหน้าที่มีรายชื่อชัดเจนและมีหลักฐานเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้อง

 

ส่วนขั้นตอนการสอบ ผู้ที่มารายงานตัวเจ้าหน้าที่ใช้หลายขั้นตอน หลายกรรมวิธี เพื่อให้ได้คำสารภาพ ทั้งการนำกระดาษคำตอบในวันสอบมาแสดง การสอบปากเปล่า สรุปผลการสอบวันแรกจากกลุ่มที่มีรายชื่อว่าเข้าข่าย ทั้งหมดรับสารภาพว่าทุจริตสอบจริง

 

พล.ต.ท. นิรันดร กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสงสัยว่ามีการทุจริตสอบในพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่วางการสอบสวนไว้ทุกพื้นที่ และไม่ตัดประเด็นเรื่องแหล่งที่มาคำตอบหรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนหนึ่งได้จากการขยายผลจากกลุ่มนักเรียนที่รับว่าทุจริตและให้ข้อมูล โดยภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถรายงานผลของเรื่องนี้ได้ชัดเจน

The post ตำรวจเรียกผู้สอบ 1,060 รายที่ผ่านข้อเขียน เข้ารายงานตัวกรณีพบทุจริตสอบนายสิบตำรวจ กลุ่มเป้าหมายที่มีชื่อรับสารภาพแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. เตรียมตั้งคณะสอบสวน หลังพบทุจริตสอบข้าราชการตำรวจเมื่อ 27 พ.ย. ในหลายพื้นที่ https://thestandard.co/investigate-corrupt-police-exam/ Mon, 12 Dec 2022 02:41:06 +0000 https://thestandard.co/?p=722594

วานนี้ (11 ธันวาคม) พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู […]

The post ผบ.ตร. เตรียมตั้งคณะสอบสวน หลังพบทุจริตสอบข้าราชการตำรวจเมื่อ 27 พ.ย. ในหลายพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (11 ธันวาคม) พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการเตรียมตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมี พล.ต.ท. นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะสืบสวน กรณีมีการร้องเรียนเรื่องทุจริตการสอบข้าราชการตำรวจสายอำนวยการในหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ได้รับรายงานจากกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) กรณีมีการร้องเรียนเรื่องทุจริตการสอบข้าราชการตำรวจสายอำนวยการ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ว่าหลังการสอบเสร็จสิ้นได้มีการแจ้งเบาะแสในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งทาง บช.ศ. ได้เก็บรวบรวมข้อมูลประกอบการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน

 

กรณีที่เกิดขึ้นพบว่าโพยคำตอบมีการเฉลยตรงกับปัญหาข้อสอบในหลายข้อ แต่ในชั้นนี้กำลังตรวจสอบว่าถูกนำมาใช้ขณะเข้าสอบหรือเป็นการทำขึ้นภายหลังการสอบเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งทาง บช.ศ. ได้แต่งตั้งคณะทำงานมาทำการสืบสวนตรวจสอบก่อนหน้านี้แล้ว

 

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวต่ออีกว่า การทุจริตสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ รุ่น 2 ของตำรวจภูธรภาค 9 เมื่อเดือนมีนาคม นั้นเป็นคนละกรณีกับการสอบในสายอำนวยการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน โดยครั้งนั้นผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้สั่งการมอบหมายให้กองบัญชาการศึกษา โดย พล.ต.ต. ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา ไปทำการสืบสวนและตรวจสอบจนพบการทุจริตเกิดขึ้น มีผู้กระทำความผิด ประจักษ์พยานหลักฐานต่างๆ ได้ส่งมอบสำนวนการสืบสวนไปให้กับตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อดำเนินการต่อ

 

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวอีกว่า ความคืบหน้าของการทุจริตการสอบเข้ารับราชการนักเรียนนายสิบตำรวจ เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคม 2565 และมีข้อมูลว่ามีข้าราชการตำรวจที่อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการการทุจริตการสอบดังกล่าวนั้น

 

ทาง ตร. ได้ตรวจสอบความคืบหน้ากรณีดังกล่าวกับตำรวจภูธรภาค 9 มีความคืบหน้าเพิ่มเติมดังนี้

 

  1. ได้ทำการคัดกรองและตัดสิทธิ์ผู้ทุจริตการสอบทั้งหมดรวม 73 คน ออกจากกระบวนการคัดเลือกแล้ว

 

  1. กรณีที่มีการตรวจพบการทุจริตในห้องสอบ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้เข้าสอบที่ปรากฏหลักฐานการทุจริตในการสอบกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลาไว้แล้ว ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน

 

  1. ในส่วนของข้าราชการตำรวจยศ ร.ต.อ.หญิง ที่มีการนำเสนอข่าวว่ามียอดเงินเข้ามาในบัญชีจำนวนมาก และอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบนั้น ตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกับ ร.ต.อ.หญิง ดังกล่าว หากผลการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ผลเป็นประการใด จะนำเรียนให้ทราบโดยเร็วต่อไป

 

ทาง พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ เน้นย้ำและกำชับให้ตรวจสอบคดีดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส เพื่อให้การสรรหาบุคคลภายนอกที่จะเข้ามารับราชการตำรวจเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมและเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งหากมีข้าราชการตำรวจรายใดเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการทุจริตการสอบดังกล่าวก็จะดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้มีส่วนร่วมในการทุจริตจนถึงที่สุด

The post ผบ.ตร. เตรียมตั้งคณะสอบสวน หลังพบทุจริตสอบข้าราชการตำรวจเมื่อ 27 พ.ย. ในหลายพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>