นินจาคาถา โอ้โฮเฮะ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นินจาคาถา-โอ้โฮเฮะ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 18 Jun 2021 13:47:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 “คนที่ไม่เห็นความสำคัญของเพื่อน เลวยิ่งกว่าสวะซะอีก” 15 กันยายน วันเกิด ‘ก๊อปปี้นินจา’ ฮาตาเกะ คาคาชิ https://thestandard.co/hbd-kakashi-hatake/ Tue, 15 Sep 2020 10:50:10 +0000 https://thestandard.co/?p=397057

ท่ามกลางตัวละครจำนวนมากในการ์ตูนเรื่องนินจาคาถา โอ้โฮเฮ […]

The post “คนที่ไม่เห็นความสำคัญของเพื่อน เลวยิ่งกว่าสวะซะอีก” 15 กันยายน วันเกิด ‘ก๊อปปี้นินจา’ ฮาตาเกะ คาคาชิ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางตัวละครจำนวนมากในการ์ตูนเรื่องนินจาคาถา โอ้โฮเฮะ นอกจากสองตัวละครหลักอย่าง อุซึมากิ นารูโตะ และอุจิวะ ซาสึเกะ ก็มี ฮาตาเกะ คาคาชิ เจ้าของฉายาก๊อบปี้นินจา ผู้คิดค้นวิชา ‘พันปักษา’ หรือ ‘ตัดสายฟ้า’ ที่ปรากฏตัวพร้อมภาพลักษณ์ชายหนุ่มผมขาว ใส่ผ้าปิดปาก มาดสุขุม แต่มีงานอดิเรกเป็นการอ่านนิยายวาบหวิวอะจึ๋ยสวรรค์รำไร ที่พอจะแย่งชิงพื้นที่ในหัวของคนอ่านจากสองคนนั้นมาได้บ้าง 

 

คาคาชิ ถูกจัดอยู่ในทำเนียบ ‘อัจฉริยะ’ แห่งหมู่บ้านโคโนฮะ ที่เรียนจบจากโรงเรียนนินจาด้วยคะแนนสูงสุดตั้งแต่อายุ 5 ปี ใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็สามารถสอบผ่านการคัดเลือกจูนิน (นินจาระดับกลาง) ได้เลื่อนขั้นเป็นโจนิน (นินจาระดับสูง) ตอนอายุ 12 ปีถูกรับเลือกเข้าเป็นสมาชิกหน่วยลับนินจาที่มีอายุน้อยที่สุดตอนอายุ 13 ปี พร้อมกับภารกิจในโลกนินจาที่มีการบันทึกไว้มากถึง 1,116 ครั้ง 

 

ถึงแม้ฉากเปิดตัวในฐานะหัวหน้า ‘ทีม 7’ คาคาชิ จะถูกลูกศิษย์อย่างนารูโตะสบประมาท เพราะดันติดกับดักหลอกเด็กโดนแปรงลบกระดานตกใส่หัว แต่สุดท้ายเขาก็แสดงความสามารถให้สมาชิกทั้งสาม อย่างนารูโตะ ซาสุเกะ และซากูระ หมดข้อกังขา พร้อมกับคำสอนแรกที่ว่า

 

“ในโลกของนินจา คนที่แหกกฎจะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกสวะ แต่ว่านะ คนที่ไม่เห็นความสำคัญของเพื่อน เลวยิ่งกว่าสวะซะอีก” ให้ลูกศิษย์ทั้งสามจำติดตัว

 

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ คาคาชิคือนินจาที่เติบโตมาพร้อมกับอดีตอันแสนดำมืด เขาคือลูกชายของ ฮาตาเกะ ซาคุโมะ อัจฉริยะรุ่นพ่อเจ้าของฉายา ‘เขี้ยวสีขาวแห่งโคโนฮะ’ นินจาผู้ยอมแหกกฎของนินจาเพื่อรักษาชีวิตเพื่อนร่วมทีม สุดท้ายกลับถูกเพื่อนร่วมทีมและคนในหมู่บ้านต่อว่า จนซาคุโมะตัดสินใจฆ่าตัวตาย ทำให้คาคาชิเลือกที่จะเดินหน้าในวิถีนินจา ด้วยความคิดว่าใครจะเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่ต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จเพียงอย่างเดียว

 

ระหว่างมหาสงครามนินจาครั้งที่ 3 เขาได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าหน่วยนำเพื่อนรักอย่าง อุจิวะ โอบิโตะ และโนฮาระ ริน ไปปฏิบัติภารกิจสำคัญ ด้วยความยึดมั่นในหน้าที่ ส่งผลให้เขาตัดสินใจเลือกภารกิจ จนโอบิโตะเสียชีวิต พร้อมกับมอบ ‘เนตรวงแหวน’ เป็นของขวัญอำลา และทำให้คาคาชิรู้ว่าชีวิตของ ‘เพื่อน’ สำคัญไม่แพ้ภารกิจ  

 

 

เวลาต่อมา เขายังถูกสถานการณ์บังคับจนพลั้งมือฆ่า โนฮาระ ริน ที่เป็นทั้งเพื่อนและคนรัก จนชีวิตของเขาไม่เหลือใคร แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คาคาชิเลิกล้มความตั้งใจในวิถีนินจา เขายังกลับมาปฏิบัติภารกิจปกป้องหมู่บ้าน พร้อมกับผลักดันให้ลูกศิษย์ทุกคนเติบโตในเส้นทางของตัวเองอย่างดีที่สุด

 

เมื่อเขารู้แล้วว่าทั้งภารกิจและชีวิตของเพื่อนล้วนสำคัญไม่แพ้กัน ทำให้คาคาชิตัดสินใจใช้ ‘ตัวเอง’ เข้าแลกเพื่อรักษาทั้งสองอย่างเอาไว้ ทำให้เรามีภาพจำอีกหนึ่งอย่างของคาคาชิ คือสภาพสะบักสะบอมหลังฝืนขีดจำกัดของร่างกายในการต่อสู้ และทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีฉากรักษาตัวในโรงพยาบาลมากที่สุดในเรื่อง 

 

ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์และวางแผนรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ พร้อมกับภาวะความเป็นผู้นำที่สูงลิ่ว ทำให้ในช่วงวิกฤตของหมู่บ้าน เขาถูกผลักดันให้รับตำแหน่งโฮคาเงะ (หัวหน้านินจาหมู่บ้านโคโนฮะ) รุ่นที่ 6 ถึงแม้ในใจเขาไม่ได้อยากอยู่ในจุดสูงสุด แต่คาคาชิก็ยังเป็นคาคาชิ เขาพร้อมปฏิบัติตามทุกคำสั่งที่เป็นผลดีกับหมู่บ้านอยู่เสมอ 

 

 

กระทั่งศึกตัดสินมหาสงครามนินจาครั้งที่ 4 อันแสนยืดเยื้อ ในขณะที่สเกลพลังของนารูโตะและซาสึเกะพัฒนานำอาจารย์ไปไกล แต่ก็เป็นคาคาชิอีกเช่นเคย ที่มาวางแผนภารกิจสุดท้ายให้ ‘ทีม 7’ และปล่อยให้ศิษย์รักเป็นคนปิดเกม จนสามารถรักษาความสงบสุขแห่งโลกนินจาไว้ได้อีกครั้ง 

 

และเมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง เขาก็ยินดีส่งมอบตำแหน่งผู้นำสูงสุดให้กับนารูโตะเป็นผู้นำหมู่บ้านคนต่อไป ในขณะที่ตัวเองก็กลับมาใช้เวลาว่างละเลียดอ่าน ‘อะจึ๋ยสวรรค์รำไร’ ได้อย่างมีความสุข แต่เมื่อไรก็ตามที่โลกนินจาเดือดร้อน ก็จะมีผู้ชายคนนี้ให้ความช่วยอย่างเต็มกำลังเหมือนเช่นเคย 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post “คนที่ไม่เห็นความสำคัญของเพื่อน เลวยิ่งกว่าสวะซะอีก” 15 กันยายน วันเกิด ‘ก๊อปปี้นินจา’ ฮาตาเกะ คาคาชิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุขสันต์วันเกิดอุจิวะ ซาสึเกะ อัจฉริยะที่เติบโตมาด้วยความแค้น ในโลกนินจาที่ทั้งรักและชัง https://thestandard.co/uchiha-sasuke/ Tue, 23 Jul 2019 10:38:33 +0000 https://thestandard.co/?p=272785 Uchiha Sasuke

อุจิวะ ซาสึเกะ อีกหนึ่งตัวละครสัญลักษณ์ประจำเรื่อง นินจ […]

The post สุขสันต์วันเกิดอุจิวะ ซาสึเกะ อัจฉริยะที่เติบโตมาด้วยความแค้น ในโลกนินจาที่ทั้งรักและชัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Uchiha Sasuke

อุจิวะ ซาสึเกะ อีกหนึ่งตัวละครสัญลักษณ์ประจำเรื่อง นินจาคาถา โอ้โฮเฮะ โดดเด่นเคียงคู่ในฐานะ ‘ภาคตรงข้าม’ ของพระเอกจอมมั่วอุซึมากิ นารูโตะ ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ ‘หยาง’ ที่หมายถึงดวงอาทิตย์ร้อนแรง ซาสึเกะคือ ‘หยิน’ พระจันทร์ที่นิ่งสงบ ที่ทอดเงาอยู่ในมุมมืด เพื่อสร้างสมดุลซึ่งกันและกัน 

 

ซาสึเกะเป็นตัวละครที่ คิชิโมโตะ มาซาชิ ออกแบบยาก และใช้เวลาวาดมากที่สุด (เป็นเหตุผลให้ในช่วงแรกซาสึเกะต้องผมสั้นตลอดเวลาเพื่อลดเวลาวาดลง) แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นตัวละครที่เขาชอบวาดมากที่สุดด้วยเช่นกัน 

 

ชื่อของซาสึเกะอิงมาจากซารุโทบิ ซาสึเกะ นินจาในตำนานของประเทศญี่ปุ่น ส่วนการออกแบบตัวละครนั้น คิชิโมโตะได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละคร ‘ฮิเอ’ อัจฉริยะผู้นิ่งขรึมแห่งโลกปีศาจ จากเรื่องยูยูฮาคุโช คนเก่งฟ้าประทาน 

 

Uchiha Sasuke

 

และด้วยบุคลิกหล่อเหลา อมทุกข์ เงียบขรึม เย็นชา แววตาอ่านความรู้สึกไม่ได้นี่เอง ที่ทำให้ซาสึเกะเคยได้รับการโหวตให้เป็นอันดับ 6 ในโลกของตัวการ์ตูนชายที่มีสาวๆ อยากเดตด้วยมากที่สุด จาก Tokyo Otaku Mode Fall 2013 รวมทั้งไม่เคยหลุดโผหนึ่งในห้าอันดับตัวละครยอดนิยมในเรื่องนินจาคาถา โอ้โฮเฮะ แถมยังเบียดอันดับหนึ่งคู่กับนารูโตะ และฮาตาเกะ คาคาชิได้อยู่เป็นประจำ แต่ชีวิตในโลกนินจาของซาสึเกะนั้นแตกต่างกับความนิยมสวยหรูจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง 

 

ซาสึเกะ คือนินจาหนุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับบาดแผลใหญ่ในชีวิต หลังจากเคยเห็นอุจิวะ อิทาจิ พี่ชายที่เคยอ่อนโยน สังหารคนในตระกูลอย่างเหี้ยมโหดต่อหน้าต่อตา ทั้งที่เขาเพิ่งถูกพี่ชายดีดหน้าผาก หยอกล้อ และให้สัญญาว่า “ไว้คราวหน้า…จะสอนวิชาปาดาวกระจายให้” เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า 

 

จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ซาสึเกะ เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนชีวิตด้วยความฝันสดใส กลายเป็นขับเคลื่อนชีวิตด้วย ‘ความแค้น’ และพยายามฝึกฝนตัวเองให้เก่งกาจเพื่อจะกลับไปแก้แค้นพี่ชายผู้น่าชิงชังให้ได้ในสักวันหนึ่ง 

 

ซาสึเกะกลายเป็นนินจาหนุ่มอัจฉริยะผู้แสนเย็นชา ที่มองทุกคนด้วยสายตาหยามเหยียด โดยจอมห่วยเฉพาะนารูโตะที่จับพลัดจับผลูกลายเป็นสมาชิกทีม 7 ด้วยกัน รวมทั้งซากุระที่แอบปลื้มเขามาตลอด ก็ยังถูกปรามาสว่าเป็นพวกไร้ค่าที่เอาเวลามาสนใจกับเรื่องไร้สาระ 

 

เพราะสำหรับคนที่ทอดทิ้งความฝันในการเป็นโฮคาเงะ อยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่รู้จักมิตรภาพ ไม่เคยเห็นด้านสวยงามของความรัก ไม่มีสิ่งใดมีคุณค่าควรให้นึกถึงนอกจากความเกลียดชังและการแก้แค้นอีกแล้ว 

 

Uchiha Sasuke

Uchiha Sasuke

 

ถึงแม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะแสนเย่อหยิ่ง แต่เขายังมีเงาของเด็กหนุ่มที่เคยอ่อนโยนทอดยาวอยู่ในซอกลึกของหัวใจ เขายอมแบ่งอาหารให้นารูโตะ ทั้งที่รู้ว่าอาจทำให้สอบคัดเลือกไม่ผ่าน ยอมเสี่ยงชีวิตรับเข็มที่พุ่งเข้ามาแทนนารูโตะ จากเหตุการณ์สร้างสะพานที่แคว้นมิซึโนะคุนิ 

 

ถึงแม้ปากจะบอกว่าไม่ได้อยากทำ แต่ขาของเขาดันขยับไปเอง แต่ก็สังเกตได้ว่า ลึกๆ แล้วไม่ได้เกลียดชังนารูโตะ กลับกันยังเฝ้ามอง ชื่นชม ไปถึงขั้นแอบอิจฉาพัฒนาการของนินจาจอมมั่วนิ่มที่เก่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในฐานะเพื่อนและคู่แข่งคนสำคัญ 

 

แต่เพราะเรื่องราวในอดีตที่ตามหลอกหลอนนั้นร้าวลึกเกินกว่ามิตรภาพของเพื่อนรักจะเยียวยาได้ในเวลาอันสั้น ทั้งๆ ที่ในเวลานั้นเขาคือนินจาอัจฉริยะที่มีความสามารถไม่แพ้ใครในรุ่น แต่เขาก็ตัดสินใจยอมรับ ‘อักขระต้องสาป’ เดินทางไปฝึกฝนศาสตร์มืดกับโอโรจิมารุ ศัตรูคนสำคัญของหมู่บ้านโคโนฮะ เขายอมทิ้งทุกอย่างในชีวิต เพียงแลกกับหนทางใกล้สุดที่จะทำให้เขาทำตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้ 

 

ในขณะที่ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นจนฉุดไม่อยู่ ช่องว่างในหัวใจของเขาก็ขยายกว้างขึ้นไปพร้อมๆ กัน ยิ่งเขาเข้าใกล้โอกาสแก้แค้นพี่ชายมากเท่าไร ตัวเขาก็ยิ่งห่างไกลจากคืนวันอันแสนสุขที่ควรจะมีในฐานะนินจาวัยรุ่นออกไปมากเท่านั้น 

 

Uchiha Sasuke

 

กระทั่งวันที่เขาได้พบกับอิทาจิอีกครั้งหนึ่ง การต่อสู้อันแสนดุเดือดที่ถูกความเศร้าปกคลุม การ ‘ดีดหน้าผาก’ ครั้งสุดท้าย และประโยคสุดท้าย “ขอโทษนะซาสึเกะ…นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว” ที่เอ่ยออกมาด้วยลมหายใจรวยรินของพี่ชายที่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า แท้จริงแล้วทุกสิ่งที่อิทาจิทำนั้นมีเหตุผลเพียงเพราะเขาต้องการปกป้องหมู่บ้านโคโนฮะ และน้องชายสุดที่รักเอาไว้ 

 

แต่เงื่อนปมในใจคลายออก กลับเป็นการผูกปมความแค้นครั้งใหม่ ให้เขายิ่งรู้สึกเกลียดชังผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ที่ผลักภาระให้อิทาจิต้องกระทำเรื่องเลวร้ายทั้งหมด เขากลับมาคิดบัญชีกับดันโซ หัวหน้าหน่วยราก หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทุกอย่าง   

 

Uchiha Sasuke

 

มาผนึกกำลังร่วมกับนารูโตะและเพื่อนๆ ต่อสู้กับลาสต์บอสอย่าง อุจิวะ มาดาระ และคางูยะในสงครามโลกนินจาครั้ง 4 จนเหตุการณ์กำลังกลับสู่ภาวะปกติ แต่ซาสึเกะยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เพราะเมื่อทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมด เขาคิดว่าต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดที่ค้างคายาวนานนั้นเกิดขึ้นเพราะ ‘ระบบ’ นินจาที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพื่อปกป้องอุดมคติตามที่แต่ละหมู่บ้านเชื่อว่า ‘ถูกต้อง’ 

 

ซาสึเกะคิดกำจัดผู้นำหมู่บ้านทั้ง 5 เพื่อล้มล้างระบบทั้งหมด นำไปสู่ศึกตัดสินสุดท้ายกับนารูโตะ เพื่อนรักที่เชื่อมั่นในระบอบและ ‘วิถี’ นินจาของตัวเอง ที่กลายเป็นบทสรุปและจุดเริ่มต้นของโลกนินจาในยุคต่อๆ ไป ที่นารูโตะได้ขึ้นเป็นโฮคาเงะ ปกป้องความสงบสุขของโลกนินจาอยู่เบื้องหน้า 

 

Uchiha Sasuke

 

ส่วนตัวซาสึเกะก็ปลีกวิเวกออกเดินทางไปเรียนรู้โลกกว้าง เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้ความรักในฐานะสามีของซากุระ ในฐานะพ่อของลูกสาวอย่างอุจิวะ ซาราดะ และปกป้องหมู่บ้านอยู่ห่างๆ จากมุมมืดที่ไม่มีใครมองเห็น 

 

โดยน่าจะยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าวันนี้ควรจะได้เฉลิมฉลองให้กับวาระสำคัญที่ตัวเขาได้เกิดมาเป็นส่วนหนึ่งของโลกนินจาที่เขาทั้งรักและชังใบนี้  

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post สุขสันต์วันเกิดอุจิวะ ซาสึเกะ อัจฉริยะที่เติบโตมาด้วยความแค้น ในโลกนินจาที่ทั้งรักและชัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
3 กรกฎาคม วันเกิด ฮิวงะ เนจิ ‘ปักษาในกรง’ อัจฉริยะผู้ถูกพันธนาการแห่งสายเลือดจองจำ https://thestandard.co/3-jul-hyuga-neji/ Wed, 03 Jul 2019 07:23:42 +0000 https://thestandard.co/?p=267760

“เพราะคนเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เราถูกแบ่งชนชั้นด้วยคุณสมบ […]

The post 3 กรกฎาคม วันเกิด ฮิวงะ เนจิ ‘ปักษาในกรง’ อัจฉริยะผู้ถูกพันธนาการแห่งสายเลือดจองจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

“เพราะคนเราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เราถูกแบ่งชนชั้นด้วยคุณสมบัติที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง และการแบ่งแยกก็สร้างความปวดร้าวขึ้น คนไร้ค่าก็คือคนไร้ค่า เพราะคนเราแบกชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้ตั้งแต่เกิด ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้” 

 

หนึ่งในคำพูดแสนเศร้าแต่เคล้าความจริงจากปาก ฮิวงะ เนจิ หนึ่งในตัวละครที่เต็มไปด้วยอดีตอันแสนปวดร้าวจากมังงะเรื่อง นินจาคาถา โอ้โฮเฮะ ที่เป็นเสมือนภาคตรงข้ามของพระเอกในเรื่องอย่าง อุซึมากิ นารูโตะ นินจาจอมห่วย ที่เชื่อว่า ความพยายามสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้เสมอ 

 

หากมองจากรูปลักษณ์ภายนอก ฮิวงะ เนจิ คือเด็กชายที่แสนเงียบขรึม ถูกกล่าวขานว่าเป็น ‘นินจาอัฉริยะ’ ผู้สืบทอด ‘เนตรสีขาว’ ขีดจำกัดทางสายเลือดที่เก่าแก่และแข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านโคโนฮะ ทว่า ภายใต้ท่าทีเย็นชา ดูถูกดูแคลนคนไร้ค่าที่ความสามารถต่ำกว่า เขากดซ่อนความแค้นแสนขมขื่นที่ว่า ฮิวงะ ฮิซาชิ พ่อของเขา ‘ถูกฆ่า’ เพียงเพราะชะตากรรมผู้สืบทอด ‘ตระกูลสาขา’ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

 

ถึงแม้จะมีชื่อฮิวงะนำหน้า แต่เนจิเป็นได้เพียงผู้สืบทอดตระกูลสาขาที่ได้รับมอบของขวัญวันเกิดครบรอบ 4 ปี ด้วยการประทับอักขระต้องสาป ‘ปักษาในกรง’ ที่ทำให้นินจาตัวน้อยถูกลิขิตชะตากรรมว่า เขาเกิดมามีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือ มีชีวิตเพื่อปกป้องสายเลือดของ ‘ตระกูลหลัก’ เอาไว้

 

ในครั้งแรกที่พบหน้า ฮิวงะ ฮินาตะ ลูกพี่ลูกน้องที่มีศักดิ์เป็นทายาทตระกูลหลักที่อายุน้อยกว่า 1 ปี เนจิยังกล่าวทักทายชื่นชมถึงความน่ารักของน้องสาว โดยที่ไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ชีวิตของเด็กหนุ่มไร้เดียงสาจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

 

ทั้งที่ทั้งเนจิและฮินาตะไม่ได้มีใครทำความผิด ทั้งคู่เพียงแค่เกิดมาต่างสถานะโดยไม่มีทางเลือก เนจิเองไม่เคยอยากเกิดมาในฐานะเงาดำที่แสนต่ำต้อย ส่วนฮินาตะก็ไม่อยากแบกรับตำแหน่งทายาทตระกูลหลัก เพราะรู้ว่าตัวเธอไม่มีความสามารถมากพอ หากแต่ ‘ประเพณี’ เคร่งครัดและคร่ำครึ ทำให้ชีวิตของทั้งคู่กลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ 

 

กระทั่งโชคชะตาเล่นตลก สองพี่น้องต้องมาเผชิญหน้ากันในรอบคัดเลือกงานประลองคัดเลือกนินจาระดับจูนิน ที่เนจิใช้ความสามารถเนตรสีขาวที่มองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง อ่านความคิด ความเคลื่อนไหว และท่าทีไร้ความมั่นใจของฮินาตะ และยืนยันความเชื่อของตัวเองที่ว่า ‘คนอ่อนแอถูกกำหนดให้อ่อนแอ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้’ 

 

แต่ฮินาตะไม่คิดเช่นนั้น เธอพยายามฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองจากเด็กสาวอ่อนแอ ขี้กลัว ตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่สบตากับใคร ให้มีความกล้าเผชิญหน้ากับความกลัว อย่างน้อยที่สุด ก็กล้ายกฝ่ามือร่ายรำเพลงมวยต่อกรกับพี่ชายที่เธอกลัวที่สุด ถึงแม้ผลลัพธ์สุดท้าย เธอจะถูกเนจิอัดจนกระอักเลือดปางตาย 

 

ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าของฮินาตะ ทำให้แววตาแข็งกร้าวของเนจิเริ่มเกิดความสงสัยว่า เพราะเหตุใดคนอ่อนแอถึงต้องเสี่ยงชีวิตตัวเองขนาดนี้ จนกระทั่งเข้าสู่การต่อสู้รอบถัดไปที่อัจฉริยะตัวจริงอย่างเนจิ ต้องมาเจอกับอัจฉริยะด้านความมั่วนิ่ม ผู้เชี่ยวชาญด้านความพยายามเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างนารูโตะ 

 

แน่นอนว่าความสามารถของนารูโตะนั้นเทียบเนจิไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ ยิ่งนารูโตะพยายามมากเท่าไร เนจิก็จะโชว์ประกายของอัจฉริยะออกมาให้เห็น โดยเฉพาะมวยแปดทิศเคลื่อนสวรรค์ วิชาลับที่สืบทอดเฉพาะตระกูลหลัก แต่เนจิคิดค้นขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง จนไปถึงท่ามวยอ่อน 8 ทิศ 64 ฝ่ามือ ที่จู่โจมเส้นพลังจักระ จนนารูโตะไม่สามารถรีดเร้นพลังได้  

 

แต่สุดท้ายพลังแห่งอัจฉริยะก็ยังต้องแพ้ให้กับพลัง ‘พระเอก’ ของนารูโตะ ที่อยู่ดีๆ ก็ดึงจักระของจิ้งจอกเก้าหางมาใช้ ปิดเกมด้วยการใช้วิชาแยกร่างโผล่ขึ้นมาโจมตีจากใต้ดิน ถึงแม้จะดูมั่วนิ่มอยู่บ้าง แต่การที่คนที่ถูกกำหนดให้เป็นคนนอกคอกไร้ค่าอย่างนารูโตะ พยายามฝึกฝนวิชาแยกร่างที่ตัวเองไม่ถนัดที่สุด จนสามารถเอาชนะอัจฉริยะลงได้ ก็ทำให้เนจิเริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ที่ว่า คนเราอาจจะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้จริงๆ 

 

รวมทั้งความจริงที่ไม่เคยล่วงรู้มาก่อน ว่าแท้จริงแล้วพ่อของเขาเป็นคนเลือกเสียสละชีวิตตัวเอง เพื่อยุติปัญหาสงครามที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเขาไม่ได้ทำไปเพราะหน้าที่ของคนตระกูลสาขาที่ถูกกำหนดให้ปกป้องตระกูลหลัก 

 

แต่เป็นในฐานะนินจาคนหนึ่งที่ยอมเลือกความตายด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องลูกชาย พี่น้อง ครอบครัว และหมู่บ้านที่เขารักเอาไว้ และนั่นอาจเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ครั้งของชีวิต ที่พ่อของเขาได้มีอิสระเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง พร้อมอักขระ ‘ปักษาในกรง’ ที่เลือนหายไป  

 

ถึงแม้ว่าสุดท้ายเขาก็ไม่อาจเปลี่ยนสถานะตระกูลสาขาของตัวเองไปได้ แต่ ณ วินาทีนั้น เขามองออกไปนอกท้องฟ้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขายังคงเป็น ‘ปักษาในกรง’ ที่ถูกกักขัง หากแต่คราวนี้เขาจะใช้กรงเล็บและจงอยปากหาทางทำลายกรงขังด้วยตัวเอง เพื่อที่สักวันหนึ่งเขาจะได้กลายเป็นปักษาที่ออกไปเริงร่าในท้องนภาได้อย่างที่ตัวเองตั้งใจ

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post 3 กรกฎาคม วันเกิด ฮิวงะ เนจิ ‘ปักษาในกรง’ อัจฉริยะผู้ถูกพันธนาการแห่งสายเลือดจองจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
15 กันยายน วันเกิด ‘ก๊อบปี้นินจา’ ฮาตาเกะ คาคาชิ https://thestandard.co/kakashi-hatake-birthday/ https://thestandard.co/kakashi-hatake-birthday/#respond Sat, 15 Sep 2018 05:06:33 +0000 https://thestandard.co/?p=121428

ท่ามกลางตัวละครจำนวนมากในการ์ตูนเรื่องนินจาคาถา โอ้โฮเฮ […]

The post 15 กันยายน วันเกิด ‘ก๊อบปี้นินจา’ ฮาตาเกะ คาคาชิ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ท่ามกลางตัวละครจำนวนมากในการ์ตูนเรื่องนินจาคาถา โอ้โฮเฮะ นอกจาก 2 ตัวละครหลักอย่างอุซึมากิ นารูโตะ และอุจิวะ ซาสึเกะ ก็มีฮาตาเกะ คาคาชิ เจ้าของฉายาก๊อบปี้นินจา ผู้คิดค้นวิชา ‘พันปักษา’ หรือ ‘ตัดสายฟ้า’ ที่ปรากฏตัวพร้อมภาพลักษณ์ชายหนุ่มผมขาว ใส่ผ้าปิดปาก มาดสุขุม แต่มีงานอดิเรกเป็นการอ่านนิยายหวาบหวิวอะจึ๋ยสวรรค์รำไร ที่พอจะแย่งชิงพื้นที่ในหัวของคนอ่านจากสองคนนั้นมาได้บ้าง

 

คาคาชิ ถูกจัดอยู่ในทำเนียบ ‘อัจฉริยะ’ แห่งหมู่บ้านโคโนฮะ ที่เรียนจบจากโรงเรียนนินจาด้วยคะแนนสูงสุดตั้งแต่อายุ 5 ปี ใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็สามารถสอบผ่านการคัดเลือกจูนิน (นินจาระดับกลาง) ได้เลื่อนขั้นเป็นโจนิน (นินจาระดับสูง) ตอนอายุ 12 ปีถูกรับเลือกเข้าเป็นสมาชิกหน่วยลับนินจาที่มีอายุน้อยที่สุดตอนอายุ 13 ปี พร้อมกับภารกิจในโลกนินจาที่มีการบันทึกไว้มากถึง 1,116 ครั้ง

 

ถึงแม้ฉากเปิดตัวในฐานะหัวหน้า ‘ทีม 7’ คาคาชิ จะถูกลูกศิษย์อย่างนารูโตะสบประมาท เพราะดันติดกับดักหลอกเด็กโดนแปรงลบกระดานตกใส่หัว แต่สุดท้ายเขาก็แสดงความสามารถให้สมาชิกทั้ง 3 อย่างนารูโตะ ซาสุเกะ และซากูระ หมดข้อกังขา พร้อมกับคำสอนแรกที่ว่า

 

“ในโลกของนินจา คนที่แหกกฎจะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกสวะ แต่ว่านะ คนที่ไม่เห็นความสำคัญของเพื่อน เลวยิ่งกว่าสวะซะอีก” ให้ลูกศิษย์ทั้ง 3 จำติดตัว

 

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ คาคาชิคือนินจาที่เติบโตมาพร้อมกับอดีตอันแสนดำมืด เขาคือลูกชายของฮาตาเกะ ซาคุโมะ อัจฉริยะรุ่นพ่อเจ้าของฉายา ‘เขี้ยวสีขาวแห่งโคโนฮะ’ นินจาผู้ยอมแหกกฎของนินจาเพื่อรักษาชีวิตเพื่อนร่วมทีม สุดท้ายกลับถูกเพื่อนร่วมทีมและคนในหมู่บ้านต่อว่า จนซาคุโมะตัดสินใจฆ่าตัวตาย ทำให้คาคาชิเลือกที่จะเดินหน้าในวิถีนินจา ด้วยความคิดว่าใครจะเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่ต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จเพียงอย่างเดียว

 

ระหว่างมหาสงครามนินจาครั้งที่ 3 เขาได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าหน่วยนำเพื่อนรักอย่างอุจิวะ โอบิโตะ และโนฮาระ ริน ไปปฏิบัติภารกิจสำคัญ ด้วยความยึดมั่นในหน้าที่ ส่งผลให้เขาตัดสินใจเลือกภารกิจ จนโอบิโตะเสียชีวิต พร้อมกับมอบ ‘เนตรวงแหวน’ เป็นของขวัญอำลา และทำให้คาคาชิรู้ว่าชีวิตของ ‘เพื่อน’ สำคัญไม่แพ้ภารกิจ  

 

เวลาต่อมา เขายังถูกสถานการณ์บังคับจนพลั้งมือฆ่าโนฮาระ ริน ที่เป็นทั้งเพื่อนและคนรัก จนชีวิตของเขาไม่เหลือใคร แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คาคาชิเลิกล้มความตั้งใจในวิถีนินจา เขายังกลับมาปฏิบัติภารกิจปกป้องหมู่บ้าน พร้อมกับผลักดันให้ลูกศิษย์ทุกคนเติบโตในเส้นทางของตัวเองอย่างดีที่สุด

 

เมื่อเขารู้แล้วว่าทั้งภารกิจและชีวิตของเพื่อนล้วนสำคัญไม่แพ้กัน ทำให้คาคาชิตัดสินใจใช้ ‘ตัวเอง’ เข้าแลกเพื่อรักษาทั้ง 2 อย่างเอาไว้ ทำให้เรามีภาพจำอีกหนึ่งอย่างของคาคาชิ คือสภาพสะบักสะบอมหลังฝืนขีดจำกัดของร่างกายในการต่อสู้ และทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีฉากรักษาตัวในโรงพยาบาลมากที่สุดในเรื่อง

 

ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์และวางแผนรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ พร้อมกับภาวะความเป็นผู้นำที่สูงลิ่ว ทำให้ในช่วงวิกฤตของหมู่บ้าน เขาถูกผลักดันให้รับตำแหน่งโฮคาเงะ (หัวหน้านินจาหมู่บ้านโคโนฮะ) รุ่นที่ 6 ถึงแม้ในใจเขาไม่ได้อยากอยู่ในจุดสูงสุด แต่คาคาชิก็ยังเป็นคาคาชิ เขาพร้อมปฏิบัติตามทุกคำสั่งที่เป็นผลดีกับหมู่บ้านอยู่เสมอ

 

กระทั่งศึกตัดสินมหาสงครามนินจาครั้งที่ 4 อันแสนยืดเยื้อ ในขณะที่สเกลพลังของนารูโตะและซาสึเกะพัฒนานำอาจารย์ไปไกล แต่ก็เป็นคาคาชิอีกเช่นเคย ที่มาวางแผนภารกิจสุดท้ายให้ ‘ทีม 7’ และปล่อยให้ศิษย์รักเป็นคนปิดเกม จนสามารถรักษาความสงบสุขแห่งโลกนินจาไว้ได้อีกครั้ง

 

และเมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง เขาก็ยินดีส่งมอบตำแหน่งผู้นำสูงสุดให้กับนารูโตะเป็นผู้นำหมู่บ้านคนต่อไป ในขณะที่ตัวเองก็กลับมาใช้เวลาว่างละเลียดอ่าน ‘อะจึ๋ยสวรรค์รำไร’ ได้อย่างมีความสุข แต่เมื่อไรก็ตามที่โลกนินจาเดือดร้อน ก็จะมีผู้ชายคนนี้ให้ความช่วยอย่างเต็มกำลังเหมือนเช่นเคย

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post 15 กันยายน วันเกิด ‘ก๊อบปี้นินจา’ ฮาตาเกะ คาคาชิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kakashi-hatake-birthday/feed/ 0