นิธิธร จินตกานนท์ – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 10 Aug 2025 07:29:43 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มสอบตำรวจปี 2568 ป้องกันทุจริตทุกหน่วยทั่วประเทศ https://thestandard.co/police-exam-2025-anti-corruption/ Sun, 10 Aug 2025 07:29:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1105877 ผบ.ตร. กำกับดูแลการสอบตำรวจปี 2568 เพื่อป้องกันการทุจริต

วันนี้ (10 สิงหาคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บั […]

The post ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มสอบตำรวจปี 2568 ป้องกันทุจริตทุกหน่วยทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. กำกับดูแลการสอบตำรวจปี 2568 เพื่อป้องกันการทุจริต

วันนี้ (10 สิงหาคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการไปยัง พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ให้เข้มงวดและตรวจสอบการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการตำรวจ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ เวลา 13.30 น. โดยให้ควบคุมการสอบในทุกหน่วยทั่วประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริตอย่างเด็ดขาด เน้นย้ำว่าการสอบต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน หากพบการทุจริตจะดำเนินการอย่างจริงจังทุกราย

 

พล.ต.ท.นิธิธร รับนโยบายและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พร้อมกำกับดูแลการเตรียมความพร้อมที่ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี พร้อมประชุมมอบนโยบายและข้อกำชับแก่เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยสอบ ติดตามสถานการณ์การสอบผ่านระบบ Zoom Meeting จากกองอำนวยการร่วมฯ ณ ศูนย์สอบดังกล่าว พร้อมย้ำมาตรการเข้มงวดป้องกันการทุจริตในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เข้าสอบและสังคม นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยสอบจัดเตรียมจุดปฐมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์เพื่อดูแลกรณีฉุกเฉินอย่างทันท่วงที

 

การสอบครั้งนี้จัดโดยกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) ครอบคลุมหน่วยสอบ บช.ศ., ตำรวจภูธรภาค 1-9 และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ รวม 11 หน่วยสอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลภายนอกที่มีวุฒิปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า เข้ารับราชการตำรวจในชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน รวม 155 อัตรา โดยมีผู้สมัครสอบทั้งหมด 65,203 คน

 

พล.ต.ท.นิธิธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ผบ.ตร.เน้นย้ำให้ บช.ศ. กำกับดูแลการจัดสอบในทุกหน่วยอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และคุณธรรมสู่การเป็นตำรวจมืออาชีพ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยอมให้เกิดการทุจริตหรือเอื้อประโยชน์ใด ๆ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการสอบแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้าราชการตำรวจที่มีคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และอุทิศตนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

The post ผบ.ตร. สั่งคุมเข้มสอบตำรวจปี 2568 ป้องกันทุจริตทุกหน่วยทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 มิ.ย. ตำรวจจราจรเอาจริง บังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศ เน้นใส่หมวก 100% https://thestandard.co/helmet-law-thailand-june-2025/ Sat, 31 May 2025 11:22:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1080810 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตรวจสอบการสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในวันเริ่มบังคับใช้กฎหมาย 1 มิถุนายน

วันนี้ (31 พฤษภาคม) พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาก […]

The post 1 มิ.ย. ตำรวจจราจรเอาจริง บังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศ เน้นใส่หมวก 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตรวจสอบการสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในวันเริ่มบังคับใช้กฎหมาย 1 มิถุนายน

วันนี้ (31 พฤษภาคม) พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการการศึกษา หัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร เปิดเผยว่า พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินโครงการถนนปลอดภัย ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมนี้ โดยเน้นสร้างวินัยจราจรและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน

 

แต่ละจังหวัดจะคัดเลือกถนนสายสำคัญอย่างน้อย 1 เส้นทาง ที่มีการฝ่าฝืนกฎจราจรบ่อย เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก หรือมีสถานศึกษาจำนวนมาก เพื่อนำร่อง รณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการสวมหมวกนิรภัย 100% ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์

 

ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 122 กำหนดให้ผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขณะที่คนซ้อนท้ายไม่สวมหมวกนิรภัย ผู้ขับขี่จะถูกปรับ 2 เท่า มาตรการนี้จะบังคับใช้อย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัย

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายควบคู่ไปกับการตักเตือนในช่วงแรก เพื่อให้ประชาชนปรับพฤติกรรมและคุ้นเคยกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ หวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืนบนท้องถนนของประเทศไทย

 

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกคนร่วมกันสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ เจ้าหน้าที่จะเอาจริงเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคน

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตรวจสอบการสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในวันเริ่มบังคับใช้กฎหมาย 1 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตรวจสอบการสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในวันเริ่มบังคับใช้กฎหมาย 1 มิถุนายน

The post 1 มิ.ย. ตำรวจจราจรเอาจริง บังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศ เน้นใส่หมวก 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. เตือน เมาไม่ขับโทษหนักถึงจำคุก-ถอนใบขับขี่ สงกรานต์ 3 วันแรกจับแล้วกว่าหมื่นราย https://thestandard.co/songkran-drunk-driving-warning/ Mon, 14 Apr 2025 05:47:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1064430 songkran-drunk-driving-warning

วันนี้ (14 เมษายน) พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชากา […]

The post ตร. เตือน เมาไม่ขับโทษหนักถึงจำคุก-ถอนใบขับขี่ สงกรานต์ 3 วันแรกจับแล้วกว่าหมื่นราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
songkran-drunk-driving-warning

วันนี้ (14 เมษายน) พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากรายงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนพบว่า ในช่วง 3 วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ (11-13 เมษายน 2568) มีผู้กระทำผิดฐานเมาแล้วขับถูกจับกุมรวมทั้งสิ้น 11,801 ราย โดยในจำนวนนี้พบผู้กระทำผิดซ้ำภายในระยะเวลา 2 ปี มากถึง 63 ราย

 

ทั้งนี้ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 160 ตรี/1 กำหนดไว้ว่า ผู้ที่กระทำความผิดเมาแล้วขับซ้ำภายใน 2 ปี นับจากความผิดครั้งแรก ต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000-100,000 บาท และศาลจะสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่อย่างน้อย 1 ปี โดยผู้กระทำผิดซ้ำจะถูกนำตัวส่งฟ้องที่ศาลจังหวัด และต้องเข้าสู่กระบวนการฝากขังตามขั้นตอนกฎหมาย

 

สำหรับการกระทำผิดครั้งแรกมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งศาลมีดุลพินิจในการลงโทษทั้งจำและปรับร่วมกันตามพฤติการณ์ของผู้กระทำผิด

 

ด้าน พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการจัดงานสงกรานต์หรือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีการสังสรรค์ เพื่อควบคุมและลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ

 

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด งดเว้นการดื่มแล้วขับเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมใช้ถนน หากมีความจำเป็นต้องดื่มขอให้เลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือนัดหมายผู้ขับขี่ที่ไม่ได้ดื่ม เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุและการดำเนินคดีตามกฎหมาย

The post ตร. เตือน เมาไม่ขับโทษหนักถึงจำคุก-ถอนใบขับขี่ สงกรานต์ 3 วันแรกจับแล้วกว่าหมื่นราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ตำรวจเผยภาพรวมเลือกตั้งทั่วประเทศ พบซื้อเสียง 8 ราย ฉีกบัตร 23 ราย https://thestandard.co/police-unveiled-bribe-case/ Sun, 14 May 2023 13:53:39 +0000 https://thestandard.co/?p=790178 ซื้อเสียง

พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความปลอ […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ตำรวจเผยภาพรวมเลือกตั้งทั่วประเทศ พบซื้อเสียง 8 ราย ฉีกบัตร 23 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซื้อเสียง

พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เปิดเผยหลังปิดหีบเลือกตั้งว่า ตลอดทั้งวันพบการซื้อสิทธิขายเสียงทั้งสิ้น 8 ราย โดยพบพยานหลักฐานชัดเจนและดำเนินคดีไปแล้ว 4 ราย ส่วนอีก 4 รายอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งซึ่งกันและกัน ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ต้องรอการรายงานจากตำรวจตามพื้นที่ต่างๆ หลังการประชุมอีกครั้ง 

 

นอกจากนี้ยังพบการทำผิดอื่นๆ ทั่วประเทศอีก 31 เหตุ แบ่งเป็นการฉีกบัตรเลือกตั้ง 23 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากผู้สูงอายุ เช่น เป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ บางรายเมาสุรา หรือมีอุบัติเหตุหกล้มในคูหาเลือกตั้งจนบัตรฉีกขาด แต่จากการสอบสวนยังไม่พบว่าเป็นการตั้งใจก่อเหตุเพื่อแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง 

 

ขณะที่พบการขายสุราในช่วงวันเลือกตั้งจำนวน 6 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ และกรณีถ่ายภาพในคูหาเลือกตั้ง 2 ราย

 

อย่างไรก็ตาม ศลต.ตร. จะเปิดไปจนถึงวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ เพราะยังมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น การดูแลการนับคะแนนเสียง การขนหีบบัตร รวมถึงการป้องกันเหตุกระทบกระทั่งใน 4 จังหวัดที่มีการแข่งขันกันสูงและเคยมีคดียิงกันหลังการนับคะแนน ประกอบด้วยนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และราชบุรี นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอีก 20 จังหวัดทั่วประเทศ 

 

ส่วนเรื่องที่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องการกระทำความผิดเรื่องกฎหมายเลือกตั้งผ่านทางชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ทางตำรวจจะนำข้อมูลเหล่านี้มาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้ยังถือว่าเป็นข้อมูลด้านเดียวอยู่ 

 

ส่วนเรื่องของมือปืนรับจ้างที่มักจะก่อเหตุในช่วงก่อนการเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง ปัจจุบันพบว่าน้อยลงกว่าเดิม เนื่องจากก่อเหตุยากขึ้นจากการที่ทางตำรวจมีข้อมูลและดำเนินการตรวจกวาดล้างอาวุธปืนและการกระทำความผิดตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงก่อนเลือกตั้งและในคืนหมาหอนที่มีการตั้งด่านจุดตรวจตามพื้นที่เสี่ยงสูง จึงทำให้การข่าวยังไม่พบการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเหมือนเช่นในอดีตและทำให้ทางตำรวจทำงานง่ายขึ้น

The post เลือกตั้ง 2566 : ตำรวจเผยภาพรวมเลือกตั้งทั่วประเทศ พบซื้อเสียง 8 ราย ฉีกบัตร 23 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเข้าตรวจสภาพ สน.สำราญราษฎร์ หลังเหตุชุลมุน 10 พ.ค. พบเสียหายหนักจนใช้งานไม่ได้ เจ้าหน้าที่เจ็บ 1 นาย https://thestandard.co/police-inspect-samran-rat-police-station/ Thu, 11 May 2023 06:13:30 +0000 https://thestandard.co/?p=788400 สน.สำราญราษฎร์

วันนี้ (11 พฤษภาคม) พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาก […]

The post ตำรวจเข้าตรวจสภาพ สน.สำราญราษฎร์ หลังเหตุชุลมุน 10 พ.ค. พบเสียหายหนักจนใช้งานไม่ได้ เจ้าหน้าที่เจ็บ 1 นาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สน.สำราญราษฎร์

วันนี้ (11 พฤษภาคม) พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ข้อมูลหลังลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาล (สน.) สำราญราษฎร์ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ผู้ชุมนุมทำลายทรัพย์สินภายในสถานีตำรวจเมื่อช่วงเย็นต่อเนื่องถึงค่ำของวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

 

พล.ต.ท. นิธิธร กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่ามีรถยนต์ของทางราชการได้รับความเสียหายหลายคันจากการถูกสาดสีและพ่นสีสเปรย์ อีกทั้งยังพบว่ากระจกและอุปกรณ์ภายใน สน.สำราญราษฎร์ ได้รับความเสียหายหลายจุด จนทำให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการหรือแจ้งความเหตุต่างๆ ไม่สะดวก ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างการหารือว่าจะซ่อมแซมหรือหาสถานที่รองรับการแจ้งเหตุของ สน.สำราญราษฎร์ อย่างไร

 

ทั้งนี้มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวผู้ชุมนุมมีพฤติการณ์การก่อเหตุที่เกินกว่าการเรียกร้องเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง เพราะทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย จนประชาชนคนอื่นๆ ไม่สามารถเข้ามาใช้บริการได้ อีกทั้งยังทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นายจากการถูกสาดสีและปากระป๋องสีใส่ที่บริเวณศีรษะจนเป็นแผลแตกเย็บถึง 7 เข็ม 

 

พล.ต.ท. นิธิธร กล่าวต่ออีกว่า ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บมีหน้าที่ในการดูแลให้การช่วยเหลือประชาชน และจะต้องไปดูแลการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ น

 

นอกจากนี้ จากการสาดสีดังกล่าวยังทำให้เสื้อผ้าของตำรวจหลายนายได้รับความเสียหาย อยากให้ผู้ชุมนุมและประชาชนเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนซึ่งเงินเดือนไม่มาก จะมีเครื่องแบบประจำกายเพียงไม่กี่ชุด โดยทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และ สน.สำราญราษฎร์ อยู่ระหว่างสรุปความเสียหายของเสื้อผ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับความเสียหาย เพื่อจัดหาชุดใหม่มาทดแทนให้

 

ด้าน ส.ต.ท. นันทนัช สุธรรม ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สน.สำราญราษฎร์ กล่าวว่า เมื่อคืนนี้ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยภายใน สน. ซึ่งพบว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาสาดสีและทำลายทรัพย์สิน โดยระหว่างที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ มีผู้ชุมนุมสาดสีน้ำมันเข้ามาและขว้างปากระป๋องสี ซึ่งภายในยังมีสีบรรจุอยู่ จึงทำให้มีน้ำหนักค่อนข้างมาก จนทำให้ศีรษะแตก 

 

โดยยอมรับว่ามีอาการเจ็บบาดแผลดังกล่าว แต่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าตอนสวมหมวกจะกดทับที่แผลบ้าง ส่วนเครื่องแบบและรองเท้าที่ใส่เมื่อคืนนี้ก็ได้รับความเสียหายจากสีน้ำมัน จนไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก

The post ตำรวจเข้าตรวจสภาพ สน.สำราญราษฎร์ หลังเหตุชุลมุน 10 พ.ค. พบเสียหายหนักจนใช้งานไม่ได้ เจ้าหน้าที่เจ็บ 1 นาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเตรียมตั้งข้อหา ทหารกราดยิง ฆ่าคนตายโดยเจตนา พบหลักฐานมีประวัติรักษาจิตเวช ชอบพกปืนติดตัว https://thestandard.co/shooting-soldiers-140965/ Wed, 14 Sep 2022 09:14:09 +0000 https://thestandard.co/?p=681276 ทหารกราดยิง

วันนี้ (14 กันยายน) พล.ต.ต. นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญ […]

The post ตำรวจเตรียมตั้งข้อหา ทหารกราดยิง ฆ่าคนตายโดยเจตนา พบหลักฐานมีประวัติรักษาจิตเวช ชอบพกปืนติดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารกราดยิง

วันนี้ (14 กันยายน) พล.ต.ต. นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะรองโฆษก บช.น. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหา จ.ส.อ. ยงยุทธ มังกรกิม เสมียนของวิทยาลัยการทัพบก ที่ก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงานเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ในความผิดใช้อาวุธปืน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังก่อเหตุในกรมยุทธศึกษาทหารบก เมื่อช่วงเช้า 

 

พล.ต.ต. นิธิธรกล่าวว่า มูลเหตุอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน แต่เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่าทหารคนดังกล่าวมีประวัติการรักษาเกี่ยวกับจิตเวช โดยทันทีที่ทราบเหตุ ทาง พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่เข้าระงับเหตุเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้ประชาชน พร้อมกับเจรจาให้คนร้ายเข้ามอบตัว ซึ่งเป็นไปตามยุทธวิธี โดยไม่มีประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับอันตราย

 

เบื้องต้นจากการสอบสวน แม้ผู้ต้องหาจะเคยเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับจิตเวช แต่พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อให้คลายข้อสงสัย หากพบว่ามีความผิดพนักงานสอบสวนจะร่วมกับทหารพระธรรมนูญดำเนินคดีในกระบวนการของศาลทหาร

 

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาชอบเล่นปืน เป็นอีกประเด็นที่พนักงานสอบสวนจะรวบรวมข้อมูล เนื่องจากมีข้อมูลว่าพกปืนเป็นประจำ รวมถึงพกปืนเข้าไปในที่ทำงาน 

 

ส่วนปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นปืนพกประจำกาย หลังจากนี้ต้องตรวจสอบว่ามีประเด็นใดที่จุดประกายให้ก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงาน ตำรวจจะเชิญเพื่อนร่วมงานของนายทหารและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ เพื่อคลี่คลายหาสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุครั้งนี้

 

พล.ต.ต. นิธิธรกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ดี ยืนยันตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ถึงแม้จะมีผลป่วยทางจิตเวช ตำรวจจะตรวจสอบช่วงเวลาเกิดเหตุว่ามีอาการป่วยจริงหรือไม่ 

 

ต่อมา มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้เชิญพยานในที่เกิดเหตุเเละเพื่อนร่วมงานที่เดียวกันกับผู้ก่อเหตุเข้ามาให้ปากคำที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ดุสิต เพื่อคลี่คลายหาสาเหตุที่เเท้จริงของการก่อเหตุในครั้งนี้ 

 

โดยชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นทหารรุ่นน้อง ทำงานอยู่ภายในวิทยาลัยการทัพบก หลังให้การเสร็จได้เดินออกจาก สน. ดุสิต ได้กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุทำงานอยู่อีกอาคารหนึ่ง (ไม่ใช่อาคารเกิดเหตุ) ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จึงหาที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในตึก รอจนกระทั่งเหตุการณ์สงบจึงออกจากตัวอาคารโดยไม่ได้ไปดูที่เกิดเหตุ 

 

ที่ผ่านมาทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการทางประสาท เเต่ส่วนตัวก็ไม่เคยพูดคุยด้วย เเละไม่เคยทราบว่ามีปัญหากับใครหรือไม่ 

 

The post ตำรวจเตรียมตั้งข้อหา ทหารกราดยิง ฆ่าคนตายโดยเจตนา พบหลักฐานมีประวัติรักษาจิตเวช ชอบพกปืนติดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
แจ้งจับ พล.ท. พงศกร รองหัวหน้าอนาคตใหม่ ปมแชร์ข่าวประวิตรจิบกาแฟ เจ้าตัวเผย พร้อมสู้คดีตามขั้นตอน https://thestandard.co/report-arrested-share-news-prawit/ https://thestandard.co/report-arrested-share-news-prawit/#respond Mon, 04 Mar 2019 12:05:51 +0000 https://thestandard.co/?p=214458

มีรายงานว่า วันนี้ (4 มี.ค.) ที่ห้องประชุม ปอท. ชั้น 4 […]

The post แจ้งจับ พล.ท. พงศกร รองหัวหน้าอนาคตใหม่ ปมแชร์ข่าวประวิตรจิบกาแฟ เจ้าตัวเผย พร้อมสู้คดีตามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>

มีรายงานว่า วันนี้ (4 มี.ค.) ที่ห้องประชุม ปอท. ชั้น 4 พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรอง ผอ. ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร.) พล.ต.ต. นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. พร้อมตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว บก.ปอท. และ จนท.ศปอส.ตร. จะแถลงจับกุมผู้ต้องหาที่แชร์ข่าวซึ่งพาดหัวว่า ‘ป้อมแจง งบจิบกาแฟข้างทาง 82,000 โต้ ของดีนำเข้าต้องแพง ลั่น คนจนหมดสิทธิ์ลอง

 

โดยเบื้องต้นมีผู้ต้องหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จำนวน 6 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พล.ท. พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งได้แชร์ข่าวดังกล่าว

 

สำหรับพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดคือ การเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความ ข่าวสารอันเป็นเท็จ โดยมีเนื้อหาว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ พร้อมรัฐมนตรี กินกาแฟแก้วละ 12,000 บาท โดยใช้งบสวัสดิการในตำแหน่ง รวมเป็นเงิน 82,000 บาท ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับหน่วยงานรัฐและความมั่นคงของชาติ

 

ล่าสุด พล.ท. พงศกร เปิดเผยกับ THE STANDARD ว่า ได้รับหมายเรียกจากกรณีดังกล่าวจริง ไม่ได้มีการจับกุมอะไรตามที่เป็นข่าว ตอนนี้ตนอยู่ที่บ้านพัก และพร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งมี พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช. เป็นผู้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยหมายเรียกมีกำหนดให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม เวลา 10.00 น. ที่ ปอท.

 

อย่างไรก็ตาม พล.ท. พงศกร ยืนยันว่า ตนเองแชร์ข่าวดังกล่าวด้วยเจตนาบริสุทธิ์ และเมื่อทราบว่า สำนักข่าวดังกล่าวไม่ใช่สำนักข่าวจริง ได้ลบข่าวนั้นทิ้งทันที พร้อมกับโพสต์ขออภัยต่อสาธารณชนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนตัวไม่รู้สึกหวั่นไหวอะไร

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post แจ้งจับ พล.ท. พงศกร รองหัวหน้าอนาคตใหม่ ปมแชร์ข่าวประวิตรจิบกาแฟ เจ้าตัวเผย พร้อมสู้คดีตามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/report-arrested-share-news-prawit/feed/ 0