นิตยสารแฟชั่น Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นิตยสารแฟชั่น/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 25 Jul 2024 09:04:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Fashion x Olympics: ปกนิตยสารแฟชั่นนักกีฬาไทยเตรียมฉายแสง OOH ทั่วกรุง https://thestandard.co/fashion-x-olympics-ooh/ Thu, 25 Jul 2024 04:05:17 +0000 https://thestandard.co/?p=962566 โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024

ความสนุกและสีสันของมหกรรมกีฬาระดับอย่างโอลิมปิกเกมส์ ปา […]

The post Fashion x Olympics: ปกนิตยสารแฟชั่นนักกีฬาไทยเตรียมฉายแสง OOH ทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024

ความสนุกและสีสันของมหกรรมกีฬาระดับอย่างโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ในปีนี้ คงจะไม่ใช่เพียงการขับเคี่ยวเพื่อชิงเหรียญทองและการเอาใจช่วยกองทัพนักกีฬาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

 

เมื่อเสน่ห์ของนักกีฬาที่ทุ่มเทกับสิ่งที่ตัวเองรักอย่างเต็มสูบ สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นความงามที่สื่อแฟชั่นระดับโลกต่างฉายแสงใส่ เท่านั้นยังไม่พอ ปกนิตยสารเหล่านี้ยังได้เปล่งแสงบนสื่อแบบ OOH (Out of Home หรือก็คือสื่อกลางแจ้งนั่นเอง) นี่มันโอลิมปิกแบบใดห์กันล่ะนี่!?

 

จาก Print สู่ OOH กับเสน่ห์ที่น่าค้นหาของนักกีฬาไทย

 

ทำถึงสุดๆ กับทัพนักกีฬาที่นอกจากแพสชันที่ทุ่มเทให้เห็นผ่านกีฬาที่รักแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนแพสชันออกมาเป็นคาริสมาบนพื้นที่นิตยสารแฟชั่นต่างๆ ให้แฟนกีฬาโอลิมปิกไทยได้ยลโฉมเสน่ห์นักกีฬาไทยในรูปแบบ OOH ทั่วกรุงเทพมหานคร

 

Fashion x Olympics

 

เริ่มแรกกับนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยที่เป็นที่พูดถึงที่สุดในเวลานี้อย่าง ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ด้วยลุคแฟชั่นชุดหนังสีดำอวดความ Cool and Luxury ของแฟชั่นที่เข้ากันได้ดีของปอป้อบนนิตยสารอย่าง Harper’s BAZAAR

 

ตามมาด้วยการขึ้นปกนิตยสาร ELLE ของ โซเฟีย เกล มอนโกเมอรี่ นักกีฬาเรือใบไทย ที่เต็มไปด้วยพลังที่เปี่ยมล้นและความมุ่งมั่นในการชิงชัยในมหกรรมกีฬาระดับโลก

 

และอีกหนึ่งเซ็ตใหญ่ของ Vogue ที่นำเสนอการสัมภาษณ์พิเศษของ 8 นักกีฬาทีมชาติไทยที่พร้อมยกทัพไปชิงเหรียญรางวัลที่ปารีส 2024 โดยนำความเป็นสไตล์ผสมผสานลงไปในแพสชันและเป้าหมายของนักกีฬาที่พร้อมลงสู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2024 

 

 

โอลิมปิกแบบใดห์: แคมเปญโหมกระแสการกีฬาระดับโลก

 

ทุกการนำเสนอของนิตยสารแฟชั่นเล่มใหญ่เล่มโปรดแต่ละเล่มกว่าจะได้มาโลดแล่นอยู่บนหน้าจอขนาดใหญ่ของ Plan B เพื่อโหมโรงและส่งต่อ Passion and Style ของทัพนักกีฬาไทยที่พร้อมลงสู้ศึกกีฬาระดับนานาชาติ โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ให้แฟนกีฬาชาวไทยได้ส่งเสียงเชียร์ให้นักกีฬาไทยคว้าชัยกลับมา

 

Fashion x Olympics

 

นับว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่นิตยสารแฟชั่นจะได้นำเสนอผ่านสื่อรูปแบบ OOH เพื่อฉายแสงความมุ่งมั่นของนักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ อีกทั้งยังนำเสนอในรูปแบบที่สะดุดตาถึงความทำถึงของนิตยสารชั้นนำในไทยและระดับโลก ที่อยากจะดึงสไตล์ที่ซ่อนไว้ของนักกีฬาออกมา

 

นอกจากนี้ Plan B ยังสานต่อในแคมเปญ ‘โอลิมปิกแบบใดห์’ ด้วยคำคมโอลิมปิกเกมส์ที่ผุดอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร โหมโรงกระแสกีฬาโอลิมปิกที่นับว่าเป็นอีเวนต์สำคัญระดับโลกที่ใครๆ ล้วนจับตาดู

 

 

ป้ายคำคมที่จะกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าครบรสและเรียกรอยยิ้มให้กับผู้คนบนทางเท้าและท้องถนนเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะคำคมกวนๆ อย่าง ‘ถ้าความโสดเป็นกีฬา ฉันคงได้เหรียญทองโอลิมปิก’ หรือจะเสริมความมั่นอย่าง ‘ความสวยระดับชาติ ความเหงาระดับโอลิมปิก’ หรือจะบนแยกที่รถติดอย่างอโศกที่แสดงความเข้าอกเข้าใจอย่าง ‘แยกอโศก รถติดโหดระดับโอลิมปิก’ ไม่ยักรู้มาก่อนเลยว่าคำว่าโอลิมปิกก็เอามาเล่นคำได้ขนาดนี้ สมเป็น ‘โอลิมปิกแบบใดห์’ จริงๆ

The post Fashion x Olympics: ปกนิตยสารแฟชั่นนักกีฬาไทยเตรียมฉายแสง OOH ทั่วกรุง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Edward Enninful เตรียมอำลาตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร British Vogue ในฉบับเดือนมีนาคม 2024 https://thestandard.co/edward-enninful-to-resign-as-british-vogue-editor-in-chief/ Tue, 25 Jul 2023 10:47:10 +0000 https://thestandard.co/?p=821982 Edward Enninful

Edward Enninful เตรียมอำลาตำแหน่งบรรณาธิการบริหารแห่ง V […]

The post Edward Enninful เตรียมอำลาตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร British Vogue ในฉบับเดือนมีนาคม 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Edward Enninful

Edward Enninful เตรียมอำลาตำแหน่งบรรณาธิการบริหารแห่ง Vogue อังกฤษ ในฉบับเดือนมีนาคม 2024 เพื่อก้าวสู่เส้นทางใหม่ในอาชีพ

 

Edward Enninful ผู้ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารแห่ง Vogue อังกฤษ มาตั้งแต่ปี 2017 โพสต์ผ่าน Instagram ให้ผู้ติดตามนับถอยหลังจนถึงวันเปิดตัวนิตยสารฉบับเดือนมีนาคม ปี 2024 ซึ่งจะเป็นฉบับสุดท้ายที่อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของเขา และยังตั้งคำถามด้วยว่า นิตยสาร Vogue อังกฤษ เล่มใดที่ผลิตในช่วงเวลาของเขาที่ถูกใจแฟนๆ มากที่สุด

 

เขาเผยผ่าน Instagram ด้วยว่า ตั้งแต่เวลานี้ไปจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า Vogue อังกฤษ จะได้ตัวเหล่าคนเก่งระดับโลก ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงหลายคน มาร่วมงาน “ทั้งเหล่าผู้มีความคิดสร้างสรรค์แห่งอังกฤษที่ไม่มีใครโค่นล้มได้ และเหนือสิ่งอื่นใด แฟชั่น! มากกว่าอะไรทั้งหมด ผมแค่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะมาถึงในอีก 7 เดือนข้างหน้านี้”

 

Edward Enninful เตรียมรับตำแหน่งใหม่ถึง 2 ตำแหน่ง นั่นคือ Global Creative and Cultural Adviser ที่ Vogue และยังขึ้นแท่นเป็นที่ปรึกษาบรรณาธิการของ Vogue อังกฤษ โดยจะขึ้นตรงต่อ Anna Wintour ผู้ดำรงตำแหน่งใหญ่อย่าง Global Chief Content Officer แห่ง Condé Nast และยังเป็น Editor in Chief แห่ง Vogue อเมริกา นอกจากนั้นเขายังมีโปรเจกต์อื่นนอกเหนือไปจากงานในบริษัทดังกล่าวอีกด้วย

 

ขณะนี้ Edward Enninful ก็กำลังช่วยหาคนที่จะมารับตำแหน่ง Head of Editorial Content ซึ่งจะมาเป็นผู้ดูแลนิตยสาร Vogue อังกฤษ ซึ่ง Condé Nast ตัดสินใจเปิดรับตำแหน่งนี้ โดยมีเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานและการจัดการภายในที่ปัจจุบันคอนเทนต์ต่างๆ ได้ถูกแชร์ไปทั่วโลก และตำแหน่ง Editor in Chief ก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว

 

ภาพ: Darren Gerrish / WireImage 

อ้างอิง:

The post Edward Enninful เตรียมอำลาตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร British Vogue ในฉบับเดือนมีนาคม 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากไอคอนวงการแฟชั่น สู่ผู้สร้าง Issue ที่ชาวโลกจำเป็นต้องรู้! วิเคราะห์ Vogue ทำไมเติบโตสวนทางขาลงนิตยสาร? https://thestandard.co/vogue-the-issues-maker/ Sun, 14 May 2023 08:55:50 +0000 https://thestandard.co/?p=789978

หลังจากที่ Vogue Philippines ได้รับคำชมล้นหลามเรื่องการ […]

The post จากไอคอนวงการแฟชั่น สู่ผู้สร้าง Issue ที่ชาวโลกจำเป็นต้องรู้! วิเคราะห์ Vogue ทำไมเติบโตสวนทางขาลงนิตยสาร? appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ Vogue Philippines ได้รับคำชมล้นหลามเรื่องการเลือกภาพถ่ายของช่างสักพื้นเมืองวัย 106 ปีขึ้นปกเล่มเดือนเมษายน 2023 ฝั่ง Vogue Australia ก็เลือกภาพคู่พี่น้องนางแบบนายแบบผิวดำผู้อพยพมาเป็นปกได้อย่างโดดเด่น 

 

ขณะที่ British Vogue ตัดสินใจเลือกนักแสดงฮอลลีวูดที่กำลังต่อสู้กับโรคร้ายที่ทำให้เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ รวมถึงนักเคลื่อนไหวเพื่อผู้พิการ นางแบบดาวน์ซินโดรม นางแบบผิวดำและหญิงข้ามเพศผู้พิการ มาขึ้นปกต่อจากกลุ่มซูเปอร์โมเดลพลัสไซส์ที่สร้างกระแสมาก่อนหน้านี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

ล่าสุด Vogue Italia เลือกปกเป็นภาพนางแบบคนดัง Bella Hadid ที่สร้างจาก AI โดยเรียกโปรเจกต์นี้ว่าเป็นการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ระหว่างช่างภาพ สไตลิสต์ และแมชชีน (เครื่องจักร) ความตั้งใจของปกนี้คือการกระตุ้นให้ผู้คนรับทราบถึงการแทรกแซงหรือดิสรัปต์ของปัญญาประดิษฐ์ในโลกครีเอทีฟ 

 

ทำให้ปกนิตยสาร Vogue Italia กลายเป็นภาพที่นางแบบดังถูกรวมเข้ากับ ‘พื้นหลังที่ไม่มีจริง’ เช่นภาพถ่ายคู่บอลลูนยักษ์ สัตว์ป่า และเมืองในฝันที่สร้างขึ้นโดยระบบ DALL-E 2 ของ OpenAI

 

คอนเทนต์ทรงพลังบนปกฉบับสากล หรือ Vogue International Editions เหล่านี้สะท้อนว่า Vogue ไม่ได้จะมุ่งผลักดันเรื่องประเด็นความหลากหลายเพื่อช่วยขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้าเท่านั้น แต่กำลังสร้างและรักษาชุมชนคนอ่านที่แข็งแกร่งด้วยมุมมองต่อโลกความงามที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถเป็นส่วนเสริมรากฐานความเป็นผู้นำ ทำให้อำนาจของ Vogue โดดเด่นผ่านบทบาทที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ในฐานะ ‘มาตรวัดวัฒนธรรม’ สำหรับผู้อ่านทั่วโลก

 

ปกเหล่านี้เป็นเพียงน้ำจิ้ม ที่ผ่านมา Vogue ตะลุยนำเสนอแฟชั่นในบริบทของวัฒนธรรมและโลกที่เราอาศัยอยู่ ทั้งวิธีการแต่งตัว การใช้ชีวิต และเข้าสังคม ครอบคลุมตั้งแต่สิ่งที่เรากิน ฟัง และดู ล้วนสามารถกระตุ้นความคิดและนำทางผู้อ่านไปสู่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปเสมอ 

 

ในอีกด้าน Vogue ยังสร้างเนื้อหาที่เน้นโซเชียลเป็นหลัก (Social-First Content) จำนวนมาก โดยตระหนักถึงความสำคัญของการเล่าเรื่องในการส่งสารไปยังผู้อ่าน เรื่องราวที่ Vogue เล่าล้วนได้รับความสนใจเพราะการรักษาเนื้อหาให้สอดคล้องและเป็นธรรมชาติ โดยไม่เสียความเก๋าเกมในวงการสื่อไป ทั้งหมดนี้ทำให้ Vogue มีจุดยืนโดดเด่นจนสามารถดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาได้มหาศาล

 

 

รายรับเพิ่มแต่ยังไม่เข้าเป้า

 

โรเจอร์ ลินช์ ผู้บริหารระดับสูงของ Condé Nast ผู้จัดพิมพ์ Vogue, The New Yorker และ Vanity Fair กล่าวกับ The New York Times เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ว่าบริษัทมีรายได้จากโฆษณาเติบโตขึ้นทุกปี 

 

แต่ยอดการสมัครสมาชิกและรายได้จากอีคอมเมิร์ซยังต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งแม้บริษัทไม่ได้ตั้งเป้าหมายที่จะทำกำไรมหาศาลในขณะนี้ แต่ก็วางแผนให้มีกระแสเงินสดที่ทำให้สามารถลงทุนใหม่ในพื้นที่ที่เติบโตได้

 

ผู้บริหาร Condé Nast ยอมรับว่าการเพิ่มรายได้จากธุรกิจโฆษณาที่ขยายตัวนั้นเป็นเรื่องพิเศษ เพราะไม่ใช่แค่ปี 2022 แต่ Condé Nast มีรายได้เกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2021 แล้ว 

 

การที่บริษัทมีกำไรในปี 2021 ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ซึ่งในปี 2022 รายรับรวมก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ถึงเกณฑ์ 2 พันล้านดอลลาร์อย่างที่เคยทำได้

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Condé Nast ขาดทุน 100 ล้านดอลลาร์ต่อปี จนมีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารในช่วงปี 4 ปีหลัง เพื่อรวมการดำเนินงานทั่วโลกและกระจายแหล่งรายได้ 

 

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นตรงกันข้ามกับบริษัทสื่ออื่นๆ หลายแห่งทั้ง CNN, Vice, Gannett, Vox Media และ NPR ที่ได้ประกาศปลดพนักงานในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ด้วยข้ออ้างว่ารายได้จากการโฆษณาลดลง

 

สถิติล่าสุดของ Vogue ที่มีการเปิดเผยในปี 2018 คือ Vogue USA มีผู้อ่านฉบับพิมพ์ 10.8 ล้านคน ผู้ชมบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเว็บไซต์ Vogue มากกว่า 12 ล้านคน มีผู้ติดตามโซเชียล 57 ล้านคนทั่วทั้งเครือข่าย (ผู้ติดตาม Twitter 13.7 ล้านคน, Facebook 8.9 ล้านคน, Instagram 24.1 ล้านคน และ YouTube 5.9 ล้านคน) และยอดดูวิดีโอมากกว่า 145 ล้านครั้ง 

 

 

การนำของ แอนนา วินทัวร์ หัวหน้าบรรณาธิการคนดังทำให้ Vogue USA ดึงดูดผู้ชมที่เป็นผู้หญิงเป็นหลัก (ประมาณ 80%) โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มมิลเลนเนียลอย่างจริงจัง 

 

นอกจากนี้ อีเวนต์ใหญ่อย่าง Met Gala ที่ Vogue จัดขึ้นเมื่อพฤษภาคม 2022 ยังได้รับกระแสดีจนสามารถสร้างการสมัครรับจดหมายข่าว 100,000 ฉบับได้ ทั้งหมดนี้ไม่ได้มุ่งเน้นที่การเพิ่มปริมาณการเข้าชมเพียงอย่างเดียว แต่มีการใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อเก็บที่อยู่อีเมลแอดเดรส เพื่อเปลี่ยนการเข้าชมจำนวนมากให้กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกับผู้อ่าน

 

ครบ 6 ปี Vogue ขึ้นราคาเล่มใหญ่

 

เส้นทางสดใสของ Vogue ยังเป็นการออกดอกผลจากความเชื่อมั่นในพลังของการพิมพ์ด้วย โดยช่วง 6-7 ปีที่แล้ว Vogue เลือกที่จะเป็นนิตยสารที่ขายแพงขึ้นในรูปเล่มขนาดใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม แทนที่จะลดการพิมพ์เหมือนนิตยสารอื่นๆ 

 

เห็นได้จาก Vogue USA ประกาศขึ้นราคานิตยสารจาก 5.99 ดอลลาร์เป็น 6.99 ดอลลาร์ช่วงปี 2017 และฉบับเดือนกันยายนที่มีความหนาพิเศษจะราคาสูง 9.99 ดอลลาร์ การปรับราคานี้ไม่ได้เกิดขึ้นฟรีๆ แต่ Vogue USA เลือกที่จะปรับขนาดเล่มให้ยาวขึ้นเป็น 9 x 10 ⅞ นิ้ว แทนที่จะเป็นไซส์ 8 x 10 ⅞ นิ้ว แบบดั้งเดิม

 

เวลานั้น สำนักข่าว The Business of Fashion เคยเทียบว่า Vogue นั้นมีราคาค่าสมาชิกรายปีสูงกว่า The New Yorker ราว 24 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ทั้ง Vogue และ The New Yorker ต่างได้รับแรงกดดันอย่างมาก เพราะต้นสังกัดอย่าง Condé Nast ได้สั่งปิด 2 หัวนิตยสารอย่าง Lucky และ Details ในปี 2016 เนื่องจากไม่สามารถทำกำไรได้ 

 

เรื่องนี้ ซูซาน พลาเกมานน์ ผู้จัดพิมพ์และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของ Vogue เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าบริษัทไม่ได้ทำ ‘Vogue Lite’ เพราะ Vogue ต้องการมีแบรนด์เดียว ซึ่งเมื่อ Vogue มี DNA หลักหนึ่งเดียว Vogue ก็จะไม่เบี่ยงเบนไปจาก DNA นั้น 

 

โดยยอมรับว่าบทบรรณาธิการบนโพสต์ของ Vogue ที่ผู้คนถูกใจทั้งบนออนไลน์และในนิตยสารนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครีเอทีฟ Vogue ซึ่งทั้งหมดจะเป็นเช่นนี้ใน Vogue ไม่เปลี่ยนแปลง

 

ที่สุดแล้ว สรุปบทเรียนจาก Vogue ถึงวิธีทำหนังสือแฟชั่นท่ามกลางความถดถอยของตลาดนิตยสาร ยังอาจจะดูได้จากความสำเร็จของเว็บไซต์ Vogue.com ซึ่ง The Business of Fashion พบว่าเทคนิคสำคัญคือการคิดเนื้อหาที่ครอบคลุมประเด็นหรือบุคคลน่าสนใจแบบลงลึก มีผลทำให้เว็บไซต์ของ Vogue มีการเติบโตถึง 700% ในช่วงปี 2013-2016 ทีเดียว

 

 

เช่นกรณีเล่มปก เทย์เลอร์ สวิฟต์ ทีม Vogue ได้รายงานอย่างละเอียดจากหลากหลายมุมมอง ซึ่งมีตั้งแต่เซ็ตแฟชั่น ไปจนถึงเคล็ดลับความงาม งานลักษณะนี้ Vogue เคยทำมาก่อนกับนางแบบดังแห่งยุคอย่าง เคนดัลล์ เจนเนอร์ และ เบลลา ฮาดิด

 

ทั้งหมดนี้ พลาเกมานน์ย้ำว่า Vogue จะคิดให้ครบหลายตลบก่อนตัดสินใจทำประเด็นใด โดยทีมงาน Vogue นั้นเป็นเหมือนอัญมณีที่น่าทึ่งในการปกป้อง ส่งเสริม และทำให้แน่ใจได้ว่า Vogue จะไม่เคลื่อนไหวไปตามกระแสนิยม 

 

“เพราะผู้ที่ประสบความสำเร็จ คือผู้ที่มอบสิ่งที่ผู้คนต้องการได้ ก่อนที่จะมีใครร้องขอ”

 

แน่นอนว่ากลยุทธ์นี้ได้ผล เพราะ Vogue มีรายรับที่เพิ่มขึ้น และสามารถผลักดันตัวเองจากฐานะไอคอนวงการแฟชั่น ไปสู่ผู้สร้าง Issue ที่ชาวโลกจำเป็นต้องรู้

 

ภาพปก: Vogue Philippines  

อ้างอิง:

The post จากไอคอนวงการแฟชั่น สู่ผู้สร้าง Issue ที่ชาวโลกจำเป็นต้องรู้! วิเคราะห์ Vogue ทำไมเติบโตสวนทางขาลงนิตยสาร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิตยสาร Paper ปลดพนักงานฝั่งกองบรรณาธิการออกหมด เพื่อเตรียมหาตัวเลือกในการทำธุรกิจใหม่ https://thestandard.co/paper-magazine-lays-off-employees/ Fri, 28 Apr 2023 11:07:27 +0000 https://thestandard.co/?p=782776 นิตยสาร Paper ปลดพนักงาน

นิตยสารป๊อปคัลเจอร์และแฟชั่นอย่าง Paper ประกาศปลดพนักงา […]

The post นิตยสาร Paper ปลดพนักงานฝั่งกองบรรณาธิการออกหมด เพื่อเตรียมหาตัวเลือกในการทำธุรกิจใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิตยสาร Paper ปลดพนักงาน

นิตยสารป๊อปคัลเจอร์และแฟชั่นอย่าง Paper ประกาศปลดพนักงานฝั่งกองบรรณาธิการออกทั้งหมด เพื่อเตรียมหาตัวเลือกในการทำธุรกิจใหม่ หลังไม่สามารถขายโฆษณาเพื่อนำเงินมาหล่อเลี้ยงธุรกิจได้  

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนิตยสารเพิ่งได้ Justin Moran เข้ามาเป็นบรรณาธิการบริหารไม่ถึงหนึ่งปี และผลงานหน้าปกที่น่าจะทำให้ผู้คนพูดถึงมากท่ีสุดคือ การได้ Edward Enninful บรรณาธิการบริหารของ Vogue อังกฤษ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และมีบทสัมภาษณ์โดยซูเปอร์โมเดลตลอดกาลอย่าง Linda Evangelista

 

นิตยสาร Paper ก่อตั้งในปี 1984 โดยสองบรรณาธิการจากนิวยอร์กอย่าง Kim Hastreiter และ David Hershkovits เพื่อเป็นนิตยสารสำหรับแฟชั่นและป๊อปคัลเจอร์สำหรับคนรุ่นใหม่ในเชิงล่อแหลมและสนุก ซึ่งในช่วงแรกได้ทำออกมาเป็นนิตยสารรายเดือน ก่อนจะมาเป็นรายไตรมาสประจำซีซันและดิจิทัล

 

โดยปกที่หลายคนน่าจะจดจำได้มากที่สุดคือ ปกที่ชื่อว่า Break the Internet ของ Kim Kardashian เมื่อปี 2014 ที่เธอเปิดขวดแชมเปญใส่แก้วที่วางอยู่บนบั้นท้ายของเธอ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากภาพถ่ายของ Jean-Paul Goude เมื่อปี 1976 ที่ให้เกียรติมาเป็นตากล้องแฟชั่นเซ็ตนี้เองด้วย

 

อ้างอิง:

The post นิตยสาร Paper ปลดพนักงานฝั่งกองบรรณาธิการออกหมด เพื่อเตรียมหาตัวเลือกในการทำธุรกิจใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO LifeWear Magazine Vol.8 งานเปิดตัวนิตยสารเล่มใหม่ ณ National Gallery Singapore https://thestandard.co/lifewear-magazine-8-uniqlo/ Mon, 27 Feb 2023 11:21:27 +0000 https://thestandard.co/?p=756197

เมื่อสัปดาห์ก่อนทาง THE STANDARD POP ได้เดินทางไปยังประ […]

The post UNIQLO LifeWear Magazine Vol.8 งานเปิดตัวนิตยสารเล่มใหม่ ณ National Gallery Singapore appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อสัปดาห์ก่อนทาง THE STANDARD POP ได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ สำหรับงานเปิดตัวนิตยสาร LifeWear Magazine ฉบับที่ 8 ของ UNIQLO ณ หอศิลป์ National Gallery Singapore โดยเล่มนี้มาในธีม The Art of Everyday Life ตามคอนเซปต์ของคอลเล็กชันเสื้อผ้าซีซัน Spring/Summer 2023 ซึ่งชวนค้นหาศิลปะการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์และมีความสุขผ่านเสื้อที่เราสวมใส่ในทุกๆ วัน 

 

หนึ่งในความพิเศษของงานเปิดตัว LifeWear Magazine ในครั้งนี้คือการที่เราได้เข้า Session Talk เพื่อฟังและพูดคุยกับ Takahiro Kinoshita ซึ่งเป็น Group Senior Executive Director และ Creative Director ของ UNIQLO และบริษัทแม่ Fast Retailing โดยเขาก็ได้มาอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของนิตยสาร LifeWear ที่ผลิตออกมาเมื่อปี 2019 และทุกวันนี้มีการตีพิมพ์สูงถึง 1.5 ล้านเล่มทุกซีซัน ซึ่งมีให้หยิบอ่านได้ที่ UNIQLO ทุกสาขาทั่วโลก

 

Takahiro Kinoshita ได้เผยว่าการสร้างสรรค์ LifeWear Magazine ถือว่าแตกต่างจากงานก่อนหน้านี้ของเขาที่เป็นบรรณาธิการบริหารของนิตยสารชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นอย่าง Popeye Magazine ซึ่งถูกผลิตภายใต้กรอบที่ทำให้เฉพาะกลุ่มคนที่โตเกียวเท่านั้น และไม่ได้กว้างเท่ากับ LifeWear Magazine ที่เขาได้มีโอกาสเดินทางไปรอบโลกอยู่ตลอดเวลาเพื่อหาแรงบันดาลใจมาทำคอนเทนต์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการมองออกไปบนท้องถนนและศึกษาการแต่งตัวและการใช้ชีวิตของผู้คนไม่ว่าจะมาจากไหนที่ก็ตาม

 

สำหรับ LifeWear Magazine เล่มล่าสุดก็ถือว่ายังคงเต็มอิ่มไปด้วยคอนเทนต์จากทั่วทุกมุมโลกที่ล้วนแล้วทำให้เห็นว่า UNIQLO ไม่ได้สนใจที่จะทำนิตยสารเล่มนี้เพื่อเป็นแคตตาล็อกขายเสื้อผ้า แต่เป็นสิ่งที่จะสามารถสร้างอินสไปเรชันในการใช้ชีวิตได้จริงๆ โดยตัวปกเองก็ได้ศิลปินชื่อดังจากประเทศไอร์แลนด์อย่าง Nigel Peake มาดีไซน์ให้ ซึ่งเขาก็เคยดีไซน์ผลงานให้กับ The New York Times และแบรนด์ Hermès มาแล้ว และในส่วนของฟีเจอร์บทความไฮไลต์ของเล่มนี้ก็ใช้ชื่อว่า ‘Art and Life in Barcelona’ ที่ทำร่วมนิตยสารขวัญใจชาวฮิปสเตอร์อย่าง Apartamento ของสเปน

 

ใครที่สนใจอ่าน LifeWear Magazine เล่มที่ 8 สามารถไปหยิบได้แล้วที่ร้าน UNIQLO ทุกสาขา หรืออ่านได้ที่ Uniqlo.com ส่วนใครที่อยากรู้จัก Takahiro Kinoshita มากยิ่งขึ้นก็สามารถย้อนกลับไปอ่านบทสัมภาษณ์พิเศษของ THE STANDARD POP จากเมื่อปี 2021 ได้ที่ https://thestandard.co/takahiro-kinoshita-interview/

 

The post UNIQLO LifeWear Magazine Vol.8 งานเปิดตัวนิตยสารเล่มใหม่ ณ National Gallery Singapore appeared first on THE STANDARD.

]]>
Vogue World แฟชั่นอีเวนต์ฉลอง 130 ปีสุดยิ่งใหญ่ของ Vogue อเมริกาที่นิวยอร์ก https://thestandard.co/vogue-world-130-years/ Tue, 13 Sep 2022 12:52:47 +0000 https://thestandard.co/?p=680970

ปี 2022 นิตยสารแฟชั่นอย่าง Vogue ได้ฉลองครบรอบ 130 ปีขอ […]

The post Vogue World แฟชั่นอีเวนต์ฉลอง 130 ปีสุดยิ่งใหญ่ของ Vogue อเมริกาที่นิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปี 2022 นิตยสารแฟชั่นอย่าง Vogue ได้ฉลองครบรอบ 130 ปีของการก่อตั้ง นับตั้งแต่ปี 1892 ด้วยการจัดงานที่ชื่อว่า Vogue World ในรูปแบบแฟชั่นโชว์ที่เกิดขึ้นในช่วง New York Fashion Week โดยรวมเอาลุคเด่นจากแบรนด์แฟชั่นทั่วโลกในคอลเล็กชัน Fall/Winter 2022 ที่เตรียมวางขายหน้าร้านมาอยู่ในโชว์เดียว พร้อมกับคนดังและนางแบบแถวหน้าที่มาเดินแบบให้กลางถนนในย่าน Meatpacking ของมหานครนิวยอร์ก

 

โชว์เปิดมาด้วยนักกีฬาเทนนิสซูเปอร์สตาร์อย่าง Serena Williams ที่ขึ้นปกฉบับเดือนกันยายนพร้อมกับลูกสาว ในชุดราตรีผ้าคลุมสีเงินนจาก Balenciaga พร้อมด้วยเด็กผู้หญิงอีก 4 คนในชุดเทนนิส เพื่อเป็นเกียรติแก่เธอหลังจากประกาศอำลาวงการเทนนิสมืออาชีพในช่วงยูเอสโอเพ่นที่ผ่านมา

 

หลังจากนั้นโชว์ก็ค่อยๆ ยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ด้วยลุคที่ถูกสไตลิ่งใหม่โดยทีมงานของ Vogue ราวกับยกเซ็ตแฟชั่นในหน้านิตยสารมาอยู่ในชีวิตจริง ทั้ง Gucci, Balenciaga ที่ต่างก็มาในลุคที่ทำร่วมกับ Adidas, Versace, Louis Vuitton, Prada, Bottega Veneta ไปจนถึงแบรนด์มาแรงมากมาย ตั้งแต่ Christopher John Rogers, ERL, Bode, LaQuan Smith บนตัวนางแบบและนายแบบตัวท็อปของวงการ ไล่ตั้งแต่ Kendall Jenner, Gigi Hadid, Shalom Harlow, Adut Akech, Amber Valletta, Precious Lee, Paloma Elsesser และเซอร์ไพรส์เล็กๆ อย่างการเดินแบบร่วมกันครั้งแรกของ Brooklyn และ Nicola Peltz Beckham และ Mikhail Baryshnikov นักแสดงที่หลายคนรู้จักจากบท Aleksandr Petrovsky ในซีรีส์ Sex and the City ปิดด้วยการแสดงสดเพลง Industry Baby จาก Lil Nas X ในช่วงท้าย 

 

และนอกจากแฟชั่นโชว์ที่มีการถ่ายทอดสดผ่านทางเว็บไซต์ของนิตยสารแล้ว ภายในงานยังมีการตั้งบูธริมถนนให้สมกับเป็นมหานครนิวยอร์ก ทั้งแผงนิตยสาร Vogue ฉบับเดือนกันยายนแบบรูปเล่มจากทั่วโลก บูธอาหารจากแบรนด์ ทั้ง Michael Kors ที่ทำร่วมกับร้านแซนด์วิช Katz’s Delicatessen, ร้านน้ำชาและขนมจาก Burberry และร้านกาแฟ Ralph’s Coffee จาก Ralph Lauren แบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้

 

 

ภาพ: Getty Images

The post Vogue World แฟชั่นอีเวนต์ฉลอง 130 ปีสุดยิ่งใหญ่ของ Vogue อเมริกาที่นิวยอร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Disney+ เปิดตัวสารคดี In Vogue: The 1990s ได้ Anna Wintour มานำทัพเล่าเรื่องยุคทองสื่อนิตยสารแฟชั่น https://thestandard.co/disney-in-vogue-the-1990s/ Tue, 30 Aug 2022 12:25:24 +0000 https://thestandard.co/?p=674185 In Vogue: The 1990s

ยุค 90 เป็นอีกหนึ่งยุคโปรดของใครหลายคน เพราะช่วงปีนี้เต […]

The post Disney+ เปิดตัวสารคดี In Vogue: The 1990s ได้ Anna Wintour มานำทัพเล่าเรื่องยุคทองสื่อนิตยสารแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
In Vogue: The 1990s

ยุค 90 เป็นอีกหนึ่งยุคโปรดของใครหลายคน เพราะช่วงปีนี้เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรม แฟชั่น ศิลปะ ดนตรี และภาพยนตร์ เช่นเดียวกับนิตยสาร Vogue ที่ช่วงเวลานั้นเป็นอีกหนึ่งยุคทองของการทำสื่อนิตยสารแฟชั่น

 

ทาง Disney+ จึงได้ประกาศเปิดตัวสารคดีแฟชั่นชุดใหม่ชื่อว่า In Vogue: The 1990s ที่พาผู้ชมย้อนไปดูยุครุ่งเรืองของวงการแฟชั่นและวัฒธรรม โดยมีเหล่าผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังมาเป็นตัวแทนเล่าเรื่อง ทั้ง Anna Wintour บรรณาธิการบริหาร Vogue และ Chief Content Officer ของ Condé Nast, Edward Enninful บรรณาธิการบริหาร Vogue อังกฤษ และผู้อำนวยการกองบรรณาธิการฝั่งอังกฤษและยุโรป รวมไปถึงทีมงานที่อยู่กับนิตยสารมาหลายทศวรรษอย่าง Hamish Bowles, Tonne Goodman และแฟชั่นดีไซเนอร์ ศิลปิน นางแบบ และดาราอีกมากมายที่เป็นตัวขับเคลื่อนคนสำคัญของยุคนั้น

 

Anna Wintour กล่าวว่า “ยุค 90 ถือเป็นทศวรรษที่น่าตื่นเต้นและสำคัญมากในวงการแฟชั่น มันคือช่วงเวลาที่แฟชั่นกลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักแบบไปที่ไหนก็เจอ ทั้งยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรมและเต็มไปด้วยไอคอน การแสดงออกตัวตนและความแตกต่าง และคนดังยุคนั้นก็ดังมากด้วย ซีรีส์นี้จะเล่นกับประเด็นเหล่านั้น และฉันตื่นเต้นที่เรื่องนี้จะเข้าฉายทาง Disney+”

 

สำหรับ In Vogue: The 1990s ทาง Vogue เคยผลิตออกมาในรูปแบบของซีรีส์พอดแคสต์มาก่อน โดยมี Global Editor-at-Large อย่าง Hamish Bowles เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเป็นการพาไปฟังหัวข้อสำคัญที่เกิดขึ้นในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นเหล่าซูเปอร์โมเดล, เรื่องราวของคำว่า It Bag และ It Girl, ยุครุ่งเรืองของ Tom Ford ที่ Gucci, สไตล์การแต่งตัว Grunge และอีกมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยวันกำหนดฉาย แต่จะเข้า Disney+ ในภูมิภาคสำคัญทั้งยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา รวมไปถึงเอเชียแปซิฟิกด้วย

 

ภาพ: Getty ai

อ้างอิง:

The post Disney+ เปิดตัวสารคดี In Vogue: The 1990s ได้ Anna Wintour มานำทัพเล่าเรื่องยุคทองสื่อนิตยสารแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lisa BLACKPINK ขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นชื่อดังของอเมริกา ‘V Magazine’ ฉบับฤดูใบไม้ร่วง ปี 2022 https://thestandard.co/lisa-blackpink-v-magazine/ Tue, 23 Aug 2022 10:20:17 +0000 https://thestandard.co/?p=670874 Lisa BLACKPINK

หลังจากที่นิตยสารแฟชั่นจากฝั่งอเมริกาอย่าง V Magazine ไ […]

The post Lisa BLACKPINK ขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นชื่อดังของอเมริกา ‘V Magazine’ ฉบับฤดูใบไม้ร่วง ปี 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lisa BLACKPINK

หลังจากที่นิตยสารแฟชั่นจากฝั่งอเมริกาอย่าง V Magazine ได้ทยอยปล่อยทีเซอร์ของนางแบบที่จะมาขึ้นปกผ่านทางโซเชียลมีเดีย ล่าสุดนิตยสารได้ปล่อยภาพหน้าปกออกมาอย่างเป็นทางการ พร้อมได้ Lisa BLACKPINK ขึ้นปกฉบับที่ 138 ประจำฤดูใบไม้ร่วง ปี 2022 

 

โดยภาพหน้าปกเป็นผลงานการถ่ายภาพของช่างภาพชาวเกาหลีใต้อย่าง Mok Jung Wook ซึ่งให้เห็นแรปเปอร์และนักร้องของวง BLACKPINK ในชุดเดรสสีดำของ Celine ดีไซน์โดย Hedi Slimane และสวมเครื่องประดับคอลเล็กชัน B.zero1 ของแบรนด์ Bulgari ที่เธอเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

 

ในบทสัมภาษณ์ที่ทีมงานของนิตยสารบินไปถ่ายทำถึงกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Mathias Rosenzweig ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลของนิตยสาร ได้พูดคุยกับ Lisa ถึงการทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวและอนาคตที่เธอคาดหวังไว้ หลังจากที่เธอได้ปล่อยซิงเกิลทั้ง Lalisa และ Money พร้อมทั้งเป็นศิลปิน K-Pop คนแรกที่ได้เข้าชิงสาขา Best K-Pop ของเวทีMTV Video Music Awards ในฐานะศิลปินเดี่ยว

 

นอกจากสถิติบนโลกออนไลน์มากมายที่เธอเป็นเจ้าของแล้ว ในวันที่ 29 สิงหาคมที่จะถึงนี้ เราจะได้พบกับ 4 สาว BLACKPINK บนเวที MTV VMAs 2022 ขึ้นแสดงสดเพลง Pink Venom เป็นครั้งแรกด้วย

 

สำหรับ V Magazine ฉบับที่ 138 ได้เปิดให้แฟนๆ สั่งจองแล้วผ่านทางเว็บไซต์ ราคาเล่มละ 15.50 ดอลลาร์สหรัฐ และจะจัดส่งในวันที่ 30 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป 

 

ภาพ: Mok Jung Wook / V Magazine

อ้างอิง:

The post Lisa BLACKPINK ขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นชื่อดังของอเมริกา ‘V Magazine’ ฉบับฤดูใบไม้ร่วง ปี 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
BTS ขึ้นปกนิตยสาร Vogue และ GQ เกาหลีใต้ฉบับเดือนมกราคม 2022 พร้อมกันเป็นครั้งแรก https://thestandard.co/bts-vogue-gq-korea-cover-jan2022/ Mon, 13 Dec 2021 06:12:17 +0000 https://thestandard.co/?p=570577 BTS

BTS ขึ้นปกนิตยสาร Vogue และ GQ เกาหลีใต้ฉบับเดือนมกราคม […]

The post BTS ขึ้นปกนิตยสาร Vogue และ GQ เกาหลีใต้ฉบับเดือนมกราคม 2022 พร้อมกันเป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
BTS

BTS ขึ้นปกนิตยสาร Vogue และ GQ เกาหลีใต้ฉบับเดือนมกราคม 2022 พร้อมกัน ในชุดของ Louis Vuitton ที่วงดำรงตำแหน่งเป็น Global Ambassador มาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งแรกของสองนิตยสารเวอร์ชันเกาหลีใต้

 

เริ่มกันที่ฝั่งของนิตยสาร Vogue Korea กับคอนเซปต์ประจำเดือนของนิตยสารที่มีชื่อว่า ALL for ONE, ONE for ALL เผยให้เห็นทั้ง อาร์เอ็ม, เจโฮป, จิน, จองกุก, จีมิน, วี และชูก้า ปรากฏตัวพร้อมกันในเสื้อผ้าคอลเล็กชัน Spring/Summer 2022 ผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ Virgil Abloh โดยทางนิตยสารได้ปล่อยออกมา 3 ปกด้วยกัน ทั้งหน้าปกสีขาวดำและแบบสีสัน ที่มีทั้งแบบช็อตรวมครึ่งตัวและแบบเต็มตัวที่สมาชิกทั้ง 7 กำลังโพสท่าอยู่บนนั่งร้าน

 

ความพิเศษของฉบับนี้อยู่ที่แฟนๆ จะได้พบกับบทสัมภาษณ์ เซ็ตแฟชั่น และภาพเบื้องหลังของการถ่ายทำภายในเล่มรวมกันถึง 105 หน้า ซึ่งนับเป็นอีกครั้งที่นิตยสารแฟชั่นสำหรับผู้หญิงได้เลือกศิลปินชายมาขึ้นปก ตามรอยนักแสดงชายและวงบอยแบนด์วงอื่นๆ ที่เคยขึ้นมาแล้ว เช่น พัคโบกอม, จี-ดรากอน, ยูอาอิน และ EXO 

 

ส่วนในฝั่งของนิตยสารผู้ชายอย่าง GQ ที่ไม่ได้มาแค่ปกรวมปกเดียว ยังมีปกเดี่ยวของสมาชิกในวงแยกออกมา รวมทั้งหมดแล้ว 8 หน้าปกให้เหล่า ARMY ได้ตามเก็บสะสม ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เปิดให้สั่งจองผ่านทางออนไลน์แล้วเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา และจะวางแผงตามร้านหนังสือในเกาหลีใต้วันที่ 21 ธันวาคมนี้ และร้านหนังสือออนไลน์ชั้นนำของเกาหลีใต้อย่าง Aladin, Yes24 และ Kyobo Book

 

อิทธิพลของ BTS โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย สามารถสร้างยอดไลก์ให้กับนิตยสาร GQ สูงสุดถึง 1 ล้านไลก์ภายในโพสต์เดียว ส่วนทางสำนักพิมพ์อย่าง Condé Nast ได้อัดฉีดโฆษณาหน้าปกสองเล่มนี้บนบิลบอร์ดทั่วกรุงโซล และเป็นอีกหนึ่งครั้งที่นิตยสารแฟชั่นในเครือใช้กลยุทธออกหน้าปกพร้อมกับ 2 เล่มโดยใช้ตัวแบบคนเดียวกัน ตามหลัง Adele กับปก Vogue อเมริกาและอังกฤษ และ Lady Gaga กับปก Vogue อังกฤษและอิตาลี

 

ภาพ: Courtesy of Vogue, GQ

อ้างอิง:

The post BTS ขึ้นปกนิตยสาร Vogue และ GQ เกาหลีใต้ฉบับเดือนมกราคม 2022 พร้อมกันเป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิตยสาร ELLE ประกาศแบนแฟชั่นขนสัตว์แท้ และจะไม่ตีพิมพ์ลงทุกเวอร์ชันทั่วโลก https://thestandard.co/elle-magazine-bans-fur-all-its-titles-support-animal-welfare/ Wed, 08 Dec 2021 11:10:28 +0000 https://thestandard.co/?p=569114 นิตยสาร ELLE

Valeria Bessolo Llopiz รองประธานและผู้อำนวยการระดับนานา […]

The post นิตยสาร ELLE ประกาศแบนแฟชั่นขนสัตว์แท้ และจะไม่ตีพิมพ์ลงทุกเวอร์ชันทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิตยสาร ELLE

Valeria Bessolo Llopiz รองประธานและผู้อำนวยการระดับนานาชาติของนิตยสาร ELLE และ ELLE Decoration ได้ประกาศบนเวทีเสวนาประจำปี Voices 2021 ของเว็บไซต์ Business of Fashion ว่าทางนิตยสารจะยุติการใช้สินค้าขนสัตว์แท้ และจะไม่ตีพิมพ์โฆษณาสินค้า ทั้งในเล่มและช่องทางดิจิทัลของนิตยสารทั้ง 45 เวอร์ชันทั่วโลก

 

Valeria กล่าวกับสำนักข่าว Reuters ว่า “มันเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เพิ่มความตระหนักรู้ถึงความเป็นอยู่ของสัตว์ สนับสนุนและเรียกร้องตัวเลือกที่ยั่งยืนและทันสมัย และปลูกฝังอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น”

 

นอกจากนี้ฐานะผู้รับผิดชอบสายงานกิจกรรมเพื่อสังคมของเครือ Lagardère Group ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Valeria ระบุว่าทาบริษัทได้ร่วมงานกับองค์กรต่อต้านความรุนแรงในสัตว์ Humane Society ทั้งในสหรัฐฯ และระดับนานาชาติ และโครงการ Creatives4Change ของ Alexi Lubomirski ช่างภาพแฟชั่นชื่อดังในการลงนามกฎบัตรนี้ด้วย

 

กฎบัตรนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวงการแฟชั่นและสื่อ โดยนิตยสาร ELLE ถือเป็นนิตยสารแฟชั่นที่มีจำนวนเอดิชันเยอะที่สุดในโลก ทั้งในสหรัฐฯ แคนาดา ยุโรป เอเชีย อเมริกาใต้ และตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นปรากฏการณ์โดมิโนไปยังแบรนด์แฟชั่นที่ยังคงใช้ขนสัตว์แท้ในคอลเล็กชันและแคมเปญโฆษณาอยู่ 

 

โดยไทม์ไลน์หลังจากที่ทั้ง 45 ฉบับทั่วโลกลงนามข้อตกลงดังกล่าว มีจำนวน 13 ฉบับที่เริ่มต้นใช้กฎนี้แล้ว และจะตามมาด้วยอีก 20 ฉบับในวันที่ 1 มกราคม 2022 และเวอร์ชันที่เหลือในเดือนมกราคม 2023 

 

ภาพ: ELLE US

อ้างอิง:

The post นิตยสาร ELLE ประกาศแบนแฟชั่นขนสัตว์แท้ และจะไม่ตีพิมพ์ลงทุกเวอร์ชันทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Barack Obama ขึ้นปกนิตยสาร InStyle ฉบับพิเศษ พร้อมเล่าเรื่องราวผู้หญิงรอบตัวที่ทำให้เขามีวันนี้ https://thestandard.co/barack-obama-is-featured-on-the-cover-of-special-instyle-magazine/ Fri, 20 Nov 2020 07:21:52 +0000 https://thestandard.co/?p=423337 Barack Obama ขึ้นปกนิตยสาร InStyle ฉบับพิเศษ พร้อมเล่าเรื่องราวผู้หญิงรอบตัวที่ทำให้เขามีวันนี้ By: เริ่มต้น เขมะเพ็ชร

บารัก โอบามา ประธานาธิบดีคนที่ 44 แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ข […]

The post Barack Obama ขึ้นปกนิตยสาร InStyle ฉบับพิเศษ พร้อมเล่าเรื่องราวผู้หญิงรอบตัวที่ทำให้เขามีวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Barack Obama ขึ้นปกนิตยสาร InStyle ฉบับพิเศษ พร้อมเล่าเรื่องราวผู้หญิงรอบตัวที่ทำให้เขามีวันนี้ By: เริ่มต้น เขมะเพ็ชร

บารัก โอบามา ประธานาธิบดีคนที่ 44 แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ขึ้นปกนิตยสาร InStyle โดยได้เล่าเรื่องราวผู้หญิงรอบตัวที่ทำให้เขามีทุกวันนี้ พร้อมเปิดเผยส่วนหนึ่งของหนังสือบันทึกความทรงจำเล่มล่าสุดที่มีชื่อว่า A Promised Land ซึ่งวางขายไปเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

นับว่าเป็นการกลับมาปรากฏตัวบนนิตยสารแฟชั่นของบารักในรอบหลายปี หลังจากที่อำลาตำแหน่งประธานาธิบดีไปเมื่อปี 2016 ซึ่งในบทสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์ InStyle.com ทางนิตยสารได้ถามถึงผู้หญิงคนสำคัญของเขา ตั้งแต่ภรรยาอย่าง มิเชล โอบามา ที่เคยขึ้นปกนิตยสารนี้ในเดือนตุลาคม ปี 2016 ไปจนถึง มาเลีย และ ซาชา โอมาบา ลูกสาวทั้งสองคนของเขา

 

“พวกเขาทั้งหมดล้วนมีความเป็นผู้หญิงแกร่ง ผมคิดว่าพวกเรารู้จักมิเชลดีจนรู้ว่าเธอเป็นนักพูดในที่สาธารณะที่สุดยอด” บารักกล่าวถึงอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง “ซาชาตามที่มาเลียได้เคยอธิบายไว้ เป็นคนที่มีความมั่นใจมากๆ ในการที่จะอยู่บนโลกใบนี้ และไม่หวาดกลัวหรือเกรงขามเลย ไม่เคยเลย ไม่ว่าจะตำแหน่งหรือยศถาบรรดาศักดิ์ใด ถ้าเธอคิดว่าอะไรผิดหรือถูก เธอก็จะพูดมันออกมา ส่วนมาเลียเป็นคนร่าเริง เธอเป็นคนที่สนุกกับผู้คน ชีวิต และการสนทนา เธอไม่เคยเบื่อเลย ซึ่งเป็นคุณสมบัติของหญิงแกร่งที่จะพาคุณไปได้ไกล” 

 

นอกจากนี้บารักยังเปิดเผยส่วนหนึ่งจากบทแรกของหนังสือบันทึกความทรงจำเล่มล่าสุดในตอนที่มีชื่อว่า From A Promised Land ซึ่งใจความสำคัญจะเป็นเรื่องราวชีวิตและความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้หญิงผู้ให้กำเนิดเขาอย่าง แอน ดันแฮม คุณแม่ของเขา ที่บารักอธิบายว่าเป็นผู้หญิงแกร่งและแตกต่างจากคนอื่นๆ

 

“แม่ของผมทั้งแตกต่างและเปี่ยมไปด้วยความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา ถึงแม้จะเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ แต่เธอก็มีหัวขบถต่อโรงเรียนมัธยมแบบเดิมๆ เธออ่านบทกวีของหนุ่มสาวและหนังสือปรัชญาอัตถิภาวนิยมของฝรั่งเศส ขับรถเล่นกับเพื่อนที่ซานฟรานซิสโกอยู่หลายวันโดยไม่บอกใคร ตอนผมเด็กๆ ผมยังเคยได้ยินคุณแม่พูดถึงเรื่องการเดินขบวนสิทธิพลเมือง ทำไมสงครามเวียดนามถึงเป็นหายนะที่ถูกชี้นำแบบผิดๆ เรื่องการเคลื่อนไหวของสตรี และสงครามต่อสู้ความยากจน”

 

สำหรับการปรากตัวในนิตยสารฉบับนี้นับเป็นอีกหนึ่งการโปรโมตหนังสือเล่มใหม่ที่หลายคนรอคอยอย่าง A Promised Land ซึ่งก่อนหน้านี้ในวันที่หนังสือวางขาย บารักยังได้ไปพูดคุยกับ โอปราห์ วินฟรีย์ ในรายการ The Oprah Conversation ทาง Apple TV+ อีกด้วย

 

ภาพ: Shaniqwa Jarvis / Instyle

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post Barack Obama ขึ้นปกนิตยสาร InStyle ฉบับพิเศษ พร้อมเล่าเรื่องราวผู้หญิงรอบตัวที่ทำให้เขามีวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Harry Styles สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ขึ้นปกเดี่ยวบนนิตยสาร Vogue อเมริกา https://thestandard.co/harry-styles-cover-december-2020/ Sat, 14 Nov 2020 03:47:09 +0000 https://thestandard.co/?p=420794 Harry Styles

กว่า 127 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อตั้งนิตยสารแฟชั่นที่สำคั […]

The post Harry Styles สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ขึ้นปกเดี่ยวบนนิตยสาร Vogue อเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Harry Styles

กว่า 127 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อตั้งนิตยสารแฟชั่นที่สำคัญที่สุดของโลกเล่มหนึ่งอย่าง Vogue เวอร์ชันอเมริกาก็เน้นผู้หญิงขึ้นปกอยู่เป็นประจำ หรือนานๆ ทีก็จะมีผู้ชายได้ขึ้นคู่กับผู้หญิง เช่น คานเย เวสต์ กับภรรยา คิม คาร์ดาเชียน, เบน สติลเลอร์ กับ เพเนโลเป ครูซ, ริชาร์ด เกียร์ กับ ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด, เซน มาลิก กับแฟนสาว จีจี้ ฮาดิด และ จัสติน บีเบอร์ กับภรรยา เฮลีย์ บีเบอร์ เป็นต้น แต่ล่าสุดนักร้องหนุ่มขวัญใจใครหลายคนอย่าง แฮร์รี สไตล์ส ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ขึ้นปกเดี่ยวฉบับเดือนธันวาคม 2020

 

สำหรับเซ็ตปกในครั้งนี้ทางกองก็ได้ไปถ่ายที่หน้าผา Seven Sisters ณ เขตปกครองซัสเซ็กซ์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้ ไทเลอร์ มิตเชลล์ มาเป็นช่างภาพ, คามิลลา นิเคอร์สัน มาเป็นสไตลิสต์ และ ฮามิช โบว์เลส มาเป็นคนเขียนบทสัมภาษณ์ พร้อมมีพี่สาว เจ็มมา สไตล์ส มาถ่ายแบบด้วย โดยสิ่งที่โดดเด่นคือ เสื้อผ้าที่ใช้ในเซ็ตเน้นความเป็น Gender Fluid ซึ่งแน่นอนยี่ห้อที่แฮร์รีใส่ขึ้นปกก็คือ Gucci ที่เขาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ โดยเล่มนี้ก็ปล่อยออกมาเหมาะเจาะในช่วงเวลาเดียวกับที่ทางแบรนด์จะเริ่มจัดเทศกาลออนไลน์ Gucci Fest ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งทางนักร้องวัย 26 ปี ก็จะร่วมแสดงในมินิซีรีส์ชื่อ OUVERTURE of Something that Never Ended ด้วย

 

ในบทสัมภาษณ์ของนิตยสาร Vogue ทางแฮร์รีก็ได้พูดถึงหลายประเด็น ทั้งเรื่องชีวิตช่วงกักตัวที่ลอสแอนเจลิส, เรื่องดนตรี, เรื่องไลฟ์สไตล์การกินที่เขาเป็น Pescatarian กินแต่เนื้อปลา, เรื่องความสำคัญของเพื่อนฝูง, เรื่องสิ่งที่เขาเรียนรู้จากการเคลื่อนไหวทางสังคม Black Lives Matter, เรื่องการแต่งตัว พร้อมทั้งยังบอกอีกด้วยว่า พอสถานการณ์โลกดีขึ้นและสามารถเดินทางได้ เขาก็มีความคิดที่อยากย้ายไปอยู่ที่กรุงโตเกียวชั่วคราว เพราะชอบความนิ่งสงบ

 

ภาพ: Tyler Mitchell for Vogue USA

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล 

อ้างอิง:

The post Harry Styles สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ขึ้นปกเดี่ยวบนนิตยสาร Vogue อเมริกา appeared first on THE STANDARD.

]]>
คำขอบคุณแก่วงการนิตยสารแฟชั่นหากพรุ่งนี้สายเกินไป https://thestandard.co/now-next-2020-fashion-magazine/ Thu, 26 Dec 2019 12:17:42 +0000 https://thestandard.co/?p=315927 นิตยสารแฟชั่น

เมื่อวันก่อนผมยืนอยู่หน้าแผงนิตยสารร้าน B2S ชั้น 7 ห้าง […]

The post คำขอบคุณแก่วงการนิตยสารแฟชั่นหากพรุ่งนี้สายเกินไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิตยสารแฟชั่น

เมื่อวันก่อนผมยืนอยู่หน้าแผงนิตยสารร้าน B2S ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัล ชิดลม และพบว่าตัวเองอยู่ในภวังค์ความรู้สึกที่ใจหายและจะใช้คำว่า ‘เครียด’ ก็อาจไม่ดูเวอร์เกินไป เพราะย้อนกลับไปแค่ 2-3 ปีก่อนช่วงเวลานี้ ทางร้านนี้ยังมีแผงนิตยสารที่แบ่งออกเป็นสี่ล็อกใหญ่ แต่มาวันนี้ทุกอย่างถูกลดขนาดมาอยู่ร่วมกันหนึ่งแผงขนาดเล็ก แถมในตัวอย่างหนัง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ของ เต๋อ นวพล ตัวละคร ‘จีน’ ที่ ออกแบบ ชุติมณฑน์ เล่นก็พูดว่า “สิ่งพิมพ์ตายหมดแล้วมึง” ซึ่งจะดูกี่รอบก็น่าใจหาย

 

ผมถามตัวเองในใจ “เรามาถึงขั้นนี้แล้วเหรอ” แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานตัวเองที่ทำอยู่ทุกวันนี้ เราก็เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงการบริโภคสื่อที่ทำให้แผงหนังสือถูกลดขนาดลง

 

แต่ผมควรจะดีใจไหม… ควรภูมิใจไหมที่เหมือนย้ายไปอยู่ใน ‘เซฟโซน’ ควรไปอีเวนต์และเล่นใหญ่พร้อมแอตติจูดว่า “เธอรู้ไหมว่าเว็บไซต์ฉันไปไกลขนาดไหนภายในเวลา 2 ปีครึ่ง” ไหม 

 

คำตอบง่ายๆ คือ “ไม่”

 

เพราะการทำนิตยสารแฟชั่นคือรากฐานและรากเหง้าที่ช่วยสร้างทุกมุมมองและทุกความคิดของผม และแน่นอนในวันข้างหน้าผมคงต้องรายงานว่า ‘นิตยสาร A, B, C, D, E’ ประกาศปิดตัวลง หรือลดจำนวนเล่ม หรือเปลี่ยนเป็นออนไลน์ ซึ่งคนก็จะมาคอมเมนต์มากมายว่า ‘เสียใจมากเลย’, ‘พิมพ์ต่อได้ไหม’ หรือ ‘ฉันยังจำได้ถึงเล่มแรกที่ซื้อ’ ซึ่งในวันนั้นเราก็คงเห็นความสำคัญของนิตยสารต่อมนุษย์เราไม่มากก็น้อย แต่มันก็คงสายเกินไป

 

นิตยสารแฟชั่น

 

ช่วงเวลานี้ทุกปี ทางทีมนักเขียน THE STANDARD ก็ต้องเริ่มผลิตคอนเทนต์ Now & Next ที่พูดถึงบทสรุปของปีในแต่ละวงการ พร้อมวิเคราะห์และคาดเดาว่าปีต่อไปวงการนั้นๆ จะเดินหน้าไปทิศทางไหนเพื่อเป็นคู่มือให้คนได้เตรียมตัวสำหรับวันข้างหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่พูดกันตามตรงครับ ยุคสมัยนี้แค่สัปดาห์ถัดไปเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรจะเกิดขึ้น ยิ่งเป็นวงการแฟชั่นยิ่งไม่ต้องคิด

 

ผมจึงตัดสินใจว่าปีนี้อยากย้อนกลับไปตั้งแต่นับหนึ่งและเขียนบทความนี้เพื่อขอบคุณ ‘นิตยสารแฟชั่น’ และหวังว่าจะเป็นพลังผลักดันรุ่นพี่และเพื่อนๆ ในวงการที่ยังคงกัดฟันทำต่อไปในสภาวะที่ไม่มีความแน่นอน แต่เพราะความรัก สปิริต และความเชื่อมั่นของพวกเขาที่ยังคงเซฟรูปแบบสื่อนี้ได้ 

 

ผมต้องยอมรับว่าไม่ได้คลั่งไคล้นิตยสาร ‘แฟชั่น’ มาตั้งแต่เด็กเหมือนท่านอื่นๆ ที่ต้องตัดภาพออกมาแปะบนฝาผนังห้องนอน หรือทำเป็นคอลลาจในหนังสือ Scrapbook แต่ความทรงจำแรกของผมกับนิตยสารก็คือตอนไปร้าน Tower Records ที่สาขาเวิลด์เทรด (ตอนนี้คือเซ็นทรัลเวิลด์) ทุกวันอาทิตย์กับคุณพ่อ และต้องขอร้องให้ซื้อนิตยสารเพลง Smash Hits เล่มใหม่ หรือไป Asia Books ก็ต้องรีบไปหยิบนิตยสาร Disney Adventures ซึ่งผมก็จะอ่านทุกอย่าง ทุกคอลัมน์ แม้กระทั่งกรอบ ‘Did You Know?’ เล็กๆ ตรงมุม… พูดง่ายๆ นิตยสารมีความสำคัญมากกว่าหนังสือในห้องเรียน 

 

นิตยสารแฟชั่น

 

แต่ถ้าให้พูดถึง ‘นิตยสารแฟชั่น’ ความทรงจำแรกจริงๆ ก็เกิดขึ้นเพียง 10 ปีที่แล้วตอนที่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัย และผมเริ่มคลั่งไคล้ศิลปินคนหนึ่งชื่อ Stefani Germanotta หรือที่รู้จักกันในนาม Lady Gaga อย่างมาก จนต้องสะสมทุกเล่มที่เธอขึ้นปก เช่น V Magazine, Time, i-D, Vogue, Elle, Harper’s Bazaar และ Vanity Fair และสิ่งที่ผมเริ่มทำก็คือเหมือนตอนเด็กๆ ที่ต้องอ่านทุกอย่าง รวมถึงหน้า Masthead ว่าใครทำตำแหน่งอะไร ทำคอลัมน์ไหน สไตลิสต์ ช่างภาพเซตปกคือใคร ใครคือบรรณาธิการแฟชั่น ใครคือบรรณาธิการบทความ หรือแม้กระทั่งใครคือผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร… ผมดูบ้าเกินไปไหม?

 

และยิ่งมากไปกว่านั้น ผมเริ่มย้อนอดีตและศึกษาเกี่ยวกับบรรณาธิการคนสำคัญของวงการนิตยสารแฟชั่นอย่างจริงจัง แม้หลายคนทำงานตอนผมยังไม่เกิด ตั้งแต่ Diana Vreeland, Carmen Snow, Tina Brown, Liz Tilberis, Andre Leon Talley, Grace Mirabella, Beatrix Miller จนถึงทุกวันนี้กับชื่อที่เราอาจคุ้นหู Anna Wintour, Grace Coddington, Stephen Gan, Virginia Smith, Edward Enninful, Sarah Harris, Nina Garcia และที่ส่วนตัวชื่นชอบมากตอนนี้ Laura Brown แห่งนิตยสาร Instyle อเมริกา และ Hanya Yanagihara แห่ง T Magazine

 

แต่สำหรับผม การศึกษาคนพวกนี้ไม่ใช่ว่าเราอยากจะก๊อบปี้ตัวตนของเขาและพยายามเป็นแบบเขาในเชิงมาดตอนเราออกไปเจอคน (ผมคงดูตลกมากถ้าพยายาม) แต่คือการเข้าใจหลักการที่พวกเขาได้ใช้ในการทำงานที่ได้ปฏิรูปและปฏิวัติสังคมของเราให้เดินไปข้างหน้าและพังทลายกำแพงต่างๆ 

 

 

 

คุณอาจคิดว่าผมพูดเวอร์ที่ใช้คำว่า ‘ปฏิรูป’ และ ‘ปฏิวัติ’ เพราะหลายคนยังคิดว่านิตยสารแฟชั่นเป็นสิ่งฉาบฉวย หรือเป็นสิ่งที่ถูกตีค่าจากภาพยนตร์ The Devil Wears Prada …แต่ผมถามหน่อย ทำไม Michelle Obama ต้องขึ้นนิตยสาร Vogue อเมริกา ทำไม Meghan Markle ยอมเป็นบรรณาธิการรับเชิญ Vogue อังกฤษ ทำไม Ronald Reagan ต้องขึ้นปก Vanity Fair คู่กับภรรยา Nancy Reagan ช่วงยุค 80 ทำไม Barack Obama ต้องขึ้นปก GQ เพราะนิตยสารแฟชั่นก็เป็นอาวุธสำคัญที่สามารถสร้างบทสนทนาในสังคมได้ ทำให้เห็นว่าสังคมกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน และเป็นสิ่งของอย่างหนึ่งที่เมื่อเรากลับมาอ่านอีกครั้งก็จะบอกว่า ณ ตอนนั้นโลกเราเป็นอย่างไร และวันนี้เราได้ก้าวมาจุดไหน

 

พอผมเรียนจบ ผมก็ตัดสินใจจะทำงานแวดวงนิตยสาร แม้จะถูกต่อต้านพอสมควรจากครอบครัวที่ทำสายอาชีพโรงแรม ซึ่งมองว่าเราเรียนจบด้วยเกียรตินิยมและกำลังจะเสียเวลาอยู่กับวงการที่ถือว่าเล็ก แต่เกือบ 5 ปีที่ผมทำงานในวงการนิตยสารแฟชั่น ผมกลับคิดว่าสิ่งที่เราได้อาจมากกว่าการไปเลือกทำงานองค์กรใหญ่ ได้สวัสดิการล้ำเลิศและโบนัสประจำปีหลายเดือนด้วยซ้ำ ผมได้เห็นว่าทุกกระเบียดนิ้วของการสร้างสรรค์นิตยสารเล่มหนึ่งมีเหตุและผล มีการทำงานเป็นทีม มีการใช้จินตนาการ มีการแข่งขัน (ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี) มีความรักในศิลปะ และหลายอย่างที่เป็น ‘ภาพ’ รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นป้ายโฆษณาบนทางด่วนหรือรถไฟฟ้า ก็มาจากฝีมือคนทำงานนิตยสารแฟชั่นทั้งนั้น

 

 

 

แต่มาวันนี้ แน่นอนว่าบทบาทของนิตยสารแฟชั่นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาลไม่ว่าคุณจะอยู่ไหน และประโยคคำถามว่า ‘คนยังอ่านกันอยู่ไหม’ ฟังแล้วก็น่าเศร้าเสมอ

 

ถ้ามองในมุมประเทศไทย การบริโภคสื่อของเราโดยรวมก็ไม่ได้มีการบาลานซ์ทุกรูปแบบเพื่อจะสามารถประคองทุกแพลตฟอร์มเอาไว้ได้ ซึ่งในยุค Digital Disruption นิตยสารแฟชั่นก็ดูเหมือนโดนพิษภัยหนักและต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสินค้าที่อยู่รอดได้แบบเชิงพาณิชย์ที่ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ต่างๆ ที่ยังลงโฆษณา ซื้อ Advertorial ซื้อปก พาไปทริปต่างประเทศ หรือซื้อโปรเจกต์อื่นๆ ที่พ่วงไปกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่มาในวันนี้ได้กลายเป็น Primary Platform ไปแล้ว ต่างจาก 3-4 ปีก่อนที่เป็นเหมือนแพลตฟอร์มเสริม 

 

ถามว่าเสียใจไหมที่นิตยสารแฟชั่นต้องเดินไปในทิศทางนี้ 

 

ผมก็มองว่าทุกคนก็ต้องเอาตัวรอด แม้จะทำงานออนไลน์ก็ไม่ได้แปลว่าเราสบายครับ ผมมองว่ายิ่งโกลาหลด้วยซ้ำ เพราะเรามีผู้เล่นเกิดขึ้นมาใหม่ทุกชั่วโมง แต่สิ่งที่น่าเสียดายมากกว่าคือเด็กรุ่นใหม่จะมีโอกาสน้อยลงที่จะอยู่กับสื่อที่สามารถจับต้องได้ในมือ ใช้จินตนาการ และมีเวลาอยู่กับมันแทนที่ทุกวินาทีจะนั่งไลก์ นั่งแชร์ นั่ง Swipe Left อย่างเดียว หรือเด็กแฟชั่นเองก็มีโอกาสน้อยลงที่จะได้ซื้อนิตยสารแฟชั่นที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาที่ถูกสร้างสรรค์มาจากสิ่งที่กองบรรณาธิการอยากพูดถึงและนำเสนอจริงๆ มากกว่าการที่แบรนด์แฟชั่นจะมาซื้อพื้นที่เพื่อคิดว่าจะสามารถสร้าง Brand Awareness และทำให้คนอยากไปซื้อเสื้อผ้าได้

 

ผมไม่รู้หรอกว่าเขียนบทความนี้ไปแล้วจะช่วยอะไรได้เกี่ยวกับการบริโภคสื่อนิตยสารแฟชั่น อาจไม่มีคนแคร์เลยก็ได้ และมองว่าไร้สาระ แต่เพราะผมมีแพลตฟอร์มตรงนี้ ผมจึงคิดว่าเขียนสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร และเป็นการย้ำเตือนสติตัวเองว่าเราโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาในยุคที่ยังได้อ่าน ซึมซับ และหลงใหล สร้างสรรค์จินตนาการกับสื่อกระดาษประเภทหนึ่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นระบบสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์เหมือนที่ผมกำลังเขียนบทความนี้บนโทรศัพท์มือถือ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post คำขอบคุณแก่วงการนิตยสารแฟชั่นหากพรุ่งนี้สายเกินไป appeared first on THE STANDARD.

]]>