นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นิช-ไพรด์-เตาปูน-อินเตอร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 20 Jul 2018 05:04:01 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เสนาฯ-ฮันคิว ฮันชิน ประกาศความร่วมมือสร้างโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี ชูจุดขายเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นพื้นที่ชีวิต [Advertorial] https://thestandard.co/sena-hankyu-hanshin/ https://thestandard.co/sena-hankyu-hanshin/#respond Fri, 20 Jul 2018 05:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=107872

เพราะความต้องการด้านที่พักอาศัยในเขตเมืองกำลังเพิ่มสูงข […]

The post เสนาฯ-ฮันคิว ฮันชิน ประกาศความร่วมมือสร้างโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี ชูจุดขายเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นพื้นที่ชีวิต [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

เพราะความต้องการด้านที่พักอาศัยในเขตเมืองกำลังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่พื้นที่สำหรับพักอาศัยกลับมีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียงกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอย่างแนวเส้นทางรถไฟฟ้า คอนโดมิเนียมจึงกลายเป็นตัวเลือกสำคัญที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการ ทั้งรูปแบบที่พักอาศัยที่เน้นความสะดวกสบาย และรูปแบบการใช้ชีวิตที่รวดเร็วของคนเมือง

 

ท่ามกลางการแข่งขันของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เราเห็นโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีกับผู้บริโภค เพราะทำให้มีตัวเลือกที่อยู่อาศัยมีมากขึ้น คอนโดมิเนียมที่สามารถตอบสนองความต้องการและสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุดจึงกลายเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคในปัจจุบันกำลังมองหา

 

 

คอนโดมิเนียมในโครงการของบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กำลังเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าจับตามอง เพราะเกิดจากการร่วมลงทุนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระหว่างบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าของประเทศไทย และบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น

 

ที่ผ่านมาเสนาได้ร่วมทุนกับทางฮันคิวฯ พัฒนาโครงการมาแล้วถึง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการนิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง และ โครงการนิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

 

และโครงการล่าสุด ปีติ เอกมัย (PITI Ekkamai) เป็นความร่วมมือที่ผสมผสานทั้งแนวความคิด หลักการ รวมถึงองค์ความรู้ในการสร้างคอนโดมิเนียมให้เป็นที่อยู่อาศัยบนปรัชญา Ikigai หรือแนวคิดการใช้ชีวิตของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีที่วางโจทย์ว่า ทำอย่างไรให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุขในทุกวันที่ตื่นนอน เปลี่ยนคำว่า ‘พื้นที่อยู่อาศัย’ เป็น ‘พื้นที่ชีวิต’ ใส่องค์ประกอบความสุขในทุกรายละเอียดเล็กน้อยที่อยู่รายล้อมรอบตัว พื้นที่ทุกตารางนิ้วในโครงการออกแบบให้สอดคล้องและเกื้อหนุนกับการใช้ชีวิตตามแนวคิด Ikigai ได้มากที่สุด เพื่อทุกๆ โมเมนต์ของทุกวันเป็นการใช้ชีวิตที่มีความสุขและมีความหมาย

 

ล่าสุดทั้งสองบริษัทได้ลงนามประกาศความร่วมมือและร่วมลงทุนโครงการ คอนโดมิเนียมย่านบางนาเป็นที่เรียบร้อย ในพิธีมี ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้ลงนามฝั่งบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และส่วนผู้ลงนามฝั่งบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น คือ ทสึเนะโอะ วาคาบายาซิ ประธานบริษัท และ มาซาฮิโกะ โทดะ ผู้จัดการทั่วไป

 

 

“การเซ็นสัญญาครั้งนี้ เป็นการร่วมลงทุนลำดับที่ 4 ต่อจากนิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง, นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ และ ปีติ เอกมัย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองบริษัทอสังหาริมทรัพย์ โดยทางเสนาฯ ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงที่ท่านประธาน ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ ได้เดินทางมาลงนามด้วยตัวเอง” ผศ.ดร.เกษรา กล่าวถึงพิธีลงนาม

 

สำหรับบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น หรือ HHP ได้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่นมามากกว่า 100 ปี ทำธุรกิจเกี่ยวกับการรถไฟ และครอบคลุมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รอบๆ ทางรถไฟด้วย โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้วทาง HHP ได้วางแผนโครงการพัฒนาธุรกิจเพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับองค์กร ซึ่งทาง ทสึเนะโอะ วาคาบายาซิ ได้อธิบายว่า “ฮันคิวเรียลตี้ ได้ปรับโครงสร้างเป็น ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์เปอร์เรชั่น จากการรวมกลุ่มบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ 3 บริษัท เหตุผลเพราะต้องการเน้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากยิ่งขึ้น เพื่อการพัฒนาและขยายธุรกิจออกไปได้ จึงต้องเอาประสบการณ์ของทั้ง 3 บริษัทมารวมเป็นหนึ่งเดียว เกิดเป็นความแข็งแกร่งทางธุรกิจ

 

“รวมทั้งเราได้ประชุมกันภายในองค์กรเพื่อกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีนโยบายหลัก 2 ข้อ ได้แก่ มุ่งอัปเกรดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่โดยรอบเส้นทางรถไฟให้มีมูลค่าสูงขึ้น และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางรถไฟด้วย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ข้างๆ เส้นทางรถไฟ ทั้งในโตเกียวและภูมิภาคเอเชีย”

 

การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งที่มีความสำคัญมาก นอกจากเงินทุนแล้ว ยังมีการแชร์หลักคิดและการทำงานระหว่างกัน เพราะบริษัททั้งสองแห่งต่างมีปรัชญาในการทำธุรกิจตรงกันคือ การให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งตอกย้ำความมั่นใจในการร่วมมือทางธุรกิจได้อย่างยาวนาน

 

 

“สิ่งที่ HHP มองว่าเป็นประเด็นสำคัญที่สุดก็คือการมีพาร์ตเนอร์ที่มีความคิดตรงกัน ตรงนี้ผมมองว่าสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด แล้วการที่ได้มาพบเจอกับเสนาฯ ถือเป็นเรื่องที่สวรรค์ประทานมาให้ กรุงเทพฯ เองก็เป็นเป้าหมายหลักในการลงทุนของ HHP เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เราพัฒนาจะสามารถสร้างความปลื้มปีติแห่งการอยู่อาศัยให้กับคนไทยทุกคนได้” ทสึเนะโอะกล่าว

 

การร่วมมือเป็นการเสริมศักยภาพด้านธุรกิจเสมอ ซึ่งประกอบด้วย 2 มิติ มิติแรกคือเงินที่ร่วมลงทุน มิติที่สองคือความรู้และนวัตกรรม ซึ่งทาง HHP เปิดกว้างให้เสนาฯ ได้ศึกษาเรียนรู้การทำธุรกิจ วิธีคิด วิธีการจัดการ ขณะเดียวกันทาง HHP ก็เรียนรู้หลักคิดจากเรา เป็นการแชร์กันอย่างรอบด้าน จากนั้นเราก็เลือกนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของคนไทย” ผศ.ดร.เกษรา กล่าวเสริม

 

องค์ความรู้ที่ทำให้รูปแบบที่อยู่อาศัยในโครงการคอนโดมิเนียมในความร่วมมือ เสนาฯ และ HHP มีความพิเศษเหนือคู่แข่งทางการตลาดก็คือ Geo Fit+ ซึ่งเป็นแนวคิดของ HHP เพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยมุ่งเน้นที่รายละเอียดและเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง

 

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวว่า “เสนาฯ ได้รับการอุดหนุนเชิงความรู้จาก HHP อย่างต่อเนื่อง เราได้เข้าไปสังเกตการณ์ใน Geo Lab เป็นการทำโฟกัสกรุ๊ปเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะจากลูกค้าอย่างละเอียดที่มีต่อที่อยู่อาศัย แล้วนำไปแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนา เพื่อให้ได้ห้องที่ถูกใจลูกค้ามากที่สุด เป็นวิธีการที่ทำให้มั่นใจว่าตอบโจทย์ลูกค้าจริงๆ”

 

ส่วนทสึเนะโอะกล่าวสนับสนุนว่า “HHP มีความรู้ยังน้อยเรื่องรูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทย ต้องเรียนรู้จากเสนาฯ ด้วยเช่นเดียวกัน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เราพัฒนาจะสามารถสร้างความปลื้มปีติแห่งการอยู่อาศัยให้กับคนไทยทุกคนได้”

 

 

ด้านการลงทุน ทั้งสองบริษัทได้ประมาณความเป็นไปได้ว่า ภายในปี 2561 จะร่วมลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งสิ้น 7 โครงการ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการลงทุนของ HHP ระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า ประเทศไทยมีมูลค่าการลงทุนสูงสุด และมีแนวโน้มขยายการลงทุนต่อไปอีกด้วย

 

“ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างสูง ที่ผ่านมา GDP เติบโตเฉลี่ยขึ้นประมาณ 4% อีกประเด็นหนึ่งซึ่งค่อนข้างสำคัญคือ คนไทยมีความรู้สึกที่ดีกับประเทศญี่ปุ่นมาก สังเกตได้จากอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่ไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองโอซาก้าที่ผมอยู่

 

“ในประเทศญี่ปุ่น HHP เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งในภูมิภาคคันไซ และยังลงทุนในเมืองใหญ่ๆ ด้วย โดยเฉพาะโตเกียว รวมทั้งหมดมียอดขายทั้งปีทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศที่ร่วมลงทุน ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเชีย ไทย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ เป็นจำนวนเงิน 760,000 ล้านเยน หรือประมาณ 227,000 ล้านบาท ความสำเร็จตรงนี้ยิ่งทำให้ HHP มั่นใจในการร่วมลงทุน

 

“นอกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ HHP ให้ความสำคัญมากคือ International Logistic เรามองว่า กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่มีขนาดใหญ่มากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้ามีโอกาสในอนาคตก็จะเริ่มทำธุรกิจตรงนี้ด้วย ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดต่อไป” ทสึเนะโอะให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุน

 

 

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวเสริมว่า “ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีปัญหาประชากรน้อยลง ทำให้ปริมาณการบริโภคไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่บริษัทขนาดใหญ่ก็ต้องรักษามูลค่าทางธุรกิจไว้ ทางออกของข้อจำกัดนี้คือลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ส่งเสริมให้ลงทุนในต่างประเทศ

 

“สำหรับเสนาฯ เริ่มแรกมีรายได้ต่อปี 300 ล้านบาท หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว รายได้ต่อปีเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาท และช่วงระยะเวลา 2-3 ปีเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ล้านบาท เป็นผลจากการดำเนินธุรกิจของเรา และจากความร่วมมือด้วย ต้องบอกว่าเสนาฯ ได้ HHP เข้ามาเป็นพลังงานที่ดี ซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจ ภายในปี 2563 เราคาดการณ์ว่าขนาดของธุรกิจและรายได้จะขยายขึ้นอีก 100% และมีรายได้ถึง 10,000 ล้านบาท”

 

ความพร้อมทางความร่วมมือของเสนาฯ และ HHP ครอบคลุมทั้งเงินทุนและหลักการทำงาน ก่อให้เกิดโครงการใหม่ๆ พร้อมให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตในแบบที่ใช่และสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งทำเล สไตล์ห้อง สิ่งอำนวยความสะดวก และการตกแต่งภายใน ทั้งหมดนี้ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยในทุกรายละเอียด

 

“การมีหลักคิดที่ตรงกันตั้งแต่เริ่มแรก ทำให้เราเข้าใจทิศทางการดำเนินธุรกิจ และมีเป้าหมายที่ตรงกันชัดเจน เรียกว่าเป็นความร่วมมือเชิงความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทในการพัฒนาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยมีปรัชญาเรื่องลูกค้าเป็นความสำคัญในการทำธุรกิจ

 

“นอกจากเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้โครงการแล้ว ยังเป็นการสร้างความเป็นไปได้ในอนาคตต่อๆ ไปด้วย” ทสึเนะโอะกล่าวปิดท้าย

 

สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตและอยู่อาศัยที่เหนือกว่า ภายใต้โครงการคอนโดมิเนียมในความร่วมมือของเสนาฯ และ HHP โครงการใหม่ล่าสุด ปีติ เอกมัย ผ่านประสบการณ์ใหม่บน SENA Online Booking ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จองก่อนใครตั้งแต่วันนี้จนถึง 2 สิงหาคม 2561 พร้อมเปิดจองจริงวันที่ 2 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เที่ยงวันถึง 22.00 น. ที่ www.onlinebooking.sena.co.th สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1775

The post เสนาฯ-ฮันคิว ฮันชิน ประกาศความร่วมมือสร้างโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี ชูจุดขายเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นพื้นที่ชีวิต [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/sena-hankyu-hanshin/feed/ 0
ไม่ว่าคุณจะอยู่ชั้นไหนห้องไหนก็มีส่วนกลางเป็นของตัวเองได้ 1 ใน 5 ความโดดเด่นของ Niche Pride เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ [Advertorial] https://thestandard.co/niche-pride-taopoon-interchange/ https://thestandard.co/niche-pride-taopoon-interchange/#respond Wed, 07 Mar 2018 03:18:39 +0000 https://thestandard.co/?p=73239

ถึงแม้จะมีโครงการที่อยู่อาศัยผุดขึ้นมากมายในกรุงเทพมหาน […]

The post ไม่ว่าคุณจะอยู่ชั้นไหนห้องไหนก็มีส่วนกลางเป็นของตัวเองได้ 1 ใน 5 ความโดดเด่นของ Niche Pride เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถึงแม้จะมีโครงการที่อยู่อาศัยผุดขึ้นมากมายในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลสุดฮอตตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ที่กำลังจะเปิดให้บริการในเร็ววันนี้ กลับยังไม่มีโครงการไหนที่สร้างความหวือหวาได้เท่ากับการที่ ‘เสนา-ฮันคิว’ สองความร่วมมือของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทย-ญี่ปุ่น เปิดตัวโครงการใหม่ที่ชื่อ ‘นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์’ คอนโดมิเนียมล่าสุดที่โดดเด่นด้วยการออกแบบมาเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

 

ความโดดเด่นที่ไม่ใช่แค่โลเคชันเยี่ยม ห้องดีไซน์เก๋ เพราะสิ่งที่ทำเราตื่นเต้นที่สุดคือการเปิดตัวพื้นที่ส่วนกลางจำนวน 30 ชั้น ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ห้องไหน ชั้นไหน ก็มีส่วนกลางเป็นของตัวเองทุกชั้น!

 

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

 

อยู่ชั้นไหนก็มีส่วนกลางเป็นของตัวเองทั้ง 30 ชั้น

ความโดดเด่นข้อแรกที่เรียกว่าไม่มีแบรนด์คอนโดมิเนียมไหนเคยทำ และเป็นการปฏิวัติวงการอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทยไปโดยสิ้นเชิง นั่นคือการจัดสรรพื้นที่อยู่อาศัยทั้ง 30 ชั้นให้ลูกบ้านทุกห้อง ทุกชั้นมีส่วนกลางเป็นของตัวเอง! ตอบสนองไลฟ์สไตล์ความแตกต่างของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี และจากการให้สัมภาษณ์ของ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เธอบอกกับเราว่านี่คือ ‘ไอเดียบ้าๆ’ ที่เสนากล้าลงมือทำกับพื้นที่ส่วนกลาง 30 ชั้นสำหรับลูกบ้านทุกคน โดยได้บริษัทสถาปนิกชื่อดังระดับประเทศอย่าง A49 มาดูแลในเรื่องการออกแบบพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดของโครงการนี้

 

ตัวอย่างพื้นที่ส่วนกลางทั้ง 30 ชั้นของโครงการ

 

นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ จะมาพร้อมกับที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมทั้งหมด 742 ยูนิต ภายในอาคาร 38 ชั้น โดยถูกแบ่งออกเป็น 7 วิลเลจตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งหากคุณชื่นชอบหรือมีความต้องการส่วนกลางของตัวเองแบบไหน คุณก็เพียงเลือกห้องในชั้นนั้นๆ ตามความต้องการของคุณ แต่ก็ไม่ใช่คุณจะไม่สามารถใช้ส่วนกลางของชั้นอื่นๆ ได้ เพราะโครงการได้ออกแบบบันไดวนเชื่อมต่อส่วนกลางทั้ง 30 ห้องไว้ด้วยกัน พร้อมทั้งดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างสูงสุดด้วยการแยกพื้นที่ส่วนกลางและส่วนพักอาศัยออกจากกันโดยสิ้นเชิง

 

 

ทั้ง 7 วิลเลจของ นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ นั้นเพียบพร้อมและตอบรับทุกด้านของไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Mini Theatre, Co-working Space, Sky Lounge, Yoga Room, Kid Club, Party Room, Executive Meeting Room หรือ Recreation Games Room และโครงการยังมีส่วนกลางรวมอยู่ชั้น 38 อีก ทั้งฟิตเนสลอยฟ้าและสระว่ายน้ำระบบเกลือแบบ Sky Infinity Edge ความยาวกว่า 50 เมตรให้คุณได้ชื่นชมวิวเมืองและขอบฟ้าเมืองกรุงอย่างเต็มอิ่ม

 

นายพนม กาญจนเท่าเทียม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด ตัวแทนบริหารงานขายและการตลาด กำลังพูดถึงเรื่องความโดดเด่นของทำเลที่ตั้งโครงการ

 

โลเคชันที่โดดเด่น ติดรถไฟฟ้าสองสาย

ถึงแม้หลายๆ คอนโดมิเนียมจะชูเรื่องโลเคชันเป็นจุดเด่นของทุกโครงการ แต่กับที่ นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ กลับมีความโดดเด่นที่ไม่น้อยหน้า ด้วยการตั้งอยู่บริเวณถนนประชาราษฎร์สาย 2 เพียงแค่ไม่กี่ก้าวจากจุดเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าสีน้ำเงินและสีม่วง สถานีเตาปูน และที่เราบอกว่าไม่กี่ก้าวนั้นมันหมายความว่า ‘เพียงไม่กี่ก้าว’ จริงๆ เพราะเดินจากตัวโครงการไปไม่ถึง 5 นาทีแบบยังไม่ทันเหนื่อย คุณก็สามารถโดยสารรถไฟฟ้าไปยังทุกมุมเมืองได้อย่างอิสระ มีทั้งรถไฟฟ้าส่วนที่เปิดให้บริการไปแล้วทั้งสายสีน้ำเงิน (เตาปูน-หัวลำโพง) และสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่)

 

รวมถึงโครงการในอนาคตที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางให้มากขึ้นไปอีก ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงสถานีเตาปูน-ท่าพระ ที่กำลังจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2563 และโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงสถานีเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ที่มีแผนจะเปิดให้บริการภายในปี 2567

 

นอกจากนี้ที่ตั้งโครงการนิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ ยังอยู่ห่างจากศูนย์กลางการคมนาคมแห่งใหม่อย่าง ‘สถานีกลางบางซื่อ’ ไปแค่ป้ายเดียวเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการพลิกมิติใหม่ของกรุงเทพฯ กับศูนย์กลางการเดินทางที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ สะดวกสบายกับการเดินทางทั้งรถไฟฟ้าชานเมือง หรือรถไฟความเร็วสูง ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

 

อยู่อาศัยแบบชาญฉลาดด้วยความร่วมมือจากกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยจากญี่ปุ่น

อีกหนึ่งความโดดเด่นของ นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ คือการที่เสนาดีเวลลอปเม้นท์ สานต่อความสำเร็จในการพัฒนารูปแบบของที่อยู่อาศัยร่วมกับ Geo แบรนด์คอนโดมิเนียมจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การบริหารของบริษัท Hankyu Hanshin Holding Group เกิดเป็นคอนเซปต์ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ชื่อว่า ‘Geo fit+’ ที่นำคำแนะนำของผู้อยู่อาศัยจริงมาพัฒนาและออกแบบให้ตรงกับความต้องการด้วยการยึดหลักความต้องการ 4 ข้อของผู้อยู่อาศัยมาปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งเรื่องคุณภาพที่ได้มาตรฐาน การใส่ใจสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ และการเตรียมพร้อมรับมือภัยฉุกเฉินจากภัยธรรมชาติที่ไม่คาดคิด

 

โซน My Select บริเวณริมหน้าต่างแบบ Working Zone

 

My Select เลือกมุมที่ใช่ ให้ห้องที่ชอบด้วยตัวเอง

อีกหนึ่งความเก๋ที่ นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ มอบให้กับผู้อยู่อาศัยคือโซนส่วนตัวในห้องพักที่คุณสามารถเลือกรูปแบบได้ตามความต้องการของคุณเองกับพื้นที่ ‘My Select’ ในห้องทุกแบบ ทุกไทป์ ทุกชั้น กับพื้นที่สองแบบ สองความต้องการตามไลฟ์สไตล์ของคุณ ทั้ง Relaxing Zone เหมาะสำหรับเพิ่มพื้นที่พักผ่อนให้คุณได้ชาร์จพลังในวันเหนื่อยๆ หรือใช้วันหยุดแสนสบายไปกับหนังสือเล่มโปรดบน Day Bed ขนาดพอเหมาะ หรือถ้าคุณเป็นเวิร์กกิ้งแมน-วูแมน ทางโครงการมี Working Zone ให้คุณได้เลือกกับพื้นที่ทำงานขนาดย่อมให้คุณสร้างสรรค์ทุกงานของคุณอย่างสบายๆ ในที่อยู่อาศัยของคุณเอง

 

 

มอบความยั่งยืนในเรื่องการใช้สอยพลังงาน

มากกว่าเรื่องการออกแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่แล้ว ที่นี่ยังโดดเด่นในเรื่องการให้ความสำคัญกับการใช้สอยพลังงานอย่างยั่งยืนด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาผลิตไฟฟ้าใช้ในโครงการ เพื่อสร้างพลังงานสะอาดหมุนมาเวียนใช้ภายในโครงการ ทั้งไฟทางเดิน ไฟลานจอดรถ และไฟสนาม ลดความร้อนภายในอาคารและมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 25 ปี ทั้งนี้ข้อสำคัญที่สุด โซลาร์เซลล์ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางให้ผู้อยู่อาศัยได้อีกด้วย

The post ไม่ว่าคุณจะอยู่ชั้นไหนห้องไหนก็มีส่วนกลางเป็นของตัวเองได้ 1 ใน 5 ความโดดเด่นของ Niche Pride เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/niche-pride-taopoon-interchange/feed/ 0