นิคม บุญวิเศษ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นิคม-บุญวิเศษ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 13 Mar 2025 04:15:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 นิคมชี้ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เริ่มพิจารณาตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ เผยทั่วโลกพร้อมลงทุน 5 แสนล้านบาท https://thestandard.co/nikom-reveals-entertainment-complex-plans/ Thu, 13 Mar 2025 04:15:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1051571 เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

วันนี้ (13 มีนาคม) นิคม บุญวิเศษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเ […]

The post นิคมชี้ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เริ่มพิจารณาตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ เผยทั่วโลกพร้อมลงทุน 5 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

วันนี้ (13 มีนาคม) นิคม บุญวิเศษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ระบุว่า ในข้อเท็จจริงโครงการดังกล่าวมีการพิจารณากันตั้งแต่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้มาเริ่มต้นพิจารณาในสมัยรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร แต่อย่างใด 

 

นิคมกล่าวว่า ที่ผ่านมามีกลุ่มต้านกลุ่มการเมือง แกนนำมวลชน โจมตีใส่ร้ายรัฐบาลด้วยข้อมูลที่บิดเบือน เบี่ยงเบนประเด็นว่าเป็นโครงการบ่อนคาสิโนมอมเมาคนในประเทศ ทั้งๆ ที่โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นการลงทุนขนาดใหญ่มูลค่าการลงทุนแต่ละแห่งหลักแสนล้าน 

 

ภายในประกอบด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว ศูนย์การค้าระดับโลก สวนน้ำ สวนสนุก สนามกีฬา ห้องประชุม ศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ ส่วนที่เป็นคาสิโนมีไม่ถึง 10% ของทั้งโครงการ แต่คนที่ต่อต้านพยายามบิดเบือนว่าทั้งโครงการว่าเป็นคาสิโนทั้งหมด การกล่าวหาดังกล่าวเป็นการกล่าวหาโดยไม่พิจารณาจากข้อเท็จจริง เอาแต่มโนคติและอคติกับรัฐบาลมากกว่า 

 

“ในการบริหารจัดการนั้น ทางคณะกรรมาธิการพิจารณาอย่างเข้มข้น วางมาตรการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นไว้ทุกรูปแบบ โดยกำหนดสถานที่ตั้งไว้ 4 แห่งคือ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ และภูเก็ต คาดว่าจะมีมูลค่าการก่อสร้างรวมมากกว่า 500,000 ล้านบาท ล่าสุดนักลงทุนจากทั่วโลกพร้อมที่จะมาลงทุนในโครงการดังกล่าว หากสำเร็จมั่นใจว่าการท่องเที่ยวไทยจะมีจุดขายใหม่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนไทยปีละมากกว่า 50 ล้านคน มีเม็ดเงินไหลเข้าประเทศไทยมหาศาล รวมทั้งมีการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 40,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคงตามไปด้วย” นิคมกล่าว

The post นิคมชี้ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เริ่มพิจารณาตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ เผยทั่วโลกพร้อมลงทุน 5 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติยัน แจงบัญชีทรัพย์สิน-หุ้น ก่อนรับตำแหน่งตามระเบียบ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ได้ค้าแป้ง ปัดเอื้อประโยชน์จัดแรงงานข้ามชาติ https://thestandard.co/censure-motion-19072022-13/ Wed, 20 Jul 2022 00:49:06 +0000 https://thestandard.co/?p=656121 สุชาติ ชมกลิ่น

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมน […]

The post สุชาติยัน แจงบัญชีทรัพย์สิน-หุ้น ก่อนรับตำแหน่งตามระเบียบ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ได้ค้าแป้ง ปัดเอื้อประโยชน์จัดแรงงานข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ ชมกลิ่น

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวชี้แจงหลังเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน พร้อมตอบกลับ นิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อพรรคพลังปวงชนไทย ที่กล่าวว่านำกองทุนประกันสังคมไปซื้อขายหุ้น

 

โดยสุชาติกล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าว เนื่องจากเรื่องนี้มีคณะกรรมการดำเนินการ ซึ่งมีตัวแทนจากพรรครัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานด้วย แม้จะมีการซื้อขายหุ้นในกระบวนการดังกล่าวจริง ก็มีเงินปันผลตอบแทนให้กับประชาชนปีละ 80,000 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้นำไปช่วยเหลือผู้ประกันตน ส่วนปัญหาการซื้อขายหุ้นในอดีตก็มีการดำเนินคดีแล้ว

 

สุชาติยังได้ชี้แจงเรื่องหุ้นเพิ่มเติมว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น ส่วนหุ้นบริษัท ARIN ตนขอยืนยันว่าให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรีปี 2543 และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ โดยมีการเสียภาษีถูกต้อง 

 

สุชาติกล่าวย้ำว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ตนทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้ค้าแป้ง โดยช่วงก่อนการรับตำแหน่งรัฐมนตรี วันที่ 5 สิงหาคม 2563 ได้ดำเนินการโอนหุ้นตามกฎหมายให้ผู้จัดการ และแจ้งต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ภายใน 30 วันแล้ว และภายใน 90 วันก็แจ้งการจัดการหุ้นของตัวเองและคู่สมรสด้วย เพื่อความโปร่งใส 

 

ส่วนข้อกล่าวหากรณีที่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดชลบุรี และยกเว้นการกักตัวแรงงานนั้น สุชาติกล่าวว่า เรื่องนี้มีหนังสือขอผ่อนผันให้นำเข้าแรงงานข้ามชาติภายใต้ MOU ในช่วงขาดแคลนแรงงาน ซึ่งได้ดำเนินการตามกระบวนการ และดำเนินการตามข้อแนะนำของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ซึ่งไม่มีประกาศให้กักตัว ดังนั้นจะให้ผู้ประกอบการกักตัวเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และการกักตัวเป็นดุลพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัด

 

และในข้อกล่าวหาเรื่องการออกใบอนุญาตแรงงานข้ามชาติ โดยเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางรายนั้น สุชาติได้นำข้อมูลการออกใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติ ตามคำขอของนายจ้าง มาอธิบายตัวเลขของการยื่นขอกับการได้รับอนุญาต ว่าแต่ละกลุ่มของแต่ละสถานประกอบการที่ยื่น และได้รับอนุญาตในจำนวนเฉลี่ยไล่เลี่ยกันร้อยละ 18 โดยไม่ได้เอื้อให้กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง 

 

ทั้งนี้ สุชาติได้แสดงตัวเลขอัตราแรงงานจากที่เคยติดลบปี 2563 จนถึงปี 2564 กลับมาบวกแสนกว่าคน และปี 2565 ในสองไตรมาสแรก ตลาดจ้างงานบวก 6 แสนกว่าคน และร้อยละ 80 ของนักศึกษาจบใหม่ก็ได้รับการจ้างงาน มาแสดงในที่ประชุมสภาด้วย

  

The post สุชาติยัน แจงบัญชีทรัพย์สิน-หุ้น ก่อนรับตำแหน่งตามระเบียบ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ได้ค้าแป้ง ปัดเอื้อประโยชน์จัดแรงงานข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผ่านฉลุย มติสภาเสียงข้างมากรับหลักการวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่เสนอโดย อนุทิน ภูมิใจไทย https://thestandard.co/majority-of-council-resolution-accepted-principle-of-term-of-cannabis-bill/ Wed, 08 Jun 2022 12:17:49 +0000 https://thestandard.co/?p=639663 ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง

วันนี้ (8 มิถุนายน) สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มีมติรับหลักก […]

The post ผ่านฉลุย มติสภาเสียงข้างมากรับหลักการวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่เสนอโดย อนุทิน ภูมิใจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง

วันนี้ (8 มิถุนายน) สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กันชง พ.ศ. …. ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 373 เสียง ไม่เห็นด้วย 7 เสียง และงดออกเสียง 23 เสียง และตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาขึ้นมาพิจารณาศึกษาจำนวน 25 คน ซึ่งก่อนรับหลักการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เช่น

 

นิคม บุญวิเศษ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า ควรแก้ความหมายของคำว่าผลิต เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการปลูกกัญชาได้ง่ายๆ ประชาชนสามารถปลูกได้เหมือนพืชชนิดทั่วไป และไม่ควรต้องมีการขอใบอนุญาตในการปลูก ยกเว้นการปลูกในจำนวนมากเพื่อการทำธุรกิจ

 

ขณะที่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ในกรณีที่สังคมมีความเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับกฎหมายฉบับใดก็ตาม การออกกฎหมายควรเขียนเนื้อหาให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการตีความที่กว้างเกินไป พร้อมยกตัวอย่างการเขียนหลักการของกฎหมายฉบับนี้ว่า หากหลักการคือการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ในนิยามศัพท์ก็ควรเขียนให้ชัดเจนเช่นเดียวกัน

 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสรุปร่างกฎหมายหลังสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายให้ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ โดยรับที่จะนำทุกข้อเสนอแนะไปสื่อสารกับกระทรวงสาธารณสุขและปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการ เพื่อนำกัญชาและกัญชงไปใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม อย่างมีความเข้าใจที่ถูกต้อง 

 

เช่น เรื่องค่าธรรมเนียมการขออนุญาตจดแจ้งในการปลูก อาจจะไม่มีการเก็บสำหรับประชาชนที่ใช้ในครัวเรือน ส่วนผู้ผลิตภาคธุรกิจการค้าอุตสาหกรรม จัดเก็บในอัตราที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยกล่าวขอบคุณทุกข้อเสนอแนะและความห่วงใยจากสมาชิกที่มีต่อประชาชน หากมีผู้นำไปใช้ในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

 

โดยได้ฟังปัญหาเรื่องการสูบ-เสพในที่สาธารณะ บริโภคเกินขนาด และอาจทำให้เกิดพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจแก่ผู้อื่น โดยยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล และไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการปลดล็อกกัญชา โดยย้ำหลักการของกฎหมายฉบับดังกล่าวสำหรับการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น 

 

อนุทินกล่าวว่า คาดหวังที่จะจัดทำร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะได้ลดความห่วงใยของประชาชนจากผลกระทบที่เกิดขึ้นตามการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเชื่อว่าพืชกัญชา กัญชง จะเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประชาชน 

 

ทั้งนี้ ตลาดกัญชาทั่วโลกที่คาดการณ์ว่าในปี 2567 จะมีมูลค่ามากถึง 3.5 ล้านล้านบาท ซึ่งในจำนวน 2 ล้านล้านบาทจะเป็นสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์นำไปใช้ทางการแพทย์ ส่วนอีก 1.5 ล้านล้านบาทจะนำไปใช้ในทางสันทนาการ ผลิตสินค้า อาหาร และเครื่องดื่ม ในจำนวนที่สูงมากขนาดนี้เป็นโอกาสของเกษตรกรไทยและผู้ประกอบการไทย ที่จะมีส่วนแบ่งในตลาดกัญชา กัญชง ของโลก นำกัญชา กัญชง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ 

 

นอกจากนั้น อนุทินได้กล่าวย้ำว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้นโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการศึกษาวิจัยพัฒนาการใช้กัญชา กัญชงไทย และพืชสมุนไพรในทางการแพทย์และอุตสาหกรรมทางการแพทย์ สำหรับสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชน โดยมีการกำหนดกลไกที่รัดกุมเพื่อไม่ให้กระทบต่อสังคม 

 

ซึ่งตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุขได้ผลักดันนโยบายกัญชา กัญชง ตามวาระของรัฐบาลชุดนี้ ได้นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จนมียาที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชง 8 รายการขึ้นเป็นบัญชีของชาติ ก่อนจะทิ้งท้ายว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะได้ร่วมกันเขียนบทบาทใหม่ของสภาเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนกำลังรอคอยร่างกฎหมายฉบับนี้

The post ผ่านฉลุย มติสภาเสียงข้างมากรับหลักการวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่เสนอโดย อนุทิน ภูมิใจไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันประสานเสียงจับมือทำงานตรวจสอบรัฐบาล อัดล้มเหลวบริหารประเทศ 9 ด้าน ย้ำไม่มีปัญหาหมางใจกันแล้ว https://thestandard.co/opposition-party-meeting-071264/ Tue, 07 Dec 2021 13:44:29 +0000 https://thestandard.co/?p=568777 opposition party meeting

วันนี้ (7 ธันวาคม) ที่โรงแรม SC Park พรรคร่วมฝ่ายค้านนั […]

The post พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันประสานเสียงจับมือทำงานตรวจสอบรัฐบาล อัดล้มเหลวบริหารประเทศ 9 ด้าน ย้ำไม่มีปัญหาหมางใจกันแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
opposition party meeting

วันนี้ (7 ธันวาคม) ที่โรงแรม SC Park พรรคร่วมฝ่ายค้านนัดหมายจัดกิจกรรม ‘ฝ่ายค้านรวมใจ สรรค์สร้างชีวิตใหม่เพื่อประชาชน’ โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมพรรคฝ่ายค้านเป็นครั้งแรกหลังย้ายจากเพื่อไทย ก่อนขยับนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ

 

ขณะที่การประชุมในวันนี้ ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และตัวแทนแต่ละพรรคเข้าร่วมประชุมด้วย อาทิ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, เบญจา แสงจันทร์, ปดิพัทธ์ สันติภาดา, ชัยธวัช ตุลาธน จากพรรคก้าวไกล ขณะที่พรรคเพื่อไทยมี ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์, ภูมิธรรม เวชยชัย, ชัยเกษม นิติสิริ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, อรุณี กาสยานนท์ เป็นต้น

 

หลังการประชุมผ่านไปเป็นเวลาชั่วโมงครึ่ง นพ.ชลน่าน เป็นตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงต่อสื่อมวลชนในหัวข้อ การทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน และความล้มเหลวของรัฐบาลในรอบปี 2564

 

พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังปวงชนไทย ได้ร่วมกันทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลตลอดระยะเวลาร่วม 3 ปีที่ผ่านมา โดยอาศัยกลไกในระบบรัฐสภาทั้งการตั้งกระทู้ การยื่นญัตติ ร่วมกันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งสิ้น 3 ครั้ง ได้ยื่นคำร้องต่อองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญหลายเรื่อง เรื่องสำคัญๆ หลายเรื่องถูกตีตกโดยองค์กรเหล่านั้นอย่างน่าเสียดาย อาทิ เรื่องการถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การขัดกันแห่งผลประโยชน์ใช้บ้านพักอาศัยเป็นสวัสดิการของทางราชการในกรมทหารแม้ว่าจะเกษียณอายุราชการมาแล้ว การมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าตำแหน่งหัวหน้า คสช. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เป็นต้น นอกจากนี้แต่ละพรรคยังได้ทำหน้าที่ตนในการแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับรัฐบาลมาโดยตลอด จากการประมวลสรุปผลการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในรอบปี 2564 พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นร่วมกันว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลมีความผิดพลาดล้มเหลวในหลายด้าน ได้แก่

 

​1. ภาวะความเป็นผู้นำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความบกพร่องติดกับดักการใช้อำนาจจนเคยชิน ทำให้การตัดสินใจในหลายเรื่องขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังเช่น การพยายามใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลด้วยการให้อำนาจเจ้าของค่ายมือถือระงับการใช้อินเทอร์เน็ตของบุคคลจนถูกประชาชนฟ้องคดีต่อศาล สุดท้ายก็มากลับลำยกเลิกคำสั่งดังกล่าว อีกกรณีหนึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องจากเมื่อครั้งที่ตนเองเป็นหัวหน้า คสช. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองอัคราจนถูกฟ้องคดีต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เมื่อสถานการณ์เพลี่ยงพล้ำจนอาจต้องจ่ายเงินให้บริษัทนับหมื่นล้าน สุดท้ายก็ยอมอนุญาตให้เปิดเหมืองและเพิ่มพื้นที่อีกจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็ใช้งบประมาณแผ่นดินไปต่อสู้คดีนี้อีกหลายร้อยล้านบาท สิ่งนี้คือความบกพร่องในภาวะผู้นำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เห็นได้ชัดเจน

 

​2. ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน จะเห็นได้ว่าผลการวิจัยของหลายองค์กรพบว่า ในสมัยรัฐบาลนี้มีการทุจริตคอร์รัปชันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่กลับพบว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ทั้ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กลับไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบการทุจริตให้เห็นเป็นรูปธรรมได้แม้แต่เรื่องเดียว โดยที่เป็นข่าวครึกโครมคือ กรณีการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (กระทรวงพาณิชย์) ซึ่งรัฐเสียหายนับแสนล้านบาท และมีข้อกล่าวหาว่ามีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่เรื่องกลับเงียบหาย รวมถึงการยื่นตรวจสอบรัฐมนตรีจากกรณีการผลักดันการซื้อขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมอำเภอจะนะ ส่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และการยื่นตรวจสอบข้อพิพาทสัมปทานดาวเทียมไทยคม นอกจากนี้ยังมีเรื่องการทุจริตจัดซื้อชุดตรวจโควิด ATK การทุจริตจัดซื้อวัคซีน การทุจริตการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ ซึ่งมีหลายเรื่องการทุจริตในการประมูลก่อสร้างเตาเผาขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร เป็นต้น เรื่องการทุจริตเหล่านี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบแล้ว อาทิ การบุกรุกที่ดินการรถไฟเขากระโดง เนื้อที่ 5,000 ไร่เศษ หรือการประมูลขายยางโล๊ะสต๊อก 1.04 แสนตัน เป็นต้น บางเรื่องก็เสนอข้อมูลผ่านสื่อมวลชนและการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ไม่เคยทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย

 

​3. ความล้มเหลวในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด รัฐบาลประเมินการแพร่ระบาดของโรคโควิด ต่ำกว่าความเป็นจริงและขาดองค์ความรู้ จึงขาดมาตรการเตรียมความพร้อมทำให้ตัดสินใจผิดพลาดจนทำให้การระบาดขยายวงกว้างจนระบบสาธารณสุขมีไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยได้ ถึงขนาดต้องให้ผู้ป่วยรักษาตัวเองที่บ้าน บางคนทนไม่ไหวถึงกับนอนตายนอกบ้านหลายราย ขณะที่การจัดการเรื่องวัคซีนก็มีความผิดพลาดไม่ทันต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดจนมีผู้ติดเชื้อเกินกว่า 20,000 คนต่อวัน จนปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อสะสมนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 กว่า 2 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 20,000 คน ขณะที่มาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคก็ไม่แน่นอน กลับไปกลับมา ส่งผลให้ประชาชนต้องตกงานจำนวนมาก ธุรกิจต้องปิดกิจการ ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศที่ตกต่ำอยู่แล้วต้องทรุดตัวลงต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี

 

​4. การใช้และบริหารงบประมาณที่ผิดพลาด ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในขณะที่รัฐบาลต้องกู้เงินจำนวนมาก แต่เงินที่ได้มากลับไม่สามารถจัดสรรให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด มีการใช้งบประมาณไปเพื่อการหาเสียงจำนวนมาก แทนที่จะใช้งบประมาณเพื่อรองรับระบบสาธารณสุขประเทศ กลับใช้เพื่อการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทั้งที่ไม่มีสถานการณ์ของการสู้รบใดๆ รัฐบาลนี้ถือเป็นรัฐบาลที่กู้เงินสูงสุดกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แต่กลับไม่สามารถนำเม็ดเงินมาบริหารจัดการให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้ และไม่สามารถทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นได้ ขณะเดียวกันกลับพบว่ามีข่าวทุจริตคอร์รัปชันไปทั่ว มีการกู้เงินจนสุดเพดาน ถึงขนาดที่ต้องมีการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะของประเทศ

 

​5. ความล้มเหลวในการปฏิรูปการเมือง ทำลายระบบนิติรัฐนิติธรรม การปฏิรูปการเมืองที่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอ้างเป็นเพียงลมปาก ปราศจากความคืบหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรม ในทางกลับกัน พฤติกรรมของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ กลับทำในทิศทางตรงกันข้าม ทำให้การเมืองถอยหลัง ทั้งความพยายามทุกทางในการสืบทอดอำนาจของตนเอง ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการทำลายระบบรัฐสภาด้วยการทำลายพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม มีการซื้อตัวนักการเมือง มีการกระทำการให้มีการยุบพรรค ย้ายพรรค ด้วยวิธีการที่ไม่เป็นตามวิธีการประชาธิปไตย ทำให้ระบบรัฐสภาถูกวิพากษ์วิจารณ์ เป็นรอยด่างว่าเป็นเพียงเวทีสำหรับนักการเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดคือการทำลายการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

 

6. รัฐบาลคุกคามและละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน มุ่งใช้กฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้ผันตัวเองจากหัวหน้า คสช. ซึ่งมาจากการยึดอำนาจมาสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญที่สร้างความได้เปรียบให้ตนเองในการเลือกตั้ง แม้สถานการณ์ของประเทศจะมีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลไกในระบบกฎหมายของประเทศ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ในส่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีเองก็ขาดจิตสำนึกประชาธิปไตย ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เมื่อมีการแสดงออกทางการเมืองหรือการชุมนุมจึงมักเห็นภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ชุมนุมอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังมีเจตนาในการบิดเบือนการใช้กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง มาดำเนินคดีกับประชาชนที่ชุมนุมอย่างสันติ ทำให้เกิดการดำเนินคดีกับประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม จนมีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่รัฐบาลเองมีปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสารและใช้กลไกของกระทรวงดีอีเอส เพื่อมุ่งจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนบนข้ออ้างของการต่อต้านข่าวปลอม

 

​7. ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ผู้นำหรือตัวนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่กลับไม่มีความเข้าใจถึงปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ประเทศยากจน ประชาชนเจ็บป่วยโดยถ้วนหน้า เศรษฐกิจของประเทศไทยยุค พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากเสาหลักของเอเชียกลายเป็นเสาที่หักล้มลงจากบริหารงานของรัฐบาล อุ้มชูคนรวย ซึ่งเป็นส่วนน้อยของประชาชนในประเทศ บดขยี้คนจนที่เป็นส่วนมากของประชาชนในประเทศ พาคนไทยเข้าสู่การเสื่อมถอยและสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ทำลายสถิติการกู้เงิน ทำลายสถิติการขาดดุลงบประมาณ ทำลายสถิติการสร้างคนจน ทำลายสถิติหนี้สาธารณะหนี้ครัวเรือน เกิดปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคการเกษตร หยุดชะงักพร้อมกัน การจัดเก็บรายได้ของรัฐต่ำกว่าประมาณการเกือบทุกปี งบประมาณปี 2565 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิดในปัจจุบัน เป็นงบประมาณที่ผิดที่ ผิดทิศ ผิดทาง และผิดเวลา การใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 2 ฉบับ มีปัญหาทั้งในมิติของมาตรการและความล่าช้าในการเบิกจ่าย กลายเป็นการแจกหว่านแหไร้ทิศทาง ไม่สามารถประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตได้ จนทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยเสียหายเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และยังเป็นเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าอันดับท้ายๆ ของโลก อีกทั้งรัฐบาลยังไร้ทิศทางว่าจะสามารถฟื้นเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างไร

 

​8. ความล้มเหลวด้านการปฏิรูปการศึกษา 7 ปีที่ผ่านมา เด็กไทยหลุดออกจากระบบการศึกษา 1.3 ล้านคน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาพุ่งสูง เด็กยากจนถูกปล่อยให้ไร้โอกาส โดยรัฐไร้การเหลียวแล ยิ่งในช่วงโควิด เด็กจบใหม่ไร้อนาคต ไร้ฝัน ไร้งาน คนตกงานกว่า 9 แสนคน การวัดผลคะแนนและการประเมินของเด็กไทยในระดับโลกตกต่ำทุกด้านทั้ง PISA และล่าสุดผลสอบด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษของเด็กไทยปี 2564 ยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

 

​9. ปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมร้ายแรง จะเห็นได้ว่าปัญหายาเสพติดภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้มีความรุนแรงและแพร่ระบาดไปทั่ว มีการขนส่งยาเสพติดล็อตใหญ่ๆ จำนวนมาก ทั้งขนส่งเข้ามายังประเทศไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ขณะที่ข่าวการจับยาเสพติดมีเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่การดำเนินการสอบสวนกลับไม่สามารถเอาผิดได้ เช่นเดียวกับปัญหาอาชญากรรมที่มีมากขึ้นรายวัน ประชาชนไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

 

​ข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนของความผิดพลาด ล้มเหลว และส่อทุจริตของรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นต่อไปทั้งในเรื่องความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ความล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศ รวมถึงพฤติกรรมการบริหารประเทศแบบลุแก่อำนาจ เอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง และเนื่องจากระยะเวลานี้น่าจะเป็นช่วงสุดท้ายของรัฐบาลนี้ ใกล้ที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป เราจะจับตาและให้ความสำคัญต่อการเอาเปรียบทางการเมือง ทั้งในทางกฎหมายและการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เพื่อการสืบทอดอำนาจของตนเองต่อไปอีก

 

ส่วนเรื่องเอกภาพและความเป็นหนึ่งของฝ่ายค้านนั้น ศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า การทำงานหลังจากนี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและจะค้านอย่างสร้างสรรค์ จะไม่เพียงแค่ด่ารัฐบาล แต่จะสอนมวยว่าควรแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะฝ่ายค้านห่วงว่าความล้มเหลวทุกด้านจะทำให้ประเทศดิ่งลงเหว การแก้ปัญหาให้ประชาชนจะไม่สำเร็จ

 

ด้าน พิธา กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้นัดประชุมในวันนี้ เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับฝ่ายค้านในการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล เพราะเห็นแล้วว่ารัฐบาลกำลังพายเรือวนในอ่าง ไม่มีการแก้ปัญหาได้สำเร็จ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การเกษตร การเมือง ความมั่นคง การศึกษา มีเพียงการสัญญาว่าจะทำเท่านั้น อีกทั้งเป็นปีครบรอบ 8 ปีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และในปีหน้าอาจจะมีการเลือกตั้ง รวมถึงการฟื้นฟูประเทศให้ไปข้างหน้า พร้อมย้ำว่าทิศทางและเป้าหมายของฝ่ายค้านยังไปด้วยกัน แม้จะมีความเห็นต่างกันบ้าง และจะรวมจุดต่างนั้นเพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพ และพร้อมยืนยันว่า จะทำงานร่วมกันเพื่อประชาชนต่อไป ที่ป่านมาอาจจะเห็นต่างกันหรือบางครั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลจะไม่เดินไปไนทิศทางเดียวกันแต่เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นต่าง แต่หลังจากนี้จะนำเอาความเห็นต่างมาแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง รวมถึงพรรคก้าวไกลก็พร้อมจะส่งผู้สมัครในนามของพรรคชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแน่นอน

 

opposition party meeting opposition party meeting opposition party meeting opposition party meeting opposition party meeting opposition party meeting opposition party meeting opposition party meeting opposition party meeting opposition party meeting

The post พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันประสานเสียงจับมือทำงานตรวจสอบรัฐบาล อัดล้มเหลวบริหารประเทศ 9 ด้าน ย้ำไม่มีปัญหาหมางใจกันแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบต่อ ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด นายกฯ-ครม. ทั้งคณะ บริหารโควิดผิดพลาด ทุจริตซื้อวัคซีนโควิด-ชุดตรวจ ATK ผิดพลาด https://thestandard.co/opposition-continues-investigation-filing-nacc-accuse-pm-and-cabinet/ Mon, 04 Oct 2021 06:10:21 +0000 https://thestandard.co/?p=543759 ป.ป.ช.

วันนี้ (4 ตุลาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปร […]

The post ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบต่อ ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด นายกฯ-ครม. ทั้งคณะ บริหารโควิดผิดพลาด ทุจริตซื้อวัคซีนโควิด-ชุดตรวจ ATK ผิดพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ป.ป.ช.

วันนี้ (4 ตุลาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตัวแทน 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ยื่นหนังสือร้องต่อ ป.ป.ช. ผ่าน นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ 

 

สำหรับวันนี้เป็นการยื่นคำร้องมีทั้งหมด 4 สำนวน คือ การกล่าวหา ครม. ทั้งคณะ กรณีดำเนินการจัดหาวัคซีนโควิดผิดพลาด ส่อทุจริตต่อหน้าที่, กล่าวหา ครม. ทั้งคณะ กรณีการจัดหาชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด, กล่าวหานายกรัฐมนตรี และ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กรณีกระทำความผิดต่อตำแหน่งราชการในการจัดหาวัคซีนโควิดที่ไร้ประสิทธิภาพ และกล่าวหานายกรัฐมนตรี และ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ครม. กรณีออกมติ ครม. ที่ขัดต่อกฎหมาย โดยเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตสต๊อกยางพารา 

 

นพ.ชลน่านกล่าวเพิ่มเติมว่า การยื่นคำร้องของพรรคฝ่ายค้าน เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 234(1) ที่ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย ป.ป.ช. ที่สืบเนื่องจากประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งที่ผ่านมา ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 172

 

ด้านนิวัติไชยกล่าวว่า หลังจากนี้จะตรวจสอบพยานหลักฐาน และการเรียกส่วนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน ซึ่งการดำเนินการอาจใช้เวลาพอสมควร ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ร้องขอเอกสารเพิ่มเติมด้วย แต่กฎหมายของ ป.ป.ช. ได้กำหนดกรอบให้ดำเนินการในแต่ละคดีให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี และต่ออายุได้ไม่เกิน 1 ปี

 

ส่วนความคืบหน้าการร้องเอาผิด ครม. ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยยื่นเอาผิดในการอภิปรายไม่ไว้วางครั้งที่ผ่านมานิวัติไชย กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสาร พยานหลักฐาน เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป

 

The post ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบต่อ ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด นายกฯ-ครม. ทั้งคณะ บริหารโควิดผิดพลาด ทุจริตซื้อวัคซีนโควิด-ชุดตรวจ ATK ผิดพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิคม ซักฟอก อนุทิน จับพิรุธบริษัทเซ็นสัญญา ATK เคยครอบครองเครื่องบินลำเดียวกับ รมว.สาธารณสุข https://thestandard.co/censure-debate-020964-6/ Thu, 02 Sep 2021 06:08:51 +0000 https://thestandard.co/?p=532195 Nikhom Boonwiset

วันนี้ (2 กันยายน) นิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( […]

The post นิคม ซักฟอก อนุทิน จับพิรุธบริษัทเซ็นสัญญา ATK เคยครอบครองเครื่องบินลำเดียวกับ รมว.สาธารณสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nikhom Boonwiset

วันนี้ (2 กันยายน) นิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยระหว่างการอภิปราย ได้นำคลิปภาพที่ปรากฏเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนทุบกระจกรถประชาชน แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดของภาพ พร้อมระบุว่าเป็นคลิปที่สื่อหลักไม่เผยแพร่ เพราะ พล.อ. ประยุทธ์ ควบคุมการนำเสนอเนื้อหา แต่คลิปดังกล่าวประชาชนเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์

 

นิคมอภิปรายด้วยว่า ตนมีความสงสัยต่อการจัดซื้อชุดตรวจหาเชื้อโควิด ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด โดยพบว่าองค์การเภสัชกรรมได้ลงนามกับบริษัทเอกชนอีกบริษัท ทั้งที่บริษัทที่ชนะประมูลคืออีกบริษัท นอกจากนั้นยังตั้งข้อสังเกตความสัมพันธ์ของบริษัทที่เซ็นสัญญาว่ามีผู้ถือหุ้นรายเดียวกับบุคคล ที่พบประวัติการครอบครองเครื่องบิน HS-WTH ซึ่งเครื่องบินลำดับกล่าวนั้น เคยมีผู้ครอบครองคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

.

“ดังนั้นการมีข้อสั่งการให้ลดสเปก ATK ที่ไม่ต้องผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ผ่านแค่การรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้บริษัทดังกล่าวผ่านการประมูลในราคา 65 บาท ทั้งที่ราคากลางตั้งไว้ 120 บาท ซึ่งการลดสเปกดังกล่าวทำให้ต้องลดค่าความแม่นยำเหลือ 95% จากที่กำหนดค่าความแม่นยำ 98% ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก” นิคม กล่าว

The post นิคม ซักฟอก อนุทิน จับพิรุธบริษัทเซ็นสัญญา ATK เคยครอบครองเครื่องบินลำเดียวกับ รมว.สาธารณสุข appeared first on THE STANDARD.

]]>
มติฝ่ายค้าน เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ ผนึกภาคประชาชน-ข้าราชการร่วมซักฟอก https://thestandard.co/opposition-party-prepare-to-submit-a-no-confidence-debate-in-the-prayut-government/ Mon, 12 Jul 2021 07:38:13 +0000 https://thestandard.co/?p=511548 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (12 กรกฎาคม) ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผู้เข้าร่ […]

The post มติฝ่ายค้าน เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ ผนึกภาคประชาชน-ข้าราชการร่วมซักฟอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ (12 กรกฎาคม) ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ พรรคเพื่อชาติ, นิคม บุญวิเศษ พรรคพลังปวงชนไทย, ภูมิธรรม เวชยชัย พรรคเพื่อไทย, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, ชูศักดิ์ ศิรินิล พรรคเพื่อไทย, วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย, เผ่าภูมิ โรจนสกุล พรรคเพื่อไทย, นภาพร เพ็ชร์จินดา พรรคเสรีรวมไทย และ ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ พรรคเพื่อไทย

 

สำหรับการประชุมในวันนี้ได้ดำเนินการผ่านระบบ Zoom เพื่อหารือสถานการณ์ทางการเมือง โดยมีวาระการประชุมคือ การประเมินสถานการณ์รัฐบาล การระบาดของโควิด และแนวโน้มสถานการณ์ต่อจากนี้ ความขัดแย้ง ความล้มเหลว และจังหวะก้าวของฝ่ายค้าน

 

  1. ที่ประชุมมีมติเห็นว่า สถานการณ์ประเทศในปัจจุบันอยู่ในภาวะวิกฤตขั้นสูงสุด ประชาชนกำลังล้มตาย ประเทศกำลังเสียหายยับเยิน จากการระบาดของโควิด โดยทั้งหมดเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดและล้มเหลวของรัฐบาล จนไม่อาจปล่อยให้สถานการณ์ย่ำแย่มากไปกว่านี้ได้
  2. พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเห็นร่วมกันว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าเพื่อความรอบคอบและความครบถ้วนของประเด็นการอภิปราย รวมถึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน จึงเห็นสมควรเชิญพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ในการร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเสนอให้พี่น้องประชาชนเข้าร่วมโดยส่งข้อมูลความผิดพลาด ล้มเหลว รวมถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นมายังพรรคร่วมฝ่ายค้าน

 

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจร่วมกันระหว่างพี่น้องประชาชน ข้าราชการ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการหยุดยั้งรัฐบาลที่ล้มเหลว

 

  1. ในระหว่างที่ไม่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน โดยจะนำเสนอท่าทีและความเห็นต่อสถานการณ์ประเทศต่อไป โดยจะมีการประชุมครั้งต่อไปในวันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00 น. ส่วนรูปแบบการประชุมนั้นจะเป็นไปตามกฎหมายกำหนด

The post มติฝ่ายค้าน เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ ผนึกภาคประชาชน-ข้าราชการร่วมซักฟอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคฝ่ายค้านผนึกกำลังเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ยื่นความเห็นต่อศาล 7 หน้า ยืนยันรัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ https://thestandard.co/opposition-parties-join-forces-to-amend-the-constitution/ Wed, 03 Mar 2021 08:49:09 +0000 https://thestandard.co/?p=461122 พรรคฝ่ายค้านผนึกกำลังเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ยื่นความเห็นต่อศาล 7 หน้า ยืนยันรัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

วันนี้ (3 มีนาคม) ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื […]

The post พรรคฝ่ายค้านผนึกกำลังเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ยื่นความเห็นต่อศาล 7 หน้า ยืนยันรัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคฝ่ายค้านผนึกกำลังเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ยื่นความเห็นต่อศาล 7 หน้า ยืนยันรัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

วันนี้ (3 มีนาคม) ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชน, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, ธงชาติ รัตนวิชา พรรคประชาชาติ, นภาพร เพ็ชร์จินดา พรรคเสรีรวมไทย เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอส่งบันทึกถ้อยคำและความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญประกอบการพิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

 

โดยประเสริฐกล่าวว่า ทางพรรคฝ่ายค้านเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญได้มีการขอความเห็นจากนักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้จำนวน 4 คน ดังนั้นเพื่อเป็นการเปิดรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย จึงได้ขอส่งบันทึกถ้อยคำเป็นข้อมูลต่อศาลรัฐธรรมนูญรวม 7 หน้า เพื่อยืนยันว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 156 (15) บัญญัติไว้ชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม คิดว่าการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะทันต่อการที่สภาจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในช่วงวันที่ 17-18 มีนาคม 2564 

 

ประเสริฐกล่าวว่า ฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าหากการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ไม่สามารถเป็นไปได้จะทำอย่างไร เพราะฝ่ายค้านคาดหวังไว้ว่างรัฐสภาน่าจะผ่านวาระ 3 ได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนเรียกร้อง รัฐสภาที่เป็นตัวแทนของประชาชนควรจะเห็นด้วยกับการผ่านวาระ 3

 

ด้านชัยธวัชกล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ใช่ปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราได้ โดยมีข้อจำกัดเพียงห้ามแก้ไขแล้วไปกระทบต่อระบอบการปกครองและรูปแบบของรัฐมิได้ ดังนั้นการแก้ไขโดยให้มี สสร. จึงอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ กระบวนการก็ยังอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงได้ให้ความเห็นในบันทึกที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ การเสนอแก้ไขในลักษณะที่กระทำอยู่สามารถทำได้ และเป็นอำนาจของรัฐสภา ซึ่งในอดีตเคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534 ก็มีการทำในลักษณะนี้ จนนำไปสู่การตั้ง สสร. และมีรัฐธรรมนูญ 2540 จึงยืนยันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านว่ารัฐสภามีอำนาจ ไม่เห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่ ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post พรรคฝ่ายค้านผนึกกำลังเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ยื่นความเห็นต่อศาล 7 หน้า ยืนยันรัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตรลุกแจงสั้นๆ “ที่ท่านพูดมาไม่จริง” หลังนิคมเผยรับเหล็กไหลเป็นของขวัญเกิน 3,000 บาท https://thestandard.co/prawit-say-what-you-said-is-not-true/ Fri, 19 Feb 2021 13:55:52 +0000 https://thestandard.co/?p=456657 ประวิตรลุกแจงสั้นๆ “ที่ท่านพูดมาไม่จริง” หลังนิคมเผยรับเหล็กไหลเป็นของขวัญเกิน 3,000 บาท

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก […]

The post ประวิตรลุกแจงสั้นๆ “ที่ท่านพูดมาไม่จริง” หลังนิคมเผยรับเหล็กไหลเป็นของขวัญเกิน 3,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตรลุกแจงสั้นๆ “ที่ท่านพูดมาไม่จริง” หลังนิคมเผยรับเหล็กไหลเป็นของขวัญเกิน 3,000 บาท

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของ นิคม บุญวิเศษ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทยที่ระบุว่า ในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 75 ปีของ พล.อ. ประวิตร มีการทำผิดกฎหมายโดย คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทย หรือเจ้าพ่อเหล็กไหล ได้เข้ามอบเหล็กไหลเป็นของขวัญวันคล้ายวันเกิดให้ พล.อ. ประวิตร ดังนั้น พล.อ. ประวิตร จึงขัดหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นเงินได้ ที่ห้ามไม่ให้พนักงานของรัฐรับทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากกว่า 3,000 บาท และหากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งคฑาเทพได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินและประเมินมูลค่าทรัพย์สินของตนไว้แล้ว ซึ่งมีมูลค่าสูงหลายสิบล้านบาท จากพยานหลักฐาน ราคาเหล็กไหลจึงมีมูลค่าสูงเกินกว่า 3,000 บาทที่พนักงานราชการจะรับได้แน่นอน

 

นิคมกล่าวด้วยว่า ตนจะส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยให้ พล.อ. ประวิตร พ้นจากตำแหน่งเป็นการเฉพาะตัว และจะขอให้ ปปป. (กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ) ไต่สวนกรณีการทุจริตต่อหน้าที่ และดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุดต่อไป

 

ขณะที่ พล.อ. ประวิตร ลุกขึ้นชี้แจงว่า “สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดไม่เป็นความจริง” แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทันที โดย พล.อ. ประวิตร ใช้เวลาชี้แจงไม่ถึง 5 วินาที

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ประวิตรลุกแจงสั้นๆ “ที่ท่านพูดมาไม่จริง” หลังนิคมเผยรับเหล็กไหลเป็นของขวัญเกิน 3,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันไม่แก้ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแม้แต่คำเดียว https://thestandard.co/parliamentary-opposition-distrust-debate/ Thu, 28 Jan 2021 11:21:38 +0000 https://thestandard.co/?p=448509 ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันไม่แก้ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแม้แต่คำเดียว

วันนี้ (28 มกราคม) สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ร่วม […]

The post ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันไม่แก้ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแม้แต่คำเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันไม่แก้ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแม้แต่คำเดียว

วันนี้ (28 มกราคม) สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ร่วมหารือกับตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ประกอบด้วย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย เพื่อหารือถึงการปรับปรุงญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่มีปัญหาเนื้อหาโยงไปถึงสถาบัน

 

ภายหลังการประชุม สมพงษ์ กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือกันแล้ว และมีมติว่า ญัตติที่ได้เสนอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลก่อนหน้านี้มีความครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว และไม่มีสิ่งใดต้องแก้ไข ทราบว่าหลังจากที่ประชุมวิป 2 ฝ่ายในช่วงบ่าย มี ส.ส. บางท่านให้ข่าวว่าตนจะไปทบทวนแก้ไขญัตติดังกล่าว โดยยืนยันว่ามติที่ได้ยื่นไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม มีความครบถ้วนทุกกระบวนการ ดังนั้น จะไม่มีการแก้ไขแม้แต่คำใดคำหนึ่ง ส่วนเรื่องการอภิปรายนั้น มั่นใจว่า ส.ส. ทุกคน เข้าใจการอภิปรายเกี่ยวกับสถาบันฯ ทุกคนระวังอยู่แล้ว อีกทั้งประธานที่ประชุมคอยดูแลกำกับอยู่ คิดว่าคงไม่มีปัญหา โดยขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรรีบบรรจุญัตติภายใน 7 วัน

 

ด้านวันมูหะมัดนอร์กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลระบุว่า ญัตติดังกล่าวจะละเมิดสถาบัน เป็นหน้าที่ของประธานในที่ประชุมจะพิจารณา ถ้าพูดผิดข้อบังคับ ประธานก็ให้ผู้อภิปรายถอนคำพูดได้ ฝ่ายค้านคุยกันแล้วยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดผิดทั้งกฎหมายและข้อบังคับการประชุม หรือล่วงละเมิดสถาบัน เมื่อญัตติไม่ผิดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ 

 

ขณะที่ประเสริฐกล่าวถึงกรอบเวลาการอภิปรายนั้น ฝ่ายค้านยังยืนยันว่าต้องอภิปรายอย่างน้อย 5 วัน บวกวันลงมติอีก 1 วัน เป็น 6 วันขั้นต่ำ การที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันจะให้อภิปรายแค่ 4 วันเท่านั้นคงไม่พอ และยังไม่ได้เป็นข้อตกลงกัน

The post ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันไม่แก้ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแม้แต่คำเดียว appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 พรรคฝ่ายค้าน จัดเสวนาใหญ่ ระดมหัวหน้าพรรคหาทางออกประเทศ ก่อนรัฐบาลแถลงนโยบาย https://thestandard.co/opposition-parties-seminar/ Wed, 17 Jul 2019 06:49:13 +0000 https://thestandard.co/?p=270909 พรรคเพื่อไทย

เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และเลขาฯ คณะ […]

The post 7 พรรคฝ่ายค้าน จัดเสวนาใหญ่ ระดมหัวหน้าพรรคหาทางออกประเทศ ก่อนรัฐบาลแถลงนโยบาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคเพื่อไทย

เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และเลขาฯ คณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน และการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทั้ง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เห็นชอบจัดงานเสวนาเชิงวิชาการในหัวข้อ ‘ทางออกในการแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติ’ โดยถือเป็นเวทีแรกของโครงการ ‘ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน’ ในวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00-12.30 น. ณ โรงแรม แลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ

 

โดยการเสวนาในครั้งนี้จะเป็นการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรค ร่วมกับประชาชนและสื่อมวลชน ในการหาแนวทางนำพาประเทศไทยออกจากวิกฤตในปัจจุบันร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ วิกฤตการสืบทอดอำนาจ วิกฤตความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย รวมถึงจะเป็นการ ‘แสดงวิสัยทัศน์ กำหนดบทบาท และภารกิจของฝ่ายค้าน’ ต่อประชาชน โดยมุ่งเน้นการเป็นฝ่ายค้านสร้างสรรค์ แต่หนักแน่น ตรงไปตรงมา โดยยึดมั่นในหลักการและความถูกต้อง และพร้อมทำงานร่วมกับประชาชน

 

วิทยากรผู้เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ สุภดิช อากาศฤกษ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย โดยมีศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

พรรคเพื่อไทย

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post 7 พรรคฝ่ายค้าน จัดเสวนาใหญ่ ระดมหัวหน้าพรรคหาทางออกประเทศ ก่อนรัฐบาลแถลงนโยบาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปฏิญญาแลงคาสเตอร์ 6 พรรคลงสัตยาบัน รวมเสียง 7 พรรค 256 ที่นั่ง ต้านสืบทอดอำนาจ รุมบี้ กกต. เปิดผลเลือกตั้ง https://thestandard.co/thailandelection2562-pheu-thai-coalition-ratification-2/ https://thestandard.co/thailandelection2562-pheu-thai-coalition-ratification-2/#respond Wed, 27 Mar 2019 08:52:06 +0000 https://thestandard.co/?p=229914 ปฏิญญาแลงคาสเตอร์

ช่วงเช้าวันนี้ (27 มี.ค.) สื่อมวลชนหลายร้อยสำนักปักหลัก […]

The post ปฏิญญาแลงคาสเตอร์ 6 พรรคลงสัตยาบัน รวมเสียง 7 พรรค 256 ที่นั่ง ต้านสืบทอดอำนาจ รุมบี้ กกต. เปิดผลเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปฏิญญาแลงคาสเตอร์

ช่วงเช้าวันนี้ (27 มี.ค.) สื่อมวลชนหลายร้อยสำนักปักหลักรอที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อเฝ้ารอการแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทยและพรรคที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งคาดหมายกันว่าจะเป็นการรวมเสียงแถลงจัดตั้งรัฐบาล

 

ปฏิญญาแลงคาสเตอร์

 

เวลา 10.40 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ บัญชีรายชื่อนายกฯ พรรคเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายชัยเกษม นิติสิริ บัญชีรายชื่อนายกฯ พรรคเพื่อไทย ร่วมกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่มี นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นหัวหน้า แต่ไม่ได้มาร่วมในวันนี้ รวมทั้งสิ้น 7 พรรค คิดเป็น 255 เสียง ส.ส. ร่วมกันแถลงจุดยืนสนับสนุนพรรคเพื่อไทยที่ชนะการเลือกตั้ง มี ส.ส. เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลตามหลักการของระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ตัวแทนแต่ละพรรคต่างทยอยเดินทางมาทักทายพูดคุยกันก่อนร่วมงานแถลงข่าว

 

ปฏิญญาแลงคาสเตอร์

 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวว่าวันนี้ทุกพรรคการเมืองที่ต่างประกาศเป็นสัญญาประชาคมระหว่างการรณรงค์เลือกตั้งว่ามีเจตนารมณ์เป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ทุกพรรคยืนยันว่าจะร่วมกันทำตามสัญญาประชาคมตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้เลือกพวกเรามา วันนี้ถือว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยได้รับความไว้วางใจหรือฉันทานุมัติมากที่สุด แม้ตัวเลข ส.ส. ยังไม่นิ่ง แต่ไม่ต่ำกว่า 255 เสียงอย่างแน่นอน และยังมีแนวร่วมอื่นที่ต้องพูดคุยกันอีก พรรคฝ่ายประชาธิปไตยคัดค้านการสืบทอดอำนาจ คสช. มีเสียงข้างมาก ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนที่ต้องการให้หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ คสช. แล้วด้วยการจัดตั้งรัฐบาล เราพยายามจะทำตามความคาดหวังประชาชนให้มากที่สุด จะเดินตามกติกาอย่างมีมารยาท ส่งเสริมวัฒนธรรมการเมืองสร้างสรรค์

 

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวด้วยว่าแม้การเลือกตั้งครั้งนี้ยากตั้งแต่ก่อนลงสมัคร เพราะกติกาถูกเขียนให้มุ่งเน้นการสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะนับคะแนนคนแพ้ ส.ว. แต่งตั้ง 250 คน การเลือกตั้งก็ใช้อำนาจรัฐกดดัน ซื้อเสียงมากมาย เกิดความผิดปกติในการนับคะแนน เกิดข้อกังขามากที่สุด ต่อไปก็จะต้องเจอความพยายามทอนคะแนนของพรรคฝ่ายนี้อีกจากใบเหลือง-ใบแดง เนื่องจากมีเวลาอีก 2 เดือนก่อนจะมีการรับรอง ส.ส. ซึ่งพวกเราทุกพรรคเก็บคะแนนดิบไว้แล้วเพื่อป้องกันการถูกบิดเบือน ถูกโกงคะแนน เพราะตอนนี้ก็เริ่มมีปฏิบัติการลดทอนกำลัง นอกจากใบเหลือง-ใบแดงแล้วยังมีย้ายค่ายเบอร์เดิมที่พยายามใช้เงิน ใช้ตำแหน่งล่อกันอยู่ แต่เชื่อว่าเมื่อยึดมั่นอุดมการณ์แล้วคงไม่เปลี่ยน และคงจะมีพรรคการเมืองที่เห็นแก่บ้านเมือง เห็นแก่ประชาชนว่าต้องการอะไรจะหันหน้าเข้ามาร่วมกันอีก จากวันนี้ตนก็จะคุยกับพรรคอื่นด้วย

 

ปฏิญญาแลงคาสเตอร์

 

ขณะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบันอยู่ในภาวะที่อำนาจไม่เป็นประชาธิปไตยต้องการเข้ามามีบทบาทหลังการเลือกตั้ง ซึ่งไม่มีประโยชน์ในระยะยาว พวกเราจึงต้องช่วยกันทำให้เสียงประชาชนได้รับการตอบรับอย่างแท้จริง พวกเราทุกคนบนเวทีต้องการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. ตามที่ได้รับฉันทามติจากประชาชน โดยพรรคอนาคตใหม่มีจุดยืน 5 ข้อคือ



1. ยืนยันจะร่วมกับทุกพรรคการเมืองในวันนี้ สกัดกั้นการสืบทอดอำนาจของ คสช. อย่างถึงที่สุด แม้หนทางข้างหน้าจะยากลำบากมาก ต้องฝ่าฟันปิดสวิตช์ ส.ว. แต่งตั้ง

 

2. ขอเชิญชวนพรรคการเมืองอื่นที่เคยสัญญากับประชาชนไว้ระหว่างการหาเสียงว่าจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช. มาร่วมกันวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

 

3. ขอยืนยันเหมือนเดิมว่านายกฯ ต้องมาจากพรรคอันดับหนึ่ง พรรคอนาคตใหม่จะสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ ของประเทศไทยมากที่สุดในวันนี้

 

4. ขอเรียกร้องถึงการดึงดันตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยของพรรคการเมืองที่หวังใช้ ส.ว. แต่งตั้งสนับสนุนให้ทบทวน เพราะรังแต่จะสร้างปัญหา พาสังคมเดินไปสู่ทางตัน การเมืองไทยพัฒนาไม่ได้

 

5. ขอเรียกร้องให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม 2 วันแล้วยังไม่เห็นผลเลือกตั้ง และขอให้เปิดเผยผลเลือกตั้ง ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกหน่วย เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง นี่คือจุดยืนสำหรับการทำงานร่วมกับทุกพรรคบนเวทีนี้

 

ปฏิญญาแลงคาสเตอร์

 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่าพี่น้องชาวไทยและประชาชนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับผลการเลือกตั้งของประเทศไทย การทำหน้าที่ของ กกต. การจัดตั้งรัฐบาลระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายสืบทอดอำนาจ พรรคประชาชาติอยากเห็นรัฐบาลที่มาบริหารประเทศต่อจากนี้เป็นรัฐบาลที่เคารพสิทธิของประชาชน ต้องการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศนี้อย่างจริงจังและจริงใจ ไม่ใช่รัฐบาลที่เห็นแก่พวกพ้อง พยายามสานต่ออำนาจจนทำให้ประเทศบอบช้ำไปอีก ต่างจากประชาธิปไตยที่จะสร้างความเชื่อมั่นกับชาวไทยและต่างประเทศ หากเป็นรัฐบาลเดิมก็คงไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ พรรคประชาชาติอยากเห็นรัฐบาลต่อไปต้องมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องมี 251 เสียงขึ้นไป เพราะการบริหารประเทศ ไม่ว่าใครเป็นนายกฯ ก็ต้องอาศัยสภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายและตรวจสอบ ส.ว. มีหน้าที่เป็นเพียงพี่เลี้ยงเท่านั้น

 

ดังนั้นหากจะจัดตั้งรัฐบาลโดย ส.ส. เสียงข้างน้อย ใช้เสียง ส.ว. สนับสนุน จะไม่มีเสถียรภาพ เศรษฐกิจจะแย่ หุ้นจะตกระนาว ไม่มีความมั่นใจในการผ่านกฎหมาย การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกคนควรเห็นแก่ประชาชนและประเทศชาติมากกว่าพวกพ้อง เมื่อพวกท่านทำทุกวิถีทางแล้วไม่ใช่ แต่วันนี้ก็มีการเลือก ส.ส. ได้เสียงข้างมากมาแล้ว ถ้าจะโกงวิธีคิดคะแนนอีก ปัญหาในวันข้างหน้าก็จะมีอีกมาก สุดท้ายพรรคประชาชาติขอเรียกร้องไปยัง กกต. ว่าต้องเป็นตัวของตัวเอง เป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่ใช่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะผ่านไปอย่างไม่สบายใจ แต่ยังมีเวลาแก้ตัว ทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม อำนาจใดที่มากดดันท่านก็สู้ประชาชนไม่ได้ ท่านควรรักเกียรติประวัติของท่านมากกว่าไปเป็นเครื่องมือของคนอื่น

 

ปฏิญญาแลงคาสเตอร์

 

ขณะที่ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่าตนมาร่วมวันนี้เพราะมีจิตสำนึกประชาธิปไตยตามศักดิ์ศรีและอุดมการณ์ที่เรามีเพื่อต้องการการสืบทอดอำนาจ การตั้งรัฐบาลต้องยึดหลักสากลคือเสียงส่วนใหญ่ ใครที่จะใช้เล่ห์กลอุบายแย่งชิงตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยนั้นไม่ถูกต้อง ขอฝากไปยัง กกต. ที่มาอย่างมีศักดิ์ศรี ให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีและวงศ์ตระกูลของท่านในอนาคตที่ครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ชั่วลูกชั่วหลาน ตอนนี้ประชาชนตั้งข้อสังเกตอย่างมาก ขอเรียกร้องให้ประกาศผลการเลือกตั้งโดยเร็ว ไม่ต้องรอวันสุดท้าย

 

นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่าช่วงแรกพรรคตนได้ 1.3 แสนคะแนน ช่วงหลังเหลือ 7 หมื่นคะแนน ไม่ทราบว่าคะแนนหล่นหายไปไหน ซึ่งมีอีกหลายพรรคเล็กได้คะแนนหลัก 4-5 หมื่น ไม่ยอมเข้ากับฝั่งประชาธิปไตย ไปเข้ากับอีกฝ่ายเพื่อหวังให้เขาเกลี่ยคะแนนให้ได้ ส.ส. สัก 1 คน ตนขอวิงวอนไปยังพรรคอื่นที่ลังเลให้ทบทวนให้ดี และขอสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ

 

“หลังจากที่มีโอกาสได้พูดคุยกับพรรคเล็กๆ ซึ่งมี 4-5 หมื่นคะแนน ก็เลยไม่กล้าเข้ามาร่วมกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย แต่จะไปอยู่กับอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อหวังให้เขาเกลี่ยให้มี 1 ที่นั่ง นี่คือวิธีคิดของพรรคเล็ก

 

“พรรคของผมเองแม้ว่าจะมีแค่ 1 ที่นั่ง แต่ก็มั่นใจว่าตัดสินใจได้ถูกต้อง เราตัดสินใจตั้งแต่ก่อตั้งพรรคขึ้นมาแล้วว่าต้องการอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ประเทศไทยจะช้าหรือเร็วต้องเป็นประชาธิปไตย ทำไมเราไม่มาร่วมกันสร้างประชาธิปไตยตั้งแต่วันนี้ จะรออีกกี่ปีกี่ชาติ ผมขอฝากไปถึงพรรคต่างๆ ที่ยังลังเลอยู่” หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทยกล่าว

 

ปฏิญญาแลงคาสเตอร์

 

นายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยวันนี้รวมแล้วมีเสียง 255 คน จาก 7 พรรค บนเวทีมี 6 พรรควันนี้ และพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่คุยโทรศัพท์กับ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ยืนยันว่ายึดตามคำพูดเดิมว่าจะไม่สืบทอดอำนาจ ต้องการพัฒนาประชาธิปไตย ยืนยันเป็นพรรคที่รักษาคำพูด ส่วน กกต. ต้องประกาศผล 100% ทันที คะแนนดิบก็มีหมดแล้ว 5% ไม่ต้องเก็บไว้ เพราะการไม่ประกาศผลทั้งที่รู้คะแนนอยู่แล้วก่อให้เกิดความสงสัยและไม่สบายใจสำหรับพี่น้องทุกคน เรายืนยันจะรักษากลไกตามกติกาที่ถูกต้อง ประชาชนสะท้อนแล้วว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงในชีวิตให้ดีขึ้นกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการร่างแถลงการณ์ร่วมให้ทุกพรรคลงนามในสัตยาบันเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการนี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นตัวแทนทุกพรรคร่วมกันลงนามท้ายสัตยาบันเพื่อเป็นการรับรองจุดยืนร่วมกัน โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่าจากนี้ตัวแทนจากทุกพรรคจะเดินทางไปยัง กกต. เพื่อขอให้เปิดผลการเลือกตั้งทั้ง 100% และจะหารือกับ กกต. ถึงเหตุไม่ชอบมาพากลทั้งก่อนการลงคะแนนที่มีการซื้อเสียงและการใช้อำนาจรัฐ ตลอดจนการนับคะแนนที่ทำให้ผลการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม เกิดความกังขามาก จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากคนในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจย่ำแย่ วันนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ ลงนามในสัตยาบันเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ สร้างระบอบประชาธิปไตยให้แข็งแกร่ง แข็งแรง และยุติกระบวนการต่อเนื่องของวงจรอุบาทว์ให้ได้

 

ปฏิญญาแลงคาสเตอร์

 

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่าพวกเราในฐานะพรรคการเมืองจะทำตามวิถีทางประชาธิปไตย มีมารยาท ไม่พยายามดึงตัว ส.ส. ทำให้เกิดงูเห่าหรือย้ายค่ายเบอร์เดิม เราจะไม่ทำ แต่จะทำอย่างตรงไปตรงมาเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคมาช่วยกันสร้างระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง ถ้าพรรคการเมืองไม่ร่วมกันในวันนี้จะกลายเป็นตราบาป เป็นมรดกที่จะส่งผลให้ลูกหลานอย่างยาวนาน ปี 2557 ยึดอำนาจด้วยอาวุธ ปี 2562 ยึดอำนาจด้วยการเขียนกติกาลายพรางไว้หมด ถ้าเราทำไม่สำเร็จ อนาคตของลูกหลานจะอยู่กับระบบแบบนี้ไปอีกยาวไกล

 

“พวกเราเสียงส่วนใหญ่ที่ได้รับฉันทามติจากประชาชน ขอเรียกร้องพรรคการเมืองอื่นให้เข้ามาร่วมกันสร้างประชาธิปไตย ช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความสงบ มีเศรษฐกิจที่ดี อนาคตที่ดี มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ พวกเราไม่ต่ำกว่า 255 เสียง จาก 7 พรรคพร้อมร่วมเดินหน้าแน่นอน นอกจากนี้ภารกิจที่ 2 คือการถามหาคะแนนจาก กกต. เพราะเกิดความคลางแคลงใจ ถ้าปล่อยไปจะถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ปฏิญญาแลงคาสเตอร์ 6 พรรคลงสัตยาบัน รวมเสียง 7 พรรค 256 ที่นั่ง ต้านสืบทอดอำนาจ รุมบี้ กกต. เปิดผลเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailandelection2562-pheu-thai-coalition-ratification-2/feed/ 0