นารถนารี รัฐปัตย์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นารถนารี-รัฐปัตย์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 06 Jan 2026 03:03:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 SAM เปิดรับลูกหนี้รายย่อย ภาระไม่เกิน 100,000 บาท ร่วมโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ เริ่มลงทะเบียน 5 ม.ค. 69 https://thestandard.co/sam-small-debtors-100k-project/ Tue, 30 Dec 2025 09:04:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1160200 SAM เปิดรับลูกหนี้รายย่อย ภาระไม่เกิน 100,000 บาท ร่วมโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ เริ่มลงทะเบียน 5 ม.ค. 69

SAM ประกาศดีเดย์ 5 มกราคม 2569 เริ่ม ลงทะเบียน ลูกหนี้ต […]

The post SAM เปิดรับลูกหนี้รายย่อย ภาระไม่เกิน 100,000 บาท ร่วมโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ เริ่มลงทะเบียน 5 ม.ค. 69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
SAM เปิดรับลูกหนี้รายย่อย ภาระไม่เกิน 100,000 บาท ร่วมโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ เริ่มลงทะเบียน 5 ม.ค. 69

SAM ประกาศดีเดย์ 5 มกราคม 2569 เริ่ม ลงทะเบียน ลูกหนี้ต่ำแสน ร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” สะท้อนบทบาทใหม่ “SAM Social AMC” แก้ไขปัญหาหนี้เชิงโครงสร้างและช่วยเหลือประชาชนเริ่มต้นชีวิตใหม่ทางการเงินอย่างยั่งยืน

 

นารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 เป็นวันแรกที่โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อย ประเภทบุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสียแบบไม่มีหลักประกัน เกินกว่า 90 วัน (NPLs) ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 และมีภาระหนี้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท เริ่ม ลงทะเบียน สมัครเข้าร่วมโครงการฯ อย่างเป็นทางการ ผ่าน เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th เพื่อตรวจสอบสิทธิ์และคุณสมบัติว่าตรงตามเงื่อนไขโครงการหรือไม่

 

ทั้งนี้ ภายหลังการลงทะเบียนแสดงความประสงค์สมัครเข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” แล้วลูกหนี้จะได้รับ SMS แจ้งผลการพิจารณาผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ลูกหนี้ให้ข้อมูลไว้ในขั้นตอนการลงทะเบียน และ SAM จะติดต่อกลับเพื่อแจ้งรายละเอียดการดำเนินการในขั้นต่อไป

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

นารถนารีกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ขั้นตอนการโอนหนี้ระหว่างธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ หรือ Non-bank ที่เข้าร่วมโครงการได้ดำเนินการและมีความคืบหน้าตามแผนงานที่กำหนด โดยมีลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1.6 ล้านบัญชี หรือ 1.2 ล้านราย คิดเป็นภาระหนี้รวมทั้งสิ้นถึง 43,600 ล้านบาท และจะเริ่มต้นเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ลูกหนี้มีความสะดวกในการติดต่อ SAM ได้มอบหมายให้สถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เป็นผู้รับคำขอและดำเนินการแทน โดยลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้รายเดียวสามารถติดต่อขอปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ได้โดยตรง ส่วนลูกหนี้ที่เป็นหนี้หลายสถาบันการเงินติดต่อได้โดยตรงที่ SAM

 

โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” มี 2 มาตรการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรน ให้ลูกหนี้สามารถเลือกเงื่อนไขการชำระหนี้ได้ตามศักยภาพหรือความสามารถ ได้แก่ 1. มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” คือ ให้ลูกหนี้จ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันที และ 2. มาตรการ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” คือ ให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้เป็นระยะเวลาผ่อนสูงสุด 3 ปี และจะได้รับยกเว้นดอกเบี้ยระหว่างที่เข้าร่วมโครงการ

 

“ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาท บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม หรือ Social AMC ของ SAM ที่สามารถเริ่มดำเนินการให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว และนับจากวันนี้การปรับโครงสร้างหนี้ของ SAM ไม่ใช่การทวงหนี้ หรือบริหารจัดการหนี้เพื่อผลกำไรหรือประโยชน์ทางธุรกิจ แต่เป็นการมองหนี้ในมิติของสังคมควบคู่กัน และนี่คือบทบาทของ บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม หรือ Social AMC ที่เป็นกลไกกลางของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาหนี้เชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ภายใต้นโยบายที่ชัดเจน เพื่อพลิกฟื้นชีวิตทางการเงินและช่วยเหลือให้คนไทยนับล้านคนกลับมาตั้งตัวและเดินหน้าต่อไปได้อีกครั้ง ควบคู่กับการลดผลกระทบและความเสี่ยงต่อระบบการเงิน การธนาคารโดยรวม อันจะส่งผลต่อเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว” นารถนารีกล่าว

 

สำหรับ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถติดตามข่าวสารที่เว็บไซต์ www.sam.or.th และเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SAM Call Center 1443 กด 6 และ Line: @samsocialamc หรือ BOT Contact Center 1213 รวมทั้งสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิมของลูกหนี้

The post SAM เปิดรับลูกหนี้รายย่อย ภาระไม่เกิน 100,000 บาท ร่วมโครงการ ‘ปิดหนี้ไว ไปต่อได้’ เริ่มลงทะเบียน 5 ม.ค. 69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไตรมาสแรกปีนี้คนไทยขอแก้หนี้กว่า 20,000 ราย SAM เผยปัจจุบันมีลูกค้าตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ 46,700 ราย คิดเป็น 129,950 บัญชี https://thestandard.co/1q24-thai-people-debt-relief/ Tue, 14 May 2024 11:05:35 +0000 https://thestandard.co/?p=933414

คลินิกแก้หนี้ by SAM ปิดไตรมาส 1 สวย ชูคนไทยร่วมมือช่วย […]

The post ไตรมาสแรกปีนี้คนไทยขอแก้หนี้กว่า 20,000 ราย SAM เผยปัจจุบันมีลูกค้าตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ 46,700 ราย คิดเป็น 129,950 บัญชี appeared first on THE STANDARD.

]]>

คลินิกแก้หนี้ by SAM ปิดไตรมาส 1 สวย ชูคนไทยร่วมมือช่วยชาติลดหนี้ครัวเรือน ดันยอดใบสมัครไตรมาสแรกพุ่ง ย้ำสนองนโยบายรัฐช่วยเหลือลูกหนี้คงดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ผ่อนนานสุดถึง 10 ปี มั่นใจสิ้นปี 2567 ทะลุเป้าหมาย 55,000 บัญชี

 

นารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/67 ของโครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM เป็นที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

โดยมีจำนวนผู้ยื่นใบสมัครเข้าร่วมโครงการมากถึง 20,267 ราย หรือเพิ่มขึ้น 43% ซึ่งจำนวนผู้ผ่านคุณสมบัติและอยู่ระหว่างรอเอกสารตรวจสอบมีจำนวนรวม 14,311 ราย หรือเพิ่มขึ้น 58% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

 

ทั้งนี้ในไตรมาส 1/67 มีจำนวนผู้ที่ทยอยลงนามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วจำนวน 7,145 ราย หรือ 19,757 บัญชี เพิ่มขึ้น 2.3 เท่า คิดเป็นภาระหนี้เงินต้นรวม 1,616 ล้านบาท

 

ปัจจุบันโครงการมีลูกค้าตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการประมาณ 46,720 ราย คิดเป็น 129,950 บัญชี รวมภาระหนี้เงินต้นคงเหลือตามสัญญา 9,460 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ค่าเฉลี่ยเงินต้นคงเหลือตามสัญญารายละ 202,440 บาท
  • ภาระหนี้ของผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 50,000-200,000 บาท และอยู่ใน Gen Y กับ Gen X สัดส่วน 61% และ 35% ตามลำดับ
  • จำนวนบัญชีเฉลี่ย 2.7 บัญชีต่อราย และมีค่างวดผ่อนชำระเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 2,470 บาท โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระเฉลี่ยอยู่ที่ 92 เดือน

 

นอกจากนี้ โครงการพบว่าลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ยังไม่ดำเนินคดีมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น คาดว่ามาจากปัญหาหนี้ส่วนบุคคลเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และเป็นเรื่องใกล้ตัว จึงต้องการแก้ไขปัญหาหนี้เร็วขึ้น รวมทั้งความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่ช่วยกันสร้างความรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ ส่งผลให้ประชาชนรู้จักและเริ่มสนใจการแก้ไขปัญหาหนี้ด้วยวิธีการปรับโครงสร้างหนี้มากขึ้นด้วย

 

“ความสำเร็จของโครงการดังกล่าวเป็นผลมาจากความร่วมมือกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมทั้งสถาบันการเงินต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการกว่า 32 แห่งในการปรับเกณฑ์คุณสมบัติใหม่ให้กับลูกค้าที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ไม่มีหลักประกัน ค้างชำระเกินกว่า 120 วัน (ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือนปัจจุบัน มีสถานะค้างชำระตั้งแต่ 121-150 วันขึ้นไป) ให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้เลย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 จากเดิมที่ต้องกำหนดช่วงเวลาของการเป็นหนี้เสียในแต่ละช่วงเวลา ส่งผลให้โครงการสามารถช่วยเหลือผู้ที่เป็นหนี้เสียและผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาหนี้เสียได้รวดเร็วขึ้น รวมไปถึงเงื่อนไขการผ่อนชำระและอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ รวมทั้งระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาวสูงสุดถึง 10 ปี ทำให้การแก้ไขปัญหาหนี้มีความเป็นไปได้มากขึ้น ขณะที่ประชาชนเองก็เกิดความตื่นตัวและหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขหนี้สินของตัวเองมากขึ้น นับว่าปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของคนไทยให้ลดลงโดยเร็ว และส่งผลให้จำนวนผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มสูงขึ้น โดยปี 2567 คาดว่าจะมีจำนวนลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ร่วมกับโครงการได้ไม่น้อยกว่า 55,000 บัญชี”

 

นารถนารีกล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่โครงการเริ่มดำเนินการเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 – 31 มีนาคม 2567 ได้ช่วยเหลือคนไทยและอีกหลายชีวิตในแต่ละครัวเรือนปลดหนี้สิน สามารถลุกขึ้นยืน กลับมาดำเนินชีวิตและธุรกิจต่อไปได้ โดยมีจำนวนลูกค้าที่ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว 2,047 ราย หรือ 5,037 บัญชี คิดเป็นภาระหนี้เงินต้นตามสัญญารวมทั้งสิ้น 288 ล้านบาท หรือชำระหนี้เสร็จสิ้นไปแล้วร้อยละ 3.35 โดยลูกค้าส่วนใหญ่สามารถผ่อนชำระเสร็จสิ้นได้ก่อนกำหนดระยะเวลาตามสัญญา ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของ SAM ในการให้โอกาสลูกค้า

 

สรุปจำนวนเงินที่ได้รับชำระจากลูกค้าในโครงการตลอด 7 ปีตั้งแต่เริ่มดำเนินการ คิดเป็นเงินรวมแล้วสูงถึง 2,700 ล้านบาท นับว่าโครงการเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนและลดปริมาณหนี้เสียของระบบสถาบันการเงินในประเทศ รวมทั้งช่วยเหลือ ฟื้นฟู และดูแลคนไทยที่มีปัญหาหนี้สินกลับมายืนได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นคงแข็งแรงโดยเร็วที่สุด อันเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

 

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่ายังมีลูกค้าบางส่วนที่ต้องออกจากโครงการก่อนหมดระยะเวลาสัญญาเนื่องจากผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้นโครงการจึงขอแจ้งให้ลูกค้าทราบว่า หากพบว่าตนเองเริ่มมีปัญหาการผ่อนชำระค่างวด และมีแนวโน้มว่าไม่สามารถทำตามเงื่อนไขของโครงการได้ ก็ขอให้รีบติดต่อกับโครงการเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป

 

โครงการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียประเภทบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ไม่มีหลักประกัน มีหนี้ค้างชำระมากกว่า 120 วัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนเพียงร้อยละ 3-5 ต่อปี และระยะเวลาผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปี

 

โดยมีทางเลือกการปรับโครงสร้างหนี้เป็น 3 ทางเลือก ได้แก่

 

  1. ผ่อนชำระไม่เกิน 4 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี
  2. ผ่อนชำระนานกว่า 4 ปี ไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี
  3. ผ่อนชำระนานกว่า 7 ปี ไม่เกิน 10 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี

 

โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครคือเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ มีอายุไม่เกิน 70 ปี มียอดหนี้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท

The post ไตรมาสแรกปีนี้คนไทยขอแก้หนี้กว่า 20,000 ราย SAM เผยปัจจุบันมีลูกค้าตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ 46,700 ราย คิดเป็น 129,950 บัญชี appeared first on THE STANDARD.

]]>