นักโทษทางการเมือง – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 03 Jul 2025 10:52:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ทนายวิญญัติ เตรียมพร้อมสู้คดีม. 112 ของทักษิณหลังพยานโจทก์ครบถ้วน ยืนยันลูกความป่วยจริง พร้อมเดินหน้าแถลงปิดคดี https://thestandard.co/winyat-ready-to-defend-thaksin-112/ Thu, 03 Jul 2025 10:52:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1092612

วันนี้ (3 กรกฎาคม) วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของ […]

The post ทนายวิญญัติ เตรียมพร้อมสู้คดีม. 112 ของทักษิณหลังพยานโจทก์ครบถ้วน ยืนยันลูกความป่วยจริง พร้อมเดินหน้าแถลงปิดคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 กรกฎาคม) วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าของคดี ม.112 ที่ ทักษิณถูกดำเนินคดี ว่า ศาลได้สืบพยานฝ่ายโจทก์ครบถ้วนแล้ว

 

ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการสืบพยานฝ่ายจำเลย ซึ่งตนได้เตรียมพยานไว้ทั้งหมด 14 ปาก แต่จะพิจารณาว่าจะใช้ทั้งหมดหรือไม่ เดิมศาลได้นัดสืบพยานจำเลยปากแรกในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ แต่วิญญัติแจ้งต่อศาลอาญาว่าติดภารกิจว่าความคดีบังคับโทษชั้น 14 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงขอเลื่อนนัดสืบพยานจำเลยเป็นวันที่ 16 กรกฎาคม ซึ่งศาลได้อนุญาต

 

ทีมทนายตั้งเป้าจะบริหารจัดการสืบพยานจำเลยทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 3 นัด จากเดิมที่เคยขอไว้ 4 นัด และหากการสืบพยานนัดสุดท้ายเสร็จสิ้น จะใช้สิทธิทุกทาง คาดว่าจะมีการแถลงปิดคดี โดยวิญญัติขอไม่ก้าวล่วงว่าศาลอาญาจะมีคำพิพากษาภายในปีนี้หรือไม่

 

วิญญัติ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงมารอให้กำลังใจทักษิณตลอดทั้ง 3 วันที่ผ่านมาว่า ทักษิณทราบเรื่องและฝากขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ แต่ไม่สามารถลงไปทักทายได้ เนื่องจากต้องมีการรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยภายในพื้นที่ศาล

 

สำหรับความคืบหน้าคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งนัดไต่สวนพยานที่เป็นแพทย์จากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ประมาณ 4-5 ปาก ในวันพรุ่งนี้ (4 กรกฎาคม) ทักษิณไม่ได้เดินทางไปด้วย แต่ได้มอบหมายให้ วิญญัติทำหน้าที่แทน โดยวิญญัติได้ส่งคำถามล่วงหน้าตามที่ศาลฎีกาฯ สั่งไปแล้ว ส่วนจะอนุญาตหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจขององค์คณะ

 

วิญญัติกล่าวถึงคดีนี้ว่าไม่มีความกังวลใจใดๆ และยืนยันว่าที่ผ่านมาทักษิณป่วยจริงและเข้าสู่กระบวนการรับโทษจริง ซึ่งมีการพิสูจน์ทราบอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าศาลจะมีดุลยพินิจในเรื่องนี้อย่างไร

 

ทั้งนี้ การแถลงปิดคดี คือการแถลงต่อศาลเพื่อสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้นำเสนอต่อศาลในระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อชี้ให้เห็นว่าเหตุใดศาลจึงควรตัดสินตามที่ร้องขอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปสาระสำคัญของคดี หลังจากสิ้นสุดกระบวนการสืบพยาน ซึ่งอาจเป็นการแถลงด้วยวาจาต่อหน้าศาล หรือยื่นเป็นหนังสือแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร

The post ทนายวิญญัติ เตรียมพร้อมสู้คดีม. 112 ของทักษิณหลังพยานโจทก์ครบถ้วน ยืนยันลูกความป่วยจริง พร้อมเดินหน้าแถลงปิดคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
อมธ. ออกแถลงการณ์ไว้อาลัย ‘บุ้ง ทะลุวัง’ ประณามความล้มเหลวกระบวนการยุติธรรมไทย เรียกร้องรัฐบาลนิรโทษกรรมต้องครอบคลุมคดี ม.112 https://thestandard.co/tusu-mourning-for-boong-taluwang/ Wed, 15 May 2024 00:46:38 +0000 https://thestandard.co/?p=933558

วานนี้ (14 พฤษภาคม) องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร […]

The post อมธ. ออกแถลงการณ์ไว้อาลัย ‘บุ้ง ทะลุวัง’ ประณามความล้มเหลวกระบวนการยุติธรรมไทย เรียกร้องรัฐบาลนิรโทษกรรมต้องครอบคลุมคดี ม.112 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (14 พฤษภาคม) องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อไว้อาลัยแก่การจากไปของ เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง นักกิจกรรมทางการเมืองวัย 28 ปี เมื่อช่วงสายของวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุรายละเอียดว่า แถลงการณ์ร่วมขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายองค์กรนักศึกษา 45 องค์กร 10 มหาวิทยาลัย และภาคประชาชน เพื่อไว้อาลัยแด่การจากไปของบุ้ง เนติพร นักกิจกรรมกลุ่มทะลุวัง และประณามความล้มเหลวในกระบวนการยุติธรรมไทย

 

ในการนี้เครือข่ายองค์การนักศึกษาขอประณามความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม และการกระทำของรัฐที่ได้กระทำนิติสงคราม โดยละเลยหลักนิติธรรมและหลักการพื้นฐานของกฎหมายอย่างหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ เนื่องจากเนติพรเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา และศาลยังไม่ได้พิพากษาว่ามีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด 

 

แต่องคาพยพในกระบวนการยุติธรรมกลับปฏิบัติดังเช่นอาชญากร สั่งคุมขังและถอนการประกันตัวโดยไม่มีเหตุอันควร ละเมิดสิทธิการประกันตัวอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ถูกบัญญัติไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือแม้กระทั่งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

อีกทั้งขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ทบทวนการบังคับใช้กฎหมายภายใต้หลักนิติธรรม และให้ความสำคัญกับการจัดทำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้ครอบคลุมถึงคดีทางการเมืองทุกคดี ไม่เว้นแต่คดีตามกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อเป็นหลักประกันว่าความสูญเสียอันเกิดจากมูลเหตุคดีทางการเมืองที่ไม่ควรเกิดขึ้นในครั้งนี้ แม้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่จะต้องเป็นครั้งสุดท้าย และคืนความยุติธรรมให้กับผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมืองทุกคน 

 

อย่างไรก็ดี การดำเนินคดีทางการเมืองกับผู้เห็นต่างนั้น ไม่ใช่วิถีทางแห่งประชาธิปไตย ประเทศไทยจะพัฒนาก้าวหน้าได้ สังคมต้องมีพื้นที่แสดงออกและวิพากษ์วิจารณ์ การพยายามปิดกั้นความยุติธรรมที่ควรได้รับนั้นเสมือนระเบิดเวลาความขัดแย้งระลอกใหม่ของสังคมไทย

 

สุดท้ายนี้ ขอให้ความสูญเสียในครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญแก่รัฐและสังคมว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐจะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนโดยยึดถือหลักการทางกฎหมายที่ถูกต้อง และถึงเวลาแล้วที่สังคมจะลดอคติที่นำหลักการและเหตุผล ลดอคติที่มีต่อผู้ที่เห็นต่างจากตนเอง จนเสมือนเป็นใบอนุญาตในการพรากชีวิตผู้เห็นต่างทางการเมืองโดยรัฐ

 

อ้างอิง: 

The post อมธ. ออกแถลงการณ์ไว้อาลัย ‘บุ้ง ทะลุวัง’ ประณามความล้มเหลวกระบวนการยุติธรรมไทย เรียกร้องรัฐบาลนิรโทษกรรมต้องครอบคลุมคดี ม.112 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยืน 3 ศาล คุก 1 ปี ‘เอกชัย หงส์กังวาน’ โพสต์ข้อมูลลามก บรรยายเรื่องร่วมเพศในเรือนจำปี 54 https://thestandard.co/ekkachai-hongkangwan-cases-06072566/ Thu, 06 Jul 2023 06:17:47 +0000 https://thestandard.co/?p=813113

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านค […]

The post ยืน 3 ศาล คุก 1 ปี ‘เอกชัย หงส์กังวาน’ โพสต์ข้อมูลลามก บรรยายเรื่องร่วมเพศในเรือนจำปี 54 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีดำ อ. 1032/62 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง เอกชัย หงส์กังวาน อายุ 48 ปี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นจำเลย ฐานกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (4) 

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2560 เอกชัย จำเลย ได้โพสต์เฟซบุ๊กของตัวเอง โดยมีข้อความลามกอนาจารเกี่ยวกับประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ

 

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เอกชัย จำเลย กระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาจำคุก 1 ปีโดยไม่รอการลงโทษ

 

เอกชัยยื่นอุทธรณ์และได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 100,000 บาท ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่าเอกชัยกระทำผิดตามฟ้องจริง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษมานั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น จากนั้นเอกชัยยื่นฎีกา 

 

โดยเอกชัยเปิดเผยก่อนฟังคำพิพากษาว่า วันนี้มาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีนี้เป็นคดีที่ 2 ที่สู้มาจนถึงศาลฎีกา ตนเองโดนมาถึง 30 คดี จบไปแล้ว 16 คดี ส่วนใหญ่จะจบที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีนี้ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 1 ปี กรณีที่โพสต์ข้อความการมีเพศสัมพันธ์ในเรือนจำเมื่อปี 2554 และฟ้องคดีในปี 2560 หลังจากศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 1 ปี ตนเองเข้าไปอยู่ในเรือนจำนานถึง 5 เดือน 

 

การยื่นฎีกาครั้งนี้เพราะความเห็นของตนเองกับทนายเห็นไม่ตรงกัน เพราะทนายเห็นว่าโทษ 1 ปีไม่สูงมากนัก ควรจะให้จบในชั้นอุทธรณ์ เพราะในปีนั้นจะมีการอภัยโทษในช่วงเดือนสิงหาคม แต่ตนเองไม่เห็นด้วย ยืนยันว่าจะยื่นฎีกา

 

ขณะเดียวกัน เอกชัยระบุว่าไม่มีความกังวลว่าอาจจะต้องกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำอีกครั้ง เพราะมาถึงจุดนี้แล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

 

ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ข้อมูลที่จำเลยได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กเป็นข้อมูลที่บรรยายยั่วยุกามารมณ์ มีการเล้าโลม ส่อคุกคามอารมณ์ บรรยายถึงอวัยวะเพศล่วงล้ำหลายครั้ง ซึ่งเป็นข้อมูลอันลามก อีกทั้งเฟซบุ๊กของจำเลยเปิดสถานะเป็นสาธารณะ จงใจเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาศาลฎีกาไม่เห็นแย้ง ที่จำเลยฎีกามาไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

 

มีข้อวินิจฉัยอีกว่า ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก 1 ปีหนักไปหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษนั้นเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง 

 

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ลงโทษจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา

 

มีรายงานว่าในห้องพิจารณาขณะที่เอกชัยรอฟังคำพิพากษา ปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล เขตบางนา ได้เข้ามาให้กำลังใจเอกชัยด้วย อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น เอกชัยได้โต้เถียงผู้พิพากษาถึงการคำนวณที่ศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง โดย ป.อาญา มาตรา 54 ที่ให้เพิ่มก่อนแล้วจึงลดโทษ แต่ศาลให้ลงโทษน้อยก่อนแล้วมาเพิ่มโทษภายหลัง โดยตะโกนเสียงดังและยืนไม่เรียบร้อยในศาล จนผู้พิพากษาเตือนว่าหากกระทำการไม่เรียบร้อยอีกจะตั้งเรื่องละเมิดอำนาจศาลด้วย จนเพื่อนของเอกชัยได้ขออภัยต่อศาลแล้วดึงเอกชัยให้ใจเย็นและนั่งลง

The post ยืน 3 ศาล คุก 1 ปี ‘เอกชัย หงส์กังวาน’ โพสต์ข้อมูลลามก บรรยายเรื่องร่วมเพศในเรือนจำปี 54 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ตะวัน เคลื่อนไหวจุดรับสมัคร ส.ส. เรียกร้องพรรคการเมืองสนใจปัญหามาตรา 112 ควบคู่เรื่องปากท้อง https://thestandard.co/tawan-112-symbolic-03042566/ Mon, 03 Apr 2023 00:33:52 +0000 https://thestandard.co/?p=772008

วันนี้ (3 เมษายน) เวลา 06.25 น. ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลาน […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ตะวัน เคลื่อนไหวจุดรับสมัคร ส.ส. เรียกร้องพรรคการเมืองสนใจปัญหามาตรา 112 ควบคู่เรื่องปากท้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 เมษายน) เวลา 06.25 น. ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ พร้อมกลุ่ม เดินทางมาที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) จุดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขต ชูป้ายกระดาษ แสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และเฝ้าสังเกตการณ์

 

ตะวันกล่าวว่า วันนี้อยากให้ทุกพรรคได้รับรู้ว่ามีเยาวชนอายุ 15-16 ปีกำลังถูกคุมขังด้วยข้อหามาตรา 112 อยากให้แต่ละพรรคได้ทราบ คิดได้ด้วยตัวเองว่ามาตรา 112 มีปัญหาหรือไม่ เพราะมีบางพรรคบอกว่ามาตรา 112 ไม่มีปัญหา แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีเยาวชนที่ถูกดำเนินข้อหามาตรานี้อยู่เป็นจำนวนมาก

 

ถ้ามองแล้วว่าเป็นปัญหา แต่ละพรรคจะมีนโยบายไหนที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ และจะช่วยเด็กอายุ 15 -16 ปีที่ถูกดำเนินคดีได้อย่างไร

 

ทานตะวันกล่าวต่อว่า นอกจากเรื่องมาตรา 112 แล้ว ส่วนตัวมองเห็นถึงเรื่องปากท้องและเสรีภาพทั้งหมดสามารถไปด้วยกันได้

 

การเลือกตั้งเป็นหนึ่งในทางออกที่สำคัญมากที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ เราไม่ได้คาดหวังกับพรรคการเมือง เพราะจริงๆ พรรคการเมืองแต่ละพรรคควรจะมีกระดูกสันหลังที่คิดได้ด้วยตนเองว่าควรทำอะไรเพื่อประชาชน

The post เลือกตั้ง 2566 : ตะวัน เคลื่อนไหวจุดรับสมัคร ส.ส. เรียกร้องพรรคการเมืองสนใจปัญหามาตรา 112 ควบคู่เรื่องปากท้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอชลน่านยืนยัน ทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อนอกพร้อมกลับไทยรับโทษตามกฎหมายไม่เกี่ยวข้องกับพรรค แค่ความเห็นอดีตนายกฯ https://thestandard.co/chonlanan-on-thaksin-interview/ Sat, 25 Mar 2023 12:55:15 +0000 https://thestandard.co/?p=768574

วันนี้ (25 มีนาคม) ที่สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก […]

The post หมอชลน่านยืนยัน ทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อนอกพร้อมกลับไทยรับโทษตามกฎหมายไม่เกี่ยวข้องกับพรรค แค่ความเห็นอดีตนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 มีนาคม) ที่สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างประเทศว่าพร้อมเดินทางกลับประเทศไทยปีนี้เพื่อมารับโทษตามกฎหมาย ว่า เท่าที่ฟังจากที่ ดร.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์นั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นของตัวท่านเอง ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งที่จะกลับบ้านเกิด ซึ่งท่านได้ใช้คำว่าติดคุกมา 16 ปีแล้ว และ ดร.ทักษิณ ยินดีที่จะกลับมาติดคุกในประเทศไทย เพราะจะได้อยู่ใกล้ลูกและหลาน ซึ่งเป็นมุมมองการแสดงความคิดเห็นของท่าน และไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคเพื่อไทย

 

นพ.ชลน่าน ระบุถึงกระแสข่าวการโจมตีในประเด็นของ ดร.ทักษิณ ว่า ตนมองการโจมตีของคู่แข่งพรรคการเมืองในเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นช่วงรณรงค์ในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่ละพรรคก็หาจุดเด่น-จุดด้อยของคู่แข่ง ดังนั้นหากเป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์กับทางคู่แข่ง ก็ย่อมที่จะหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการโจมตี 

 

“ท่านทักษิณเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของคนที่รักพรรคเพื่อไทย ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย ท่านไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ท่านเป็นเพียงผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นความเชื่อและความศรัทธาของแต่ละบุคคลนั้น โดยเฉพาะประเด็นความศรัทธาของพี่น้องประชาชน ก็ถือเป็นสิทธิของประชาชน และการที่มีคนไม่ชอบท่านซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เรามองว่าจะกระทบกับพรรคเพื่อไทยมากน้อยหรือไม่นั้น ก็จะดูในมุมที่เขามากล่าวหาและใส่ร้ายจนเกินขอบเขตที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จะดูเพียงแค่นั้น ซึ่งเป็นมิติของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น แต่อย่าให้กระทบสิทธิและกฎหมายก็แล้วกัน” นพ.ชลน่าน ระบุ

 

ด้าน เศรษฐา ทวีสิน ประธานคณะที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ระบุถึงกรณีการกลับมาประเทศไทยของ ดร.ทักษิณ จะกระทบต่อการแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า ในฐานะที่ตนก็เป็นพ่อเหมือนกันและมีลูกทั้งหมด 3 คน ตนเห็นใจท่าน เพราะอยู่เมืองนอกมานานและคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน ขณะเดียวกัน ดร.ทักษิณ ก็ได้แสดงความคิดเห็นออกมาว่าจะทำอย่างไรในอนาคต และตนก็เคารพในการตัดสินใจของท่าน ส่วนเรื่องกระทบต่อแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น เป็นการแสดงความคิดเห็นของท่านเอง ดังนั้นไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย 

 

“ผมเชื่อว่า ดร.ทักษิณ มีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม หน้าที่ของพรรคเพื่อไทยก็มีนโยบายที่ดีและมี ส.ส. ที่พร้อมเสนอตัวให้กับประชาชน โดยตนและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็จะลงพื้นที่ให้มากขึ้น กระจายนโยบายและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่ถ้ามีแนวทางการแก้ไขก็จะดำเนินการต่อไป” เศรษฐากล่าว

 

เศรษฐาระบุอีกว่า ตนเข้าใจว่า ดร.ทักษิณ ออกมาพูด ตนเข้าใจว่าไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นเงื่อนไข ทางผู้สมัครและพรรคเพื่อไทยก็จะดำเนินการหาเสียงต่อไป ดังนั้นอย่านำเรื่อง ดร.ทักษิณ มาเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งหรือหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่ง ดร.ทักษิณ เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยและเป็นคุณพ่อที่รักครอบครัว เรายังให้ความเคารพ และพรรคเพื่อไทยก็จะเดินหน้าหาเสียงกันต่อไป

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ ดร.ทักษิณ ระบุว่าจะกลับมาประเทศไทยโดยไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม นพ.ชลน่าน ระบุว่า เป็นความคิดเห็นของตัว ดร.ทักษิณ เอง ถ้าท่านจะกลับมา ท่านก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายที่นิรโทษกรรม ท่านยินดีเข้าสู่กระบวนการ และท่านก็เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นไปตามหลักนิติธรรม มีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทุกคน ซึ่งกรณีนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยที่จะต้องไปออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับ ดร.ทักษิณ

 

ขณะเดียวกัน นพ.ชลน่าน ยังระบุถึงการลงพื้นที่และปราศรัยในจังหวัดสระบุรีว่า จังหวัดสระบุรีมี ส.ส. ได้ 4 เขต พรรคเพื่อไทยมีตัวผู้สมัครที่มีคุณภาพ เป็นที่ถูกอกถูกใจของคนในพื้นที่ ประกอบกับกระแสที่ประชาชนต้องการออกจากวิกฤต ดังนั้นตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสกับผู้สมัครทั้ง 4 เขต

The post หมอชลน่านยืนยัน ทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อนอกพร้อมกลับไทยรับโทษตามกฎหมายไม่เกี่ยวข้องกับพรรค แค่ความเห็นอดีตนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวัน-แบม ประกาศเลิกอดอาหาร เข้ารับการรักษาเพื่อเอาชีวิตไปสู้ต่อ https://thestandard.co/tawan-bam-stop-hunger-strike/ Sat, 11 Mar 2023 06:03:58 +0000 https://thestandard.co/?p=761409

วันนี้ (11 มีนาคม) ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ […]

The post ตะวัน-แบม ประกาศเลิกอดอาหาร เข้ารับการรักษาเพื่อเอาชีวิตไปสู้ต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 มีนาคม) ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม ออกจดหมายชี้แจง ระบุว่า หลังจากที่แบมและตะวันกลับเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ขณะนี้อาการของทั้งคู่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกลัชิด โดยแพทย์และผู้เกี่ยวข้องมีความกังวลเรื่องการทำงานของไตและอวัยวะอื่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากการอดอาหารและน้ำมาเป็นเวลานาน

 

ตะวันและแบมขอแจ้งต่อสาธารณชนว่าพวกเธอได้เลิกอดอาหารแล้ว และจะรับการรักษาเพื่อนำเอาชีวิตไปต่อสู้ต่อไป เนื่องจากยังคงไม่ได้รับการตอบรับจากศาล

 

สำหรับร่างกายของพวกเธอนั้น พวกเธอตอบโต้ได้ ตื่นรู้ตัวดี พูดคุยเหมาะสมกับบริบท และในขณะนี้แม้พ้นขีดอันตรายต่อชีวิตแล้ว ก็คาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการดูแลรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์

 

ตะวันและแบมยังคงกังวลเมื่อได้รับข่าวว่ามีผู้ต้องหาทางการเมืองถูกจับกุมคุมขังเพิ่มขึ้น และการพิจารณาคดีของศาลสำหรับจำเลยในคดีมาตรา 112 กรณีสถานทูตเยอรมนี ไม่ได้รับโอกาสในการต่อสู้คดี ซึ่งตะวันและแบมเห็นว่ามันเป็นการพิสูจน์ว่าข้อเรียกร้องของเธอทั้งสองเป็นสิ่งถูกต้อง

 

สุดท้ายนี้ทั้งคู่บอกว่า แม้ไม่มีพวกเธอ ขอให้ทุกคนต่อสู้ต่อไป

 

ภาพ: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

อ้างอิง:

The post ตะวัน-แบม ประกาศเลิกอดอาหาร เข้ารับการรักษาเพื่อเอาชีวิตไปสู้ต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายตัดสินใจนำ ตะวัน-แบม กลับไปรักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ หลังพ่อแม่กังวลร่างกายวิกฤตหนัก https://thestandard.co/lawyer-takes-tawan-bam-tu-hospital/ Fri, 03 Mar 2023 13:07:42 +0000 https://thestandard.co/?p=758397

วันนี้ (3 มีนาคม) เมื่อเวลาประมาณ 17.50 น. ที่บริเวณประ […]

The post ทนายตัดสินใจนำ ตะวัน-แบม กลับไปรักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ หลังพ่อแม่กังวลร่างกายวิกฤตหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 มีนาคม) เมื่อเวลาประมาณ 17.50 น. ที่บริเวณประตู 2 หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กรุงเทพมหานคร รถพยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่มารับตัว ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ สองนักกิจกรรมทางการเมืองที่ทำกิจกรรม ‘นอนปักหลักอดอาหารหน้าศาลฎีกา’ เพื่อพากลับไปรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  

 

โดยวันนี้ทั้งคู่อยู่ในสภาพอิดโรย แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบร่างกายเบื้องต้น ก่อนที่จะพาทั้งสองขึ้นรถเข็นออกมาขึ้นรถพยาบาล ซึ่งมี สมหมาย และ กาหลง ตัวตุลานนท์ พ่อแม่ของตะวัน สุชาติ และ พรนิภา ภู่พงษ์ พ่อแม่ของแบม ทีมทนายนำโดย กฤษฎางค์ นุตจรัส และ กุณฑิกา นุตจรัส รวมถึง พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1, พ.ต.อ. สนอง แสงมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ชนะสงคราม และผู้ร่วมกิจกรรม มารอส่งทั้งคู่

 

ด้านกฤษฎางค์กล่าวว่า เหตุผลที่นำตะวันกับแบมไปรักษาที่โรงพยาบาล เพราะว่าวันนี้ทั้งพ่อแม่และทนายตัดสินใจร่วมกันว่าจะต้องนำทั้งคู่กลับไปรักษาเพราะอาการหนักมาก ที่สำคัญแพทย์ห่วงว่าปล่อยไว้อาจจะเกิดภาวะไตวาย ทั้งคู่ไม่ยินยอมในช่วงแรก และยังอยากให้ศาลปล่อยตัวเพื่อนที่ยังอยู่ในเรือนจำทั้งหมดก่อน 

 

ตนในฐานะที่ได้รับสิทธิในการตัดสินใจ จึงตกลงว่าหากปล่อยไว้จะไม่สามารถผ่านคืนวันที่ 3 มีนาคมไปได้ อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกลับไปเป็นเหมือนเดิม จึงได้รับการอนุเคราะห์จากโรงพยาบาลตำรวจและ สน.ชนะสงคราม นำรถมารับทั้งคู่ ทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ได้เตรียมห้องฉุกเฉินเอาไว้สำหรับทั้งคู่แล้ว 

 

กฤษฎางค์กล่าวด้วยว่า แนวทางการต่อสู้ยังไม่ได้พูดอะไรชัดเจน แต่ทั้งคู่บอกว่าไหว และอยากให้ศาลให้สิทธิประกันตัวเพื่อนที่ยังอยู่ในเรือนจำด้วย

The post ทนายตัดสินใจนำ ตะวัน-แบม กลับไปรักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ หลังพ่อแม่กังวลร่างกายวิกฤตหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน ศปปส. ยื่นหนังสือถึง ผบช.น. ดูแล ตะวัน-แบม อดอาหารหน้าศาลฎีกา ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงขบวนเสด็จ 6-7 มี.ค. https://thestandard.co/anon-tawan-bam-supreme-court/ Wed, 01 Mar 2023 07:59:27 +0000 https://thestandard.co/?p=757169

วันนี้ (1 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อาน […]

The post ประธาน ศปปส. ยื่นหนังสือถึง ผบช.น. ดูแล ตะวัน-แบม อดอาหารหน้าศาลฎีกา ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงขบวนเสด็จ 6-7 มี.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 มีนาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เหตุมีการจัดการชุมนุมหน้าศาลฎีกา โดยเห็นว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่พระราชฐานและเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินในวันที่ 6-7 มีนาคมนี้

 

โดยมี พล.ต.ต. สยาม บุญสม รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น. 1) รับมอบหนังสือดังกล่าว

 

อานนท์กล่าวว่า สมาชิกกลุ่ม ศปปส. รวมถึงประชาชนผู้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความกังวลเรื่องการชุมนุมที่จัดอยู่หน้าศาลฎีกาจะกระทำการมิบังควรต่อขบวนเสด็จและขบวนรถพระที่นั่ง อันเป็นที่ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท และย่ำยีหัวใจของคนไทยที่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร

 

โดยเชื่อว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นตนก็คาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เพราะประชาชนผู้จงรักภักดีที่มาเฝ้ารอรับเสด็จในวันที่ 6-7 มีนาคม คงไม่ทนกับพฤติกรรมที่กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำหน้าศาลฎีกาแน่นอน จึงขอให้ตำรวจดำเนินการกรณีดังกล่าว

 

อานนท์กล่าวต่ออีกว่า ช่วงเวลาที่มีการรับเสด็จขอให้มีการย้ายจุดการชุมนุมไปอยู่ในพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครจัดไว้ให้ดีกว่าปล่อยให้มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว

The post ประธาน ศปปส. ยื่นหนังสือถึง ผบช.น. ดูแล ตะวัน-แบม อดอาหารหน้าศาลฎีกา ขอให้ย้ายออกจากพื้นที่ในช่วงขบวนเสด็จ 6-7 มี.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ตำรวจเข้าดูอาการ ‘ตะวัน-แบม’ ปักหลักหน้าศาลฎีกา พร้อมช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง https://thestandard.co/police-doctor-visits-tawan-bam-symptoms/ Tue, 28 Feb 2023 10:37:49 +0000 https://thestandard.co/?p=756743

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) ที่บริเวณด้านหน้าศาลฎีกา ฝั่งประ […]

The post แพทย์ตำรวจเข้าดูอาการ ‘ตะวัน-แบม’ ปักหลักหน้าศาลฎีกา พร้อมช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) ที่บริเวณด้านหน้าศาลฎีกา ฝั่งประตูที่ 3 ถนนราชดำเนินใน พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น. 1) พร้อมด้วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ ส่วนของกลุ่มงานศูนย์ส่งกลับ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เดินทางมาขอตรวจร่างกาย ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ สองนักกิจกรรมทางการเมืองที่ทำกิจกรรม ‘นอนปักหลักอดอาหารหน้าศาลฎีกา’

 

พ.ต.ต. นพ.ปีเฉลิม พิสนุแสน แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินหน่วยส่งกลับ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ทีมแพทย์ประเมินแล้วว่าทั้งสองอยู่ในขั้นวิกฤต และผลเลือดมีค่าความเป็นกรดสูง มองว่าถ้าปล่อยให้ทั้งสองอดอาหารต่อไปจะเสี่ยงต่อการมีภาวะไตวาย ตับวาย และทุพพลภาพ ดังนั้นทีมแพทย์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเดินทางมาเพื่อดูว่าจะช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ทั้งสองคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น และหากทั้งคู่ประสงค์เดินทางไปโรงพยาบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติยินดีอำนวยความสะดวก

 

ในเบื้องต้นจากการประเมินผ่านภาพที่เผยแพร่จากสื่อต่างๆ ทั้งคู่มีความอ่อนเพลียประมาณร้อยละ 50 เท่าที่มองขณะนี้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน เพราะไม่สามารถเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้ จึงประเมินเบื้องต้นว่า ร่างกายทั้งสองคนไม่สามารถรับไหว ต้องเข้ากระบวนการรักษา

 

พ.ต.ต. นพ.ปีเฉลิม กล่าวต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้บังคับว่าทั้งสองจะต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ หากประสงค์ไปโรงพยาบาลใดก็พร้อมประสานงานให้ แต่ถ้าอยู่ในขั้นวิกฤตแล้วต้องไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

 

จากนั้น กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ กล่าวว่า ทั้งสองคนต้องการทราบเหตุผลว่าเป็นแพทย์จากหน่วยงานใด และได้รับอนุมัติจากทั้งสองคนให้เข้าตรวจร่างกายหรือยัง เพราะทั้งสองคนมีสิทธิในร่างกายของตัวเอง ซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคล

 

ด้าน พ.ต.ต. นพ.ปีเฉลิม จึงตอบกลับว่า ทีมแพทย์มาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกมิติ การเข้าไปตรวจร่างกายในวันนี้จะขออนุญาตก่อน จะไม่ทำโดยพลการ และหากไม่ได้รับอนุญาตทางทีมจะไม่เข้าไปและจะขอให้ทนายเป็นผู้ประสานให้

 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทนายความว่า ปัจจุบันอาการป่วยของตะวันและแบมมีผู้มาดูแลให้หรือไม่ กฤษฎางค์กล่าวว่า อาการแต่ละวันมีการตรวจอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนตัวอยากให้ทั้งสองคนกลับเข้าสู่กระบวนการรักษา

 

ต่อมาเวลา 15.30 น. กฤษฎางค์กล่าวว่า ขณะนี้ตะวันและแบมยินยอมให้ทีมแพทย์เข้าไปตรวจสอบอาการเบื้องต้น แต่ให้เข้าไปแค่ 1 คน ไม่ยินยอมให้เจาะเลือด วัดความดัน หรือทำหัตถการใดๆ เพราะพอมีประสบการณ์จากแพทย์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติในการดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว ส่วนสาเหตุที่ยอมเพราะเห็นว่าแพทย์มีน้ำใจเข้ามาตรวจ แต่ไม่ต้องการเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

 

ทั้งนี้ หลังผ่านไป  30 นาที กฤษฎางค์กล่าวว่า ตนขอเป็นคนรายงานอาการป่วย เนื่องจากแพทย์ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยได้ เพราะเป็นหลักจรรยาบรรณแพทย์ ตนในฐานะญาติจึงขอทำหน้าที่ 

 

ทั้งนี้ แพทย์ได้ให้ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยว่าไม่ควรอดอาหารต่อ เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลียและขาดน้ำ อาการแต่ละวันจะไม่คงตัว เนื่องจากเป็นลักษณะของอาการขาดสารอาหาร แต่ยังมีการรับรู้และโต้ตอบได้

 

ที่ผ่านมาตนเองและครอบครัวแนะนำตะวันและแบมว่า ให้พิจารณาวิธีการต่อสู้ที่เห็นความสำคัญชีวิตตัวเอง จากที่พูดคุยทั้งสองคนมีท่าทีสบายใจขึ้นหลังจากมีกระแสข่าวว่าจะสลายจุดที่ทำกิจกรรม ทั้งนี้ ทีมแพทย์จากการตรวจเยี่ยมไปประเมิน เพื่อเตรียมเครื่องมือทางการแพทย์ในการเตรียมพร้อมรักษาในอนาคต

 

กฤษฎางค์กล่าวต่ออีกว่า หากทั้งสองคนเข้าสู่สภาวะวิกฤตสามารถประสานโรงพยาบาลตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่ถ้าอยู่ในจุดฉุกเฉิน สามารถร้องขอเฮลิคอปเตอร์ให้มารับตัวได้

 

ด้าน พล.ต.ต. อัฏธพร กล่าวว่า ตำรวจประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โดยมีสำนักงานเขตพระนครเข้ามาดูแลเรื่องความสะอาดและกวาดขยะในพื้นที่ชุมนุม ยืนยันว่าไม่มีการใช้กำลังเข้ามากดดันผู้ทำกิจกรรมแต่อย่างใด ไปที่การเตรียมพร้อมดูแลมากกว่า

 

ส่วนที่มีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจัดกำลังเข้ามาดูแลเพิ่มเติมแล้ว

 

สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่จะเข้าสลายการชุมนุมบริเวณดังกล่าว เนื่องจากมีการเขียนป้ายระบุข้อความหมิ่นศาล มีรายงานว่า เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนกันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการให้จุดพักของตะวันและแบม รวมถึงผู้ชุมนุม ขยับไปที่ด้านหลังของอาคารศาลฎีกา เพื่อให้มีร่มเงาหลบแดดได้

 

The post แพทย์ตำรวจเข้าดูอาการ ‘ตะวัน-แบม’ ปักหลักหน้าศาลฎีกา พร้อมช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวัน-แบม เลื่อนทำกิจกรรมศาลฎีกา เหตุอยู่ในช่วงสุขภาพเสี่ยงเสียชีวิต https://thestandard.co/tawan-bam-risk-of-death/ Tue, 21 Feb 2023 04:56:11 +0000 https://thestandard.co/?p=753277

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ ) มีรายงานว่า ทานตะวัน ตัวตุลานนท […]

The post ตะวัน-แบม เลื่อนทำกิจกรรมศาลฎีกา เหตุอยู่ในช่วงสุขภาพเสี่ยงเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ ) มีรายงานว่า ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม สองนักกิจกรรมทางการเมือง ที่ศาลอาญาและศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งปล่อยชั่วคราวเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ขณะนี้ทั้งสองกำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวเพื่อจะออกจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยการจะไปทำกิจกรรมที่ศาลฎีกาคงจะต้องใช้เวลาเตรียมตัวอีกสักระยะหนึ่ง เพราะปรากฏว่ายังมีข้อน่ากังวลหลายอย่างเกี่ยวกับสุขภาพและสุขภาวะที่อาจจะทําให้เสียชีวิตได้ ทําให้ไม่สามารถที่จะออกจากโรงพยาบาลได้ตามที่คาดหมายในวันนี้ แต่เมื่อเตรียมตัวเสร็จและพร้อมจะไปจะทําการแจ้งต่อสาธารณชนเมื่อทราบวันเวลาที่แน่นอนแล้ว

The post ตะวัน-แบม เลื่อนทำกิจกรรมศาลฎีกา เหตุอยู่ในช่วงสุขภาพเสี่ยงเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวัน-แบม อดอาหารเข้าสู่วันที่ 34 ลุ้นผลประกัน 6 คนวันนี้ หากไม่เป็นไปตามกฎหมาย ย้ายไปปักหลักหน้าศาลฎีกา สนามหลวง https://thestandard.co/tawan-bam-fasted-food-day-34/ Mon, 20 Feb 2023 06:12:41 +0000 https://thestandard.co/?p=752756 ตะวัน-แบม

จากกรณี ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ อรวรรณ ภู่พ […]

The post ตะวัน-แบม อดอาหารเข้าสู่วันที่ 34 ลุ้นผลประกัน 6 คนวันนี้ หากไม่เป็นไปตามกฎหมาย ย้ายไปปักหลักหน้าศาลฎีกา สนามหลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตะวัน-แบม

จากกรณี ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม สองนักกิจกรรมทางการเมือง และผู้ต้องหาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ประกาศถอนประกันตนเอง อดอาหารและน้ำประท้วงกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ปัจจุบันมีนักโทษการเมืองหลายคนถูกปฏิเสธสิทธิการประกันตัวอย่างไม่เป็นธรรม 

 

ล่าสุด วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) เป็นวันที่ 34 ที่ทั้งสองคนอดอาหารและน้ำ รวมทั้งปฏิเสธการรักษาจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ต่อมากรมราชทัณฑ์ได้ส่งตัวทั้งสองคนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และศาลให้ปล่อยชั่วคราวเป็นเวลา 1 เดือนนั้น

 

ต่อมา ทนายความของทั้งสองคนได้ชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดอาการและรายละเอียดการเข้าพบต่อสาธารณชนดังต่อไปนี้

 

ในวันนี้อาการของตะวันคล้ายๆ เดิม ยังคงคิดได้ช้า อ่อนเพลียมากขึ้น เวลาเปลี่ยนอิริยาบถ จะรู้สึกหน้ามืด ตาพร่า และยังคงมีเลือดออกตามไรฟัน ส่วนอาการของแบม อ่อนเพลียมากขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน โดยเริ่มมีอาการใจเต้นเร็วเป็นครั้งคราว ขาไม่มีแรง โพแทสเซียมต่ำ เหนื่อยล้าและเบลอ

 

ช่วงบ่ายของวันนี้ จะมีการประกันตัวเพื่อนนักโทษทางการเมืองชุดสุดท้ายที่ยังถูกกักขังลิดรอนสิทธิเสรีภาพอยู่ในเรือนจำทั้งสิ้นจำนวน 6 คน ซึ่งประกอบด้วย เก็ท, ใบปอ, คทาธร, พรพจน์, ถิรนัย และชัยพร

 

ตะวันและแบมได้แจ้งกับทนายความว่า หากในวันนี้ผลการประกันตัวไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งคู่จะไม่รบกวนโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีก และจะทำการโยกย้ายไปตั้งหลักอดอาหารและต่อสู้ต่อไปที่บริเวณหน้าศาลฎีกา สนามหลวง เพื่อรอฟังผลการประกันตัวนักโทษการเมืองทุกคน

 

ภาพ: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

The post ตะวัน-แบม อดอาหารเข้าสู่วันที่ 34 ลุ้นผลประกัน 6 คนวันนี้ หากไม่เป็นไปตามกฎหมาย ย้ายไปปักหลักหน้าศาลฎีกา สนามหลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย ขอให้ช่วยสู้ต่อในสิ่งที่เรียกร้อง รอลุ้นผลประกันตัวกลุ่มทะลุแก๊ซ 8 รายเย็นนี้ https://thestandard.co/tawan-admonish-ideology/ Mon, 06 Feb 2023 08:44:01 +0000 https://thestandard.co/?p=746563 ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ […]

The post ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย ขอให้ช่วยสู้ต่อในสิ่งที่เรียกร้อง รอลุ้นผลประกันตัวกลุ่มทะลุแก๊ซ 8 รายเย็นนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงอาการของ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ สองนักกิจกรรมที่ประท้วงกระบวนการยุติธรรมด้วยการอดอาหาร

 

โดยกฤษฎางค์ระบุว่า ทั้งสองคนมีอาการวิงเวียนศีรษะตลอดเวลา และขอนอนขณะปรึกษาเรื่องคดีความกัน ซึ่งทั้งสองคนยังคงปฏิเสธการรับยา น้ำเกลือ และวิตามินต่างๆ ตนคาดว่าคงเหลือเวลาอีกไม่มาก เมื่อตอนเช้าตนได้เข้าพบกับผู้บริหารศาลอาญาขอความกรุณาให้พิจารณาข้อเรียกร้องของทั้งสองคนที่ขอให้ดำเนินการปล่อยตัวกลุ่มทะลุแก๊ซ จำนวน 8 ราย

 

กฤษฎางค์กล่าวต่อไปว่า หลายคนที่ติดคุกเป็นนักศึกษา ติดอยู่ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน คนที่สูงสุดติดอยู่กว่า 300 วันหรือ 9 เดือน โดยไม่ได้รับการประกันตัวหลังการยื่นขอประกันตัวมาแล้ว คนเหล่านี้โดนกล่าวหาในโทษของการมีระเบิดปิงปองและระเบิดประทัดยักษ์ ซึ่งพวกเขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นมาโดยตลอด ขณะนี้ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าคดีดังกล่าวนั้นจะดำเนินการพิจารณาคดีเมื่อใด และไม่ทราบว่าพวกเขาจะต้องติดคุกไปอีกนานแค่ไหน 

 

กฤษฎางค์กล่าวด้วยว่า ตนอยากให้ทั้งทานตะวันและอรวรรณเข้ารับการรักษาตัว เพราะอาจจะเกิดการสูญเสีย ไม่ชีวิตก็อวัยวะสำคัญบางส่วน แต่ทานตะวันได้ตอบว่า เธอยังอยู่ไหว ถ้าไม่ไหวเธอจะหลับไปเลย ยืนยันที่จะรอว่าศาลอาญาจะให้ประกันตัวคนกลุ่มนี้หรือไม่ และจะไม่รับการช่วยเหลือใดๆ ซึ่งตามการคาดการณ์ของกฤษฎางค์ คาดว่าศาลอาญาจะมีคำสั่งในช่วงเย็นของวันนี้ 

 

“ทานตะวันยังบอกด้วยว่าสิ่งที่เธอเรียกร้อง หากเธอพ่ายแพ้หรือต้องสูญเสีย อยากให้ทุกคนต่อสู้ให้ได้สิ่งที่เธอเสนอได้หรือไม่ หากศาลให้การประกันตัวคนเหล่านั้นคงเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย” กฤษฎางค์กล่าว 

 

ทั้งนี้ กฤษฎางค์ยืนยันกับอธิบดีศาลอาญาว่าการกระทำของทั้งสองคนนั้นไม่ได้เป็นการกดดันศาล แต่ทรมานตัวเองเพื่อเรียกร้องให้สังคม ศาล อัยการ และตำรวจ เห็นว่าข้อเรียกร้องของทั้งสองคนนั้นเป็นเรื่องที่จริงจัง ไม่ได้ยื่นจดหมายเพียงฉบับเดียวแล้วจบ แต่ทั้งสองคนเอาชีวิตเป็นเดิมพัน หากข้อเรียกร้องของทั้งสองคนได้รับการอนุญาตในการปล่อยตัวกลุ่มทะลุแก๊ซชั่วคราว ทั้งสองคนก็จะปฏิบัติตามที่รับปากกับศาลและสังคมไว้ 

 

โดยกฤษฎางค์ได้อ้างคำกล่าวของทานตะวันว่า

 

“นี่ไม่ใช่ชัยชนะเหนือศาลหรือเป็นการบีบบังคับศาล อยากให้ผู้พิพากษาเข้าใจตรงนี้ แต่เป็นเรื่องของการที่อยากให้สังคมเปลี่ยนแปลงไป มีหลักเกณฑ์ มีกติกาที่คุ้มครองสิทธิของทุกคน” 

 

กฤษฎางค์ยังได้กล่าวถึงความรู้สึกของครอบครัวทั้งสองคนไว้ด้วยว่า ตนเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่บทละครที่เรียกร้องให้คนเห็นใจ พ่อแม่คงไม่ต้องการให้ลูกอยู่ในสภาพเช่นนี้ 

 

ด้าน ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ได้เดินทางมาเยี่ยมอาการของทานตะวันและอรวรรณที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยเธอเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้เข้าขั้นวิกฤตแล้ว จึงมาให้กำลังใจในฐานะนักต่อสู้ที่ผ่านการต่อสู้มา 50 ปี 

 

ธิดากล่าวต่อไปว่า เธอรู้สึกรักและเป็นห่วงลูกหลาน จึงอยากให้พวกเขาได้ต่อสู้ต่อไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เธออยากขอชีวิตของทั้งสองคนไว้ไม่ได้เพื่อตัวเขา หรือครอบครัว แต่เพื่อประชาชนคนไทยทั้งปัจจุบันและอนาคต เพราะคุณสมบัติของทั้งสองคนคือคุณสมบัติของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้ต่อไป 

 

พร้อมทั้งได้ฝากจดหมายให้กำลังใจเยาวชนทั้งสองผ่านไปทางทนายความ โดยที่ใจความสำคัญของจดหมายคือ เธอรักและเป็นห่วงทั้งสองคนอย่างมาก นับถือวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ เธอเข้าใจกับการต่อสู้ของทั้งสองคน เธอขอเป็นตัวแทนคนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตย ให้ทั้งสองคนมีชีวิตต่อไปเพื่อเป็นกำลังสำคัญของการต่อสู้เพื่อประชาชน

The post ทนายเผย ตะวันฝากหากต้องสูญเสีย ขอให้ช่วยสู้ต่อในสิ่งที่เรียกร้อง รอลุ้นผลประกันตัวกลุ่มทะลุแก๊ซ 8 รายเย็นนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช้านี้พ่อแม่เข้าเยี่ยมตะวันและแบม หลังอาการทั้งสองคนทรุดหนัก แพทย์แจงไตเริ่มเสื่อม แต่สัญญาณชีพยังปกติ https://thestandard.co/family-visit-tawan-bam/ Mon, 06 Feb 2023 06:22:13 +0000 https://thestandard.co/?p=746466

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) สมหมาย-กาหลง ตัวตุลานนท์ พ่อและแม […]

The post เช้านี้พ่อแม่เข้าเยี่ยมตะวันและแบม หลังอาการทั้งสองคนทรุดหนัก แพทย์แจงไตเริ่มเสื่อม แต่สัญญาณชีพยังปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) สมหมาย-กาหลง ตัวตุลานนท์ พ่อและแม่ของ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ เข้าเยี่ยมทานตะวัน และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ หลังจากที่ กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ระบุถึงอาการของทั้งสองคนว่าเข้าขั้นทรุดหนัก

 

ด้าน นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ กล่าวถึงอาการของทานตะวันและอรวรรณว่า ทางโรงพยาบาลได้ตั้งทีมแพทย์ดูแลเป็นพิเศษ โดยที่อาการของทั้งสองในเช้านี้ มีความอ่อนเพลีย มีความเจ็บป่วย ปวดท้อง 

 

“ทั้งสองคนมีสารที่เป็นของเสียสะสมในร่างกาย อวัยวะสำคัญอย่างไตเสื่อมสภาพลง ค่าต่างๆ ทางการแพทย์เลวร้ายลง แต่สัญญาณชีพยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถพูดคุยสื่อสารได้ ในภาพรวมนั้นถือว่าไม่ได้เข้าขั้นวิกฤตฉุกเฉินแต่อย่างใด ทั้งนี้โรงพยาบาลจะดูแลผู้ป่วยตามจรรยาบรรณและวิชาชีพทางการแพทย์” นพ.พฤหัสกล่าว

 

นพ.พฤหัสกล่าวอีกว่า แพทย์ได้แนะนำให้ทั้งคู่รับประทานอาหารและดื่มน้ำตั้งแต่แรก ซึ่งช่วงต้นสัปดาห์ก่อนทั้งคู่ดื่มน้ำได้พอสมควร แต่ปัจจุบันเริ่มดื่มน้ำได้น้อยลง โดยแพทย์ได้พยายามให้ทั้งคู่รับอาหารเหลวและน้ำเกลือ แต่ทั้งคู่ยังคงปฏิเสธ

The post เช้านี้พ่อแม่เข้าเยี่ยมตะวันและแบม หลังอาการทั้งสองคนทรุดหนัก แพทย์แจงไตเริ่มเสื่อม แต่สัญญาณชีพยังปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลอาญาอนุญาตถอดกำไล EM ‘เพนกวิน’ หลังยื่นเหตุผลใส่มานาน ไม่ปรากฏการผิดเงื่อนไข https://thestandard.co/penguin-parit-em-bracelet-removed/ Thu, 02 Feb 2023 13:03:21 +0000 https://thestandard.co/?p=745448

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พริษฐ์ ช […]

The post ศาลอาญาอนุญาตถอดกำไล EM ‘เพนกวิน’ หลังยื่นเหตุผลใส่มานาน ไม่ปรากฏการผิดเงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน จำเลยที่ 1 คดีหมายเลขดำ อ.287/2564 ยื่นคำร้องขอถอดอุปกรณ์กำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราว

 

โดยจำเลยได้ระบุถึงเหตุผลและความจำเป็นว่า จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์กำไล EM มาเป็นระยะเวลาตามสมควร ซึ่งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ผิดเงื่อนไขตามที่ศาลกำหนดไว้ในข้ออื่นแต่อย่างใด ประกอบกับจำเลยมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติภารกิจประจำวัน จึงขอให้ศาลพิจารณาปลดกำไล EM ด้วย

 

ต่อมาศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นควรให้ปรับลดเงื่อนไขเฉพาะเรื่องการปลดอุปกรณ์กำไล EM ให้แก่จำเลยที่ 1 ได้ จึงอนุญาตให้ปลดอุปกรณ์กำไล EM ได้ตามคำขอ และให้แจ้งศูนย์ EM ทราบด้วย ส่วนเงื่อนไขอื่นตามคำสั่งศาลในการปล่อยชั่วคราวคงให้เป็นไปตามเดิม

The post ศาลอาญาอนุญาตถอดกำไล EM ‘เพนกวิน’ หลังยื่นเหตุผลใส่มานาน ไม่ปรากฏการผิดเงื่อนไข appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำความเข้าใจ Hunger Strike หรือการอดอาหารประท้วง กับ มโนธรรมสำนึกของผู้มีอำนาจ ผ่าน ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ https://thestandard.co/hunger-strike-tawan-bam/ Thu, 02 Feb 2023 12:23:12 +0000 https://thestandard.co/?p=745429

วานนี้ (1 กุมภาพันธ์) ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นักวิชาก […]

The post ทำความเข้าใจ Hunger Strike หรือการอดอาหารประท้วง กับ มโนธรรมสำนึกของผู้มีอำนาจ ผ่าน ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (1 กุมภาพันธ์) ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นักวิชาการด้านสันติวิธีศึกษา ให้สัมภาษณ์กับรายการ THE STANDARD NOW เผยแพร่ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD ดำเนินรายการโดย ออฟ-พลวุฒิ สงสกุล กรณีตะวัน-แบม 2 นักกิจกรรมอดอาหารและน้ำเพื่อประท้วงกระบวนการยุติธรรม

 

ศ.ดร.ชัยวัฒน์กล่าวว่า มีข้อแตกต่างระหว่างการอดอาหารประท้วงกับการอดอาหารแบบ ‘คานธี’ ซึ่งเป็นการถือศีลอดอาหารประท้วง

 

สำหรับปรากฏการณ์ล่าสุดที่สัญญาณจากรัฐสภาออกมาดี แต่ก็เป็นอาการของโรคที่เกิดแบบนี้ทั่วโลก พอเกิด ‘Hunger Strike’ แล้ว ก็จะไม่มีรัฐบาลไหนยอมให้นักโทษตายคามือ (ขณะถูกคุมขัง) เพราะต้นทุนสูงเกินไป ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาและมีการค้นพบในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ใช่ชาวพุทธ แต่จะขอพูดเรื่องกรรมในสังคมไทยสักนิดหน่อย

 

ศ.ดร.ชัยวัฒน์กล่าวว่า ทั้งแบมและตะวันเข้าใจไม่ถูกในสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะเขาอาจจะรู้แต่เขาอาจจะไม่ได้สนใจข้อแตกต่างระหว่างการอดอาหารประท้วง ‘Hunger Strike’ กับการถือศีลอดอาหารจนตัวตายแบบ ‘คานธี’

 

ประเด็นสำคัญคือ ‘คานธี’ พูดไว้ชัดเจน การถือศีลอดอาหารประท้วงของคานธีถือเป็นอาวุธขั้นสุดท้ายของอหิงสา

 

เป็นการกระทำทางจิตวิญญาณที่มุ่งเข้าหาพระเป็นเจ้า ซึ่งในทัศนะของคานธีคือสัจจะ ผลของการกระทำนี้ต่อชีวิตผู้อื่น ก็คือเมื่อคนอดอาหารเป็นที่รู้จักของผู้คน ซึ่งสิ่งนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญ

 

ถ้าไม่เป็นที่รู้จักก็ไม่ได้ผล ทำเพื่อปลุกมโนธรรมสำนึกที่หลับใหลอยู่ของพวกเขาให้ตื่นขึ้น แปลว่าการอดอาหารแบบนี้จนตัวตายทำเพื่อปลุกมโนธรรมสำนึกของเป้าหมาย วิธีการนี้มีข้อจำกัดอยู่

 

หากเป้าหมายคือรัฐบาลหรือนักการเมืองฝ่าย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมมติเป็นเช่นนี้ ถ้าหากกลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีมโนธรรมสำนึกก็ปลุกไม่ขึ้น

 

“การอดอาหารประท้วงจะใช้การได้กับคนที่รักคุณเท่านั้น ชีวิตของคานธีก็ต่อสู้กับอังกฤษมาตลอด แต่คานธีไม่เคยอดอาหารประท้วงอังกฤษเลย เพราะอังกฤษเขาคงไม่ได้อยากเห็นคานธีมีชีวิตอยู่ เขาคงอยากเห็นคานธีตาย ฉะนั้นหากคานธีอดอาหารจนตายเขาก็ดีใจ ดังนั้นการถือศีลอดอาหารประท้วงจนตัวตายมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องทำกับคนที่รักคุณ เช่น หากเรามีพ่อเป็นคนติดเหล้า แล้วพ่อไม่ยอมเลิก เราก็บอกพ่อว่าเราอดอาหารประท้วง ถ้าพ่อไม่เลิกลูกจะอดอาหารจนตาย พ่อรักเราพ่อจึงยอม

 

“เงื่อนไขที่ทรงพลังเป็นเรื่องใหญ่ เช่น ความรักและมโนธรรมสำนึก ทั้งหมดนี้เป็นคนละเรื่องกับ ‘Hunger Strike’ หรือการอดอาหารประท้วง” ศ.ดร.ชัยวัฒน์กล่าว

 

ศ.ดร.ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า การอดอาหารประท้วงเป็นกิจกรรมที่ใช้กันมาทั่วโลก ตัวอย่างในประวัติศาสตร์มีตั้งแต่คัมภีร์ไบเบิล มีทั่วไปในโลกตลอดประวัติศาสตร์ 200-300 ปีทุกแห่ง รวมถึงประเทศไทยก็มี เช่น กรณี ‘ฉลาด วรฉัตร’ ซึ่งการอดอาหารประท้วงเป็นการต่อสู้เพื่อกดดัน เคสที่เห็นชัดที่สุดคือนักโทษจากไอร์แลนด์เหนือในคุกอังกฤษอดอาหารประท้วงบ่อยครั้ง แต่เขาไม่ได้อดอาหารประท้วงเพื่อพูดการเมืองใหญ่ว่าอังกฤษต้องปล่อยเขาเป็นอิสระ เพราะอันนั้นต่อสู้อยู่แล้ว

 

สิ่งที่เขาทำเวลาอดอาหารประท้วงคือเงื่อนไขในคุก เช่น อาหารไม่ดี จำกัดสิทธิผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเรื่องสิทธิผู้ต้องขังที่ถูกนิยามอย่างนั้น แล้วรัฐบาลต้องหาวิธีตอบสนอง เพราะถ้านักโทษการเมืองตายในคุก รัฐบาลก็เสียรังวัด ยิ่งถ้ามีองค์กรต่างชาติมาดูด้วยก็เป็นประเด็น

 

การอดอาหารประท้วงจะมีผลออกมาได้ 4 อย่าง

 

  1. ชนะ ได้รับการตอบสนองข้อเรียกร้อง คือทำสำเร็จ การอดอาหารเป็นผลสำเร็จ
  2. แพ้ ยอมจำนนโดยยุติการอดอาหาร
  3. ถูกบังคับให้ยุติการอดอาหาร เช่น บังคับป้อน
  4. ตาย เสียชีวิต

 

ทั้ง 4 อย่างนี้มีความแตกต่างกัน จากการศึกษาในช่วงร้อยปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1906-2000 จะพบว่าในต้นศตวรรษที่ 20 ช่วงประมาณปี ค.ศ. 1930 ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเยอะที่สุดคือ 2 อย่างหลัง คือการบังคับให้ยุติกับการเสียชีวิต เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นบ่อยมาก ในต้นศตวรรษที่ 20 คือไม่ชนะ

 

มาเริ่มชนะหลัง ค.ศ. 1930 อัตราการเสียชีวิตเหลือแค่ 10% คือมากับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของรัฐ เพราะรัฐบาลต้องตอบสนองต่อคนที่สนใจรับฟังข่าวสาร

 

สรุปการเสียชีวิตไม่เกิน 10% หลัง ค.ศ. 1940 และคงที่มาจนถึงช่วงปี ค.ศ. 2000 ที่จำนวนการตายน้อยลง

 

ศ.ดร.ชัยวัฒน์กล่าวว่า สำหรับกรณีแบมกับตะวันเราควรเป็นห่วงไหม ก็อย่างที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพูดในสภา เราก็ควรเป็นห่วงเพราะสุขภาพแย่ลง แต่สิ่งที่เราต้องเข้าใจข้อดีที่สุดคือตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในคุก เขาอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลก็มีโปรโตคอลของโรงพยาบาล แปลว่าโรงพยาบาลเขานิยามภาวะวิกฤตของผู้ป่วยอีกแบบหนึ่ง แล้วไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนที่จะยอมให้ผู้ป่วยตายคาเตียง

 

ศ.ดร.ชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า มองด้วยสัญญาณที่ดีเช่นเดียวกับหลายคน แต่คิดว่าไหนๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ผลที่เกิดจาก ‘Hunger Strike’ ทำได้หลายอย่าง แต่ผลของความสำเร็จก็มีหลายระดับ ไม่จำเป็นต้อง 100% ก็ได้ ถ้ามีการแก้ไขบางประเด็น สมมติสิ่งแรกที่สมศักดิ์พูดในสภา แล้วเราอธิบายว่าสิ่งที่สมศักดิ์เสนอตอนนี้ก็คือสิทธิในการได้รับการประกันตัว แล้วใช้เรื่องนี้เป็นแพลตฟอร์มของพรรคการเมืองทุกพรรค

 

“ผมเห็นพรรคการเมืองมีนโยบายเรื่องเศรษฐกิจ มีนโยบายเรื่องปากท้อง ไม่เห็นมีใครมีนโยบายเรื่องความยุติธรรมเลย ทำไมพรรคการเมืองไทยจึงไม่คิดเรื่องความยุติธรรม แล้วพูดถึงสิทธิที่ราษฎรไทยควรมีควรได้เสมอกัน เพราะเขาเป็นคนบริสุทธิ์จนกว่าจะถูกพิสูจน์ว่าผิด และที่สำคัญที่สุดนี่เป็นคดีทางการเมืองไม่ใช่อาชญากรรม ถ้าเขาค้ายาฆ่าคนก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่อันนี้เขามีความแตกต่างทางการเมือง โลกมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ในสมัยหนึ่งถ้ามีความเชื่อแตกต่างกันว่าพระเจ้ามีหรือไม่มี ก็นั่งคุยกันไม่ได้แล้ว แต่วันนี้เรานั่งคุยกันได้

 

“ฉะนั้นคำถามของการเมืองไทยคือว่าการเมืองไทยจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ หรือการเมืองไทยจะขยับตัวไปในมิติความยุติธรรมที่ว่ามา ซึ่งถ้าพรรคการเมืองร่วมกันมีแพลตฟอร์มนี้ ก็จะเป็นสัญลักษณ์ที่ดีมาก เป็นข้อเสนอทางการเมืองที่บอกว่าอยากเห็นอะไร” ศ.ดร.ชัยวัฒน์กล่าว

 

ศ.ดร.ชัยวัฒน์กล่าวด้วยว่า ช่วงปลายปีที่แล้วบ้านเมืองมีปัญหาเยอะ ในฐานะไม่ใช่ชาวพุทธ แต่คิดแบบโบราณ มีคำสอนหนึ่งของพุทธที่น่าสนใจ คือเรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใดดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จะเป็นทายาทของกรรมนั้น

 

ปัญหามีอยู่ว่ากรรมและเราหมายถึงใคร ตัวเราหรือตัวสังคมไทย ถ้าเป็นตัวสังคมไทยตอนนี้ เคสของตะวันและแบมอาจจะไม่ใช่เรื่องว่าเขาอยู่ Position ไหนทางการเมือง แบบนั้นเป็นการคิดอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้ามองว่าเขาเป็นลูกหลานของสังคมไทยที่คิดไม่เหมือนเรา แล้วคิดแบบของเขา แล้วเขากล้าพอจะสละชีวิตเพื่อพิสูจน์สิ่งที่เขาพูด คนแบบนี้หายาก แล้วมีคุณค่าต่อสังคม ถ้าอย่างนี้สิ่งที่เราควรจะคิดต่อประเทศคือควรจะหาวิธีทำบุญเยอะๆ ไม่ก่อกรรมทำเข็ญอีก แม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลของอะไร แต่ถ้าเอาพระไตรปิฎกเป็นหลัก สังคมไทยเป็นทายาทของกรรมที่ทำ วิธีจัดการเพื่อลดปัญหาที่ทำให้เกิดความทุกข์ทั้งหลายก็ต้องทำความดีบ้าง ซึ่งมาจากความเมตตา มาจากการสถาปนาความยุติธรรมให้ ซึ่งความเมตตากับความยุติธรรมไปด้วยกันได้ กรณีนี้ถ้าเรามองทะลุว่าไม่ใช่เรื่องมาตรา 112 แต่เป็นเรื่องทางการเมืองที่เขายอมเสียสละชีวิตแบบนี้ เราควรจะเห็นอกเห็นใจได้ไหม

 

สภาพนิเวศทางความขัดแย้งตอนนี้มีการแยกเป็นกลุ่ม อยู่ข้างไหนก็คิดอีกอย่างหนึ่ง แต่ตอนนี้สำหรับประเทศซึ่งมีปัญหา บางทีต้องมองทะลุไป เพราะเราทุกคนเป็นทายาทของกรรมร่วมของเราในขณะนี้ ทางออกคือไม่ใช่ทำกรรมที่ทารุณโหดร้ายต่อไป แต่ทางออกคือทำบุญ

The post ทำความเข้าใจ Hunger Strike หรือการอดอาหารประท้วง กับ มโนธรรมสำนึกของผู้มีอำนาจ ผ่าน ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตัวแทนนักศึกษายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีศาลอาญา ขอให้ปล่อยตัวตะวันและแบม รวมทั้งนักโทษทางการเมือง https://thestandard.co/student-submit-letter-to-criminal-court/ Thu, 02 Feb 2023 07:15:59 +0000 https://thestandard.co/?p=745246

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นิสิต-นั […]

The post ตัวแทนนักศึกษายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีศาลอาญา ขอให้ปล่อยตัวตะวันและแบม รวมทั้งนักโทษทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นิสิต-นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ศิลปากร, เกษตรศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยเครือข่ายองค์กรผู้แทนนิสิต-นักศึกษา 11 องค์กร ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อเรียกร้องให้ประกันตัว ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ 

 

โดยมี กานต์กมล จันทร์ทองแท้ หัวหน้าส่วนช่วยอำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา เป็นตัวแทนรับหนังสือ

 

สุกัลยา หลักแหล่ง ตัวแทนสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวตะวัน, แบม รวมทั้งนักโทษคดีการเมือง และอยากให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างอิสระ เป็นกลางที่สุด คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหายังไม่มีความผิด ซึ่งเป็นพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น 

 

วันนี้เราคาดหวังว่าจะยื่นหนังสือกับผู้มีอำนาจของศาล อยากให้มีการพูดคุยกัน จริงจัง และอยากให้ผู้บริหารศาลรับข้อเรียกร้องของเราทั้งหมด อยากให้ปล่อยตัวผู้ต้องขัง เพราะชีวิตคนที่ตกเป็นผู้ต้องขังก็มีความสำคัญ

 

ภายหลังยื่นจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวแล้ว สิรภพ อัตโตหิ นิสิตชั้นปีที่ 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การยื่นข้อเรียกร้องจะพูดถึงเรื่องการอำนวยความยุติธรรมให้เป็นไปตามหลักความเป็นกลางและหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สิทธิประกันตัวกับผู้ต้องขังคดีการเมือง เช่น ผู้ต้องขังคดีความผิดตามมาตรา 112 และ 116  

 

แม้ข้อเรียกร้องยังไม่บรรลุผล แต่ก็เป็นก้าวแรกของการได้พูดคุย และจะติดตามผลของการยื่นจดหมายฉบับนี้ ซึ่งนักศึกษายังไม่ได้ไปเยี่ยมตะวันและแบมในเรือนจำ เพราะคาดว่าคงมีขั้นตอนของการเยี่ยม แต่เข้าใจว่ามีทนายความ องค์กรต่างๆ ที่มีสิทธิในการเยี่ยมอยู่แล้ว

 

ด้าน กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (1 กุมภาพันธ์) อาการโดยรวมของแบมและตะวันมีปวดท้อง อ่อนเพลีย นอนไม่ค่อยหลับ และมีเลือดออกตามไรฟัน หมอเข้าใจว่าเกิดจากการขาดวิตามิน โดยจะให้ยาหรือวิตามินเพิ่ม แต่ที่กังวลคือตะวันมีค่าน้ำตาลต่ำ ซึ่งหมอกังวล ไม่อยากให้ต่ำไปมากกว่านี้ เพราะจะมีผลเสียต่อร่างกายและทำให้ร่างกายทรุดโทรมในระยะยาว

 

ตอนนี้ทั้งสองคนยังอดข้าว-อดน้ำ ที่กินได้นิดหน่อยคือจิบน้ำตอนกินยา ขณะที่ตะวันปฏิเสธโพแทสเซียม แต่ว่าแบมยังกินอยู่ 

 

The post ตัวแทนนักศึกษายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีศาลอาญา ขอให้ปล่อยตัวตะวันและแบม รวมทั้งนักโทษทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยังมีผู้ถูกดำเนินคดี 112 อย่างน้อย 10 คนที่ถูกคุมขังในเรือนจำ https://thestandard.co/10-political-prisoners-112/ Wed, 01 Feb 2023 08:24:18 +0000 https://thestandard.co/?p=744759

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นที่ถกเถียงในสังคมไทยอย่าง […]

The post ยังมีผู้ถูกดำเนินคดี 112 อย่างน้อย 10 คนที่ถูกคุมขังในเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นที่ถกเถียงในสังคมไทยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

 

โดยเฉพาะหลังการชุมนุมในปี 2563 ของเยาวชนและคนรุ่นใหม่ ปรากฏตัวเลขมีผู้ถูกดำเนินคดีตามข้อหาดังกล่าวเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะที่ผู้ถูกดำเนินคดีส่วนใหญ่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

 

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีผู้อยู่ระหว่างถูกคุมขังจากคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างน้อย 10 คน ซึ่งมีสถานะทั้งคดีถึงที่สุดแล้ว หรือศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วไม่ได้รับการประกันตัว และคนที่ไม่ได้รับการประกันตัวแม้ยังไม่มีคำพิพากษาของศาล

 

THE STANDARD รวบรวมข้อมูลจาก iLaw พบรายชื่อผู้ถูกคุมขังจากการถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ดังต่อไปนี้

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post ยังมีผู้ถูกดำเนินคดี 112 อย่างน้อย 10 คนที่ถูกคุมขังในเรือนจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพนกวิน เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ตะวัน-แบม-สิทธิโชค ‘ขอให้รักษาชีวิตไว้ก่อน’ หลังประกาศอดอาหารและน้ำ https://thestandard.co/letter-from-parit-to-political-prisoner/ Wed, 01 Feb 2023 06:14:13 +0000 https://thestandard.co/?p=744688 เพนกวิน

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกน […]

The post เพนกวิน เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ตะวัน-แบม-สิทธิโชค ‘ขอให้รักษาชีวิตไว้ก่อน’ หลังประกาศอดอาหารและน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพนกวิน

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร ได้เขียนจดหมายเปิดผนึก เรื่อง ขอให้รักษาชีวิตไว้ก่อน ถึง แบม ตะวัน และ สิทธิโชค โดยมีรายละเอียดระบุว่า

 

เราเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงพวกเธอทุกคนทั้งด้วยความรู้สึกเคารพความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจ และความรู้สึกเป็นห่วงสุขภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลงทุกวัน การอดข้าวอดน้ำเอาชีวิตลงเดิมพันของพวกเธอถือเป็นก้าวย่างอันกล้าหาญที่จะต่อสู้กับความทรมานของตัวเอง เราคิดว่าเราพอเข้าใจความรู้สึกของการไม่ได้กินที่พวกเธออาจกำลังรู้สึก แม้ตัวเราเมื่อคราวอดอาหารประท้วงจะไม่ได้ตัดสินใจวางเดิมพันเท่าที่พวกเธอวางก็ตาม และเราเชื่อว่าพวกเธอคงได้ไตร่ตรองมาโดยถี่ถ้วนแล้วจึงได้ตัดสินใจเช่นนี้

 

พริษฐ์ระบุว่า กระนั้นเอง การต่อสู้ของพวกเธอตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ท้าทายยิ่ง เพราะองคาพยพของฝ่ายตรงข้ามของพวกเธอ (และของพวกเราทั้งหมด) เป็นผู้ทรงอำนาจ และจากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็เห็นได้ว่าอำนาจของพวกเขาไม่ได้ตั้งมั่นอยู่ในธรรมมากนัก ดังที่พวกเธอก็คงรู้ดี แน่นอนว่าเราต้องต่อสู้กับอำนาจอันปราศจากธรรมเหล่านี้ แต่ในการต่อสู้ เราไม่พึงคาดหวังมนุษยธรรมในใจของอีกฝ่ายมากนัก เราจึงจำเป็นต้องถนอมชีวิตและจิตใจสำหรับการสู้ต่อในระยะยาวด้วย

 

ข้อเรียกร้องของพวกเธอทั้งหมดเป็นเรื่องถูกต้องตามหลักการทั้งปวง เป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจทั้งหมดควรรับฟังและปฏิบัติตาม และยังเป็นเรื่องน่านับถือที่เธอไม่ได้เรียกร้องเพียงเพื่อตัวเอง แต่เพื่อผู้ถูกคุมขังทั้งหมด รวมถึงเพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบและโครงสร้างความยุติธรรมที่ดีกว่าสำหรับประเทศชาติ กระนั้นเอง ในสังคมบิดเบี้ยวนี้ ข้อเรียกร้องคงต้องใช้เวลายาวนานกว่าผู้มีอำนาจจะยอมทำความเข้าใจและพิจารณาได้ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 และ 116 นั้น แน่นอนว่าโดยกระบวนการต้องใช้เวลามาก ซึ่งน่าจะยาวนานเกินกว่าที่ร่างกายของพวกเธอจะรับไหวจากการอดข้าวอดน้ำ

 

พริษฐ์ระบุอีกว่า สิ่งที่พวกเธอเรียกร้องเป็นเรื่องน่าเลื่อมใส แต่มันต้องใช้เวลาในการผลักดัน และมันจะไม่เกิดขึ้นจากความตายของใคร ดังนั้น นอกจากเราจะเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ขานรับข้อเรียกร้องของพวกเธอแล้ว เรา ในฐานะเพื่อนร่วมอุดมการณ์คนหนึ่งที่เคยต่อสู้ด้วยการอดอาหารประท้วง ขอร้องให้พวกเธอทบทวนวิธีการต่อสู้ที่พวกเธอทำอยู่ ขอให้เธอยุติการอดข้าวอดน้ำและยอมรับการฟื้นฟูร่างกายโดยคณะแพทย์อย่างเต็มที่เพื่อรักษาชีวิตของพวกเธอไว้ สิ่งที่เธอทำในวันนี้เติมไฟให้หลายคนในเรื่องที่ขับเคลื่อนกันอยู่แล้ว เมื่อเติมไฟแล้วก็ขอให้รักษาชีวิตจิตใจ ออกมาตั้งหลักกันใหม่ เพื่อผลักดันทุกข้อเรียกร้องให้ลุล่วงถึงฝั่งได้สมบูรณ์

 

“เพื่อนพ้องต้องการให้เธอมีชีวิตต่อ มวลชนต้องการให้เธอมีชีวิตต่อ ทุกคนต้องการให้เธอมีชีวิตต่อ และไม่มีใครอยากให้เธอตาย อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าทุกคนจะเคารพทุกการตัดสินใจที่พวกเธอเลือก เราเองก็เคารพเช่นกัน เพราะนั่นคือสิทธิอันชอบธรรมของเธอที่จะต่อสู้กับอำนาจอธรรมในสังคม ขอให้พวกเธอพิจารณา”

 

สำหรับกรณี ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม สองนักกิจกรรมทางการเมือง และผู้ต้องหาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ประกาศถอนประกันตนเอง อดอาหารและน้ำประท้วงกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ปัจจุบันมีนักโทษการเมืองหลายคนถูกปฏิเสธสิทธิการประกันตัวอย่างไม่เป็นธรรม 

 

ล่าสุด วันนี้เป็นวันที่ 15 ที่ทั้งสองคนอดอาหารและน้ำ รวมทั้งปฏิเสธการรักษาจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ต่อมากรมราชทัณฑ์ได้ส่งตัวทั้งสองคนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  

 

ขณะที่ สิทธิโชค เศรษฐเศวต ไรเดอร์ส่งอาหาร ที่ถูกขังระหว่างอุทธรณ์คำพิพากษาในคดีมาตรา 112 ที่กำลังอดอาหารและน้ำเพื่อประท้วงสิทธิการประกันตัว วันนี้เป็นวันที่ 6 แล้ว

The post เพนกวิน เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ตะวัน-แบม-สิทธิโชค ‘ขอให้รักษาชีวิตไว้ก่อน’ หลังประกาศอดอาหารและน้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา ถามบรรทัดฐาน-แนวทางการให้ประกันผู้ต้องขังคดีการเมือง และ ม.112 https://thestandard.co/mfp-political-inmates-112/ Tue, 31 Jan 2023 10:34:54 +0000 https://thestandard.co/?p=744294

วันนี้ (31 มกราคม) พรรคก้าวไกล นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน […]

The post ก้าวไกลยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา ถามบรรทัดฐาน-แนวทางการให้ประกันผู้ต้องขังคดีการเมือง และ ม.112 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (31 มกราคม) พรรคก้าวไกล นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เพื่อสอบถามประเด็นบรรทัดฐานในการให้ประกันตัวผู้ต้องหาจากคดีการแสดงออกทางการเมือง ขอให้พิจารณาดำเนินการตามหลักนิติรัฐและความยุติธรรม จากกรณีที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนักกิจกรรมทางการเมือง 

 

ส่งผลให้ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ นักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ประกาศถอนประกันตนเอง และอดน้ำ-อาหาร เพื่อเรียกร้องต่อกระบวนการยุติธรรมให้สิทธิประกันตัวผู้ต้องหาคดีการเมืองทุกคน ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคมเป็นต้นมา

 

พิธาร่วมกับ ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้แถลงข่าวบริเวณหน้าสำนักงานศาลฎีกา โดยพิธาอ่านข้อความในหนังสือ ซึ่งมีเนื้อหาสอบถามไปยังประธานศาลฎีกา ใจความว่า ตามที่ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการรายงานคดีสำคัญในศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ต่อประธานศาลฎีกา และการรายงานคดีและการตรวจสำนวนคดีในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค พ.ศ. 2562 กำหนดให้ในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 107 ถึงมาตรา 135 ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นต้องรายงานคดีต่ออธิบดีผู้พิพากษาภาค และอธิบดีผู้พิพากษาภาคต้องรายงานคดีต่อประธานศาลฎีกา 

 

โดยกำหนดให้มีการตรวจร่างคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยตามข้อ 14 แห่งระเบียบดังกล่าว ระบุว่า “การตรวจร่างคำพิพากษาหรือคำสั่งตามข้อ 13 ให้ดำเนินการเพื่อรักษาแนวบรรทัดฐานของคำพิพากษาหรือคำสั่ง และให้การใช้ดุลพินิจของศาลเป็นไปโดยถูกต้องในแนวทางเดียวกัน ในกรณีที่ต่างไปจากแนวบรรทัดฐาน ควรมีเหตุผลพิเศษ และให้แสดงเหตุผลไว้ในร่างคำพิพากษาหรือคำสั่งด้วย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม”

 

จึงขอสอบถามว่า การที่ศาลยุติธรรมมีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาที่เกิดจากการแสดงออกทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 112, 116 หรือมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาว่าบุคคลดังกล่าวได้กระทำผิดจริงตามคำฟ้อง เป็นคำสั่งอันเนื่องจากการควบคุมความเป็นเอกภาพของคำสั่งศาลตามนัยแห่งระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการรายงานคดีสำคัญในศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ต่อประธานศาลฎีกา และการรายงานคดีและการตรวจสำนวนคดีในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค พ.ศ. 2562 ซึ่งอยู่ในการควบคุมกำกับดูแลหรือบังคับบัญชาของประธานศาลฎีกาหรือไม่

 

“สถานการณ์ที่บอบบางต่อการประกันสิทธิเสรีภาพตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองไว้ในปัจจุบัน อาจคลี่คลายได้ด้วยการที่ศาลยุติธรรม โดยกำกับดูแลหรือบังคับบัญชาของท่าน เคารพหลักนิติรัฐ และจรรโลงความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างแท้จริง” พิธากล่าว

 

ทั้งนี้ ระหว่างการยื่นหนังสือ มีตัวแทนจากประธานศาลฎีกาออกมารับหนังสือ ทำให้ รังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ และ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ สอบถามเจ้าหน้าที่ถึงแนวทางการติดตามความคืบหน้า และถามถึงความเป็นไปได้ในการเปิดพื้นที่พูดคุยถึงบรรทัดฐานในกระบวนการยุติธรรม แต่เจ้าหน้าที่พยายามบ่ายเบี่ยง ให้เพียงชื่อและหมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อเท่านั้น

 

The post ก้าวไกลยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา ถามบรรทัดฐาน-แนวทางการให้ประกันผู้ต้องขังคดีการเมือง และ ม.112 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มคณะราษฎรยกเลิก ม.112 ยื่นหนังสือถึงเพื่อไทย ผลักดัน 3 ข้อเรียกร้องแบม-ตะวัน https://thestandard.co/112-activists-pheuthai-bam-tawan/ Tue, 31 Jan 2023 10:17:06 +0000 https://thestandard.co/?p=744261 นักกิจกรรมทางการเมือง

วันนี้ (31 มกราคม) กลุ่มคณะราษฎรยกเลิกมาตรา 112 (ครย.), […]

The post กลุ่มคณะราษฎรยกเลิก ม.112 ยื่นหนังสือถึงเพื่อไทย ผลักดัน 3 ข้อเรียกร้องแบม-ตะวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกิจกรรมทางการเมือง

วันนี้ (31 มกราคม) กลุ่มคณะราษฎรยกเลิกมาตรา 112 (ครย.), กลุ่มทะลุวัง, กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน เข้ายื่นหนังสือที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อเสนอนโยบายเร่งด่วน 3 ข้อเรียกร้องของ ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ แบม-อรวรรณ ภู่พงษ์ ซึ่งปัจจุบันประท้วงด้วยการอดน้ำและอาหารในเรือนจำ ก่อนส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

 

สำหรับข้อเรียกร้องของทานตะวันและอรวรรณ คือ

 

  1. ต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ศาลต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออกเป็นอย่างแรกมาก่อนสิ่งอื่นใด ต้องเป็นอิสระ ปราศจากอำนาจนำ ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน และผู้บริหารศาลต้องไม่แทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดี

 

  1. ยุติการดำเนินคดีความกับประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การชุมนุม และการแสดงออกทางการเมือง

 

  1. พรรคการเมืองทุกพรรคต้องเสนอนโยบายเพื่อประกันสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน โดยการยกเลิกมาตรา 112 และ 116

 

ขณะที่พรรคเพื่อไทย โดย ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค กล่าวว่า หลังจากที่พรรคเพื่อไทยได้พูดคุยกับเยาวชนและประชาชนที่มาที่พรรคเพื่อไทย มีข้อสรุปดังนี้

 

  1. การถอนประกันตัวเอง และอดอาหารและน้ำของทานตะวันและอรวรรณ พรรคเพื่อไทยมีความห่วงใยในความปลอดภัยแห่งชีวิตและทรัพย์สินของนักศึกษาทั้ง 2 คน ซึ่งควรจะมีชีวิต เป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและชาติบ้านเมืองต่อไป และมีข้อฝากว่าแพทย์มีหน้าที่รักษาผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต แม้จะขัดต่อเจตนารมณ์และความยินยอมของผู้ป่วย ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม, ข้อบังคับแพทยสภา และพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม จึงไม่ได้หมายความว่าแพทย์จะสามารถปล่อยให้ผู้ป่วยสิ้นชีวิตไปต่อหน้าต่อตาโดยมิได้ทำอะไรเลย

 

  1. พรรคเพื่อไทยเห็นว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิในการประกันตัว ย่อมได้รับความคุ้มครอง เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรมทั้งของไทยและนานาอารยประเทศ พรรคเห็นว่าการให้ประกันตัวผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนิสิต นักศึกษา และเป็นเพียงผู้เห็นต่างทางความคิด มิได้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงใดๆ ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพเป็นหลัก จึงถึงเวลาที่ควรจะได้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ 

 

ดังเช่นที่พรรคเพื่อไทยได้เคยเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิการประกันตัว จะต้องเป็นหลักการไม่ให้ประกันต้องเป็นข้อยกเว้น จะคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้เกิน 1 ปีไม่ได้ และให้เพิ่มเติมในสิทธิกระบวนการยุติธรรมไว้ในรัฐธรรมนูญ

 

  1. ส่วนข้อเสนอให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 นั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่า กรณีมาตรา 116 นั้นเป็นความผิดที่เรียกว่าเป็นการยุยง ปลุกปั่น เป็นกฎหมายที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากที่สุด จนถูกเรียกได้ว่ากฎหมายครอบจักรวาล มีองค์ประกอบหรือการตีความได้อย่างกว้างขวาง การแก้ไขหรือยกเลิกจึงน่าจะกระทำได้

 

ส่วนกรณีการยกเลิกมาตรา 112 นั้น พรรคเห็นว่ามาตรานี้บัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองประมุขของรัฐ ควบคู่กับประวัติศาสตร์ของประเทศที่ยอมรับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การจะยกเลิกหรือแก้ไขใดๆ มีความเห็นหลากหลายในสังคม และมีความแตกต่างกันในทางความคิดแบบสุดขั้ว อาจเรียกได้ว่าถึงขั้นเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน จนยากที่จะหาบทสรุปที่เป็นไปในทางสันติและความสมานฉันท์ของคนในประเทศ การยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและรัฐสภาที่ควรจะเป็นองค์กรรับผิดชอบโดยเร่งด่วน พรรคเพื่อไทยจะเสนอเป็นญัตติด่วนเพื่อปรึกษาหารือกันในรัฐสภา 

 

ในชั้นนี้พรรคจึงเห็นว่าการปรึกษาหารือกันในแนวทางปฏิบัติของการบังคับใช้มาตรา 112 จะเป็นทางออกหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาได้ในเบื้องต้น และไม่อาจกระทำได้โดยลำพังของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเท่านั้น

 

The post กลุ่มคณะราษฎรยกเลิก ม.112 ยื่นหนังสือถึงเพื่อไทย ผลักดัน 3 ข้อเรียกร้องแบม-ตะวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>