นักร้องเรียน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นักร้องเรียน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 19 Jun 2025 06:44:32 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เรืองไกร-ศรีสุวรรณ ร้ององค์กรอิสระ ถอดถอนนายกฯ ปมคลิปเสียง ไม่รักษาอธิปไตยของชาติ ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ https://thestandard.co/pm-clip-national-security/ Thu, 19 Jun 2025 06:44:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1086723 pm-clip-national-security

วันนี้ (19 มิถุนายน) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง […]

The post เรืองไกร-ศรีสุวรรณ ร้ององค์กรอิสระ ถอดถอนนายกฯ ปมคลิปเสียง ไม่รักษาอธิปไตยของชาติ ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
pm-clip-national-security

วันนี้ (19 มิถุนายน) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า มีความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) หรือไม่ และเข้าข่ายเป็นเหตุให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) หรือไม่ กรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนากับสมเด็จ ฮุนเซน ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

เรืองไกรกล่าวว่า ที่มายื่นหนังสือวันนี้เพราะเห็นว่าเป็นกรณีเร่งด่วน เนื่องจากตรวจสอบแล้วว่าคลิปเสียง และนายกรัฐมนตรีได้ยอมรับเองว่าเป็นคลิปเสียงการพูดคุยกับสมเด็จ ฮุน เซน จริง ถือเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ทำให้ต้องมายื่นร้องต่อ กกต. ว่าพฤติกรรมดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ระบุว่า เหตุความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เนื่องจากความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ โดยศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนววินิจฉัยไว้ เหมือนกรณีคดีของ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งสามารถยึดเป็นแนวบรรทัดฐานได้

 

“ในคลิปเสียงท่านนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับแล้ว มีการพูดถึงเจ้าหน้าที่ของเรา มีการเอ่ยชื่อ ตำแหน่งด้วย ในลักษณะว่าไม่ใช่พวกเรา ทำให้สังคมตั้งคำถามตรงนี้ ว่าตกลงท่านนายกรัฐมนตรีของเราเป็นพวกกับใคร เป็นพวกทหารของเรา หรือพวกกับเพื่อนบ้าน แล้วคำขอให้เปิดชายแดน เปิดด่านกันเลยนั้น ก็คงต้องรอฟังจากฝ่ายความมั่นคง นายกรัฐมนตรีคงไม่มีหน้าที่จะไปดู ไปรับปากตรงนั้น ซึ่งคำต่างๆ ที่สื่อถอดออกมาก็เป็นตัวอย่างที่ผมนำมาให้ กกต. ดูว่า ในนี้กรณีนี้จะเข้าข่ายว่านายกรัฐมนตรีไปทำการที่ไม่ซื่อสัตย์ สุจริต ทำให้เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งและเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่” เรืองไกรกล่าว

 

เรืองไกร กล่าวต่อว่า นี่ยังไม่ได้พูดถึงการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงที่จะเป็นดุลพินิจของกกต. หรือจะมีการส่งต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญาเรื่องความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร กับความมั่นคงที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เช่น มาตรา 116 และมาตรา 119 ซึ่งไม่ใช่หน้าที่และอำนาจของกกต. ซึ่งอาจจะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน หรือหากมีพรรคการเมือง หรือสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชื่อยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือกลุ่มบุคคลที่จะยื่น ก็ถือเป็นสิทธิ ซึ่งนายกฯ ก็จะต้องเหนื่อยหน่อย

 

“ท่านเองก็บอกเองว่า เรื่องนี้ทำให้ลำบากที่สุดตั้งแต่ที่เป็นนายกรัฐมนตรีมา ท่านก็ต้องมาชี้แจง แต่ข้อเท็จจริงแทบจะไม่ต้องหายากอะไร มีเยอะมาก โดยเอกสารหลักฐานต่างๆ ผมจะส่งตามมาเพิ่มเติม” เรืองไกรกล่าว

 

ส่วนที่ปัจจุบันมีการเรียกร้องให้ยุบสภา หรือลาออก คิดว่านายกรัฐมนตรีควรเลือกทางไหน เรืองไกรกล่าวว่า การที่ท่านขึ้นมานั้น คะแนนหลายๆ เรื่องไม่ผ่าน อภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ท่านได้เพราะเสียงเกิน ก็อยู่ได้ แต่สิ่งที่สังคมและประชาชนรับรู้ คือความรู้ความสามารถของนายกรัฐมนตรีเองนั้น ท่านควรจะพิจารณาตัวเอง อยู่ตรงนี้รังแต่จะก่อให้เกิดความรู้สึกลำบากใจตัวเองหรือไม่ อยู่ที่ว่าท่านจะไปไหวไหม เพราะหลายพรรคการเมือง รวมถึงประชาชนก็เรียกร้องความรับผิดชอบ อย่างภูมิใจไทยก็แสดงจุดยืนและลาออกไปแล้ว แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ก็มีจุดยืนของหัวหน้าพรรคไปแล้ว เรื่องที่มีคนถูกดึงไป แต่จะมี สส. คนไหนปันใจหรือไม่ ก็ไม่ทราบ

 

“ดังนั้นนายกรัฐมนตรีมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง ไม่ยุบสภาก็ลาออกแล้วให้คนใหม่ที่เหมาะสมกว่ามาทำหน้าที่ เพราะเรายังมีบัญชีนายกรัฐมนตรีอยู่ เพื่อไทยยังมี ชัยเกษม นิติสิริ อยู่ในบัญชี ขณะที่ อายุสภาก็ยังเหลืออยู่ แต่ถ้าท่านมั่นใจว่าจะให้ประชาชนตัดสินท่านก็ต้องยุบ ถ้าคิดว่าไปไม่ไหว แล้วสภายังไม่มีความเห็นอะไรท่านก็ลาออก” เรืองไกรกล่าว

 

สำหรับขณะนี้กระแสสังคมมีการพูดถึงการปฏิวัตินั้น เรืองไกรกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในครรลองประชาธิปไตย แต่ถ้าความรู้สึก การประเมินตัวเองของนายกรัฐมนตรี และมีเสียงสะท้อนแบบนี้ ท่านก็ควรจะรับรู้ว่า ควรจะพิจารณาตัวเอง ดีที่สุด แต่ถ้ารอจนเป็นคดีความต่างๆ ท่านอายุยังน้อย ลูกยังเล็ก เพราะความมั่นคงเป็นเรื่องใหญ่มาก

 

ศรีสุวรรณร้อง ป.ป.ช. กล่าวหาไม่พิทักษ์อธิปไตย

 

ในวันเดียวกัน ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช. ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกล่าวหา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ กรณีคลิปสนทนากับ นายฮุนเซน ซึ่งเป็นศัตรูของชาติ ถือเป็นการทำลายเกียรติยศ ศักดิ์ศรี เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในแผ่นดิน

 

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากมีการเผยแพร่คลิปการสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและสมเด็จ ฮุน เซน พฤติการณ์ในแต่ละถ้อยคำที่สนทนากับนายฮุนเซนสะท้อนให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองเพื่อตนเองเป็นที่ตั้ง นำความลับในการบริหารราชการแผ่นดินไปเอื้อประโยชน์ให้กับศัตรูของชาติ อันถือได้ว่าเป็นปรปักษ์ต่อแผ่นดิน อันอาจทำให้อำนาจอธิปไตยของชาติเสื่อมเสียไปได้ อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 มาตรา 120 ประกอบมาตรา 128 อันเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักรโดยชัดแจ้ง

 

นอกจากนี้ ยังอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 219 ให้ใช้บังคับไว้ในหลายๆ ข้อ เช่น ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 ข้อ 17 ข้อ 19 และข้อ 26 ประกอบข้อ 27 อันเกี่ยวกับการไม่ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ การไม่ถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเอง หรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม กระทำการอันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง เป็นต้น

 

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงจำต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการไต่สวนและมีความเห็นเพื่อนำไปสู่การเอาผิดนายกรัฐมนตรีที่มีพฤติการณ์ในการใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามครรลองของกฎหมายต่อไป

The post เรืองไกร-ศรีสุวรรณ ร้ององค์กรอิสระ ถอดถอนนายกฯ ปมคลิปเสียง ไม่รักษาอธิปไตยของชาติ ไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบรายการทรัพย์สินนายกฯ หลังไม่ปรากฏรองเท้าที่มีมูลค่าสูงในบัญชี https://thestandard.co/pm-luxury-shoes/ Mon, 24 Feb 2025 02:46:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1045125 pm-luxury-shoes

วานนี้ (23 กุมภาพันธ์) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ไ […]

The post เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบรายการทรัพย์สินนายกฯ หลังไม่ปรากฏรองเท้าที่มีมูลค่าสูงในบัญชี appeared first on THE STANDARD.

]]>
pm-luxury-shoes

วานนี้ (23 กุมภาพันธ์) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ เพื่อขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เร่งตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอื่นของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่ามีการแจ้งรายการรองเท้าไว้โดยถูกต้องครบถ้วนตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 105 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 114 วรรคหนึ่ง หรือไม่

 

และขอให้ ป.ป.ช. ร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาพิพากษาว่า จะเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปของ นายกฯ หรือไม่ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1. นายกฯ ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2567 โดย ป.ป.ช. รับไว้เลขที่ 307 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ดังความควรแจ้งแล้วนั้น

 

ข้อ 2. จากการตรวจสอบข้อมูลบัญชีทรัพย์สินอื่นของนายกฯ ในเว็บไซต์ ป.ป.ช. พบรายละเอียดประกอบรายการทรัพย์สินอื่นในส่วนของนายกฯ รวม 9 รายการ มูลค่า 415,639,500 บาท (โดยแสดงเป็นยอดรวมและไม่มีการแจ้งวัน เดือน ปี ที่ได้มา) ดังต่อไปนี้

 

ลำดับที่ 1 ทองคำแท่ง รวม 75 บาท มูลค่า 3,000,000 บาท

ลำดับที่ 2 นาฬิกา รวม 75 เรือน มูลค่า 162,000,000 บาท

ลำดับที่ 4 ของสะสม (ตุ๊กตา BE@RBRICK) รวม 9 ตัว มูลค่า 1,900,000 บาท

ลำดับที่ 5 กระเป๋า รวม 217 ใบ มูลค่า 76,650,000 บาท

ลำดับที่ 6 แหวน รวม 108 วง มูลค่า 31,773,900 บาท

ลำดับที่ 7 เครื่องประดับกำไลข้อมือ รวม 69 เส้น มูลค่า 28,559,700 บาท

ลำดับที่ 8 เครื่องประดับกำไลสร้อยคอ รวม 67 เส้น มูลค่า 35,675,400 บาท

ลำดับที่ 9 ต่างหู รวม 205 คู่ มูลค่า 49,330,500 บาท

ลำดับที่ 11 เครื่องแต่งกาย รวม 167 ชุด มูลค่า 26,750,000 บาท

 

ข้อ 3. นายกฯ ยังได้แจ้งรายละเอียดประกอบรายการทรัพย์สินอื่นในส่วนของคู่สมรส รวม 2 รายการ มูลค่า 69,300,000 บาท (โดยแสดงเป็นยอดรวมและไม่มีการแจ้งวัน เดือน ปี ที่ได้มา) ดังต่อไปนี้

 

ลำดับที่ 3 นาฬิกา รวม 39 เรือน มูลค่า 69,000,000 บาท

ลำดับที่ 12 แหวน รวม 2 วง มูลค่า 300,000 บาท

 

ข้อ 4. ข้อสังเกต รายละเอียดประกอบรายการทรัพย์สินอื่นไม่มีการแจ้งรายการลำดับที่ 10 ไว้แต่อย่างใด กรณีจะเข้าข่ายปกปิดหรือไม่

 

ข้อ 5. อีกทั้งไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งรายการรองเท้าไว้ (ทั้งที่ปรากฏเป็นข่าวทั่วไปเกี่ยวกับรองเท้ามาแล้วหลายคู่) กรณีนี้จึงมีเหตุอันควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า การไม่แจ้งรายการรองเท้าและมูลค่า รวมทั้งวัน เดือน ปี ที่ได้มานั้น จะเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 105 และ 114 หรือไม่

 

ข้อ 6. จากการสุ่มตรวจรายการรองเท้าของนายกฯ ใน Google พบตัวอย่างข่าวที่มีภาพรองเท้าซึ่งมีราคาสูงจำนวน 4 คู่ ซึ่งรองเท้าดังกล่าวควรนำไปแจ้งรวมไว้ในรายการทรัพย์สินอื่นด้วย หากไม่แจ้ง ป.ป.ช. ก็ควรร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อวินิจฉัยว่า นายกฯ ควรถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดไปตามแนวคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อม.40/2567 หรือไม่

 

ข้อ 7. ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม.40/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 ที่แนบมาด้วย เป็นกรณีที่ ป.ป.ช. เป็นผู้ร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ผู้ถูกร้อง (รองนายก อบจ. รายหนึ่ง ขอสงวนนาม) ไม่แจ้งรายการทรัพย์สินและหนี้สินหลายรายการ รวมทั้งแหวน 1 วง โดยศาลมีคำพิพากษาส่วนหนึ่งในหน้า 4 ว่า “…ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป…”

 

ข้อ 8. ดังนั้น ป.ป.ช. ควรถือเอากรณีรองนายก อบจ. ในคดีหมายเลขแดงที่ อม.40/2567 มาเป็นบรรทัดฐานอย่างเดียวกัน เพื่อนำไปตรวจสอบว่านายกฯ มีรองเท้าทั้งหมดกี่คู่ แต่ละคู่ราคาเท่าไร ได้มาวันที่เท่าไร มีใบเสร็จค่าซื้อรองเท้าหรือไม่ และแจ้งรองเท้าทุกคู่ที่มีราคาแพงไว้ในรายการทรัพย์สินอื่นหรือไม่

 

ข้อ 9. หากตรวจสอบแล้วพบว่านายกฯ มีรองเท้าหลายคู่ มีราคารวมมูลค่าสูง แจ้งวันที่ได้มา และมีหลักฐานการได้มาถูกต้อง แต่กลับไม่ได้แจ้งรายการรองเท้าต่างๆ ไว้ในรายละเอียดประกอบรายการทรัพย์สินอื่นด้วย ป.ป.ช. จะส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปของนายกฯ หรือไม่

The post เรืองไกรร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบรายการทรัพย์สินนายกฯ หลังไม่ปรากฏรองเท้าที่มีมูลค่าสูงในบัญชี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรืองไกรย้ำ คดี 44 สส. ต้องฟ้องเป็นกลุ่ม ยกเทียบคดีดิไอคอนกรุ๊ป-เสียบบัตรแทนกัน พร้อมขู่ คดีจริยธรรมไม่มีอุทธรณ์ https://thestandard.co/group-lawsuit-44-mps/ Fri, 21 Feb 2025 03:09:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1044366 group-lawsuit-44-mps

เรืองไกรยัน คดี 44 สส. ต้องฟ้องเป็นกลุ่ม เหตุต้องเสนอญั […]

The post เรืองไกรย้ำ คดี 44 สส. ต้องฟ้องเป็นกลุ่ม ยกเทียบคดีดิไอคอนกรุ๊ป-เสียบบัตรแทนกัน พร้อมขู่ คดีจริยธรรมไม่มีอุทธรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
group-lawsuit-44-mps

เรืองไกรยัน คดี 44 สส. ต้องฟ้องเป็นกลุ่ม เหตุต้องเสนอญัตติแก้ ม.112 ร่วมกัน ยกคดีเสียบบัตรแทน-ดิไอคอนกรุ๊ป สอบรายบุคคลแต่รวมฟ้อง ชี้กันตัวเป็นพยานทำได้ยากถ้าหลักฐานพอ 

 

วันนี้ (21 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กล่าวถึงกรณีคดี 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่ง ป.ป.ช. เรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ 

 

เรืองไกรระบุว่า ตามหลักการของการเสนอญัตติในสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 20 คน ดังนั้นเมื่อจะกล่าวหาก็ต้องกล่าวหาร่วมกัน และเมื่อจะชี้มูลความผิดก็ต้องชี้เป็นกลุ่ม เพราะเป็นการกระทำร่วมกันในสภาผู้แทนราษฎร และในรายชื่อแนบท้ายญัตติก็ปรากฏชื่อทั้ง 44 สส. ร่วมลงชื่อเสนอญัตติ ส่วนอีก 8-9 คนในกลุ่มของ คารม พลพรกลาง อดีต สส. พรรคก้าวไกล ไม่ได้รวมลงชื่อด้วย

 

เรืองไกรยืนยันว่า ในการเรียกมารับทราบข้อกล่าวหานั้นต้องเรียกมาทั้งกลุ่ม โดยยกตัวอย่างคดีของ นาที รัชกิจประการ อดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่มีการเสียบบัตรแทนกันในกลุ่ม สส. จำนวน 3 คน ซึ่งก็มีการฟ้องร้องร่วมกันทั้ง 3 คน หรือเหมือนกรณีที่เราจับคนเล่นการพนันก็ต้องฟ้องกันทั้งหมด แม้กระทั่งคดีดิไอคอนกรุ๊ปเองก็ต้องดำเนินคดีร่วมกันโดยการเรียกสอบเป็นรายคน 

 

สำหรับกรณีที่จะมีการกันคนใดคนหนึ่งเป็นพยานนั้น เรืองไกรระบุว่า ถ้าพยานหลักฐานเพียงพอก็น่าจะทำได้ยาก ทั้งนี้ ขอให้ดำเนินการไปตามครรลองของกฎหมาย ท่านก็มีสิทธิต่อสู้ แต่อย่าลืมว่านี่เป็นข้อหาจริยธรรม ซึ่งใช้คำตัดสินของศาลฎีกาเพียงชั้นเดียว ศาลเดียว และหากมีความผิดจริงต้องเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดไป โดยจะอุทธรณ์ไม่ได้ 

 

“เราทำการเมืองกันมาก็มีความปรารถนาดีด้วยกัน แต่อำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ท่านก็ทำตามอำนาจหน้าที่ของท่าน” เรืองไกรทิ้งท้าย

The post เรืองไกรย้ำ คดี 44 สส. ต้องฟ้องเป็นกลุ่ม ยกเทียบคดีดิไอคอนกรุ๊ป-เสียบบัตรแทนกัน พร้อมขู่ คดีจริยธรรมไม่มีอุทธรณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญายื่นอัยการสูงสุดส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปมนายกฯ ตั้งณัฐวุฒิเป็นที่ปรึกษาฯ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชี้เคยสนับสนุนม็อบ-ถูกตัดสิทธิทางการเมือง https://thestandard.co/sontiyan-petition-pm-nattawut/ Wed, 15 Jan 2025 08:44:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1030786 sontiyan petition-pm-nattawut

วันนี้ (15 มกราคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนธิญา สวัสด […]

The post สนธิญายื่นอัยการสูงสุดส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปมนายกฯ ตั้งณัฐวุฒิเป็นที่ปรึกษาฯ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชี้เคยสนับสนุนม็อบ-ถูกตัดสิทธิทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
sontiyan petition-pm-nattawut

วันนี้ (15 มกราคม) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนธิญา สวัสดี นักร้องเรียนทางการเมือง ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เพื่อให้ตรวจสอบและพิจารณาส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ที่อาจจะกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากณัฐวุฒิถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ถูกจำคุก 2 ปี 8 เดือน กรณีบุกบ้าน พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ นอกจากนี้ยังเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มผู้กระทำความผิดกฎหมายในมาตรา 112

 

สนธิญากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนยื่นร้องเรียนที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ปรับณัฐวุฒิออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2567 หลังการแต่งตั้ง 7 วัน ขณะเดียวกันในส่วนของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ตนได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนเช่นกัน โดยผลการตรวจสอบของกฤษฎีกาทั้ง 3 คณะออกมาว่า กิตติรัตน์เป็นข้าราชการทางการเมือง ส่วนกรณีของณัฐวุฒิ ตนยื่นกรณีที่นายกฯ กระทำผิดรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 160 เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต จริยธรรม และคุณธรรม, มาตรา 164 และมาตราอื่นๆ ประกอบ

 

สนธิญากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยแจ้งความดำเนินคดีกับณัฐวุฒิเมื่อปี 2550 กรณีกลุ่มคนวันเสาร์ ไม่เอาเผด็จการ บุกบ้าน พล.อ. เปรม โดยศาลพิพากษาจำคุกณัฐวุฒิเป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน และติดกำไล EM ออกมาหลังได้รับการปล่อยตัว โดยในคดีดังกล่าวศาลยังมีคำพิพากษาให้ตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปีด้วย

และเมื่อออกมาจากเรือนจำ ณัฐวุฒิประกาศชัดว่าสนับสนุนกลุ่มราษฎร เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 โดยกลุ่มราษฎรดังกล่าวมี เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ ไผ่ ดาวดิน-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา เป็นแกนนำ

 

โดยในส่วนของเพนกวิน ตนยื่นร้องเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 ประมาณ 5 คดี ปัจจุบันเพนกวินไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา โดยเจ้าตัวมีคดีความผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 จำนวน 25 คดี พฤติกรรมของณัฐวุฒิจึงเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายเกี่ยวกับสถาบันฯ เป็นการกระทำที่รุนแรงต่อกฎหมายความมั่นคง

 

สนธิญากล่าวต่อว่า ตนร้องไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้คัดชื่อณัฐวุฒิออกไปภายใน 1 สัปดาห์ กระทั่งผ่านมาถึงวันนี้เป็นเวลา 3 เดือน 11 วัน ไม่มีการคัดชื่อณัฐวุฒิออกแต่อย่างใด ประกอบกับกฤษฎีกาทั้ง 3 คณะชี้ว่ากรณีของกิตติรัตน์เป็นข้าราชการทางการเมือง ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับณัฐวุฒิ ตนจึงนำเข้าสู่กระบวนการยื่นให้อัยการสูงสุดชี้ว่าการกระทำของนายกฯ นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญตามที่ตนกล่าวหาหรือไม่ อย่างไร บทสรุปสุดท้ายสำนักงานอัยการสูงสุดจะต้องสรุปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าไม่ยื่น ตนจะใช้สิทธิภายใน 60 วัน ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยต่อไป

 

กระบวนการที่จะเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้มี 2 ช่องทาง คือ ผ่านสำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน (สผผ.) ตนเลือกใช้วิธียื่นผ่านสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อโปรดพิจารณา ทั้งนี้ หากใครจะเคลื่อนไหวสนับสนุนกลุ่มราษฎรหรือมีความเห็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่กรณีของณัฐวุฒิเป็นผู้ประกาศสนับสนุน กลับมาแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ทั้งที่นายกฯ จะต้องตรวจสอบคนที่จะเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้นณัฐวุฒิและนายกฯ ไม่สามารถปฏิเสธได้ สำหรับการแต่งตั้งดังกล่าวมีนายกฯ เป็นผู้ลงลายมือชื่อ แต่งตั้งด้วยตัวเอง เป็นหน้าที่ของนายกฯ ที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง

 

สนธิญากล่าวต่อว่า สุดท้ายฝากไปถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถึงกรณีที่มีนักร้องมากมายออกมาร้องเรียนนั้น ขอเรียนว่า ตนจะไปถอนในการร้องเรียนต่อ กกต. 2 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับทักษิณและนายกฯ หลังจากที่ประธาน กกต. ชี้แจงมาแล้ว และตนเห็นว่าไม่เข้ากระบวนการ ก็จะถอนให้ 2 เรื่อง เพราะท่านเป็นบุคคลที่อยู่นอกการเมือง แต่เข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมือง ตนร้องเรียนในส่วนที่เห็นว่าชัดเจน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวินิจฉัยชี้แจง และยื่นไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป ตนไม่ได้ทำด้วยความเกลียดหรือโกรธแต่อย่างใด

The post สนธิญายื่นอัยการสูงสุดส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปมนายกฯ ตั้งณัฐวุฒิเป็นที่ปรึกษาฯ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ชี้เคยสนับสนุนม็อบ-ถูกตัดสิทธิทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรืองไกรร้อง กกต. สอบพรรครวมไทยสร้างชาติขายเสื้อพรรค ออกใบเสร็จตามแบบ พ.ก. 9 หรือไม่ https://thestandard.co/ruangkrai-ec-utnp-shirt-sale/ Thu, 28 Nov 2024 03:05:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1013695 เรืองไกร

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วั […]

The post เรืองไกรร้อง กกต. สอบพรรครวมไทยสร้างชาติขายเสื้อพรรค ออกใบเสร็จตามแบบ พ.ก. 9 หรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรืองไกร

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้มีเวลาดูเรื่องพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เก็บข้อมูลไว้ จึงได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบพรรครวมไทยสร้างชาติว่าออกใบเสร็จรับเงินค่าจำหน่ายสินค้า (เสื้อทั้ง 2 ตัว) เป็นไปตามแบบ พ.ก. 9 หรือไม่ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

  1. พรรครวมไทยสร้างชาติลงโฆษณาจัดงานรวมไทยสร้างชาติแฟร์ วันที่ 12-15 กันยายน 2567 เวลา 10.00-19.00 น. ณ MBK Center ลาน Avenue ชั้น G ฝั่งถนนพระรามที่ 1

 

  1. เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ตนได้ให้เพื่อนไปซื้อเสื้อคอกลม ขาว (XL) มาให้หนึ่งตัว ในราคาตัวละ 150 บาท โดยสแกนจ่ายเงินจากบัญชีธนาคาร SCB เข้าบัญชีพรรครวมไทยสร้างชาติ

 

  1. ในการสแกนจ่ายเงินดังกล่าว พรรครวมไทยสร้างชาติได้ออกหลักฐานเป็นบิลเงินสด เล่มที่ 01 เลขที่ 010 นาม โอน ลงวันที่ 12 กันยายน 2567 จำนวน 1 ตัว รายการเสื้อคอกลม ขาว (XL) ราคา 150 บาท ตีตรา ‘จ่ายเงินแล้ว’ พร้อมลงลายมือ ‘ผู้รับเงิน’ ไว้ด้วย

 

  1. ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567 ตนได้ให้เพื่อนไปซื้อเสื้อแจ็กเก็ต (L) มาให้อีกหนึ่งตัว ในราคาตัวละ 700 บาท โดยมีการออกบิลเงินสดเล่มที่ 01 เลขที่ 011 พร้อมลงลายมือ ‘ผู้รับเงิน’ ไว้ด้วย

 

  1. จากการซื้อเสื้อพรรคทั้งสองตัวต่างวันกันข้างต้น จนถึงปัจจุบันพรรครวมไทยสร้างชาติยังไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงินตามแบบ พ.ก. 9 ซึ่งแนบท้ายระเบียบ กกต. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2563 ข้อ 35 ให้แต่อย่างใด

 

  1. ระเบียบ กกต. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2563 ข้อ 35 ระบุไว้ว่า ‘เมื่อพรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ดำเนินการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ให้ออกใบเสร็จรับเงินตามแบบ พ.ก. 9 ให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ’

 

  1. พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หมวด 5 รายได้ของพรรคการเมือง มาตรา 62 วรรคหนึ่ง (3) บัญญัติว่า พรรคการเมืองอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้ (3) เงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคการเมือง

 

  1. จากกรณีนี้จึงมีเหตุอันควรขอให้ กกต. ตรวจสอบว่า ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องยังมีผลใช้บังคับอยู่หรือไม่ และตรวจสอบว่าพรรครวมไทยสร้างชาติได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องดังกล่าวหรือไม่

The post เรืองไกรร้อง กกต. สอบพรรครวมไทยสร้างชาติขายเสื้อพรรค ออกใบเสร็จตามแบบ พ.ก. 9 หรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูศักดิ์เผย เพื่อไทยได้รับความยุติธรรม หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับร้องคดีทักษิณล้มล้างการปกครอง ฝ่ายกฎหมายกำลังถก เตรียมเช็กบิลนักร้อง https://thestandard.co/ptp-receives-justice-thaksin/ Fri, 22 Nov 2024 09:01:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1011648

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ชูศักดิ์ ศิรินิล […]

The post ชูศักดิ์เผย เพื่อไทยได้รับความยุติธรรม หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับร้องคดีทักษิณล้มล้างการปกครอง ฝ่ายกฎหมายกำลังถก เตรียมเช็กบิลนักร้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย ยุติการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองจะผูกพันไปยังกรณีที่มีการยื่นคำร้องเดียวกันนี้ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาหรือไม่ว่า จะผูกพันหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับประเด็น ซึ่งประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ไม่รับคำร้อง ด้วยเหตุผลว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ตามรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยมาตรา 49 หากจะถามว่าผูกพันถึง กกต. หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับประเด็นเหล่านั้น เป็นประเด็นที่ตรงกันและกำลังพิจารณาอยู่หรือไม่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผลออกมาเช่นนี้ในชั้น กกต. จะเป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ชูศักดิ์กล่าวว่า เราก็คิดว่าได้รับความยุติธรรม เพราะตนก็เคยบอกแล้วว่า อ่านดูแล้วไม่รู้กี่รอบ ก็เห็นว่าไม่เข้าเกณฑ์ที่จะล้มล้างการปกครองใดๆ เลย ดังนั้นที่รู้สึกในวันนี้ก็คือ เราได้รับความเป็นธรรมเพราะไม่เข้าเกณฑ์ล้มล้างการปกครอง และหากไปดูตามลายลักษณ์อักษรทั้งหมดมันก็ไม่เข้าจริงๆ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผลออกมาเช่นนี้จะมีการฟ้องร้องบรรดานักร้องต่างๆ ที่ออกมาร้องเรื่องนี้หรือไม่ ชูศักดิ์กล่าวว่า วันนี้คณะกรรมการฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยกำลังประชุมอยู่ ส่วนแนวโน้มว่าจะฟ้องหรือไม่ให้ไปคาดเดากันเอง

The post ชูศักดิ์เผย เพื่อไทยได้รับความยุติธรรม หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับร้องคดีทักษิณล้มล้างการปกครอง ฝ่ายกฎหมายกำลังถก เตรียมเช็กบิลนักร้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อ ‘นักร้องเรียน’ ทำไปเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง หิวแสง และเสริมสร้างชื่อเสียง https://thestandard.co/volunteers-help-society-and-make-complaints/ Sun, 04 Feb 2024 02:58:06 +0000 https://thestandard.co/?p=895769 นักร้องเรียน

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ […]

The post ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อ ‘นักร้องเรียน’ ทำไปเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง หิวแสง และเสริมสร้างชื่อเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักร้องเรียน

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘อาสาสมัครช่วยเหลือสังคมกับนักร้องเรียน’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง 

 

จากการสำรวจ เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อปรากฏการณ์ข่าวผู้เดือดร้อนหรือผู้ที่เป็นเหยื่ออาชญากรรมเข้าขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครช่วยเหลือสังคม พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 55.50 ระบุว่า ผู้เดือดร้อนต้องการได้รับความเป็นธรรม, รองลงมา ร้อยละ 50.38 ระบุว่า ผู้เดือดร้อนต้องการความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา, ร้อยละ 39.69 ระบุว่า ต้องเป็นข่าวหน่วยงานราชการ และ/หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ถึงจะใส่ใจติดตามช่วยเหลือผู้เดือดร้อน, ร้อยละ 35.04 ระบุว่า หน่วยงานราชการ และ/หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใส่ใจติดตามช่วยเหลือผู้เดือดร้อน 

 

ขณะที่ร้อยละ 31.07 ระบุว่า ผู้เดือดร้อนที่หมดหวังกับหน่วยงานรัฐ และ/หรือเจ้าหน้าที่รัฐ, ร้อยละ 16.49 ระบุว่า อาสาสมัครช่วยเหลือสังคมน่าไว้ใจมากกว่าหน่วยงานรัฐ และ/หรือเจ้าหน้าที่รัฐ, ร้อยละ 9.92 ระบุว่า อาจมีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝงอยู่, ร้อยละ 8.40 ระบุว่า เป็นการเสริมสร้างชื่อเสียง อำนาจ บารมี ของอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมบางคน, ร้อยละ 7.33 ระบุว่า อาสาสมัครช่วยเหลือสังคมบางคนเป็นเครื่องมือทางการเมืองของบางคนหรือบางกลุ่ม, ร้อยละ 6.64 ระบุว่า เป็นปรากฏการณ์หิวแสงของอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมบางคน และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ   

 

เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อปรากฏการณ์ข่าวนักร้องเรียนที่ตรวจสอบหรือกล่าวหาหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง พรรคการเมือง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 48.55 ระบุว่า อาจมีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝงอยู่, รองลงมา ร้อยละ 28.85 ระบุว่า เป็นการเสนอความจริงต่อสังคม, ร้อยละ 25.65 ระบุว่า เป็นปรากฏการณ์หิวแสงของนักร้องเรียนบางคน, ร้อยละ 20.76 ระบุว่า เป็นการเสริมสร้างชื่อเสียง อำนาจ บารมี ของนักร้องเรียนบางคน 

 

ส่วนร้อยละ 20.08 ระบุว่า เป็นการดำเนินการทางการเมืองอย่างหนึ่ง, ร้อยละ 19.31 ระบุว่า นักร้องเรียนเป็นอาชีพอย่างหนึ่ง, ร้อยละ 17.33 ระบุว่า เป็นการตรวจสอบ/กล่าวหาจากภาคประชาชน, ร้อยละ 15.50 ระบุว่า หน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง พรรคการเมือง ต้องทำงานด้วยความระมัดระวังมากขึ้น, ร้อยละ 15.19 ระบุว่า ต้องเป็นข่าวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงจะใส่ใจตรวจสอบ/กล่าวหา, ร้อยละ 8.47 ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ทำงานเชิงรุกในการตรวจสอบ/กล่าวหา และร้อยละ 7.10 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ  

 

 

ภาพ: Shutterstock

The post ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อ ‘นักร้องเรียน’ ทำไปเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง หิวแสง และเสริมสร้างชื่อเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>