นักร้องนักดนตรีฝรั่ง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นักร้องนักดนตรีฝรั่ง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 17 Mar 2023 02:11:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ผลสำรวจเผย ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 53% ต่างเป็นแฟนเพลงของ Taylor Swift https://thestandard.co/usa-adults-taylor-swift-fans/ Fri, 17 Mar 2023 02:11:47 +0000 https://thestandard.co/?p=764322 Taylor Swift

เป็นที่รู้กันดีว่า Taylor Swift มีแฟนเพลงที่ชื่นชอบเธอจ […]

The post ผลสำรวจเผย ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 53% ต่างเป็นแฟนเพลงของ Taylor Swift appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift

เป็นที่รู้กันดีว่า Taylor Swift มีแฟนเพลงที่ชื่นชอบเธอจำนวนมากขนาดไหน แต่ล่าสุดทางบริษัทวิจัยการตลาดนาม Morning Consult ได้ไปสำรวจและวิเคราะห์ผลออกมาเป็นตัวเลข ซึ่งทำให้เราได้รู้แน่ชัดว่า ผู้ใหญ่จำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาต่างก็เป็นแฟนเพลงของ Taylor Swift กันทั้งสิ้น

 

Morning Consult เซอร์เวย์เหล่าแฟนเพลงของ Taylor Swift ในช่วงก่อนที่เธอจะเริ่มต้นทัวร์คอนเสิร์ต The Eras Tour ในวันที่ 17 มีนาคม ณ Glendale, Arizona เป็นแห่งแรก โดยทางบริษัทเผยว่าพวกเขาต้องการศึกษาหนึ่งในแฟนด้อมของศิลปินที่ทุ่มเทที่สุดแฟนด้อมหนึ่ง เพื่อค้นหาว่าแฟนคลับเหล่านี้เป็นใคร อะไรที่ทำให้พวกเขากลายเป็นแฟนคลับ Taylor Swift และอัลบั้มโปรดของแฟนๆ คือผลงานชุดไหน

 

ผลสำรวจพบว่าผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ทั้งหมด 53% เผยว่าตัวเองเป็นแฟนคลับของ Taylor Swift โดยมีแฟนๆ 16% ที่นิยามตัวเองว่าเป็น ‘แฟนตัวยง’ นอกจากนั้น Morning Consult ยังเผยผลสำรวจโดยรวมอีกว่า แฟนผู้ติดตาม Taylor Swift ส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นมิลเลนเนียล เป็นคนผิวขาวที่อาศัยในย่านชานเมือง และเป็นผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ในขณะที่แฟนตัวยงส่วนมากจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 50,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.7 ล้านบาท เป็นผู้หญิง 52% และเป็นผู้ชาย 48%

 

สำหรับอัลบั้มโปรดในดวงใจของเหล่า Swiftie อันดับ 1 ก็คืออัลบั้ม 1989 ที่มีเพลงฮิตอย่าง Blank Space, Wildest Dreams และ Shake It Off และอันดับ 2 ตกเป็นของอัลบั้มแรกของเธอที่ใช้ชื่อว่า Taylor Swift นั่นเอง

 

ภาพ: Taylor Swift

 

อ้างอิง: 

The post ผลสำรวจเผย ผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 53% ต่างเป็นแฟนเพลงของ Taylor Swift appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: Pink Sweat$ Interview – And why he’s not wearing pink all the time. | THE INTERVIEW https://thestandard.co/the-interview-pink-sweats/ Thu, 13 Oct 2022 13:00:11 +0000 https://thestandard.co/?p=695268

THE STANDARD POP มีโอกาสสัมภาษณ์ศิลปิน R&B มาแรงอย่ […]

The post ชมคลิป: Pink Sweat$ Interview – And why he’s not wearing pink all the time. | THE INTERVIEW appeared first on THE STANDARD.

]]>

THE STANDARD POP มีโอกาสสัมภาษณ์ศิลปิน R&B มาแรงอย่าง Pink Sweat$ ที่มาเปิดคอนเสิร์ตในประเทศไทยเป็นครั้งแรกกับ Pink Sweat$ Presents ‘Pink Moon Tour’ โดยเราได้พูดคุยถึงผลงานอัลบั้มชุดใหม่ เล่นเกมตอบคำถามที่มาของชื่อ Pink Sweat$ และทำไมเขาถึงเลือกที่จะไม่ใส่เสื้อผ้าสีชมพูตลอดเวลา

 

ตัดต่อ: สหภัช สุขประเสริฐ, นันทิยา ฤทธาภัย

The post ชมคลิป: Pink Sweat$ Interview – And why he’s not wearing pink all the time. | THE INTERVIEW appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้ปลดปล่อยในแบบที่แตกต่างจากเดิม” Dua Lipa อัปเดตถึงอัลบั้มใหม่ที่กำลังทำอยู่ https://thestandard.co/dua-lipa-on-third-album/ Fri, 23 Sep 2022 00:47:56 +0000 https://thestandard.co/?p=685388

Dua Lipa (ดัว ลิปา) นักร้องสาววัย 27 ปี ออกมาอัปเดตถึงผ […]

The post “ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้ปลดปล่อยในแบบที่แตกต่างจากเดิม” Dua Lipa อัปเดตถึงอัลบั้มใหม่ที่กำลังทำอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Dua Lipa (ดัว ลิปา) นักร้องสาววัย 27 ปี ออกมาอัปเดตถึงผลงานชุดใหม่ที่เธอกำลังซุ่มทำอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง หลังจากที่เคยเผยว่าเธอเขียนเพลงเสร็จหมดแล้วเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และในเดือนมีนาคมเธอก็เผยอีกว่าอัลบั้มชุดใหม่ของเธอเสร็จสิ้นไปแล้ว 50%

 

ล่าสุด Dua Lipa ให้สัมภาษณ์ผ่าน Vogue ออสเตรเลียว่า “ตอนที่ฉันเขียนเพลงสำหรับอัลบั้มใหม่ ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้ปลดปล่อยในแบบที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง และยังรู้สึกด้วยว่าตัวเองสามารถควบคุมการทำงานได้มากกว่าที่คิด”

 

เมื่อถูกถามต่อไปอีกว่าความหมายของคำว่าปลดปล่อยที่เธอพูดถึงอยู่นั้นคืออะไรกันแน่ เธอให้คำตอบว่า “ความเป็นอิสระ โดยเฉพาะในฐานะผู้หญิง มันหมายถึงการที่สามารถที่จะไขว่คว้าอะไรมาได้ด้วยมือของตัวเอง การได้ควบคุมอยู่เหนือสิ่งที่คุณเชื่อ และการมีเสียงอย่างแท้จริง”

 

บทสัมภาษณ์นี้ของ Dua Lipa แสดงให้เห็นถึงการเติบโตทั้งในแง่ของความคิดและการทำงาน คล้ายคลึงกับบทสัมภาษณ์ของเธอก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี โดยเธอเคยกล่าวว่าเธอขณะนี้เธอได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วในทุกๆ ด้าน “เหมือนว่าฉันมาถึงจุดเจอขุมพลังของตัวเองและไม่หวาดกลัวที่จะพูดถึงเรื่องอะไรก็ตาม มันเป็นเรื่องของการเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองต้องการ”

 

ภาพ: Arnold Jerocki / Getty Images

อ้างอิง:

The post “ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้ปลดปล่อยในแบบที่แตกต่างจากเดิม” Dua Lipa อัปเดตถึงอัลบั้มใหม่ที่กำลังทำอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rihanna ขึ้นแท่น ‘มหาเศรษฐี’ อย่างเป็นทางการ ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 5.6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่มาจาก ‘แบรนด์เครื่องสำอาง’ ไม่ใช่ ‘การร้องเพลง’ https://thestandard.co/rihanna-official-billionaire/ Wed, 04 Aug 2021 12:31:13 +0000 https://thestandard.co/?p=521537 Rihanna

การเปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอาง Fenty Beauty ในปี 2017 ได้ […]

The post Rihanna ขึ้นแท่น ‘มหาเศรษฐี’ อย่างเป็นทางการ ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 5.6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่มาจาก ‘แบรนด์เครื่องสำอาง’ ไม่ใช่ ‘การร้องเพลง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Rihanna

การเปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอาง Fenty Beauty ในปี 2017 ได้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตามมาอย่างไม่ตั้งใจ คือทำให้ ‘ริฮานนา’ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ‘มหาเศรษฐี’ อย่างเป็นทางการแล้ว 

 

นิตยสาร Forbes คาดการณ์ว่า นักร้องชื่อดังมีทรัพย์สินกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.6 หมื่นล้านบาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 33.13 บาท) ทำให้เธอเป็นนักดนตรีหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และเป็นอันดับ 2 รองจาก โอปราห์ วินฟรีย์ ในฐานะนักร้องหญิงที่ร่ำรวยที่สุด

 

ทว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการร้องเพลง แต่ความมั่งคั่งของเธอนั้นมาจากมูลค่าของ Fenty Beauty ซึ่งขณะนี้ Forbes สามารถยืนยันได้ว่าเธอเป็นเจ้าของ 50% ขณะที่ความร่ำรวยที่เหลือมาจากบริษัทชุดชั้นใน Savage x Fenty ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8.9 พันล้านบาท อีกส่วนหนึ่งมาจากอาชีพการงานของเธอในฐานะนักดนตรีและนักแสดง

 

ความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์และการทำโฆษณาที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ Fenty Beauty ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับเครือ LVMH ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยภายในปีแรกสามารถสร้างรายได้กว่า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยเอาชนะแบรนด์ดังอื่นๆ เช่น Kylie Cosmetics ของ ไคลี เจนเนอร์, KKW Beauty ของ คิม คาร์ดาเชียน และบริษัท Honest Company ของ เจสสิก้า อัลบา

 

Forbes ประเมินว่า ปัจจุบัน Fenty Beauty มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9.3 หมื่นล้านบาท และยังมีข้อบ่งชี้ถึงอนาคตที่สดใส ในรายงานประจำปี 2020 ของ LVMH กล่าวว่า Fenty Skin ซึ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้วนั้น ‘เริ่มต้นอย่างสดใส’ และ ‘สร้างความฮือฮาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน’ ส่วน Fenty Beauty นั้น ‘ยังคงรักษาความน่าดึงดูดใจในฐานะแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำไว้ได้’

 

Fenty Beauty ไม่ใช่แบรนด์มูลค่าพันล้านดอลลาร์เพียงแบรนด์เดียวของริฮานนา ในเดือนกุมภาพันธ์ Savage x Fenty ธุรกิจชุดชั้นในของเธอได้รับการระดมทุน 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการประเมินมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง Forbes ประเมินว่านักร้องดังถือหุ้นอยู่ 30% โดยการระดุมทุนในรอบนี้จะใช้สำหรับการขยายธุรกิจต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งที่ริฮานนาจับจะทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะในเดือนกุมภาพันธ์ LVMH และริฮานนายืนยันในแถลงการณ์ต่อ Forbes ว่า พวกเขาได้ปิดกิจการอื่นๆ ซึ่งเป็นร้านแฟชั่นและเครื่องประดับระดับไฮเอนด์ภายใต้ชื่อ Fenty Fenty ซึ่งเปิดตัวในปี 2019 อันเนื่องมาจากประสบปัญหาจากวิกฤตโควิด

 

ถึงวันนี้ ‘ริฮานนา’ จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ‘มหาเศรษฐี’ แล้วก็ตาม แต่แฟนๆ ก็ยังหวังว่า เธอจะกลับมา ‘ร้องเพลง’ ซึ่งทำให้เธอนั้นมีชื่อเสียงขึ้นมาเสียที เพราะจากที่เป็นนักร้องที่เคยออกอัลบั้มแทบทุกปี แต่ล่าสุดเธอก็ไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่อีกเลยนับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา

 

ภาพ: Caroline McCredie / Getty Images for Fenty Beauty by Rihanna)

อ้างอิง:

The post Rihanna ขึ้นแท่น ‘มหาเศรษฐี’ อย่างเป็นทางการ ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 5.6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่มาจาก ‘แบรนด์เครื่องสำอาง’ ไม่ใช่ ‘การร้องเพลง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอนเฟิร์ม! อัลบั้ม Fearless ที่ Taylor Swift อัดใหม่ จะสามารถเข้าชิง Grammy Awards ปี 2022 ได้ https://thestandard.co/taylor-swifts-new-fearless-album-nominated-2022-grammy-awards/ Mon, 15 Feb 2021 10:09:24 +0000 https://thestandard.co/?p=454697 คอนเฟิร์ม! อัลบั้ม Fearless ที่ Taylor Swift อัดใหม่ จะสามารถเข้าชิง Grammy Awards ปี 2022 ได้

นาทีนี้เชื่อได้ว่าเหล่าบรรดา Swifties ก็คงได้ฟังเพลง Lo […]

The post คอนเฟิร์ม! อัลบั้ม Fearless ที่ Taylor Swift อัดใหม่ จะสามารถเข้าชิง Grammy Awards ปี 2022 ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คอนเฟิร์ม! อัลบั้ม Fearless ที่ Taylor Swift อัดใหม่ จะสามารถเข้าชิง Grammy Awards ปี 2022 ได้

นาทีนี้เชื่อได้ว่าเหล่าบรรดา Swifties ก็คงได้ฟังเพลง Love Story (Taylor’s Version) ที่เทย์เลอร์ สวิฟต์ อัดใหม่และปล่อยออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาอยู่หลายรอบ โดยล่าสุดทางหน่วย Recording Academy ก็ได้ออกมาคอนเฟิร์มกับทางเว็บไซต์ Billboard ว่าผลงานเพลงจากอัลบั้ม Fearless (Taylor’s Version) ที่อัดใหม่ก็จะสามารถเข้าชิงรางวัล Grammy Awards ได้สำหรับงานปี 2022

 

“ถ้าตามกฎเกณฑ์เดิม ทางเรายินยอมให้เพลงและอัลบั้มที่อัดใหม่ภายในช่วงเวลา 5 ปีนี้สามารถเข้าชิงได้ด้านการแสดง (Performance) แต่จะไม่สามารถเข้าชิงสาขาที่วัดผลจากด้านเนื้อร้อง” ทางตัวแทน Recording Academy กล่าว

 

นั่นหมายความว่าเพลงอย่าง Love Story หรือ You Belong With Me ที่อัดใหม่ จะไม่สามารถเข้าชิงสาขาอย่างเพลงแห่งปี (Song of the Year) ที่ตัดสินจากตัวเนื้อร้องได้ เพราะเนื้อหาไม่ได้มีการเปลี่ยนไปจากเวอร์ชันแรก แต่เพลงเหล่านี้ก็จะสามารถเข้าชิงสาขาการแสดงได้อย่าง Best Pop Solo Performance หรือ Best Country Solo Performance โดยเหตุการณ์แบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับ เอลตัน จอห์น กับเพลง Candle in the Wind ที่ฉบับดั้งเดิมปล่อยออกมาเมื่อปี 1974 จากอัลบั้ม Goodbye Yellow Brick Road แต่ต่อมาในปี 1998 ทางเอลตันก็ชนะรางวัล Best Male Pop Vocal Performance หลังอัดใหม่และเพลงตัดออกมาเป็นซิงเกิลพิเศษหลังเหตุการณ์การเสียชีวิตของเจ้าหญิงไดอาน่า เพราะเป็นเพลงโปรดของท่าน

 

แต่ในขณะเดียวกัน ทางเทย์เลอร์ก็ได้เผยว่าในอัลบั้ม Fearless (Taylor’s Version) จะมี 6 เพลงใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ซึ่งผลงานเพลงเหล่านี้ก็จะสามารถเข้าชิงในทุกสาขาได้ รวมถึงสาขาเพลงแห่งปี (Song of the Year) โดยขณะนี้ทางเทย์เลอร์เคยชนะรางวัลแกรมมี่มาแล้ว 10 รางวัล โดยในปีนี้เธอก็ได้ชิงอีก 6 รางวัล ซึ่ง 5 รางวัลมาจากอัลบั้ม Folklore ส่วนอีกหนึ่งรางวัลเป็นเพลง Beautiful Ghosts ที่ประกอบภาพยนตร์ Cats ซึ่งเธอร่วมแสดง

 

ภาพ: Michael Caulfield/WireImage 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post คอนเฟิร์ม! อัลบั้ม Fearless ที่ Taylor Swift อัดใหม่ จะสามารถเข้าชิง Grammy Awards ปี 2022 ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Avril Lavigne ทำอัลบั้มใหม่เสร็จเรียบร้อย เตรียมปล่อยให้แฟนๆ ได้รับฟังภายในซัมเมอร์ปีนี้! https://thestandard.co/avril-lavigne-new-album-2021/ Wed, 10 Feb 2021 05:39:49 +0000 https://thestandard.co/?p=452681 Avril Lavigne ทำอัลบั้มใหม่เสร็จเรียบร้อย เตรียมปล่อยให้แฟนๆ ได้รับฟังภายในซัมเมอร์ปีนี้!

หลังจากที่ออกอัลบั้มล่าสุด Head Above Water เมื่อปี 201 […]

The post Avril Lavigne ทำอัลบั้มใหม่เสร็จเรียบร้อย เตรียมปล่อยให้แฟนๆ ได้รับฟังภายในซัมเมอร์ปีนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Avril Lavigne ทำอัลบั้มใหม่เสร็จเรียบร้อย เตรียมปล่อยให้แฟนๆ ได้รับฟังภายในซัมเมอร์ปีนี้!

หลังจากที่ออกอัลบั้มล่าสุด Head Above Water เมื่อปี 2019 ราชินีเพลงป๊อปพังก์ อย่าง แอวริล ลาวีน ก็ไม่ปล่อยให้แฟนๆ ต้องรอนาน เพราะล่าสุดเธอได้เผยผ่านทาง Instagram แล้วว่า เธอได้ทำอัลบั้มใหม่ล่าสุดชุดที่ 7 เสร็จเรียบร้อย และจะปล่อยเพลงให้แฟนๆ ได้ฟังกันภายในซัมเมอร์ปีนี้

 

หลายเดือนที่ผ่านมา ทางนักร้องสาวชาวแคนาเดียน วัย 36 ปี ได้โพสต์รูปภาพของเธอขณะทำงานอยู่ที่สตูดิโอร่วมกับศิลปินคนดังอย่าง MOD SUN และ Machine Gun Kelly นอกจากนั้นยังมีภาพพร้อมวิดีโอขณะทำเพลงกันอยู่ในสตูดิโอ ร่วมกับโปรดิวเซอร์ จอห์น เฟลด์แมนน์

 

เฟลด์แมนน์ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Wall of Sound ว่า สำหรับอัลบั้มใหม่ล่าสุดนี้เราจะได้ยินเพลงแนวป๊อป-พังก์อันคุ้นเคยจากลาวีนอีกครั้ง “ผมกำลังทำงานสำหรับอัลบั้มใหม่กับลาวีน ซึ่งเป็นบุคคลที่ผมรัก ผมรักในการทำงานสำหรับอัลบั้มนี้ ผมรักเธอ และผมกำลังมีช่วงเวลาที่ดีมาก” และเมื่อถูกถามถึงแนวเพลงสำหรับอัลบั้มนี้ว่าจะกลับไปสู่ความเป็นป๊อป-พังก์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินสาวหรือไม่ เฟลด์แมนน์ก็ให้คำตอบว่า “แหงอยู่แล้ว!”

 

ภาพ: Steve Jennings/WireImage

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post Avril Lavigne ทำอัลบั้มใหม่เสร็จเรียบร้อย เตรียมปล่อยให้แฟนๆ ได้รับฟังภายในซัมเมอร์ปีนี้! appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl https://thestandard.co/who-is-the-weeknd-on-super-bowl-stage/ Mon, 08 Feb 2021 10:28:06 +0000 https://thestandard.co/?p=452070 The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า ณ เวลานี้ อาเบล เทสเฟย์ หรือ The […]

The post The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า ณ เวลานี้ อาเบล เทสเฟย์ หรือ The Weeknd คือหนึ่งในศิลปินแห่งยุคที่ทรงอิทธิพลและประสบความสำเร็จมากที่สุด ผู้ที่ไม่ว่าจะทำหรือปล่อยผลงานอะไรออกมาก็มักจะเป็นกระแสโด่งดังถูกพูดถึงในวงกว้างอยู่เสมอ

 

โดยเฉพาะตลอดปี 2020 ที่เรียกได้ว่าเป็นปีทองของเจ้าตัวอย่างแท้จริงเมื่อ After Hours (2020) สตูดิโออัลบั้มชุดล่าสุด ซึ่งหลายฝ่ายยกให้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของ The Weeknd ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ส่งผลให้มูลค่าในตัวเขาพุ่งสูงทะลุเพดาน จนทำให้นักร้องหนุ่มชาวแคนาดาคนนี้ได้รับโอกาสขึ้นโชว์ครั้งสำคัญบนเวทีอันยิ่งใหญ่ Super Bowl Halftime Show 2021

 

วันนี้ THE STANDARD POP ขอพาทุกคนย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น พร้อมสำรวจหลากหลายเรื่องราวชีวิต เพื่อทำความรู้จักกับ The Weeknd ให้มากขึ้นกว่าเดิม ไปดูกันว่าก่อนจะได้ชื่อเป็นหนึ่งในศิลปินผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกยุคใหม่ และได้ขึ้นโชว์บนเวที Super Bowl Halftime Show ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิตศิลปินนั้น เขาต้องผ่านและพบเจออะไรมาบ้าง

 

The Weekend หรือชื่อจริง อาเบล เทสเฟย์ คือนักร้องนักแต่งเพลงแนวอาร์แอนด์บีชาวแคนาดามากฝีมือ ผู้มีเสียงร้องและสไตล์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1990 ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวที่พ่อและแม่เป็นผู้อพยพมาจากเอธิโอเปียช่วงปลายยุค 80 ซึ่งชีวิตวัยเด็กของเขานั้นไม่ได้ราบรื่นเท่าไรนัก ต้องย้ายไปอยู่กับยายหลังพ่อแม่แยกทางกัน แทบไม่เคยเห็นหน้าพ่อ เรียนไม่จบ ทั้งยังเคยติดอยู่ในวังวนความหลอกหลอนของยาเสพติดอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่อาจขวางกั้นเขาจากความต้องการในใจ หากเพื่อการได้เป็นศิลปินแล้วล่ะก็ เขาพร้อมทำทุกอย่างด้วยความมุ่งมั่น

 

เส้นทางชีวิตศิลปินของอาเบลเริ่มต้นขึ้นในปี 2010 โดยเขาก้าวเท้าเข้าวงการดนตรีมาพร้อมกับชื่อ The Weeknd ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการดร็อปเรียน ก่อนจะเริ่มทำเพลงปล่อยให้คนฟังกันบนโลกอินเทอร์เน็ต และเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในปี 2011 หลังปล่อยอัลบั้มมิกซ์เทปชื่อ House of Balloons, Thursday และ Echoes of Silence ออกมาตามลำดับ

 

The Weeknd เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Republic Records ในปี 2012 และเริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อโปรโมตผลงานพร้อมสร้างฐานแฟนคลับไปในตัว โดยเขามีโอกาสได้ขึ้นโชว์ในเทศกาลดนตรียักษ์ใหญ่หลายงาน เช่น Coachella, Primavera Sound, Lollapalooza รวมถึงทัวร์ของตัวเองด้วย และต่อมาก็ปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดแรก Kiss Land (2013) ตามด้วย Beauty Behind the Madness (2015) ที่มีเพลงดังอย่าง The Hills, Can’t Feel My Face และ Earned It บรรจุอยู่ ซึ่งถึงจุดนี้ ชื่อของ The Weeknd กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแล้ว แต่ทว่าหากมีเพียงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นมันก็คงไม่ใช่ชีวิต ในปีเดียวกันกับที่ออกอัลบั้ม Beauty Behind the Madness เขาต้องเผชิญกับปัญหาด้านภาพลักษณ์ หลังถูกจับกุมตัวในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจลาสเวกัส และถูกศาลตัดสินให้ทำงานรับใช้ชุมชนเป็นเวลา 50 ชั่วโมง 

 

ส่วนผลงานอัลบั้มสองชุดหลังสุดอย่าง Starboy (2016) และ After Hours (2020) ก็โด่งดังเป็นพลุแตก โดยเฉพาะงานหลังที่กำลังฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอยู่ตอนนี้ เป็นผลงานที่หลายคนมองว่าดีที่สุดของ The Weeknd เป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา และส่งให้เขากลายเป็น ‘ศิลปินแห่งยุค’ อย่างเต็มภาคภูมิ หลังสื่อดนตรีชื่อดังหลายสำนักต่างพร้อมใจกันประเคนคำวิจารณ์ในระดับดีเยี่ยมให้ อีกทั้งมันยังสร้างสถิติใหม่มากมาย ตั้งแต่สามารถทำยอดขายได้ถึง 444,000 ก๊อปปี้ในสัปดาห์แรก, สร้างสถิติใหม่กลายเป็นอัลบั้มที่มีการ Pre-add มากสุดตลอดกาลของ Apple Music, สร้างสถิติใหม่เพลง Blinding Lights สามารถติด Top 10 ชาร์ต Billboard Hot 100 นานที่สุดในประวัติศาสตร์ (42 สัปดาห์), ชนะรางวัลจากงานประกาศรางวัลทางดนตรีงานใหญ่ฝั่งอเมริกาทั้ง American Music Awards และ MTV Video Music Awards 

 

อย่าหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่แค่ Blinding Lights เพลงเดียวก็มียอดกดฟังใน YouTube และ Spotify รวมกันกว่า 2.3 พันล้านครั้งแล้ว และพูดกันด้วยความสัตย์จริง ในอัลบั้มชุดนี้ไม่ได้มีดีแค่ Blinding Lights แต่เพลงอย่าง Heartless, In Your Eyes, Save Your Tears รวมถึงเพลงอื่นๆ ในอัลบั้ม ก็ล้วนเป็นเพลงระดับคุณภาพที่มีทั้งความไพเราะและการเรียบเรียงดนตรีอันโดดเด่นมีชั้นเชิง สามารถฟังวนได้เรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน

 

ด้วยความดีงามเหล่านี้เอง ที่ทำให้เราและเชื่อว่าคนทั้งโลกก็ยังคงสงสัยว่าทำไมอัลบั้ม After Hours ของ The Weeknd ถึงไม่ได้เข้าชิงรางวัล Grammy Awards ในปีนี้ ‘แม้แต่รางวัลเดียว’ โดยก่อนหน้านี้ The Weeknd เคยชนะรางวัล Grammy Awards มาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ในปี 2014, 2016 และ 2018

 

แต่ถึงตอนนี้เราคิดว่า The Weeknd คงไม่ได้สนใจเรื่องรางวัลอะไรเท่าไรแล้ว เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อัลบั้ม After Hours ตอบแทนให้กับการทำงานหนักของเขา คือการได้ขึ้นโชว์บนเวที Super Bowl Halftime Show 2021 ณ สนามกีฬาเรย์มอนด์ เจมส์ สเตเดียม เมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ที่จบลงไปเมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งเขาได้สร้างประวัติศาสตร์ กลายเป็นนักร้องชาวแคนาดาคนแรกที่ได้ขึ้นโชว์ Super Bowl ช่วงพักครึ่งแบบเดี่ยวๆ ไม่มีแขกรับเชิญ 

 

โดยตลอดเวลา 14 นาทีของการแสดง The Weeknd ได้ร้องเมดเลย์เพลงฮิตอย่าง Starboy, The Hills, Can’t Feel My Face, I Feel It Coming, Save Your Tears และ Earned It ประกอบงานโปรดักชันสุดอลังการที่ตัวเขายอมควักเงินตัวเองกว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 210 ล้านบาท รังสรรค์มันขึ้นมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชว์ที่น่าประทับใจและน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย โดยเฉพาะตอนร้องเพลง Blinding Lights ปิดท้าย ที่จ้างแดนซ์เซอร์นับร้อยชีวิตมาแต่งตัวด้วยชุดสูทสีแดงพร้อมพันผ้าก็อตสีขาวตามคอนเซปต์อัลบั้ม After Hours

 

แม้ว่าการแสดง Super Bowl Halftime Show ของ The Weeknd จะไม่ใช่โชว์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านสภาพแวดล้อม โรคระบาด หรืออะไรก็ตาม แต่มันก็ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมของนักร้องหนุ่มวัย 30 ปีคนนี้ มันเป็นโชว์ที่ช่วยตอกย้ำกับเราอีกครั้งว่า เขาคู่ควรกับตำแหน่งศิลปินแห่งยุค และนี่เป็นช่วงเวลาของเขาจริงๆ 

 

หลังจาก Super Bowl Halftime Show 2021 ที่เพิ่งจบลงไป คาดว่าต่อจากนี้ทาง The Weeknd น่าจะเตรียมตัวสำหรับ The After Hours Tour ทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกเพื่อโปรโมตอัลบั้ม After Hours ที่จะเกิดขึ้นในปี 2022 ตามประกาศอย่างเป็นทางการจากโซเชียลมีเดียของเขาเอง หลังถูกเลื่อนมาหลายรอบเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ 

 

ต่อจากนี้ไปก็คงต้องติดตามดูกันว่าในอนาคต The Weeknd จะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์วงการดนตรีและแฟนเพลงทั่วโลกอีกบ้าง แต่หากมองย้อนกลับไปยังวันแรกที่เขาเป็นเพียงเด็กชายจากครอบครัวผู้อพยพชาวเอธิโอเปียที่เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เชื่อว่าหลายคนคงคิดเหมือนกันว่าความสำเร็จทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นกับเขามันช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์และน่านับถือมาก

 

ภาพ: Kevin Mazur/Getty Images for TW 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post The Weeknd จากลูกชายผู้อพยพจากเอธิโอเปีย สู่ศิลปินแห่งยุคบนเวที Super Bowl appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: Shawn Mendes ผู้ชายที่ก้าวกระโดดในทุกผลงานที่ลงมือทำ https://thestandard.co/video-shawn-mendes/ Sat, 30 Jan 2021 04:51:00 +0000 https://thestandard.co/?p=449005 Shawn Mendes

แม้ในวันนี้การจะเรียก ชอว์น เมนเดส ว่าเป็น ‘ศิลปินระดับ […]

The post ชมคลิป: Shawn Mendes ผู้ชายที่ก้าวกระโดดในทุกผลงานที่ลงมือทำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Shawn Mendes

แม้ในวันนี้การจะเรียก ชอว์น เมนเดส ว่าเป็น ‘ศิลปินระดับตำนาน’ อาจดูห่างไกลเพราะด้วยวัยและประสบการณ์ของเขา แต่การที่เขาสามารถก้าวมาถึงระดับนี้ได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 ปีก็ถือว่าไม่ธรรมดา ซึ่งเราเชื่อว่าด้วยความสามารถ ความมุมานะ การวางตัว และการอยากพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ภายในอีกไม่กี่ปีเขาจะกลายเป็นศิลปินที่เราต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ดนตรีแน่นอน

 

ตัดต่อ: ธนวีร์ ลิ้มประสิทธิศักดิ์

The post ชมคลิป: Shawn Mendes ผู้ชายที่ก้าวกระโดดในทุกผลงานที่ลงมือทำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เราคือส่วนผสมที่สวยงามของทุกสิ่ง” Lana Del Rey อธิบายที่มาของภาพปกอัลบั้มชุดใหม่ Chemtrails Over the Country Club https://thestandard.co/lana-del-rey-chemtrails-over-the-country-club/ Wed, 13 Jan 2021 06:08:48 +0000 https://thestandard.co/?p=442481 “เราคือส่วนผสมที่สวยงามของทุกสิ่ง” Lana Del Rey อธิบายที่มาของภาพปกอัลบั้มชุดใหม่ Chemtrails Over the Country Club

หลังประสบความสำเร็จกับผลงานอัลบั้มชุด Norman Fucking Ro […]

The post “เราคือส่วนผสมที่สวยงามของทุกสิ่ง” Lana Del Rey อธิบายที่มาของภาพปกอัลบั้มชุดใหม่ Chemtrails Over the Country Club appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เราคือส่วนผสมที่สวยงามของทุกสิ่ง” Lana Del Rey อธิบายที่มาของภาพปกอัลบั้มชุดใหม่ Chemtrails Over the Country Club

หลังประสบความสำเร็จกับผลงานอัลบั้มชุด Norman Fucking Rockwell! (2019) และหยุดพักจากงานเพลงไป 1 ปีเพื่อออกหนังสือบทกวีเล่มแรกในชีวิตชื่อ Violet Bent Backwards over the Grass (2020) ในปีนี้ ลานา เดล เรย์ นักร้องสาวทรงเสน่ห์ผู้เป็นเจ้าของเสียงร้องอันหม่นเศร้า ก็เตรียมปล่อยอัลบั้มชุดใหม่อย่าง Chemtrails Over the Country Club ออกมาในวันที่ 19 มีนาคม 2021

 

โดย Let Me Love You Like A Woman ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มชุดใหม่ก็ถูกปล่อยออกมาให้แฟนๆ ฟังกันตั้งแต่สองเดือนก่อนแล้ว และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มกราคมลานาได้ออกมาโพสต์รูปภาพปกอัลบั้ม Chemtrails Over the Country Club ซึ่งเป็นรูปขาวดำที่มีเธอและเพื่อนๆ อีกสิบคนล้อมวงนั่งอยู่ในโต๊ะเดียวกันผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมอธิบายถึงที่มาที่ไปของปกอัลบั้มภาพนี้

 

“ฉันอยากจะพูดถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้! แล้วก็อย่างที่เห็นเมื่อมันมาถึง เหล่าเพื่อนๆ ที่น่าทึ่งของฉัน ใช่แล้ว ภาพปกอัลบั้มนี้เต็มไปด้วยผู้คนผิวสี ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ฉันจะพูดถึง

 

“บางคนที่อยู่ในภาพนี้เป็นเพื่อนของฉัน ทั้งวาเลรีที่มาจากเมืองเดลริโอ ประเทศเม็กซิโก, อเล็กซ์ เพื่อนรัก, ดาโกตา เรน ผู้งดงาม รวมถึงทาเทียนาที่รักของฉันด้วย พวกเธอคือเพื่อนของฉัน เป็นชีวิตของฉัน พวกเราคือส่วนผสมที่สวยงามของทุกสิ่ง บุคคลเหล่านี้คือคนที่คอยยินดีกับทุกสิ่งที่ฉันทำมาตลอด 11 ปี เพื่อนสนิทของฉันเป็นแรปเปอร์ แฟนฉันก็เคยเป็นแรปเปอร์ เหล่าเพื่อนฝูงที่รักของฉันคือบุคคลที่มีความแตกต่างและมาจากหลากหลายที่ ดังนั้นก่อนที่คุณจะคอมเมนต์อะไรเกี่ยวกับประเด็นเรื่องเพศหรือสีผิวก็ช่วยฟังฉันก่อน ฉันไม่ใช่คนที่บุกเข้าไปสร้างความวุ่นวายในอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ฉันกำลังตั้งใจเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ด้วยการใส่ชีวิต ความคิด และความรักเข้าไปในการทำงานตลอดเวลา เพราะฉะนั้นได้โปรดเคารพมันด้วย” ลานา กล่าว

 

จากแหล่งที่มาของข่าวก็ไม่มีการระบุชัดเจนว่ามีใครที่มาวิพากษ์วิจารณ์รูปภาพปกอัลบั้มชุดใหม่นี้ของเธอจนทำให้ลานาต้องออกมาโพสต์อธิบาย ไม่แน่ว่าเธออาจต้องการโพสต์เพื่อดักหน้าผู้คนที่จ้องจะเล่นงานเธอด้วยถ้อยคำต่างๆ

 

เพราะก่อนที่เธอจะประกาศทำอัลบั้มนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2020 ลานาเคยโดนกระแสดราม่าลูกใหญ่ซัดจนแทบเสียหลัก จากประเด็นที่เธอออกมาโพสต์อินสตาแกรมเล่าเรื่องที่ถูกวิจารณ์เกี่ยวกับเนื้อเพลงในอัลบั้มชุดแรกๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความรุนแรงในความสัมพันธ์ ซึ่งหลายคนมองว่าสไตล์การเขียนเพลงของเธอมันเป็นการ Glamorize Abuse หรือทำให้การใช้ความรุนแรงดูดีขึ้น แต่ลานาก็ปฏิเสธว่าเธอเพียงถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ตัวเองเคยเจอมาเท่านั้น

 

ส่วนอีกประเด็นที่เป็นบ่อเกิดของดราม่าใหญ่โตคือการที่เธอโพสต์อินสตาแกรมพูดเรื่องวัฒนธรรมของอุตสาหกรรมดนตรีที่บีบบังคับให้ผู้หญิงต้องร้องเพลงเกี่ยวกับเรื่องเพศมากกว่าเรื่องที่ถ่ายทอดมาจากชีวิตจริงถึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งปัญหาคือเธอดันไปเมนชันถึงศิลปินหลายคน อาทิ นิกกี้ มินาจ, อะรีอานา กรานเด, คาร์ดิ บี, โดโจ แคต ฯลฯ จนทำแฟนคลับของศิลปินเหล่านั้นไม่พอใจ

 

ล่าสุดลานาเพิ่งปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงไตเติลแทร็ก Chemtrails Over the Country Club ซึ่งนับเป็นซิงเกิลที่ 2 ของอัลบั้มชุดใหม่ออกมา สามารถเข้าไปฟังและรับชมกันได้ที่นี่

 

 

 

ภาพ: Lana Del Rey

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post “เราคือส่วนผสมที่สวยงามของทุกสิ่ง” Lana Del Rey อธิบายที่มาของภาพปกอัลบั้มชุดใหม่ Chemtrails Over the Country Club appeared first on THE STANDARD.

]]>
Shawn Mendes กับ Justin Bieber ร่วมงานครั้งแรกในเพลง Monster ที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตในสปอตไลต์ของทั้งคู่ https://thestandard.co/shawn-mendes-and-justin-bieber-attend-for-the-first-time-on-monster-song/ Fri, 20 Nov 2020 06:00:27 +0000 https://thestandard.co/?p=423285 Shawn Mendes กับ Justin Bieber ร่วมงานครั้งแรกในเพลง Monster ที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตในสปอตไลต์ของทั้งคู่

นับเป็นหนึ่งในผลงานการร่วมมือของสองศิลปินระดับแถวหน้าที […]

The post Shawn Mendes กับ Justin Bieber ร่วมงานครั้งแรกในเพลง Monster ที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตในสปอตไลต์ของทั้งคู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Shawn Mendes กับ Justin Bieber ร่วมงานครั้งแรกในเพลง Monster ที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตในสปอตไลต์ของทั้งคู่

นับเป็นหนึ่งในผลงานการร่วมมือของสองศิลปินระดับแถวหน้าที่โดดเด่นที่สุดประจำปีก็ว่าได้ สำหรับเพลง Monster ที่ได้สองนักร้องหนุ่มสัญชาติแคนาดาอย่าง Shawn Mendes และ Justin Bieber มาทำงานด้วยกัน ซึ่งถือว่าไม่ผิดหวัง และน่าจะขึ้นชาร์ตเพลงอันดับต้นๆ ทั่วโลกได้ไม่ยากภายในไม่กี่สัปดาห์

 

Monster เป็นเพลงแนวป๊อปผสมผสานกลิ่นอายอาร์แอนดี และเสียงสังเคราะห์ยาว 2 นาที 58 วินาที ซึ่งได้ Frank Dukes, Matthew Tavares และ Kaan Gunesberk มาโปรดิวซ์ให้ โดย Shawn ได้ให้สัมภาษณ์กับพิธีกรชื่อดัง Zane Lowe ทาง Apple Music ว่า เพลงนี้เกี่ยวกับการที่สังคมชอบยกย่องคนดังให้ขึ้นหิ้งสูง แต่ก็จะมีความสุขตอนเห็นเขาตกลงมาจากที่สูง และถูกมองว่าเป็นเหมือนปีศาจ (ตามชื่อเพลง) พอทำอะไรผิด

 

“เพลงนี้เชื่อมโยงกับความรู้สึกผมมาตลอด แต่ผมไม่รู้ว่าจะปล่อยมันออกมาตอนไหน แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้กลับมาฟังเพลงอีกรอบ ช่วงที่เริ่มรู้จักและสร้างความสัมพันธ์เป็นเพื่อนกับ Justin ซึ่งวันหนึ่งผมโทรหาเขา และบอกเขาว่ามีเพลงหนึ่งที่อยากให้ฟัง” ทาง Shawn ได้เผยเพิ่มเติม และเขากับ Justin ได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมาด้วย ซึ่งกำกับโดย Colin Tilley

 

Monster เป็นซิงเกิลที่สองของอัลบั้มชุดใหม่ของ Shawn ชื่อ Wonder ซึ่งจะปล่อยออกมาวันที่ 4 ธันวาคมนี้ โดยก่อนหน้านั้นเขาจะปล่อยสารคดีออกมาทาง Netflix ชื่อ In Wonder วันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งได้ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอชื่อดังแห่งยุคอย่าง Grant Singer มาอยู่เบื้องหลัง

 

*สามารถฟังเพลงและชมมิวสิกวิดีโอเพลง Monster ได้ที่นี่:

 

 

 

ภาพ: Shawn Mendes

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post Shawn Mendes กับ Justin Bieber ร่วมงานครั้งแรกในเพลง Monster ที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตในสปอตไลต์ของทั้งคู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adele พร้อมปรากฏตัวแล้ว! เตรียมทำหน้าที่โฮสต์ของ Saturday Night Live ครั้งแรก พร้อมได้ H.E.R. เป็นแขกรับเชิญ https://thestandard.co/adele-saturday-night-live-with-h-e-r/ Mon, 19 Oct 2020 02:22:28 +0000 https://thestandard.co/?p=409462 Adele surpise Instagram Saturday Night Live 24 oct H.E.R.

Adele ทำเซอร์ไพรส์โพสต์ Instagram งานชิ้นใหม่ของเธอ หลั […]

The post Adele พร้อมปรากฏตัวแล้ว! เตรียมทำหน้าที่โฮสต์ของ Saturday Night Live ครั้งแรก พร้อมได้ H.E.R. เป็นแขกรับเชิญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Adele surpise Instagram Saturday Night Live 24 oct H.E.R.

Adele ทำเซอร์ไพรส์โพสต์ Instagram งานชิ้นใหม่ของเธอ หลังจากแฟนๆ รอเพลงใหม่จนเก้อมาหลายปี โดยเธอจะมารับหน้าที่เป็นโฮสต์ในรายการ Saturday Night Live ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ พร้อมได้ H.E.R. มาเป็นแขกรับเชิญให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงเธอบ้าง หลังจากไม่ได้มีผลงานใหม่มากว่า 5 ปีเต็ม

 

Adele ศิลปินวัย 32 ปีที่หายหน้าหายตาไปนานจนเกือบลืมกัน เพิ่งจะโพสต์ภาพโพสต์อิต 3 แผ่นลงใน Instagram ส่วนตัวของเธอ โดยเป็นข้อความว่า ‘24 OCT.’, ‘Adele’ และ ‘H.E.R.’ พร้อมข้อความประกอบที่เผยว่าเธอจะมารับหน้าที่โฮสต์ให้กับรายการ Saturday Night Live ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ คลายความคิดถึงให้แฟนๆ ที่รอเพลงใหม่ของเธอมาแล้วกว่า 5 ปีเต็ม ซึ่งเธอเองก็ยังบอกว่ารู้สึกตื่นเต้นมากๆ และรู้สึกอยากทำสิ่งนี้มานานแล้วกับการได้ยืนเดี่ยวพูดคุยแบบนี้ในฐานะพิธีกร

 

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

Bloooooody hellllll I’m so excited about this!! And also absolutely terrified! My first ever hosting gig and for SNL of all things!!!! I’ve always wanted to do it as a stand alone moment, so that I could roll up my sleeves and fully throw myself into it, but the time has never been right. But if there was ever a time for any of us to jump head first into the deep end with our eyes closed and hope for the best it’s 2020 right? Itll be almost 12 years to the day that I first appeared on the show, during an election…which went on to break my career in America, so it feels full circle and I just couldn’t possibly say no! I am besides myself that H.E.R will be the musical guest!! I love her SO much I can’t wait to melt into a flaming hot mess when she performs, then confuse myself while I laugh my arse off in between it all. See you next week ♥🤞🏻

A post shared by Adele (@adele) on

 

 

นอกจากการที่เธอจะมารับหน้าที่พิธีกรเป็นครั้งแรกแล้ว สำหรับ Adele และรายการ Saturday Night Live ก็ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญในชีวิตเธอ เพราะเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2008 หรือเมื่อ 12 ปีก่อน เธอได้รับเชิญมาโชว์เพลง Chasing Pavements และ Cold Shoulder จากอัลบั้ม 19 ซึ่งทำให้เธอได้เป็นที่รู้จัก และส่งให้หน้าที่การงานของเธอในสหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จอย่างมาก ก่อนที่เธอจะกลับมาโชว์อีกครั้งในปี 2015 หลังปล่อยอัลบั้ม 25 และหยิบเพลง When We Were Young และ Hello มาร้องสดๆ นอกจากนี้คาแรกเตอร์และเพลงของเธอยังถูกหยิบขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของ Sketch Comedy (การแสดงคอเมดี้ขนาดสั้นในรายการ) ถึง 2 ครั้งด้วยกัน

 

Photo: ADELE Official Site

Photo: Instagram @hermusicofficial

 

ไม่ใช่มีแค่ Adele เพราะในเทปนี้จะยังได้ศิลปินอย่าง H.E.R. มาเป็นแขกรับเชิญอีกด้วย และเธอยังบอกว่าเธอชอบ H.E.R. มากๆ และอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ร่วมงานกัน โดยรายการจะออกอากาศในวันที่ 24 ตุลาคมนี้


Adele คือศิลปินหญิงที่มียอดขายอัลบั้มสูงที่สุดในศตวรรษที่ 21 จากอัลบั้ม 21 ในปี 2011 กว่า 31 ล้านแผ่น เธอปรากฏตัวพบปะผู้ชมล่าสุดครั้งทัวร์คอนเสิร์ตของตัวเองในปี 2017 และก่อนหน้านี้เธอได้มีการเปิดเผยข้อมูลอัลบั้มใหม่ออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2019 ที่ยังไม่คอนเฟิร์มชื่อ และเราอาจจะได้ฟังดนตรี Drum and Bass จากเธอก็เป็นได้

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

 

The post Adele พร้อมปรากฏตัวแล้ว! เตรียมทำหน้าที่โฮสต์ของ Saturday Night Live ครั้งแรก พร้อมได้ H.E.R. เป็นแขกรับเชิญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Taylor Swift สร้างสถิติใหม่บนชาร์ต Billboard เป็นศิลปินหญิงที่มีอัลบั้มอยู่อันดับ 1 ร่วมสัปดาห์มากสุดในประวัติศาสตร์ https://thestandard.co/taylor-swift-folklore-number-1-seven-weeks-billboard-200-passes-whitney-houston/ Mon, 28 Sep 2020 05:44:04 +0000 https://thestandard.co/?p=401631

วลีภาษาอังกฤษที่คนชอบใช้กันว่า ‘Taylor Swift is the mus […]

The post Taylor Swift สร้างสถิติใหม่บนชาร์ต Billboard เป็นศิลปินหญิงที่มีอัลบั้มอยู่อันดับ 1 ร่วมสัปดาห์มากสุดในประวัติศาสตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วลีภาษาอังกฤษที่คนชอบใช้กันว่า ‘Taylor Swift is the music industry’ หรือที่แปลตรงตัวว่า ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์คืออุตสาหกรรมดนตรี’ ดูเหมือนจะเป็นจริงเสมอ เพราะล่าสุดเธอได้สร้างสถิติใหม่บนชาร์ตอัลบั้ม Billboard 200 ในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง หลังอัลบั้มล่าสุด Folklore สามารถขึ้นอันดับ 1 เป็นสัปดาห์ที่ 7 ซึ่งส่งผลให้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ กลายเป็นศิลปินหญิงที่ครองตำแหน่งอันดับ 1 จำนวนสัปดาห์มากสุดอยู่ที่ 47 สัปดาห์ ทุบสถิติเดิมของ วิตนีย์ ฮุสตัน ที่เคยทำไว้ 46 สัปดาห์

 

อัลบั้ม Folklore ในสัปดาห์ล่าสุดยังคงสามารถทำยอดขายสูงถึง 87,000 ก๊อบปี้ เพิ่มขึ้นมา 97% จากสัปดาห์ก่อน โดยยอดขายก็ก้าวกระโดด เพราะเทย์เลอร์ สวิฟต์ได้ขายอัลบั้มแบบเซ็นหน้าปกผ่านเว็บไซต์ของเธอและร้านขายเพลงอินดี้มากขึ้น บวกกับเธอเพิ่งไปแสดงเพลง Betty ที่เวที Academy of Country Music Awards ครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก

 

สำหรับ วิตนีย์ ฮุสตัน เอง ถึงแม้เธอจะไม่ได้ครองสถิตินี้แล้ว แต่หากเทียบกันแล้วเธอก็มีแค่อัลบั้ม 4 ชุดที่ขึ้นอันดับ 1 ทั้ง Whitney Houston (1986), Whitney (1987), The Bodyguard OST (1992) และ I Look to You (2009) ส่วนเทย์เลอร์ สวิฟต์เองมีทั้งหมด 7 ชุดที่ขึ้นอันดับ 1 ทั้ง Fearless (2008), Speak Now (2010), Red (2012), 1989 (2014), Reputation (2017), Lover (2019) และ Folklore (2020) โดยมีแค่อัลบั้มแรก Taylor Swift (2006) ที่ขึ้นสูงสุดอันดับ 5 บนชาร์ต Billboard 200 ส่วนศิลปินหญิงอันดับ 3 ก็คือ อเดล ที่สองอัลบั้มของเธอ 21 (2011) และ 25 (2015) สามารถขึ้นอันดับ 1 ร่วมกันทั้งหมด 34 สัปดาห์

 

หากดูสถิติของศิลปินทั้งหมด The Beatles ก็มีอัลบั้มอยู่อันดับ 1 ร่วมกันมากสุดสูงถึง 132 สัปดาห์ ต่อด้วย เอลวิส เพรสลีย์ ที่ 67 สัปดาห์, การ์ธ บรูกส์ 52 สัปดาห์ และ ไมเคิล แจ็คสัน 51 สัปดาห์ 

 

ภาพ: Dimitrios Kambouris / Getty Images for TIME 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง: 

The post Taylor Swift สร้างสถิติใหม่บนชาร์ต Billboard เป็นศิลปินหญิงที่มีอัลบั้มอยู่อันดับ 1 ร่วมสัปดาห์มากสุดในประวัติศาสตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาจัดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ ได้ไหม? Billie Eilish จัดเต็มกับ Where Do We Go? World Tour คืนแรกที่ไมอามี https://thestandard.co/billie-eilish-where-do-we-go-world-tour/ Tue, 10 Mar 2020 13:03:06 +0000 https://thestandard.co/?p=339719

แม้โควิด-19 จะส่งผลให้ศิลปินแถวหน้าหลายคนต้องยกเลิกทัวร […]

The post มาจัดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ ได้ไหม? Billie Eilish จัดเต็มกับ Where Do We Go? World Tour คืนแรกที่ไมอามี appeared first on THE STANDARD.

]]>

แม้โควิด-19 จะส่งผลให้ศิลปินแถวหน้าหลายคนต้องยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับผู้หญิงที่ชื่อ บิลลี อายลิช เพราะเมื่อคืนเธอเพิ่งเริ่มคอนเสิร์ตคืนแรกของ Where Do We Go? World Tour ที่ American Airlines Arena ไมอามี สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางแฟนคลับนับหมื่นที่สามารถจองตั๋วทัน หลังจากที่ทัวร์นี้ขายตั๋ว 5 แสนใบ หมดเกลี้ยงภายในหนึ่งชั่วโมงทั่วโลก!

 

สำหรับทัวร์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่บิลลีได้แสดงทุกรอบในสเกลอารีนา โปรดักชัน แสง สี เสียงยิ่งใหญ่ขึ้น มีทั้งทางเดิน Skywalk แบบไฮโดรลิกที่ลอยขึ้นอยู่เหนือแฟนเพลง, มีเวทีเล็ก B-Stage อีกฝั่งจากเวทีหลักที่มีแคตวอล์กยาว, มีการโปรยแบงก์ดอลลาร์ปลอมที่เป็นหน้าของบิลลี และบิลลีก็เปิดตัวด้วยการมีกล่องคล้ายเตียงนอนขึ้นอยู่ในอากาศและเธอก็ตกลงมา

 

ด้านเซตลิสต์ของคอนเสิร์ตเปิดด้วยเพลง Bury A Friend ต่อด้วยเพลงฮิตอีกมากมาย ทั้ง Ocean Eyes, Wish You Were Gay, No Time to Die จากภาพยนตร์เรื่อง James Bond, All The Good Girls Go to Hell, Bad Guy และปิดด้วยเพลง Goodbye ซึ่งบิลลีก็แสดงศักยภาพด้านการร้องและการเล่นเปียโน ส่วนพี่ชาย ฟินเนียส ก็ขึ้นแสดงด้วย โดยมีคนดังอย่าง เจนนิเฟอร์ โลเปซ ไปดูคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วย

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโชว์ที่กำลังเป็นกระแสคือ ช่วง Video Interlude ที่บิลลีสวมชุดแจ็กเก็ตก่อนจะดึงซิปลง และเผยเรือนร่างของเธอในชุดบรา ซึ่งเธอก็จะบรรยายไปด้วยในวิดีโอถึงเรื่องกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่มีต่อความคิด ดนตรี เสื้อผ้า รูปร่าง และหน้าตาของเธอ

 

สำหรับ Where Do We Go? World Tour จะแสดงต่อทั่วอเมริกาจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนจะไปแสดงต่อที่อเมริกาใต้ ยุโรป และปิดท้ายที่เอเชียช่วงต้นเดือนกันยายนที่อินโดนีเซีย ซึ่งก็ต้องติดตามกันว่า เพราะโควิด-19 มีการระบาดมากขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลอะไรไหมต่อทัวร์ในครั้งนี้

 

 

 

ภาพ: Kevin Mazur / Getty Images for Live Nation 

The post มาจัดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ ได้ไหม? Billie Eilish จัดเต็มกับ Where Do We Go? World Tour คืนแรกที่ไมอามี appeared first on THE STANDARD.

]]>
1 มีนาคม 1994 – วันเกิด จัสติน บีเบอร์ จากศิลปินข้างถนนสู่ซูเปอร์สตาร์ https://thestandard.co/onthisday-01031994/ Sun, 01 Mar 2020 05:18:37 +0000 https://thestandard.co/?p=336815

จัสติน บีเบอร์ เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1994 เขาเริ่มเป […]

The post 1 มีนาคม 1994 – วันเกิด จัสติน บีเบอร์ จากศิลปินข้างถนนสู่ซูเปอร์สตาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จัสติน บีเบอร์ เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1994 เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในปี 2006 เมื่อได้เข้าแข่งขันร้องเพลงและได้ตำแหน่งรองชนะเลิศจากเวที Stratford Idol

 

จากเด็กชายอายุ 12 ปีที่ร้องเพลงตามถนนกับกีตาร์ตัวหนึ่งในเมืองสแตรทฟอร์ด ประเทศแคนาดา จนกระทั่งคลิปคัฟเวอร์เพลง So Sick ของ Ne-Yo เตะตาผู้ชมใน YouTube ไม่นานหลังจากนั้นโดยไม่มีใครคาดฝัน จัสตินได้กลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการดนตรี และมีผลงานที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางดนตรีเรื่อยมา

 

อัลบั้ม Purpose ในปี 2015 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของจัสตินในฐานะศิลปิน เพราะอัลบั้มนี้ทำให้คนหันมาสนใจเพลงของเขามากขึ้น โดยเฉพาะเพลง Sorry และ Love Yourself ที่ เอ็ด ชีแรน แต่งเนื้อร้อง อาจพูดได้ว่า Purpose เป็นอัลบั้มที่ลบคำสบประมาทและแสดงเห็นให้ถึงก้าวย่างที่มั่นคงของจัสตินในฐานะศิลปิน

 

ล่าสุด เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จัสตินยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินคนแรกที่มี Subscriber เกิน 50 ล้านแอ็กเคานต์บน YouTube ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแจ้งเกิดของเขา อีกทั้งเขายังเป็นหนึ่งในศิลปินไม่กี่คนที่มียอดชมมิวสิกวิดีโอหลายตัวเกิน 1 พันล้านวิว ทั้ง Sorry (3.2 พันล้านวิว), Baby (2 พันล้านวิว), What Do You Mean? (2 พันล้านวิว) และ Love Yourself (1.5 พันล้านวิว)

The post 1 มีนาคม 1994 – วันเกิด จัสติน บีเบอร์ จากศิลปินข้างถนนสู่ซูเปอร์สตาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เธอกลับมาแล้ว! Lady Gaga ปล่อยซิงเกิลใหม่ Stupid Love หลังให้ลิตเติลมอนสเตอร์รอมานาน https://thestandard.co/lady-gaga-stupid-love/ Fri, 28 Feb 2020 06:48:38 +0000 https://thestandard.co/?p=336389

นับได้ว่าเป็นข่าวดีในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะ เลดี […]

The post เธอกลับมาแล้ว! Lady Gaga ปล่อยซิงเกิลใหม่ Stupid Love หลังให้ลิตเติลมอนสเตอร์รอมานาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

นับได้ว่าเป็นข่าวดีในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะ เลดี้ กาก้า ได้ปล่อยซิงเกิลแรกชื่อ Stupid Love จากอัลบั้มใหม่สักที ซึ่งบรรดาแฟนคลับลิตเติลมอนสเตอร์ของเธอก็น่าจะดีใจอย่างมาก เพราะเป็นการกลับมาทำเพลงป๊อปแดนซ์ที่ช่วยแจ้งเกิดเธอ และทำให้เห็นว่าเธอก็ยังสนใจทำเพลงโดยไม่ได้แค่ขยันสร้างรายได้ ออกสินค้าเครื่องสำอาง Haus Laboratories อยู่ตลอดเวลา… ส่วนแฟนคลับ ริฮานนา เราก็เอาใจช่วยและคงต้องภาวนาต่อไป

 

Stupid Love เป็นแนวเพลงป๊อปแดนซ์อิเล็กทรอนิกส์ที่โดดเด่นเรื่องโปรดักชัน สอดแทรกด้วยเสียงสังเคราะห์ต่างๆ และเป็นสไตล์ที่เราคุ้นเคยจากกาก้าในอัลบั้ม Born This Way และ Artpop ซึ่งเธอก็ได้โปรดิวเซอร์อย่าง BloodPop หรือชื่อจริง ไมเคิล ทักเกอร์ มาทำให้ ซึ่งอยู่เบื้องหลังเพลง Sorry ของ จัสติน บีเบอร์ และยังทำหลายเพลงให้อัลบั้ม Joanne ของกาก้าอีกด้วย โดยนอกเหนือจาก BloodPop ก็ยังมีดีเจฝรั่งเศสอย่าง Tchami มาร่วมทำเพลงนี้ด้วย

 

ตัวมิวสิกวิดีโอ Stupid Love ก็ปล่อยออกมาเหมือนกัน โดยได้ แดเนียล แอสคิล ผู้กำกับชาวออสเตรเลียมากำกับให้ ซึ่งเขาเคยอยู่เบื้องหลังมิวสิกวิดีโอหลายตัวของเซีย เช่น Chandelier, Alive และ Elastic Heart โดยเราก็ได้เห็นกาก้ากลับมาสร้างสรรค์มิวสิกวิดีโอในสเกลใหญ่ตระการตาสีสันจัดจ้านอีกครั้ง ที่ตอกย้ำความสำคัญของเธอในด้านวิวัฒนาการศาสตร์มิวสิกวิดีโอสมัยปัจจุบัน โดยสำหรับเพลง Stupid Love คอนเซปต์มิวสิกวิดีโอที่พูดถึงบริบทของโลกที่กำลังเผชิญปัญหามากมายที่คนแย่งชิงความเป็นหนึ่ง ซึ่งกาก้าก็เป็นเหมือนผู้นำของกลุ่ม Kindness Punks ที่อยากสร้างสันติสุข พร้อมลุคที่สำหรับเราก็ดูมีความเป็นแอนิเมะแบบเซเลอร์มูนเบาๆ โดยเราขอเดาว่าลุคการแต่งหน้าของเธอจะเชื่อมโยงกับเครื่องสำอางคอลเล็กชันต่อไปที่เธอจะปล่อย

 

แต่ที่น่าสนใจคือความตระการตาของมิวสิกวิดีโอ Stupid Love เกิดขึ้นจากการถ่ายทำด้วย iPhone 11 Pro ซึ่งก็เป็นการทำ Partnership คล้ายกับเพื่อนร่วมสังกัด Interscope Records อย่าง เซเลนา โกเมซ ที่ทำเหมือนกันในสองซิงเกิลแรก Lose You To Love Me และ Look At Her Now จากอัลบั้มใหม่เธอ ส่วนอีกหนึ่งความพิเศษก็คือกาก้าได้กลับมาร่วมงานกับอีกหนึ่งสไตลิสต์คู่บุญอย่าง นิโคลา ฟอร์มิเชตติ ที่แฟนคลับตัวจริงจะรู้ดีว่าเคยสร้างลุคสุดไอคอนิกในช่วงอัลบั้ม The Fame Monster และ Born This Way เช่น ชุดเนื้อสดที่ใส่ไปงาน MTV Video Music Awards 2010 และมิวสิกวิดีโอ Bad Romance เป็นต้น 

 

หลังซิงเกิลแรก Stupid Love ออกมาแล้ว เราก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าอัลบั้มใหม่ของกาก้าที่มีการคาดเดาว่าจะชื่อ Chromatica จะปล่อยออกมาช่วงไหน ซึ่งรายละเอียดต่างๆ เธอก็น่าจะเริ่มทยอยบอกในการโปรโมตผลงานใหม่ช่วงนี้ ส่วนที่ต้องจับตามองคือเธอจะออกเวิลด์ทัวร์อีกไหม หรือจะเน้นทำโชว์ Enigma ที่ลาสเวกัสต่อไป ซึ่งขณะนี้เซ็นสัญญาถึงเดือนพฤษภาคมนี้

 

*ฟังเพลงและดูมิวสิกวิดีโอ Stupid Love ได้ที่นี่

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เธอกลับมาแล้ว! Lady Gaga ปล่อยซิงเกิลใหม่ Stupid Love หลังให้ลิตเติลมอนสเตอร์รอมานาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Justin Bieber: Seasons สารคดีที่ถ่ายทอดทุกข์และสุขของชีวิตซูเปอร์สตาร์ ที่ในบางครั้งอยากเป็นแค่คนธรรมดา https://thestandard.co/justin-bieber-seasons/ Thu, 30 Jan 2020 04:25:13 +0000 https://thestandard.co/?p=325805

“ไม่มีใครที่โด่งดังไปทั่วโลกพร้อมๆ กับยุคโซเชียลมีเดียแ […]

The post Justin Bieber: Seasons สารคดีที่ถ่ายทอดทุกข์และสุขของชีวิตซูเปอร์สตาร์ ที่ในบางครั้งอยากเป็นแค่คนธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>

“ไม่มีใครที่โด่งดังไปทั่วโลกพร้อมๆ กับยุคโซเชียลมีเดียแบบ จัสติน บีเบอร์ ที่ซึ่งทุกๆ ปีในช่วงวัยรุ่น คุณจะเป็นคนที่ชื่อโดนเสิร์ช Google มากที่สุดในโลก” 

 

สกูเตอร์ บรอน ผู้จัดการของจัสติน บีเบอร์ ให้สัมภาษณ์ในสารคดี Justin Bieber: Seasons หนึ่งในโปรเจกต์ YouTube Originals ที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ ซีรีส์ ภาพยนตร์ร่วมกับคนดัง โดยแชนแนล Justin Bieber ปัจจุบันมีผู้ติดตาม 49.4 ล้านคน และทันทีที่ปล่อยสารคดีอีพีแรกไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็ทำยอดวิวไปแล้วมากกว่า 4 ล้านวิว (ข้อมูลวันที่ 28 มกราคม, 22 ชั่วโมงหลังจากปล่อยสารคดี) และเมื่อผ่านไป 48 ชั่วโมง ยอดวิวก็ขยับไปไกลมากกว่า 7.5 ล้านวิว

 

อีพีแรกของ Justin Bieber: Seasons ชื่อตอนว่า Leaving the Spotlight เล่าถึงชีวิตของซูเปอร์สตาร์ที่เดบิวต์อัลบั้มแรกในปี 2010 ตอนอายุ 16 ปี และแต่งงานกับภรรยา เฮลีย์ บีเบอร์ ในปี 2019 ตอนอายุ 25 ปีพอดี ท่ามกลางแสงไฟและโชว์บนเวทีที่เขาชื่นชอบที่สุด จัสตินพบกับภาวะมอดไหม้ รวมถึงปัญหาสภาพจิตใจจนต้องประกาศหยุดพักงานในปี 2017 

 

“จากเด็กผู้ชายที่ยืนอยู่ต่อหน้าคนทั้งโลก ค่อยๆ โตเป็นวัยรุ่น เป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง การที่ถูกจ้องมองตลอดการเติบโต ยิ่งในช่วงสามสี่ปีหลังจากอัลบั้มสุดท้ายปล่อยออกมา เขาต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก มืดหม่น…เขายังเป็นเขา และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนพยายามทำให้เขาแย่ลงไปอีก เพราะเขาเป็นคนที่มีเรื่องให้เล่า” เฮลีย์ บีเบอร์ ให้สัมภาษณ์

 

 

สารคดีติดตามจัสตินและเฮลีย์ไปที่เมืองสแตรทฟอร์ด บ้านเกิดของจัสตินที่รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ทั้งอพาร์ตเมนต์ที่เขาเคยอยู่ บันไดที่เขาเคยไปเล่นกีตาร์ ร้องเพลง การได้เห็นจัสตินในชีวิตธรรมดา ขับรถ ร้องเพลง โอบกอดภรรยา เมื่อรวมกับการให้สัมภาษณ์บุคคลรอบตัวที่มาถูกจังหวะ ก็ทำให้เราเข้าใจตัวตนเขามากขึ้น ไม่ว่าจะมีความรู้สึกแง่บวกหรือลบกับเขามาก่อนก็ตาม เรารู้ได้ว่านี่คือมนุษย์คนหนึ่ง ที่เพียงแตกต่างจากคนอื่นตรงช่วงเวลา Coming of age ที่มีแสงไฟจับจ้องอยู่ตลอดเวลาเท่านั้นเอง

 

“การเป็นมนุษย์เป็นเรื่องท้าทายสำหรับเราทุกคน เราต่างต้องทนทุกข์ในระดับที่แตกต่างกัน และเราต่างมีความเจ็บปวด ความกลัว ความวิตกกังวลเป็นของตัวเอง” จัสติน บีเบอร์

 

ความน่าสนใจคือสารคดีชุดนี้ แบ่งออกเป็นตอนสั้นๆ แต่ละอีพีราว 11 นาที เล่าประเด็นสำคัญๆ ในชีวิตของจัสติน บีเบอร์ โดยสี่อีพีแรกที่ปล่อยออกมา ประกอบด้วย Leaving the Spotlight (EP.1), Bieber is Back (EP.2), Making Magic (EP.3) และ Justin & Hailey (EP.4) ส่วนอีพีที่เหลือจะทยอยปล่อยให้ได้รับชมกัน โดยสมาชิก YouTube Premium จะได้รับชมทันทีแบบไม่มีโฆษณาคั่น ส่วนผู้ชมทั่วไปชมฟรีแบบมีโฆษณาคั่น โดยทาง YouTube จะปล่อยอีพีฟรีสัปดาห์ละสองตอน

 

ชมสารคดี Justin Bieber: Seasons EP. 01: Leaving the Spotlight ได้ที่ 

 

 

 

ภาพ: Justin Bieber: Seasons / Leaving the Spotlight 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Justin Bieber: Seasons สารคดีที่ถ่ายทอดทุกข์และสุขของชีวิตซูเปอร์สตาร์ ที่ในบางครั้งอยากเป็นแค่คนธรรมดา appeared first on THE STANDARD.

]]>