นอนกรน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นอนกรน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 07 Aug 2024 12:07:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เปิดสถิติน่าตกใจ คนไทยกว่า 3 ล้านคนเสี่ยง ‘ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ’ ภัยเงียบคุกคามสุขภาพ https://thestandard.co/3-million-thais-at-risk-osa/ Wed, 07 Aug 2024 12:07:28 +0000 https://thestandard.co/?p=968602

ข้อมูลล่าสุดจากราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไ […]

The post เปิดสถิติน่าตกใจ คนไทยกว่า 3 ล้านคนเสี่ยง ‘ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ’ ภัยเงียบคุกคามสุขภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ข้อมูลล่าสุดจากราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย เผยสถิติน่าตกใจที่คนไทยประมาณ 25% หรือ 1 ใน 4 มีภาวะนอนกรน และพบผู้มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับประมาณ 5% หรือราว 3 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพที่กำลังคุกคามประชากรไทยอย่างเงียบๆ 

 

ขณะที่ทั่วโลกก็เผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยข้อมูลจาก National Council on Aging (NCOA) ในสหรัฐฯ ระบุว่าประชากรโลกราว 936 ล้านคนกำลังเผชิญกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่า ผู้ที่มีอาการนอนกรนเสี่ยงต่อภาวะดังกล่าวมากถึง 94%

 

จากสถานการณ์ดังกล่าว โรงพยาบาลวิมุตได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดตัวเทคโนโลยี iNAP (Intraoral Negative Airway Pressure Therapy) เพื่อรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) โดยมองเห็นโอกาสในตลาด ‘Sleep Economy’ หรือเศรษฐกิจการนอน ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

 

นพ.พิชิต กังวลกิจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาด Sleep Economy มีมูลค่าถึง 5.128 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 (หรือกว่า 18 ล้านล้านบาท) และมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) อยู่ที่ 6.3% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอนมากขึ้น

 

นพ.พิชิต ย้ำว่า การนอนกรนไม่ใช่เพียงเรื่องน่ารำคาญ แต่เป็นสัญญาณอันตรายที่อาจนำไปสู่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงทั้งทางกายและจิตใจ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ในระยะยาว

 

ด้าน วิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ กรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดเครื่องมือแพทย์ในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับทั่วโลกจะมีมูลค่าถึง 9.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) ภายในปี 2573 โดยขยายตัวที่ CAGR 7.34% จากปี 2567-2573 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

แม้ตลาดประเทศไทยยังใหม่อยู่มาก แต่ทั้งสององค์กรมองเห็นโอกาสในการเข้าสู่ตลาดนี้ เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในการแก้ปัญหาการนอน และการตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพการนอน นอกจากนี้ยังเป็นการตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพที่กำลังเพิ่มขึ้นในสังคมไทยและทั่วโลก

 

ผศ. พญ.กวินญรัตน์ จิตรอรุณฑ์ แพทย์เฉพาะทางสาขานาสิกวิทยาและภูมิแพ้ โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น หรือ Obstructive Sleep Apnea เกิดจากระบบทางเดินหายใจส่วนต้นมีการตีบแคบลง ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถเข้าสู่ปอดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะอื่นๆ ได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจห้องบนผิดปกติ เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงภาวะซึมเศร้าและโรคอ้วน

 

การร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่การเปิดตัว iNAP Sleep Therapy System ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในการรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยใช้เทคโนโลยี Oral Negative Air Pressure Therapy ที่สร้างแรงดูดอ่อนๆ ทำให้ลิ้นและเนื้อเยื่ออยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยให้หายใจได้อย่างเป็นธรรมชาติขณะนอนหลับ เบื้องต้นวางราคา 49,000 บาท จนถึงสิ้นปีนี้

 

ที่ผ่านวิมุตเองได้เริ่มเปิดเข้าสู่ตลาด Sleep Economy ผ่านบริการการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เดือนละ 50-60 เคส ขณะที่นำวิวัฒน์นั้นครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตลาดเข้าสู่การทำธุรกิจแบบ B2C หลังจากที่ผ่านมาเน้นการทำแบบ B2B มาโดยตลอด สำหรับตัวเครื่อง iNAP ยังไม่มีการตั้งเป้ายอดหมายการขาย เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่ยังใหม่

 

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนสังเกตอาการของตนเองและคนรอบข้าง หากพบว่ามีอาการนอนกรนเป็นประจำ มีอาการสะดุ้งเฮือก นอนเต็มที่แต่ตื่นมายังง่วงมาก ปากแห้ง-คอแห้งและเจ็บคอเมื่อตื่นนอน หรือปวดศีรษะหลังตื่นนอนเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและหาแนวทางรักษาที่เหมาะสมต่อไป เพื่อป้องกันผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพในระยะยาว

The post เปิดสถิติน่าตกใจ คนไทยกว่า 3 ล้านคนเสี่ยง ‘ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ’ ภัยเงียบคุกคามสุขภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลองทรีตเมนต์แก้อาการนอนไม่หลับ-นอนกรน พร้อมกดจุดสุดฟินที่ Sleep Labb (SLL Clinic) https://thestandard.co/life/sleep-labb-sll-clinic/ Tue, 04 Jul 2023 08:04:35 +0000 https://thestandard.co/?p=812055 Sleep Labb (SLL Clinic)

เราต่างรู้ดีว่าการนอนคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ประหนึ่งไ […]

The post ลองทรีตเมนต์แก้อาการนอนไม่หลับ-นอนกรน พร้อมกดจุดสุดฟินที่ Sleep Labb (SLL Clinic) appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sleep Labb (SLL Clinic)

เราต่างรู้ดีว่าการนอนคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ประหนึ่งได้ชาร์จพลังแห่งชีวิตหลังจากที่ออกไปผจญกับสิ่งต่างๆ รอบตัวมาในแต่ละวัน ทว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เผชิญกับภาวะการนอนไม่หลับ หลับยาก หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน โดยสาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม, โรคต่างๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ, ช่วงวัย, รูปแบบการใช้ชีวิต, การใช้ยาบางชนิด, สภาพแวดล้อมในขณะนอน หรือความเครียดวิตกกังวลกับสารพันเรื่องที่ถาโถมเข้ามาช่วงกลางคืน ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอแรกๆ อาจจะส่งผลให้รู้สึกไม่สดชื่น, หม่นหมอง, เหนื่อยเพลีย, สมองตื้อ, คิดอะไรไม่ออก และไม่มีสมาธิ แต่หากสะสมนานวันเข้าอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน หรือโรคซึมเศร้า 

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

ส่วนเรื่องอาการนอนกรนมักเป็นสิ่งที่เราต่างมองข้าม… ‘เพราะเราไม่รู้ว่าเรานอนกรนหรือเปล่า’ นอกเสียว่าใครที่ได้มานอนด้วยอาจจะประสบปัญหากับตัวจนต้องทัก การนอนกรนอาจฟังดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าต้องกังวลมากนัก แต่ความจริงแล้วมันสามารถส่งผลเสียและอาจอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน สาเหตุที่ทำให้เกิดการนอนกรนนั้นเกิดจากระบบทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ ทำให้ลมหายใจไม่สามารถผ่านไปยังหลอดลมและปอดได้อย่างสะดวก ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ เมื่อช่องลมถูกปิดกั้นจนเล็กลงก็จะส่งผลให้เกิดเป็นเสียงกรนขึ้น นอกจากนี้ การนอนกรนยังมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งจะส่งผลให้เกิดคุณภาพการนอนที่ไม่ดี และได้ของแถมเป็นผลเสียตามที่กล่าวไว้ข้างต้น 

 

ในกรณีที่เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับก็ยังสามารถส่งผลให้เกิดโรคทางสมองและหลอดเลือดหัวใจ เช่น โรคความดันโลหิตสูง, ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด และโรคของหลอดเลือดสมอง และในกรณีผู้ชายอาจมีส่วนทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้อีกด้วย

 

การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบองค์รวมถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นได้ แต่หากใครที่กำลังมองหาทางเลือกการรักษาที่ปลอดภัย แถมยังได้ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจราวกับทำสปาไปเบาๆ เราอยากพาไปทำความรู้จักกับทรีตเมนต์ ‘SleepMore, SnoreLess’ ที่ Sleep Labb (SLL Clinic)

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

What Is It?

Sleep Labb หรือ SLL Clinic คือคลินิกที่เชี่ยวชาญด้านการให้บริการและการรักษาด้านการนอนหลับอย่างครบวงจร โดยมี Sleep Technician ตรวจวัดคุณภาพการนอนและความเสี่ยงในการนอนหลับ อีกทั้งมีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา โดยจะเป็น Consult อย่างละเอียดเพื่อวางแผนรักษา ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำการใช้สารสกัด CBD ที่ผ่านการวิจัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ การทำทรีตเมนต์ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอน ซึ่งตัวทรีตเมนต์จะเป็นการรักษาด้วยเครื่องมือทันสมัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสำหรับใช้ทางการแพทย์โดยเฉพาะ 

 

Sleep Labb (SLL Clinic) Sleep Labb (SLL Clinic) Sleep Labb (SLL Clinic)

 

ภายในคลินิกมีโซนต้อนรับกว้างขวาง ตกแต่งอย่างสบายตา และด้วยสถานที่ตั้งชั้น 30 ของโรงแรม Grand Center Point Ploenchit ทำให้มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีห้องให้คำปรึกษา ห้องตรวจ และห้องทรีตเมนต์แบบเดี่ยว-คู่ แยกอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว 

 

Sleep Labb (SLL Clinic) Sleep Labb (SLL Clinic) Sleep Labb (SLL Clinic) Sleep Labb (SLL Clinic) Sleep Labb (SLL Clinic)

 

ในส่วนของทรีตเมนต์ที่เราเลือกรับบริการคือ SleepMore, SnoreLess (6,500 บาท / 75 นาที) ซึ่งจุดประสงค์ตรงตามชื่อทุกประการคือ เพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับและลดอาการนอนกรน โดยจะเป็นการรักษาด้วยเครื่อง Radio Frequency (RF) พร้อมบริการกดจุดสัญญาณเพื่อความผ่อนคลาย 

 

Experience

ห้องที่เราเข้ารับบริการมีความกว้างขวางและเป็นส่วนตัวมาก มีห้องน้ำส่วนตัวที่มีห้องอาบน้ำในตัว มีโต๊ะเครื่องแป้ง ที่เก็บสัมภาระต่างๆ ครบครัน มีพื้นที่ให้นั่งจิบน้ำจิบชา ซึ่งที่นี่ก็จะเสิร์ฟชาคาโมไมล์ ชาผสมใบกัญที่ช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย แก้อักเสบในร่างกาย และช่วยทำให้หลับสบายขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าจะมีฤทธิ์ทำให้มึนเมา เพราะสัดส่วนของใบกัญชาที่ทางคลินิกใช้อยู่ที่ 20% และปริมาณสาร THC (สารที่ส่งผลต่อระบบประสาท) ไม่ได้มีปริมาณมากพอที่จะทำให้เมาได้ รวมถึงความเข้มข้นที่ชงจะอยู่ในระดับที่พอดี

 

Sleep Labb (SLL Clinic) Sleep Labb (SLL Clinic) Sleep Labb (SLL Clinic)

 

หลังจากที่เปลี่ยนเป็นชุดคลุมก็ขึ้นเตียงเตรียมพร้อมสำหรับโปรแกรม ซึ่งตัวโปรแกรมจะถูกแบ่งเป็น 2 ทรีตเมนต์ เริ่มจาก ‘SleepMore’ ซึ่งหน้าที่ของเราคือการนอนคว่ำ ติดแผ่นสื่อที่หน้าท้อง แล้วปล่อยกายปล่อยใจให้พักผ่อนอย่างสงบตลอด 45 นาที 

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

เริ่มแรกแพทย์จะลงน้ำมัน CBD นวดทั่วบริเวณแผ่นหลัง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความหอมอ่อนๆ ของน้ำมันที่ชวนปรับมู้ดให้ผ่อนคลายขึ้นในทันที

 

Sleep Labb (SLL Clinic) Sleep Labb (SLL Clinic)

จากนั้นเป็นการลงครีมแล้วใช้เครื่อง RF นวด ซึ่งแพทย์จะคอยสอบถามอยู่เรื่อยๆ ว่าอุณหภูมิพอดีหรือไม่ เพราะการที่จะทำให้ทรีตเมนต์มีประสิทธิภาพสูงสุดจะต้องอาศัยอุณหภูมิของเครื่องที่อุ่นในระดับหนึ่ง 

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

หลักการทำงานของเครื่อง RF คือการส่งพลังงานความถี่ความถี่ที่ 448 kHz ลงไปใต้ชั้นผิว ซึ่งสามารถลงลึกไปถึงชั้นกระดูกและสะท้อนคลื่นออกมาที่ชั้นผิวหนัง โดยให้ประโยชน์หลายส่วนในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นส่วนของชั้นกล้ามเนื้อที่จะช่วยลดความเครียดของเซลล์ ทำให้เซลล์คลายตัว ลดความตึงของกล้ามเนื้อ ส่วนของชั้นผิวหนังเองก็จะช่วยในเรื่องการสร้างคอลลาเจนด้วยการเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวหนัง ช่วยให้รู้สึกชุ่มชื้น กระจ่างใส สามารถช่วยชะลอวัยได้ ในส่วนของชั้นหลอดเลือดก็จะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวได้มากขึ้น ลดสารก่อความเครียดตามผนังหลอดเลือดหรือไขมันที่เกาะหลอดเลือด เมื่อเลือดจับกับออกซิเจนได้ดีขึ้นก็จะส่งผลให้เซลล์ต่างๆ ของร่างกายและเซลล์สมองได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่เพียงพอ ส่งผลให้นอนหลับผ่อนคลายยิ่งขึ้นในท้ายที่สุด 

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

หลังจากเสร็จสิ้นการนวด RF ก็จะเป็นการกดจุดด้วยมือ ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่เราประทับใจที่สุด เรียกได้ว่า ‘โดนทุกจุด’ ใครที่มีไลฟ์สไตล์นั่งโต๊ะตาติดจอตลอดจนเกิดเป็นภาวะโรคฮิตอย่างออฟฟิศซินโดรม จะต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอน บริเวณที่กดจุดนั้นมีตั้งแต่ส่วนหลัง บ่า ไหล่ และคอ ซึ่งให้ความผ่อนคลายสบายจนไม่อยากให้ Session นี้จบ 

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

หลังจากที่ครบ 45 นาทีแล้ว ก็จะเป็นในส่วนของ ‘SnoreLess’ ต่อ โดยทรีตเมนต์นี้จะเป็นการนอนหงายแทน เพราะจะเน้นการรักษาบริเวณลำคอ เช่นเดิมเราจะต้องติดแผ่นสื่อซึ่งครั้งนี้เป็นการติดที่ส่วนหลัง แพทย์จะลงน้ำมัน CBD ตามด้วยครีม แล้วรักษาด้วยเครื่อง RF เช่นเดิม โดยจะมีด้วยกันสองหัวซึ่งจะต่างกันในเรื่องระดับความลึกของพลังงาน ทั้งในส่วนลึกถึงมวลกระดูกและระดับตื้น โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมตามแต่ละเคสว่าเหมาะที่จะใช้หัวไหนก่อน หรืออาจเลือกใช้แค่หัวใดหัวหนึ่งในการรักษา

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

“เคสส่วนใหญ่ที่มีอาการกรนเกิดจากการที่กล้ามเนื้อหลังโพรงจมูก กล้ามเนื้อเพดานอ่อนและลิ้นไก่ที่หย่อนปิดทางเดินหายใจ เวลาหายใจเข้ามันก็จะกระพือหรือสั่น เกิดเป็นเสียงกรน คลื่นตัวนี้ก็จะช่วยส่งพลังงานลึกถึงเนื้อเยื่อตรงส่วนนั้นได้ ส่วนในคนที่มีภาวะอ้วน มีไขมันพอกบริเวณคอเยอะ ซึ่งทำให้เกิดการนอนกรน เครื่องนี้ก็สามารถช่วยลดไขมันในช่องคอได้เช่นกัน” แพทย์เสริม

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

นอกจากประโยชน์ในเรื่องการนอนกรนแล้ว สาวๆ หรือใครที่กังวลเรื่องกรอบหน้าหย่อนคล้อยหรือเหนียงไม่กระชับคงต้องยิ้มออก เพราะเครื่อง RF นี้ยังมีส่วนช่วยให้ผิวกระชับไปในตัว หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนตัวเครื่องแล้ว ก็จะตามมาด้วยการกดจุดด้วยน้ำมัน CBD อีกครั้ง ซึ่งยังคงโดนทุกจุดและให้ความผ่อนคลายขั้นสุดเช่นเคย

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

Result

หลังทำทันทีรู้สึกว่ากล้ามเนื้อตึงน้อยลง เบาสบายตัวขึ้น ตัวน้ำมัน CBD ของที่นี่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ส่วนผลลัพธ์ในเรื่องของการนอนหลับหรือกรนนั้นจะต้องอาศัยการรักษาต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

 

Good For

Sleep Labb (SLL Clinic) คือจุดหมายของคนที่มีปัญหาการนอนหลับโดยแท้ ด้วยบริการทรีตเมนต์ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายตามความต้องการ มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาอย่างละเอียด เครื่องมือที่ใช้ล้วนได้มาตรฐาน ตัวคลินิกเองก็มีความสะอาด และยิ่งถ้าใครมองหาสถานที่ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ต้องลองแวะมาใช้บริการที่นี่เลย

 

Sleep Labb (SLL Clinic)

 

Sleep Labb (SLL Clinic) 

Open: เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น. 

Address: 30th Floor, Grande Centre Point Ploenchit

Budget: 6,500 บาท ต่อ 75 นาที 

Tel: 02 651 5227 

Facebook: SLL Clinic – Sleep Labb

 

ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์

อ้างอิง: 

The post ลองทรีตเมนต์แก้อาการนอนไม่หลับ-นอนกรน พร้อมกดจุดสุดฟินที่ Sleep Labb (SLL Clinic) appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์เตือนนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ เสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัว https://thestandard.co/regularly-snoring-loudly-risk-of-apnea/ Mon, 07 Feb 2022 05:59:52 +0000 https://thestandard.co/?p=591240 นอนกรน

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมกา […]

The post แพทย์เตือนนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ เสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
นอนกรน

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea, OSA) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีการยุบตัวของทางเดินหายใจส่วนต้น ทำให้ขณะหลับร่างกายจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ การนอนหลับขาดตอน ส่งผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้เกิดอาการง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง เป็นต้น โดยภาวะนี้สามารถพบได้ในคนทุกวัย โดยผู้ใหญ่พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง วัยทองและคนอ้วน และอาจพบในเด็กที่มีต่อมทอนซิลและอดีนอยด์โต มีปัญหาโครงสร้างใบหน้า หรือเด็กที่อ้วน

 

ด้าน นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สัญญาณเตือนที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น คือการนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ ญาติสังเกต พบหยุดหายใจ หายใจเฮือกเหมือนสำลักน้ำลาย บางครั้งตื่นมารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ไม่สดชื่นหลังตื่นนอน ปวดศีรษะตอนเช้า ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน ไม่มีสมาธิในการทำงาน ขี้ลืม หงุดหงิดง่าย วิตกจริตหรือซึมเศร้า 

 

สำหรับการรักษาภาวะดังกล่าวขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

 

  1. การรักษาด้วยเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (Continuous Positive Airway Pressure, CPAP) เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง ถือเป็นมาตรฐาน 

 

  1. การใส่ทันตอุปกรณ์ โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้เหมาะสมในแต่ละราย ซึ่งจะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีระดับความรุนแรงของโรคเล็กน้อยถึงปานกลาง 

 

  1. การผ่าตัด ในผู้ป่วยที่มีโครงสร้างทางเดินหายใจส่วนต้นผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

 

สำหรับการปฏิบัติตัวขั้นพื้นฐานในผู้ที่เสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ควรปฏิบัติตนดังนี้ 

  • คุมอาหารและลดน้ำหนักในรายที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน 
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ 
  • หลีกเลี่ยงการนอนหงาย พยายามนอนตะแคงหรือศีรษะสูง 
  • ไม่ควรรับประทานยานอนหลับและดื่มแอลกอฮอล์ เพราะยาจะกดการหายใจ ทำให้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นมากขึ้น 
  • ไม่ควรขับรถขณะง่วงนอน เพราะอาจหลับในและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ 

 

ทั้งนี้ หากพบว่ามีสัญญาณเตือนว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อเข้ารับการตรวจการนอนหลับ วินิจฉัยและหาแนวทางการรักษาต่อไป

The post แพทย์เตือนนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ เสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
7 เทคนิคแก้ปัญหาการนอนกรน https://thestandard.co/7-how-to-stop-snoring/ Sat, 13 Jul 2019 09:18:07 +0000 https://thestandard.co/?p=270278

ส่วนใหญ่แล้วคนนอนกรนมักไม่ค่อยมีปัญหากับการนอน แต่ปัญหา […]

The post 7 เทคนิคแก้ปัญหาการนอนกรน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ส่วนใหญ่แล้วคนนอนกรนมักไม่ค่อยมีปัญหากับการนอน แต่ปัญหาจะไปตกอยู่ที่คนนอนด้วยมากกว่า ดังนั้น หากระดับเดซิเบลของเสียงกรนยังไม่รุนแรงถึงขั้นหยุดหายใจไปชั่วขณะ (ถ้าเป็นอย่างนั้นควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน) คุณควรหันมาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คนข้างๆ เลิกหันมาค้อนเพราะเสียงกรนของคุณสักที 

 

การนอนกรนมักเกิดในช่วงหลับลึก เนื่องจากทางเดินหายใจบางส่วนถูกปิดกั้น และกล้ามเนื้อภายในลำคอหย่อนตัวจนอุดกั้นทางเดินหายใจ ส่งผลให้หายใจไม่สะดวก เมื่ออากาศเคลื่อนที่ผ่าน จึงเกิดการสั่นบริเวณกล้ามเนื้อโดยรอบ กลายเป็นเสียงกรนขึ้นมา 

 

 

ภาพประกอบ: Jetsupasit

อ้างอิง:

The post 7 เทคนิคแก้ปัญหาการนอนกรน appeared first on THE STANDARD.

]]>