นมโอ๊ต Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นมโอ๊ต/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 08 Oct 2024 08:46:20 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นมโอ๊ตไม่เหมาะกับใครบ้าง? https://thestandard.co/life/who-should-avoid-oat-milk/ Tue, 08 Oct 2024 08:46:20 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=993266

นมโอ๊ตกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวหรือต้ […]

The post นมโอ๊ตไม่เหมาะกับใครบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>

นมโอ๊ตกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวหรือต้องการลดปริมาณไขมัน แต่ก็มีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อเสียของนมโอ๊ตตามมาด้วย ถึงแม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ไม่เหมาะกับนมโอ๊ต วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในการดื่มนมโอ๊ตอย่างปลอดภัยและได้ประโยชน์สูงสุดกัน

 


 

ทำไมนมโอ๊ตถึงฮิต?

 

เพราะเป็นแหล่งโปรตีนและมีใยอาหารสูง ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ลดความอยากอาหาร และดีต่อระบบขับถ่าย นมโอ๊ตปราศจากแล็กโทส เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้แล็กโทสหรือมีอาการไม่สบายท้องเมื่อดื่มนมวัว นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุด้วย ซึ่งนมโอ๊ตบางชนิดมีการเสริมวิตามินและแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม วิตามินดี ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย

 

ข้อควรระวังในการดื่มนมโอ๊ต

 

  1. ระวังเรื่องน้ำตาล เพราะนมโอ๊ตบางชนิดมีการเติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาติ ควรเลือกชนิดไม่ใส่น้ำตาลหรือมีปริมาณน้ำตาลต่ำ
  2. ระวังสารเติมแต่งบางชนิดที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ควรอ่านฉลากอย่างละเอียดก่อนซื้อ
  3. ระวังปริมาณแคลอรี นมโอ๊ตบางชนิดมีปริมาณแคลอรีสูง ควรเลือกดื่มในปริมาณที่เหมาะสม

 

วิธีเลือกนมโอ๊ตที่ดี

 

  1. อ่านฉลากให้ละเอียด ควรเลือกนมโอ๊ตที่มีส่วนผสมหลักคือข้าวโอ๊ต ไม่ใส่น้ำตาลหรือมีปริมาณน้ำตาลต่ำ และปราศจากสารเติมแต่งที่ไม่จำเป็น
  2. เลือกนมโอ๊ตที่เสริมวิตามินและแร่ธาตุ หากต้องการได้รับสารอาหารครบถ้วนควรเลือกนมโอ๊ตที่เสริมแคลเซียมและวิตามินดี

 

เคล็ดลับการดื่มนมโอ๊ต

 

ใช้ผสมกับอาหาร โดยนำไปผสมกับซีเรียล โยเกิร์ต หรือสมูทตี้ เพื่อเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางอาหาร หรือใช้ทำอาหาร เช่น นำนมโอ๊ตมาใช้แทนนมวัวในการทำอาหาร เช่น ออมเล็ต, สปาเกตตี หรือซุป นอกจากนี้ยังสามารถดื่มเพียวๆ ใช้ดื่มเป็นเครื่องดื่ม หรือผสมกับกาแฟ ชา หรือโกโก้ ได้เช่นกัน

 

นมโอ๊ตไม่เหมาะสำหรับใคร?

 

  1. ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง นมโอ๊ตหลายยี่ห้อมีการเติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มรสชาติ หากคุณมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงควรเลือกนมโอ๊ตชนิดไม่ใส่น้ำตาลหรือตรวจสอบปริมาณน้ำตาลก่อนดื่ม
  2. ผู้ที่มีอาการแพ้อาหาร แม้ว่านมโอ๊ตจะปราศจากแล็กโทส แต่ก็อาจมีสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ เช่น ถั่ว หรือกลูเตน หากคุณมีอาการแพ้อาหารควรอ่านฉลากอย่างละเอียดก่อนซื้อ
  3. ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แม้ว่านมโอ๊ตจะมีประโยชน์ แต่ก็มีแคลอรี หากคุณต้องการควบคุมน้ำหนักควรเลือกนมโอ๊ตชนิด Low Fat หรือตรวจสอบปริมาณแคลอรีต่อหน่วยบริโภค

 

สรุปแล้วนมโอ๊ตเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการสุขภาพที่ดี แต่ควรเลือกและบริโภคอย่างระมัดระวัง โดยอ่านฉลาก เลือกชนิดที่เหมาะกับความต้องการ และดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยต่อสุขภาพ

 

หากมีข้อสงสัยหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการก่อนตัดสินใจเลือกดื่มนมโอ๊ต

The post นมโอ๊ตไม่เหมาะกับใครบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
OATSIDE บุกตลาดค้าปลีกไทย! เปิดตัว ‘OATSIDE Mini’ นมโอ๊ตไซส์พกพา 3 รสชาติ เล็งปรับราคาให้ใกล้เคียงนมวัว แต่ขึ้นอยู่กับ Economy of Scale https://thestandard.co/oatside-oatside-mini/ Thu, 13 Jun 2024 06:19:37 +0000 https://thestandard.co/?p=944712

OATSIDE (โอ๊ตไซด์) แบรนด์นมโอ๊ตพรีเมียมจากสิงคโปร์ เดิน […]

The post OATSIDE บุกตลาดค้าปลีกไทย! เปิดตัว ‘OATSIDE Mini’ นมโอ๊ตไซส์พกพา 3 รสชาติ เล็งปรับราคาให้ใกล้เคียงนมวัว แต่ขึ้นอยู่กับ Economy of Scale appeared first on THE STANDARD.

]]>

OATSIDE (โอ๊ตไซด์) แบรนด์นมโอ๊ตพรีเมียมจากสิงคโปร์ เดินหน้ารุกตลาดนมทางเลือกในประเทศไทย เปิดตัว ‘OATSIDE Mini’ ขนาด 200 มิลลิลิตร ใน 3 รสชาติ ได้แก่ ออริจินัล ช็อกโกแลต และกาแฟ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาความสะดวกสบายในการดื่มนมโอ๊ตระหว่างวัน

 

“หลังจากประสบความสำเร็จในการทำตลาดนมโอ๊ตขนาด 1 ลิตรในร้านกาแฟและร้านเบเกอรีทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค เราเล็งเห็นโอกาสในการขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มรีเทล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง และผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่สะดวกและดีต่อสุขภาพ” ซินดี้ ลิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของโอ๊ตไซด์ (OATSIDE) กล่าว

 

OATSIDE Mini มาพร้อมกับ 3 รสชาติ ได้แก่ ออริจินัล ช็อกโกแลต และกาแฟ โดยมาในขนาดที่พกพาสะดวก เหมาะสำหรับการดื่มระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า ระหว่างเรียน หรือระหว่างทำงาน

 

“OATSIDE Mini นับเป็นทางเลือกใหม่ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทุกเซ็กเมนต์ ด้วยขนาดที่เหมาะแก่การพกพา ดื่มง่ายทั้งในช่วงเช้าและระหว่างวัน” ลลิตกาญจน์ ทวีชัยวัฒนะ ผู้อำนวยการ OATSIDE ประเทศไทย กล่าวเสริม

 

ที่น่าสนใจคือ OATSIDE มองว่า เทรนด์สุขภาพในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น Plant-based Food หรืออาหารจากพืชได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากเทรนด์ผู้บริโภคที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ ลดการรับประทานเนื้อสัตว์ 

 

โดยคาดว่ามูลค่าตลาด Plant-based Food จะสูงถึง 4.5 หมื่นล้านบาทในปีนี้ และเติบโตไปถึง 1 ล้านล้านบาทในปี 2570 นมโอ๊ตจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และมองหาเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

 

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น รวมถึงความกังวลเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นในชาวเอเชีย และเทรนด์การออกกำลังกายที่ทำให้ผู้คนต้องการอาหารโปรตีนสูงเพิ่มมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดนมโอ๊ตเติบโต 

 

เมื่อมองเข้าไปจะพบว่าผู้บริโภคเต็มใจที่จะใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ และยังมีส่วนทำให้โลกยั่งยืน เพราะคาร์บอนฟุตพรินต์ของการผลิตนมพืชนั้นน้อยกว่านมวัว นมโอ๊ตจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่จะรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

 

OATSIDE มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ทั้งในเรื่องของรสชาติ ความสะดวกสบาย และความหลากหลาย OATSIDE Mini เป็นตัวอย่างหนึ่งของการปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพและห่วงใยสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันในทุกเจเนอเรชัน

 

แม้ว่าตลาดนมทางเลือกในประเทศไทยจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ OATSIDE ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างการรับรู้ในวงกว้างและการแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ ในตลาด 

 

อีกหนึ่งความท้าทายคือราคานมวัวกับนมโอ๊ตที่ยังต่างกัน OATSIDE จึงมีเป้าหมายว่าอยากทำให้ราคาใกล้เคียงกันมากขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับดีมานด์ เพราะถ้ามี Economy of Scale มากขึ้นราคาก็จะใกล้ๆ กับนมวัว

 

“เรามองว่านมโอ๊ตมีการเติบโตมากกว่าอัลมอนด์ เพราะนมโอ๊ตดื่มง่ายกว่า” ผู้บริหาร OATSIDE ระบุ

 

อย่างไรก็ตาม OATSIDE มั่นใจว่าด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รสชาติที่อร่อย และกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่ง จะสามารถเอาชนะความท้าทายและครองส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยได้ โดยตั้งเป้าที่จะขยายกลุ่มเป้าหมายกลุ่มผู้ดื่มข้าวโอ๊ตให้กว้างขึ้น และขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

 

OATSIDE มีแผนที่จะขยายตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน OATSIDE มีช่องทางการจำหน่ายทั้งรีเทลและฟู้ดเซอร์วิส

 

“ตอนนี้รายได้ 90% มาจากฟู้ดเซอร์วิส ซึ่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ และการขยายเซ็กเมนต์เจาะกลุ่มรีเทลนับว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การวางแผนธุรกิจและวางแผนการตลาดเพื่อการเข้าถึงและขยายฐานผู้บริโภคเพิ่มขึ้นต่อไป” 

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานการผลิตในอินโดนีเซียเริ่มเต็ม ทำให้ OATSIDE มองหาฐานการผลิต 2-3 ประเทศ ซึ่งไทยอยู่ในนั้น เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด โดยปัจจัยในการมองหาคือประเทศนั้นต้องเหมาะกับการส่งออกให้กับ 18 ประเทศที่ OATSIDE ทำตลาดอยู่

The post OATSIDE บุกตลาดค้าปลีกไทย! เปิดตัว ‘OATSIDE Mini’ นมโอ๊ตไซส์พกพา 3 รสชาติ เล็งปรับราคาให้ใกล้เคียงนมวัว แต่ขึ้นอยู่กับ Economy of Scale appeared first on THE STANDARD.

]]>
นมโอ๊ตอัลโปร (Alpro) เทรนด์ใหม่ของคนรักสุขภาพอันดับ 1 จากยุโรป นมทางเลือกแทนนมวัวและนมถั่ว [ADVERTORIAL]] https://thestandard.co/alpro-oat/ Mon, 28 Nov 2022 09:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=714871

การเลือกดื่มนมจากพืชในปัจจุบันอาจไม่ใช่แค่การหลีกเลี่ยง […]

The post นมโอ๊ตอัลโปร (Alpro) เทรนด์ใหม่ของคนรักสุขภาพอันดับ 1 จากยุโรป นมทางเลือกแทนนมวัวและนมถั่ว [ADVERTORIAL]] appeared first on THE STANDARD.

]]>

การเลือกดื่มนมจากพืชในปัจจุบันอาจไม่ใช่แค่การหลีกเลี่ยงอาการแพ้นมวัว เพราะสำหรับหลายๆ คนที่รักสุขภาพก็เริ่มหันมาดื่มนมจากพืชในชีวิตประจำวันมากขึ้น เพราะนอกจากสบายท้อง นมจากพืชก็ยังแคลอรีต่ำและมีสารอาหารไม่แพ้กัน 

 

ตอนนี้เทรนด์การดื่มนมจากพืชไม่ได้รับความนิยมเพียงในฝั่งยุโรปอย่างที่ผ่านมา เพราะอย่างคนไทยเองก็ให้ความสนใจเพิ่มขึ้นมาก เห็นได้จากกลุ่มคนรักสุขภาพหรือเมนูอาหารแพลนต์เบสที่เริ่มพูดถึงกันบ่อยๆ โดยเฉพาะนมโอ๊ตที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ 

 

 

 

วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักนมโอ๊ตแบรนด์ใหม่ส่งตรงจากยุโรป ‘Alpro (อัลโปร)’ ซึ่งเพิ่งเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยในปีที่ผ่านมา และเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต เพื่อพัฒนาสูตรที่ตอบโจทย์ชาวเอเชีย พร้อมส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ 

 

Alpro

 

เรามั่นใจว่านมจากพืชเป็นสิ่งที่คนไทยพร้อมดื่มอยู่เสมอ เพราะทุกคนต่างคุ้นเคยกับนมจากถั่วต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นมอัลมอนด์ หรือนมถั่วเหลือง ด้วยเหตุนี้ นมโอ๊ตจึงเป็นตัวเลือกใหม่ที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะมีรสชาติที่ดื่มง่ายแตกต่างจากนมแพลนต์เบสอื่นๆ  

 

Alpro ผู้บุกเบิกวงการแพลนต์เบสมานานกว่า 40 ปี และเป็นแบรนด์เครื่องดื่มจากพืชอันดับ 1 ในยุโรป จึงอยากนำรสชาติและประโยชน์ที่มอบให้คนรักสุขภาพมาส่งต่อให้คนไทยได้ดื่มบ้าง พร้อมกับความมุ่งมั่นเดียวกันคือ มอบเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ และมีรสชาติอร่อยดื่มง่าย จึงไม่แปลกเลยที่ตอนนี้แบรนด์ Alpro จะเป็นที่รู้จักใน 47 ประเทศทั่วโลก 

 

 

นมโอ๊ตจาก Alpro มีความโดดเด่นตรงรสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย และมีกลิ่นหอมโอ๊ตตั้งแต่สัมผัสแรก เนื้อสัมผัสมีความนวลละมุน ไม่ข้นเหมือนนมทั่วไป เพราะเป็นเนื้อสัมผัสจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง เป็นแบรนด์ที่เน้นคุณค่าสารอาหารที่ได้จากธรรมชาติจริงๆ กว่านมอัลมอนด์ถึง 3 เท่า ไม่มีไขมันอิ่มตัว (ไขมันทรานส์) ไม่มีคอเลสเตอรอล และในหนึ่งกล่องมีพลังงานเพียง 70-80 แคลอรีเท่านั้น  

 

ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนอยากดื่มนมให้อยู่ท้อง ดื่มระหว่างวัน หรือสายรักสุขภาพที่อยากหันมาดื่มนมแพลนต์เบส 

 

 

ตอนนี้ นมโอ๊ต Alpro มีให้เลือก 2 รสชาติคือ รสออริจินัล (Original) และรสจืด (Unsweetened) โดยนมโอ๊ตทุกสูตรของ Alpro ไม่ใส่น้ำตาลทราย พร้อมมีขนาดให้เลือกทั้งชนิดพร้อมดื่ม (180 มิลลิลิตร) ให้ทุกคนพกไปด้วยได้ทุกที่ หรือขนาดใหญ่ 1,000 มิลลิลิตร สำหรับคนที่อยากมีนมเพื่อสุขภาพติดบ้านไว้ตลอดเวลา เพราะสามารถนำไปผสมกาแฟ ชา สมูทตี้ หรือกินพร้อมกราโนล่าเป็นมื้อเช้าก็ได้ 

 

 

 

สำหรับใครที่ยังไม่เคยลอง เราอยากให้เริ่มจากดื่มนมโอ๊ต Alpro ไปพร้อมๆ กัน เพราะนอกจากดีต่อสุขภาพ การดื่มนมจากพืชยังใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยกว่าการดื่มนมวัวด้วย 

 

นมโอ๊ต Alpro วางจำหน่ายแล้วที่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงร้านค้าออนไลน์ Shopee, Lazada และ JD Central  

 

Shopee: https://bit.ly/3Np4Ynr  

Lazada: https://bit.ly/3DB8yGu  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.alpro.com/th/ 

 

#Alpro #อัลโปร #Oatmilk #นมข้าวโอ๊ต #นมโอ๊ต #Plantbased  

 

 

*ควรกินให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ 

The post นมโอ๊ตอัลโปร (Alpro) เทรนด์ใหม่ของคนรักสุขภาพอันดับ 1 จากยุโรป นมทางเลือกแทนนมวัวและนมถั่ว [ADVERTORIAL]] appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘นมโอ๊ต’ ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพที่ ‘เจ๋งจริง’ หรือแค่เวทมนตร์ทางการตลาด? https://thestandard.co/healthy-oat-milk/ Sun, 30 Oct 2022 09:00:56 +0000 https://thestandard.co/?p=701913

ในช่วง 2 ปีมานี้ นมทางเลือกจากพืชเริ่มเข้ามากระชับพื้นท […]

The post ‘นมโอ๊ต’ ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพที่ ‘เจ๋งจริง’ หรือแค่เวทมนตร์ทางการตลาด? appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วง 2 ปีมานี้ นมทางเลือกจากพืชเริ่มเข้ามากระชับพื้นที่บนชั้นวางผลิตภัณฑ์นมในซูเปอร์มาร์เก็ต จากตอนแรกที่นมถั่วเหลืองเป็นตัวเลือกเดียวของกลุ่มมังสวิรัติและคนที่ไม่สามารถย่อยแล็กโทสได้ แต่ไม่นานนักนมอัลมอนด์ก็เริ่มเป็นที่นิยมขึ้นมา ก่อนที่สงครามนมทางเลือกจะเกิดขึ้นด้วยการเผยแพร่ข้อมูลว่าการผลิตนมพืชแบบไหนที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน

 

ส่วนตอนนี้นมพืชที่ได้รับความนิยมชนิดที่ว่าเดินไปทางไหนก็เจอคือ ‘นมโอ๊ต’ ด้วยรสชาติที่คล้ายกับนมวัวที่คุ้นเคย เนื้อนุ่มเนียนของนมโอ๊ตสามารถใช้ทดแทนนมวัวในอาหาร เครื่องดื่ม ขนมได้ดี รวมไปถึงประโยชน์ของนมโอ๊ตที่ว่ากันว่าดีต่อสุขภาพ ไม่มีคอเลสเตอรอล ไม่มีกลูเตน ไม่มีส่วนผสมของถั่ว ไม่ว่าจะร้านกาแฟหรือชานมก็เริ่มสรรหานมโอ๊ตมาเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพให้กับลูกค้า


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


มีการคาดการณ์มูลค่าตลาดโลกของนมโอ๊ตนั้นว่าจะเติบโตขึ้นไปถึง 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2026 ส่วนตลาดนมโอ๊ตในเอเชียแปซิฟิกนั้นมีส่วนแบ่งมากกว่า 45.0% ในปี 2020 ด้วยการเปลี่ยนแปลงไปของไลฟ์สไตล์ผู้คนที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น รวมไปถึงแนวโน้มการตรวจพบโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นในชาวเอเชีย และเทรนด์การออกกำลังกายที่ทำให้ผู้คนต้องการอาหารโปรตีนสูงเพิ่มมากขึ้น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดนมโอ๊ตเติบโตในภูมิภาคนี้

 

ยิ่งไปกว่านั้นคือ เมื่อเทียบกับนมพืชแบบอื่น นมโอ๊ตดูเป็นนมพืชที่สนุกกว่าใครด้วยรสชาติที่หลากหลาย ผู้ผลิตจากหลายแบรนด์ล้วนเข็นออกมาแข่งขันกัน ไม่ว่าจะเป็นรสเฮเซลนัท รสมอคค่า รสมะพร้าว ไปจนถึงรสเบอร์รี ทำให้ผู้คนติดใจกันเพราะมีรสชาติหวาน หอม อร่อย และหลากหลาย

 

แบรนด์นมโอ๊ตที่เราคุ้นเคยกันดีก็เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Oatly ที่มีบรรจุภัณฑ์น่ารัก มีลูกเล่น และตีตลาดด้วยวิธีที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น แทนที่พวกเขาจะวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป พวกเขาเลือกที่จะเข้าไปอยู่ในร้านกาแฟแทน

 

Oatly เริ่มจากการมองหาร้านกาแฟที่เป็นขวัญใจของคนรุ่นใหม่แล้วเข้าไปแนะนำผลิตภัณฑ์ อย่าง Intelligentsia Coffee ก็เป็นร้านกาแฟแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ที่มี Oatly วางจำหน่าย และพวกเขายังมีกิมมิกเล็กน้อยในเว็บไซต์ของตัวเองที่ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาค้นหาร้านกาแฟที่มี Oatly เป็นทางเลือกสำหรับกาแฟนมของพวกเขาได้อีกด้วย

 

ย้อนกลับไปกลางปีที่แล้ว Oatly บริษัทนมข้าวโอ๊ตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เข้า IPO เป็นที่เรียบร้อยแล้วในสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าการระดมทุนกว่า 1.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท 

 

โดยทันทีที่เข้าสู่กระดานหุ้น ราคาได้พุ่งจากราคา IPO ที่ 17 ดอลลาร์สหรัฐ มาเป็น 22 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มูลค่าบริษัทของ Oatly พุ่งขึ้นไปเป็น 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4.3 แสนล้านบาท

 

ส่วนแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูสีกันอย่าง Oatside ก็โดดเด่นด้วยดีไซน์บรรจุภัณฑ์ที่สีสันสดใสและสนุกขี้เล่น ด้วยตัวละครหมีในเสื้อฮาวายสีแดงที่โผล่ในทุกที่ ตั้งแต่กล่องนม เว็บไซต์ ป้ายโฆษณา รวมไปถึงคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ของพวกเขาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน สดใส น่ารัก และอาร์ตเวิร์กแบบเรียบง่ายโดนใจคนรุ่นใหม่

 

การจะตีตลาดคนรุ่นใหม่ก็ต้องโฟกัสที่เครื่องดื่มที่พวกเขาดื่มทุกวันอย่างกาแฟ ซึ่ง Oatly ก็เอาใจสายกาแฟด้วยการออกผลิตภัณฑ์พิเศษเป็นนมโอ๊ตสูตร Barista Edition ที่มีปริมาณไขมันสูงกว่า และ Oatside เองก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ออกนมโอ๊ตแบบ Barista Blend ออกมาเช่นกัน ด้วยนมโอ๊ตสูตรพิเศษเหล่านี้ ทำให้บาริสต้าสามารถใช้นมโอ๊ตเทลาเต้อาร์ตได้อย่างสวยงามไม่แพ้นมวัว ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากนมพืชอื่นที่ไม่สามารถทำได้

 

แต่นมโอ๊ตนั้นดีต่อสุขภาพขนาดนั้นจริงหรือ? ซูซานน์ ฟิชเชอร์ นักกำหนดอาหารและผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพ ให้ความคิดเห็นเอาไว้ว่า ผู้คนชอบนมโอ๊ตเพราะรสชาติที่เข้มข้นหวานมัน มีสารก่อภูมิแพ้ต่ำ แต่ว่ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย เพราะนมโอ๊ตนั้นมีโปรตีนที่ค่อนข้างต่ำต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

 

ฟิชเชอร์บอกว่า นมโอ๊ต 1 แก้วนั้นมีโปรตีนเพียงแค่ 3-4 กรัมเท่านั้น เมื่อเทียบกับนมแฟลกซ์ซีดหรือนมวัวที่มีโปรตีนถึง 8 กรัมต่อ 1 แก้ว ส่วน เจสสิก้า โอเวอร์ฟิลด์ นักโภชนาการ ก็ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับโปรตีนในนมโอ๊ตเอาไว้ว่า นมโอ๊ตเป็นนมทางเลือกที่มีปริมาณโปรตีนน้อยที่สุด สำหรับคนที่กินมังสวิรัติและมองหาโปรตีนในอาหารอยู่ก็ควรเลือกเป็นนมประเภทอื่นมากกว่า อย่างนมถั่วเหลืองหรือนมอัลมอนด์

 

มาดูทางด้านอื่นกันบ้าง ฟิชเชอร์ยังบอกเพิ่มเติมอีกว่านมโอ๊ตนั้นนอกจากจะมีปริมาณโปรตีนที่ต่ำแล้ว ยังจะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงถึง 15 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภคอีกด้วย ซึ่งนับว่าสูงมากทีเดียว เมื่อเทียบกับนมอัลมอนด์ที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตแค่ 1 กรัมเท่านั้น

 

อีกหนึ่งเหตุผลที่นมโอ๊ตอาจจะไม่ได้ดีต่อสุขภาพขนาดนั้นคือเอนไซม์ที่ใช้ย่อยข้าวโอ๊ตในกระบวนการผลิต ฟิชเชอร์บอกว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เอนไซม์นั้นคือน้ำตาลและมอลโตสที่ทำให้นมโอ๊ตมีรสชาติหวาน แต่ผลเสียของมันคือการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้รวดเร็ว เพราะน้ำตาลมอลโตสนั้นมีดัชนีน้ำตาลอยู่ที่ 105 ซึ่งสูงกว่าน้ำตาลกลูโคสด้วยซ้ำ

 

แต่เธอก็ได้ให้ทางเลือกไว้ว่า หากอยากดื่มนมโอ๊ตจริงๆ การดื่มนมโอ๊ตพร้อมกับกินอาหารที่มีปริมาณสารอาหารมากอย่างซีเรียลที่มีปริมาณเส้นใยสูง หรือข้าวโอ๊ตที่ปรุงสุกแล้วก็สามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องจำกัดปริมาณน้ำตาลในเลือด ก็ควรปรึกษานักโภชนาการก่อนที่จะเลือกดื่มนมโอ๊ต

 

ภาพ: denira / Shutterstock

อ้างอิง: 

The post ‘นมโอ๊ต’ ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพที่ ‘เจ๋งจริง’ หรือแค่เวทมนตร์ทางการตลาด? appeared first on THE STANDARD.

]]>