นพดล เภรีฤกษ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/นพดล-เภรีฤกษ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 15 Jun 2026 05:51:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สว. ร่วมกันยืนสงบนิ่ง น้อมถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ’ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ https://thestandard.co/senators-mourn-princess-bajrakitiyabha/ Mon, 15 Jun 2026 05:51:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1218458 ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย

ในการประชุมวุฒิสภาวันนี้ (15 มิถุนายน) ที่มี มงคล สุระส […]

The post สว. ร่วมกันยืนสงบนิ่ง น้อมถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ’ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย

ในการประชุมวุฒิสภาวันนี้ (15 มิถุนายน) ที่มี มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระปกติ มงคลได้เชิญให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมถวายความอาลัย และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อันหาที่สุดไม่ได้

 

โดยประธานการประชุมได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบประกาศสำนักพระราชวัง ลงวันที่ 12 มิถุนายน เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

 

ทั้งนี้ ในระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภาวันนี้ มีการตอบกระทู้ถามของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาเรื่องด่วน ให้ความเห็นชอบ นพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และเตรียมพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 9 คน

 

ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 1ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 2ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 3ภาพสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย 4

The post สว. ร่วมกันยืนสงบนิ่ง น้อมถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิตติยาภาฯ’ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎีกาแจง ประชามติยกเลิก MOU เป็นอำนาจต้องห้ามหลังยุบสภา https://thestandard.co/referendum-mou-prohibited-dissolution/ Wed, 17 Dec 2025 00:46:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1155541 กฤษฎีกาแจง ประชามติยกเลิก MOU เป็นอำนาจต้องห้ามหลังยุบสภา

วานนี้ (16 ธันวาคม) นพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมกา […]

The post กฤษฎีกาแจง ประชามติยกเลิก MOU เป็นอำนาจต้องห้ามหลังยุบสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎีกาแจง ประชามติยกเลิก MOU เป็นอำนาจต้องห้ามหลังยุบสภา

วานนี้ (16 ธันวาคม) นพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยความเห็นทางกฎหมายตามที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ว่าจะจัดให้มีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชานั้น คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมข้อมูลไว้แล้ว

 

แต่เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรจึงเกิดกรณีต้องพิจารณาว่า การจัดทำประชามติในเรื่องดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการกระทำอันมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือไม่ จึงได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นประกอบการพิจารณา

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การออกเสียงประชามติ (Referendum) แบ่งออกเป็นสองประเภท คือ การออกเสียงประชามติที่มีผลผูกพัน (Binding) กับการออกเสียงประชามติที่เป็นการปรึกษาหารือ (Consultation) โดยการออกเสียงประชามติที่มีผลผูกพันจะผูกพันองค์กรผู้ริเริ่มให้มีการออกเสียงประชามติ (รัฐสภา คณะรัฐมนตรี) ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อยุติ ที่ได้จากการประชามตินั้น

 

ดังจะเห็นได้จากการที่มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การออกเสียงที่จะถือว่า ‘มีข้อยุติ’ ในเรื่องที่จัดทำประชามติ ให้ใช้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง โดยคะแนนเสียงข้างมากต้องสูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น ดังนั้น การที่คณะรัฐมนตรีจะจัดให้มีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชาจึงต้องพิจารณาในเบื้องต้นก่อนว่าคณะรัฐมนตรีมุ่งหมายจะดำเนินการเพื่อให้มีข้อยุติ หรือเป็นเพียงการปรึกษาหารือผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

 

โดยหากคณะรัฐมนตรีมุ่งหมายจะดำเนินการเพื่อให้มีข้อยุติในเรื่องที่ทำประชามติเพื่อให้มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปตามข้อยุตินั้น ก็จะเข้าลักษณะเป็นการออกเสียงประชามติที่มีผลผูกพัน ซึ่งเมื่อได้ข้อยุติเป็นประการใด

 

คณะรัฐมนตรีทุกชุดก็จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อยุตินั้น ซึ่งหากเป็นดังนี้ก็จะเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากจะมีผลผูกพันให้คณะรัฐมนตรีชุดต่อๆ ไปที่จะต้องดำเนินการใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามผลการออกเสียงประชามตินั้นจนกว่าจะมีการประชามติใหม่และผลการประชามติเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

แต่หากคณะรัฐมนตรีมุ่งหมายเพียงปรึกษาหารือผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ คณะรัฐมนตรีก็ยังใช้ดุลพินิจได้ว่าสมควรจะดำเนินการตามผลที่ได้จากการออกเสียงประชามติหรือไม่ ก็จะไม่เข้าลักษณะต้องห้าม ซึ่งเมื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีแล้ว ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีมุ่งหมายที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามผลของการประชามติ

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงเห็นว่า การออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชา ภายหลังจากที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับแล้ว เข้าลักษณะเป็นการกระทำอันมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้เคยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติเรื่องนี้จึงต้องมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ได้เสียที่เกิดจาก MOU หรือการยกเลิก MOU ดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจรจาในเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอันอาจก่อให้เกิดข้อเสียเปรียบแก่ประเทศอย่างรุนแรงและไม่เป็นผลดีแก่ประเทศในภาพรวมขึ้นได้ สมควรที่คณะรัฐมนตรีจะได้พิจารณาผลกระทบด้านต่าง ๆ อย่างรอบคอบ

 

คณะรัฐมนตรีพิจารณาความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเห็นว่า การจัดให้มีการประชามติเรื่องดังกล่าวภายหลังจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร จะมีผลเป็นการผูกพันคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ
จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องทั่วกัน

The post กฤษฎีกาแจง ประชามติยกเลิก MOU เป็นอำนาจต้องห้ามหลังยุบสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ แจง คณะกรรมการฯ ไม่ได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.เงินตรา 2501 เหตุวินิจฉัยแล้วเมื่อปี 2550 https://thestandard.co/noppadon-act-2501-explain/ Sun, 29 Oct 2023 09:18:14 +0000 https://thestandard.co/?p=860170 พ.ร.บ.เงินตรา 2501

วันนี้ (29 ตุลาคม) นพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการ […]

The post โฆษกคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ แจง คณะกรรมการฯ ไม่ได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.เงินตรา 2501 เหตุวินิจฉัยแล้วเมื่อปี 2550 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พ.ร.บ.เงินตรา 2501

วันนี้ (29 ตุลาคม) นพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงข่าวกรณีการอ้างว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความกฎหมายว่าด้วยเงินตรา

 

โดยระบุว่า ตามที่มีการเสนอข่าวในสื่อมวลชนว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 ในประเด็นที่เกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนชี้แจงว่า คณะกรรมการกฤษฎีกามิได้มีการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 ตามที่มีการนำเสนอข่าว เนื่องจากการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 นั้น มีการวินิจฉัยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2550

 

พ.ร.บ.เงินตรา 2501

 

อ้างอิง: 

  • เพจเฟซบุ๊กสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

The post โฆษกคณะกรรมการกฤษฎีกาฯ แจง คณะกรรมการฯ ไม่ได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.เงินตรา 2501 เหตุวินิจฉัยแล้วเมื่อปี 2550 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎีกา เผยไม่มีร่าง พ.ร.ก. จำกัดความรับผิดฯ ส่งมาที่สำนักงานแต่อย่างใด https://thestandard.co/krisdika-say-no-the-royal-decree-on-limiting-liability-send-to-office/ Tue, 10 Aug 2021 06:02:32 +0000 https://thestandard.co/?p=523659 กฤษฎีกา

วันนี้ (10 สิงหาคม) นพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสํานักงานคณะกรรมก […]

The post กฤษฎีกา เผยไม่มีร่าง พ.ร.ก. จำกัดความรับผิดฯ ส่งมาที่สำนักงานแต่อย่างใด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎีกา

วันนี้ (10 สิงหาคม) นพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงว่า ตามที่มีการเสนอข่าวว่าได้มีการเสนอร่างพระราชกําหนด (พ.ร.ก.) จํากัดความรับผิดสําหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. …. มาให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วนั้น

 

สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนชี้แจงว่า ร่างกฎหมายนี้ไม่ได้มีการเสนอมายังสํานักงานฯ เพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา จึงเรียนมาเพื่อทราบทั่วกัน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งแวดวงการเมืองและประชาชน โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียว่าการออกกฎหมายลักษณะดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดความรับผิดของบุคลากรสาธารณสุข หรือรวมไปถึงบุคคลที่ทำหน้าที่บริหารจัดการวัคซีนด้วยหรือไม่

The post กฤษฎีกา เผยไม่มีร่าง พ.ร.ก. จำกัดความรับผิดฯ ส่งมาที่สำนักงานแต่อย่างใด appeared first on THE STANDARD.

]]>