ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า ธุรกิจโรงแรม-ที่ […]
The post KResearch เผยธุรกิจโรงแรมไทยซุกความเปราะบาง ยอดปิดกิจการพุ่ง 42% ผู้ประกอบการกว่า 38% แบกภาวะขาดทุนสะสม 3 ปีซ้อน เตือนปี 2570 ยังเผชิญโจทย์ท้าทาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า ธุรกิจโรงแรม-ที่พักไทย ‘ปิดกิจการ’ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นสูงถึง 42% (YoY) นอกจากนี้ กว่า 38% ของผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักมีผลประกอบการขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน โดยเฉพาะปี 2568 51% ของผู้ประกอบการมีผลประกอบการขาดทุน เตือนปี 2570 ธุรกิจโรงแรมและที่พักไทยจ่อเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุว่า ธุรกิจโรงแรมและที่พักมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ ด้วยมูลค่าตลาดคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 5.7% ของ GDP (ณ ราคาปัจจุบัน ปี 2569)
โดยผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแรมและที่พักมีจำนวน 1.5 หมื่นราย (ตามข้อมูล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ เดือนกันยายน 2569) และกว่า 98% เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก และมีการจ้างงานอยู่ที่ประมาณ 4.3 แสนคน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1% ของจำนวนการจ้างงานทั้งหมด (ตามข้อมูล รายงานบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยวปี 2568, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในปี 2569 รายได้ธุรกิจโรงแรมและที่พักจะมีมูลค่าราว 1.1 ล้านล้านบาท เติบโต 2.6% จากปี 2568 รวมรายได้จากการเข้าพักของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงรายได้อื่นๆ อย่างการจัดงานสัมมนาและประชุม
อย่างไรก็ตาม แรงขับเคลื่อนกลับชะลอลง ตามการฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และผู้ประกอบการบางกลุ่มยังมีความเปราะบางสูง สะท้อนผ่านเครื่องชี้ทางธุรกิจที่สำคัญ ดังนี้
อย่างไรก็ดี การจดทะเบียนยกเลิกกิจการอยู่ในทิศทางที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จำนวนโรงแรมและที่พักที่จดทะเบียนเลิกกิจการเพิ่มขึ้นสูงถึง 42% (YoY) หรือมีจำนวน 148 ราย
สำหรับทิศทางธุรกิจโรงแรมและที่พักปี 2570 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ยังคงมีความเปราะบาง บริบทการดำเนินธุรกิจนับจากนี้มีความซับซ้อนกว่าที่เคย จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ชะลอการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและดันต้นทุนสูงขึ้น ควบคู่กับปัจจัยท้าทายด้านกฎระเบียบและวิกฤตภูมิอากาศ ซึ่งกระทบต่อศักยภาพการทำกำไรของผู้ประกอบการ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2570 การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอาจอยู่ที่ประมาณ 31-33 ล้านคน หดตัว 1% ถึงขยายตัว 5% (YoY) จากที่หดตัว 4% ในปี 2569 โดยกลุ่มที่ยังต้องระวัง คือ ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล อาทิ ยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีระยะเวลาพำนักในไทยที่ยาวกว่าตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้
สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลทำให้ในปี 2570 อัตราการเข้าพักของสถานพักแรมทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 69.58%-71.69% หดตัว 2% ถึงขยายตัว 1% จากที่ลดลง 0.1% ในปี 2569 ซึ่งกระทบรายได้ของผู้ประกอบการบางกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง
ภาพ: Nathan Mee / Shutterstock
The post KResearch เผยธุรกิจโรงแรมไทยซุกความเปราะบาง ยอดปิดกิจการพุ่ง 42% ผู้ประกอบการกว่า 38% แบกภาวะขาดทุนสะสม 3 ปีซ้อน เตือนปี 2570 ยังเผชิญโจทย์ท้าทาย appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปี 2026 ยังเป็นอีกปีที่วงการโรงแรมไทยคึกคักเป็นพิเศษ ตั […]
The post 10 New Hotels รวมโรงแรมใหม่ 3Q แรก ปี 2026 ที่พร้อมให้เราพุ่งตัวไปนอน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปี 2026 ยังเป็นอีกปีที่วงการโรงแรมไทยคึกคักเป็นพิเศษ ตั้งแต่แบรนด์ระดับโลกที่เลือกประเทศไทยเป็นหมุดหมายแรกอย่าง Fairmont, Canopy, Grand Nikko และ RIU ไปจนถึงชื่อคุ้นเคยที่กลับมาในบทใหม่อย่าง THE BARAI และโรงแรมเก่าแก่บนถนนสุรวงศ์ที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในชื่อ voco Bangkok Surawong
และในเมื่อผ่านมาสามไตรมาส หลายโรงแรมที่เราเคยเห็นคำว่า ‘Coming Soon’ ก็เปิดประตูต้อนรับแขกกันจริงๆ แล้ว LIFE จึงรวบรวมโรงแรมเปิดใหม่ในไทยประจำปี 2026 ที่ตอนนี้สามารถจองแล้วเก็บกระเป๋าไปนอนได้เลยมาให้เลือกกัน

กรุงเทพฯ | มกราคม 2026
เริ่มต้นปีด้วยการมาถึงของ voco แห่งแรกในประเทศไทย แบรนด์ Premium Collection ของ IHG ที่เลือกปักหมุดบนถนนสุรวงศ์ โดยนำพื้นที่ของ The Tawana Bangkok โรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่ย่านมาหลายสิบปี กลับมาตีความใหม่ ความน่าสนใจอยู่ที่การเก็บกลิ่นอาย Brutalist Modernism ของอาคารเดิมไว้ แล้วเติมความสดใสและเป็นกันเองตามคาแรกเตอร์ของ voco เข้าไป จนกลายเป็นโรงแรมเมืองที่เชื่อมอดีตของสุรวงศ์เข้ากับกรุงเทพฯ ยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

กรุงเทพฯ | กันยายน 2026
หนึ่งในโรงแรมระดับตำนานของกรุงเทพฯ กลับมาในโฉมใหม่ หลัง Anantara Siam Bangkok Hotel ผ่านการปรับปรุงครั้งใหญ่ ตั้งแต่ห้องพักและห้องสวีท พื้นที่ส่วนกลาง Kasara Executive Lounge ห้องประชุม ไปจนถึงสระว่ายน้ำและฟิตเนส โดยยังคงเอกลักษณ์ของอาคารเดิมที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1983 ทั้งเพดานสูง งานไม้ จิตรกรรมบนผ้าไหม และสวนทรอปิคัลใจกลางราชดำริเอาไว้
การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ได้พยายามเปลี่ยน Anantara Siam ให้กลายเป็นโรงแรมใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำเสน่ห์ของ ‘Grand Dame’ แห่งกรุงเทพฯ มาปรับให้เข้ากับการพักผ่อนยุคปัจจุบันมากขึ้น ไฮไลต์มีตั้งแต่ห้องพักและสวีทที่ปรับโฉมใหม่ ไปจนถึง Garden Pool Villa และ Two Bedroom Jim Thompson Explorer Suite เหมาะกับทั้งคนที่เคยผูกพันกับโรงแรมแห่งนี้ และคนรุ่นใหม่ที่อยากทำความรู้จักหนึ่งในโรงแรมคลาสสิกของกรุงเทพฯ อีกครั้ง

กรุงเทพฯ | สิงหาคม 2026
รอกันมาหลายปี ในที่สุด Fairmont ก็ปักหมุดโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทย โดยเลือกสุขุมวิทซอย 20 เป็นบ้าน พร้อมห้องพักและห้องสวีทรวม 474 ห้อง และวางตัวเป็น Urban Luxury Hotel ที่ไม่ได้อยากเป็นเพียงสถานที่สำหรับเข้าพัก แต่ตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่งจุดนัดพบแห่งใหม่ของสุขุมวิท
แนวคิดหลักของโรงแรมคือ ‘The Blooming Stage’ เปรียบโรงแรมเป็นเวทีที่ผู้คน เรื่องราว และวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ มาเจอกัน ภายในจึงมีทั้งพื้นที่ Wellness ห้องจัดเลี้ยงและ Ballroom ขนาดใหญ่ รวมถึงร้านอาหารและบาร์หลายคอนเซปต์ที่ตั้งใจดึงคนกรุงเทพฯ ให้เข้ามาใช้ชีวิตในโรงแรมแม้ไม่ได้เข้าพัก นับเป็นหนึ่งใน Luxury Opening ครั้งสำคัญของกรุงเทพฯ ในปีนี้

กรุงเทพฯ | สิงหาคม 2026
สุขุมวิทซอย 12 กลายเป็นบ้านหลังแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Canopy by Hilton แบรนด์ Lifestyle Hotel ในเครือ Hilton ที่ชูแนวคิด ‘Neighborhood’ หรือการทำให้โรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของย่าน ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับเข้าพัก ที่นี่มีห้องพัก 174 ห้อง พร้อมบรรยากาศสนุก เป็นกันเอง และหยิบความเป็นกรุงเทพฯ มาเล่าโดยไม่ต้องพยายาม ‘ไทยจ๋า’ จนเกินไป
ความสนุกอยู่ที่งานดีไซน์ซึ่งนำเรื่องราวรอบสุขุมวิทมาตีความใหม่ ตั้งแต่อดีตของโรงถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ไปจนถึงกลิ่นอายอุตสาหกรรมของท่าเรือคลองเตย เสริมด้วย 4 ร้านอาหารและบาร์ ได้แก่ Luso, Cante, SoolHaus และ Glint รูฟท็อปพูลบาร์ รวมถึง City Curator ที่ทำหน้าที่พาแขกออกไปทำความรู้จัก Neighborhood รอบโรงแรม เหมาะกับคนที่อยากพักกลางสุขุมวิท แต่ยังได้สัมผัสกรุงเทพฯ ในมุมที่มีเรื่องราวมากกว่าแค่ห้าง ร้านอาหาร และรถไฟฟ้า

เชียงราย | กรกฎาคม 2026
ทางเหนือก็มีโรงแรมใหม่ที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน เมื่อ Hilton เลือกเชียงรายเป็นหมุดหมายแรกในภาคเหนือ เปิด Kahavadi Chiang Rai, Curio Collection by Hilton รีสอร์ตริมแม่น้ำกกขนาด 167 ห้อง และถือเป็นการมาถึงเชียงรายครั้งแรกของแบรนด์ Curio Collection by Hilton
คอนเซปต์ของโรงแรมหยิบเรื่องราวของ ‘คฤหาสน์พ่อค้า’ และอดีตของเชียงรายในฐานะเมืองแห่งการค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมาตีความใหม่ ผ่านสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายล้านนา งานคราฟต์และผลงานของศิลปินท้องถิ่น ไปจนถึงประสบการณ์ที่พาแขกทำความรู้จักภาคเหนือมากขึ้น ทั้งอาหารเหนือ คลาสทำอาหาร ปั่นจักรยานเที่ยววัด และ eForea Spa ที่มีทรีตเมนต์ ‘ตอกเส้น’ แบบล้านนา
โรงแรมตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 10 นาที และอยู่ไม่ไกลจากวัดร่องเสือเต้น จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่อยากเที่ยวเชียงรายผ่านมุม Contemporary Lanna โดยไม่ทิ้งความเป็น Destination Resort

หัวหิน | มิถุนายน 2026
ชื่อ THE BARAI อาจไม่ใช่ชื่อใหม่สำหรับสาย Wellness เพราะที่นี่เริ่มต้นจากเดสติเนชันสปาที่อยู่คู่หัวหินมานานเกือบ 20 ปี แต่ปี 2026 ถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ครั้งใหญ่ เมื่อ THE BARAI ขยายจากสปาสู่บูทีครีสอร์ตริมทะเลเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตัวในฐานะ The Unbound Collection by Hyatt แห่งแรกในประเทศไทย
รีสอร์ตมีห้องพักและสวีทรวม 98 ห้อง โดยยังคงสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ THE BARAI ที่หยิบแนวคิดเรื่องธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม และไฟ มาเป็นหัวใจ พร้อมต่อยอดประสบการณ์ Wellness ให้ครอบคลุมทั้งสปา โยคะ การเคลื่อนไหว อาหาร และกิจกรรมต่างๆ ผ่านแนวคิด ‘Sanook’ หรือการดูแลตัวเองที่ไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดเสมอไป เหมาะกับคนที่อยากใช้วันหยุดพักทั้งร่างกายและใจ โดยยังได้บรรยากาศสบายๆ ของทะเลหัวหินไปพร้อมกัน

เขาหลัก พังงา | มกราคม 2026
อีกหนึ่งโรงแรมที่กลับมาในบทใหม่ หลัง La Flora Group เข้าซื้อ Mukdara Beach Villa & Spa Resort และปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ ก่อนเปิดตัวอีกครั้งในชื่อ La Solaya Khao Lak รีสอร์ตลักชัวรีระดับ 5 ดาวริมชายหาดบางเนียง ที่ยังคงข้อดีเรื่องทำเลติดทะเลและบรรยากาศสงบแบบเขาหลักเอาไว้ แต่ปรับทั้งห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง ภูมิทัศน์ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ร่วมสมัยขึ้น
ที่พักมีทั้งห้องพักและวิลล่าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Deluxe Room ไปจนถึง Pool Villa ดีไซน์เน้นโทนธรรมชาติและความเรียบง่าย พร้อมพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตช้าๆ ตั้งแต่สระว่ายน้ำ Wellness ไปจนถึง SolMare ห้องอาหารริมหาดสำหรับนั่งกินมื้อเย็นพร้อมชมพระอาทิตย์ตก เหมาะกับคนที่อยากหลบความวุ่นวาย แล้วปล่อยวันหยุดให้เดินไปตามจังหวะของทะเลแบบไม่ต้องรีบร้อน

กรุงเทพฯ | เมษายน 2026
โรงแรม Grand Nikko แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเปิดรับแขกตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2026 บนถนนสาทรใต้ พร้อมนำแนวคิดการบริการแบบญี่ปุ่นหรือ Omotenashi มาผสมกับความอบอุ่นแบบไทย ตัวโรงแรมเปิดให้บริการทั้งห้องพักและเรสซิเดนซ์รวม 405 ห้อง ภายใต้คอนเซปต์ ‘Waterside Guesthouse’ ที่ใช้ ‘น้ำ’ เป็นตัวเชื่อมความงามแบบไทยและญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน
นอกจากห้องพักแล้ว ที่นี่ยังมีทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สปาโดย divana® และร้านอาหารหลายคอนเซปต์ ตั้งแต่ SANUK ไปจนถึงอาหารญี่ปุ่นและเทปปันยากิ ก่อนขึ้นไปจบวันที่ TENKU 33 รูฟท็อปบาร์บนชั้น 33 เหมาะกับคนที่ชอบความเรียบเนี้ยบแบบ Japanese Hospitality แต่ยังอยากอยู่ใจกลางย่านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ

พัทยา ชลบุรี | ตุลาคม 2026
พัทยามีแลนด์มาร์กใหม่สำหรับสาย Family อีกแห่งกับ Grande Centre Point Voyage Pattaya โรงแรมใหม่ล่าสุดจาก Grande Centre Point ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 พร้อมคอนเซปต์ ‘The Borderless Journey’ ที่ตั้งใจทำให้การเข้าพักสนุกเหมือนออกเดินทางไปยังโลกอีกใบ
โรงแรมมีห้องพักและห้องสวีทรวม 494 ห้อง โดยทุกห้องมองเห็นวิวทะเล แต่ไฮไลต์จริงๆ อยู่ที่สารพัดกิจกรรมซึ่งทำให้ที่นี่มีความเป็น Destination Hotel เต็มตัว ตั้งแต่ Time Traveller Water Park สวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร, Voyage Circuit สนามโกคาร์ตไฟฟ้า, Midnight Nebula พื้นที่เกมและความบันเทิง ไปจนถึง The Sand Theatre รวมถึงร้านอาหารและบาร์อีก 9 คอนเซปต์ เหมาะกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากได้โรงแรมแบบเช็กอินแล้วมีอะไรให้ทำได้ตั้งแต่เช้าจนค่ำ

ภูเก็ต | กันยายน 2026
อีกหนึ่งแบรนด์โรงแรมระดับโลกที่เข้ามาปักหมุดในประเทศไทยเป็นครั้งแรกปีนี้กับ RIU Hotels & Resorts เชนโรงแรมสัญชาติสเปนที่เลือกหาดไม้ขาวเป็นบ้านของ Hotel Riu Palace Phuket รีสอร์ต 5 ดาวขนาดใหญ่ 504 ห้อง และนำโมเดล All-Inclusive ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของแบรนด์เข้ามาเต็มรูปแบบ
ที่นี่ให้บริการแบบ 24-Hour All-Inclusive ครอบคลุมตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่ม ไปจนถึงกิจกรรมต่างๆ ภายในรีสอร์ต พร้อม 6 ห้องอาหาร 7 บาร์ 4 สระว่ายน้ำ และ Elite Club by RIU สำหรับคนที่ต้องการประสบการณ์พิเศษขึ้นอีกระดับ เหมาะกับวันหยุดประเภทที่อยากเช็กอินแล้ววางแผนให้น้อยที่สุด เพราะแทบทุกอย่างที่ต้องการสำหรับการพักผ่อนรวมอยู่ในรีสอร์ตเรียบร้อยแล้ว
ภาพ: Courtesy of Brands
The post 10 New Hotels รวมโรงแรมใหม่ 3Q แรก ปี 2026 ที่พร้อมให้เราพุ่งตัวไปนอน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในฐานะสื่อที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดด้าน Longevity เรากล้ […]
The post ลูกค้าต้องเช็คเอาท์กลับไปพร้อมกายใจที่ดีกว่าตอนเช็คอิน Novotel ยกเครื่องประสบการณ์เข้าพักผ่านวิสัยทัศน์ใหม่ Longevity Everyday appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในฐานะสื่อที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดด้าน Longevity เรากล้าพูดได้อย่างชัดถ้อยชัดคำว่าตลอดทั้งปี 2026 ที่ผ่านมา หรือในช่วงตลอดระยะเวลา 8 เดือนมานี้ ความตระหนักรู้ ตื่นตัวของผู้คนที่มีต่อแนวคิด Longevity ค่อนข้างชัดเจน ทั้งยังแผ่ขยายในวงกว้างรวดเร็วจนกลายเป็นปรากฏการณ์
เราได้เห็นสังเวียน Hyrox และ Gym แต่ละแห่ง หรือแม้แต่สวนสาธารณะกลายเป็นพื้นที่แฮงก์เอาท์ของคอมมูนิตีคนใส่ใจสุขภาพ ควบคู่กับกิจกรรมอย่าง Ice Bath หรือการ Retreat หลากรูปแบบที่ผู้คนเลือกทำเพื่อพักฟื้นกาย-ใจ
นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้ Novotel (โนโวเทล) แบรนด์โรงแรมระดับโลกในเครือ Accor (แอคคอร์) ปรับรูปแบบการให้บริการให้สอดรับกับแนวคิด Longevity พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ “Longevity Everyday” ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการส่งมอบและยกระดับประสบการณ์การพักผ่อนรูปแบบใหม่ที่แตกต่างให้กับแขกทุกคน

แครี่ ฮีลีย์ (Kerry Healy) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์โรงแรมระดับพรีเมียม มิดสเกล และโรงแรมราคาประหยัด ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา ตุรกี และเอเชียแปซิก จาก Accor (Chief Commercial Officer, Middle East, Africa, Asia Pacific, Premium, Midscale & Economy, Accor) ได้อธิบายกับ THE STANDARD LIFE ถึงวิสัยทัศน์ Longevity Everyday ไว้ว่า
เป็นแนวคิดที่แบรนด์ Novotel นำเข้ามาใช้ยกระดับบทบาทของโรงแรมให้เป็นมากกว่าสถานที่พักผ่อน โดยจะต้องส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของผู้เข้าพักในทุกมิติและในทุกขั้นตอนประสบการณ์ให้กับแขกหลายล้านคนทั่วโลก
เหตุผลหลัก ๆ ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แครีให้มุมมองว่ามาจากการที่แนวคิดเรื่อง Longevity ในปัจจุบัน ได้ก้าวข้ามการเป็นแค่คอนเซปต์ด้านการมีสุขภาพดีที่เข้าถึงเฉพาะกลุ่มไปแล้ว ในทางตรงกันข้าม มันคือพลวัตการเปลี่ยนแปลงเชิงไลฟ์สไตล์ของผู้คนในทุกช่วงกลุ่มวัยและเซกเมนต์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการเดินทางท่องเที่ยวอย่างชัดเจน

“เราได้เห็นทั้งดีมานด์ของทั้งเทรนด์การเที่ยวแบบ Sleep tourism (เปลี่ยนที่นอน เน้นขลุกตัวในห้องเพื่อเน้นพักผ่อนจริง ๆ จัง ๆ เป็นหลัก), Plant-forward dining เน้นทานพืชผักเป็นหลัก หรือ Slow travel ที่เน้นเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ แต่ได้เก็บเกี่ยวทุกช่วงเวลา ทุกโมเมนต์สำคัญ
“ในมุมหนึ่ง Longevity อาจถูกตีความว่าจำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงหรือเข้าถึงยาก แต่เพราะเหตุผลข้างต้นนี้ที่ทำให้เราสร้างสรรค์แนวคิด Novotel’s Longevity Everyday ขึ้นมา เพื่อให้เห็นว่าเรื่อง Longevity และการเข้าพักในโรงแรม ไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกัน”
“ตลอด 60 กว่าปีที่ผ่านมา เราได้ช่วยนักเดินทางและแขกจำนวนมากให้หาสมดุลในชีวิตของพวกเขา Longevity Everyday จึงเป็นการต่อยอดมรดกความตั้งใจของเราในการให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่เรียบง่ายในแต่ละวันแต่ช่วยให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้นอย่างยั่งยืน” ผู้บริหารหญิงแห่ง Accor บอกกับ THE STANDARD LIFE

หลัก ๆ แล้ว Longevity Everyday ถูกตีความผ่านการเอามุมมองของการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เข้ามาเบลนด์ผสมรวมกับประสบการณ์การเข้าพักในโรงแรม โดยมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมและกิจวัตรง่าย ๆ ในแต่ละวันที่ทุกคนสามารถทำได้จริง ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ซึ่งประกอบไปด้วย
นอกจากนี้ยัง มีการรวมตัวของผู้นำทางความคิดทั่วโลก ภายใต้ Novotel 37 Collective
คอมมูนิตี้ที่รวบรวมผู้สร้างแรงบันดาลใจจากหลากหลายวงการทั่วโลก ผู้เชื่อในการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่สะสมต่อเนื่องจนกลายเป็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่การเคลื่อนไหวร่างกาย โภชนาการ ความสัมพันธ์ ไปจนถึงการพักผ่อน เพื่อสะท้อนหลากหลายมิติของการใช้ชีวิตที่สมดุลและดีขึ้นในทุกวัน
โดยตัวเลข 37 สะท้อนแนวคิดง่าย ๆ ว่า การพัฒนาตัวเองขึ้น 1% ในทุกวัน สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้มากถึง 37 เท่าเมื่อถึงสิ้นปี

สิ่งที่เราชื่นชอบเป็นอย่างมากคือคำอธิบายของ แครี่และ Novotel ที่ทำให้เราเห็นถึงความเข้าใจที่พวกเขามีต่อแขกผู้เข้าพักทุกคนในมุมมองด้าน Longevity จนทำให้เป้าหมายการให้บริการของแบรนด์ผ่านวิสัยทัศน์ใหม่ถูกถ่ายทอดออกมาชัดเจนในตัวเองอย่างลงตัว
คำอธิบายที่ว่าคือ นักเดินทางและแขกผู้เข้าพักส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ต่างก็ต้องการได้รับประสบการณ์ที่ช่วยให้พวกเขารู้สึก “ดีขึ้น” ในทางใดทางหนึ่ง เรื่อยไปจนถึงทำให้พวกเขาได้รีเซ็ตกายและใจตัวเองแบบย่อม ๆ (Micro Reset)
ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ โรงแรมจึงกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์การมีสุขภาวะที่ดีไปโดยปริยาย ทั้งการสนับสนุนการพักผ่อน การได้พักฟื้นจิตใจ การมีกิจกรรมรูทีนที่ช่วยเรื่องการมีสุขภาพที่ดี โรงแรมไม่ได้เป็นเพียงแค่ฉากหลังของวันหยุดและการพักผ่อนอีกต่อไป ในทางกลับกันโรงแรมต้องผนวกรวมตัวเองเข้าไปเป็นองค์ประกอบที่สำคัญให้กับแขกผู้เข้าพักให้ได้สำเร็จ
“ในอนาคตต่อจากนี้ สิ่งที่ Novotel ทั่วโลกต้องทำไม่ใช่แค่การอำนวยความสะดวกด้านที่พักให้แขก แต่พวกเราต้องช่วยให้แขกทุกคนได้เช็คเอาท์กลับออกไปด้วยกาย ใจ และสุขภาพองค์รวมแบบที่ดีกว่าตอนที่พวกเขาเช็คอินและมาถึงยังโรงแรมของเรา” แครี่ กล่าว

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมาก ๆ และเป็นสิ่งที่ THE STANDARD LIFE ชื่นชอบก็คือ แนวคิด 4 เสาหลักของ Longevity Everyday ไม่ใช่การประกาศแนวคิดแบบฟุ้ง ๆ หรือสโลแกนสวยหรูทางการตลาดที่ยากต่อการจับต้องแต่อย่างใด เพราะทั้ง 4 เสาหลักล้วนแล้วแต่มี Evidence ที่จับต้องได้จริงจากประสบการณ์ของแขกและลูกค้าที่เข้าพักแทบทั้งสิ้น
โดยความตั้งใจของ Novotel คือการขับเคลื่อน Longevity ให้ไม่ได้เป็นแค่ทฤษฎี แต่จะต้องสัมผัส รู้สึกได้จริงผ่านประสบการณ์ระหว่างการเข้าพักในโรงแรมกว่า 600 แห่งจาก 70 กว่าประเทศทั่วโลก

เช่นเดียวกับเสาด้าน Sleep ที่แครี่ระบุว่า Novotel มีแผนยกระดับมาตรฐานเตียงนอน ด้วยการติดตั้งเตียงระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมโรงแรมทั่วโลกภายในปี 2030 พร้อมคำแนะนำจาก โอลิเวีย อาเรซโซโล (Olivia Arezzolo) ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก Novotel 37 Collective เพื่อมอบประสบการณ์การนอนหลับที่ดียิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เสาด้าน Eat ที่มุ่งสานต่อเป้าหมายในการเพิ่มทางเลือกเมนูที่เน้นพืชเป็นหลัก (Plant-forward) ให้กลายเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายและเลือกได้โดยไม่ต้องคิดมาก เพราะความพิเศษของเมนูเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่การเป็นอาหารมังสวิรัติเท่านั้น แต่อยู่ที่รสชาติและความโดดเด่นในแบบของตัวเอง โดยตั้งเป้าให้เมนู Plant-forward มีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 25% ของเมนูทั้งหมดในโรงแรม Novotel ทั่วโลกภายในสิ้นปี 2026
นอกจากนี้ Novotel ยังร่วมมือกับ อัลฟี สไตเนอร์ (Alfie Steiner) เชฟจากสหราชอาณาจักรผู้โดดเด่นด้านการรังสรรค์เมนูอาหารจากพืชที่สร้างสรรค์และเข้าถึงง่าย เพื่อพัฒนาเมนูอาหารชุดใหม่ ซึ่งเริ่มทยอยให้บริการในโรงแรม Novotel ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 ขณะเดียวกัน Novotel ยังสานต่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ WWF หรือองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล เพื่อร่วมผลักดันความยั่งยืนด้านอาหารทะเล
โดยทุกเมนูได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทั้งคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติที่อร่อย เน้นวัตถุดิบจากพืช (Plant-based) เป็นหลัก พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกโรงแรมสามารถปรับรายละเอียดของเมนูเหมาะสมกับบริบทและวัตถุดิบในแต่ละพื้นที่
ฝั่ง Move นั้น Novotel ยังส่งเสริมการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันผ่านฟิตเนสและสระว่ายน้ำ เพื่อให้แขกยังคงแอ็กทีฟได้แม้ระหว่างเดินทาง พร้อมจับมือกับ โก-ลี วาสต์ (Kauli Vaast) นักกีฬาโต้คลื่นดีกรีเหรียญทองโอลิมปิก และ ฮาเวียร์ ปาสตอเร (Javier Pastore) อดีตนักฟุตบอลสโมสร Paris Saint-Germain (PSG) จาก Novotel 37 Collective ที่มาร่วมแบ่งปันการสร้างสมดุลให้ชีวิตประจำวัน โดย Kauli ให้ความสำคัญกับการสร้างกิจวัตร กินอาหารที่ดี และรับฟังร่างกาย ขณะที่ Javier ยังคงยึดกิจวัตรแบบสมัยเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ เติมพลังให้ร่างกายด้วยสิ่งดี ๆ ควบคู่กับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
และเสาสุดท้าย Meet แครี่ระบุว่า Novotel ถือเป็นแบรนด์โรงแรมที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าเป็นโรงแรมที่เป็นมิตรกับครอบครัว (Family-Friendly) สะท้อนผ่านสิทธิประโยชน์และโปรแกรมต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อให้การเดินทางพร้อมเด็กเข้าถึงง่าย สะดวกสบาย และไร้ความกังวลมากยิ่งขึ้น
หนึ่งในนั้นคือ Family Offer ที่เปิดโอกาสให้เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี สูงสุด 2 คน สามารถเข้าพักพร้อมอาหารเช้าฟรี เมื่อเข้าพักร่วมกับผู้ปกครองในห้องเดียวกัน และรับส่วนลด 50% สำหรับห้องพักที่สองสำหรับเด็ก ช่วยให้ทุกครอบครัวมีโอกาสใช้เวลาคุณภาพร่วมกันได้มากขึ้น

โดยภาพรวมแล้ว Meet ไม่ได้หมายถึงเพียงการพาผู้คนมาพบเจอกัน แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย สะท้อนมุมมองของ Novotel ที่เชื่อว่า สุขภาวะที่ดีไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเรา แต่ยังครอบคลุมไปถึงผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมรอบตัว
และอย่างที่แครี่อธิบาย นี่คือเป้าหมายสำคัญของ Novotel Longevity Everyday ที่ต้องการช่วยให้แขกเลือกสิ่งที่ดีขึ้นให้กับตัวเอง ทั้งในแง่ของร่างกาย จิตใจ และสุขภาวะโดยรวม
แครี่ยังให้ข้อมูลทิ้งท้ายกับ THE STANDARD LIFE ว่า “จากงานวิจัยที่เราอ้างอิง พบว่า การเชื่อมโยงทางสังคม การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนล้วนมีส่วนเสริมในการมีความสุขและสุขภาพที่ดีของผู้คนในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้เราผนวกรวม Meet เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทั้ง 4 เสาหลัก
“Novotel เราให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่และประสบการณ์ในการโอบล้อมผู้คนเข้าด้วยกันแบบเป็นธรรมชาติในแบบที่ไม่ฝืน ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว กลุ่มชุมชนท้องถิ่น หรือนักธุรกิจที่เดินทางมาทำงาน เมื่อพวกเขาเชื่อมต่อกันได้อย่างดี พวกเขาก็จะใช้ชีวิตได้ดีขึ้น รู้สึกดีขึ้น และท้ายที่สุดคือมีชีวิตที่ดีขึ้นแบบองค์รวมนั่นเอง”
หากอยากสัมผัสประสบการณ์แบบ Longevity Everyday ของ Novotel และอยากรู้จักแนวคิดดังกล่าวให้มากขึ้น สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://novotel.accor.com/a/th/novotel-experience/Longevity.html
The post ลูกค้าต้องเช็คเอาท์กลับไปพร้อมกายใจที่ดีกว่าตอนเช็คอิน Novotel ยกเครื่องประสบการณ์เข้าพักผ่านวิสัยทัศน์ใหม่ Longevity Everyday appeared first on THE STANDARD.
]]>
เหล่าสาวก Aman ที่รอให้แบรนด์ปักหมุดในมัลดีฟส์มานาน เตร […]
The post Amanolu โรงแรม Aman แห่งแรกในมัลดีฟส์ เปิดปี 2028 พร้อม 16 Residences ที่แต่ละหลังมีเกาะส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.
]]>
เหล่าสาวก Aman ที่รอให้แบรนด์ปักหมุดในมัลดีฟส์มานาน เตรียมตัวกันได้เลย เพราะในที่สุดก็ประกาศเปิดตัว Amanolu รีสอร์ตแห่งแรกของแบรนด์ในมัลดีฟส์ ซึ่งจะตั้งอยู่ใน Vaavu Atoll และมีกำหนดเปิดในปี 2028
โดยชื่อ Amanolu มาจากการรวมคำว่า Aman ซึ่งในภาษาสันสกฤตหมายถึง ‘ความสงบ’ เข้ากับ Olu ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกบัวสาย หรือ Water Lily ซึ่ง Aman เชื่อมโยงกับความสงบ การเริ่มต้นใหม่ และธรรมชาติ


ตัวรีสอร์ตได้รับการออกแบบโดย Kerry Hill Architects (KHA) สตูดิโอที่ทำงานร่วมกับ Aman มาอย่างยาวนาน โดยจะมีห้องพักทั้งหมด 52 ห้อง และแยกพื้นที่บางเกาะออกมาเป็นโซนเฉพาะสำหรับ Wellness และกิจกรรมต่างๆ แนวคิดด้านสถาปัตยกรรมยังคงเป็นภาษาที่เราคุ้นเคยจาก Aman คือใช้โครงสร้างที่ค่อนข้างเรียบ เปิดพื้นที่ภายในออกสู่ภูมิทัศน์ และพยายามทำให้เส้นแบ่งระหว่างตัวอาคารกับทะเลรอบๆ เบาบางที่สุด
แต่ส่วนที่ทำให้ Amanolu น่าสนใจเป็นพิเศษน่าจะเป็น Aman Residences 16 หลัง เพราะแทนที่จะสร้างรวมกันอยู่บนเกาะเดียว บ้านแต่ละหลังจะมี เกาะส่วนตัวเป็นของตัวเอง บ้านทั้งหมดมี 5 ห้องนอน พื้นที่ใช้ชีวิตทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ ชายหาดส่วนตัว สระว่ายน้ำยาว 25 เมตร ที่พักสำหรับทีมงาน และท่าจอดเรือส่วนตัว บางเกาะออกแบบให้หันรับพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก ขณะที่บางหลังทอดตัวจากชายหาดด้านหนึ่งไปยังอีกด้านของเกาะเลยทีเดียว


อีกอย่างที่ต่างจากรีสอร์ตมัลดีฟส์ทั่วไปคือ Amanolu วางฟังก์ชันบางส่วนไว้บนเกาะแยก โดยจะมี Wellness Island สำหรับ Aman Spa และ Spa Houses รวมถึง Activity Island สำหรับกิจกรรมอย่างดำน้ำ Snorkeling และ Watersports ส่วนแขกและเจ้าของ Residence จะสามารถใช้บริการร้านอาหาร Wellness และพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ของรีสอร์ตร่วมกันได้
สำหรับจุดที่น่าจับตาของ Amanolu จึงอาจไม่ใช่แค่การที่ Aman มาเปิดมัลดีฟส์เสียที แต่คือวิธีที่แบรนด์ตีความคำว่า ‘ความเป็นส่วนตัว’ ในตลาดรีสอร์ตระดับบน เพราะจากเดิมที่ Private Island มักหมายถึงการที่รีสอร์ตทั้งแห่งตั้งอยู่บนเกาะของตัวเอง Amanolu ขยับแนวคิดนั้นไปอีกระดับ ด้วยการให้ 1 Residence มี 1 เกาะเป็นของตัวเอง ซึ่งน่าจะทำให้โปรเจกต์นี้ถูกจับตามองไม่น้อยเมื่อเปิดจริงในปี 2028 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.aman.com/amanolu
ภาพ: Amanolu
The post Amanolu โรงแรม Aman แห่งแรกในมัลดีฟส์ เปิดปี 2028 พร้อม 16 Residences ที่แต่ละหลังมีเกาะส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครเป็นแฟนโรงแรมสายลักชัวรี ย่อมต้องรู้ดีว่า ‘Ritz-Carl […]
The post Ritz-Carlton Reserve ปักหมุดเซี่ยงไฮ้ เตรียมเปิด Urban Reserve แห่งแรกของโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
ใครเป็นแฟนโรงแรมสายลักชัวรี ย่อมต้องรู้ดีว่า ‘Ritz-Carlton Reserve’ มักเลือกปักหมุดจุดหมายปลายทางที่มีความพิเศษและค่อนข้างปลีกตัวออกจากเมือง แต่ล่าสุด Marriott International เตรียมนำแบรนด์เธียร์บนสุดของเครือมาเปิดใจยังกลางเซียงไฮ้ พร้อมคอนเซปต์ Urban Ritz-Carlton Reserve แห่งแรกของโลก ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2030
Ritz-Carlton Reserve Shanghai จะตั้งอยู่ในย่าน North Bund และเป็นส่วนหนึ่งโครงการ North Bund Center หรือ North Bund (Lot 91) อาคารมิกซ์ยูสแห่งใหม่ที่ออกแบบโดยบริษัทสถาปัตยกรรม Kohn Pedersen Fox (KPF) และกำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ตัวอาคารมีความสูงถึง 480 เมตร ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงาน รีเทล ที่พักอาศัย จุดชมวิว และโรงแรม KPF วางให้เป็นหนึ่งในต้นแบบของตึกระฟ้ายุคใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
แม้จะอยู่ใจกลางมหานครแต่ Ritz-Carlton Reserve Shanghai จะมีห้องพักและห้องสวีทเพียง 110 ห้อง เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและบริการแบบเฉพาะบุคคลตามแบบฉบับของ Reserve หลายห้องมองเห็นวิวแม่น้ำ Huangpu และ The Bund พร้อมร้านอาหาร บาร์ สปา สระว่ายน้ำในร่ม และฟิตเนส
ความน่าสนใจของโรงแรมแห่งนี้จึงอยู่ที่การนำ DNA ของ Ritz-Carlton Reserve ซึ่งเคยผูกอยู่กับธรรมชาติและจุดหมายปลายทางอันเงียบสงบ มาตีความใหม่เป็น Urban Sanctuary หรือพื้นที่หลบพักจากความวุ่นวายโดยไม่จำเป็นต้องออกจากเมือง
และเมื่อ Ritz-Carlton Reserve Shanghai เปิดให้บริการ จะทำให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองเดียวในโลกที่มี Luxury Brands ของ Marriott International ครบทั้ง 8 แบรนด์ ตั้งแต่ The Ritz-Carlton, St. Regis, W Hotels, EDITION, The Luxury Collection, JW Marriott, Bulgari Hotels & Resorts ไปจนถึง Ritz-Carlton Reserve
ภาพ: Courtesy of the brand
The post Ritz-Carlton Reserve ปักหมุดเซี่ยงไฮ้ เตรียมเปิด Urban Reserve แห่งแรกของโลก appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งในโรงแรมที่น่าจับตาแห่งปี กับการมาของ The Langham, […]
The post The Langham, Custom House เตรียมเปิดบ้านรับแขก 20 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งในโรงแรมที่น่าจับตาแห่งปี กับการมาของ The Langham, Custom House โรงแรมลักชัวรีแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ประกาศเปิดบ้านรับแขกอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ธันวาคมนี้
The Langham, Custom House ตั้งอยู่บนพื้นที่ ‘ศุลกสถาน’ หรืออดีต ‘โรงภาษีร้อยชักสาม’ อาคารประวัติศาสตร์อายุกว่า 130 ปี ที่ได้รับการบูรณะและพัฒนาเป็นโรงแรมบูติกลักชัวรีภายใต้การบริหารของ Langham Hospitality Group ที่นี่เปิดให้บริการห้องพักและห้องสวีตรวม 75 ห้อง อาคารหลังใหม่ ดูแลการออกแบบโดย สมิตร โอบายะวาทย์ ผู้ก่อตั้ง Office of Bangkok Architects (OBA) โดยเลือกใช้เส้นสายโค้งมนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวของแม่น้ำเจ้าพระยา มาใช้ในงานดีไซน์เพื่อสร้างบทสนทนาระหว่างอาคารร่วมสมัยกับศุลกสถานที่อยู่เคียงข้างกัน
ภายในเน้นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านพักหรู ใช้วัสดุธรรมชาติ โทนสีอบอุ่น และรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทย ขณะที่อ่างอาบน้ำในห้องพักถูกออกแบบให้เป็นจุดเด่นของห้อง พร้อมผนังโลหะสีทองที่อ้างอิงลวดลายจากงานช่างไทยและเหรียญกษาปณ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนห้องสวีทจะเพิ่มความโอ่อ่าด้วยองค์ประกอบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกศิลปวัฒนธรรมของชนชั้นสูงไทย
นอกจากห้องพักที่มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ โรงแรมยังมี Chuan Spa ฟิตเนส พร้อมบริการบัตเลอร์ส่วนตัว รวมถึงเตรียมเปิดพื้นที่ภายในอาคารศุลกสถานเป็นร้านอาหาร บาร์ และไลฟ์สไตล์เดสติเนชันแห่งใหม่ริมแม่น้ำในอนาคต
สำหรับกำหนดเปิดบ้านวันที่ 20 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ ทาง The Langham, Custom House มีแพ็กเกจพิเศษ ‘The Grand Arrival’ สำหรับการเข้าพัก 3 คืน ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2569 – 31 มีนาคม 2570 ราคาเริ่มต้น 131,888++ บาท พร้อมสิทธิประโยชน์ เช่น Langham Afternoon Tea ทรีตเมนต์ที่ Chuan Spa ทัวร์ศุลกสถาน และบริการลีมูซีนรับส่งสนามบินด้วย
ใครสนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [email protected]
ภาพ: Courtesy of Brand
The post The Langham, Custom House เตรียมเปิดบ้านรับแขก 20 ธันวาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้เที่ยวอีสานกำลังมาแรง มีทั้งโรงแรม ที่เที่ยว และ […]
The post Ad Lib Khon Kaen เมื่อกลิ่นอายอีสานถูกตีความใหม่ สู่โรงแรมร่วมสมัยที่เรียบหรู อบอุ่น และได้มาตรฐานสากล appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงนี้เที่ยวอีสานกำลังมาแรง มีทั้งโรงแรม ที่เที่ยว และร้านอาหารไวบ์ดีเกิดขึ้นมากมาย ใครที่กำลังวางแผนทริปอีสานและอยากสัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่นแบบร่วมสมัย อยากให้ลองมาพักที่ Ad Lib Khon Kaen โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่หยิบความเป็นอีสานมาเล่าใหม่ ผ่านดีไซน์ วัสดุ อาหาร และบรรยากาศที่ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติมาพักแล้วก็ต้องติดใจอย่างแน่นอน
จุดเด่นของ Ad Lib Khon Kaen คือการเป็นโรงแรมใจกลางเมืองที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ทุกดีเทลของการตกแต่งหยิบเสน่ห์อีสานมานำเสนออย่างพอดี ตั้งแต่ผนังอิฐดินเผา โทนสีอบอุ่น ไปจนถึงลายแพตเทิร์นที่ชวนให้นึกถึงงานจักสานและผ้าทออีสาน เมื่อรวมกับแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาอย่างพอดี ภาพรวมจึงให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง แต่ยังคงความเรียบหรูแบบโรงแรมพรีเมียม
นอกจากนี้ ยังมีห้องอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ‘Kaen Ground’ คาเฟ่ชั้นล่างที่เหมาะกับการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยคาเฟอีนจากกาแฟและเบเกอรีอบใหม่หอมๆ จะมานั่งทำงานระหว่างวัน นัดคุยกับเพื่อน หรือแวะเติมพลังระหว่างทริปก็ตอบโจทย์
หรือถ้าอยากชมวิวเมืองขอนแก่นแบบพาโนรามา แนะนำให้ขึ้นไปที่ชั้น 27 กับห้องอาหาร ‘Seasons 27’ ที่เสิร์ฟเมนูผสมผสานระหว่าง Italian และ New Asian โดยหยิบวัตถุดิบพรีเมี่ยมตามฤดูกาลทั้งไทย และต่างประเทศมารังสรรค์ให้เป็นมื้อพิเศษ เหมาะทั้งสำหรับแขกของโรงแรม และคนในเมืองที่อยากหาร้านอาหารบรรยากาศดี


ส่วนห้องอาหารที่มีคาแรกเตอร์อีสานชัดที่สุด และเพิ่งคว้า MICHELIN Guide 2026 มาครอง คือ ‘Food by Fire’ อีสานสเต๊กเฮาส์บนชั้น 27 ที่หยิบวัตถุดิบอิสานและผลผลิตตามฤดูกาลมาตีความใหม่ผ่านคอนเซปต์ Nature, Fire และ Isan พร้อมพาเราไปรู้จักอีสานในฐานะภูมิภาคขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมถึง 20 จังหวัด และเป็นหนึ่งในแหล่งวัตถุดิบสำคัญของประเทศ ตั้งแต่ข้าว พืชผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ก่อนนำมาปรุงด้วยศิลปะของไฟ การหมัก และเทคนิคโบราณที่อยู่คู่ครัวอีสานมายาวนาน จนกลายเป็นมื้ออาหารที่มีเรื่องเล่า ภูมิปัญญา และต้นทางของวัตถุดิบอยู่ในทุกจาน


ยังไม่จบแค่นั้น ยังมี ‘KaenKaew Live House & Rooftop’ บนชั้น 28 ที่มีดนตรีสด พร้อมอาหารสไตล์แกสโตรผับ เครื่องดื่ม และไวบ์สนุกๆ ที่ทำให้สัมผัสพลังของขอนแก่นยามค่ำคืนได้อย่างเต็มที่
ห้องพักและบรรยากาศโดยรอบของ Ad Lib Khon Kaen ต่อยอดจากตัวตนของ Ad Lib Bangkok บูติกโฮเทลใจกลางสุขุมวิทที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางเมืองใหญ่ ก่อนนำมาตีความใหม่ให้เข้ากับบริบทของขอนแก่น ห้องพักถูกออกแบบ layout มาอย่างเป็นสัดส่วน ใช้งานง่าย และให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ตั้งแต่พื้นที่พักผ่อน มุมทำงาน ไปจนถึงห้องน้ำที่จัดวางอย่างลงตัว ภาพรวมจึงมีทั้งมาตรฐานระดับพรีเมียม ความเรียบหรู และเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่ผสมกันได้อย่างพอดี

นอกจากนี้ โรงแรมยังเตรียมเปิดตัวห้องพักธีม Dino Family บนชั้น 16 ซึ่งออกแบบมาสำหรับครอบครัวโดยเฉพาะ โดยหยิบแรงบันดาลใจจากไดโนเสาร์ สัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับภาคอีสาน มาต่อยอดเป็นห้องพักที่เด็กๆ และผู้ใหญ่พักได้สบายอีกด้วย

Ad Lib Khon Kaen เหมาะกับคนที่อยากพักในขอนแก่นแบบไม่จำเจ อยากได้โรงแรมที่เดินทางสะดวก มีอาหารดีๆ และมีมู้ดของอีสานร่วมสมัยอยู่ในตัว จะมาเที่ยวกับเพื่อน มากับครอบครัว มาทำงาน หรือแค่แวะพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศสักคืนก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/adlibkhonkaen
The post Ad Lib Khon Kaen เมื่อกลิ่นอายอีสานถูกตีความใหม่ สู่โรงแรมร่วมสมัยที่เรียบหรู อบอุ่น และได้มาตรฐานสากล appeared first on THE STANDARD.
]]>
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ผู้พัฒนาและลงท […]
The post ‘สิงห์ เอสเตท’ ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ที่ 49 ล้านบาท โต 12 เท่า YoY หลัง ธุรกิจโรงแรมโตโดดเด่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ผู้พัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 49 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 12 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,263 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเปรียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2% สู่ระดับ 1,371 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 42% จาก 40% ในปีก่อน ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 935 ล้านบาท โดยมีอัตราการทำกำไร หรือ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 28.7% จาก 27.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจชะลอตัวและความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยกดดันการดำเนินธุรกิจ แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ที่เน้นสร้างฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ต่อเนื่อง มุ่งสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่การบริหารต้นทุนและความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยโครงสร้างธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่ม ยังช่วยเสริมเสถียรภาพการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมยังเติบโตโดดเด่น โดยโรงแรมในประเทศไทยและมัลดีฟส์รักษาอัตราการเข้าพักสูงที่ 87% และ 89% ตามลำดับ
พร้อมปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ขึ้น 9% สู่ระดับ 13,951 บาท และ 18% สู่ระดับ 532 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ RevPAR เติบโต 8% สู่ระดับ 12,075 บาท และ 17% สู่ระดับ 473 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ ซึ่งนับเป็นสถิติ RevPAR สูงสุดใหม่ของไตรมาส 1 ในทั้งสองประเทศ ขณะที่ RevPAR เฉลี่ยทั้งพอร์ตเพิ่มขึ้นราว 3% มาอยู่ที่ระดับ 4,866 บาท สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดที่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่ายังคงมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 1 จากการทยอยเข้าใช้พื้นที่ของผู้เช่ารายใหญ่ ส่งผลให้อัตราการเช่าเฉลี่ยของอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ เพิ่มขึ้นเป็น 90% จาก 85% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่อาคารเอส โอเอซิส ปรับเพิ่มเป็น 52% จาก 47%
นอกจากนี้ อาคารเอส โอเอซิส ยังสามารถปิดดีลผู้เช่ารายใหญ่เพิ่มเติมในไตรมาสที่ 2 พร้อมดันอัตราการเช่าถึง 60% เป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมการเติบโตของรายได้ของธุรกิจอาคารสำนักงานในปีนี้
ขณะที่ธุรกิจที่พักอาศัยมีแรงขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาส 1 จากโครงการภายใต้แบรนด์สริน ณอน และคอนโด ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงการ วันริเวอร์ พระราม 3 มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ล่าสุด ณ เดือนเมษายนที่ผ่านมา เหลือห้องรอการขายเพียง 1 ห้องสุดท้าย สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อศักยภาพโครงการและทำเล โดยปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 40% และคาดว่าจะทยอยส่งมอบโครงการได้ภายในปี 2570
ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ในไตรมาส 1 ปีนี้ บริษัทฯ ได้ลงนามซื้อขายที่ดินเพิ่มเติม 13 ไร่ ให้แก่ บริษัท โอเรียนทอล ยูหง จำกัด และได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ จะทยอยรับรู้รายได้จากรายการดังกล่าวในไตรมาส 2 ปี 2569 ต่อไป
“สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 นอกเหนือจากความสามารถในการทำรายได้และกำไรจากธุรกิจต่อเนื่องอย่างธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานที่สร้างฐานกำไรที่แข็งแกร่งให้บริษัทแล้ว บริษัทยังมีปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญ จากรายได้จากการขายที่ดินในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเอส อ่างทอง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ศักยภาพที่มีความพร้อมในระบบไฟฟ้าและระบบน้ำ สอดรับกับแนวโน้มการลงทุนจากต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมที่ดีต่อเนื่อง โดยบริษัทอยู่ในระหว่างการเจรจาขายพื้นที่ให้กับนักลงทุนรายใหญ่หลายราย และคาดว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมในระยะถัดไป” ชัยรัตน์ กล่าว
The post ‘สิงห์ เอสเตท’ ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ที่ 49 ล้านบาท โต 12 เท่า YoY หลัง ธุรกิจโรงแรมโตโดดเด่น appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงที่ผ่านมา หลายคนคงสะดุดตากับภาพลักษณ์ใหม่ของ SC ที่ […]
The post “SC” รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ปูพรมโลโก้ใหม่ทั่วกรุง สื่อสารความเป็นไปได้ไร้ขีดจำกัด พร้อมส่งต่อคุณค่าสู่สังคม appeared first on THE STANDARD.
]]>
ช่วงที่ผ่านมา หลายคนคงสะดุดตากับภาพลักษณ์ใหม่ของ SC ที่ฉายตามป้ายโฆษณาบนจุดยุทธศาสตร์ของกรุงเทพฯ การปูพรมสื่อสารในครั้งนี้ สะท้อนถึงการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปีของ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ตัดคำว่า “Asset” ออกจากโลโก้ เหลือเพียง “SC” เพื่อสื่อสารบทบาทใหม่ขององค์กรที่เน้นการเชื่อมโยง “ชีวิต” ของผู้คนในทุกมิติ พร้อมส่งต่อคุณค่าสู่สังคม รวมถึงการปรับตัวรับความท้าทายที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญ
ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SC เผยวิสัยทัศน์เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงว่า ในโลกธุรกิจการหยุดนิ่งเท่ากับการถอยหลัง แบรนด์เปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตที่ความอยู่รอดไม่ได้วัดกันที่ขนาดหรือความแข็งแรง แต่อยู่ที่ความสามารถในการ “ปรับตัว” ให้ทันบริบทโลก
“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ แต่คือการ ‘อัปเดต’ ตัวเอง เราปรับพอร์ตธุรกิจให้ยืดหยุ่นและหลากหลาย เพื่อรองรับความผันผวนและสร้างการเติบโตที่ไม่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป้าหมายคือการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างคุณค่าในระยะยาว”
ในเชิงโครงสร้างธุรกิจ SC ปรับตัวด้วยการขับเคลื่อนผ่าน 3 เครื่องยนต์หลักเพื่อสร้างสมดุลรายได้ใหม่ ได้แก่ SC อสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย SCX อสังหาริมทรัพย์รายได้ประจำที่ประกอบด้วยธุรกิจโรงแรม ธุรกิจคลังสินค้า อาคารสำนักงานและอพาร์ตเมนต์ให้เช่าใน U.S. และ SCANVA กลุ่มธุรกิจใหม่ที่เชื่อมต่อ Ecosystem การใช้ชีวิต ครอบคลุมธุรกิจบริการหลังการขายในชีวิตประจำวันจนถึงบริการระดับพรีเมียม สะท้อนการขยับตัวจากการขายโครงการ สู่โครงสร้างรายได้ที่หลากหลายและสมดุลมากขึ้น
นอกจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ SC ยังสะท้อนการปรับตัวผ่านโลโก้ใหม่ที่พัฒนาโดย Pentagram บริษัทออกแบบระดับโลกสัญชาติอังกฤษ ที่นำแรงบันดาลใจจาก “ดอกทานตะวัน” มาถ่ายทอดเป็นภาษาดีไซน์ สื่อถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเป็นไปได้ไร้ขีดจำกัด และแผ่ขยายคุณค่าสู่ผู้คนและโลก ในขณะเดียวกัน ก็สะท้อน “Sunflower Mindset” ของ SC ที่หันหน้าไปหาลูกบ้านและลูกค้าอยู่เสมอ
ในฝั่งบ้าน ยังมีการอัปเดตดีไซน์ใหม่ผ่านบ้าน 8 ซีรีส์ ได้แก่ The Haussmannian Bridge Series, The Haussmannian Ascent Series และ French Resonance เป็นต้น ที่เน้นความสง่างามจากภายใน ตอบรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยมีแบบบ้านทั้งหมด 27 แบบ บน 17 ทำเลศักยภาพ
การยกเครื่องครั้งใหญ่ของ SC สะท้อนถึงการปรับตัวบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ที่ก้าวข้ามโมเดลธุรกิจเดิม สู่การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จับตากันต่อไปว่า SC ในวันที่ไม่มี Asset ห้อยท้ายข้างหลัง จะยืนหยัดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
The post “SC” รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ปูพรมโลโก้ใหม่ทั่วกรุง สื่อสารความเป็นไปได้ไร้ขีดจำกัด พร้อมส่งต่อคุณค่าสู่สังคม appeared first on THE STANDARD.
]]>
วิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลางเริ่มกระทบการท่องเที่ยวไทย […]
The post เปิดตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป? ยุโรป-ตะวันออกกลาง ลดฮวบ 18% หากสงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงสาหัสแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.
]]>
วิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลางเริ่มกระทบการท่องเที่ยวไทย สะท้อนจากข้อมูลต้นเดือนมีนาคมพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติในสัปดาห์แรกลดลงเหลือ 616,229 คน หายไปกว่า 60,000 คน จากสัปดาห์ก่อน
หลังมีการยกเลิกเที่ยวบินสะสม 292 เที่ยว มีส่วนทำให้ตลาดยุโรป-ตะวันออกกลางหายไปถึง 18% สะท้อนสัญญาณแรกว่าความขัดแย้งกำลังกดดันการเดินทางระหว่างประเทศอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจัยหลักมาจากการหลีกเลี่ยงน่านฟ้าในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้
ผลกระทบยิ่งเริ่มชัดขึ้นในภาคใต้ โดยเฉพาะ “ภูเก็ต” ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม มีสัดส่วนความเสียหายธุรกิจโรงแรมสูงถึง 70.6% ของประเทศ และเริ่มเห็นการยกเลิกการจองเพิ่มขึ้น
ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หากสงครามยืดเยื้อเพียง 1-3 เดือน รายได้ท่องเที่ยวอาจ หายไป 9,000-20,000 ล้านบาท
แต่หากสงครามยืดเยื้อประมาณ 6 เดือน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอาจ สูญเสียนักท่องเที่ยว 450,000 คน หรือคิดเป็นรายได้หายกว่า 29,250 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนผลกระทบจะลุกลามขึ้น ขอเสนอให้รัฐบาลจัดแคมเปญ ‘ไทยปลอดภัย’ ดึงตลาด อินเดีย-มาเลเซีย-อาเซียน เข้ามาแทน พร้อมลดภาษีผู้ประกอบการและเพิ่มเที่ยวบินตรงยุโรป
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สรุปสถิติในปีที่ผ่านมา 2568 พบว่า ‘มาเลเซีย’ เป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาไทยมากที่สุดที่ 4.5 ล้านคน
ตามมาด้วย ‘จีน’ 4.4 ล้านคน และ ‘อินเดีย’ 2.4 ล้านคน ดังนั้น ตลาดเหล่านี้อาจกลายเป็นแรงสำคัญที่จะช่วย ‘พยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย’ ในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง ที่ยังคงเผชิญแรงกดดันการเดินทางระหว่างประเทศ




ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา
The post เปิดตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป? ยุโรป-ตะวันออกกลาง ลดฮวบ 18% หากสงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงสาหัสแค่ไหน? appeared first on THE STANDARD.
]]>
สารภาพว่าตอนแรกเราไม่คิดว่าปีนี้จะมีโรงแรมเปิดใหม่น่าสน […]
The post 17 New Hotels น่าสนใจ ที่กำลังเปิดในไทยและเอเชีย ปี 2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
สารภาพว่าตอนแรกเราไม่คิดว่าปีนี้จะมีโรงแรมเปิดใหม่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งแบรนด์ไทยระดับไอคอนิกที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งอย่าง Anantara Siam Bangkok ทั้งแบรนด์โฮเทลเชนที่เข้าไทยครั้งแรกอย่าง Canopy by Hilton, Fairmont Bangkok Sukhumvit ไปจนถึงการมา The Langham, Custom House และเมื่อค้นลึกไปอีก เราพบว่าไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ปีนี้เอเชียก็มีโรงแรมเปิดใหม่หน้าตื่นตาเช่นกันโดยเฉพาะในญี่ปุ่น เช่น การมาของ The Imperial Hotel ที่เกียวโต หรือ Hoshinoya Nara Prison ที่แปลงคุกเก่ายุคเมจิของเมืองนาราให้กลายเป็นโรงแรมหรูน่านอน ฯลฯ และทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น
ถ้าอยากรู้ว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามเราไปดูลิสต์ด้านล่าง

หนึ่งในโรงแรมที่น่าจับตาที่สุดของกรุงเทพฯ ในปีนี้กับการมาของ The Langham, Custom House Bangkok โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวจาก Langham Hospitality Group ที่จับมือกับ Rabbit Holdings ปักหมุดทำเลริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยยึดเอาโรงภาษีร้อยชักสาม หรืออาคารศุลกสถาน มารีโนเวทใหม่ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ
อาคารสไตล์นีโอ-ปัลลาเดียนแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1888 โดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน Joachim Grassi และเคยเป็นสถานที่จัดงานสำคัญของราชสำนัก รวมถึงโอกาสเฝ้ารับเสด็จรัชกาลที่ 5 หลังเสด็จประพาสยุโรปในปี 1907 การรีโนเวตครั้งใหม่นี้จะชุบชีวิตอาคารหลักและที่ทำการไปรษณีย์เก่าให้กลายเป็นโรงแรมขนาด 78 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ยังคงรักษารายละเอียดดั้งเดิมไว้อย่างประณีต
Open: Q4 2026
Website: www.langhamhotels.com/en/the-langham/bangkok

หลังประกาศรีโนเวทโรงแรมใหม่ครั้งใหญ่ตั้งแต่ปีที่แล้ว Anantara Siam Bangkok Hotel พร้อมเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบในช่วง Q2 ของปีนี้ โดยตัดสินใจปรับปรุงใหม่หมด ภายใต้แนวคิด ‘Transformed Timeless Thai’ ทั้งห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก และประสบการณ์การพักผ่อนให้เข้ากับยุคใหม่ แน่นอนว่ายังไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่เป็นหัวใจของโรงแรมมาหลายทศวรรษ
Open: Q2 2026
Website: https://www.anantara.com/en/siam-bangkok/

หนึ่งโปรเจ็กต์บนเกาะพะงันที่ได้รับเสียงฮือฮาเป็นวงกว้างกับ KAIA Koh Phangan รีสอร์ตลักชัวรีแบบ ‘outdoor living’ ที่ผสมผสานการพักผ่อนติดธรรมชาติกับการออกแบบที่ยั่งยืนอย่างมีเอกลักษณ์ แนวคิดของ KAIA คือการให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสประสบการณ์ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ โดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายและความงามของพื้นที่โดยรอบ ตัวโรงแรมจะตั้งอยู่บริเวณแนวชายหาดโซนตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ ซึ่งล้อมรอบด้วยพื้นที่ป่าและวิวทะเลแบบสุดลูกหูลูกตา
ห้องพักที่นี่จะประกอบด้วยเต็นท์สวีทสุดหรู วิลล่าส่วนตัวที่เน้นดีไซน์เปิดรับธรรมชาติ พร้อมสเปซส่วนกลางอย่างคลับเฮาส์ อินฟินิตี้พูล และบีชคลับวิวตระการตา
Open: ครึ่งหลังปี 2026
Website: https://www.kaiaresorts.com

แบรนด์โรงแรมของญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยขยับตัวมากนัก แต่ถ้าขยับทีก็สร้างความคาดหวังให้นักเดินทางไม่น้อยกับ Imperial Hotel ที่เลือกหมุดหมายใหม่ ปักหลักยังย่านยอดนิยม กิออน เมืองเกียวโต โดยเลือกรีโนเวต ‘Yasaka Kaikan’ อาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนระดับชาติให้กลายเป็นที่พักระดับห้าดาว ที่นี่เปิดให้บริการเพียงราว 55 ห้อง ออกแบบโดยคงองค์ประกอบดั้งเดิมของสถาปัตยกรรมเอาไว้ แน่นอนว่าย่อมไม่ทิ้งความสง่างามแบบญี่ปุ่นโบราณ แต่กลับปรับให้เข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน
Open: 5 มีนาคม 2026
Website: https://www.imperialhotel.co.jp/en/kyoto

แบรนด์ลักชัวรีสัญชาติสิงคโปร์ Capella กำลังจะเปิดตัวแห่งแรกในญี่ปุ่น ในย่านประวัติศาสตร์ Miyagawa-cho ใจกลางเมืองเกียวโต โรงแรมตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Kennin-ji Temple วัดเซนที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง และย่าน Gion ซึ่งเป็นแหล่งศิลปะวัฒนธรรมของเกอิโกะและไมโกะ Capella Kyoto ตีความสถาปัตยกรรมแบบ Machiya ของเมืองเกียวโตโดยผสานการออกแบบร่วมสมัยกับรายละเอียดของงานฝีมือท้องถิ่น มีทั้งห้องพักและสวีทจำนวนกว่า 89 ห้อง พร้อมสปาแบบญี่ปุ่น ออนเซ็นส่วนตัว และห้องอาหารที่รวบรวมวิวัฒนธรรมและรสชาติท้องถิ่นเข้ากับแนวคิดลักชัวรีของแบรนด์
Open: มีนาคม 2026
Website: https://capellahotels.com/en/capella-kyoto

แบรนด์ลักชัวรี Sustainable Lifestyle จากสหรัฐฯ เตรียมสร้างชื่อในเอเชียครั้งแรกกับการขยับขยายมาปักหลักในญี่ปุ่น กับ 1 Hotel Tokyo โดยตั้งอยู่บนชั้นสูงของ Akasaka Trust Tower ในโครงการ Tokyo World Gate ย่านอะกาซากะ กลางโตเกียว อาคารมิกซ์ยูสที่ผสานทั้งออฟฟิศ รีเทล และพื้นที่ใช้ชีวิตเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน จุดเด่นของ 1 Hotel คืองานออกแบบที่ใช้หลัก Biophilic Design นำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่โรงแรมทั้งในงานสถาปัตยกรรมและบรรยากาศภายใน ตั้งแต่การเลือกวัสดุ งานฝีมือ และระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวเมืองได้ทั่วถึง เหมาะสำหรับทั้งนักเดินทางที่มองหาความสงบในเมืองใหญ่และคนที่อยากสัมผัสโตเกียวในมุมใหม่
Open: มีนาคม 2026
Website: https://www.1hotels.com/tokyo

ชื่อของแบรนด์ Canopy by Hilton อาจยังใหม่สำหรับกรุงเทพฯ แต่สำหรับเครือ Hilton นี่คือแบรนด์ที่ตั้งใจจับกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่มองหาโรงแรมที่เชื่อมโยงกับย่านมากกว่าเป็นเพียงที่พักทั่วไป และปีนี้ Canopy by Hilton กำลังเข้ามาปักหมุดแห่งแรกบริเวณซอยสุขุทวิท 12 บนทำเลดีที่เดินถึงทั้ง BTS และ MRT ได้แบบไม่ต้องพึ่งรถ Canopy by Hilton Bangkok Sukhumvit จะเปิดให้บริการทั้งหมด 174 ห้องพัก โดยออกแบบให้สะท้อนคาแรกเตอร์ของย่านสุขุมวิทซึ่งเต็มไปด้วยไวบ์ของคนรุ่นใหม่ คอมมูนิตี้คนเมือง มีสระว่ายน้ำกลางแจง รูฟท็อปบาร์ ฯลฯ
Open: กลางปี 2026
Website: www.hilton.com/en/hotels/bkkthpy-canopy-bangkok-sukhumvit

อดีตเรือนจำ Nara Prison ที่สร้างขึ้นช่วงยุคเมจิและได้ขึ้นทะเบียนเป็น ‘Important Cultural Property’ ของญี่ปุ่น กำลังถูกเปลี่ยนโฉมใหม่ให้กลายเป็นโรงแรมหรูภายใต้ชื่อ ‘Hoshinoya Nara Prison’ แบรนด์โรงแรมซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการดึงเอาเรื่องราวและบริบทของสถานที่มาถ่ายทอดผ่านการเข้าพักได้อย่างลึกซึ้ง
โดยห้องพักทั้ง 48 ห้อง ถูกปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างเดิมของห้องขังที่นำมารวมกันและขยายพื้นที่ให้กลายเป็นสวีทขนาดกว้าง แน่นอนว่ายังคงเส้นสายสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเอาไว้ และผสานงานออกแบบร่วมสมัยในแบบฉบับ Hoshinoya ที่เน้นความสงบ ละเอียด เชื่อมโยงกับบริบทของสถานที่ นับเป็นอีกตัวอย่างของการอนุรักษ์เชิงสร้างสรรค์ที่ทำให้อาคารประวัติศาสตร์มีชีวิตใหม่
Open: มิถุนายน 2026
Website: https://hoshinoresorts.com/en/hotels/hoshinoyanarakangoku

แบรนด์ลักชัวรีสัญชาติแคนาดา เตรียมเปิดโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยกับ Fairmont Bangkok Sukhumvit บนซอยสุขุมวิท 20 ทำเลที่เชื่อมต่อทั้งอโศกและพร้อมพงษ์ในระยะเดินถึง ตัวโรงแรมถูกวางบทบาทให้เป็นที่พักระดับไฮเอนด์ใจกลางย่านธุรกิจ แต่ยังแทรกกลิ่นอายไลฟ์สไตล์แบบสุขุมวิทที่คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน ที่นี่มีห้องพักให้บริการมากกว่า 400 ห้อง ทั้งยังพร้อมห้องอาหารหลากรูปแบบ รูฟท็อปบาร์ที่มองเห็นเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ สปา และพื้นที่จัดประชุมขนาดใหญ่ สะท้อนทิศทางของ Fairmont ที่เน้นความโอ่อ่าแบบร่วมสมัย เหมาะทั้งนักเดินทางเพื่อธุรกิจและสาย staycation ที่อยากพักเมืองแบบเต็มสเกล
Open: มิถุนายน 2026
Website: https://all.accor.com/hotel/C1G0/index.en.shtml

แบรนด์โรงแรมสัญชาติไทยอย่าง Chatrium เตรียมขยายพอร์ตสู่ภูเก็ตด้วยการปักหมุดยังทางตอนใต้ของเกาะ บริเวณหาดราไวย์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศเงียบสงบและเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสทะเลอันดามันในมุมที่ผ่อนคลายกว่าเดิม ที่นี่จะเปิดให้บริการที่พักกว่า 300 ห้อง มีทั้งห้องสวีทและพูลวิลล่า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ โซนสำหรับครอบครัว สปา และห้องอาหารหลายรูปแบบ วางตัวเป็นรีสอร์ตที่ตอบโจทย์ทั้งทริปครอบครัวและการพักผ่อนยาวๆ
Open: Q4 2026
Website: https://www.chatrium.com

รีสอร์ตลักชัวรีแบบ Wellness-Inclusive ตั้งอยู่บนเกาะ Cồn Ba Xã ริมแม่น้ำ Thu Bon ใกล้เมืองเก่า ฮอยอัน (Hoi An) ประเทศเวียดนาม ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสความสงบของธรรมชาติ ผสานกับการดูแลสุขภาพและการพักผ่อนแบบองค์รวม ที่นี่โดดเด่นด้วยวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ทุกหลังโอบล้อมด้วยวิวแม่น้ำและสวนสวย บรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อนแบบเนิบช้า รวมทั้งกิจกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น คลาสโยคะ การเดินรับอากาศยามเช้า และการบำบัดด้วยศาสตร์แบบดั้งเดิมของเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารที่หยิบแรงบันดาลใจจากอาหารท้องถิ่นมาผสานกับรสชาติสมัยใหม่ให้ลิ้มลองด้วย
Open: Q1 2026
Website: https://namiariverretreat.com

เมืองหลวงอย่างเวียงจันทน์กำลังคึกคักขึ้นอีกระดับกับการมาของ Avani+ Lanexang Vientiane Hotel โรงแรมใหม่จากเครือ Avani ที่เข้ามาเติมภาพลักษณ์โมเดิร์นให้เมืองริมโขง ตัวโรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้แลนด์มาร์กสำคัญอย่างวัดสีสะเกดและตลาดกลางคืน ทำให้เดินทางไปมาสะดวก เที่ยวง่าย
ที่นี่เปิดให้บริการห้องพัก 197 ห้อง โดยทุกห้องสอดแทรกกลิ่นอายความเป็นลาวแบบร่วมสมัย พื้นที่ส่วนกลางมีทั้งห้องอาหาร สปา ฟิตเนส สระว่ายน้ำกลางแจ้ง และพื้นที่จัดงาน รองรับทั้งนักเดินทางเพื่อธุรกิจและสายพักผ่อนที่อยากสัมผัสจังหวะชีวิตช้า ๆ ของลาวในบรรยากาศที่ทันสมัยขึ้น
Open: Q2 2026
Website: https://www.avanihotels.com/en/lanexang-vientiane

รีสอร์ตหรูบนเกาะ Phu Quoc ประเทศเวียดนาม ที่ถือว่าเป็นที่พักภายใต้แบรนด์ Park Hyatt แห่งแรกของเวียดนามและรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้จากเครือ Hyatt โครงการตั้งอยู่บนชายหาดยาวกว่า 1.7 กิโลเมตรทางตอนใต้ของเกาะ รายล้อมด้วยเนินเขาเขียวชอุ่มและธรรมชาติริมทะเล ตัวโรงแรมถูกออกแบบให้ผสานสถาปัตยกรรมแบบเวียดนามดั้งเดิมและความลักชัวรีร่วมสมัย ที่มีห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้าน-หมู่บ้านท้องถิ่น รวมทั้งพื้นที่ร้านอาหาร สปา สระว่ายน้ำ และกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ ภายในบริเวณรีสอร์ต
Open: Q2 2026
Website: www.hyatt.com/park-hyatt/en-US/pqcph-park-hyatt-phu-quoc

หนึ่งในโรงแรมที่ถูกจับตามองมากอีกแห่งในเอเชียกับการมาของ Waldorf Astoria Kuala Lumpur ที่จะมาเติมเต็มตลาดลักชัวรีในมาเลเซียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตั้งอยู่ใน Golden Triangle ใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ใกล้ทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และแลนด์มาร์กที่เดินทางสะดวกทั้ง KLCC, Bukit Bintang และ Pavilion Mall อาคารสูง 23 ชั้น ประกอบด้วย 272 ห้องสวีท ที่ออกแบบมาให้เห็นวิวเมืองแบบพาโนรามา พร้อมพื้นที่จัดงานกว่า 4,250 ตร.ม. และ Grand Ballroom ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง
Open: Q4 2026
Website: www.hilton.com/en/hotels/kulwawa-waldorf-astoria-kuala-lumpur

หลายคนเข้าใจว่ามูจิ มีแต่โรงแรมที่เป็นรูปแบบ City Hotel แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกไลน์อัพหนึ่งที่เรียกว่า Muji Base โดยเน้นไปที่การรีโนเวตอาคารเก่าให้กลายเป็นโรงแรมขนาดเล็ก และหมุดหมายล่าสุดก็คือใจกลางย่านฮิกาชิยามะ เมืองเกียวโต สำหรับ MUJI BASE KYOTO Kiyomizu จะรีโนเวตที่พักเก่า Amenity Hotel Kyoto ให้เป็นโรงแรมขนาดเล็กเพียง 18 ห้องพัก แน่นอนว่าด้านในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ข้าวของเครื่องใช้จากแบรนด์ Muji รวมถึงสไตล์และไวบ์แบบเรียบนิ่ง ผสานเข้ากับศิลปะของศิลปินท้องถิ่นเพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและใกล้ชิดกับบริบทของเมืองญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
ที่พักแบบนี้เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสชีวิต ช้าๆ ในเกียวโต และชอบรับประสบการณ์ที่ไม่ใช่แค่เที่ยว แต่เป็นการอยู่ยังใจกลางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองอย่างแท้จริง
Open: พฤษภาคม 2026
Website: https://stay.muji.com/en/base/kiyomizu

ช่วงนี้เชียงรายเนื้อหอมไม่ต่างจากเชียงใหม่ และเราเริ่มเห็นแบรนด์โรงแรมเชนอื่นๆ ทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับโรงแรมภายใต้แบรนด์ Curio Collection by Hilton ที่พักซึ่งวางตัวอยู่ริมแม่น้ำกก ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและภูมิทัศน์สีเขียวของภาคเหนือ โครงการนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก เปิดให้บริการ 160 ห้องพัก โดยตั้งใจสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นผ่านงานดีไซน์ วัสดุ และประสบการณ์การเข้าพักที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบตัว
Open: Q1 2026
Website: https://www.hilton.com/en/hotels/ceiqqqq-kahavadi-chiang-rai

รีสอร์ตลักชัวรีที่รีแบรนด์และปรับโฉมครั้งใหญ่ให้ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงจุดแข็งเรื่องทำเลติดหาดบางเหนียงและบรรยากาศสงบแบบเขาหลักเอาไว้อย่างครบถ้วน ที่นี่วางตัวเป็นรีสอร์ตสำหรับการพักผ่อนจริงจัง ไม่เร่งรีบ ไม่หวือหวา แต่ให้พื้นที่กับทะเล แสงแดด และความเงียบอย่างเต็มที่
ตัวที่พักมีทั้งห้องสวีทและวิลล่าหลากรูปแบบ ดีไซน์เน้นโทนธรรมชาติและเส้นสายเรียบง่าย เปิดรับลมทะเลและวิวสวนเขียว ภายในรีสอร์ตยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่สปา และห้องอาหารริมหาดที่เหมาะกับมื้อค่ำชมพระอาทิตย์ตก เหมาะสำหรับคนที่อยากหลบความวุ่นวายแล้วใช้เวลาอยู่กับทะเลแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก
Open: มกราคม 2026
Website: https://www.lasolayakhaolak.com/
ภาพ: Courtesy of Brands
The post 17 New Hotels น่าสนใจ ที่กำลังเปิดในไทยและเอเชีย ปี 2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ซีอีโอ ‘โออาร์’ เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับพอร์ตลงทุนต่ […]
The post ‘โออาร์’ ทบทวนแผนลงทุนต่างประเทศ ปรับโฟกัสเน้นธุรกิจในไทย เตรียมเปิดโรงแรมในปั๊มปี 70 นำร่อง 6 แห่ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
ซีอีโอ ‘โออาร์’ เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับพอร์ตลงทุนต่างประเทศหลังเจอปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กดดัน โดยเฉพาะกัมพูชา พร้อมเดินหน้าลงทุนในไทยเต็มสูบ เตรียมรุกธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดร่วมกับเซ็นทารา นำร่อง 6 แห่ง คาดเปิดให้บริการปี 2570
หม่อมหลวง (ม.ล.) ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศว่า ประเทศที่บริษัทเคยลงไปแล้ว ต้องมาทบทวนว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป อย่างแผน 5 ปี ที่จะมีการลงทุนหลากหลายอาจจะมีการปรับ แต่ยืนยันว่าจะไม่หยุดการลงทุนต่างประเทศไปทั้งหมด
“ถามว่าจะเลิกลงทุนต่างประเทศหรือเปล่า ก็ไม่ เพราะว่าโอกาสการลงทุนในประเทศไทยมีจำกัด แต่ก็ต้องเลือกประเทศที่จะไปโต อย่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีปัญหาตอนนี้ก็ชะลอโครงการลงทุนไปก่อน” ม.ล.ปีกทองกล่าว
การลงทุนในต่างประเทศที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย อย่างครึ่งปีแรกของปีก่อน บริษัทมองว่ากัมพูชาเป็นฮีโร่ ก่อนที่จะมีปัญหาเกิดขึ้น ปัจจุบันยอดขายลดลงเหลือประมาณ 40% ของที่ผ่านมา อันนี้ก็ต้องบอกว่าเราก็มีแผนนะ ภายในครึ่งปีเนี้ยจะต้องรู้ว่าจะทำยังไงกันต่อไปกับการลงทุนของต่างประเทศนะครับ
“ต้องลดต้นทุนให้พออยู่ได้ ถ้ายังยืดเยื้อต้องหาวิธีออกจากการลงทุนนั้นให้เจ็บตัวน้อยที่สุด ปัจจุบันการหาโอกาสลงทุนต่างประเทศจะให้ความสำคัญเรื่องเสถียรภาพของระบบกฎหมาย และความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบกัมพูชา หรือในเมียนมาร์ที่เรามองว่ามีโอกาสลงทุนสูง แต่เมื่อเกิดการปฏิวัติ ภาพก็เปลี่ยนภายในข้ามคืน เป็นบทเรียนหนึ่งว่าถ้าเราจะไปลงทุนต่างประเทศ ควรจะเข้าไปร่วมทุน หรือเอาแบรนด์ของเราไปนำเสนอ”
ม.ล. ปีทอง กล่าวต่อว่า ปีนี้ชะลอการลงทุนต่างประเทศ หันมาลงทุนในประเทศมากขึ้น พร้อมประเมินว่าธุรกิจในแต่ละประเทศ ส่วนไหนแก้ไขได้หรือไม่ได้ อย่างธุรกิจอเมซอนในเวียดนาม ประเมินว่าแก้ไขไม่ได้ การปิดธุรกิจก็ดีกว่า แต่ก็ต้องพิจารณาให้ดี เพราะการจะออกจากประเทศต่างๆ ก็มีต้นทุน
ส่วนธุรกิจใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นล่าสุดคือ การร่วมทุนกับ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เพื่อลงทุนธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel)
ม.ล.ปีกทอง เปิดเผยถึงที่มาของโครงการนี้ว่า OR มีสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งหลายแห่งตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ (Prime Area) ใกล้สนามบินหรือแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ 5-10 ไร่ บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการนำที่ดินเหล่านี้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม
“เรามองว่าโรงแรมคือสิ่งที่ขาดในการดึงคนเข้ามาในสถานีบริการ เมื่อลูกค้าเข้ามาพัก ก็สามารถใช้บริการอื่นๆ ใน Ecosystem ของเราได้ทันที เช่น อยากดื่มกาแฟก็มี Café Amazon อยากซื้อของกินของใช้ก็มี 7-Eleven หรืออยากซักผ้าก็มีร้านสะดวกซัก Otteri รองรับ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องสร้างร้านอาหารในโรงแรมเพิ่ม เพราะในปั๊มมีครบอยู่แล้ว” ซีอีโอ OR กล่าว
แม้ OR จะมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกมายาวนานกว่า 40-50 ปี แต่ผู้บริหารยอมรับว่าไม่มีความชำนาญในการบริหารโรงแรม จึงตัดสินใจจับมือกับ กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งเป็นมืออาชีพในด้านนี้ และมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้ากันได้ดีกับ OR
ปั๊มน้ำมันของ OR กว่า 80% บริหารงานโดยดีลเลอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจท้องถิ่นที่มีศักยภาพและมีที่ดินทำเลทองอยู่ในมือ การร่วมมือกับเซ็นทรัลที่มีแบรนด์โรงแรม GO Hotel จึงเป็นการดึงจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาผสานกัน ทั้งเรื่องทำเลและการบริหารจัดการ
ทั้งนี้ OR ใช้งบลงทุน 700 ล้านบาท สำหรับธุกิจ Budget Hotel เทียบเคียงได้กับแบรนด์ Hop Inn ในตลาด โดยจะมีโรงแรมนำร่อง 6 แห่ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, สงขลา (หาดใหญ่), อยุธยา, ชลบุรี และกาญจนบุรี แบ่งเป็นโรงแรมในสถานีบริการน้ำมัน 5 แห่ง และนอกสถานีบริการน้ำมัน 1 แห่ง ขนาด 70-80 ห้องต่อแห่ง ค่าก่อสร้างประมาณไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อห้อง ราคาห้องพัก ประมาณ 800 – 1,000 บาทต่อคืน ขึ้นอยู่กับทำเล เริ่มทยอยก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2570
OR ระบุว่าจะใช้ผลการดำเนินงานของ 6 แห่งแรกนี้เป็นเกณฑ์วัดผล (KPI) เพื่อดูความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ก่อนที่จะตัดสินใจขยายผลปูพรมเปิดสาขาเพิ่มทั่วประเทศในอนาคต หากผลตอบรับเป็นไปตามเป้าหมาย โรงแรมในปั๊มน้ำมันจะกลายเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่เปลี่ยนปั๊มน้ำมันให้กลายเป็น “Community Hub” อย่างแท้จริง
สำหรับเป้าหมายทางการเงินในปี 2569 บริษัทตั้งเป้างบลงทุนไว้ที่ 18,700 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่ม Mobility (สถานีบริการ, EV Station) 10,300 ล้านบาท, กลุ่ม Lifestyle (Café Amazon, โรงคั่ว, ระบบหลังบ้าน) 4,300 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการสร้างประสิทธิภาพ และลดต้นทุน, กลุ่ม Global (ปั๊ม ปตท., คาเฟ่ อเมซอน ในต่างประเทศ) 1,400 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่ม Innovation และ New Business (Virtual Bank, ดิจิทัลและไอที) อีก 2,700 ล้านบาท
วิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน OR ประเมินว่า รายได้ของ OR จะเติบโตล้อไปกับตัวเลข GDP ของประเทศไทย เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจกว่าครึ่งมาจากค้าปลีกและ Mobility ในประเทศ
โดยปัจจัยบวกสำคัญในปี 2569 คือภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวแตะระดับ 35 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อยอดจำหน่าย น้ำมันอากาศยานให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงช่วยกระตุ้นยอดขายในธุรกิจค้าปลีก ทั้งร้านสะดวกซื้อและร้านกาแฟในแหล่งท่องเที่ยว
ทั้งนี้ OR ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้เข้าใช้บริการสถานีจาก 3.9 ล้านคน เป็น 5 ล้านคนต่อวัน และเพิ่มสมาชิก Blue Plus App จาก 9.3 ล้านราย ให้ถึง 14 ล้านราย เพื่อสร้างรายได้จากบริการ Non-oil ให้มากขึ้น
The post ‘โออาร์’ ทบทวนแผนลงทุนต่างประเทศ ปรับโฟกัสเน้นธุรกิจในไทย เตรียมเปิดโรงแรมในปั๊มปี 70 นำร่อง 6 แห่ง appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้วางแผนทำโปรเจกต์ขนาดใหญ่ แต่วันน […]
The post เปิดแนวคิด ‘ตัน ภาสกรนที’ เห็นโอกาสอะไร? ถึงยอมทุ่ม 5,000 ล้าน ปั้นเขาชีจรรย์เป็น ‘ทองหล่อแห่งพัทยา’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้วางแผนทำโปรเจกต์ขนาดใหญ่ แต่วันนี้ชื่อของ ‘ตัน ภาสกรนที’ ถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะผู้ปลุกปั้นแลนด์มาร์กอีเวนต์แห่งใหม่ใกล้พัทยา ภายใต้ชื่อ One Chichan (วันชีจรรย์) ด้วยโปรเจกต์มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ที่วางเป้าหมายพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ผสานโรงแรม เวลเนส และสถานที่จัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ไว้ในพื้นที่เดียวกัน
THE STANDARD WEALTH มีโอกาสร่วมวงสัมภาษณ์แบบใกล้ชิด ถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ดังกล่าว ตลอดจนวิสัยทัศน์ระยะยาวที่เจ้าตัวมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ พร้อมวางหมุดหมายให้ วันชีจรรย์ ก้าวขึ้นเป็นเดสติเนชันใหม่ของภาคตะวันออกในอนาคต
ตัน เริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ยักษ์ด้วยความเรียบง่ายว่า การตัดสินใจซื้อที่ดิน 160 ไร่ผืนนี้ไม่ได้เกิดจากแผนธุรกิจ แต่เริ่มมาจากความเกรงใจที่อยากจะช่วยพี่สาวให้ได้ค่านายหน้าจากการขายที่ดิน แม้ลึกๆ ในตอนนั้นจะมีนโยบายส่วนตัวว่าจะไม่ซื้อที่ดินเพิ่มอีกแล้ว
แต่เมื่อได้ลงพื้นที่สำรวจกลับพบว่าศักยภาพของที่ดินแปลงนี้โดดเด่นกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งการตั้งอยู่ติดอ่างเก็บน้ำ โอบล้อมด้วยภูเขา และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่หาได้ยาก จากนั้นจึงตัดสินใจทยอยซื้อที่ดินข้างเคียงเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นผืนที่ดินขนาดใหญ่
ยอมรับว่าช่วงนั้นยังไม่มีแผนว่าจะลงทุนสร้างอะไร แต่ในจังหวะเดียวกันนั้น ได้เห็นว่าประเทศไทยกำลังผลักดันโครงการเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาสนามบินอู่เทเภาพอดี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้มองเห็นภาพในอีก 5-10 ปีข้างหน้าชัดเจนขึ้นว่า พื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นทำเลศักยภาพสูงที่รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในช่วงเวลาเดียวกัน ‘ตัน’ เปรียบเปรยทำเล One Chichan ว่าเป็นเสมือน ‘ทองหล่อแห่งพัทยา’ เพราะแม้จะมีบ้านพักอาศัยอยู่ไม่กี่หลัง แต่เกือบทั้งหมดเป็นบ้านระดับราคา 50-100 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่ามีกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงอาศัยอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก แต่กลับยังไม่มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์มารองรับ
ยิ่งทำให้มองเห็นโอกาสสำคัญจากความว่างเปล่านี้ เพราะเชื่อว่าเมืองที่เจริญแล้วมักจะสร้างอะไรใหม่ๆ ได้ยากเนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และต้นทุน แต่พื้นที่ว่างคือโอกาสในการออกแบบอนาคตได้ตั้งแต่ต้น
โดยเขาวางหมากให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่ตั้งเป้าหมายใหญ่ให้เป็น ‘Music Festival Destination’ ของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของอุตสาหกรรมบันเทิงที่ปัจจุบันกว่า 90% ยังกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และมีสถานที่รองรับผู้ชมระดับหมื่นคนจำกัดเพียงไม่กี่แห่ง
ยกตัวอย่าง อิมแพ็ค อารีน่า และ ราชมังคลากีฬาสถาน หากสถานที่เหล่านี้เต็ม ศิลปินระดับโลกจำนวนมากก็อาจตัดสินใจมองข้ามไทยไปจัดแสดงในประเทศอื่นทันที นั่นหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจทั้งระบบ
‘ตัน ’ ฉายภาพต่อไปว่า ความตั้งใจสร้าง One Chichan คือการยกระดับมาตรฐานงาน Music Festival ในต่างจังหวัดที่มักประสบปัญหาเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกไม่พร้อม ทั้งห้องน้ำ ที่จอดรถ และการจราจร โดยเขาหยิบยกตัวเลขการเติบโตของธุรกิจนี้มาแสดงให้เห็นว่าหลังโควิด ผู้คนโหยหาประสบการณ์ร่วมมากขึ้น จนทำให้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาด Music Festival เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 65%
ดังนั้นโครงการนี้จึงถูกออกแบบมาให้รองรับงานได้ตั้งแต่ระดับ 2,500 คน ไปจนถึงเมกะอีเวนต์ขนาด 30,000 คน และหากพัฒนาเต็มศักยภาพในอนาคตจะรองรับได้ถึงระดับหลักแสนคน
“เราอยากทำ One Chichan ให้เป็นที่จัดคอนเสิร์ต หรือจัดอีเว้นต์ระดับประเทศ หรือระดับโลก ให้สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยว Man-Made Destination อีกแห่งหนึ่งของพัทยาที่จะดึงนักท่องเที่ยวมาเยอะๆ ไม่ใช่เพื่อกำไรทางธุรกิจอย่างเดียว จากนี้ไป 5 ปีจะเห็นเมือง อีกเมืองหนึ่งที่ดึงดูดทั้งอีเว้นต์และดึงดูดคนมาเที่ยวได้” ตัน ย้ำ
ส่วนงบลงทุนของโปรเจ็กต์นี้วางไว้ที่ 5,000 ล้านบาท ใช้สร้างทุกอย่างภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งปัจจุบันใช้ไปแล้วราว 2,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการสร้างโรงแรมใหม่อีก 2 แห่ง และไฮไลต์สำคัญคือการพัฒนาลานกางเต็นท์และพื้นที่รถบ้าน ที่จะขยายเป็น 1,500 หลังในอนาคต เพื่อให้ผู้ร่วมงานสามารถพักค้างคืนได้อย่างสะดวกและปลอดภัยภายใต้ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน
ส่วนในกระบวนการพัฒนานั้นมุ่งให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์กว่า 300 ต้นเพื่อส่องสว่างในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ไปจนถึงการเสียสละที่ดินส่วนตัวเพื่อขยายถนนทางเข้าให้กว้างถึง 10 เมตรเพื่อลดปัญหารถติด โดยปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 70%
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจและสะท้อนสไตล์การทำธุรกิจของ ‘ตัน ภาสกรนที’ ได้ชัดเจนที่สุดคือ แหล่งเงินทุนของโครงการนี้ที่เขามักจะพูดติดตลกว่ามาจากเงินภรรยา ซึ่งหมายถึงการไม่ได้กู้ยืมจากธนาคาร ทำให้ไม่มีภาระดอกเบี้ยหรือแรงกดดันระยะสั้นแบบบริษัทจดทะเบียน จึงสามารถค่อยๆ ปั้นโครงการให้เติบโตอย่างมั่นคงและรอผลตอบแทนในระยะยาวได้
ยิ่งเห็นภาพชัดว่าโมเดลธุรกิจของ One Chichan ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผูกขาดกำไรไว้ที่ตัวเขาเพียงคนเดียว แต่ต้องการสวมบทบาทเป็นผู้จุดประกาย ให้เศรษฐกิจชุมชนหมุนเวียนไปพร้อมกัน พร้อมสนับสนุนให้ชาวบ้านรอบพื้นที่เปิดบ้านเป็น Airbnb ทำที่จอดรถ หรือขายอาหาร เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ ยังแย้มถึงโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังพัฒนาในพื้นที่บางพระ ซึ่งเป็นที่ดินติดทะเล โดยตั้งใจสร้างหมุดหมายใหม่ที่ผสานเสน่ห์ของทำเลชายฝั่งเข้ากับกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้
The post เปิดแนวคิด ‘ตัน ภาสกรนที’ เห็นโอกาสอะไร? ถึงยอมทุ่ม 5,000 ล้าน ปั้นเขาชีจรรย์เป็น ‘ทองหล่อแห่งพัทยา’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปัจจุบัน ต้องยอมรับเลยว่าโลกการลงทุนอาจเกิดความผันผวนได […]
The post อ่านเกม QHHRREIT: กอง REIT โรงแรมในบทบาท Stability Anchor ของนักลงทุนระยะยาว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
ปัจจุบัน ต้องยอมรับเลยว่าโลกการลงทุนอาจเกิดความผันผวนได้บ่อยครั้ง บางครั้งความผันผวนอาจเกิดได้ในหนึ่งวัน การมี “กันชน” หรือตัวยึดโยงให้กับพอร์ตโฟลิโอของเราจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะรักษาพอร์ตการลงทุนของเราเอาไว้
จากแนวโน้มการลงทุนในปี 2569 นักลงทุนต้องมี Stability Anchor หรือหลักยึดที่ช่วยสร้างเสถียรภาพของพอร์ต หนึ่งในตัวเลือกนั้นคือ “REIT” หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อาจเป็นกุญแจสำคัญในเรื่องนี้ โดยเฉพาะ REIT ที่มีโครงสร้างรายได้ชัดเจน และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว โดย “QHHRREIT” คือหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจของกอง REIT โรงแรม ซึ่งกำลังถูกจับตามองในฐานะ Stability Anchor ของนักลงทุนระยะยาว
สิ่งที่ทำให้ REIT แตกต่างจากสินทรัพย์อื่น คือแหล่งรายได้ที่มาจากค่าเช่าและการดำเนินงานของอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ REIT มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอในระยะยาว และผันผวนน้อยกว่าสินทรัพย์ทั่วไป

สำหรับนักลงทุน REIT จึงเป็น “กันชน” ของพอร์ต ช่วยลดแรงกระแทกจากสินทรัพย์อื่นที่มีความผันผวนมากกว่า และยังสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งต่อเนื่องจากเงินปันผล อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องพิจารณาคุณภาพสินทรัพย์ โครงสร้างรายได้ และความแข็งแกร่งของสถานะการเงินของกอง REIT ควบคู่ไปด้วย
ตัวอย่าง REIT ที่น่าสนใจคือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ หรือ “QHHRREIT”
QHHRREIT เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กลุ่มโรงแรม ในทำเลใจกลางเมือง ภายใต้แบรนด์ Centre Point โดยลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูงรวม 4 โครงการ 884 ห้อง ครอบคลุมย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ได้แก่ ประตูน้ำ สุขุมวิท สีลม และชิดลม

ด้วยทำเลระดับ Super Prime Location เชื่อมต่อกับ BTS MRT รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะสายสำคัญอื่นๆ ทำให้ทรัพย์สินของกอง REIT สามารถรองรับลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มครอบครัว กลุ่มนักธุรกิจ ตลอดจนผู้ที่ต้องการพักอาศัยระยะสั้นและระยะยาว สามารถสร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอ และช่วยลดความผันผวนของรายได้ตามฤดูกาลได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ โครงสร้างพอร์ตของ QHHRREIT ถูกออกแบบมาให้มีทรัพย์สินประเภท Freehold เป็นหลัก เสริมด้วย Leasehold ที่มีสัญญาเช่าระยะยาวในทำเลทอง ทำให้เกิดความต่อเนื่องของรายได้เฉลี่ยของพอร์ต ส่งผลต่อความมั่นคงของกระแสเงินสดในระยะยาว
QHHRREIT ยังสร้างรายได้จากการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก รวมถึงการปรับปรุงและรีแบรนด์โครงการเป็น Centre Point Plus ซึ่งช่วยเพิ่ม ADR และอัตราเข้าพักอย่างมาก ทำให้รายได้เติบโตจากคุณภาพสินทรัพย์ที่พัฒนาต่อเนื่อง
ไม่เพียงเท่านั้น รายได้ของ QHHRREIT ยังมาจากค่าเช่าคงที่และรายได้จากค่าเช่าที่ผันแปรตามผลการดำเนินงานของโรงแรม ไม่ใช่จากการขายสินทรัพย์หรือเก็งกำไรมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ทำให้กอง REIT มีรายได้สม่ำเสมอและ “คาดการณ์ได้” ถือเป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนได้อย่างมั่นคง
ด้านผลตอบแทน QHHRREIT มีประวัติการจ่ายประโยชน์ตอบแทนต่อเนื่อง โดยในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.69 บาทต่อหน่วย สะท้อนรายได้จากการดำเนินงานสินทรัพย์จริง เหมาะสมกับบทบาท Stability Anchor
จะเห็นได้ว่า QHHRREIT มีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นสินทรัพย์ “ถ่วงน้ำหนัก” ในพอร์ตลงทุน ช่วยให้พอร์ตมีเสถียรภาพมากขึ้น กระแสเงินสดสม่ำเสมอของ REIT ช่วยลดความผันผวนของผลตอบแทนในช่วงตลาดปรับฐาน และช่วยให้นักลงทุนบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น
หนึ่งในจุดเด่นเชิงกลยุทธ์ของ QHHRREIT คือการลงทุนใน Centre Point Hotel Chidlom โรงแรมในทำเลหลังสวน-ชิดลม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความต้องการสูงที่สุดของกรุงเทพฯ จุดแข็งของ Centre Point Hotel Chidlom คือเรื่องของทำเล ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนหลังสวน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าชิดลมและสวนสาธารณะลุมพินี ซึ่งเป็น Super Prime CBD รายล้อมด้วยที่พักอาศัยระดับ High-end แฝงความเงียบสงบแต่เชื่อมต่อกับแหล่งช้อปปิ้งลักชัวรี่ในย่านชิดลม ราชประสงค์ และเพลินจิตได้อย่างง่ายดาย
โครงการ Centre Point Hotel Chidlom ยังมีห้องพักกว้างขวางซึ่งหาได้ยากในทำเลดังกล่าว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ภายใต้มาตรฐานบริการระดับสากล สามารถรองรับลูกค้าหลากหลาย ทำให้รายได้ผันผวนน้อย โดยมีตัวเลขยืนยันชัดเจน คืออัตราเข้าพักในงวด 9 เดือนปี 2568 ที่สูงถึง 91% รายได้รวมดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าสินทรัพย์นี้เป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงในทำเลพรีเมียม แม้ในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไป เหมาะสมกับบทบาทของ QHHRREIT ในฐานะ “Stability Anchor” ของพอร์ตลงทุนได้เป็นอย่างดี

การตัดสินใจต่ออายุสัญญาสิทธิการเช่าของสินทรัพย์แห่งนี้ออกไปอีก 30 ปี ไม่ได้เป็นเพียงการขยายระยะเวลาในเอกสารสัญญา แต่คือการเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในอนาคต ให้กับกองทรัสต์อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อผนวกเข้ากับแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การเพิ่มทุนใน Centre Point Hotel Chidlom จึงสะท้อนกลยุทธ์ที่มองไกลกว่ารอบเศรษฐกิจระยะสั้น สร้างความได้เปรียบและต้านทานกระแสความผันผวนให้กับพอร์ตโฟลิโอได้

ท่ามกลางโลกการลงทุนที่ผันผวน สินทรัพย์ที่มีคุณค่าและรายได้ชัดเจนยิ่งสำคัญ QHHRREIT เป็นกองทรัสต์โรงแรมทำเลใน CBD ที่เรียกว่าเป็น Super Prime Location ที่มุ่งสร้างรายได้สม่ำเสมอ และมีระยะเวลารับรู้รายได้ยาวนาน ไม่เน้นผลตอบแทนหวือหวาระยะสั้น ในการลงทุนระยะยาว QHHRREIT ทำหน้าที่เป็นเสาเข็มสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้พอร์ตโฟลิโอโดยรวม ด้วยเหตุนี้จึงถือเป็น Stability Anchor สำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นไม่แพ้ผลตอบแทนได้เป็นอย่างดี
QHHRREIT เสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมไม่เกิน 69.0 ล้านหน่วย โดยจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยเดิมและประชาชนทั่วไปจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ. 2569 โดยสามารถจองผ่าน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน): ผ่านทุกสาขาทั่วประเทศ และผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-777-6784
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

The post อ่านเกม QHHRREIT: กอง REIT โรงแรมในบทบาท Stability Anchor ของนักลงทุนระยะยาว [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
การขยับตัวครั้งใหม่ของ สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) ภาย […]
The post Salad Factory แตกไลน์โมเดลใหม่ ‘Sunny Side Up’ ปั้น All Day Diner รับเทรนด์ Rest to Run appeared first on THE STANDARD.
]]>
การขยับตัวครั้งใหม่ของ สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) ภายใต้การบริหารของ กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองรับต้นปี เมื่อแบรนด์ตัดสินใจก้าวข้ามกรอบเดิมของร้านอาหารเพื่อสุขภาพ สู่การเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ในชื่อ ‘Sunny Side Up’ ที่มาพร้อมคอนเซปต์ Rest to Run ซึ่งเป็นการตีความพื้นที่ร้านอาหารรูปแบบใหม่ให้เป็นมากกว่าแค่สถานที่รับประทานอาหาร แต่คือจุดพักผ่อนเพื่อรีชาร์จพลังชีวิตให้ผู้บริโภค
ปิยะ ดั่นคุ้ม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ ฉายภาพว่า การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ครั้งนี้ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์ที่มากกว่าความอิ่ม
“เราพัฒนาแบรนด์นี้ขึ้นจากโอกาสความร่วมมือในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจโรงแรม โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างพื้นที่ที่เป็นมากกว่าที่พักค้างคืน แต่เป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อนและเพิ่มเอนเนอร์จี้ผ่านอาหารที่มีคุณภาพ”
โมเดลธุรกิจของ Sunny Side Up ถูกวางตำแหน่งให้เป็น All Day Diner ในบรรยากาศสไตล์อเมริกันที่เข้าถึงง่าย โดยเลือกปักหมุดสาขาแรกที่ Go Hotel สุวรรณภูมิ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายทั้งกลุ่มนักเดินทางที่มองหาอาหารรสชาติถูกปากก่อนหรือหลังการเดินทาง และกลุ่มผูอยู่อาศัยในโซนลาดกระบัง–สุวรรณภูมิ ครอบคลุมตั้งแต่มนุษย์ออฟฟิศไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่
จุดเด่นที่ทางแบรนด์นำเสนอคือความยืดหยุ่นของเมนูที่รองรับทุกช่วงเวลา ตั้งแต่กลุ่มคนตื่นเช้าหรือสายสุขภาพที่มองหา ‘All Day Breakfast’ ไปจนถึงกลุ่มไลฟ์สไตล์ช่วงค่ำที่ต้องการมื้ออาหารผ่อนคลายหลังเลิกงาน
โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ ‘Side Bar Buffet’ ซึ่งรวบรวมสลัดบาร์ ซุป และเครื่องเคียงสไตล์เอเชียนแบบเติมไม่อั้น รวมถึงกิมมิกอย่างน้ำพริกแบบไทยที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับลูกค้าต่างชาติ
การแตกไลน์ธุรกิจในครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของ Salad Factory ในการขยายฐานลูกค้าเข้าสู่เซกเมนต์ที่กว้างขึ้น โดยใช้จุดแข็งด้านอาหารมาผสานกับทำเลศักยภาพอย่างโรงแรม เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวและเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
The post Salad Factory แตกไลน์โมเดลใหม่ ‘Sunny Side Up’ ปั้น All Day Diner รับเทรนด์ Rest to Run appeared first on THE STANDARD.
]]>
แม้ภาพรวมปีนี้ โรงแรมไทยจะเปิดใหม่ไม่เยอะเท่าช่วงหลังโค […]
The post 17 ที่พักเปิดใหม่ตลอดปี 2025 ไว้นอนพักผ่อนปี 2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
แม้ภาพรวมปีนี้ โรงแรมไทยจะเปิดใหม่ไม่เยอะเท่าช่วงหลังโควิด แต่เป็นปีที่มีโรงแรมดีๆ เปิดขึ้นในบ้านเราเยอะมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่คึกคักเป็นพิเศษ เช่น การมาของ Aman Bangkok ที่ในที่สุดก็เสร็จเสียที Andaz One Bangkok, Kromo Bangkok และ voco Surawong ที่เข้ามาเปิดในกรุงเทพฯ ครั้งแรก แถมยังบางแห่งยังเพิ่งเปิดมาสดๆ ร้อนๆ ชนิดสียังไม่ทันแห้งดี ต่างจังหวัดปีนี้ ขอยกให้พัทยา ที่มีโรงแรมเชนดีๆ ไปลงหลักปักฐานมากขึ้น เช่น Pattaya Mariott, The Standard, Pattaya Na Jomtien ฯลฯ
สำหรับใครที่กำลังมองหาโรงแรมไว้พักผ่อนในปีหน้า นี่คือที่พักเปิดใหม่ตลอดปี 2025 ที่คุณสามารถเก็บไว้ลิสต์ไว้พักได้ตลอดปี 2025

เปิดบ้านต้อนรับแขกอย่างเป็นทางการเสียที ในฐานะ Aman แห่งที่ 2 ของไทย และการกลับมาปักหมุดในประเทศอีกครั้งในรอบ 37 ปี หลัง Amanpuri ที่ภูเก็ต ที่นี่เป็นหนึ่งใน Aman ไม่กี่แห่งของโลกที่เป็น City Hotel และเป็นแห่งที่ 3 ที่มี Aman Club คลับส่วนตัวระดับโลก ตัวโรงแรมตั้งอยู่ภายใน Nailert Park พื้นที่สีเขียวเอกชนอายุกว่า 100 ปี ใจกลางกรุงเทพฯ จึงมอบบรรยากาศสงบ ร่มรื่น ราวกับโอเอซิสของเมือง ออกแบบโดย Jean-Michel Gathy ห้องพักทั้ง 52 ห้องเป็นห้องสวีททั้งหมด เน้นเส้นสายเรียบง่าย โทนธรรมชาติ และความหรูที่สงบตามแบบ Aman พร้อม Aman Spa & Wellness, ห้องอาหาร Arva, 1872 Lounge Bar สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ และ Aman Club
Contact: https://www.facebook.com/AmanNaiLert
อ่านเพิ่มเติม: https://thestandard.co/life/aman-nai-lert-bangkok-2

ไลฟ์สไตล์โฮเทลแห่งใหม่ในขอบรั้ว One Bangkok ที่เปิดบ้านไปสดๆ ร้อนๆ ไม่กี่วันก่อน ตัวโรงแรมถ่ายทอดแนวคิดแบรนด์ Andaz ที่เน้นอัตลักษณ์และเรื่องราวท้องถิ่น ผ่านงานออกแบบโดย PIA ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากย่านถนนวิทยุ สถาปัตยกรรมไทยยุค Mid-Century และแนวคิด ‘Vertical Neighborhood’ ที่นี่มีห้องพักและสวีทรวม 244 ห้อง ส่วนใหญ่มองเห็นวิวสวนลุมพินี ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการ Andaz Lounge ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางได้ตลอดทั้งวัน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส รวมถึงห้องอาหาร Jǐng และ Andaz Terrace ระเบียงโปร่งสบายที่มองเห็นความเขียวขจีของสวนลุมพินีพร้อมวิวพระอาทิตย์ตกดินผ่านเส้นขอบฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ
Contact: https://www.facebook.com/andazonebangkok

โรงแรมไลฟ์สไตล์สูง 28 ชั้น ที่ได้ทำเลทองเยื้อง Emsphere พอดิบพอดี การออกแบบด้านในได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘มณีนพรัตน์’ หรืออัญมณีทั้ง 9 ของกรุงเทพฯ นำเสนอเรื่องราวของเมืองผ่านงานศิลป์จากศิลปินและนักออกแบบชาวไทย ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 306 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทีวี 55 นิ้ว เครื่องชงกาแฟ Nespresso และผลิตภัณฑ์อาบน้ำจาก HARNN ไฮไลต์ยังรวมถึงห้องอาหาร Colette ที่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสสไตล์บิสโทรตลอดวัน, Vilah Creative Social Space บนชั้น 10 สำหรับการพบปะและพักผ่อน รวมถึงสระว่ายน้ำอินฟินิตี้และฟิตเนสบนชั้นบนสุดที่เปิดรับวิวกรุงเทพฯ แบบพาโนรามา
Contact: https://www.facebook.com/KROMOBangkok

อีกหนึ่งโรงแรมใหม่เอี่ยมที่เพิ่งเปิดบ้านมาถึงไม่ 2 สัปดาห์ โดยปรับโฉมจากโรงแรมตะวันนาเดิมให้กลายเป็น Brutalist Modernism เน้นใช้รูปทรงเรขาคณิต แสงธรรมชาติ และการจัดพื้นที่อย่างมีจังหวะ งานนี้ได้ A49 บริษัทสถาปนิกชั้นนำของไทยมาดูงานด้านสถาปัตยกรรม และ P49 Design มาดูงานออกแบบภายในโดยถ่ายทอดเสน่ห์ Mid-Century ในสไตล์ voco ที่อบอุ่น เป็นกันเอง และมีลูกเล่น ผสานกลิ่นอายวินเทจ งานศิลป์ไทย และความสะดวกสบายสมัยใหม่
ที่นี่เปิดให้บริการทั้งหมด 244 ห้อง ทุกห้องถูกออกแบบภายใต้แนวคิดความยั่งยืน มีการใช้หมอนและผ้านวมจากวัสดุรีไซเคิล และของใช้ในห้องน้ำแบบรีฟิลจาก Antipodes ด้านอาหารและเครื่องดื่มนำเสนอผ่านแนวคิด voco life กับ Tasca Sabio ห้องอาหารสเปนสไตล์ทาปาส และ Deckles Smokehouse ห้องอาหารสโมคเฮาส์แบบร่วมสมัย เสริมด้วยสระว่ายน้ำยาว 25 เมตร ฟิตเนส 24 ชั่วโมง
Contact: https://www.facebook.com/vocoBangkokSurawongbyIHG

รีสอร์ตริมทะเลบนเกาะช้างที่ชวนให้พักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ ท่ามกลางธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติทางทะเล บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว แต่ยังคงความสบายในระดับพรีเมียม ที่พักมีทั้งห้องพักและวิลล่ากว่า 160 ยูนิต ให้เลือกตั้งแต่ห้องติดสระ ห้องสวีทวิวทะเล ไปจนถึงวิลล่าส่วนตัวพร้อมสระว่ายน้ำ รีสอร์ตให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ผ่านการใช้วัสดุรีไซเคิล งานดีไซน์ที่ทำด้วยมือ และการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ด้านอาหารมีทั้งบีชคลับริมทะเล บาร์สไตล์ทรอปิคัล และห้องอาหารที่เลือกใช้วัตถุดิบจากเกาะช้าง พร้อมสปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และกิจกรรมสำหรับทุกวัย เหมาะกับคนที่อยากหนีเมืองไปพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ แต่ยังได้ประสบการณ์การเข้าพักที่มีคุณภาพและมีเรื่องราว
Contact: https://www.facebook.com/dinsokohchang

รีสอร์ตริมทะเลบนหาดบางหลุด จังหวัดพังงา ตั้งอยู่ในทำเลที่ยังคงความสงบและเป็นส่วนตัว ให้บรรยากาศคล้ายการพักผ่อนบนเกาะ แต่ยังเชื่อมต่อกับชุมชนโดยรอบได้สะดวก รีสอร์ตมีห้องพักรวม 283 ห้อง ตั้งแต่ห้องพักบนอาคาร ห้อง Pool Access ไปจนถึงวิลล่าส่วนตัว ออกแบบโดย P49 Design โดยหยิบแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นพังงามาใช้ในรายละเอียดต่างๆ ไฮไลต์คือ Villa 0101 วิลล่าริมหาดหลังเดียวของรีสอร์ต พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและวิวทะเลแบบพาโนรามา ภายในโครงการยังมี Thai Curry Sala ห้องอาหารไทยที่นำเสนออาหารใต้รสจัดจ้าน, Quan Spa สปาที่มีทรีตเมนต์นวดหินหยก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับทั้งการพักผ่อนแบบครอบครัวและผู้ที่มองหาความเงียบสงบริมทะเล
Contact: www.facebook.com/khaolakmarriott
อ่านเพิ่มเติม: https://thestandard.co/life/khao-lak-marriott-beach-resort-spa

โรงแรมย่านพระราม 4 ที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทางและคนทำงาน ด้วยทำเลติดสวนลุมพินี และการเดินทางสะดวก ใกล้ทั้ง MRT และย่านธุรกิจสำคัญ ตัวโรงแรมออกแบบในสไตล์เรียบหรู เน้นความสบายและการใช้งานจริง ห้องพักกว้างขวาง เหมาะทั้งการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และพื้นที่พักผ่อนที่ช่วยให้หลบความวุ่นวายของเมืองได้ในไม่กี่ก้าว เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาที่พักในกรุงเทพฯ ที่ได้ทั้งความสะดวก ความสงบ และมาตรฐานการบริการที่ไว้ใจได้
Contact: https://www.facebook.com/gcplumphini

อีกหนึ่ง Grande Centre Point ที่เปิดตัวช่วงปลายปี แต่เรียกเสียงตอบรับที่ได้มากจากนักพักผ่อน เพราะตกแต่งสวย ทำเลดี อยู่ใจกลางย่านราชดำริ อยู่ใกล้ทั้ง BTS และ MRT แวะไปสวนลุมพินี หรือไปห้างสรรพสินค้าตรงราชประสงค์ก็ใกล้หมด ที่สำคัญราคาดีมากเหมาะกับนักเดินทางที่มองหาความคุ้มค่า ชอบสำรวจเมือง แต่อยากยังได้วันพักผ่อนในโรงแรมในบ้างวัน ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่สระว่ายน้ำวิวเมืองแบบ 270 องศา ห้องอาหาร Chef Man Ratchadamri จากเชฟแมน และออนเซ็นของ Let’s Relex ที่มอบประสบการณ์แช่น้ำพร้อมวิวสวย บรรยากาศดีมากจริงๆ
Contact: https://www.facebook.com/gcpratchadamri

ได้ชื่อว่า The Standard ก็รู้แล้วว่า The Standard, Pattaya Na Jomtien จะต้องเก๋ต้องชิคไม่แพ้ใครในละแวก ซึ่งการันตีได้จากงานดีไซน์จัดจ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 60 พร้อมโทนสีและเส้นสายที่สดใส ที่นี่ห้องพักและสวีททั้งหมด 161 ห้อง ทั้งแบบวิวสวน วิวทะเล หรือห้องที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ สวนเขตร้อน บีชคลับ Esmé และห้องอาหาร Sereia ที่เน้นวัตถุดิบทะเลท้องถิ่น รวมถึงสปา Mmhmmm และกิจกรรมทั้งกลางวันและค่ำคืน เหมาะสำหรับผู้ที่อยากผ่อนคลายริมทะเลพร้อมบรรยากาศสนุกสนานและมีสไตล์ในแบบ The Standard
Contact: https://www.facebook.com/thestandardpattaya
อ่านเพิ่มเติม: https://thestandard.co/life/the-standard-pattaya-na-jomtien

ที่พักบูติกขนาดเล็กในเขาหลัก จังหวัดพังงา เหมาะสำหรับคนที่มองหาความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว บรรยากาศให้ความรู้สึกเหมือนมาพักวิลล่าท่ามกลางธรรมชาติ ดีไซน์เรียบง่าย โทนสบายตา อยู่สบาย และมีมุมถ่ายรูปสวยหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณสระว่ายน้ำกลางแจ้งซึ่งเป็นหัวใจของที่พัก ห้องพักมีจำนวนไม่มาก จึงให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ ทำเลอยู่ไม่ไกลจากหาดบางเนียงและอนุสรณ์สถานเรือ ต.813 เดินทางสะดวก เหมาะกับทริปพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ที่อยากพักจริง ถ่ายรูปเพลิน และหลบความวุ่นวายได้อย่างพอดี
Contact: https://www.facebook.com/ginevrakhaolak

รีสอร์ตระดับพรีเมียมใจกลางพัทยาที่เหมาะทั้งการพักผ่อนแบบครอบครัว และคู่รัก ตอบโจทย์ได้ครบตั้งแต่ทำเลสะดวกใกล้ชายหาด ห้องพักและสวีทออกแบบอย่างทันสมัยพร้อมพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง หลายห้องมองเห็นวิวทะเลหรือวิวเมือง ส่วนบริการอื่นๆ มีทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟิตเนส สปา และพื้นที่สำหรับเด็ก ไฮไลท์ที่นี่อยู่ที่เครื่องเล่นสไลด์เดอร์ที่มีให้เล่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ห้องอาหารเช้าแบบจัดเต็มจาก Goji Kitchen และยังมีบาร์และห้องอาหารอิตาเลียน ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนริมทะเลพัทยาได้อย่างครบถ้วนและผ่อนคลายตามสไตล์ Marriott
Contact: https://www.facebook.com/PattayaMarriott

รีสอร์ตริมทะเลเขาหลักที่รีแบรนด์จาก Beyond Khaolak Resort ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Kata Group Resorts และ ananea ในเครือ DERTOUR Hotels & Resorts โดยนับเป็น ananea แห่งแรกในประเทศไทยและแฟลกชิปแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นี่ชูแนวคิด ‘Barefoot Luxury’ และ ‘Slow Glamour’ นิยามใหม่ของการพักผ่อนที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์ ห้องพักทั้ง 117 ห้องเป็นแบบวิลล่า เน้นใช้วัสดุธรรมชาติ โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว พร้อมสปา สระว่ายน้ำ กิจกรรมฟื้นฟูกายใจ และประสบการณ์อาหารที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่น ทั้งยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการดูแลชุมชน ตามวิสัยทัศน์ ‘Beyond a Good Place Is a Better Planet’ เหมาะสำหรับนักเดินทางที่มองหาการพักผ่อนริมทะเลที่สงบ มีความหมาย และสอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่

เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ระดับหรูหราในเครือ The Ascott Limited ที่เพิ่งเปิดให้บริการไม่นาน ที่นี่ตั้งอยู่ปากซอยสุขุมวิท 38 ใกล้ BTS ทองหล่อเพียง 1 นาทีเดิน ตัวเรสซิเดนซ์ประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 115 ห้อง มีให้เลือกตั้งแต่ห้องสตูดิโอไปจนถึงแบบ 2 ห้องนอน โดยทั้งหมดออกแบบและตกแต่งภายใต้แนวคิด ‘A Story Behind Every Door’ สะท้อนความใส่ใจรายละเอียดตามฉบับ The Crest Collection ที่มีกลิ่นอายของฝรั่งเศสเล็กๆ ผสมความเป็นไทย บรรยากาศและการบริการจึงเหมาะแก่การพักผ่อนและอยู่อาศัยระยะยาว ห้องนอนกว้างขวาง แบ่งสัดส่วนชัดเจน Amenities ในห้องน้ำใช้ของ Thann เตียงนอนจาก Omazz ฯลฯ และที่เราชอบมากที่สุดคืออุปกรณ์ยิมจาก Technogym และบ่อออนเซ็นส่วนตัวที่แช่เมื่อไรก็ได้ และได้ทุกวันตลอดการเข้าพัก
Contact: www.facebook.com/laclefbangkok
อ่านเพิ่มเติม: https://thestandard.co/life/la-clef-bangkok

โรงแรมแฟล็กชิพและขนาดใหญ่ที่สุดของแบรนด์ GO Hotel ภายใต้การบริหารของเซ็นทรัลพัฒนา ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ด้วยแนวคิด ‘จ่ายง่าย หลับสบาย พักใกล้ บินทัน’ (Great Sleep. Great Price. Right on Time.) โดดเด่นด้วยทำเลใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเพียง 10 นาที เดินทางสะดวกทั้งไฟลต์เช้าและดึก ตัวอาคารดีไซน์โมเดิร์น พร้อม Façade ลาย ‘หน้าต่างเครื่องบิน’ สื่อชัดถึงความเป็นแอร์พอร์ตโฮเต็ล ห้องพักมีให้เลือกหลากหลายถึง 6 รูมไทป์ ตั้งแต่ห้องมาตรฐาน, ห้อง Plus ที่เพิ่มพื้นที่ใช้งาน, ห้องมุมไปจนถึงห้อง Family พร้อม Bunk Bed รองรับทั้งนักเดินทางเดี่ยว ครอบครัว และผู้ที่มาทำงานระยะสั้น นอกจากนี้ โรงแรมนี้ยัง Pet-Friendly สำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก นี่คือที่พักที่เน้นความคล่องตัว คุ้มค่า และพักผ่อนได้จริงก่อนออกเดินทางครั้งต่อไป
Contact: https://www.facebook.com/gohotelbangkoksuvanabhumiairport

อาจถึงคราวที่คุณต้องกลับไปอนันตรา หัวหินกันอีกสักครั้ง เพราะที่นี่เพิ่งปรับโฉมใหม่หมดเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ด้วยการยกระดับประสบการณ์พักผ่อนทั้งห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่กิจกรรมใหม่ๆ เช่น สระน้ำเฉพาะผู้ใหญ่, คลับเลานจ์ดีไซน์ทันสมัย, Active Zone ที่ขยายกิจกรรมทั้งกีฬาและออกกำลังกาย รวมถึง Kids Club และ Mini Farm สำหรับเด็กๆ ให้ได้เรียนรู้และสนุกสนานด้วยกัน ด้านอาหารก็มีการเปิดพื้นที่ใหม่อย่าง Sea.Fire.Salt. ห้องอาหารริมทะเลที่ใช้เทคนิคการทำอาหารด้วย Himalayan Salt Brick ฯลฯ
Contact: https://www.facebook.com/AnantaraHuahinResort

รีสอร์ทใหม่ในเครือ Minor ภายใต้แบรนด์ NH Collection ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่หาดบ่อผุดอยู่ห่างจากอนันตรา บ่อผุด เพียง 100 เมตร สามารถแวะไปใช้บริการได้ง่าย ที่นี่เป็นรีสอร์ทที่เน้นห้องพักแบบวิลล่าและสไตล์บังกะโล และมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ตั้งแต่โยคะบนชายหาด มวยไทยในสวน พายคายัคหรือแพดเดิ้ล ไปจนถึงสปา และคลาสเรียนทำอาหารท้องถิ่น สิ่งที่เรามากที่สุด คืองานบริการของพนักงาน ถ้าคุณอยากหาที่พักผ่อน ไวบ์สมุยดั้งเดิม ที่ไม่ได้ฟีล รร เชน มากนัก ที่นี่เหมาะมาก
Contact: https://www.facebook.com/nhcollectionsamuipeace

ที่พักใจกลางสุขุมวิท-ปรีดีฯ ที่ไม่ได้เป็นแค่โรงแรมธรรมดา แต่ให้ทั้งความสะดวกและความยืดหยุ่นในแบบ serviced residence ตอบโจทย์ทั้งการพักระยะสั้นและระยะยาว ด้วยห้องพักหลากไซส์ตั้งแต่สตูดิโอ ไปจนถึงแบบ 2 ห้องนอน พร้อมพื้นที่ครัวและมุมทำงาน ทำให้คุณมาแค่เสื้อผ้าก็พร้อมอยู่ได้ทันที สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Sol & Luna Rooftop Restaurant & Bar บนชั้นดาดฟ้าที่มุมมองวิวสุขุมวิทกว้างไกล ถือเป็นมุมพักผ่อนที่สะดวกสบายและสงบกว่าความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ต้องการพำนักในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านสุขุมวิท-เอกมัยที่เชื่อมต่อได้ง่ายทั้ง BTS และ Airport Rail Link
Contact: https://www.facebook.com/somersetsukhumvit71bangkok
ภาพ: Courtesy of Hotels, พลอยจันทร์ สุขคง
The post 17 ที่พักเปิดใหม่ตลอดปี 2025 ไว้นอนพักผ่อนปี 2026 appeared first on THE STANDARD.
]]>
ธนาคารไทยพาณิชย์ตอกย้ำความมุ่งมั่นผู้นำการเงินยั่งยืน พ […]
The post ไทยพาณิชย์ปลุกพลังโรงแรมภาคใต้บนเส้นทางความยั่งยืนต่อเนื่อง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus รับท่องเที่ยวยั่งยืน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>![ไทยพาณิชย์ปลุกพลังโรงแรมภาคใต้บนเส้นทางความยั่งยืนต่อเนื่อง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus รับท่องเที่ยวยั่งยืน [ADVERTORIAL]](https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/12/scb-hotels-south-green-sustainable.jpg?x54100)
ธนาคารไทยพาณิชย์ตอกย้ำความมุ่งมั่นผู้นำการเงินยั่งยืน พร้อมสนับสนุนธุรกิจโรงแรมยกระดับมาตรฐานรองรับท่องเที่ยวยั่งยืน ผนึกกำลังกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เตรียมความพร้อมสู่การรับรอง Green Hotel Plus กับ SCB” เพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรมไทยตามเกณฑ์ Green Hotel Plus (GHP) ซึ่งได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) แก่กลุ่มโรงแรมภาคใต้ ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากโรงแรมที่ผ่านการรับรอง GHP กับการคว้าโอกาสเติบโตบนกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอสิทธิประโยชน์จากธนาคารเพื่อสนับสนุนการขอรับมาตรฐาน GHP อย่างเป็นระบบ ปลุกพลังโรงแรมไทยร่วมกันสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในยุคที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืน พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมไทย และเตรียมความพร้อมภูเก็ตสู่การเป็นเจ้าภาพการประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Conference 2026) โดยมีผู้แทนจากโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตกว่า 47 แห่ง เข้าร่วมอบรมรวมมากกว่า 100 คน สะท้อนพลังความร่วมมือของภาคธุรกิจโรงแรม ภาครัฐ สถาบันการเงิน และหน่วยงานสนับสนุนด้านความยั่งยืนที่ต้องการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวไทยไปสู่มาตรฐานสากลอย่างจริงจัง
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ธนาคารฯ นำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของการวางยุทธศาสตร์และการดำเนินงานในทุกหน่วยธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่กำลังเผชิญทั้งความท้าทายจาก Climate Change ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธนาคารฯ มุ่งมั่นเป็นพันธมิตรตลอดเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญต่อการผลักดันความยั่งยืนของประเทศให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการดำเนินธุรกิจอยู่เดิมและเริ่มปรับตัว (Less Brown) ไปสู่ Green ให้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยโซลูชันการเงินยั่งยืนของธนาคาร และการนำพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG เข้ามาช่วยสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจ เพื่อผลักดันพอร์ตสินเชื่อธุรกิจโรงแรมและบริการให้สามารถปรับตัวไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ปัจจุบันธนาคารมียอดสินเชื่อธุรกิจโรงแรมมากกว่า 130,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนสำคัญอยู่ในจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามัน ด้วยความรับผิดชอบธนาคารจึงตั้งเป้าปรับ “พอร์ตโรงแรม” ทั้งหมดให้เป็นพอร์ตที่ขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนอย่างชัดเจน ซึ่งครอบคลุมในหลายมิติ เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทดแทน การจัดการน้ำและของเสียอย่างเป็นระบบ การดูแลชุมชนและสังคม การรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม และการดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล
สำหรับโรงแรมขนาดใหญ่หรือเครือโรงแรมที่มีความพร้อมลงทุน ธนาคารส่งเสริมให้ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและการบริหารจัดการอาคารสู่ระดับสากล เช่น มาตรฐานอาคารเขียว LEED, Edge และ TREES ซึ่งช่วยทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านภาพลักษณ์และการดึงดูดลูกค้าต่างชาติ ขณะที่โรงแรมดั้งเดิมที่ยังไม่ถึงจังหวะลงทุนขนาดใหญ่ ธนาคารพัฒนาสินเชื่อและแพ็กเกจสนับสนุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การบริหารจัดการน้ำและขยะ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละแห่ง
ดร.ยรรยง กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดการเริ่มปรับตัวก่อน ว่า “เราเชื่อว่าการลงมือปรับตัวด้านความยั่งยืนอย่างรวดเร็วและจริงจัง จะทำให้เราเป็นผู้ขับเคลื่อนทิศทางการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงรอรับผลกระทบ เราจะสามารถกำหนดเส้นทางการเติบโตให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของโลก และเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง นี่คือหัวใจของธนาคารไทยพาณิชย์ในการขับเคลื่อนบนเส้นทางความยั่งยืน พร้อมย้ำบทบาทของธนาคารในฐานะพันธมิตรที่เดินเคียงข้างลูกค้าธุรกิจโรงแรมในฐานะ Trusted partner บนเส้นทางสู่ความยั่งยืน”
การปรับตัวของธุรกิจโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับกระแสการท่องเที่ยวโลก จากรายงานด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนของ Booking.com ปี 2025 พบว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2023 ขณะเดียวกัน SCB EIC ชี้ว่าแรงกดดันจากข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรปอย่าง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ภายใต้ European Green Deal ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2028 จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมไทยที่ทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์ม OTA ระดับโลกต้องเร่งปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล เช่น GSTC และ Green Hotel Plus ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น GSTC-Recognized Standard

ภายในงานอบรมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงในการเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงแรมที่ผ่านการรับรอง GHP พร้อมกิจกรรม Workshop เพื่อให้เข้าใจเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานจริง รวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากโรงแรมที่ได้รับการรับรองแล้วว่ามีผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านต้นทุน ภาพลักษณ์ และการดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมเป็นวิทยากร และให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), กองทุน ThaiCI โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน, สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้, กลุ่มโรงแรมดีวาน่า, โรงแรมมันดาราวา รีสอร์ท แอนด์ สปา, บริษัท เอเบิล คอนซัลแตนท์ จำกัด, บริษัท แอดแวนเทจ คอนซัลติ้ง จำกัด และ บริษัท อินเตอร์เอ็นจิเนียริ่ง มาเนจเม้น จำกัด” นอกจากนี้ ไทยพาณิชย์ยังมอบสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วม เช่น ส่วนลดค่าอบรมจากหน่วยงานพันธมิตร กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมความเข้าใจสำหรับลูกค้า SCB ผลิตภัณฑ์สินเชื่อพิเศษเพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านความยั่งยืน และบริการ One Stop Service ในการประสานงานกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้การเข้าสู่มาตรฐาน GHP เป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น
มาตรฐาน Green Hotel Plus (GHP) จัดทำโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมเสาความยั่งยืน 4 ด้าน ได้แก่ การจัดการความยั่งยืนและธรรมาภิบาล ความยั่งยืนด้านสังคมและเศรษฐกิจ ความยั่งยืนด้านวัฒนธรรม และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม GHP เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจาก GSTC (Global Sustainable Tourism Council Criteria) ว่าเทียบเท่ามาตรฐานสากลด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน (GSTC Recognized) จึงเป็นการยกระดับโรงแรมไทยสู่มาตรฐานระดับโลก รองรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการรักษ์โลก สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและโอกาสทางการตลาด ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนผ่านแนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย และของธนาคาร
“การจัดอบรมในครั้งนี้สะท้อนพันธกิจของไทยพาณิชย์ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยดูแลลูกค้าให้อยู่ในเส้นทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเสริมศักยภาพให้โรงแรมไทยก้าวสู่การเป็นโรงแรมสีเขียว (Green Hotel) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษ์โลกและการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการเป็นเจ้าภาพการประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Conference 2026) ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2569 นี้” ดร.ยรรยง กล่าว
The post ไทยพาณิชย์ปลุกพลังโรงแรมภาคใต้บนเส้นทางความยั่งยืนต่อเนื่อง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus รับท่องเที่ยวยั่งยืน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.
]]>
2025-2026 ยังคงเป็นปีแห่งการประคองตัวธุรกิจไทย! เผย 11 […]
The post 3 ธุรกิจไปต่อไม่ไหว ปิดตัวเฉียด 1.7 หมื่นราย ชี้ 2026 ปีแห่งการประคองตัว ‘ไม่ถึงกับทรุด แต่ยังไม่พ้นทางชัน’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
2025-2026 ยังคงเป็นปีแห่งการประคองตัวธุรกิจไทย! เผย 11 เดือน ธุรกิจปิดตัวเฉียด 1.7 หมื่นราย แม้โรงแรม-ขนส่ง-ขายส่ง โตสวนกระแส ขณะที่ทุนนอก ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, สหรัฐฯ, จีน และฮ่องกง ขนเงินลงทุนไทยกว่า 2 แสนล้านบาท ด้าน สศอ. มองปีหน้า 2026 โอกาสใหม่ 3 อุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์-EV-อาหารสัตว์
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 5,554 ราย เมื่อเทียบแบบปีต่อปี (YoY) กับเดือนพฤศจิกายน 2567 (6,266 ราย) ลดลง 712 ราย คิดเป็น 11% จากสถิติข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า ‘เศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในภาวะชะลอตัว’
ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2567 (YoY) คือ
ขณะที่การจัดตั้งใหม่ช่วง 11 เดือนของปี 2568 (มกราคม-พฤศจิกายน) มีจำนวน 80,064 ราย เมื่อเทียบกับช่วง 11 เดือนของปี 2567 (83,219 ราย) ลดลง 3,155 ราย คิดเป็น 4% ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ 11 เดือน สะสมอยู่ที่ 250,852 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 (262,850 ล้านบาท) ลดลง 11,999 ล้านบาท คิดเป็น 5%
ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนพฤศจิกายน 2568 มีจำนวน 2,494 ราย เมื่อเทียบแบบปีต่อปี (YoY) กับเดือนพฤศจิกายน 2567 (2,852 ราย) ลดลง 358 ราย คิดเป็น 13%
การจดทะเบียนเลิกช่วง 11 เดือนของปี 2568 (มกราคม-พฤศจิกายน) มีจำนวน 16,671 ราย ลดลง 943 ราย คิดเป็น 5% เมื่อเทียบกับช่วง 11 เดือนของปี 2567 (17,614 ราย) ทุนจดทะเบียนเลิก 11 เดือน สะสมอยู่ที่ 88,797 ล้านบาท ลดลง 47,281 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วง 11 เดือนของปี 2567 (136,078 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ในช่วงปี 2568 ไตรมาส 3 ธุรกิจที่ปิดตัวมากสุด ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และภัตตาคาร/ร้านอาหาร เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจซบเซา ต้นทุนสูง และการปรับตัวของผู้ประกอบการ ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ได้รับผลกระทบหนัก
ด้าน ศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า แนวโน้มภาคอุตสาหกรรมในปี 2569 ประเมินว่า ‘อุตสาหกรรมดาวเด่น’ ยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของโลก ได้แก่
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเหล่านี้กำลังเผชิญทั้งแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ภาระหนี้ครัวเรือน การทะลักของสินค้านำเข้า ต้นทุนการผลิตที่สูง และมาตรการด้านภาษีและสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ทำให้จำเป็นต้องปรับตัวเชิงโครงสร้างเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
โดย เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ชี้ว่า ปี 2568 นับว่าเป็นปีแห่งการประคองตัว อาจจบลงด้วยภาวะ ‘รถติดหล่ม’ ซึ่งการจะดึงเศรษฐกิจขึ้นจากหล่มจำเป็นต้องใช้ ‘พลังและงบประมาณมหาศาล’ และอาจต้องใช้เวลา ขณะที่กลุ่มธุรกิจ SME มองว่าปีนี้เศรษฐกิจไม่สู้ดี และปีหน้าอาจไม่ถึงกับทรุด แต่ยังไม่พ้นทางชัน
ภาพ: Malte Mueller / Getty Image
The post 3 ธุรกิจไปต่อไม่ไหว ปิดตัวเฉียด 1.7 หมื่นราย ชี้ 2026 ปีแห่งการประคองตัว ‘ไม่ถึงกับทรุด แต่ยังไม่พ้นทางชัน’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งในที่พักที่เราชอบและอยากไปพักเสมอเมื่อมีโอกาสกับ ‘ […]
The post NOT A HOTEL เตรียมเปิดตัว 2 แบรนด์โรงแรมใหม่ HERITAGE และ vertex appeared first on THE STANDARD.
]]>
หนึ่งในที่พักที่เราชอบและอยากไปพักเสมอเมื่อมีโอกาสกับ ‘NOT A HOTEL’ แบรนด์อสังหาริมทรัพย์จากญี่ปุ่น ที่นำเอาไวบ์ของบ้านพักตากอากาศ งานบริการแบบโรงแรม และงานดีไซน์มาไว้ร่วมกัน และเปิดให้พักในฐานะที่พักแบบ Shared ownership และนี่อาจเป็นข่าวดีของแฟนๆ เพราะทาง NOT A HOTEL เพิ่งประกาศเปิดตัว 2 แบรนด์โรงแรมใหม่ ที่ทำให้ก้าวเข้าสู่ Hospitality อย่างเต็มตัว
โดย 2 แบรนด์ที่เพิ่งเปิดใหม่ ได้แก่ HERITAGE by NOT A HOTEL และ vertex by NOT A HOTEL คาแรคเตอร์ของ HERITAGE คือแบรนด์ที่หยิบเอาสถาปัตยกรรมเก่าแก่กลับมาเล่าใหม่ในมุมร่วมสมัย โดยโปรเจกต์แรกจะเป็นการปรับปรุงที่พักสงฆ์เดิมภายในวัดโทจิ (Tō-ji Temple) เมืองเกียวโต ส่วนอีกแบรน์ vertex จะเป็นด้านตรงข้ามกับ HERITAGE สะท้อนโลกของการออกแบบและไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต โดยโครงการแรกจะตั้งอยู่ที่โอกินาวา และออกแบบโดย Zaha Hadid Architects (ZHA) ซึ่งนับเป็นผลงานโรงแรมครั้งแรกของสตูดิโอนี้ในประเทศญี่ปุ่น
การเปิดตัว HERITAGE และ vertex สะท้อนแนวคิดของ NOT A HOTEL ที่ไม่ได้มองโรงแรมเป็นแค่ที่พัก แต่เป็นพื้นที่ของประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาอยู่กับประวัติศาสตร์ หรือการสัมผัสงานออกแบบที่มองไปข้างหน้า
ส่วนทั้ง 2 โปรเจคต์จะมีรายละเอียดอะไรบ้างนั้น คาดว่าทาง NOT A HOTEL จะเผยรายละเอียดในช่วงต้นปีหน้า และแน่นอนว่าเราจะรีบอัปเดตให้ทราบแน่นอน
ภาพ: NOT A HOTEL
The post NOT A HOTEL เตรียมเปิดตัว 2 แบรนด์โรงแรมใหม่ HERITAGE และ vertex appeared first on THE STANDARD.
]]>
EssilorLuxottica กำลังเตรียมซื้อหุ้นของ Armani ประมาณ 5 […]
The post EssilorLuxottica เตรียมซื้อหุ้น Armani 5-10% หลังผู้ก่อตั้ง Giorgio Armani เพิ่งเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.
]]>
EssilorLuxottica กำลังเตรียมซื้อหุ้นของ Armani ประมาณ 5-10% หลังจากที่ยอดดีไซเนอร์ Giorgio Armani ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายเดียวของบริษัท เสียชีวิตไปในวัย 91 ปีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยที่ปฏิเสธการเข้าซื้อกิจการของเหล่าบริษัทลักชัวรียักษ์ใหญ่ของโลกมาโดยตลอดขณะยังมีชีวิตอยู่
แม้ว่าจะจากไปโดยไม่มีทายาท แต่ Giorgio Armani ได้เขียนพินัยกรรมวางโครงสร้างตำแหน่งต่างๆ ในอาณาจักร Armani ที่มีธุรกิจหลากหลายตั้งแต่แฟชั่นโอต์กูตูร์ไปจนถึงธุรกิจโรงแรมที่มีมูลค่ารวมกันหลายพันล้านยูโรเอาไว้แล้ว และในพินัยกรรมยังมีการระบุให้ Armani ขายหุ้น 15% ให้กับบริษัทลักชัวรีที่สนใจ ทั้ง LVMH, L’Oréal รวมไปถึงบริษัทแว่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง EssilorLuxottica ภายในระยะเวลา 12-18 เดือนหลังเปิดพินัยกรรม
เมื่อมีการเปิดเผยพินัยกรรมของ Giorgio Armani ทาง L’Oréal และ EssilorLuxottica ก็ใช้เวลาศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อหุ้นของ Armani อย่างละเอียด จนกระทั่งล่าสุดหนังสือพิมพ์สัญชาติ อิตาลี Il Sole 21 Ore รายงานข่าวโดยไม่เปิดเผยแหล่งข้อมูลว่า EssilorLuxottica กำลังเตรียมตัวซื้อหุ้น Armani ประมาณ 5-10% แต่จะไม่มีบทบาทในการทำงานหรือบริหารใดๆ และจะไม่มีตัวแทนในคณะกรรมการบริษัท ซึ่งขณะนี้ทั้งตัวแทนของ Armani และ EssilorLuxottica ต่างก็ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข่าวดังกล่าวนี้
ภาพ: John Keeble/Getty Images
อ้างอิง: https://th.fashionnetwork.com/news/Essilorluxottica-prepared-to-buy-5-10-of-armani,1785356.html
The post EssilorLuxottica เตรียมซื้อหุ้น Armani 5-10% หลังผู้ก่อตั้ง Giorgio Armani เพิ่งเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.
]]>